การเคลื่อนย้ายและการรวบรวมขยะ 1. กำรคัดแยกมูลฝอย 2. กำรเกบ ็ ม ู ลฝอยต ิ ดเช ้ ื อ 3. กำรแต ่ งกำยผเ ู ้ คล ื่อนยำ ้ ยขยะต ิ ดเช ้ ื อ 4. กำรเคล ื่อนยำ ้ ยขยะต ิ ดเช ้ ื อ 1 2 3 4
กรณ ี ท ี ่ ม ี มล ู ฝอยต ิ ดเชื ้ อตกหล ่ น หรอ ื ภาชนะบรรจห ุ ล ่ นระหว ่ างทาง หำ ้ มหยบ ิ ดว ้ ยม ื อเปล ่ ำ ตอ ้ งใชค ้ี ม หร ื อหยบ ิ ดว ้ ยถ ุ งม ื อยำงหนำ หำกเป็ นของเหลว ใช้ซับด้วย กระดำษโดยหม ุ นเป็ นวงกลม จำกดำ ้ นนอกส ู ่ ดำ ้ นใน ท ิ ้ งกระดำษน ้ นั ในภำชนะบรรจ ุ ม ู ลฝอยติด เช ้ ื อใบใหม ่ และทำ ควำมสะอำด ดว ้ ยน ้ ำ ยำฆ ่ ำเช ้ ื อ ท ี่บร ิ เวณพ ้ ื นน ้ นัก ่ อนเช ็ ดถูตำมปกติ
ประเภทขยะ ขยะติดเชื้อ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย สัญลักษณ์/ป้าย ชนิดของขยะ ถังติดป้ายชี้บ่ง ขยะติดเชื้อ ถังติดป้ายชี้บ่ง ขยะทั่วไป ถังติดป้ายชี้บ่ง ขยะรีไซเคิล ถังขยะที่มีข้อความว่า ขยะอันตราย ภาชนะบรรจุ ขยะติดเชื้อมีคม ทิ้ง กล่องทิ้งเข็ม ขยะติดเชื้อไม่มีคม ทิ้ง ถังขยะถุงสีแดง ของเหลวติดเชื้อ ทิ้ง เทลงชักโครก ขยะถุงสีด า ขยะถุงสีเขียว ขยะถุงสีเทา รายละเอียดขยะ - ขยะติดเชื้อมีคม ได้แก่ เข็มและSyring ที่ปนเปื ้อนเลือด สารคัดหลั่ง - ขยะติดเชื้อไม่มีคม ได้แก่ วัสดุอุปกรณ์ ที่สัมผัสกับเลือดและสารคัด หลั่ง - ของเหลวติดเชื้อ ได้แก่ น้ ายาฆ่าเชื้อ สาร คัดหลั่ง เทลงชักโครก กดชักโครก 2-3 ครั้ง แล้วทิ้งภาชนะบรรจุลงในถุงขยะสีแดง - ขยะวัคซีน -ขยะอื่น นอกจากทุกประเภท ที่กล่าวมาให้ทิ้งเป็นขยะทั่วไป เช่น กระดาษห่อลูกอม ถุงพลาสติก ไม้เสียบลูกชิ้น ถุงห่อขนมขบเคี้ยว กระดาษ ทิชชู แก้วน้ าดื่ม ชาเย็นกาแฟเย็น - กระดาษทุกชนิด (ที่ไม่มี ชื่อ-สกุล ชื่อโรค HN ของผู้ป่ วย) กระดาษ A4 กระดาษใช้แล้ว 2 หน้า หนังสือพิมพ์ กล่องกระดาษ แกลลอน พลาสติกขวดแก้ว เศษ โลหะ กระป๋องเครื่องดื่ม - Vialยา Ampuleยาที่หักแล้ว เศษแก้วแตก ปรอทแตก ของเหลวรวบรวมใส่ภาชนะรองรับ แข็งแรงหนาป้องกันการแทงทะลุ หก รั่วไหล มี ฝาปิดมิดชิด - ซากยา ยาที่เหลือใช้ สารเคมีที่อยู่ในสถานะ ของแข็ง รวบรวมใส่ถุงพลาสติก มัดปากถุงให้แน่น ป้องกันการหก ตกแตก รั่วไหล แล้วจึงทิ้งลงในถังขยะอันตราย - หลอดไฟ กระป๋องสเปรย์ แบตเตอรี่ ถ่านไฟฉาย กระดาษคาร์บอนปากกาเคมี หมึกพิมพ์ทิ้งลงในถังขยะอันตราย ขยะตดิเชื้อ Infectious waste ขยะทั่วไป General waste ขยะรีไซเคลิ Recycle waste ขยะอันตรำย Hazardous waste ผังการจัดการขยะและของเสียอันตราย
การจัดการผ้าเปื้อน ท าไมถึง ต้องแยกผ้าเปื้ อน
ประเภทผ้าเปื้ อน ผ้าเปื้ อนติดเชื้อ ผ้าเปื้ อนธรรมดา หมำยถ ึ งไดแ ้ ก ่ ผำ ้ ท ี่เป ้ ื อนเล ื อด สำร น ้ ำ สำรคด ั หลง ั่จำกร ่ ำงกำย เช ่ น หนอง เสมหะอ ุ จจำระ ปั สสำวะ เป็ นต้น ผำ ้ เป ้ ื อนต ิ ดเช ้ ื อ ตอ ้ งใส ่ ถง ั ท ี่มีฝำปิ ด ม ิ ดช ิ ด ภำยในถง ัใส ่ ถ ุ งส ี แดง ไดแ ้ ก ่ ผำ ้ ท ี่เป ้ ื อนเหง ื่อไคล อำหำร ครำบสกปรกธรรมดำ ทว ั่ ไป ผ้ำที่ใช้แล้วส ำหรับผู้ป่ วยในห้อง แยกถง ั ผำ ้ เป ้ ื อน ใชถ ้ ุ งผำ ้สำ หรับผ้ำ เป ้ ื อนธรรมดำมด ัปำกถ ุ งใหแ ้ น ่ น
การจัดการผ้า ปื ้ อน การแยกประ ภทของ ผา ้ ปื ้ อน การขนสง ่ ผา ้ ปื ้ อน การซก ั ผา ้ การจัด ก บผ้าสะอาด การขนสง ่ ผา ้สะอาด กระบวนการทา ควา สะอาดผา ้ ปื้อนในโรงพยาบาลราชพฤกษ์
บริเวณพื้นที่ในหน่วยซักรีด
• เครอื่งแตง่กายส าหรับปฏิบัติงานในโซนสะอาด (อบ, รีด, พับ, แพ็ค) • เครอื่งแตง่กายส าหรับการซกัผา้ทั่วไปและเก็บผ้าเปื้อนบนหอผู้ป่ วย • เครอื่งแตง่กายส าหรับซกัผา้หอ้งตดิเชอื้และเก ็ บผา้ตดิเชอื้
1. การแยกประ ภทของผา ้ ปื้อน แยกชนดิของผา้เปื้อน ทแี่หลง่ก าเนดิของผา้ทใี่ชแ้ลว้แตล่ะแผนก เป็ นผา้เปื้อนธรรมดาและ ผา้เปื้อนตดิเชอื้โดยไมต่อ้งตรวจนับ แตล่ะแผนกมถี ังผา้วางไวใ้นหอ้งทงิ้ผา้ บรรจผุา้เปื้อนแตล่ะประเภทใสถ่งุผา้ตามทกี่ าหนด ในกรณีทมี่กีอ้นอจุจาระ กอ้นเลือด อาเจยีน ใหข้จัด ออกใหม้ากทสี่ดุกอ่นใสถ่งุผา้โดยไมต่อ้งซกัลา้ง ประตท ู างเขา ้ แผนกซก ัฟอก ห ้องเก็บผ ้าเปื้อนหอผู้ป่ วย
การแยกประเภทผ้า
อ๊ะ อ๊ะ!!!ก่อนจะรวบรวมผ้าต้องท าอะไรบ้าง? ตรวจสอบวำ ่ ไม ่ ม ี ของม ี คม หร ื อวต ั ถ ุ แปลกปลอมอ ื่นต ิ ดไปกบ ั ผำ ้ เป ้ ื อน เช ่ น วสดุ ั , อุปกรณ์ หร ื อเคร ื่องม ื อทำงกำรแพทย ์ ซ่ึ งจะเป็ นอน ั ตรำยต ่ อผท ู ้ ำ หนำ ้ ท ี่ซก ั ลำ ้ งและทำ ใหเ ้ คร ื่องซก ั ผำ ้ เก ิ ด ควำมเสียหำยได้
2. การขนสง่ผา ้ ปื้อน
การคัดแยกผ้า การคัดแยกชนิดของผ้าก่อนการซักควรท าในหน่วยงานซักรีด ก าหนดพื้นที่หรือจุดแยกผ้าให้ชัดเจน ไม่เทผ้าเปื้อนลงบนพื้น
การคัดแยกผ้า (sorting linen) การคัดแยกก่อนซัก ช่วยป้องกันการเสียหายของ เครื่องซักผ้าและผ้า จากสิ่งของที่ปน มากับผ้า ช่วยไม่ให้ผ้าที่ซักสะอาดแล้วเกิด การปนเปื ้อนซ ้า ท าให้สามารถก าหนดปริมาณการ ใช้สารซักฟอก ได้อย่างเหมาะสมกับ ปริมาณผ้า การคัดแยกหลังซัก ลดความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงานต่อ การปนเปื ้อน เชื ้อโรคที่มากับผ้าทั ้ง การสัมผัสผ้าโดยตรงหรือ ทาง อากาศจากละอองฝุ่นผ้า ช่วยป้องกันอันตรายจากการถูก ของแหลมคมที่ ปะปนมากับผ้า
การซักผ้า ถุงผ้าที่ใช้ส าหรับใส่ผ้าต้อง น ามาซักทุกครั้งหลังการใช้โดยสามารถซัก รวมกับผ้าได้ การน าผ้าที่ซักแล้วออกจากเครื่องซักต้องท าด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้ผ้าเกิดการ ปนเปื้อนฝุ่นละอองหรือคราบสกปรก เครื่องซักผ้าต้องมีการบ ารุงรักษาอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันการสะสม ของเชื้อจุลินทรีย์ใน ระบบโดยปฏิบัติตามค าแนะน าของบริษัทผู้ผลิต ไม่ควรแช่ผ้าที่เปียกชื้นค้างคืนไว้ในเครื่องซักผ้า
การซกัผา้ทั่วไปดว้ยน ้าอนุ่ 65 องศาเซลเซยีส นาน 10 นาที หรือ 71 องศาเซลเซยีส นาน 3 นาที 3. การซกัผา ้ (ดา นนิการโดยพนกังานซกัรดี ) การซกัผา้ตดิเชอื้ทอี่ณุหภมูนิ ้า 71 ซ. นาน 25 นาที ถา้ไมม่เีครอื่งซกัผา้ปรับอณุหภมูใิหแ้ชผ่า้ใน 0.5% hypochlorite นาน 30 นาทกีอ่นซกั หอ ้ งสา หรบัซกัผา ้ ดิ ชอื้
เครอ ื ่ งซก ั ผ ้า การคัดแยก ผ ้า เครื่องอบผ ้า รถใสผ่า้โซนอบ ชน ั ้ วางผา ้ การแพ็คผ้า พับผ ้า รีดผ้า ผ ้าเปื้อน 3. การซกัผา ้ (ดา นนิการโดยพนกังานซกัรดี ) ่อ กระบวนการซกัผา ้
พื้นที่พับผ้า ควรยกพื้นสูงหรืออยูปบนโต๊ะที่สะอาดและแห ้ง ผา้ทผี่า่นการซกัและท าใหแ้หง้แลว้เก ็ บในตหู้รอื ชนั้วางทสี่ะอาด ปิดมดิ ชดิ มีการระบาย อากาศดีไม่มี ฝุ่ นละออง มีการจัดเก็บผ้า แยกตามชนิดของผ้า เป็นระเบียบเรียบร้อย 4. การจัด ก บผ้าสะอาด พับผ ้า การแพ็คผ ้า ชนั้วางผา้
พนักงานขนสง่ผา้สะอาดตอ้งไมม่ โีรคตดิเชอื้ทผี่วิหนัง บรรทกุผา้สะอาดจากแผนกซกัฟอก โดยใชร้ถบรรทกุผา้สะอาด มาสง่ ใหแ้ผนกตา่งๆ ห าย ห ุ : รถทใี่ชบ้รรทกุผา้สะอาด และผา้สกปรก ตอ้งเป็ นรถคนละคนั 5. การขนสง่ผา ้สะอาด
พนักงานทสี่ง่ผา้สะอาด ใชผ้า้คลมุผา้สะอาดทบี่รรจใุนรถเข ็ นสง่ผา้สะอาดอยา่งมดิ ชดิเข ็ น เข ้าลิฟต์ หมายเลข F2 (clean) เพอื่สง่ตามแผนกตา่งๆ การขนยา้ยผา้สะอาด พนักงานซกัฟอก มาสง่ผา้สะอาดตามเวลา 3 รอบ ได ้แก่ เวลา 08.00, 11.00 และ 16.00 น. ขนย ้ายผ ้าเปื้อนลงบริเวณลิฟต์หมายเลข F2 (clean) 5. การขนสง่ผา ้สะอาด ( ่อ) ห าย ห ุ : การสง่ผา้สะอาดจะท าการสง่เวลาไมต่รงกนักบัผา้เปื้อน
กำรจด ั กำรหร ื อจด ั เกบ ็ ผำ ้สะอำดตอ ้ งใชว ้ิ ธ ีปฏ ิ บต ัิ ท ี่สำมำรถช ่ วยลดกำรปนเป ้ ื อนได ้ บร ิ เวณจด ั เกบ ็ ตอ ้ งสะอำด แหง ้ จด ั เกบ ็ ในต ู ห ้ ร ื อช ้ น ั ท ี่สะอำดและปิ ดม ิ ดช ิ ด จด ั เกบ ็ ใหเ ้ ร ี ยบร ้ อยแยกตำมชน ิ ดของผำ ้ การจัดเก็บผ้าสะอาด
กำรขนส ่ งผำ ้สะอำดจำกโรงซก ั ร ี ดกลบ ั หอผป ู ้่ วยควรห ่ อใหเ ้ ร ี ยบร ้ อย รถท ี่ใชข ้ นส ่ งผำ ้ ท ี่ซก ั แลว ้ ควรเป็ นรถสะอำดพ ิ เศษแยกจำกรถขนส ่ งผำสกปรก ้ ( ถำ ้ไม ่ ม ี รถแยกใหป้ ู รถดว ้ ยผำ ้ ยำงสะอำดก ่ อนบรรท ุ กผำ ้ ท ี่ซก ั แลว ้) รถขนส ่ งผำ ้สะอำดควรม ี กำรทำ ควำมสะอำดและตอ ้ งแหง ้ ก ่ อนกำรขนส ่ ง การขนส่งผ้าสะอาด
หมายเลขลิฟต์/ชื่อลิฟต์ ลิฟต์ F1 ลิฟต์ F2 ลิฟต์ L1 - L2 - L3 ประเภทลิฟต์ ขนส่งของสกปรก (dirty) ขนส่งของสะอาด (clean) ใช้โดยสารทั่วไป เวลา การใช้งาน 05.00 แผนกแม่บ้านขนย้ายขยะ - พนักงานทั่วไป -ผู้ป่วยทั่วไป -ผู้ป่วยกลับบ้าน -ผู้รับบริการ - ญาติ -ผู้มาเยือน 07.00 แผนกซักฟอกขนย้ายผ้าเปื้อน, แผนกจ่ายกลางรับของสกปรกตามแผนก 07.20 แผนกโภชนาการส่งอาหารปรุงสุกใหม่ 08.00 แผนกจ่ายกลางรับของสกปรกตามแผนก แผนกซักฟอกขนย้ายผ้าสะอาด 09.00 แผนกโภชนาการเก็บถาดอาหาร, แผนกจ่ายกลางรับของสกปรกตามแผนก 09.30 แผนกแม่บ้านขนแก้วใช้แล้ว 10.00 แผนกซักฟอกขนย้ายผ้าเปื้อน แผนกแม่บ้านขนแก้วสะอาด 11.00 แผนกแม่บ้านขนย้ายขยะ แผนกซักฟอกขนย้ายผ้าสะอาด แผนกโภชนาการส่งอาหารปรุงสุกใหม่ 13.00 แผนกโภชนาการเก็บถาดอาหาร 14.00 แผนกจ่ายกลางส่งของสะอาดแจกจ่ายตามแผนก 15.00 แผนกซักฟอกขนย้ายผ้าเปื้อน, แผนกแม่บ้านขนย้ายขยะ แผนกจ่ายกลางส่งของสะอาดแจกจ่ายตามแผนก 15.30 แผนกแม่บ้านขนแก้วใช้แล้ว 16.00 แผนกจ่ายกลางส่งของสะอาดแจกจ่ายตามแผนก แผนกซักฟอกขนย้ายผ้าสะอาด แผนกแม่บ้านขนแก้วสะอาด 16.30 แผนกโภชนาการส่งอาหารปรุงสุกใหม่ 18.00 แผนกโภชนาการเก็บถาดอาหาร 19.00 แผนกแม่บ้านขนย้ายขยะ การท าความสะอาด (แผนกแม่บ้าน) ทุกรอบหลังใช้งานท าความสะอาดทันที และเมื่อสกปรก ท าความสะอาด เช้า-เย็น และเมื่อสกปรก ท าความสะอาด เช้า-เย็น และเมื่อสกปรก ตารางการใช้ลิฟต์ โรงพยาบาลราชพฤกษ์
IPSG 5.1 โดย นางฐิติชญา เพชรกอง พยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อ
Patient Safety Goal 5.1 ใช้ Bundles เพื่อเป็นแนวทางในการลดและป้องกันการติดเชื้อจากหัตถการที่ เกี่ยวข้อง รวมทั้งเชื้อดื้อยา โดยใช้ Evidence -base intervention ควรใช้แนวทางการล้างมือร่วมกับการใช้ Bundles เพื่อลดการติดเชื้อ การล้างมือ Bundles
VAP Bundle = WHAPOC
VAP- Bundle (WHAPOC) W=Weaning assessment H=Hand hygiene A=Aspiration P=Prevent Contamination O=Oral Care C=Chest physiotherapy ข้อบ่งชี้ของการใส่ Ventilator 1.ภาวะขาดออกซิเจน หรือ ระบบหายใจล้มเหลว 2.มีพยาธิสภาพที่ปอด 3.พบปัญหาเกี่ยวกับหลอดลม 4.ภาวะหัวใจวาย 5.ใช้ weaning daily assessment 6.ใช้ weaning protocol การล้างมือตามหลักการ 6 ท่า 5 moment 1.ล้างมือด้วยน้ าและสบู่ ผสมน้ ายาฆ่าเชื้อ 6 ท่า นานอย่างน้อย 30 วินาที หรือ hands rub อย่าง น้อย 20 วินาที 2.ล้างมือให้ครบ 6 ท่า ตามหลักการ 5 moment มาตรการป้องกันการส าลัก 1.จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนศีรษะ สูง 30-45 องศา 2.monitor cuff pressure ให้ค่าอยู่ระหว่าง 20-30 cmH2 O 3.ดูดเสมหะก่อนให้อาหาร ทางสายยาง 4.เทน้ าที่ตกค้างใน Ventilator Circuits มาตรการป้องกันการ ปนเปื้อน 1.ใช้ resuscitator bag และข้อต่อ 1ชุด ต่อผู้ป่วยแต่ละราย 2.หัวต่อของ resuscitator bag ให้เช็ดด้วย แอลกอฮอล์70% 1.ท าความสะอาด ช่องปากของผู้ป่วย วันละ2 ครั้งด้วย 0.12% chlorhexidine solution 1. กระตุ้น early ambulate และ breathing exercise2. พลิกตะแคงตัวทุก2 ชั่วโมง 3. percussion, vibration และ postural drainage ในผู้ป่วยที่มีเสมหะ มากและไม่มีข้อห้าม 4. พิจารณาปรึกษา ทีมเวชศาสตร์ฟื้นฟู
CAUTI Bundle (HARM)
การป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์ กับการคาสายสวนปัสสาวะ โดยใช้ CAUTI Bundle=CAUTI การติดเชื้อระบบทางเดิน ปัสสาวะในโรงพยาบาล [Nosocomial urinary tract infection (UTI)] หมายถึง การติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะหลังจาก ที่อยู่ในโรงพยาบาลแล้วนานกว่า 2 วัน ปฏิทิน โดย อาจจะมีอาการ (Symptomatic UTI) หรือไม่มีอาการ (Asymptomatic UTI)
CAUTI Bundle=HARM Hand hygiene Avoid unnecessary urinary catheters Review urinary catheters necessity daily Maintain urinary Catheters basedon recommended ล้ าง มื อ ต า ม ห ลั ก ก า ร 6 ท่ า 5 moment 1.ล้างมือด้วยน้ าและสบู่ผสมน้ ายาฆ่า เชื้อ 6 ท่า นานอย่างน้อย 30วินาที หรือ hands rub อย่างน้อย 20 วินาที 2.ล้างมือให้ครบ 6 ท่า ตามหลัก 5 moment เช่น การใส่สายสวน ปัสสาวะ หรือ เมื่อสัมผัสสายสวน และถุงรองรับน้ าปัสสาวะ ข้อบ่งชี้การใส่สายสวนปัสสาวะ 1.มีปัสสาวะค้างไม่สามารถไหลออกเองได้ใน 6 ชั่วโมง 2.มีการอุดตันทางเดินปัสสาวะ 3.เพื่อติดตามปริมาณน้ าปัสสาวะอย่างใกล้ชิด ในผู้ป่วยภาวะวิกฤติ 4.จ าเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะผู้ป่วยก่อน ผ่าตัด 5.ผู้ป่วยถูกจ ากัดการเคลื่อนไหว 6.มีโอกาสที่น้ าปัสสาวะระคายเคืองต่อผิวหนัง หรือ แผลผ่าตัด 7.ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ที่ขยับ หรือเคลื่อนไหว ล าบาก ทบทวนข้อบ่งชี้การใส่สายสวน ปัสสาวะทุกวัน 1.พยาบาลสอบถามความจ าเป็น การคาสายสวนปัสสาวะกับ แพทย์ทุกวัน 2.ถอดสายสวนปัสสาวะเมื่อหมด ความจ าเป็น 3.ไม่ก าหนดการเปลี่ยนสายสวน ปัสสาวะเป็นประจ า การดูแลผู้ป่วยคาสายสวนปัสสาวะ 1.ล้างมือและสวมถุงมือ ก่อนสัมผัสสายสวน และเท ปัสสาวะ 2.วางถุงปัสสาวะต่ ากว่าระดับกระเพาะปัสสาวะ สูง กว่าพื้น 6 นิ้ว 3.ดูแลสายสวนปัสสาวะ และถุงรองรับให้อยู่ในระบบปิด 4.ยึดตรึงต าแหน่ง บริเวณหน้าขา และ เปลี่ยน ต าแหน่งวันละ 2 ครั้ง 5.เก็บตัวอย่างปัสสาวะโดยใช้เทคนิคปลอดเชื้อ 6.ท าความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ด้วยน้ าสบู่อย่างน้อวันล่ะ 2 ครั้ง และหลังขับถ่าย 7.หลังดูแลสายสวน หรือ เทปัสสาวะให้ถอดถุงมือ และล้างมือทุกครั้ง
SSI Bundle=CATSS
Surgical site infection risk Age Diabetes Nicotine use Malnutrition Obesity Altered immune response
Opportunities to prevent SSI the patient BEFORE SURGERY DURING SURGERY AFTER SURGERY - รับไว้ในโรงพยาบาลก่อนการผ่าตัดให้สั้น ที่สุด - รักษาอาการติดเชื้อที่ต าแหน่งอื่นของร่างกาย ให้หายก่อน - ผู้ป่วยที่สูบบุหรี่ ควรแนะน าให้ผู้ป่วยงดบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ - ให้ผู้ป่วยอาบน้ าสระผมให้สะอาด ในเย็นของ วันก่อนการผ่าตัด - การก าจัดขน - การป้องกันโรคด้วยยาปฏิชีวนะ (Antimicrobial prophylaxis) - Endogenous colonization (skin disinfection) - ควบคุมอุณหภูมิกายของผู้ป่วย ขณะผ่าตัดให้สูงกว่า 36 ֯ c - ให้ออกซิเจนเสริมแก่ผู้ป่วย - การควบคุมระดับกลูโคส - แนวทางการดูแลแผลผ่าตัดทีเหมาะสม
SSI Bundle = CATS2 Clipper Antibiotic prophylaxis Temperature Sugar Control Skin preparation -หำกจ ำเป็ นต้อง โกนขนให้ใช้ clipper blade แทน กำรใช้ใบมีด -โกนขนก ่ อน ผำ ่ ตด ัไม ่ เก ิ น 2 ชวั่โมง-ให้ยำ ATB ก ่ อนลง ม ี ดไม ่ เก ิ น 1 ชว ั ่ โมง -ยกเว้น Vancomycin ให้2 ชว ั ่ โมง -ควบคุมอุณหภูมิ ร ่ ำงกำยผป ู ้่ วย ระหวำ ่ งผำ ่ ตด ั และ หลง ั ผำ ่ ตด ั ไม ่ใหต ้ ่ ำ กวำ ่ 36 องศำเซลเซียส -ให้ผู้ป่ วย เบำหวำน ควบคุมระดับ น ้ ำ ตำลในเล ื อด ก ่ อนผำ ่ ตด ัไม ่ เก ิ น 200 Mg/dL -ใชน ้ ้ ำ ยำทำ ลำยเช ้ ือกล ุ ่ ม chlorhexidine เช ่ น 2% chlorhexidine in 70% alcohol หรือ povidone Iodine with alcohol)
CLABSI Bundle = HMCOC
การติดเชื้อที่สัมพันธ์กับการใส่สาย สวนหลอดเลือดด าส่วนกลาง 1. การติดเชื้อเฉพาะบริเวณที่ใส่สายสวน วินิจฉัยโดย : ผิวหนังบริเวณที่ใส่สายสวน มีอาการปวด บวม แดง อาจพบน้ าเหลืองหรือหนอง อาจมีไข้ร่วมด้วย หมายเหตุ : Catheter colonization หมายถึง การเกาะ ของเชื้อด้านนอกและด้านในของสายสวน โดยที่ผู้ป่วยไม่มีอาการ และ อาการแสดง (ตรวจพบโดยการเพาะเชื้อ) 2. การติดเชื้อในกระแสโลหิต
Hand hygiene Maximal barrier precaution Chlorhexidine skin antiseptic Optimal catheter site selection Care and review of line necessity 1.ล้างมือด้วยน้ ายา และสบู่ผสมน้ ายาฆ่า เชื้อ 6 ท่า นานอย่าง น้อย 30 วินาที หรือ ล้างมือด้วยalcohol hands rub อย่าง น้อย 20 วินาที 2.ล้างมือให้ครบ 6 ท่า ตามหลัก 5 moment สวมเครื่องป้องกันก่อน ใส่สายสวน 1.แพทย์และผู้ช่วยใส่เครื่อง ป้องกันเต็มรูปแบบ ได้แก่ เสื้อคลุมปราศจากเชื้อ หมวก คลุมผม ถุงมือปราศจากเชื้อ Surgical Mask แว่นตา 2.คลุมผ้าปลอดเชื้อบนตัว ผู้ป่วย ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เปิดเฉพาะส่วนที่ท าหัตถการ ท าความสะอาดผิวหนัง ด้วย น้ ายา 2% chlorhexidine ไม่แนะน าให้ใช้ในเด็กอายุ น้อยกว่า 2 เดือน เลือกขนาดของสายสวน และต าแหน่งใส่สายสวน ที่เหมาะสม 1.พิจารณา Rt Internal jugular vein และ subclavian vein ก่อน 2.หลีกเลี่ยง Femoral vein การดูแลสายสวนหลอดเลือด 1.ประเมินความจ าเป็นของสายสวน ทุกวัน 2.ล้างแผลทุก 2 วัน ถ้าแผลปิดด้วย sterile tegaderm ล้างได้ทุก 7 วัน 3.เปลี่ยนสายและต าแหน่งทันทีที่พบ การติดเชื้อ 4.หลีกเลี่ยงการดูดเลือด ส่งตรวจ หรือรอยต่อโดยไม่จ าเป็น 5.ใช้หลัก Aseptic technique 6.Scrub the hub โดยใช้70% Alcohol อย่างน้อย 15 วินาที CLABSI Bundle = HMCOC
Severe sepsis Bundle =HOUR-1 Bundle
Septic shock เป็นภาวะช็อกที่เกิดจาก systemic inflammatory response ของ ร่างกาย อันเป็นผลมาจากการติด เชื้อรุนแรง
Systemic inflammatory response syndrome -SIRS 1. อุณหภูมิกาย มากกว่า 38 C หรือน้อยกว่า 36 C 2. อัตราเต้นของหัวใจ มากกว่า 90 ครั้ง/นาที (ให้สังเกตว่าไม่ใช้ 100 ครั้ง/นาที) 3. อัตราการหายใจมากกว่า 20 ครั้ง/นาที หรือ PaCO2 น้อยกว่า 32 มม.ปรอท 4. เม็ดเลือดขาว 12,000 เซลล์/ลบ.มม. หรือน้อยกว่า 4,000 เซลล์/ลบ.มม. หรือมีเม็ดลือดขาวชนิด band form มากกว่า 10%
Sepsis เป็นส่วนหนึ่งของภาวะ SIRS คือจ ากัด เฉพาะในกลุ่มที่มีการติดเชื้อเป็นสาเหตุ Severe sepsis เป็นภาวะ sepsis ที่มีอวัยวะต่างๆท างานผิดปกติ มี เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ลดลง หรือมีความดัน โลหิตต่ า. ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ แพทย์อาจพบลักษณะทาง คลินิกเช่น lactic acidosis ปัสสาวะ ออกน้อย หรือ มีระดับความรู้สติเปลี่ยนแปลงเป็นต้น
Septic shock เป็นภาวะ sepsis ที่ผู้ป่วยยังคงมีความดันโลหิตต่ าแม้ ได้รับการรักษาด้วยสารน้ าจนพอเพียงแล้ว และยังมี หลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ลดลง เช่น lactic acidosis ปัสสาวะออกน้อย หรือมีระดับ ความรู้สติเปลี่ยนแปลง ผู้ป่วยที่ได้รับยากระตุ้นหัวใจ และยาบีบหลอดเลือดอาจมีความดันเลือดเป็นปกติ ขณะที่มีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ลดลง
การป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยใช้ Severe sepsis Bundle =HOUR-1 Bundle HOUR-1 Bundle 1. Measure lactate level. 1.ส่ง serum lactate ใส่หลอดจุกสีเทา 2-3 ml. ถ้า > 2 mmol/L ให้ส่งซ้ า ใน 2-4 ชั่วโมง 2. Obtain blood cultures before administering antibiotics. 2. ส่ง Blood culture ก่อนให้ยาปฏิชีวนะ และให้ส่ง 2 ขวด (aerobic และ anaerobic) 3. Administer broad spectrum antibiotics. 3. เลือกให้ยา empirical broad spectrum antibiotics ทันที และหลังมี ผลการเพาะเชื้อออกมาให้ปรับยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมตามเชื้อโรค และหยุด ยาปฏิชีวนะทันทีเมื่อไม่มีการติดเชื้อ 4. Begin rapid administration of 30 mL/kg crystalloid for hypotension or lactate ≥ 4 mmol/L. 4. การให้ IV fluid ถ้า hypotension or lactate > 4 mmol/L เลือกให้ crystalloid fluid 30 ml/kg 5. Apply vasopressors if hypotensive during or after fluid resuscitation to maintain a mean arterial pressure ≥ 65 mmHg. 5. ถ้าให้ iv fluid แล้ว ยัง hypotension แนะน าให้ vasopressor เพื่อ maintain MAP ให้ได้ ≥ 65 mmHg ขึ้นไป
MDRO BUNDLE = HEC3O
วงจรการเกิดเชื้อดื้อยาในชุมชน