1
ก
คำนำ
จากการทบทวนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นําไปสูCการพัฒนามาตรฐาน
การเรียนรCูและตัวชี้วัด กลุCมสาระการเรียนรKูคณิตศาสตรO วิทยาศาสตรO และเทคโนโลยี และสาระภูมิศาสตรOในกลCุม
สาระการเรียนรKู สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ที่มีความเหมาะสมสอดคลKองกับ
การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดลIอม และความรูKทางวิทยาศาสตรOและเทคโนโลยีท่ี
เจริญกKาวหนKาอยCางรวดเร็ว เป^นการพัฒนา สCงเสริมศักยภาพคนของชาติใหIสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการ
แขCงขันของประเทศ การยกระดับคุณภาพการศึกษาและ การเรียนรูIใหIมีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล
สอดคลKองกับประเทศไทย 4.0 โลกในศตวรรษที่ 21 และทัดเทียมกับ นานาชาติ ผูKเรียนมีศักยภาพในการแขCงขัน
และดํารงชีวิตอยCางสรIางสรรคOในประชาคมโลก ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง โรงเรียนจึงพัฒนา
หลักสูตรสถานศึกษาดKวยการวางแผนและดําเนินการใชIหลักสูตร การเพิ่มพูนคุณภาพหลักสูตรดKวย การวิจัยและ
พัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร จัดทําระเบียบการวัดและประเมินผล สอดคลIองกับหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน สาระการเรียนรKูทKองถิ่น สภาพปbญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปbญญาทKองถิ่นและความตKองการ
ของผเKู รียน โดยทกุ ภาคสวC น
โรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม ไดKดําเนินการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาอยCางตCอเนื่องและนํา
มาตรฐาน การเรียนรูIและตัวชี้วัด กลCุมสาระการเรียนรKูคณิตศาสตรO วิทยาศาสตรOและเทคโนโลยี และสาระ
ภูมิศาสตรOในกลุCมสาระสังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง 2560) มาตรฐานการเรียนรKูและตัวชี้วัด
ของรายวิชาอื่นจากหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และสาระการเรียนรูKทKองถิ่น มาใชK
เป^นกรอบในการจัดทําหลักสูตรโรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม พุทธศักราช 2565 ทั้งการกําหนดวิสัยทัศนO สมรรถนะ
สําคัญของผูKเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงคO เนKนใหKนักเรียนโรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม เป^นผKูประพฤติดีและมี
ความรูK สมดังคติพจนขKองโรงเรียน รวมทั้งมีทักษะที่จําเป^นในการดํารงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง และ
แสวงหาความรูKเพื่อพัฒนาตนเองอยCางตCอเนื่องตลอดชีวิต ซึ่งเป^นทิศทางหลักในการ จัดโครงสรKางเวลาเรียน
โครงสรKางรายภาคเรียนและคําอธิบายรายวิชา โดยมีผูKที่เกี่ยวขIองทุกฝgายรCวมกันพัฒนาหลักสูตร โรงเรียนโพธิ์ตาก
พิทยาคม ทําใหKหลักสูตรสถานศึกษามีคุณภาพ รวมทั้งมีกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาเพิ่มเติมตาม ความ
ตอK งการของทอK งถ่นิ ครอบคลุมสมรรถนะและคุณลกั ษณะอันพึงประสงคขO องผเKู รยี นทกุ กลมCุ เปาh หมาย
ทั้งนี้ การจัดหลักสูตรโรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม จะประสบความสําเร็จตามเปhาหมายที่คาดหวังไดK ทุกฝgาย
ท่ีเกี่ยวขKองตKองรCวมรับผิดชอบ โดยรCวมกันทํางานอยCางเป^นระบบและตCอเนื่อง ในการวางแผนดําเนินการ สCงเสริม
สนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแกKไข เพื่อพัฒนานักเรียนโรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม ใหIมีคุณภาพตาม
มาตรฐานการเรยี นรแูK ละ ผลการเรียนรทูK ก่ี ําหนดไวK
(นายสุริยา มะโยธ)ี
ผอKู ำนวยการโรงเรียนโพธติ์ ากพิทยาคม
สารบัญ ข
เรอื่ ง
คำนำ หนา1
สารบญั ก
ประกาศเรอื่ งใหKใชหK ลกั สตู รโรงเรยี น ข
หลักสูตรโรงเรยี นโพธตฺ ากพิทยาคม ค
วิสยั ทศั นO 1
พนั ธกจิ 3
เปาh ประสงคO 3
สมรรถนะสำคญั ของผเูK รยี น และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคO 4
โครงสรKางเวลาเรยี นระดบั มัธยมศกึ ษา 4
โครงสราK งหลักสูตร 6
มาตรฐานการเรียนรKู 7
สาระการเรียนรูK 10
กจิ กรรมพัฒนาผเKู รยี น 11
ระดบั การศึกษา 19
การจัดการเรยี นรูK 19
โครงสรKางหลกั สตู รของกลCมุ สาระ ฯ และคำอธิบายรายวิชา 20
- กลCุมสาระการเรียนรูKภาษาไทย 21
- กลมCุ สาระการเรยี นรคูK ณติ ศาสตรO 28
- กลมุC สาระการเรยี นรวูK ทิ ยาศาสตรOและเทคโนโลยี 35
- กลุCมสาระการเรยี นรสูK งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม 51
- กลุมC สาระการเรยี นรสKู ุขศกึ ษา และพลศกึ ษา 81
- กลมุC สาระการเรยี นรศูK ิลปะ 94
- กลุCมสาระการเรยี นรกูK ารงานอาชพี 102
- กลุCมสาระการเรยี นรภKู าษาตาC งประเทศ 113
- กลCุมวชิ าการศกึ ษาคKนควKาดKวยตนเอง (IS) 127
ระเบียบการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรูK 130
ค
ประกาศโรงเรียนโพธ์ิตากพทิ ยาคม
เรอื่ ง การใชKหลักสูตรโรงเรยี นโพธิ์ตากพิทยาคม พทุ ธศักราช 2565
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ( ปรบั ปรงุ 2560 )
ตามคำสง่ั กระทรวงศกึ ษาธิการ ท่ี สพฐ. 1239/2560 ลงวนั ที่ 7 สงิ หาคม พ.ศ. 2561 เร่ืองใหใK ชK
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นฐาน พุทธศักราช 2561 ในช้นั มัธยมศึกษาปทs ่ี 1 และ 4 ในปsการศกึ ษา 2562 ช้นั
มธั ยมศกึ ษาปทs ่ี 1 2 4 และ 5 และในทุกชั้นปsการศึกษา 2563
โรงเรยี นโพธต์ิ ากพทิ ยาคม ไดKดำเนินการจดั ทำหลักสตู รสถานศกึ ษาขน้ั พื้นฐานพุทธศกั ราช 2565 เสรจ็
เรียบรอK ยแลKว
ทั้งนี้ หลักสูตรโรงเรยี นไดรK บั ความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั ฐาน เม่ือวันที่ 10 เดือน
มิถุนายน พ.ศ. 2565 จึงประกาศใหใK ชหK ลักสตู รโรงเรยี นตง้ั แตCบดั นีเ้ ป^นตนK ไป
ประกาศ ณ วนั ที่ 10 มถิ นุ ายน พ.ศ 2565
( นายธราธร วันทอง ) ( นายสรุ ยิ า มะโยธี )
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา ผอูK ำนวยการโรงเรยี นโพธ์ติ ากพทิ ยาคม
1
หลกั สูตรโรงเรียนโพธต์ิ ากพทิ ยาคม
พทุ ธศักราช 2565
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ( ปรบั ปรงุ 2560 )
ความนำ
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดKประกาศใชหK ลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ใหKเปน^
หลักสูตรแกนกลางของประเทศ เมื่อวนั ที่ 11 กรกฎคม 2551 เริม่ ใชKในโรงเรียนตนK แบบการใชKหลักสูตร และ
โรงเรียนทมี่ คี วามพรอK ม ในปsการศกึ ษา 2552 และเร่มิ ใชใK นโรงเรียนทวั่ ไปในปกs ารศึกษา 2553 ซง่ึ ใชKมา เป^นเวลา
กวาC 8 ปsแลวK สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา ไดK
ดำเนนิ การติดตามผลการนำหลกั สูตรไปสูกC ารปฏบิ ตั อิ ยCางตอC เนอ่ื งในหลายรปู แบบ ทัง้ การประชุมรบั ฟงb ความ
คิดเหน็ การนิเทศติดตามผลการใชKหลักสูตรของโรงเรียน การรบั ฟbงความคิดเหน็ ผCานเวบ็ ไซตขO องสำนักวชิ าการ
และมาตรฐานการศึกษา รายงานผลการวจิ ัยของหนCวยงานและองคOกรท่ีเกีย่ วขKองกับหลักสูตรและการใชK หลกั สตู ร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ผลจากการศึกษา พบวาC หลกั สตู รแกนกลาง การศึกษาข้นั
พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 มีขKอดีในหลายประการ เชCน กำหนดเปาh หมายการพัฒนาไวKชดั เจน มีความยดื หยนCุ
เพยี งพอใหสK ถานศึกษาบริหารจดั การหลกั สูตรสถานศึกษาไดK สำหรบั ปญb หาทพี่ บสวC นใหญCเกิดจากการนำหลักสตู ร
แกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 สกCู ารปฏบิ ตั ใิ นสถานศึกษาและในหอK งเรยี น
นอกจากนี้ การศกึ ษาขอK มลู ทิศทางและกรอบยทุ ธศาสตรOของแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคม แหงC ชาติ
ฉบบั ที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) ซ่งึ เกิดขึน้ ในชวC งเวลาของการปฏริ ปู ประเทศและสถานการณOโลก ท่เี ปลี่ยนแปลง
อยาC งรวดเรว็ และเชื่อมโยงใกลKชดิ กันมากขนึ้ โดยจดั ทำบนพื้นฐานของกรอบยุทธศาสตรชO าติ 20 ปs (พ.ศ. 2560 -
2579) ซึง่ เปน^ แผนหลกั ของการพัฒนาประเทศ และเปhาหมายของการพัฒนาทย่ี ัง่ ยนื (Sustainable
Development Goals: SDGs) แผนการศึกษาแหCงชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 รวมท้ังการปรบั โครงสราK งประเทศ
ไปสูCประเทศไทย 4.0 ซง่ึ ยทุ ธศาสตรOชาติทีจ่ ะใชKเปน^ กรอบแนวทางการพฒั นาในระยะ 20 ปs ตCอจากน้ี
ประกอบดวK ย 6 ยุทธศาสตรO ไดแK กC
(1) ยุทธศาสตรดO Kานความม่ันคง
(2) ยุทธศาสตรดO าK นการสราK ง ความสามารถในการแขCงขัน
(3) ยุทธศาสตรกO ารพัฒนาและเสรมิ สรKางศักยภาพคน
(4) ยทุ ธศาสตรดO าK นการสรKาง โอกาสความเสมอภาคและเทาC เทียมกนั ทางสังคม
(5) ยทุ ธศาสตรOดKานการสราK งการเติบโตบนคณุ ภาพชวี ติ ท่ีเป^น มติ รกับสิง่ แวดลKอม และ
(6) ยุทธศาสตรดO Kานการปรับสมดุลและพฒั นาระบบการบรหิ ารจัดการภาครัฐ เพอื่ มุCงสCู วสิ ัยทศั นOและทศิ
ทางการพฒั นาประเทศ “ความมนั่ คง ม่ังค่งั ยัง่ ยนื ” เป^นประเทศพัฒนาแลวK ดวK ยการพัฒนาตาม หลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
ประเด็นทีส่ ำคัญเพ่อื แปลงแผนไปสกCู ารปฏิบัตใิ หKเกดิ ผลสมั ฤทธ์ไิ ดอK ยCางแทKจริงตามยทุ ธศาสตรOการ พฒั นา
และเสริมสราK งศกั ยภาพคน คือ การเตรยี มพรKอมดาK นกำลงั คนและการเสริมสราK งศกั ยภาพของประชากร ในทุกชCวง
วัย มุCงเนKนการยกระดบั คณุ ภาพทุนมนุษยOของประเทศ โดยพัฒนาคนใหเK หมาะสมตามชCวงวัย เพ่อื ใหK เติบโตอยาC งมี
2
คณุ ภาพ การพฒั นาทักษะท่สี อดคลอK งกับความตKองการในตลาดแรงงานและทักษะท่จี ำเป^นตCอการ ดำรงชวี ติ ใน
ศตวรรษท่ี 21 ของคนในแตCละชวC งวัยตามความเหมาะสม การเตรียมความพรKอมของกำลงั คนดKาน วทิ ยาศาสตรO
และเทคโนโลยีที่จะเปลย่ี นแปลงในอนาคต ตลอดจนการยกระดับคุณภาพการศกึ ษาสูคC วามเปน^ เลิศ
ดงั น้นั เพือ่ ใหกK ารขบั เคล่อื นยทุ ธศาสตรชO าติ เพ่อื เตรียมความพรKอมคนใหสK ามารถปรับตัวรองรบั
ผลกระทบจากการเปล่ยี นแปลงไดอK ยาC งเหมาะสม กระทรวงศกึ ษาธกิ ารจงึ กำหนดเป^นนโยบายสำคญั และเรงC ดCวน
ใหมK ีการปรบั ปรุงหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ในกลุมC สาระการเรยี นรูK คณติ ศาสตรO
วทิ ยาศาสตรO และสาระภูมศิ าสตรO ในกลCมุ สาระการเรียนรสูK ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รวมทงั้ เทคโนโลยี
ในกลCุมสาระการเรยี นรูKการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยมอบหมายใหสK ถาบนั สCงเสริมการสอน วทิ ยาศาสตรOและ
เทคโนโลยี (สสวท.) ดำเนนิ การปรับปรุง กลCมุ สาระการเรียนรูKคณิตศาสตรO กลมุC สาระการเรียนรูK วทิ ยาศาสตรO และ
สาระเกยี่ วกับเทคโนโลยีในกลCมุ สาระการเรียนรูกK ารงานอาชีพและเทคโนโลยี และมอบหมาย ใหKสำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐานดำเนินการปรบั ปรุงสาระภูมิศาสตรO ในกลมCุ สาระการเรยี นรูK สงั คมศึกษา
ศาสนา และวัฒนธรรม ท้ังน้ี การดำเนินงานประกาศใชKหลกั สูตรยงั คงอยใCู นความรบั ผดิ ชอบของสำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
การปรบั ปรุงหลักสตู รคร้ังน้ี ยงั คงหลักการและโครงสราK งเดมิ ของหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 คอื ประกอบดKวย 8 กลุCมสาระการเรยี นรูK ไดแK กC กลุมC สาระการเรียนรKูภาษาไทย คณิตศาสตรO
วทิ ยาศาสตรแO ละเทคโนโลยี สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ศิลปะ การงานอาชีพ และ
ภาษาตาC งประเทศ แตCมุCงเนKนการปรบั ปรงุ เน้อื หาใหมK คี วามทันสมยั ทันตอC การเปลย่ี นแปลงและ ความเจริญ
กKาวหนKาทางวทิ ยาการตาC ง ๆ คำนงึ ถงึ การสCงเสริมใหผK เKู รียน มีทกั ษะท่จี ำเปน^ สำหรับการเรียนรูใK น ศตวรรษที่ 21
เปน^ สำคัญ เตรยี มผเูK รียนใหมK ีความพรKอมทจี่ ะเรยี นรูKสง่ิ ตาC ง ๆ พรอK มท่จี ะประกอบอาชพี เมอื่ จบ การศึกษา หรือ
สามารถศึกษาตอC ในระดบั ที่สูงข้นึ สามารถแขงC ขันและอยรCู Cวมกบั ประชาคมโลกไดK กรอบในการปรบั ปรงุ คอื ใหมK ี
องคOความรูKทเ่ี ป^นสากลเทียบเทCานานาชาติ ปรบั มาตรฐานการเรยี นรKู และตวั ช้วี ดั ใหKมีความชดั เจน ลดความซ้ำซKอน
สอดคลอK งและเชื่อมโยงกนั ภายในกลมCุ สาระการเรยี นรูK และ ระหวCางกลCมุ สาระการเรยี นรKู ตลอดจนเชือ่ มโยงองคO
ความรูKทางวิทยาศาสตรO คณติ ศาสตรO และเทคโนโลยี เขาK ดKวยกัน จัดเรียงลำดบั ความยากงCายของเนื้อหาในแตลC ะ
ระดบั ช้ันตามพัฒนาการแตCละชCวงวยั ใหKมคี วามเช่อื มโยง ความรKูและกระบวนการเรยี นรKู โดยใหเK รยี นรKูผาC นการ
ปฏบิ ัตทิ ่ีสCงเสริมใหผK Kเู รียนพัฒนาความคดิ
สาระสำคัญของการปรบั ปรงุ หลกั สตู ร มีดังนี้
1. กลมCุ สาระการเรยี นรคKู ณติ ศาสตรO และวทิ ยาศาสตรO
1.1 จดั กลCมุ ความรKใู หมแC ละนำทกั ษะกระบวนการไปบูรณาการกบั ตัวชี้วดั เนนK ใหKผูเK รียนเกดิ การ
คดิ วเิ คราะหO คิดแกปK bญหาและมีทกั ษะในศตวรรษท่ี 21
1.2 ระดับช้ันประถมศกึ ษาปทs ่ี 1 ถึงมธั ยมศกึ ษาปsที่ 3 กำหนดมาตรฐานการเรยี นรแูK ละตวั ชี้วัด
สำหรับผเKู รยี นทุกคน ทเ่ี ป^นพ้นื ฐานท่ีเกี่ยวขอK งกับชวี ิตประจำวนั และเปน^ พ้ืนฐานสำคญั ในการศกึ ษาตอC ระดับที่
สงู ขน้ึ
1.3 ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปทs ี่ 4 – 6 กำหนดมาตรฐานการเรยี นรแKู ละตวั ชว้ี ัดเฉพาะเจาะจง แยก
สCวนระหวาC งผเูK รียนท่ีเลอื กเรียนในแผนการเรยี นทีไ่ มเC นนK วทิ ยาศาสตรO และแผนการเรยี นท่เี นนK วิทยาศาสตรO
มาตรฐานการเรียนรKูและตวั ชว้ี ดั ในสCวนของแผนการเรียนท่ีไมCเนนK วิทยาศาสตรO เปน^ พน้ื ฐานทเ่ี กี่ยวขKองกับ
3
ชวี ิตประจำวนั และการศึกษาตอC ระดับท่ีสูงขึ้น สCวนมาตรฐานการเรยี นรแูK ละตวั ช้วี ัดของแผนการเรยี นที่เนนK
วิทยาศาสตรOผูเK รียนจะไดKรับการพัฒนาสCงเสรมิ ใหมK ีความรูK ทักษะ และประสบการณO ดาK นคณติ ศาสตรแO ละ
วิทยาศาสตรOทถ่ี ูกตอK งลึกซ้ึง และกวาK งขวางตามศักยภาพของตนเองใหKมากทส่ี ดุ อนั จะเปน^ พ้นื ฐานสคCู วามเปน^ เลิศ
ทางดKานวทิ ยาศาสตรO ศกึ ษาตอC ในวิชาชพี ทตี่ อK งใชวK ทิ ยาศาสตรOไดK
1.4 ปรับจากตัวชีว้ ดั ชCวงชัน้ ในระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปsที่ 4 – 6 เป^นตัวช้วี ดั ชนั้ ปs
2. กลุCมสาระการเรยี นรูKวิทยาศาสตรO ไดKเพมิ่ สาระเทคโนโลยี ซึง่ ประกอบดKวยการออกแบบและ เทคโนโลยี
และวิทยาการคำนวณ ทัง้ น้เี พอ่ื เอ้ือตอC การจดั การเรยี นรบูK ูรณาการสาระทางคณิตศาสตรO วิทยาศาสตรO และ
เทคโนโลยี กับกระบวนการเชงิ วิศวกรรม ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา
3. สาระภมู ิศาสตรO ซ่งึ เปน^ สาระหนึ่งในกลุCมสาระการเรียนรKูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ยงั คง
มาตรฐานการเรยี นรูKเดมิ แตCปรบั มาตรฐานการเรยี นรูKและตวั ช้ีวดั ใหมK ีความชัดเจน สอดคลอK งกบั พฒั นาการ ตาม
ชCวงวยั มีองคคO วามรKทู ีเ่ ปน^ สากล เพ่ิมความสามารถ ทักษะ และกระบวนการทางภมู ศิ าสตรO
เอกสารมาตรฐานการเรียนรูKและตัวชวี้ ัดกลมุC สาระการเรียนรูคK ณิตศาสตรO วิทยาศาสตรO และสาระ
ภูมิศาสตรO ในกลุCมสาระการเรียนรKสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) ตามหลกั สตู ร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 น้ี จัดทำข้ึน สำหรับสถานศกึ ษาไดKนำไปใชKเปน^ กรอบและ
ทิศทางในการจดั ทำหลักสตู รสถานศกึ ษาและจดั การเรียนการสอน เพอื่ พัฒนาเด็กและเยาวชนไทยทุกคนใน ระดับ
การศกึ ษาขั้นพื้นฐานใหมK คี ุณภาพดKานความรูK และทกั ษะทจี่ ำเปน^ สำหรับการดำรงชวี ิตในสังคมท่มี กี าร
เปลีย่ นแปลง นอกจากน้มี าตรฐานการเรียนรKูและตวั ชี้วดั ที่กำหนดไวKในเอกสารน้ี จะชCวยใหผK ทKู ี่เก่ียวขKองใชKเป^น
แนวทางในการสงC เสรมิ สนบั สนนุ ใหเK กดิ การพฒั นาผูKเรียนใหKมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นรอKู ยCางแทKจริง
วสิ ัยทศั นQ
โรงเรยี นโพธ์ิตากพิทยาคม มุCงพฒั นาผเูK รียนทกุ คนซึง่ เปน^ กำลังของชาตใิ หเK ป^นมนุษยทO ่ีมคี วามสมดุลทัง้ ดKาน
รCางกาย ความรKู คุณธรรม มจี ิตสำนกึ ในความเปน^ พลเมืองไทยและพลโลก ยึดมัน่ ในการปกครองตามระบอบ
ประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ทO รงเปน^ ประมุข มีความรูKและทักษะพื้นฐานรวมทง้ั เจตคติท่ีจำเปน^ ตCอการศึกษา
ตCอการประกอบอาชพี และการศึกษาตลอดชวี ิต โดยมุCงเนKนผKูเรยี นเปน^ สำคัญบนพ้ืนฐานของความเชอ่ื วาC ทกุ คน
สามารถเรียนรแKู ละพฒั นาตนเองไดKเตม็ ศกั ยภาพ มีความสามารถในการใชเK ทคโนโลยี มคี วามรKูและทักษะพ้ืนฐาน
การประกอบอาชพี ดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง อนรุ ักษOส่ิงแวดลอK ม รCวมสบื สานวฒั นธรรม
ประเพณีและภูมปิ bญญาทอK งถ่นิ
พนั ธกจิ
1. สCงเสรมิ และสนบั สนุนใหนK กั เรยี นทุกคน ไดKรับการศกึ ษาอยCางมีคณุ ภาพสมูC าตรฐานสากล
2. สงC เสรมิ ใหผK ูKเรยี นมีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงคO ตามหลกั สูตรและคาC นิยมตามหลกั
ของคนไทย 12 ประกาศ
3. พัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาใหมK ีคุณธรรมจริยธรรมจรรยาบรรณ มีทักษะและ
สมรรถนะในการจัดการเรยี นรูแK ละการปฏบิ ตั งิ าน
4. พฒั นาหลกั สตู รการจดั การเรียนรมูK ุCงสูCมาตรฐานสากล
4
5. พัฒนาระบบบริหารจัดการใหKมปี ระสิทธภิ าพ
เปSาประสงคQ
1. นักเรยี นทกุ คนมีโอกาสไดรK ับการศึกษาทม่ี ีคุณภาพมคี วามรูKคCูคุณธรรมสูCมาตรฐานสากล
2. ครูและบคุ ลากรทางการศึกษามคี ณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณมีทกั ษะทเี่ หมาะสมมคี วามกาK วหนKาใน
วิชาชพี และทำงานมงCุ ผลสัมฤทธิ์
3. หลกั สตู รการจดั การเรยี นรไKู ดรK บั การพฒั นาตามมาตรฐานสากล
4. สถานศกึ ษาเนKนการทำงานแบบบูรณาการ การบริหารแบบมสี CวนรวC มจากทกุ ภาคสCวนในการจัด
การศึกษาภายใตหK ลกั ธรรมาภิบาล
สมรรถนะสำคญั ของผเู1 รยี น
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน มุCงใหผK Kเู รียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการดงั น้ี
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร เป^นความสามารถในการับและสCงสาร มีวัฒนธรรมในการใชภK าษา
ถาC ยทอดความคดิ ความรูKความเขาK ใจ ความรสKู ึก และทัศนะของตนเองเพอ่ื แลกเปลยี่ นขKอมลู ขCาวสารและ
ประสบการณอO นั จะเป^นประโยชนตO Cอการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทงั้ การเจรจาตCอรองเพ่ือขจดั และลดปญb หา
ความขดั แยKงตาC งๆ การเลือกรบั หรือไมรC บั ขอK มูลขCาวสารดวK ยหลักเหตผุ ลและความถูกตอK งตลอดจนการเลือกใชวK ิธี
วิธกี ารสือ่ สาร ทมี่ ปี ระสิทธภิ าพโดยคำนึงถึงผลกระทบทมี่ ตี Cอตนเองและสังคม
2. ความสามารถในการคิด เปน^ ความสามารถในการคิดวิเคราะหO การคดิ สังเคราะหO การคิดอยCางมี
วิจารณญาณ และการคดิ เป^นระบบ เพ่อื นำไปสูกC ารสรKางองคOความรKูหรือสารสนเทศเพอื่ การตัดสินใจเกีย่ วกับ
ตนเองและสังคมไดอK ยCางเหมาะสม
3. ความสามารถในการแกป1 ญ[ หา เป^นความสามารถในการแกปK ญb หาและอปุ สรรคตCางๆ ท่เี ผชิญไดK
อยCางถกู ตKองเหมาะสมบนพืน้ ฐานของหลักเหตผุ ล คณุ ธรรมและขอK มลู สารสนเทศ เขาK ใจความสมั พนั ธแO ละการ
เปลยี่ นแปลงของเหตกุ ารณOตCางๆ ในสังคม แสวงหาความรKู ประยุกตคO วามรKมู าใชใK นการปhองกันและแกKปbญหา
และมีการตัดสินใจทมี่ ปี ระสิทธิภาพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบท่เี กิดขึน้ ตCอตนเอง สงั คมและสงิ่ แวดลอK ม
4. ความสามารถในการใชท1 กั ษะชีวติ เป^นความสามารถในการนำกระบวนการตาC งๆ ไปใชKในการ
ดำเนนิ ชีวติ ประจำวัน การเรียนรดKู วK ยตนเอง การเรียนรอKู ยาC งตCอเนือ่ ง การทำงาน และการอยรCู วC มกันในสงั คม
ดวK ยการสรKางเสริมความสมั พนั ธOอันดรี ะหวาC งบุคคล การจัดการปญb หาและความขัดแยงK ตาC งๆ อยCางเหมาะสม การ
ปรบั ตวั ใหKทนั กบั การเปล่ียนแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอK ม และการรจKู ักหลีกเลย่ี งพฤติกรรมไมCพ่งึ ประสงคทO ี่
สงC ผลกระทบตอC ตนเองและผูKอน่ื
5. ความสามารถในการใช1เทคโนโลยี เปน^ ความสามารถในการเลอื ก และการใชKเทคโนโลยีดKานตาC งๆ
และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพอื่ การพฒั นาตนเองและสังคม ในดKานการเรียนรูK การสอื่ สาร การ
ทำงาน การแกKปญb หาอยาC งสราK งสรรคO ถกู ตKอง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม
5
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคQ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน มCุงพัฒนาผูKเรยี น ใหมK ีคุณลักษณะอันพึง่ ประสงคO เพ่อื ใหKสามารถ
อยรCู Cวมกบั ผอKู ่นื ในสังคมไดKอยาC งมคี วามสขุ ในฐานะเปน^ พลเมอื งไทยและพลโลก ดังน้ี
1. รกั ชาติ ศาสนO กษตั ริยO
2. ซ่อื สัตยOสจุ รติ
3. มวี ินัย
4. ใฝgเรียนรKู
5. อยอูC ยCางพอเพียง
6. มงุC เนนK ในการทำงาน
7. รกั ความเปน^ ไทย
8. มีจติ สาธารณะ
โครงสรา1 งเวลาเรียนระดับมธั ยมศกึ ษา โรงเรียนโพธิ์ตากพทิ ยาคม 6
เวลาเรยี น ระดับมธั ยมศึกษา
ตอนปลาย
กลม^ุ สาระการเรียนร/ู1 กิจกรรม ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน1 ม.4-6
ม.1 ม.2 ม.3 240 ( 6 นก.)
240 ( 6 นก.)
• กลCมุ สาระการเรยี นรKู 120 ( 3 นก.) 120 ( 3 นก.) 120 ( 3 นก.) 240 ( 6 นก.)
ภาษาไทย 120 ( 3 นก.) 120 ( 3 นก.) 120 ( 3 นก.) 320 ( 8 นก.)
คณติ ศาสตรO 120 ( 3 นก.) 120 ( 3 นก.) 120 ( 3 นก.) 80 (2 นก.)
วทิ ยาศาสตรO
สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 160 ( 4 นก.) 160 ( 4 นก.) 160 ( 4 นก.) 240 ( 6 นก.)
ประวัติศาสตรO 40 ( 1 นก.) 40 ( 1 นก.) 40 ( 1 นก.) 120 ( 3 นก.)
ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม 120 ( 3 นก.)
หนKาทีพ่ ลเมอื ง วัฒนธรรม 120 ( 3 นก.) 120 ( 3 นก.) 120 ( 3 นก.) 120 ( 3 นก.)
และการดำเนนิ ชีวิตในสังคม 240 ( 6 นก.)
ภูมิศาสตรO 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 1,640 (41 นก.)
เศรษฐศาสตรO 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) ไมCนอK ยกวCา 1,600
สุขศึกษา 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
ศิลปะ 120 ( 3 นก.) 120 ( 3 นก.) 120 ( 3 นก.) ชัว่ โมง
การงานอาชพี และเทคโนโลยี 880 (22 นก.) 880 (22 นก.) 880 (22 นก.)
ภาษาตาC งประเทศ 360
รวมเวลาเรยี น (พนื้ ฐาน) ปsละไมเC กนิ 200 ชั่วโมง
360
• รายวิชาเพม่ิ เติม 120 120 120 ไมน^ อ1 ยกวา^ 3,600
• กจิ กรรมพัฒนาผูเK รียน 120 120 120
กจิ กรรมแนะแนว
กจิ กรรมนกั เรียน ไมเ^ กนิ 1,200 ช่วั โมง/ปd
- ลูกเสอื ยวุ กาชาดฯ
- ชมรม ชมุ นุม
กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและ
สาธารณะประโยชนO
รวมเวลากจิ กรรมพฒั นาผเูK รยี น
รวมเวลาเรยี น
7
โครงสร1างหลกั สตู รช้ันปd
ช้นั มธั ยมศึกษาปdที่ 1
โรงเรียนโพธ์ติ ากพทิ ยาคม อำเภอโพธิต์ าก จังหวัดหนองคาย
ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2
รายวชิ า/กจิ กรรม หน6วยกิต เวลาเรียน รายวิชา/กจิ กรรม หนว6 ยกิต เวลาเรยี น
รายวชิ าพ้ืนฐาน 11.0 440 รายวชิ าพ้ืนฐาน 11.0 440
ท21101 ภาษาไทย 1 1.5 60 ท21102 ภาษาไทย 2 1.5 60
ค21101 คณิตศาสตร5 1 1.5 60 ค21102 คณติ ศาสตร5 2 1.5 60
ว21101 วิทยาศาสตร5 1 1.5 60 ว21102 วิทยาศาสตร5 2 1.5 60
ส21108 สังคมศึกษา 1 1.5 60 ส21109 สงั คมศกึ ษา 2 1.5 60
ส21103 ประวตั ิศาสตร5 1 0.5 20 ส21106 ประวตั ศิ าสตร5 2 0.5 20
พ21101 สขุ ศกึ ษา 1 0.5 20 พ21103 สขุ ศกึ ษา 2 0.5 20
ศ21101 ทศั นศิลปF 1 1.0 40 ศ21102 ทศั นศลิ ปF 2 1.0 40
ง21101 การงานอาชพี ฯ 1 0.5 20 ง21102 การงานอาชพี ฯ 2 0.5 20
อ21101 ภาษาอังกฤษ 1 1.5 60 อ21102 ภาษาอังกฤษ 2 1.5 60
ว21163 วิทยาการคำนวณ 1.0 40 ว21164 การออกแบบและเทคโนโลยี 1.0 40
รายวชิ าเพิม่ เตมิ (บงั คับเลอื ก) 4.0 160 รายวชิ าเพ่มิ เตมิ (บงั คับเลอื ก) 4.0 160
จ21213 ภาษาจนี 1.0 40 จ21214 ภาษาจนี 1.0 40
ส21202 การปSองกนั การทุจริต 0.5 20 ส21204 การปอS งกันการทจุ รติ 0.5 20
ส21231 หนUาทีพ่ ลเมือง 0.5 20 ส21232 หนาU ทพี่ ลเมือง 0.5 20
พ21102 ยืดหยุนY 0.5 20 พ21104 เทเบลิ เทนนิส 0.5 20
ศ21204 ดนตรี 1.5 60 ง21209 ขนมไทย 1.5 60
ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลารูU 0.5 20 ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารูU 0.5 20
0.5 20
กจิ กรรมแนะแนว 0.5 20 กิจกรรมแนะแนว 0.5 20
0.5 20
ลกู เสือ/เนตรนารี 0.5 20 ลูกเสือ/เนตรนารี
0.5 20
กิจกรรมชุมนมุ 0.5 20 กิจกรรมชุมนมุ
กิจกรรมเพื่อสงั คมและ 17.5 700
สาธารณประโยชน5 0.5 20 กิจกรรมเพอ่ื สังคมและ 1400
สาธารณประโยชน5
รวมเวลาเรยี นท้งั ส้นิ
17.5 700 รวมเวลาเรยี นทัง้ ส้ิน
รวมเวลาเรยี นท้งั ปK
โครงสรา1 งหลักสูตรชน้ั ปd 8
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปdที่ 2 เวลาเรียน
440
โรงเรียนโพธ์ติ ากพิทยาคม อำเภอโพธติ์ าก จังหวัดหนองคาย 60
60
ภาคเรียนท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 60
60
รายวิชา/กิจกรรม หนว6 ยกติ เวลาเรียน รายวิชา/กจิ กรรม หน6วยกติ 20
20
รายวิชาพ้ืนฐาน 11.0 440 รายวชิ าพ้ืนฐาน 11.0 40
20
ท22101 ภาษาไทย 3 1.5 60 ท22102 ภาษาไทย 4 1.5 60
40
ค22101 คณติ ศาสตร5 3 1.5 60 ค22102 คณติ ศาสตร5 4 1.5 160
40
ว22101 วิทยาศาสตร5 3 1.5 60 ว22102 วทิ ยาศาสตร5 4 1.5 40
20
ส22107 สงั คมศกึ ษา 3 1.5 60 ส22108 สังคมศกึ ษา 4 1.5 20
20
ส22103 ประวตั ศิ าสตร5 3 0.5 20 ส22106 ประวตั ิศาสตร5 4 0.5 20
พ22101 สขุ ศกึ ษา 3 0.5 20 พ22103 สขุ ศกึ ษา 4 0.5
ศ22101 นาฏศิลปF 1 1.0 40 ศ22102 นาฏศิลปF 2 1.0
ง22101 การงานอาชพี ฯ 3 0.5 20 ง22102 การงานอาชีพฯ 4 0.5
อ22101 ภาษาองั กฤษ 3 1.5 60 อ22102 ภาษาอังกฤษ 4 1.5
ว22163 วทิ ยาการคำนวณ 1.0 40 ว22164 การออกแบบและเทคโนโลยี 1.0
รายวิชาเพ่ิมเติม (บงั คบั เลือก) 4.0 160 รายวิชาเพมิ่ เติม (บังคบั เลอื ก) 4.0
I22201 ศึกษาค3นคว3าและสรา3 งองคค7 วามรู3 1.0 40 I22202 การสอ่ื สารและการนำเสนอ 1.0
จ22213 ภาษาจีน 1.0 40 จ22214 ภาษาจีน 1.0
ส22233 หนUาทพี่ ลเมือง 3 0.5 20 ส22234 หนUาที่พลเมอื ง 4 0.5
ส22202 การปอS งกนั การทุจริต 0.5 20 ส22204 การปอS งกันการทจุ รติ 0.5
พ22102 กระบีก่ ระบอง 0.5 20 พ22104 กรีฑา 0.5
ศ22208 ศิลปะลายเสUน 1 0.5 20 ศ22209 ศิลปะลายเสUน 2 0.5
ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารูU 0.5 20 ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารูU 0.5 20
กิจกรรมแนะแนว 0.5 20
ลกู เสือ/เนตรนารี 0.5 20 กิจกรรมแนะแนว 0.5 20
กิจกรรมชุมนมุ 0.5 20
กจิ กรรมเพ่ือสังคมและ 0.5 20 ลูกเสือ/เนตรนารี
สาธารณประโยชน5 0.5 20
0.5 20 กิจกรรมชมุ นมุ
รวมเวลาเรียนทัง้ สนิ้ 17.5 700
รวมเวลาเรียนทั้งปK 0.5 20 กิจกรรมเพ่อื สังคมและ 1400
สาธารณประโยชน5
17.5 700 รวมเวลาเรยี นทั้งสน้ิ
โครงสรา1 งหลักสตู รชัน้ ปd 9
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปdที่ 3 เวลาเรยี น
440
โรงเรียนโพธติ์ ากพทิ ยาคม อำเภอโพธ์ิตาก จังหวัดหนองคาย 60
60
ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 60
60
รายวชิ า/กจิ กรรม หน6วยกิต เวลาเรียน รายวชิ า/กิจกรรม หน6วยกติ 20
20
รายวชิ าพน้ื ฐาน 11.0 440 รายวิชาพืน้ ฐาน 11.0 40
20
ท23101 ภาษาไทย 5 1.5 60 ท23102 ภาษาไทย 6 1.5 60
40
ค23101 คณติ ศาสตร5 5 1.5 60 ค23102 คณติ ศาสตร5 6 1.5 160
20
ว23101 วิทยาศาสตร5 5 1.5 60 ว23102 วิทยาศาสตร5 6 1.5 20
20
ส23107 สังคมศกึ ษา 5 1.5 60 ส23108 สงั คมศกึ ษา 6 1.5 40
20
ส23103 ประวัตศิ าสตร5 5 0.5 20 ส23106 ประวตั ศิ าสตร5 6 0.5 40
พ23101 สุขศึกษา 5 0.5 20 พ23103 สุขศึกษา 6 0.5
ศ23101 ดนตรี 1 1.0 40 ศ23102 ดนตรี 2 1.0
ง23101 การงานอาชีพฯ 5 0.5 20 ง23102 การงานอาชพี ฯ 6 0.5
อ23101 ภาษาอังกฤษ 5 1.5 60 อ23102 ภาษาองั กฤษ 6 1.5
ว23163 วทิ ยาการคำนวณ 1.0 40 ว23164 การออกแบบและเทคโนโลยี 1.0
รายวชิ าเพิม่ เติม (บงั คับเลอื ก) 4.0 160 รายวชิ าเพิ่มเตมิ (บงั คับเลือก) 4.0
ว23265 การออกแบบผลติ ภณั ฑ5 1.0 40 ง23213 เกษตรอินทรีย5 0.5
ส23235 หนUาที่พลเมอื ง 5 0.5 20 ส23236 หนาU ทพ่ี ลเมือง 6 0.5
ส23201 การปSองกันการทุจรติ 0.5 20 ส23202 การปSองกนั การทุจริต 0.5
ศ23208 ดนตรพี ืน้ บาU น 1.0 40 ศ23203 ดนตรพี นื้ เมอื ง 1.0
พ23102 วอลเลย5บอล 0.5 20 พ23104 บาสเกตบอล 0.5
ง23214 เกษตรอนิ ทรยี 5 0.5 20 ว23203 เชอื้ เพลิงและพลงั งาน 1.0
ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลารูU 0.5 20 ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารูU 0.5 20
กิจกรรมแนะแนว 0.5 20
ลกู เสอื /เนตรนารี 0.5 20 กิจกรรมแนะแนว 0.5 20
กจิ กรรมชุมนุม 0.5 20
กิจกรรมเพอื่ สังคมและ 0.5 20 ลกู เสือ/เนตรนารี
สาธารณประโยชน5 0.5 20
0.5 20 กิจกรรมชุมนุม
รวมเวลาเรียนทั้งสน้ิ 17.5 700
รวมเวลาเรียนท้ังปK 0.5 20 กจิ กรรมเพื่อสังคมและ 1400
สาธารณประโยชน5
17.5 700 รวมเวลาเรยี นทง้ั สิ้น
10
มาตรฐานการเรียนรู1
การพัฒนาผูKเรียนใหKเกิดความสมดุล ตKองคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปbญญา หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน จึงกำหนดใหKผเูK รียนเรยี นรูK 8 กลุCมสาระการเรียนรูK ดังนี้
1. ภาษาไทย
2. คณิตศาสตรO
3. วทิ ยาศาสตรแO ละเทคโนโลยี
4. สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
5. สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
6. ศิลปะ
7. การงานอาชีพ
8. ภาษาตCางประเทศ
ในแตลC ะกลุมC สาระการเรยี นรไูK ดKกำหนดมาตรฐานการเรยี นรเKู ปน^ เปาh หมายสำคญั ของการพัฒนาคุณภาพ
ผKูเรียน มาตรฐานการเรยี นรูKระบุสิ่งทีผ่ เKู รียนพงึ รูK ปฏบิ ัตไิ ดK มคี ุณธรรมจริยธรรม และคCานิยม ที่พึงประสงคเO ม่อื จบ
การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน นอกจากน้นั มาตรฐานการเรียนรKยู ังเปน^ กลไกสำคัญ ในการขับเคลอ่ื นพัฒนาการศึกษาทั้ง
ระบบ เพราะมาตรฐานการเรยี นรKจู ะสะทอK นใหKทราบวCาตKองการอะไร จะสอนอยCางไร และประเมนิ อยาC งไร รวมทง้ั
เป^นเครื่องมอื ในการตรวจสอบเพอื่ การประกันคณุ ภาพการศกึ ษาโดยใชรK ะบบการประเมนิ คณุ ภาพภายในและการ
ประเมนิ คณุ ภาพภายนอก ซงึ่ รวมถงึ การทดสอบระดบั เขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษา และการทดสอบระดับชาติ ระบบการ
ตรวจสอบเพือ่ ประกันคุณภาพดังกลCาวเปน^ สง่ิ สำคัญที่ชCวยสะทอK นภาพการจัดการศึกษาวCาสามารถพฒั นาผเูK รียนใหK
มีคณุ ภาพตามที่มาตรฐานการเรียนรKูกำหนดเพียงใด
ตัวช้ีวดั
ตัวชี้วัดระบุสิ่งที่นักเรียนพึงรูKและปฏิบัติไดK รวมทั้งคุณลักษณะของผูKเรียนในแตCละระดับชั้นซึ่งสะทKอนถึง
มาตรฐานการเรียนรูK มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป^นรูปธรรม นำไปใชKในการกำหนดเนื้อหา จัดทำหนCวยการ
เรียนรKู จัดการเรยี นการสอน และเปน^ เกณฑสO ำคัญสำหรับการวัดประเมนิ ผลเพ่อื ตรวจสอบคุณภาพผเKู รียน
1. ตัวชี้วัดชั้นปs เป^นเปhาหมายในการพัฒนาผูKเรียนแตCละชั้นปsในระดับการศึกษาภาคบังคับ
(ประถมศึกษาปsที่ 1 – มัธยมศกึ ษาปsท่ี 3)
2. ตวั ชว้ี ัดชวC งช้นั เปน^ เปาh หมายในการพัฒนาผเKู รยี นในระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย(มธั ยมศึกษาปsท่ี 4- 6)
หลักสตู รไดKมีการกำหนดรหสั กำกับมาตรฐานการเรยี นรูKและตัวชีว้ ัด เพ่ือความเขาK ใจและใหสK ่อื สารตรงกนั
ดังน้ี
ว 1.1 ป. 1/2 ตวั ช้ีวัดช้ันประถมศึกษาปsที่ 1 ขKอที่ 2
ป.1/2 สาระที่ 1 มาตรฐานขKอท่ี 1
1.1 กลุมC สาระการเรยี นรวูK ิทยาศาสตรO
ว
11
ต 2.2 ม.4-6/ 3 ตวั ช้วี ัดชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ขKอท่ี 3
ม.4-6/3 สาระที่ 2 มาตรฐานขKอที่ 2
2.3 กลCุมสาระการเรียนรKูภาษาตาC งประเทศ
ต
สาระการเรียนรู1
สาระการเรียนรูK ประกอบดKวย องคOความรูK ทักษะหรือกระบวนการเรียนรูK และคุณลักษณะอันพึง
ประสงคO ซึ่งกำหนดใหKผูKเรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจำเป^นตKองเรียนรูK โดยแบCงเป^น 8 กลุCมสาระการ
เรยี นรูK ดังนี้
ภาษาไทย : ความรู3 ทกั ษะ คณิตศาสตร$ : การนำความร3ู วิทยาศาสตร$ : การนำความรู3
และวฒั นธรรมการใชภ3 าษา ทกั ษะและกระบวนการทาง และกระบวนการทางวิทยาศาสตร7
เพอ่ื การสอ่ื สาร ความชน่ื ชม คณิตศาสตรไ7 ปใชใ3 น ไปใช3ในการศึกษา คน3 ควา3 หาความรู3
การเห็นคณุ คHาภูมปิ ญF ญาไทย และ การแก3ปFญหา การดำเนินชีวติ และแกป3 ญF หาอยาH งเปIนระบบ การคดิ
ภมู ิใจในภาษาประจำชาติ และศกึ ษาตHอ การมเี หตมุ ีผล อยาH งเปนI เหตเุ ปนI ผล คิดวิเคราะห7
มีเจตคตทิ ีด่ ตี อH คณติ ศาสตร7 คิดสร3างสรรค7 และจติ วทิ ยาศาสตร7
ภาษาตKางประเทศ : พัฒนาการคิดอยHางเปนI ระบบและ
ความร3ูทักษะ เจตคติ และ สรา3 งสรรค7 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม :
วฒั นธรรม การใช3 การอยูHรHวมกันในสังคมไทยและสงั คมโลก
ภาษาตHางประเทศในการสื่อสาร องค$ความร*ู ทักษะสำคญั อยาH งสนั ติสุข การเปIนพลเมืองดี ศรทั ธา
การแสวงหาความรู3 และคุณลักษณะ ในหลักธรรมของศาสนา
และการประกอบอาชพี การเห็นคณุ คาH ของทรัพยากรและ
ในหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษา สง่ิ แวดล3อม ความรกั ชาติ และภมู ใิ จใน
ขนั้ พ้นื ฐาน ความเปIนไทย
การงานอาชีพและเทคโนโลยี : ศลิ ปะ : ความรแ3ู ละทกั ษะใน สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา : ความรู3
ความรู3 ทกั ษะ และเจตคติ การคิดริเรมิ่ จินตนาการ ทกั ษะและเจตคตใิ นการสร3างเสริม
ในการทำงาน การจัดการ สรา3 งสรรคง7 านศิลปะ สุขภาพพลานามัยของตนเองและผอ3ู ่ืน
การดำรงชีวติ การประกอบอาชีพ สนุ ทรยี ภาพและการเหน็ การปVองกนั และปฏิบตั ติ อH
และการใชเ3 ทคโนโลยี คุณคHาทางศิลปะ ส่ิงตาH ง ๆ ทม่ี ีผลตอH สขุ ภาพอยHาง
ถูกวิธแี ละทกั ษะในการดำเนินชีวติ
12
สาระและมาตรฐานการเรยี นร1ู
หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นโพธติ์ ากพิทยาคม พทุ ธศักราช 2565 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้น
พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 กำหนดมาตรฐานการเรียนรกูK ลCมุ สาระการเรยี นรใูK น 8 กลมุC สาระการเรยี นรูK จำนวน
55 มาตรฐาน ดงั นี้
สาระที่ 1 การอา^ น กล^มุ สาระการเรยี นรภู1 าษาไทย มี 5 สาระ จำนวน 5 มาตรฐาน
มาตรฐาน ท 1.1 ใชกK ระบวนการอCานสราK งความรูKและความคดิ เพ่อื นำไปใชตK ดั สินใจ แกปK bญหาในการ
ดำเนนิ ชวี ิตและมีนิสยั รกั การอCาน
สาระท่ี 2 การเขยี น
มาตรฐาน ท 2.1 ใชกK ระบวนการเขยี น เขียนส่ือสาร เขยี นเรียงความ ยอC ความ และเขยี นเรื่องราวใน
รปู แบบตาC งๆเขยี นรายงานขKอมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคนK ควKาอยาC งมี
ประสทิ ธภิ าพ
สาระที่ 3 การฟ[ง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลอื กฟbงและดูอยาC งมวี ิจารณญาณ และพดู แสดงความรKู ความคดิ ความรKสู ึกใน
โอกาสตCางๆ อยาC งมีวิจารณญาณ และสรKางสรรคO
สาระท่ี 4 หลักการใช1ภาษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เขKาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมิปbญญาทางภาษา และรกั ษา ภาษาไทยไวKเป^นสมบัตขิ องชาติ
สาระที่ 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เขาK ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณวO รรณคดี และวรรณกรรมไทยอยาC งเหน็ คุณคาC และ
นำมาประยกุ ตใO ชKในชีวิตจริง
กลุ^มสาระการเรียนรค1ู ณิตศาสตรQ มี 3 สาระ จำนวน 7 มาตรฐาน
สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เขาK ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน
ผลท่ีเกิดข้นึ จากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใชK
มาตรฐาน ค 1.2 เขKาใจและวิเคราะหOแบบรปู ความสมั พันธO ฟงb กชO ัน ลำดับและอนุกรม และนำไปใชK
มาตรฐาน ค 1.3 ใชนK พิ จนO สมการ และอสมการ อธิบายความสมั พนั ธOหรือชCวยแกKปญb หาทกี่ ำหนดใหK
สาระท่ี 2 การวัดและเลขาคณิต
มาตรฐาน ค 2.1 เขาK ใจพนื้ ฐานเกย่ี วกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสงิ่ ท่ีตKองการวดั และนำไปใชK
มาตรฐาน ค 2.2 เขKาใจและวเิ คราะหรO ปู เรขาคณติ สมบตั ิของรูปเรขาคณติ ความสมั พนั ธรO ะหวาC งรปู
เรขาคณิต และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใชK
สาระที่ 3 สถิตแิ ละความน^าจะเปนh
มาตรฐาน ค 3.1 เขาK ใจกระบวนการทางสถิติ และใชKความรูKทางสถิติในการแกKปญb หา
มาตรฐาน ค 3.2 เขKาใจหลกั การนบั เบือ้ งตนK ความนาC จะเปน^ และนำไปใชK
13
กลมุ^ สาระการเรยี นรว1ู ิทยาศาสตรแQ ละเทคโนโลยี มี 4 สาระ จำนวน 10 มาตรฐาน
สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตรชQ วี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.1 เขาK ใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธOระหวCางสิ่งไมมC ีชีวิต กบั สิ่งมีชวี ติ
และความสัมพันธOระหวาC งสง่ิ มชี ีวิตกบั ส่งิ มชี ีวติ ตาC ง ๆ ในระบบนเิ วศ การถาC ยทอด
พลงั งาน การเปลย่ี นแปลงแทนทใ่ี นระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากร ปญb หาและ
ผลกระทบทีม่ ีตCอทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอK ม แนวทางในการอนุรักษO
ทรัพยากรธรรมชาติและการแกKไขปbญหาสงิ่ แวดลอK ม รวมทัง้ นำความรูKไปใชปK ระโยชนO
มาตรฐาน ว 1.2 เขKาใจสมบตั ขิ องสิง่ มชี วี ติ หนCวยพ้ืนฐานของสง่ิ มชี ีวติ การลำเลยี งสารเขาK และออกจาก
เซลลOความสมั พันธOของโครงสรKาง และหนKาทข่ี องระบบตCาง ๆ ของสตั วแO ละมนษุ ยOท่ี
ทำงานสมั พนั ธกO นั ความสมั พันธOของโครงสรKาง และหนKาทข่ี องอวยั วะตCาง ๆ ของพชื ที่
ทำงานสมั พนั ธกO ัน รวมทั้งนำความรูKไปใชKประโยชนO
มาตรฐาน ว 1.3 เขาK ใจกระบวนการและความสำคัญของการถาC ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม สาร
พนั ธกุ รรม การเปลยี่ นแปลงทางพันธุกรรมทมี่ ีผลตอC ส่งิ มีชีวิต ความหลากหลาย ทาง
ชวี ภาพและวิวฒั นาการของสง่ิ มชี วี ติ รวมทัง้ นำความรKไู ปใชKประโยชนO
สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตรกQ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เขาK ใจสมบัตขิ องสสาร องคOประกอบของสสาร ความสัมพนั ธรO ะหวาC งสมบัติของ สสารกบั
โครงสราK งและแรงยดึ เหน่ียวระหวCางอนุภาค หลกั และธรรมชาติ ของการเปลีย่ นแปลง
สถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี
มาตรฐาน ว 2.2 เขาK ใจธรรมชาติของแรงในชวี ิตประจำวัน ผลของแรงท่ีกระทำตอC วัตถุ ลักษณะ
มาตรฐาน ว 2.3 การเคล่ือนทแ่ี บบตCาง ๆ ของวัตถุรวมทั้งนำความรKไู ปใชปK ระโยชน
เขาK ใจความหมายของพลังงาน การเปลย่ี นแปลงและการถCายโอนพลงั งาน ปฏสิ มั พนั ธO
ระหวาC งสสารและพลงั งาน พลังงานในชีวติ ประจำวนั ธรรมชาตขิ อง คล่ืน ปรากฏการณO
ท่ีเกยี่ วขKองกบั เสยี ง แสง และคล่นื แมเC หลก็ ไฟฟาh รวมทงั้ นำความรูไK ปใชKประโยชนO
สาระท่ี 3 วทิ ยาศาสตรโQ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3. 1 เขาK ใจองคปO ระกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแลก็ ซีดาว
ฤกษOและระบบสรุ ยิ ะ รวมทั้งปฏสิ มั พนั ธOภายในระบบสุรยิ ะ ที่สCงผลตCอสิง่ มีชวี ติ และการ
ประยกุ ตOใชKเทคโนโลยอี วกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เขาK ใจองคปO ระกอบและความสัมพันธOของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายใน
โลก และบนผวิ โลก ธรณพี ิบัติภัย กระบวนการเปล่ยี นแปลงลมฟhา อากาศและภูมิอากาศ
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี โลก รวมทงั้ ผลตอC สิ่งมีชีวติ และสงิ่ แวดลอK ม
มาตรฐาน ว 4. 1 เขKาใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยเี พ่อื การดำรงชวี ติ ในสงั คมท่ีมกี ารเปล่ียนแปลงอยาC ง
รวดเร็ว ใชคK วามรKแู ละทกั ษะทางดKานวิทยาศาสตรคO ณิตศาสตรOและศาสตรอO น่ื ๆ เพื่อ
แกปK ญb หาหรอื พัฒนางานอยาC งมีความคดิ สราK งสรรคO ดวK ยกระบวนการออกแบบเชิง
14
วศิ วกรรม เลอื กใชเK ทคโนโลยีอยาC งเหมาะสม โดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบตCอชีวิต สังคมและ
ส่งิ แวดลอK ม
มาตรฐาน ว 4.2 เขาK ใจและใชแK นวคดิ เชิงคำนวณในการแกปK ญb หาท่พี บในชีวิตจรงิ อยาC งเป^น ขน้ั ตอน
และเป^นระบบ ใชเK ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารในการเรยี นรูK การทำงาน
และการแกปK bญหาไดอK ยCางมีประสทิ ธิภาพ รKเู ทCาทัน และมีจรยิ ธรรม
สาระวิทยาศาสตรเQ พมิ่ เตมิ
สาระชวี วทิ ยา
1. เขาK ใจธรรมชาตขิ องสงิ่ มชี ีวิต การศึกษาชวี วิทยาและวธิ ีการทางวิทยาศาสตรOสาร ท่ีเปน^ องคปO ระกอบ
ของส่งิ มีชวี ิต ปฏิกริ ยิ าเคมีในเซลลขO องสิ่งมีชวี ิต กลอK งจลุ ทรรศนO โครงสราK งและ หนาK ทข่ี องเซลลกO ารลำเลียงสาร
เขาK และออกจากเซลลกO ารแบCงเซลลแO ละการหายใจระดบั เซลลO
2. เขKาใจการถCายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม การถาC ยทอดยีนบนโครโมโซม สมบตั ิ และหนาK ท่ขี องสาร
พันธกุ รรม การเกิดมวิ เทชัน เทคโนโลยที างดีเอน็ เอ หลักฐานขKอมลู และแนวคดิ เก่ยี วกบั ววิ ฒั นาการของสงิ่ มชี ีวิต
ภาวะสมดลุ ของฮารดO -ี ไวนเO บิรกO การเกิดสปชs สี ใO หมC ความหลากหลาย ทางชีวภาพ กำเนดิ ของส่งิ มชี วี ิต ความ
หลากหลายของสิ่งมชี ีวิต และอนุกรมวิธาน รวมท้งั นำความรKู ไปใชKประโยชนO
3. เขKาใจสวC นประกอบของพืช การแลกเปล่ียนแกŽสและคายนำ้ ของพืช การลำเลยี ง ของพืช การ
สังเคราะหดO วK ยแสง การสืบพนั ธุOของพืชดอกและการเจริญเติบโต และการตอบสนอง ของพชื รวมทัง้ นำความรไูK ป
ใชปK ระโยชนO
4. เขาK ใจการยCอยอาหารของสตั วOและมนษุ ยรO วมทั้งการหายใจและการแลกเปลี่ยนแกสŽ การลำเลียงสาร
และการหมุนเวยี นเลอื ด ภมู คิ Kุมกนั ของรCางกาย การขบั ถาC ย การรับรแKู ละการตอบสนอง การเคลอื่ นท่ี การสบื พนั ธOุ
และการเจริญเติบโต ฮอรโO มนกับการรักษาดุลยภาพ และพฤติกรรม ของสัตวรO วมท้ังนำความรKไู ปใชปK ระโยชนO
5. เขKาใจแนวคิดเก่ยี วกับระบบนิเวศ กระบวนการถCายทอดพลังงานและการหมุนเวยี น สารในระบบนิเวศ
ความหลากหลายของไบโอม การเปล่ียนแปลงแทนท่ีของส่ิงมีชีวิตในระบบนเิ วศ ประชากรและรปู แบบการเพมิ่ ของ
ประชากร ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลKอม ปญb หา และ ผลกระทบท่เี กดิ จากการใชKประโยชนแO ละแนวทางการ
แกไK ขปbญหา
สาระเคมี
1. เขาK ใจโครงสราK งอะตอม การจดั เรียงธาตใุ นตารางธาตุ สมบตั ขิ องธาตุ พันธะเคมี และสมบัติของสาร
แกสŽ และสมบัติของแกสŽ ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอินทรยี แO ละพอลิเมอรO รวมทั้งการนำความรไKู ปใชK
ประโยชนO
2. เขKาใจการเขยี นและการดุลสมการเคมปี ริมาณสัมพันธใO นปฏิกริ ิยาเคมอี ัตราการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมีสมดุล
ในปฏิกริ ยิ าเคมสี มบัตแิ ละปฏกิ ิรยิ าของกรด-เบส ปฏิกิริยารดี อกซแO ละเซลลOเคมี ไฟฟาh รวมทั้งการนำความรไูK ปใชK
ประโยชนO
3. เขKาใจหลกั การทำปฏิบัตกิ ารเคมกี ารวัดปริมาณสาร หนCวยวดั และการเปลีย่ นหนCวย การคำนวณ
ปริมาณของสาร ความเขKมขKนของสารละลาย รวมท้งั การบูรณาการความรแKู ละทกั ษะ ในการอธบิ ายปรากฏการณO
ในชีวติ ประจำวันและการแกKปญb หาทางเคมี
15
สาระฟสi ิกสQ
1. เขาK ใจธรรมชาติทางฟ•สิกสO ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลอ่ื นที่แนวตรง แรงและกฎการเคลือ่ นท่ี
ของนิวตนั กฎความโนมK ถCวงสากล แรงเสียดทาน สมดุลกลของวัตถุ งานและกฎการอนรุ ักษOพลังงานกล โมเมนตัม
และกฎการอนุรกั ษOโมเมนตมั การเคลอื่ นท่แี นวโคKง รวมทั้งนำความรูKไปใชปK ระโยชนO
2. เขาK ใจการเคลื่อนทแ่ี บบฮารมO อนกิ สOอยาC งงาC ย ธรรมชาตขิ องคลนื่ เสียงและ การไดยK นิ ปรากฏการณOท่ี
เก่ยี วขอK งกับเสียง แสงและการเห็น ปรากฏการณทO เ่ี ก่ียวขอK งกับแสง รวมท้ังนำความรไKู ปใชKประโยชนO
3. เขKาใจแรงไฟฟาh และกฎของคลู อมบสO นามไฟฟาh ศักยไO ฟฟhา ความจุไฟฟhา กระแสไฟฟhา และกฎของ
โอหมO วงจรไฟฟhากระแสตรง พลังงานไฟฟhาและกำลงั ไฟฟาh การเปล่ยี นพลงั งานทดแทน เปน^ พลงั งานไฟฟาh
สนามแมCเหล็ก แรงแมเC หล็กทก่ี ระทำกับประจไุ ฟฟาh และกระแสไฟฟhา การเหนยี่ วนำ แมCเหลก็ ไฟฟhา และกฎของฟา
ราเดยO ไฟฟhากระแสสลบั คลืน่ แมCเหลก็ ไฟฟhาและการส่ือสาร รวมทง้ั นำความรKูไปใชKประโยชนO
4. เขาK ใจความสมั พันธขO องความรKอนกบั การเปลี่ยนอณุ หภมู แิ ละสถานะของสสาร สภาพยืดหยุนC ของวสั ดุ
และมอดลุ ัสของยงั ความดันในของไหล แรงพยุง และหลักของอารคO ิมีดีส ความตงึ ผวิ และแรงหนืดของของเหลว
ของไหลอุดมคตแิ ละสมการแบรOนูลลกี ฎของแกŽส ทฤษฎจี ลนO ของแกŽสอุดมคติและพลงั งานในระบบ ทฤษฎีอะตอม
ของโบรO ปรากฏการณOโฟโตอเิ ล็กทริก ทวิภาวะ ของคล่ืนและอนภุ าค กมั มันตภาพรังสแี รงนิวเคลยี รO ปฏิกริ ิยา
นิวเคลียรO พลังงานนวิ เคลียรO ฟ•สกิ สO อนุภาค รวมทงั้ นำความรูไK ปใชKประโยชนO
กลุ^มสาระการเรยี นรส1ู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม มี 5 สาระ จำนวน 11 มาตรฐาน
สาระท่ี 1 ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส 1.1 รูK และเขาK ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาที่ตน
นบั ถอื และศาสนาอน่ื มศี รัทธาที่ถกู ตอK ง ยดึ ม่ัน และปฏบิ ัติตามหลักธรรม เพือ่ อยCรู Cวมกัน
อยCางสันตสิ ุข
มาตรฐาน ส 1.2 เขKาใจ ตระหนักและปฏบิ ัติตนเป^นศาสนิกชนทีด่ ี และธำรงรกั ษาพระพทุ ธศาสนาหรอื
ศาสนาท่ตี นนบั ถอื
สาระท่ี 2 หน1าท่ีพลเมอื ง วัฒนธรรม และการดำเนินชวี ติ ในสังคม
มาตรฐาน ส 2.1 เขาK ใจและปฏบิ ัติตนตามหนKาทขี่ องการเป^นพลเมอื งดี มคี าC นิยมทีด่ ีงาม และธำรงรกั ษา
ประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยรูC Cวมกนั ในสงั คมไทย และสังคมโลกอยาC งสันตสิ ขุ
มาตรฐาน ส 2.2 เขKาใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปbจจบุ นั ยึดมนั่ ศรัทธา และธำรงรกั ษาไวKซ่งึ
การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ Oทรงเป^นประมุข
สาระท่ี 3 เศรษฐศาสตรQ
มาตรฐาน ส.3.1 เขKาใจและสามารถบริหารจัดการทรพั ยากรในการผลติ และการบริโภคการใชK ทรพั ยากรท่ี
มอี ยจCู ำกดั ไดKอยาC งมีประสทิ ธิภาพและคKุมคCา รวมทัง้ เขKาใจหลกั การของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เพือ่ การดำรงชีวติ อยาC งมดี ุลยภาพ
มาตรฐาน ส.3.2 เขาK ใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกิจตCาง ๆ ความสัมพันธOทางเศรษฐกิจ และความ
จำเป^นของการรวC มมือกันทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก
16
สาระท่ี 4 ประวัติศาสตรQ
มาตรฐาน ส 4.1 เขาK ใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมยั ทางประวตั ิศาสตรO สามารถใชวK ธิ กี าร
ทางประวัติศาสตรOมาวิเคราะหOเหตุการณOตCางๆ อยาC งเป^นระบบ
มาตรฐาน ส 4.2 เขาK ใจพฒั นาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปจb จุบนั ในดKานความสัมพันธแO ละการ
เปล่ยี นแปลงของเหตกุ ารณอO ยCางตอC เนอื่ ง ตระหนักถึงความสำคัญและสามารถวเิ คราะหO
ผลกระทบท่เี กิดขึน้
มาตรฐาน ส 4.3 เขKาใจความเป^นมาของชาตไิ ทย วฒั นธรรม ภมู ปิ ญb ญาไทย มีความรกั ความภมู ิใจและ
ธำรงความเป^นไทย
สาระท่ี 5 ภมู ศิ าสตรQ
มาตรฐาน ส 5.1 เขKาใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสมั พันธขO องสรรพสง่ิ ซง่ึ มีผลตอC กนั ใชKแผน
ทแี่ ละเคร่อื งมือทางภูมศิ าสตรใO นการคKนหา วเิ คราะหO และสรุปขอK มลู ตามกระบวนการ
ทางภูมิศาสตรO ตลอดจนใชภK ูมิสารสนเทศอยCางมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ส 5.2 เขาK ใจปฏสิ ัมพนั ธรO ะหวาC งมนุษยกO ับสิง่ แวดลKอมทางกายภาพทีก่ CอใหKเกิดการสราK งสรรควO ถิ ี
การดำเนินชีวิต มีจติ สานกึ และมีสCวนรCวมในการจัดการทรพั ยากร และส่ิงแวดลอK มเพอ่ื
การพัฒนาท่ียั่งยืน
กล^มุ สาระการเรียนรส1ู ุขศกึ ษาและพลศึกษา มี 5 สาระ จำนวน 6 มาตรฐาน
สาระท่ี 1 การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนุษยQ
มาตรฐาน พ 1.1 เขKาใจธรรมชาติของการเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของมนุษยO
สาระที่ 2 ชีวติ และครอบครัว
มาตรฐาน พ 2.1 เขาK ใจและเหน็ คุณคCาตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดำเนินชวี ิต
สาระที่ 3 การเคล่อื นไหว การออกกำลังกาย การเลน^ เกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.1 เขKาใจ มีทกั ษะในการเคลือ่ นไหว กิจกรรมทางกาย การเลCนเกม และกฬี า
มาตรฐาน พ 3.2 รกั การออกกำลังกาย การเลนC เกม และการเลนC กฬี า ปฏบิ ัตเิ ป^นประจำอยCางสมำ่ เสมอ
มีวินยั เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า มนี ำ้ ใจนักกฬี า มจี ติ วิญญาณในการแขCงขัน และช่นื ชม
ในสุนทรยี ภาพของการกีฬา
สาระที่ 4 การสร1างเสริมสขุ ภาพ สมรรถภาพและการปSองกันโรค
มาตรฐาน พ 4.1 เหน็ คุณคาC และมที กั ษะในการสรKางเสริมสุขภาพ การดำรงสุขภาพ การปhองกนั โรคและ
การสราK งเสรมิ สมรรถภาพเพ่ือสขุ ภาพ
สาระที่ 5 ความปลอดภัยในชีวติ
มาตรฐาน พ 5.1 ปhองกนั และหลีกเล่ยี งปจb จยั เสยี่ ง พฤตกิ รรมเส่ยี งตอC สุขภาพ อุบัตเิ หตุ การใชKยาสารเสพ
ติด และความรนุ แรง
17
กลม^ุ สาระการเรยี นรศ1ู ิลปะ มี 3 สาระ จำนวน 6 มาตรฐาน
สาระที่ 1 ทศั นศลิ ปl สราK งสรรคOงานทศั นศิลป‘ตามจนิ ตนาการ และความคิดสราK งสรรคO วเิ คราะหO วิพากษO
มาตรฐาน ศ 1.1 วจิ ารณOคุณคCางานทัศนศลิ ป‘ ถCายทอดความรูKสกึ ความคิดตCองานศิลปะอยCางอสิ ระ ชื่นชม
และประยุกตOใชKในชีวติ ประจำวนั
มาตรฐาน ศ 1.2 เขาK ใจความสัมพันธรO ะหวาC งทัศนศลิ ป‘ ประวตั ิศาสตรO และวฒั นธรรม เหน็ คุณคCางาน
สาระที่ 2 ดนตรี ทศั นศลิ ปท‘ เ่ี ป^นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ญb ญาทKองถ่นิ ภมู ิปญb ญาไทยและสากล
มาตรฐาน ศ 2.1
เขาK ใจและแสดงออกทางดนตรีอยCางสราK งสรรคO วิเคราะหO วพิ ากษวO จิ ารณOคณุ คCาดนตรี
มาตรฐาน ศ 2.2 ถาC ยทอดความรKสู กึ ความคิดตCอดนตรอี ยาC งอสิ ระ ช่นื ชม และประยกุ ตOใชใK น
สาระท่ี 3 นาฏศิลปl ชีวิตประจำวัน
มาตรฐาน ศ 3.1 เขาK ใจความสมั พนั ธรO ะหวCางดนตรี ประวตั ศิ าสตรO และวัฒนธรรม เห็นคุณคาC ของดนตรีที่
เปน^ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปญb ญาทอK งถิน่ ภูมิปbญญาไทยและสากล
มาตรฐาน ศ 3.2
เขาK ใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป‘อยCางสรKางสรรคO วิเคราะหO วพิ ากษO วิจารณOคณุ คCา
นาฏศิลป‘ ถCายทอดความรKูสกึ ความคดิ อยาC งอิสระ ชนื่ ชม และประยกุ ตOใชKใน
ชวี ติ ประจำวัน
เขาK ใจความสัมพันธOระหวCางนาฏศลิ ป‘ ประวัติศาสตรแO ละวฒั นธรรม เห็นคุณคCาของนาฏศิลป‘
ท่เี ปน^ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปbญญาทอK งถิ่น ภมู ปิ bญญาไทยและสากล
กลมุ^ สาระการเรยี นรก1ู ารงานอาชพี มี 2 สาระ จำนวน 2 มาตรฐาน
สาระท่ี 1 การดำรงชวี ติ และครอบครวั
มาตรฐาน ง 1.1 เขาK ใจการทำงาน มคี วามคดิ สรKางสรรคO มที ักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการจดั การ
ทกั ษะกระบวนการแกปK bญหา ทักษะการทำงานรวC มกนั และทักษะการแสวงหาความรKู
มคี ุณธรรม และลักษณะนสิ ยั ในการทำงาน มีจติ สำนึกในการใชพK ลังงาน ทรพั ยากร
และส่ิงแวดลอK มเพือ่ การดำรงชวี ิตและครอบครวั
สาระที่ 2 การอาชีพ
มาตรฐาน ง 2.1 เขKาใจ มที กั ษะทจ่ี ำเปน^ มปี ระสบการณO เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใชเK ทคโนโลยีเพ่อื
พฒั นาอาชพี มคี ุณธรรม และมีเจตคติท่ดี ีตCออาชีพ
18
กล^มุ สาระการเรยี นรภ1ู าษาต^างประเทศ มี 4 สาระ จำนวน 8 มาตรฐาน
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขาK ใจและตคี วามเร่ืองที่ฟbงและอCานจากสื่อประเภทตาC งๆ และแสดงความคดิ เห็นอยาC งมี
เหตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นขKอมูลขCาวสาร แสดงความรKสู ึกและความ
คิดเหน็ อยCางมีประสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขKอมลู ขCาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรือ่ งตาC งๆ โดยการพดู
และการเขียน
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขาK ใจความสมั พนั ธรO ะหวCางภาษากับวัฒนธรรมของเจKาของภาษา และนำไปใชKไดอK ยาC ง
เหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต 2.2 เขKาใจความเหมือนและความแตกตCางระหวาC งภาษาและวฒั นธรรมของเจาK ของภาษากบั
ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใชKอยาC งถกู ตอK งและเหมาะสม
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสมั พันธQกบั กลุ^มสาระการเรียนร1ูอ่ืน
มาตรฐาน ต 3.1 ใชKภาษาตCางประเทศในการเชือ่ มโยงความรKกู บั กลุมC สาระการเรยี นรKอู น่ื และเป^นพืน้ ฐานใน
การพัฒนา แสวงหาความรูK และเปด• โลกทัศนOของตน
สาระท่ี 4 ภาษากับความสัมพนั ธQกับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภK าษาตาC งประเทศในสถานการณตO าC ง ๆ ท้งั ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภK าษาตCางประเทศเป^นเคร่อื งมอื พนื้ ฐานในการศึกษาตอC การประกอบอาชีพ และการ
แลกเปล่ียนเรยี นรูKกับสังคมโลก
19
กิจกรรมพัฒนาผ1เู รียน
กิจกรรมพัฒนาผูKเรียน มุCงใหKผูKเรียนไดKพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอยCางรอบดKานเพื่อความเป^น
มนุษยOที่สมบูรณO ทั้งรCางกาย สติปbญญา อารมณO และสังคม เสริมสรKางใหKเป^นผูKมีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย
ปลูกฝbงและสรKางจิตสำนึกของการทำประโยชนOเพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองไดK และอยูCรCวมกับผูKอื่นอยCางมี
ความสขุ กจิ กรรมพัฒนาผKเู รียน แบCงเปน^ 3 ลักษณะ ดังนี้
1. กจิ กรรมแนะแนว
เป^นกิจกรรมที่สCงเสริมและพัฒนาผูKเรียนใหKรูKจักตนเอง รูKรักษOสิ่งแวดลKอม สามารถคิดตัดสินใจ คิด
แกปK bญหา กำหนดเปhาหมาย วางแผนชีวติ ทง้ั ดKานการเรียน และอาชพี สามารถปรบั ตนไดKอยCางเหมาะสม นอกจากน้ี
ยังชCวยใหKครูรูKจักและเขKาใจผูKเรียน ทั้งยังเป^นกิจกรรมที่ชCวยเหลือและใหKคำปรึกษาแกCผูKปกครองในการมีสCวนรCวม
พฒั นาผูKเรียน
2. กิจกรรมนกั เรยี น
เป^นกิจกรรมที่มุCงพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป^นผูKนำผูKตามที่ดี ความรับผิดชอบการทำงาน
รCวมกัน การรูKจักแกปK bญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การชCวยเหลือแบCงปbนกัน เอื้ออาทร และสมานฉันทO
โดยจัดใหKสอดคลKองกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผูKเรียน ใหKไดKปฏิบัติดKวยตนเองในทุกขั้นตอน
ไดKแกC การศึกษาวิเคราะหOวางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทำงาน เนKนการทำงานรCวมกันเป^น
กลุCม ตามความเหมาะสมและสอดคลKองกับวุฒิภาวะของผูKเรียน บริบทของสถานศึกษาและทKองถิ่น กิจกรรม
นักเรียนประกอบดวK ย
2.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี และนกั ศึกษาวิชาทหาร
2.2 กจิ กรรมชุมนุม
3. กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชนQ
เปน^ กจิ กรรมทส่ี งC เสรมิ ใหผK เKู รียนบำเพ็ญตนใหKเป^นประโยชนOตCอสังคม ชมุ ชน และทKองถิน่ ตามความ
สนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพอ่ื แสดงถึงความรบั ผิดชอบ ความดงี าม ความเสียสละตอC สังคม มีจติ สาธารณะ เชCน
กจิ กรรมอาสาพฒั นาตCาง ๆ กจิ กรรมสราK งสรรคสO งั คม
ระดบั การศึกษา
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นโพธติ์ ากพิทยาคม ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช
2551 จัดระดบั การศกึ ษาเปน^ 2 ระดบั ดังนี้
1. ระดับมัธยมศึกษาตอนต1น (ชั้นมัธยมศึกษาปsที่ 1 – 3) เป^นชCวงสุดทKายของการศึกษาภาคบังคับ มุCงเนKน
ใหKผูKเรียนไดKสำรวจความถนัดและความสนใจของตนเอง สCงเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพสCวนตน มีทักษะในการคิด
วจิ ารณญาณ คดิ สราK งสรรคO และคิดแกปK ญb หา มีทกั ษะในการดำเนนิ ชวี ิต มีทกั ษะการใชKเทคโนโลยีเพือ่ เป^นเครื่องมือ
ในการเรียนรูK มีความรับผิดชอบตCอสังคม มีความสมดุลทั้งดKานความรูK ความคิด ความดีงาม และมีความภูมิใจใน
ความเปน^ ไทย ตลอดจนใชเK ป^นพ้นื ฐานในการประกอบอาชพี หรอื การศกึ ษาตอC
2. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ชั้นมัธยมศึกษาปsที่ 4 – 6) การศึกษาระดับนี้เนKนการเพิ่มพูนความรูKและ
ทักษะเฉพาะดKาน สนองตอบความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผูKเรียนแตCละคนทั้งดKานวิชาการและวิชาชีพ
มีทักษะในการใชKวิทยาการและเทคโนโลยี ทักษะกระบวนการคิดขั้นสูง สามารถนำความรูKไปประยุกตOใชKใหKเกิด
20
ประโยชนOในการศึกษาตCอและการประกอบอาชีพ มุCงพัฒนาตนและประเทศตามบทบาทของตน สามารถเป^นผูKนำ และ
ผใูK หบK รกิ ารชุมชนในดาK นตาC ง ๆ
การจัดเวลาเรียน
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นโพธต์ิ ากพิทยาคม ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช
2551 ไดKกำหนดกรอบโครงสรKางเวลาเรยี นขน้ั ต่ำสำหรบั กลCมุ สาระการเรียนรKู 8 กลCมุ และกจิ กรรมพฒั นาผูเK รียน ซึ่ง
สถานศึกษาสามารถเพ่ิมเติมไดตK ามความพรอK มและจุดเนKน โดยสามารถปรบั ใหKเหมาะสมตามบรบิ ทของสถานศกึ ษา
และสภาพของผูKเรียน ดังน้ี
1. ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาตอนตนK (ชนั้ มัธยมศกึ ษาปsท่ี 1 – 3) ใหจK ัดเวลาเรยี นเปน^ รายภาค มเี วลาเรยี นวนั ละไมC
เกิน 6 ชว่ั โมง คดิ นำ้ หนกั ของรายวิชาทเี่ รียนเปน^ หนวC ยกติ ใชKเกณฑO 40 ชั่วโมงตอC ภาคเรยี น มคี าC น้ำหนกั วิชา เทาC กบั 1
หนวC ยกิต (นก.)
2. ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย (ช้ันมธั ยมศึกษาปsท่ี 4 - 6) ใหจK ดั เวลาเรยี นเป^นรายภาค มเี วลาเรียน วนั
ละไมCนอK ยกวาC 6 ช่ัวโมง คดิ น้ำหนกั ของรายวชิ าทีเ่ รียนเป^นหนCวยกิต ใชเK กณฑO 40 ชวั่ โมง ตCอภาคเรียน มคี Cานำ้ หนกั
วชิ า เทCากบั 1 หนวC ยกิต (นก.)
21
คำอธบิ ายรายวิชา
รายวิชาพืน้ ฐานกลม^ุ สาระการเรยี นร1ูภาษาไทย
ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน1
รายวชิ าพ้นื ฐาน
ท 21101 ภาษาไทย 1 จำนวน 60 ชัว่ โมง
ท 21102 ภาษาไทย 2 จำนวน 60 ชั่วโมง
ท 22101 ภาษาไทย 3 จำนวน 60 ชว่ั โมง
ท 22102 ภาษาไทย 4 จำนวน 60 ชั่วโมง
ท 23101 ภาษาไทย 5 จำนวน 60 ชว่ั โมง
ท 23102 ภาษาไทย 6 จำนวน 60 ช่วั โมง
โครงสร1างกลุม^ สาระการเรยี นรู1ภาษาไทย
ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนต1น
กล^ุมรายวชิ าพนื้ ฐาน ช่อื วิชา ระดับชัน้ หนว^ ยกติ จำนวนชัว่ โมง
ท่ี รหัสวชิ า ภาษาไทย 1 ม.1 1.5 60
1 ท21101
ภาษาไทย 2 ม.1 1.5 60
2 ท21102 ภาษาไทย 3 ม.2 1.5 60
3 ท22101 ภาษาไทย 4 ม.2 1.5 60
4 ท22102
ภาษาไทย 5 ม.3 1.5 60
5 ท23101 ภาษาไทย 6 ม.3 1.5 60
6 ท23102
ท21101 รายวิชา ภาษาไทย 1 22
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปทd ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1
คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
กล^ุมสาระการเรยี นรภู1 าษาไทย
เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หน^วยกิต
การอCานออกเสยี งรอK ยแกKวบทบรรยาย อาC นบทรKอยกรองตามลกั ษณะคำประพนั ธO ประเภทกลอนสุภาพ
กลอนสักวา กาพยยO านี 11 การเขาK ใจความหมายของคำ การตีความ แปลความถKอยคำ และสำนวนโวหาร การ
จบั ใจความสำคญั ระบเุ หตุผล ขอK เท็จจริง ขKอคดิ เห็น และรายละเอยี ดของเร่อื ง การใชแK หลงC ความรูK ส่อื ตCาง ๆ
เพอ่ื พฒั นาทกั ษะการอาC น การอCานและปฏิบตั ติ ามเงอ่ื นไข เลอื กอCานงานเขยี นท่หี ลากหลายตามความสนใจ และ
เหมาะสมกบั วยั มมี ารยาทการอCานและนิสยั รกั การอCาน
การเขียน แนะนำตวั แนะนำสถานทีส่ ำคญั ๆ บรรยายประสบการณO ยCอความ เรอื่ งสั้น จัดลำดับ
ความคดิ และการพฒั นางานเขยี น มารยาทการเขียน นิสยั รกั การเขยี น โดยใชKรปู แบบการเขียนตัวอักษรไทยตัว
บรรจงครง่ึ บรรทดั
อธบิ ายลักษณะเสียงในภาษาไทย การสรKางคำประสม คำซำ้ คำซอK น คำพKอง การใชภK าษาพดู สรปุ
ใจความสำคญั แสดงความคดิ ความรKู และการสรKางความเขKาใจ การวเิ คราะหOความแตกตาC งของภาษาพดู และ
ภาษาเขียน แตCงบทรอK ยกรองประเภทกาพยยO านี 11 การศกึ ษา สรุปเนอ้ื หา วเิ คราะหคO ณุ คาC และขอK คิดจาก
วรรณคดีวรรณกรรม วรรณกรรมทอK งถน่ิ อธบิ ายคณุ คาC ทCองจำบทรอK ยกรองและบทอาขยานทม่ี ีคณุ คาC นำไป
ประยุกตOใชKในชีวติ จรงิ
โดยใชKกระบวนการเรยี นการสอนท่ีหลากหลาย ใหKไดKฝก’ สังเกต วิเคราะหO วิจารณO คKนหาเหตุผล
สกูC ารสราK งองคOความรูK ใชกK ระบวนการกลมCุ แลกเปลี่ยนความคิด ลงมอื ปฏบิ ตั ิ ฝ’กการทำงานรCวมกัน
จัดบรรยากาศการเรยี นใหKสนุกสนาน ใชสK ื่อเทคโนโลยีทนั สมัย แหลCงเรยี นรทKู นี่ าC สนใจ เหมาะสม และกิจกรรมการ
เรียนสมั พันธกO ับส่งิ แวดลKอมและสถานการณใO นสงั คม เพ่ือใหเK กิดการเรยี นรูK มคี วามสามารถในการส่อื สาร การคิด
เป^น แกKปbญหาเปน^ มที กั ษะการใชKชวี ิต ใชKเทคโนโลยี ประสบความสำเร็จตามศกั ยภาพของแตลC ะบุคคล
นอกจากนี้ยงั ชCวยปลูกฝbงใหKรจKู ักอนรุ กั ษสO ิ่งแวดลKอม สบื สานภมู ิปbญญา ทางดKานภาษา ประเพณี วฒั นธรรม อนั
เปน^ สมบตั ลิ ้ำคาC ของชาติตCอไป นำไปใชใK นชวี ติ ประจำวนั ไดอK ยาC งถูกตKอง สามารถอยรูC CวมกับผอูK ื่นในสังคมไดKอยCางมี
ความสุข ตงั้ อยูCบนพน้ื ฐานของความดี ความถูกตอK ง ทง้ั ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก
รหัสตัวชวี้ ดั ม1/2, ม1/3, ม1/4, ม1/5, ม1/6, ม1/7, ม1/8, ม1/9
ท 1.1 ม 1/1, ม1/2, ม1/5, ม1/9
ท 2.1 ม1/1, ม1/3
ท 3.1 ม1/1, ม1/2, ม1/4, ม1/5
ท 4.1 ม1/1, ม1/2, ม1/3, ม1/4, ม1/5
ท 5.1 ม.1/1,
รวม 23 ตัวชีว้ ดั
ท21102 รายวชิ า ภาษาไทย 2 23
ช้ันมัธยมศกึ ษาปทd ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลม^ุ สาระการเรียนรภู1 าษาไทย
เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนว^ ยกติ
ฝ’กอาC นออกเสียงรKอยแกKว บทรอK ยกรองตามลักษณะคำประพันธO ประเภทกาพยฉO บงั 16 กาพยสO ุรางคณาง
28 และโคลงส่สี ภุ าพ อCานจับใจความสำคัญ จากวรรณคดีในบทเรียน เรื่องสั้น นทิ านชาดก งานเขียนเชิง
สราK งสรรคO บทความ สารคดี โดยระบุเหตแุ ละผล ขKอเท็จจรงิ ขKอคิดเห็น อธิบายคำเปรยี บเทยี บ และคำท่มี ีหลาย
ความหมายในบรบิ ทตาC ง ๆ วเิ คราะหOคณุ คCาเร่ืองท่ีอCานไดอK ยCางถูกตอK งเหมาะสม โดยใชKแหลCงความรูKทีห่ ลากหลาย
เลือกอCานหนงั สือทเี่ หมาะสมตามความสนใจ มมี ารยาทในการอCานและนสิ ัยรกั การอCาน
ฝก’ เขียนเรยี งความเชงิ พรรณนา การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคนK ควาK โครงงาน จดหมายสCวนตวั และ
จดหมายกิจธรุ ะ จัดลำดบั ความคิดและการพัฒนางานเขียน มีมารยาทการเขียน นสิ ยั รักการเขียน
ฝ’กพดู แสดงความรคูK วามคิด พูดโนมK นKาวใจ สราK งความเขาK ใจ พูดสรุปความ พูดรายงาน เลาC เรื่องยCอแสดง
ความคิดเหน็ อยCางสราK งสรรคO โดยสรุปใจความสำคญั และประเมินคCาความนาC เชื่อถอื ของเร่ืองทฟ่ี bงและดู มี
มารยาทในการฟงb การดูและการพดู
ศกึ ษาชนดิ และหนKาทข่ี องคำในประโยค การใชKประโยคและการส่อื สาร โดยวเิ คราะหOความแตกตาC งของ
คำแตลC ะชนิด และหนKาทขี่ องคำในประโยคเพ่ือการสื่อสาร การจำแนกและใชKสำนวน คำพังเพย สุภาษติ แตงC บท
รอK ยกรองประเภทกาพยยO านี 11
ศึกษาสรปุ เนอื้ หา จากวรรณคดวี รรณกรรมเก่ียวกบั ศาสนา ประเพณี พิธีกรรม เหตกุ ารณOประวัติศาสตรO
บันเทิงคดี บันทึกการเดินทาง วรรณกรรมทKองถน่ิ ทCองจำบทรอK ยกรองทีม่ ีคุณคCาและบทอาขยาน โดยวเิ คราะหO
คณุ คCาและขKอคดิ นำไปประยุกตใO ชKในชีวติ จรงิ อยCางรKรู ักษแO ละความภาคภมู ใจในความเป^นไทย
โดยใชKกระบวนการเรียนการสอนทห่ี ลากหลาย ฝ’กสังเกต วิเคราะหO วิจารณO คKนหาเหตผุ ลสCกู ารสรKางองคO
ความรKู ใชกK ระบวนการกลมCุ แลกเปลยี่ นความคดิ ลงมือปฏิบัติ ฝ’กการทำงานรวC มกัน จดั บรรยากาศ
การเรียนใหสK นกุ สนานใชสK ือ่ เทคโนโลยที ันสมัย เพื่อใหมK ีความสามารถในการส่ือสาร การคิดเปน^ แกKปญb หา
เป^น มีทักษะการใชชK ีวิตตง้ั อยบCู นพื้นฐานของความดี
รหัสตวั ช้วี ดั ม1/2, ม1/3, ม1/4, ม1/5, ม1/6, ม1/7, ม1/8, ม1/9
ท 1.1 ม 1/1, ม1/3, ม1/4, ม1/5, ม1/6, ม1/7, ม1/8, ม1/9
ท 2.1 ม1/2, ม1/2, ม1/3, ม1/4, ม1/5, ม1/6
ท 3.1 ม 1/1, ม1/4, ม1/5, ม1/6
ท 4.1 ม1/3, ม1/2, ม1/3, ม1/4, ม1/5
ท 5.1 ม 1/1,
รวม 32 ตวั ช้วี ัด
ท22101 รายวชิ า ภาษาไทย 3 24
ช้ันมัธยมศึกษาปทd ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลุม^ สาระการเรียนรภ1ู าษาไทย
เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนว^ ยกติ
การอาC นออกเสยี งรอK ยแกวK บทบรรยาย และบทพรรณนา อาC นบทรKอยกรองตามลกั ษณะคำประพนั ธO
ประเภทกลอนบทละคร กลอนนิทาน กลอนเพลงยาว การจับใจความสำคัญ และรายละเอียดของเรอื่ ง การเขียน
ผังความคิด การเลือกอาC นบทความหรือคำประพันธO จากส่ือตCาง ๆ พฒั นาทักษะการอาC น อยCางมมี ารยาทการอCาน
และนิสยั รกั การอาC น
การเขยี นบรรยาย พรรณนา เขียนเรียงความเกย่ี วกบั ประสบการณใO นชวี ิต ยCอความจากส่ือตCาง ๆ
เขยี นวิเคราะหO วิจารณO โตKแยงK จดั ลำดบั ความคิดและการพฒั นางานเขียน มารยาทการเขยี น นิสยั รักการเขียน
โดยใชรK ปู แบบการเขยี นตัวอกั ษรไทยตวั บรรจงคร่ึงบรรทัด
อธิบายการสราK งคำสมาส การใชคK ำราชาศัพทO อธิบายรวบรวมคำท่มี าจากภาษาตาC งประเทศ การพูดสรปุ
ใจความสำคญั การวิเคราะหขO อK เทจ็ จรงิ ขKอคดิ เห็นและความนCาเชอื่ ถือจากขาC วสาร แตงC บทรKอยกรองประเภท
กลอนสุภาพ การศึกษาวเิ คราะหOคุณคCาและขKอคดิ จากวรรณคดวี รรณกรรม วรรณกรรมทอK งถน่ิ ทอC งจำบทรอK ย
กรองและบทอาขยานที่มีคุณคCานำไปประยุกตใO ชใK นชีวติ จริง
โดยใชKกระบวนการเรยี นการสอนที่หลากหลาย ใหไK ดฝK ก’ สงั เกต วเิ คราะหO วิจารณO คนK หาเหตุผลสCูการสราK ง
องคOความรูK ใชกK ระบวนการกลCมุ แลกเปลี่ยนความคิด ลงมือปฏบิ ัติ ฝ’กการทำงานรวC มกัน จดั บรรยากาศการเรยี น
ใหKสนุกสนาน ใชKสอ่ื เทคโนโลยที นั สมัย แหลงC เรยี นรKทู ี่นCาสนใจ เหมาะสม และกิจกรรมการเรยี นสัมพันธOกับ
ส่ิงแวดลKอมและสถานการณOในสังคม เพื่อใหKเกิดการเรียนรKู มีความสามารถในการส่อื สาร การคดิ เปน^ แกKปญb หา
เป^น มีทักษะการใชKชีวติ ใชเK ทคโนโลยี ประสบความสำเร็จตามศักยภาพของแตCละบคุ คล ตงั้ อยCบู นพ้ืนฐานของ
ความดี ความถูกตอK ง สามารถอยรูC Cวมกบั ผKอู ่นื ในสังคมไดKอยCางมคี วามสขุ ทงั้ ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก
รหัสตวั ชีว้ ดั ม2/8
ท 1.1 ม 2/1, ม2/2, ม2/3, ม2/7, ม2/8
ท 2.1 ม2/1, ม2/2, ม2/3, ม2/4, ม2/7,
ท 3.1 ม2/1, ม2/2, ม2/3
ท 4.1 ม2/1, ม2/4, ม2/5
ท 5.1 ม.2/1, ม.2/2, ม2/3, ม2/4, ม2/5
รวม 22 ตวั ชีว้ ัด
ท22102 รายวชิ า ภาษาไทย 4 25
ชั้นมัธยมศึกษาปทd ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 2
คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลมุ^ สาระการเรียนรภ1ู าษาไทย
เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน^วยกิต
การอCานออกเสยี งรKอยแกวK บทบรรยาย และบทพรรณนา อาC นบทรKอยกรองตามลกั ษณะคำประพันธO
ประเภทกาพยOหCอโคลง การอภปิ รายแสดงความคิดเหน็ และขอK โตKแยงK จากเรอ่ื งที่อาC น จำแนกขอK เทจ็ จรงิ ขอK มูล
สนบั สนนุ ขKอคิดเห็นจากบทความ จากแหลงC ความรKูพฒั นาทกั ษะการอาC น การแสดงความคิดเหน็ เชิงวเิ คราะหO
การใชKกระบวนการคดิ วิจารณO การเขยี นถาC ยทอดความรคูK วามคดิ จากการอCาน การเลอื กอาC นหนงั สือตามความ
สนใจ มารยาทการอาC นและนสิ ยั รกั การอาC น
การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคKนควKา โครงงาน จดหมายสวC นตัวและจดหมายกจิ ธรุ ะ จดั ลำดับ
ความคิดและการพัฒนางานเขียน มารยาทการเขียน นสิ ยั รกั การเขียน โดยใชKรูปแบบการเขียนตวั อกั ษรไทยตวั
บรรจงคร่งึ บรรทดั
วเิ คราะหลO ักษณะ โครงสรKางประโยคในภาษาไทย การพดู พดู ในโอกาสตาC ง ๆ พดู รายงานการคนK ควาK จาก
แหลCงเรยี นรตKู Cาง ๆ แตCงบทรอK ยกรองประเภทกลอนสุภาพ การศึกษาวเิ คราะหOคณุ คCาและขอK คดิ จากวรรณคดี
วรรณกรรม วรรณกรรมทอK งถน่ิ ทอC งจำบทรKอยกรองและบทอาขยานทีม่ คี ณุ คCานำไปประยกุ ตใO ชKในชวี ติ จริง
โดยใชกK ระบวนการเรียนการสอนทหี่ ลากหลาย ใหไK ดKฝ’กสงั เกต วิเคราะหO วจิ ารณO คKนหาเหตุผล
สกูC ารสรKางองคคO วามรูK ใชKกระบวนการกลุCมแลกเปลย่ี นความคดิ ลงมอื ปฏิบตั ิ ฝ’กการทำงานรวC มกัน จัด
บรรยากาศการเรียนใหKสนกุ สนาน ใชสK ือ่ เทคโนโลยีทันสมัย แหลCงเรยี นรทKู นี่ าC สนใจ เหมาะสม และกิจกรรมการ
เรยี นสมั พันธOกับสงิ่ แวดลKอมและสถานการณใO นสงั คม เพอื่ ใหKเกิดการเรยี นรKู มคี วามสามารถในการสือ่ สาร การคดิ
เป^น แกปK ญb หาเปน^ มที ักษะการใชชK ีวติ ใชKเทคโนโลยี ประสบความสำเรจ็ ตามศักยภาพของแตCละบคุ คล
นอกจากนี้ยงั ชCวยปลูกฝงb ใหรK ูจK กั อนรุ กั ษสO ่งิ แวดลอK ม สืบสานภมู ิปbญญา ทางดKานภาษา ประเพณี วฒั นธรรม อัน
เปน^ สมบัติล้ำคาC ของชาตติ อC ไป นำไปใชใK นชวี ิตประจำวันไดอK ยาC งถกู ตKอง สามารถอยูCรCวมกบั ผูKอนื่ ในสังคมไดอK ยาC งมี
ความสขุ ต้งั อยCูบนพื้นฐานของความดี ความถูกตKอง ท้งั ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก
รหสั ตวั ชวี้ ดั ม2/4, ม2/5, ม2/7, ม2/8
ท 1.1 ม2/1, ม2/5, ม2/6, ม2/7, ม2/8
ท 2.1 ม2/1, ม2/5
ท 3.1 ม2/4, ม2/3
ท 4.1 ม2/2, ม2/2, ม2/3, ม2/4, ม2/5
ท 5.1 ม2/1,
รวม 19 ตัวช้ีวดั
ท23101 รายวิชา ภาษาไทย 5 26
ช้นั มธั ยมศึกษาปทd ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 1
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลม^ุ สาระการเรียนรภู1 าษาไทย
เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หน^วยกติ
การอาC นออกเสยี งรอK ยแกวK บทความทัว่ ไป และบทความปกณิ กะ อาC นบทรอK ยกรองตามลกั ษณะคำ
ประพนั ธO ประเภทกลอนบทละคร กลอนเสภา บอกความหมายและความแตกตาC งของคำที่มีความหมายโดยตรง
และความหมายโดยนัย การจับใจความสำคัญ และรายละเอียดของเร่อื ง การเขียนผงั ความคดิ กรอบแนวคิด
ตคี วามและประเมินคCา แนวคดิ จากการเลือกอาC นหนังสือจากสอื่ ตาC ง ๆ พัฒนาทักษะการอาC น อยาC งมมี ารยาทการ
อCานและนิสัยรกั การอCาน
การเขยี นขKอความตามสถานการณแO ละโอกาสตCางๆ เขยี นชีวประวตั ิหรืออัตชวี ประวตั ิ ยอC ความจากส่ือ
ตCาง ๆ เขียนอธิบายช้แี จง แสดงความคดิ เห็น วิเคราะหO วจิ ารณO โตKแยKง จดั ลำดบั ความคดิ ของเร่ืองและการ
พัฒนางานเขียน มารยาทการเขยี น นสิ ัยรกั การเขยี น โดยใชKรปู แบบการเขียนตวั อกั ษรไทยตัวบรรจงครึง่ บรรทดั
จำแนกและใชคK ำภาษาตาC งประเทศทใ่ี ชใK นภาษาไทย การใชKคำทบั ศพั ทO ศพั ทOบญั ญตั ิและวเิ คราะหรO ะดบั
ภาษา การพดู แสดงความคดิ เห็น การวเิ คราะหO วิจารณO และประเมินเรือ่ งท่ีฟbง ดู พดู ในโอกาสตCาง ๆ อยาC งมี
มารยาทในการฟbง ดู พดู แตCงบทรอK ยกรองประเภทโคลงสภุ าพ การศึกษาวิเคราะหคO ุณคาC และขKอคดิ จากวรรณคดี
วรรณกรรม วรรณกรรมทKองถ่ิน ทอC งจำบทรอK ยกรองและบทอาขยานทม่ี คี ุณคาC นำไปประยกุ ตOใชใK นชวี ิตจรงิ
โดยใชKกระบวนการเรยี นการสอนทห่ี ลากหลาย ใหKไดKฝ’กสงั เกต วเิ คราะหO วิจารณO คKนหาเหตุผล
สกูC ารสรKางองคOความรKู ใชKกระบวนการกลCุมแลกเปล่ยี นความคดิ ลงมือปฏิบตั ิ ฝก’ การทำงานรCวมกัน จดั
บรรยากาศการเรียนใหสK นุกสนาน ใชKสอื่ เทคโนโลยีทนั สมยั แหลCงเรยี นรKูทีน่ าC สนใจ เหมาะสม และกจิ กรรมการ
เรียนสมั พันธOกบั สิ่งแวดลอK มและสถานการณOในสงั คม เพ่อื ใหเK กิดการเรยี นรูK มคี วามสามารถในการสอื่ สาร การคดิ
เปน^ แกปK ญb หาเป^น มที ักษะการใชKชวี ิต ใชเK ทคโนโลยี ประสบความสำเรจ็ ตามศักยภาพของแตลC ะบคุ คล
นอกจากนี้ยังชCวยปลูกฝงb ใหKรูKจกั อนรุ กั ษสO ง่ิ แวดลKอม สืบสานภูมปิ ญb ญา ทางดKานภาษา ประเพณี วัฒนธรรม อนั
เปน^ สมบตั ิล้ำคCาของชาติตอC ไป นำไปใชใK นชวี ิตประจำวันไดอK ยCางถูกตKอง สามารถอยCูรCวมกับผKูอ่ืนในสงั คมไดอK ยาC งมี
ความสุข ตง้ั อยูCบนพ้นื ฐานของความดี ความถูกตอK ง ทัง้ ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก
รหัสตัวชีว้ ดั
ท 1.1 ม 3/1, ม3/2, ม3/3, ม3/4, ม3/5, ม3/9
ท 2.1 ม3/1, ม3/2, ม3/3, ม3/4, ม3/6, ม3/7, ม3/10
ท 3.1 ม3/1, ม3/2, ม3/4, ม3/6
ท 4.1 ม3/1, ม3/3, ม3/4, ม3/6
ท 5.1 ม.3/1, ม.3/2, ม3/3, ม3/4, ม3/5
รวม 26 ตัวชว้ี ดั
ท23102 รายวิชา ภาษาไทย 6 27
ช้นั มธั ยมศึกษาปทd ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2
คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
กลุม^ สาระการเรยี นรภ1ู าษาไทย
เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หน^วยกติ
การอCานออกเสียงบทรอK ยแกKว บทรอK ยกรองตามลักษณะคำประพันธO ประเภทกาพยOยานี 11 กาพยฉO บงั
16และโคลงสีส่ ุภาพ วเิ คราะหแO สดงความคดิ เหน็ การใชกK ระบวนการคดิ วิจารณO และขอK โตKแยงK ประเมนิ ความ
ถูกตอK งเรอ่ื งท่ีอCาน จากแหลCงความรKพู ฒั นาทักษะการอCาน ถCายทอดความรูKความคดิ จากการอาC น การเลอื กอCาน
หนงั สือตามความสนใจ มารยาทการอCานและนิสัยรกั การอาC น
การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคนK ควาK โครงงาน จดหมายสวC นตวั และจดหมายกจิ ธุระ กรอกแบบสมคั ร
งาน จดั ลำดบั ความคิดและการพัฒนางานเขยี น มารยาทการเขยี น นิสัยรกั การเขยี น โดยใชKรูปแบบการเขยี นตวั
อักษรไทยตวั บรรจงครึง่ บรรทดั
วเิ คราะหโO ครงสรKางประโยคซบั ซอK น อธิบายความหมายคำศัพทOทางวิชาการและวิชาชพี การพดู ในโอกาส
ตCาง ๆ พดู รายงานการคKนควาK จากแหลงC เรยี นรKูตาC ง ๆ พดู โนมK นาK วนำเสนอหลกั ฐานอยาC งนาC เชือ่ ถือ การศึกษา
วิเคราะหคO ณุ คCาและขอK คดิ จากวรรณคดีวรรณกรรม วรรณกรรมทอK งถน่ิ ทCองจำบทรKอยกรองและบทอาขยานทีม่ ี
คณุ คาC นำไปประยุกตOใชใK นชีวติ จริง
โดยใชกK ระบวนการเรียนการสอนท่ีหลากหลาย ใหKไดKฝก’ สงั เกต วเิ คราะหO วิจารณO คนK หาเหตุผล
สูCการสรKางองคคO วามรKู ใชกK ระบวนการกลCมุ แลกเปล่ียนความคิด ลงมอื ปฏบิ ตั ิ ฝ’กการทำงานรCวมกัน จดั
บรรยากาศการเรยี นใหสK นกุ สนาน ใชKสื่อเทคโนโลยที ันสมยั แหลงC เรียนรKูทน่ี าC สนใจ เหมาะสม และกจิ กรรมการ
เรยี นสมั พันธOกบั สง่ิ แวดลอK มและสถานการณใO นสงั คม เพ่ือใหเK กดิ การเรียนรูK มคี วามสามารถในการสือ่ สาร การคิด
เป^น แกKปญb หาเปน^ มีทักษะการใชKชวี ิต ใชKเทคโนโลยี ประสบความสำเรจ็ ตามศักยภาพของแตลC ะบุคคล
นอกจากนี้ยงั ชCวยปลกู ฝbงใหKรูจK กั อนรุ ักษสO ่งิ แวดลอK ม สบื สานภมู ปิ bญญา ทางดาK นภาษา ประเพณี วัฒนธรรม อัน
เป^นสมบตั ิล้ำคาC ของชาตติ อC ไป นำไปใชใK นชีวิตประจำวนั ไดอK ยาC งถกู ตKอง สามารถอยูรC Cวมกบั ผKอู นื่ ในสังคมไดKอยCางมี
ความสขุ ตัง้ อยบูC นพน้ื ฐานของความดี ความถกู ตKอง ทัง้ ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก
รหัสตัวชว้ี ัด
ท 1.1 ม 3/1, ม3/2, ม3/6, ม3/8, ม3/10
ท 2.1 ม3/1, ม3/5, ม3/8, ม3/9
ท 3.1 ม3/3, ม3/4, ม3/5
ท 4.1 ม3/2, ม3/5
ท 5.1 ม.3/1, ม3/2, ม3/3, ม3/4, ม3/5
รวม 19 ตัวชวี้ ัด
28
คำอธิบายรายวิชา
รายวิชาพ้นื ฐานกลมุ^ สาระการเรยี นรค1ู ณิตศาสตรQ
ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน1
รายวิชาพนื้ ฐาน คณติ ศาสตรO 1 จำนวน 60 ชัว่ โมง
ค 21101 คณิตศาสตรO 2 จำนวน 60 ชวั่ โมง
ค 21102 คณติ ศาสตรO 3 จำนวน 60 ชัว่ โมง
ค 22101 คณติ ศาสตรO 4 จำนวน 60 ชว่ั โมง
ค 22102 คณิตศาสตรO 5 จำนวน 60 ชว่ั โมง
ค 23101 คณิตศาสตรO 6 จำนวน 60 ช่ัวโมง
ค 23102
โครงสรา1 งกล^ุมสาระการเรียนรค1ู ณิตศาสตรQ
ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนต1น
กลุ^มรายวิชาพ้ืนฐาน ชื่อวชิ า ระดับช้นั หน^วยกิต จำนวนชัว่ โมง
ท่ี รหัสวิชา คณติ ศาสตรO 1 ม.1 1.5 60
1 ค 21101
คณติ ศาสตรO 2 ม.1 1.5 60
2 ค 21102 คณติ ศาสตรO 3 ม.2 1.5 60
3 ค 22101 คณติ ศาสตรO 4 ม.2 1.5 60
4 ค 22102
คณิตศาสตรO 5 ม.3 1.5 60
5 ค 23101 คณิตศาสตรO 6 ม.3 1.5 60
6 ค 23102
29
คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
รหัสวิชา ค21101 รายวิชา คณิตศาสตรQ 1 กลุม^ สาระการเรยี นรค1ู ณติ ศาสตรQ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปdท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หน^วยกิต
ศึกษา และฝ’กทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรOอันไดKแกC การแกKปbญหา การใหKเหตุผล การสื่อสาร
การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรO และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูKตCาง ๆ ทางคณิตศาสตรOและเชื่อมโยง
คณิตศาสตรกO ับศาสตรOอ่ืน ๆ และมคี วามคดิ ริเรม่ิ สราK งสรรคO ในสาระตอC ไปน้ี
จำนวนเต็ม การบวกจำนวนเต็ม การลบจำนวนเต็ม การคูณจำนวนเต็ม การหารจำนวนเต็ม สมบัติของ
การบวกและการคูณจำนวนเตม็
การสร1างทางเรขาคณติ
เลขยกกำลัง ความหมายของเลขยกกำลงั การเขยี นแสดงจำนวนในรูปสัญกรณOวทิ ยาศาสตรO
การคณู และหารเลขยกกำลังท่ีมฐี านเดียวกันและเลขช้กี ำลังเปน^ จำนวนเตม็ และการนำไปใชK
ทศนยิ มและเศษสว^ น ทศนิยมและการเปรียบเทยี บทศนิยม การบวกและการลบทศนยิ ม การคณู และการ
หารทศนิยม เศษสวC นและการเปรยี บเทยี บเศษสวC น การบวกและการลบเศษสวC น
การคูณและการหารเศษสวC น ความสัมพันธรO ะหวาC งทศนิยมและเศษสCวน
รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ หนKาตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติ ภาพดKานหนKา ภาพดKานขKาง และภาพ
ดKานบนของรปู เรขาคณติ สามมติ ิ
โดยจัดประสบการณOหรือสรKางสถานการณOในชีวิตประจำวันที่ใกลKตัวใหKผูKเรียนไดKศึกษาคKนควKาโดยการ
ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแกKปbญหาการใหKเหตุผล
การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรO และนำประสบการณOดKานความรKู ความคิด ทักษะและกระบวนการที่ไดKไปใชKใน
การเรียนรูKสิ่งตCาง ๆ และใชKในชีวิตประจำวันอยCางสรKางสรรคO รวมทั้งเห็นคุณคCาและมีเจตคติที่ดีตCอคณิตศาสตรO
สามารถทำงานอยCางเป^นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชื่อมั่นใน
ตนเอง
การวัดและประเมินผล ใชKวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป^นจริงใหKสอดคลKองกับเนื้อหาและทักษะท่ี
ตKองการวดั
ตัวชีว้ ัด ม.1/1, ม.1/2
ค 1.1 ม.1/1, ม.1/2
ค 2.2
รวม 4 ตวั ชว้ี ัด
30
คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
รหัสวิชา ค21102 รายวิชา คณิตศาสตรQ 2 กล^ุมสาระการเรยี นรค1ู ณติ ศาสตรQ
ชนั้ มัธยมศึกษาปdท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนว^ ยกติ
ศึกษา และฝ’กทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรOอันไดKแกC การแกKปbญหา การใหKเหตุผล การสื่อสาร
การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรO และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูKตCาง ๆ ทางคณิตศาสตรO และเชื่อมโยง
คณิตศาสตรOกบั ศาสตรOอืน่ ๆ และมีความคิดรเิ ริม่ สรKางสรรคO ในสาระตอC ไปน้ี
สมการเชิงเสน1 ตวั แปรเดียว การเตรยี มความพรKอมกอC นรKูจักสมการ สมการและคำตอบของสมการ การ
แกKสมการเชิงเสนK ตวั แปรเดยี ว โจทยปO bญหาเก่ียวกับสมการเชงิ เสนK ตวั แปรเดียว
อัตราสว^ น สัดส^วนและรอ1 ยละ อัตราสวC น สัดสวC น รKอยละ และบทประยกุ ตO
กราฟและความสัมพนั ธQเชิงเส1น คอูC นั ดับและกราฟของคูCอันดบั กราฟและการนำไปใชK ความสัมพนั ธOเชิง
เสนK
สถติ ิ สถติ ิ(1) คำถามทางสถติ ิ การนำเสนอขKอมูลและการแปลความหมายของขKอมูล
โดยจัดประสบการณOหรือสรKางสถานการณOในชีวิตประจำวันที่ใกลKตัวใหKผูKเรียนไดKศึกษาคKนควKาโดยการ
ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแกKปbญหาการใหKเหตุผล
การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรO และนำประสบการณOดKานความรูK ความคิดทักษะและกระบวนการที่ไดKไปใชKใน
การเรียนรูKสิ่งตCาง ๆ และใชKในชีวิตประจำวันอยCางสรKางสรรคO รวมทั้งเห็นคุณคCาและมีเจตคติที่ดีตCอคณิตศาสตรO
สามารถทำงานอยCางเป^นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบมีวิจารณญาณ และมีความเชื่อมั่นใน
ตนเอง
การวัดและประเมินผล ใชKวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป^นจริงใหKสอดคลKองกับเนื้อหาและทักษะท่ี
ตอK งการวัด
ตัวชวี้ ดั ม.1/1, ม.1/3
ค 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ค 1.3
รวม 5 ตวั ชว้ี ดั
31
คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
รหสั วชิ า ค22101 รายวชิ า คณติ ศาสตรQ 3 กลุ^มสาระการเรียนรคู1 ณติ ศาสตรQ
ชั้นมัธยมศกึ ษาปทd ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว^ ยกติ
ศึกษา และฝ’กทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรOอันไดKแกC การแกKปbญหา การใหKเหตุผล การสื่อสาร
การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรO และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูKตCาง ๆ ทางคณิตศาสตรO และเชื่อมโยง
คณติ ศาสตรกO ับศาสตรอO ื่น ๆ และมคี วามคดิ รเิ ริม่ สราK งสรรคO ในสาระตCอไปนี้
ทฤษฎีบทพที าโกรสั ทฤษฎีบทพีทาโกรัส บทกลับของทฤษฎีบทพที าโกรสั
ความรเู1 บื้องตน1 เก่ยี วกบั จำนวนจริง จำนวนตรรกยะ จำนวนอตรรกยะ รากที่สอง รากท่สี าม
ปรซิ มึ และทรงกระบอก พ้ืนทผ่ี ิวและปรมิ าตรของปริซึม พน้ื ทีผ่ วิ และปรมิ าตรของทรงกระบอก
การแปลงทางเรขาคณิต การเล่ือนขนาน การสะทอK น การหมนุ
สมบัตขิ องเลขยกกำลัง การดำเนินการของเลขยกกำลงั สมบตั อิ ่นื ๆ ของเลขยกกำลัง
พหนุ าม การบวกและการลบเอกนาม การบวกและการลบพหุนาม การคูณพหนุ าม การหารพหุนามดวK ย
เอกนาม
โดยจัดประสบการณOหรือสรKางสถานการณOในชีวิตประจำวันที่ใกลKตัวใหKผูKเรียนไดKศึกษาคKนควKาโดยการ
ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแกKปbญหา การใหK
เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรO และนำประสบการณOดKานความรูK ความคิดทักษะและกระบวนการที่
ไดKไปใชKในการเรียนรูKสิ่งตCาง ๆ และใชKในชีวิตประจำวันอยCางสรKางสรรคO รวมทั้งเห็นคุณคCาและมีเจตคติที่ดีตCอ
คณิตศาสตรO สามารถทำงานอยCางเป^นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมี
ความเช่อื มั่นในตนเอง
การวัดและประเมินผล ใชKวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป^นจริงใหKสอดคลKองกับเนื้อหาและทักษะ
ที่ตอK งการวดั
ตัวชี้วดั
ค 1.1 ม.2/1, ม.2/2
ค 2.1 ม.2/1, ม.2/2
ค 2.2 ม.2/1, ม.2/3, ม.2/4
ค 3.1 ม.2/1
รวม 8 ตัวชี้วดั
32
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รหสั วชิ า ค22102 รายวิชา คณิตศาสตรQ 4 กล^มุ สาระการเรยี นรค1ู ณติ ศาสตรQ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปทd ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนว^ ยกิต
ศึกษา และฝ’กทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรOอันไดKแกC การแกKปbญหา การใหKเหตุผล การสื่อสาร
การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรO และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูKตCาง ๆ ทางคณิตศาสตรO และเชื่อมโยง
คณิตศาสตรOกับศาสตรOอ่นื ๆ และมคี วามคดิ ริเริ่มสรKางสรรคO ในสาระตอC ไปน้ี
สถติ (ิ 2) แผนภาพจุด แผนภาพตนK -ใบ ฮสิ โทแกรม คาC กลางของขKอมลู
ความเทา^ กันทกุ ประการ ความเทCากนั ทุกประการของรูปเรขาคณิต ความเทCากันทกุ ประการของรูป
สามเหลีย่ ม รูปสามเหล่ียมสองรปู ทส่ี มั พันธOกันแบบ ดKาน-มุม-ดKาน , มุม-ดKาน-มุม , ดKาน-ดKาน-ดาK น, มมุ -มมุ -ดาK น,
ฉาก-ดาK น-ดKาน การนำไปใชK
เส1นขนาน เสKนขนานและมุมภายใน เสKนขนานและมมุ แยKง เสนK ขนานและมุมภายนอกกับมมุ ภายในเสKน
ขนานและรปู สามเหลย่ี ม
การให1เหตผุ ลทางเรขาคณติ ความรKูพื้นฐานเกยี่ วกบั การใหเK หตุผลทางเรขาคณิต การสราK งและการใหK
เหตผุ ลเก่ียวกับการสรKาง การใหKเหตผุ ลเก่ียวกบั รูปสามเหลี่ยมและรปู ส่ีเหลยี่ ม
การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดกี รีสอง การแยกตัวประกอบของพหนุ ามโดยใชสK มบัติการแจกแจง การ
แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองตัวแปรเดยี ว การแยกตวั ประกอบของพหุนามดกี รสี องทเี่ ป^นกำลังสองสมบรู ณO
การแยกตวั ประกอบของพหุนามดีกรีสองทเี่ ปน^ ผลตCางของกำลงั สอง
โดยจัดประสบการณOหรือสรKางสถานการณOในชีวิตประจำวันที่ใกลKตัวใหKผูKเรียนไดKศึกษาคKนควKาโดยการ
ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกKปbญหา การใหKเหตุผล
การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรO และนำประสบการณOดKานความรูK ความคิด ทักษะกระบวนการที่ไดKไปใชKในการ
เรียนรูKสิ่งตCาง ๆ และใชKในชีวิตประจำวันอยCางสรKางสรรคO รวมทั้งเห็นคุณคCาและมีเจตคติที่ดีตCอคณิตศาสตรO
สามารถทำงานอยCางมีระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและมีความเชื่อมั่นใน
ตนเอง
การวัดและประเมินผล ใชKวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป^นจริงใหKสอดคลKองกับเนื้อหาและทักษะ
ทีต่ Kองการวัด
ตัวช้วี ัด
ค 1.1 ม.2/1, ม.2/2
ค 1.2 ม.2/1, ม.2/2
ค 2.2 ม.2/2, ม.2/5
รวม 6 ตวั ช้ีวัด
33
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
รหสั วชิ า ค23101 รายวชิ า คณิตศาสตรQ 5 กลุม^ สาระการเรยี นรค1ู ณติ ศาสตรQ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปdท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หน^วยกติ
ศึกษาและฝ’กทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรOอันไดKแกC การแกKปbญหา การใหKเหตุผล การสื่อสาร
การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรO และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูKตCางๆ ทางคณิตศาสตรOและเชื่อมโยง
คณิตศาสตรOกับศาสตรOอ่นื ๆ และมคี วามคดิ รเิ ร่มิ สรKางสรรคOในสาระตอC ไปนี้
อสมการเชิงเส1นตวั แปรเดยี ว แนะนำอสมการเชิงเสนK ตวั แปรเดยี วคำตอบของอสมการเชิงเสKนตวั แปร
เดยี ว
การแยกตัวประกอบของพหนุ ามที่มดี ีกรีสงู กวา^ สอง การแยกตัวประกอบของพหุนามท่มี ดี ีกรสี งู กวาC สอง
การแยกตวั ประกอบของพหุนามที่มดี กี รสี ูงกวCาสาม
สมการกำลังสองตวั แปรเดยี ว แนะนำสมการกำลังสองตวั แปรเดยี ว การแกสK มการกำลงั สองตัวแปรเดียว
ความคล1าย รปู เรขาคณิตทค่ี ลKายกนั รปู สามเหลี่ยมทีค่ ลKายกัน
กราฟของฟ[งกQชันกำลงั สอง แนะนำฟbงกOชนั กำลงั สอง กราฟของฟbงกชO นั กำลงั สอง
สถติ ิ แผนภาพกลCอง การอCานและแปลความหมายจากแผนภาพกลCอง
โดยจัดประสบการณOหรือสรKางสถานการณOในชีวิตประจำวันที่ใกลKตัวใหKผูKเรียนไดKศึกษาคKนควKาโดยการ
ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแกKปbญหา การใหK
เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรO และนำประสบการณOดKานความรูK ความคิดทักษะและกระบวนการที่
ไดKไปใชKในการเรียนรูKสิ่งตCางๆ และใชKในชีวิต ประจำวันอยCางสรKางสรรคO รวมทั้งเห็นคุณคCาและมีเจตคติที่ดีตCอ
คณิตศาสตรO สามารถทำงานอยCางเป^นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมี
ความเช่อื มนั่ ในตนเอง
การวัดและประเมินผล ใชKวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป^นจริงใหKสอดคลKองกับเนื้อหาและทักษะที่
ตKองการวดั
*บรู ณาการเน้อื หาเกย่ี วกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ( การนำเสนอขKอมลู ในรปู ของกราฟ )
ตวั ชี้วดั
ค 1.2 ม.3/2
ค 1.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ค 2.1 ม.3/1, ม.3/2
ค 2.2 ม.3/1
รวม 7 ตัวชว้ี ัด
34
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหสั วชิ า ค23102 รายวชิ า คณติ ศาสตรQ 6 กล^ุมสาระการเรียนรคู1 ณิตศาสตรQ
ชน้ั มัธยมศึกษาปdที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หน^วยกิต
ศึกษาและฝ’กทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรOอันไดKแกC การแกKปbญหา การใหKเหตุผล การสื่อสาร
การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรO และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูKตCางๆ ทางคณิตศาสตรOและเชื่อมโยง
คณติ ศาสตรOกับศาสตรOอ่นื ๆ และมีความคิดริเริ่มสรKางสรรคO ในสาระตCอไปน้ี
ระบบสมการเชิงเสน1 สองตวั แปร แนะนำระบบสมการเชิงเสKนสองตวั แปร การแกKระบบสมการเชิงเสนK
สองตวั แปร การแกKโจทยปO ญb หาโดยใชรK ะบบสมการเชิงเสนK สองตวั แปร
วงกลม มมุ ทีจ่ ดุ ศูนยกO ลางและมมุ ในสCวนโคงK ของวงกลม คอรOดของวงกลมเสนK สมั ผสั วงกลม
พีระมิด กรวย และทรงกลม ปริมาตรและพนื้ ที่ผิวของพีระมิด ปริมาตรและพื้นที่ผวิ ของกรวยปรมิ าตร
และพืน้ ท่ีผวิ ของทรงกลม
ความน^าจะเปhน โอกาสของเหตกุ ารณO ความนาC จะเป^น
อัตราสว^ นตรโี กณมติ ิ ความหมายของอตั ราสCวนตรโี กณมติ ิ อตั ราสวC นตรโี กณมิตขิ องมุมแหลม การนำ
อตั ราสCวนตรีโกณมิติไปใชใK นการแกปK ญb หา
โดยจัดประสบการณOหรือสรKางสถานการณOในชีวิตประจำวันที่ใกลKตัวใหKผูKเรียนไดKศึกษาคKนควKาโดยการ
ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแกKปbญหา การใหK
เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรO และนำประสบการณOดKานความรูK ความคิดทักษะและกระบวนการที่
ไดKไปใชKในการเรียนรูKสิ่งตCางๆ และใชKในชีวิตประจำวันอยCางสรKางสรรคO รวมทั้งเห็นคุณคCาและมีเจตคติที่ดีตCอ
คณิตศาสตรO สามารถทำงานอยCางเป^นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมี
ความเช่อื ม่ันในตนเอง
การวัดและประเมินผล ใชKวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป^นจริงใหKสอดคลKองกับเนื้อหาและทักษะ
ท่ตี Kองการวดั
* บูรณาการเน้ือหาเกี่ยวกับเขตเศรษฐกจิ พเิ ศษ ( สถติ แิ ละการวิเคราะหOขKอมูล )
ตัวชีว้ ดั
ค 1.2 ม.3/2
ค 1.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ค 3.1 ม.3/1
ค 3.2 ม.3/1
รวม 6 ตวั ชีว้ ดั
35
คำอธบิ ายรายวิชา
รายวิชาพน้ื ฐานกล^มุ สาระการเรยี นรว1ู ิทยาศาสตรแQ ละเทคโนโลยี
ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน1
รายวิชาพื้นฐาน
ว 21101 วิทยาศาสตรO 1 จำนวน 60 ชว่ั โมง
ว 21102 วิทยาศาสตรO 2 จำนวน 60 ชว่ั โมง
ว 22101 วิทยาศาสตรO 3 จำนวน 60 ชว่ั โมง
ว 22102 วทิ ยาศาสตรO 4 จำนวน 60 ชว่ั โมง
ว 23101 วิทยาศาสตรO 5 จำนวน 60 ชั่วโมง
ว 23102 วทิ ยาศาสตรO 6 จำนวน 60 ชั่วโมง
ว 21163 วทิ ยาการคำนวณ จำนวน 40 ชว่ั โมง
ว 21164 การออกแบบและเทคโนโลยี จำนวน 40 ชวั่ โมง
ว 22163 วทิ ยาการคำนวณ จำนวน 40 ชวั่ โมง
ว 22164 การออกแบบและเทคโนโลยี จำนวน 40 ชวั่ โมง
ว 23163 วทิ ยาการคำนวณ จำนวน 40 ชว่ั โมง
ว 23164 การออกแบบและเทคโนโลยี จำนวน 40 ช่วั โมง
โครงสร1างกลุ^มสาระการเรยี นรวู1 ิทยาศาสตรQและเทคโนโลยี
ระดับช้นั มัธยมศึกษาตอนตน1
กล^ุมรายวิชาพ้ืนฐาน
ท่ี รหสั วชิ า ชอ่ื วิชา ระดบั ชัน้ หนว^ ยกติ จำนวนชัว่ โมง
60
1 ว 21101 วิทยาศาสตรO 1 ม. 1 1.5 60
60
2 ว 21102 วทิ ยาศาสตรO 2 ม. 1 1.5 60
60
3 ว 22101 วิทยาศาสตรO 3 ม. 2 1.5 60
40
4 ว 22102 วทิ ยาศาสตรO 4 ม. 2 1.5 40
40
5 ว 23101 วทิ ยาศาสตรO 5 ม. 3 1.5 40
6 ว 23202 วทิ ยาศาสตรO 6 ม. 3 1.5 40
40
7 ว 21163 วิทยาการคำนวณ ม. 1 1.0
8 ว 21164 การออกแบบและเทคโนโลยี ม. 1 1.0
9 ว 22163 วิทยาการคำนวณ ม. 2 1.0
10 ว 22164 การออกแบบและเทคโนโลยี ม. 2 1.0
11 ว 23163 วทิ ยาการคำนวณ ม. 3 1.0
12 ว 23164 การออกแบบและเทคโนโลยี ม. 3 1.0
รหัสวิชา ว 21101 วทิ ยาศาสตรQ 36
ช้ันมธั ยมศึกษาปdที่ 1 ภาคเรียนที่ 1
คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
กล^มุ สาระการเรียนรว1ู ิทยาศาสตรแQ ละเทคโนโลยี
เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว^ ยกติ
ศกึ ษา วเิ คราะหO สมบตั ิทางกายภาพ ของธาตทุ ่เี ปน^ โลหะ อโลหะ ก่ึงโลหะ และธาตกุ มั มนั ตรงั สี
จดุ เดือด จุดหลอมเหลว ความหนาแนCน และใชKเคร่ืองมอื เพ่อื วดั มวลและปริมาตรของสารบริสทุ ธแ์ิ ละสาร
ผสม อะตอม ธาตุ และสารประกอบ โครงสราK งอะตอมทีป่ ระกอบดKวยโปรตอน นวิ ตรอน และอิเลก็ ตรอน การ
จดั เรียงอนภุ าคแรงยดึ เหนย่ี วระหวาC งอนุภาคและการเคล่ือนทข่ี องอนภุ าค พลังงานความรKอนกับการเปล่ียนสถานะ
ของสสาร เปรยี บเทียบรูปราC ง ลักษณะโครงสรKางและหนาK ทข่ี องเซลลOพชื และเซลลสO ัตวO การใชกK ลKองจุลทรรศนO
แบบใชKแสง ความสมั พันธรO ะหวCางรูปรCางกบั หนKาท่ขี องเซลลO การจดั ระบบสง่ิ มีชวี ิต กระบวนการแพรแC ละการ
ออสโมซิส ปbจจัยที่จำเป^น และความสำคญั ของกระบวนการสงั เคราะหOดวK ยแสง คณุ คCาของพืชท่มี ีตCอสงิ่ มชี ีวติ และ
สิ่งแวดลอK ม การลำเลยี งสารของไซเล็มและโฟลเอ็ม การสืบพันธOแุ บบอาศัยเพศและไมอC าศยั เพศ ลกั ษณะ
โครงสรKางดอก การถาC ยเรณู การปฏิสนธิ การเกิดผลและเมลด็ การกระจาย การงอกของเมล็ด การเลอื กใชKธาตุ
อาหารทมี่ ีผลตอC การเจรญิ เติบโตของพืช การขยายพนั ธพุO ชื ความสำคัญเทคโนโลยกี ารเพาะเล้ยี งเนื้อเยอื่ พชื
โดยใชกK ระบวนการทางวิทยาศาสตรO การสืบเสาะหาความรKู การสำรวจตรวจสอบ การสืบคนK ขอK มลู
บันทึก จดั กลมCุ ขKอมลู อธบิ าย อภิปรายและสราK งแบบจำลอง เพื่อใหKเกิดความรูK ความคิด ความเขาK ใจ สามารถ
นำเสนอสื่อสารสิ่งทเี่ รียนรKู มีความสามารถในการตัดสนิ โดยใชKหลกั ฐานเชิงประจักษOทไี่ ดKจากการสงั เกต การ
ทดลองแบบจำลอง และใชสK ารสนเทศท่ีไดจK ากแหลCงขKอมูลตาC งๆ เห็นคุณคCาของการนำความรไูK ปใชKประโยชนOใน
ชีวติ ประจำวนั มจี ติ วทิ ยาศาสตรO คณุ ธรรมจรยิ ธรรม และคCานิยมทีเ่ หมาะสม
รหสั ตัวชว้ี ดั
มาตรฐาน ว 1.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 , ม.1/8 , ม.1/9 , ม.1/10 ,
ม.1/11 , ม.1/12 , ม.1/13 , ม.1/14 , ม.1/15 , ม.1/16 , ม.1/17 , ม.1/18
มาตรฐาน ว 2.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 , ม.1/8 , ม.1/9 , ม.1/10
รวมท้ังหมด 28 ตัวช้วี ัด
37
รหัสวิชา ว 21102 วทิ ยาศาสตรQ คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปทd ่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 กล^มุ สาระการเรียนรูว1 ทิ ยาศาสตรแQ ละเทคโนโลยี
เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน^วยกติ
ศึกษา วเิ คราะหO คำนวณปริมาณความรอK นที่ทำใหสK สารเปล่ียนอุณหภูมแิ ละสถานะ การใชเK ทอรโO มมเิ ตอรO
การขยายตัวหรือหดตัว การถCายโอนความรKอน ปริมาณความรKอนที่ถCายโอนระหวCางสสารจนเกิดสมดุลความรKอน
การนำความรKอน การพาความรKอน การแผCรังสีความรKอน ความสัมพันธOความดันอากาศกับความสูงจากพื้นโลก
การแบCงชั้นบรรยากาศ องคOประกอบของลมฟhาอากาศ กระบวนการเกิดพายุ ฝนฟhาคะนองและพายุหมุนเขตรKอน
การพยากรณOอากาศ และผลกระทบและการปฏบิ ัติตนของการเปลีย่ นแปลงภมู อิ ากาศโลก
โดยใชKกระบวนการทางวิทยาศาสตรO การสืบเสาะหาความรูK การสำรวจตรวจสอบ การสืบคKนขKอมูล
บันทึก จัดกลุCมขKอมูล อธิบาย อภิปรายและสรKางแบบจำลอง เพื่อใหKเกิดความรูK ความคิด ความเขKาใจ สามารถ
นำเสนอส่อื สารสิง่ ท่เี รยี นรKู มคี วามสามารถในการตัดสนิ โดยใชKหลักฐานเชิงประจกั ษO
ทีไ่ ดKจากการสังเกต การทดลองแบบจำลอง และใชKสารสนเทศทไ่ี ดจK ากแหลCงขKอมลู ตาC งๆ เห็นคุณคาC ของ
การนำความรูKไปใชKประโยชนใO นชีวติ ประจำวนั มีจิตวทิ ยาศาสตรO คณุ ธรรมจรยิ ธรรม และคCานยิ มท่เี หมาะสม
รหสั ตวั ช้วี ดั ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7, ม.1/8 , ม.1/9 , ม.1/10
มาตรฐาน ว 2.1 ม.1/1
มาตรฐาน ว 2.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7
มาตรฐาน ว 3.2
รวมท้งั หมด 18 ตวั ชี้วัด
รหสั วิชา ว22101 วทิ ยาศาสตรQ 38
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปdท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1
คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
กลุ^มสาระการเรยี นรูว1 ทิ ยาศาสตรQและเทคโนโลยี
เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว^ ยกติ
ศึกษา วิเคราะหO โครงสรKางและหนKาที่ของระบบตCางๆ ในรCางกายมนุษยO ไดKแกC ระบบหายใจ ระบบ
ขับถCาย ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบประสาท ระบบสืบพันธุO และความสัมพันธOของระบบตCางๆ ของมนุษยO การ
แยกของผสมโดยการระเหยแหKง การตกผลึก การกลั่นอยCางงCาย โครมาโทกราฟsแบบกระดาษ การสกัดดKวยตัวทำ
ละลาย นำวิธีการการแยกสารไปใชKแกKปbญหาในชีวิตประจำวัน ผลของชนิดตัวละลาย ชนิดตัวทำละลาย อุณหภูมิ
และความดันที่มีตCอสภาพการละลายไดKของสาร ความเขKมขKนของสารและการใชKสารละลายในชีวิตประจำวันอยCาง
ถูกตKองและปลอดภัย โดยใชKกระบวนการทางวิทยาศาสตรO การสืบเสาะหาความรูK การสำรวจตรวจสอบ การ
สืบคKนขKอมูล บันทึก จัดกลุCมขKอมูล อธิบาย อภิปรายและสรKางแบบจำลอง เพื่อใหKเกิดความรูK ความคิด ความ
เขKาใจ สื่อสาร สิ่งที่เรียนรูK มีความสามารถในการตัดสิน โดยใชKหลักฐานเชิงประจักษOที่ไดKจากการสังเกต การ
ทดลอง และใชKสารสนเทศที่ไดKจากแหลCงขอK มลู ตCางๆ เห็นคุณคCาของการนำความรKูไปใชปK ระโยชนใO นชีวติ ประจำวนั
มจี ิตวิทยาศาสตรO คณุ ธรรมจรยิ ธรรม และคCานยิ มที่เหมาะสม
รหัสตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน ว 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3 ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10 ม.2/11,
ม.2/12, ม.2/13, ม.2/14, ม.2/15, ม.2/16, ม.2/17
มาตรฐาน ว 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4 ม.2/5, ม.2/6
รวมทั้งหมด 23 ตัวชีว้ ดั
39
รหสั วชิ า ว22102 วทิ ยาศาสตรQ คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ชั้นมธั ยมศึกษาปdท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 กล^ุมสาระการเรียนรูว1 ทิ ยาศาสตรQและเทคโนโลยี
เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนว^ ยกิต
ศึกษา วิเคราะหO แรงที่กระทำตCอวัตถุ ขนาดและทิศทางของแรง แรงลัพธOและผลของแรงลัพธOที่มีตCอวัตถุ
แรงกิริยาและแรงปฏิกิริยา แรงพยุงของของเหลว แรงเสียดทาน โมเมนตOของแรง การเคลื่อนที่ของวัตถุในแนวตรง
และแนวโคKง ความสัมพันธOระหวCางขนาดของแรงแมCเหล็ก แรงไฟฟhา และแรงโนKมถCวงที่กระทำตCอวัตถุกับระยะหCาง
จากแหลCงของสนามถึงวัตถุ อัตราเร็วและความเร็ว งานและพลังงาน หลักการทำงานของเครื่องกลอยCางงCาย
พลังงานศักยOและพลังงานจลนO การเปลี่ยนรูปพลังงาน กฎการอนุรักษOพลังงาน กระบวนการเกิด ลักษณะ และ
สมบัติของดิน การใชKและการปรับปรุงคุณภาพของดิน กระบวนการเกิด ลักษณะ และสมบัติของหิน ชนิด แหลCง
ที่พบ และประโยชนOของหิน วัฏจักรหิน ลักษณะและสมบัติทางกายภาพของแรC ชนิด แหลCงที่พบ และประโยชนO
ของแรC กระบวนการเกิดแรC แหลCงสำรวจในประเทศ และการใชKประโยชนOของป•โตรเลียม ถCานหิน กŽาซรรม
ชาติ ลักษณะและการเกิดแหลCงน้ำผิวดิน น้ำใตKดิน การใชKประโยชนOและการอนุรักษOแหลCงน้ำในทKองถิ่น ธรณีพิบัติ
ภัย ลักษณะโครงสรKางโลก ความสัมพันธOของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนเปลือก
โลก โดยใชKกระบวนการทางวิทยาศาสตรO การสืบเสาะหาความรูK การสำรวจตรวจสอบ การสืบคKนขKอมูล บันทึก
จดั กลCุมขKอมลู อธิบาย อภิปรายและสราK งแบบจำลอง เพอ่ื ใหKเกิดความรKู ความคดิ ความเขาK ใจ สือ่ สาร สิง่ ทเ่ี รียนรูK
มีความสามารถในการตัดสิน โดยใชKหลักฐานเชิงประจักษOที่ไดKจากการสังเกต การทดลอง และใชKสารสนเทศที่ไดK
จากแหลCงขKอมูลตCางๆ เห็นคุณคCาของการนำความรูKไปใชKประโยชนOในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตรO คุณธรรม
จรยิ ธรรม และคCานยิ มท่เี หมาะสม
รหัสตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ว 2.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3 ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10 ม.2/11,
ม.2/12, ม.2/13, ม.2/14, ม.2/15
มาตรฐาน ว 2.3 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4 ม.2/5, ม.2/6
มาตรฐาน ว 3.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3 ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10
รวมทงั้ หมด 31 ตัวช้วี ัด
40
คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
รหัสวชิ า ว 23101 วิทยาศาสตรแQ ละเทคโนโลยี กลม^ุ สาระการเรียนร1วู ิทยาศาสตรQและเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปdท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หน^วยกติ
ศึกษา วิเคราะหO สืบคKนขKอมูล และอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธOระหวCางยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซม
การถCายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเกิดจีโนไทป‘และฟsโนไทป‘ในรุCนลูก ความสําคัญของการแบCงเซลลOแบบ
ไมโทซสิ และไมโอซสิ โรคทางพันธุกรรม ประโยชนOและผลกระทบของส่งิ มชี วี ติ ดัดแปรพันธุกรรม
ทดลอง วิเคราะหO และอธิบายการเกิดคลื่นและสCวนประกอบของคลื่น คลื่นแมCเหล็กไฟฟhาและสเปกตรัม
ของคล่นื แมเC หล็กไฟฟhา ประโยชนOและอนั ตรายของคลื่นแมCเหลก็ ไฟฟhา ปรากฏการณOเกี่ยวกบั แสง การสะทKอนของ
แสงและการหกั เหของแสง การทํางานของทศั นอปุ กรณคO วามสวาC งและการมองเหน็
สืบคKนขKอมูลและอธิบายปรากฏการณOที่เกิดจากการโคจรของดาวเคราะหOรอบดวงอาทิตยOดKวยแรงโนKม
ถCวง การเกิดฤดู การเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตยO การเกิดขKางขึ้น ขKางแรม การเปลี่ยนแปลงเวลาขึ้นและตก
ของดวงจันทรO การเกิดน้ำขึ้น น้ำลง เทคโนโลยีอวกาศ โครงการสํารวจอวกาศ โดยใชKกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรO การสืบเสาะหาความรูK การสำรวจตรวจสอบ การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรOและ
ทักษะในศตวรรษที่ 21 การสืบคKนขKอมูล บันทึก จัดกลุCมขKอมูล และการอภิปราย เพื่อใหKเกิดความรูK ความคิด
ความเขKาใจ สามารถนำเสนอสื่อสารสิ่งที่เรียนรูK มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคCาของการนำไปใชK
ประโยชนใO นชวี ิตประจำวนั มีจติ วิทยาศาสตรO คุณธรรมจริยธรรม และคCานิยมที่เหมาะสม
ตวั ชี้วดั
ว 1.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8
ว 2.3 ม.3/10 ม.3/11 ม.3/12 ม.3/13 ม.3/14 ม.3/15 ม.3/16 ม.3/17 ม.3/18
ม.3/19 ม.3./20 ม.3/21
ว 3.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4
รวม 24 ตัวชี้วดั
รหสั วชิ า ว 23102 วทิ ยาศาสตรQ 41
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปdท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุ^มสาระการเรียนรวู1 ทิ ยาศาสตรQและเทคโนโลยี
เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนว^ ยกิต
ศึกษา วิเคราะหO สืบคKนขKอมูล และอธิบายปฏิสัมพันธOขององคOประกอบของระบบนิเวศ รูปแบบ
ความสัมพันธOของสิ่งมีชีวิต สายใยอาหาร การสะสมสารพิษในโซCอาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพ สมบัติทาง
กายภาพและการใชKประโยชนOจากวัสดุประเภทพอลิเมอรO เซรามิก และวัสดุผสม การเกิดปฏิกิริยาเคมี การเขียน
สมการขKอความ กฎทรงมวล การเปลี่ยนแปลงพลังงานความรKอนของปฏิกิริยา ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจําวัน
ประโยชนOและโทษของปฏิกิริยาเคมีที่มีตCอสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลKอม และแนวทางการแกKปbญหาที่เกิดจากปฏิกิริยา
เคมี
ศึกษา วิเคราะหO สืบคKนขKอมูล และอธิบายการวัดปริมาณทางไฟฟhา ความสัมพันธOระหวCางความตCาง
ศักยOไฟฟhา กระแสไฟฟhา และความตKานทานไฟฟhา วงจรไฟฟhาแบบอนุกรมและขนาน การทํางานของชิ้นสCวน
อิเล็กทรอนกิ สพO ืน้ ฐาน พลังงานไฟฟhาและกาํ ลงั ไฟฟาh คาC ไฟฟาh การใชKเครือ่ งใชไK ฟฟาh อยาC งประหยดั และปลอดภยั
โดยใชKกระบวนการทางวิทยาศาสตรO การสืบเสาะหาความรูK การสำรวจตรวจสอบ การพัฒนาทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรOและทักษะในศตวรรษที่ 21 การสืบคKนขKอมูล บันทึก จัดกลุCมขKอมูล และการอภิปราย
เพื่อใหKเกิดความรูK ความคิด ความเขKาใจ สามารถนำเสนอสื่อสารสิ่งที่เรียนรูK มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็น
คุณคCาของการนำไปใชKประโยชนใO นชวี ติ ประจำวนั มจี ติ วทิ ยาศาสตรO คณุ ธรรมจรยิ ธรรม และคCานิยมท่ีเหมาะสม
ตัวชี้วดั
ว 1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6
ว 1.3 ม.3/9 ม.3/10 ม.3/11
ว 2.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8
ว 2.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9
ตวั ชวี้ ัดรวม 26 ตวั ชีว้ ัด
42
คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
รหัสวชิ า ว 21163รายวิชา วิทยาการคำนวณ กลมุ^ สาระวทิ ยาศาสตรแQ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศึกษาปทd ่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว^ ยกิต
ศกึ ษาแนวคดิ เชงิ นามธรรม การคัดเลอื กคุณลักษณะทีจ่ ำเปน^ ตCอการแกปK ญb หา ขน้ั ตอนการ
แกKปbญหา การเขียนรหัสจำลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอยCางงCายที่มีการใชKงานตัวแปร
เงื่อนไข และการวนซ้ำ เพื่อแกKปbญหาทางคณิตศาสตรOหรือวิทยาศาสตรOการรวบรวมขKอมูลปฐมภูมิ การประมวลผล
ขKอมูล การสรKางทางเลือกและประเมินผลเพื่อตัดสินใจซอฟตOแวรOและบริการบนอินเทอรOเน็ตที่ใชKในการจัดการ
ขKอมูล แนวทางการใชKงานเทคโนโลยีสารสนเทศใหKปลอดภัย การจัดการอัตลักษณO การพิจารณาความเหมาะสม
ของเนือ้ หา ขอK ตกลงและขอK กำหนดการใชสK อื่ และแหลงC ขอK มลู
นําแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแกKปbญหา ไปประยุกตOใชKในการเขียนโปรแกรม หรือการแกKปbญหา
ในชีวิตจริง รวบรวมขKอมูลและสรKางทางเลือก ในการตัดสินใจไดKอยCางมีประสิทธิภาพและตระหนักถึงการใชKงาน
เทคโนโลยสี ารสนเทศอยาC งปลอดภยั เกิดประโยชนตO อC การเรียนรKู และไมสC ราK งความเสยี หายใหแK กผC Kอู นื่
รหสั ตัวช้ีวดั
ว. 4.2 วิทยาการคาํ นวณ
1. ออกแบบอลั กอริทึมทใ่ี ชแK นวคดิ เชิงนามธรรมเพ่อื แกปK ญb หาหรอื อธิบายการทาํ งานทพ่ี บในชวี ติ จริง
2. ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอยาC งงาC ย เพือ่ แกปK bญหาทางคณติ ศาสตรหO รอื วทิ ยาศาสตรO
3. รวบรวมขอK มลู ปฐมภูมิ ประมวลผล ประเมินผล นาํ เสนอขอK มลู และสารสนเทศ ตามวตั ถปุ ระสงคO
โดยใชซK อฟตแO วรหO รอื บรกิ ารบนอินเทอรเO นต็ ที่หลากหลาย
4. ใชเK ทคโนโลยสี ารสนเทศอยาC งปลอดภยั ใชสK อ่ื และแหลงC ขอK มลู ตามขอK กำหนดและขอK ตกลง
รวมท้งั หมด 4 ตัวชว้ี ัด
43
คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
รหสั วชิ า ว 21164 รายวิชา ออกแบบและเทคโนโลยี กลุม^ สาระวิทยาศาสตรแQ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปdท่ี 1 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หน^วยกิต
ศึกษาอธิบายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะหสO าเหตุหรอื ปจb จัยที่สงC ผลตอC การเปลีย่ นแปลงของ
เทคโนโลยี การทำงานของระบบทางเทคโนโลยี ประยกุ ตใO ชKความรKู ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะหO
เปรียบเทยี บและเลอื กขอK มลู ท่ีจำเป^นเพ่อื ออกแบบวธิ ีการแกKปญb หาในชีวติ ประจำวันในดKานการเกษตรและ
อาหาร และสราK งชิน้ งานหรอื พัฒนาวิธีการโดยใชKกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม รวมทงั้ เลอื กใชKวสั ดุ
อปุ กรณO เครื่องมอื ในการแกKปญb หาไดKอยCางถกู ตอK ง เหมาะสม และปลอดภัย
รหสั ตัวชีว้ ดั
ว. 4.1 การออกแบบและเทคโนโลยี
1. อธิบายแนวคดิ หลักของเทคโนโลยีในชวี ติ ประจำวันและวเิ คราะหสO าเหตหุ รอื ปbจจัยทสี่ CงผลตอC การ
เปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี
2. ระบุปbญหาหรือความตKองการในชีวติ ประจำวนั รวบรวม วิเคราะหขO Kอมลู และแนวคดิ ท่เี ก่ยี วขอK งกับ
ปbญหา
3. ออกแบบวธิ กี ารแกปK bญหา โดยวเิ คราะหOเปรียบเทยี บ และตดั สินใจเลอื กขKอมลู ทจ่ี ำเป^น นำเสนอ
แนวทางการแกปK ญb หาใหผK ูKอ่นื เขKาใจ วางแผนและดำเนินการแกปK ญb หา
4. ทดสอบ ประเมินผล และระบขุ KอบกพรCองท่ีเกิดข้ึน พรอK มทงั้ หาแนวทางการปรบั ปรุงแกไK ข และ
นำเสนอผลการแกKปbญหา
5. ใชKความรูแK ละทักษะเกี่ยวกับวสั ดุ อปุ กรณO เครอื่ งมือ กลไก ไฟฟhา หรืออิเลก็ ทรอนกิ สเO พอื่ แกKปbญหาไดK
อยาC งถูกตอK ง เหมาะสมและปลอดภยั
รวมทงั้ หมด 5 ตัวชี้วัด
44
คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
รหัสวิชา ว 22163 รายวิชา วทิ ยาการคำนวณ กลุ^มสาระวิทยาศาสตรแQ ละเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศกึ ษาปทd ี่ 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนว^ ยกติ
ศึกษาการออกแบบอัลกอริทึมที่ใชKแนวคิดเชิงคำนวณในการแกKปbญหา ศึกษาการออกแบบโปรแกรมที่ใชK
ตรรกะและฟbงกOชันในการแกKปbญหา การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใชKตรรกะและฟbงกOชัน การใชKแนวคิด
เชิงคำนวณในการออกแบบอัลกอริทึมในการแกKปbญหาไดKอยCางมีประสิทธิภาพ การเขียนโปรแกรมโดยใชKซอฟตOแวรO
scratch, python, java และ c เป^นตKน ศึกษาองคOประกอบและหลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอรO ตลอดจน
ใชเK ทคโนโลยีสารสนเทศอยาC งปลอดภัย และมคี วามรับผิดชอบตระหนกั ถึงผลกระทบในดาK นตCางๆ
โดยอาศยั กระบวนการเรียนรูKโดยใชKเป^นหาเปน^ ฐาน (Problem-based Learning) และการเรียนรKูแบบใชK
โครงงานเป^นฐาน (Project-based Learning) เพือ่ เนนK ใหKผูKเรยี นไดลK งมือปฏบิ ตั ิ ฝก’ ทักษะการคิด เผชญิ
สถานการณOการแกปK bญหาวางแผนการเรียนรKู ตรวจสอบการเรียนรKู และนำเสนอผาC นการทำกิจกรรมโครงงาน
เพ่ือใหเK กิดทักษะ ความรKู ความเขKาใจ และทกั ษะในการวิเคราะหOโจทยปO ญb หา จนสามารถนำเอาแนวคิดเชิงคำนวณ
มาประยุกตใO ชใK นการสราK งโครงงานไดK
เพื่อใหKผูKเรียนมีความรูKความเขKาใจ การนำขKอมูลปฐมภูมิเขKาสูCระบบคอมพิวเตอรO วิเคราะหO ประเมิน
นำเสนอขKอมูลและสารสนเทศ ไดKตามวัตถุประสงคO ใชKทักษะการคิดเชิงคำนวณในการแกKปbญหาที่พบในชีวิตจริง
และเขียนโปรแกรมอยCางงCาย เพื่อชCวยในการแกKปbญหา ใชKเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอยCางรูKเทCาทันและ
รับผิดชอบตCอสังคม ตลอดจนนำความรูKความเขKาใจในวิชาวิทยาศาสตรO และเทคโนโลยีไปใชKใหKเกิดประโยชนOตCอ
สังคม และการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแกKปbญหาและการ
จัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป^นผูKที่มีจิตวิทยาศาสตรO มีคุณธรรม จริยธรรม
และคCานิยมในการใชKวิทยาศาสตรแO ละเทคโนโลยอี ยาC งสราK งสรรคO
รหัสตวั ชี้วดั
ว 4.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
รวมทั้งหมด 4 ตวั ช้ีวัด
45
คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
รหสั วชิ า ว 22164 รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี กล^ุมสาระวิทยาศาสตรแQ ละเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศึกษาปdที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว^ ยกิต
ผูKเรียนจะไดKรับการพัฒนาใหKมีความรKูความเขKาใจ ในกระบวนการเทคโนโลยีประกอบดKวยกำหนด ปbญหา
หรอื ความตอK งการรวบรวC มขKอมูลเลือกวธิ ีการออกแบบและปฏบิ ตั ิการ ทดสอบ ปรบั ปรุงแกไK ขและประเมนิ ผล
ใชKกระบวนการเทคโนโลยีในการแกKปbญหาหรือสนองความตKองการในการสรKางสิ่งของเครื่องใชKหรือ วิธีการ
ใชKความรูKเกี่ยวกับกลไกและการควบคุม ไฟฟhา - อิเล็กทรอนิกสOโดยถCายทอดความคิดเป^นภาพ 3 มิติหรือ ภาพฉาย
เพื่อนำไปสCูการสรKางตKนแบบของสิ่งของเครื่องใชK หรือถCายทอดความคิดของวิธีการเป^นแบบจำลองความคิด และ
รายงานผล มีความคิดสรKางสรรคOไดKแกC ความคิดริเริ่ม ความคิดคลCอง ความคิดยืดหยุCน และความคิดละเอียดลออ
ในการแกปK bญหาหรือสนองความตอK งการในงานท่ีผลิตเอง
สามารถเลือกใชKเทคโนโลยีอยCางสรKางสรรคOตCอชีวิต สังคม สิ่งแวดลKอม และมีการจัดการเทคโนโลยีดKวย
การลดการใชKทรัพยากรหรือใชKเทคโนโลยีที่ไมCมีผลกระทบตCอสิ่งแวดลKอม ซึ่งเป^นสCวนหนึ่งของการจัดการเทคโนโลยี
ดKวยเทคโนโลยสี ะอาดรวมถึงการใชKพลงั งานหมนุ เวียนซึง่ เป^นสวC นหนงึ่ ของการลดการใชKทรัพยากร
ตัวชี้วดั
ว4.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 , ม.2/5
รวม 5 ตวั ชว้ี ดั
46
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
รหัสวชิ า ว 23163 รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ กลุ^มสาระวทิ ยาศาสตรแQ ละเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศึกษาปdที่ 3 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน^วยกิต
ศึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนการพัฒนาแอปพลิเคชัน ใชKซอฟตOแวรOที่ใชKในการพัฒนาแอปพลิเคชัน
เชCน Scratch,python,java,c,Applnventor บูรณาการกับวิชาอื่นอยCางสรKางสรรคO การรวบรวมขKอมูลจาก
แหลCงขKอมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ ประมวลผล สรKางทางเลือก ประเมินผล การใชKสารสนเทศในการแกKปbญหาและ
การตัดสินใจ การใชKซอฟตOแวรOหรือบริการบนอินเตอรOเน็ตที่หลากหลาย การประเมินความนCาเชื่อถือของขKอมูล การ
สืบคKนหาแหลCงตKนตอของขKอมูล ผลกระทบและการรูKเทCาทันขCาวสาร การใชKเทคโนโลยีสารสนเทศอยCางปลอดภัย
และมคี วามรบั ผดิ ชอบ กฎหมายเก่ียวกบั คอมพวิ เตอรO และการใชลK ขิ สิทธิข์ องผูอK ่ืนโดยชอบธรรม
โดยอาศยั กระบวนการเรยี นรKูโดยใชเK ป^นหาเปน^ ฐาน (Problem-based Learning) และการเรยี นรแKู บบใชK
โครงงานเป^นฐาน (Project-based Learning) เพื่อเนKนใหผK ูKเรียนไดลK งมือปฏบิ ัติ ฝ’กทักษะการคิด เผชญิ
สถานการณกO ารแกปK bญหาวางแผนการเรยี นรKู ตรวจสอบการเรียนรKู และนำเสนอผCานการทำกจิ กรรมโครงงาน
เพื่อใหเK กิดทกั ษะ ความรKู ความเขKาใจ และทักษะในการวิเคราะหOโจทยOปbญหา จนสามารถนำเอาแนวคดิ เชิงคำนวณ
มาประยุกตOใชKในการสรKางโครงงานไดK
เพื่อใหKผูKเรียนมีความรูKความเขKาใจ การนำขKอมูลปฐมภูมิเขKาสูCระบบคอมพิวเตอรO วิเคราะหO ประเมิน
นำเสนอขKอมูลและสารสนเทศ ไดKตามวัตถุประสงคO ใชKทักษะการคิดเชิงคำนวณในการแกKปbญหาที่พบในชีวิตจริง
และเขียนโปรแกรมอยCางงCาย เพื่อชCวยในการแกKปbญหา ใชKเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอยCางรูKเทCาทันและ
รับผิดชอบตCอสังคม ตลอดจนนำความรูKความเขKาใจในวิชาวิทยาศาสตรO และเทคโนโลยีไปใชKใหKเกิดประโยชนOตCอ
สังคม และการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแกKปbญหาและการ
จัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป^นผูKที่มีจิตวิทยาศาสตรO มีคุณธรรม จริยธรรม
และคCานยิ มในการใชวK ทิ ยาศาสตรOและเทคโนโลยอี ยาC งสราK งสรรคO
รหัสตวั ชวี้ ัด
ว 4.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวมทง้ั หมด 4 ตวั ชว้ี ัด