รหัสวิชา ศ 23101 ดนตรพี ืน้ ฐาน 97
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปdท่ี 3 ภาคเรียนที่ 1
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุ^มสาระการเรยี นรู1 ศิลปะ
เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หน^วยกิต
ศึกษา วิเคราะหO วิพากษOวิจารณO อCานเขียน รKองโนKตไทยและโนKตสากล ระบุประเภทของวงดนตรีไทยและ
วงดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมตCาง ๆ เปรียบเทียบเสียงรKองและเสียง ของเครื่องดนตรีที่มาจากวัฒนธรรม ที่ตCางกัน
บทบาทความสัมพันธOและอิทธิพลของดนตรีที่มีตCอสังคมไทย อิทธิพลของนักแสดงที่มีผลตCอการโนKมนKาวอารมณO
หรอื ความคิดของผูKชม เสียงรอK งและเสียงของเครอื่ งดนตรที ีม่ าจาวัฒนธรรมทต่ี Cางกนั เปรยี บเทยี บอารมณคO วามรสูK กึ
ในการฟbงดนตรีแตCละประเภท แสดงความคิดเห็นที่มีตCออารมณOของบทเพลงที่มีความเร็วของจังหวะ และความดัง
- เบาแตกตCางกัน สามารถอCาน เขียน รKองโนKตไทยและสากล รKองเพลงและใชKเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการรKอง
เพลงดKวยบทเพลงที่หลากหลายรูปแบบ ใชKและบำรุงรักษาเครื่องดนตรีอยCางระมัดระวัง สรKางสรรคOกิจกรรมการ
แสดงที่สนใจโดยแบCงฝgายและหนKาที่ใหKจัดเจน นำเสนอตัวอยCางเพลงที่ตนเองชื่นชอบ อภิปรายลักษณะเดCนที่ทำใหK
งานนั้นนCาชื่นชม ประเมินคุณภาพงานดนตรีหรือเพลงที่ฟbง ระบุความหลากหลายขององคOประกอบดนตรีใน
วฒั นธรรมตาC งกนั
โดยใชKทักษะกระบวนการคิด ทักษะกระบวนการแกKปbญหา ทักษะกระบวนการใชKชีวิต ทักษะ กระบวนการ
สื่อสาร และทักษะกระบวนการใชKเทคโนโลยี เพื่อใหKมีความรูKความเขKาใจ กลKาคิด กลKาแสดงออกทางศิลปะอยCาง
สรKางสรรคO เห็นคุณคCา ซื่อสัตยOสุจริต มีวินัย ใฝgเรียนรูK อยูCอยCางพอเพียง มุCงมั่นในการทำงาน รักชาติ ศาสนO กษัตริยO
รักความเป^นไทย มจี ติ สาธารณะ และสามารถประยุกตใO ชKในชีวติ ประจำวัน
ตวั ชีว้ ัด
ศ 2.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม1/7 ม.1/8 ม1/9
ศ 2.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/6
รวมท้งั หมด 12 ตัวชว้ี ดั
98
รายวิชาเพิม่ เตมิ
กลมุ; สาระการเรยี นรู@ศลิ ปะ
รายวิชาเพม่ิ เติม ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน@
ศ 21204 ดนตรี จำนวน 60 ชัว่ โมง
ศ 22208 ศิลปะลายเสKน 1 จำนวน 60 ชวั่ โมง
ศ 23208 ดนตรีพ้นื บKาน จำนวน 40 ชั่วโมง
โครงสร1างหลักสูตรกลุม^ สาระการเรยี นรศู1 ิลปะ
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน1
กลม^ุ รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ชือ่ วิชา ระดับช้นั หนว^ ยกติ จำนวนชัว่ โมง
ที่ รหสั วิชา ดนตรี ม.1 1.5 40
1 ศ 21204
ศิลปะลายเสKน 1 ม.2 0.5 20
2 ศ 22208 ดนตรีพน้ื บาK น ม.3 1.0 40
3 ศ 23208
รหสั วิชา ศ 21204 ดนตรเี พ่ิมเตมิ 99
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปdท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
กลม^ุ สาระการเรยี นรู1 ศิลปะ
เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว^ ยกติ
ศึกษาเพื่อใหKมีความรูKความเขKาใจลักษณะและประเภทของเพลงพื้นบKานในรูปแบบตCางๆ อัตราจังหวะของ
เพลงพื้นบKาน สามารถจำแนกความแตกตCางของบทเพลงจากความรูKสึกในการรับรูK หลักการฟbงเพลงและดนตรี การ
ประพันธOเพลงไทยแบบงาC ย ๆ หลักการขับรKองเพลงไทย ปฏบิ ัตกิ ารขบั รอK งเพลงพน้ื บาK นในหลาย ๆ รปู แบบ
ผลการเรียนรู1
1. เขKาใจและสามารถจำแนกประเภทของเพลงพืน้ บKานในรูปแบบตCางๆไดK
2. เขาK ใจอตั ราจงั หวะของเพลงพนื้ บKานในรปู แบบตCาง ๆ
3. หลกั การฟงb เพลงและดนตรี
4. หลักการประพนั ธเO พลงพน้ื บKาน
5. การปฏิบตั ิขบั รอK งเพลงพ้ืนบาK น
รวมทัง้ หมด 5 ผลการเรียนรู1
100
คำอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
รหสั วชิ า ศ 22208 ศลิ ปะลายเส1น 1 เพมิ่ เติม กลมุ^ สาระการเรยี นรู1ศิลปะ
ชั้นมธั ยมศึกษาปทd ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หน^วยกิต
ศกึ ษาคนK ควาK วิเคราะหO วิจารณO ศิลปะ ประวัติศาสตรชO าตไิ ทย ตามความเช่ือทางวฒั นธรรม ศาสนาสงั คม
โดยกระบวนการคดิ ไกล คิดแหวกแนว และสราK งสรรคOงาน ดKวยการบรู ณาการ สื่อวัสดอุ ปุ กรณO และทางเทคโนโลยี
อยาC งเหมาะสม มคี วามช่ืนชมและเหน็ คณุ คาC นำไปใชใK นชวี ติ ประจำวัน เกิดความชื่นชมเห็นคณุ คาC ความงาม ความ
ภาคภมู ใิ จในมรดกทางวฒั นธรรม วฒั นธรรมในทKองถิ่นและภมู ิปญb ญาไทย
ผลการเรียนร1ู
1. อภปิ รายเกย่ี วกบั ทศั นธาตใุ นดKานรูปแบบ และแนวคิดของงานทศั นศลิ ปท‘ ี่เลือกมา
2. บรรยายเกี่ยวกบั ความเหมอื นและความแตกตาC งของรปู แบบการใชวK ัสดอุ ปุ กรณOในงาน
ทัศนศิลปข‘ องศลิ ปน•
3. วาดภาพดKวยเทคนิคท่หี ลากหลาย ในการสือ่ ความหมายและเรอ่ื งราวตาC ง ๆ
4. สราK งเกณฑOในการประเมนิ และวิจารณงO านทัศนศลิ ป‘
5. นำผลการวจิ ารณOไปปรับปรงุ แกไK ขและพฒั นางาน
6. วาดภาพแสดงบคุ ลิกลกั ษณะ ของตัวละคร
7. บรรยายวิธีการใชงK านทศั นศิลป‘ ในการโฆษณาเพื่อโนมK นาK วใจ และนำเสนอตัวอยCางประกอบ
รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรยี นร1ู
101
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
รหสั วชิ า ศ 23208 ดนตรพี ้นื บา1 น เพม่ิ เตมิ กลุม^ สาระการเรียนร1ู ศิลปะ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปทd ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน^วยกติ
ศึกษาเพื่อใหKมีความรูKความเขKาใจเปรียบเทียบองคOประกอบที่ใชKในงานดนตรีและงานศิลปะอื่นนำเสนอ
หรือจัดการแสดงดนตรีที่เหมาะสม โดยการบูรณาการกับสาระการเรียนรูKอื่นในกลุCมศิลปะ รKองเพลง เลCนดนตรี
เดี่ยว และรวมวง โดยเนKนเทคนิคการรKอง การเลCน การแสดงออก และคุณภาพสียง อธิบายเหตุผลในการเลือกใชK
องคOประกอบดนตรี ในการสรKางสรรคOงานดนตรีของตนเอง การนำความรูKแลหลักการทางดนตรีมาใชKกับวิชาอ่ืน
และชวี ติ ประจำวัน
ผลการเรยี นร1ู
1. เปรยี บเทียบองคปO ระกอบทีใ่ ชKในงานดนตรแี ละงานศลิ ปะอื่น
2. นำเสนอ หรอื จัดการแสดงดนตรีที่เหมาะสม โดยการบูรณาการกับสาระการเรียนรอKู นื่
ในกลุCมศิลปะ
3. รKองเพลง เลนC ดนตรเี ดย่ี ว และรวมวง โดยเนKนเทคนคิ การรอK ง การเลนC การแสดงออก
และคณุ ภาพสยี ง
4. อธบิ ายเหตุผลในการเลอื กใชKองคปO ระกอบดนตรี ในการสรKางสรรคOงานดนตรขี องตนเอง
5. นำความรแูK ละหลกั การทางดนตรมี าใชKกบั วิชาอื่น และชีวิตประจำวนั
รวมทง้ั หมด 5 ผลการเรียนร1ู
102
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชาพ้นื ฐานกลุม^ สาระการเรยี นรกู1 ารงานอาชีพ
ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนต1น
รายวชิ าพน้ื ฐาน
ง 21101 การงานอาชพี 1 จำนวน 20 ชว่ั โมง
ง 21102 การงานอาชีพ 2 จำนวน 20 ช่วั โมง
ง 22101 การงานอาชีพ 3 จำนวน 20 ชั่วโมง
ง 22102 การงานอาชพี 4 จำนวน 20 ชว่ั โมง
ง 23101 การงานอาชีพ 5 จำนวน 20 ชว่ั โมง
ง 23102 การงานอาชพี 6 จำนวน 20 ชั่วโมง
โครงสร1างหลักสูตรกลม^ุ สาระการเรียนรู1การงานอาชพี
ระดับมัธยมศึกษาตอนตน1
กลม^ุ รายวิชาพนื้ ฐาน ชอื่ วชิ า ระดบั ชัน้ หนว^ ยกติ จำนวนช่วั โมง
ท่ี รหัสวิชา การงานอาชพี 1 ม.1 0.5 20
1 ง 21101
การงานอาชพี 2 ม.1 0.5 20
2 ง 21102 การงานอาชีพ 3 ม.2 0.5 20
3 ง 22101 การงานอาชีพ 4 ม.2 0.5 20
4 ง 22102
การงานอาชพี 5 ม.3 0.5 20
5 ง 23101 การงานอาชพี 6 ม.3 0.5 20
6 ง 23102
103
รหสั วิชา ง21101 การงานอาชีพ 1 คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
ช้ัน มธั ยมศึกษาปทd ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1
กลุ^มสาระการเรียนรูก1 ารงานอาชีพ
เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว^ ยกิต
ศึกษาวิเคราะหOขั้นตอนการทำงานตามกระบวนการทำงานตามลำดับขั้นตอนที่วางแผนไวKในการจัดและ
ตกแตCงหKอง การใชKอุปกรณOอำนวยความสะดวกในการทำงานบKาน รูKจักวางแผนการทำงานเป^นกลุCม โดยใชKทักษะ
กระบวนการกลุCมในการทำงานรCวมกันดKวยความเสียสละในการเตรียม ประกอบ จัด ตกแตCง และบริการอาหาร
การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การประดิษฐOของใชK ของตกแตCงจากวัสดุทKองถิ่น สามารถตัดสินใจแกKปbญหาการ
ทำงานอยCางมีเหตุผลในการจัดสวนในภาชนะ ซCอมแซมอุปกรณO เครื่องมือ เครื่องใชK พรKอมทั้งแสวงหาความรูK เพ่ือ
นำมาประเมนิ ผลงาน ปรบั ปรงุ และนำมาเป^นแนวทางในการสรKางและเลอื กอาชีพทสี่ ุจริต
เพื่อใหKเกิดความตระหนัก และเห็นคุณคCาของการทำงาน สามารถนำความรูKไปประยุกตOใชKในชีวิตประจำวัน
มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจริยธรรม คุณธรรม และคCานิยมที่เหมาะสม ทั้งมีจิตสำนึกในการใชKพลังงาน
ทรพั ยากรและสิ่งแวดลKอม
ตวั ชว้ี ัด
ง 1.1 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3
ง 2.1 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3
รวมท้ังหมด 6 ตัวชี้วัด
104
คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
รหสั วิชา ง 21102 การงานอาชพี 2 กล^ุมสาระการเรยี นรู1การงานอาชพี
ช้ัน มธั ยมศึกษาปdท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หน^วยกิต
โดยเนKนผูKเรียนจะตKองศึกษาและไดKรับการฝ’กฝนในงานตามหัวขKอตCอไปน้ี ความหมาย ความสำคัญ
ประโยชนO หลักการ วิธีการ ขั้นตอนกระบวนการการทำงานการจัดการ สามารถทำงานบKานและประเมินผลการ
ทำงานบKาน การเลือกใชKซCอมแซมดัดแปลง เก็บบำรุงรักษาเครื่องมือ เครื่องใชKงานบKาน การปรับแนวคิดใหมCๆ ใน
การทำงานบKานการทำงานบKานดKวยความรับผิดชอบ ขยัน ซื่อสัตยO ประหยัด อดออม มุCงมั่นอดทน การใชKพลังงาน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลKอมในการทำงานบKานอยCางคุKมคCาถูกวิธีการวิเคราะหO วางแผนการดำเนินงานบKาน
ปฏิบัติงานตามแผน ประเมินและการปรับปรุง การดำเนินงานบKาน การทำงานบKานในฐานะผูKนำ มาชิกกลุCมและใชK
วิธีการที่หลากหลายในการสรKางสัมพันธภาพที่ดีของกลุCม การวิเคราะหOสังเคราะหO ขKอมูลเกี่ยวกับการทำงานบKาน
จากแหลCงความรูKตCาง ๆ การวิเคราะหOปbญหาสาเหตุของปbญหา สรKางทางเลือกที่หลากหลายในการแกKปbญหาตาม
แนวทางที่เลือก ความมุCงมั่นทำงานจนสำเร็จ เห็นคุณคCาของการทำงาน ทำงานบKานอยCางมีความสุขมีกิจนิสัยการ
ทำงานดKวยความประณีต รอบคอบ ปลอดภัย และสะอาด ความรูKทักษะในงานอาชีพสุจริตเกี่ยวกับงานบKานและ
ทำงานอยCางมีคุณภาพ ประโยชนOของเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับงานบKานหรือวิธีการทดสอบ ปรับปรุงแกKไข ประเมินผล
และเสนอแนวคิด เห็นผลงานของผูKอื่น การเปรียบเทียบผลิตภัณฑOที่เกี่ยวกับงานบKานหรือวิธีการที่ไดKจากเทคโนโลยี
ตCาง ๆ ที่ใชKในประเทศดKานคุณภาพ รูปแบบวัสดุ ความสะดวกในการใชK ความคุKมคCา ตัดสินใจและเลือกใชK ความ
คุKมคCา ตัดสินใจและเลือกใชKเทคโนโลยีที่มีผลตCอชีวิตสังคม และสิ่งแวดลKอมในทางสรKางสรรคO มีเจคติที่ดีตCอการนำ
เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับงานบKานมาใชKการเป^นผูKผลิตมากกวCาผูKบริโภคการวางแผนเลือกและใชKเทคโนโลยีอยCาง
สราK งสรรคOและเหมาะสมกับงานบKาน
ตัวชว้ี ัด ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3
ง 1.1 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3
ง 2.1
รวมทั้งหมด 6 ตวั ชี้วดั
รหสั วิชา ง22101 การงานอาชีพ 3 105
ชัน้ มัธยมศึกษาปdที่ 2 ภาคเรียนที่ 1
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุม^ สาระการเรยี นรูก1 ารงานอาชพี
เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1 หน^วยกติ
ศึกษา คKนควKา รวบรวม สังเกต สำรวจ บันทึก และแสวงหาความรูK เพื่อใชKในการพัฒนาการทำงาน การจัด
และตกแตCงบKาน การดูแลรักษาและตกแตCงสวน การจัดการผลผลิต โดยใชKทักษะกระบวนการแกKปbญหาในการ
ทำงาน การเตรียม ประกอบ จัด ตกแตCง และบริการเครื่องดื่ม การประดิษฐOของใชK ของตกแตCงจากวัสดุในโรงเรียน
หรือทKองถิ่น การเลี้ยงสัตวOในบริเวณบKาน มีจิตสำนึกและใชKทรัพยากรอยCางประหยัด คุKมคCา เลือกใชKเทคโนโลยี
อยCางสรKางสรรคOตCอชีวิต สังคม สิ่งแวดลKอม และมีการจัดการเทคโนโลยีดKวยการลดการใชKทรัพยากรหรือเลือกใชK
เทคโนโลยีที่ไมCมีผลกระทบตCอสิ่งแวดลKอม การเสริมสรKางประสบการณOอาชีพ การเตรียมตัวเขKาสูCอาชีพ และมีทักษะ
พื้นฐานทีจ่ ำเป^นสำหรับการประกอบอาชพี ทนี่ าC สนใจ
เพื่อใหKเกิดความตระหนัก และเห็นคุณคCาของการทำงาน สามารถนำความรูKไปประยุกตOใชKในชีวิตประจำวัน
มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจริยธรรม คุณธรรม และคCานิยมที่เหมาะสม และมีจิตสำนึกในการใชKพลังงาน
ทรัพยากร และสิง่ แวดลอK ม
ตัวชี้วดั
ง 1.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3
ง 2.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3
รวมทงั้ หมด 6 ตวั ชี้วัด
106
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
รหัสวชิ า ง 22102 การงานอาชีพ 4 กล^ุมสาระการเรยี นรก1ู ารงานอาชีพ
ช้นั มธั ยมศึกษาปทd ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ช่วั โมง จำนวน 1 หน^วยกิต
ผูKเรียนศึกษา ปฏิบัติ รวมถึงแสวงหาความรูKจากแหลCงเรียนรูKตCาง ๆ เกี่ยวกับ การประดิษฐOของใชKและของ
ตกแตCงจากวัสดุในทKองถิ่นอยCาง มีความคิดสรKางสรรคO ความรูKทั่วไปเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตวOและการเลี้ยงสัตวOตาม
แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความรูKเกี่ยวกับการจัดการผลผลิตตั้งแตCการผลิต จำหนCาย จนถึงการขนสCงไปยัง
ลูกคKา มีความรูKดKานทักษะที่จำเป^นตCอการทำงานในอาชีพตCาง ๆโดยการเรียนรูKดKวยการทำงานเป^นกลุCม ทำงานดKวย
การวางแผนอยาC งมขี ัน้ ตอน มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และระเบยี บวนิ ยั ในการทำงาน
ตวั ชี้วัด
ง 1.1 ม.1/1, ม.1/2 , ม.1/3
ง 2.1 ม.2/3
รวมทงั้ หมด 4 ตัวช้วี ัด
รหัสวชิ า ง 23101 การงานอาชพี 5 107
ช้ันมัธยมศึกษาปทd ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 1
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กล^ุมสาระการเรียนรก1ู ารงานอาชีพ
เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1 หนว^ ยกติ
ศึกษา และเรียนรูKทักษะการทำงานรCวม โดยคำนึงถึงการใชKทรัพยากรอยCางประหยัดและคุKมคCา ตัดเย็บ
ซCอมแซม ดูแลรักษาเสื้อผKาอยCางถูกวิธีโดยใชKทักษะกระบวนการแกKปbญหาในการทำงาน จัดเตรียมอาหารประเภท
สำรับ และจัดตกแตCงอยCางสวยงาม มีความรอบรูKการขยายพันธุOพืช งานชCาง การประดิษฐOบรรจุภัณฑOจากวัสดุ
ธรรมชาติ และมีจิตสำนกึ และใชKทรพั ยากรอยาC งประหยดั และคุมK คาC เป^นธรรมในการทำงาน
อภิปรายการหางานดKวยวิธีที่หลากหลาย วิเคราะหOแนวทางเขKาสูCอาชีพ และสามารถประเมินทางเลือกใน
การประกอบอาชีพที่สอดคลKองกับความรูK ความถนัด และความสนใจของตนเอง เพื่อการเสริมสรKางประสบการณO
อาชีพ การเตรียมตวั เขKาสอูC าชพี และมีเจตคตทิ ี่ดีตอC อาชีพ
เพ่อื ใหเK กิดความตระหนกั และเห็นคณุ คาC ของการทำงาน สามารถนำความรKไู ปประยกุ ตใO ชKในชวี ิตประจำวัน
มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจริยธรรม คุณธรรม และคCานิยมที่เหมาะสม และมีจิตสำนึกในการใชKพลังงาน
ทรัพยากร และส่งิ แวดลKอม
ตวั ช้ีวัด
ง 1.1 ม.3/1, ม.3.2, ม.3/3
รวมท้ังหมด 3 ตัวช้ีวัด
รหสั วิชา ง 23102 การงานอาชพี 6 108
ช้ันมัธยมศกึ ษาปทd ่ี 3 ภาคเรียนที่ 2
คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลม^ุ สาระการเรียนรู1การงานอาชีพ
เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1 หน^วยกิต
ศึกษา สืบคKนขKอมูล วิเคราะหO ลักษณะอาชีพ อธิบายเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ ประเภทธุรกิจ สภาพ
การประกอบอาชีพในชุมชน การเลือกอาชีพเพื่อการปฏิบัติงาน การจัดทำโครงงานอาชีพ บันทึกการ
ปฏิบัติงาน ขั้นตอนการปฏิบัติงาน กระบวนการผลิตและจัดจำหนCายหรือใหKบริการ ทำบัญชีรับ-จCาย ประเมินผล
การปฏิบตั ิงาน ปรบั ปรงุ การปฏิบัตงิ าน และการนำเสนอโครงงาน
เพื่อใหKผูKเรียนเขKาใจและมีทักษะเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ ธุรกิจ เลือกและจัดการงานอาชีพที่สุจริต มี
คุณธรรม ทำโครงงานอาชีพเพื่อใหKไดKงานที่มีประสิทธิภาพถูกตKองตามกระบวนการ มีเจตคติที่ดีตCองานอาชีพ มี
การทำงานเปน^ กลุCมรCวมคดิ ทำ แกKปbญหาและจดั การ เพื่อดำรงชวี ติ และครอบครัว
ตวั ชี้วดั
ง 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ง 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
รวมทัง้ หมด 6 ตัวชีว้ ัด
109
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชาเพมิ่ เติมกลมุ^ สาระการเรยี นรกู1 ารงานอาชีพ
ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน1
รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ขนมไทย จำนวน 60 ชั่วโมง
ง 21209 เกษตรอนิ ทรียO จำนวน 20 ช่วั โมง
ง 23213 ไสเK ดือนและการทำปุยª หมกั จำนวน 20 ชว่ั โมง
ง 23214
โครงสรา1 งหลกั สูตรกลม^ุ สาระการเรียนร1ูการงานอาชีพ
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน1
กลุ^มรายวชิ าเพ่ิมเติม ช่อื วิชา ระดบั ชน้ั หน^วยกติ จำนวนช่วั โมง
ขนมไทย ม.1 1.5 60
ท่ี รหสั วิชา เกษตรอินทรยี O ม.3 0.5 20
1 ง 21209 ไสKเดือนและการทำปªุยหมกั ม.3 0.5 20
2 ง 23213
3 ง 23214
รหัสวิชา ง 21209 ขนมไทย 110
ชั้นมัธยมศึกษาปทd ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
กล^มุ สาระการเรยี นรูก1 ารงานอาชพี
เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หน^วยกติ
ศึกษาความหมาย ความสำคัญ ประวัติความเป^นมา ประโยชนO ของขนมไทยแตCละชนิด เขKาใจวิธีการ
ขั้นตอนกระบวนในการทำขนมไทย การเตรียมเครื่องมือเครื่องใชK การเลือกชนิดของวัสดุที่ใชKขนมไทย และ
ปฏิบัติการขนมไทย มีแนวคิดใหมCๆในการทำขนมไทย การคำนวณคCาใชKจCาย และประเมินผลงานการทำขนมไทย
มีความรูKความเขKาใจและมีทักษะในการทำขนมไทย ขั้นตอนที่ถูกตKอง สามารถทำขนมไทย รวมถึงจำหนCายไดKตาม
ความตอK งการของตลาดและทอK งถ่ิน
โดยใชกK ระบวนการการทำงาน กระบวนการสืบคนK กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวเิ คราะหO
มีระเบยี บวินยั ตรงตCอเวลา มีความรับผิดชอบมีความซอ่ื สตั ยO ใฝgรูใK ฝเg รียน กระตอื รอื รนK มีความมุงC มน่ั ในการทำงาน
สามารถทำงานรCวมกบั ผอูK น่ื ไดอK ยาC งมคี วามสขุ และนำทักษะปฏบิ ตั งิ านไปใชKในชีวติ ประจำวันไดK
ผลการเรยี นรู1
1. บอกความหมาย ความสำคญั ประวตั ิ ประโยชนO ของขนมไทย
2. มคี วามรคKู วามเขาK ใจวิธีการ ขัน้ ตอนกระบวนในการขนมไทย
3. อธบิ ายวัสดุอุปกรณO การดแู ลรักษา เครอ่ื งมอื เครอื่ งใชKใน การทำขนมไทย
4. อธบิ ายและสามารถทำขนมไทย อยาC งนKอย 3 ชนิด
5. สามารถปรบั เปลี่ยนแนวคดิ ใหมC ๆ ในการทำขนมไทย
6. สามารถคำนวณคาC ใชจK าC ยและประเมนิ ผลการทำขนมไทย
7. สามารถทำขนมไทย รวมถึงจำหนาC ยไดKตามความตอK งการของตลาดและทKองถิ่น
รวมทัง้ หมด 7 ผลการเรยี นรู1
รหัสวิชา ง 23213 เกษตรอินทรยี Q 111
ช้ันมัธยมศึกษาปdท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1
คำอธิบายรายวิชาเพิม่ เตมิ
กล^ุมสาระการเรียนรูก1 ารงานอาชีพ
เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว^ ยกติ
ชอC งทางและการตัดสินใจเลอื กประกอบอาชีพเกษตรอนิ ทรียOปญb หาการเกษตรในปbจจุบนั ความหมาย
และความสาํ คญั เกษตรอินทรยี หO ลักการเกษตรอนิ ทรียมO าตรฐานเกษตรอินทรียOการเจรญิ เตบิ โตของพชื
ธรรมชาติของดิน การปรบั ปรุงดินโดยใชKสารอนิ ทรียOการปลูกพืช การดแู ลรักษา การผลติ สารอนิ ทรยี Oเพื่อการ
ปhองกนั และกําจดั ศตั รูพืช การอนรุ ักษOทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอK ม ปลกู ฝงb คุณธรรมในอาชีพเกษตรกร
ผลการเรียนรู1
1. อธิบายชอC งทางและการตดั สินใจเลอื กประกอบอาชีพเกษตรไดK
2. อธบิ ายสภาพปbญหาการเกษตรในปจb จุบันไดK
3. อธิบายคุณธรรมในการประกอบอาชีพไดK
4. อธบิ ายปญb หา อปุ สรรคในการประกอบอาชีพไดK
5. อธบิ ายความหมายและความสาํ คญั ของการเกษตรอนิ ทรียOไดK
6. อธิบายหลักการเกษตรอนิ ทรยี ไO ดK
7. อธิบายมาตรฐานเกษตรอินทรียไO ดK
8. อธิบายการเจรญิ เตบิ โตของพืชไดK
9. อธิบายธรรมชาตขิ องดนิ ทเ่ี หมาะสมกบั พชื ทปี่ ลกู ไดK
10. อธบิ ายการปรับปรุงดินโดยวธิ กี ารเกษตรอินทรยี ไO ดK
11. อธิบายการปลูกพชื และการดแู ลรกั ษาพืชเกษตรอนิ ทรียไO ดK
12. อธิบายการผลติ สารอนิ ทรยี เO พือ่ การปhองกนั และกําจดั ศตั รพู ชื ไดK
13. อธบิ ายวธิ ีการอนรุ ักษทO รพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลKอมไดK
รวมทั้งหมด 13 ผลการเรียนร1ู
112
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
รหสั วชิ า ง 23214 ไส1เดือนและการทำปยุu หมกั กล^ุมสาระการเรยี นรก1ู ารงานอาชพี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปdท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1 หน^วยกิต
ศึกษาความหมาย ความสำคัญ และประโยชนOของไสKเดือนและการทำปุªยหมัก การเลือกใชKวัสดุในการผลิต
และทรัพยากรธรรมชาติในทKองถิ่น การใชKเครื่องมือ-อุปกรณOในการผลิต หลักการผลิต และการนำไสKเดือนและปªุย
หมัก ไปใชKประโยชนO โดยประยุกตOใชKเทคโนโลยี ภูมิปbญญาและแหลCงเรียนรูKในทKองถิ่นรวมทั้งสื่ออิเล็กทรอนิกสOไดK
อยCางเหมาะสมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการสำรวจ วิเคราะหOขKอมูลการใชKไสKเดือนและปุªยหมัก ใน
ทKองถิ่น/ชุมชน การเลือกวัสดุ/ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งเศษสิ่งเหลือใชKในทKองถิ่นมาเลี้ยงไสKเดือน และการทำปªุย
หมัก ปฏิบัติการเลี้ยงไสKเดือน การทำปุªยหมักชีวภาพ การนำไสKเดือนและปุªยหมัก ไปใชKประโยชนO การจัดทำบรรจุ
ภัณฑO การคำนวณคCาใชKจCาย การกำหนดราคาขาย การจัดจำหนCาย การทำบัญชีรายรับ-รายจCาย และการ
ประเมินผล
ผลการเรยี นรู1
1. อธบิ ายความหมาย ความสำคญั ลักษณะ/คุณสมบัติและประโยชนขO องไสKเดือนและการทำ
ปยªุ หมัก
2. มีความรKู ความเขาK ใจเกี่ยวกบั ชนิดและประเภทของวสั ดใุ นการเล้ยี งไสเK ดือนและผลติ
ปªุยหมกั ไดK
3. สามารถใชK เก็บรกั ษา ซอC มบำรุง เคร่ืองมอื -อปุ กรณOในการการเล้ยี งไสเK ดือนและผลติ
ปªยุ หมักไดถK กู ตKอง ปลอดภัย
4. จดั ทำโครงงานการเลี้ยงไสKเดือนและผลติ ปªุยหมักไดK
5. สามารถรายงานผลและนำเสนอโครงงานเลี้ยงไสเK ดอื นและผลติ ปªุยหมกั ไดK
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู1
113
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชาพ้นื ฐานกลมุ^ สาระการเรยี นรภู1 าษาต^างประเทศ
ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาตอนต1น
รายวชิ าพ้ืนฐาน
อ21101 ภาษาองั กฤษ 1 จำนวน 60 ชั่วโมง
อ21102 ภาษาองั กฤษ 2 จำนวน 60 ช่ัวโมง
อ22101 ภาษาอังกฤษ 3 จำนวน 60 ชว่ั โมง
อ22102 ภาษาอังกฤษ 4 จำนวน 60 ชว่ั โมง
อ23101 ภาษาอังกฤษ 5 จำนวน 60 ช่ัวโมง
อ23102 ภาษาอังกฤษ 6 จำนวน 60 ชัว่ โมง
โครงสร1างกลุม^ สาระการเรยี นรภ1ู าษาตา^ งประเทศ
ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนต1น
กล^มุ รายวิชาพืน้ ฐาน
ท่ี รหสั วชิ า ชือ่ วชิ า ระดบั ชัน้ หนว^ ยกิต จำนวนช่วั โมง
ม.1 1.5 60
1 อ21101 ภาษาอังกฤษ 1 ม.1 1.5 60
ม.2 1.5 60
2 อ21102 ภาษาอังกฤษ 2
ม.2 1.5 60
3 อ22101 ภาษาองั กฤษ 3 ม.3 1.5 60
ม.3 1.5 60
4 อ22102 ภาษาอังกฤษ 4
5 อ23101 ภาษาองั กฤษ 5
6 อ23102 ภาษาอังกฤษ 6
114
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
รหสั วชิ า อ21101 วชิ าภาษาอังกฤษ 1 กลุ^มสาระการเรียนรู1ภาษาต^างประเทศ
ชน้ั มัธยมศึกษาปdท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว^ ยกติ
ปฏิบัติตามคำส่ัง คำขอรKอง คำแนะนำ และคำชี้แจงงาC ย ๆ จากขอK มูลท่ีไดฟK bงและอาC น อCานออกเสียง
คำศัพทO ประโยค ขKอความ บทสนทนาไดKถกู ตอK งตามหลกั การอCานออกเสียง โดยสามารถระบุหัวขKอเรอ่ื ง
ใจความ รายละเอียดจากเร่ืองทฟ่ี งb และอาC นไดK ระบุประโยค ขKอความใหสK มั พันธOกบั สื่อทีไ่ มCใชคC วามเรียง สนทนา
และเปลย่ี นขKอมลู เกยี่ วกบั ตนเองเพอื่ ดำเนินการสือ่ สารอยCางตอC เนื่อง ใชKภาษาในการขอรอK ง คำแนะนำ คำชแี้ จง
ตามสถานการณOตCาง ๆ ในชีวติ ประจำวนั พดู และเขยี น แสดงความตอK งการ เสนอและใหคK วามชวC ยเหลอื ตอบ
รับและปฏบิ ัตกิ ารใหKความชวC ยเหลอื การใหขK อK มลู แสดงความรสูK ึก ความคิดเห็นเกยี่ วกบั กจิ กรรมตาC ง ๆ กิจวตั ร
ประจำวัน โดยใชKภาษา นำ้ เสียง กรยิ าทCาทางตามมารยาททางสังคม และวฒั นธรรมของเจKาของภาษา บอก
ความเหมือนและความแตกตาC งระหวCางการออกเสียงประโยค การใชเK คร่อื งหมายวรรคตอน การลำดบั คำตาม
โครงสราK งประโยคของภาษาตาC งประเทศและภาษาไทย เปรียบเทยี บความเหมอื นและความแตกตCางระหวCาง
เทศกาล งานฉลอง และประเพณี วถิ ชี ีวติ ของเจาK ของภาษา และของไทย โดยการคKนควKารวบรวมขKอมลู จาก
แหลงC การเรียนรตูK าC ง ๆ เพือ่ เชอื่ มโยงความรจKู ากกลมุC สาระการเรยี นรูอK น่ื โดยนำเสนอดKวยการพดู และเขียน ฝก’
ทักษะทางภาษาจากสถานการณOจรงิ หรือสถานการณจO ำลองเพื่อการนำไปใชทK ่ถี กู ตอK งและเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
ต 1.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5
ต 1.2 ม.1/1
ต 1.3 ม.1/1 ม.1/3
ต 2.1 ม.1/1 ม.1/2
ต 2.2 ม.1/1
ต 3.1 ม.1/1
ต 4.1 ม.1/1
ต 4.2 ม.1/1
รวมท้ังหมด 17 ตัวชี้วดั
115
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหัสวิชา อ21102 วิชาภาษาองั กฤษ 2 กลม^ุ สาระการเรยี นร1ูภาษาต^างประเทศ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปdท่ี 1
ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนว^ ยกติ
ปฏิบตั ติ ามคำสง่ั คำขอรอK ง คำแนะนำ และคำชี้แจงงาC ย ๆ จากขKอมูลท่ีไดฟK bงและอาC น อาC นออกเสยี ง
คำศัพทO ประโยค ขอK ความ บทสนทนาไดKถูกตKองตามหลกั การอCานออกเสยี ง โดยสามารถระบหุ วั ขอK เรอื่ ง
ใจความ รายละเอยี ดจากเรื่องท่ีฟงb และอาC นไดK ระบปุ ระโยค ขKอความใหKสมั พันธOกับส่ือทไี่ มใC ชคC วามเรียง สนทนา
และเปลีย่ นขอK มูลเกย่ี วกบั ตนเองเพอ่ื ดำเนินการสอ่ื สารอยCางตCอเนื่อง ใชภK าษาในการขอรKอง คำแนะนำ คำชี้แจง
ตามสถานการณตO าC ง ๆ ในชีวติ ประจำวัน พดู และเขียน แสดงความตอK งการ เสนอและใหKความชCวยเหลอื ตอบ
รับและปฏบิ ัติการใหKความชCวยเหลอื การใหKขอK มลู แสดงความรสKู กึ ความคิดเห็นเกี่ยวกับกจิ กรรมตาC ง ๆ กจิ วตั ร
ประจำวนั โดยใชภK าษา น้ำเสยี ง กริยาทCาทางตามมารยาททางสังคม และวฒั นธรรมของเจาK ของภาษา บอก
ความเหมอื นและความแตกตาC งระหวาC งการออกเสียงประโยค การใชKเคร่อื งหมายวรรคตอน การลำดับคำตาม
โครงสรKางประโยคของภาษาตาC งประเทศและภาษาไทย เปรยี บเทียบความเหมอื นและความแตกตาC งระหวาC ง
เทศกาล งานฉลอง และประเพณี วถิ ีชีวติ ของเจKาของภาษา และของไทย โดยการคKนควKารวบรวมขKอมูล จาก
แหลงC การเรยี นรูKตCาง ๆ เพ่ือเชื่อมโยงความรKจู ากกลCมุ สาระการเรียนรKูอื่น โดยนำเสนอดKวยการพดู และเขยี น ฝ’ก
ทักษะทางภาษาจากสถานการณจO ริง หรอื สถานการณOจำลองเพอื่ การนำไปใชทK ่ีถกู ตอK งและเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
ต 1.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5
ต 1.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
ต 1.3 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
ต 2.1 ม.1/1
ต 2.2 ม.1/1
ต 3.1 ม.1/1
ต 4.1 ม.1/1
ต 4.2 ม.1/1
รวมท้ังหมด 19 ตัวชี้วัด
116
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
รหสั วิชา อ22101 วชิ าภาษาอังกฤษ 3 กลุม^ สาระการเรยี นร1ภู าษาตา^ งประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปdที่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน^วยกติ
ปฏบิ ัตติ ามและใชKคำขอรKอง คำแนะนำ คำชแี้ จง และคำอธิบายงาC ยๆ ตามสถานการณO อาC นออกเสยี ง
เลอื กหวั ขอK สรปุ ใจความสำคัญ และรายละเอยี ดสนับสนนุ พรKอมทัง้ แสดงความคดิ เหน็ ใหKเหตุผล และยกตวั อยาC ง
ประกอบจากการอาC นเรื่อง ขCาว เหตกุ ารณO ประกาศ กจิ กรรม บทรKอยกรองสนั้ ๆ เร่ืองใกลKตวั และเรอื่ งทอี่ ยใูC น
ความสนใจของสังคม ระบุ เขยี น อธิบาย เปรียบเทียบความเหมอื นและความแตกตCางระหวาC งการออกเสียง
ประโยคชนดิ ตาC ง ๆ และการลำดับคำตามโครงสราK งประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย รวมท้ังเทศกาล
วนั สำคัญ ชวี ติ ความเป^นอยCู และวัฒนธรรม ประเพณขี องเจาK ของภาษา สบื คนK รวบรวม และสรปุ ขอK มลู หรือ
ขอK เทจ็ จริงเกี่ยวกับกลุมC สาระการเรียนรอูK นื่ พรอK มท้งั ประชาสัมพันธOขอK มูล ขาC วสารของโรงเรียนเปน^ ภาษาองั กฤษ
ขอและใหKขอK มูล ใชKทักษะในการสอื่ สารเพื่อแสดงความตKองการ ความรูสK กึ ความคดิ เหน็ และความชCวยเหลอื
เกีย่ วกบั ตนเอง กิจวตั รประจำวัน ประสบการณO สถานการณOตCางๆ ในชวี ติ ประจำวนั เชนC ในหอK งเรียน สถานศกึ ษา
ชุมชน โดยใชKภาษา น้ำเสียง กิรยิ าทาC ทางอยCางเหมาะสม ถกู ตอK งตามกาลเทศะ เขKารวC มหรอื จัดกจิ กรรมทางภาษา
และวัฒนธรรมตามความสนใจใหเK หมาะสมกบั บคุ คล โอกาส มารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจKาของภาษา มี
ความรักชาติ ศาสนO กษัตริยO ซือ่ สัตยOสุจริต มวี นิ ยั ใฝgเรียนรKู อยูอC ยาC งพอเพยี ง มุงC มน่ั ในการทำงาน รักความเปน^ ไทย
และมีจติ สาธารณะ
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ต 1.1 ม.2/1 - ม.2/4
ต 1.2 ม.2/1 - ม.2/5
ต 1.3 ม.2/1 - ม.2/3
ต 2.1 ม.2/1 - ม.2/3
ต 2.2 ม.2/1 - ม.2/2
ต 3.1 ม.2/1
ต 4.1 ม.2/1
ต 4.2 ม.2/1 - ม.2/2
รวมทง้ั หมด 21 ตัวชี้วดั
117
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รหัสวชิ า อ22102 วชิ าภาษาอังกฤษ 3 กลุ^มสาระการเรยี นร1ภู าษาตา^ งประเทศ
ชัน้ มัธยมศึกษาปทd ี่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หน^วยกิต
ปฏบิ ัตติ ามและใชKคำขอรอK ง คำแนะนำ คำช้แี จง และคำอธบิ ายงCายๆ ตามสถานการณO อCานออกเสยี ง
เลือกหัวขKอ สรุปใจความสำคญั และรายละเอยี ดสนับสนุน พรKอมทงั้ แสดงความคดิ เหน็ ใหKเหตุผล และยกตวั อยาC ง
ประกอบจากการอาC นเรื่อง ขาC ว เหตกุ ารณO ประกาศ กิจกรรม บทรKอยกรองส้ันๆ เรื่องใกลKตวั และเร่ืองทอ่ี ยใCู น
ความสนใจของสังคม ระบุ เขยี น อธบิ าย เปรียบเทยี บความเหมือนและความแตกตCางระหวาC งการออกเสียง
ประโยคชนิดตาC ง ๆ และการลำดบั คำตามโครงสรKางประโยคของภาษาองั กฤษและภาษาไทย รวมทงั้ เทศกาล
วันสำคญั ชวี ติ ความเป^นอยูC และวัฒนธรรม ประเพณีของเจาK ของภาษา สบื คนK รวบรวม และสรุปขKอมลู หรอื
ขKอเท็จจริงเก่ียวกับกลCุมสาระการเรียนรอKู ่ืน พรอK มทัง้ ประชาสมั พนั ธOขKอมลู ขCาวสารของโรงเรียนเป^นภาษาองั กฤษ
ขอและใหKขอK มูล ใชKทักษะในการสอื่ สารเพือ่ แสดงความตอK งการ ความรสKู ึก ความคิดเห็น และความชวC ยเหลอื
เก่ยี วกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณO สถานการณตO าC งๆ ในชวี ิตประจำวนั เชนC ในหKองเรียน สถานศกึ ษา
ชุมชน โดยใชภK าษา นำ้ เสยี ง กิริยาทาC ทางอยCางเหมาะสม ถูกตอK งตามกาลเทศะ เขาK รวC มหรอื จดั กจิ กรรมทางภาษา
และวัฒนธรรมตามความสนใจใหKเหมาะสมกับบคุ คล โอกาส มารยาทสงั คม และวัฒนธรรมของเจาK ของภาษา มี
ความรักชาติ ศาสนO กษัตรยิ O ซอื่ สตั ยOสจุ ริต มวี ินยั ใฝgเรียนรูK อยูCอยาC งพอเพียง มCุงมนั่ ในการทำงาน รกั ความเปน^ ไทย
และมีจิตสาธารณะ
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ต 1.1 ม.2/1 - ม.2/4
ต 1.2 ม.2/1 - ม.2/5
ต 1.3 ม.2/1 - ม.2/3
ต 2.1 ม.2/1 - ม.2/3
ต 2.2 ม.2/1 - ม.2/2
ต 3.1 ม.2/1
ต 4.1 ม.2/1
ต 4.2 ม.2/1 - ม.2/2
รวมทง้ั หมด 21 ตวั ช้วี ดั
118
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
รหัสวชิ า อ23101 วิชาภาษาองั กฤษ 5 กลมุ^ สาระการเรยี นรูภ1 าษาตา^ งประเทศ
ชั้นมัธยมศึกษาปทd ี่ 3
ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว^ ยกิต
ฟงb พดู อCาน เขยี น คำขอรอK ง คำแนะนำ คำชีแ้ จง คำอธบิ าย ขKอความท่เี ปน^ ความเรยี งและไมเC ป^นความ
เรียง ตลอดจนเขKาใจภาษาทCาทาง ในการส่อื สารตามสถานการณOตCาง ๆ แลกเปลี่ยนขอK มลู นำเสนอขาC วสาร โดยใชK
ประโยคผสมและประโยคซบั ซKอนที่ใชKสือ่ ความหมายตามบรบิ ทตCาง ๆ ในการสนทนา ท้ังที่เปน^ ทางการและไมเC ปน^
ทางการ รูKและเขKาใจความแตกตาC งระหวCางวัฒนธรรมไทยและวฒั นธรรมของเจาK ของภาษา เขาK ใจ ตคี วาม
จับใจความสำคัญและแสดงความคดิ เห็นตCอขอK ความ ขKอมลู ท่ีเป^นเรือ่ งเกย่ี วกบั เร่ืองท่ีอยCูในความสนใจ เพ่ือนำไปใชK
ในชวี ติ ประจำวันไดอK ยาC งมีประสิทธิภาพเหมาะสมกบั บคุ คล กาลเทศะ และวฒั นธรรมของเจาK ของภาษา ภาษาทใี่ ชK
แสดงความคดิ เห็นที่มีตCอเหตกุ ารณOตาC ง ๆ ในสังคมโลก งานประเพณี วนั สำคัญของชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม
ของเจาK ของภาษา นำเสนอความคิดเห็นเรือ่ งตาC ง ๆ ไดKอยCางสราK งสรรคO เหน็ คณุ คาC และตระหนกั ในความสำคญั ของ
การใชภK าษา คนK ควาK รวบรวม สรปุ ขKอมลู เชอื่ มโยงความรภKู าษาตCางประเทศกบั กลมุC สาระการเรยี นรKูอื่น ใชKคำและ
กลCุมคำภาษาตCางประเทศทเี่ กยี่ วขอK งกับกลุCมสาระการเรียนรอูK นื่
มาตรฐาน/ตัวช้วี ดั
ต 1.1 ม.3/1 - ม.3/4
ต 1.2 ม.3/1 - ม.3/5
ต 1.3 ม.3/1 - ม.3/3
ต 2.1 ม.3/1 - ม.3/3
ต 2.2 ม.3/1 - ม.3/2
ต 3.1 ม.3/1
ต 4.1 ม.3/1
ต 4.2 ม.3/1 - ม.3/2
รวมทั้งหมด 21 ตวั ช้ีวัด
119
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
รหสั วิชา อ23102 วิชาภาษาอังกฤษ 6 กลม^ุ สาระการเรียนรูภ1 าษาต^างประเทศ
ชั้นมัธยมศึกษาปdท่ี 3
ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หน^วยกิต
ฟbง พูด อCาน เขียน คำขอรKอง คำแนะนำ คำชแ้ี จง คำอธบิ าย ขอK ความทเ่ี ปน^ ความเรยี งและไมCเป^นความ
เรียง ตลอดจนเขาK ใจภาษาทาC ทาง ในการสื่อสารตามสถานการณOตCาง ๆ แลกเปลี่ยนขKอมูล นำเสนอขาC วสาร โดยใชK
ประโยคผสมและประโยคซับซอK นที่ใชสK ่อื ความหมายตามบริบทตCาง ๆ ในการสนทนา ทง้ั ทีเ่ ปน^ ทางการและไมCเป^น
ทางการ รแูK ละเขKาใจความแตกตCางระหวCางวัฒนธรรมไทยและวฒั นธรรมของเจKาของภาษา เขาK ใจ ตีความ
จับใจความสำคัญและแสดงความคิดเหน็ ตCอขKอความ ขอK มูลที่เปน^ เรื่องเก่ียวกบั เรอ่ื งที่อยูCในความสนใจ เพอ่ื นำไปใชK
ในชวี ิตประจำวันไดอK ยาC งมีประสิทธภิ าพเหมาะสมกบั บุคคล กาลเทศะ และวฒั นธรรมของเจาK ของภาษา ภาษาทีใ่ ชK
แสดงความคดิ เห็นที่มีตCอเหตกุ ารณOตCางๆในสังคมโลก งานประเพณี วนั สำคัญของชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมของ
เจาK ของภาษา นำเสนอความคดิ เห็นเร่ืองตCาง ๆ ไดอK ยาC งสราK งสรรคO เหน็ คุณคCาและตระหนกั ในความสำคญั ของการ
ใชKภาษา คKนควKา รวบรวม สรปุ ขอK มลู เช่อื มโยงความรKูภาษาตาC งประเทศกับกลมCุ สาระการเรยี นรูอK ืน่ ใชKคำและ
กลมุC คำภาษาตCางประเทศทเ่ี กย่ี วขKองกับกลมCุ สาระการเรียนรอูK น่ื
มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
ต 1.1 ม.3/1 - ม.3/4 ต 1.2 ม.3/1 - ม.3/5
ต 1.3 ม.3/1 - ม.3/3 ต 2.1 ม.3/1 - ม.3/3
ต 2.2 ม.3/1 - ม.3/2 ต 3.1 ม.3/1
ต 4.1 ม.3/1 ต 4.2 ม.3/1 - ม.3/2
รวมทงั้ หมด 21 ตวั ช้ีวดั
120
คำอธิบายรายวชิ า
รายวชิ าเพิม่ เตมิ กล^ุมสาระการเรียนรภ1ู าษาต^างประเทศ
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาตอนต1น
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ
อ23201 ภาษาอังกฤษอาC น - เขียน 1 จำนวน 40 ชม.
อ23202 ภาษาอังกฤษอาC น - เขียน 2 จำนวน 40 ชม.
จ21203 ภาษาจนี จำนวน 40 ชม.
จ22203 ภาษาจนี จำนวน 40 ชม.
จ21203 ภาษาจีน จำนวน 40 ชม.
จ22203 ภาษาจีน จำนวน 40 ชม.
โครงสร1างกลุม^ สาระการเรียนรูภ1 าษาตา^ งประเทศ
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต1น
กล^มุ รายวิชาเพิ่มเตมิ
ท่ี รหัสวิชา ช่อื วิชา ระดับชนั้ หน^วยกติ จำนวนช่วั โมง
1 อ23201 ภาษาองั กฤษอาC น - เขยี น 1 ม.3 1.0 40
2 อ23202 ภาษาองั กฤษอCาน - เขียน 1 ม.3 1.0 40
3 จ21203 ภาษาจนี ม.1 1.0 40
4 จ21204 ภาษาจนี ม.1 1.0 40
5 จ22203 ภาษาจีน ม2 1.0 40
6 จ22204 ภาษาจนี ม.2 1.0 40
121
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
รหัสวชิ า อ 23201 วชิ าภาษาองั กฤษอ^าน-เขียน 1 กลม^ุ สาระการเรยี นรภ1ู าษาตา^ งประเทศ
ชน้ั มธั ยมศึกษาปdที่ 3
ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1 หนว^ ยกติ
การอาC นออกเสยี งขอK ความ ขาC ว ประกาศ เรอื่ งสั้น บทสนทนาและบทอาC นถูกตKองตามหลัก
การออกเสียง เขียนตอบคำถามจากขKอความท่ีอCาน เขียนสรุปเนอื้ หา ใจความสำคญั แสดงความคดิ เห็น
เก่ยี วกบั กิจกรรมตาC งๆ ใกลKตวั และประสบการณO พรKอมท้ังใหเK หตุผลส้ันๆ ประกอบอCานออกเสียงประโยค
ขKอความ เรอ่ื งส้ันนิทาน และบทรKอยกรอง (Poem) ส้ันๆ ไดKถกู ตKองตามหลกั การอาC น เลือก ระบุ ประโยคและ
ขอK ความ ใหKสมั พนั ธกO บั ส่อื ทไ่ี มใC ชคC วามเรียง (Non-Text-Information) ทีอ่ Cาน ระบหุ ัวขอK เรอื่ ง (Topic) ใจความ
สำคญั (Main Idea) และตอบคำถามจากการอาC นบทสนทนา นทิ าน และเรอื่ งส้ัน เขยี นแสดงความตKองการและขอ
ความชCวยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธการใหคK วามชCวยเหลอื เขียนแสดงความรKสู ึก และความคดิ เห็นของตนเอง
เก่ียวกบั เร่อื งตาC งๆใกลKตวั กิจกรรมตCางๆ พรKอมท้ังใหเK หตุผลสนั้ ๆ ประกอบอยาC งเหมาะสม เขียนบรรยายเกยี่ วกับ
ตนเอง กจิ วตั รประจำวนั ประสบการณOและส่งิ แวดลอK มใกลตK วั เขยี นสรปุ ใจความสำคัญ แกCนสาระ (Theme) ท่ีไดK
จากการวิเคราะหOเรื่อง เหตุการณO ท่อี ยCูในความสนใจของสงั คมเขยี นบรรยายเกยี่ วกับเทศกาลวนั สำคัญ ชีวติ ความ
เป^นอยCแู ละประเพณขี องเจาK ของภาษา คนK ควาK รวบรวม และสรปุ ขอK มลู ตาC งๆจากสื่อและแหลงC การเรียนรูK ตาC งๆใน
การศกึ ษาตCอและประกอบอาชพี
ผลการเรียนรู1
1. สรุปใจความสำคญั จากประกาศไดK
2. สรุปเน้ือหาจากเรอื่ งสั้น /นิทาน /บทรอK ยกรองไดK
3. แสดงความคดิ เหน็ เรื่องตนเองและเรอ่ื งใกลตK วั ไดK
4. ศึกษา/คนK ควKารวบรวม และสรุปขKอมลู จากสอ่ื และแหลCงเรียนรูKตCางๆไดK
5. ศกึ ษา อธิบายเก่ียวกับชวี ิต ความเป^นอยแCู ละประเพณขี องเจKาของภาษา
รวมทง้ั หมด 5 ตวั ชว้ี ัด
122
คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
รหัสวิชา อ 23202 วิชาภาษาอังกฤษอา^ น-เขียน 2 กลม^ุ สาระการเรยี นรู1ภาษาตา^ งประเทศ
ช้นั มธั ยมศึกษาปทd ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หนว^ ยกิต
อCานออกเสียงประโยค ขKอความ เรอื่ งส้ัน นทิ าน และบทรKอยกรอง (Poem) สน้ั ๆ ไดKถูกตKองตามหลักการ
อCาน เลือก ระบุ ประโยคและขอK ความทีอ่ าC น ระบหุ วั ขอK เรอ่ื ง (Topic) ใจความสำคญั (Main Idea) และตอบคำถาม
จากการอCานบทสนทนา นทิ าน และเรื่องส้ัน เขียนแสดงความตKองการและขอความชวC ยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธ
การใหคK วามชCวยเหลอื เขียนแสดงความรสูK กึ และความคดิ เห็นของตนเอง เก่ียวกบั เรอ่ื งตาC งๆใกลKตวั กจิ กรรมตCางๆ
พรอK มทัง้ ใหKเหตุผลสน้ั ๆ ประกอบอยCางเหมาะสม เขียนบรรยายเกีย่ วกับตนเอง กิจวัตรประจำวนั ประสบการณแO ละ
สง่ิ แวดลKอมใกลKตัว เขียนสรปุ ใจความสำคญั แกนC สาระ (Theme) ที่ไดKจากการวิเคราะหเO ร่อื ง เหตกุ ารณO ท่อี ยใูC น
ความสนใจของสงั คมเขยี นบรรยายเก่ียวกับเทศกาลวันสำคญั ชีวิตความเปน^ อยูCและประเพณีของเจาK ของภาษา
คKนควาK รวบรวม และสรุปขKอมูลตาC งๆจากสือ่ และแหลงC การเรียนรูK ตCางๆในการศกึ ษาตอC และประกอบอาชพี
ผลการเรียนรู1
1. เขียนแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั ประสบการณO/เรอื่ งใกลKตวั ไดK
2. สรุปเนือ้ หาจากเร่อื งสั้น /นิทาน /บทรอK ยกรองไดK
3. เปรยี บเทยี บชวี ติ ความเป^นอยูC ประเพณี และวฒั นธรรมของเจKาของภาษาไดK
4. ศึกษา/คนK ควKารวบรวม และสรุปขอK มูลจากสอื่ และแหลCงเรยี นรูKตCางๆไดK
รวมทั้งหมด 4 ตัวชว้ี ดั
123
รหสั วชิ า จ21203 ภาษาจีน คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
กลุม^ สาระการเรยี นรภู1 าษาต^างประเทศ
ชนั้ มธั ยมศึกษาปdท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 คาบ จำนวน 1.0 หน^วยกิต
ศกึ ษาทกั ษะการปฏบิ ตั ิตามคำสั่งงาC ยๆ ระบุสทั อกั ษรตามระบบพนิ อนิ อาC นออกเสียง และประสมเสียงคำ
งาC ยๆ ตามหลกั การออกเสียง ระบุภาพ หรือสัญลกั ษณO ตรงตามความหมายของคำ กลมุC คำ และประโยค จากการ
ฟbงหรอื การอาC น พูดโตKตอบดKวยประโยคสนั้ ๆ เพ่อื ส่ือสารระหวCางบุคคล เขียนอกั ษรจนี ตามหลักการเขยี น คำศัพทO
งาC ยๆ บอกความเหมอื น หรอื ความแตกตCางของเสียงตัวอักษร คำ กลCุมคำ ประโยค และขKอความของภาษาจีนกบั
ภาษาไทย
โดยเลอื กใชKทกั ษะกระบวนการฟงb พดู อาC น เขียน ทกั ษะการจำ คดิ วิเคราะหOและเขยี น สือ่ ความ
กระบวนการทำงานกลCมุ /คูC และสมรรถนะ 5 สมรรถนะ คอื ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการ
คิด ความสามารถในการแกKปญb หา ความสามารถในการใชKทักษะชีวติ ความสามารถในการใชเK ทคโนโลยี
เพื่อใหKนักเรียน เป^นผูKมีคุณลักษณะอันพึงประสงคO รักชาติ ศาสนO กษัตริยO ซื่อสัตยOสุจริต มีวินัย ใฝgเรียนรูK
อยูCอยCางพอเพียง มุCงมั่นในการทำงาน รักความเป^นไทย และมีจิตสาธารณะ อนุรักษOพลังงานและสิ่งแวดลKอม สืบ
สานศลิ ปวฒั นธรรมทอK งถนิ่ ชมุ ชนรวC มพฒั นา ยดึ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ผลการเรียนรู1
1. ปฏิบัตติ ามคำสัง่ งาC ยๆ
2. ระบุสทั อกั ษรตามระบบพนิ อินอCานออกเสยี ง และประสมเสียงคำงCายๆ ตามหลักการออกเสยี ง
3. ระบภุ าพ หรือสญั ลกั ษณO ตรงตามความหมายของคำ กลุCมคำ และประโยค จากการฟงb หรือการอCาน
4. พูดโตตK อบดวK ยประโยคสัน้ ๆ เพอื่ ส่ือสารระหวาC งบุคคล
5. เขยี นอกั ษรจนี ตามหลกั การเขียน คำศพั ทงO Cายๆ
รวมท้งั หมด 5 ผลการเรยี นร1ู
124
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
รหัสวิชา จ21204 ภาษาจนี กลมุ^ สาระการเรยี นรู1 ภาษาตา^ งประเทศ
ช้ันมัธยมศึกษาปdที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 คาบ จำนวน 0.5 หน^วยกิต
ศึกษาทักษะการปฏบิ ตั ติ ามคำส่งั งาC ยๆ ระบสุ ทั อักษรตามระบบพนิ อินอาC นออกเสยี ง และประสมเสยี ง
คำงาC ยๆ ตามหลกั การออกเสียง ระบุภาพ หรอื สญั ลกั ษณO ตรงตามความหมายของคำ กลุCมคำ และประโยค
จากการฟbงหรอื การอCาน ตอบคำถามงาC ยๆ จากการฟbง พูดโตKตอบดKวยประโยคส้นั ๆ เพอ่ื สื่อสารระหวCางบุคคล
พดู เพอ่ื ขอและใหKขKอมลู เกย่ี วกับตนเอง เพอื่ น ครอบครวั และส่งิ ใกลKตวั เขยี นอกั ษรจนี ตามหลักการเขียน
คำศพั ทOงCายๆบอกความเหมอื น หรือความแตกตาC งของเสยี งตัวอกั ษร คำ กลุมC คำ ประโยค และขKอความของ
ภาษาจนี กบั ภาษาไทย
โดยเลอื กใชKทกั ษะกระบวนการฟงb พูด อาC น เขยี น ทักษะการจำ คิด วิเคราะหOและเขยี น ส่ือความ
กระบวนการทำงานกลCมุ /คCู และสมรรถนะ 5 สมรรถนะ คือ ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการ
คิด ความสามารถในการแกปK ญb หา ความสามารถในการใชทK กั ษะชีวติ ความสามารถในการใชเK ทคโนโลยี
เพื่อใหKนักเรียน เป^นผูKมีคุณลักษณะอันพึงประสงคO รักชาติ ศาสนO กษัตริยO ซื่อสัตยOสุจริต มีวินัย ใฝgเรียนรูK
อยูCอยCางพอเพียง มุCงมั่นในการทำงาน รักความเป^นไทย และมีจิตสาธารณะ อนุรักษQพลังงานและสิ่งแวดล1อม สืบ
สานศลิ ปวัฒนธรรมทอ1 งถิน่ ชุมชนร^วมพฒั นา ยึดปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรยี นร1ู
1. ปฏบิ ัตติ ามคำส่งั งCายๆ
2. ระบสุ ัทอกั ษรตามระบบพินอนิ อCานออกเสยี ง และประสมเสียงคำงาC ยๆ ตามหลกั การออกเสยี ง
3. ระบภุ าพ หรือสญั ลกั ษณO ตรงตามความหมายของคำ กลมCุ คำ และประโยค จากการฟงb หรือการอCาน
4. ตอบคำถามงCายๆ จากการฟงb
5. พดู โตตK อบดKวยประโยคสั้นๆ เพอื่ สอื่ สารระหวาC งบคุ คล
6. พดู เพื่อขอและใหKขอK มลู เก่ียวกับตนเอง เพือ่ น ครอบครัว และส่งิ ใกลKตัว
รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรียนรู1
125
รหสั วิชา จ22203 ภาษาจนี คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กล^ุมสาระการเรียนร1ู ภาษาตา^ งประเทศ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปทd ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 คาบ จำนวน 1.0 หน^วยกิต
ศกึ ษาทกั ษะการอCานออกเสยี งตวั อกั ษร คำศพั ทO กลมCุ คำ ประโยค ตามหลักการอCานในระบบเสียงภาษาจีน
กลาง ระบภุ าพ หรอื สัญลกั ษณO ตรงตามความหมายของคำ กลมCุ คำ และประโยค จากการฟbงหรือการอาC น ตอบ
คำถามจากการฟbงและอาC นบทสนทนา หรือตอบคำถามจากการดูภาพประกอบ พูดโตตK อบดวK ยประโยคส้นั ๆ เพอื่
สือ่ สารระหวาC งบคุ คล พูดเพอ่ื ขอและใหขK Kอมูลเกี่ยวกับตนเอง เพอื่ น ครอบครัว และส่ิงใกลตK ัว เขียนใหKขอK มูล
เกีย่ วกบั ตนเองแบบงาC ยๆ บอกขอK มลู และความสำคัญของเทศกาล วันสำคัญ งานฉลอง ชวี ติ ความเป^นอยCูของจนี
บอกความเหมือน หรือความแตกตCางระหวาC งการออกเสียงประโยคชนดิ ตCางๆ การใชเK คร่อื งหมายวรรคตอน และ
การลำดบั คำ ตามโครงสราK งประโยคของภาษาจีนและภาษาไทย
โดยเลอื กใชKทักษะกระบวนการฟbง พดู อCาน เขยี น ทกั ษะการจำ คดิ วเิ คราะหOและเขียน สือ่ ความ
กระบวนการทำงานกลุCม/คCู และสมรรถนะ 5 สมรรถนะ คือ ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการ
คิด ความสามารถในการแกปK bญหา ความสามารถในการใชKทักษะชวี ิต ความสามารถในการใชเK ทคโนโลยี
เพื่อใหKนักเรียน เป^นผูKมีคุณลักษณะอันพึงประสงคO รักชาติ ศาสนO กษัตริยO ซื่อสัตยOสุจริต มีวินัย ใฝgเรียนรูK
อยูCอยCางพอเพียง มุCงมั่นในการทำงาน รักความเป^นไทย และมีจิตสาธารณะ อนุรักษOพลังงานและสิ่งแวดลKอม สืบ
สานศิลปวัฒนธรรมทKองถน่ิ ชุมชนรวC มพัฒนา ยดึ ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นร1ู
1. อCานออกเสยี งตวั อักษร คำศัพทO กลมCุ คำ ประโยค ตามหลกั การอาC นในระบบเสยี งภาษาจีนกลาง
2. ระบุภาพ หรอื สัญลักษณO ตรงตามความหมายของคำ กลมุC คำ และประโยค จากการฟbงหรือการอCาน
3. ตอบคำถามจากการฟbงและอCานบทสนทนา หรือตอบคำถามจากการดภู าพประกอบ
4. พดู โตตK อบดKวยประโยคส้ันๆ เพ่อื สือ่ สารระหวาC งบุคคล
5. พดู เพ่ือขอและใหขK Kอมลู เกย่ี วกบั ตนเอง เพ่อื น ครอบครวั และสิง่ ใกลตK วั
6. เขียนใหKขอK มลู เกี่ยวกับตนเองแบบงาC ยๆ
7. บอกขKอมลู และความสำคัญของเทศกาล วันสำคญั งานฉลอง ชีวติ ความเปน^ อยCูของจนี
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู1
รหัสวชิ า จ22204 ภาษาจนี 126
ชน้ั มธั ยมศึกษาปทd ่ี 2 ภาคเรียนที่ 2
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
กลุ^มสาระการเรยี นร1ู ภาษาต^างประเทศ
เวลา 40 คาบ. จำนวน 1.0 หนว^ ยกติ
ศึกษาทกั ษะการระบุประโยคและขอK ความ หรอื ตอบคำถามใหKสัมพนั ธOกบั ส่ือทีไ่ มCใชคC วามเรยี งทอ่ี าC นตอบ
คำถาม จากการฟbงและอาC นบทสนทนา หรอื ตอบคำถามจากการดภู าพประกอบ พูดหรอื เขียนโตKตอบในการ
สอ่ื สารระหวาC งบคุ คล พดู หรือเขยี นแสดงความตอK งการ ขอความชCวยเหลือ ตอบรับและปฏเิ สธในชวี ิตประจำวนั
พดู เพอื่ ขอและใหขK อK มูลเก่ียวกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และสิ่งใกลKตัว พดู หรือเขียนแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั
กิจกรรม ประสบการณO หรือเรอ่ื งใกลตK ัว บอกขอK มูล และความสำคญั ของเทศกาล วันสำคญั งานฉลอง ชีวติ ความ
เป^นอยูCของจีน บอกความเหมอื น หรอื ความแตกตCางระหวาC งการออกเสียงประโยคชนิดตCางๆ การใชKเครอ่ื งหมาย
วรรคตอน และการลำดบั คำ ตามโครงสรKางประโยคของภาษาจีนและภาษาไทย
โดยเลอื กใชKทักษะกระบวนการฟงb พดู อาC น เขียน ทักษะการจำ คดิ วิเคราะหแO ละเขียน สอ่ื ความ
กระบวนการทำงานกลCุม/คCู และสมรรถนะ 5 สมรรถนะ คอื ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการ
คดิ ความสามารถในการแกKปbญหา ความสามารถในการใชทK กั ษะชวี ิต ความสามารถในการใชเK ทคโนโลยี
เพื่อใหKนักเรียน เป^นผูKมีคุณลักษณะอันพึงประสงคO รักชาติ ศาสนO กษัตริยO ซื่อสัตยOสุจริต มีวินัย ใฝgเรียนรูK
อยูCอยCางพอเพียง มุCงมั่นในการทำงาน รักความเป^นไทย และมีจิตสาธารณะ อนุรักษOพลังงานและสิ่งแวดลKอม สืบ
สานศิลปวฒั นธรรมทอK งถ่นิ ชมุ ชนรวC มพัฒนา ยดึ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรียนรู1
1. ระบุภาพ หรอื สญั ลกั ษณO ตรงตามความหมายของคำ กลมุC คำ และประโยค จากการฟงb หรือการอาC น
2. ตอบคำถามจากการฟงb และอาC นบทสนทนา หรือตอบคำถามจากการดภู าพประกอบ
3. พดู หรือเขียนโตKตอบในการส่ือสารระหวาC งบคุ คล
4. พูดหรือเขยี นแสดงความตอK งการ ขอความชCวยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธในชวี ติ ประจำวัน
5. พดู เพ่ือขอและใหขK อK มูลเกีย่ วกบั ตนเอง เพอื่ น ครอบครวั และสิง่ ใกลKตัว
6. พูดหรือเขยี นแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับกิจกรรม ประสบการณO หรอื เรอ่ื งใกลตK ัว
7. บอกขKอมูล และความสำคัญของเทศกาล วนั สำคญั งานฉลอง ชีวิตความเปน^ อยCขู องจนี
8. บอกความเหมือน หรือความแตกตาC งระหวาC งการออกเสยี งประโยคชนดิ ตCางๆ การใชเK คร่ืองหมายวรรค
ตอน และการลำดบั คำ ตามโครงสราK งประโยคของภาษาจีนและภาษาไทย
รวมท้ังหมด 8 ผลการเรยี นร1ู
127
คำอธิบายรายวชิ า
รายวิชาการศึกษาคน1 ควา1 และสร1างองคQความร1ู (Research and Knowledge Formation)
รายวิชาเพิ่มเติม ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปทd ี่ 2 จำนวน 1 หนว^ ยกติ
ศกึ ษา วิเคราะหO ฝก’ ทักษะตั้งประเด็นปbญหา/ตั้งคำถามในเร่อื งที่สนใจโดยเรม่ิ จากตนเอง เชื่อมโยงกับ
ชุมชน ทอK งถิน่ และประเทศ ต้งั สมมติฐานและใหKเหตุผลโดยใชK ความรูจK ากศาสตรสO าขาตาC งๆ คKน ควาK แสวงหา
ความรKู เกยี่ วกับสมมตฐิ านทีต่ ั้งไวK จากแหลCงเรียนรKู ที่หลากหลาย ออกแบบวางแผนรวบรวมขKอมูล วเิ คราะหO
ขKอมูลโดยใชK วิธีการทเ่ี หมาะสม ทำงานบรรลผุ ลตามเปาh หมายภายในกรอบการดำเนนิ งานที่กำหนดโดยการก
กำกับดูแลชวC ยเหลอื ของครูอยาC งตCอเนอ่ื ง สงั เคราะหสO รุปองคOความรูKและรCวมกนั เสนอแนวคิด วิธกี ารแกKปbญหา
อยาC งเปน^ ระบบ ดKวยกระบวนการคดิ กระบวนการสบื คKนขKอมูล กระบวนการแกปK bญหา กระบวนการปฏิบัติและ
กระบวนการกลุCมในการวพิ ากษO เพอ่ื ใหเK กดิ ทักษะในการคนK ควKาแสวงหาความรูK เปรยี บเทียบเช่อื มโยงองคคO วามรูK
สังเคราะหสO รปุ อภปิ ราย เพือ่ ใหเK ห็นประโยชนแO ละคณุ คาC ของการศกึ ษาคKนควKาดวK ยตนเอง
ผลการเรียนร1ู
1. ตั้งประเด็นปbญหา โดยเลอื กประเดน็ ทีส่ นใจ เรมิ่ จากตนเอง ชมุ ชนทอK งถนิ่ ประเทศ
2. ตัง้ สมมติฐานประเดน็ ปbญหาที่ตนเองสนใจ
3. ออกแบบ วางแผน ใชกK ระบวนการรวบรวมขอK มูลอยCางมปี ระสิทธภิ าพ
4. ศกึ ษา คKนควKา แสวงหาความรKูเกยี่ วกบั ประเด็นที่เลือก จากแหลงC เรียนรทKู หี่ ลากหลาย
5. ตรวจสอบความนCาเชอ่ื ถอื ของแหลCงทม่ี าของขKอมูลไดK
6. วิเคราะหOขKอคนK พบดKวยสถิตทิ ่เี หมาะสม
7. สงั เคราะหสO รปุ องคคO วามรKูดKวยกระบวนการกลCุม
8. เสนอแนวคดิ การแกปK bญหาอยCางเปน^ ระบบดKวยองคคO วามรูจK ากการคนK พบ
9. เหน็ ประโยชนOและคณุ คCาของการศึกษาคKนควKาดKวยตนเอง
รวม 9 ผลการเรียนร1ู
128
การกำหนดโครงสรา1 งเวลาเรียนพน้ื ฐาน และเพิม่ เตมิ สถานศกึ ษาดำเนนิ การ ดงั นี้
ระดับมัธยมศึกษา จัดโครงสรKางเวลาเรียนพื้นฐานใหKเป^นไปตามที่กำหนดและสอดคลKองกับเกณฑOการจบ
หลักสูตร
สำหรับเวลาเรยี นเพม่ิ เติม ในระดับมธั ยมศึกษา จัดเป^นรายวิชาเพม่ิ เตมิ หรอื กิจกรรมพฒั นาผเูK รยี น โดย
พจิ ารณาใหสK อดคลKองกบั ความพรอK ม จดุ เนKนของสถานศกึ ษาและเกณฑกO ารจบหลักสูตร
กิจกรรมพัฒนาผูKเรียนที่กำหนดไวKในชั้นมัธยมศึกษาปsที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปsที่ 3 ปsละ 120 ชั่วโมง และ
ชั้นมัธยมศึกษาปsที่ 4-6 จำนวน 360 ชั่วโมงนั้น เป^นเวลาสำหรับปฏิบัติกิจกรรมแนะแนวกิจกรรมนักเรียน และ
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนO ในสCวนกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนO สถานศึกษาจัดสรร
เวลาใหผK Kเู รยี นไดปK ฏบิ ัตกิ ิจกรรม ดังนี้
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตKน (ม.1-3) รวม 3 ปs จำนวน 45 ชวั่ โมง
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) รวม 3 ปs จำนวน 60 ชัว่ โมง
การจดั การเรียนรู1
การจัดการเรียนรูKเป^นกระบวนการสำคัญในการนำหลักสูตรสูCการปฏิบัติ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนโพธ์ิ
ตากพิทยาคมตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป^นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรูK สมรรถนะสำคัญ
และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคขO องผูKเรยี น เปน^ เปhาหมายสำหรบั พัฒนาเดก็ และเยาวชน
ในการพัฒนาผูKเรียนใหKมีคุณสมบตั ิตามเปาh หมายหลกั สตู ร ผKสู อนพยายามคดั สรรกระบวนการเรียนรูK
จดั การเรยี นรKูโดยชCวยใหKผเKู รยี นเรยี นรKูผCานสาระทก่ี ำหนดไวใK นหลกั สตู ร 8 กลCุมสาระการเรียนรKู รวมทง้ั ปลูกฝงb
เสรมิ สรKางคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคO พัฒนาทกั ษะตCางๆ อันเปน^ สมรรถนะสำคญั ใหผK เKู รียนบรรลุตามเปาh หมาย
1. หลักการจดั การเรยี นร1ู
การจดั การเรียนรเูK พือ่ ใหผK Kเู รียนมีความรKูความสามารถตามมาตรฐานการเรยี นรูK สมรรถนะสำคัญ และ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคตO ามที่กำหนดไวKในหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นปทุมเทพวิทยาคารตามหลักสตู ร
แกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน โดยยึดหลกั วCา ผKูเรยี นมคี วามสำคญั ทีส่ ุด
เชอ่ื วาC ทกุ คนมคี วามสามารถเรยี นรKแู ละพฒั นาตนเองไดK ยดึ ประโยชนทO ่เี กดิ กบั ผKูเรียน กระบวนการจดั การเรยี นรKู
ตอK งสงC เสรมิ ใหผK ูKเรียน สามารถพฒั นาตามธรรมชาติและเตม็ ตามศกั ยภาพ คำนงึ ถงึ ความแตกตาC งระหวาC งบคุ คล
และพฒั นาการทางสมอง เนKนใหคK วามสำคญั ทั้งความรูK และคณุ ธรรม
2. กระบวนการเรยี นรู1
การจัดการเรียนรทูK ่ีเนนK ผKเู รียนเปน^ สำคญั ผูเK รียนจะตอK งอาศัยกระบวนการเรยี นรKูท่หี ลากหลาย
เปน^ เคร่ืองมอื ทจี่ ะนำพาตนเองไปสCเู ปาh หมายของหลกั สูตร กระบวนการเรียนรทKู จี่ ำเปน^ สำหรบั ผKูเรยี น อาทิ
กระบวนการเรยี นรูแK บบบูรณาการ กระบวนการสรKางความรูK กระบวนการคดิ กระบวนการทางสงั คม
กระบวนการเผชญิ สถานการณOและแกปK ญb หา กระบวนการเรยี นรูK จากประสบการณจO ริง กระบวนการปฏบิ ัติ ลงมอื
ทำจรงิ กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรKกู ารเรียนรKขู องตนเอง กระบวนการพฒั นา
ลกั ษณะนิสยั
กระบวนการเหลCานเ้ี ป^นแนวทางในการจดั การเรยี นรูทK ผี่ เKู รยี นควรไดรK บั การฝ’กฝน พฒั นา เพราะจะ
สามารถชวC ยใหKผKูเรียนเกิดการเรียนรูKไดKดี บรรลุเปาh หมายของหลกั สูตร ดงั นั้น ผสูK อน จึงจำเปน^ ตKองศึกษาทำ
129
ความเขKาใจในกระบวนการเรยี นรูKตาC ง ๆ เพ่อื ใหสK ามารถเลอื กใชใK นการจดั กระบวนการเรียนรไKู ดอK ยCางมี
ประสิทธภิ าพ
3. การออกแบบการจัดการเรยี นรู1
ผKสู อนตKองศึกษาหลักสตู รสถานศกึ ษาใหKเขKาใจถงึ มาตรฐานการเรียนรูK ตวั ชี้วดั สมรรถนะสำคัญ
ของผูKเรียน คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคO และสาระการเรยี นรูKท่เี หมาะสมกบั ผเKู รียน แลKวจงึ พิจารณาออกแบบการ
จดั การเรยี นรโKู ดยเลอื กใชKวธิ ีสอนและเทคนิคการสอน ส่ือ/แหลงC เรยี นรูK การวดั และประเมินผล เพอื่ ใหผK เูK รยี นไดK
พัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลุตามเปาh หมายทกี่ ำหนด
4. บทบาทของผู1สอนและผ1เู รยี น
การจัดการเรียนรูKเพื่อใหKผูKเรียนมีคุณภาพตามเปhาหมายของหลักสูตร ทั้งผูKสอนและผูKเรียนควรมี
บทบาท ดงั นี้
4.1 บทบาทของผสู1 อน
1) ศึกษาวเิ คราะหOผเKู รียนเป^นรายบุคคล แลวK นำขKอมลู มาใชใK นการวางแผน
การจดั การเรียนรKู ทท่ี าK ทายความสามารถของผKูเรียน
2) กำหนดเปhาหมายท่ีตKองการใหKเกิดขึ้นกับผูKเรียน ดาK นความรKูและทักษะ
กระบวนการ ทีเ่ ป^นความคิดรวบยอด หลักการ และความสมั พันธO รวมท้งั คุณลักษณะอันพึงประสงคO
3) ออกแบบการเรียนรูKและจัดการเรียนรูKที่ตอบสนองความแตกตCางระหวCางบุคคลและ
พัฒนาการทางสมอง เพื่อนำผูKเรยี นไปสCูเปาh หมาย
4) จดั บรรยากาศที่เอ้ือตCอการเรียนรKู และดแู ลชวC ยเหลือผูKเรียนใหKเกดิ การเรียนรKู
5) จดั เตรียมและเลอื กใชสK ่อื ใหเK หมาะสมกบั กจิ กรรม นำภูมิปbญญาทอK งถนิ่
เทคโนโลยีทเ่ี หมาะสมมาประยุกตOใชKในการจดั การเรยี นการสอน
6) ประเมินความกKาวหนKาของผูKเรยี นดวK ยวิธกี ารทีห่ ลากหลาย เหมาะสมกบั
ธรรมชาตขิ องวชิ าและระดับพัฒนาการของผูเK รยี น
7) วเิ คราะหOผลการประเมินมาใชใK นการซอC มเสริมและพฒั นาผูKเรยี น รวมทั้ง
ปรับปรงุ การจัดการเรียนการสอนของตนเอง
4.2 บทบาทของผูเ1 รียน
1) กำหนดเปhาหมาย วางแผน และรบั ผดิ ชอบการเรยี นรขูK องตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรูK เขKาถึงแหลงC การเรยี นรูK วิเคราะหO สังเคราะหOขอK ความรKู
ตงั้ คำถาม คิดหาคำตอบหรือหาแนวทางแกปK bญหาดวK ยวธิ ีการตCาง ๆ
3) ลงมือปฏิบตั จิ ริง สรปุ สิง่ ท่ีไดเK รียนรูKดKวยตนเอง และนำความรไูK ปประยกุ ตOใชK
ในสถานการณOตาC ง ๆ 4)มีปฏสิ ัมพันธO ทำงาน ทำกิจกรรมรวC มกับกลุมC และครู
5) ประเมนิ และพฒั นากระบวนการเรียนรขูK องตนเองอยาC งตCอเน่ือง
130
ส่ือการเรียนรู1
สื่อการเรียนรูKเป^นเครื่องมือสCงเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรูK ใหKผูKเรียนเขKาถึงความรูK ทักษะ
กระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรไดKอยCางมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรูKมีหลากหลาย
ประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพO สื่อเทคโนโลยี และเครือขCายการเรียนรูKตCางๆ ที่มีในทKองถิ่น การเลือกใชK
ส่ือควรเลือกใหKมีความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และลลี าการเรียนรทูK ่ีหลากหลายของผูเK รียน
การจัดหาสื่อการเรียนรูK ผูKเรียนและผูKสอนสามารถจัดทำและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุงเลือกใชKอยCางมี
คุณภาพจากสื่อตCาง ๆ ที่มีอยูCรอบตัวเพื่อนำมาใชKประกอบในการจัดการเรียนรูKที่สามารถสCงเสริมและสื่อสารใหK
ผูKเรียนเกิดการเรียนรูK โดยสถานศึกษาไดKจัดใหKมีอยCางพอเพียง เพื่อพัฒนาใหKผูKเรียน เกิดการเรียนรูKอยCางแทKจริง
สถานศกึ ษาดำเนินการดงั น้ี
1. จัดใหKมีแหลCงการเรียนรูK ศูนยOสื่อการเรียนรูK ระบบสารสนเทศการเรียนรูK และเครือขCาย
การเรียนรูKที่มีประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาคKนควKาและการแลกเปลี่ยนประสบการณO
การเรียนรูK ระหวCางสถานศกึ ษา ทKองถ่นิ ชุมชน สังคมโลก
2. จัดทำและจัดหาสื่อการเรียนรูKสำหรับการศึกษาคKนควKาของผูKเรียน เสริมความรูKใหKผูKสอน รวมทั้งจัดหา
ส่ิงท่มี ีอยูใC นทอK งถิน่ มาประยกุ ตOใชเK ป^นสือ่ การเรียนรKู
3. เลือกและใชKสื่อการเรียนรูKที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคลKองกับวิธีการ
เรยี นรูK ธรรมชาติของสาระการเรยี นรKู และความแตกตCางระหวCางบคุ คลของผKเู รยี น
4. ประเมนิ คณุ ภาพของสอ่ื การเรียนรKทู เี่ ลือกใชอK ยCางเปน^ ระบบ
5. ศึกษาคKนควKา วิจยั เพ่ือพฒั นาสอ่ื การเรียนรูใK หสK อดคลอK งกับกระบวนการเรียนรKูของผเูK รยี น
6. จัดใหKมีการกำกับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใชKสื่อ
การเรยี นรูKเป^นระยะๆ และสมำ่ เสมอ
ในการจัดทำ การเลอื กใชK และการประเมนิ คุณภาพสื่อการเรยี นรKทู ่ีใชKในสถานศึกษา
คำนงึ ถงึ หลักการสำคญั ของสือ่ การเรยี นรูK เชนC ความสอดคลอK งกับหลักสตู ร วัตถุประสงคกO ารเรยี นรKู การออกแบบ
กจิ กรรมการเรียนรKู การจดั ประสบการณใO หผK ูเK รยี น เนอื้ หามคี วามถกู ตอK งและทนั สมัย ไมกC ระทบความม่นั คงของ
ชาติ ไมCขัดตCอศีลธรรม มีการใชภK าษาทีถ่ กู ตKอง รูปแบบการนำเสนอทเ่ี ขาK ใจงCาย และนCาสนใจ
การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู1
การวัดและประเมินผลการเรียนรูKของผูKเรียนตKองอยูCบนหลักการพื้นฐานสองประการคือ
การประเมินเพื่อพัฒนาผูKเรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูKของผูKเรียน ใหKประสบ
ผลสำเร็จนั้น ผูKเรียนจะตKองไดKรับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อใหKบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรูK สะทKอน
สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงคOของผูKเรียนซึ่งเป^นเปhาหมายหลักในการวัดและประเมินผลการ
เรียนรูKในทุกระดับไมCวCาจะเป^นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การวัด
และประเมินผลการเรียนรูK เป^นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผูKเรียนโดยใชKผลการประเมินเป^นขKอมูลและสารสนเทศ
ที่แสดงพัฒนาการ ความกKาวหนKา และความสำเร็จทางการเรียนของผูKเรียน ตลอดจนขKอมูลที่เป^นประโยชนOตCอการ
สCงเสรมิ ใหKผูเK รยี นเกดิ การพฒั นาและเรียนรูอK ยCางเต็มตามศกั ยภาพ
131
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรKู แบCงออกเป^น 4 ระดบั ไดKแกCระดบั ชัน้ เรยี นระดบั สถานศกึ ษา ระดบั เขต
พ้ืนที่การศึกษา และระดบั ชาติ มีรายละเอยี ด ดังน้ี
1. การประเมินระดับชั้นเรียน เป^นการวัดและประเมินผลที่อยูCในกระบวนการจัดการเรียนรูK ผูKสอน
ดำเนินการเป^นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใชKเทคนิคการประเมินอยCางหลากหลาย เชCน การ
ซักถาม การสังเกต การตรวจการบKาน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟhมสะสมงาน การ
ใชKแบบทดสอบ ฯลฯ โดยผูKสอนเป^นผูKประเมินเองหรือเป•ดโอกาส ใหKผูKเรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพื่อน
ผปKู กครองรวC มประเมิน ในกรณที ีไ่ มCผาC นตวั ช้ีวดั ใหมK ี การสอนซอC มเสริม
การประเมนิ ระดบั ชัน้ เรยี นเปน^ การตรวจสอบวCา ผKูเรยี นมีพฒั นาการความกKาวหนKาใน
การเรียนรูK อันเปน^ ผลมาจากการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนหรอื ไมC และมากนKอยเพยี งใด มสี ิ่งทีจ่ ะตอK งไดรK บั
การพัฒนาปรบั ปรุงและสงC เสรมิ ในดาK นใด นอกจากน้ยี ังเปน^ ขอK มูลใหผK KูสอนใชKปรับปรุงการเรยี นการสอนของตน
ดวK ย ทั้งน้ีโดยสอดคลอK งกบั มาตรฐานการเรยี นรูแK ละตวั ชี้วัด
2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป^นการประเมินที่สถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผล การเรียนของ
ผูKเรียนเป^นรายปs/รายภาค ผลการประเมินการอCาน คิดวิเคราะหOและเขียน คุณลักษณะ อันพึงประสงคO และ
กิจกรรมพัฒนาผูKเรียน นอกจากนี้เพื่อใหKไดKขKอมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา วCาสCงผลตCอการ
เรียนรูKของผูKเรียนตามเปhาหมายหรือไมC ผูKเรียนมีจุดพัฒนาในดKานใด รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนของผูKเรียนใน
สถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑOระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป^นขKอมูลและสารสนเทศเพ่ือ
การปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทำแผนพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัด
การศึกษาตCอคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน ผปKู กครองและชุมชน
3. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป^นการประเมินคุณภาพผูKเรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา
ตามมาตรฐานการเรียนรูKตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใชKเป^นขKอมูลพื้นฐานในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดยประเมินคุณภาพ
ผลสัมฤทธิ์ของผูKเรียนดKวยขKอสอบมาตรฐานที่จัดทำและดำเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา หรือดKวยความรCวมมือกับ
หนCวยงานตKนสังกัด ในการดำเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังไดKจากการตรวจสอบทบทวนขKอมูลจากการประเมิน
ระดับสถานศกึ ษาในเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษา
4. การประเมินระดับชาติ เป^นการประเมินคุณภาพผูKเรียนในระดับชาติตามมาตรฐาน
การเรียนรูKตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาตKองจัดใหKผูKเรียนทุกคนที่เรียน ในช้ัน
ประถมศึกษาปsที่ 3 ชั้นประถมศึกษาปsที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปsที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปsที่ 6 เขKารับการ
ประเมิน ผลจากการประเมินใชKเป^นขKอมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับตCาง ๆ เพื่อนำไปใชKในการ
วางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป^นขKอมูลสนับสนุน การตัดสินใจในระดับนโยบายของ
ประเทศ
ขKอมูลการประเมินในระดับตCาง ๆ ขKางตKน เป^นประโยชนOตCอสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพัฒนา
คุณภาพผูKเรียน ถือเป^นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะตKองจัดระบบดูแลชCวยเหลือ ปรับปรุงแกKไข
132
สCงเสริมสนับสนุนเพื่อใหKผูKเรียนไดKพัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐาน ความแตกตCางระหวCางบุคคลที่จำแนกตาม
สภาพปbญหาและความตKองการ ไดKแกC กลุCมผูKเรียนทั่วไป กลุCมผูKเรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุCมผูKเรียนที่มี
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ กลุCมผูKเรียนที่มีปbญหาดKานวินัยและพฤติกรรม กลุCมผูKเรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุCม
ผูKเรียนที่มีปbญหาทางเศรษฐกิจและสังคม เป^นตKน ขKอมูลจากการประเมินจึงเป^นหัวใจของสถานศึกษาในการ
ดำเนินการชCวยเหลือผเูK รียนไดทK นั ทวC งที เป•ดโอกาสใหผK เูK รียนไดรK ับการพฒั นาและประสบความสำเร็จในการเรยี น
สถานศึกษาจัดทำระเบียบวCาดKวยการวัดและประเมินผลการเรียนของสถานศึกษาใหKสอดคลKองและเป^นไป
ตามหลักเกณฑOและแนวปฏิบัติที่เป^นขKอกำหนดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใหKบุคลากรที่
เกี่ยวขอK งทุกฝาg ยถือปฏบิ ตั ริ Cวมกัน
เกณฑกQ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี น
1. การตดั สิน การใหร1 ะดบั และการรายงานผลการเรยี น
1.1 การตดั สินผลการเรียน
ในการตัดสินผลการเรยี นของกลมุC สาระการเรยี นรูK การอาC น คดิ วเิ คราะหOและเขยี น คณุ ลักษณะ
อันพึงประสงคO และกจิ กรรมพฒั นาผKเู รียนน้นั ผสKู อนตKองคำนงึ ถึงการพฒั นาผKเู รียนแตลC ะคนเปน^ หลกั และตอK งเก็บ
ขอK มลู ของผเKู รยี นทุกดKานอยCางสมำ่ เสมอและตอC เนื่องในแตลC ะภาคเรียน รวมท้งั สอนซCอมเสรมิ ผูKเรียนใหพK ฒั นาจนเตม็
ตามศักยภาพ
ระดบั มัธยมศึกษา
(1) ตดั สนิ ผลการเรยี นเป^นรายวชิ า ผูเK รียนตอK งมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไมนC KอยกวาC
รอK ยละ 80 ของเวลาเรยี นทัง้ หมดในรายวิชานัน้ ๆ
(2) ผKูเรียนตอK งไดรK บั การประเมินทกุ ตวั ชีว้ ัด และผCานตามเกณฑทO ่ีสถานศึกษากำหนด
(3) ผKูเรียนตKองไดรK บั การตัดสินผลการเรียนทุกรายวชิ า
(4) ผเKู รียนตอK งไดKรบั การประเมิน และมผี ลการประเมินผCานตามเกณฑOที่
สถานศกึ ษากำหนด ในการอาC น คิดวเิ คราะหแO ละเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงคO และกจิ กรรมพฒั นาผเูK รยี น
การพิจารณาเล่อื นช้นั มัธยมศึกษา ถาK ผเKู รียนมีขKอบกพรCองเพยี งเล็กนKอย และสถานศึกษาพิจารณาเหน็
วาC สามารถพัฒนาและสอนซอC มเสรมิ ไดK ใหKอยCใู นดุลพนิ ิจของสถานศกึ ษาทจ่ี ะผCอนผันใหKเล่ือนช้นั ไดK แตCหากผเKู รยี น
ไมผC าC นรายวชิ าจำนวนมาก และมแี นวโนKมวCาจะเป^นปbญหาตCอการเรียนในระดบั ชน้ั ทสี่ ูงขึ้น สถานศกึ ษาอาจตง้ั
คณะกรรมการพจิ ารณาใหเK รยี นซำ้ ชน้ั ไดK ท้ังนใี้ หKคำนงึ ถึงวุฒิภาวะและความรูKความสามารถของผเKู รยี นเปน^ สำคัญ
1.2 การให1ระดบั ผลการเรยี น
ระดับมธั ยมศึกษา ในการตัดสนิ เพ่ือใหKระดับผลการเรียนรายวชิ า ใหใK ชตK วั เลขแสดงระดบั ผลการ
เรียนเปน^ 8 ระดบั
การประเมนิ การอCาน คิดวเิ คราะหOและเขียน และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคOน้ัน ใหรK ะดบั ผลการ
ประเมนิ เป^น ดีเยีย่ ม ดี และผาC น
133
การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผKเู รยี น จะตอK งพิจารณาทั้งเวลาการเขาK รCวมกิจกรรม การปฏิบตั กิ ิจกรรม
และผลงานของผูKเรียน ตามเกณฑOที่สถานศึกษากำหนด และใหผK ลการเขKารCวมกจิ กรรมเป^นผCาน และไมผC าC น
1.3 การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรียนเปน^ การส่ือสารใหKผKปู กครองและผูเK รียนทราบความกKาวหนาK ในการเรียนรูK
ของผเKู รียน ซึ่งสถานศึกษาตKองสรุปผลการประเมนิ และจัดทำเอกสารรายงานใหผK ปูK กครองทราบเป^นระยะ ๆ หรือ
อยาC งนKอยภาคเรียนละ 1 ครัง้
การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเปน^ ระดับคณุ ภาพการปฏิบตั ิของผูKเรยี นท่ีสะทอK นมาตรฐาน
การเรียนรกKู ลCมุ สาระการเรยี นรKู
2. เกณฑQการจบการศึกษา
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดเกณฑOกลางสำหรับการจบการศึกษาเป^น 3ระดับ คือ
ระดบั ประถมศกึ ษา ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตKน และระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
2.1 เกณฑQการจบระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน1
(1) ผูKเรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมไมCเกิน 81 หนCวยกิต โดยเป^นรายวิชาพื้นฐาน 66
หนCวยกติ และรายวชิ าเพมิ่ เตมิ จำนวน 15 หนCวยกิต
(2) ผูKเรียนตKองไดKหนCวยกิตตลอดหลักสูตรไมCนKอยกวCา 77 หนCวยกิต โดยเป^นรายวิชาพื้นฐาน 66
หนCวยกิต และรายวิชาเพ่ิมเติมไมCนอK ยกวCา 11 หนวC ยกติ
(3) ผูKเรียนมีผลการประเมิน การอCาน คิดวิเคราะหOและเขียน ในระดับผCาน เกณฑO
การประเมนิ ตามท่ีสถานศกึ ษากำหนด
(4) ผูKเรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคO ในระดับผCานเกณฑOการประเมินตามที่
สถานศึกษากำหนด
(5) ผูKเรียนเขKารCวมกิจกรรมพัฒนาผูKเรียนและมีผลการประเมินผCานเกณฑOการประเมินตามท่ี
สถานศึกษากำหนด
2.2 เกณฑกQ ารจบระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
(1) ผูKเรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม ไมCนKอยกวCา 87 หนCวยกิต โดยเป^นรายวิชาพื้นฐาน
41 หนวC ยกติ และรายวชิ าเพมิ่ เตมิ จำนวนไมนC KอยกวCา 46 หนวC ยกิต
(2) ผูKเรียนตKองไดKหนCวยกิตตลอดหลักสูตรไมCนKอยกวCา 77 หนCวยกิต โดยเป^นรายวิชาพื้นฐาน 41
หนCวยกิต และรายวชิ าเพิม่ เติม ไมนC อK ยวCา 36 หนวC ยกติ
(3) ผูเK รียนมผี ลการประเมิน การอCาน คิดวิเคราะหOและเขยี น ในระดับผาC นเกณฑO
การประเมนิ ตามที่สถานศึกษากำหนด
(4) ผูKเรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคO ในระดับผCานเกณฑOการประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากำหนด
(5) ผูKเรียนเขKารCวมกิจกรรมพัฒนาผูKเรียนและมีผลการประเมินผCานเกณฑOการประเมินตามท่ี
สถานศึกษากำหนด
134
สำหรบั การจบการศึกษาสำหรับหัองเรยี นพิเศษ ใหKคณะกรรมการของสถานศึกษาและผูKทเี่ กีย่ วขอK ง
ดำเนนิ การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรูตK ามหลักเกณฑใO นแนวปฏิบัตกิ ารวดั และประเมินผลการเรียนรKูของ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับแตCละกลุCม
เอกสารหลักฐานการศกึ ษา
เอกสารหลักฐานการศึกษา เป^นเอกสารสำคัญที่บันทึกผลการเรียน ขKอมูลและสารสนเทศ ที่เกี่ยวขKองกับ
พัฒนาการของผKเู รยี นในดKานตCาง ๆ แบงC ออกเปน^ 2 ประเภท ดงั นี้
1. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาทีก่ ระทรวงศกึ ษาธกิ ารกำหนด
1.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน เป^นเอกสารแสดงผลการเรียนและรบั รองผลการเรียนของผKูเรยี น
ตามรายวชิ า ผลการประเมนิ การอาC น คดิ วเิ คราะหแO ละเขียน ผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคขO อง
สถานศึกษา และผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผูเK รียน สถานศึกษาจะตอK งบนั ทึกขอK มูลและออกเอกสารน้ีใหผK ูKเรยี น
เป^นรายบุคคล เมือ่ ผเูK รียนจบการศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา (ช้ันประถมศึกษาปทs ่ี 6) จบการศึกษาภาคบงั คับ(ชนั้
มธั ยมศึกษาปทs ่ี 3) จบการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน(ชน้ั มัธยมศกึ ษาปsท่ี 6) หรอื เมอ่ื ลาออกจากสถานศกึ ษาในทกุ กรณี
1.2 ประกาศนยี บตั ร เป^นเอกสารแสดงวฒุ ิการศึกษาเพื่อรับรองศกั ด์แิ ละสิทธข์ิ องผKจู บการศึกษา ที่
สถานศึกษาใหKไวKแกCผูKจบการศึกษาภาคบังคับ และผูKจบการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พืน้ ฐาน
1.3 แบบรายงานผู1สำเร็จการศึกษา เป^นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายชื่อและ
ขKอมูลของผูKจบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปsที่ 6) ผูKจบการศึกษาภาคบังคับ (ชั้นมัธยมศึกษาปsท่ี
3) และผจKู บการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน (ช้นั มธั ยมศึกษาปทs ่ี 6)
2. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาทีส่ ถานศึกษากำหนด
เป^นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรูK และขKอมูลสำคัญ เกี่ยวกับ
ผูKเรียน เชCน แบบรายงานประจำตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรองผล
การเรียน และ เอกสารอื่น ๆ ตามวัตถุประสงคขO องการนำเอกสารไปใชK
การเทียบโอนผลการเรียน
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผูKเรียนในกรณีตCางๆไดKแกC การยKายสถานศึกษา การเปลี่ยน
รูปแบบการศึกษา การยKายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเขKารับการศึกษาตCอ การศึกษาจากตCางประเทศ
และขอเขKาศึกษาตCอในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรูK ทักษะ ประสบการณOจากแหลCงการเรียนรูK
อน่ื ๆ เชCน สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบนั การฝก’ อบรมอาชีพ การจดั การศกึ ษาโดยครอบครัว
การเทียบโอนผลการเรียนควรดำเนินการในชCวงกอC นเป•ดภาคเรียนแรก หรือตKนภาคเรยี นแรกที่
สถานศึกษารบั ผKูขอเทยี บโอนเปน^ ผเKู รยี น ท้ังนี้ ผูเK รียนท่ีไดKรบั การเทยี บโอนผลการเรยี นตKองศกึ ษาตอC เน่อื งใน
สถานศึกษาทรี่ บั เทยี บโอนอยCางนอK ย 1 ภาคเรยี น โดยสถานศึกษาท่รี ับผKเู รียนจากการเทยี บโอนควรกำหนด
รายวิชา/จำนวนหนCวยกติ ท่จี ะรบั เทยี บโอนตามความเหมาะสม
การพจิ ารณาการเทยี บโอน สามารถดำเนินการไดK ดังนี้
1. พิจารณาจากหลักฐานการศกึ ษา และเอกสารอ่นื ๆ ทใี่ หKขอK มลู แสดงความรKู ความสามารถของผKเู รียน
135
2. พจิ ารณาจากความรูK ความสามารถของผเKู รียนโดยการทดสอบดวK ยวธิ กี ารตาC ง ๆ ทงั้ ภาคความรูKและ
ภาคปฏบิ ตั ิ
3. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏิบตั ิในสภาพจรงิ
การเทยี บโอนผลการเรียนใหKเป^นไปตาม ประกาศ หรือ แนวปฏิบตั ิ ของกระทรวงศึกษาธิการ
การบรหิ ารจดั การหลักสูตร
ในระบบการศึกษาทมี่ กี ารกระจายอำนาจใหKทอK งถ่นิ และสถานศึกษามบี ทบาทในการพฒั นาหลักสูตร
นัน้ หนCวยงานตาC งๆ ทเ่ี ก่ยี วขKองในแตCละระดับ ตัง้ แตCระดับชาติ ระดบั ทอK งถิ่น จนถึงระดับสถานศกึ ษา มีบทบาท
หนKาท่ี และความรบั ผดิ ชอบในการพฒั นา สนับสนนุ สงC เสริม การใชแK ละพฒั นาหลกั สูตรใหเK ป^นไปอยาC งมี
ประสิทธภิ าพ เพือ่ ใหกK ารดำเนินการจัดทำหลกั สูตรสถานศกึ ษาและ การจดั การเรยี นการสอนของ
สถานศึกษามปี ระสิทธิภาพสงู สดุ อนั จะสงC ผลใหKการพฒั นาคณุ ภาพผเKู รยี นบรรลุตามมาตรฐานการเรยี นรKทู ี่
กำหนดไวใK นระดับชาติ
ระดบั ทอK งถนิ่ ไดKแกC สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษา หนวC ยงานตKนสังกัดอ่ืน ๆ เปน^ หนCวยงานทม่ี ี
บทบาทในการขับเคล่อื นคณุ ภาพการจัดการศึกษา เป^นตวั กลางทจ่ี ะเชอื่ มโยงหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้
พื้นฐานทกี่ ำหนดในระดบั ชาตใิ หสK อดคลKองกับสภาพและความตKองการของทKองถ่นิ เพ่ือนำไปสกCู าร
จัดทำหลักสูตรของสถานศึกษา สCงเสรมิ การใชแK ละพัฒนาหลกั สูตรในระดับสถานศกึ ษา ใหปK ระสบความสำเร็จ
โดยมภี ารกจิ สำคญั คอื กำหนดเปhาหมายและจุดเนนK การพัฒนาคุณภาพผูเK รียน ในระดับทKองถ่นิ โดยพจิ ารณา
ใหKสอดคลอK งกับส่งิ ที่เปน^ ความตอK งการในระดบั ชาติ พัฒนาสาระ การเรยี นรKูทKองถิ่น ประเมนิ คณุ ภาพการศึกษา
ในระดับทKองถน่ิ รวมทั้งเพม่ิ พูนคณุ ภาพการใชหK ลักสตู รดKวยการวจิ ัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร สนบั สนนุ
สงC เสริม ตดิ ตามผล ประเมินผล วเิ คราะหO และรายงานผลคณุ ภาพของผเKู รยี น
สถานศึกษามีหนาK ที่สำคัญในการพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา การวางแผนและดำเนนิ การใชหK ลักสตู ร
การเพิ่มพูนคณุ ภาพการใชKหลกั สตู รดKวยการวิจยั และพัฒนา การปรบั ปรงุ และพัฒนาหลกั สตู ร จัดทำระเบยี บ
การวดั และประเมินผล ในการพฒั นาหลักสตู รสถานศึกษาตอK งพจิ ารณาใหสK อดคลKอง กับหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน และรายละเอียดทเี่ ขตพ้ืนที่การศกึ ษา หรือหนวC ยงาน ตKนสังกัดอืน่ ๆ ในระดับทอK งถิน่ ไดK
จดั ทำเพิม่ เติม รวมทง้ั สถานศกึ ษาสามารถเพม่ิ เตมิ ในสCวนที่เกีย่ วกบั สภาพปbญหาในชมุ ชนและสังคม ภมู ิปญb ญา
ทKองถนิ่ และความตอK งการของผเูK รยี น โดยทกุ ภาคสCวนเขKามามีสวC นรCวมในการพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษา
136
บรรณานกุ รม
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน. ( 2551 ). หลักสูตรการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน
พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พOคุรสุ ภาลาดพราK ว.
________. ( 2551 ). ตัวชวี้ ัดและสาระการเรยี นรแ1ู กนกลาง กลมุ^ สาระการเรยี นรูภ1 าษาไทย ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พคO รุ ุสภาลาดพราK ว.
________. ( 2551 ). ตวั ชวี้ ัดและสาระการเรยี นรแู1 กนกลาง กลุ^มสาระการเรยี นร1คู ณิตศาสตรQ ตามหลกั สตู ร
แกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551.(ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560 )
กรงุ เทพฯ: โรงพิมพOครุ สุ ภาลาดพราK ว.
________. ( 2551 ). ตัวชว้ี ัดและสาระการเรยี นรแ1ู กนกลาง กลม^ุ สาระการเรยี นรว1ู ทิ ยาศาสตรแQ ละเทคโนโลยตี าม
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551. (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช 2560 )
กรงุ เทพฯ: โรงพิมพOคุรุสภาลาดพราK ว.
________. ( 2551 ). ตวั ชี้วดั และสาระการเรยี นร1ูแกนกลาง กล^มุ สาระการเรียนร1ูสงั คมศึกษาศาสนาและ
วัฒนธรรม ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551.
(ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศักราช 2560 ) กรุงเทพฯ: โรงพมิ พคO ุรสุ ภาลาดพราK ว.
________. ( 2551 ). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู1แกนกลาง กลุ^มสาระการเรยี นรูส1 ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพOครุ ุสภา
ลาดพรKาว.
________. ( 2551 ). ตัวชีว้ ดั และสาระการเรียนรู1แกนกลาง กลม^ุ สาระการเรียนรศ1ู ลิ ปะ ตามหลกั สตู ร
แกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พOครุ สุ ภาลาดพรKาว.
________. ( 2551 ). ตัวชวี้ ัดและสาระการเรียนร1แู กนกลาง กลุ^มสาระการเรียนรก1ู ารงานอาชีพ
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพOครุ สุ ภา
ลาดพรKาว.
________. ( 2551 ). ตวั ช้ีวัดและสาระการเรียนรู1แกนกลาง กลม^ุ สาระการเรียนรภู1 าษาตา^ งประเทศ
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พOคุรุสภาลาดพราK ว.
137