42 บทที่ 2 ประเภทระบบเสยี งรถยนต์
ใบงานที่ 2 การตดิ ต้งั เพาเวอรแ์ อมป์
วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อให้นักศึกษาสามารถติดตั้งชุดเพาเวอร์แอมป์เคร่ืองเสียงรถยนต์ได้
เทคนิคการติดตั้งเพาเวอร์แอมป์
งานติดต้ังเครื่องขยายนั้น อาจจ�ำเป็นต้องใช้ทักษะร่วมกับคุณสมบัติด้านสร้างสรรค์มากกว่า
การติดต้ังเคร่ืองเล่นวิทยุ (Front) เพราะต้องมีการก�ำหนดต�ำแหน่งที่จะติดต้ังเอาเอง ด้วยพลัง
จากเพาเวอร์แอมป์ ชุดเครื่องเสียงรถยนต์จะเร่งความดังเคร่ืองได้มากขึ้น โดยเสียงที่ได้มีความ
สะอาดเป็นธรรมชาติมากข้ึนด้วย
เครอื่ งมอื และอุปกรณ์
1. เพาเวอร์แอมป์
2. สว่าน และช้ินอุปกรณ์ประกอบ
3. ไขควง สกรู และหัวต่อสายขนาดต่าง ๆ
4. สายรัด และเคร่ืองมือบีบหัวต่อสาย
5. สายไฟแรงดัน สายไฟกราวด์ สายไฟรีโมต และสายล�ำโพง
6. หัวแร้ง ตะก่ัวบัดกรี
ลำ� ดบั ข้นั การปฏบิ ัติงาน
1. การวางแผน เลอื กกำ� หนดท่ตี ั้งเพาเวอร์แอมป์ตามท่ตี งั้ ใจไว้ และใหถ้ กู หลกั ของการระบาย
ความรอ้ น และควรจะตอ้ งมพี นื้ ทใ่ี นดา้ นตา่ ง ๆ พอเพยี งเพอ่ื ทำ� การเชอ่ื มตอ่ การเดนิ สาย และปรบั แตง่
ให้เป็นไปได้อย่างสะดวก การก�ำหนดท่ีต้ังของเพาเวอร์แอมป์ที่เหมาะสม ได้แก่ บริเวณใต้เบาะ
ท่ีนั่งดา้ นหนา้ บรเิ วณผนงั ทว่ี างเทา้ ดา้ นหนา้ หรอื ในหอ้ งสมั ภาระทา้ ยรถ
2. การยดึ ติดเพาเวอร์แอมป์ ควรน�ำตัวเครื่องไปวางทาบในบริเวณที่ต้องการติดตั้ง และท�ำ
เครอื่ งหมายบรเิ วณทจี่ ะท�ำการยึดสกรูเอาไวก้ อ่ น จากน้ันจึงเจาะรูส�ำหรับยึดสกรู พร้อมตรวจสอบ
ความแนน่ หนาหลงั ยึดสกรูเพาเวอร์แอมปเ์ ปน็ ท่ีเรียบรอ้ ยแล้ว
3. การเดินสายเพาเวอร์แอมป์ ก่อนการเดินสายใด ๆ ในรถ ให้ปลดสายแบตเตอร่ีขั้วลบ
(กราวด์) ออกจากขั้วแบตเตอร่ีเสียก่อน ทั้งน้ีเพื่อลดความเสี่ยงของผลกระทบกับระบบไฟฟ้าของ
รถยนต์ โดยมสี ายสำ� คัญ 3 สว่ นท่ตี ้องพจิ ารณา ดังน้ี
- สายเก่ียวกับระบบไฟ : สายไฟ สายกราวด์ สายรีโมต ควบคุมการเปิด/ปิด เป็นแหล่ง
พลังไฟให้กับเพาเวอร์แอมป์
งานประดบั ยนต์ 43
- สายในสว่ นอนิ พตุ : สายน�ำสัญญาณ RCA ซ่ึงเป็นสายน�ำสัญญาณจากเครื่องรับวทิ ยุ/ซีดี
ไปยังเพาเวอร์แอมป์
- สายในสว่ นเอาต์พุต : เป็นสายนำ� กระแสเสียงจากเพาเวอร์แอมป์ไปยงั ล�ำโพง เพาเวอร์
แอมป์ ส่วนใหญ่จะไม่ได้มีสายไฟส�ำคัญต่าง ๆ มาให้ ซ่ึงในการติดต้ังเพาเวอร์แอมป์เพียงตัวเดียว
ในระบบ ต้องจัดเตรียมสายต่าง ๆ เหล่าน้ีเอง
การเดินสายไฟ พิจารณารูปประกอบ
- สายไฟแรงดนั : สายไฟแรงดนั จะเรมิ่ เดนิ จากแบตเตอรข่ี องรถยนตไ์ ปจนถงึ เพาเวอรแ์ อมป์ วัตถุปร
ควรมีขนาดของเส้นทองแดงท่ีเพียงพอกับจ�ำนวนรวมของกระแสไฟที่จะไหลผ่านโดยตรงจาก
ขว้ั บวกของแบตเตอรี่ ซง่ึ ไมน่ า่ มขี นาดเลก็ กวา่ เบอร์ 10 Gauge ซง่ึ อาจตอ้ งใชส้ ายไฟแรงดนั ในเบอร์
8, 4, 2 Gauge ทงั้ นขี้ น้ึ อยกู่ บั ความยาวของสายทใี่ ช้ ความตอ้ งการกระแสของเพาเวอรแ์ อมป์ สำ� หรบั
ตวั อยา่ งของสายเบอร์ 10 น้ันจะพอเพียงสำ� หรบั เพาเวอร์แอมปท์ ี่มีขนาดก�ำลงั ขับ 50 วตั ต์ x 2 หรอื
25 วตั ต์ x 4 สำ� หรบั การตดิ ตงั้ ขวั้ ดา้ นบนของแบตเตอรโี่ ดยทว่ั ไปจะมคี รอบมาตรฐานทท่ี ำ� เปน็ แหวน
เมื่อเริ่มต่อสายไปยังขั้วต่อต่าง ๆ ให้เดินสายผา่ นภายในของรถยนตไ์ ปยังเพาเวอรแ์ อมป์ โดยจะ
ต้องถอดกาบข้างประตู ยกพรมปูพ้ืนออก เพ่ือท่ีจะสามารถซ่อนสายต่าง ๆ ไว้อย่างแนบเนียน
ถา้ เพาเวอรแ์ อมปอ์ ยใู่ นห้องสัมภาระท้ายรถ จะตอ้ งถอดเอาทน่ี ่ังขา้ งหลงั ออกดว้ ย เพื่อให้สามารถ
เชอื่ มตอ่ สายตา่ ง ๆ ไปยงั เพาเวอรแ์ อมปด์ ว้ ยหวั ขวั้ ตอ่ สายแบบหางปลา และตอ่ เชอื่ มกบั เพาเวอรแ์ อมป์
โดยการขนั สกรใู หแ้ นน่ หนา เพาเวอร์แอมป์บางเครอื่ งอาจใชก้ ารปอกปลายสายเปลา่ ๆ เสยี บกบั สกรู
สายไฟแรงดันจะต้องเดินผ่านไปยังพื้นรถภายในโดยผ่านทางผนังห้องเคร่ือง วิธีท่ีสะดวกที่สุดคือ
การลอดสายไฟนั้นผ่านไปทางรูที่มีบริเวณผนังห้องเคร่ืองที่เป็นต�ำแหน่งเดียวกับกลุ่มสายไฟของ
รถยนตใ์ ช้อยู่ แตถ่ ้าไม่สามารถท�ำได้ ก็จะต้องมกี ารเจาะรูข้ึนใหม่ ซึ่งตอ้ งมีการเอาใจใส่อย่างยงิ่ โดย
44 บทท่ี 2 ประเภทระบบเสียงรถยนต์
การใชว้ งแหวนยางกันเอาไวร้ อบ ๆ สายไฟ ในตำ� แหนง่ ทเี่ จาะรู เพือ่ ป้องกันไม่ใหส้ ายไฟเกิดการถไู ถ
กบั ขอบโลหะทีแ่ หลมคมของรูทีเ่ จาะไว้
- สายลงกราวด์ (ดนิ ) : จะตอ้ งทำ� การยดึ ตดิ กบั พนื้ โลหะเปลา่ ของตวั ถงั รถ และตอ้ งมขี นาด
เบอรส์ ายเดียวกับสายไฟแรงดนั (หรือใหญ่กว่า) บริเวณทีท่ ำ� เป็นสลกั เกลียวหรือสกรูเพ่ือเชือ่ มตดิ
กับตัวถังรถจะต้องอยู่ใกล้ ๆ กับเพาเวอร์แอมป์ และขูดเอาสีท่ีเคลือบไว้ออกให้หมดจนเห็นเนื้อ
เหลก็ ขาวสะอาด ปลายของสายไฟกราวดอ์ าจท�ำใหเ้ ป็นแหวนเพอ่ื วางมันใหแ้ นบกับพื้นรถ และยดึ
สลักเกลียวหรือสกรูให้แน่นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สายลงกราวด์มีส่วนส�ำคัญในเรื่องการป้องกัน
เสยี งรบกวน ซึ่งควรท่ีจะลงสายกราวด์ของอุปกรณ์แต่ละตัวท่ีอยู่ใกล้ ๆ กนั ในจุดเดยี วกันทัง้ หมด
ตำ� แหน่งท่ใี ช้เปน็ จุดลงกราวด์น้ันควรอยู่ใกล้กับพ้นื รถมากที่สดุ และเรยี งลำ� ดบั อตั ราการกนิ กระแส
จากมากไปหาน้อย คอื ลงแหวนกราวด์ของอุปกรณ์ที่กินกระแสมากสุดไว้ล่างสุด และลงแหวน
กราวดข์ องอุปกรณ์ท่ีกินกระแสนอ้ ยสุดไวบ้ นสดุ ตามล�ำดบั
หมายเหตุ : สายดินหรือสายไฟกราวด์จะต้องสัมผัสกับโลหะเท่านั้น ไม่สามารถใช้แผ่นพ้ืน
อะลมู เิ นียมและบริเวณหน้าปัดไฟเบอร์กลาสเป็นจุดลงกราวด์ได้
- สายรโี มต : เพาเวอรแ์ อมปส์ ว่ นใหญจ่ ะมวี งจรเปดิ /ปดิ เครอื่ งอตั โนมตั ิ จงึ สามารถเชอื่ มตอ่ สาย
รโี มตจากเพาเวอรแ์ อมปไ์ ปยงั รโี มตออกของเครอื่ งรบั วทิ ย/ุ ซดี ี หรอื ทสี่ ายควบคมุ เสาอากาศ ซงึ่ จะมผี ล
ทำ� ใหเ้ พาเวอรแ์ อมปเ์ รมิ่ ทำ� งานเมอ่ื เครอื่ งรบั วทิ ย/ุ ซดี ถี กู เปดิ ใชง้ าน และจะหยดุ การทำ� งาน เมอ่ื เครอ่ื งรบั
วทิ ย/ุ ซดี ี ถกู ปดิ ลง
- สายล�ำโพง : เพื่อส่งสัญญาณเสียงไปยังล�ำโพง เชื่อมโยงระหว่างจุดต่อสายล�ำโพงที่
เพาเวอรแ์ อมปก์ บั ขว้ั สายลำ� โพงทตี่ วั ลำ� โพงหรอื กลอ่ งพาสซฟี โดยมาตรฐานแลว้ มกั ใชห้ วั ตอ่ แบบหางปลา
ในระหวา่ งหวั จดุ ตอ่ ทเ่ี พาเวอรแ์ อมป์ และจดุ ตอ่ ทพ่ี าสซฟี ครอสโอเวอร์ สว่ นจดุ ตอ่ ไปยงั ขวั้ สายลำ� โพง
ทตี่ วั ลำ� โพงมกั จะใชว้ ธิ กี ารบดั กรโี ดยตรง เพอ่ื ความมน่ั คงแนน่ หนา
ขอ้ พงึ ระวงั ประการหนงึ่ ในการเชอื่ มตอ่ สายลำ� โพง คอื ไมค่ วรใหส้ ว่ นทเ่ี ปน็ เสน้ ทองแดงภายในสมั ผสั
กบั ตวั ถงั รถโดยเดด็ ขาด เพราะอาจสง่ ผลยอ้ นไปทำ� ความเสยี หายใหก้ บั เพาเวอรแ์ อมปไ์ ด้
สรปุ และวิจารณ์ผลการปฏบิ ตั ิงาน
……………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………….....
………………………………………………………………………………………………………………………………….....
ความเหน็ ของอาจารยผ์ ู้สอน
………………………………………………………………………………………………………………………………….....
………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………..
งานประดบั ยนต์ 45
ใบประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ าน
ช่ืองาน...................................................................
จดุ ที่ ข้อก�ำ หนด คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้
1 ปฏบิ ตั ิงานได้ถกู ต้องตามข้นั ตอน
2 ชนิ้ งานมคี วามเรยี บรอ้ ย
3 ทำ�งานโดยค�ำ นึงถึงความปลอดภัย
4 การตรงตอ่ เวลา
5 มีการบำ�รงุ รักษาเครอื่ งมอื
6
7
8
9
คะแนนรวม (30 คะแนน)
ผลการประเมนิ ดีมาก ดี พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรงุ ต่ำ� กวา่ เกณฑ์
หมายเหตุ ผลการประเมิน
ผสู้ อนและผเู้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ รว่ มกนั เพอื่ กำ�หนดขอบเขตการปฏบิ ตั กิ อ่ น ไดร้ อ้ ยละ 80-100 ดมี าก
ลงมอื ปฏิบตั งิ าน 70-79 ดี
60-69 พอใช้
50-59 ต้องปรบั ปรงุ
น้อยกวา่ 50 ตำ่� กวา่ เกณฑ์
3บทท่ี ฟกิ รลรถม์ อยงนแตส์ง
แนวคดิ
ฟิล์มกรองแสงเป็นวัสดุท่ีถูกคิดค้นข้ึนเพื่อใช้ในการควบคุมพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์
ผลิตจากพลาสติกชนิดหนึ่งซ่ึงท�ำจากแผ่นโพลีเอสเตอร์ต่าง ๆ โดยใช้เทคโนโลยีในการเคลือบ
ช้ันฟิล์มตา่ ง ๆ กัน
ฟลิ ม์ กรองแสงทำ� หนา้ ทใ่ี นการลดหรอื กรองแสงสวา่ งทผ่ี า่ นเขา้ มาทางกระจก แบง่ ออกได้ 2 ประเภท
คอื 1. ฟิลม์ ย้อมสี 2. ฟิลม์ กรองแสงลดความรอ้ น หรอื ฟิลม์ เคลือบโลหะ
สาระการเรียนรู้ 2. ประเภทของฟลิ ์มกรองแสง
4. ข้อดีของการตดิ ฟลิ ม์ กรองแสง
1. โครงสรา้ งของฟิลม์ กรองแสง 6. การเปา่ ฟลิ ์ม
3. การลดพลังงานความร้อน 8. ขอ้ ควรปฎบิ ตั ใิ นการดแู ลรกั ษาฟลิ ม์ กรองแสง
5. การลอกฟลิ ์มกรองแสง 10. การเลือกฟลิ ์มกรองแสง
7. การตดิ แผน่ ฟลิ ม์
9. ข้อบกพรอ่ งและวิธกี ารแกไ้ ข
ขณะติดตง้ั ฟลิ ์มกรองแสง
สมรรถนะประจำ� บท
1. แสดงความร้เู ก่ยี วกบั ฟิล์มกรองแสงรถยนต์
2. ปฏบิ ตั ิการติดฟลิ ม์ กรองแสงรถยนต์
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
1. อธิบายโครงสรา้ งของฟิลม์ กรองแสง
2. จ�ำแนกประเภทของฟิล์มกรองแสง
3. อธิบายการลดพลงั งานความร้อน
4. บอกข้อดีของการตดิ ฟลิ ม์ กรองแสง
5. ปฏบิ ัตกิ ารลอกฟลิ ม์ เป่าฟิล์ม และตดิ แผน่ ฟิลม์
6. บอกข้อควรปฏิบตั ิในการดแู ลรักษาฟิล์มกรองแสง
7. ระบขุ ้อบกพรอ่ งและวธิ กี ารแก้ไขขณะตดิ ตั้งฟลิ ์มกรองแสง
8. อธิบายและปฏิบตั ิการเลอื กฟิลม์ กรองแสง
3บทท่ี ฟกิรลรถม์อยงนแตส์ง
1. โครงสร้างของฟิล์มกรองแสง
ฟิล์มกรองแสงเป็นวัสดุท่ีถูกคิดค้นข้ึนเพ่ือใช้ในการควบคุมพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์
ผลิตจากพลาสติกชนิดหน่ึงซ่ึงท�ำจากแผ่นโพลีเอสเตอร์ต่าง ๆ เช่น PVDG, Tedlar Foils Metal-
lized Film, Acetate, PET, Polyolefins และ Polycarbonates โดยใช้เทคโนโลยีในการเคลอื บ
ชัน้ ฟลิ ม์ ต่าง ๆ กัน เช่น สี โลหะ กาว สารกันรอยขดี ข่วน และสารดูดซับรังสียูวี (UV Absorber) ซ่ึง
แผ่นโพลีเอสเตอร์เป็นวัสดุที่เหมาะตอ่ การผลติ ฟิลม์ เน่ืองจากมคี วามเหนยี ว ทนทาน ยืดหยุ่นสูง ดดู ซับ
ความชื้นน้อย และสามารถทนอุณหภูมิได้ท้ังสูงและต�่ำ จนท�ำให้สามารถลดแสงและความร้อนได ้
แต่ยังคงความโปร่งใส (Transparency) ท�ำให้สามารถมองเห็นภายนอกได้
จำ� เปน็ อยา่ งยง่ิ ทร่ี ถยนตจ์ ะตอ้ งมวี ิธกี ารปอ้ งกันคล่ืนความร้อน เพื่อรักษาอุณหภูมิท่ีเหมาะสมใน
ขณะใชร้ ถ เนอ่ื งจากแสงแดดในตอนกลางวนั หรือแมใ้ นยามคำ�่ คนื หากขับรถโดยไมเ่ ปดิ กระจกท�ำใหเ้ กิด
สภาวะอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม ซ่ึงจะไปลดความสามารถและสมาธิในการขับข่ีลง เพราะความอบอ้าว
ในรถอันเกิดจากแสงแดดและอากาศภายใน ดังนั้น รถยนต์จ�ำเป็นจะต้องมีฟิล์มกรองแสง หรือฟลิ ม์
ลดความรอ้ นและเครื่องปรับอากาศ เพื่อรกั ษาอณุ หภมู ิภายในรถให้เหมาะสม
ฟิล์มกรองแสงหรือฟิล์มลดความรอ้ นน้ัน มีความเหมือนและแตกต่างกันอยู่ในตัวเอง ในอดตี
ผ้คู นมกั จะเรียก วสั ดุสีดำ� ๆ ทเ่ี ปน็ พลาสติกติดกระจกรถว่าเปน็ ฟลิ ์มกรองแสง ตอ่ มาได้เรียกใหม่ว่า ฟลิ ม์
ลดความรอ้ น ซึง่ ฟลิ ์มลดความร้อนกค็ ือฟิลม์ กรองแสงท่ีมีคุณสมบตั ใิ นการลดคลน่ื ความร้อนไดม้ ากกวา่
ฟลิ ม์ กรองแสงแบบเดิมนนั่ เอง ทั้งน้ี มาจากการทีไ่ ดม้ ีวิวัฒนาการด้านการผลติ ดว้ ยเทคโนโลยสี มัยใหม่
ฟิล์มกรองแสงที่จ�ำหน่ายอยู่ในท้องตลาดมีมากมายหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นแค่ฟิล์มย้อมสี
แบบพน้ื ๆ ซง่ึ มคี ณุ ภาพตำ�่ กนั ความรอ้ นไดน้ อ้ ยและไมม่ เี คลอื บสารปอ้ งกนั รงั สอี ลั ตราไวโอเลต แตป่ จั จบุ นั น ้ี
ด้วยเทคโนโลยลี า่ สดุ ไดก้ ำ� เนิดฟลิ ์มกรองแสงยุคใหม่ ซ่ึงเรียกว่า สปตั เตอรฟ์ ลิ ม์ (Sputter Coated
Metallized Films) โดยมีการน�ำเอาโลหะชนดิ ต่าง ๆ มาเคลอื บเป็นเนือ้ เดยี วกับฟลิ ม์ ท�ำใหฟ้ ลิ ม์ มีความ
คงทนและกนั ความรอ้ นไดอ้ ยา่ งดเี ยย่ี ม ซงึ่ ฟลิ ม์ กรองแสงในปจั จบุ นั เกอื บทกุ ชนดิ เปน็ สปตั เตอรฟ์ ลิ ม์ แลว้
งานประดบั ยนต์ 49
สปัตเตอรฟ์ ิลม์ มีคุณสมบตั กิ นั ความร้อนสงู ภายใตส้ ภาพสุญญากาศ ได้รบั การพัฒนาและผลิตขนึ้
จากกรรมวธิ ีทท่ี ำ� ใหโ้ ลหะเกดิ การแตกสภาพเป็นอะตอม ซ่งึ เปน็ อนุภาคเลก็ ทสี่ ุด แล้วแยกตัวลอยไปจับ
บนแผ่นโพลีเอสเตอร์ใส (Clear Polyester) ทีละอะตอม ทำ� ใหเ้ กดิ แผน่ ฟลิ ์มโลหะบาง ๆ เคลือบอยบู่ น
ผิวของแผ่นโพลเี อสเตอร์ใส แผน่ ฟิล์มโลหะบาง ๆ นี้ทำ� หนา้ ทป่ี ้องกนั ความร้อนได้อย่างดี ดว้ ยเทคโนโลยี
การผลิตเชน่ นี้ จงึ สามารถเลอื กโลหะทนี่ ำ� มาใชเ้ คลอื บฟิล์มได้หลากหลายชนิดมากขึน้ ท�ำใหไ้ ด้เน้ือฟิลม์
ทมี่ ีประสิทธภิ าพในการลดความรอ้ นจากแสงแดดจริงได้ดี อกี ทั้งยงั ใหค้ วามสวยงามมีความทนทาน และ
ไม่เปลย่ี นสีซดี จางลง
ในปัจจุบันฟิล์มหลายยี่ห้อป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultra Violet, UV) จากแสงอาทิตย์
ไดเ้ กือบ 100 เปอรเ์ ซน็ ต์ ซง่ึ จะชว่ ยปกป้องสิ่งของภายในรถไม่ให้ซีดจางหรอื เสอ่ื มสภาพเรว็ กวา่ ก�ำหนด
พร้อมท้ังลดอันตรายจากการเกิดมะเร็งผิวหนังและฝ้าบนใบหน้า
นอกจากนี้ ฟลิ ์มกรองแสงในยคุ ปัจจบุ ันยังเคลือบด้วยสารเคลอื บแขง็ ปอ้ งกนั รอยขูดขีด ท�ำให้มี
ความคงทน ใหค้ วามปลอดภยั มีประสทิ ธภิ าพสงู กวา่ ฟิล์มย้อมสที ีม่ คี ณุ ภาพต�่ำ
2. ประเภทของฟิล์มกรองแสง
ฟลิ ม์ กรองแสง คือ พลาสติกซ่ึงทำ� มาจากโพลเี อสเตอร์ทม่ี ีความเหนยี ว บาง เรียบ ไรร้ อยยน่ และ
สามารถแนบสนิทเป็นเน้อื เดยี วกบั กระจกท่นี ำ� ไปติด ซึ่งยดึ อยู่บนกระจกได้ดว้ ยกาวท่มี ีความใส ไมท่ �ำให้
ภาพที่มองผ่านฟิล์มบิดเบือน ฟลิ ม์ กรองแสงนั้นทำ� หน้าท่ีในการลดหรอื กรองแสงสว่างท่ีผ่านเขา้ มาทาง
กระจก ดงั นน้ั ฟิล์มกรองแสงทั่วไปจึงมีการย้อมสีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะการกรองแสงสว่างเท่านั้น
แตฟ่ ิล์มกรองแสงที่มีความสามารถมากกว่าฟิล์มกรองแสงทั่วไป จะต้องสามารถลดความร้อนและรังสี
อลั ตราไวโอเลตไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
ฟิล์มกรองแสงแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ
1. ฟลิ ม์ ยอ้ มสี เปน็ ฟลิ ม์ ทม่ี คี ณุ สมบตั ใิ นการลดแสงสวา่ งทผี่ า่ นเขา้ มาทางกระจกเทา่ นน้ั แตไ่ มไ่ ดม้ ี
คณุ สมบตั ใิ นการลดความรอ้ น หรอื หากมกี ม็ เี พยี งเลก็ นอ้ ยเทา่ นน้ั และเมอื่ มกี ารใช้งานไปสกั ระยะ ฟลิ ม์ จะ
เกดิ การเปลย่ี นสเี ปน็ สมี ว่ ง ซงึ่ ใหท้ ศั นวสิ ยั ในการขบั ขร่ี ถยนตผ์ ดิ เพย้ี น เปน็ อนั ตราย แตห่ ากฟลิ ม์ ยอ้ มสที วั่ ไป
ทผี่ ลติ มาจากโพลเี อสเตอรค์ ณุ ภาพสงู จะมคี ณุ สมบตั ใิ นการลดรงั สอี ลั ตราไวโอเลตไดบ้ า้ ง
2. ฟลิ ม์ กรองแสงลดความร้อน หรือ ฟิล์มเคลอื บโลหะ เปน็ ฟิล์มกรองแสงทม่ี คี ุณสมบตั ใิ นการ
ลดความร้อนที่ผ่านเข้ามาทางกระจกได้ดีกว่าฟิล์มย้อมสี โดยอาศัยคณุ สมบตั ขิ องไอโลหะทเ่ี คลอื บบน
ฟลิ ม์ ในการกรองและสะท้อนความร้อน ซงึ่ มผี ลใหค้ วามรอ้ นผ่านเข้ามาทางกระจกไดน้ อ้ ยลง สขี องฟลิ ม์
ทไ่ี ดจ้ ะแตกต่างไปตามประเภทของไอโลหะท่นี ำ� มาเคลือบ รวมทั้งยังสามารถย้อมสขี องฟิล์มเพ่อื ใหฟ้ ลิ ม์
มสี ีต่าง ๆ ได้ โดยปกติกระบวนการเคลอื บไอโลหะมีขั้นตอนซบั ซอ้ นและคา่ ใช้จ่ายสูง
50 บทท่ี 3 ฟลิ ม์ กรองแสงรถยนต์
ฟลิ ์มกรองแสงที่ดตี อ้ งพจิ ารณาจากคณุ สมบตั ขิ องกาวด้วย กาวท่ีดีต้องมีความบางใสและเหนียว
เมื่อติดแล้วต้องทนทานต่อสภาวะความร้อนเย็นของกระจกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ยึดติดกับ
กระจกได้ดีไม่ท�ำให้ฟิลม์ กรองแสงน้นั ๆ พอง ลอก รอ่ น เปน็ ฟองอากาศ ควรตดิ แน่นกบั เนือ้ ฟลิ ์ม เมอ่ื
ตอ้ งการลอกฟลิ ม์ ออกมา คราบกาวควรติดอยู่บนดา้ นฟิลม์ มิใช่ด้านกระจก รวมท้ังกาวจะตอ้ งไมเ่ ปลี่ยนสี
ซึ่งก่อให้เกิดการเปล่ียนสีของฟิล์มที่ติด ที่เรยี กว่า ฟลิ ม์ เปน็ สนมิ นอกจากน้ี ฟิล์มที่ดีจะต้องป้องกันรอย
ขีดข่วน โดยมีการเคลือบสารกันรอยขีดข่วน ปกตฟิ ิล์มกรองแสงทท่ี �ำมาจากโพลีเอสเตอรจ์ ะมีจุดออ่ น
ในเร่อื งความออ่ นของผิว ซ่ึงมกั เปน็ รอยเส้นคล้ายรอยขนแมวไดง้ า่ ยเม่อื มกี ารขดี ข่วนจากการใช้งานปกติ
แตป่ ัจจบุ ันไดม้ ีการคดิ ค้นสารเคมที ที่ �ำหนา้ ทเ่ี คลือบแข็งบนผวิ ของฟลิ ม์ ท�ำหนา้ ที่ป้องกนั การขีดขว่ นจาก
การใชง้ านปกติ คณุ สมบัตินี้ท�ำใหฟ้ ลิ ์มมอี ายกุ ารใชง้ านทยี่ าวนานข้ึน และดสู วยงามตลอดอายกุ ารใชง้ าน
ฟิล์มกรองแสงส่วนใหญ่ จะมีย่ีห้อบนแผ่นใสทปี่ ระกบอยู่กับตัวฟิล์มซ่ึงต้องถกู ลอกออกกอ่ นตดิ
หรือบางย่ีห้อจะเป็นสีท่ีลบได้ด้วยแอลกอฮอล์อยู่บนเน้ือฟิล์มด้านผิว
ดังนั้น ฟิล์มกรองแสงจึงมี 2 คุณสมบัติหลัก คือ ความเข้ม หรือความทึบแสง ซึ่งมีผลต่อการ
กรองแสงและการกรองรังสีความร้อน ฟิล์มสีเข้มกรองแสงดี มองทะลุยาก แต่อาจจะกรองรังสียูวีและ
ความร้อนไม่ดีก็เป็นได้ ส่วนฟิล์มสีอ่อนหรือใสมองทะลุง่าย ก็อาจกรองรังสีและความร้อนได้ดีกว่าก็มี
นั่นหมายความว่า ฟิล์มสีทึบไม่แน่ว่าจะต้องกรองความร้อนได้ดีเสมอไป
3. การลดพลังงานความร้อน
การพิจารณาประสิทธิภาพในการลดความร้อนน้ัน ต้องท�ำความเข้าใจเก่ียวกับรายละเอียด
ของพลังงานแสงอาทิตย์ก่อน พลังงานแสงอาทิตย์ ประกอบด้วยรังสี 3 ชนิดคือ รังสีอินฟาเรด (IR)
ประมาณ 53% รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ประมาณ 3% ที่เหลืออีกประมาณ 44% คือ แสงสว่างท่ี
สามารถมองเห็นไดด้ ้วยตาเปลา่ (Visible Light)
สเปกตรมั ของแสง (Light Spectrum) คอื อนุกรมของแถบสีหรือเส้นที่ได้จากการผา่ นพลงั งาน
รังสีเขา้ ไปในสเปกโตรสโคป ซ่งึ ทำ� ใหพ้ ลงั งานรังสแี ยกออกเปน็ แถบหรือเป็นเส้นที่มีความยาวคลื่นต่าง ๆ
เรยี งล�ำดับกนั ไป แบง่ เป็น 2 ประเภท คอื
1. สเปกตรัมแบบต่อเน่ือง (Continuous Spectrum) เป็นสเปกตรมั ทปี่ ระกอบดว้ ยแถบสี
ที่มีความถ่ีต่อเน่ืองกันไปอย่างกลมกลืน เช่น สเปกตรัมของแสงอาทิตย์
2. สเปกตรัมไมต่ อ่ เนื่อง (Discontinuous Spectrum) หรอื เรียกวา่ เส้นสเปกตรัม ลักษณะ
จะเป็นเส้นหรือแถบสีเล็ก ๆ ที่ไม่เกิดต่อเนื่องกันไป แต่มีการเว้นช่วงของความถี่ท่ีเส้นสเปกตรัมเกิด
เช่น สเปกตรมั ธาตไุ ฮโดรเจน ธาตุฮเี ลยี ม เปน็ ต้น
งานประดบั ยนต์ 51
แสงแดดซงึ่ เปน็ แสงสขี าว (Day Light) เป็นคล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟ้าท่อี ยู่ในช่วงความถท่ี ตี่ าของมนษุ ย์
สามารถรบั หรอื เหน็ ได้ คลืน่ ทคี่ วามถเี่ ริม่ สูงกวา่ ของ
แสงจะเปน็ รงั สอี ลั ตราไวโอเลต (Ultra Violet, UV)
และคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าท่ีความถ่ีเริ่มต�่ำกว่าของแสง
คอื รงั สอี นิ ฟาเรด (Infrared, IR) นน้ั ซง่ึ จะเปน็ ยา่ น
ความถที่ ีส่ งู และต�่ำกวา่ ทต่ี าจะรับไม่ได้ ในแสงสขี าว
น้ัน ยังประกอบด้วยคลื่นย่อย ๆ ความถ่ีต่าง ๆ กัน
สามารถแยกแสงสีขาวออกเป็นแถบสีต่าง ๆ โดยใช้
แทง่ แกว้ ปรซิ มึ ดงั รปู ท่ี 3.1 รปู ที่ 3.1 สเปกตรัมของแสงสีขาว
10.12 meters 10.9 10.5 100 103
1 nanometer 1000 nanometer 10.3 1 meter 1 kilometer
1 millimeter
Short Wavelenghts Long Wavelenghts รูปท่ี 3.2 ความยาวคลน่ื
ในชว่ งทต่ี ามนุษย์
มองเหน็ และมองไมเ่ หน็
400 nanometers 500 nanometers 600 nanometers 700 nanometers
ลำ� แสงทมี่ องเหน็ (Visible Light) มคี วามยาว 400 – 700 นาโนเมตร ดงั รปู ที่ 3.2 ในลำ� แสงสเปกตรมั
มลี ำ� แสงทม่ี องเหน็ ไดค้ ดิ เปน็ 44% ของลำ� แสงทง้ั หมด
ลำ� แสงทม่ี องไมเ่ หน็ (Invisible Light) แบง่ เปน็ 2 ชนดิ ดว้ ยกนั คอื แสงเหนอื มว่ ง (Ultra Violet)
และแสงใตแ้ ดง (Infrared)
- แสงเหนอื มว่ ง มคี วามยาวคลน่ื 100 – 400 นาโนเมตร ในลำ� แสงสเปกตรมั มลี ำ� แสงเหนอื มว่ ง
คดิ เป็น 3% ของลำ� แสงทั้งหมด
- แสงใตแ้ ดง มีความยาวคล่ืน 700 – 2,400 นาโนเมตร ในลำ� แสงสเปกตรมั มีล�ำแสงใตแ้ ดง
คดิ เป็น 53% ของลำ� แสงทั้งหมด
ดังนั้น ความร้อนท่ีเกิดขึ้นจากแสงอาทิตย์ เกิดจากรังสีอินฟราเรดและแสงสว่างรวมกัน มิได ้
เกดิ จากรงั สเี พยี งชนดิ ใดชนดิ หนงึ่ เชน่ นี้ ฟลิ ม์ ทล่ี ดพลงั งานจากรงั สอี นิ ฟราเรดไดส้ งู จงึ ไมไ่ ดห้ มายความวา่
ฟลิ ม์ ตวั นน้ั จะลดความรอ้ นจากแสงอาทติ ย์ได้สูง เพราะรงั สีอนิ ฟราเรดเปน็ เพยี งสว่ นประกอบ (ประมาณ
50%) ส่วนหน่ึงของพลังงานแสงอาทิตย์เท่านั้น ไมส่ ามารถเหน็ ได้ดว้ ยตาเปล่าแตร่ สู้ กึ ไดจ้ ากความร้อน
ฉะนั้น ฟลิ ม์ ท่ีกนั ความรอ้ นที่ดี ต้องสามารถลดความร้อนลงได้ทัง้ 2 สว่ น ซ่งึ เรยี กว่า คา่ การลดความรอ้ น
รวมจากแสงอาทติ ย์ (Total Solar Energy Rejected)
52 บทท่ี 3 ฟิล์มกรองแสงรถยนต์
หากน�ำฟิล์มกรองแสงมาทดสอบค่าการลดความร้อนรวมจากแสงสปอตไลต์ หรือแสงจากรังสี
อินฟราเรดจะให้ค่าสูงกว่าจากแสงอาทิตย์ เพราะแสงสปอตไลต์รวมทั้งแสงจากหลอดรังสีอินฟราเรด
มปี ริมาณรงั สอี นิ ฟราเรดสูงกวา่ ในแสงอาทิตย์มาก โดยทั่วไปฟลิ ม์ ท่ีมีคุณภาพสูงจะป้องกันรงั สีอนิ ฟราเรด
ได้มากกวา่ 90% อยูแ่ ล้ว
สว่ นการทดสอบการลดปรมิ าณความรอ้ น ซงึ่ มคี า่ รอ้ ยละของการลดรงั สอี นิ ฟราเรดรวมกบั คา่ รอ้ ยละ
ของการลดความร้อนจากแสงสว่างนั้น ควรวัดจากแสงแดดโดยตรงจะไดผ้ ลที่ถูกตอ้ งกวา่ การวดั ปรมิ าณ
ความรอ้ นจากไฟสปอตไลต์ เนอ่ื งจากแหลง่ กำ� เนดิ ความรอ้ นทงั้ สองมสี ว่ นประกอบทแี่ ตกตา่ งกนั อยา่ งสน้ิ เชงิ
ฟลิ ม์ ยอ้ มสี (สว่ นใหญเ่ ปน็ สดี ำ� ) มักใช้เป็นฟิล์มคุณภาพต�่ำ เนื้อฟิล์มบาง กรองแสงและลด
ความรอ้ นไดต้ ามความเข้มในส่วนทต่ี ามองเหน็ เทา่ นัน้ ส่วนรังสีอินฟราเรด ซึง่ เป็นตวั การที่ท�ำใหร้ อ้ นนน้ั
สามารถทะลผุ ่านไดถ้ ึง 90% เหตนุ ้ีจึงร้สู ึกรอ้ นแม้ว่าดูเหมอื นวา่ จะใช้ฟิล์มสเี ขม้ มาก ๆ แล้วกต็ าม
ฟลิ ม์ ปรอท หรอื ฟลิ ม์ ลดความรอ้ น เปน็ ฟลิ ม์ ทม่ี ชี น้ั โลหะเคลอื บอยภู่ ายใน เชน่ อะลมู เิ นยี ม นกิ เกลิ ฯลฯ
ช้นั ฟลิ ์มจึงหนากวา่ สะท้อนความร้อนได้มากกว่าและยังมคี วามสวยงาม เน่ืองจากคุณสมบตั ิของโลหะ
มคี วามเงาในตวั สว่ นรังสอี ลั ตราไวโอเลตทมี่ ีอันตรายตอ่ ผิวหนงั อนั เปน็ สาเหตใุ หเ้ กดิ ฝา้ และมะเรง็ ผวิ หนงั
ตลอดจนท�ำให้สิ่งของเคร่ืองใช้ต่าง ๆ มีสีซีดจางและแห้งกรอบน้ัน มีเพียง 3 % ซึ่งฟิล์มกรองแสง
โดยทั่วไปปอ้ งกันได้เกอื บหมดอยแู่ ล้ว ฉะนั้น ในการพิจารณาว่าฟิล์มใดมีค่าการลดความร้อนรวมจาก
แสงแดดได้มากหรือน้อย จะต้องค�ำนึงถึงองค์ประกอบโดยรวมขา้ งต้นด้วย
4. ข้อดีของการติดฟิล์มกรองแสง
ข้อดีของการติดฟิล์มกรองแสง สรุปได้ดังนี้
1. ชว่ ยลดแสงจา้ ใหค้ วามรสู้ กึ สบายตาในยามขบั ขี่ และชว่ ยลดความเครยี ดของดวงตาในภาวะที่
แดดจดั ๆ หรอื แมแ้ ตต่ อนเชา้ ทแี่ สงแดดออ่ น ๆ แต่ส่องเขา้ ตา แสงแดดกย็ งั เปน็ ปญั หาสำ� คญั สำ� หรบั ผทู้ ขี่ บั รถ
ทุกคน เพราะการมองผ่านกระจกออกไปยังถนนที่แสงแดดจัดน้ัน เป็นสาเหตุให้ดวงตาเกดิ ความเครยี ด
เมื่อยล้า สายตาเสีย ซึ่งอาจน�ำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ รถยนต์ท่ีติดฟิล์มกรองแสงนั้น
จะช่วยลดแสงจา้ ทำ� ให้ทัศนวิสยั หรือการมองเหน็ ในขณะขบั รถมีประสิทธภิ าพเตม็ ท่ี รู้สึกสบายตา และ
ไมเ่ กดิ ความเครยี ดขณะขบั ขี่
2. ช่วยลดความร้อนจากแสงแดด
3. ปอ้ งกนั รงั สอี ลั ตราไวโอเลตจากแสงแดด ซ่ึงเป็นตัวการอย่างมากท่ีท�ำให้ผิวเป็นฝ้า ตกกระ
และยิ่งไปกว่าน้ัน แสงแดดยังเป็นสาเหตุหน่ึงของโรคมะเร็งผิวหนังอีกด้วย การติดฟิล์มกรองแสง
รถยนต์ชนิดที่มคี ุณภาพจะช่วยป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตไดม้ ากกวา่ 99% ช่วยถนอมผิวและสุขภาพ
ของผู้โดยสารภายในรถยนต์ ย่ิงไปกว่านั้น รังสอี ัลตราไวโอเลตยังเป็นสาเหตสุ �ำคัญที่ทำ� ใหว้ ัสดุภายใน
รถยนต์ซีดจางและเสื่อมคุณภาพ ดงั นัน้ การติดฟิล์มกรองแสงจะชว่ ยชะลอการซดี จางของวสั ดุอปุ กรณ์
ตกแตง่ ภายในรถยนต์ เป็นการรกั ษาและยืดอายกุ ารใชง้ าน ซ่งึ ถอื เป็นการชว่ ยปอ้ งกนั ความเสยี หายของ
วัสดุภายในรถไวต้ ั้งแตต่ ้นเหตุ
งานประดับยนต์ 53
4. ช่วยลดอันตรายจากการแตกกระจายของกระจกรถยนต์ในเวลาท่ีเกิดอุบัติเหตุ หากรถเกิด
การเฉ่ียวชนจนกระทั่งกระจกแตกร้าว รถที่ติดฟิล์มรถยนต์ท่ีได้คุณภาพ ท่ีผลิตจากโพลีเอสเตอร์ชั้นดี
และกาวพิเศษ จะสามารถชว่ ยยดึ เกาะเศษกระจกที่แตกไว้ด้วยกันไม่ให้ร่วงหล่นมาบาดโดนส่วนต่าง ๆ
ของรา่ งกายหรือท�ำอนั ตรายตอ่ ผ้โู ดยสารในรถ
5. เพิ่มความสวยงามให้กับตัวรถ
6. เพ่ิมความเป็นส่วนตัวภายในห้องโดยสาร
7. ประหยดั พลงั งาน ชว่ ยใหเ้ ครอ่ื งปรบั อากาศไมต่ อ้ งทำ� งานหนกั และเปน็ การยดื อายกุ ารใชง้ าน
ทงั้ นี้ เพอ่ื ใหไ้ ดป้ ระโยชนจ์ ากฟลิ ม์ กรองแสงอยา่ งคมุ้ คา่ และครบถว้ นดงั ทกี่ ลา่ วมาขา้ งตน้ ผบู้ ริโภค
จ�ำเป็นจะต้องทราบข้อมูลต่าง ๆ ให้ชัดเจนและถูกต้อง เพ่ือน�ำมาพิจารณาก่อนการตัดสินใจเลือกซ้ือ
ฟลิ ์มกรองแสงรถยนต์
5. การลอกฟิล์มแบบทั่วไป
รถยนตท์ ม่ี อี ยใู่ นประเทศไทยเกนิ กวา่ ครงึ่ ตดิ ฟลิ ม์ มาแลว้ แตอ่ าจจะเปน็ ฟลิ ม์ กรองแสงแบบธรรมดา
(ฟลิ ม์ ยอ้ มส)ี ทไ่ี มไ่ ดก้ นั ความรอ้ น ดงั นน้ั เมอ่ื ตอ้ งการจะเปลยี่ นฟลิ ม์ ใหมต่ อ้ งทำ� การลอกฟลิ ม์ เกา่ ออกเสยี กอ่ น
มสี ง่ิ หนึง่ ท่ตี ้องใหค้ วามระมดั ระวงั คอื ความเสยี หายทจี่ ะเกิดกับเสน้ ไลฝ่ ้า ในกรณีที่รถคันนั้นตดิ ฟลิ ์มเกา่
มาเปน็ เวลานาน
เครือ่ งมอื ที่ใช้ลอกฟิลม์ ประกอบด้วย คัตเตอรใ์ บมดี สเตนเลส เกรยี งขดู ลอก น้ำ� ยาลอกกาว และ
เกรียงยาง ดงั รปู ที่ 3.3 โดยมีขน้ั ตอนของการลอกฟลิ ์มเก่า ดังน้ี
1) คัตเตอร์ (ใบมดี สเตนเลส)
2) เกรยี งขดู ลอก (Scraper)
3) น้�ำยาลอกกาว (Adhesives Remover)
4) เกรียงยาง (Rubber Scraper)
รูปที่ 3.3 เคร่อื งมอื ลอกฟิล์มเก่า
54 บทที่ 3 ฟิล์มกรองแสงรถยนต์
ลอกมุมฟิล์มกรองแสง รูปที่ 3.4 การลอกมุมฟิลม์ กรองแสง
รูปที่ 3.5 การลอกฟิลม์ กรองแสง
ใช้คัตเตอร์สเตนเลสค่อย ๆ แกะฟิล์มออกด้วย ออกทั้งหมด
ความระมดั ระวงั โดยเรมิ่ ทมี่ มุ บนกอ่ น ดงั รปู ท่ี 3.4 รูปที่ 3.6 การฉดี น�้ำยาลอกกาว
รปู ที่ 3.7 การใชเ้ กรียงขูดลอกกาว
ลอกฟลิ ์มกรองแสงออกท้งั หมด
ใช้มือดึงบริเวณมุมของฟิล์มท่ีได้เปิดมุมไว้ แลว้
คอ่ ย ๆ ดงึ ฟลิ ม์ ออกอยา่ งชา้ ๆ ดงั รปู ท่ี 3.5 พยายามอยา่ ให้
ฟลิ ม์ ขาดเปน็ ชน้ิ ๆ เพราะจะท�ำให้การแกะยากข้ึน ในกรณี
ที่ฟิล์มเดิมนั้นเก่ามาก อาจใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ชุบ
แอมโมเนียแล้วปิดไว้สักพัก เพ่ือให้เวลาลอกฟิล์มออกจะ
ไม่ฉีกขาดเป็นช้ินเล็ก ๆ ซ่ึงง่ายต่อการลอกและการล้างกาว
(ระวังกลิ่นฉุนและการท�ำให้ส่วนประกอบในรถเสียหาย)
หรอื ใช้น้�ำยา Tint-off เพื่อการยึดตัวของฟิล์ม อาจจะ
ใชป้ ืนพน่ ไอน�้ำ (Gun Streamer) พ่นไปทฟ่ี ลิ ม์ เพื่อให้เน้ือ
ฟิล์มและกาวยุ่ยออก จะช่วยท�ำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
อย่าลอกฟิล์มออกโดยแรงเพราะจะท�ำให้มีคราบกาวติดบน
กระจกรถ
ท�ำความสะอาดคราบกาวบนกระจก
ใช้น�้ำยาลอกกาวใส่กระบอกฉีด ฉดี ให้ทัว่ บรเิ วณ
กระจก ดังรูปท่ี 3.6 หลงั จากน้นั ใช้เกรยี งขูดกาวออกใหท้ ัว่
โดยวิธีการขูดให้เริ่มขูดเป็นแนวนอนโดยเร่ิมจากซ้ายไปขวา
หรอื จากขวาไปซ้าย ตามแต่ถนัด ดังรูปที่ 3.7 เพือ่ ให้การ
ท�ำความสะอาดกาวครอบคลมุ พ้ืนทที่ ั่วกระจกทง้ั แผน่ ระวัง
รอยจากเกรยี งขดู ทเ่ี กดิ จากการวางเกรยี งดว้ ยมมุ ทชี่ นั เกนิ ไป
หรอื ลากเกรียงด้วยนำ้� หนกั มากเกินไปจึงท�ำใหค้ มของเกรยี ง
กินกระจก ในส่วนของเส้นไล่ฝ้าหลัง ไม่ควรใช้เกรียงขูด
ลงบนเสน้ ทองแดง แตข่ ดู ลงไปทชี่ อ่ งวา่ งระหวา่ งเสน้ ทองแดงแทน
ขน้ั ตอนนก้ี ระทำ� อยา่ งละเอยี ด ไมค่ วรรบี รอ้ น เพราะการลอกกาว
ไม่สะอาดหมดจดมีผลต่อการติดฟิล์มใหม่อาจท�ำให้เกิด
เม็ดตุ่ม ดไู มส่ วยงาม
งานประดบั ยนต์ 55
ตรวจสอบความสะอาดของกระจก
ผสมแชมพกู ับนำ้� เปลา่ ลงในกระบอกฉดี นำ�้ แล้วฉีดให้ทั่วกระจก จากนน้ั ใชเ้ กรียงยางขดู เศษกาว
และสิ่งสกปรกท่ีเหลือออกให้หมดจด ต้องรู้สึกว่าลากเกรียงยางไปแล้วไม่สะดุดจึงถือว่าสะอาด ท�ำซ�ำ้
ข้ันตอน 3 และ 4 ถ้าจ�ำเป็น หลังจากม่ันใจว่าสะอาดแล้ว ใช้ผ้าสะอาดหรือทิชชูเช็ดคราบน้�ำยา
แชมพูและเศษกาวท่ีสกปรกตามขอบกระจก และประตูออกให้เรียบร้อย
การลอกฟิล์มกระจกหน้าและหลัง ต้องใช้ผ้าบังบริเวณคอนโซลหน้าและล�ำโพงด้านหลัง
เพื่อป้องกันน้�ำ และน�้ำยากระเด็นเข้าไปท�ำความเสียหายต่อชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่าง ๆ
6. การเป่าฟิล์ม มว้ นฟิล์ม
การเตรียมแผน่ ฟลิ ์ม
หนา้ ฟิล์ม
การติดฟิล์มแบบแผ่นหน้าและแผ่นหลังแบบ รูปที่ 3.8 วิธกี ารตัดฟิลม์ แบบมาตรฐาน
เต็มแผ่น มี 2 วิธี คือ การเป่าฟลิ ์มแบบเปยี ก และ
การเปา่ ฟลิ ม์ แบบแหง้ โดยทง้ั สองวธิ ดี งั กลา่ วนนั้ เรม่ิ ตน้
จากการตดั ฟลิ ม์ จากมว้ นฟลิ ม์ ซง่ึ ใชว้ ธิ เี ดยี วกนั ซงึ่ เปน็
วิธีการตัดตามแบบมาตรฐาน กล่าวคือ การติดตั้ง
ปกตจิ ะตดั ฟลิ ม์ ตามหนา้ ฟลิ ม์ (แนวนอน) แตก่ ารตดิ ตง้ั
แ บ บ บ า น ห น ้ า เ ต็ ม แ ล ะ ห ลั ง เ ต็ ม จ ะ ตั ด ฟ ิ ล ์ ม ไ ป ใ น
แนวลึก (แนวต้ัง) ของฟิล์ม ดงั รูปท่ี 3.8
เครื่องมือท่ีใช้
ประกอบด้วย 1) คัตเตอร์ 2) สเปรย์ฉีด
น้�ำยา 3) ตัวรดี 4) ถงุ มอื ผ้า และ 5) ปนื เป่าลมรอ้ น
ดังรูปท่ี 3.9
มดี คัตเตอร ์ สเปรยฉ์ ดี น้�ำยา ตัวรีด ถงุ มอื ผา้ ปนื เป่าลมรอ้ น
รูปที่ 3.9 เคร่อื งมือทใี่ ชใ้ นการตดิ ฟลิ ม์ แบบเต็มบาน
56 บทท่ี 3 ฟิล์มกรองแสงรถยนต์
เทคนิคการเปา่ แผน่ ฟิล์ม
หลังจากตัดฟิล์มได้ขนาดตามที่ต้องการแล้ว ต่อไปจะเป็นการเข้าสู่ข้ันตอนการเป่า (หรือรีด)
ฟิล์มให้ได้ความโค้งพอดีกับกระจก ซ่ึงต้องใช้ทักษะ ความช�ำนาญ และประสบการณ์พอควร
การเป่าฟิล์มแบบเปียก พิจารณารูป 3.10 ประกอบ
1. ฉีดน�้ำลงบนกระจกหน้าหรือหลัง ท่ีต้องการติดฟิล์มให้ท่ัวแผ่น
2. น�ำฟลิ ม์ ทีต่ ัดไว้วางทาบบนกระจกที่ฉดี นำ�้ เรียบรอ้ ยแล้ว โดยใหด้ า้ นไลเนอร์อยดู่ า้ นนอก
เร่ิมรีดตามขอบด้านข้างและแนวกลางเป็นรูปตัว H ในเรียบก่อน
3. ใช้อุปกรณ์รีดฟิล์มท่ีพอง (ตัวหนอน) ให้ไปอยู่ที่ด้านบน หรือด้านล่างเท่าน้ัน
4. ใชป้ นื เปา่ ลมรอ้ น เปา่ ฟลิ ม์ ทพี่ องเปน็ ตวั หนอนใหฟ้ ลิ ม์ ยดื ออกแลว้ รดี โดยจะตอ้ งเปา่ ฟลิ ม์
แล้วรีดจากตรงกลางออกไปด้านข้าง
5. รีดฟิล์มที่เป็นตัวหนอนให้เรียบจนหมด ตัดฟิล์มให้เข้ารูป ก่อนน�ำไปติดตั้ง
การเป่าฟลิ ม์ แบบเปยี ก 1. ฉีดน�้ำท่กี ระจก หนา้ /หลงั
2. น�ำฟิลม์ ทีต่ ัดไว้ วางทาบบนกระจกทฉ่ี ีดน�้ำเรยี บรอ้ ยแล ว้ ทีต่ ้องการจะติดฟลิ ม์ ใหท้ ัว่ แผน่
โดยใหด้ ้านไลเนอร์อยู่ด้านนอก เรม่ิ รีดตรงขอบดา้ นขา้ ง
และแนวกลางเป็นรูปตัว H ให้เรียบกอ่ น รอยตัวหนอน
3. ใชอ้ ุปกรณร์ ดี ฟลิ ม์ พอง (ตัวหนอน) ใหไ้ ป ต�ำแหน่งท่ีตอ้ งรดี ให้เรียบ
อย่ทู ด่ี า้ นบน หรอื ด้านล่างเทา่ น้นั
4. ใช้ปนื เป่าลมร้อน เป่าฟลิ ์มท่ีพองให้เปน็ ตัวหนอน รอยตัวหนอน
ใหฟ้ ลิ ์มยืดแลว้ รีด โดยจะต้องเปา่ ฟิล์มและรดี 5. รีดฟลิ ม์ ทเี่ ปน็ ตวั หนอนให้เรยี บจนหมด
จากตรงกลางออกมาด้านข้าง ตดั ฟิลม์ ให้เข้ารปู แลว้ จงึ นำ� ไปติดตง้ั
รปู ที่ 3.10 การเป่าฟลิ ์มแบบเปียก
การเป่าฟิล์มแบบแห้ง พิจารณารูปที่ 3.11 ประกอบ
1. ฉีดน�้ำลงบนกระจกตรงกลางพอประมาณ ก่อนยืดฟิล์ม
2. นำ� ฟิลม์ ทต่ี ดั ไวว้ างทาบบนกระจก ตัดฟิลม์ สว่ นทีเ่ กินออก แล้วใชเ้ ทปกาวตดิ ท่ีมมุ ทง้ั 4
ให้แน่น
3. ปืนเป่าลมร้อน เป่าฟิล์มในส่วนท่ีไม่โดนน้�ำให้ท่ัว
4. ก่อนตัดแบบ ให้ฉดี น้�ำด้านในส่วนท่เี ป่าแล้ว เพือ่ ตรวจสอบวา่ ฟิล์มทีเ่ ปา่ เรียบตดิ กระจก
หรือไม่ ถ้าไม่เรียบเป่าซ�้ำอีกครั้งจนเรียบ จึงท�ำการตัดแบบแล้วน�ำไปติดต้ัง
งานประดับยนต์ 57
การเปา่ ฟิลม์ แบบแห้ง 1. ฉีดน้�ำบนกระจกตรงกลาง
2. นำ� ฟลิ ม์ ทตี่ ดั ไว้ วางทาบบนกระจก พอประมาณเพ่อื ยดึ ฟิล์ม รอยตวั หนอน
ตัดฟิลม์ ส่วนท่เี กินออก แล้วใช้เทปกาว
ติดทม่ี ุมทัง้ 4 ใหแ้ น่น
3. ใชป้ นื เปา่ ลมร้อนเป่าฟิล์มในส่วนทีไ่ ม่โดนน้ำ� ให้ทั่ว ตำ� แหน่งทตี่ อ้ งรดี ใหเ้ รยี บ
4. กอ่ นตดั แบบใหฉ้ ีดนำ้� ดา้ นในส่วนทีเ่ ป่าแล้ว เพือ่ ท�ำการเชก็
วา่ ฟลิ ม์ ท่ีเป่าเรียบติดกระจกหรอื ไม่ ถ้าไมเ่ รียบใหเ้ ปา่ ซำ้�
อีกคร้งั จนเรียบ แล้วจงึ ทำ� การตัดแบบและน�ำไปติดต้ัง
รปู ท่ี 3.11 การเป่าฟิล์มแบบแห้ง
7. การติดแผ่นฟิล์ม
มีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังน้ี รปู ท่ี 3.12 การทำ� ความสะอาดกระจก
1. ท�ำความสะอาดกระจกท่ีจะติดด้วยน�้ำ
ผสมนำ�้ สบู่ แนะน�ำใหผ้ สมในอตั ราสว่ นคอื นำ�้ 99%
และน�้ำสบู่ 1% ให้แน่ใจว่าได้ท�ำความสะอาด
ท้ังสองด้านของกระจกเพ่ือการติดต้ังที่ดี จากน้ัน
ปาดออกดว้ ยเกรยี งยาง ดังรูปที่ 3.12
2. น�ำแผ่นฟิล์มท่ีผ่านการเป่าฟิล์มตาม
หวั ขอ้ การเปา่ ฟลิ ม์ มาแลว้ ดงั รปู ที่ 3.13 พจิ ารณาหา
ต�ำแหน่งที่จะพับเล็ก ๆ เพื่อใช้เป็นต�ำแหน่งเร่ิมต้น
ในการลอกไลเนอรอ์ อก
รปู ท่ี 3.13 การเตรียมฟลิ ์ม
58 บทท่ี 3 ฟลิ ม์ กรองแสงรถยนต์
3. ฉีดน�้ำผสมน้�ำสบู่ ลงบนกระจกด้านท่ี
จะติด ซ่ึงจะเป็นด้านในของรถ ดังรูปที่ 3.14
รูปที่ 3.14 การฉดี กระจก
4. กำ� หนดตำ� แหนง่ เรมิ่ ตน้ ทจ่ี ะลอกไลเนอร ์
บนกระจกทเี่ พง่ิ ฉดี นำ้� สบู่ จากนนั้ เรม่ิ ลอกไลเนอรอ์ อก
ขณะทลี่ อกนนั้ ใหฉ้ ดี นำ�้ สบลู่ งไปบนฟลิ ม์ ดา้ นทเี่ ปน็ กาว
ให้ทั่ว ดังรูปท่ี 3.15 น�้ำสบู่จะเป็นตัวดูดฟิล์มให ้
ไปตดิ กบั กระจก
รปู ที่ 3.15 การลอกไลเนอร์
5. แปะแผ่นฟิล์มลงบนกระจก ค่อย ๆ
ขยบั ให้ฟิล์มอยู่ในต�ำแหน่งที่ถูกต้อง ดังรูปที่ 3.16
รูปที่ 3.16 การแปะแผ่นฟิลม์
6. ฉีดน�้ำสบู่ลงไปท่ีแผ่นฟิล์มอีกครั้ง เพอ่ื
เพ่ิมความล่ืนส�ำหรับการปฏิบัติในข้ันตอนต่อไป
ดังรูปท่ี 3.17
รปู ที่ 3.17 การเพ่มิ ความลนื่ ด้วยนำ�้ สบู่
งานประดับยนต์ 59
7. ใช้เกรียงยางรีดน�้ำจากตอนกลางของฟิล์มออกไปทางด้านข้าง ดังรูปท่ี 3.18 อย่าออกแรง
มากเกินเพราะอาจจะไปท�ำลายเนื้อฟิล์ม ค่อย ๆ ไล่น�้ำสบู่ออกโดยระวังไม่ให้เกิดฟองอากาศ
ไล่จากตอนกลาง ไปยังด้านขา้ ง จนไม่มีน้�ำสบู่คา้ งอยู่
รปู ที่ 3.18 การรีดน้�ำออก
8. กระท�ำซ�้ำส�ำหรับกระจกบานที่เหลืออื่น ๆ
8. ข้อควรปฏิบัติในการดูแลรักษาฟิล์มกรองแสง
โดยทั่วไป วิธีการติดต้ังฟิล์มกรองแสงจะต้องใช้น�้ำผสมกับน้�ำสบู่แบบอ่อน ๆ ฉีดลงไปบนด้าน
แผ่นกาวของฟิล์มและกระจกที่จะติดต้ัง เพอื่ ช่วยใหข้ ยับฟิล์มได้เข้าที่แลว้ จงึ รดี น้ำ� และอากาศออกด้วย
เคร่ืองมือชนิดต่าง ๆ ดังน้ัน ภายหลังหากพบว่ามีคราบน�้ำขัง กระจกมัว หรือเป็นฝ้าที่กระจก อย่าเพ่ิง
ตระหนก เพราะอาการเหล่าน้ีจะหายไปเอง ภายในเวลา 1 ถึง 4 สัปดาห์
เมื่อฟิล์มแห้งสนิทและกาวท�ำงานอย่างเต็มที่แล้วในการยึดติดกระจก ควรปฏิบัติดังน้ี
1. ห้ามเลื่อนกระจกข้ึน - ลงเป็นเวลา 7 วัน หลังจากติดต้ังฟิล์ม เพื่อให้ฟิล์มอยู่ตัว ระยะเวลา
ในการอยู่ตัวของฟิล์มจะใช้เวลาประมาณ 1 - 4 สัปดาห์ ข้ึนอยู่กับชนิดของฟิล์มท่ีติดต้ัง อุณหภูมิและ
ความช้ืนในอากาศ คราบความชื้นที่อยู่ระหว่างกระจกกับฟิล์ม อาจเกิดข้ึนได้ในระหว่างนี้ แต่จะแห้ง
หมดไปเอง
2. งดใช้ระบบละลายฝ้าท่ีกระจกหลังเป็นเวลา 30 วัน หลังจากติดตั้งฟิล์มเพราะจะท�ำให้
ฟิล์มเกิดการเสียหายได้
3. ห้ามใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ ผ้าหยาบ ขนแปรง แผ่นใยขัด หรือวัสดุอื่น ๆ เช็ดท�ำความ
สะอาด เพราะท�ำให้เกิดความเสียหายแก่ฟิล์มได้
4. ห้ามเช็ดล้างด้วยน�้ำยาล้างกระจกที่มีส่วนผสมของสารแอมโมเนียเช็ดท�ำความสะอาดฟิล์ม
โดยเด็ดขาด
5. หากต้องการท�ำความสะอาดฟิล์ม ให้ใช้ผ้านุ่ม และน�้ำหรือน้�ำสบู่อ่อน ๆ เช็ดท�ำความ
สะอาดฟิล์ม ซ่ึงจะช่วยท�ำให้เน้ือฟิล์มใสและรักษาเน้ือฟิล์มได้ดี โดยกอ่ นเช็ดทำ� ความสะอาดทุกคร้ัง
ควรตรวจสอบเสมอว่าในผ้าหรือทิชชูใด ๆ ที่ใช้ ไม่มีผงฝุ่นหรือเม็ดทรายในผ้า เพราะจะท�ำให้คุณสมบัติ
ของสารเคลือบฟิล์มเสียหายหรือลดคุณภาพได้
60 บทท่ี 3 ฟลิ ์มกรองแสงรถยนต์
6. ควรจอดรถตากแดดหลังจากติดต้ังฟิล์ม เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 อาทิตย์ เพราะจะ
ช่วยให้กาวในเน้ือฟิล์มแห้งเร็วขึ้น
การดูแลเอาใจใส่ฟิล์มติดรถยนต์ที่ติดตั้งมาใหม่อย่างถูกวิธี จะท�ำให้ฟิล์มท่ีติดต้ังมาน้ันอยู ่
คู่กับรถไปได้ทนทานนาน 7 - 10 ปีทีเดียว
9. ข้อบกพร่องและวิธีการแก้ไขขณะติดตั้งฟิล์มกรองแสง
1. การโปง่ พองของฟิล์มและคราบนำ้� ขัง
ดังรูปที่ 3.19 เกิดจากการพองตัวของ
ฟองอากาศหรือน้�ำสบู่ที่ตกค้าง โดยท่ัวไปมีสาเหต ุ
มาจากการไลน่ ำ�้ สบแู่ ละอากาศออกไมห่ มด หรอื ออกแรง
ในการรดี นอ้ ยไป
วิธแี ก้ไข
- รีดเพม่ิ ทนั ที โดยการฉดี นำ้� สบลู่ งบน
ผิวฟิลม์ แล้วรีดซ�้ำไปอีกคร้ัง (กรณีที่เห็นหลังการ รูปที่ 3.19 การโป่งพองของฟิล์ม
ติดตง้ั ) แตห่ ากพบเหน็ หลงั การตดิ ตงั้ ไปแลว้ หลายวนั และคราบนำ้� ขัง
จะแกไ้ ขยาก หากมีขนาดไม่ใหญม่ าก ยงั สามารถรดี ไดบ้ า้ ง แตถ่ ้าหากใหญม่ ากตอ้ งใช้การเจาะออก
- หากพบว่ามีขนาดใหญ่มาก ๆ จนไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องเปลี่ยนฟิล์มใหม่ท้ังแผ่น
2. เศษฝนุ่ หลังตดิ ฟิล์ม
การพบเศษฝนุ่ ทต่ี กคา้ งมากเกินไปจนปรากฏ
เห็นได้ชัดเจนหลังการติดตั้ง ดงั รปู ท่ี 3.20 อาจจะ
มาจากน้�ำสบู่ที่ไม่สะอาด หรือภาชนะฉดี ทีไ่ ม่สะอาด
รวมไปถงึ การไม่ระวงั ขณะที่ลอกไลเนอรอ์ อก ซึ่งอาจ
จะไปโดนส่วนประกอบของรถที่มีฝุ่นได้
วธิ ีแก้ไข
รูปที่ 3.20 เศษฝุ่นหลังตดิ ฟิลม์ - หากพบทันทีหลังการติดตั้ง และ
เศษฝุ่นกระจายอยู่ตามฟิล์ม ให้ดึงฟิล์มออกฉีดไล่ฝุ่นด้วยน้�ำสบู่และรีดใหม่
- หากพบว่ากระจายอยู่บริเวณด้านในแผ่นฟิล์มจนไม่สามารถไล่ฝุ่นออกได้ ต้องเปล่ียน
ฟลิ ม์ แผ่นใหม่
งานประดับยนต์ 61
3. ขอบฟิล์มกับกระจกไม่เสมอ
การทาบฟิลม์ กบั กระจก หากวางทาบไมพ่ อดี
ลายของกระจกอาจเกิดช่องว่างที่ไม่สม�่ำเสมอกัน
หรืออาจเกิดจากการเล่ือนของแผ่นฟิล์มขณะท�ำการ
รดี น้ำ� สบอู่ อก จนเกดิ ความไมส่ วยงาม
วิธีแก้ไข
- หากพบในทนั ทขี ณะทต่ี ดิ ตงั้ สามารถ
ขยบั และปรบั ใหมไ่ ด้ จากนน้ั ใหฉ้ ดี นำ�้ สบแู่ ลว้ รดี ใหม่
รูปท่ี 3.21 การตดั แต่งฟลิ ม์ ทไ่ี มส่ วยงาม - หากทิ้งไว้นานจนฟิล์มติดแน่นกับ
กระจกแล้ว อาจใช้วิธีตัดตกแต่งได้ แต่ท�ำได้หากไม่สวยงาม ดังรูปที่ 3.21 ต้องเปลี่ยนฟิล์มใหม่
4. ยับย่น
สว่ นมากเกดิ จากการผดิ พลาดในการรดี หรอื
เครอ่ื งมอื รดี ไมส่ มบรู ณ์ มเี ศษฝนุ่ ชน้ิ ใหญ่ ๆ เกดิ รอย
ขดู ขดี จากการเลอ่ื นกระจกขน้ึ ลง ดงั รปู ท่ี 3.22
วิธีแก้ไข
ต้องเปล่ียนแผ่นฟิล์มใหม่
10. การเลือกฟิล์มกรองแสง
ฟิล์มกรองแสงนั้นเป็นวัสดุที่โปร่งแสง แต่ รปู ท่ี 3.22 รอยยบั ย่นของฟิล์ม
ช่วยลดความร้อน ลดรังสีอินฟราเรด และรังสีอัลตราไวโอเลตที่เข้ามากระทบ ท�ำให้ช่วยลดความร้อน
ภายในรถ เมอ่ื ต้องจอดอย่กู ลางแสงแดด ซ่ึงฟิลม์ ท่ีว่าน้สี ามารถแบง่ ได้ 2 ประเภท
1. แบบไม่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีท่ีมาจากแดด คอื ฟิล์มที่มีคุณสมบัติในการกรอง
แสงอาทติ ยท์ สี่ อ่ งเขา้ มาใหอ้ อ่ นลง แตจ่ ะไมส่ ามารถปอ้ งกนั อนั ตรายจากพวกรงั สตี า่ ง ๆ ทม่ี ากบั แสงแดดได้
รวมถงึ สามารถกนั ความรอ้ นไดไ้ มเ่ กนิ 50% เทา่ นน้ั โดยอายกุ ารใชง้ านของฟลิ ม์ ประเภทนจี้ ะอยทู่ ี่ 3 - 5 ป ี
ส่วนราคาจะอยู่ท่ี 800 - 1,500 บาท ซงึ่ ถือวา่ เป็นราคาท่ีถูกมาก มอี งค์ประกอบ ดังรปู ท่ี 3.23
Releasing Film (ไลเนอร)์ รปู ที่ 3.23 องคป์ ระกอบของ
ฟิล์มแบบไม่มีส่วนผสมของ
Clear Adhesive (กาวใส) สารปอ้ งกนั รงั สที ม่ี าจากแดด
Color P.E.T. Film (ช้ันฟลิ ์มสีในตัว)
(Chip Dyed P.E.T.)
SR Hard Coat
(กันรอยขดี ข่วน)
62 บทที่ 3 ฟิล์มกรองแสงรถยนต์
2. แบบมีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีที่มาจากแดด คือ ฟิล์มท่ีจะเพ่ิมวัสดุพิเศษเข้าไปใน
เน้ือฟิล์ม เพื่อให้ป้องกันรังสีต่าง ๆ และความร้อนเพ่ิมมากข้ึน มีองค์ประกอบท่ัวไป ดังรูปที่ 3.24
ซึ่งสามารถแบ่งเป็นประเภทย่อย ๆ ได้อีก 4 ประเภท คือ
Releasing Film (ไลเนอร)์
Clear Adhesive (กาวใส)
Aluminum P.E.T. Film
(แผ่นฟลิ ม์ เคลอื บไอโลหะ)
Color in Adhesive
P.E.T. Film (ช้ันฟิลม์ ใส)
SR Hard Coat
(กันรอยขดี ข่วน)
รูปท่ี 3.24 องค์ประกอบของฟิลม์ แบบมสี ว่ นผสมของสารปอ้ งกนั รังสที ่มี าจากแดด
2.1 ฟิลม์ ปรอท ฟิล์มเคลือบโลหะ และฟิลม์ ลดความร้อน มีองค์ประกอบดังรูปที่ 3.25
ตวั ฟลิ ม์ จะคลา้ ยกระจกเงา ซง่ึ คนขา้ งนอกจะมองเขา้ ไปในตวั รถไมไ่ ดเ้ ลยในเวลากลางวนั แตถ่ า้ ตอนกลางคนื
จะสามารถมองเข้าไปได้ ฟิล์มชนิดน้ีจะมีคุณภาพในการลดความร้อนต้ังแต่ 35 - 90% รวมถึงป้องกัน
รงั สตี ่าง ๆ อายกุ ารใชง้ านของฟิลม์ ชนดิ นจี้ ะอยู่ที่ 3 – 7 ปี สว่ นราคาจะอยทู่ ี่ 2,000 - 5,000 บาท
Releasing Film (ไลเนอร)์
Clear Adhesive (กาวใส)
A(lแuผm่นiฟnิลuม์mเคPล.อื Eบ.ไTอ.โFลหilmะ)
Color in Adhesive
Color P.E.T. Film (ช้นั ฟลิ ์มสีในตัว)
(Chip Dyed P.E.T.)
S(RกันHรaอยrdขีดCขoว่ aนt)
รปู ที่ 3.25 องคป์ ระกอบของฟิลม์ ปรอท ฟิลม์ เคลือบโลหะและฟิลม์ ลดความร้อน
งานประดบั ยนต์ 63
2.2 ฟิล์มอินฟราเรด (Infrared Film) มีองค์ประกอบดังรูปท่ี 3.26 เป็นฟิล์มที่เคลือบ
สารเคมีพิเศษเข้าไป เพื่อท�ำการตัดรังสีอินฟราเรด ซ่ึงฟิล์มชนิดนี้เป็นฟิล์มที่สามารถกันความร้อน
ได้ดีท่ีสุด แต่ก็เป็นฟิล์มท่ีมีราคาสูงมากเช่นเดียวกัน
Releasing Film (ไลเนอร)์
Adhesive (UV-Cut off)
Clear P.E.T. Film
Hard Coat with Paste Coat Layer
(Infra Red Cut)
รปู ท่ี 3.26 องคป์ ระกอบของฟิลม์ อนิ ฟราเรด
2.3 ฟลิ ม์ นริ ภยั (Safety Film) ดงั รปู
ที่ 3.27 เปน็ ฟลิ ม์ ชนดิ ทมี่ คี วามหนา ตงั้ แต่ 4 MIL ขน้ึ ไป
(1 MIL = 1/1,000 น้ิว) มีทั้งชนิดลดความร้อน
และไมล่ ดความรอ้ น ซง่ึ ฟลิ ม์ ชนดิ นจ้ี ะทำ� การยดึ เกาะ
แผน่ กระจกใหค้ งรปู มากทสี่ ดุ และยังจะช่วยซับแรง
จากการกระแทกได้อีกด้วย
รปู ที่ 3.27 ฟิล์มนริ ภัย
2.4 ฟิล์มใสนาโน มีองค์ประกอบดังรูปท่ี 3.28 เป็นฟิล์มท่ีแสงสามารถส่องผ่านได้มาก
ที่สุดถึง 60% แต่ก็เป็นฟิล์มที่ช่วยลดความร้อนได้สูง ท้ังนี้ก็ข้ึนอยู่กับวัสดุท่ีน�ำมาผลิต ซ่ึงฟิล์มชนิดนี้
ส่วนมากมักจะราคาค่อนข้างสูง
Hard Coat with
Paste Coat Layer
(Infrared Cut)
PET Film
Adhesive Layer
(UV-Cut off)
Window Glass
รปู ท่ี 3.28 ฟลิ ์มใสนาโน
64 บทที่ 3 ฟลิ ์มกรองแสงรถยนต์
ฟลิ ์มกรองแสงในบ้านเราน้ัน สว่ นมากจะเรียกกนั ตดิ ปากว่า ฟลิ ม์ มีขนาดก่ีเปอร์เซ็นต์ ตวั เลข
ท่ีเป็นเปอร์เซ็นต์ต่าง ๆ น้ัน หมายถึงตัวเลขท่ีบ่งบอกถึงความเข้มของฟิล์มกรองแสง ส่วนใหญ่
มักจะเข้าใจผิดว่า เปอร์เซ็นต์ที่มาก คือ ความเข้มของฟิล์มท่ีมากขึ้น ซ่ึงความหมายของเปอร์เซ็นต์
ตามมาตรฐานสากล คือ ค่าท่ีแสงสามารถส่องผ่านฟิล์มกรองแสงได้
นนั่ ก็แสดงวา่ เบอร์ 05 น้ันแสงสามารถส่องผ่านไดป้ ระมาณ 5 เปอร์เซน็ ต์ ฟลิ ม์ จะมีความเขม้ ถึง
95 เปอร์เซ็นต์ เบอร์ 20 แสงสามารถส่องผ่านได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ นั่นแสดงว่าฟิล์มจะมีความ
เข้มข้น 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น พิจารณารูปที่ 3.29 เพื่อให้เข้าใจดีข้ึน
รปู ที่ 3.29 เปอรเ์ ซ็นต์ความเข้มของฟิล์ม
อธบิ ายไดว้ า่ ฟลิ ม์ เบอร์ 05 แสงผา่ นได้ 5 เปอรเ์ ซน็ ต ์ ฟลิ ม์ จะมคี วามเขม้ 95 เปอรเ์ ซน็ ต ์ แตค่ นไทย
กลบั เรียกฟิล์มเบอรน์ ีว้ ่า ฟลิ ม์ 80 เปอร์เซน็ ต์ และฟลิ ม์ เบอร์ 20 แสงสอ่ งผา่ นได้ 20 เปอรเ์ ซน็ ต์ ฟิลม์ จะ
มคี วามเข้มขน้ ประมาณ 80 เปอรเ์ ซ็นต์ แต่คนไทยกลับเรยี กฟลิ ม์ เบอรน์ ้วี า่ ฟิล์ม 60 เปอรเ์ ซน็ ต์ สว่ นฟลิ ์ม
เบอร์ 50 แสงสอ่ งผา่ นได้ 50 เปอร์เซน็ ต์ ฟิลม์ จะมีความเขม้ ขน้ 50 เปอรเ์ ซ็นต์ แตก่ ลับเรียกฟลิ ์มเบอร์นี้
วา่ 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทั้งหมดยงั คงเปน็ ความเขา้ ใจผดิ ทยี่ ังคงเรียกติดปากกนั มาจนถึงทุกวันน้ี
การติดฟิล์มกรองแสงของรถยนต์นั้น ถือเป็นการประดับยนต์ชนิดหน่ึง ซ่ึงประเทศไทยได้
มีกฎหมายข้อบงั คับเกยี่ วกับการติดฟิล์มออกมา โดยสามารถติดฟิล์มท่ีกระจกหน้าและหลังได้ แต่
ไมส่ ามารถตดิ ฟลิ ม์ ทม่ี คี วามเขม็ เกนิ 40% สว่ นกระจกขา้ งไมส่ ามารถตดิ ฟลิ ม์ ทมี่ คี วามเขม้ เกนิ 60%
โดยทอี่ อกกฎหมายฉบบั นม้ี วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ความปลอดภยั ในการขบั ข่ี แตป่ ระเทศไทยเปน็ ประเทศเมอื งรอ้ น
กฎหมายจึงมกี ารผอ่ นผันให้ แตก่ ็ไมใ่ ชจ่ ะติดฟิล์มให้ทึบทุกบานจนไม่สามารถขบั ขี่ได้
ฟิล์มกรองแสงเป็นวัสดุชิ้นหน่ึงที่ถือว่ามีความส�ำคัญกับรถมาก เพราะถ้าตดิ ฟิล์มทดี่ มี คี ุณภาพ
ผูข้ บั ขก่ี ็จะขับไดอ้ ยา่ งปลอดภยั และมีความสุข แตถ่ ้าตดิ ฟลิ ม์ ทีเ่ ขม้ ไปหรอื ไม่มีคุณภาพ กอ็ าจจะก่อใหเ้ กดิ
อุบตั เิ หตไุ ด้ ซง่ึ ฟลิ ม์ กรองแสงติดรถยนต์ในบา้ นเราน้ันกม็ หี ลากหลายยห่ี ้อ อาทิ Lamina (ลามนิ า่ ) 3M
(3เอ็ม) Hi-Kool (ไฮคูล) และ Xtra-cool (เอกซ์ทราคูล) เป็นตน้
งานประดบั ยนต์ 65
11. การประมาณราคา
ราคาค่าฟิล์มกรองแสง ตามแต่ตกลงกันเอง ระหว่างผู้ประกอบการกับลูกค้า โดยท่ัวไป (ปี
2560) ราคาประมาณการโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 10 – 12 บาทต่อตารางฟุต ไม่รวมค่าติดตั้ง ทั้งน้ีข้ึนอยู่กับ
ปริมาณงาน ความยากง่าย (ตามชนิดของรถยนต์) และชนิดของฟิล์มท่ีเลือกใช้ เช่น
- ฟิล์ม MAXXMA รวมค่าติดต้ัง 35 บาทต่อตารางฟุต
- HIKOOL รวมค่าติดตั้ง 55 บาทต่อตารางฟุต
- LAMINA 3M รวมค่าติดตั้ง 85 บาทต่อตารางฟุต
โดยท่ัวไป เม่ือติดตั้งเสร็จ ต้องออกพร้อมใบรับประกันของฟิล์มแต่ละยี่ห้อ ประมาณ 7 - 10 ปี
ซึ่งเป็นอายุงานปกติของฟิล์ม
66 บทที่ 3 ฟิล์มกรองแสงรถยนต์
3แบบทดสอบและกิจกรรมการฝึกทักษะ บทที่
จงตอบคำ� ถามตอ่ ไปน้ี
1. จงอธิบายคุณสมบัติและกรรมวิธีการผลิต สปัตเตอร์ฟิล์ม (Sputter-Coated Metallized
Films) มาพอสังเขป
2. ฟิล์มกรองแสงแบ่งออกได้เป็นกี่ประเภท อธิบาย
3. สเปกตรัมของแสง (Light Spectrum) คืออะไร แบ่งได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง
4. จงบอกข้อดีของการติดฟิล์มกรองแสง มา 5 ประการ
5. จงบอกสาเหตขุ องการโปง่ พองของฟิล์ม และคราบนำ้� ขงั จากการติดต้งั ฟิลม์ และวิธกี ารแก้ไข
6. จงบอกข้ันตอนการเป่าฟิล์มแบบเปียก มาพอเข้าใจ
7. จงอธิบายข้ันตอนการติดฟิล์ม มาพอสังเขป
8. จงบอกข้อควรปฏิบัติหลังติดฟิล์มแล้ว มาอย่างน้อย 3 รายการ
9. ฟิล์มท่ีมีองค์ประกอบ ดังรูป เป็นฟิล์มประเภทใด มีคุณสมบัติอย่างไร
Releasing Film (ไลเนอร์)
Clear Adhesive (กาวใส)
A(lแuผmน่ iฟnลิuม์mเคPล.อื Eบ.ไTอ.โFลหilmะ)
Color in Adhesive
Color P.E.T. Film (ชั้นฟิลม์ สใี นตวั )
(Chip Dyed P.E.T.)
S(RกันHรaอยrdขีดCขoว่ aนt)
10. ฟลิ ม์ กรองแสงกำ� หนดความเขม้ เปน็ เปอรเ์ ซน็ ต์ ตวั เลขที่เป็นเปอร์เซน็ ต์ตา่ ง ๆ นนั้ มีความหมาย
เป็นอย่างไร
งานประดับยนต์ 67
ใบงานท่ี 3 การติดฟิล์มกรองแสง
วัตถปุ ระสงค์
เพ่ือให้นักศึกษาสามารถติดฟิล์มกรองแสงได้
เครื่องมอื และอปุ กรณ์
1. น้�ำผสมน้�ำยาสระผม หรือน�้ำสบู่
2. กระดาษทิชชู หรือผ้า
3. เกรียงรีด แต่ถ้าหากไม่มี ใช้โปรแทรกเตอร์หรือบัตรพลาสติกแข็งแทนได้
4. กระบอกฉีดน้�ำ
5. ยางรีดน�้ำ
6. คัตเตอร์
7. ฟิล์มกรองแสง
ล�ำดับข้ันการปฏิบตั ิงาน
1. ให้ตัดฟิล์มกรองแสงเตรียมเอาไว้ ควรจะตัดให้ขนาดฟิล์มใหญ่กว่ากระจก ประมาณ
ด้านละ 1 ถงึ 2 นวิ้
2. ล้างท�ำความสะอาดพ้ืนกระจกท่ีต้องการจะติดฟิล์มกรองแสงก่อน โดยฉีดน้�ำท่ีผสมกับ
นำ�้ ยาสระผมทเี่ ตรยี มไว้ ฉดี ใหท้ ว่ั กระจกแลว้ ใชเ้ กรยี งขดู แตถ่ า้ กระจกสกปรกมากกใ็ หใ้ ชใ้ บมดี โกนขูด
ออกได้ ค่อย ๆ ขูดจากบนไล่ลงมา หากกระจกเร่ิมแห้งก็ให้ฉีดน้�ำเข้าไปอีก ท�ำความสะอาดให้
หมดจด
3. ฉีดน�้ำให้ชุ่ม ๆ อีกรอบแล้วใช้ยางรีดน้�ำปาดออก เมื่อปาดออกก็ใช้ทิชชูหรือผ้าเช็ดท�ำ
ความสะอาดตามมุมตามขอบใหส้ ะอาด จากนั้นฉดี นำ้� บนกระจกให้ทว่ั และท�ำการลอกไลเนอร์ออก
จะค่อนข้างลอกยากเล็กน้อย
4 เม่อื ลอกออกแล้วใช้กระบอกฉดี น้�ำฉดี นำ้� ใสฟ่ ิลม์ กรองแสงให้ทั่วทง้ั แผ่น
5. น�ำฟลิ ม์ อันใหม่ตดิ ลงไป แล้วฉีดนำ�้ ลงไปบนฟิลม์ อกี คร้ังใหท้ ั่ว
6. ใชย้ างรดี น�้ำ รีดนำ�้ ออก กดยางรีดแรง ๆ เพื่อไลน่ ้�ำออกไดห้ มด
7. ใช้คัตเตอรก์ รีดฟลิ ์มออกให้พอดกี บั กระจก กระท�ำอย่างระมดั ระวัง
8. เมื่อเสร็จแล้วก็น�ำกระดาษมาหุ้มไว้ที่ปลายของเกรียง รดี น้�ำออกให้หมด กระดาษเปยี ก
ก็เปลี่ยนอันใหม่
68 บทท่ี 3 ฟิล์มกรองแสงรถยนต์
ไล่จากตอนกลาง ไปยงั ด้านข้าง จนไม่มีน้�ำสบคู่ ้างอยู่
การรดี น�้ำออก
สรปุ และวิจารณผ์ ลการปฏบิ ัตงิ าน
……………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………….....
………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….
ความเห็นของอาจารยผ์ ้สู อน
……………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………….....
………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….
งานประดบั ยนต์ 69
ใบประเมนิ ผลการปฏิบัติงาน
ช่ืองาน...................................................................
จุดท่ี ข้อก�ำ หนด คะแนนเตม็ คะแนนที่ได้
1 ปฏิบัตงิ านได้ถกู ต้องตามข้นั ตอน
2 ชิ้นงานมคี วามเรยี บรอ้ ย
3 ท�ำ งานโดยค�ำ นึงถึงความปลอดภัย
4 การตรงตอ่ เวลา
5 มกี ารบ�ำ รงุ รักษาเครอื่ งมอื
6
7
8
9
คะแนนรวม (30 คะแนน)
ผลการประเมนิ ดีมาก ดี พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรุง ต�่ำกว่าเกณฑ์
หมายเหตุ ผลการประเมิน
ผสู้ อนและผเู้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ รว่ มกนั เพอื่ กำ�หนดขอบเขตการปฏบิ ตั กิ อ่ น ได้ร้อยละ 80-100 ดีมาก
ลงมอื ปฏิบัตงิ าน 70-79 ดี
60-69 พอใช้
50-59 ตอ้ งปรบั ปรงุ
นอ้ ยกวา่ 50 ต่ำ� กว่าเกณฑ์
4บทท่ี อกุปรากถรรยโณจนรตป์ ก์้อรงรกมนั
แนวคดิ
วิธีการโจรกรรมรถของคนร้าย เช่น งัดหูช้าง ใช้กุญแจปลอม ลอกแบบกุญแจ สร้างกุญแจ
ใชล้ วดเกยี่ วปุ่มล็อกประตรู ถ ใช้ไขควงฉาก งัดฝาถังนำ�้ มนั เป็นตน้
อุปกรณป์ ้องกนั การโจรกรรม มี 3 ประเภท ไดแ้ ก่ 1. อปุ กรณป์ อ้ งกันโจรกรรมแบบอตั โนมัติ
หรือวงจรไฟฟา้ 2. อุปกรณ์ปอ้ งกนั โจรกรรมแบบกลไก (Manual) 3. อุปกรณป์ ้องกันโจรกรรมแบบ
ผสมผสาน
เทคโนโลยีล่าสุดในการป้องกันขโมยรถยนต์แบบต่าง ๆ เช่น ระบบควบคุมการล็อกประตู
แบบไร้สาย ระบบปอ้ งกันการสตาร์ตเครือ่ งยนต์ ระบบ TDS หรือระบบส่งสัญญาณด้วยเสียง เป็นต้น
สาระการเรยี นรู้
1. วธิ ีการโจรกรรมรถยนต์
2. ประเภทของอปุ กรณ์ป้องกนั โจรกรรม
3. การติดต้ังอุปกรณก์ ันขโมย
4. เทคโนโลยีลา่ สุดในการปอ้ งกันขโมยรถยนต์แบบต่าง ๆ
5. วิธีการป้องกันรถหาย
สมรรถนะประจำ� บท
1. แสดงความร้เู ก่ียวกับอปุ กรณ์ป้องกนั การโจรกรรมรถยนต์
2. ตดิ ตง้ั อปุ กรณ์ปอ้ งกันขโมยให้รถยนต์
จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. ระบุวธิ กี ารโจรกรรมรถยนต์
2. จ�ำแนกประเภทของอุปกรณ์ปอ้ งกันโจรกรรม
3. อธิบายและปฏิบัติการตดิ ต้ังอุปกรณก์ ันขโมย
4. สรปุ เทคโนโลยลี ่าสดุ ในการปอ้ งกันขโมยรถยนตแ์ บบตา่ ง ๆ
5. บอกวธิ ีและปฏิบัตกิ ารป้องกนั รถหาย
4บทท่ี อปุปก้อรกางถรรกยณโันจน์รตก์ รรม
1. วิธีการโจรกรรมรถยนต์
ความหมายของการโจรกรรม
โจรกรรม หมายถึง การกระทำ� ทีน่ ำ� เอาทรพั ย์สินของผู้อนื่ โดยเจตนา เพอ่ื ยึดทรพั ยส์ ินนัน้
มาเป็นของตน ซ่ึงเจ้าของทรัพย์สินไม่ได้อนุญาตหรือยินยอม ค�ำนี้สามารถเรียกแทนอาชญากรรม
บางประเภททเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ทรพั ยส์ นิ อาทิ การลกั ทรพั ย์ (ขโมย) การลกั ทรพั ยใ์ นเคหสถาน (ยอ่ งเบา/ยกเคา้ )
การลักทรัพย์ในร้านค้า การยักยอก การชิงทรัพย์ (ปล้น) การฉกชิงทรัพย์ (ปล้นสะดม) และการฉ้อโกง
ในบางเขตอ�ำนาจศาล "โจรกรรม" (Theft) มีความหมายเหมือนกับ "การลักทรัพย์" (Larceny)
วิธที โี่ จรใชโ้ จรกรรมรถยนต์
วธิ กี ารโจรกรรม มอี ยหู่ ลายวธิ ี ทงั้ วธิ กี ารเกา่ ๆ และทไี่ ดพ้ ฒั นาขน้ึ มาใหม่ ผสมผสานกนั หรอื อาจ
กล่าวอีกนยั หน่ึงวา่ คนรา้ ยได้ศึกษาวิธีการ และกลไกการปอ้ งกัน การโจรกรรมรถของเจา้ ของ และฝา่ ย
เจา้ หน้าท่ีทกุ วถิ ที าง วธิ กี ารโจรกรรมรถของคนรา้ ย พอประมวลไดด้ งั น้ี
1. งดั หชู ้าง : คนรา้ ยจะใช้เครอ่ื งมอื งดั หูช้างออก แล้วเอามือล้วงเขา้ ไปเปิดสลักหรอื คนั ลอ็ ก
ประตู เปิดประตูรถเข้าไปแล้วใช้ไขควงงัดกระปุกกุญแจสตาร์ตออก ต่อไฟตรงเพื่อติดเคร่ืองยนต์แล้ว
ขบั หลบหนีไป
2. ใชก้ ุญแจปลอม : คนร้ายจะท�ำกุญแจเลียนแบบกุญแจของรถชนิดท่ีต้องการลักไว้
หลาย ๆ ขนาด (รอยหยัก) แล้วเลือกลองใช้ทุกดอกที่ท�ำไว้ ถ้าเปิดประตูรถได้ คนร้ายก็จะเปิดประตู
แล้วติดเคร่ืองยนต์ขับหลบหนีไป
3. ลอกแบบกุญแจ : คนร้ายจะใช้วิธีสร้างความสนิทชิดชอบกับเด็กบริการล้างอัดฉีดรถ
ตามสถานบริการจ�ำหน่ายน�้ำมัน แล้ววา่ จา้ งให้เอาดนิ นำ้� มนั พมิ พ์แบบกญุ แจรถของจรงิ ตามทีม่ ีผ้สู ่ังซื้อไว้
โดยมคี า่ จา้ งในการจดั ทำ� คนั ละ 200 - 250 บาท โดยเดก็ บรกิ ารลา้ งอดั ฉดี จะเกบ็ แบบพมิ พก์ ญุ แจดนิ นำ�้ มนั
งานประดับยนต์ 73
พร้อมจดหมายเลขทะเบียนรถคันน้ันไว้ให้ด้วย ต่อจากน้ันคนร้ายจะไปว่าจ้างร้านท�ำกุญแจทั่วไป
ท�ำกุญแจปลอมตามแบบพิมพ์ในราคาดอกละ 10 - 20 บาท เม่ือได้กุญแจแล้วก็จะออกตระเวนติดตาม
รถคันดังกล่าวเพ่ือโจรกรรม
4. สร้างกุญแจ : คนร้ายจะท�ำกุญแจในแบบและรูปทรงต่าง ๆ โดยไม่มีรอยหยักของรถ
ตามชนิดทต่ี ้องการ (ระบุไวใ้ นใบส่งั ซ้อื ) แลว้ เอานำ�้ หมกึ อนิ เดยี องิ กส์ ดี ำ� ทาไวป้ ลอ่ ยใหแ้ หง้ สนทิ เมอ่ื พบรถ
ทีต่ อ้ งการ คนร้ายจะเอากุญแจแบบรปู ทรงทที่ ำ� ไว้ สอดเขา้ ไปในรูกญุ แจประตรู ถแล้วบิดหมุน เพ่ือให้
เกิดร่องรอยท่ีน้�ำหมึกอินเดียอิงก์ ดึงเอากุญแจออกน�ำไปเซาะร่องตามรอยที่ปรากฏอยู่ เม่ือวัดท�ำ
กุญแจเรียบร้อยแล้ว คนร้ายก็จะออกติดตามรถคันนั้น เม่ือสบโอกาสจะท�ำการโจรกรรมทันที
5. ใชล้ วดเกย่ี วปมุ่ ลอ็ กประตรู ถ : รถบางชนดิ ไมม่ หี ชู า้ ง คนรา้ ยจะใชว้ ธิ ดี งึ กระจกทบ่ี านประตู
ใหเ้ ผยอเพยี งเลก็ นอ้ ย และถา้ เจา้ ของปดิ กระจกไมส่ นทิ กย็ ง่ิ เปน็ โอกาสใหเ้ กดิ ความสะดวกแกค่ นรา้ ยมากขนึ้
ต่อจากนั้นคนร้ายจะใช้ลวดท�ำเป็นห่วงที่ปลาย สอดเข้าไปดึงปุ่มล็อกประตูออก เปิดประตูเข้าไปในรถ
ต่อไฟฟ้าสายตรงสตาร์ตเคร่ืองยนต์แล้วขับหลบหนีไป
6. ใชไ้ ขควงฉาก : คนร้ายจะท�ำไขควงชนิดหน้าแบนขนาดยาวประมาณ 1 ฟุต (รวม
ความยาวของดา้ ม) ทตี่ อนปลายไขควงตรงความยาวประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวไขควง ดดั งอเปน็ มมุ ฉาก
ใช้ปลายไขควงสอดเข้าไปในรูกุญแจประตูรถ งัดอย่างแรง กระปุกกุญแจประตูจะแตกและหลุดออกมา
สามารถเปิดประตูรถเข้าไปต่อไฟฟ้าสายตรง เพื่อติดเครื่องยนต์แล้วขับหลบหนีไป
7. งัดฝาถังน�้ำมัน : มีรถหลายชนิดฝาถังน้�ำมันอยู่ภายนอก โดยกุญแจเปิดฝาถังน�้ำมัน
กุญแจเปิดประตูรถและกุญแจติดเคร่ืองยนต์ใช้ดอกเดียวกัน คนรา้ ยจะใช้ประแจเล่อื นขนาดใหญง่ ัดเอา
ฝาน�้ำมันไปท�ำกุญแจ โดยอาศัยร่องรอยจากรูกุญแจของฝาถังน�้ำมัน เมื่อท�ำเสร็จแล้วจะได้ท้ังกุญแจ
ไปไขประตูรถและติดเครื่องยนต์
8. ใชน้ ำ้� กรด : คนรา้ ยจะใชน้ ำ้� กรดใสข่ วด และมลี กู ยางหรอื เขม็ ฉดี ยาพรอ้ มหลอดดดู นำ้� กรด
จากขวดน�้ำ หยอดหรือฉีดเข้าไปในรูกุญแจประตูรถ น�้ำกรดจะเข้าไปท�ำลายช่องกุญแจท�ำให้เปิดประตู
เข้าไปในรถได้ แล้วใช้วิธีต่อไฟฟ้าสายตรงเพ่ือติดเครื่องยนต์ ขับหลบหนีไป
9. เปิดกระจกหลังรถ : คนรา้ ยจะใช้ไขควงงัดยางขอบกระจกหลงั รถออก แลว้ เปิดกระจก
ออกด้วยแรงดึงซ่ึงกระท�ำด้วยความช�ำนาญ คนร้ายหรือลูกมือที่ใช้วิธีการน้ีจะเคยเป็นช่างถอดหรือ
ใส่กระจกมาก่อน เมื่อถอดกระจกออกได้แล้วจะมุดตัวเข้าไปในรถ แล้วใช้วิธีต่อไฟฟ้าสายตรง เพื่อติด
เคร่ืองยนต์แล้วขับรถหลบหนีไป
10. ใช้เหลก็ เขี่ยสลักลอ็ กประตู : คนรา้ ยจะท�ำเหลก็ เป็นลกั ษณะแบนหรือกลม หรอื ใช้
ไขควงตัวเล็ก ๆ แหย่เข้าไปในรูใต้หูจับเปิดรถ แล้วเขี่ยสลักล็อกประตูรถเปิดประตูเข้าไปในรถ ใช้วิธี
ต่อไฟฟ้าสายตรงเพ่ือติดเคร่ืองยนต์ขับหลบหนีไป
11. ใชก้ ญุ แจพิเศษ : คนรา้ ยจะใช้เหลก็ ทแ่ี ขง็ เป็นพิเศษ ท�ำเปน็ หยกั หรอื รอ่ งถ่ี ๆ มขี นาด
ความหนาเทา่ กบั กญุ แจรถทว่ั ๆ ไป กญุ แจพเิ ศษนม้ี คี วามแขง็ มากเปน็ พเิ ศษ เมอ่ื ใสเ่ ขา้ ไปในรกู ญุ แจประตรู ถ
74 บทท่ี 4 อปุ กรณป์ ้องกันการโจรกรรมรถยนต์
แล้วบิดดว้ ยความแรง ความแข็งของกญุ แจพเิ ศษจะงัดร่องในกญุ แจประตรู ถให้หกั หรือไม่อยู่ในสภาพเดิม
สามารถเปิดประตูเขา้ ไปในรถได้ ต่อไฟฟา้ สายตรงเพื่อติดเครอ่ื งยนตแ์ ลว้ ขับหลบหนีไป
12. ใช้คมี บิดยวงกุญแจ : คนร้ายจะใช้คีมที่มีความเหมาะสมในการคีบยวงกุญแจประตู
อาศัยแรงบีบที่แน่นและมั่นคง บิดด้วยความแรง ดึงเอายวงกุญแจประตูรถออกไป แล้วน�ำไปจ้างช่าง
ท�ำกุญแจปลอมเพื่อโจรกรรมรถคันน้ีต่อไป
13. ใช้กลอุบายรบั จ้างขบั รถ : คนรา้ ยจะใช้วธิ ีการงา่ ย ๆ โดยไปรบั จ้างเปน็ คนขบั รถตาม
สำ� นกั งานจดั หางาน เมอ่ื ไดร้ ถแลว้ กจ็ ะขบั รถใหน้ ายจา้ งประมาณ 6 - 7 วนั ไดโ้ อกาสกจ็ ะขบั รถหลบหนไี ป
2. ประเภทของอุปกรณ์ป้องกันโจรกรรม
ประเภทท่ี 1 อุปกรณ์ป้องกันโจรกรรมแบบอัตโนมัติหรือวงจรไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ป้องกัน
การโจรกรรมรถยนตท์ มี่ รี ะบบไฟฟา้ เขา้ มาเกยี่ วขอ้ งในกลไกการทำ� งาน เพอ่ื ชว่ ยอำ� นวยความสะดวกสบาย
ให้กบั ผ้ใู ช้มากยิง่ ขึน้ อาทิ กญุ แจรีโมต สัญญาณกนั ขโมย เซน็ เซอร์ สวิตช์ตัดน�้ำมนั ตัดไฟ ซ่งึ ปัจจบุ ัน
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่าน้ี มีการเชื่อมต่อกับศูนย์ข้อมูลและระบบดาวเทียม GPS แล้ว โดยอปุ กรณ์
เหล่าน้จี ะมโี ครงสรา้ งพ้นื ฐานท่ีเปน็ ชปิ (Chip) และแผงวงจรเป็นส่วนใหญ่
ประเภทท่ี 2 อปุ กรณป์ อ้ งกนั โจรกรรมแบบกลไก (Manual) เปน็ อปุ กรณป์ ้องกนั การโจรกรรม
รถยนตท์ มี่ โี ครงสรา้ งเปน็ แบบพน้ื ฐานมากทสี่ ดุ เพราะทกุ ข้ันตอนในการล็อกและปลดล็อก ผขู้ บั ขจี่ ะตอ้ ง
ด�ำเนินการดว้ ยมอื ตนเองทัง้ หมด อุปกรณ์ประเภทนี้ ไดแ้ ก่ ชุดล็อกเกียร์ ลอ็ กพวงมาลัย ลอ็ กคลตั ช์ ซึ่ง
วสั ดอุ ปุ กรณท์ งั้ หมดจะเปน็ ไปในรปู แบบของ Hardware ทที่ ำ� จากเหลก็ กลา้ หรอื วสั ดทุ มี่ คี วามทนทานสงู
ประเภทที่ 3 อุปกรณป์ ้องกันโจรกรรมแบบผสมผสาน เป็นชุดอุปกรณป์ อ้ งกันโจรกรรมท่มี ี
การน�ำวงจรไฟฟา้ และกลไกการท�ำงานแบบกลไกผสมผสานเขา้ ไว้ดว้ ยกนั เช่น ชดุ ล็อกพวงมาลยั และ
ล็อกเกียร์หรือคลตั ช์ บางย่ีห้อท่ีมีการฝังเซ็นเซอร์เข้าไว้ที่อุปกรณ์ เมื่อชุดอุปกรณ์ถูกเจาะหรือท�ำลาย
ตวั เซน็ เซอรจ์ ะท�ำงานโดยเปิดเสียงสญั ญาณเตือนทันที
3. การติดต้ังอุปกรณ์กันขโมย
อุปกรณป์ อ้ งกันโจรกรรมแบบกลไก
อุปกรณ์ป้องกันโจรกรรมแบบกลไกส่วนใหญ่ เช่น ล็อกพวงมาลัย ชุดล็อกเกียร์ ล็อกคลัตช์
ลอ็ กลอ้ ดงั รปู ท่ี 4.1 เจา้ ของรถตดิ ตง้ั ดว้ ยตวั เองได้ ซง่ึ ไมไ่ ดซ้ บั ซอ้ นมาก แสดงตวั อยา่ งการลอ็ กดว้ ยตวั เอง
ส�ำหรับชุดล็อกเบรกและคลัตช์ ดังรูปท่ี 4.2 บางแบบอาจจะต้องติดต้ังชุดอุปกรณ์ตายตัวไปกับชิ้นส่วน
ของรถ โดยเจ้าของรถเป็นผู้เข้าสลักล็อกเองในภายหลัง เช่น ล็อกเกียร์ หรือล็อกชุดแป้นเหยียบ
ดงั รปู ท่ี 4.3 ซง่ึ ขัน้ ตอนการติดต้ังชดุ อุปกรณต์ ายตวั เหล่านี้ ศกึ ษาและปฏบิ ตั ิตามไดต้ ามคูม่ ือการติดตง้ั ท่ี
แนบมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างดังรูปท่ี 4.4
งานประดบั ยนต์ 75
อุปกรณป์ อ้ งกันโจรกรรมแบบอตั โนมตั ิหรือวงจรไฟฟา้
ในปัจจบุ ันน้สี ว่ นใหญ่ อปุ กรณ์ปอ้ งกนั โจรกรรมแบบอตั โนมัตหิ รอื วงจรไฟฟ้า เช่น กญุ แจรีโมต
สญั ญาณกันขโมย มักจะเปน็ ออปชันเสรมิ ท่ตี ิดต้งั มาพร้อมกับรถใหมป่ า้ ยแดงเลย อยา่ งไรกต็ าม รถยนต์
บางรุ่นหรือรถยนต์รุ่นเก่าบางคร้ังอาจไม่มีออปชันตรงน้ีมาให้ เจ้าของรถจึงต้องซ้ืออุปกรณ์เหล่าน้ีมา
จา้ งชา่ ง (หรอื ท�ำเอง) ในภายหลงั
ล็อกล้อ ล็อกเบรกและคนั เรง่
ล็อกเกียร์กับเบรกมือ
ล็อกพวงมาลัยกับเกยี ร ์
ล็อกพวงมาลัย
รูปท่ี 4.1 อปุ กรณ์ปอ้ งกันโจรกรรมแบบกลไก
ซึ่งเจ้าของรถติดต้งั ด้วยตัวเองได้
76 บทท่ี 4 อุปกรณ์ปอ้ งกันการโจรกรรมรถยนต์
ขน้ั ตอนที่ 1 ขัน้ ตอนท่ี 2
ขัน้ ตอนท่ี 3 ข้นั ตอนท่ี 4
แยกชนิ้ กอ่ นติดต้ัง
รูปที่ 4.2 ตวั อยา่ งการลอ็ กด้วยตวั เองส�ำหรับชุดล็อกเบรกและคลัตช์
รูปท่ี 4.3 ชุดอปุ กรณ์กนั ขโมยตดิ ตายตัวไปกับรถ โดยเจา้ ของรถเปน็ ผูเ้ ขา้ สลกั ลอ็ กเอง
รูปที่ 4.4 ตัวอย่างคู่มอื การตดิ ต้ังล็อกเบรกและคลัตช์
งานประดบั ยนต์ 77
สัญญาณกันขโมยที่มีจ�ำหน่ายในท้องตลาดจะมา
เปน็ ชุดดงั รูปท่ี 4.5 พร้อมค่มู ือและแผนภาพวงจรในการ
ตดิ ตงั้ ระลกึ อยเู่ สมอวา่ ชดุ อปุ กรณแ์ ตล่ ะรนุ่ แตล่ ะแบบ
อาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันออกไป ล�ำดับ
ต่อไปจะเป็นแนวทางติดต้ังชุดสัญญาณกันขโมยรถยนต์
แบบเสียงเบ้ืองต้น
รูปท่ี 4.5 ชุดสญั ญาณกันขโมย
1. ส�ำรวจข้อมูลเดิมของรถ เช่น เป็นรถยนต์ที่มีระบบ Central Lock อยู่แล้วหรือไม่ ระบบ
ไฟฟ้า แบตเตอรี่เป็นอย่างไร เป็นต้น
2. เริ่มต้นจากการแกะแผงล่างใต้คอพวงมาลัย ดังรูปที่ 4.6
รูปท่ี 4.6 การแกะแผงล่าง
ใตค้ อพวงมาลัย
กอ่ นแกะแผงลา่ ง หลังแกะแผงลา่ งออก
3. ศกึ ษาแผงวงจรการตดิ ตงั้ วา่ ตอ้ งการอะไรบา้ ง
จากแผงวงจร (ตัวอย่างสมมุติในรูปท่ี 4.7) พอสรุปได้
ดงั น้ี CENTRAL LOCK
1) สญั ญาณ สวติ ชป์ ระตดู า้ นคนขบั ทงั้ ดา้ น +
และ – 1 ด�ำ ลงกราวด์
2) ไฟเลยี้ งจากแบตเตอร่ี 2 แดงด�ำ มอเตอรก์ ระโปรงท้าย
3) สวิตช์กญุ แจ p แดง 12 v
4) สญั ญาณทไี่ ปพว่ งกบั ชดุ Central Lock ชมพู ไซเรน
5) สัญญาณที่ไปพ่วงกับไฟเล้ยี ว น�้ำตาล ไฟเลี้ยวซ้าย
6) สัญญาณพ่วงกับไฟเบรก (ใช้ในกรณี น�้ำตาล ไฟเล้ียวขวา
แตะเบรก Lock) แดง ไม่ตอ่
7) ชุดตัดการสตาร์ต (Start) เคร่ืองยนต์ น้�ำเงนิ ประตู
5 เหลือง
p 87 a X
ขาว 88 30 85 มสอตเาตรอ์ตร์ start
สม้
12 v ไฟเบรกท้ายรถ on
3P ACC
2P SHOCK SENSOR
หลอดไฟ LED กลอ่ งป๊มั ลม
สม้ ...............ไม่ตอ่ สม้ ...............ไมต่ อ่ ส1
ขาว..................ขนึ้ ขาว..................ข้ึน สม้ .........ลงกราวด์ ส้ม
ขาว..................ขน้ึ ขาว
ในการติดตง้ั คร้งั นี้ ไมไ่ ดท้ �ำหวั ข้อ 6 และ 7 รูปท่ี 4.7 แผงวงจรท่มี าพร้อม
กับสญั ญาณกันขโมย
78 บทที่ 4 อปุ กรณป์ ้องกนั การโจรกรรมรถยนต์
4. ปฏิบัติตามล�ำดับหมายเลขในข้อ 3 กลา่ วคือ ท�ำข้อแรกก่อน คอื หาสัญญาณสวติ ช์ประตู
จากรปู ที่ 4.8 จะเห็นเปน็ เสน้ สเี ขยี วและแดง ให้ไล่สายไฟสองเส้นน้ี (เลาะไปตามขอบประตู) จากนัน้
พ่วงไปใช้งาน (ไมจ่ �ำเป็นตอ้ งเปน็ สเี ขียวและแดง เปน็ สอี ะไรกไ็ ด้ แตใ่ หไ้ ล่สใี ห้ถกู จากสวิตช์ประตู)
ถอดยางหมุ้ สวิตช์ประตู ปลก๊ั สวิตช์ ไล่สายไปตามขอบประตู
รปู ท่ี 4.8 การไลส่ ายไฟเลีย้ งจากสวติ ช์ประตู
5. พ่วงสัญญาณแบตเตอรี่กับสวิตช์กุญแจ 6. ติดต้ังแตร (Horn) พร้อมกับเดินสาย
ดังรูปที่ 4.9 สัญญาณ ดังรูปท่ี 4.10
รูปท่ี 4.9 การพว่ งสญั ญาณ รูปที่ 4.10 การติดตั้งแตร
แบตเตอร่ีกบั สวติ ช์กญุ แจ
7. พ่วงสัญญาณไฟเลี้ยว ดังรูปท่ี 4.11
รูปท่ี 4.11 การพว่ งสญั ญาณไฟเล้ียว
งานประดับยนต์ 79
8. พ่วงสัญญาณ Central Lock กล่องสีแดงท่ีอยู่ในวงกลมสีแดงในรูปท่ี 4.12 อาจจะแกะ
ออกมาไล่วงจรเพ่ือความแน่ใจ หลังไล่วงจรพบแล้วเป็นเส้นสีน�้ำตาล ดังรูปท่ี 4.13 ให้พ่วงไปใช้งาน
พว่ งสัญญาณ Central Lock
ไปใช้งาน
รูปที่ 4.12 พว่ งสัญญาณ Central Lock และไลว่ งจร
รูปที่ 4.13 พว่ งสัญญาณ
Central Lock
9. จากนั้นทดสอบการท�ำงาน ถ้าเป็นปกติ ให้มัดสายเก็บรวมให้เรียบร้อย ดังรูปท่ี 4.14
ทดสอบการท�ำงาน เกบ็ รวบสาย รโี มตทีใ่ ช้กับสัญญาณกันขโมย
รูปที่ 4.14 ขน้ั ตอนสุดท้ายของการติดต้งั
อปุ กรณป์ ้องกนั โจรกรรมแบบผสมผสาน
อุปกรณ์ป้องกันโจรกรรมแบบผสมผสาน ดังรูปท่ี 4.15 ส่วนใหญ่จะติดตั้งตายตัวไว้กับรถ
โดยมกี ารพฒั นาการตดิ ตัง้ แบบไม่ต้องเจาะตัวถังรถ หรืออุปกรณ์ใด ๆ ของรถ การติดตง้ั นนั้ การยดึ จะ
ยึดติดตั้งในรูเดิมของรถยนต์ซึ่งท่ีตัวถังรถจะมีอยู่แล้ว และการติดตั้งจะซ่อนอยู่ในคอนโซล (Console)
กลางของรถยนตซ์ ง่ึ บางรนุ่ จะไม่ตอ้ งเจาะคอนโซลกลางของรถยนตเ์ พือ่ ใหก้ ญุ แจออกมา แตบ่ างรุน่ ตอ้ ง
เจาะคอนโซลเพื่อให้กญุ แจออกมาเพื่อลอ็ กหรือปลดลอ็ ก เม่อื มีการติดตั้งแลว้ ก็จะปดิ ทับดว้ ยแผ่นบงั สกรู
เพ่อื ปอ้ งกนั การถอดชดุ ล็อกเมื่ออย่ใู นต�ำแหนง่ ล็อก ในสว่ นของเสียง (Alarm) จะไม่มีสว่ นใดทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
80 บทท่ี 4 อปุ กรณป์ อ้ งกันการโจรกรรมรถยนต์
กบั ระบบไฟฟา้ รถยนตห์ รือไม่มีการตดั ตอ่ สายไฟ ขนั้ ตอนการตดิ ต้ังชุดอปุ กรณต์ ายตัวเหลา่ น้ี ศึกษาและ
ปฏิบตั ิตามไดต้ ามคมู่ อื การตดิ ตง้ั ท่แี นบมาพรอ้ มกบั ผลิตภณั ฑ์
ชดุ ล็อกเบรกและคลตั ช์
ชุดลอ็ กเกยี รอ์ ตั โนมัติ
รปู ท่ี 4.15 อปุ กรณ์ปอ้ งกนั โจรกรรมแบบผสมผสาน
4. เทคโนโลยีล่าสุดในการป้องกันขโมยรถยนต์แบบต่าง ๆ
1. ระบบควบคุมการล็อกประตแู บบไรส้ าย (Wireless Door-lock Remote Control
System) เปน็ ระบบทใี่ ชร้ โี มตควบคมุ ระยะไกล ใชเ้ คลอื่ นความถส่ี งู ระดบั FM สง่ รหสั ID Lock จากตวั แม่
(Master) เข้าสกู่ ล่องควบคมุ ECU ระบบน้จี ะใช้รหสั โคด้ 10 ตัว เพอ่ื เข้ารหสั ในการปลดลอ็ กกญุ แจ
ถา้ รหสั ผดิ กล่องจะทำ� การตัดสัญญาณ ตอ้ งใช้กญุ แจไขเทา่ น้นั และยงั คอยรบั อาการผิดปกตทิ ่เี กิดกับ
รถยนต์ทกุ รปู แบบ
2. ระบบป้องกันการสตาร์ตเคร่ืองยนต์ (Engine Immobilizer System) ระบบน้ีจะ
อาศัยแผน่ ชปิ (Transponder Chip) ท่ฝี ังอยใู่ นลูกกญุ แจ ดงั รปู ที่ 4.16 เมอ่ื น�ำลูกกญุ แจเสยี บเขา้ สู่
แม่กุญแจ จะมีการส่งสนามแม่เหล็กจากตัว
แมก่ ญุ แจมาสตู่ วั ลกู กญุ แจเพอื่ เปรยี บเทยี บรหสั
ถา้ รหสั ผดิ กลอ่ งคอมพิวเตอร์จะตดั สญั ญาณ
การสตารต์ เคร่อื งยนตท์ นั ที และไม่สามารถ
สตารต์ ใหม่อกี ได้ แสดงแผนภาพการทำ� งาน
ดังรูปที่ 4.17 ระบบน้ีถ้าเจ้าของรถบางคัน
คาดไม่ถึงเอาลูกกุญแจส�ำรองที่ท�ำ (ปั๊ม) เอง ชอ่ งฝงั ชิป สกรยู ึดฝาปดิ
มาไข จะไมส่ ามารถสตารต์ เครอ่ื งได้ ตอ้ งลาก
รถกลบั เขา้ ไปแกโ้ คด้ ทศี่ ูนย์บริการทุกราย ชิป
ฝาปิดชปิ
รปู ที่ 4.16 ชปิ ที่ฝงั อยู่ในลกู กุญแจ
งานประดบั ยนต์ 81
Ignition Key = กญุ แจสตารต์
Transponder Chip = ชปิ รหสั
Transponder Key Coil = ขดอา่ นรหสั กญุ แจ
Key Cylinder = กระบอกกญุ แจ
Transponder Key Amplifier = ตวั สง่ สญั ญาณจากกญุ แจ
Spark Plug = หวั เทยี น
Injector = หวั ฉดี
Engine ECU = หนว่ ยควบคมุ เครอ่ื งยนต์
Transponder Key ECU = หนว่ ยควบคมุ สญั ญาณจากกญุ แจ
Security Indicator Light = ไฟแสดงสถานะความปลอดภยั
Driver Door Courtesy Switch = สวติ ชป์ ระตดู า้ นคนขบั
Injection Pump = ปม๊ั หวั ฉดี
รปู ท่ี 4.17 การทำ� งานของระบบป้องกันการสตารต์ เคร่อื งยนต์
3. ระบบ TDS หรือระบบสง่ สัญญาณดว้ ยเสยี ง ดังรูปที่ 4.18 ระบบน้ีจะท�ำงานเมื่อมกี ารกด
รีโมตล็อกประตู ซ่ึงระบบจะมีเซ็นเซอร์จับสัญญาณเสียงสั่นสะเทือน เพื่อป้องกันการทุบกระจกรถ
การเปดิ ประตโู ดยไมใ่ ชร้ โี มต การถอดขว้ั แบตเตอรี่ ระบบจะสง่ สญั ญาณเสยี งทนั ที ดว้ ยตวั กำ� เนดิ สญั ญาณ
เสยี งแบบมแี บตเตอรใ่ี นตวั หรอื บางรนุ่ ใชต้ อ่ พว่ งกบั แตรรถยนตใ์ หเ้ กดิ เสยี งดงั ซงึ่ ตอ้ งใชร้ โี มตเปน็ ตวั หยดุ
การท�ำงานเท่านั้น
รปู ท่ี 4.18 ชดุ อปุ กรณ์ระบบสง่ สญั ญาณด้วยเสยี ง
82 บทที่ 4 อปุ กรณ์ปอ้ งกันการโจรกรรมรถยนต์
การท�ำให้ระบบ TDS เร่ิมท�ำงาน : ระบบ TDS จะท�ำงานโดยอัตโนมัติ ภายในเวลา 30 วินาที
หลังจากที่มีการล็อกประตูรถด้วยกุญแจรีโมต
การยกเลิกระบบการท�ำงานของระบบ TDS : ระบบ TDS จะหยดุ ทำ� งานโดยอตั โนมัติ เมือ่ มกี าร
กดป่มุ Unlock ท่ีกุญแจรโี มต กรณที ปี่ ลดล็อกประตูรถดว้ ยกุญแจแบบธรรมดา ระบบ TDS จะยงั คง
ท�ำงานอยู่ ผู้ขบั ขจ่ี ะตอ้ งใช้กุญแจไขไปทตี่ ำ� แหนง่ On กอ่ น เพือ่ ยกเลกิ การทำ� งานของระบบ TDS
เสียงสัญญาณเตือนภัย จะดังข้ึนเม่ือ :
- มีการเปิดประตูรถด้วยกุญแจท่ีไม่ใช้กุญแจรีโมต หรือเม่ือมีการเปิดกระโปรงหน้ารถโดย
ใช้ก�ำลังขย่ม
- มีการถอดข้ัวแบตเตอร่ีออกและใส่เข้าดังเดิมอีกครั้ง
- รถได้รับแรงสั่นสะเทือนอย่างผิดปกติ
หมายเหตุ :
- ระบบ TDS จะท�ำงานหรือหยุดการท�ำงานได้โดยการล็อก หรือการปลดล็อกประตูด้วย
กุญแจรีโมตเท่าน้ัน
- เม่ือสัญญาณเตือนภัยดังข้ึน แตรรถยนต์และสัญญาณความปลอดภัยก็จะดังขึ้น พร้อมกับ
ไฟส่องสว่างภายในรถก็จะสว่างขึ้น และไฟฉุกเฉินก็จะกะพริบเป็นเวลานาน 30 วินาที
ปกติรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่มีกุญแจรีโมต จะติดต้ังระบบ TDS นี้มาจากโรงงานผลิตรถให้เป็น
ออปชนั เสริม อย่างไรกต็ าม ชุดอุปกรณ์กันขโมยแบบนี้สามารถจัดหามาติดต้ังเองได้ภายหลัง โดยการ
ตดิ ต้ังให้ปฏบิ ัตติ ามคมู่ อื การตดิ ตง้ั ที่มาพร้อมกับผลติ ภณั ฑ์ ซึง่ แตกต่างกนั ออกไปตามแต่บริษัทผู้ผลิต
4. แบบอนื่ ๆ เปน็ เทคโนโลยกี ารปอ้ งกนั รถยนตร์ นุ่ ใหม่ ๆ เชน่ ระบบตดิ ตามรถยนตท์ ถี่ กู โจรกรรม
ดว้ ยเรดาร์น�ำทาง GPRS ทีจ่ ะมตี ัวส่งสญั ญาณใหท้ ราบไดเ้ ลยวา่ ขณะนร้ี ถที่ถกู ขโมยว่งิ อยทู่ ไี่ หน ระบบจะ
ประสานงานกบั GPRS ของตำ� รวจเพอื่ ตดิ ตาม หรอื จะเปน็ ระบบทป่ี ลอ่ ยควนั หมอกออกมา ใหโ้ จรตกใจและ
รบี หลบหนไี ป และระบบทีเ่ มือ่ รถถูกขโมย จะส่งสญั ญาณมายังโทรศพั ทม์ อื ถอื ของเจ้าของรถว่า รถก�ำลงั
ถกู ขโมย เพ่อื ใหเ้ จา้ ของรีบโทรแจง้ ตำ� รวจมาสกัดจับได้ตอ่ ไป
การตั้งระบบกันขโมย (TDS) มีข้ันตอนปฏิบัติ ดังนี้
1. การต้งั ความไวเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงเขย่ารถ
1.1 แบบไวตอ่ การกระแทก : ถา้ ตั้งไว้แบบน้ี ระบบจะท�ำงานและเปิดสญั ญาณเตอื นเมือ่
มีการบุกรกุ งดั แงะ หรือกระทบกระแทกจากวตั ถุ หรอื คล่นื เสยี งดังมาก ๆ การต้งั ระบบกระท�ำได้ดงั น้ี
- ดับเคร่ืองแล้วลงจากรถ ปิดประตูทุกบานให้สนิท
- กดปมุ่ LOCK ของรโี มต 1 ครงั้ (ไฟทร่ี โี มตจะกะพรบิ 1 ครง้ั ) จากนนั้ 30 วนิ าที กใ็ ชก้ ารได้
1.2 แบบไมไ่ วตอ่ การกระแทก : ใชโ้ หมดนเ้ี มอื่ ตอ้ งจอดรถในทจี่ อแจ พลกุ พลา่ น มกี ารสะเทอื น
หรือต้องมีการสัมผัสจากภายนอกรถ เช่น แรงดันน้�ำที่ล้างรถ การเคล่ือนย้ายลากจูงรถ ฯลฯ เพ่ือไม่ให้
สัญญาณเตือนดังสร้างความร�ำคาญโดยไม่จ�ำเป็น การตั้งระบบท�ำได้ดังน้ี
งานประดบั ยนต์ 83
- ดับเครื่องแล้วลงจากรถ ปิดประตูทุกบานให้สนิท
- กดปุ่ม LOCK ของรีโมต 1 ครั้ง รอจนไฟแสดงสถานะ Security ติดขึ้น จึงกดปุ่ม
ล็อกซ้�ำอีก 3 ครั้ง (ไฟเลี้ยวจะกะพริบข้ึน 5 ครั้ง) ก็แล้วเสร็จ
2. การปรบั ตั้งในรูปแบบอื่น ๆ
ไดแ้ ก่ การเลือกรูปแบบการโต้ตอบ การตงั้ ระบบล็อก/ปลดล็อกอัตโนมตั ิโดยเริ่มจากเตรยี ม
ระบบ ดังน้ี
2.1 ดึงกุญแจออกจากสวิตช์สตาร์ต ขณะนั้นระบบกันขโมยจะยังไม่ท�ำงาน
2.2 เสียบกุญแจสตาร์ตเข้า - ออก 2 ครั้ง (ภายใน 5 วินาที)
2.3 รอประมาณ 5 วินาที จากนั้น (อย่าให้เกิน 10 วินาที) ให้กดปุ่มล็อกและปุ่มปลดล็อก
พร้อมกันค้างไว้ 3 วินาทีจนกระท่ังไฟฉุกเฉินกะพริบ 1 คร้ัง
จากนั้น ท�ำต่อตามขั้นตอนตั้งระบบที่ต้องการดังต่อไปนี้
1. การต้ังรูปแบบการโต้ตอบ : สามารถตั้งลักษณะการตอบรับยืนยันการล็อกหรือปลดล็อก
ประตูได้ดังนี้
1.1 กดปมุ่ ลอ็ ก 1 ครั้ง จากนัน้ กดปุ่มปลดลอ็ ก 1 ครั้ง (กดภายใน 2 วินาท)ี ไฟฉกุ เฉนิ จะ
กะพรบิ 1 ครงั้
1.2 จากน้ัน (ภายใน 10 วนิ าท)ี ให้กดปุม่ ลอ็ กตามจ�ำนวนครั้งทก่ี ำ� หนดเพ่ือตั้งการท�ำงาน
ตามตารางขา้ งล่าง
กดปุม่ รปู แบบการโตต้ อบ หากทำ� สำ� เรจ็
1 ครั้ง ไฟเลีย้ วกะพริบอยา่ งเดียว ไฟเล้ียวกะพริบ
2 ครงั้ ไฟเล้ียวกะพริบและเสยี งสญั ญาณดัง ไฟเลี้ยวกะพรบิ 2 ครง้ั
3 ครง้ั ไม่ตอ้ งมสี ัญญาณยืนยัน ไฟเลี้ยวกะพริบ 3 ครั้ง
4 คร้งั ยกเลิกการตั้งระบบ -
1.3 เสร็จแล้วกดปุ่มปลดล็อก 1 คร้ัง (กดภายใน 2 วินาที) เพ่ือจบข้ันตอน
2. การตั้งระบบล็อก/ปลดล็อกประตูอัตโนมัติ
2.1 กดปุ่มล็อก 2 ครั้ง จากน้ันกดปุ่มปลดล็อก 1 คร้ัง (กดภายใน 2 วินาที) ไฟฉุกเฉินจะ
กะพริบ 2 คร้ัง
2.2 จากนัน้ (ภายใน 10 วนิ าที) ใหก้ ดปุ่มล็อกตามจ�ำนวนครง้ั ทกี่ ำ� หนดเพอื่ ตงั้ การท�ำงาน
ตามตารางขา้ งลา่ ง
84 บทที่ 4 อปุ กรณ์ปอ้ งกนั การโจรกรรมรถยนต์
2.3 เสร็จแล้วกดปุ่มปลดล็อก 1 คร้ัง (กดภายใน 2 วินาที) เพื่อจบข้ันตอนการปรับตั้งค่า
กดปมุ่ รปู แบบการโต้ตอบ หากทำ� ส�ำเร็จ
1 ครงั้ เปดิ ระบบลอ็ ก/ปลดล็อกอัตโนมตั ิ ไฟเลย้ี วกะพริบ 1 ครง้ั
2 คร้ัง ปดิ ระบบล็อก/ปลดล็อกอตั โนมตั ิ ไฟเล้ียวกะพริบ 2 ครั้ง
4 ครัง้ ขึน้ ไป ยกเลิกการตั้งระบบ
-
หมายเหตุ :
ระบบลอ็ ก/ปลดลอ็ กอตั โนมตั ิ ทำ� งานเชอ่ื มกบั สญั ญาณความเรว็ รถ เมอื่ ความเรว็ รถถงึ 25 กโิ ลเมตร
ต่อช่ัวโมง ระบบจะล็อกประตูโดยอัตโนมัติ ส่วนระบบปลดล็อกอัตโนมัติจะเชื่อมกับสวิตช์กุญแจ
เม่ือดับเคร่ืองยนต์ (จอดรถ) ประตูจะปลดล็อกอัตโนมัติ
5. การประมาณราคา
อุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรม สามารถจ�ำแนก ราคาค่าบริการได้ดังนี้ (ปี 2560)
1. แบบระบบกลไกไมเ่ ก่ยี วข้องระบบไฟฟ้ารถยนต์ เช่น ลอ็ คพวงมาลัย ลอ็ กเบรกเท้า ล็อกลอ้
เหลา่ นี้ สามารถติดตั้งและใชง้ านโดยผู้ใช้งานเองไดด้ ้วยตนเอง เมื่อซ้ือมาแล้วสามารถใชง้ านไดเ้ ลย ดังนั้น
จึงไม่มคี ่าบริการติดตั้ง กรณที ่ใี ช้ระบบล็อคแบบกลไกท่ีติดต้งั ตายตัวกบั รถยนตน์ น้ั เชน่ ลอ็ คเกียร์ ล็อค
คลชั ทแ์ ละเบรก ราคาค่าตดิ ตัง้ จะรวมอย่ใู นอปุ กรณน์ ้นั
2. แบบระบบอีเลค็ ทรอนิกสไ์ ม่เกยี่ วขอ้ งกับระบบไฟรถยนต์ เชน่ 3D Air lock เป็นท่ลี อ็ คพวง
มาลยั รถ เมอ่ื มคี นเปดิ ประตูรถ เปดิ กระโปรงท้ายรถ จะทราบทันทีผา่ นรโี มทของระบบ (ระยะทางท�ำงาน
ระหวา่ งตวั ลอ็ คกับรโี มทประมาณ 2-3 กิโลเมตร โดยใชถ้ า่ นอลั คาไลนเ์ ป็นแหลง่ กำ� เนดิ ก�ำลังเพื่อเล้ยี ง
ระบบ) ราคาจะรวมคา่ ตดิ ต้ังอยู่ท่ปี ระมาณ 4000 – 5000 บาท
3. แบบระบบอีเล็คทรอนิกส์เกยี่ วข้องกบั ระบบไฟรถยนต์ เชน่ ระบบเมื่อมคี นเปิดประตเู ขา้ รถ
ระบบจะแจ้งเตือนทางโทรศพั ทใ์ ห้ทราบ และเม่อื ครบจ�ำนวนคร้ังทีแ่ จง้ เตือนแล้วยังไม่รับการแจง้ เตอื น
ระบบจะปล่อยเสียงและตัดนำ�้ มนั ทันที ราคาจะรวมคา่ ติดตัง้ อยูท่ ่ปี ระมาณ 15000 บาท
4. ระบบกันขโมยแบบมี GPS ตดิ ตาม ในหนงึ่ ชุดจะรวมถึง รีโมทเซ็นทรลั ล็อค ชดุ เซ็นทรลั ล็อค
และมอเตอร์ไฟฟ้าเปิดฝากระโปรงทา้ ย เหลา่ นี้ ราคารวมค่าตดิ ตัง้ ขึน้ อยูก่ ับชนิดของผลติ ภัณฑ์ โดยท่วั ไป
จะอยทู่ ี่ 750 - 2000 บาท
งานประดบั ยนต์ 85
แบบทดสอบและกิจกรรมการฝึกทักษะ 4บทท่ี
จงตอบคำ� ถามต่อไปนี้
1. จงบอกประเภทของอุปกรณ์ป้องกันโจรกรรม มาพอสังเขป
2. จงอธบิ ายการทำ� งานของระบบปอ้ งกนั การสตารต์ เครอ่ื งยนต์ (Engine Immobilizer System)
มาพอสังเขป
3. จงบอกข้ันตอนการต้ังความไวเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงเขย่ารถของระบบกันขโมย (TDS) ให้ไว
ต่อการกระแทก มาพอสงั เขป
4. จงบอกขั้นตอนการต้ังระบบล็อก/ปลดล็อกประตูอัตโนมัติ มาพอสังเขป
5. จงบอกแนวคิด 10 ข้อของวิธีการป้องกันรถหาย มาพอเข้าใจ
86 บทที่ 4 อุปกรณ์ป้องกนั การโจรกรรมรถยนต์
ใบงานที่ 4 การติดต้งั สญั ญาณกนั ขโมย
วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อให้นักศึกษาสามารถติดต้ังสัญญาณกันขโมยได้
เครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์
1. ชุดสัญญาณกันขโมยรถยนต์แบบเสียง
2. เครื่องมือช่างท่ัวไป
ล�ำดบั ขั้นการปฏิบตั ิงาน
1. เตรียมชุดสัญญาณกันขโมย
2. สำ� รวจขอ้ มลู เดมิ ของรถ เชน่ เปน็ รถยนตท์ มี่ รี ะบบ Central Lock อยแู่ ลว้ หรอื ไม่ ระบบไฟฟา้
แบตเตอรี่เป็นอย่างไร เป็นต้น
3. เริ่มต้นจากการแกะแผงล่างใต้คอพวงมาลัย
กอ่ นแกะแผงล่าง หลังแกะแผงล่างออก
งานประดับยนต์ 87
4. ศึกษาแผงวงจรการติดตั้ง ว่าต้องการอะไรบ้าง จากแผงวงจร
CENTRAL LOCK
1 ด�ำ ลงกราวด์
2 แดงด�ำ มอเตอร์กระโปรงท้าย
p แดง 12 v
ชมพ ู ไซเรน
น�ำ้ ตาล ไฟเลยี้ วซ้าย
นำ้� ตาล ไฟเลย้ี วขวา
แดง ไมต่ อ่
น�้ำเงนิ ประตู
5 เหลือง X
p 87 a
ขาว 88 30 85 มสอตเาตรอต์ ร์ start
ส้ม on ACC
3P
12 v ไฟเบรกท้ายรถ
SHOCK SENSOR
2P หลอดไฟ LED
สม้ ...............ไมต่ ่อ ส้ม...............ไม่ตอ่ สม้ .........ลงกราวด์ ส้ม
ขาว..................ขนึ้ ขาว..................ขนึ้ ขาว..................ขึ้น ขาว กลอ่ งปัม๊ ลม
ส1
5. ปฏบิ ัติตามลำ� ดับหมายเลขในข้อ 3 โดยทั่วไปเรม่ิ จากหาสญั ญาณสวิตช์ประตู จะเห็นเปน็
เส้นสเี ขียวและแดง ให้ไลส่ ายไฟสองเสน้ นี้ (เลาะไปตามขอบประต)ู จากน้ันพว่ งไปใช้งาน (ไม่จำ� เปน็
ต้องเป็นสีเขียวและแดง เป็นสีอะไรก็ได้ แต่ให้ไล่สีให้ถูกจากสวิตช์ประตู)
ถอดยางหุ้มสวิตชป์ ระตู ปลก๊ั สวติ ช ์ ไล่สายไปตามขอบประตู
6. พ่วงสัญญาณแบตเตอรี่กับสวิตช์กุญแจ
88 บทท่ี 4 อุปกรณป์ ้องกนั การโจรกรรมรถยนต์
7. ติดตั้งแตร (Horn) พร้อมกับเดินสายสัญญาณ
8. พ่วงสัญญาณไฟเลี้ยว
9. พ่วงสัญญาณ Central Lock กล่องสีแดงที่อยู่ในวงกลมสีแดง อาจจะแกะออกมา
ไล่วงจรเพ่ือความแน่ใจ หลังไล่วงจรพบแล้วให้พ่วงไปใช้งาน
พ่วงสัญญาณ Central Lock
ไปใช้งาน
งานประดบั ยนต์ 89
10. จากน้ันทดสอบการท�ำงาน ถ้าเป็นปกติ ให้มัดสายเก็บรวมให้เรียบร้อย
ทดสอบการทำ� งาน เกบ็ รวบสาย
รโี มททใ่ี ช้กบั สญั ญาณกนั ขโมย
สรปุ และวจิ ารณ์ผลการปฏบิ ตั งิ าน
………………………………………………………………………………………………………………………………….....
………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………....
ความเหน็ ของอาจารยผ์ ูส้ อน
………………………………………………………………………………………………………………………………….....
………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………....
90 บทที่ 4 อุปกรณป์ อ้ งกันการโจรกรรมรถยนต์
ใบประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงาน
ช่อื งาน...................................................................
จุดท่ี ขอ้ กำ�หนด คะแนนเตม็ คะแนนท่ไี ด้
1 ปฏิบตั งิ านได้ถูกตอ้ งตามขน้ั ตอน
2 ช้นิ งานมีความเรยี บรอ้ ย
3 ท�ำ งานโดยค�ำ นงึ ถงึ ความปลอดภยั
4 การตรงต่อเวลา
5 มกี ารบำ�รงุ รกั ษาเครอื่ งมอื
6
7
8
9
คะแนนรวม (30 คะแนน)
ผลการประเมิน ดมี าก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง ต่ำ� กวา่ เกณฑ์
หมายเหตุ ผลการประเมิน
ผสู้ อนและผเู้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ รว่ มกนั เพอ่ื กำ�หนดขอบเขตการปฏบิ ตั กิ อ่ น ได้รอ้ ยละ 80-100 ดมี าก
ลงมือปฏบิ ตั งิ าน 70-79 ดี
60-69 พอใช้
50-59 ต้องปรับปรงุ
น้อยกว่า 50 ตำ่� กว่าเกณฑ์
5บทท่ี งดาว้นยตสกตแิกตเง่ กตอวั รถ์ ัง
แนวคดิ
วธิ ีงา่ ยทส่ี ดุ ส�ำหรับงานประดบั ยนต์ คอื การตกแตง่ ด้วยสตกิ เกอร์ โดยมอี ุปกรณท์ ่ตี ้องใชไ้ ดแ้ ก่
แผน่ สตกิ เกอร์ มดี ตดั ฉลุ แบบทจี่ ะใชต้ ดั กาวนำ�้ ใสและกระดาษกาว แผน่ รดี ไลฟ่ องอากาศ แผน่ รองตดั
ขนั้ ตอนการตดั สติกเกอรค์ อื 1. ตดั ขอบภาพแบบใหม้ ขี นาดเหมาะสม 2. ทากาวด้านหลังแบบ
3. ตัดสติกเกอร์ 4. เก็บรายละเอียด 5. ลอกแบบออก