The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการใช้ชุดฝึกอบรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมDLTV

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sawat_l, 2022-01-26 04:05:38

รายงานการใช้ชุดฝึกอบรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมDLTV

รายงานการใช้ชุดฝึกอบรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมDLTV

รายงานการใชช้ ุดฝกึ อบรมการจัดการศึกษา
ทางไกลผา่ นดาวเทยี ม (DLTV)

กล่มุ นเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา
สานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 1

กระทรวงศกึ ษาธิการ

เอกสาร ศน. สพป.ลป. 1
ที่ 25/2564



กติ ตกิ รรมประกาศ

รายงานผลการใช้ชุดฝึกอบรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) โรงเรียน
ในสังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา ลาปาง เขต 1 เล่มน้ีสาเร็จลุล่วงไปด้วยดี
ดว้ ยความกรณุ าจาก ทา่ นผ้อู านวยการสมเกยี รติ ปงจันตา ผู้อานวยการสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาลาปาง เขต 1 ดร.เอกฐสิทธ์ิ กอบกา ผู้อานวยการกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผล
การจดั การศึกษา ขอบคุณที่ใหข้ อ้ คดิ คาแนะนาต่างๆ จนงานสาเรจ็ ลลุ ่วงด้วยดี

ขอบคุณคณะศึกษานิเทศก์สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาลาปาง เขต 1 ที่ได้ดาเนินการ
นิเทศ และเก็บรวมข้อมูลการจัดการศึกษาทางไกล (DLTV) โรงเรียนในสังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ี
การศกึ ษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 1 จนทาให้งานบรรลตุ ามเป้าหมายที่วางไว้

ขอบคุณผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครูโรงเรียนใน สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาลาปาง เขต 1 ทุกท่านท่ีให้ความร่วมมือในการนิเทศ ติดตาม อานวยความสะดวก และ
ใหข้ ้อมูลทุกครั้งทอ่ี อกนเิ ทศในคร้งั นี้

ท้ายน้ีหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานการนิเทศเล่มนี้ คงจะมีประโยชน์สาหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง
ในการนาไปใช้วางแผน/ออกแบบ กาหนดทิศทางการนิเทศ ติดตาม สถานศึกษาให้เป็นระบบและ
มีประสิทธิภาพตามรูปแบบการนิเทศ เอ พี ไอ ซี อี (APICE Model) อันจะส่งผลต่อการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาตอ่ ไป

กลุม่ นเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา
สานักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 1



บทคัดย่อ

รายงานผลการใช้ชุดฝึกอบรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) โรงเรียน
ในสังกดั สานกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา ลาปาง เขต 1 มวี ัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบ
ความรู้ความเข้าใจของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนก่อนและหลังการใช้ชุดฝึกอบรมการจัด
การศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) 2) ศึกษาผลการดาเนินงานตามมาตรฐานการจัดการศึกษา
ทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนต่อ
ชุดฝึกอบรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ประชากรที่ใช้ในการศึกษาคือ 1)
ผ้บู ริหารสถานศึกษา จานวน 58 คน 2) ครูผูส้ อน จานวน 58 คน

1. ผลการเปรียบเทียบความรู้ ความรู้ความเข้าใจ การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
(DLTV) พบว่า ก่อนการใช้ชุดฝึกอบรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ระดับ
มากข้ึนไป จานวน 80 คน คิดเป็นร้อยละ 68.97 หลังการใช้ชุดฝึกอบรม ระดับมากขึ้นไป จานวน
116 คน คิดเป็นร้อยละ 100 จะเห็นได้ว่าหลังการใช้ชุดฝึกอบรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่าน
ดาวเทยี ม (DLTV) มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจสงู กว่าก่อนการใช้ชดุ ฝกึ อบรม

2. ผลการติดตาม ตรวจสอบการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ( DLTV) ตาม
มาตรฐานการจดั การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV) 4 มาตรฐาน พบว่าในภาพรวม อยู่ในระดับ
ดีมาก เม่ือพิจารณาในแต่ละด้าน ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ ดีมาก โดยที่ด้านผู้สอนและด้านผู้เรียน
มคี า่ เฉล่ยี สูงสุด และดา้ นผู้บรหิ ารโรงเรียนมคี ่าเฉลีย่ นอ้ ยท่สี ุด

3 ผลความพงึ พอใจของผู้บรหิ ารโรงเรียนและครูผสู้ อนที่มีต่อชุดฝึกอบรมการจัดการศึกษา
ทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) พบว่า ในภาพรวม อยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาในแต่ละด้าน
ส่วนใหญ่ อยู่ในระดับ มาก โดยท่ีด้านสามารถศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่จากัดเวลา สถานท่ี
มีค่าเฉล่ียสูงสุด และด้านเน้ือหาและกิจกรรมสร้างแรงจูงใจและความสนใจในการเรียนรู้มีค่าเฉล่ีย
นอ้ ยท่ีสดุ

สารบญั ค

กติ ตกิ รรมประกาศ หน้า
บทคัดยอ่ ก
สารบัญ ข
สารบญั ตาราง ค
สารบัญภาพ ฉ
บทที่ 1 บทนา ช
1
ทม่ี าและความสาคญั ของปัญหา 1
วัตถปุ ระสงค์ของการนเิ ทศ 3
ขอบเขตการศึกษา 3
นยิ ามศัพท์เฉพาะ 4
ประโยชนท์ ่ีไดร้ บั จากการศกึ ษา 5
บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ัยทเี่ ก่ียวข้อง 6
2.1 การจดั การศกึ ษาทางไกลผา่ นตาวเทยี ม 7
8
2.1.1 หลักของการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม 8
2.1.2 NEW DLTV 11
2.1.3 ยุทธศาสตร์ 4 5 6ปจั จยั สูค่ วามสาเรจ็ 12
2.1.4 การบรหิ ารจัดการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) 16
2.2 ชุดฝึกอบรม 16
2.2.1 ความสาคัญและความจาเป็นของการฝึกอบรม 20
2.2.2 ความหมายของชดุ ฝึกอบรม 23
2.2.3 วตั ถปุ ระสงค์ของการฝกึ อบรม 24
2.2.4 ความสาคญั ของชดุ ฝกึ อบรม 24
2.2.5 ประโยชนข์ องชุดฝึกอบรม 25
2.2.6 ประเภทของชดุ ฝึกอบรม 27
2.2.7 องคป์ ระกอบของชุดฝึกอบรม 31
2.2.8 กระบวนการผลิตชุดฝกึ อบรม 37
2.2.9 ประสิทธิภาพของชดุ ฝึกอบรม



สารบัญ (ต่อ)

หน้า

2.3 ความพึงพอใจ 38

2.3.1 ความหมายความพึงพอใจ 38

2.3.2 ประโยชน์ความพึงพอใจ 39

2.4 งานวจิ ัยทเ่ี กี่ยวข้อง 40

2.4.1 งานวิจัยทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั การจดั การศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทียม (DLTV) 40

2.4.2 งานวิจยั ท่เี กีย่ วขอ้ งกบั ชุดฝึกอบรม 50

บทท่ี 3 วธิ ดี าเนินการศกึ ษา 55

3.1 ประชากรทใ่ี ช้ในการศกึ ษา 55

3.2 เคร่อื งมอื ทีใ่ ชใ้ นการศึกษา 56

3.3 การสรา้ งและหาคุณภาพเคร่อื งมอื ท่ใี ช้ในการศึกษา 56

3.4 วิธีดาเนินการนเิ ทศ 58

3.5 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 62

3.6 การวเิ คราะห์ขอ้ มูล 62

3.7 สถิติท่ีใช้ในการวเิ คราะหข์ ้อมูล 62

3.8 เกณฑ์การแปลความหมายของข้อมูล 63

บทท่ี 4 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู 65

ตอนท่ี 1 ความรู้ ความเข้าใจของผู้บริหารโรงเรยี นและครูผู้สอน กอ่ นและหลัง

การใช้ชุดฝกึ อบรมการจัดการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม (DLTV) 65

ตอนท่ี 2 ผลการดาเนินงานตามมาตรฐานการจัดการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV)66

ตอนที่ 3 ความพึงพอใจของผู้บริหารโรงเรียนและครผู ้สู อนท่มี ีต่อชดุ ฝกึ อบรม

การจัดการศึกษาทางไกล (DLTV) 71

บทที่ 5 สรุป อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ 72

สรุปผลการศึกษา 72

อภปิ รายผลการศึกษา 74

ข้อเสนอแนะ 75

บรรณานกุ รม 77



สารบัญ (ต่อ)

หน้า

ภาคผนวก 81

ภาคผนวก ก รายช่อื ผู้เชย่ี วชาญ 82

ภาคผนวก ข แบบทดสอบวดั ความรู้ความเขา้ ใจ 83

ภาคผนวก ค แบบตดิ ตาม ตรวจสอบการจดั การศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม (DLTV) 91

ภาคผนวก ง แบบประเมนิ ความพึงพอใจของผบู้ ริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน

ทีม่ ีต่อชดุ ฝกึ อบรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV) 104

ภาคผนวก จ คาส่ังแต่งตัง้ คณะกรรมการดาเนนิ การขบั เคล่อื นและพัฒนาคณุ ภาพ

การจดั การศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV) 105

ภาคผนวก ฉ ภาพกิจกรรมการขบั เคลอื่ นและพฒั นาคุณภาพการจดั การศกึ ษาทางไกล

ผา่ นดาวเทียม (DLTV) 109

คณะทางาน 118



สารบัญตาราง

ตาราง หน้า

1 แสดงผลการเปรียบเทียบ ความรู้ ความเข้าใจของผู้บริหารโรงเรียนและ 65

ครูผู้สอนสังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1

ปีการศึกษา 2563 ก่อนและหลังการใช้ชุดฝึกอบรมการจัดการศึกษา

ทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV)

2 แสดงค่าเฉล่ีย (µ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ) ผลการดาเนินงานตาม 66

มาตรฐานการจดั การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV) ของโรงเรียน

สงั กดั สานักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต1 ในภาพรวม

3 แสดงค่าเฉลีย่ (µ ) และคา่ เบย่ี งเบนมาตรฐาน (σ) ผลการดาเนินงานตาม 67

มาตรฐานการจดั การศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรยี น

สงั กดั สานกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 1

ดา้ นปจั จยั พืน้ ฐาน

4 แสดงค่าเฉลย่ี (µ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ) ผลการดาเนินงานตาม 68

มาตรฐานการจัดการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV) ของโรงเรียน

สงั กดั สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 1

ด้านผบู้ ริหารโรงเรยี น

5 แสดงคา่ เฉลี่ย (µ) และคา่ เบย่ี งเบนมาตรฐาน (σ) ผลการดาเนนิ งานตาม 69

มาตรฐานการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV) ของโรงเรยี น

สังกัดสานักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 1

ดา้ นครูผู้สอน

6 แสดงค่าเฉลี่ย (µ) และค่าเบีย่ งเบนมาตรฐาน (σ) ผลการดาเนนิ งานตาม 70

มาตรฐานการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียน

สังกัดสานักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 1

ด้านนกั เรยี น

7 แสดงค่าเฉลย่ี (µ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ) ความพึงพอใจของ 71

ผู้บริหารสถานศึกษาและครผู สู้ อนที่มีตอ่ ชดุ ฝึกอบรมการจดั การศกึ ษา

ทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV)



สารบญั ภาพ

ภาพที่ หน้า
1 กรอบแนวคิดชดุ ฝกึ อบรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV) 54
2 การนิเทศการจดั การศึกษาทางไกล DLTV 58
โดยใชร้ ปู แบบการนิเทศ เอ พี ไอ ซี อี (APICE Model)
3 กรอบแนวคดิ การนิเทศการจดั การศกึ ษาทางไกล DLTV โดยใช้รปู แบบ 59
การนเิ ทศ เอ พี ไอ ซี อี (APICE Model)

1

บทที่ 1

บทนา

ท่ีมาและความสาคัญของปัญหา
ปจั จบุ นั โลกก้าวส่ยู คุ ของความเจรญิ ก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ และวิทยาการ

ส่ือสารโทรคมนาคมทั่วโลกสามารถติดต่อส่ือสารกันได้อย่างกว้าง ทาให้วงการศึกษาได้มี
การเปล่ียนแปลงเช่นกัน ดังนั้นทิศทางการศึกษาของประเทศไทยต้องปรับเปลี่ยนให้มีความสัมพันธ์
เกี่ยวโยงกับการเปลย่ี นแปลงของโลก โดยผ่านเทคโนโลยีสมยั ใหม่ และระบบการศกึ ษาทางไกลจะเป็น
หัวใจสาคัญในการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชน ซึ่งเป้าหมายในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ.2560 - 2564) ยุทธศาสตร์ที่ 1 กล่าวถึงการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพ
ทุนมนุษย์ให้ความสาคัญกับการวางรากฐาน การพัฒนาคนให้มีความ สมบูรณ์เร่ิมตั้งแต่กลุ่มเด็ก
ปฐมวัยที่ต้องพัฒนาให้มีสุขภาพกายและใจท่ีดี มีทักษะทางสมอง ทักษะการเรียนรู้ และทักษะชีวิต
เพื่อใหเ้ ติบโตอย่างมีคณุ ภาพ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 2 การสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้าในสังคมให้
ความสาคัญกับการดาเนินการยกระดับคุณภาพบริการทางสังคมให้ท่ัวถึ งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ดา้ นการศกึ ษาในขณะเดยี วกนั ก็ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณเชิงพ้ืนที่และบูรณาการเพื่อ
การลดความเหล่ือมล้า

การจัดการศกึ ษาเปน็ งานสาคญั ของรัฐ ทีต่ อ้ งเป็นไปเพอื่ พฒั นาคนไทยให้เป็นมนุษย์
ทส่ี มบรู ณ์ทั้งร่างกาย จติ ใจ สติปญั ญา ความรู้ คุณธรรมจรยิ ธรรม และวัฒนธรรมในการดารงชีวิต
สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุขในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสานึกที่ถูกต้อง
เก่ียวกับการเมืองการปกครอง มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย มีความสามารถในการประกอบ
อาชีพ รู้จักพึ่งตนเอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่รู้ และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเน่ือง พัฒนา
โรงเรียนให้มีคุณภาพให้โอกาสประชาชนท่ัวถึงเสมอกัน ดังปรากฏในพระราชบัญญัติการศึกษา
แห่งชาติ (2542 , หน้า 18-19) หมวด 9 มาตรา 65 ให้มกี ารพฒั นาบุคลากรท้ังด้านการผลิต และผู้ใช้
เทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการผลิต รวมท้ังการใช้
เทคโนโลยีทเ่ี หมาะสม มคี ุณภาพ และประสิทธภิ าพ และมาตรา 67 รัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและ
พัฒนา การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา รวมท้ังการ ติดตาม ตรวจสอบ และ
ประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้เกิดการใช้ที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับกระบวน
การเรียนร้ขู องคนไทย

การพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาดว้ ยเทคโนโลยีการศกึ ษาทางไกล (DLTV) เป็นการช่วย
ขจดั ปัญหาความด้อยโอกาสและความเหลื่อมล้าทางการศึกษา ดังน้ันโครงการน้ีจึงเป็นแนวทางหนึ่ง

2

ทจ่ี ะช่วยแก้ไขปญั หาอุปสรรคทางการศึกษา และเปน็ แนวทางในการปรับปรุงการจัดการเรียนให้ดีข้ึน
ประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดการศึกษาทางไกล ไม่ว่าจะเป็นระบบการศึกษาในโรงเรียน ระบบ
การศึกษานอกโรงเรยี น และการศกึ ษาตามอัธยาศัย สามารถใช้การศึกษาทางไกลเป็นส่ือในการเรียน
การสอน ท้ังเป็นส่ือโดยตรงและสื่อเสริมการเรียนการสอน ฉะนั้น การใช้สื่อการสอนทางไกล ครู
จาเปน็ ตอ้ งปฏบิ ัติตามขั้นตอน คือ มีการวางแผนการสอน เตรียมสอื่ วัสดุอุปกรณ์ในการจัดการสอนให้
ครบถ้วน จดั การสอนตามวิธีการท่ีกาหนดไว้เพื่อที่จะเช่ือมโยงความรู้ระหว่างสื่อต่าง ๆ ให้แก่ผู้เรียน
ได้มีโอกาสเรียนรู้อย่างทัดเทียมเสมอภาคกัน จากแหล่งความรู้ท่ีมีความชานาญการและมาตรฐาน
เดยี วกนั ดังน้ันระบบการจัดการศึกษาทางไกลจาเป็นต้องมีการจัดการที่เป็นระบบ มีข้ันตอนชัดเจน
และมีคุณภาพเป็นที่แน่ใจว่าผู้เรียนจะเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามมาตรฐานทางวิชาการ
เช่นเดียวกนั กบั การศกึ ษารูปแบบอื่น

ฝ่ายสังคมจิตวิทยา คณะรักษาความสงบแห่งชาติให้มีการศึกษาและขยายผล
โครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา
สุพรรณบุรี เขต 1ไปยังพ้ืนท่ีอื่นๆ โดยมอบให้กระทรวงศึกษาธิการนาลงสู่การปฏิบัติเริ่มต้ังแต่
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2557 เพื่อช่วยแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กท่ีประสบปัญหาครูไม่ครบชั้น
ครูสอนไม่ตรงสาขาวิชาเอก ทาให้นักเรียนโรงเรียนขนาดเล็กขาดโอกาสและความเท่าเทียมกับ
นักเรียนในเมอื ง

การนิเทศการศึกษา ถือได้ว่าเป็นงานท่ีมีความสาคัญในการจัดและบริหาร
สถานศึกษา เนือ่ งจากการนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการบรหิ าร ชี้แนะ ให้ความช่วยเหลือ ให้ความ
ร่วมมือกบั ครูผสู้ อนและบคุ คลทเ่ี กี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เพ่ือปรับปรุงการเรียนการสอนของครู
และเพ่ิมคุณภาพของผู้เรียนให้เป็นไปตามเป้าหมายของการศึกษา เพราะการนิเทศการศึกษา
มจี ดุ มุ่งหมาย คือ พฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของผู้เรียน โดยปฏิบัติการผ่านครูผู้สอน เพื่อพัฒนาคนให้
มีคุณภาพสูงขึ้น ท่ีเกิดจากการพัฒนางานให้ได้ผลดีและเป็นการพัฒนากระบวนการทางานมีการ
ประสานสัมพันธ์อันดีงามระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ลดความขัดแย้งให้ได้มากที่สุด อีกท้ังยังเป็นการสร้าง
ขวญั และกาลงั ใจใน การปฏบิ ตั ิงาน นอกจากน้ีการนิเทศการศกึ ษายังมีความสาคัญ คือ ช่วยปรับปรุง
คุณภาพการเรยี น การสอนใหด้ าเนนิ การอยา่ งราบร่ืนเรียบร้อยและมีผลสัมฤทธสิ์ ูง

ผ้นู ิเทศในฐานะศกึ ษานเิ ทศก์ ได้รบั มอบหมายให้รบั ผิดชอบ กลมุ่ งานส่งเสริม พัฒนา
สือ่ นวัตกรรม และเทคโนโลยที างการศึกษา จึงตระหนักถึงความสาคัญและความจาเป็นท่ีต้องปฏิบัติ
ตามแนวนโยบายในการจดั การเรยี นรู้ด้วยส่ือทางไกลเพื่อลดความเหล่ือมล้าทางการศึกษา แก้ปัญหา
โรงเรยี นทคี่ รูไม่ครบชั้น หรอื จบไม่ตรงสาขาวชิ าเอก ทง้ั นีไ้ ด้นารูปแบบการนเิ ทศ เอ พี ไอ ซี อี (APICE
Model) คือ 1. A (Assessing Need) การศึกษาสภาพและความต้องการ 2. P (Planning)
การวางแผนการนิเทศ 3. I (Informing) การให้ความรู้ก่อนการนิเทศ 4. C (Coaching) การนิเทศ

3

แบบโค้ช และ 5. E (Evaluating) การประเมินผลการนิเทศ เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการนิเทศ
ตดิ ตาม อันจะส่งผลใหผ้ ลสมั ฤทธิ์ของผูเ้ รยี นสงู ข้ึน

วัตถุประสงค์
การศึกษาครัง้ นม้ี ีวัตถุประสงคข์ องการศกึ ษา ดงั น้ี

1. เพือ่ เปรียบเทยี บความร้คู วามเขา้ ใจของผ้บู รหิ ารสถานศึกษาและครูผู้สอนก่อนและหลัง
การใช้ชุดฝึกอบรมการจดั การศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV)

2. เพื่อศึกษาผลการดาเนินงานตามมาตรฐานการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
(DLTV)

3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนต่อชุดฝึกอบรมการจัด
การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)

ขอบเขตการศึกษา

ประชากร

ประชากรในการศึกษาคร้ังน้ีเป็นผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน โรงเรียนในสังกัด

สานักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 1 ปกี ารศกึ ษา 2563 มีรายละเอยี ด ดงั นี้

1. ผ้บู รหิ ารสถานศึกษา จานวน 58 คน

2. ครผู ู้สอน จานวน 58 คน

ขอบเขตดา้ นตวั แปร

1. ตัวแปรตน้ ได้แก่ ชุดฝึกอบรมการจดั การศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV)

2. ตัวแปรตาม ได้แก่

2.1 ความสามารถของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา และครูผู้สอน ในการจัดการศึกษาทางไกล

ผา่ นดาวเทียม (DLTV)

2.2 ความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน ต่อชุดฝึกอบรมการจัด

การศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทียม (DLTV)

ขอบเขตด้านเนื้อหา

1. ชุดฝึกอบรม การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ประกอบด้วย แบบทดสอบ

ก่อนเรียนหลังเรียน มาตรฐานการจดั การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ( DLTV) รูปแบบการนิเทศเอพีไอซีอี

(APICE Model) 5 ข้ันตอนดังนี้ คือ 1) ศึกษาสภาพและความต้องการ (Assessing Need : A) 2)

การวางแผน การนิเทศ (Planning : P) 3) ข้ันตอนท่ี 3 การให้ความรู้ก่อนการนิเทศ(Informing : I) 4)

การนเิ ทศแบบโค้ช (Coaching : C) 5) การประเมินผลการนิเทศ (Evaluating : E)

4

2. แบบติดตาม ตรวจสอบการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ประกอบด้วย
4 มาตรฐาน คือ 1) มาตรฐานด้านปัจจัยพ้ืนฐานของสถานศึกษา 2) มาตรฐานด้านผู้บริหาร
สถานศกึ ษา 3) มาตรฐานดา้ นครผู ู้สอน และ4) มาตรฐานด้านนกั เรียน

3. ความพึงพอใจของผบู้ ริหารสถานศึกษาและครผู สู้ อนท่ีมตี ่อชุดฝกึ อบรมการจัดการศึกษา
ทางไกลผา่ นดาวเทียม (DLTV)

ขอบเขตดา้ นระยะเวลา
ระยะเวลาทใี่ ช้ในการศกึ ษา ได้แก่ ปีการศึกษา 2563

นยิ ามศพั ท์
ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา หมายถึง บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่บริหารงาน ด้านการบริหารวิชาการ

การบริหารงบประมาณ การบริหารบุคคลและการบริหารท่ัวไป
ครูผู้สอน หมายถึง บุคลากรท่ีปฏิบัติหน้าในการจัดการเรียนรู้โรงเรียนสังกัดสานักงานเขต

พ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 1
การศึกษาทางไกล หมายถึง การศึกษาท่ีผู้เรียนและผู้สอนไม่ได้มาเรียนหรือ สอนกันซึ่ง ๆ

หน้า แต่เป็นการจัดโดยใช้ระบบการส่ือสารแบบทางเดียว โดยโรงเรียนปลายทางรับสัญญาณการ
ถ่ายทอดสดการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านจานดาวเทียมหรือผ่านอินเทอร์เน็ต และส่งไปยัง
เคร่ืองรับโทรทศั น์ หรอื เครอื่ งคอมพวิ เตอร์

ความสามารถของครูในการจัดการเรียนรู้ด้วยส่ือทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) หมายถึง
การดาเนินการมาตรฐานการจัดการศึกษาทางไกล สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
ประกอบด้วย การจัดห้องเรียนมีความพร้อมเหมาะสมและเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ การเตรียมการ
สอนลว่ งหน้าท่ีสอดคลอ้ งกบั โรงเรียนต้นทาง การมอบหมายงานให้นักเรียนเตรียมพร้อมในการเรียน
คร้ังต่อไป สรุปสาระสาคัญร่วมกับนักเรียนหลังการเรียนสิ้นสุดลงทุกคร้ัง และ บันทึกหลังสอน
หลงั จากการจดั กิจกรรมส้นิ สดุ ลงเป็นประจา

ความพึงพอใจของ หมายถงึ ความรสู้ ึกชอบ หรือพอใจของผ้บู ริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน
ที่มีต่อชุดฝึกอบรม การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ซ่ึงประเมินได้จากแบบประเมิน
ความพงึ พอใจ ทผี่ ู้รายงานสร้างข้นึ เป็นแบบมาตราสว่ นประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดบั

การนิเทศโดยใช้รูปแบบการนิเทศเอพีไอซีอี (APICE Model) หมายถึง ขั้นตอน
การปฏิบัติงานของศึกษานิเทศก์ ประกอบด้วยข้ันตอนดังนี้ คือ 1) ศึกษาสภาพและความต้องการ
(Assessing Need : A) 2) การวางแผนการนิเทศ (Planning : P) 3) ข้ันตอนท่ี 3 การให้ความรู้ก่อนการ

5

นิเทศ(Informing : I) 4) การนิเทศแบบโค้ช (Coaching : C) 5) การประเมินผลการนิเทศ (Evaluating :
E)

ประโยชน์ทีไ่ ดร้ บั จากการศกึ ษา
1.ได้ชุดฝึกอบรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) โดยใช้รูปแบบการนิเทศ

แบบเอ พี ไอ ซี อี (APICE Model)
2. ทราบผลการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจและความสามารถในการออกแบบกิจกรรม

การเรียนรู้ด้วยสื่อทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ทีส่ อดคล้องกบั บรบิ ทของโรงเรยี นของตนเอง
3. ผ้บู ริหารสถานศึกษาใหค้ วามสาคัญและสนับสนนุ ให้ครูผสู้ อนจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อทางไกล

ผ่านดาวเทียม (DLTV)

6

บทที่ 2
เอกสารและงานวิจยั ท่เี กี่ยวขอ้ ง

เอกสารและงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้องการศึกษาผลการใช้ชุดฝึกอบรมการจัดการศึกษาทางไกล
ผ่านดาวเทียม (DLTV) ผู้ศึกษาได้ศึกษาค้นคว้าเก่ียวกับ การจัดการศึกษาทางไกลผ่านตาวเทียม
ชุดฝึกอบรม ความพึงพอใจ งานวิจัยที่เก่ียวข้องกับการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
และงานวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วกับชุดฝึกอบรม ดงั น้ี

2.1 การจัดการศึกษาทางไกลผ่านตาวเทยี ม
2.1.1 หลักของการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม
2.1.2 NEW DLTV
2.1.3 ยทุ ธศาสตร์ 4 5 6ปจั จยั สู่ความสาเร็จ
2.1.4 การบรหิ ารจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)

2.2 ชุดฝกึ อบรม
2.2.1 ความหมายของชุดฝึกอบรม
2.2.2 ประเภทของชดุ ฝกึ อบรม
2.2.3 องคป์ ระกอบของชุดฝึกอบรม
2.2.4 กระบวนการผลติ ชดุ ฝึกอบรม
2.2.5 ประโยชนข์ องชดุ ฝึกอบรม

2.3 ความพงึ พอใจ
2.3.1 ความหมายความพงึ พอใจ
2.3.2 ประโยชน์ความพงึ พอใจ

2.4 งานวิจยั ที่เกีย่ วข้อง
2.4.1 งานวจิ ัยที่เกีย่ วข้องกบั การจัดการศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม (DLTV)

2.4.2 งานวจิ ัยทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับชุดฝกึ อบรม

7

2.1 การจัดการศึกษาทางไกลผ่านตาวเทยี ม
ศูนย์การศึกษาทางไกลไทยคม (มป.ป. 51-58 ) ประเทศไทยได้ให้ความสนใจและใช้

ประโยชน์จากดาวเทียมต้ังแต่ปี 2509 โดยมีวัตถุประสงค์ ท่ีหลากหลาย คือ ไม่ว่าจะเป็นเพ่ือการ
โทรคมนาคมสาธารณะประโยชน์ในประเทศและระหว่างประเทศ เพ่ือการโทรคมนาคมเฉพาะกิจ
ภายในประเทศเพ่ือความมั่นคงของชาติและเพ่ือปฏิบัติราชการทั่วไป เพื่อกิจการวิทยุกระจายเสียง
และวิทยโุ ทรทัศน์เพือ่ อุตนุ ิยมวิทยา เพ่อื การสารวจทรพั ยากรธรรมชาติ และเพื่อการศกึ ษาทางไกล

ปัจจุบันเทคโนโลยีการออกอากาศทางโทรทัศน์ได้พัฒนาจากแบบไมโครเวฟ ภาคพ้ืนดิน
เปน็ การส่งสัญญาณผ่านดาวเทยี ม ทาใหก้ ระจายการออกอากาศเปน็ ไปอย่างกวา้ งขวาง แต่อย่างไรก็ดี
การส่ือสารผ่านดาวเทียมในปัจจุบันก็ยังดาเนินงานในรูปของธุรกิจ ส่วนใหญ่และยังเช่าช่องสัญญาณ
ดาวเทียมของตา่ งชาติ เช่น ดาวเทยี มปาลาปาู ของอนิ โดนเี ซีย โดยระบบการออกอากาศโทรทัศน์ตรง
จากดาวเทยี มสเู่ ครือ่ งรับสัญญาณดาวเทยี มสว่ นบุคคลตามบ้าน (Direct to Home Broadcasting-
DTH) โดยเฉพาะดาวเทียมย่านความถี่ Ku-Band และกาลังส่งสูงทาให้เครื่องรับมีขนาดเล็กลงมา
เหมาะแก่การใชต้ ามเคหะสถานกาลังได้รับความสนใจนาเขา้ มาใช้ในการสือ่ สารของไทย

รัฐบาลไทยได้เห็นชอบให้มีดาวเทียมแห่งชาติไทยคม (Thai Com) ซ่ึงเป็นดาวเทียมเพื่อ
การสื่อสารของประเทศซ่ึงมีศักยภาพสูงในการเผยแพร่ได้ครอบคลุมทุกพ้ืนที่ในประเทศไทย และ
ประเทศเพ่ือนบ้าน การออกอากาศเพียงครั้งเดียวสามารถครอบคลุมทุกพื้นที่ท่ัวประเทศสามารถ
ประหยัดเวลาแสะลดค่าใช้จ่ายตลอดจนลดความยุ่งยากแล้ว จะสามารถจัดการศึกษาทางไกลในการ
ใหบ้ รกิ ารทางการศึกษาทั้งการศกึ ษานอกโรงเรียน การศกึ ษาในระบบโรงเรยี นตลอดจนการศึกษาตาม
อธั ยาศยั ได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพเพราะสามารถใช้ช่องสัญญาณได้หลายช่องในการจัดการศึกษาแต่ละ
ประเภทในระยะเวลาตลอดท้ังวัน ซ่ึงจะทาให้ประชากรของประเทศได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและ
เสมอภาคกัน และขวัญแก้ว วัชรโรทัย (2547 : 6 - 7) กล่าวว่าการเรียนการสอนโตยผ่านสัญญาณ
ดาวเทียมน้ี ผู้เรียนท่ีอยู่ตามบ้านหรือสถาบันการศึกษาท่ีเข้าร่วมในโครงการการศึกษาทางไกลผ่าน
ดาวเทียมจะมารถรับสญั ญาณสง่ ตรงจากดาวเทียมในระบบดีทีเอช (Direct to Home) ได้โดยตรงมี
สญั ญาณดงั น้ี

1. จานรับสัญญาณดาวเทียมขนาดเล็ก เป็นจานทึบ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 60
เชนติเมตร ใช้รับสัญญาณดาวเทียมในพิสัยความถ่ี เคยู -แบนด์ พร้อมกับอุปกรณ์รวมและ
ปรับคล่นื สญั ญาณ (Low Noise Block and feed Horn: LNBF)

2. อุปกรณ์รับและถอดรหัสสัญญาณดาวเทียม (Integrated Deceivers Decoder:
IRO) ทาหน้าที่ถอดรหัสและแปลงรหัสสัญญาณดาวเทียมจากระบบดิจิทัลแบบบีบอัดสัญญาณให้
สามารถสง่ เปน็ ภาพและเสียงท่ใี กลเ้ คียงกับตน้ แบบเขา้ สเู่ ครอื่ งรบั โทรทัศน์

3. เครื่องรับโทรทศั น์ ทีเ่ ป็นเคร่ืองรบั โทรทัศน์ปติทใี่ ชก้ นั ตามบ้านท่ัวไปในขณะนี้ได้ ถ้าเป็น

8

การใช้ในห้องเรียนจะต้องกาหนดขนาดของโทรทัศน์ ขนาด 20 น้ิว จึงจะสามารถเห็นภาพ และ
ขอ้ ความได้อย่างชัดเจนทั่วถงึ

2.1.1 หลกั ของการศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทียม
ขวัญแก้ว วัชโรทัย (2547 : 15) กล่าวว่าหลักการของการศึกษาทางไกลผ่าน

ดาวเทยี ม ดังน้ี
1. การเรียนรู้ทางไกลผ่านดาวเทียมไม่ใช้ให้นักเรียนดูโทรทัศน์จาเป็นต้องมี

การเตรียมการเสรมิ ประสบการณ์ ความรู้ กิจกรรม และวดั ผล ประเมนิ ผล อยา่ งต่อเน่อื ง
2. การเรียนรู้ด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียมต้องใช้ส่ือผสมนอกจากศึกษาจาก

โทรทศั น์เช่นแบบเรียน แบบฝึกหัด ใบงาน ความรู้ และส่อื อปุ กรณก์ ารเรยี นอยา่ งเหมาะสม
3. กระบวนการเรยี นรตู้ อ้ งเน้นผูเ้ รียนเป็นศูนย์กลางให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับบทเรียน

และกระบวนการเรียนการสอนใหม้ ากที่สดุ
4. เพ่ือให้การเรียนเกิดประสิทธิภาพสูงสุดจาเป็นต้องมีครูผู้รับผิดชอบที่แน่นอน

อยา่ งตอ่ เนื่องโดยเฉพาะอย่างย่ิงในโรงเรยี นทข่ี าดแคลนครูประจาวิชา และจาเป็นต้องอาศัยบทเรียน
จากโทรทัศนท์ างไกลตลอดภาคเรียน

5. มกี ารวางแผนเตรียมการบริหารหลักสูตร และมีคณะทางานรับผิดชอบวิทยาลัย
หรือสถานศึกษาต้องมกี ารประสานงานกับสถานีออกอากาศหรอื สถานศึกษาตน้ ทางอย่างต่อเน่ือง

6. มกี ารตดิ ตามผลประเมนิ ผลการจัดการเรยี นการสอนอย่างตอ่ เนอื่ ง
2.1.2 NEW DLTV

คณะกรรมการบรหิ ารมลู นธิ กิ ารศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์
ชุดใหม่ โดยมี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร ได้น้อมนาพระราโชบาย
มาปฏิบัติ และประชุมปรึกษาหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ถึงความจาเป็นในการพัฒนาศักยภาพของ
ทรพั ยากรมนุษย์ ท่ีต้องรองรับกับสถานการณ์ของโลกและเทคโนโลยีที่เปล่ียนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
จึงมีการปรับปรงุ การดาเนนิ งานของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ฯ ใหม่ เป็น New DLTV
มีการเปล่ียนแปลงพร้อมกันหลายอย่าง ท้ังด้าน Hardware Software และ Peopleware
การดาเนนิ งาน New DLTV ในส่วนของต้นทาง มีสถานีวทิ ยโุ ทรทัศนก์ ารศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
และโรงเรียนวังไกลกังวล เป็นหน่วยงานหลัก ทาหน้าที่ในการถ่ายทอดการเรียนการสอน และผลิต
รายการ โดยมีการเปลย่ี นแปลงทสี่ าคัญดังนี้

1) การปรับผังรายการใหม่ที่มุ่งเน้นกลุ่มเปูาหมายไปยังนักเรียนในโรงเรียนที่
ขาดแคลนครู และประชาชนทุกกลุ่มทกุ ชว่ งวยั เป็นการจัดการศึกษาทางไกล ท่ีครอบคลุมการเรียนรู้
ตลอดชีวิตอันสอดคล้องกับสภาวการณ์การศึกษาของโลกในยุคปัจจุบัน โดยการออกอากาศ 15
ชอ่ งสัญญาณ โดยปรบั ผงั รายการเปน็ 2 ชว่ ง ช่วงแรกคือ เวลา 08.30 – 14.30 น. เป็นการถ่ายทอด

9

การเรียนการสอนตามหลกั สูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในปีการศึกษา 2561 นี้มีการถ่ายทอดการเรียน
การสอนชั้นอนุบาล 1 ถึง อนุบาล 3 (ช่อง DLTV 10 – 12) และ ป.1 ถึง ม.3 (ช่อง DLTV 1 – 9)
สว่ นการจดั การเรยี นการสอนระดับ ม.ปลาย (ม.4 – ม.6) ในปกี ารศึกษา 2561 น้ี จะนาเทปการเรียน
การสอนวิชาทีเ่ ปน็ ทีต่ อ้ งการของผู้เรียนมาออกอากาศในช่วงบ่ายในช่อง DLTV 10 – 12 นอกจากนี้
ยงั ออกอากาศรายการระดบั อาชวี ศึกษา ระดับอุดมศึกษา และรายการพัฒนาวิชาชีพครู ช่วงที่ 2 คือ
เวลา 14.30 น. เป็นตน้ ไป จะเป็นรายการเรยี นรูต้ ลอดชวี ติ สาหรบั คนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวยั

2) การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้และแนวจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning โดยตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป ครูต้นทางจากห้องเรียนต้นทางที่โรงเรียนวังไกล
กงั วลจัดการเรยี นการสอนตามแผนการจัดการเรียนรใู้ หม่ ดงั นี้

(1) ระดับปฐมวัย (อ.1 – อ.3) จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษา
ปฐมวัย พุทธศักราช 2560 เพ่ือพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ตาม
มาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ โดยได้รับความร่วมมือจาก สพฐ. ในการจัดทาแผนการจัด
การเรียนรู้ และสือ่ เพอ่ื ให้ครูปลายทางจัดกระบวนการเรียนรูท้ ่สี นองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของ
เด็กแต่ละคนใหเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ

(2) ระดับประถมศึกษา มูลนิธิ ฯ ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้นาสื่อ
60 พรรษา เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาใช้ในการจัด
การเรยี นการสอนโดยได้รับความร่วมมือจาก สพฐ. และ สสวท. ในการจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้
ต้ังแต่ระดับ ป.1 – ป.6 โดยมีรายละเอียดของแผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมง พร้อมสื่อสาหรับครู
และนกั เรยี นทีม่ ีความพร้อมในการนาไปให้ผู้เรยี นได้ฝึกทักษะ และเรียนรู้ครบถ้วนตามมาตรฐานและ
ตัวชี้วัดของการเรียนรู้ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้หลักคือ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ
วิทยาศาสตร์และกล่มุ บรู ณาการ

(3) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้รับความร่วมมือจาก สพฐ. ในการปรับ
โครงสร้างการจัดหน่วยการเรียนรู้และแผนจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการจัดการศึกษ าขั้นพ้ืนฐาน
ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560 รวมทัง้ เพิม่ วิชาสาระเพมิ่ เตมิ ท่ีเน้นความรู้และทักษะวิชาชพี โดยโรงเรียนวัง
ไกลกังวล ในปีการศึกษา 2561 เป็นการทดลองใช้แผนฯ และจะเร่ิมนามาใช้จัดการเรียนการสอน
ออกอากาศในปีการศกึ ษา 2562

3) การเปลีย่ นระบบการออกอากาศจากการออกอากาศสดเป็นแบบบันทึกเทป โดย
มีการวางแผนการถา่ ยทารายการ การทา Story Board การทาความเข้าใจร่วมกันของทีมช่างกล้อง
กับครูผู้สอนต้นทาง ให้ได้ภาพกิจกรรมที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและน่าสนใจ มีสื่อท่ีทันสมัยซึ่งครู
ต้นทางและฝุายส่ือการสอน ช่วยจัดหาและแนะนาการทาและใช้ส่ือการสอนให้กับครูในห้องเรียน
ตน้ ทาง ทงั้ น้ี เพอื่ ให้การถ่ายทอดออกอากาศไปยังห้องเรียนปลายทางมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และ

10

ครปู ลายทางสามารถเตรยี มการสอนลว่ งหน้าไดอ้ ย่างน้อย 3 วัน
4) การปรับห้องเรียนต้นทางท่ีใช้ในการออกอากาศและอุปกรณ์สถานีโทรทัศน์ให้มี

ความทนั สมยั มลู นิธิ ฯ ไดด้ าเนินการปรบั ปรงุ ห้องเรียนและอุปกรณป์ ระจาหอ้ ง ได้แก่ การนา Smart
board มาใชเ้ พ่ือให้ครูต้นทางสามารถนาสอ่ื การเรียนรู้ท่ีหลากหลายมาประกอบการสอนทาให้ผู้เรียน
เข้าใจและเรียนรู้ได้ง่ายย่ิงขึ้น นอกจากนั้นยังได้เพ่ิมกล้อง Robot อีกห้องละ 1 ตัว ทาให้ถ่ายทา
กิจกรรมและการทางานของนักเรียนได้ทั่วห้อง โดยไม่รบกวนสมาธิของนักเรียน และเปล่ียนระบบ
ความคมชัดของการออกอากาศ จากระบบ SD (Standard Definition) มาเป็นระบบ HD (High
Definition)

5) เพม่ิ ชอ่ งทางการเขา้ ถงึ DLTV โดยพัฒนาเว็บไซต์ (website) และแอพพลิเคชั่น
บนอุปกรณ์พกพา (Application on mobile) เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ชมทุกกลุ่มอายุสามารถ
เข้าถึงการเรียนการสอนได้กว้างขวางและง่ายดายข้ึน มูลนิธิ ฯ ได้เพิ่มช่องทางให้สามารถรับชม
การเรียนการเรยี นการสอน ผา่ นเว็บไซต์ www.dltv.ac.th ซง่ึ ถ่ายทอดการจัดการเรียนการสอนจาก
โรงเรยี นวังไกลกงั วลทุกชัน้ เรยี นผา่ นทางอนิ เทอรเ์ น็ต (Internet) โดยเลือกเข้าชมได้ 3 ทางเลือก คือ
(1) การถ่ายทอดสด (Live Broadcast) เช่นเดียวกับที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ในช่วงเปิด
ภาคการศึกษา (2) เลือกชมรายการย้อนหลัง (On Demand) ได้ตามอัธยาศัย และ (3) เลือกชม
รายการการเรียนการสอนลว่ งหน้า เพอื่ ครปู ลายทางจะได้ประโยชน์ในการเตรียมการสอนนักเรียนได้
เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถดาวน์โหลดเอกสาร แผนการเรียนรู้ ส่ือ ใบงาน ใบความรู้ ประกอบ
บทเรียนผ่านทางเว็บไซต์ใน “คลังส่ือการเรียนรู้” ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังให้บริการทางมือถือผ่าน
Application on Mobile สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android เพื่ออานวยความ
สะดวกใหผ้ ู้สนใจสามารถเข้าถงึ รายการความรู้ทางวิชาการและความรทู้ ั่วไปในวงกว้างมากยิ่งขนึ้

การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรม
ราชูปถัมภ์ อยู่ในสายพระเนตรของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร มา
โดยตลอด เพ่ือให้ผู้เรียนและผู้สนใจสามารถเข้าถึงการศึกษาตามแนวพระบรมราโชบายของ
พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลท่ี 9 ในการพระราชทานการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ให้แกพ่ สกนกิ ร ชาวไทยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม นอกจากน้ีมูลนิธิ ฯ ยังให้ความสาคัญเป็นอย่างยิ่ง
กับการส่งเสริมใหน้ ักเรยี นรกั ความเป็นไทย กิริยามารยาท จริยธรรม คุณธรรม มิใช่การเรียนหนังสือ
เพียงอย่างเดียว นักเรียนควรรู้จักช่วยเหลือตนเอง มีความเมตตากรุณา เอื้อเฟ้ือเผ่ือแผ่ รู้จักกตัญญู
กตเวทตี ่อผู้มีพระคณุ โดยเน้นให้นักเรียนรู้ทันเทคโนโลยีและเรียนรู้ความเป็นไทยควบคู่ไปด้วย ก็จะ
สามารถเติบโตเป็นคนไทยที่สมบูรณ์แบบ ช่วยพัฒนาประเทศชาติได้ สอดคล้องกับท่ี สมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระราชดารัสว่า “การศึกษา ต้องสร้างคน
ไทยให้มีคุณลกั ษณะสาคัญ 4 ประการ คือ มีทัศนคติท่ีดีและถูกต้อง มีพื้นฐานชีวิตท่ีม่ันคงเข้มแข็ง มี

11

อาชีพมีงานทา และเป็นพลเมืองดีมีวินัย” อันเป็นที่มาของการพัฒนาอย่างไม่หยุดย้ังของมูลนิธิ
การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในรูปแบบของ NEW DLTV สู่การเรียนรู้
ตลอดชีวิตอยา่ งย่ังยืนตอ่ ไป

เรื่องน่ารู้เก่ียวกับสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม สถานีวิทยุ
โทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของมูลนิธิการศึกษาทางไกล
ผา่ นดาวเทยี ม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตง้ั อยู่ในบริเวณโรงเรียนวังไกลกังวล ประกอบด้วย ห้องบันทึก
รายการ 11 หอ้ ง ห้องส่งสญั ญาณ ห้องควบคุมการสัญญาณ ห้องผลิตรายการ โรงเรียนที่ชมรายการ
ถ่ายทอดสด คือโรงเรียนท่ีได้รับการติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียม โดยไม่คิดมูลค่า แบ่งเป็น
โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการโรงเรียนเอกชน โรงเรียน
ปรยิ ัตธรรมรวมทั้งหมดกว่า 30,000 แห่ง และยังรวมไปถึงโรงเรียนในประเทศเพ่ือนบ้านที่สัญญาณ
ดาวเทียมไปถึง และสนใจขอรับอุปกรณ์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมพระราชทาน เช่น ประเทศ
กัมพูชา ลาว พม่า เวยี ดนาม จนี และมาเลเซยี

2.1.3 ยุทธศาสตร์ 4 5 6ปัจจัยสคู่ วามสาเร็จ
1) ขอ้ พ้ืนฐาน
(1) สภาพแวดล้อมของโรงเรยี นและภายในห้องเรยี นตอ้ งสะอาดและเป็นระเบยี บ
(2) โทรทศั นข์ นาดเหมาะสมกับห้องเรียนและจานวนนักเรียนติดต้ังโทรทัศน์ให้มี

ความสูงเหมาะสมกบั ระดับสายตานกั เรยี น
(3) บทบาทของครตู ้องเอาใจใส่กากับดูแลช่วยเหลือนักเรียนก่อนเรียนระหว่างเรียน

และหลงั เรียน
(4) นกั เรียนตอ้ งมีส่วนรว่ มกิจกรรมและตัง้ ใจเรียนร้ไู ปพรอ้ มกับนักเรียนวงั ไกลกงั วล

2) ผู้บริหาร 5 ขอ้ จัดทา
(1) ผู้บริหารโรงเรียนต้องวางแผนการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ส่งเสริม

สนับสนุน การจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมอย่างจริงจัง และอานวยความสะดวกให้
การจัดการเรียนการสอนเป็นไปอย่างมปี ระสิทธภิ าพและต่อเน่ือง

(2) ผู้บริหารโรงเรียนต้องเป็นผู้นาด้วยความมุ่งมั่น และนาพาครูทุกคน ทุกฝุาย
ตระหนัก เห็นความสาคัญและใหค้ วามร่วมมอื ดาเนนิ การอยา่ งจรงิ จังต่อเน่ือง

(3) ผู้บริหารโรงเรียนต้องจัดหาเคร่ืองรับสัญญาณดาวเทียมและโทรทัศน์ขนาด
เหมาะสมกบั ห้องเรียนและจานวนนักเรียน ติดต้ังโทรทัศนใ์ ห้มคี วามสูงเหมาะสมกบั ระดับสายตานักเรียน

(4) ผบู้ รหิ ารโรงเรียนตอ้ งจัดหาคมู่ ือครูสอนทางไกลผ่านดาวเทียม
(5) ผู้บริหารโรงเรียนต้องนิเทศ ติดตาม การจัดการเรียนการสอนทุกห้องอย่าง
สมา่ เสมอ

12

3) ครนู า 6 ข้อปฏิบัติ
(1) ครูต้องจัดสภาพห้องเรียนให้เหมาะสมกับเอ้ือต่อการปฏิบัติกิจกรรมตาม

แผนการจัดการเรียนรู้
(2) ครูต้องเตรียมการสอนล่วงหน้า ทั้งส่ือ วัสดุ อุปกรณ์ ใบงาน ใบความรู้และ

กิจกรรมเสริม ตามท่ีคู่มือครูสอนทางไกลผ่านดาวเทียมกาหนด รวมท้ังมอบหมายงานให้นักเรียน
เตรียมพรอ้ มในการเรยี นครง้ั ต่อไป

(3) ครูต้องร่วมจัดการเรียนรู้ไปพร้อมกับครูโรงเรียนต้นทางและต้องเอาใจใส่
กากบั ดแู ล แนะนานกั เรียนใหป้ ฏิบตั ิกจิ กรรมการเรียนทกุ ครง้ั

(4) ครูตอ้ งสรปุ สาระสาคญั ร่วมกับนักเรียนหลังจากกิจกรรมการเรียนรู้สิ้นสุดลง
และบันทกึ ผลการจดั การเรียนรหู้ ลังสอนทุกครง้ั

(5) ครูต้องวัดและประเมินผล เม่ือกิจกรรมการเรียนรู้สิ้นสุดในแต่ละคร้ัง แต่ละ
หน่วยการเรียนรู้ ทาให้ทราบว่าผลการเรียนรู้ของนักเรียนบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้หรือไม่ เพ่ือ
ปรบั ปรุงแก้ไขต่อไป

(6) ครูต้องจัดกิจกรรมสอนซ่อมเสริมนอกตารางออกอากาศเพื่อช่วยเหลือ
นกั เรยี นทไี่ มบ่ รรลุจดุ ประสงค์การเรยี นรหู้ รือให้ความรเู้ พิ่มเติมแกน่ ักเรียน

(ทมี่ า: http://1.179.165.50/dltv/index.php/80-2014-12-17-13-32-
07/88-456X)

2.1.4 การบริหารจดั การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV)
การบริหารจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ระดับสถานศึกษา

สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กล่าวว่าควรดาเนินการ ใน 3 ด้าน ได้แก่ การบริหาร
จดั การ บทบาทของผ้เู กีย่ วขอ้ ง และปจั จัยสคู่ วามสาเรจ็ สมเกียรติ สรรคพงษ์ (2559:2-4) ดงั นี้

1) การบรหิ ารจัดการ
การบรหิ าจัดการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม ควรดาเนินงาน ดงั นี้

(1) การสนับสนุน โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้
ด้วยการศึกษา ทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) จัดสภาพแวดล้อมของสถานศึกษาและภายใน
หอ้ งเรียน ใหส้ ะอาดและ เปน็ ระเบียบ กากบั ดูแลการติดต้งั อปุ กรณใ์ ห้ได้ตามมาตรฐานเหมาะสมกับ
หอ้ งเรยี นและจานวนนกั เรียน

(2) การสรา้ งภาคีเครือข่าย ดาเนินการโดยสนับสนุนให้ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วม
ในการจดั การศกึ ษาด้วยการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทียม (DLTV) และสรา้ งความเข้มแข็งให้กับภาคเี ครือขา่ ย

2) บทบาทของผเู้ ก่ียวข้อง
การบริหารจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) มีผู้เกี่ยวข้อง คือ

13

1) คณะกรรมการขับเคลื่อนการศึกษาทางไกลผ่าน ดาวเทียม (DLTV) ระดับสถานศึกษา 2)
ครผู สู้ อน 3) นักเรียน 4) ผู้ปกครอง 5) คณะกรรมการสถานศึกษา6) ภาคเครอื ข่าย ดงั น้ี

(1) คณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดการศึกษา ด้วยการศึกษาทางไกลผ่าน
ดาวเทียม (DLTV) ระดบั สถานศึกษา ประกอบดว้ ย ผ้บู ริหารสถานศกึ ษา คณะกรรมการสถานศึกษา
ตวั แทนครู ตัวแทน ผู้ปกครอง มีบทบาท 1) วางแผนการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ 2) ส่งเสริม
สนับสนุนการจัดการเรียนการสอนด้วยการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมอย่างจริงจัง และอานวย
ความสะดวกให้การจัดการเรียนการสอน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง 3) สร้างความ
ตระหนักแก่ครูทุกคน บุคลากรทุกฝุาย ให้เห็น ความสาคัญ ของการจัดการศึกษาด้วยการศึ กษา
ทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) และให้ครูทุกคน บุคลากรทุก ฝุาย ให้ความร่วมมือในการด
ดาเนนิ งานอย่างจริงจังต่อเน่ือง 4) จัดหาเคร่ืองรับสัญญาณดาวเทียมและโทรทัศน์ ขนาดเหมาะสม
กับห้องเรียนและจานวนนักเรียน รวมถึงกากับดูแลการติดต้ังโทรทัศน์ให้มีความสูงเหมาะสม กับ
ระดับสายตานักเรียน 5) จัดหาอุปกรณ์สนับสนุน เช่น คอมพิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์ในการจัดเตรียม
การ จัดการเรียนการสอนดว้ ยการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม 6) กากับ ติดตาม การจัดการเรียนรู้

(2) ครูผู้สอน มีบทบาท 1) จัดสภาพห้องเรียนให้เหมาะสมกับเอ้ือต่อ
การปฏิบัติกิจกรรม ตามแผนการจัดการเรียนรู้2) เตรียมการสอนล่วงหน้า ท้ังสื่อ วัสดุ อุปกรณ์
ใบงาน ใบความรู้และกิจกรรม เสริม ตามท่ีคู่มือครูสอนทางไกลผ่านดาวเทียมกาหนด รวมท้ัง
มอบหมายงานให้นักเรียนเตรียมพร้อม ในการเรียนคร้ังต่อไป 3) ร่วมจัดการเรียนรู้ไปพร้อมกับครู
โรงเรยี นต้นทางและตอ้ งเอาใจใส่ กากบั ดูแล แนะนานกั เรียนให้ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนทุกคร้ัง 4)
สรปุ สาระสาคัญร่วมกบั นกั เรียนหลังจากกิจกรรม การเรียนรู้สนิ้ สดุ ลงและบันทกึ ผลการจดั การเรียนรู้
หลังสอนทกุ คร้ัง 5) วดั และประเมินผล เม่ือกิจกรรมการ เรียนรู้ส้ินสุดในแต่ละครั้ง แต่ละหน่วยการ
เรียนรู้ ทาให้ ทราบว่าผลการเรียนรู้ของนักเรียนบรรลุจุดประสงค์ การเรียนรู้หรือไม่ เพื่อปรับปรุง
แก้ไขต่อไป 6) จัดกิจกรรมสอนซ่อมเสริมนอกตารางออกอากาศเพ่ือช่วยเหลือ นักเรียนท่ีไม่บรรลุ
จดุ ประสงค์ การเรียนรู้หรอื ให้ความรูเ้ พ่ิมเติมแก่นักเรียน

(3) นักเรียน มีบทบาท 1) จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์การเรียน เพ่ือใช้ในการจัด
กจิ กรรมแตล่ ะครง้ั ตามทีค่ รมู อบหมาย 2) เขา้ ห้องเรียนตรงเวลาตามท่ีโรงเรียนกาหนด ตั้งใจปฏิบัติ
กิจกรรมการเรยี นรูต้ าม ขน้ั ตอนพร้อม ๆ กับโรงเรียน ต้นทาง ทาแบบฝกึ หดั ใบงาน หรอื ตอบคาถาม
ตามที่ครูโรงเรียนต้นทาง มอบหมาย ซักถามครูผู้สอน ถ้ามีข้อสงสัย หรือข้อคิดเห็นที่เกิดข้ึนขณะ
จัดกิจกรรม การเรียนรู้ 3) มีความ ซ่ือสัตย์ต่อตนเองและผู้อ่ืน เช่น กรณีเม่ือได้รับมอบหมายจาก
ครูต้นทาง ให้ตรวจผลงานตนเอง 4) สรุป สาระสาคัญที่ได้รับจากการเรียนรู้แต่ละคร้ัง ทบทวน
บทเรียน ศึกษาคน้ ควา้ จากแหลง่ การเรยี นร้อู ่นื ๆ เพ่มิ เติม

(4) ผู้ปกครอง มีบทบาท 1) รับทราบและทาความเข้าใจระบบ วิธีการจัด

14

การเรียนการสอน โดยด้วยการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ที่โรงเรียนได้นามาใช้ 2) ตระหนักถึง
ความสาคัญ ความจาเปน็ และ ประโยชน์ของการเรียนการสอนด้วยการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
3) ใหค้ วามร่วมมอื สง่ เสรมิ สนบั สนนุ กจิ กรรมการเรยี นการสอน ของนักเรียนและครู 4) สนับสนุน
ส่งเสริมการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือในการ รับสัญญาณ จากสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษา
ทางไกลผ่านดาวเทียม 5) ติดตาม สอบถามการเรียนของ นักเรียน และร่วมมือกับโรงเรียน ในการ
ประเมินผลการจดั การเรียนการสอน เพอื่ ปรบั ปรงุ แก้ไขหรอื พฒั นา ตอ่ ไปอย่างตอ่ เนอ่ื ง

(5) คณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน มีบทบาท 1) กาหนดนโยบายรว่ มกับ
โรงเรียน ในการจัดการเรียนการสอนด้วยการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) 2) มีส่วนร่วม
ในการปรับตาราง เรียนให้สอดคล้องกับตารางการออกอากาศของ โรงเรียนวังไกลกังวล 3) ให้
ความเหน็ ชอบแผนการดาเนนิ งาน การจัดการเรยี นการสอนดว้ ย การศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม 4)
มีส่วนรว่ มในการประเมนิ ผลการดาเนินงาน ของโรงเรียนและ ประชาสัมพนั ธผ์ ลการดาเนินงาน

(6) ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วยบุคคล หรือ หน่วยงานภายนอกท่ีมีส่วน
ช่วยเหลือสนับสนุน การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) มีบทบาทในการสนับสนุนอุปกรณ์
ในการจัดการศึกษาทางไกลผ่าน ดาวเทียม (DLTV) การบารุงรักษา และซ่อมบารุงอุปกรณ์
การศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม (DLTV)

3) ปัจจยั แห่งความสาเรจ็
ประกอบด้วย การศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน ด้วย

การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) จากโรงเรียนท่ีเป็นต้นแบบ เพ่ือให้มีความเข้าใจอย่าง
ชดั เจนกอ่ นการดาเนินงานผู้บรหิ ารโรงเรยี นเปน็ ผนู้ าด้วยความมงุ่ มัน่ โดยบรหิ ารจัดการ สง่ เสรมิ และ
สนับสนนุ การจัดการเรยี นการสอนดว้ ยการศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทียม (DLTV) การเตรียมการสอน
ลว่ งหน้าของคณุ ครู ตลอดจน การวางแผนอย่างเป็นระบบทุกข้ันตอน รวมท้ังการมอบหมายงานให้
นกั เรยี นเตรียมพร้อมในการเรียนครั้ง ต่อไป การมีโทรทัศน์และอุปกรณ์ สารองไว้อย่างน้อย 1 ชุด
เพ่อื ทดแทนได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อเคร่ืองเดิมชารุด เสียหาย การสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน
ด้วยการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) อย่างจริงจังของ คณะกรรมการสถานศึกษา
ความตระหนักและการให้ความสาคัญกับการจัดการเรียนการสอนด้วยการศึกษา ทางไกลผ่าน
ดาวเทียม (DLTV) ความร่วมมือของบุคลากรทุกคน ทุกฝุายในดาเนินการอยา่ งจรงิ จัง

กระบวนการจัดการเรียนรใู้ นหอ้ งเรียน ดาเนินการดังน้ี
1. ข้นั เตรยี มการสอน ไดแ้ ก่ 1) ศึกษา ทบทวน หลกั สูตรสถานศึกษา โครงสร้าง
เวลาเรยี น แต่ละกลมุ่ สาระการเรยี นรูเ้ พื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับโครงสร้างเวลาเรียนของโรงเรียน
วังไกลกงั วล 2) ศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้ล่วงหน้าจากเว็บไซต์ https://dltv.ac.th พร้อมเตรียม
รายการส่ือ เอกสาร ใบ งานและศึกษากิจกรรมท่ีต้องปฏิบัติท้ังก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลัง

15

รับชมการจัดการเรียนรู้ทจี่ ะ ออกอากาศในแต่ละคร้ัง เพื่อให้ครูเห็นภาพ ตลอดแนวและดาเนินการ
จัดกิจกรรมได้อย่างต่อเน่ือง 3) วางแผนการจัดการในชั้นเรียนเพื่อให้นักเรียนได้เรียนตามตาราง
ออกอากาศให้เหมาะสม ดังน้ี กรณีครูสอน 1 ห้องเรียน สามารถอยู่กากับชั้นเรียนได้ตลอดเวลา
ควรเตรยี มการสนทนา แนะนาเพ่ิมเติม ทั้งการนาเข้าสู่ บทเรียน การปฏิบัติกิจกรรม ระหว่างเรียน
และสรุปบทเรียน และกรณีได้รับมอบหมายให้สอนมากกว่า 1 ห้องเรียนในเวลาเดียวกัน ครูต้อง
เตรียมมอบหมายงานและช้ีแจงขั้นตอนการเรียนทางไกลของนักเรียน แต่ละช้ัน ให้นักเรียนเข้าใจ
ครูผสู้ อนต้องพิจารณาว่าจะไปกากบั การเรียนของนักเรียนช้ันใด เวลาใด อย่างไร 4) เตรียมส่ือ วัสดุ
อปุ กรณ์ ใบงาน ใบความรู้และกจิ กรรมเสรมิ ตามทค่ี รูต้นทางกาหนดสาหรับโรงเรียน ปลายทาง หรือ
อาจประยุกต์ ตามความเหมาะสมกับท้องถิ่นและความจาเป็น ให้สอดคล้องกับเน้ือหาในแต่ละ
รายชั่วโมงตามตารางออกอากาศ 5) จัดนักเรียนเข้าเรียนตามตารางออกอากาศ เพื่อให้สามารถ
ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างครบถ้วน กรณีไม่สามารถรับชมรายการออกอากาศ ได้
ในแต่ละครั้งครูต้องจัดกิจกรรมสอนเพิ่มเติมให้แก่นักเรียนโดยสามารถรับชมย้อนหลังได้ผ่านทาง
เว็บไซต์ https://dltv.ac.th 6) จัดวางเคร่ืองรับโทรทัศน์ให้เหมาะสม นักเรียนสามารถมองเห็น
ไดช้ ัดเจน ท่ัวถงึ และตรวจสอบเครอื่ งรับ สัญญาณของโรงเรยี น ดา้ นการสง่ สัญญาณ ออกอากาศจาก
สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ก่อนถึงเวลา ออกอากาศตามตารางเพื่อ
เตรียมพร้อม 7) จัดสภาพห้องเรียนให้เหมาะสมเอื้อต่อการปฏิบัติ กิจกรรม ตามแผนการจัด
การเรียนรู้ในแตล่ ะครั้ง

2. ขนั้ จัดการเรียนการสอน ได้แก่ 1) ครูนาเข้าสู่บทเรียน เพ่ือเช่ือมโยงความรู้
เดิมกับ ความรู้ ใหม่แก่นักเรียน ให้สามารถเข้าใจเนื้อหาอย่างต่อเน่ือง และกิจกรรมที่ควรเสริม
ในช่วงน้ีได้แก่ กิจกรรม เปิดสมองด้วย BBL 2) เปิดรับสัญญาณการออกอากาศการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้จาก สถานวี ิทยุโทรทัศน์ การศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทียมและปฏิบัตกิ จิ กรรมตามโรงเรียน
ต้นทาง 3) กากับ ดูแล สังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ของนักเรียน ครูแนะนาอธิบายเพิ่มเติมตาม
ความจาเป็น กรณีครูต้องสอนมากกว่า 1 ห้องเรียน ในเวลาเดียวกัน ควรศึกษากิจกรรมตามแผน
การจดั การเรียนรอู้ ย่างละเอียด เพื่อวางแผนการใช้เวลา ในการหมุนเวียน สับเปลี่ยนการกากับดูแล
ห้องเรยี นไดอ้ ย่างเหมาะสม ซ่งึ ครูผสู้ อนจะต้องปรบั เปล่ยี นบทบาท เป็นผ้กู ากับหอ้ งเรียน

2.1 ขั้นสรุป ดาเนินการโดย 1) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียน
สาระสาคัญจากการเรียนแต่ละครั้ง 2) ติดตาม ตรวจสอบการทาแบบฝึกหัด ภาระงานของนักเรียน
แตล่ ะคน 3) ครสู ง่ั การบา้ น หรือ สั่งงานทจี่ ะตอ้ งเตรียมในชั่วโมงต่อไป

2.2 ขั้นวัดและประเมินผล ดาเนินการวัดผลและประเมินผล เมื่อกิจกรรม
การเรยี นการสอน สน้ิ สดุ ลง ในแต่ละครั้ง แต่ละหน่วยการเรียนรู้ เพ่ือให้ทราบว่าผลการเรียนบรรลุ
จุดประสงค์ การเรยี นรหู้ รอื ไม่ มากน้อยเพียงใด แลว้ วิเคราะห์เพอื่ ปรับปรงุ แก้ไขหรือพัฒนาต่อไป

16

2.3 ขั้นบันทึกผลหลังสอน โดยครูบันทึกผลการจัดการเรียนรู้ในแต่ละครั้ง
หลังการจัด การเรียนรู้ ส้ินสุดลง โดยมีหัวข้อ ดังนี้ ชื่อกลุ่มสาระการเรียนรู้ ช้ันท่ีสอน หน่วย
การเรยี นรู้ เนอื้ หา กจิ กรรม การเรยี นการ สอน สรุปผล และบันทึกผลหลังสอน

2.4 ขั้นสอนซ่อมเสริม ครูจัดกิจกรรมการสอนซ่อมเสริมนอกตาราง
ออกอากาศเพอื่ ช่วยเหลือ นักเรยี นทีไ่ ม่บรรลจุ ดุ ประสงคก์ ารเรียนรหู้ รือให้ความร้เู พิม่ เตมิ แก่นักเรียน

อนึ่ง ในการจัดการศึกษาด้วยการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) เพื่อ
ยกระดับคุณภาพ การศึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
นั้น ผูท้ ่ีเกีย่ วขอ้ งจาเป็นต้องมี ความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงมีเจตคติท่ีถูกต้องเก่ียวกับเรื่องดังกล่าว ทั้ง
ต้องให้ความสาคัญกับการดาเนินงานใน แต่ละด้าน แต่ละระดับอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกระบวน
การจัดการเรยี นรใู้ นห้องเรยี น อย่างไรกต็ ามนอกจาก โรงเรียนขนาดเล็กแล้ว สถานศึกษาทั่วไปสามารถจัด
การศึกษาดว้ ยการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) เพ่ือยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยอาจนาเฉพาะ
ในส่วนของกระบวนการเรียนรู้ในห้องเรียนไปปรับ ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาท่ีจะ
นาไปใช้ (http://1.179.165.50/dltv/index.php/80-2014-12-17-13-32-07/88-456)

2.2 ชดุ ฝกึ อบรม
2.2.1 ความสาคัญและความจาเปน็ ของการฝึกอบรม
สมเกียรติ ศรีจักรวาล (2548) กล่าวว่า การฝึกอบรมเป็นกระบวนการ หรือหมายถึง

กระบวนการท่ีใช้ในการพฒั นาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทันสมัย
และทนั เหตกุ ารณ์ อนั นาไปสกู่ ารพัฒนาศกั ยภาพของบคุ คล หรอื การพัฒนาองค์กร ข้อสรุปดังกล่าวน้ี
สอดคล้องกับ ประยทุ ธ เกิดนวล (2540) ทไี่ ด้สรุปความหมายของการฝึกอบรมไวด้ ังน้ี

1) เปน็ กระบวนการอย่างหนึ่งท่จี ัดข้นึ เพอ่ื พฒั นาบคุ ลากรในองค์กรจึงนับว่าเป็น
กระบวนการหน่ึงของการพัฒนาองค์กร

2) การฝกึ อบรมมวี ัตถุประสงคส์ าคัญ 3 ประการ คอื
(1) เพ่ิมพนู ความรเู้ ร่ืองใดเรอื่ งหนงึ่ โดยเฉพาะ
(2) เพม่ิ พนู ทักษะ หรอื ความชานาญในการปฏบิ ตั ิงาน
(3) เปล่ยี นแปลงเจตคติ และพฒั นานสิ ัยการทางานให้ถกู ตอ้ งเหมาะสม

3) เป็นกระบวนการท่ีมุ่งพัฒนาความสามารถและประสิทธิภาพของบุคคล เพ่ือให้
บุคคลน้นั สามารถพฒั นางานในหน้าท่รี ับผิดชอบใหเ้ กดิ ประสิทธิผลต่อหนว่ ยงาน หรือความสัมฤทธิผล
ขององค์กร

การฝกึ อบรมเปน็ การพฒั นาบคุ คลในองค์กรให้มีความรู้ เกดิ แนวคิดใหมแ่ ละเพมิ่ ทักษะ
ในการทางาน ทาให้บุคลากรในองค์กรเพิ่มประสิทธิภาพในการทางานให้กับองค์กรมากข้ึน

17

การฝึกอบรมจงึ เป็นสิ่งจาเป็นที่องคก์ รจะต้องจัดให้กับบุคลากรอย่างต่อเนื่องสม่าเสมอและโดยทั่วถึง
ทุกคน การฝึกอบรมนับว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง เป็นการสิ้นเปลืองเวลาและกาลังคนตลอดจน
งบประมาณ แตถ่ ้าหากได้พจิ ารณาแล้วการฝกึ อบรมท่ีได้ผลตามวัตถุประสงคน์ นั้ ถือว่าเป็นการลงทุนท่ี
คุ้มค่า เพราะเมื่อผู้ปฏิบัติงานได้รับการฝึกอบรมให้มีความรู้ความชานาญงาน มีทัศนคติที่ดีต่อ
หน่วยงานแลว้ ผลงานท่ีเกิดขน้ึ ย่อมมีประสทิ ธิภาพตอ่ หนว่ ยงานนั้น พระราชบญั ญัตสิ ง่ เสรมิ การศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 (ราชกิจจานุเบกษา, 2551) กล่าวถึงความหมาย
ของการศึกษาตามอัธยาศัยว่า หมายถึง กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจาวันของบุคคล ซึ่งบุคคล
สามารถเลือกทจ่ี ะเรยี นไดอ้ ย่างตอ่ เนอื่ งตลอดชวี ิต ตามความสนใจ ความต้องการ โอกาส ความพร้อม
และศกั ยภาพการเรยี นร้ขู องแต่ละบุคคล การศึกษาตามอัธยาศัยเป็นการจัดการศึกษารูปแบบหนึ่งซ่ึง
มีขอบข่ายการจัดการศึกษาแก่บุคคลอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยมีรูปแบบการจัดการศึกษาท่ี
หลากหลายใหบ้ คุ คลแต่ละวันเลือกเข้าถึงตามความต้องการ ความสนใจ ตลอดจนความจาเป็นในแต่
ละช่วงวยั ของชวี ิต และไดก้ ลา่ วถงึ หลกั การจัดการศกึ ษาตามอัธยาศัย ได้แก่ การจัดให้ผู้เรียนสามารถ
เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียนทุกกลุ่มเปูาหมาย จัดแหล่งเรียนรู้มีความ
หลากหลายทั้งส่วนที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นและส่วนท่ีเป็นเทคโนโลยี ตลอดจนจัดกรอบหรือแนว
ทางการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน ผู้ร่วมการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย คือ ภาคีเครือข่าย ซ่ึง
หมายถึง บุคคล ครอบครัว ชุมชนองค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กร
วิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และองค์กรอ่ืน ๆ การฝึกอบรมจึงมีความสาคัญต่อ
การเสริมสร้างสมรรถภาพ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของบุคลากรตามที่หน่วยงานต้องการ
นอกจากนย้ี ังเป็นการเตรียมบุคคลเพ่ือรับมือกับวิทยาการ หรือการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่ท้าทายต่อ
การอยู่รอดและการเจริญเติบโตขององค์กร ความจาเป็นและวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม
มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งสุภาพร พิศาลบุตร และยงยุทธ เกษสาคร (2549) จาแนกวัตถุประสงค์ของ
การฝึกอบรมไดเ้ ปน็ 3 ประเภท คอื

1) การพัฒนาเก่ียวกับงาน ได้แก่ การเพิ่มพูนความรู้ สติปัญญา และความรอบรู้ใน
การปฏิบัติงาน เพ่ิมพูนความเข้าใจและขีดความสามารถในการประยุกต์องค์ความรู้เพื่อประกอบ
การปฏบิ ตั งิ าน

2) การพัฒนาทักษะหรือประสบการณ์ เป็นวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมมาช้านาน
เป็นการ เพิ่มสมรรถภาพในการจัดลาดับความสาคัญของการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า การเพ่ิม
ความมั่นใจในการตัดสินใจทาให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและคล่องตัว จนเช่ือม่ันได้ว่า
สามารถปฏบิ ตั ิงานได้เองในสถานการณ์จริงของท้องถิ่นและความพร้อมของตนอย่างมีประสิทธิภาพ
และใชเ้ วลานอ้ ยลง

18

3) การพัฒนาเจตคติ เป็นการสร้างเจตคติท่ีเหมาะสมแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้เกิด
ความยินดี พอใจในการทางาน สามารถทางานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสบายใจ และก่อให้เกิดแรงจูงใจ
ทีจ่ ะนาความรู้และทกั ษะท่ีได้รับการฝึกอบรมมาใช้ในการปฏิบัติงาน เป็นการพัฒนาบุคคลในองค์กร
ใหม้ ีความรู้ แนวคดิ ใหมแ่ ละทกั ษะต่าง ๆ ในการทางาน

วนิ เชอื้ โพธ์ิหัก (2546) กล่าวถงึ ประโยชนข์ องการฝกึ อบรมสรปุ ได้ดงั น้ี
1) ทาให้วิธปี ฏบิ ัตงิ านดขี น้ึ
2) ช่วยลดคา่ ใช้จ่าย แรงงาน และเวลาในการปฏิบัตงิ านให้น้อยลง
3) ช่วยลดเวลาเรยี นวธิ ปี ฏิบัติงานใหน้ ้อยลง
4) ช่วยแบ่งเบาภาระการปฏิบัติงานของผู้บังคับบัญชาได้มากขึ้น เพราะผู้ท่ีได้รับ
การฝกึ อบรมแลว้ ย่อมจะรู้และเขา้ ใจวิธีการปฏิบตั ิงานได้เปน็ อยา่ งดแี ละถูกตอ้ ง
5) ทาให้สายการบงั คบั บัญชา การควบคุม การบริหาร การติดต่อและการประสานงาน
ตลอดจนความร่วมมือดีข้ึนท้ังภายในและภายนอกหนว่ ยงาน
6) ช่วยส่งเสริมจติ ใจ และศลี ธรรมของผปู้ ฏบิ ัติงานให้ดีขึน้
7) ช่วยทาให้ระบบและวิธกี ารทางานมสี มรรถภาพสงู ข้ึน
การฝกึ อบรมเปน็ กระบวนการหนึ่งในการบรหิ ารงานบุคคลขององค์กรท่ีมีความสาคัญ
และยังประโยชน์อย่างมากท้ังต่อองค์กรและตัวบุคลากร การฝึกอบรมเป็นการพัฒนาบุคลากรให้
สามารถปฏิบตั งิ านไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ สมั ฤทธผิ ลจากการปฏิบตั ิงานยอ่ มก่อให้เกิดความสาเร็จแก่
องค์กรเป็นส่วนรวม สมพงศ์ เกษมสัน (2542) ได้กล่าวถึงประโยชน์ของการฝึกอบรมไว้ว่า
การฝึกอบรมช่วยทาให้ระบบมีการปฏิบัติงานท่ีมีสมรรถภาพสูงขึ้น ทาให้เกิดการประหยัด ลดความ
ส้ินเปลืองของวัสดุที่ใช้ในการปฏิบัติงาน และกระตุ้นให้ผู้ปฏิบัติงานตระหนักถึงการแสวงหา
ความกา้ วหนา้ ในตาแหน่งหนา้ ทีก่ ารงาน ยิ่งกวา่ นย้ี งั ได้ชใ้ี ห้เหน็ ประโยชนจ์ ากการฝึกอบรมเพิ่มเติมอีก
2 ประการ คอื
1) ช่วยลดเวลาในการเรียนงานให้น้อยลง เพราะผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมมาแล้วจะ
สามารถ ปฏิบัติงานไดด้ ี ทุ่นเวลาในการเรยี นงานควบคไู่ ปในขณะปฏบิ ัตงิ าน
2) เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระหน้าท่ีของผู้บังคับบัญชาที่จะไม่ต้องเสียเวลามาชี้แจง
ส่งั สอน งานทส่ี ั่ง อีกท้ังยงั ชว่ ยลดการปฏบิ ตั ิงานลว่ งเวลาให้น้อยลง ในกรณีท่ีการปฏิบัติงานล่วงเวลา
เกิดจากความลา่ ช้าและไม่เข้าใจในงาน
สมคิด บางโม (2551) กล่าวถึงการฝึกอบรมว่าเป็นการฝึกให้แก่บุคคลเพ่ือทางาน
อยา่ งใดอย่างหนง่ึ โดยมวี ัตถปุ ระสงค์สาคัญ 3 ประการ คอื
1) เพ่มิ พูนความรู้ (Knowledge, K) ให้มีความรู้ หลกั การ ทฤษฎีอันเก่ียวเนื่องกับงาน
ที่มุ่งฝกึ อบรม

19

2) เพ่มิ พูนความเขา้ ใจ (Understand, U) เปน็ ลักษณะทตี่ อ่ เนื่องจากความรู้ กลา่ วคือ
เม่อื รู้ในหลักการและทฤษฎีแล้ว สามารถตคี วาม แปลความ ขยายความ และอธิบายให้คนอื่นทราบได้
รวมทั้งสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ด้

3) เพื่อเปล่ียนแปลงเจตคติ (Attitude, A) เจตคติหรือทัศนคติ คือ ความรู้สึกท่ีดี
หรือไม่ดีตอ่ สิ่งต่าง ๆ การฝึกอบรมมุง่ ให้เกดิ หรือเพ่ิมความรู้สึกท่ีดีต่อผู้ร่วมงาน และต่องานท่ีมีหน้าที่
รับผดิ ชอบ

สมพงศ์ เกษมสนิ (2542) กล่าวถึงผลท่ีไดร้ บั จากการฝึกอบรมไว้ดงั น้ี
1) ชว่ ยใหร้ ะบบวธิ ีการปฏบิ ัตมิ ีสมรรถภาพสูงขึ้น มีการตดิ ต่อประสานงานดขี นึ้ เพราะ
การฝกึ อบรมจะชว่ ยกระตุ้นความสนใจในการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานให้มีจิตใจรักงานและทางาน
ไดผ้ ลมากขึน้ ท้งั เมอ่ื ไดร้ บั ความรูจ้ ากการฝึกอบรมมากขึน้ แลว้ ก็จะสามารถนาเทคนิคและวิธีใหม่ไปใช้
ในการปฏบิ ัติงาน ซ่งึ จะสามารถแกไ้ ขข้อบกพรอ่ งและปรบั ปรงุ ให้งานมปี ระสทิ ธภิ าพอย่เู สมอ
2) เป็นวิธีการหนึ่งที่ทาให้เกิดการประหยัด ลดความสิ้นเปลืองของวัสดุที่ใช้
ในการปฏบิ ัติงาน ซงึ่ จะมีผลต่อเนอ่ื งไปถงึ งบประมาณค่าใชจ้ ่ายในการซ้อื วัสดุทใ่ี ช้ในการปฏิบัติงานให้
ลดนอ้ ยลงไปด้วย เพราะเม่ือผู้ปฏิบัติงานได้รับการพัฒนาเป็นอย่างดีแล้ว ความผิดพลาดที่ก่อให้เกิด
ความส้ินเปลืองเสียหายย่อมลดน้อยลงไป
3) ช่วยลดเวลาในการเรียนงานใหน้ ้อยลง ปกติในการปฏบิ ัติงานน้ันเมอื่ เรมิ่ ปฏิบัตงิ าน
ควรจะได้รับการฝึกอบรมแนะนาเสียก่อนเพราะเจ้าหน้าท่ีที่ได้รับการฝึกอบรมมาแล้วจะสามารถ
ปฏิบัติงานได้ผลดีและทุ่นเวลามากกว่าการปฏิบัติงานและเรียนงานควบคู่กันไปในเวลาเดียวกัน
เพราะการปฏิบตั ิงานตามวธิ ีหลังน้เี ป็นการกระทาแบบเดาผิดเดาถูก ซึ่งไม่อาจทาให้เกิดสัมฤทธ์ิผลใน
งานเทา่ ใดนกั
4) เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระหน้าท่ีการงานของผู้บังคับบัญชามาทาได้มากขึ้น ท้ัง
ผู้บังคับบัญชาก็จะไม่ต้องเสียเวลามาช้ีแจงส่ังสอนในงานที่ส่ัง นอกจากนี้การฝึกอบรมยังช่วยลด
การปฏบิ ตั งิ านใหน้ ้อยลง เพราะการปฏิบัตงิ านล่วงเวลามใิ ชเ่ กิดจากปริมาณงานที่มากอย่างเดียว อันท่ี
จริงส่วนใหญม่ กั เกดิ จากความลา่ ชา้ และความไมเ่ ขา้ ใจในงานเสียเปน็ สว่ นมาก
5) เป็นทางหน่ึงที่จะกระตุ้นเตือนผู้ปฏิบัติงานให้ปฏิบัติงานเพื่อความก้าวหน้าใน
การงานของตน ตามปกติการเล่ือนข้ันเลื่อนตาแหน่งและการโยกย้ายพนักงานบุคคลภายในองค์กร
มกั จะได้รับการพิจารณาคัดเลือกกอ่ น เพราะเป็นผไู้ ด้รับการฝึกฝนอบรมมาแล้วเป็นอย่างดี ทั้งน้ีย่อม
แสดงให้เห็นวา่ การฝกึ อบรมเป็นแนวทางในความกา้ วหนา้ ของบคุ คลอย่างหนงึ่
เอ้ือมพร บัวค่ี (2554) สรุปว่า การฝึกอบรมมีความสาคัญต่อการพัฒนาองค์กร
หน่วยงานและตวั บุคคล เนื่องจากช่วยให้วธิ ีการปฏิบัตงิ านดขี ้ึน มปี ระสิทธภิ าพมากย่ิงข้ึน

20

นันทวัฒน์ ภัทรกรนันท์ (2555) สรุปว่า การฝึกอบรมเป็นกระบวนการที่ใช้
เพ่ือการพัฒนาศักยภาพของบุคคลทั้งในด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติท่ีพึงประสงค์ตามความ
ต้องการขององค์กรการฝึกอบรมจึงนับเป็นกระบวนการท่ีสาคัญต่อการพัฒนาองค์กรและพัฒนา
ประเทศการเรียนรู้ที่บุคคลได้รับจากการฝึกอบรมจะเป็นองค์ความรู้และทักษะ ตลอดจนเป็นการ
ปรับเปลี่ยนเจตคติให้เหมาะสมตามยุคสมัย ในระยะเวลาอันสั้นและนับได้ว่าเป็นรูปแบบหน่ึงของ
การศึกษาตามอัธยาศัยทีห่ น่วยงาน องค์กรต่าง ๆ จัดข้ึน โดยพิจารณาถึงความสาคัญจาเป็นเก่ียวกับ
ประเด็นหัวข้อที่ต้องการจัดการฝึกอบรมให้แก่บุคลากรในหน่วยงานหรือองค์กรของตน และในการ
พฒั นาอาสายุวกาชาดซง่ึ เปน็ บุคลากรท่เี ปน็ พลงั อันสาคัญต่อการขับเคลื่อนภารกิจของสภากาชาดไทย
ก็ใช้การฝึกอบรมในการพัฒนาศักยภาพของอาสายุวกาชาด จึงมีความจาเป็นที่จะต้องดาเนินการ
ฝกึ อบรมแก่อาสายุวกาชาดทวั่ ประเทศให้เปน็ ไปอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ และได้มาตรฐานเดียวกัน

2.2.2 ความหมายของชุดฝกึ อบรม
ชดุ ฝึกอบรมเป็นส่ือการศึกษาท่ีสร้างขึ้นเพ่ือใช้เป็นชุดประสบการณ์สร้างความรู้ หรือ

เปน็ เครอ่ื งมือสาหรับพฒั นาบุคลากรทีเ่ กย่ี วขอ้ ง มผี ใู้ ห้ความหมายไวด้ ังน้ี
ศิริพรรณ สายหงส์ และสมประสงค์ วิทยเกียรติ (2534) กล่าวว่า ชุดฝึกอบรม

หมายถึง สื่อท่ีสร้างขึ้นมาเพ่ือให้เป็นชุดประสบการณ์สาหรับการฝึกอบรม อาจจะประกอบด้วยส่ือ
เด่ียวหรือ สื่อประสมที่ได้รับการพัฒนาข้ึนมา เพื่อช่วยให้ผู้ให้การฝึกอบรมใช้ประกอบกิจกรรมใน
การฝกึ อบรมหรือช่วยผู้รบั การฝึกอบรมสามารถทจ่ี ะศกึ ษาหาความรไู้ ด้ดว้ ยตนเอง

ศิริพรรณ สายหงส์ และสมประสงค์ วิทยเกียรติ (2534) ได้ให้ความหมายของ
ชุดฝึกอบรมไว้ว่าเป็นสื่อการศึกษาประเภทหน่ึงที่สร้างข้ึนมา เพื่อให้เป็นชุดประสบการณ์สาหรับ
การฝึกอบรม ชุดฝกึ อบรมอาจจะประกอบด้วยสือ่ เดียวหรือสื่อน้ันจะเก่ียวข้องกับจุดมุ่งหมาย ส่ือที่ใช้
ระยะเวลา สถานท่ีและประโยชน์ท่ีจะได้รับการพัฒนาข้ึนมาเพ่ือช่วยผู้ให้การฝึกอบรมใช้ประกอบ
กิจกรรมในการฝกึ อบรมหรอื ชว่ ยผ้รู ับการฝึกอบรมสามารถที่จะศกึ ษาหาความรู้ได้ด้วยตนเอง สาหรับ
ลักษณะสาคัญ ๆ ของชุดฝกึ อบรมพออธิบายสรุปได้ดังตอ่ ไปน้ี

1) เป็นสื่อทม่ี จี ุดมงุ่ หมายเฉพาะเร่อื งชุดฝึกอบรมทพี่ ฒั นาข้นึ โดยท่วั ไปจะมีจดุ มุ่งหมาย
เฉพาะเรื่อง ๆ ไป หากเน้ือหาที่ต่อเนื่องเป็นเร่ืองยาวก็จะทาเป็นชุด ๆ ต่อเนื่องกันไป เพื่อให้แต่ละ
ชดุ ฝกึ อบรมไม่ยาวมากจนเกนิ ไป

2) เป็นสื่อประสมชุดฝึกอบรมโดยท่ัวไปท้ังในการศึกษานอกระบบและในระบบจะ
พฒั นา ดว้ ยสือ่ ประสม คอื ประกอบดว้ ยสอ่ื ตงั้ แต่สองประเภทขึน้ ไป เชน่ ชุดฝึกอบรมประกอบด้วยสื่อ
ภาพน่งิ และเทปเสียง ชุดฝึกอบรมท่ีใช้วีดีทัศน์และส่ือส่ิงพิมพ์ เพื่อช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ศึกษา
หาความรหู้ ลาย ๆ ดา้ นดว้ ยกนั

21

3) เป็นสื่อเสริมกิจกรรมการฝึกอบรมท่ีมีผู้ให้การฝึกอบรม หรือเป็นสื่อที่ผู้รับ
การฝึกอบรมศึกษาดว้ ยตนเอง

4) เปน็ ส่อื ที่ใชร้ ะยะเวลาฝึกอบรมสัน้ ชุดฝึกอบรมโดยทวั่ ไปมคี วามมุ่งหมายที่จะอบรม
เฉพาะเรอ่ื ง ระยะเวลาท่ีใช้ในแต่ละชุดจึงสั้น ๆ หากเน้ือหายาวมาก ก็จะจัดทาขึ้นหลายชุด โดยแบ่ง
เน้อื หาเปน็ เรื่อง ๆ ไป ซ่งึ ทาใหผ้ ู้เข้ารบั การอบรมไม่เกดิ ความเบือ่ หน่ายในการศึกษา

5) เป็นส่ือท่ีใช้ได้ทุกสถานท่ีและทุกเวลา ซ่ึงจะทาให้ผู้ฝึกอบรมสามารถศึกษาหา
ความร้ไู ดอ้ ยทู่ ใี่ ดกไ็ ด้ ชุดฝึกอบรมส่วนใหญจ่ ะทาข้นึ มาให้อานวยในเรื่องการใช้ได้ทุกเวลา ย่ิงเป็นสื่อท่ี
ศกึ ษาด้วยตนเองแล้ว ผ้รู บั การฝึกอบรมสามารถจะศกึ ษาเมอื่ กไ็ ด้ตามทต่ี อ้ งการ

6) เป็นสื่อที่เบ็ดเสร็จในตัวเอง ชุดฝึกอบรมแต่ละชุดจะจัดทาข้ึนเบ็ดเสร็จในตัวเอง
ทาให้ผู้อบรมสามารถที่จะเลือกศึกษาหาความรู้จากชุดฝึกอบรมได้ตามความต้องการ หรือผู้รับ
การฝึกอบรมต้องการศึกษาเฉพาะเรื่องใดเรื่องหน่ึงจากชุดฝึกอบรมก็จะสามารถที่จะเลือกศึกษา
เฉพาะเรือ่ งได้ โดยไมต่ ้องอ่านต่อเนื่องไปยังสิ่งทไ่ี มต่ อ้ งการศึกษา

นิพนธ์ ศุขปรีดี (2537) กล่าวว่า ชุดฝึกอบรมหมายถึงการจัดระบบหรือทรัพยากร
การฝึกอบรม โดยรวบรวมส่ือ เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จาเป็นในการฝึกอบรม และทดสอบ
ประสิทธิภาพแล้ว เพื่อให้ผู้รับการฝึกอบรมได้รับประสบการณ์ตรงหรือประสบการณ์ใกล้เคียงตาม
เน้ือหาสาระทลี ะน้อยเพอื่ ใหโ้ อกาสของผรู้ ับการฝกึ อบรมปฏิบตั กิ จิ กรรมฝกึ อบรมได้ถูกต้อง และได้รับ
การเสรมิ แรงในขณะรบั การฝึกอบรม

สายสวาท สุคันธวงศ์ (2540) กล่าวว่า ชุดฝึกอบรมหมายถึงชุดส่ือประสมที่มุ่งกาหนด
กิจกรรมเพ่ือให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมฝึกอบรมย่ิงข้ึน เปล่ียนบทบาทครูหรือ
ผูใ้ ห้การฝกึ อบรมพูดนอ้ ยลง ให้สอ่ื ทาหน้าท่ีสอนแทน และให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้สารวจอภิปราย
หรือทากจิ กรรมอืน่ ๆ ตามประเดน็ ทก่ี าหนดให้

สุเทพ หุน่ สวสั ด์ิ (2540) ให้ความหมายของชุดฝึกอบรมว่าหมายถึง ระบบการผลิตและ
การนาส่ือประสมที่สอดคล้องกับวิชา หน่วย หัวเรื่อง เพ่ือช่วยให้การเปล่ียนพฤติกรรมการเรียนรู้
เปน็ ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพยงิ่ ข้นึ นับวา่ เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาอย่างหนึ่ง ซึ่งจะช่วยขจัดปัญหา
การเรยี นการสอนในการฝึกอบรมบางประการ คอื

1) แก้ปัญหาความแตกต่างระหว่างบุคคลและส่งเสริมการศึกษารายบุคคล ชุด
ฝึกอบรมสามารถทาให้ผู้เขา้ อบรมไดเ้ รยี นรตู้ ามความสามารถ ความถนดั และความสนใจตามเวลาและ
โอกาส ที่เออื้ อานวยแก่ผเู้ ข้าอบรมซง่ึ แตกต่างกนั

2) ชว่ ยขจดั ปัญหาการขาดแคลนวิทยากร เปลี่ยนบทบาทวิทยากรเป็นผู้คอยให้คาแนะ
นาชว่ ยเหลือผขู้ ออบรมซึ่งเรียนรู้ได้ดว้ ยตนเอง

22

3) ช่วยอานวยความสะดวกในการจัดฝึกอบรม เพราะชุดฝึกอบรมสามารถนาไปใช้ได้
ทกุ เวลา

บุญเกื้อ ควรหาเวช (2542) กล่าวว่า ชุดฝึกอบรมเป็นส่ือการสอนชนิดหน่ึงซึ่งเป็นชุด
ของส่ือประสม (Multi-Media) ซึ่งหมายถึง การใช้สื่อการสอนตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปร่วมกัน เพ่ือให้
ผู้เรียนได้รับความรู้ตามท่ีต้องการ ส่ือที่นามาใช้ร่วมกันน้ีจะช่วยเสริมประสบการณ์ซ่ึงกันและกัน
ตามลาดับข้ันทจ่ี ดั เอาไวส้ าหรับหน่วยการเรียนตามหัวข้อเนื้อหาและประสบการณ์ของแต่ละหน่วยที่
ต้องการจะให้ผู้เรยี นได้รบั

เอมอร รสเครือ (2545) สรุปได้ว่าชุดฝึกอบรมหมายถึง ส่ือที่สร้างข้ึนเพ่ือใช้เป็นชุด
สาเร็จรูปสาหรับการฝึกอบรม อาจจะประกอบด้วยส่ือเด่ียวหรือส่ือประสมที่ได้รับการพัฒนาข้ึนมา
เพื่อให้ผรู้ บั การฝึกอบรมได้รับประสบการณ์ตรง และมีส่วนร่วมในกิจกรรมการฝึกอบรมตามบทบาท
หนา้ ท่กี าหนดให้

จิรนันท์ ปูอมพิมพ์ (2550) ได้สรุปความหมายของชุดฝึกอบรมว่า เป็นหลักสูตร
การฝึกอบรมอย่างหนึ่งโดยใช้เทคนิคการฝึกอบรมในรูปการสอนสาเร็จรูป ที่ให้อิสระแก่ผู้เรียนได้
เรียนร้จู ากสือ่ ประสมทใ่ี ช้ประกอบบทเรียน และเทคนิคการจดั การเรยี นรู้ที่เหมาะสม โดยชุดฝึกอบรม
จะมีส่วนประกอบ คือ วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม เน้ือหาของการฝึกอบรม วิธีการฝึกอบรม ส่ือ
และอุปกรณ์ท่ีใชใ้ น การฝกึ อบรม และการประเมินผลการฝึกอบรม

อัคครตั น์ พูลกระจ่าง (2550) และอรวรรณ ดวงลาพิมพ์ (2551) กล่าวว่า ชุดฝึกอบรม
เป็นการรวบรวมทรัพยากรท่ีใช้ในการฝึกอบรมท้ังหลักสูตร อุปกรณ์ วิธีการ เนื้อหา ส่ือ และ
การประเมินเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อความสะดวกในการใช้สาหรับการฝึกอบรม เรื่องใดเรื่องหน่ึงท่ีมี
วัตถปุ ระสงค์เฉพาะ ทงั้ ใชฝ้ กึ อบรมด้วยตนเองและใช้ฝึกอบรมทวั่ ไป

ศุภรัตน์ แตงน้อย (2550) กล่าวว่า ชุดฝึกอบรม หมายถึง ชุดของส่ือประสมที่ได้จาก
ระบบการผลิตและการนาส่ือหลายอย่างมาสัมพันธ์กัน และมีคุณค่าส่งเสริมซ่ึงกันและกัน โดย
สอดคล้องกับเน้ือหาวิชา วัตถุประสงค์ และประสบการณ์ของแต่ละหน่วย โดยจัดเอาไว้เป็นชุดเพ่ือ
ช่วยใหก้ ารเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้เปน็ ไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เอ้ือมพร บัวคี่ (2554) สรุปว่า ชุดฝึกอบรม คือ การจัดกิจกรรมเพ่ือทาให้บุคคลได้
เรยี นรู้และพฒั นาประสิทธภิ าพของการรบั รู้ และทกั ษะต่าง ๆ เพื่อให้เกดิ ประสิทธิภาพสงู สุด

นันทวัฒน์ ภัทรกรนันท์ (2555) สรุปว่า ชุดฝึกอบรม (Training Package) หมายถึง
ชุดของส่ือประกอบการฝึกอบรม ที่ได้รับการจัดระบบการรวบรวมทรัพยากรท่ีใช้ในการฝึกอบรม
ตลอดหลักสูตร ประกอบด้วย เนื้อหา วิธีการ และส่ืออุปกรณ์ ตลอดจนการประเมินผล เพ่ือให้
สามารถนามาใช้ในการฝึกอบรมไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ บรรลุตามวัตถุประสงค์และเกิดผลสัมฤทธิ์แก่
ผ้เู ขา้ รับการฝกึ อบรมตามเกณฑ์การประเมินท่ตี ้งั ไว้

23

บีช (Beach, 1980) ใหค้ วามหมายของการฝึกอบรมไว้ว่า หมายถึง กระบวนการท่ีจัด
ทาข้ึน เพ่ือให้บุคลได้เรียนรู้และมีความชานาญ โดยมีวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหน่ึงเพื่อให้บุคคลรู้
เร่อื งนัน้ โดยเฉพาะ เพอ่ื เปล่ียนแปลงพฤตกิ รรมของบคุ คลไปในทางท่ตี ้องการ

2.2.3 วตั ถปุ ระสงคข์ องการฝึกอบรม
นักการศึกษาได้กลา่ วถงึ วตั ถุประสงคข์ องการฝึกอบรมไว้ดงั นี้
เครือวลั ย์ ล่มิ อภิชาต (2531) ทวปี อภิสิทธิ์ (2536) และวิจิตร อาวะกุล (2537) กล่าว

ว่า การฝกึ อบรมมวี ัตถุประสงคท์ จ่ี ะพัฒนาผเู้ ข้ารบั การฝึกอบรม 3 ดา้ น คือ
1) ดา้ นความรู้ (Knowledge) ใหม้ ีความรคู้ วามเขา้ ใจสงู ขน้ึ
2) ดา้ นทกั ษะ (Skill) ความชานิชานาญงาน
3) ด้านเจตคติ (Attitude) ท่าทีความรู้สึกนกึ คดิ ท่ีดที ถ่ี ูกทค่ี วรและการสรา้ งสรรค์
อรุณ รักธรรม (2537) กล่าวว่า สาหรับวัตถุประสงค์การฝึกอบรมต่อความมุ่งหมาย

สว่ นบคุ คลนั้น มุ่งเน้นความต้องการสว่ นบคุ คลที่ปฏิบตั อิ ยูใ่ นหน่วยงานตา่ งๆ ขององค์การพอสรุป
วตั ถปุ ระสงค์หลกั ท่สี าคญั ๆ ไดด้ งั น้ี
1) เพื่อความเจริญก้าวหน้า ในตาแหน่งหน้าที่การงานของตน ทาให้มีโอกาสได้รับ

การเลื่อนข้ันเล่ือนตาแหน่งให้สูงขึ้นไปได้ ท้ังน้ีเพราะเมื่อบุคคลใดก็ตามได้รับการฝึกอบรมแล้วย่อม
สามารถนาเอาความรู้ความเข้าใจ ท่ีได้รับไปใช้ปฏิบัติในหน้าท่ีของงานได้ ทาให้การปฏิบัติงาน
มีประสิทธิภาพสงู ยงิ่ ขน้ึ

2) เพื่อพัฒนาเจตคติ และบุคลิกภาพใหถ้ ูกตอ้ งสวยงาม
3) พฒั นาทกั ษะหรอื ฝีมือในการทางานใหด้ ียง่ิ ข้ึน
4) เพื่อฝึกฝนความสามารถในการใช้ดลุ พนิ ิจในการตดั สินใจให้ดีย่ิงข้ึน
5) เพอ่ื การเรยี นร้งู าน และการลดอันตรายทอี่ าจเกดิ ขน้ึ จากการปฏิบัตงิ าน
6) เพอ่ื ปรับปรงุ สภาพการทางานของตนให้ดีขนึ้ และเหมาะสมยง่ิ ขึน้ ยงิ่ จะเอ้ืออานวย
ช่วยการปฏบิ ตั งิ านใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพสูงสุด
7) เพือ่ ใหเ้ ขา้ ใจนโยบาย และเปาู หมายขององค์การที่เปน็ สมาชิกอย่ไู ด้ดยี ่ิงขนึ้ จะได้
สามารถปฏิบตั ิงานและทางานได้อยา่ งถูกต้อง
8) เพื่อใหเ้ กิดความพงึ พอใจในการทางาน
เอ้ือมพร บัวค่ี (2554) สรุปว่า วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม คือ จุดหมายที่ทาให้
ผู้ท่ีได้รับการฝึกอบรมมีประสบการณ์ ทักษะ ความรู้ เจตคติ เพิ่มมากขึ้น ดีข้ึน และมีประสิทธิภาพ
มากกวา่ ก่อนท่ีจะไดร้ บั การฝกึ อบรม

24

2.2.4 ความสาคัญของชุดฝกึ อบรม
ศิริพรรณ สายหงส์ และสมประสงค์ วิทยเกียรติ (2534) ได้นาเสนอความสาคัญของ

ชุดฝึกอบรม หลายประการ ได้แก่ ลดเวลาการเตรียมการฝึกอบรมโดยเฉพาะการฝึกอบรมที่ต้องมี
การดาเนนิ การหลายร่นุ ผใู้ หก้ ารฝึกอบรมจะสามารถปรับปรุงชุดฝึกอบรมได้ โดยไม่ต้องผลิตขึ้นใหม่
ชุดฝึกอบรมจะช่วยให้การฝึกอบรมในแต่ละรุ่นในเร่ืองเดียวกัน มีมาตรฐานเดียวกัน ท้ังมาตรฐานใน
เร่ืองรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลเพราะผู้ให้การอบรมต่างก็ใช้ชุดฝึก
อบรมชุดเดียวกัน การจัดทาชุดฝึกอบรมเป็นการส่งเสริมให้เกิดเครื่องช่วยในการฝึกอบรม ส่งผลให้
ผู้เข้ารับการอบรมได้รับประสบการณ์ตรง หรือประสบการณ์ที่ใกล้เคียงจากชุดฝึกอบรมที่เป็นส่ือ
ประสม ซ่งึ ไม่จากัดเวลาและสถานท่ีฝึกอบรม เป็นการประหยัดทรัพยากร เพราะส่ือต่าง ๆ ส่วนมาก
จะนามาใชไ้ ด้หลายครัง้ ชุดฝึกอบรมเอ้อื ใหว้ ิทยากรเปล่ียนบทบาทจาการเป็นผู้บรรยาย ไปสู่การเป็น
ผู้แนะนาเสนอแนะการแก้ปัญหาในการฝึกอบรมและส่งเสริมให้การจัดการฝึกอบรมเป็นไปอย่างมี
ระบบ

นพิ นธ์ ศขุ ปรดี ี (2537) กลา่ ววา่ ชดุ ฝกึ อบรมมีความสาคญั ต่อการฝึกอบรม ดังนคี้ ือ
1) ผใู้ ห้การฝึกอบรมลดเวลาการเตรยี มการฝึกอบรม โดยเฉพาะการฝึกอบรมหลายรนุ่
ผ้ใู หก้ ารฝึกอบรมปรบั ปรงุ ชุดฝกึ อบรมไดโ้ ดยไมต่ อ้ งผลติ ใหม่
2) ระบบการฝกึ อบรมมีมาตรฐานเดียวกนั
3) มาตรฐานการวดั และประเมนิ ผลการฝกึ อบรมเปน็ มาตรฐานเดยี วกัน
4) ส่งเสริมใหเ้ กิดเครอื่ งมือช่วยการฝกึ อบรม
5) ผู้รับการฝึกอบรมมีโอกาสรับประสบการณ์ตรง หรือประสบการณ์ใกล้เคียงจาก
ชดุ ฝกึ อบรมส่อื ประสม
6) ไม่จากัดเวลาและสถานที่ในการฝกึ อบรม
7) เปล่ียนบทบาทผู้ให้การฝึกอบรมจากผู้บรรยายมาเป็นผู้แนะนาเสนอแนะ
การแกป้ ญั หา ในการฝึกอบรมและจัดการฝึกอบรม
8) ประหยัดทรัพยากร เพราะสอื่ ตา่ ง ๆ ส่วนมากจะนามาใช้ไดห้ ลายคร้ัง
9) สง่ เสริมให้ผูใ้ ห้การฝกึ อบรมเปน็ ผ้จู ดั การฝึกอบรมอยา่ งมีระบบ
2.2.5 ประโยชนข์ องชุดฝึกอบรม
ศิริพรรณ สายหงส์ และสมประสงค์ วิทยเกียรติ (2534. อ้างถึงใน ผการัตน์ ภู่กลั่น,
2549) ได้กล่าวถึงประโยชน์ของชดุ ฝกึ อบรมไว้ดังนี้
1) ประโยชน์ตอ่ ผู้ให้การอบรม

(1) ชดุ ฝกึ อบรมจะมีค่มู อื ดาเนนิ กจิ กรรมทุกขน้ั ตอนอานวยความสะดวกใหแ้ ก่
ผู้ให้การอบรม

25

(2) ชุดฝึกอบรมประกอบด้วยสื่อ เอกสารและอุปกรณ์ประกอบการอบรม รวมทั้ง
แหล่งข้อมูลท่ีวิทยากรอาจต้องไปศึกษาเพิ่มเติมทาให้ผู้ให้การอบรมไม่ต้องเสียเวลาในการเตรียม
การฝกึ อบรม

(3) ประหยัดเวลาในการเตรียมการฝึกอบรม เน่ืองจากชุดฝึกอบรมได้เตรียมทุกสิ่ง
ทกุ อย่างดงั กลา่ วข้างต้นสาหรบั ผู้ใหก้ ารอบรมแลว้

(4) มีความมน่ั ใจในการดาเนนิ การฝกึ อบรม เพราะทราบข้ันตอนต่างๆ อย่างชัดเจน
และมอี ุปกรณ์ประกอบการฝึกอบรมไว้อยา่ งพร้อมเพียงแล้ว

2) ประโยชนต์ ่อผู้รบั การอบรม
(1) สร้างแรงจูงใจและความสนใจในการเรียนให้กับผู้รับการอบรม โดยจัดให้มี

กิจกรรมการเรียนทห่ี ลากหลาย มีการเสริมแรงผู้เรียนโดยการเฉลยคาตอบ มีการใช้สื่อการเรียนแบบ
ประสม ทาใหผ้ ้รู บั การอบรมไมเ่ บือ่ หน่วย และต่ืนตัวในการฝกึ อบรมอย่ตู ลอดเวลา

(2) สามารถศกึ ษาด้วยตนเองในเนื้อหาวชิ าทีส่ นใจได้โดยไมจ่ ากัดเวลา สถานที่
(3) สามารถศกึ ษาทบทวนได้ ไม่เหมอื นกับการฟังวิทยุ การดูรายการโทรทศั น์
เมื่อรายการผา่ นไปแลว้ ไม่สามารถยอ้ นกลบั ได้
2.2.6 ประเภทของชดุ ฝึกอบรม
ศิริพรรณ สายหงส์ และสมประสงค์ วิทยเกียรติ (2534) ได้แบ่งประเภทของ
ฝกึ อบรม ออกเปน็ 2 ประเภท คือ
1) ชุดฝึกอบรมเสริมกิจกรรมการฝึกอบรม คือ ชุดฝึกอบรมประเภทหนึ่งที่มี
ความสมบูรณ์ในตัว ท่ีผู้ให้การฝึกอบรมสามารถใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการฝึกอบรมให้เป็นท่ี
น่าสนใจ สนุก ไม่น่าเบื่อ ชุดฝึกอบรมที่เสริมกิจกรรมการฝึกอบรมน้ัน ผู้ให้การฝึกอบรมอาจจะ
จัดกจิ กรรมการฝกึ อบรมได้ 2 ลักษณะ คือ
(1) การใชส้ อ่ื ของชุดฝึกอบรมบางส่วนมาประกอบการบรรยาย หรือประกอบการจัด
กจิ กรรมการฝึกอบรม
(2) ผู้ให้การฝึกอบรมจะจัดกิจกรรมการฝึกอบรม ตามชุดฝึกอบรมทุกข้ันตอน โดย
ผใู้ หก้ ารฝึกอบรมเป็นผู้อานวยความสะดวกหรือผู้ดาเนินการ เช่น ชุดฝึกอบรมท่ีเป็นเอกสารสิ่งพิมพ์
ชุดฝกึ อบรมทเ่ี ปน็ สไลด์/วดี ที ศั นป์ ระกอบเสียง ชุดฝกึ อบรมระยะสั้น เปน็ ต้น
2) ชดุ ฝึกอบรมศึกษาด้วยตนเอง คือ ชุดฝึกอบรมที่จัดทาขึ้นในรูปของส่ือที่สอดคล้อง
กับวัตถุประสงค์ เน้ือหา ทรัพยากรที่มีอยู่ และความสะดวกในการส่งสื่อไปสู่ผู้รับการฝึกอบรมและ
สถานท่ีซ่ึงผู้รับการอบรมจะศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง ชุดฝึกอบรมศึกษาด้วยตนเองอาจจะเป็นชุด
ฝึกอบรมในรูปของสไลด์/วีดที ศั น์ประกอบเสยี ง ชุดฝึกอบรมทางไกล ชุดฝึกอบรมแบบเรียนสาเร็จรูป
ชดุ ฝกึ อบรมโมดูล เป็นต้น

26

นพิ นธ์ ศขุ ปรดี ี (2537) ได้แบง่ ชดุ ฝกึ อบรมเปน็ 3 ประเภท คือ
1) ชุดอุปกรณ์ฝึกอบรม (Training Kits) หมายถึง การจัดระบบส่ือที่จาเป็นในระบบ
การฝึกอบรมให้อยู่ในท่เี ดยี วกันเพ่ือง่ายต่อการแสวงหาและใชส้ ื่อ ชดุ อปุ กรณฝ์ กึ อบรมอาจจะแบ่งเปน็

(1) ชุดอุปกรณ์ฝึกอบรมที่ใช้สื่อส่ิงพิมพ์เป็นหลัก ใช้ในระบบการฝึกอบรมท้ังที่เป็น
การฝกึ อบรมกลุม่ เลก็ กล่มุ ใหญ่ และการฝึกอบรมมวลชน

(2) ชุดอุปกรณ์ฝึกอบรมท่ีใช้ส่ือประสมเป็นหลัก หมายถึง การจัดระบบส่ือท่ีใช้ใน
การฝึกอบรมตั้งแต่สองสื่อหรือมากกว่าสองสื่อขึ้นไป เพ่ือใช้ในการฝึกอบรมกลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่ และ
การฝกึ อบรมมวลชน

2) ชุดฝกึ อบรม (Training Packages) หมายถงึ การจัดระบบฝึกอบรมทส่ี มบูรณ์ที่ผู้รับ
การฝกึ อบรมสามารถเรียนรไู้ ดด้ ว้ ยตนเอง หรือชุดฝกึ อบรมทีผ่ ้ใู ห้การฝึกอบรมเป็นผู้ใช้ในการบรรยาย
หรือจัดกิจกรรมการฝึกอบรม ในชุดฝึกอบรมจะประกอบด้วยคู่มือการใช้ชุดฝึกอบรม แบบทดสอบ
ก่อนเรียนหลังเรียน ส่ือที่ใช้ในกิจกรรมการฝึกอบรมท้ังหมดท่ีจาเป็นต้องใช้ในระบบการฝึกอบรม
ท้ังส่ือท่ีผู้ใหก้ ารฝกึ อบรมใช้บรรยาย สาธติ และส่อื ท่ีผู้รับการฝึกอบรมใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมเพื่อให้
เกดิ ความรู้ ชดุ ฝกึ อบรมใช้ไดใ้ นการฝกึ อบรมกลุ่มเลก็ กลมุ่ ใหญ่ และการฝึกอบรมมวลชน ท้ังในระบบ
การฝกึ อบรมแบบเผชิญหนา้ ระบบการฝึกอบรมทางไกลและระบบการฝึกอบรมแบบความร่วมมือ ชุด
ฝกึ อบรมที่ใชใ้ นปจั จุบนั น้ีมที ้ังชุดฝกึ อบรมท่ใี ชส้ อ่ื สิง่ พิมพ์เป็นส่ือหลัก เรียกว่า “ชุดเอกสารฝึกอบรม”
และชุดฝึกอบรมท่ใี ช้ส่อื ประสมเปน็ ส่ือหลัก เรียกว่า “ชุดฝึกอบรม” วิธีการฝึกอบรมของชุดฝึกอบรม
จะใช้ทฤษฎีการรับสารของ บี เอฟ สกินเนอร์ (B.F. Skinner) ตามทฤษฎีบทเรียนโปรแกรม คือให้
ผู้รับการฝึกอบรมได้เรียนรู้ทีละน้อยเป็นข้ันตอน ด้วยการเรียนรู้ท่ีใกล้เคียงกับประสบการณ์ตรง มี
โอกาสไดล้ งมอื ทาหรอื คดิ ด้วยตนเอง

3) โมดุลฝึกอบรม (Module Training) หมายถึง การจัดกระบวนการฝึกอบรมที่
จัดเป็นชุดฝึกอบรม (Training Packages) หลายชุดต่อเนื่องกัน โมดุลฝึกอบรมมีท้ังที่เป็นโมดูล
ฝกึ อบรมสิ่งพิมพเ์ ปน็ หลกั และโมดลุ ฝกึ อบรมส่ือประสมเปน็ หลกั ไดแ้ ก่

(1) โมดุลฝึกอบรมส่ิงพิมพ์เป็นหลัก มีลักษณะเป็นเอกสารฝึกอบรมบทเรียน
โปรแกรมหลายเล่มต่อเน่ืองกัน และเอกสารแต่ละเล่มจะมีคาแนะนาการใช้เอกสารฝึกอบรมรวมถึง
กจิ กรรมท่ใี หป้ ฏิบตั ิ การวดั ผลดว้ ยตนเองและการวดั ผลโดยผู้จัดระบบการฝึกอบรม

(2) โมดุลฝึกอบรมส่ือประสมเป็นหลัก เป็นชุดฝึกอบรมสื่อประสมหลายชุด
ต่อเน่ืองกัน ตามท่ีผู้ออกแบบโมดุลฝึกอบรมและผู้จัดฝึกอบรมได้ออกแบบและจัดระบบไว้ ปัจจุบัน
โมดลุ ฝึกอบรมสามารถจัดสถานการณจ์ าลองของการฝึกอบรมโดยอาศยั คอมพิวเตอร์

ศริ ิพรรณ สายหงส์ และสมประสงค์ วทิ ยเกียรติ (2534. อา้ งถึงใน ผการตั น์ ภูก่ ลัน่ ,

27

2549) สรุปว่า ชุดฝึกอบรมแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ชุดฝึกอบรมเสริมกิจกรรม
การฝกึ อบรม และชุดฝึกอบรมศกึ ษาดว้ ยตนเอง

1) ชุดฝึกอบรมเสริมกิจกรรมการอบรม ชุดฝึกอบรมท่ีเสริมกิจกรรมการฝึกอบรมน้ัน
ผู้ให้การฝึกอบรมอาจจะจัดกิจกรรมการฝึกอบรมได้ในสองลักษณะ คือ การใช้ส่ือของชุดฝึกอบรม
บางส่วนมาประกอบการบรรยายหรือประกอบกิจกรรมการฝึกอบรม และอีกประการหน่ึงคือผู้ให้
การฝึกอบรมจะจัดกิจกรรมฝึกอบรมตามชุดฝึกอบรมนั้น โดยมีผู้ให้การฝึกอบรมเป็นผู้อานวยความ
สะดวก (Facilitator) หรือผู้ดาเนนิ การ (Organizer) มิใช่เปน็ เพยี งผูบ้ รรยายเท่านัน้

2) ชุดฝึกอบรมด้วยตนเอง เป็นชุดฝึกอบรมที่ผู้อบรมสามารถท่ีจะเรียนรู้ด้วยตนเอง
และช่วยในการฝึกอบรมให้แก่คนจานวนมาก ๆ ได้ เพราะในการฝึกอบรมแต่ละครั้งจาเป็นต้องใช้
ทรพั ยากรในการจัดทงั้ บคุ ลากร งบประมาณและวสั ดอุ ปุ กรณ์ตา่ งๆ ทาใหก้ ารฝึกอบรมทาได้น้อยคร้ัง

จานวนผู้รับการฝึกอบรมไม่ได้มาก ชุดฝึกอบรมประเภทนี้จะจัดทาขึ้นในรูปของส่ือ
ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เน้ือหาความรู้กาลังทรัพยากรที่มีอยู่ และความสะดวกในการส่งส่ือไปสู่
ผู้รับการฝึกอบรมและสถานที่ซึ่งผู้รับการอบรมจะศึกษาหาความรู้ ชุดฝึกอบรมศึกษาด้วยตนเอง
อาจจะเป็นชุดฝึกอบรมรูปของสไลด์ประกอบเสียง ชุดฝึกอบรม วีดีทัศน์ เทปเสียง ชุดฝึกอบรม
แบบเรียนสาเร็จรปู ชดุ ฝกึ อบรมโมดูล

2.2.7 องคป์ ระกอบของชุดฝกึ อบรม
องค์ประกอบของชดุ ฝึกอบรมนั้นมีหลายรปู แบบ ซึ่งนักการศึกษาได้สรุปองค์ประกอบ

ของชุดฝึกอบรมไว้ดังนี้
ศริ ิพรรณ สายหงส์ และสมประสงค์ วิทยเกยี รติ (2534) กลา่ วว่า ชดุ ฝกึ อบรมระยะส้ัน

(Minicourse) จะประกอบด้วยสว่ นสาคญั คอื
1) คาแนะนาชดุ ฝกึ อบรม จะบอกถึงหลกั การและเหตผุ ล เปูาหมาย วตั ถปุ ระสงค์ และ

ตารางการฝึกอบรม
2) รายละเอยี ดของกิจกรรม เนื้อหาการฝกึ อบรมของชุดฝึกอบรมระยะสน้ั จะแบ่งเป็น

ตอน ๆ แต่ละตอนจะมกี จิ กรรมท่ใี หผ้ ้เู ข้ารับการฝึกอบรมปฏิบัติตาม และในแต่ละกิจกรรมจะบอกถึง
กระบวนการเรยี นการสอน สื่อ และกาหนดระยะเวลา

3) การประเมนิ ตนเอง เปน็ การประเมินตนเองของผู้เขา้ รบั การฝกึ อบรมว่ามี
ความกา้ วหน้ามากน้อยเพยี งใด

เสน่ห์ จยุ้ โต (2536) ไดก้ ลา่ วว่าชดุ การฝกึ อบรม (Training Package) จะประกอบด้วย
เอกสารการฝึกอบรม กจิ กรรม และวิธีการ ส่อื การฝึกอบรม การประเมนิ และคู่มือวิทยากร คือ

1) เอกสารการฝึกอบรม เปน็ ส่วนหนงึ่ ของชดุ ฝึกอบรมทก่ี าหนดเนื้อหาสาระเอาไว้
เอกสารการฝึกอบรมกาหนดรูปแบบไวแ้ ตกต่างกันกล่าวคือ

28

รปู แบบที่ 1 ยึดติดกับหัวเร่ืองหรือหัวข้อฝึกอบรมเป็นสาคัญ ถ้าเน้ือหามี 10 หัวข้อ
เอกสารการฝึกอบรมกจ็ ะบรรจเุ นื้อหาสาระไว้ทง้ั 10 หัวข้อ

รูปแบบท่ี 2 ยึดเน้ือหาสาระที่ผู้รับการอบรมควรจะศึกษาทาความเข้าใจ วิทยากร
และทมี งานจะต้องวิเคราะห์ให้ได้แน่ชัดว่าควรมีมากน้อยเพียงใดเอกสารการฝึกอบรมจึงเป็นเสมือน
ขอบเขตเนื้อหาสาระและองค์ความรู้ ท่ีผู้รับการอบรมจะใช้ประกอบการอบรม และสามารถนามา
ทบทวนและใช้ประโยชน์ไดห้ ลงั จากการฝกึ อบรมแล้ว

2) กิจกรรม วิธีการ ส่ือและการประเมิน เป็นส่วนหน่ึงของชุดฝึกอบรม ซึ่งมีการ
กาหนดขนั้ ตอนการฝกึ อบรมในแตล่ ะหัวขอ้ ตง้ั แต่ตน้ จนจบ มกี ารจาแนกเนื้อหาสาระจากแนวคิดใหญ่
มาเป็นแนวคิดย่อยในลกั ษณะของผังแนวคิด (Concept mapping) ประกอบด้วย การกาหนดเนื้อหา
สาระ วัตถุประสงค์ วิธีการ ส่ือ เวลา และการประเมินผล สาหรับสื่อการฝึกอบรมนั้นมีหลายชนิด
วิทยากรจะต้องพิจารณาเลือกให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ เน้ือหา ระยะเวลาและความพร้อมของ
วทิ ยากร เป็นปัจจัยสาคัญ

3) คมู่ อื วิทยากร หมายถงึ ชุดสาเร็จรปู หรือขอ้ แนะนาสาหรับวทิ ยากรจะเป็นเครื่องมือ
ของวิทยากรที่จะฝึกอบรม คู่มือวิทยากรประกอบด้วยหัวข้อการอบรม ระยะเวลาการอบรม ผู้รับ
การอบรมเนื้อหาการอบรม วิธีการฝึกอบรม สื่อประกอบการฝึกอบรม อุปกรณ์ในการฝึกอบรม
แนวทางการปฏบิ ัติของวทิ ยากร แผนการฝึกอบรม และการประเมนิ ผลการฝกึ อบรม

นิพนธ์ ศุขปรดี ี (2537) กล่าวว่าองค์ประกอบของชุดฝกึ อบรมคือ
1) คู่มือการฝึกอบรม ในชุดฝึกอบรมจะต้องมีคู่มือการใช้ชุดฝึกอบรมเป็นคู่มือ
การแนะนาให้ ผู้ฝึกอบรมปฏิบัติ ศึกษาข้ันตอนของการวางแผนการฝึกอบรม วัตถุประสงค์
การฝึกอบรม การเตรยี มการทั้งดา้ นบุคลากร วสั ดอุ ุปกรณ์ และวธิ กี ารฝึกอบรม
2) สื่อในชดุ ฝึกอบรม เปน็ องค์ประกอบสาคญั ของชดุ ฝกึ อบรม เป็นเครื่องมือท่ีจะทาให้
ผู้รบั การฝกึ อบรมไดป้ ระสบการณ์ และทาใหก้ ารฝึกอบรมมคี วามเป็นรูปธรรม
3) กิจกรรมในชดุ ฝึกอบรม เปน็ องคป์ ระกอบของชดุ ฝกึ อบรมทจ่ี ัดเตรียมสอ่ื และวิธีการ
ของการจัดฝึกอบรมไว้อย่างพร้อมมูล เพื่อให้ผู้ฝึกอบรมดาเนินกิจกรรมการฝึกอบรมให้บรรลุตาม
วตั ถุประสงค์ของการจดั การฝึกอบรม
4) การประเมินในชุดฝึกอบรม องค์ประกอบการประเมินมี 2 ลักษณะ คือ
การประเมิน ผู้รับการฝึกอบรมและการประเมินชุดฝึกอบรม เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรม
ไมว่ า่ จะเปน็ การประเมินผลสมั ฤทธข์ิ องผูร้ บั การฝกึ อบรม และการประเมินประสิทธิภาพชุดฝึกอบรม
จะต้องมวี ธิ กี ารประเมนิ และเคร่อื งการประเมิน
เอมอร รสเครือ (2545) สรุปได้ว่าองค์ประกอบชุดฝึกอบรมควรประกอบด้วย คู่มือ
การใชช้ ุดฝกึ อบรม ส่อื ในชุดฝกึ อบรม กจิ กรรมในชุดฝกึ อบรมและการประเมินการใช้ชุดฝกึ อบรม

29

ระพินทร์ โพธิ์ศรี (2549) สรุปว่าชดุ ฝกึ อบรมทม่ี ีระบบและสมบรู ณ์ในตัวเอง มีลักษณะ
สาคัญและองคป์ ระกอบดงั น้ี

1) มวี ตั ถุประสงค์ปลายทางที่ชัดเจน ที่ระบุเน้ือหาความรู้และระดับทักษะการเรียนรู้
ที่ชัดเจน น่ันคือจะต้องมีวัตถุประสงค์ประจาชุดฝึกอบรมที่ระบุชัดเจนว่าเม่ือผ่านการฝึกอบรมแล้ว
ผเู้ ขา้ รับการฝกึ อบรมควรทาอะไรไดใ้ นระดับใด

2) ระบกุ ล่มุ เปูาหมายชัดเจนว่า ชดุ ฝกึ อบรมดงั กลา่ วสร้างขึ้นเพอ่ื ใคร
3) มีองค์ประกอบของวตั ถุประสงคท์ เ่ี ปน็ ระบบ เป็นเหตแุ ละผลเชื่อมโยงกนั ระหว่าง
วตั ถปุ ระสงคป์ ระจาชุด วตั ถุประสงคส์ าหรบั หน่วยและวัตถปุ ระสงค์ยอ่ ย
4) มีคาช้ีแจง เนื้อหา กิจกรรมการเรียนรู้ และการประเมินผลท่ีสอดคล้องกับ
วัตถปุ ระสงค์แต่ละระดบั
5) มีคูม่ อื อธิบายวิธีการ เง่อื นไขการใช้ชุด การเฉลย ข้อคาถามทง้ั หมดในกจิ กรรม
การประเมนิ ผล
มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธิราช (2537) กล่าวถงึ องคป์ ระกอบของชุดฝกึ อบรมวา่
ประกอบด้วย
1) คมู่ อื การฝึกอบรม เป็นคู่มอื แนะนาการปฏิบัติแก่ผูใ้ ห้การฝกึ อบรม เพอื่ ให้สามารถ
ศึกษาข้ันตอนการฝึกอบรม วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม การเตรียมการทั้งด้านบุคลากร วัสดุ
อุปกรณ์ และวธิ ีการฝกึ อบรม
2) สอื่ ในการฝกึ อบรม เป็นองค์ประกอบท่ีสาคัญของชดุ ฝกึ อบรม เป็นเคร่อื งมือที่จะทา
ใหผ้ ู้เขา้ รบั การฝกึ อบรมไดร้ ับประสบการณ์ใกล้เคยี งกัน และทาใหก้ ารฝกึ อบรมมีความเปน็ รูปธรรม
3) กิจกรรมในชุดฝึกอบรม เป็นองค์ประกอบของชุดฝึกอบรมที่ได้จัดเตรียมส่ือและ
วิธีการจัดฝึกอบรมไว้อย่างพร้อมมูล เพื่อให้ผู้ให้การฝึกอบรมดาเนินกิจกรรมการฝึกอบรมให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ของการฝกึ อบรมนัน้
4) การประเมินผลการฝึกอบรม องค์ประกอบในชุดฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับ
การประเมนิ มี 2 ลักษณะ คือ การประเมนิ ผ้เู ขา้ รบั การฝึกอบรมและการประเมินชุดฝึกอบรม เพ่ีอหา
ประสิทธิผลของชุดฝึกอบรม ไม่ว่าจะเป็นการประเมินผลสัมฤทธ์ิของผู้เข้ารับการฝึกอบรม และ
การประเมนิ ประสิทธิภาพชุดฝกึ อบรม ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั สเุ ทพ หุ่นสวสั ดิ์ (2540) กล่าวว่า ชุดฝึกอบรม
โดยท่ัวไปประกอบด้วย
1) วัตถุประสงค์การฝึกอบรม ซ่ึงเป็นส่วนของรายละเอียดที่ระบุว่า เม่ือผู้เข้ารับ
การฝึกอบรมผ่านการฝึกอบรมแล้ว ควรมีพฤติกรรมเช่นใด ซึ่งพฤติกรรมที่พึงประสงค์นี้เป็นผลจาก
การเรียนรู้ในชุดฝึกอบรม ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมควรระบุในลักษณะของวัตถุประสงค์
เชงิ พฤติกรรม คือ สามารถวัดได้ สังเกตได้

30

2) เน้ือหาของการฝึกอบรม เป็นเร่ืองราวหรือกิจกรรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้อง
กระทา เพือ่ ให้เกิดการเรยี นรู้

3) วธิ ีการฝึกอบรม หมายถึง วิธีการท่ีใช้ในการฝึกอบรม เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
เกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงคท์ ่เี กิดขนึ้

4) สื่อและอุปกรณ์ทใี่ ชใ้ นการฝึกอบรม หมายถงึ สอื่ และอุปกรณก์ ารเรยี นการสอนที่ใช้
ในการฝกึ อบรม เชน่ วดี ที ัศน์ สไลด์ คูม่ ือ ใบงาน แบบฝกึ เอกสารท่เี ก่ยี วข้อง เป็นต้น

5) การประเมินผลการฝึกอบรม หมายถึง การวัดผลสัมฤทธ์ิในการฝึกอบรมว่าเป็นไป
ตามวัตถุประสงค์มากน้อยเพียงใด เป็นไปตามเกณฑ์ท่ีตั้งไว้หรือไม่ ซึ่งสามารถวัดได้หลายวิธี เช่น
การสงั เกต การสัมภาษณ์ การทดสอบ

นันทวัฒน์ ภทั รกรนนั ท์ (2555) สรปุ วา่ ชุดฝกึ อบรมประกอบดว้ ย
1) คูม่ ือการฝึกอบรม ซึ่งจัดทาขึ้นเพ่ือเป็นคู่มือแนะนาการปฏิบัติแก่ผู้ให้การฝึกอบรม
เพือ่ ใหส้ ามารถศกึ ษาข้ันตอนการฝึกอบรม ภายในคู่มอื การฝกึ อบรมจะประกอบดว้ ย

(1) ส่วนนา ประกอบดว้ ย วัตถปุ ระสงค์ของการฝึกอบรม แนวปฏบิ ัตใิ นการใช้
ชดุ ฝกึ อบรมและตารางกาหนดการฝึกอบรม

(2) แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูใ้ นแตล่ ะหวั ขอ้ ตลอดการฝกึ อบรม โดยใช้
กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณ์

(3) ส่วนประเมินผล ประกอบด้วย คาช้ีแจง วิธีการประเมินผลการฝึกอบรมและ
การประเมินชดุ ฝึกอบรม และตวั อย่างเครื่องมอื การประเมนิ ผลการฝึกอบรมพร้อมการเฉลย

2) สื่อประกอบการอบรม
3) เครอ่ื งมือประเมนิ ผลการฝกึ อบรม ประกอบดว้ ย แบบวัดจิตสาธารณะสาหรับอาสา
ยุวกาชาด แบบทดสอบความรู้ แบบประเมินทักษะ และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการใช้
ชดุ ฝึกอบรม
วิชัย วงศ์ใหญ่ (2527 อ้างถึงในผการัตน์ ภู่กลั่น, 2549) ได้สรุปองค์ประกอบของ
ชุดฝกึ อบรมวา่ ประกอบดว้ ย
1) แนวคิดสาคญั /หลกั การและเหตุผล
2) จดุ ประสงค์
3) การประเมินผลเบื้องตน้
4) กิจกรรมการเรยี น/สอื่
5) การประเมินผลหลังศกึ ษาดว้ ยชุดฝึกอบรม
ซึ่งอธิบายรายละเอียดโดยสรุปขององค์ประกอบของชุดฝึกอบรม หรือชุดการเรียนรู้
ด้วยตนเองแตล่ ะหวั ข้อดงั น้ี

31

1) แนวคิดสาคัญ/หลักการและเหตุผล จะอธิบายความเป็นมาเกี่ยวกับสมติฐาน
ความเชือ่ โครงการสร้างและรปู แบบของชดุ ฝกึ อบรมหรอื ชดุ การเรยี น ระบผุ ู้เรียนควรมีความรูพ้ ้ืนฐาน
ที่จะทาอะไรบ้าง แนวคิดสาคัญที่จะเกิดกับผู้เรียนภายหลังการศึกษา กระบวนการทาหรือ
การแสวงหาความรู้ ส่ิงเหลา่ นีจ้ ะสะท้อนออกมาในรูปของภาพรวม ให้ผู้เรียนเห็นได้อย่างเด่นชัดเป็น
อนั ดับแรก

2) จุดประสงค์การเรียน จะเป็นสิ่งกาหนดทิศทางในการเรียนในเร่ืองน้ีว่ามีความ
คาดหวังจะให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถในเรื่อง จุดประสงค์ของการเรียนจะมีความชัดเจนและ
ชแ้ี จงไปสูก่ ารออกแบบกจิ กรรม การเสนอเน้ือหา และการประเมินผล

3) การประเมินผลเบื้องต้น จุดประสงค์ของการประเมินผลเบ้ืองต้นของชุดฝึกอบรม
หรือ ชดุ การเรียนร้ดู ้วยตนเองมี 2 ลักษณะกบั การออกแบบคือ

(1) ความต้องการจะตรวจสอบความรู้ของผู้เรียนว่ามีความรู้พ้ืนฐานในเร่ืองที่
จะเรียน และความพร้อมมากน้อยเพียงใด การทดสอบจะกระทาเฉพาะความรู้พื้นฐานเท่านั้น จะไม่
วดั สาระความรทู้ มี่ อี ยู่ในชุดฝกึ อบรมหรือชุดการเรยี น

(2) ต้องการวดั ความรู้ ความสามารถของผูเ้ รยี นเกี่ยวกบั สาระความรูใ้ นชุดการเรียน
น้ีว่ามีความรู้ในระดับเกณฑ์ท่ีกาหนดไว้มากน้อยเพียงใด และผู้ท่ีมีความรู้ในระดับเกณฑ์เป็นการ
ส่งเสรมิ ความสามารถการเรียนของแต่ละบุคคล การประเมินผลเบื้องต้นนี้จาเป็นจะต้องมีหรือไม่น้ัน
ขึน้ อยกู่ ับการออกแบบชดุ ฝึกอบรมหรอื ชดุ การเรียนและธรรมชาตขิ องแต่ละวชิ า

4) กจิ กรรมการเรียน/ส่ือ การออกแบบกจิ กรรมการเรียนหรอื ฝกึ อบรม จะตอ้ งยึด
จุดประสงคห์ ลัก กิจกรรมท่นี าเสนอน้นั ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ เอกสาร โสตทัศน์ และวัสดุอ่ืน ๆ จะต้อง
พึงระลึกไว้เสมอว่าต้องเป็นส่ือที่ผู้เรียนสนใจ กิจกรรมจะต้องระบุให้ชัดเจน ผู้เรียนจะต้องกระทา
โดยตรง เชน่ เทปหรือวีดที ัศน์ เปน็ ต้น

5) การประเมินผลหลังเรียน เป็นแบบทดสอบฉบับเดียวกันแบบประเมินผลเบื้องต้น
กไ็ ด้ ท้ังน้ขี นึ้ อยกู่ บั วตั ถุประสงค์ของการออกแบบการเรยี นหรอื ชุดฝกึ อบรม

2.2.8 กระบวนการผลติ ชุดฝกึ อบรม
ศิรพิ รรณ สายหงส์ และสมประสงค์ วิทยเกียรติ (2534) ได้กาหนดกระบวนการผลิต

ชุดฝกึ อบรมไวด้ งั น้ี
1) การกาหนดวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์เป็นหัวข้อท่ีสาคัญมาก เพราะจะเป็น

ตวั กาหนด ของเน้อื หา กจิ กรรม สื่อ และการประเมิน วัตถุประสงค์จะมาจากพฤติกรรมท่ีต้องการให้
ผูเ้ ขา้ รบั การฝกึ อบรมเกดิ มีข้ึน ดงั น้นั ในการฝกึ อบรมจงึ จาเปน็ ตอ้ งกาหนดวัตถุประสงคใ์ ห้ชดั เจน

32

2) การกาหนดเน้ือหา เน้ือหาที่กาหนดข้ึนจะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ต้ังไว้
เพราะ เนอื้ หาจะเปน็ ขอบเขตในการจดั ทากิจกรรมและจดั ทาสื่อให้กับผู้ผลิตชุดฝึกอบรม หากกาหนด
เนอื้ หาไดล้ ะเอียดและชดั เจนจะช่วยทาให้การผลิตชดุ ฝกึ อบรมชัดเจนยิ่งขึ้น

3) การกาหนดสือ่ เม่ือตดั สนิ ใจวา่ จะใช้ชุดฝกึ อบรมในการจดั กิจกรรมฝึกอบรม ผผู้ ลิต
ชดุ ฝกึ อบรมจะต้องตดั สนิ ใจให้ได้ว่าต้องการจะใช้สอ่ื ประเภทใด โดยคานงึ ถึงสง่ิ ตอ่ ไปนี้

(1) วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม ส่ือท่ีเลือกมาจะต้องช่วยให้เกิดมรรคผล ตาม
วัตถุประสงค์ที่ต้ังไว้ เช่น วัตถุประสงค์ในการฝึกอบรมมุ่งให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถ
จัดประชุมสัมมนาได้ สื่อที่เลือกมาใช้ในชุดฝึกอบรมก็ควรจะเป็นเอกสารสิ่งพิมพ์แนะนา
การประชมุ สัมมนา เป็นตน้

(2) ผู้เข้ารับการฝึกอบรม สื่อที่ใช้ในการฝึกอบรม จะต้องเหมาะสมกับผู้เข้ารับ
การฝึกอบรมหรือผู้ใช้ชุดฝึกอบรมนั้นเป็นประการสาคัญ เช่น ส่ือสาหรับผู้ปกครองนักเรียนปฐมวัย
ในชนบท หากเป็นส่ือส่ิงพิมพ์ท่ีมีแต่ตัวหนังสือไม่มีภาพประกอบเลยก็คงจะไม่เหมาะสม เพราะ
ผู้ปกครองในชนบทจะมีบางส่วนที่อ่านหนังสือไม่เก่งนัก ดังนั้นส่ือจึงควรจะเน้นที่รูปภาพมากกว่า
ตวั หนังสอื

(3) สภาพแวดล้อม ส่ือท่จี ะนามาใชก้ ับชุดฝึกอบรม ควรคานงึ ถงึ สภาพแวดลอ้ มของ
สงั คมที่จะนาส่ือไปใช้ ท้ังสภาพกายภาพและสภาพทางสังคม เช่น ในท้องถิ่นที่ไม่มีไฟฟูาใช้ ก็ไม่ควร
ผลิตส่อื ท่ตี ้องใช้กับไฟฟาู หรือในท้องถิน่ ทเี่ คร่งครัดเร่อื งศาสนา ผผู้ ลติ สื่อจะต้องระมัดระวงั ไม่ให้สื่อไป
ก่อใหเ้ กิดภาวการณข์ ัดแยง้ ซึ่งจะสง่ ผลกระทบตอ่ การฝึกอบรมได้

(4) ความเป็นไปได้ ในการเลือกสื่อชุดฝึกอบรม ควรคานึงถึงความเป็นไปได้ของ
การนาสือ่ นัน้ มาใช้ ท้งั ในเรื่องงบประมาณ เวลา และผู้ชานาญการทจี่ ะมาช่วยผลิต

4) การกาหนดผผู้ ลิตชดุ ฝึกอบรม ชุดฝึกอบรมอาจประกอบไปดว้ ยสื่อประเภทตา่ ง ๆ
ผู้รับผิดชอบควรเชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่ชานาญการส่ือในแต่ละประเภทมาช่วยกันผลิต โดยผู้รับผิดชอบ
จะต้องประชมุ ชแ้ี จงหรือประชมุ ปฏิบัติการกอ่ นเพื่อความเข้าใจทีต่ รงกัน

5) การดาเนินการผลิต การดาเนินการผลิตจะเป็นขั้นตอนที่สาคัญท่ีสุด ของ
กระบวนการ ผลิตชุดฝึกอบรม เพราะเมื่อดาเนินการผลิตเสร็จเรียบร้อยในข้ันต้นแล้วจะต้องมี
การประชุมแลกเปล่ียนประสบการณ์ผลงานกันเอง เพ่ือเป็นการพัฒนาชุดฝึกอบรมให้มีคุณภาพดี
รวมทง้ั การปรับปรงุ แก้ไขโดยคณะบรรณาธิการกจิ อีกหลายคร้งั

6) การทดสอบคุณภาพชุดฝึกอบรม ชุดฝึกอบรมท่ีผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมี
การทดสอบหรือทดลองเพ่ือหาประสิทธิภาพตามกระบวนการก่อน เช่น ทดลองกับตัวแทน
กลุ่มตัวอย่าง 1 คน และตัวแทนกลุ่มย่อยก่อนท่ีใช้จริง หากผลปรากฏว่าชุดฝึกอบรมท่ีทดลองใช้
ได้ผลดีตามวตั ถปุ ระสงค์ท่ตี ัง้ ไวก้ จ็ ะทาใหเ้ กดิ ความมั่นใจในการนาไปใชต้ อ่ ไป

33

7) การปรับปรุงชุดฝึกอบรม ชดุ ฝึกอบรมที่ผ่านการทดสอบหรอื ทดลองแลว้ ถ้ามขี อ้ มลู
บ่งบอกถึงข้อบกพร่องในเรื่องใดก็ตาม ผู้ผลิตจะต้องรีบปรับปรุงแก้ไขให้เสร็จเรียบร้อยก่อนท่ีจะ
นาไปใชจ้ ริง

นพิ นธ์ ศุขปรดี ี (2537) ไดส้ รปุ ขัน้ ตอนของการผลติ ชดุ ฝกึ อบรมไวด้ งั นี้
1) วัตถุประสงค์และเนื้อหาชุดฝึกอบรม ควรต้ังวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมให้ชัดเจน
เพื่อให้ผูเ้ ขา้ ฝึกอบรมได้ทราบว่าเม่ือเสร็จสิ้นการฝึกอบรมแล้วจะมีพฤติกรรมเปล่ียนแปลงไปอย่างไร
สว่ นเนือ้ หาการฝกึ อบรมน้นั จะตอ้ งสอดคลอ้ งกบั จดุ มุ่งหมายเชงิ พฤตกิ รรมที่กาหนดไว้
2) การประเมนิ กอ่ นรับการฝึกอบรม กอ่ นที่ผู้รับการฝึกอบรมจะร่วมการฝกึ อบรม ผู้ให้
การฝึกอบรมจะตอ้ งกาหนดคณุ สมบตั ทิ างด้านความรู้และทกั ษะ ซง่ึ เปน็ ประสบการณ์เดิมของผู้เข้ารับ
การฝึกอบรมไว้ก่อน ดังน้ันจึงควรดาเนินการประเมินก่อนรับการฝึกอบรมโดยการสอบข้อเขียน
สมั ภาษณ์ สอบปฏบิ ตั ิการ ตอบแบบสอบถาม ฯลฯ เพอ่ื นาข้อมลู มาเทยี บกับเกณฑ์ท่ีกาหนดไว้
3) พิจารณาออกแบบยุทธศาสตร์ชดุ ฝึกอบรม เพอ่ื แสวงหารปู แบบการฝึกอบรมให้
บรรลุเปูาหมายในการพิจารณาออกแบบชุดฝึกอบรมอาจใช้ยุทธศาสตร์หลาย ๆ รูปแบบใน
การฝึกอบรมครั้งเดียวกันได้ เช่น มีการบรรยายประกอบส่ือ การรายงานกลุ่ม และการสัมภาษณ์
บคุ ลากร ยทุ ธศาสตร์การฝกึ อบรม รวมไปถงึ เร่ืองการแบง่ กลมุ่ ผรู้ ับการฝึกอบรม การจัดแบ่งเวลาของ
การฝกึ อบรม การจดั สถานที่ และการเลอื กสือ่ การฝกึ อบรมดว้ ย
4) การประเมินพฤติกรรมหลังจากการใช้ชุดฝึกอบรม เป็นการประเมินผล
การฝึกอบรมท้ัง ผู้รับการฝึกอบรม ผู้จัดการฝึกอบรมและวิธีการฝึกอบรมเพ่ือพิจารณาว่าการจัด
การฝกึ อบรมบรรลเุ ปูาหมายท่กี าหนดไวเ้ พยี งใด
5) การวเิ คราะหข์ ้อมลู ยอ้ นกลบั เป็นการนาผลการฝกึ อบรมมาวิเคราะห์ เพื่อหา
แนวทางปรบั ปรุงระบบการฝึกอบรมให้มปี ระสทิ ธิภาพสงู ข้ึน และใช้ทรัพยากรประหยดั ขึน้
ชัยยงค์ พรหมวงศ์ และคณะ (2523) ได้อธิบายข้ันตอนการผลิตส่ือของชุดฝึกอบรม
รวมทั้งสน้ิ 9 ข้นั ตอนดังน้ี
1) วิเคราะห์เน้ือหาและหนว่ ยการสอน
กลุ่มผลิตชุดวิชานาหลักสูตรประจาชุดวิชาที่จะผลิตเป็นชุดการสอนมาวิเคราะห์และ
ทบทวนเนื้อหาตามที่ปรากฏในคาอธิบายรายชุดวิชาและหน่วยการสอนทั้ง 15 หน่วย หากมีเน้ือหา
หรือหน่วยการสอนใดท่ีไม่สมบูรณ์หรือไม่เหมาะสมก็ขออนุมัติคณะกรรมการประจาสาขาวิชาและ
สภาวชิ าการเพ่ิมเตมิ เปล่ียนแปลงแก้ไขใหเ้ หมาะสมและสมบูรณ์
2) กาหนดหนว่ ยการสอน
กลุ่มผลิตชุดวิชากาหนดรายละเอียดของแต่ละหน่วย โดยคานึงถึงมโนทัศน์ ระดับ
ของผเู้ รยี นและเวลาทีค่ าดหมายจากผ้เู รยี น

34

3) เขียนแผนการสอนประจาหน่วย
เม่ือได้กาหนดหนว่ ยการสอนทั้ง 15 หน่วยแล้ว กลุ่มผลิตวิชาจะต้องวางแผนการสอน
ประจาหน่วยที่ 1 ถึง 15 โดยให้แผนการสอนครอบคลมุ สาระสาคัญ 6 ขน้ั ดังน้ี
(1) กาหนดหัวเรอ่ื ง เป็นการแบ่งมโนทัศน์ของหน่วย ออกเป็นมโนทัศน์ย่อย ให้แต่ละ
มโนทัศน์ยอ่ ยเปน็ หัวเรื่องและเรียกว่า “ตอน” ในแผนการสอน
(2) กาหนดมโนทัศน์ เปน็ การเขียนขอ้ ความแสดงมโนทศั นท์ ีส่ อดคล้องกับหัวเร่ือง โดย
หน่ึงตอนต้องมขี อ้ ความแสดงมโนทศั นอ์ ยา่ งนอ้ ย 1 ข้อความ
(3) กาหนดวัตถปุ ระสงค์ เปน็ การตั้งวัตถปุ ระสงคเ์ ฉพาะในรปู ของพฤติกรรมท่ีคาดหวัง
ให้มีการเปลี่ยนแปลงในตัวนักศึกษา โดยให้มีวัตถุประสงค์อย่างน้อย 1 ข้อต่อ 1 มโนทัศน์ และให้
ครอบคลุมพฤติกรรมท้ัง 3 ประเภท คือ พุทธิพิสัย เจตนพิสัยและทักษะพิสัย วัตถุประสงค์แต่ละข้อ
จะต้องประกอบด้วยพฤติกรรม เงื่อนไข และเกณฑ์ วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมท่ีดีควรสร้างภาพให้
ผู้ใช้แผนการสอนได้เด่นชัด เกี่ยวกับพฤติกรรมของครูก่อนและระหว่างการสอนพฤติกรรมของ
นักเรียนระหวา่ งการเรยี น และแนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี น
(4) การวิเคราะห์ภารกิจและกาหนดกิจกรรมการเรียน เป็นการวิเคราะห์งานหรือ
พฤติกรรมของผู้เรียนเก่ียวกับเรื่องท่ีเรียน โดยวิเคราะห์เป็นพฤติกรรมเดิม พฤติกรรมต่อเนื่องและ
พฤติกรรมขั้นสุดท้าย แล้วกาหนดเป็นกิจกรรมการเรียนให้สอดคล้องกับภารกิจท่ีวิเคราะห์ไว้แล้ว
รวมท้งั จะตอ้ งสอดคลอ้ งกับวัตถปุ ระสงคด์ ้วย
(5) กาหนดสื่อการศึกษา เป็นการกาหนดวัสดุและอุปกรณ์ที่นักศึกษาจาเป็นต้องใช้
ในระหว่างศึกษาเน้ือหาสาระของหน่วย โดยพิจารณาประเภทของส่ือจากิจกรรมที่กาหนดไว้ เช่น
คู่มือชุดวิชาและแบบฝึกปฏิบัติ ตาราเรียน หนังสือหรือเอกสารประกอบ รายการวิทยุ/โทรทัศน์
โสตทัศนศึกษาประจาศูนยบ์ ริการการศึกษา แบบประเมนิ ตนเองกอ่ นและหลังเรียน และแบบทดสอบ
ประจาหน่วย ชุดสอนเสรมิ เป็นต้น
(6) กาหนดแนวการวัดและประเมินผล เป็นการกาหนดแนวการวัดและประเมิน
ผลการเรยี น เพอื่ ประโยชน์ในการพิจารณาผลการเรียนของนักศึกษาในการเรียนของหน่วยและของ
ชดุ วิชาทง้ั หมด
4) เตรยี มกิจกรรมการเรยี น กิจกรรมท่ีคาดหวงั ใหผ้ เู้ รียนปฏิบัติมี 2 ประเภท คอื
(1) กิจกรรมการเรียน หมายถึง กิจกรรมปกติที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติขณะศึกษาจาก
ชุดการเรยี นด้วยตนเอง
(2) กิจกรรมภาคปฏิบัติ หมายถึง กิจกรรมที่ผู้เรียนได้รับมอบหมายเป็นพิเศษ เช่น
การเขียนรายงานการเขา้ หอ้ งปฏบิ ัติการหรือเก่ยี วกบั เรื่องราวทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
5) ผลติ ส่อื การศกึ ษา

35

นอกจากส่ือการสอนทางไปรษณีย์ท่ีอยู่ในรูปตาราและสิ่งพิมพ์ ซ่ึงเป็นภารกิจของ
นกั วชิ าการดา้ นเนอื้ หาแล้ว การผลิตสอ่ื ส่วนใหญจ่ ะเป็นภารกจิ ของนักเทคโนโลยีการศึกษา โดยความ
เห็นชอบของกลมุ่ ผลิตชดุ วิชา

6) พัฒนาแบบวดั และประเมินผลการเรียน
กลุ่มผลิตชุดวิชาจะดาเนินการสร้างแบบทดสอบ และแบบประเมินผลการเรียนของ

นักศึกษาภายใต้คาแนะนาของนักวัดผล โดยยึดวัตถุประสงค์ทั่วไปในระดับชุดวิชาและวัตถุประสงค์
เชิงพฤติกรรมในระดบั หน่วยเป็นหลัก มุ่งประเมินพฤติกรรมใน 2 ขอบเขต คือ ประเมินกระบวนการ
และประเมินผลลพั ธ์

7) จัดรวมสื่อการศึกษาเปน็ ชดุ การสอนทางไกล
เมอ่ื ไดผ้ ลิตส่อื การศกึ ษาครบทุกประเภทแลว้ กจ็ ะนาสอื่ ทั้งหมดมารวมเป็นชุดการสอน

ทางไกลประจาหนว่ ยประจาชุดวชิ า ซึ่งประกอบด้วยคู่มือและแบบฝึกหัดประจาชุดวิชา อาจแยกหรือ
รวมเป็นเล่มเดียวกันในคู่มือชุดวิชา โดยให้ครอบคลุมคาช้ีแจงเกี่ยวกับชุดวิชา จุดมุ่งหมาย ชุดวิชา
รายชื่อหน่วยการสอน บทบาทผู้เรียนและแนะแนวทางการศึกษา ส่วนแบบฝึกปฏิบัติให้ครอบคลุม
คาช้ีแจงการใช้แบบฝึกปฏิบัติ รวมท้ังเอกสารและส่ืออื่น ๆ เช่น ตาราเรียน รายการวิทยุ/โทรทัศน์
สอ่ื โสตทัศนศึกษา แบบประเมนิ ผล ชุดการสอนเสริม เปน็ ต้น

8) ทดสอบประสทิ ธภิ าพชดุ การสอน
การตรวจสอบคุณภาพชุดการสอนทางไกลน้ี เป็นภารกิจของฝุายจัดระบบและวิจัย

ส่ือการศึกษา สานกั เทคโนโลยีการศึกษารว่ มกบั สาขาวชิ าและสานกั ทะเบียนและวดั ผล
9) นาไปใช้
เมื่อไดช้ ดุ การสอนทางไกลท่มี ปี ระสิทธิภาพแล้ว กลมุ่ ผผู้ ลิตชดุ วิชาก็เสนอมหาวิทยาลัย

เพอ่ื อนมุ ตั ิการพมิ พเ์ พื่อจาหน่ายและเผยแพร่ต่อไป
นิพนธ์ ไทยพานิช (2535. อ้างถึงใน ผการัตน์ ภุ่กลั่น, 2549) ได้สรุปว่าการสร้าง

ชุดฝึกอบรมหรือบทเรียนโปรแกรมต่าง ๆ โดยท่ัวไปแล้วการดาเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ
การดาเนินงานในการสร้างเคร่ืองมือ หรือบทเรียนโปรแกรมการฝึกอบรม การนาชุดฝึกอบรมหรือ
บทเรียนโปรแกรมการฝกึ อบรมทสี่ รา้ งข้ึนไปทดลองใช้ เพือ่ ปรับปรงุ แก้ไข และการใช้ผลผลิต

วชิ ัย วงษใ์ หญ่ (2527) ไดเ้ สนอข้ันตอนของการสร้างชุดการเรียนรู้ด้วยตนเองไว้ 9 ขั้นตอน
ดังนี้

1) ศึกษาหลักสูตรทั้งด้านวัตถุประสงค์ และเนื้อหากาหนดจุดประสงค์ในการสร้าง
ชุดการเรียนให้สอดคล้องกับความจาเป็นในการเรียนรู้ วิเคราะห์เนื้อหา และแบ่งเน้ือหาออกเป็น
หน่วยย่อยๆ

2) ศกึ ษากลุ่มเปาู หมายคือใครจะใชส้ ถานการณเ์ ง่อื นไขอะไรกับผูเ้ รยี นมกี จิ กรรมอะไรบ้าง

36

ท่ีจะส่งเสริมให้ความรู้ ความรู้ ความสามารถ ทักษะและเจตคติแก่ผู้เรียน ผู้เรียนทาได้เพียงใดจึงจะ
บรรลตุ ามเกณฑ์ท่กี าหนด

3) เขยี นจดุ ประสงค์ของแตล่ ะหนว่ ยการเรยี นโดยใหค้ รอบคลุมเน้ือหา แต่ละหน่วยควร
เขียนในรปู แบบจุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม ซง่ึ แสดงใหเ้ ห็นวา่ ผู้เรยี นแสดงความรู้ ทกั ษะ ปรากฏเด่นชัด
ภายหลังสิ้นสุดการเรยี นหรืออบรม พฤติกรรมเหล่านส้ี ามารถวัดและสงั เกตไดต้ ามจุดประสงค์

4) สรา้ งแบบประเมินหรอื สรา้ งขอ้ ทดสอบโดยจะต้องยดึ จุดประสงค์เปน็ หลัก และจะตอ้ ง
สอดคลอ้ งกับเนื้อหาวิชาของหน่วยน้ัน ๆ การประเมินผลกอ่ นเรียน และหลังเรียนอาจใช้แบบทดสอบ
เดยี วกนั ได้

5) เลือกวิธกี ารเรยี นหรือกจิ กรรมให้สอดคลอ้ งกับจดุ ประสงคแ์ ละเน้อื หา เชน่ การเสนอใน
รูปแบบของการสนทนา เอกสาร รปู ภาพ การ์ตูน กรณศี ึกษา และแบบฝกึ หัด เป็นตน้

6) สร้างจัดหารวบรวมสอื่ การเรียน ให้สอดคลอ้ งกับกจิ กรรมทก่ี าหนดให้ เช่น บทบรรยาย
เอกสาร กรณีศกึ ษา คาถาม และเฉลยรปู ภาพ เป็นตน้

7) ผลิตต้นแบบของชุดการเรียนโดยเอาข้อมูลและส่ิงต่างๆ ตั้งแต่ข้อ 1–6 มาจัดรวบรวม
เรียงลาดบั ประกอบเป็นชุดการเรยี น จากน้ันนาชดุ การเรยี นมาตรวจสอบกบั เกณฑ์ท่ีกาหนดไว้

8) การตรวจสอบคณุ ภาพของชดุ นกั เรยี นเบอื้ งตน้ สามารถกระทาได้ 2 ประการ คือ
การประชุมพิจารณาชดุ การเรียนจากคณะกรรมการ หรอื ผู้เช่ยี วชาญ ประการที่ 2 คือ นาชุดการเรียน
ไปทดลองกับกลุ่มเปูาหมาย หรือกลุ่มอ่ืนท่ีมีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่มเปูาหมายประมาณ 3 –5 คน
แลว้ นาข้อค้นพบมาปรับปรงุ ทจ่ี ะยาไปหาประสิทธภิ าพตอ่ ไป

9) การทดลองหาประสิทธิภาพของชุดการเรียน โดยนาไปทดลองใช้กบั กลุม่ เปูาหมาย
ประมาณ 30 คน แล้วปรับปรุงแก้ไขตามข้อค้นพบ เพ่ือเป็นต้นแบบของชุดการเรียนสาหรับ
จุดดาเนินการผลติ ใหเ้ พยี งพอกับกลุ่มเปูาหมายต่อไป

เทพ หุนสวัสดิ์ (2540) สรปุ ว่าการพฒั นาชดุ ฝกึ อบรมจะต้องพิจารณาองค์ประกอบตา่ ง ๆ
ของชุดฝึกอบรมท้ังหมดอย่างเป็นระบบโดยกาหนดวัตถุประสงค์เพื่อการผลิตชุดฝึกอบรม
การจัดลาดับสาระการนาเสนอ การผลิตชุดฝึกอบรม การเลือกสื่อประกอบชุดฝึกอบรม และ
การประเมนิ ชดุ ฝกึ อบรม

สายยนต์ จ้อยนุแสง (2552) สรุปว่าการผลิตชุดฝึกอบรมนั้นหากจะพิจารณาแล้วจะมี
ขั้นตอนที่สาคัญที่จะต้องดาเนินการ 4 ข้ันตอนใหญ่ ๆ คือ ข้ันการวิเคราะห์เนื้อหา ข้ันการวางแผน
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นการผลิตส่ือประกอบกิจกรรม และข้ันการทดสอบประสิทธิภาพของ
ชดุ การฝึกอบรม

ชัยยงค์ พรหมวงศ์ (2551) ไดก้ ลา่ วถึงกระบวนการสรา้ งชดุ ฝึกอบรมไว้ดงั นี้

37

ขนั้ ตอนท่ี 1 การวิเคราะห์เนอ้ื หา หมายถึง การจาแนกเน้ือหาวิชาออกเป็นหน่วยแยกย่อย
ลงไปจนถึงหนว่ ยระดบั บทเรยี น ดังน้ี

1) การกาหนดหน่วย คือ การนาหน่วยเนื้อหาบทเรียนมากาหนดให้เป็นหน่วยระดับ
บทเรียน และกาหนดระยะเวลาของการจดั กจิ กรรมแต่ละหน่วย

2) การกาหนดหัวเรอื่ ง เป็นการนาแตล่ ะหน่วยมากาหนดเปน็ หัวเรอ่ื งยอ่ ย ซ่งึ เป็นส่วน
สาคัญทจี่ ะนาไปสกู่ ารจัดกจิ กรรมต่าง ๆ ได้

3) การกาหนดความคดิ รวบยอด เป็นการเขยี นข้อความทีเ่ ปน็ สาระสาคญั ของแต่ละ
หวั เรือ่ ง

ขน้ั ตอนที่ 2 การวางแผนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ การวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
เป็นการคาดการณ์ลว่ งหนา้ วา่ กจิ กรรมทีใ่ ช้ในชุดฝกึ อบรมจะตอ้ งทาอะไรบ้างตามลาดบั กอ่ นหลงั

ขั้นตอนท่ี 3 การผลติ ส่อื ประกอบกิจกรรม เป็นการผลติ สื่อประกอบการจดั กิจกรรม
การเรยี นร้ใู นการฝกึ อบรม ตามทก่ี าหนดในการวางแผนการจดั กจิ กรรม

ข้ันตอนที่ 4 การทดสอบประสิทธิภาพชุดฝึกอบรม เป็นการประเมินคุณภาพชุดฝึกอบรม
ด้วย การนาชุดฝึกอบรมไปทดลองใช้แล้วปรับปรุงให้มีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กาหนดไว้ ประสิทธิภาพ
ของชุดฝึกอบรม (Efficiency) คือ ระดับคุณภาพของชุดฝึกอบรมท่ีวัดจากผลสัมฤทธ์ิระหว่าง
การฝึกอบรม(E1) และผลสัมฤทธ์ิหลังการฝึกอบรม (E2) โดยการนาคะแนนผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
ระหว่างเรียน ในแต่ละชุด และคะแนนจากการทดสอบหลังเรียน มาคานวณหา E1และ E2 แล้วนามา
แสดงความมีนัยสาคัญทางสถิติของประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรม ด้วยวิธีการทางสถิติ ได้แก่
การทดสอบสมมติฐาน ค่าประสิทธิภาพโดยท่ัวไปไมค่ วรต่ากว่ารอ้ ยละ 60/60

2.2.9 ประสทิ ธิภาพของชุดฝกึ อบรม
ชัยยงค์ พรหมวงศ์ (2545) ได้อธิบายเกณฑ์และการกาหนดเกณฑ์ในการหาค่า
ประสทิ ธิภาพของชดุ ฝึกอบรม ดงั นี้
เกณฑ์การหาประสิทธิภาพ หมายถึง ระดับประสิทธิภาพของชุดการสอนที่จะช่วยให้
ผฝู้ ึกอบรมเกิดการเรียนรู้ เปน็ ระดบั ทผ่ี ผู้ ลติ ชดุ การสอนจะพงึ พอใจวา่ หากชุดการสอนมีประสิทธิภาพ
ถึงระดับนัน้ แล้ว ชุดการสอนน้ันมีคุณค่าที่จะนาไปใช้ฝึกอบรม และคุ้มกับการลงทุนผลิตออกมาเป็น
จานวนมากสาหรบั การกาหนดเกณฑป์ ระสิทธิภาพกระทาได้โดยประเมินผลพฤติกรรมของผู้ฝึกอบรม
2 ประการ คอื พฤติกรรมตอ่ เนือ่ ง (กระบวนการ) และพฤติกรรมขั้นสดุ ทา้ ย (ผลลัพธ์) โดยกาหนด ค่า
ประสิทธิภาพเปน็ E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ และ E2 คือ ประสิทธิภาพของผลผลิตและ
อธบิ ายวธิ ีคานวณหาคา่ E1/E2 อยา่ งงา่ ยไว้ว่า การกาหนดเกณฑ์ E1/E2 ให้ค่าเท่าใดน้ันควรพิจารณา
ตามความเหมาะสม โดยปกติเน้อื หาที่เป็นความรู้ความจา มักต้ังไว้ 80/80 และ 90/90 ส่วนเนื้อหาท่ี
เป็นทักษะอาจต้ังไว้ต่ากว่า เช่น 75/75 เม่ือทดลองในภาคสนามแล้วนาผลมาวิเคราะห์เพื่อเทียบค่า

38

ระหว่างผลประสิทธิภาพ จากการทดลองที่ได้รับ กับเกณฑ์ท่ีตั้งไว้เพื่อดูว่าสมควรที่จะยอมรับ
ประสิทธภิ าพหรือไม้ โดยใหถ้ ือ คา่ ความแปรปรวนระหว่างร้อยละ 2.5 –5.0 นั่นคือ ประสิทธิภาพไม่
ควรต่ากว่าเกณฑ์ท่ีตั้งไว้เกิน 5% แต่โดยปกติจะกาหนดไว้ไม่เกิน 2.5% ฉะนั้นการยอมรับ
ประสิทธิภาพจึงมี 3 ระดับ คือประสทิ ธิภาพทไ่ี ดส้ ูงกว่าเกณฑ์ เท่ากับเกณฑ์ และต่ากว่าเกณฑ์ท่ีต้ังไว้
ระหว่าง 2.5-5.0 % เม่ือผลิตชุดฝึกอบรมเรียบร้อยแล้ว ต้องนาชุดฝึกอบรมท่ีสร้างข้ึนไปหา
ประสิทธิภาพ

ซ่ึงบุญชม ศรีสะอาด (2537) ได้เสนอข้ันตอนในการหาประสิทธิภาพของชุดการสอนได้
ดังน้ี

1) ทดลองเป็นรายบคุ คล ดลองกบั ผเู้ รยี นหนงึ่ คน สงั เกตบันทึกพฤติกรรมของผเู้ รยี น
ระหวา่ งเรยี น แล้วนาขอ้ มูลท่ีไดม้ าปรบั ปรงุ แก้ไขข้อบกพรอ่ ง

2) ทดลองกับกลุ่มย่อย ดยการนาชุดฝึกอบรมท่ีปรับปรุงเรียบร้อยแล้วไปทดลองใช้กับ
ผู้เรียน จานวน 5-10 คน มีการทดสอบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน แล้วนาผลท่ีได้มาวิเคราะห์หา
ประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรมตามเกณฑ์ที่กาหนด และปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องทั้งด้านกิจกรรม
เน้อื หาสาระ ตลอดจนสื่อต่าง ๆ

3) ทดลองกับกลุ่มใหญ่ หลังจากทดลองและปรับปรุงแก้ไขชุดฝึกอบรมท้ังสองคร้ังแล้ว
จึงนาไปทดลองกลุ่มใหญ่ท้ังชั้น แล้วนาผลท่ีได้มาวิเคราะห์หาประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กาหนดไว้
ในการกาหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพ E1/E2 ให้มีค่าเท่าใดน้ัน ข้ึนอยู่กับผู้สร้างเป็นผู้พิจารณาโดยปกติ
เน้ือหาท่ีเป็นความรู้ ความเข้าใจ มักจะต้ังไว้ 80/80, 85/85, หรือ 90/90 ส่วนเน้ือหาที่เป็นทักษะ
หรอื เจตคติอาจต้งั ไวต้ า่ กวา่ นี้ เชน่ 75/75 เปน็ ตน้

2.3 ความพงึ พอใจ
มนี ักวิชาการหลายท่านไดใ้ หค้ วามหมายเกย่ี วกบั ความพงึ พอใจ ดังนี้
2.3.1 ความหมายของความพึงพอใจ นักการศึกษาหลายท่าน ได้ให้ความหมายของ

ความพึงพอใจ ไวด้ ังน้ี
สมคดิ ภูถมดี (2550 : 36) กลา่ วไวว้ า่ ความพึงพอใจในการเรียน หมายถึง ความรู้สึก

พอใจ ชอบใจ ในการร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนและต้องการดาเนินกิจกรรมน้ันๆ จนบรรลุ
ผลสาเรจ็

กนกพรรณ ภูกองพลอย (2552 : 53) กล่าวไว้ว่า ความพงึ พอใจ หมายถึง ความรู้สึก
ท่าทีของบุคคลท่ีมีต่อส่ิงต่างๆ ในสถานการณ์หน่ึงๆ ท่ีเอนเอียงไปในทางบวก ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่
บุคคลแสดงออกมาหลั งจากที่ ได้ รั บประสบการณ์ ในส่ิ งท่ี ตรงตามความต้ องการ หรื อเป็น ความรู้ สึ ก

39

มีความสุขเม่ือได้รับผลสาเร็จตามความมุ่งหมาย ดังน้ันความพึงพอใจในการเรียนจึงหมายถึง
ความรูส้ ึกของผ้เู รียนท่มี ีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครผู ูส้ อน

วันดี ภิญญมิตร์ (2552 : 58) กล่าวไว้ว่า ความพึงพอใจในการเรียน หมายถึง
การตอบสนองทางอารมณ์ของแต่ละบุคคล สภาพความรู้สึกทางด้านจิตใจ ความรู้สึกชอบทาให้
มคี วามสุขในการเรียน เตม็ ใจทเ่ี รยี น ใหป้ ระสบผลสาเร็จตามจดุ ประสงค์

ทพิ ยา นิลดี (2553 : 50) กล่าวไวว้ า่ ความพงึ พอใจ หมายถึง ความรู้สึก ความนึกคิด
หรือความคิดเห็นของแต่ละบุคคลท่ีชอบหรือพึงพอใจ ในด้านเน้ือหา ด้านการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอน ด้านสื่อและแหล่งเรียนรู้ ด้านการวัดผลและการประเมินผล ย่อมจะแตกต่างกันไปตาม
การรับรู้ของแต่ละคน พฤติกรรมต่อการปฏิบัติกิจกรรมท่ีทาให้เกิดความเจริญงอกงามในทุกด้านของ
แต่ละบุคคลอาจเป็นทางบวก หรอื ทางดา้ นลบของพฤตกิ รรมน้ันๆ

จากท่ีกล่าวมาข้างต้น สรุปได้ว่า ความพึงพอใจในการเรียน เป็นความรู้สึกทางบวก
ของบุคคลต่อการเรียน เป็นความสุขของบุคคลที่เกิดจากการเรียนและได้รับผลตอบแทน คือ
ผลการเรียนเป็นท่ีพึงพอใจ ทาให้เกิดความรู้สึกกระตือรือร้น มีความมุ่งมั่นท่ีจะเรียน มีขวัญและกาลังใจ
ในการเรียน ส่งผลต่อการเรียนอย่างมีประสทิ ธิภาพ

2.3.2 ประโยชนข์ องความพึงพอใจ
วันดี ภิญญมิตร์ (2552 : 60) ได้กล่าวไว้ว่า ในการจัดการเรียนการสอนนั้นความ

พึงพอใจเป็นสิ่งที่มีความสาคัญ และมีประโยชน์เป็นอย่างย่ิง เพราะถ้านักเรียนมีความพึงพอใจใน
การเรียนก็จะเป็นแรงหนุนให้นักเรียนต้ังใจเรียนอย่างเต็มท่ี มีความสุขในการเรียน มีความขยันขันแข็งใน
การเรียนมีความคดิ รเิ ร่มิ สร้างสรรค์ในการเรียน เรยี นอย่างสนกุ สนาน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก็สูงไป
ด้วยตรงกันขา้ มหากนักเรยี นไม่มคี วามพึงพอใจในการเรียน ก็จะเป็นมูลเหตุที่ทาให้ไม่สนใจในการเรียน
ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนกจ็ ะตา่ ลง

ทพิ ยา นลิ ดี (2553 : 51) ไดก้ ลา่ วถึงประโยชน์ของความพงึ พอใจไวว้ า่ เป็นการอธิบาย
ความรู้สึกเป็นอย่างๆ คุมพฤติกรรมต่างๆ ได้มาก เช่น พูดว่าเขามีความพึงพอใจในการเรียนมี
ความหมายถึงเขารกั การเรียน มคี วามสุข สนุกสนานท่ีได้เรียน ทาอะไรได้หลายอย่างเพ่ือการเรียน
ความพึงพอใจใช้พิจารณาเหตุของพฤติกรรมของบุคคลที่มีต่อบุคคลอ่ืน หรือสิ่งอ่ืนนั้น คือ ความพึง
พอใจของคนสามารถสง่ เสรมิ หรือยับย้งั ส่งิ ทีเ่ ขาจะแสดงออกได้

จากทก่ี ล่าวมาข้างต้น สรุปได้ว่า ความพึงพอใจในการเรียนของผู้เรียนมีความสาคัญ
และมีประโยชน์มาก หากผู้เรียนมีความพึงพอใจในการเรียนแล้ว ย่อมก่อให้เกิดผลดังน้ี คือ ผู้เรียนเกิด
ความกระตือรือร้นในการทางาน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการเรียน สนใจ เห็นคุณค่าของ
การเรียนมผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นสงู ข้นึ

40

2.4 งานวจิ ยั ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
2.4.1 งานวิจัยที่เกย่ี วขอ้ งกับการจดั การศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทียม (DLTV)
สุภาพ กุประดิษฐ์ (2552) ได้ทาการศึกษาวิจัยผลการใช้คู่มือการนิเทศและพัฒนา

ทักษะการสอนของครู กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
สอน (CAI)ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 เร่ือง ความปลอดภัยในชีวิตโดยในการศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์
เพ่ือ 1) หาประสิทธิภาพของคู่มือการนิเทศและพัฒนาทักษะการสอนของครู กลุ่มสาระการเรียนรู้
สุขศกึ ษาและพลศึกษา โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 เรื่อง ความ
ปลอดภยั ในชีวิต 2) เปรียบเทียบผลการทดสอบก่อนและหลังการใช้คู่มือการนิเทศและพัฒนาทักษะ
การสอนของครู กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ขุ ศึกษาและพลศึกษาโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอน(CAI)
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 เรอ่ื ง ความปลอดภยั ในชีวิต 3) ศึกษาความคิดเห็นของครูท่ีมีต่อคู่มือการนิเทศ
และพัฒนาทักษะการสอนของครู กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้บทเรียน
คอมพิวเตอรช์ ่วยสอน (CAI) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 เร่อื ง ความปลอดภยั ในชีวิต 4) ศึกษาผลการนิเทศ
พฤติกรรมการสอนของครูที่ใช้คู่มือการนิเทศและพัฒนาทักษะการสอนของครู กลุ่มสาระการเรียนรู้
สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 เรื่องความ
ปลอดภัยในชวี ิต 5) ศกึ ษาความคิดเหน็ ของนักเรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ท่มี ตี ่อบทเรียนคอมพิวเตอร์
ช่วยสอน เร่อื ง ความปลอดภยั ในชวี ิต ผลการวิจัยพบว่า 1) คู่มือการนิเทศและพัฒนาทักษะการสอน
ของครู กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI)ช้ัน
มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 เรื่อง ความปลอดภัยในชีวิต มีประสิทธิภาพคิดเป็นร้อยละ 86.00/ 84.00 สูงกว่า
เกณฑ์ 80/80 ที่ต้ังไว้ 2) การศึกษาคู่มือการนิเทศและพัฒนาทักษะการสอนของครู กลุ่มสาระ
การเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา โดยใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI)ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1เรื่อง
ความปลอดภัยในชีวิต ทาให้ครูได้รับความรู้เพ่ิมขึ้นจริง 3) ครูมีความคิดเห็นต่อการใช้คู่มือการนิเทศ
และพฒั นาทักษะการสอนของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์
ชว่ ยสอน(CAI) ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 เรื่อง ความปลอดภยั ในชีวิต อยู่ในระดับมาก ด้านการนาเน้ือหาไป
ใช้อย่ใู นระดับมากทสี่ ดุ 4) ผลจากการนิเทศพฤติกรรมการสอนของครูผู้สอนท่ีใช้คู่มือการนิเทศและ
พัฒนาทักษะการสอนของครู กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์
ช่วยสอน(CAI) ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 เรื่อง ความปลอดภัยในชีวิตอยู่ในระดับมาก ด้านพัฒนาผู้เรียน
อยู่ในระดับมากท่ีสุด 5) นักเรียนมีความคิดเห็นต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เร่ืองความ
ปลอดภัยในชีวิต อยู่ในระดับมาก 6) ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1
โรงเรียนในสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 ที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์
ช่วยสอน (CAI) เรอ่ื ง ความปลอดภยั ในชีวิตมีความรเู้ พมิ่ ขนึ้ จริง

41

ไพโรจน์ คงเกิด (2553) ได้ประเมนิ โครงการจัดการศึกษาวิธีทางไกลผ่านดาวเทียม
ของโรงเรยี นวดั ทา่ พญา อาเภอปากพนงั สานกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษานครศรีธรรมราช เขต 3 โดยมี
วตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื ประเมนิ โครงการจดั การศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียมของโรงเรียนวัดท่าพญา อาเภอ
ปากพนังและเพื่อหาแนวทางการพัฒนาโครงการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมของโรงเรียน
วัดทา่ พญา อาเภอปากพนัง ผลการศกึ ษาพบว่า

1. ปฏกิ ริ ิยาตอบสนอง การเรยี นรู้ พฤตกิ รรมทเี่ ปลี่ยนไปหลังการอบรมและผลลัพธ์
ท่ีเกดิ แก่องคก์ ร

1.1 ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการศึกษาโดยวิธีทางไกล
ผา่ นดาวเทียมของโรงเรียนวดั ท่าพญา อาเภอปากพนงั สานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษานครศรีธรรมราช
เขต 3

1.2 นักเรยี นเกดิ การเรยี นรู้มากขน้ึ ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนของนักเรยี นเพ่มิ ขนึ้
1.3 นกั เรียนมีพฤติกรรมท่พี งึ ประสงค์มากขึน้ คือนักเรียนมีความมุ่งมั่นต้ังใจเรียน
เพิ่มขึน้ มคี วามรับผิดชอบตอ่ งานทีไ่ ดร้ บั มอบหมายเพ่ิมขึ้น
1.4 ประสิทธภิ าพการปฏิบัตงิ านของครูและผู้บรหิ าร เพิ่มขึน้
2. ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการพัฒนาโครงการจัดการศึกษาทางไกล
ผา่ นดาวเทียมของโรงเรียนวดั ทา่ พญา อาเภอปากพนงั สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษานครศรีธรรมราช
เขต 3
2.1 ปัญหาอปุ สรรคในการดาเนินการ

2.1.1 การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากโรงเรียนต้นทางบางครั้งครูต้นทาง
สอนเรว็ เกินไปนักเรยี นไมส่ ามารถเรยี นรู้ได้ทัน

2.1.2 ในวนั ท่ีไฟฟาู ดบั มีปัญหาไม่สามารถจัดการเรยี นการสอนได้
2.1.3 อปุ กรณ์รบั สัญญาณมีปัญหาบา้ งในบางครง้ั
2.1.4 การเตรียมสื่อ และอุปกรณ์ไม่สามารถเตรียมได้ครบทุกช้ันทุกรายวิชา
เน่ืองจากต้องสอนนักเรียนพร้อมกันหลายช้ัน บางคร้ังอุปกรณ์ท่ีมีอยู่ไม่ตรงกับอุปกรณ์ที่ใช้ใน
โรงเรยี นต้นทาง
2.2 แนวทางการพฒั นาโครงการ
2.2.1 ควรมคี รคู อยดูแล และใหค้ าแนะนานักเรียน อยู่ในหอ้ งเรียนตลอดเวลาที่
มกี ารเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทยี ม
2.2.2 ครูควรเตรียมสื่อให้พร้อมทุกคร้ังเพื่อให้การเรียนการสอนในช้ันเรียน
เหมือนกบั การเรียนการสอนในโรงเรยี นตน้ ทาง
2.2.3 ครคู วรทบทวนบทเรียนใหแ้ กน่ กั เรียนอย่างสม่าเสมอ

42

2.2.4 ควรมอี ปุ กรณ์รับสญั ญาณสารองไว้ท่ีส่วนกลางเผ่ือกรณีเคร่ืองรับสัญญาณ
เครอื่ งใดเคร่อื งหนง่ึ เสีย

2.2.5 โรงเรียนควรจดั หาสอื่ อุปกรณต์ า่ ง ๆ ใหม้ ีตรงกับโรงเรียนตน้ ทาง
นรินทร์ เที่ยงเจริญ (2554) ได้ทาการศึกษาผลการนิเทศเร่งรัดคุณภาพการศึกษา
เพ่ือยกระดับผลสัมฤทธิ์ (สามเดือนคุณภาพ) การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือนิเทศติดตาม
ประเมินผลการจัดการเรียนรู้การบริหารจัดการและการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเพื่อส่งเสริม
การแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 เพ่ือยกระดับผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้สูงข้ึนและเพ่ือศึกษา
ความพงึ พอใจต่อโครงการผลนเิ ทศติดตามพบว่า 1.ผลการนิเทศติดตามสามเดือนคุณภาพพบว่าด้าน
การบริหารจัดการผู้บริหารมีภาวะผู้นาโดยการสร้างความรู้ความเข้าใจในการดาเนินงานเร่งรัด
คุณภาพการศึกษาเพ่ือยกระดับผลสัมฤทธ์ิ (สามเดือนคุณภาพ) มีการดาเนินการประชุมคณะครูทา
ความเข้าใจโดยจัดทาแผนยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสนองนโยบาย “ซ่อมเสริมเพ่ิมเวลาหยุด
กิจกรรมที่ไม่จาเป็น” มีระบบนิเทศภายในเพ่ือกากับติดตามการดาเนินการและสิ่งที่ผู้บริหารควร
พัฒนาอย่างเร่งด่วนคือการบริหารจัดการโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมในการวางแผนปฏิบัติตรวจสอบ
และปรับปรุงอย่างต่อเน่ืองควรจัดระบบการบริหารให้มีทิศทางให้เป็นไปตามนโยบายมีการนิเทศ
ตดิ ตามและประเมนิ ผลการดาเนนิ งานส่งเสรมิ การจดั ทาและพัฒนาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีท่ีเอื้อ
ต่อการเรี ยนรู้ ด้าน การ จัดการเรียน การ สอน ครูมีคุณธร รมจริยธ รรมมีวุฒิความรู้ประพ ฤติตนเป็น
แบบอย่างทด่ี ีมคี วามรักเมตตามีความศรัทธาตอ่ อาชีพมปี ฏสิ มั พันธ์ท่ีดีต่อผู้เรียนมีความมุ่งมั่นและอุทิศตน
ในการสอนมีความรับผิดชอบต่อหน้าท่ีมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนอย่างมี
ประสิทธิภาพและเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญครูจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ครูได้รับการพัฒนาอย่าง
ต่อเนื่องและสิ่งท่ีครูควรพัฒนาได้แก่ความสามารถในการใช้สื่อเทคโนโลยีและนาสื่อไปใช้ในการ
พฒั นาการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิภาพครูต้องค้นคว้าหาความรู้เทคนิควิธีการสอนที่เหมาะสม
กบั กิจกรรมและนาผลการประเมินมาใช้ในการปรบั ปรุงและทาวจิ ยั ในชั้นเรยี นทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ท้ังในห้องเรียนและนอกห้องเรียนปัญหาท่ีพบครูสอนไม่ตรงเอกครู
ประจาชัน้ จะเป็นผสู้ อนทุกวิชาโรงเรยี นทสี่ อนควบชน้ั สว่ นมากเป็นโรงเรยี นขนาดเล็กและนักเรียนบาง
คนมีพ้ืนฐานความรู้น้อยอาจมาจากสาเหตุจากการย้ายโรงเรียนบ่อย ๆ (ติดตามผู้ปกครองท่ีมา
ประกอบอาชีพตามฤดูกาล)ควรได้รับการพัฒนาเป็นรายกรณีด้านการจัดกิจกรรมตามนโยบาย
ทุกโรงเรียนดาเนินการเร่งรัดคุณภาพการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ (สามเดือนคุณภาพ) มี
การจัดการเรียนการสอนตามเน้ือหาที่ต้องเรียนในช้ันนั้น ๆ ให้จบเร็วข้ึน นาแบบทดสอบเก่า ๆ มา
ทบทวนจัดการสอนเพิ่มในช่วงเวลาเช้าก่อนเข้าเรียน 2. ผลการติดตามการจัดกิจกรรมอ่านออกเขียนได้
และการยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนโรงเรียนท่ีจัดกิจกรรมอ่านออกเขียนได้และการยกระดับ


Click to View FlipBook Version