The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1.ปกรายงานสมบูรณ์-A4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bourkhaw_kmitl, 2022-02-23 05:38:14

1.ปกรายงานสมบูรณ์-A4

1.ปกรายงานสมบูรณ์-A4

รายงานกิจกรรมสง่ เสรมิ และสนับสนนุ การวจิ ยั
การถ่ายทอดองคค์ วามรแู้ ละเทคโนโลยีการปลกู พรกิ ตามมาตรฐานการปฏบิ ัตทิ าง

การเกษตรทีด่ ี (GAP) ท่ีสอดคล้องกับความตอ้ งการของตลาด
The Transfer of Knowledge and Technology for Chili Growers for The
Good Agricultural Practices Standard (GAP) which Consistent of The

Market Demand

โดย
นายสาธิต บัวขาว
คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชยั

ได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวจิ ยั
โครงการใชป้ ระโยชนผ์ ลงานวิจัยและนวัตกรรมเพ่ือชมุ ชนสังคม
(Research and Innovation Utilization for Community)
จาก สำนักงานการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.) ประจำปงี บประมาณ 2563

ปีท่ีพิมพ์ 2564

รายงานกิจกรรมสง่ เสรมิ และสนับสนนุ การวจิ ยั
การถ่ายทอดองคค์ วามรแู้ ละเทคโนโลยีการปลกู พรกิ ตามมาตรฐานการปฏบิ ัตทิ าง

การเกษตรทีด่ ี (GAP) ท่ีสอดคล้องกับความตอ้ งการของตลาด
The Transfer of Knowledge and Technology for Chili Growers for The
Good Agricultural Practices Standard (GAP) which Consistent of The

Market Demand

โดย
นายสาธิต บัวขาว
คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชยั

ได้รับทุนอุดหนุนการทากิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวจิ ยั
โครงการใชป้ ระโยชนผ์ ลงานวิจัยและนวัตกรรมเพ่ือชมุ ชนสังคม
(Research and Innovation Utilization for Community)
จาก สานักงานการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.) ประจาปงี บประมาณ 2563

ปีท่ีพิมพ์ 2564

กติ ตกิ รรมประกาศ
(Acknowledgement)

งานวจิ ัยนีไ้ ดร้ บั ทนุ อุดหนุนจากสานักงานคณะกรรมการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.) ประจาปีงบประมาณ 2563
ซึ่งสาเร็จลงได้ด้วยช่วยเหลือและความกรุณา จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
ที่ให้ความอนุเคราะห์ด้านอุปกรณ์และเครื่องมือในการทาวิจัย พร้อมกันนี้ ผู้วิจัยขอขอบพระคุณเจ้าหน้าท่ี
เกษตรอาเภอ ทง้ั 5 อาเภอ ในเขตพื้นทลี่ ุ่มนา้ ปากพนังของจงั หวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่ อาเภอหัวไทร อาเภอ
เชียรใหญ่ อาเภอปากพนัง อาเภอเฉลิมพระเกียรติ และอาเภอชะอวด และท่านเกษตรจังหวดั นครศรีธรรมราช
รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากศูนย์อานวยการและประสานการพัฒนาพื้นท่ีลุ่มน้าปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดาริ
อาเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช สานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตท่ี 7 นครศรีธรรมราช ศูนย์ส่งเสริม
และพัฒนาการผลิตพันธุ์พชื เพาะเลี้ยง จงั หวัดนครศรธี รรมราช และ สานักงานกิจกรรมเพ่ือสังคมเครือเบทาโกร ที่
กรุณาให้คาแนะนา สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือในทุก ๆ ด้านที่เก่ียวข้องกับโครงการวิจัย และที่สาคัญคือ
เกษตรกรผ้เู ข้าร่วมโครงการวจิ ัยทกุ ท่านที่ใหก้ ารสนบั สนุนการดาเนนิ โครงการวิจัยแมว้ า่ มเี ง่ือนไขสถานการณ์ท้ัง
ภัยพิบัติธรรมชาติและสถานการณ์การแพร่ระบาดของของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (Covid19) แต่ทุก
ท่านก็ให้ความร่วมมือด้วยความย่ิงดีอย่างยิ่งเสมอมา ขอบคุณเพื่อนร่วมงานทุกท่าน ท่ีกรุณาให้ความช่วยเหลือ
ในด้านต่าง ๆ และสนับสนนุ ดว้ ยดี

คณะผู้วิจัยขอขอบคุณกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านจากสานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
(วช.) ทก่ี รณุ าให้คาแนะนาเพื่อปรับแก้ไขข้อเสนอโครงการวจิ ยั ตลอดมาต้ังแต่เร่ิมดาเนนิ โครงการ รวมท้งั ตรวจ
และแก้ไขรายงานวจิ ยั ฉบับสมบูรณ์

สาธิต บวั ขาว

บทสรุปผูบ้ รหิ าร

โครงการวจิ ยั “การถา่ ยทอดองคค์ วามรแู้ ละเทคโนโลยีการปลูกพริกตามมาตรฐานการปฏบิ ัตทิ าง

การเกษตรที่ดี (GAP) ท่ีสอดคลอ้ งกับความต้องการของตลาด”

The Transfer of Knowledge and Technology for Chili Growers for The Good
Agricultural Practices Standard (GAP) which Consistent of The Market Demand

คณะผู้วจิ ยั

นายสาธิต บัวขาว หวั หนา้ โครงการ

สาขาเกษตรประยุกต์-พฒั นาการเกษตรและธุรกจิ เกษตร คณะเกษตรศาสตร์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรวี ิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช

โทรศพั ท์ 081–7887753 E-mail: [email protected]

นายเศรษฐวฒั น์ ถนมิ กาญจน์ ผู้รว่ มโครงการ

สาขาเกษตรประยุกต์-เทคโนโลยเี ครื่องจกั รกลเกษตร คณะเกษตรศาสตร์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วทิ ยาเขตนครศรีธรรมราช

โทรศพั ท์ 087-7462379 E-mail: [email protected]

นายเกยี รติขจร ไชยรตั น์ ผรู้ ว่ มโครงการ

สาขา คณะเทคโนโลยกี ารจดั การ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลศรวี ชิ ัย

โทรศพั ท์ 081-8700219

นางพัชราภรณ์ วาณชิ ยป์ กรณ์ ผู้รว่ มโครงการ

สาขาวทิ ยาศาสตร์การเกษตร-พชื ศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์

มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลศรีวชิ ยั

โทรศพั ท์ 086–4703288 E-mail: [email protected]

นายสุดนัย เครือหลี ผรู้ ่วมโครงการ

สาขาวทิ ยาศาสตร์การเกษตร-พชื ศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์

มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรีวิชัย

โทรศพั ท์ 086-7815670และ 086–4703288 E-mail: [email protected]

นางพรศลิ ป์ สเี ผอื ก ผู้รว่ มโครงการ

สถานที่ทางาน สาขาวทิ ยาศาสตร์การเกษตร-พชื ศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์

มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

โทรศพั ท์ 086-7472345 และ 086–4703288 E-mail: [email protected]

นางสาวสกลุ รัตน์ หาญศึก ผูร้ ว่ มโครงการ

สถานที่ทางาน สาขาวิทยาศาสตรก์ ารเกษตร-พชื ศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์

มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลศรวี ิชัย

โทรศพั ท์ 087-0093652 E-mail: [email protected]



ได้รับงบประมาณ ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2563 งบประมาณที่ไดร้ ับ 1,100,000 บาท
ระยะเวลาทาวจิ ัย 24 สิงหาคม 2563 ถึง 23 สิงหาคม 2564

กิจกรรมการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูกพริกเพื่อการผลิตตามความต้องการของตลาด เป็น
กระบวนการที่ทาให้ผู้ซื้อบอกถึงความต้องการ และผู้ผลิตคือเกษตรกรผลิตตามความต้องการอย่างมีมาตรฐาน
โดยกลไกสาคญั คือมรี าคารับซื้อและราคาทต่ี ้องการขายทตี่ รงกันทง้ั สองฝ่าย จงึ เปน็ เป้าหมายของกจิ กรรมน้ี

ท้ังน้ีกระบวนการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีจะดาเนินการกับกลุ่มเป้าหมายหลักเพื่อนาองค์ความรู้ที่
เก่ยี วกบั การพัฒนาการผลิตการปลูกพริก การแปรรปู และการจัดจาหน่ายเพ่ือการพัฒนาผลผลิตให้ได้มาตรฐาน GAP
เพื่อสรา้ งอาชีพเสริม และเพ่ิมรายได้จากการปลูกพริกอย่างน้อยร้อยละ 10 จากรายได้เดิม เพ่อื ขยายผลและต่อยอด
องค์ความรู้ต้นแบบท่ีมีอยู่ไปพ้ืนท่ีอื่นของจังหวัดนครศรีธรรมราช ในขณะท่ีกลุ่มเป้าหมายในการขยายผลจะ
ดาเนินการควบครู่ ะหวา่ งกิจกรรมและขน้ั ตอนการเผยแพร่ความรู้

โดยมีแผนงานการนาสง่ องคค์ วามรู้ เทคโนโลยี นวตั กรรมสู่กลมุ่ เปา้ หมายดงั นี้
การประชุมภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกพริกในเขตลุ่มน้าปากพนัง จ. นครศรธี รรมราช เพื่อการวางแผนการ
จดั การการดาเนนิ การตามแผน ประกอบด้วย พ้ืนที่กลมุ่ เปา้ หมาย คอื เกษตรกรผู้ปลูกพริกพน้ื ที่ลมุ่ นา้ ปากพนัง หวั ไทร
เชยี รใหญ่ ปากพนงั เฉลิมพระเกยี รติ และชะอวด
การอบรมเชิงปฏิบัติการเก่ียวกับการปลูกพริกปลอดภัยตามมาตรฐาน GAPเพ่ือเพ่ิมผลผลิต ลดต้นทุน
และเพิม่ กาไรเนน้ การปฏิบตั ิจรงิ
การจดั การพริกสดด้วยกระบวนการอบแห้งผลผลิต
การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูกพริกเพ่ือการผลิตตามความต้องการของตลาด การประชุมภาคี
เครอื ข่ายผูป้ ลกู พรกิ เพอื่ การวางแผนการจัดการการดาเนินการตามแผน
ทางโครงการวิจัยได้ผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังน้ี สานักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 7
นครศรีธรรมราช ศูนย์ขยายพันธ์ุพืชท่ี 4 นครศรีธรรมราช สานักงานเกษตรอาเภอ เชียรใหญ่ ปากพนัง หัวไทร
ชะอวด เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์อานวยการและประสานงานพัฒนาพ้ืนที่ลุ่มน้าปากพนัง อันเน่ืองมาจาก
พระราชดาริ สานักงานกิจกรรมเพ่อื สังคมเครอื เบทาโกร เกษตรกรผนู้ าทั้ง 5 อาเภอ
ปัญหาที่พบในระบบการปลูกพริกพื้นท่ีลุ่มน้าปากพนังจากการประชุมหน่วยงานเครือข่ายท่ีเก่ียวข้อง
พบว่า
1 ปัญหาโรค เช่น โรคเหยี่ ว รากปม ใบหงิก ใบด่าง และ แมลง เช่น เพลี้ยไฟ ไรขาว แมลงวันทอง
2 เกษตรกรไม่มีการคัดเกรดผลผลติ กอ่ นจาหนา่ ยทาให้ราคาผลผลติ ตกตา่ ไมส่ ามารถควบคุมราคาได้
3 ผลผลิตของเกษตรกรไมไ่ ดค้ ณุ ภาพ
4 ราคาพริกในตลาดผนั ผวนราคาข้ึนลงอยู่ตลอดเวลา
5 แรงงานไม่เพียงพอเกษตรกรหลายรายปลูกพริกมากเกินไปไม่สอดคล้องกับแรงงานในครัวเรือนท่ีมี
ทาให้เกดิ การจา้ งงานสง่ ผลให้มตี น้ ทนุ ในการผลิตเพ่มิ มากขึน้
6 เกษตรกรในพื้นที่ขาดความรู้เรือ่ งการจัดการดินไม่ทราบข้อมูลชดุ ดินของตนเองทาให้มีการปรบั ปรุง
คณุ ภาพดนิ ทีผ่ ิด



7 เกษตรกรในพ้ืนที่ไม่มกี ารควบคุมต้นทุนผลผลิต เช่น รายจ่ายเร่ืองการกาจัดศัตรูพืช วัชพืช ปุ๋ย และ
ต้นทุนทางดา้ นแรงงาน

8 เกษตรกรในพื้นทไี่ ม่มกี ารเพิ่มมลู คา่ ผลผลติ จากผลผลิตท่ีไม่ไดค้ ุณภาพ
9 ปัญหาเรื่องน้าเกษตรกรในพื้นที่พบปัญหาเรื่องน้าท่วมในพ้ืนท่ีทาให้บางฤดูกาลไม่สามารถปลูกพริก
ได้ตามฤดกู าล
การจดั การนา้ และธาตุอาหาร

จากการเก็บตัวอยา่ งดนิ มาวิเคราะหใ์ นห้องปฏิบัตกิ าร ผลการวิเคราะหเ์ บื้องต้นพบว่าดนิ มคี ่าความเป็น
กรดดา่ งประมาณ 7.8 ทงั้ นนี้ ่าจะมสี าเหตุจากดินบริเวณพนื้ ทปี่ ่าระกาเป็นกลุ่มชุดดินที่ 3 ซ่งึ มีวตั ถตุ น้ กาเนิดดิน
พวกตะกอนผสมของตะกอนลาน้าและตะกอนน้าทะเล แล้วพัฒนาในสภาพน้ากร่อย ดินกลุ่มนี้พบในบริเวณท่ี
ราบลุ่มหรือท่ีราบเรียบ บริเวณชายฝั่งทะเลหรือห่างจากทะเลไม่มากนัก มีน้าแช่ขังในช่วงฤดูฝน เป็นดินลึกที่มี
การระบายนา้ เลวถึงค่อนขา้ งเลว มเี น้อื ดนิ เป็นพวกดนิ เหนยี วหรือดนิ เหนยี วจดั หน้าดนิ อาจแตกระแหงเป็นร่อง
ลึกในฤดูแล้ง และมีรอยถูไถลในดิน ดินบนมีสีดา ส่วนดินล่างมีสีเทาหรือน้าตาลอ่อน มีจุดประสีเหลืองและสี
นา้ ตาล ตลอดชัน้ ดิน บางบรเิ วณอาจพบจุดประสีแดงปะปน

แนวทางการจัดการธาตุอาหาร
1.แนะนาให้เกษตรกรใสป่ ุ๋ยหมกั และนา้ หมัก เพอ่ื เป็นตวั ชว่ ยในการปรับคา่ ความเปน็ กรดดา่ งของดินให้
มีค่าลดลง
2.แนะนาให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยที่ใส่ประกอบของกามะถัน เช่น 21-0-0 และ 0-0-45 เพื่อเพิ่มความเป็น
กรด ซ่ึงจะชว่ ยสง่ เสรมิ ความเปน็ ประโยชน์ของธาตุอาหารในดนิ
การจดั การโรคของพรกิ
การจัดการโรคของพริกโดยชีววิธีให้ประสบความสาเร็จ ต้องดาเนินการตั้งแต่ระยะแรกของการ
เพาะปลูก เร่ิมจากการเตรียมพ้ืนที่ปลูก การเตรียมต้นกล้า การจัดการดินและน้า การจัดการศัตรูพืช และการ
เก็บเก่ียว โดยการป้องกันการเกิดโรคของพริกพืชในระยะเร่ิมแรก อาจกระทาได้หลายวิธี เช่น การคลุกหรือแช่
เมล็ดพันธุ์พริกด้วยชีวภัณฑ์เช้ือราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma sp.) หรือชีวภัณฑ์เชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์
Bacillus subtilis นอกจากจะช่วยป้องกันการเข้าทาลายของเช้ือสาเหตุโรคทางดินแล้ว ยังมีส่วนช่วยส่งเสริม
การเจริญของกลา้ พืชอีกด้วย ท้งั นก้ี ารนาเชือ้ ราไตรโคเดอร์มาไปใช้เพ่ือป้องกันกาจดั โรคพืช สามารถประยกุ ต์ใช้
ได้หลายวิธี ได้แก่ การผสมในปุ๋ยหมักที่ย่อยสมบูรณ์แล้ว นาไปใช้โดยการรองก้นหลุมก่อนปลูกพืช ซ่ึงเป็นวิธีที่
จะช่วยลดการเกดิ โรคพชื ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
การใช้ปุ๋ยหมักจากก้อนเช้ือเห็ดเก่าผสมเช้ือราไตรโคเดอร์มา จะเป็นอีกวิธีการหน่ึงเพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการยับยั้งการเกิดโรคของพริกได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้วการศึกษาความหลากหลายของ
เชื้อจุลินทรีย์ทั้งก่อนและหลังการใช้เชื้อปฏิปักษ์ ในการป้องกันกาจัดโรคพืช จาเป็นต้องมีการติดตามจานวน
ประชากรของเช้ือจุลินทรีย์ก่อโรคและเชื้อปฏิปักษ์ เพื่อให้ความทราบถึงการมีชีวิตรอดและการดารงใน
สิ่งแวดลอ้ มนั้นได้อยา่ งยัง่ ยืน และพฒั นาวธิ ีการใช้จลุ ินทรยี ใ์ หเ้ กดิ ประสิทธิภาพสูงสดุ



การใชเ้ ชือ้ ราไตรโคเดอร์มาเพอ่ื ป้องกันกาจัดการเกดิ โรคของพชื เชื้อราไตรโตเดอร์มาเจริญได้ดีในดินท่ีมี
อินทรียวัตถุ มีคุณสมบัติในการยับย้ังหรือทาลายเช้ือสาเหตุโรคพืชหลายชนิด ซึ่งการนาไปใช้ได้หลายวิธี เช่น
ผสมนา้ เพื่อฉีดพ่นหรือรดต้นพืช ใชค้ ลุกเมล็ดก่อนปลูก หรอื ผสมกับปยุ๋ หมกั ที่สมบรู ณแ์ ล้ว เชอ้ื ราไตรโคเดอร์มา
มกี ลไกในการยบั ยงั้ หรือควบคมุ เชือ้ สาเหตขุ องโรคพืช ดังนี้

1. การสร้างสารปฏิชีวนะ (antibiosis) คือ การสร้างผลผลิตจากกระบวนการเมแทบอลิซึม ซ่ึงมี
คุณสมบัติเป็นสารปฏิชีวนะ (antibiotic) ซึ่งสารจะมีประสิทธิภาพในการทาลายชีวิต หรือยับย้ังเชื้อก่อโรคพืช
หลายชนดิ ทง้ั นีเ้ ช้อื ราไตรโคเดอร์มาสายพนั ธท์ุ ่ีสามารถควบคมุ โรคพชื ดว้ ย

2. การแข่งขัน (competition) เช้ือจุลินทรีย์ปฏิปักษ์มีความสามารถในแข่งขันกับเชื้อสาเหตุโรคพืช
ได้แก่ แก่งแย่งแหล่งอาหารพวกคาร์โบไฮเดรต ไนโตรเจน ก๊าซออกซิเจน ตลอดจนสารท่ีจาเป็นต่อการเจริญ
ของพืช เชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นราปฏิปักษ์ที่มีประสิทธิภาพในการแก่งแย่งแข่งขันสูง ในด้านท่ีอยู่อาศัยและ
แหลง่ อาหาร มคี วามสามารถในการเข้าครอบครองรากพชื ไดร้ วดเร็วกว่าเชือ้ ราสาเหตุโรคพืช

3. การเป็นปรสิต (parasitism) เชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์มีความสามารถในการเข้าไปเจริญและอาศัยใน
เชือ้ โรคพืช หรือเจริญบริเวณใกล้เคยี งพืชอาศัย แลว้ คอยดูดกินอาหาร ทาลายเช้ือโรคโดยตรง จนทาให้เชื้อโรค
พืชออ่ นแอและตายในที่สุด ปรสิตของเช้ือรา (mycoparasite) ทที่ าลายเช้ือโรคให้ตายก่อนจึงสามารถใช้อาหาร
จากเส้นใยหรือสปอร์ของเชื้อโรคพืชได้ เรียกว่า necrotrophic mycoparasite ท้ังนี้กลไกการเป็นปรสิตแบบ
นี้ได้แก่ การสร้างสารพิษหรือเอนไซม์ย่อยสลายผนังเซลล์ของเช้ือโรค ในขณะท่ีปรสิตของเช้ือราบางชนิดที่
สามารถเข้าไปเจริญและมีชีวิตในเช้ือสาเหตุ แล้วค่อยๆ แทงผ่านเส้นใยเชื้อโรคแต่ไม่ทาให้เชื้อโรคตาย
เรยี กว่า biotrophic mycoparasite

4. การชักนาให้พืชต้านทานต่อโรค (induced host resistance) เป็นอีกกลไกหนึ่งท่ีน่าสนใจ
เน่ืองจากเช้ือจุลินทรีย์ปฏิปักษ์บางชนิด นอกจากควบคุมโรคพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังมีความสามารถ
ในการกระตุ้นหรือชักนาให้พืชสร้างความต้านทาน ต่อการเขา้ ทาลายของเช้ือโรค

การจัดการแมลงศัตรูพืช

แมลงศัตรูพริกท่ีพบในแปลงพริก เพลยี้ ไฟพรกิ เป็นแมลงขนาดเลก็ ตัวเตม็ วยั ของเพล้ียไฟจะวางไข่ตาม
เส้นใบ เมื่อตัวอ่อนฟักออกจากไข่จะอาศัยดูดกินน้าเล้ียงจากส่วนของพืชเช่นเดียวกับตัวเต็มวัย มักจะพบอยู่
โดยทั่วไปบนตน้ พืชโดยเฉพาะที่ใบ ดอก ผล หรอื สว่ นท่ีอ่อน ๆ ของตน้ พรกิ ตัวอ่อนและตวั เต็มวัยทาลายใบพริก
โดยดูดกินน้าเลี้ยงในใบอ่อน หรือยอดอ่อน ทาให้ใบหรือยอดอ่อนหงิก และม้วนงอข้ึนด้านบนท้ังสองข้าง ใบท่ี
ถูกทาลายจะเห็นเป็นรอยสีน้าตาล ถ้าการระบาดรุนแรงพืชจะชะงักการเจริญเติบโต หรือ แห้งตายในที่สุด ถ้า
เกิดกับใบอ่อนหรือยอดอ่อนก็จะทาให้ใบหรือยอดอ่อนหงิก ขอบใบหงิกและม้วนงอข้ึนด้านบนท้ังสองข้าง ใบท่ี
ถกู ทาลายมากจะเห็นเป็นรอยด้านสีนา้ ตาล ถ้าเกดิ ในระยะพริกกาลังออกดอกกจ็ ะทาใหด้ อกพริกร่วง ถา้ ระบาด
ในช่วงพริกติดผลแล้วจะทาให้รูปทรงของผลบิดงอไม่ได้คุณภาพ หากเกิดการระบาดในช่วงท่ีมีอากาศแห้งแล้ง
อาจจะทาให้เกิดความเสียหายมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เพลี้ยไฟระบาดมากในช่วงฤดูแล้ง หรือเมื่อฝนทิ้งช่วง
เปน็ เวลานาน กระแสลมเป็นปัจจยั ชว่ ยใหเ้ พลี้ยไหแ้ พรก่ ระจายไปได้อยา่ งรวดเร็ว

การป้องกนั และกาจดั



1. การใหน้ ้าแบบสปริงเกอรจ์ ะชว่ ยลดการระบาดของเพลี้ยไฟได้
2. หม่ันสารวจแปลงพริกโดยใช้วิธีเคาะยอดพริกกับกระดาษสีขาวจะทาให้เห็นตัวเพลี้ยไฟได้ง่ายข้ึน
หากพบการทาลายท่ีบริเวณยอดหรือใบพริก หรือพบเพล้ียไฟประมาณ 10 ตัวต่อยอด ให้รีบทาการป้องกัน
กาจดั
3. เมื่อพบการระบาดของเพลี้ยไฟควรฉีดพ่นด้วยสารเคมีป้องกันกาจัดโดยฉีดพ่นให้ทั่วตามใต้ใบ ซอก
ใบ ยอดอ่อน หรือในช่อดอก เน่ืองจากเพล้ียไฟชอบหลบซ่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งในการใช้สารเคมีป้องกนั
กาจัด ควรเลือกใช้ด้วยความรอบคอบ สาหรับสารเคมีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกาจัดเพลี้ยไฟ ได้แก่ ฟิ
โปรนิล อะบาเมก็ ตนิ คาร์โบซัลแฟน อิมิดาโคลพรดิ ไซเปอรเ์ มทรนิ โฟซาโลน แลมบด์ าไซฮาโลทริน
4. การบารุงพืชให้สมบูรณ์แข็งแรง โดยการกาจัดวัชพืช ให้น้าอย่างพอเพียง และใส่ปุ๋ยทางดินหรือให้
ปุ๋ยน้าทางใบจะช่วยให้ต้นพริกฟื้นจากการทาลายของเพลี้ยไฟได้ดีขึ้น (ษศวิ รรณ เรื่อศรีจันทร์, 2558)
ไรขาวพริก ตวั ออ่ นและตัวเตม็ วัยดูดกินน้าเลี้ยงจากตาดอกและยอดอ่อนทาใหใ้ บอ่อนของตน้ พริกหงิก
ขอบใบม้วนงอลงด้านล่างทาให้ใบมีลักษณะเรียวแหลม ก้านใบยาวงอ บิดเบี้ยว หรือแตกเป็นฝอยได้ ต้นพืช
แคระแกรน ชะงักการเจริญเติบโต อาการข้ันรุนแรงจะพบว่าส่วนยอดหงิกเป็นฝอยและมีสีน้าตาลแดง ไรขาว
พริกมกั ระบาดในช่วงท่ีมอี ากาศชื้นฝนตกพรา ๆ ตลอดเวลา
การปอ้ งกนั กาจดั
1. ควรตรวจดูต้นพริกท่ีปลูกทุก ๆ 7 วันโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ซ่ึงเป็นระยะท่ีพริกกาลังแตกใบอ่อน
ถ้าสังเกตเห็นพริกเร่ิมแสดงอาการใบหรือยอดหงิกให้ใช้กามะถันผง อัตรา 60-80 กรัมต่อน้า 20 ลิตรพ่นตรง
บริเวณทีเ่ กิดการระบาดและบริเวณใกลเ้ คียงโดยพน่ 2 ครง้ั ห่างกนั 3 วนั และพ่นซา้ เมือ่ พบการระบาด
2. ถ้าพบในระยะท่ีไรขาวพริกระบาดมากแล้วควรใช้ amitraz (Mitac 20% EC) ลิตรพ่น 2 ครั้งห่าง
กัน 5-7 วัน และพ่นซ้าหากพบวา่ ยังมีไรขาวพรกิ ระบาด
3. กรณีพริกท่ีปลูกแบบสวนครัวหลังบ้านการเด็ดยอดที่หงิกไปทาลายเสียจะช่วยลดการระบาดของไร
ขาวได้บา้ ง (ฐานขอ้ มลู พนั ธกุ รรมพชื สวน, 2557)
แมลงวันทองพริก ตัวเต็มวัยเพศเมียเข้าทาลายพริกในระยะที่พริกติดผลจนถึงเก็บเกี่ยว โดยวางไข่ลง
ไปในผลพริกโดยใช้อวัยวะวางไข่แทงเข้าไป เมื่อฟักออกเป็นตัวหนอนก็จะชอนไชกินไส้ในพริก ในระยะแรกจะ
สังเกตได้ยาก จะพบเพียงอาการช้าบริเวณใต้ผิวเปลือก เม่ือหนอนโตขึ้นเรื่อยๆ ทาให้ผลเน่าและมีน้าไหลเย้ิม
ออกทางรูท่ีมีหนอนเจาะออกมาเพื่อเข้าดักแด้ในดิน รอยแผลที่เกิดจาการวางไข่ยังมีผลให้เชื้อจุลินทรีย์สาเหตุ
โรคพืชเข้าทาลายต่อ ทาให้ผลพริกเน่า และร่วงหล่นก่อนระยะเก็บเก่ียวหากไม่มีการป้องกันหรือควบคุมความ
เสยี หายท่ีเกิดข้นึ จาก การทาลายอาจรุนแรงมากถงึ 100 เปอร์เซ็นต์
การป้องกนั กาจดั
1. การเขตกรรม เช่น ทาความสะอาดแปลงปลูก โดยการเกบ็ ผลพริกทร่ี ่วงหลน่ ไปทาลาย เพ่ือลดแหล่ง
เพาะพนั ธ์ุของแมลงวันผลไมใ้ นพรกิ หรือทาลายพชื อาศยั ทอี่ ยู่รอบๆแปลงปลูกพริก
2. การใชน้ ้ามันปิโตรเลียม ไดแ้ ก่ ดีซี ตรอน พลัส 83.9% EC หรอื เอส เค 83.9% EC หรอื ซัน สเปรย์
อลั ตา้ ฟรายด์ 83.9% EC อัตรา 60 มิลลิลิตร/นา้ 20 ลิตร



3. การใชส้ ารชีวภณั ฑใ์ นการปอ้ งกนั กาจัด เช่น เชอ้ื ราบวิ เวอร์เรยี เชอ้ื ราเมตตาไรเซียม
4. การใช้สารฆ่าแมลงท่ีมีประสิทธิภาพ ได้แก่ มาลาไธออน (มาลาเฟส 57% EC) อัตรา 50 มิลลิลิตร/
น้า 20 ลิตร เน่ืองจากตัวหนอนอาศัยอยู่ในผลพรกิ โอกาสน้อยมากท่ีสารเคมี จะถูกตัวหนอนโดยตรง และทาให้
หนอนตาย จงึ ควรใชต้ งั้ แตพ่ ชื ออกดอกเพ่ือไม่ให้ตัวเต็มวัยมาวางไข่บนผลพริก โดยฉีดพ่นใหท้ ่วั ต้นพืช ทกุ 7 วนั
และเว้นระยะกอ่ นการเก็บเก่ียวผลผลติ อยา่ งนอ้ ย 7 วัน
5. การใชส้ ารล่อ
5.1 การใช้สารลอ่ แมลงวนั ผลไม้ตวั ผู้ คือ สารลาติ-ลัวร์ (liti-lure) สารเคมีในกลมุ่ α-ionone และ α-
ionol ทุกชนดิ
5.2 การใช้เหย่ือโปรตีน โดยการใช้ยีสต์โปรตีนออโตไลเสท (Protein autolysate) ผสมกับสารเคมี
กาจัดแมลงมาเป็นเหยื่อล่อแมลงวันพริก โดยใช้ยีสท์โปรตีนออโตไลเสท 800 ซีซี. ผสมสารเคมมาลาไธออน
83% EC จานวน 280 ซีซี. ผสมน้า 20 ลิตร พ่นเป็นจุดๆ วิธีนี้ได้ผลดี เน่ืองจาก ประหยัดค่าใช้จ่าย ในการใช้
สารเคมี ค่าแรงงาน แล้วยังลดพิษของสารเคมีที่มีต่อ แมลงผสมเกสร และตัวห้า ตัวเบียน สารน้ีสามารถดึงดูด
แมลงวันพริกตัวผู้และตัวเมีย ซึ่งช่วยลดการเข้าทาลายของแมลงวันพริกได้เป็นอย่างดี (วินิต และ จุฑาทิพย์ ,
2558)
การจัดการพริกสดด้วยกระบวนการอบแห้งผลผลิตและการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูกพริกเพ่ือ
การผลติ ตามความต้องการของตลาด
การพัฒนานวัตกรรมเครื่องอบแห้งที่สร้างข้ึนเหมาะสมกับการอบแห้งพริก สามารถสร้างมูลค่าเพ่ิม

ให้กบั เกษตรกรได้ หากมีการรวมกลมุ่ ในการใชเ้ ทคโนโลยแี ตล่ ะระดับในพ้ืนท่ตี ่าง ๆ เพือ่ ประโยชน์ในการตอ่ รอง

ราคาและการได้รับผลจากราคาพริกแห้งท่ีสูงขึ้นในแต่ละช่วงเวลาของการจาหน่าย ทั้งนี้จะเป็นการพัฒนา

เกษตรกรผปู้ ลูกพริกเพ่อื การผลติ ตามความต้องการของตลาดเช่นกนั

จากข้อมลู ทางกายภาพของพื้นท่ี ไดแ้ ก่ ลักษณะภมู ปิ ระเทศ ลกั ษณะดนิ พชื พรรณธรรมชาติ พืชพรรณ

ปลกู และการใช้ท่ีดนิ สามารถนามาวเิ คราะหแ์ ละแบ่งเขตนิเวศเกษตรโดยภาพรวม ได้ 4 เขตใหญ่ ๆ คอื เขต 1

พื้นท่ีพรุ เขต 2 พ้ืนที่ดอนเชิงเขา เขต 3 พื้นที่นา ประกอบด้วย 3.1 น้าไม่ท่วมในฤดูฝน 3.2 น้าท่วมในฤดูฝน

และเขตที่ 4 พื้นทภี่ ูเขา

ในขณะที่การผลิตและการเก็บเกี่ยวโดยภาพรวม พริกจะเร่ิมให้ผลผลิตหลังจากย้ายกล้าปลูกลงแปลง

แล้วประมาณ 2 เดือน ถ้าหากเป็นการปลูกโดยใช้เมล็ดปลกู โดยตรงก็ประมาณ 3 - 5 เดือน แต่ท้ังน้ีอาจข้ึนอยู่

กับชนิดของพริกท่ปี ลูก หรอื ความสมบูรณข์ องต้นพริกวา่ มีมากน้อยแคไ่ หน สาหรับผลผลิตที่ให้ในช่วงแรกจะไม่

มากและจะเพ่ิมขึ้นตามลาดับเช่นเดียวกับพืชอื่น ๆ และผลผลิตจะเริ่มลดลงเมื่อต้นพริกเริ่มแก่หรือมีอายุ

ประมาณ 6 - 7 เดือน หลังจากนี้ต้นจะเริ่มโทรมและหยุดให้ผลผลิต ชาวสวนมักถอนทิ้งและปลูกใหม่ แต่ถ้า

หากปลูกกันตามหลังบ้านเป็นผักสวนครัวเมื่อเห็นว่าต้นพริกให้ผลผลิตน้อย ก็ทาการตัดแต่งก่ิงที่ไม่จาเป็นออก

เสียบ้าง ใส่ปยุ๋ คอกปยุ๋ วทิ ยาศาสตร์ ต้นพรกิ สามารถใหผ้ ลผลติ ใหม่ไดอ้ ีกถงึ แมจ้ ะไม่มาก



หลงั จากทพี่ รกิ ให้ผลผลติ แล้วในการเก็บเก่ียวพริก ถ้าเป็นการจาหน่ายผลสดนยิ มเก็บเก่ียวทง้ั ผลสีเขียว
และผลสีแดงปะปนกันไป หรือเก็บเฉพาะผลที่แก่จัดแต่ยังมีสีเขียวหรือผลท่ีสกุ แล้วแต่ผู้ปลูกและผู้รับซื้อแต่ถา้
เป็นการเก็บเก่ียวผลเพื่อนามาตากแห้งหรือทาเมล็ดพันธ์ุก็เก็บเฉพาะผลท่ีสุกหรือมีสีแดงเท่านั้น โดยเก็บติดมา
ทั้งข้ัวทั้งผล และในการเก็บเกี่ยวผลพริกน้ันสามารถเก็บได้ทุก ๆ อาทิตย์หรือแปลงที่มีการปลูกเป็นจานวนมาก
ก็เกบ็ เก่ียวได้ตลอดทุกๆ วนั โดยจะทาการเก็บหมนุ เวยี นไปไดจ้ นทั่วทัง้ ไร่

ช่วงท่ีผลผลติ ของพริกดีท่ีสดุ จะอยู่ในช่วงหน้าแล้ง ทาให้เกิดผลผลิตดีมาก กล่าวคือการปลูกช่วงเดอื น
มกราคมให้โตทนั ในเดือนกุมภาพนั ธ์ ทงั้ นก้ี ข็ น้ึ อยู่กับสภาพอากาศด้วย พริกท่ปี ลกู ยากที่สุดจะเปน็ พริกชี หรอื ท่ี
เรียกกันว่าพริกเดือยไก่ พริกชนิดน้ีจะเกิดโรคเร็ว ปลูกยาก การให้ผลผลิตก็จะน้อย และการดูแลการ
เจริญเติบโตจะชา้ กว่าพรกิ อ่ืน ๆ พริกท่ีปลูกง่ายท่ีสุดจะเป็นพริกจินดาหรือที่เรียกกันว่าพรกิ เขียวพริกแดง ส่วน
ใหญ่ในพื้นที่ปลูกพริกลูกผสมทางการค้า ได้แก่ สายพันธุ์ดวงมณี (พริกเขียว) รองลงมาคือสายพันธ์ุเพชรดา ซ่ึง
เป็นนสายพันธุ์นิยมเก็บขายเป็นพริกแดง และพริกพื้นเมือง ตามลาดับ ในขณะเดียวกัน พบว่า เกษตรกรหลาย
รายปลูกพริกสายพันธ์ุพ้ืนเมืองในแปลงแบบคู่ขนานกับกับพริกสายพันธ์ุการค้า ซ่ึงเป็นการกระจายความเสี่ยง
จากราคาท่ีแตกต่างกัน โดยเฉพาะสายพันธ์ุพริกพื้นเมืองท่ีเรียกว่า พริกชีส้ัน ซ่ึงเป็นพริกที่ชาวนครศรีธรรมราช
นิยมบริโภคและไม่นิยมบริโภคพริกสายพันธท์ุ างการค้าที่ตนเองปลูก ซ่ึงเป็นการปลูกเพ่ือการตลาดและส่งออก
ผู้ปลูกพนั ธพ์ นื้ เมืองจะไวร้ ับประทานพริกที่ตนเองปลกู และสามารถตากเปน็ พรกิ แหง้ เกบ็ ไว้บริโภคตลอดทัง้ ปี ใน
ขณะเดยี วกันราคากส็ งู กว่าสายพนั ธ์ทุ างการค้า

วถิ ีตลาดผลผลติ พริกในพนื ท่เี ป้าหมาย
การปลูกพริกพ้ืนเมืองในจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยเฉพาะการปลูกพริกในพื้นที่ลุ่มน้าปากพนัง
นอกจากพริกเขียว มีพริกพ้ืนเมืองอื่น ๆ ปลูกเพ่ือตอบสนองความต้องการในท้องถิ่นด้วย ได้แก่ พริกชีสั้น เพื่อ
ใชท้ าเคร่ืองแกง พรกิ ยอดสน พรกิ เพชรดา พริกชเี ดือยไก่ พรกิ บา้ น พรกิ แดงหัวไทร ประมาณวา่ พ้ืนที่ปลูกพริก
สายพนั ธุ์พน้ื เมอื งในพน้ื ที่ล่มุ น้าปากพนัง ส่งเขา้ ตลาดทอ้ งถนิ่ ในพืน้ ทจ่ี ังหวัดนครศรธี รรมราช ผลผลติ ประมาณปี
ละ 2,800 ตัน ขณะท่ีความต้องการพริกพ้ืนเมืองของจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียงอยู่ท่ีวนั ละไม่
น้อยกว่า 6,000 ตนั แสดงให้เห็นถงึ ความต้องการในจังหวัดนครศรีธรรมราชการผลิตพริกพืน้ เมืองไมเ่ พียงพอใน
การบริโภคภายในกลุ่มจังหวัดของตนเอง ทาให้ต้องมีการนาเข้าพริกมาจากจังหวัดในภาคกลางและภาคต่าง ๆ
ด้วย โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ ซ่ึงเป็นช่วงเวลาท่ีพริกจะมีการปลูกน้อยเนื่องเป็นช่วงฤดูฝน
โดยส่วนใหญพ่ ริกจะไมม่ ีการปลูกในพืน้ ทเี่ พราะปริมาณฝน โรคแมลงศัตรูพรกิ มาก
ดา้ นการตลาดพริกตลาดหัวอิฐเปน็ ตลาดพรกิ พื้นเมืองทใี่ หญ่ท่สี ดุ ของจงั หวดั แต่พื้นที่ปลูกพริกพ้ืนเมือง
หลายอาเภอผลผลิตไม่เพียงพอบริโภคในพ้ืนท่ีขายในพื้นท่ีก็ไม่พอ จึงไม่จาเป็นต้องนามาขายในตลาดหัวอิฐ มี



พ่อค้าไปรับซ้ือในตลาดท้องถ่ินทุกวัน ส่วนที่เหลือจากตลาดท้องถ่ินจะเข้าสู่ตลาดหัวอิฐ ตลาดหาดใหญ่ และ
กระจายไปท่ัวภาคใต้โดยผู้รวบรวมในท้องถ่ิน ปัจจุบันนี้เกษตรกรยังไม่มีปัญหาเร่ืองการจาหน่ายแต่มีปัญหา
เร่ืองราคา และถ้าหากการผลิตสามารถส่งผลผลิตสู่ตลาดได้สม่าเสมอจะทาให้ระบบการซ้ือขายจากตลาดใหญ่
จะมีความแนน่ อนมากยิง่ ข้นึ

ปัญหา อุปสรรคและข้อจา้ กดั
นอกจากปัญหาต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กับสภาพปัจจัยของแต่ละครัวเรือน พบว่าเกษตรกรยังขาด
ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในเรื่องการปลกู พืช เน่ืองจากเป็นประสบการณ์ท่ีพัฒนามา เช่น การใช้ปุ๋ย
และการใช้ยากาจัดโรคและแมลงให้ถูกต้องและปลอดภัย การตัดสินใจเลือกพันธุ์และชนิดพืชหรือปลาน้ัน
เกษตรกรได้มีการลองผิดลองถูกด้วยตนเอง ประกอบกับการปลูกพืชผักรวมท้ังพริกจะคุ้นชินกับวิถีเดิม การ
สนบั สนนุ แหล่งข้อมูลทางด้านวิชาการและข้อมลู ทางดา้ นการตลาด เชน่ พชื ผกั ทีต่ ลาดต้องการในแต่ละฤดูกาล
การจัดการผลผลิตแต่ละช่วงเวลา ความเคลื่อนไหวของราคา เป็นต้น ท่ีเกษตรกรทาได้ยาก รวมทั้งแรงงานไม่
พอ ท้ังน้ีโดยภาพรวมปัญหาท่ีพบในพื้นท่ีเกี่ยวกับการผลิตและการตลาด คือ 1) ปัญหาโรคระบาดในพริก
เกษตรกรจาเป็นต้องใช้สารเคมีในการควบคุมจากัดโรค 2) พริกเป็นพืชท่ีใช้แรงงานในการเก็บเก่ียวผลผลิต
จานวนมากและค่าจ้างแรงงานมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตที่สูง มีผลต่อความคุ้มทุนในแต่
ละรอบการผลติ และ3) ราคาพริกทเ่ี กษตรกรขายเปน็ ไปตามกลไกลตลาด ขาดอานาจต่อรองดา้ นราคา
ขอ้ เสนอแนะเพือ่ การพัฒนาหรือสง่ เสริมการผลติ พรกิ
1) การจัดโซนตามระบบนิเวศเพื่อการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ เพ่ือการสนับสนุนการเพิ่ม
ประสทิ ธภิ าพการผลติ พริกท่ไี ด้มาตรฐานและปลอดภัย มปี ริมาณท่ีเพยี งพอและสอดคล้องกับความต้องการของ
ตลาด
2) สนับสนนุ เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมการเพิม่ สร้างมลู คา่ เพมิ่ โดยการแปรรูป
3) สนบั สนนุ การรวมกลุ่มเกษตรกรผปู้ ลูกพรกิ ใหม้ ีความเขม้ แข็งในรูปแบบแปลงใหญเ่ พื่อการต่อรองซ่ึง
มีผลจากกลไกของราคา และให้มีการเช่ือมโยงการตลาดระหว่างกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่กับผู้รวบรวมผลผลิตใน
พืน้ ท่หี รือผู้สง่ ออกพริกและหรือผลติ ภณั ฑ์แปรรูปจากพริก
4) การหนุนเสริมระบบการวางแผนการผลิต กล่าวคือให้เกษตรกรสามารถวางแผนการปลูกพริกตาม
ฤดูกาลในแต่ละโซน (พื้นที่) ให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการและสามารถออกตลาดในช่วงเวลาท่ีพริกมี
ราคาสงู ได้
5) การพัฒนาและจัดหาพันธ์ุพืช ท้ังไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผักท่ีเหมาะสมกับพ้ืนที่ในแง่ชนิดและพันธุ์
เสรมิ ความม่นั คงของรายได้ท่ีอาจจะเกิดความไม่แนน่ อนของพืชผักอายสุ ัน้ ที่อาจจะมีปัญหาทั้งเร่ืองของโรคและ
แมลงระบาด และปญั หาของตลาด



6) การจัดต้ังศูนย์ประสานงานบริการข้อมูลและความรู้ของพื้นที่จัดการโดยเกษตรกรในพื้นท่ีท่ีจาเปน็
ต่อเกษตรกร ศูนย์นี้ควรประกอบด้วยผู้มีความรู้ประสบการณ์ของหมู่บ้านและชุมชนในหมู่บ้าน มีเกษตรตาบล
ช่วยในการประสานงาน หน้าท่ีหลักของศูนย์คือการบริการข้อมูลติดตามความเคลื่อนไหวของราคาผลิตผล
ความรทู้ างเทคนิคท่จี ะปรบั ปรุงระบบให้ดี ตลอดจนวธิ ีการลดความเสีย่ งจากปจั จยั ต่าง ๆ

7) การเพ่ิมศักยภาพของกลุ่มเกษตรกร ท่ีเกิดข้ึนตามธรรมชาติให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นโดยความช่วยเหลือ
สนับสนุนจากศูนย์ การรวมกลุ่มอาจจะมีเป้าหมายเฉพาะ เช่น กลุ่มผู้ปลูกผัก กลุ่มผู้เลี้ยงปลา เป็นต้น ซ่ึงการ
รวมกลุม่ จะทาให้มีอานาจตอ่ รองและการส่ือสารต่าง ๆ มปี ระสทิ ธภิ าพมากย่ิงขน้ึ ไป

กล่าวโดยภาพรวมข้อเสนอแนะของโครงการวิจัย นอกจากการหนุนเสริมด้านใช้เทคโนโลยีและ
นวัตกรรมในการแปรรูปเพ่ือเพิ่มมูลค่า เกษตรกรและหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องควรร่วมสนับสนุนการวางแผนการ
ผลิตในแต่ละรอบการปลูกพริกที่สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด ทั้งนี้ควรมีการจัดโชนในการปลูกพริกแต่ละ
สายพันธ์แต่ละเขตพื้นที่ตามระบบนิเวศของแต่ละพื้นท่ี จะช่วยในด้านการกาหนดปริมาณผลผลิตท่ีจะออกสู่
ตลาดให้มีความสอดคล้องระหว่างกันกับความต้องการของตลาด (Equilibrium of Demand-Supply Side)
ซง่ึ จะส่งผลตอ่ ราคาพริกตอ่ ไป

บทคดั ยอ่

พืน้ ทล่ี ่มุ น้ำปำกพนงั ครอบคลุมใน 5 อ้ำเภอ ของจังหวดั นครศรธี รรมรำช ได้แก่ หวั ไทร เชียรใหญ่ ปำก
พนัง เฉลิมพระเกียรติ และชะอวด เป็นแหล่งผลิตพริกเพ่ือกำรส่งออกที่ส้ำคัญของภำคใต้ โดยเฉพำะกำร
ส่งออกพริกไปยังตลำดหลักส้ำคัญในประเทศมำเลเซีย และสิงคโปร์ ท่ีอย่ำงไรก็ตำมแม้จะเป็นพื้นที่ที่มี
เพำะปลูกพริกส่งออกแหล่งส้ำคัญแห่งหน่ึงของประเทศ แต่เกษตรกรผู้ปลูกมักประสบปัญหำรำคำพริกตกต้่ำ
และปัญหำโรคพริกท่ีเกิดจำกเช้ือรำและเชอ้ื แบคทีเรีย ประกอบกับรำคำซ้ือขำยพริกท่ีมคี วำมผันผวนของรำคำ
และกำรผลติ ทไี่ ม่สอดคล้องกบั ควำมต้องกำรของตลำดส่งผลใหเ้ กษตรกรขำดทนุ ในแตล่ ะรอบกำรปลกู

โครงกำรวิจัยกำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้และเทคโนโลยีกำรปลูกพริกตำมมำตรฐำนกำรปฏิบัติทำง
กำรเกษตรที่ดี (GAP) ที่สอดคล้องกับควำมต้องกำรของตลำด มีวัตถุประสงค์ เพ่ือน้ำองค์ควำมรู้ที่เก่ียวกับกำร
พัฒนำกำรผลิตกำรปลูกพริก กำรแปรรูปและกำรจัดจ้ำหน่ำยเพ่ือกำรพัฒนำผลผลิตให้ได้มำตรฐำน GAP ซ่ึงจะ
เปน็ กำรสร้ำงอำชีพเสริม และเพม่ิ รำยได้จำกกำรปลูกพริก และมีกำรขยำยผลและต่อยอดองค์ควำมรู้ตน้ แบบท่ี
มีอยู่ไปพ้ืนที่อื่นของจังหวัดนครศรีธรรมรำช โดยมีขอบเขตควำมรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่พ้ืนท่ี
ประกอบด้วย กำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้กำรจัดกำรน้ำและธำตุอำหำร กำรจัดกำรแมลงศัตรูพืช กำรจัดกำรโรค
เพ่ือกำรผลิตพริกสดด้ำนกำรปลูกพริกปลอดภัยตำมมำตรฐำน GAP กำรจัดกำรพริกสดด้วยกระบวนกำรท้ำ
แห้งผลผลิต มีนวัตกรรมเคร่ืองอบแห้งท่ีสร้ำงขึ้นเหมำะสมกับกำรอบแห้งพริก กำรถ่ำยทอดควำมรู้เพ่ือกำร
พัฒนำศักยภำพเกษตรกรผปู้ ลูกพริกเพ่ือกำรผลิตตำมควำมต้องกำรของตลำด

ผลกำรด้ำเนินงำนวิจัย พบว่ำ เกษตรกรผู้ปลูกมักประสบปัญหำรำคำพริกตกต้่ำ และปัญหำโรคพริกที่
เกิดจำกเชื้อรำและเช้ือแบคทีเรีย ที่มีสำเหตุมำจำกพื้นที่เพำะปลูกมีฝนตกเกือบทุกวัน เกษตรกรปลูกระยะชิด
ท้ำให้กำรแพร่กระจำยของโรคและแมลงเป็นไปอย่ำงรวดเร็ว ประกอบกับรำคำซื้อขำยพริกมักถูกก้ำหนดโดย
กลุ่มผู้รวบรวมท้องถ่ินและผู้ส่งออกเป็นหลัก ควำมผันผวนของรำคำและกำรผลิตท่ีไม่สอดคล้องกับควำม
ต้องกำรของตลำดส่งผลให้เกษตรกรขำดทุนและประสบกับปัญหำกำรวำงแผนกำรผลิตในแต่ละรอบกำรปลูก
ในขณะท่ีกำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้กำรจัดกำรน้ำและธำตุอำหำร กำรจัดกำรแมลงศัตรูพืช กำรจัดกำรโรคเพื่อ
กำรผลิตพริกสดด้ำนกำรปลูกพริกปลอดภัยตำมมำตรฐำน GAP ท้ำให้เกษตรมีพื้นท่ีต้นแบบในกำรเรียนรู้
สำมำรถนำ้ องคค์ วำมรไู้ ปสกู่ ำรขยำยผลเพื่อกำรปลูกพริกปลอดภยั ตำมมำตรฐำน GAP พบว่ำ ดินมีค่าความเป็น
กรดดา่ งประมาณ 7.8 (มคี ่าเปน็ ด่าง) ทงั้ นี้นา่ จะมสี าเหตุจากดนิ บริเวณพ้ืนที่ป่าระกาเป็นกลุ่มชุดดินท่ีมีวัตถุต้น
กาเนิดดินพวกตะกอนผสมของตะกอนลาน้า และตะกอนน้าทะเล แล้วพัฒนาในสภาพน้ากร่อย ดินกลุ่มน้ีพบ
ในบริเวณที่ราบลุ่มหรือท่ีราบเรียบ บริเวณชายฝั่งทะเลหรือห่างจากทะเลไม่มากนัก มีน้าแช่ขังในช่วงฤดูฝน
เป็นดินท่ีมีการระบายน้าได้ไม่ดี มีเน้ือดินเป็นพวกดินเหนียว หรือดินเหนียวจัด ทั้งน้ีได้มีแนวทางการจัดการ
ธาตอุ าหาร โดยการแนะนาให้เกษตรกรใส่ปยุ๋ หมักและน้าหมัก เพอ่ื เป็นตวั ช่วยในการปรับคา่ ความเป็นกรดด่าง

ของดนิ ใหม้ คี ่าลดลง และใหเ้ กษตรกรใส่ปุ๋ยที่ใสป่ ระกอบของกามะถัน เชน่ 21-0-0 และ 0-0-45 เพื่อเพ่ิมความ
เป็นกรด ซง่ึ จะช่วยส่งเสริมความเป็นประโยชนข์ องธาตุอาหารในดนิ

ในขณะท่ีการจัดการโรคพริก ท่ีมาจากเชื้อจุลินทรีย์ท่ีเป็นสาเหตุหลักก่อโรคในพริก ได้แก่ เช้ือ

รา แบคทเี รยี ไวรัส ไวรอยด์ และไส้เดอื นฝอย ซงึ่ สาเหตสุ ามารถเข้าทาลายได้ทุกระยะของการเจริญ ทาให้ผล
ผลิตเสียหายทั้งด้านปริมาณและคุณภาพน้ัน โครงการวิจัยได้แนะนาการจัดการโรคของพริกโดยชีววิธี ซ่ึง
ดาเนินการต้ังแต่ระยะแรกของการเพาะปลูก เริ่มจากการเตรียมพ้ืนท่ีปลูก การเตรียมต้นกล้า การจัดการดิน
และน้า การจัดการศัตรูพืช และการเก็บเกี่ยว โดยการป้องกันการเกิดโรคของพริกพืชในระยะเริ่มแรก อาจ
กระทาได้หลายวิธี เช่น การคลุกหรือแช่เมล็ดพันธุ์พริกด้วยชีวภัณฑ์เช้ือราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma sp.)
หรือชีวภัณฑ์เชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ Bacillus subtilis นอกจากจะช่วยป้องกันการเข้าทาลายของเชื้อสาเหตุ
โรคทางดินแล้ว ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมการเจริญของกล้าพืชอีกด้วย โครงการวิจัยได้นาการใช้ปุ๋ยหมักจากก้อน
เชื้อเห็ดเก่าผสมเช้ือราไตรโคเดอร์มา พบว่า ปุ๋ยหมักท่ีได้จากก้อนเช้ือเห็ดจะเป็นอีกวิธีการหน่ึงเพ่ือเพิ่มประ
สิทธิภาพในการยับยั้งการเกิดโรคของพริกได้เป็นอย่างดี จัดเป็นปุ๋ยหมักคุณภาพดี มีธาตุอาหารสมบูรณ์
เหมาะสมและเพียงพรต่อการเจริญเติบโตของพืช นอกจากน้ีในก้อนเช้ือเห็ดเก่ายังเป็นแหล่งอุดมไปด้วย
จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ ท้ังนี้กระบวนการต่อจากนี้ควรศึกษาความหลากหลายของเชื้อจุลินทรีย์ท้ังก่อนและ
หลังการใช้เชอ้ื ปฏปิ ักษ์ ในการป้องกันกาจดั โรคพืช จาเป็นต้องมีการติดตามจานวนประชากรของเชอ้ื จุลินทรีย์
ก่อโรคและเชื้อปฏิปักษ์ เพ่ือให้ความทราบถึงการมีชีวิตรอดและการดารงในส่ิงแวดล้อมน้ันได้อย่างย่ังยืน และ
พัฒนาวิธีการใช้จุลินทรีย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในขณะที่กำรพัฒนำนวัตกรรมเครื่องอบแห้งท่ีสร้ำงขึ้น

เหมำะสมกบั กำรอบแหง้ พริก สำมำรถสรำ้ งมลู ค่ำเพิ่มให้กบั เกษตรกรได้ หำกมีกำรรวมกลุ่มในกำรใช้เทคโนโลยี

แตล่ ะระดับในพนื้ ท่ีต่ำง ๆ เพ่อื ประโยชนใ์ นกำรต่อรองรำคำและกำรได้รับผลจำกรำคำพริกแหง้ ท่ีสูงขนึ้ ในแต่ละ

ช่วงเวลำของกำรจ้ำหน่ำย ท้ังน้จี ะเปน็ กำรพัฒนำเกษตรกรผู้ปลกู พรกิ เพื่อกำรผลติ ตำมควำมต้องกำรของตลำด

ขอ้ เสนอแนะโดยภำพรวมของโครงกำรวิจยั นอกจำกกำรหนุนเสริมด้ำนใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใน

กำรแปรรูปเพ่ือเพิ่มมูลค่ำ เกษตรกรและหน่วยงำนท่ีเกี่ยวข้องควรร่วมสนับสนุนกำรวำงแผนกำรผลิตในแต่ละ

รอบกำรปลูกพริกที่สอดคล้องกับสถำนกำรณ์ตลำด ทั้งน้ีควรมีกำรจัดโซนในกำรปลกู พริกแต่ละสำยพันธแ์ ตล่ ะ

เขตพื้นท่ีตำมระบบนิเวศของแต่ละพ้ืนที่ จะช่วยในด้ำนกำรก้ำหนดปริมำณผลผลิตท่ีจะออกสู่ตลำดให้มีควำม

สอดคลอ้ งระหวำ่ งกันกบั ควำมต้องกำรของตลำด (Demand-Supply Side) ซง่ึ จะสง่ ผลตอ่ รำคำพริกต่อไป

Abstract

The Pak Phanang covers 5 districts of Nakhon Si Thammarat Province, namely Hua Sai,
Chian Yai, Pak Phanang, Chaloem Phrakiat and Cha- uat which is an important source of chili
peppers for export in the southern region. especially chili exports to major markets in Malaysia
and Singapore, which however are areas where peppers are cultivated as one of the country's
major exports. But growers often face the problem of falling pepper prices. and the problem
of chili disease caused by fungi and bacteria Coupled with the volatility of the price of chili
peppers and the production that is not in line with the market demand, resulting in a loss for
farmers in each planting cycle.

A research project on the transfer of knowledge and technology on chili cultivation in
accordance with Good Agricultural Practices (GAP) standards in line with market demand. have
a purpose To bring knowledge about the development of chili cultivation production
Processing and distribution for the development of production to meet GAP standards, which
will create additional careers. and increase income from growing peppers and to expand and
extend the existing model of knowledge to other areas of Nakhon Si Thammarat Province with
a scope of knowledge Technology and innovation to the area including the transfer of
knowledge on water and nutrient management. pest management Disease management for
fresh chili production in terms of growing GAP safe chili peppers. Management of fresh chili by
drying process. There is an innovative drying machine that is created suitable for drying chili
peppers. Knowledge transfer for the development of chili farmers' potential for production
according to market demand.

The results of the research found that growers often face the problem of falling chili
prices. and the problem of chili disease caused by fungi and bacteria This is due to the fact
that the farmland has rain almost every day. Farmers planting at close range This makes the
spread of disease and insects rapidly. In addition, the price of chili is often determined
primarily by local aggregators and exporters. Price volatility and production inconsistent with
market demand results in farmers losing money and encountering problems in production
planning in each planting cycle. while transferring knowledge of water and nutrient
management pest management Disease management for fresh chili production in the field of
safe chili cultivation according to GAP standards gives farmers a model area to learn. Can bring
knowledge to expand the results for safe chili cultivation according to GAP standards. It was
found that the soil has a pH of about 7.8 (alkalinity value). with preliminary objects such as
sediments mixed with river sediments and sea sediments and developed in brackish water
conditions This group of soils is found in lowlands or plains. Coastal areas or not far from the

sea There is stagnant water during the rainy season. It is a soil with poor drainage. The soil is
clay. or clay There are guidelines for nutrient management. by introducing farmers to compost
and compost To help adjust the pH of the soil to be reduced. and have farmers apply sulfur-
based fertilizers such as 21-0-0 and 0-0-45 to increase the acidity. This will help promote the
usefulness of nutrients in the soil.

while managing chili disease which comes from microorganisms that are the main
cause of disease in chili, including fungi, bacteria, viruses, viroids and nematodes. which the
cause can destroy at any stage of growth causing damage in both quantity and quality The
research project has introduced biological management of chili pepper disease. which is
carried out from the first stage of cultivation Start by preparing the planting area. seedling
preparation Soil and water management pest management and harvest by preventing the
disease of chili plants in the early stages May be done in many ways, for example, kneading
or soaking chili seeds with Trichoderma sp. bio-based or Bacillus subtilis antagonistic bacteria.
It also helps to promote the growth of seedlings as well. The research project used compost
from old mushroom lumps mixed with Trichoderma fungi. It was found that compost from
mushroom lumps could be another method to increase the efficiency in inhibiting the disease
of chili peppers. well Classified as good quality compost. There are complete nutrients,
suitable and only blessings for plant growth. In addition, the old mushroom lumps are also a
rich source of beneficial microorganisms. The following process should study the diversity of
microorganisms before and after the use of antagonists. in plant disease prevention It is
necessary to monitor the population of pathogenic and antagonistic microorganisms. To
educate the survival and sustainability of the environment. and develop the most efficient
way of using microorganisms while the development of innovative dryers created suitable for
drying chili can create added value for farmers If there is a grouping in the use of each
technology in different areas for the sake of bargaining and gaining the effect of higher dried
chili prices at different times of sale. This will be to develop chili farmers to produce according
to market demand.

Overall recommendations of the research project In addition to supporting the use of
technology and innovation in processing to add value. Farmers and related agencies should
support the production planning for each chili planting cycle that is in line with the market
situation. There should be zones for growing peppers of each species in each area according
to the ecosystem of each area. It will help in determining the quantity of products to be
released to the market in accordance with the market demand. (Demand-Supply Side), which
will affect the price of chili further.

สารบัญ หน้า
1
เรือ่ ง 2
บทที่ 1 บทนำ 3

1.1 วตั ถปุ ระสงค์ 4
1.2 ขอบเขตกำรดำเนินงำน 7
1.3 รูปแบบ/กระบวนกำร/แผนงำนกำรนำส่งองค์ควำมรู้ เทคโนโลยี นวตั กรรมสู่ 12
กลมุ่ เปำ้ หมำย 13
1.4 ระยะเวลำดำเนนิ งำน และแผนกำรดำเนนิ งำนตลอดโครงกำร 14
1.5 ควำมร่วมมือกับหน่วยงำน 23
1.6 ประโยชน์ทีค่ ำดวำ่ จะได้รับ 23
บทท่ี 2 กำรทบทวนวรรณกรรมทีเ่ ก่ยี วข้อง/องคค์ วำมรู้และเทคโนโลยี 26
2.1 ประวัติกำรปลูกพริกในอำเภอปำกพนัง จงั หวัดนครศรธี รรมรำช 26
2.2 องค์ควำมรจู้ ำกผลงำนวิจัยทไี่ ดม้ ีกำรจัดกำรองค์ควำมรู้และนำมำขยำยผล 29
บทท่ี 3 ระเบียบวธิ ีกำรดำเนนิ งำน 31
3.1 กจิ กรรมที่ 1 34
3.2 กจิ กรรมที่ 2 38
3.3 กิจกรรมท่ี 3 38
3.4 กจิ กรรมที่ 4 39
บทท่ี 4 ผลกำรดำเนินงำน 49
กิจกรรมท่ี 1 50
กิจกรรมท่ี 2 51
4.1 กำรจัดกำรโรคของพริกโดยชีววิธี 51
4.2 กำรใช้เชือ้ รำไตรโคเดอร์มำเพอื่ ป้องกันกำจัดกำรเกิดโรคของพชื
4.3 ข้นั ตอนและวธิ กี ำรผลิตหัวเช้ือสดไตรโคเดอร์มำ 53
4.4 กำรนำเชือ้ รำไตรโคเดอร์มำไปใช้พชื ปลูกท่วั ไป 55
4.5 กำรผลติ ปุ๋ยหมักจำกก้อนเชอื้ เหด็ เก่ำผสมเช้อื ไตรโคเดอร์มำเพื่อควบคุมโรคทำง
ดนิ ของพรกิ 56
4.6 กำรใช้เช้อื รำไตโคเดอร์มำเพ่อื คลุกเมลด็ พรกิ กอ่ นปลูก 58
4.7 กำรใช้แบคทีเรีย Bacillus เพือ่ ควบคุมโรคเห่ยี วของพริก (Ralstonia
solancearum) ชวี ภณั ฑ์ Bacillus subtilis สำยพนั ธุ์ BS-DOA 24 59
4.8 กำรใชแ้ บคทีเรีย Bacillus เพ่อื ควบคุมโรคแอนแทรกโนสของพรกิ 65
(Colletotrichum sp.) 68
4.9 แมลงศัตรูพรกิ ที่พบในแปลงพริก
กิจกรรมท่ี 3
กจิ กรรมที่ 4

สารบัญ หนา้
82
เร่อื ง 82
บทท่ี 5 สรุปและขอ้ เสนอแนะ 82
83
กจิ กรรมท่ี 1 83
กจิ กรรมท่ี 2 83
5.1 สมบตั ิของดิน 87
5.2 แนวทำงกำรจัดกำรธำตุอำหำร 87
5.3 กำรจดั กำรโรคพริก 88
5.4 กำรจัดกำรโรคของพรกิ โดยชีววิธี 91
5.5 กำรใช้เชอ้ื รำไตรโคเดอร์มำเพอ่ื ป้องกันกำจดั กำรเกดิ โรคของพืช 92
5.6 แมลงศัตรูพรกิ ท่ีพบในแปลงพริก 98
กจิ กรรมที่ 3 101
กจิ กรรมที่ 4
บรรณำนกุ รม
ภำคผนวก

สารบัญตาราง

ตารางที่ รำยกำรและวสั ดุเครื่องอบแห้งแบบอนิ ฟรำเรดร่วมกับกำรส่ันสะเทือน หนา้
1 ควำมสำมำรถของแบคทเี รยี ปฏิปกั ษ์ Bacillus subtilis ในกำรปอ้ งกนั กำจัดโรคพืช 32
2 การแบง่ เขตนเิ วศเกษตรและลกั ษณะสาคัญของแต่ละเขต 56
3 71
ผลกำรวิเครำะห์ศกั ยภำพขอ้ จำกดั และคำถำมหลักของพน้ื ทใี่ นเขตนิเวศเกษตรต่ำงๆ
4 แสดงหว้ งเวลำสินค้ำประเภทพชื ผัก พืชไร่ และเข้ำสตู่ ลำด 73
5 76

สารบญั ภาพ

ภาพท่ี หนา้

1 ประชุมเพ่ือรบั ฟังควำมคดิ เห็นจำกภำคี กลุ่มเกษตรกร หน่วยงำนท่ีเกยี่ วข้องในพนื้ ที่ 28

2 อบรมเชงิ ปฏบิ ัติกำรเก่ยี วกับกำรปลูกพริกปลอดภยั ตำมมำตรฐำน GAPเพ่ือเพิ่ม 31

ผลผลิต ลดต้นทุน และเพ่ิมกำไรทั้งระบบ

3 เครอื่ งอบแห้งแบบอนิ ฟรำเรดร่วมกับกำรสน่ั สะเทอื น 34

4 วเิ ครำะหบ์ ริบทกลุ่มเป้ำหมำย เพ่อื จดั เตรยี มควำมพรอ้ มในกำรถำ่ ยทอดเทคโนโลยี 37

5 ปัญหำท่ีพบในระบบกำรปลูกพริกพน้ื ทีล่ ่มุ นำ้ ปำกพนัง 38

6 กำรเก็บตวั อยำ่ งดนิ 40

7 เจำะดนิ ทร่ี ะดับควำมลกึ 30 เซนติเมตร 41

8 คลกุ เคลำ้ ดนิ ท่ีเจำะเขำ้ ด้วยกัน 41

9 กำรตำกดินในทีร่ ่ม 42

10 คำ่ ควำมเป็นกรดด่ำงของดนิ ในแปลงสำธิต 43

11 สภำพกลุม่ ดินในพ้นื ทต่ี ำบลปำ่ ระกำ อำเภอปำกพนัง จังหวดั นครศรีธรรมรำช 43

12 ลักษณะดินในแปลงสำธิต ตำบลป่ำระกำ อำเภอปำกพนัง จังหวดั นครศรธี รรมรำช 44

13 โรคของพรกิ ; โรคใบจุดเกิดจำกเช้อื รำ Cercospora sp. (S); โรคใบม้วนเกิดจำก 49

เชือ้ ไวรสั Chilli leafcurl (T); โรคเหย่ี วเขียวเกดิ จำกเชอื้ แบคทีเรีย Ralstonia

solanacearum (U); โรคเห่ียวเหลือง เกิดจำกเชื้อรำ Fusarium oxysporum (V);

โรคแอนแทรกโนสเกิดจำกเชื้อรำ Colletotrichum sp. (W) ; โรครำกเน่ำเกิดจำก

เชื้อรำ Rhizoctonia solani (X)

14 ขนั้ ตอนกำรผลิตหวั เช้ือสดไตรโคเดอรม์ ำ 53

15 กำรผลติ ปุ๋ยหมกั จำกก้อนเชอ้ื เห็ด 54

16 แบคทีเรยี ปฏปิ กั ษ์ B. subtilis ยบั ยัง้ กำรเจริญของเส้นใยเชอ้ื รำ F. solani 55

17 ชีวภณั ฑแ์ บคทีเรยี บำซิลลัส ซับทิลิส สำหรบั ควบคมุ โรคเหีย่ วที่เกดิ จำกเชื้อแบคทเี รีย 57

18 แบคทีเรยี บำซิลลัส บนอำหำรเลยี้ งเชอ้ื 58

19 ชีวภัณฑ์บำซลิ ลัส ซับทลิ สิ 20W33 ใช้ควบคุมโรคแอนแทรคโนส (กุง้ แหง้ ) พริก 58

20 วงจรชีวติ ของเพล้ียไฟ (ระยะเวลำ 37-60 วนั ) 59

21 ลกั ษณะควำมเสียหำยของพริกทีเ่ กดิ จำกกำรทำลำยของเพล้ยี ไฟ 60

22 ลกั ษณะท่วั ไปของไรขำว 62

23 ลักษณะควำมเสียหำยท่ีเกดิ จำกกำรทำลำยของไรขำว 62

24 วงจรชวี ิตของแมลงวันทองพริก 63

25 ควำมเสยี หำยของพริกทีเ่ กดิ จำกกำรทำลำยของแมลงวนั ทอง 64

สารบญั ภาพ (ตอ่ )

ภาพที่ หน้า

26 ห้องอบแห้ง 66

27 อุปกรณ์ให้กำเนิดควำมร้อน 66

28 เครอื่ งอบแหง้ ผลูอดิ ไดซเบดสำหรบั กำรอบแหง้ พริกทีต่ ดิ ตั้งแลว้ เสรจ็ 67

29 กำรประชุมเพอ่ื ถ่ำยทอดองค์ควำมรู้และสง่ มอบเครือ่ งอบแหง้ ฟลูอิดไดซ์เบิดสำหรบั 68

กำรอบแห้งพริก

30 เส้นทำงตลำดพริก1 78

31 เส้นทำงตลำดพริก2 79

1

บทที่ 1
บทนำ

การบริโภคเคร่ืองปรุงอาหารในประเทศไทยท่ีเพ่ิมสูงข้ึน ส่งผลให้ตลาดเครอื่ งปรุงรสอาหารมี
การขยายตัวอย่างรวดเร็ว มูลค่าตลาดเคร่ืองปรุงอาหารในประเทศไทยมีขนาดใหญ่และมีอัตราการ
ขยายตัวของตลาดภายในประเทศแต่ละปีเฉลี่ยร้อยละ 10 โดยแบ่งตลาดออกเป็น ตลาดระดับบน
ลูกค้าเป้าหมาย คือ ผู้ท่ีมีรายได้สูง โรงแรม ร้านอาหาร และภัตตาคารช้ันนาที่ให้ความสาคัญในเร่ือง
ของคุณภาพสินค้าเป็นหลัก โดยมีครองส่วนแบ่งทางการตลาดร้อยละ 15 และตลาดระดับกลางและ
ล่าง มีส่วนแบ่งทางการตลาด ร้อยละ 85 นอกจากบริโภคเครื่องปรุงอาหารในประเทศแล้ว ประเทศ
ไทยยังส่งออกเคร่ืองปรุงอาหารไปสู่ตลาดโลกโดยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ปรุงอาหาร ได้แก่ พริก
ซอสพริก พริกแห้ง พริกบดหรือป่น และเครื่องแกงสาเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกมากที่สุด 3 อันดับ
แรกได้แก่ พริกแกง ซอสพริก และพริกสดหรือแช่เย็น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสาคัญของการส่งออก
เครื่องปรุงอาหาร ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศจนกลายเป็นยุทธศาสตร์ท่ีสาคัญ
ของประเทศ โดยเฉพาะสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ได้กาหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา
อุตสาหกรรมเครื่องเทศและเครื่องปรุงอาหารของไทยขึ้น โดยมีเป้าหมายการเติบโตปีละ 10
เปอร์เซน็ ต์

พริกในประเทศไทยมีหลายชนิดได้แก่ พริกขี้หนูผลใหญ่ พริกช้ีฟ้า พริกข้ีหนูสวน พริกหยวก
และพริกหวาน พริกถูกนามาใช้ประโยชน์ท้ังในรูปผลสด พริกแห้ง รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น
ซอสพริก พริกแห้ง พริกป่น พริกดอง สีผสมอาหาร นอกจากน้ันยังนาสารสกัดจากพริกไปใช้ใน
เวชภัณฑ์ได้อีก พ้ืนที่ปลูกผักทั้งประเทศ พริกมีพื้นท่ีปลูกมากเป็นอันดับ 1 ราว 859,617 ไร่ จานวน
เกษตรกรที่ปลูกพริกมีประมาณ 125,000 ครัวเรือน ในปี 2556 ประเทศไทย มีพื้นท่ีปลูกพริกอย่าง
นอ้ ย 342,398 ไร่ ผลผลติ พรกิ 171,725,889 ตนั ผลผลิตรอ้ ยละ 60 เป็นพริกข้ีหนูผลใหญ่ รองลงมา
คือพริกขี้หนูผลเลก็ (27%) และพริกใหญ่ (9%) (วีระและเยาวรัตน์, 2557) ความต้องการพริกมีความ
แตกตา่ งกันขึ้นกับลักษณะของตลาดและท้องถิ่น ทัง้ นีท้ ้งั นน้ั เกษตรกรผูป้ ลูกพริกไมว่ า่ จะเปน็ พริกกลุ่ม
ใดก็ตามต้องการพริกที่ให้ผลผลิตสูง ทนทานต่อโรคและแมลง และเก็บเกี่ยวได้ง่าย ในบางฤดูผลผลิต
พริกในประเทศไม่เพียงพอ หรือมีราคาสูง เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตเฉล่ียอยู่ในเกณฑ์
ค่อนข้างต่า จึงมีการนาเข้าพริกจากสาธารณรัฐประชาชนจีน พม่า เวียดนาม และ อินเดีย โดยเฉพาะ
พริกแห้งเป็นปริมาณถึง 80-90% เพราะเป็นที่มาของปัญหาความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และการ
ปนเป้อื นจากพริกทีไ่ มม่ ีคณุ ภาพ และไม่มที ่ีมาทชี่ ัดเจน

สาหรับปัญหาการปลูกพริกซ่ึงทาให้มีผลผลิตต่า มาจากเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้พันธุ์พื้นเมือง
ของแต่ละท้องถ่ิน พริกข้ีหนูได้แก่ พันธุ์จินดา พันธ์ุเดือยไก่ พันธ์ุหัวเรือ พริกบางช้าง พันธ์ุบ้านแพ้ว
พันธ์ุพิชัย พันธุ์พ้ืนเมืองสุโขทัย พันธุ์ตากฟ้า พันธ์ุพื้นเมืองเลย ส่วนพริกเพื่อการแปรรูปเป็นซอสพริก
พริกแห้ง ยังไม่มีพันธุ์ที่เฉพาะเจาะจง เป็นการใช้พันธ์ุ ทดแทนกัน นอกจากน้ันเกษตรกรส่วนใหญ่จะ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เองไม่มีการคัดเลือกและรักษาพันธุ์ ถูกต้องตามหลักวิชาการ จึงทาให้เมล็ดพันธ์ุมี
ความแปรปรวนสูง การเก็บเมล็ดใช้เองนานๆ โดยไม่ได้มีวิธีการเลือกท่ีเหมาะสม ทาให้พันธุ์ท่ีเคยเป็น
พันธ์ุดี ด้อยคุณภาพลง ส่วนปัญหาต้นทุนการผลิตสูงมา จากเกษตรกรบางรายมีการใช้เมล็ดพันธ์ุ
ลกู ผสมที่มีราคาสงู และตอ้ งซือ้ เมลด็ พนั ธทุ์ ุกครงั้ ทปี่ ลูก นอกเหนือไปจากพรกิ เปน็ พืชท่มี ีการเข้าทาลาย
ของโรคและแมลงหลายชนิด ทาให้ต้องใช้สารกาจัด ศัตรูจานวนมากตลอดระยะเวลาการผลิต ซ่ึง

2

นามาซึ่งการมีปริมาณสารตกค้างซึ่งในบางคร้งั หรือบางรายอาจเกินค่ามาตรฐาน ซ่ึงโรคสาคัญท่ีพบว่า
เป็นปัญหาสาคัญในการผลิตพริกคือโรคแอนแทรคโนส เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum spp. ซ่ึงโรค
นี้สร้างความเสียหายให้กับผลผลติ พริก (จุมพลและคณะ, 2543)

ในขณะเดยี วกันปัญหาท่เี กษตรกรผู้ปลูกพริกประสบอยู่ ได้แก่ สภาพภูมอิ ากาศไม่เอื้ออานวย
เกดิ โรคและแมลงศัตรูพืชระบาดแม้จะใช้ยาปราบศัตรูพืช ราคาผลผลติ ตกตา่ และเกษตรกรไมส่ ามารถ
กาหนดราคาได้ นอกจากนี้ ผู้บริโภคส่วนมากยังขาดความเช่ือถือด้านความปลอดภัยจากสารพิษ
ตกค้างในผลผลิตพริกอีกด้วย ด้วยเหตุน้ีกรมวิชาการเกษตร ได้นาระบบการจัดการคุณภาพ GAP มา
แนะนาในพ้ืนทีป่ ลูกพริกของเกษตรกร ท้งั น้ใี นจงั หวดั นครศรธี รรมราช พน้ื ท่ีล่มุ นา้ ปากพนังครอบคลุม
ใน 5 อาเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่ หัวไทร เชียรใหญ่ ปากพนัง เฉลิมพระเกียรติ และชะ
อวด เป็นแหล่งผลิตพริกเพ่ือการส่งออกท่ีสาคัญของภาคใต้ โดยเฉพาะการส่งออกพริกช้ีฟ้า (พริก
เขียว) ไปยังตลาดหลักสาคัญในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ท่ีมีมูลค่าถึง 450-600 ล้านบาทต่อปี
อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นพื้นที่ท่ีมีเพาะปลูกพริกส่งออกแหล่งสาคัญแห่งหนึ่งของประเทศ แต่
เกษตรกรผู้ปลูกมักประสบปัญหาราคาพริกตกต่า และปัญหาโรคพริกที่เกิดจากเช้ือราและเชื้อ
แบคทีเรีย ท่ีมีสาเหตุมาจากพ้ืนท่ีเพาะปลูกมีฝนตกเกือบทุกวัน เกษตรกรปลูกระยะชิด ทาให้การ
แพร่กระจายของโรคและแมลงเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับราคาซ้ือขายพริกมักถูกกาหนดโดย
กลุ่มผู้รวบรวมท้องถิ่นและผู้ส่งออกเป็นหลัก ความผันผวนของราคาและการผลิตที่ไม่สอดคล้องกับ
ความต้องการของตลาดส่งผลใหเ้ กษตรกรขาดทุนและประสบกับปัญหาการวางแผนการผลติ ในแตล่ ะ
รอบการปลกู

ด้วยสาเหตุดังกล่าวประกอบกับยังไม่มีการศึกษาในพ้ืนที่น้ีมาก่อน คณะผู้วิจัยจึงเล็งเห็น
ความสาคัญในการพัฒนาการด้านการผลิตพริกของเกษตรกรในพ้ืนท่ีกลุ่มเป้าหมายภายใต้ระบบการ
จัดการ GAP ตามที่กรมวิชาการเกษตรกาหนดไว้ นอกจากน้ี ยังทาการพัฒนาสภาพการผลิตและ
การตลาดพริกระดับสารพิษตกค้างในผลผลิตพริกและตัวเกษตรกรผู้ปลูกพริกท้ังที่เป็นสมาชิก GAP
และไม่เป็นสมาชกิ รวมท้งั การยอมรบั ของเกษตรกรต่อการดาเนนิ งานภายใต้ระบบการจดั การคุณภาพ
GAP เกษตรกรผู้ปลูกพริกจดทะเบียนภายใต้ระบบการจัดการคุณภาพ GAP ทาการผลิตพริกตาม
คาแนะนา โดยจดบันทึกกิจกรรมการใช้ปุ๋ยและสารป้องกันกาจัดศัตรูพืชตามคาแนะนา ดังน้ันภายใต้
โครงการวิจัยจะดาเนินการจัดให้มีเกษตรกร GAP ในพื้นท่ี ซ่ึงได้เข้ารับกระบวนการระบบการจัดการ
คุณภาพ GAP จะช่วยให้พริกมีคุณภาพดี มีราคาเป็นท่ีต้องการของตลาด และมีการผลิตท่ีสอดคล้อง
กับความต้องการของตลาดคือผู้ซื้อ หรือผู้รวบรวมเพ่ือการจัดจาหน่ายที่ต้องการมาตรฐานการผลิตท่ี
ใหเ้ กดิ ความปลอดภัยจากสารพิษตกคา้ ง ในผลผลิตพริก ซง่ึ เปน็ ประโยชนแ์ กผ่ ู้บรโิ ภคและตวั เกษตรกร
เอง ท้ังนี้ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบวนการการบริหารจัดการการผลิตและวิธีการ
ดาเนนิ การจดั การคุณภาพ GAP ของหนว่ ยงานทีเ่ กยี่ วข้องตอ่ ไป

1.1 วตั ถุประสงค์
1) นาองค์ความรู้ท่ีเก่ียวกับการพัฒนาการผลิตการปลูกพริก การแปรรูปและการจัดจาหน่ายเพ่ือ

การพัฒนาผลผลติ ใหไ้ ดม้ าตรฐาน GAP
2) สร้างอาชพี เสรมิ และเพ่ิมรายไดจ้ ากการปลูกพรกิ อยา่ งน้อยร้อยละ 10 จากรายได้เดิม
3) การขยายผลและตอ่ ยอดองคค์ วามรู้ตน้ แบบทมี่ ีอยู่ไปพ้ืนที่อ่ืนของจงั หวดั นครศรีธรรมราช

3

1.2 ขอบเขตกำรดำเนินงำน
1) ขอบเขตควำมรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมสพู่ ้นื ที่ ประกอบดว้ ย
(1) ถ่ายทอดองค์ความรู้การจัดการน้าและธาตุอาหาร การจัดการแมลงศรัตรูพืช

การจดั การโรคเพ่ือการผลิตพริกสดด้านการปลูกพริกปลอดภยั ตามมาตรฐาน GAP การจดั การพริกสด
ด้วยกระบวนการทาแหง้ ผลผลติ

(2) นวตั กรรมเครื่องอบแห้งท่ีสรา้ งขน้ึ เหมาะสมกบั การอบแห้งพริก
(3) กระบวนการในการถ่ายทอดความรู้เพื่อการพฒั นาศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูกพริก
เพือ่ การผลิตตามความต้องการของตลาด
2) ขอบเขตกลมุ่ เปำ้ หมำย
พื้นท่ีลุ่มน้าปากพนังครอบคลุมใน 5 อาเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่ หัวไทร เชียร
ใหญ่ ปากพนงั เฉลิมพระเกยี รติ และชะอวด
กลุ่มเป้ำหมำย
1) รปู แบบ วิธกี ำรคดั เลอื กกลุ่มเปำ้ หมำย
สาหรับวิธีการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย คณะผู้วิจัยจะดาเนินการร่วมกับสานักงานเกษตร
จังหวัดนครศรีธรรมราชและศูนย์อานวยการและประสานการพัฒนาพ้ืนท่ีลุ่มน้าปากพนังอัน
เน่ืองมาจากพระราชดาริ อ. ปากพนัง จ. นครศรีธรรมราช เพ่ือทาการคัดเลือกเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย
หลัก จาก 5 อาเภอ อย่างน้อยจานวน 100 คน เพื่อเข้าร่วมโครงการ และกลุ่มเป้าหมายเพ่ือการขยายผล
อีก อย่างน้อยจานวน 30 คน ท้ังนี้กระบวนการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีจะดาเนินการกับ
กลุ่มเป้าหมายหลัก ในขณะท่ีกลุ่มเป้าหมายในการขยายผลจะดาเนินการควบคู่ระหว่างกิจกรรมและ
ขั้นตอนการเผยแพร่ความรู้
2) พ้ืนที่ กลมุ่ เปำ้ หมำย และจำนวนผู้เข้ำร่วมโครงกำร
เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย จาก 5 อาเภอ จานวน 100 คน บุคลากร/เจ้าหน้าที่ของ
หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง อยา่ งน้อยจานวน 15 คน

- สานักงานเกษตรจงั หวดั นครศรธี รรมราช
- ศูนย์อานวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้าปากพนังอันเนื่องมาจาก
พระราชดาริ อาเภอปากพนัง จงั หวัดนครศรีธรรมราช
- สานกั วิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตท่ี 7 นครศรธี รรมราช
- ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตพันธ์ุพืชเพาะเล้ียง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็น
ตน้ (พจิ ารณาจาก หวั ขอ้ ที่ 10. ความรว่ มมือกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง)
3) หนว่ ยงำน องคก์ ร หรอื กลมุ่ เปำ้ หมำยเพื่อกำรขยำยผล
หน่วยงาน องค์กร หรือกลุ่มเป้าหมายในพ้ืนที่ท่ีสามารถ ต่อยอด ขยายผล และ
ขับเคลอ่ื นองค์ความรู้ เทคโนโลยีเพอ่ื การใชป้ ระโยชน์ ประกอบดว้ ยเกษตรกรในพื้นทล่ี ุ่มนา้ ปากพนงั 5
อาเภอของจังหวัดนครศรธี รรมราช ประกอบด้วย อาเภอหวั ไทร เชียรใหญ่ ปากพนัง เฉลมิ พระเกียรติ
และชะอวด โดยความร่วมมือกับสานักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช และศูนย์อานวยการและ
ประสานการพัฒนาพื้นที่ลุม่ น้าปากพนังอันเนอื่ งมาจากพระราชดาริ อ. ปากพนัง จ. นครศรีธรรมราช
ในการประสานงานกลมุ่ เป้าหมายเพื่อการขยายผลอย่างน้อย 30 คนต่อไป

4

1.3 รูปแบบ/กระบวนกำร/แผนงำนกำรนำสง่ องค์ควำมรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมส่กู ลุ่มเป้ำหมำย

ขนั้ ตอนกำรนำส่งองค์ควำมรู้ สถำนทดี่ ำเนนิ กำร / จำนวนครั้ง /
เทคโนโลยใี ห้กลุ่มเป้ำหมำย กลุ่มเป้ำหมำย ระยะเวลำ

(วัน)

กจิ กรรมท่ี 1 : การประชุมภาคีเครือข่าย สถำนท่ี: ท่ีตั้งกลุ่ม รวม 9 วัน

เกษตรกรผ้ปู ลูกพริกในเขตลุ่มน้าปากพนัง จ. เกษตรกรหรือสานักงาน

นครศรธี รรมราช เพื่อการวางแผนการจดั การการ

ดาเนินการตามแผน ประกอบด้วย พืน้ ท่ีกลุ่มเปา้ หมาย

คือ เกษตรกรผู้ปลูกพริกพนื้ ทลี่ ุ่มน้าปากพนงั หวั ไทร

เชียรใหญ่ ปากพนัง เฉลมิ พระเกียรติ และชะอวดซง่ึ

มีขนั้ ตอนการดาเนนิ งาน

ขั้นเตรียมกำร

1) จดั ทาแผนงานการดาเนินการโครงการ เตรียม

ความพร้อมในการดาเนินโครงการ กาหนดข้ันตอนการ

ทางาน ระยะเวลาและผ้รู ับผิดชอบ

2) วเิ คราะห์บริบทกลุ่มเป้าหมาย เพื่อจัดเตรียม

ความพร้อมในการถ่ายทอดเทคโนโลยี

3) กาหนดรายละเอยี ดรูปแบบ ลักษณะการ

ดาเนินการ

ขัน้ ดำเนินกำร

1) จัดประชุมเพ่ือรับฟังความคิดเห็นจากภาคี

กลุ่มเกษตรกร หน่วยงานที่เก่ียวข้องในพื้นที่เพื่อ

รวบรวม รับฟัง ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะแนว

ทางการดาเนินงาน รวมทั้งความคาดหวังและ

ต้ อ ง ก า ร ใ น ป ร ะ เ ด็ น เ ก่ี ย ว กั บ อ ง ค์ ค ว า ม รู้ ที่ จ ะ

ดาเนนิ การถา่ ยทอด

2) ปรับปรุง วธิ กี าร ขอ้ มูล และเครื่องมือทีใ่ ชใ้ น

การดาเนนิ งาน ตามข้อเสนอจากการประชมุ การรับ

ฟงั ความคิดเหน็ จากภาคีเครือข่าย และหน่วยงานที่

เกี่ยวขอ้ ง

กิจกรรมที่ 2 : การอบรมเชิงปฏิบัติการ สถำนที่: ทตี่ ้ังกลุ่ม รวม 10 วัน

เก่ยี วกบั การปลูกพริกปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP เกษตรกรหรือสานักงาน

เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทนุ และเพ่ิมกาไรเน้นการ

ปฏบิ ัติจริง

- การถ่ายทอดองค์ความรกู้ ารปลกู พริก

ปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP

5

- เกบ็ ตวั อยา่ งดนิ ในแปลงปลูกของ
เกษตรกร เพอ่ื นามาแนะนาการใสป่ ยุ๋ จานวน 5
แปลง

- วางแผนการจัดการธาตเุ พ่ือเพิม่ ผลผลิต
และคุณภาพพริกสด

- ถา่ ยทอดเทคโนโลยีการจดั การธาตุ
อาหารเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพพริกสด

- ผลติ ป๋ยุ หมักจากก้อนเช้อื เห็ดเก่าท่มี ี
เชื้อจุลินทรยี ์ท่เี ปน็ ประโยชน์ผสมอยู่ เพ่ือใช้เป็นป๋ยุ
ในการเตรียมดนิ ก่อนปลูกผสมเชื้อปฏปิ ักษเ์ พ่ือเพิ่ม
ประสทิ ธิภาพ

- เพาะเมล็ดพริกทแ่ี ช่ในสปอร์แขวนลอย
เช้ือราไตรโคเดอรม์ ากอ่ นนาไปปลูกเกษตรกร

- นาเมล็ดพรกิ ไปปลูกในแปลงสาธิต
ตรวจสอบการเกิดโรค ทุกระยะของการเจรญิ เตบิ โต
เก็บตวั อยา่ งเชื้อจุลนิ ทรยี ์ในดินเพื่อตรวจปริมาณ
และความหลากหลาย

- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการในการใช้
เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการการจัดเพล้ียไฟ ไรขาว
และแมลงวันทอง และให้เกษตรกรเย่ียมชมแปลง
สาธิตที่มีการใช้เทคโนโลยีผสมผสานในการจัดการ
แมลงศตั รูพริก
ข้นั เตรยี มกำร

1) จัดทาแผนงาน กาหนดขั้นตอน เตรียมความ
พร้อม กาหนดระยะเวลา และผู้รับผิดชอบในการ
ดาเนนิ โครงการ

2) คัดเลือกตัวแทนเกษตรกรแกนนา จานวน
100 คน

3) กาหนดรายละเอียดรูปแบบ ลักษณะการ
ดาเนนิ การฝกึ อบรม
ขน้ั ดำเนนิ กำร

1) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับกระบวนการ
การอบรมเชิงปฏิบัติการเก่ียวกับการปลูกพริก
ปลอดภัยตามมาตรฐาน GAPเพื่อเพิ่มผลผลิต ลด
ต้นทุน และเพิ่มกาไรทั้งระบบตั้งแต่การการจัดการ
คุณภาพดิน การจัดการโรค การจัดการแมลง
รปู แบบการปลูก

2) ประเมนิ ผลการดาเนนิ งาน

6

กจิ กรรมที่ 3 : การจัดการพริกสดดว้ ย กลุ่มเป้ำหมำย รวม 10 วนั
4 วัน
กระบวนการอบแห้งผลผลิต - แกนนาเกษตรกร

ขั้นเตรยี มกำร ผูเ้ ขา้ ร่วมโครงการ

1) จัดทาแผนงาน กาหนดขน้ั ตอน เตรยี มความ - หน่วยงานท่เี ก่ียวข้อง-

พร้อม กาหนดระยะเวลาและผู้รับผิดชอบในการ คณะผู้วิจยั

ดาเนนิ โครงการ

2) คดั เลอื กเกษตรกรที่มีความพรอ้ มและ

ต้องการ อยา่ งน้อยจานวน 1 ราย

3) กาหนดรายละเอยี ดรูปแบบ ลักษณะการ

ดาเนินการฝึกอบรม

ขั้นดำเนินกำร

1) พัฒนาเคร่ืองอบแหง้ ฟลอู ิดไดซเ์ บด-

อินฟราเรด จากเครื่องต้นแบบเพื่อเพ่มิ ศกั ยภาพการ

ผลติ พริกแหง้ ใหส้ อดคล้องกับวัตถุดบิ ทม่ี ใี นพน้ื ท่ี

โดยสามารถอบแห้งวัตถุดบิ พรกิ สดได้ 100

กโิ ลกรัม/รอบการผลติ

2) ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตพรกิ ท่ีไดจ้ าก

การอบแห้งทม่ี ีคุณภาพท่ีสงู ขึ้นจากวธิ ีการเดมิ ที่

เกษตรกรใชอ้ ยู่ เช่น คุณภาพด้านสี คณุ ภาพของ

สารแคพไซซิน

3) ถา่ ยทอดองค์ความรแู้ ละเทคโนโลยีในการใช้

สภาวะทเี่ หมาะสมในการอบแหง้ ดว้ ยเคร่อื งอบแห้ง

ฟลอู ดิ ไดซเ์ บด-อนิ ฟราเรด เพื่อให้เกษตรกรไดเ้ ข้าใจ

ถงึ การเตรียมวัตถุดบิ วธิ กี าร และการเก็บรักษา

ผลผลิต

4) การตดิ ตามการใช้งาน ประสทิ ธิภาพ และ

คุณภาพของผลิตภัณฑ์พริกแห้งทีไ่ ด้จากการอบแหง้

ด้วยเคร่ืองอบแห้งฟลูอดิ ไดซเ์ บด-อินฟราเรด และ

ประเมนิ ผลโครงการ

กิจกรรมที่ 4 : การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูก สถำนที่: ทต่ี ้ังกลุ่ม

พริกเพ่ือการผลิตตามความต้องการของตลาด การ เกษตรกรหรือสานักงาน

ประชุมภาคีเครือข่ายผู้ปลูกพริก เพ่ือการวางแผนการ

จัดการการดาเนินการตามแผน ประกอบด้วย พ้ืนที่

กลุ่มเป้าหมายเกษตรผู้ปลูกพริกและหน่วยงานที่

เกี่ยวข้อง เช่น เกษตรกรอาเภอปากพนัง โครงการ

พระราชดาริฯ เปน็ ต้น ซึ่งมีขั้นตอนการดาเนินงาน

ขนั้ เตรยี มกำร

7

1) จัดทาแผนงานการดาเนินการโครงการ

เตรียมความพร้อมในการดาเนินโครงการ กาหนด

ข้นั ตอนการทางาน ระยะเวลาและผรู้ ับผดิ ชอบ

2) วิเคราะหบ์ ริบทกลุ่มเปา้ หมาย เพ่ือจดั เตรียม

ความพร้อมในการถา่ ยทอดเทคโนโลยี

3) กาหนดรายละเอียดรูปแบบ ลักษณะการ

ดาเนนิ การ

ขัน้ ดำเนนิ กำร กลุ่มเป้ำหมำย

1) จัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคี - แกนนาเกษตรกร

กลุ่มเกษตรกร หน่วยงานที่เก่ียวข้องในพื้นท่ีเพื่อ ผ้เู ขา้ ร่วมโครงการ

รวบรวม รับฟัง ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะแนว - หน่วยงานทเี่ กี่ยวข้อง

ทางการดาเนินงาน รวมทั้งความคาดหวังและ - คณะผ้วู ิจัย

ต้ อ ง ก า ร ใ น ป ร ะ เ ด็ น เ กี่ ย ว กั บ อ ง ค์ ค ว า ม รู้ ที่ จ ะ

ดาเนินการถ่ายทอด

2) ปรับปรงุ วิธกี าร ข้อมลู และเคร่ืองมือท่ีใช้ใน

การดาเนินงาน ตามข้อเสนอจากการประชุมการรับ

ฟังความคดิ เหน็ จากภาคี หน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้อง

3) ดาเนนิ การจัดกจิ กรรมจรงิ ในพน้ื ที่

4) ถอดบทเรียน ประเมนิ ผลการดาเนนิ งาน

1.4 ระยะเวลำดำเนนิ งำน และแผนกำรดำเนนิ งำนตลอดโครงกำร

(ระยะเวลาที่ใช้ในการดาเนินงานไม่เกิน 12 เดือน โดยระบุขั้นตอนและระยะเวลาของแผนการ

ดาเนนิ งาน (Gantt chart) โดยละเอียด)

กิจกรรม เดอื น
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12

กิจกรรมท่ี 1 การประชุมภาคี

เครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกพริกในเขต

ลุ่มน้าปากพนัง จ. นครศรีธรรมราช

เพ่ือการวางแผนการจัดการการ

ดาเนินการตามแผน ประกอบด้วย

พ้ืนที่กลุ่มเป้าหมาย คือ เกษตรกรผู้

ปลูกพริกพื้นท่ีลุ่มน้าปากพนัง หัว

ไทร เชียรใหญ่ ปากพนัง เฉลิมพระ

เกียรติ และชะอวด

การถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้าน

ตา่ งๆ ท้ังภาคทฤษฏีและปฏบิ ตั ิ

กจิ กรรมท่ี 2 : การอบรมเชิง

ปฏบิ ัติการเก่ยี วกบั การปลกู พรกิ

8

ปลอดภัยตามมาตรฐาน GAPเพ่อื
เพมิ่ ผลผลติ ลดต้นทุน และเพิ่ม
กาไรเนน้ การปฏบิ ตั ิจรงิ

- การถ่ายทอดองค์ความรกู้ าร
ปลกู พรกิ ปลอดภยั ตามมาตรฐาน
GAP

- เกบ็ ตัวอยา่ งดนิ ในแปลงปลูก
ของเกษตรกร เพ่ือนามาแนะนา
การใสป่ ยุ๋ จานวน 5 แปลง

- วางแผนการจัดการธาตเุ พ่ือ
เพม่ิ ผลผลิตและคุณภาพพรกิ สด

- ถ่ายทอดเทคโนโลยกี าร
จดั การธาตุอาหารเพ่ือเพิ่มผลผลิต
และคณุ ภาพพริกสด

- ผลิตปยุ๋ หมักจากก้อนเชอ้ื
เหด็ เก่าท่มี ีเชื้อจลุ ินทรีย์ทเี่ ป็น
ประโยชน์ผสมอยู่ เพ่ือใชเ้ ปน็ ปยุ๋ ใน
การเตรียมดินก่อนปลูกผสมเชอื้
ปฏปิ ักษเ์ พ่ือเพ่มิ ประสิทธิภาพ

- เพาะเมล็ดพริกท่แี ชใ่ นสปอร์
แขวนลอยเช้อื ราไตรโคเดอรม์ า
ก่อนนาไปปลกู เกษตรกร

- นาเมล็ดพริกไปปลูกในแปลง
สาธิต ตรวจสอบการเกดิ โรค ทกุ
ระยะของการเจรญิ เติบโต เก็บ
ตัวอยา่ งเช้ือจุลนิ ทรยี ์ในดินเพื่อ
ตรวจปรมิ าณและความ
หลากหลาย

- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการใน
การใช้เทคโนโลยีท่เี หมาะสมในการ
การจัดเพลี้ยไฟ ไรขาว และ
แมลงวันทอง และให้เกษตรกร
เ ย่ี ย ม ช ม แ ป ล ง ส า ธิ ต ท่ี มี ก า ร ใ ช้
เทคโนโลยีผสมผสานในการจัดการ
แมลงศัตรพู ริก

กิจกรรมท่ี 3 : การจัดการพริกสด
ดว้ ยกระบวนการอบแห้งผลผลติ

9

- พัฒนาเครื่องอบแห้งฟลูอิด
ไ ด ซ์ เ บ ด - อิ น ฟ ร า เ ร ด จ า ก
เคร่ืองต้นแบบเพื่อเพิ่มศักยภาพการ
ผลิตพริกแห้งให้สอดคล้ องกับ
วัตถุดิบท่ีมีในพ้ืนที่ โดยสามารถ
อบแห้งวัตถุดิบพริกสดได้ 100
กิโลกรัม/รอบการผลติ

- ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิต
พริกท่ีได้จากการอบแห้งที่มีคุณภาพ
ที่สูงขึ้นจากวิธีการเดิมที่เกษตรกรใช้
อยู่ เช่น คุณภาพด้านสี คุณภาพของ
สารแคพไซซิน

- ถ่ายทอดองค์ความรู้และ
เทคโนโลยี ในการใช้ สภาว ะที่
เหมาะสมในการอบแห้งด้วยเครื่อง
อบแห้งฟลูอิดไดซ์เบด-อินฟราเรด
เ พ่ื อให้ เ กษต ร กร ได้ เ ข้ า ใจ ถึ ง ก า ร
เตรียมวัตถุดิบ วิธีการ และการเก็บ
รักษาผลผลิต

- ก า ร ติ ด ต า ม ก า ร ใ ช้ ง า น
ประสิทธิภาพ และคุณภาพของ
ผลิตภัณฑ์พริกแห้งที่ได้จากการ
อบแห้งด้วยเครื่องอบแห้งฟลูอิดไดซ์
เบด-อินฟราเรด และประเมินผล
โครงการ

กิจกรรมที่ 4 : การพัฒนาศักยภาพ
เกษตรกรผู้ปลูกพริกเพ่ือการผลิต
ตามความต้องการของตลาด

- จัดประชุมเพ่ือรับฟังความ
คิดเห็นจากภาคี กลุ่มเกษตรกร
หน่วยงานที่เก่ียวข้องในพ้ืนที่เพื่อ
รวบรวม รับฟัง ความคิดเห็น และ
ข้อเสนอแนะแนวทางการดาเนินงาน
รวมทั้งความคาดหวังและต้องการใน
ประเด็นเกี่ยวกับองค์ความรู้ที่จะ
ดาเนนิ การถา่ ยทอด

- ปรับปรุง วิธีการ ข้อมูล และ
เคร่ืองมือที่ใช้ในการดาเนินงาน ตาม

10

ข้อเสนอจากการประชุมการรับฟัง
ความคิดเห็นจากภาคี หน่วยงานที่
เก่ียวข้อง

- ดาเนินการจัดกิจกรรมจริงใน
พนื้ ท่ี

- ถอดบทเรียน ประเมินผลการ
ดาเนินงาน

แผนกำรเผยแพร่องค์ควำมรู้ เทคโนโลยี (จัดทาแผนการเผยแพร่องค์ความรู้ เทคโนโลยี ให้ชัดเจน พร้อม

ท้ังระบุสถานท่ีในการเผยแพร่ จานวนครั้ง จานวนผู้เข้ารับการเผยแพร่ พร้อมท้ังระบุหน่วยงานท่ีสังกัด

ความเหมาะสมหรือความพร้อมในการรับองค์ความร)ู้

กจิ กรรม ก ำ ร ถ่ ำ ย ท อ ด เ ท ค โ น โ ล ยี แ ล ะ สถำนท่ี/ จำนวน จำนวนผ้เู ข้ำรับ

ที่ นวัตกรรม หน่วยงำนท่ี (คร้ัง) กำรเผยแพร่

เก่ียวข้อง (คน)

1 การประชุมภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้ 5 อาเภอ 5 100 คน

ปลูกพริกในเขตลุ่มน้าปากพนัง จ.

นครศรีธรรมราช เพ่ือการวางแผนการ

จั ดการการด าเนิ นการตามแผน

ประกอบด้วย พื้นท่ีกลุ่มเป้าหมาย คือ

เกษตรกรผู้ปลูกพริกพ้ืนที่ลุ่มน้าปาก

พนัง หัวไทร เชียรใหญ่ ปากพนัง เฉลิม

พระเกยี รติ และชะอวด

การถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านต่างๆ

ท้ังภาคทฤษฏีและปฏิบัติ

2 การอบรมเชิงปฏบิ ัติการเกย่ี วกบั การ 5 อาเภอ 5 100 คน

ปลกู พรกิ ปลอดภยั ตามมาตรฐาน

GAPเพื่อเพ่ิมผลผลิต ลดตน้ ทุน และ

เพม่ิ กาไร เน้นการปฏบิ ัติจรงิ

- การถา่ ยทอดองค์ความรู้การ

ปลกู พรกิ ปลอดภยั ตามมาตรฐาน

GAP

- เกบ็ ตัวอย่างดนิ ในแปลงปลูก

ของเกษตรกร เพื่อนามาแนะนาการ

ใส่ปยุ๋ จานวน 5 แปลง

- วางแผนการจัดการธาตเุ พ่ือ

เพิ่มผลผลติ และคุณภาพพริกสด

11

-ถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารจดั การ
ธาตอุ าหารเพื่อเพมิ่ ผลผลติ และ
คณุ ภาพพริกสด

-ผลิตปุ๋ยหมกั จากก้อนเชื้อเห็ด
เก่าทม่ี เี ช้ือจลุ ินทรียท์ ีเ่ ปน็ ประโยชน์
ผสมอยู่ เพื่อใช้เปน็ ปุย๋ ในการเตรยี ม
ดินก่อนปลูกผสมเชอ้ื ปฏปิ กั ษเ์ พ่ือเพม่ิ
ประสทิ ธภิ าพ

-เพาะเมล็ดพริกทแ่ี ช่ในสปอร์
แขวนลอยเช้อื ราไตรโคเดอรม์ ากอ่ น
นาไปปลกู เกษตรกร

-นาเมล็ดพรกิ ไปปลูกในแปลง
สาธติ ตรวจสอบการเกดิ โรค ทุกระยะ
ของการเจริญเติบโต เก็บตวั อย่าง
เชอ้ื จุลนิ ทรยี ์ในดินเพ่ือตรวจปรมิ าณ
และความหลากหลาย

-จัดอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารในการใช้
เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการการจัด
เพลี้ยไฟ ไรขาว และแมลงวันทอง
และให้เกษตรกรเยี่ยมชมแปลงสาธิต
ที่มีการใช้เทคโนโลยีผสมผสานในการ
จดั การแมลงศตั รูพรกิ

3 การจัดการพริกสดด้วยกระบวนการ 1 อาเภอ 5 1 คน
5 100 คน
อบแหง้ ผลผลติ

- พัฒนาเคร่ืองอบแห้งฟลูอิดไดซ์

เบด-อินฟราเรด จากเคร่ืองต้นแบบเพ่ือ

เ พ่ิ ม ศั ก ย ภ า พ ก า ร ผ ลิ ต พริ ก แ ห้ ง ใ ห้

สอดคล้องกับวัตถุดิบที่มีในพื้นท่ี โดย

สามารถอบแห้งวัตถุดิบพริกสดได้ 100

กิโลกรัม/รอบการผลิต 5 อาเภอ

- ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิต

พริกที่ได้จากการอบแห้งท่ีมีคุณภาพท่ี

สูงขึ้นจากวิธีการเดิมที่เกษตรกรใช้อยู่

เช่น คุณภาพด้านสี คุณภาพของสาร

แคพไซซิน

12

- ถ่ายทอดองค์ ความรู้ และ

เทคโนโลยีในการใช้สภาวะท่ีเหมาะสม

ในการอบแห้งด้วยเครื่องอบแห้งฟลูอิด

ไดซเ์ บด-อินฟราเรด เพื่อให้เกษตรกรได้

เขา้ ใจถึงการเตรียมวัตถดุ ิบ วธิ กี าร และ

การเกบ็ รักษาผลผลิต

- ก า ร ติ ด ต า ม ก า ร ใ ช้ ง า น

ประสิ ทธิ ภาพ และคุ ณภาพของ

ผลิตภัณฑ์พริกแห้งที่ได้จากการอบแห้ง

ด้ ว ย เ ค ร่ื อ ง อ บ แ ห้ ง ฟ ลู อิ ด ไ ด ซ์ เ บ ด -

อินฟราเรด และประเมินผลโครงการ

4 การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูก มทร. ศรีวิชัย 4 100 คน
พริกเพื่อการผลิตตามความต้องการของ วิทยาเขต
ตลาด นครศรธี รรมราช

- จัดประชุมเพ่ือรับฟังความ

คิ ดเห็ นจากภาคี กลุ่ มเกษตรกร

ห น่ ว ย ง า น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง ใ น พื้ น ที่ เ พื่ อ

รวบรวม รับฟัง ความคิดเห็น และ

ข้อเสนอแนะแนวทางการดาเนินงาน

รวมท้ังความคาดหวังและต้องการใน

ป ร ะ เ ด็ น เ ก่ี ย ว กั บ อ ง ค์ ค ว า ม รู้ ท่ี จ ะ

ดาเนินการถ่ายทอด

- ปรับปรุง วิธีการ ข้อมูล และ

เคร่ืองมือท่ีใช้ในการดาเนินงาน ตาม

ขอ้ เสนอจากการประชุมการรับฟังความ

คิดเหน็ จากภาคี หน่วยงานทีเ่ กยี่ วข้อง

- ดาเนินการจัดกิจกรรมจริงใน

พ้ืนที่

- ถอดบทเรียน ประเมินผลการ

ดาเนินงาน

1.5 ควำมร่วมมือกับหน่วยงำน
1) สานักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช 226 หมู่ 5 ถนนนครศรี-ปากพนัง ต. ปากนคร อ.

เมือง จ. นครศรีธรรมราช
2) สานักงานเกษตรอาเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ถนนชายทะเล อ. ปากพนัง จ.

นครศรธี รรมราช
3) ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตพันธ์ุพืชเพาะเลี้ยง จังหวัดนครศรีธรรมราช หมู่ 6 ต. นาบอน

อ. นาบอน จ. นครศรีธรรมราช

13

4) บรษิ ทั เหมย-หลิน ฟ๊ดู จากัด 187 ม. 8 ต.แม่เจ้าอยู่หวั อ.เชยี รใหญ่ จ.นครศรธี รรมราช
5) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาปากพนัง 168/1 ถ.พานิชสัมพันธ์ ต.ปาก
พนงั อ.ปากพนัง จ. นครศรธี รรมราช
6) สานกั งานพาณิชยจ์ ังหวัดนครศรธี รรมราช 86 ม. 9 ต. นาเคียน อ. เมอื ง จ. นครศรีธรรมราช
7) สานักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช อาคารศาลากลางจังหวัด
นครศรธี รรมราช ชัน้ 4 ถ.ราชดาเนนิ ต.ในเมอื ง อ.เมอื ง จ.นครศรธี รรมราช
8) ศูนย์อานวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้าปากพนังอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ
อ. ปากพนงั จ. นครศรธี รรมราช
9) สานกั งานสหกรณ์จังหวดั นครศรธี รรมราช 103 ม. 11 ต. ทา่ เรอื อ. เมือง จ. นครศรีธรรมราช
10) สานักงานชลประทานที่ 15 กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 41 ม. 3 ถนนสุ
นอนนั ต์ ต. ปากพนงั ฝง่ั ตะวันตก อ. ปากพนงั จ. นครศรีธรรมราช
11) สานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 นครศรีธรรมราช 339 หมู่ 5 ตาบลหลักช้าง อาเภอ
ช้างกลาง จงั หวดั นครศรีธรรมราช 80250

1.6 ประโยชนท์ ค่ี ำดว่ำจะได้รับ
1) ประโยชนท์ ำงตรง
(1) กลุ่มเป้าหมายมีองค์ความรู้ด้านกระบวนการผลิตการปลูกพริกตามมาตรฐาน

GAP และสามารถบริหารจัดการกระบวนการตลอดห่วงโซ่การผลติ ภายใตเ้ ครอื ขา่ ยโซอ่ ุปทาน
(2) กลุ่มเป้าหมายมีการนาเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิตและบริหารจัดการ

และการตดั สินใจในห่วงโซ่อุปทาน
2) ประโยชนท์ ำงออ้ ม
(1) กลุ่มเป้าหมายเกษตรกรผู้ปลูกพริก มีรายได้เพ่ิมสูงข้ึน จากกระบวนการเพ่ิม

มูลคา่ การผลิตและผลพลอยไดจ้ ากการแปรรปู พริก
(2) เกิดเครือข่ายเพื่อการขยายผลการปลูกพริกตามมาตรฐาน GAP ในพ้ืนที่

เป้าหมาย

14

บทที่ 2
การทบทวนวรรณกรรมท่ีเกยี่ วข้อง/องค์ความรเู้ ทคโนโลยี

สํานักงานมาตรฐานสินคาเกษตรและอาหารแหงชาติ (2553) พริกแหงเปนสินคาเกษตรที่มี

ความสําคัญทางเศรษฐกิจ เปนที่ตองการของตลาดภายในประเทศและตางประเทศมาก จนจาํ เปนตอง

นําเขาในบางฤดูกาล จึงควรสนับสนุนการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยการผลิตพริกแห งอย

างเปนระบบเพ่ือคุมครองผูบริโภค ในการกํากับดูแลพริกแหงท่ีจําหนายภายในประเทศและพริกแห

งนําเขาจําเปนตองมีเกณฑกําหนดเพื่ออํานวยความสะดวกในทางการคาและมีมาตรฐานดานความ

ปลอดภัยสําหรับผูบริโภค คณะกรรมการสินคาเกษตรจึงเห็นสมควรจัดทํามาตรฐานสินคาเกษตร

เรือ่ ง พรกิ แหง ขึ้น

คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรเห็นสมควรกาหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรเรื่องพริก
แห้งเป็นมาตรฐานทั่วไปโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตรมกษ 2551 เพื่อส่งเสริมสินค้า
เกษตรให้ไดค้ ุณภาพมาตรฐานปลอดภยั อาศยั อานาจตามความในมาตรา 5 มาตรา 15 และมาตรา 16
แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตรพ.ศ 2551 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึง
ประกาศเรื่องกาหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรพริกแห้งมาตรฐานเลขท่ี มกษ. 3001-2553 ไว้เป็น
มาตรฐานท่วั ไปมีรายละเอยี ดดังน้ี

กรมวิชาการเกษตร (2553) ให้ความหมายของ GAP คือ การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดีและ
เหมาะสม (Good Agriculture Practices) ซ่ึงเป็นแนวทางในการทาการเกษตรเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มี
คุณภาพดีตรงตามมาตรฐานท่ีกาหนดได้ผลผลิตสูงคุ้มค่าการลงทุนและกระบวนการผลิตจะต้อง
ปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภคมีการใช้ทรัพยากรท่ีเกิดประโยชน์สู งสุดเกิดความยั่งยื นท าง
การเกษตรและไม่ทาให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดยหลักการนี้ได้รับการกาหนดขององค์การอาหาร
และเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ซ่ึงประเทศไทยมีการนาหลักเกณฑ์ของ GAP มาประยุกต์ใช้
ดงั นี้ การปฏบิ ัตทิ างการเกษตรทีด่ สี าหรับพืช (Good Agriculture Practices) ของกรมวชิ าการเกษตร
และกรมการข้าวทีม่ ุ่งให้เกิดกระบวนการผลิตท่ีไดผ้ ลติ ผลปลอดภัยปลอดจากศัตรูพชื และคุณภาพเป็น
ที่พึงพอใจของผู้บริโภคประกอบด้วยข้อกาหนดเรื่อง แหล่งน้า พ้ืนท่ีปลูก การใช้วัตถุอันตรายทาง
การเกษตร การเก็บรักษาและขนย้ายผลิตผลภายในแปลง การบันทึกข้อมูล การผลิตให้ปลอดภยั จาก
ศัตรูพืช การจัดการกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตผลคุณภาพ และการเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลัง
การเกบ็ เกี่ยว

สาหรับประเทศไทย กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานท่ีมี
หน้าที่ในการตรวจรับรองระบบการจัดการคุณภาพ : การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดีสาหรับพืช (GAP)
โดยได้กาหนดข้อกาหนด กฎเกณฑ์และวิธีการตรวจประเมิน ซึ่งเป็นไปตามหลักการที่สอดคล้องกับ
GAP ตามหลักการสากล เพื่อใช้เป็นมาตรฐานการผลิตพืชในระดับฟารม์ ของประเทศ รวมท้ังได้จัดทา
คมู่ อื การเพาะปลูกพชื ตามหลัก GAP สาหรบั พืชท่ีสาคัญของไทยจานวน 24 ชนดิ ประกอบดว้ ย ผลไม้
ทุเรียน ลาไย สับปะรด ส้มโอ มะม่วง และส้มเขียวหวาน พืช ผัก มะเขือเทศ หน่อไม้ฝร่ัง คะน้า
หอมหัวใหญ่ กะหล่าปลี พริก ถั่วฝักยาว ถ่ัวลันเตา ผักกาดขาวปลี ข้าวโพดฝักอ่อน หัวหอมปลี
และ หอมแดง ไม้ดอก กล้วยไม้ตัดดอก และปทุมมา พืชอ่ืนๆ กาแฟโรบัสต้า มันสาปะหลัง
และยางพารา

15

การตรวจรับรองระบบ GAP ของกรมวชิ าการเกษตรได้แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังน้ี
1) กระบวนการผลติ ท่ไี ด้ผลิตผลปลอดภยั
2) กระบวนการท่ีไดผ้ ลติ ผลปลอดภยั และปลอดภัยจากศตั รพู ืช
3) กระบวนการผลิตที่ได้ผลิตผลปลอดภัย ปลอดจากศัตรูพืชและคุณภาพเป็นที่พึงพอใจของ
ผ้บู ริโภค
ซึ่งทางกรมวิชาการเกษตรได้ตั้งข้อกาหนด 8 ประการ เพื่อให้ได้การรับรองแหล่งผลิต GAP
พืชไวด้ งั นี้
1) น้า เป็นกระบวนการผลิตต้องมาจากแหล่งที่ไม่มีสภาพแวดล้อมท่ีก่อให้เกิดการปนเปื้อน
ต่อผลผลิต ซึ่งน้าในกระบวนการผลิตเป็นน้าที่มาจากแหล่งน้าที่ไม่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เส่ียงต่อการ
ปนเปื้อนจากวัตถุหรือส่ิงอ่ืนใดท่ีเป็นอันตราย และมีคุณภาพเหมาะสมกับการใช้ในการเกษตรไม่ควร
เปน็ แหลง่ น้าทเี่ กดิ ขน้ึ เนื่องจากการท าลายส่งิ แวดล้อม
2) พื้นที่ปลูกสภาพแวดล้อมก่อให้เกิดการปนเปื้อนวัตถุหรือส่ิงท่ีเป็นอันตรายต่อผลผลิต
ปลูกในพ้ืนท่ีดีไม่มีเชื้อโรค ไม่มีสารพิษตกค้างในดิน ซึ่งพื้นที่ปลูกไม่เป็นที่ต้ังของโรงพยาบาล โรงงาน
อตุ สาหกรรม โรงเกบ็ สารเคมคี อกสตั ว์ หรอื ท่ีเคยทงิ้ ขยะมาก่อน และพืน้ ท่ีปลกู ต้องไม่พบสารเคมีกลุ่ม
ออร์กาโนคลอรนี ออรก์ าโนฟอสเฟตหรือโลหะหนักตกค้าง
3) วัตถุอันตรายทางการเกษตรจัดเก็บเป็นหมวดหมู่ในสถานท่ีเก็บ ที่มิดชิดและใช้ตาม
คาแนะนาของกรมการเกษตรคือ

(1) จัดเกบ็ วัตถอุ นั ตรายทางการเกษตรในสถานทแ่ี ยกจากท่ีพกั อาศัย หรือที่ประกอบ
อาหารมีการระบายอากาศดี

(2) เก็บวัตถุอันตรายทางการเกษตร สารกาจัดศตั รพู ืชฮอรโ์ มนพืชให้เป็นหมวดหมู่ไม่
ปะปนกนั เขยี นปา้ ยกากับใหช้ ดั เจน

(3) ใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องอ่านฉลากและใช้ตาม
คาแนะนาชว่ งเวลา และปริมาณทแี่ นะนาไวใ้ นฉลากอยา่ งเครง่ ครัด

(4) ไมใ่ ช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรแบ่งขายหรือไม่ตดิ ฉลาก
(5) ผู้ปฏิบัติงานควรมีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับการป้องกันตนเองจากอันตรายที่
เกิดจากการใช้วัตถอุ ันตรายทางการเกษตร และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
(6) ผู้ใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรต้องสวมเสื้อผ้ามิดชิด มีอุปกรณ์ป้องกันสารพิษ
ได้แกห่ น้ากาก หรือผา้ ปดิ จมกู ถุงมือ หมวก และสวมรองเทา้ เพ่ือป้องกันอันตรายจากสารพิษ
(7) วัตถุอันตรายทางการเกษตรท่ีมีฉลากสีแดงติดกากับแสดงข้างขวดหมายถึงวัตถุ
อนั ตรายท่มี รี ะดับความเปน็ พิษสูง รา้ ยแรงมาก
(8) วัตถุอันตรายทางการเกษตรท่ีมีฉลากสีเหลืองติดกากับแสดงข้างขวดหมายถึง
วัตถุอนั ตรายทม่ี รี ะดับความเปน็ พิษปานกลาง
(9) วัตถุอันตรายทางการเกษตรที่มีฉลากสีน้าเงินติดกากับแสดงข้างขวดหมายถึง
วัตถุอนั ตรายท่ีมีระดับความเปน็ พิษไม่สงู มาก
4) การจัดการคุณภาพในกระบวนการผลิตก่อนการเก็บเกี่ยวมีแผนควบคุมการผลิต เพื่อให้
ไดผ้ ลผลติ คุณภาพโดยใช้หลักการปฏบิ ตั ทิ างการเกษตรทดี่ ี
(1) ผลิตตามแผนควบคุมคุณภาพปฏิบัติ และดูแลรักษาพืชในแปลง/สวนตาม
ขัน้ ตอนสาคญั ตา่ งๆ ท่กี าหนดไวใ้ นแผนควบคมุ การผลิต ของพชื แต่ละชนิด

16

(2) ตรวจสภาพเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรก่อนนาออกไปใช้งานทาความ
สะอาดเคร่ืองมือและอปุ กรณก์ ารเกษตรรวมท้งั ภาชนะท่ีใช้ในการบรรจแุ ละขนสง่ ผลติ ผล

5) การเก็บเก่ียวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว เก็บเก่ียวผลผลิตที่มีอายุเหมาะสม ผลผลิต
มีคุณภาพตามความต้องการของตลาดและข้อตกลงของประเทศคู่ค้า เก็บเกี่ยวผลิตผลถูกเวลา ถูกวิธี
ดงั นี้

(1) เก็บเก่ียวอย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนซึ่งจะส่งผลต่อความ
ปลอดภัยในการบรโิ ภค

(2) ใช้เคร่อื งมือหรอื วธิ ีการเฉพาะ เพอ่ื ปอ้ งกนั การช้าหรือเป็นรอยตาหนิของผลติ ผล
(3) คัดแยกผลติ ผลท่มี ี ศตั รูพืช ติดปะปนอยู่ออกจากผลติ ผลที่มคี ณุ ภาพ
(4) คดั แยกผลติ ผลทีไ่ มม่ คี ุณภาพ ออกจากผลติ ผลทม่ี คี ุณภาพหลงั จากการเกบ็ เก่ยี ว
6) การพักผลิตผล การขนย้าย และการเก็บรักษา การขนย้ายในแปลงปลกู และรักษาผลผลติ
มีการจัดการด้านสุขลักษณะ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนที่มีผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยการ
วางพักผลิตผลบนวัสดุปูรองพ้ืนที่สะอาด ก่อนการขนย้ายเพ่ือป้องกันการปนเป้ือนจากเชื้อโรคและสิ่ง
สกปรกแยกภาชนะท่ีใช้ในการบรรจุจากภาชนะท่ีใช้ในการขนย้ายหรือขนส่ง วัตถุอันตรายทาง
การเกษตร หรอื ปยุ๋ เพ่ือป้องกันการปนเปือ้ นท้ังทาง เคมี ชีวภาพ และกายภาพ จึงขนสง่ ผลิตผลท่บี รรจุ
ภาชนะแลว้ ดว้ ยความระมัดระวงั ไม่ใหผ้ ลิตผลสกปรก และสถานทเี่ กบ็ รักษาผลิตผลตอ้ งสะอาดมีวัสดุปู
รองพ้นื อากาศถ่ายเทไดด้ ี และมกี ารป้องกันสตั วพ์ าหะนาโรค เช่น หนู แมลงสาบ ฯลฯ
7) สุขลักษณะส่วนบุคคล (hygiene) หมายถึง สภาวะ และมาตรการต่างๆ ท่ีจาเป็นที่จะทา
ให้ม่ันใจในความปลอดภัย ของสินค้าเกษตรในทุกข้ันตอนการผลิต และเหมาะสมต่อการบริโภค ดังนี้
1. ผู้ที่สัมผัสกับผลิตผลโดยตรง ต้องมีการดูแล สุขลักษณะส่วนบุคคลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการ
ปนเป้ือนสู่ผลิตผล 2. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัตถุอันตราย ทางการเกษตรควรได้รับการตรวจสุขภาพ
ตามความเหมาะสม 3. มีการบนั ทกึ ข้อมูลเก่ียวกับประวัติการฝึกอบรม หรือเก็บหลักฐานผลการตรวจ
สุขภาพ หรอื การจดั การด้านสขุ ลกั ษณะสว่ นบุคคล
8) การบันทกึ ขอ้ มลู และการตามสอบ มบี นั ทกึ ขอ้ มลู การปฏิบัติงานการใชส้ ารเคมี ข้อมลู ผู้รับ
ซื้อและปริมาณผลผลิต เพ่ือประโยชน์ต่อการตามสอบ โดยการจดบันทึกข้อมูลสาคัญ ในข้ันตอนการ
ปลูก และดแู ลรกั ษา ทอี่ าจมีผลต่อความปลอดภยั และคภุ าพของผลติ ผล รวมทั้งบันทึกการดูแลรักษา
ตามข้ันตอนตา่ งๆ ในแปลงปลูกพชื เชน่ การเพาะเมล็ด การตดั แตง่ กงิ่ อัตราการใช้วนั ท่เี กบ็ เกย่ี ว ฯลฯ
จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี GAP เป็นแนวทางในการ
ทาการเกษตรกรรมเพ่ือให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีเป็นท่ีต้องการของตลาดตรงตามมาตรฐานท่ี
กาหนดให้ผลผลิตคุ้มค่าการลงทุนขบวนการผลิตปลอดภัยต่อเกษตรกรผลผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บรโิ ภค
การใชท้ รัพยากรทม่ี ีอยู่ในให้เกิดประโยชนส์ ูงสุดสามารถตรวจสอบและสอบทวนได้ไม่ก่อให้เกดิ มลพิษ
ต่อส่ิงมีชีวติ อน่ื ดงั นน้ั การปฏิบตั ิการทางเกษตรท่ีดสี าหรบั พชื (Good Agriculture Practices: GAP)
เป็นระบบที่ช่วยสร้างมาตรฐานและควบคุมการจัดการกระบวนการผลิตพืชอย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้
ผลิตผลท่ีปลอดภัยจากสารพิษปลอดจากศัตรูพืชและมีคุณภาพเป็นท่ีพึงพอใจของผู้บริโภคโดยการ
ปฏบิ ตั ติ ามระบบ GAP มีข้อกาหนดท่ตี อ้ งตรวจสอบ สาหรบั ประเทศไทยกรมวิชาการเกษตร กระทรวง
เกษตรและสหกรณเ์ ปน็ หนว่ ยงานท่ีมหี น้าท่ใี นการตรวจรับรองระบบการจดั การคุณภาพโดยไดก้ าหนด
ข้อกาหนด กฎเกณฑ์และวิธีการตรวจประเมินตามหลักการ GAP ซึ่งพืชท่ีสาคัญของไทยจานวน 24
ชนดิ หนงึ่ ในน่ัน คือ พรกิ ทเ่ี กษตรกรปลูกปลอดภัยแม้จะได้ใช้สารเคมีก็ใช้อย่างถูกต้องทั้งชนิดปริมาณ

17

และวิธีการใช้จึงผ่านการตรวจประเมินรับรองคุณภาพโดยได้รับมาตรฐาน GAP โดยพิจารณาข้อ
กาหนดการปฏิบัติ 8 ประการ คือ แหล่งน้า พ้ืนที่ปลูก การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร การ
จัดการคุณภาพการผลิตก่อนการเก็บเกี่ยว การเก็บเก่ียว และการปฏิบัติหลังการเก็บเก่ียว การพัก
ผลผลิต การขนย้าย การเก็บรักษา สุขลักษณะส่วนบุคคล ตลอดจนการจดบันทึกข้อมูลและการ
ตรวจสอบ

พันรินทร์ สุภาพันธ์ และทัดพงศ์ อวีโรธนานนท์ (2558) ได้อธิบายว่า พริกเขียวยอดสน
เป็นพันธ์ุที่มีเมล็ดพันธุ์บริสุทธ์ิจากศูนย์ขยายพันธุ์พืชท่ี 4 นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสายพันธุ์พริกท่ีมี
ความโดดเด่นในด้านการปลูกง่าย ทนแล้ง เนื้อพริกบาง เมล็ดพริกมาก เมื่อแห้งแล้วพริกมีสีแดงมัน
วาว ซ่ึงการปลูกพริกท่ีใช้ต้นพันธ์ุนั้นเมล็ดพริก 1 กรัมจะมีเมล็ดประมาณ 230 - 260 เมล็ด ในพื้นที่
ปลูก 1 ไร่ จะใช้เมลด็ พันธุเ์ พ่ือเพาะกล้าประมาณ 100 กรมั หรอื 1 ขีด ซ่ึงเมือ่ นาไปเพาะแลว้ จะได้ต้น
กล้าประมาณ 5,000 ต้น ขึ้นอยกู่ ับเปอร์เซน็ ต์ความงอกของเมลด็ ในพนื้ ท่ี 1 ไร่ จะไดต้ ้นกลา้ ประมาณ
3,000 - 3,500 ต้น การปลูกพริกตามมาตรฐาน GAP เป็นการปลูกพริกปลอดภยั ซึ่งพริกท่ีเกษตรกร
ปลูกได้รับมาตรฐานเกษตรท่ีดีแม้จะได้ใช้สารเคมีก็ใช้อย่างถูกต้องทั้งชนิด ปริมาณ และวิธีการใช้
รวมท้ังการผ่านการตรวจประเมินรังรองคุณภาพ โดยได้รับมาตรฐาน GAP เพ่ือให้ได้ผลผลิตท่ีดีมี
คุณภาพตรงตามมาตรฐานท่ีกาหนด ต้ังแต่แหล่งน้า พ้ืนท่ีปลูก การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร
การจัดการคุณภาพการผลิตกอ่ นการเก็บเกี่ยว และการปฏบิ ัตหิ ลังการเก็บเกย่ี ว การพักผลผลติ การขน
ย้าย การเก็บรักษา สุขลักษณะส่วนบุคคลตลอดจนการจดบันทึก และการตรวจสอบ โดยข้อกาหนด
ดังกล่าว ทาให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการผลิตโดยลดการใช้สารเคมีในการผลิตเพื่อให้ผลผลิตมีความ
ปลอดภัย

ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืช (2558) ได้ให้รายละเอียดของปญั หาและอุปสรรคในการปลูกพรกิ ไว้
ว่า พริกเป็นพืชผักที่มีความซับซ้อนมากกว่าพืชอ่ืน และม่ีผู้เก่ียวข้องในห่วงโซ่อุปทานต้ังแต่เกษตรกร
ผ้ผู ลติ ผู้รวบรวมโรงงานอตุ สาหกรรม ผูส้ ่งออก ไปจนถึงผ้บู ริโภคโดยปัญหาหลักสาคญั ที่ควรแก้ไขเป็น
ลาดับแรกๆ คือ ปัญหาคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิตพริก พริกท่ีมีลักษณะตรงตามความ
ต้องการของตลาดในปริมาณท่ีเพียงพอโดยไม่ต้องมีการนาเข้าพริกจากต่างประเทศท่ีเสี่ยงต่อความ
ปลอดภยั ของผ้บู รโิ ภคพรกิ และผลิตภณั ฑ์ ซึ่งปญั หาหลกั นมี้ ีท่ีมาจากปญั หายอ่ ยๆ ต่อไปนี้

1) พันธ์ุพริกที่มีอยู่เป็นพันธ์ุพริกที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะท้องถิ่น ซึ่งมีความ
หลากหลายแต่พันธุ์ท่ีต้องการของพริกในตลาดส่งออกจะมี 2 - 3 พันธุ์ ซึ่งมีคุณลักษณะส่วนใหญ่ท่ี
ตลาดท่ตี ้องการมีอยู่ในพันธ์ุพริกพื้นเมืองของไทยแต่จากการเก็บพนั ธุ์ไว้ใช้เองเปน็ ทอดๆทาใหล้ ักษณะ
ที่ดีเสือ่ มลงตามกาลเวลา จงึ ทาใหผ้ ลผลติ นอ้ ยลงละออ่ นแอต่อโรค

2) เกษตรกรยังขาดการนาเทคโนโลยีการผลิตที่ให้ได้พริกที่มีคุณภาพดี และปลอดภัยท่ีมีอยู่
ไปใช้ในการปฏิบัติจริงทาให้ผลผลิตส่วนใหญ่ท่ีออกสู่ตลาดยังเปน็ ผลผลิตที่มีปัญหาสารพิษตกค้างเกิน
คา่ มาตรฐาน การปนเป้ือนของเชอื้ โรคหรือช้นิ สว่ นของแมลง

3) ปริมาณผลผลิตพริกไม่สม่าเสมอ และไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เนื่องจาก
พรกิ จะให้ผลผลิตท่ดี ีมีคุณภาพมากที่สุดในฤดูหนาวทาให้ผลผลิตลน้ ตลาดแต่ผลผลิตน้อยในชว่ งฤดูฝน
จากการเข้าทาลายของโรคในฤดูดังกล่าว นอกจากนั้นอาจเกิดจากปัญหาการเชื่อมโยงกันระหว่าง
ผู้ผลิตและตลาดท่ีทาให้ไม่ทราบว่า ณ เวลาใดมีผลผลิตพริกท่ีต้องการอยู่ที่ใดมีปริมาณเท่าไร
หรือในทางกลบั กนั ผผู้ ลิตไม่ทราบว่าตลาดมคี วามตอ้ งการพริกชนดิ ใด เวลาใด และเทา่ ใด

18

4) ปริมาณผลผลิตพริกลดลง และคุณภาพพริกด้อยลงสืบเนื่องจากการเปล่ียนแปลงของ
สภาพอากาศอย่างกะทันหัน ซ่ึงไม่สามารถป้องกันหรือควบคุมได้ในสภาพแปลงปลูกเดิมทาให้
เกษตรกรต้องใช้ปัจจัยการผลิตเพิ่มข้ึน ใช้สารเคมีมากขึ้นต่อเนื่องจากเกิดศัตรูใหม่เพ่ิมขึ้น และศัตรู
เดิมต้านทานยาขึน้

5) ผลผลติ ในฤดูกาลปกตขิ องพริกที่มีคุณภาพดีมีมากเกนิ ความต้องการของตลาด แตป่ จั จุบัน
ยังมผี ลติ ภณั ฑ์ท่ีใช้พรกิ เปน็ วัตถดุ บิ ค่อนข้างน้อยชนิดทาใหเ้ กษตรกรไมส่ ามารถกระจายผลผลิตสู่ตลาด
ได้ประกอบกับค่าแรงงานในการเก็บเกี่ยวมีราคาแพง หากราคาไม่คุ้มทุน เกษตรกรจะเลือกการปล่อย
ผลพริกคาต้นทาให้ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน และยังอาจเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับศัตรูพืชให้มีอาหารเพอ่ื
การดารงชีพหรือเกษตรกรเลือกท่ีจะเก็บเกี่ยวแต่ยังขาดวิธีการที่เหมาะสมในการดูแลรักษาผลผลิ ต
หลงั การเก็บเก่ียวให้เหมาะสม ผลผลิตที่ดีจากแปลงปลกู อาจจะมีคุณภาพด้อยลงได้

6) แม้ผลผลิตพริกของไทยเปน็ ทีต่ ้องการของตลาด แต่ในบางฤดูหากพรกิ ท่ตี ลาดต้องการมีไม่
เพียงพอจะมกี ารนาเข้าพรกิ จากต่างประเทศทั้งท่ีถูกต้อง และลกั ลอบนาเขา้ ซ่ึงมักมรี าคาถูกกวา่ แต่ไม่
มหี ลกั ประกนั ดา้ นคุณภาพและความปลอดภยั ของผลผลติ

7) กระบวนการในตลาดตรวจสอบคุณภาพย้อนกลับเพ่ือให้สินค้าท่ีวางตลาดมีคุณภาพและ
ความปลอดภยั ยังไม่เป็นรูปธรรมเท่าทคี่ วรขาดกระบวนการและขนั้ ตอนทปี่ ฏิบัติได้สะดวก ทาใหส้ นิ ค้า
ปกตกิ บั สนิ คา้ คณุ ภาพได้ค่าตอบแทนเทา่ กัน

ขวัญจิตร สนั ตปิ ระชา และคณะ (2554: 4) ได้ให้รายละเอยี ดของปัญหาและอปุ สรรคในการ
ปลกู พริก ไวด้ งั นี้

1) ขาดแคลนเมล็ดพันธ์ุ คือ ในช่วงปี 2550 เกิดสภาวะอากาศแปรปรวนทั่วโลก รวมทั้ง
ประเทศไทยทาให้การผลิตเมล็ดพันธ์ุพริกของบริษัทมีปัญหา จึงทาให้เมล็ดพันธุ์ท่ีจาหน่ายใน
ท้องตลาดมีคุณภาพต่าหลายพันธุ์เมล็ดพันธุ์มีเปอร์เซ็นต์ความงอกต่า ดังนั่นจึงทาให้เมล็ดพันธุ์พริก
หลายพนั ธุ์ขาดแคลนจากท้องตลาด

2) ได้รับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน ทาให้สภาพอากาศแปรปรวนสูงมากฝนตกผิดฤดกู าล
และฝนตกหนักตอ่ เน่ืองบ่อยครั้งท่ีมฝี นตกต่อเนื่องแล้วสลับกบั อากาศแหง้ แล้ง จึงทาใหเ้ กิดการระบาด
ของโรคพริกและแมลงศัตรูพริกอย่างรุนแรงซึ่งโดยตัวของพริกเป็นพืชท่ีมีศัตรูทาลายมาก ดังน้ันจึงทา
ให้เมล็ดพันธุ์ที่ผลิตเพ่ือศึกษาคุณภาพและการเก็บรักษาว่ามีคุณภาพต่าและมีไม่เพียงพอกับการเก็บ
รกั ษา

3) งานวิจัยเมล็ดพันธุ์ ต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานโดยเฉพาะพริกที่มีอายุนานหลายเดือน
กว่าจะเก็บผลผลิตได้ และการผลิตเมล็ดพันธ์ุทาได้เพียงปีละ 1 คร้ังเท่านั้น คือหลังฤดูฝน ประมาณ
ปลายเดือนธันวาคม – มีนาคม ในช่วงของการเก็บเก่ียวเมล็ดพันธ์ุสภาพอากาศควรแห้ง คือมีฝนตก
น้อยหรือไมม่ ฝี นตก

จิราวดี สุแดงน้อย และเพียรศักดิ์ ภักดี (2554 : 180) ได้ให้รายละเอียดของปัญหาและ
อุปสรรคในการปลกู พรกิ รวมทงั้ แนวทางแกไ้ ข ไวด้ งั นี้

1) ปัญหาในด้านการผลิตท่ีพบมาก คือ โรคและแมลง ดังนั้นเกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลง
พริกอย่างสม่าเสมอ และเม่ือพบโรคหรือแมลงให้รีบกาจัดชิ้นส่วนที่เป็นโรคออกและพยายามอย่าให้
ชิ้นส่วนท่ีเป็นโรคสัมผัสกับต้นอ่ืน ควรกาจัดวัชพืชในแปลงและบรเิ วณรอบแปลงไม่ให้เป็นที่อาศัยของ
แมลงพาหะนาโรค หรือเมื่อเจอแมลงพาหะ 5 ตัวต่อ 1 ยอด ให้รีบฉีดสารสกัดไล่แมลงก่อนแต่ถ้ายัง
ระบาดมากข้ึนให้รีบฉีดสารป้องกันแมลง และควรใชส้ ารท่กี รมวิชาการเกษตรรับรองและอนญุ าตให้ใช้

19

เนื่องจากโรคท่ีพบเป็นโรคท่ีเกิดข้ึนบ่อยในทุกฤดูกาลปลูก เช่น โรคกุ้งแห้ง โรคเห่ียวเขียว โรครากเนา่
และโรคโคนเน่า ซึง่ เป็นโรคที่เกิดจากเช้ือราซึ่งมีสาเหตุมาจากการปลูกพชื ซ้าทีเ่ ดิม ดงั นัน้ เกษตรควรมี
การปลกู พืชหมนุ เวียน และไถตากดนิ เพอื่ ลดปญั หาโรคสะสมในดิน

2) ปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิตสูง เนื่องจากค่าสารเคมี ค่าปุ๋ยเคมี และค่าน้ามันเชื้อเพลิงเพิ่ม
สงู ขน้ึ ทาให้ต้นทุนในการผลติ สูงข้ึน ดังนนั้ เกษตรกรควรลดปจั จัยการผลิตในสว่ นของเคมีลงแล้วหันมา
เพ่ิมในส่วนของอินทรีย์สารแทนเช่นปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักหรือสารไล่แมลงจากพริก โดยเกษตรกรสามารถ
ผลติ ขนึ้ มาใชเ้ องได้

3) เปล่ยี นระบบการปลูกพริกแบบใช้สารเคมีมาเปน็ การปลกู พริกระบบปลอดภัยทสี่ ามารถใช้
สารเคมีได้ แต่ในระดับที่ผลผลิตออกสู่ผู้บริโภคแล้วไม่มีสารตกค้าง หันมาปรับปรุงดินแทนการใช้
ปุ๋ยเคมีจานวนมา กโดยการใช้ปุ๋ยหมักแห้งจากมลู สัตว์ลองบนพื้นก่อนปลูกพืชและใสป่ ูนขาวหรือโดโล
ไมท์ในการปรับความเป็นกรดด่างของดิน เพื่อจะทาให้สามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ถือเป็นการลด
ตน้ ทนุ และยังเปน็ การปรับปรุงดินอีกดว้ ย

4) ปัญหาดา้ นการตลาด เกษตรกรควรคดั เลือกพริกก่อนขายเพอื่ ทจี่ ะทาใหม้ ีราคาขายที่สูงข้ึน
และควรรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพริกขายเองโดยไมผ่ ่านพ่อค้าคนกลาง เพอ่ื ให้ได้ราคาขายท่เี ปน็ ธรรม
เนื่องจากราคาพริกมีราคาขึ้นลงไม่แน่นอน ดังน้ันพาณิชย์จังหวัดควรเข้ามามีบทบาทในการให้ข้อมูล
ข่าวสารเก่ียวกับความเคลื่อนไหวของราคาพริกในช่วงเวลาต่างๆ ของฤดูกาลผลิต เพ่ือให้เกษตรกร
รับทราบข้อมูลล่วงหน้าเพื่อจะได้วางแผนการผลิตได้และหาตลาดรองรับพริก ให้ม่ันคงและมีการ
ประกนั ราคาทีแ่ น่นอน

5) ปัญหาด้านหน่วยงานที่รองรับและเกี่ยวข้อง เน่ืองจากปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใส่ใจเร่ือง
สุขภาพมากขึ้น หันมาบริโภคอาหารท่ีปลอดภัยมากข้ึน ดังนั้นกรมส่งเสริมการเกษตรมีบทบาทในการ
ส่งเสริมและให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูกพริกระบบปลอดภัยแก่เกษตรกรผู้ปลูกพริกอย่าง
สม่าเสมอและต่อเน่ือง เนอ่ื งจากเกษตรกรไมม่ ีการรวมกลมุ่ ในการขายพริก

ถนอมจิต คงจิตต์งาม (มปป: 26) ได้ศึกษาเร่ือง การปลูกพริกตามมาตรฐานเกษตรดีท่ี
เหมาะสมจากกหารเกบ็ ข้อมูลการวเิ คราะห์ต้นทุน ปี พ.ศ. 2554/2555 พบว่า เกษตรกรผ้ปู ลกู พริกใน
อาเภอหนองม่วงไข่ จานวน 47 ราย โดยแบ่งเป็น 36 รายที่เข้าโครงการของ สกว. และอีก 11 ราย
เป็นกลุ่มท่ีไม่ได้เข้าร่วม พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการปลูกพริกเฉลี่ย 2.84 ไร่ต่อครัวเรือนได้ผลผลิต
3,951.88 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาขายเฉลี่ยกิโลกรัมละ 20.80 บาท ขณะท่ีผู้ไม่ได้เข้าร่วมโครงการพื้นที่
เฉล่ยี 2.96 ไรต่ อ่ ครวั เรือนไดผ้ ลผลติ 3,427.37 กโิ ลกรมั ต่อไร่ราคาขายเฉลยี่ กโิ ลกรัมละ 20.11 บาท

พัชรินทร์ สุภาพันธ์ และทัดพงศ์ อวิโรธนานนท์ (2558: 64-67) ได้ศึกษาเรื่อง ความรู้การ
ปฏิบัติ และช่องทางการตลาดผักตามมาตรฐานเกษตรดีที่เหมาะสม ในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่า
การวิจัยคร้ังน้ีมีวตั ถุประสงค์เพ่ือวิเคราะห์ระดับ ความรู้ และระดับการปฏิบัติ ของเกษตรกรผู้ผลิตผัก
ตาม มาตรฐานเกษตรดีท่ีเหมาะสม โดยอาศัยค่าคะแนนเฉล่ียถ่วงน้าหนัก สุ่มครัวเรือนเกษตรกร
ตัวอย่างโดยวิธีการแบบชั้นภูมิและรวบรวม ข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ด้วยแบบสอบถาม จานวน 166
ครัวเรือน ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรมีระดับความถูกต้องของคะแนนความรู้การผลิตผักตาม
มาตรฐาน GAP ในระดับสงู ร้อยละ 74.58 โดยมีความแตกต่างของค่าเฉลีย่ ระดบั ความรูเ้ ก่ยี วกบั การใช้
สารเคมีอย่างถูกต้อง และการเก็บเกี่ยวผลผลิตในระยะที่เหมาะสม สาหรับการปฏิบัติตามมาตรฐาน
GAP อยู่ในระดับเหมาะสมมาก โดยเฉพาะด้านการจัดการสุขลักษณะแปลงผัก นอกจากน้ีผลผลิตผัก
GAP มีความปลอดภัยและมีแหล่งรับซื้อแน่นอน ซึ่งแหล่งตลาดสามารถทวนสอบย้อนกลับสู่การผลิต

20

ในแปลง นามาซ่ึงความได้เปรียบการแข่งขันทางการค้า และเกษตรกรมีความพอใจต่อการจัดหน่าย
ผลผลติ แตล่ ะช่องทางการตลาด ในระดบั มาก

วิวัฒน์ ภู่พร้อม และศิริวรรณ แดงฉ่า (2552) ได้ศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับ
การเกษตรดีที่เหมาะสมของเกษตรกรผู้ปลูกผัก ในอาเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี พบว่า การยอมรับ
การเกษตรดีท่ีเหมาะสมของเกษตรกรผู้ปลูกผักในอาเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ตลอดจนศึกษา
ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะของเกษตรกรผู้ปลูกผักที่มีต่อการเกษตรดีท่ีเหมาะสมสาหรับพืช
อาหาร เพ่ือนาไปสู่การได้รับรองแหล่งผลิตพืชตาม ระบบการเกษตรดีท่ีเหมาะสม ประชากรที่ใช้วิจัย
ได้แก่ เกษตรกรผู้ปลูกผักทั่วไป จานวน 188 ราย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ
ค่าเฉล่ีย ค่าสูงสุด-ต่าสุด ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression
Analysis) และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson's Product Moment Correlation
Coefficient) ผลการวิจัยพบว่า เกษตรกรมีการปฏิบัติตามระบบการจัดการคุณภาพของการเกษตรดี
ท่ีเหมาะสมสาหรับพืชอาหาร ในระดับดีมากสาหรับปัจจัยท่ีมีผลต่อการยอมรับการเกษตรดีท่ี
เหมาะสมของเกษตรผู้ปลูกผักในอาเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้แก่ ทัศนคติ และความรู้ของ
เกษตรกรผู้ปลูกผักแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญย่ิงทางสถิติท่ีระดับความเช่ือม่ัน 0.01 ปัญหาและ
ข้อเสนอแนะของเกษตรกรเก่ียวกับการจัดการคุณภาพของการเกษตรดีท่ีเหมาะสมสาหรับพืชอาหาร
พบว่า เกษตรกรสว่ นใหญ่ไมม่ ั่นใจดา้ นการตลาดและราคาผลผลิตผักท่ีผลิตตามมาตรฐานการเกษตรดี
ท่ีเหมาะสม จึงต้องการให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังพบว่า
เกษตรกรต้องการให้เจ้าหน้าท่ีส่งเสริมการเกษตรมาช่วยดูแลและให้คาแนะนาอย่างใกล้ชิดเก่ียวกับ
แผนปฏิบัติงานตามการจัดการคุณภาพการเกษตรดีที่เหมาะสม แบบบันทึก และการจดบันทึกเพ่ือให้
เกษตรกรเขา้ ใจง่าย และสามารถนาไปปฏิบตั ิได้อย่างถูกต้อง

อมลณัฐ ฉัตรตระกูล และคณะ (2553) ได้ศึกษาเรื่อง การพัฒนาการผลิตและการตลาดเพื่อ
เข้าสู้ระบบการจัดการคุณภาพ GAP ของเกษตรกรผู้ปลูกพริกในจังหวัดเพชรบูรณ พบว่า เกษตรกร
กลุ่มท่ีเป็นสมาชิก GAP และกลุ่มที่ไม่เป็นสมาชิก GAP มีสภาพการผลิตและการตลาดในลักษณะ
เดียวกัน โดยใช้พื้นท่ีปลูกพริกเฉลี่ย 3.65 ไร่ต่อครอบครัว พริกปลูกช่วงฝนเริ่มตกในเดือนพฤษภาคม
มีการให้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีป้องกันกาจัดศัตรูพืชภายหลังจากเก็บเก่ียว ผลผลิตในแต่ละรุ่นซ่ึงห่างกัน
ทุก 15-20 วัน เกษตรกรมีการเก็บเก่ียวผลผลิตทุกวันในช่วงท่ีให้ผลผลิต แต่ต่างคนต่างขายผลผลิต
โดยจาหนา่ ยทง้ั แบบเทกองและบรรจภุ าชนะจาหนา่ ยทงั้ แบบคดั คณุ ภาพและไม่คดั คุณภาพ ทง้ั นต้ี ลาด
ต้องการผลพริกท่ีมีความสด ส่วนการยอมรบั ของเกษตรกรทั้งสองกลุ่มตอ่ การดาเนนิ งานภายใต้ระบบ
การจัดการคุณภาพ GAP โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง และเกษตรกรมีความคาดหวังในการพัฒนา
ระบบการจัดการคุณภาพ GAP เพ่ือให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จรงิ แก่เกษตรกรโดยตรง เช่น การจัดหา
ตลาดทแี่ นน่ อน การประกนั ราคาผลผลิต รวมท้งั การใหค้ วามรู้และแนะนาวิธีการแกป้ ัญหาในดา้ นการ
ผลติ และการตลาด

สาวิตรี เขมวงศ์ และอนนท์ สุขสวัสดิ์ (2558) ได้ศึกษาเรื่อง ปริมาณสารพิษตกค้างในพืชผัก
ผลไม้หลังการรับรอง GAP พบว่า การตรวจติดตามสารพิษตกค้างในผลผลิตทางการเกษตรจากแปลง
ทผ่ี ่านการรบั รองระบบเกษตรดที ่ีเหมาะสม (GAP) ในเขตพ้นื ที่ภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ ตรงั สตูล พทั ลุง
สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ระหว่างเดือนตุลาคม2553 ถึงเดือนกันยายน2558 จากการสุ่ม
เก็บตัวอย่างการวิเคราะห์หาชนิดและปริมาณสารพิษตกค้างทางการเกษตรท้ังหมด1,148 ตัวอย่าง
พบว่า แปลงผลิตชนิดพืชที่พบการตกค้างเกินค่าMRLs 1 ชนิดพืช ได้แก่ ฝร่ัง จุดรวบรวมพบ 5 ชนิด

21

ได้แก่ กวางตุ้ง แตงกวา ผักกาดขาว ฝร่ัง และพริก ข้อมูลจากการวิเคราะห์ พบว่าผลผลิตที่ได้จาก
แปลงผลิตหลังการรับรองระบบ GAP ส่วนมากมีปริมาณการตกค้างของสารพิษต่ากว่าค่า MRLs
คือผลผลิตปลอดภัยต่อการบริโภค นอกจากน้ียังมีร้อยละการตกค้างของสารพิษทางการเกษตรน้อย
กว่าตัวอย่างพืชจากจุดรวมและจุดจาหน่ายอาจมีการปรับปรุงกับผลผลิตจากแปลงท่ีไม่ได้ผลิตตาม
ระบบ GAP การศึกษาชนิดและปริมาณสารพิษตกค้างทางการเกษตรในผลผลิตพืชในเขตพื้นท่ีภาคใต้
ตอนล่างสะท้อนใหเ้ ห็นถึงมาตรฐานการใช้วัตถุมพี ิษทางการเกษตรของเกษตรกรหลงั ได้รบั การรับรอง
แปลงตามระบบ GAP ว่ายงั คงถกู ตอ้ งและปลอดภยั ตามคาแนะนาในการผลติ พืช

วีระ ภาคอุทัย และคณะ (2551) ได้ศึกษาเร่ือง การศึกษารูปแบบการจัดการห่วงโซ่อุปทาน
พริกสด อาเภอเกษตรสมบรู ณ์ และอาเภอจตั ุรสั จังหวดั ชยั ภูมิ พบว่า เกษตรกรมีการรวมกล่มุ กันเพ่ือ
ผลติ พริกปลอดภัยได้มาตรฐาน GAP และสรา้ งรูปแบบการจัดการหว่ งโซ่อุปทานพริกสด เพอ่ื ลดความ
เสี่ยงภัยและสรา้ งความเชอ่ื มั่นให้แก่เกษตรกรท่ีเข้าร่วมโครงการ โดยใช้วิธกี ารวิจยั เชงิ ปฏิบัตกิ ารแบบ
มีส่วนร่วม (Participatory Action Research) ผลการศึกษาทาให้เกิดกลุ่มเกษตรกรท่ีผลิตพริก
ปลอดภัยจานวน 2 กลุ่มใน 2 อาเภอมีสมาชิกทั้งหมด 59 ราย อยู่ในอาเภอเกษตรสมบูรณ์ 34 ราย
และอาเภอจัตุรัส 25 ราย สามารถผลิตพริกปลอดภัยออกสูงตลาดในรูปแบบพริกสด 122.97 ตัน
และพริกแห้ง 5.91 ตัน โดยกลุ่มเกษตรกรที่ผลิตพริกสดอยู่ในอาเภอเกษตรสมบูรณ์ มีกาไรสุทธิจาก
การขายพริกสด 10,011.71 บาทต่อไร่ สูงกว่าเกษตรกรท่ีไม่ได้เข้าร่วมโครงการเกือบ 2 เท่าตัว
สว่ นกล่มุ เกษตรกรท่ผี ลิตพริกแห้งซึ่งอยู่ในอาเภอจตั ุรสั มี กาไรสทุ ธิเพียง 569.53 บาทต่อไร่ ซึ่งสูงกว่า
เกษตรกรที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการประมาณ 2 เท่าเช่นกัน เกษตรกรในอาเภอจัตุรัสมีกาไรสุทธิต่ากว่า
เกษตรกรในอาเภอเกษตรสมบูรณ์มาก เพราะเกิดโรคระบาดและประสบภัยธรรมชาติค่อนข้างรนุ แรง
เกษตรกรส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในการใช่เทคโนโลยีท่ีโครงการนาไปฝึกให้ และประสงค์จะเข้าร่วม
โครงการพรกิ ปลอดภยั ต่อไปอีก

วีระ ภาคอุทัย และคณะ (2552) ได้ศึกษาเรื่อง โครงการการขยายการพัฒนาเครือข่ายการ
จัดการห่วงโซ่อุปทานพริกสดปลอดภัย อาเภอเกษตรสมบูรณ์ และอาเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ พบว่า
รูปแบบทีเ่ หมาะสมในการขยายและพฒั นาเครอื ข่ายตลอดจนศึกษาบทบาทของต่อเศรษฐกจิ สังคมของ
จังหวัดชัยภูมิ โดยใช้วิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ( Participatory Action Research)
ผลการศึกษาปรากฏว่า เกษตรกรท่ีเข้าร่วมโครงการขยายมากขึ้นจาก 59 เป็น 224 ราย ใน พ.ศ.
2551 ในจานวนน้ีมี 163 ราย ท่ีย่ืนขอรับใบรับรองมาตรฐานการการเกษตรที่ดีเหมาะสม (ใบ Q)
ปรากฏว่ามีผู้ผ่านการรับรองจานวน 141 ราย หรือร้อยละ 86.50 ของจานวนผู้ย่ืนขอใบQ ทั้งหมด
การขยายพื้นท่ีและจานวนสมาชิกน้ันควรขยายไปในพื้นท่ีท่ีมีท่ีดินอุดมสมบูรณ์ และอยู่ใกล้แหล่งน้าที่
มีน้าตลอดฤดูกาลโดยเฉพาะพริกฤดูแล้ง รูปแบบการพัฒนาเครือข่ายควรรวมเป็นกลุ่มๆ ละไม่ต่ากวา่
20 ราย เกษตรกรท่ีปลกู พรกิ ฤดแู ล้งแต่ละครอบครัวควรไม่เกนิ 1 ไร่ และพริกฤดูฝนควรปลูกไมเ่ กนิ 3
ไร่ เพราะการปลูกพริกต้องทาแบบประณีต พริกจึงจะได้รับมาตรฐาน ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น และลด
ต้นทุนในการผลิต พริกจังหวัดชัยภูมิได้ก่อให้เกิดรายได้ต่อจังหวัดประมาณ 1,000 ล้านบาท และยัง
ก่อใหเ้ กดิ การจ้างงานอีกประมาณ 300 - 500 ล้านบาท

วีระ ภาคอุทัย และคณะ (2553) ได้ศึกษาเร่ือง โครงการการพัฒนาและสร้างเครือข่าย
เกษตรกรผู้ปลูกพริกปลอดภัย เพ่ือรองรับการขยายตัวของระบบการปลูกพริกปลอดภัยในจังหวัด
ชัยภูมิ โดยมีการวิจัยเน้นการใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action
Research) ผลการติดตามด้านการยอมรับเทคโนโลยี พบว่า เกษตรกรท่ีเป็นสมาชิกรายเดิมมีการ

22

ยอมรับเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง มเี พียงบางเทคโนโลยเี ท่าน้ันท่เี กษตรกรหยุดหรอื ไม่มีการใช้เน่ืองจาก
ข้อจากัดทางด้านแรงงาน ความหายากของปัจจัยการผลิต และบางครั้งเกษตรกรไม่ประสบปัญหาใน
เร่ืองนั้น ซ่ึงปัญหาในการผลิตที่เกษตรกรประสบส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 90 ประสบปัญหาเกิดโรค
และแมลง ส่วนปัญหาทางด้านการตลาดคือ ราคาพริกปลอดภัยท่ีเกษตรกรขายได้นั้นค่อยข้างต่า
ทาให้เกษตรกรขาดแรงจูง ดังน้ัน ในการแก้ไขปัญหาของจังหวัดในเรื่องของการเพาะปลูกพริก
ปลอดภัย จงั หวัดชัยภูมิ และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องจะต้องพิจารณาและวางแผนในการจัดการตลอดท้ัง
โซ่อุปทานของพริก ทัง้ ดา้ นการผลิตและการตลาดโดยหน่วยงานรฐั บาลควรมีการประสานงานกันและ
ควรมีการประสานกับทางพ่อค้าหรือผู้รับซื้อ เพื่อนาเงื่อนไขทางการตลาดไปทาแผนกลยุทธ์ในการ
พัฒนาต่อไป เน่ืองจากพริกเป็นพืชชนิดหน่ึงที่ช่วยสร้างมูลละค่ารวมให้แก่จังหวัดไม่น้อยกว่าปีละ
1000 - 1,200 ลา้ นบาท

วีระ ภาคอุทัย และคณะ (2554) ได้ศึกษาเร่ือง การพัฒนาระบบการตัดสนิ ใจและการจัดการ
โซ่อุปทานพริกปลอดภัยจังหวัดแพร่ น่าน และชัยภูมิ พบว่า เกษตรกรถึงการปรับใช้เทคโนโลยีการ
ปลูกพริก ปลอดภัยที่ทางโครงการได้ดาเนินการอบรมและติดตามเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการใน
จังหวัดแพร่ น่าน และชัยภูมิ พบว่าเกษตรกรมีระดับการยอมรับและนาเทคโนโลยีไปปรับใช้แตกต่าง
กัน โดยภาพรวมเกษตรกรผู้ปลูกพริกในจังหวัดชัยภูมิมีการปรับใช้เทคโนโลยีท่ีหลากหลาย
โดยภาพรวมเกษตรกรผู้ปลูกพริกในจังหวัดชัยภูมิมีการปรับใช้เทคโนโลยีที่หลากหลาย และมีสัดส่วน
ของการนาเทคโนโลยีไปปรับใช้ที่สูงกว่าเกษตรกรจังหวัดแพร่ และน่านเนื่องจากเกษตรกรผู้ปลูกพริก
จังหวัดชัยภูมิได้รับการฝึกอบรมเทคโนโลยีมาเป็นระยะนานกว่า และด้วยข้อจากัดของสภาพ
ภูมิอากาศที่แล้งที่มีทางเลือกในการผลิตผลผลิตเกษตรได้น้อย ทาให้ยอมรับเทคโนโลยีที่จะส่งผลให้
ได้ผลผลิตท่ีดี และลดต้นทุนลงไปได้เมื่อเกษตรกรมีการปรับใช้เทคโนโลยีการปลูกพริกปลอดภัยแล้ว
พบว่าการเกิดโรคและแมลงลดลง โดยในจังหวัดแพร่และน่านมีร้อยละการเกิดโรคและแมลงลดลงสูง
เม่ือเทียบกบั ปที ีผ่ า่ นมา โดยเฉพาะโรคกุ้งแห้ง ผลเนา่ และโรคหนอนเจาะผลพรกิ

วีระ ภาคอุทัย และคณะ (2555: 118) ได้ศึกษาเรื่อง การพัฒนาระบบการตัดสินใจการผลิต
สินค้าเกษตรและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานพริกจังหวัดน่าน พบว่า การนาเทคโนโลยีท่ีได้รับ
การฝึกอบรมไปใช้ในการปลูกพริกปลอดภัยเทคโนโลยีท่ีเกษตรกรเข้าร่วมฝึกอบรมนาไปใช้ฟรี
เพาะปลูกปัจจุบัน 2554/55 มากกว่าร้อยละ 80 มีอยู่ 3 เทคโนโลยีคือการปลูกพริกหลุมละ 1 ต้น
การใชป้ ูนขาว หรือโดโลไมท์ก่อนไถกลบบารงุ ดิน และใชส้ ารเคมปี ้องกันและกาจัดศัตรูพชื ท้ังโรคและ
แมลงทม่ี ชี ่ือสามัญเทา่ นน้ั สาหรับเทคโนโลยที ่เี กษตรกรท่เี ข้ารว่ มฝึกอบรมมีการปรับใช้เกินกว่าร้อยละ
50 ได้แก่ถอนต้นพริกที่เป็นไวรัส (ใบด่าง) ท้ิงปลูกพริกไม่ซ้าที่เดิมเกิน 3 ปีใช้น้าอุ่นแช่เมล็ดพริกก่อน
เพาะกล้าตัดหรือถอนต้นท่ีเป็นโรคยอดเน่าโคน เน่า/แห้ง แล้วนาไปเผา เก็บผลพริกท่ีเป็นโรคกุ้งแห้ง
ออกจากต้นแล้วนาไปเผาหรือฝงั กลบไม่ให้เชื้อราขยายพันธุต์ ่อ เมื่อพิจารณาการใชเ้ ทคโนโลยีระหว่าง
เกษตรกรที่ได้เข้าร่วมฝึกอบรมและเกษตรกรที่ไม่ได้เข้าร่วมฝกึ อบรม พบว่า เทคโนโลยีท่ีมีการปรบั ใช้
แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ได้แก่ ตรวจความเป็นกรดด่างของดิน ตัดแต่งกิ่งใบแขนงใต้ง่าม
แรก จดบันทึกข้อมูล และทาน้าหมักชีวภาพสตู รพืชสูตรสัตว์ โดยเกษตรกรท่ีเข้าฝึกอบรมจะมีสัดส่วน
การนาเทคโนโลยไี ปปรบั ใชม้ ากกวา่ เกษตรกรท่ีไม่ได้เขา้ รว่ มฝกึ อบรม

23

2.1 ประวัติการปลูกพริกในอาเภอปากพนงั จงั หวดั นครศรธี รรมราช
(ณรงค์ คงมาก และคณะ, 2560) ได้กล่าวเก่ียวกับ พ้ืนที่อาเภอปากพนัง จังหวัด

นครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ปลูกพริกมายาวนาน กว่า 40 ปี โดยการปลูกพริกข้ีหนูผลใหญ่มาก่อนใคร
ในจังหวัดถึงกบั มีการจัดงานวันพริกชูช่อในช่วงปี พ.ศ.2527 – 2530 ในยุคนายอเนก สทิ ธิ ประศาสน์
เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายสวาท เอียดตน เป็นแกนนาเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูก
พริกโดยใช่เทคนิค “เกษตรยกร่อง” ในการปรับสภาพพ้ืนท่ีนาข้าวมาเป็นพื้นท่ีปลูกผักโดยมีโครงการ
ชลประทานแบบยกร่องเพ่ือการเกษตรขององค์กรพัฒนาเอกชนภายใต้การสนับสนุนของสถาบันวิจัย
สงั คม จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย เป็นองคก์ รส่งเสรมิ การทาเกษตรยกร่องในยคุ น้ัน (พ.ศ. 2530- 2532
) จากน้ันการปลูกพริกขยายพื้นที่ไปยังตาบลแหลม ตาบลเขาพังไกร ตาบลควนชะลิก ซึ่งใช้พริกสาย
พันธุ์ “แดงสวาท” จากตาบลเกาะเพชร เป็นพันธุ์พริกในกลุ่มพริกจินดาที่นายสวาท เอียดตนปลูก
แพร่ขนายไปท่ัวอาเภอปากพนงั และใกลเ้ คียงโดยมีตลาดหวั อิฐในอาเภอเมืองจงั หวดั นครศรธี รรมราช
เป็นตลาดกลางรองรับ และต่อมาแม่ค้าที่ตลาดหัวอิฐก็เร่ิมนาสายพันธุ์พริกการค้าอีกหลายชนิดมาให้
เกษตรกรไดป้ ลกู สง่ ให้ตนเอง

2.2 องค์ความรู้จากผลงานวิจยั ที่ได้มีการจดั การองคค์ วามรู้และนามาขยายผล
กิจกรรมท่ี 1 การประชุมภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกพริกในเขตลุ่มน้าปากพนัง

จ. นครศรธี รรมราช
เปน็ การจดั ประชุมเพื่อกาหนดแผนการดาเนินการเครือขา่ ย โดยใชป้ ระสบการณก์ ารวจิ ัยและ

บริการวิชาการ เช่น 1) ตัวแบบงานวิจัยการมีส่วนร่วมการพัฒนาชุมชนของประชาชนบ้านวังไทร
ตาบลถ้าใหญ่ อาเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช 2) โครงการ การบริหารจัดการวัตถุดิบของ
เกษตรกรผู้ผลิตเคร่ืองแกง จังหวัดนครศรีธรรมราช (หัวหน้าโครงการสนับสนุนโดยสานักงานกองทุน
สนับสนุนการวิจัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย 2562) 3) สาธิต บัวขาว (2560)
การรับรูบ้ ทบาทของคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจาตาบล
อาเภอรษั ฎา จงั หวดั ตรงั ศบกต. ในมหาวทิ ยาลัยราชภฎั นครศรีธรรมราช, ราชภฎั วชิ าการวิชาการคร้ัง
ที่ 2 ประจาปี 2560 4) เป็นต้น เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคีเครือข่าย กลุ่มเกษตรกร หน่วยงานที่
เก่ียวข้องในพ้ืนที่ เพื่อรวบรวม รับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะแนวทางการดาเนินงาน รวมทั้ง
ความคาดหวงั และตอ้ งการในประเด็นเกี่ยวกับองคค์ วามรูท้ จ่ี ะดาเนนิ การถา่ ยทอด

กจิ กรรมที่ 2 การปลกู พริกปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP เพอื่ เพิม่ ผลผลติ ลดต้นทนุ และเพิ่ม
กาไร

โดยการนาองค์ความรู้ จากการวิจัยและบริการวิชาการ เช่น 1) เสถียรภาพของพันธ์ุใน
สภาพแวดล้อมท่ีแตกต่างกันต่อการให้ผลผลิตปาล์มน้ามัน 2) การผลิตส้มโอพันธ์ุทับทิมสยามภายใต้
ความแปรปรวนของสภาพภมู ิอากาศในเขตลุ่มนา้ ปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช 3) การจัดการน้า
และธาตุอาหารการปลูกพริก โดยการนาองค์ความรู้จากผลงานวิจัยเร่ือง สุดนัย เครือหลี. 2559.
ผลของการอบรมเชงิ ปฏบิ ัติการต่อระดับความรู้ด้านการจดั การสวนปาล์มน้ามันของเจ้าหน้าที่สง่ เสรมิ
การเกษตรจังหวัดพังงา. แก่นเกษตร (พิเศษ 1) 44 : 93 – 984) การจัดการโรคเพ่ือการผลิตพริกสด
โดยการนางานวิจัยเร่ือง Aji Zulfikar, Izza Nur Layla, Chaisit Preecha, Wuttichai Seephueak,
Pornsil Seephueak* Use of Antagonistic Bacteria from Spent Mushroom Compost
forControlling Damping- off cause by Fusarium solani in Tomato 6 th Asian Academic

24

Society International Conference ( AASIC) A Transformative Community: Asia in
Dynamism, Innovation, and Globalization 2018 : 630-638. 5) พัชราภรณ์ วาณิชย์ปกรณ์.
2548. ประสิทธิภาพของสารสกัดจากพืชสมุนไพรและสารฆ่าแมลง สังเคราะห์ในการควบคุมแมลง
ศัตรูคะน้า. ว. วิทย.กษ. 36(ฉบับพิเศษ5-6): 1172-1175 เป็นต้น และมาตรฐานท่ีใช้คือ “มาตรฐาน
สินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ” ท่ีกระทรวงพาณิชย์ประกาศและ “มาตรฐานสินค้าเกษตร : พริก”
ตาม พ.ร.บ. มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 ประกาศ ณ วันที่6กุมภาพันธ์ 2561 ของกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์รวมถงึ มกษ.3001-2553 ซง่ึ สานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศ เม่ือ 7 ตุลาคม2553 เรื่อง“พริกแห้ง” ในส่วนของพันธ์ุ
พริกที่ใช้ในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลกู เพื่อผลิตเป็นพริกแห้งคือพริกในกลุม่ ของพริกข้ีหนูผลใหญ่คอื
พริกจินดาและพริกหัวเรือ เนื่องจากเป็นพันธ์ุท่ีเกษตรกรปลูกอยู่แล้วและประสบปัญหาดังที่กล่าวมา
ขา้ งตน้ แลว้ การเกบ็ เมล็ดพนั ธุ์เพ่ือทาพนั ธ์ุต่อไป เมือ่ พรกิ อายุ 160 วัน กเ็ ริ่มทยอยเกบ็ ผลสุก โดยเก็บ
เฉพาะเมล็ดท่ีเป็นสีแดงและเมล็ดที่ออกสีส้มจัด เก็บมาไว้ค้างคืนสองคืน จากนั้นเอาเมล็ดออกมา
เมล็ดที่จมคือเมล็ดท่ีดีแล้วให้ผึ่งลมให้หมาดก่อนนาไปตากแดด 2-3 แดด หรือ ใช้วิธีตากให้แห้งแล้ว
ค่อยมาขย้ีเอาเมล็ดออก และร่อนด้วยตะแกรงเป็นข้ันตอนสุดท้าย แล้วค่อยเก็บใส่ถุงกระดาษและ
เขียนช่ือและวันเดือนปีที่เก็บแล้วพับใส่ในถุงพลาสติกเก็บไว้ในตู้เย็นเพ่ือรักษาอั ตราการงอกและลด
การหายใจของเมลด็ พันธุ์ใหน้ อ้ ยทส่ี ุด จะสามารถเก็บเมล็ดพันธ์ไุ วใ้ ช้ไดน้ านเกิน 2 ปีข้ึนไป

กจิ กรรมท่ี 3 การจัดการพรกิ สดดว้ ยกระบวนการทาแห้งผลผลติ
โดยการนาผลงานวิจัย 1) เร่ืองสภาวะที่เหมาะสมของการอบแห้งพริกด้วยรังสีอินฟราเรด
ร่วมกับการสันสะเทือน ซ่ึงเป็นการนาจุดเด่นของการอบแห้ง 2 แบบคือ เทคโนโลยีการอบแห้งแบบ
ฟลูอิดไดซ์เซชั่น ซึ่งเป็นเทคนิคการทาให้วัสดุเกิดการก่อสภาพของไหล ทาให้วัตถุดิบที่ทาการอบแห้ง
น้ันสามารถสัมผสั กบั อากาศร้อนหรือรงั สีความร้อนได้อย่างท่ัวถึงซ่ึงเมื่อรว่ มกบั การใชร้ ังสีอินฟราเรดที่
มีจุดเด่นในประด็นของการให้ความร้อนได้อย่างรวดเร็ว ใช้ระยะเวลาการอบแห้งส้ัน ให้อัตราการ
ถ่ายเทพลังงานสูง และพลังงานคลื่นจากรังสีอินฟราเรดสามารถถูกดูดซับเข้าสู่วัสดุท่ีต้องการใหค้ วาม
ร้อนได้โดยตรงจึงสูญเสียพลังงานต่า ก็จะทาให้นวัตกรรมเครื่องอบแห้งที่สร้างข้ึนเหมาะสมกับการ
อบแห้งพริก 2)เศรษฐวัฒน์ ถนิมกาญจน์, ชโลธร ศักด์ิมาศ, นศพร ธรรมโชติ และจิราพร ศรีภิญโญ
วณิชย์ จงยิ่งเจริญ. (2561). ผลของการอบแห้งข้าวเปลือกความช้ืนสูงโดยใช้ลมร้อนร่วมกับการเป่า
อากาศแวดล้อม. ในรายงานการประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ครั้งท่ี
1 0 , วั น ท่ี 1 - 3 สิ ง ห า ค ม 2 5 6 1 , จ . ต รั ง . 3 ) Thanimkarn, S. , Cheevitsopon, E. and
Jongyingcharoen, J.S. (2019). Effects of vibration, vacuum, and material thickness on
infrared drying of Cissus quadrangularis Linn. doi.org/10.1016/j.heliyon.2019.e01999.
กิจกรรมท่ี 4 การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูกพริกเพ่ือการผลิตตามความต้องการของ
ตลาด
เป็นกิจกรรมท่ีการนาองค์ความรู้จากการวิจัยและบริการวิชาการ เช่น 1) การวิจัย
กระบวนการกลุ่มเพื่อการปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ พ้ืนที่ตาบลถ้าใหญ่ อาเภอทุ่งสง จังหวัด
นครศรีธรรมราช 2) การบริการวิชาการในการจัดทาแผนธุรกิจ พื้นท่ีอาเภอบางขัน จังหวัด
นครศรีธรรมราช หรอื การบริการวชิ าการในการถอดบทเรียนเพ่ือพฒั นาวิสาหกิจชุมชน 3) เกยี รติขจร
ไชยรัตน์ และปิยะ เพชรสงค์. (2562). การเปลี่ยนแปลงมูลค่าทางเศรษฐกิจของสาขากิจกรรมทาง
เศรษฐกจิ พื้นทีก่ ลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝัง่ อา่ วไทย. การประชมุ สมั มนาวิชาการระดบั ชาติ ครงั้ ท่ี ๑ ประจาปี

25

2562 การจดั การในยุคเทคโนโลยีนาการเปล่ยี นแปลง (Management in Disruptive Technologies
Era). ณ อาคารสิริธร วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
จังหวัดนครปฐม. วันที่ 26 เมษายน 2562, หน้า 886 – 892. เป็นต้น มาเป็นกระบวนการในการ
ถ่ายทอดความรเู้ พื่อการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูกพริกเพ่ือการผลิตตามความต้องการของตลาด
กล่าวคือ สถานการณ์เกษตรกรในพื้นท่ีจังหวัดนครศรีธรรมราช ปี 2563 ท่ีมีพื้นท่ีปลูกพริก เช่น
พริกเขียวมันใน 4 อาเภอ ได้แก่ หัวไทร เชียรใหญ่ ปากพนัง และเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นพ้ืนที่
เป้าหมายรวมพ้ืนท่ีปลูก ประมาณ 7,000 ไร่เศษ เกษตรกร 1,896 ราย ผลผลิตรวม 12,000 ตัน
ในปจั จุบนั ผลผลติ ท่ยี ังไมเ่ กบ็ เก่ียวออกสูต่ ลาดชว่ งเดือนเมษายน ถงึ พฤษภาคม 2563 ประมาณ 8,400
ตัน ซึ่งหากคาดการณ์ผลผลิต พบว่าเกษตรกรเผชิญความผันผวนของราคาพริก ประกอบกับ
สถานการณ์โรคติดเช้ือไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ท่ีราคาผลผลิตพริกกาลังตกต่า โดยเฉพาะ
พริกเขียวมัน ทาให้การส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ ซ่ึงเป็นตลาดหลักชะลอตัว ส่งผล
ให้พ่อค้ารับซ้ือจากเกษตรกรในพื้นที่ลดลง จากเดิมราคา 30-40 บาทต่อกิโลกรัม เหลือ 8-9 บาทต่อ
กิโลกรัม และจากัดปรมิ าณการรับซ้อื ตอ่ วนั ต่อรายดว้ ย แต่ในปจั จุบันมีภาคเอกชน เชน่ หา้ งสยามแม็ค
โคร สาขานครศรีธรรมราช ได้เข้ามาช่วยเหลือในการรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรมาวางจาหน่ายท่ี
สาขานครศรีธรรมราช และกระจายไปยังสาขาตา่ งๆ ด้วย อาทิ สตูล ภูเก็ต สุราษฎรธ์ านี สมยุ และทุ่ง
สง เป็นต้น บทบาทของภาคเอกชนท่ีมีความต้องการ (Demand) คือกลไกสาคัญในฐานะผู้ซื้อ ผู้
รวบรวมผลผลิตและกระจายผลผลิตทางการเกษตรไปจาหน่าย เป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อน
ให้แก่เกษตรในช่วงที่ราคาตกตา่ ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีกระบวนการเชอื่ มโยงหรอื กระบวนการท่หี นนุ เสริมให้
ผซู้ ้ือและผูข้ ายตกลงรว่ มกนั ในการผลิตหรือการปลูกพริก ดงั นนั้ หากผูผ้ ลติ คอื เกษตรกรสามารถทาการ
ผลิตให้มีปริมาณ (Supply) สอดคล้องกับความต้องการของตลาดรวมทั้งมีการแปรรูปเพ่ือเพ่ิมมูลค่า
ท้ังนี้กระบวนการสาคัญในการถ่ายทอดความรู้เชิงกระบวนการสาหรับกิจกรรมน้ีคือ กระบวนการที่
การผลิตสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซ่ึงในการวิจัยจะมีผู้รับซ้ือสาคัญ คือบริษัท เหมยหลิน
ซ่ึงเป็นบริษัทผลิตเครื่องแกง และต้องการพริกไปแปรรูปในรูปแบบผลผลิตอื่นๆ เป็นภาคีเครือข่าย
สาคัญของการวิจัย โดยบริษัทต้องการพริกที่มีมาตรฐานและสมารถให้ราคาท่ีสอดคล้องกับ
สถานการณ์การผลิตจริง ดังนั้นกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูกพริกเพ่ือการผลิตตาม
ความตอ้ งการของตลาด จงึ เปน็ กระบวนการท่ีทาใหผ้ ู้ซ้ือบอกถึงความต้องการ และผู้ผลิตคือเกษตรกร
ผลิตตามความต้องการอย่างมีมาตรฐาน โดยกลไกสาคัญคือมีราคารับซื้อและราคาท่ีต้องการขายที่
ตรงกนั ทั้งสองฝา่ ย จึงเป็นเปา้ หมายของกิจกรรมน้ี

26

บทที่ 3
ระเบียบวิธกี ารดาเนินงาน

3.1 กิจกรรมท่ี 1 : การประชุมภาคเี ครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกพริกในเขตลุ่มนา้ ปากพนัง จ. นครศรีธรรมราช
เพ่ือการวางแผนการจัดการการด้าเนินการตามแผน ประกอบด้วย พืนท่ีกลุ่มเป้าหมาย คือ เกษตรกรผู้
ปลูกพริกพืนที่ลุ่มน้าปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ ปากพนัง เฉลิมพระเกียรติ และชะอวดซ่ึงมีขันตอน
การด้าเนินงาน

ขั้นเตรียมการ
1) จัดท้าแผนงานการด้าเนินการโครงการ เตรียมความพร้อมในการด้าเนินโครงการ ก้าหนด
ขันตอนการทา้ งาน ระยะเวลาและผ้รู ับผดิ ชอบ
2) วิเคราะห์บริบทกลุ่มเป้าหมาย เพอ่ื จัดเตรียมความพร้อมในการถ่ายทอดเทคโนโลยี
3) กา้ หนดรายละเอียดรปู แบบ ลักษณะการด้าเนินการ
ข้นั ดาเนนิ การ
1) จัดประชุมเพ่ือรับฟังความคิดเห็นจากภาคี กลุ่มเกษตรกร หน่วยงานที่เก่ียวข้องในพืนที่
เพอ่ื รวบรวม รับฟงั ความคดิ เห็น และขอ้ เสนอแนะแนวทางการด้าเนินงาน รวมทงั ความคาดหวังและ
ต้องการในประเดน็ เกีย่ วกับองค์ความรทู้ จ่ี ะดา้ เนินการถ่ายทอด
2) ปรับปรุง วิธีการ ข้อมูล และเครื่องมือท่ีใช้ในการด้าเนินงาน ตามข้อเสนอจากการประชมุ
การรับฟงั ความคิดเห็นจากภาคเี ครอื ข่าย และหนว่ ยงานที่เกีย่ วข้อง

ภาพทAี่

27

ภาพทBี่
ภาพทCี่

28

ภาพทDี่

ภาพทEี่

ภาพที่ 1 (ภาพ A,B,C,D,E ) ประชมุ เพ่ือรบั ฟังความคดิ เห็นจากภาคี กลุ่มเกษตรกร หน่วยงานที่
เก่ียวขอ้ งในพืนท่ี

3.2 กิจกรรมท่ี 2 : การอบรมเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารเกีย่ วกับการปลกู พริกปลอดภัยตามมาตรฐาน GAPเพอื่ เพ่ิม
ผลผลิต ลดตน้ ทนุ และเพิม่ กา้ ไรเนน้ การปฏิบัตจิ รงิ

29

- การถ่ายทอดองคค์ วามรูก้ ารปลูกพริกปลอดภยั ตามมาตรฐาน GAP
- เก็บตวั อยา่ งดนิ ในแปลงปลกู ของเกษตรกร เพอ่ื น้ามาแนะนา้ การใส่ปุย๋ จ้านวน 5 แปลง
- วางแผนการจดั การธาตเุ พ่อื เพ่มิ ผลผลิตและคณุ ภาพพริกสด
- ถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการธาตุอาหารเพอ่ื เพม่ิ ผลผลิตและคุณภาพพรกิ สด
- ผลิตปุ๋ยหมกั จากก้อนเชือเห็ดเกา่ ที่มเี ชือจุลินทรียท์ ี่เปน็ ประโยชนผ์ สมอยู่ เพื่อใช้เปน็ ปุ๋ย
ในการเตรียมดนิ กอ่ นปลกู ผสมเชือปฏิปักษเ์ พือ่ เพิ่มประสิทธภิ าพ
- เพาะเมล็ดพริกท่แี ช่ในสปอร์แขวนลอยเชอื ราไตรโคเดอร์มากอ่ นนา้ ไปปลกู เกษตรกร
- น้าเมล็ดพรกิ ไปปลกู ในแปลงสาธิต ตรวจสอบการเกดิ โรค ทุกระยะของการเจรญิ เติบโต
เกบ็ ตัวอยา่ งเชอื จุลนิ ทรีย์ในดนิ เพ่อื ตรวจปรมิ าณและความหลากหลาย
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการในการใช้เทคโนโลยีท่ีเหมาะสมในการการจัดเพลียไฟ ไรขาว
และแมลงวันทอง และให้เกษตรกรเย่ียมชมแปลงสาธิตที่มีการใช้เทคโนโลยีผสมผสานในการจัดการ
แมลงศัตรพู ริก
ขัน้ เตรยี มการ
1) จัดท้าแผนงาน ก้าหนดขันตอน เตรียมความพร้อม ก้าหนดระยะเวลาและผู้รับผิดชอบใน
การดา้ เนินโครงการ
2) คดั เลอื กตวั แทนเกษตรกรแกนนา้ จ้านวน 100 คน
3) ก้าหนดรายละเอยี ดรูปแบบ ลกั ษณะการด้าเนินการฝกึ อบรม
ขัน้ ดาเนินการ
1) จัดอบรมเชิงปฏบิ ัติการเกีย่ วกบั กระบวนการการอบรมเชิงปฏิบัติการเก่ยี วกับการปลูกพริก
ปลอดภัยตามมาตรฐาน GAPเพ่ือเพ่ิมผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มก้าไรทังระบบตังแต่การการจัดการ
คุณภาพดนิ การจดั การโรค การจดั การแมลง รูปแบบการปลกู
2) ประเมนิ ผลการดา้ เนินงาน


Click to View FlipBook Version