78
เดือนตุลำคม – กุมภำพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลำท่ีพริกจะมีกำรปลูกน้อยเน่ืองเป็นช่วงฤดูฝน โดยส่วนใหญ่
พรกิ จะไมม่ ีกำรปลูกในพื้นทเี่ พรำะปรมิ ำณฝน โรคแมลงศตั รพู ริกมำก
ด้ำนกำรตลำดพริกตลำดหัวอิฐเป็นตลำดพริกพ้ืนเมืองท่ีใหญ่ท่ีสุดของจังหวัด แต่พื้นที่ปลูก
พริกพื้นเมืองหลำยอ้ำเภอผลผลติ ไม่เพียงพอบริโภคในพ้ืนท่ีขำยในพื้นท่ีก็ไม่พอ จึงไม่จ้ำเป็นต้องน้ำมำ
ขำยในตลำดหัวอิฐ มพี อ่ ค้ำไปรับซื้อในตลำดท้องถน่ิ ทุกวนั ส่วนที่เหลอื จำกตลำดท้องถิน่ จะเข้ำสู่ตลำด
หวั อฐิ ตลำดหำดใหญ่ และกระจำยไปทั่วภำคใต้โดยผูร้ วบรวมในท้องถิน่
สถำนที่รับซื้อพริกขนำดกลำงในตลำดหัวอิฐนครศรีธรรมรำชที่ผ่ำนมำมีควำมต้องกำรพริก
เขียวประมำณวนั ละ 5 - 7 ตัน (แตส่ ถำนกำรณ์ Covid 19 ในปี 2563 – 2564 มีผลต่อควำมตอ้ งกำร
ท่ลี ดลง) ท้ังนี้พน้ื ทีป่ ลูกพริกเขยี วในภำคใตเ้ พอื่ สงออกมำเลเซยี และสงิ คโปร์ พ้นื ท่ีใหญท่ ่ีสดุ อยู่ในล่มุ น้ำ
ปำกพนังพ้ืนท่ีปลูกต้องไม่น้อยกว่ำ 7,000 ไร่ กำรเก็บพริกเร่ิมต้ังแต่เดือนมีนำคม – กันยำยน
โดยประมำณของทุกปี (แต่สถำนกำรณ์น้ำท่วมในปี 2563 มีผลต่อช่วงเวลำกำรปลกู พริกและส่งผลต่อ
ชว่ งเวลำผลผลิตที่ออกสตู่ ลำด)
รำคำในพื้นท่ีมีส่วนต่ำงจำกรำคำที่รับซื้อกิโลกรัมละ 5 - 10 บำท และรำคำขำยปลีกเพ่ิมข้ึน
จำกรำคำตลำดหัวอิฐประมำณกิโลกรัมละ 5-10 บำท ผู้ค้ำพริกรำยใหญ่ตลำดหัวอิฐมีตลำดของแต่ละ
ผู้ค้ำทีแ่ ตกต่ำงกนั ท้งั พริกเขยี ว พรกิ แดง และพริกพน้ื บ้ำน ตลำดหวั อิฐนครศรีธรรมรำชยังเปน็ สถำนท่ี
รวบรวมพริกจำกทั่วประเทศตำมเครือข่ำยของผู้ส่งออกมีรถบรรทุกขนำดใหญ่ส่งพริกตรงไปมำเลเซีย
สวนพริกท่ีจะส่งออกไปสิงคโปร์ มีกำรเปล่ียนถ่ำยรถขนส่งจำกรถเล็กเป็นรถห้องเย็นขนำดใหญ่กันที่
อ.หำดใหญ่ จ.สงขลำ เพื่อวง่ิ ตรงไปสงขลำ
ผลการสารวจตลาด
การติดต่อซื้อขายของพ่อค้าแม่ค้าตลาดใกล้เคียง และในที่ผ่านมาน้ีตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ
ภาคใต้คือตลาดหัวอิฐ จังหวัดนครศรีธรรมราช และตลาดหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สามารถเข้าไปถึง
พื้นท่ีทาให้เกษตรกรไม่มีปัญหาเรื่องการจาหน่ายแต่มีปัญหาเร่ืองราคา และถ้าหากการผลิตสามารถ
สง่ ผลผลติ สตู่ ลาดไดส้ ม่าเสมอจะทาให้ระบบการซอ้ื ขายจากตลาดใหญ่จะมีความแนน่ อนมากย่ิงขึน้
ขายในหมู่บา้ น
เกษตรกรผู้ ผูร้ วบรวมในพ้ืนที่
ปลูก
ตลาดหวั อฐิ ขายปลกี
ขายส่ง
ภาพท่ี 30 เสน้ ทางตลาดพริก 1
79
ผลกำรส้ำรวจตลาด พบว่ำ ร้ำนขำยส่งในพ้ืนท่ีตลำดหัวอิฐ ส่วนใหญ่ผู้ประกอบกำร ซ้ือขำย
พริกเขยี ว พริกแดง และพริกยอดสนเป็นบำงชว่ งไมแ่ น่นอน โดยรำคำของพริกทั้งหมดไมส่ ำมำรถบอก
แน่นอนได้ โดยสว่ นใหญส่ ่งต่อพรกิ ให้กับพ่อค้ำแมค่ ำ้ ขำยปลีก ใชถ้ งุ บรรจุพริก 5 กโิ ลกรมั /ถุง โดยพรกิ
ทขี่ ำยดที ี่สดุ คือ พริกสม้ พริกขห้ี นู พริกแดง ส่วนพริกเขียวจะขำยสง่ เป็นส่วนใหญ่ โดยสว่ นมำกพริกท่ี
ขำยจะรับมำจำก จังหวัดรำชบุรี ตลำดไทย ผู้รวบรวมในพ้ืนที่อ้ำเภอปำกพนัง อ้ำเภอหัวไทร
และส่งออกไปยงั หำดใหญ่ หรอื ส่งตอ่ ไปยังตำ่ งประเทศ
เกษตรกรจากอาเภอตา่ ง ๆ พอ่ คา้ ทอ้ งถ่ิน พอ่ ค้าตา่ งจงั หวดั
จาก จ.นครศรีธรรมราช
ตลาดหวั อฐิ
พอ่ คา่ จากอาเภอตา่ งๆ พ่อคา้ สง่ ทอ้ งถนิ่ พ่อค้าจากตา่ งจังหวัด
จ.นครศรธี รรมราช
ผู้บริโภค พ่อคา้ ในพน้ื ท่ีและ พ่อค้า, ผู้บริโภค
ในจงั หวดั จงั หวัดตา่ งๆ ต่างจังหวดั
ภำพที่ 31 เสน้ ทำงตลำดพริก 2
ปญั หาอุปสรรคและขอ้ จากัด
นอกจากปัญหาต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กับสภาพปัจจัยของแต่ละครัวเรือนดังกล่าวแล้ว
จากการพิจารณาจะพบว่าเกษตรกรยังขาดความรู้ดา้ นเทคโนโลยแี ละนวัตกรรมในเรื่องการปลกู พืชผัก
อยู่บ้าง เน่ืองจากเป็นประสบการณ์ท่ีพัฒนามา เช่น การใช้ปุ๋ยและการใช้ยากาจัดโรคและแมลงให้
ถกู ตอ้ งและปลอดภัย การตัดสนิ ใจเลือกพันธ์ุและชนิดพืชหรือปลานน้ั เกษตรกรได้มีการลองผิดลองถูก
ด้วยตนเอง ดังน้ันการปลูกพืชผักรวมท้ังพริกจะคุ้นชินกับวิถีเดิม แหล่งข้อมูลทางด้านวิชาการและ
ขอ้ มลู ทางดา้ นการตลาด เชน่ พชื ผกั ทต่ี ลาดตอ้ งการในแต่ละฤดกู าล การจัดการผลผลิตแตล่ ะช่วงเวลา
ความเคล่ือนไหวของราคา เป็นต้น ท่ีเกษตรกรทาได้ยาก จากการสอบถามถึงเรื่องของวัสดุเหลือใช้
จากระบบการผลิตมาใช้ในเชิงเก้ือกูลกันเพื่อลดค่าใช้จ่ายและลดการใชว้ ัสดุเคมีภัณฑ์สังเคราะห์ต่างๆ
ที่จะเป็นพิษภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมยังมีอยู่น้อย ท้ังๆ ท่ีบางอย่าง เช่น ฟางข้าวสามารถจะ
80
นามาใช้ประโยชน์ในการทาปุ๋ยหมักและวัสดุคลุมพืชผักได้ ทั้งนี้อาจจะมีสาเหตุจากเกษตรกรมีเวลา
นอ้ ย แรงงานไม่พอ ทงั้ นปี้ ญั หาที่พพบในพน้ื ทีเ่ ก่ยี วกบั การผลิตและการตลาด คอื
1) ปญั หำโรคระบำดในพรกิ เกษตรกรจ้ำเปน็ ตอ้ งใชส้ ำรเคมีในกำรควบคุมจำ้ กดั โรค
2) พริกเป็นพืชที่ใช้แรงงำนในกำรเก็บเกี่ยวผลผลิตจำ้ นวนมำกและค่ำจ้ำงแรงงำนมีค่ำใชจ้ ำ่ ย
ท่ีค่อนข้ำงสงู สง่ ผลให้ตน้ ทนุ กำรผลติ ทส่ี งู มีผลตอ่ ควำมคมุ้ ทุนในแตล่ ะรอบกำรผลิต
3) รำคำพรกิ ท่เี กษตรกรขำยเป็นไปตำมกลไกลตลำด ขำดอำ้ นำจตอ่ รองด้ำนรำคำ
ขอ้ เสนอเพ่ือกำรพัฒนาหรอื ส่งเสรมิ การผลติ พริก
จากลักษณะพื้นฐานทางโครงสร้างต่าง ๆ นับได้ว่าพื้นท่ีท่ีทาการศึกษามีศักยภาพสูงมากใน
การพัฒนา แต่จะมีข้อจากัดบางส่วนที่สมควรจะได้รับการปรับปรุงตามจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์
ของโครงการ ดังนั้นด้วยวัตถุประสงค์ท่ีต้องการให้เกษตรกรผู้ปลูกพริกในพื้นท่ีมีเสถียรภาพในความ
เป็นอยู่และการประกอบอาชีพ สามารถพิจารณาเพ่ือการวางแผนเพ่ือปรับปรุงท้ังในระยะส้ันและ
ระยะยาวดงั นี้
1) กำรสนับสนุนกำรเพิ่มประสิทธิภำพกำรผลิตพริกที่ได้มำตรฐำนและปลอดภัย มีปริมำณที่
เพียงพอและสอดคลอ้ งกับควำมต้องกำรของตลำด
2) สนบั สนุนเทคโนโลยีหรือนวตั กรรมกำรเพ่ิมสร้ำงมูลค่ำเพิ่มโดยกำรแปรรปู
3) สนบั สนนุ กำรรวมกลมุ่ เกษตรกรผูป้ ลูกพริกให้มคี วำมเข้มแข็งในรปู แบบแปลงใหญเ่ พ่ือกำร
ต่อรองซ่ึงมีผลจำกกลไกของรำคำ และให้มีกำรเชื่อมโยงกำรตลำดระหว่ำงกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่กับผู้
รวบรวมผลผลติ ในพืน้ ทหี่ รอื ผสู้ ่งออกพรกิ และหรอื ผลิตภณั ฑแ์ ปรรูปจำกพรกิ
4) กำรหนุนเสริมระบบกำรวำงแผนกำรผลิต กล่ำวคือให้เกษตรกรสำมำรถวำงแผนกำรปลูก
พริกตำมฤดูกำลในแต่ละโซน (พื้นที่) ให้มีปริมำณเพียงพอต่อควำมต้องกำรและสำมำรถออกตลำดใน
ช่วงเวลำท่ีพริกมีรำคำสูงได้
5) โครงการสง่ เสริมเกษตรกรใหม้ ีความรู้ในเรื่องของการปลูกผัก การจัดการต่างๆ โดยเฉพาะ
อยา่ งย่งิ การใชส้ ารเคมใี หถ้ ูกตอ้ งและปลอดภยั ชนดิ และอตั ราในการใช้ปยุ๋ ท่ีเหมาะสม
6) การสนับสนุนการใช้วัสดุเหลือใช้จากกิจกรรมในระบบการผลิตมาใช้ให้เกิดประโยชน์
จะเป็นการลดต้นทุนในการซ้ือปัจจัยการผลิตและเกิดความปลอดภัยจากสารพิษที่จะเกิดจากการใช้
สารเคมี ในกรณีนี้มีความเป็นไปได้ในการท่ีจะใช้ฟางข้าวมาทาเป็นปุ๋ยหมักและนามาใช้เป็นวัสดุคลุม
แปลงผกั การใช้มูลสตั วเ์ ปน็ ปยุ๋ มีการทาอยู่ท่ัวไป แตเ่ นอื่ งจะมีการเลีย้ งสตั ว์ค่อนข้างจากัดจงึ มีอยู่อย่าง
ไม่พอใช้งาน จะต้องศกึ ษาทงั้ ระบบใหท้ ราบกลไกว่าทางเกษตรกรจะมีข้อจากัดในเรื่องใด
7) โครงการระยะยาวในเร่ืองการพัฒนาและจัดหาพันธ์ุพืช ทั้งไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผักที่
เหมาะสมกับพ้ืนท่ีในแง่ชนิดและพันธุ์ เสริมความม่ันคงของรายได้ที่อาจจะเกิดความไม่แน่นอนของ
พืชผักอายสุ ้นั ท่ีอาจจะมปี ัญหาทง้ั เรื่องของโรคและแมลงระบาด และปญั หาของตลาด
8) การจัดตั้งศูนย์ประสานงานบรกิ ารข้อมูลและความรู้ของพ้ืนท่ีจดั การโดยเกษตรกรในพืน้ ที่
ท่ีจาเป็นต่อเกษตรกร ศูนย์นี้ควรประกอบด้วยผู้มีความรู้ประสบการณ์ของหมู่บ้านและชุมชนใน
หมู่บ้าน มีเกษตรตาบลช่วยในการประสานงาน หน้าที่หลักของศูนย์คือการบริการข้อมูลติดตามความ
81
เคล่ือนไหวของราคาผลิตผล ความรู้ทางเทคนคิ ที่จะปรับปรุงระบบให้ดี ตลอดจนวิธีการลดความเสย่ี ง
จากปัจจยั ตา่ ง ๆ
9) การเพ่ิมศักยภาพของกลุ่มเกษตรกร ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นโดยความ
ช่วยเหลือสนับสนุนจากศูนย์ การรวมกลุ่มอาจจะมีเป้าหมายเฉพาะ เช่น กลุ่มผู้ปลูกผัก กลุ่มผู้เล้ียง
ปลา เป็นต้น ซึ่งการรวมกลุ่มจะทาให้มีอานาจต่อรองและการสื่อสารต่างๆ มีประสิทธิภาพมาก
ยง่ิ ข้นึ ไป
10) การจดั โซนตามระบบนเิ วศเพ่อื การสง่ เสริมการใชป้ ระโยชน์จากพื้นที่
82
บทท่ี 5
สรุปและขอ้ เสนอแนะ
กิจกรรมที่ 1 : การประชุมภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกพริกในเขตลุ่มน้าปากพนัง
จ. นครศรธี รรมราช เพือ่ การวางแผนการจัดการการด้าเนนิ การตามแผน ประกอบด้วย พืนทกี่ ลุ่มเปา้ หมาย
คือ เกษตรกรผู้ปลูกพริกพนื ท่ีลมุ่ น้าปากพนัง หัวไทร เชยี รใหญ่ ปากพนงั เฉลมิ พระเกียรติ และชะอวด
ซง่ึ มขี นั ตอนการด้าเนินงาน
จัดประชุมหน่วยงานเครือข่ายทเี่ กี่ยวข้อง ครังท่ี 1 ทางโครงการวิจัยได้ผูเ้ ข้าร่วมเครอื ข่ายดังนี
ส้านักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 7 นครศรีธรรมราช ศูนย์ขยายพันธ์ุพืชท่ี 4 นครศรีธรรมราช
ส้านักงานเกษตรอ้าเภอ เชียรใหญ่ ปากพนัง หัวไทร ชะอวด เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์อ้านวยการและ
ประสานงานพัฒนาพืนท่ีลุ่มน้าปากพนัง อันเน่ืองมาจากพระราชด้าริ ส้านักงานกิจกรรมเพ่ือสังคม
เครอื เบทาโกร เกษตรกรผู้น้าทัง 5 อา้ เภอ
ปัญหาท่ีพบในระบบการปลูกพริกพืนท่ีลุ่มน้าปากพนังจากการประชุมหน่วยงานเครือข่ายที่
เก่ยี วขอ้ งพบวา่
1) ปัญหาโรค เช่น โรคเหย่ี ว รากปม ใบหงกิ ใบด่าง และ แมลง เชน่ เพลียไฟ ไรขาว แมลงวัน
ทอง
2) ปัญหาท่ีพบเกษตรกรไม่มีการคัดเกรดผลผลิตก่อนจ้าหน่ายท้าให้ราคาผลผลิตตกต่้าไม่
สามารถควบคุมราคาได้
3) ผลผลิตของเกษตรกรไม่ได้คุณภาพ
4) ราคาพรกิ ในตลาดผนั ผวนราคาขึนลงอยู่ตลอดเวลา
5) แรงงานไม่เพียงพอเกษตรกรหลายรายปลูกพริกมากเกินไปไม่สอดคล้องกับแรงงานใน
ครวั เรอื นทมี่ ที า้ ให้เกิดการจ้างงานส่งผลให้มตี ้นทนุ ในการผลิตเพิ่มมากขนึ
6) เกษตรกรในพืนทีข่ าดความรเู้ รอื่ งการจัดการดนิ ไม่ทราบข้อมลู ชุดดินของตนเองทา้ ให้มีการ
ปรับปรงุ คณุ ภาพดนิ ท่ีผดิ
7) เกษตรกรในพนื ท่ไี ม่มีการควบคุมต้นทนุ ผลผลิต เชน่ รายจ่ายเรื่องการก้าจดั ศัตรพู ชื วัชพชื
ปุ๋ย และต้นทุนทางด้านแรงงาน
8) เกษตรกรในพืนทไ่ี ม่มีการเพ่ิมมูลค่าผลผลิตจากผลผลิตที่ไมไ่ ด้คณุ ภาพ
9) ปญั หาเร่ืองน้าเกษตรกรในพืนท่ีพบปญั หาเร่ืองน้าท่วมในพนื ที่ทา้ ให้บางฤดูกาลไม่สามารถ
ปลกู พรกิ ไดต้ ามฤดกู าล
กิจกรรมท่ี 2 : การอบรมเชิงปฏิบัติการเก่ียวกับการปลูกพริกปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP
เพื่อเพ่มิ ผลผลติ ลดต้นทนุ และเพม่ิ กา้ ไรเน้นการปฏิบตั ิจริง
- การถา่ ยทอดองค์ความรกู้ ารปลกู พริกปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP
- เก็บตวั อย่างดนิ ในแปลงปลูกของเกษตรกร เพอ่ื นา้ มาแนะนา้ การใสป่ ุย๋ จา้ นวน 5 แปลง
- วางแผนการจัดการธาตเุ พือ่ เพ่ิมผลผลิตและคณุ ภาพพริกสด
- ถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการธาตุอาหารเพื่อเพม่ิ ผลผลิตและคุณภาพพริกสด
- ผลิตปุ๋ยหมักจากก้อนเชือเห็ดเก่าท่ีมีเชือจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ผสมอยู่ เพื่อใช้เป็นปุ๋ยใน
การเตรียมดินก่อนปลูกผสมเชอื ปฏปิ กั ษ์เพือ่ เพิ่มประสทิ ธภิ าพ
83
- เพาะเมล็ดพริกทแี่ ชใ่ นสปอร์แขวนลอยเชอื ราไตรโคเดอร์มาก่อนน้าไปปลกู เกษตรกร
- น้าเมล็ดพริกไปปลูกในแปลงสาธิต ตรวจสอบการเกิดโรค ทุกระยะของการเจริญเติบโต
เกบ็ ตวั อยา่ งเชือจุลินทรยี ์ในดินเพ่อื ตรวจปริมาณและความหลากหลาย
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการในการใช้เทคโนโลยีท่ีเหมาะสมในการการจัดเพลียไฟ ไรขาว
และแมลงวันทอง และให้เกษตรกรเยี่ยมชมแปลงสาธิตที่มีการใช้เทคโนโลยีผสมผสานในการจัดการ
แมลงศตั รูพริก
จากการเก็บตัวอย่างดินมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ผลการวเิ คราะห์เบืองต้นพบว่าดินมีค่า
ความเป็นกรดด่างประมาณ 7.8 (มีค่าเป็นด่าง) ดังภาพท่ี 5 ทังนีน่าจะมีสาเหตุจากดินบริเวณพืนทปี่ า่
ระก้าเป็นกลุ่มชุดดินท่ี 3 ซ่งึ มวี ัตถุต้นกา้ เนดิ ดินพวกตะกอนผสมของตะกอนลา้ น้าและตะกอนน้าทะเล
แลว้ พัฒนาในสภาพน้ากร่อย ดนิ กลุ่มนีพบในบริเวณท่รี าบลุม่ หรือทร่ี าบเรยี บ บริเวณชายฝั่งทะเลหรือ
ห่างจากทะเลไม่มากนัก มีน้าแช่ขังในช่วงฤดูฝน เป็นดินลึกที่มีการระบายน้าเลวถึงค่อนข้างเลว มีเนือ
ดินเปน็ พวกดนิ เหนียวหรือดนิ เหนียวจัด หนา้ ดนิ อาจแตกระแหงเป็นร่องลึกในฤดแู ลง้ และมรี อยถูไถล
ในดิน ดินบนมีสีด้า ส่วนดินล่างมีสีเทาหรือน้าตาลอ่อน มีจุดประสีเหลืองและสีน้าตาล ตลอดชันดิน
บางบรเิ วณอาจพบจดุ ประสแี ดงปะปน
5.1 สมบตั ขิ องดนิ
เป็นกลุ่มชุดดินที่เกิดจากวัตถุต้นก้าเนิดดินพวกตะกอนผสมของตะกอนล้าน้าและตะกอนน้า
ทะเล แล้วพัฒนาในสภาพน้ากร่อย พบในบริเวณที่ราบลุ่มหรือที่ราบเรียบ บริเวณชายฝ่ังทะเลหรือ
ห่างจากทะเลไม่มากนัก มีน้าแช่ขังในช่วงฤดูฝน เป็นดินลึกที่มีการระบายนา้ เลวถึงค่อนข้างเลว มีเนือ
ดินเป็นพวกดินเหนียวหรือดินเหนียวจัด หน้าดินอาจแตกระแหงเป็นร่องลึกในฤดูแล้งและมีรอยถูไถล
ในดิน ดินบนมีสีด้า ส่วนดินล่างมีสีเทาหรือน้าตาลอ่อน มีจุดประสีเหลืองและสีน้าตาล ตลอดชันดิน
บางบรเิ วณอาจพบจุดประสีแดงปะปน หรอื อาจพบผลึกยิปซัม่ บ้าง ทค่ี วามลกึ ประมาณ 1.0 -1.5 เมตร
จะพบชันตะกอนทะเลสเี ขยี วมะกอก และพบเปลอื กหอยปน ปฏิกิริยาดนิ เป็นกรดจดั ถงึ ดา่ งปานกลาง
5.2 แนวทางการจัดการธาตอุ าหาร
1) แนะน้าให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยหมักและน้าหมัก เพื่อเป็นตัวช่วยในการปรับค่าความเป็นกรด
ดา่ งของดินใหม้ คี ่าลดลง
2) แนะน้าให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยท่ีใส่ประกอบของก้ามะถัน เช่น 21-0-0 และ 0-0-45 เพื่อเพ่ิม
ความเปน็ กรด ซึง่ จะชว่ ยส่งเสรมิ ความเป็นประโยชนข์ องธาตุอาหารในดิน
5.3 การจัดการโรคพรกิ
เชือจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุหลักก่อโรคในพริก ได้แก่ เชือรา แบคทีเรีย ไวรัส ไวรอยด์
และไส้เดือนฝอย ซ่ึงสาเหตุสามารถเข้าท้าลายได้ทุกระยะของการเจรญิ ท้าให้ผลผลิตเสียหายทังดา้ น
ปริมาณและคณุ ภาพ
สาเหตุ เชื้อ Pythium sp., Fusarium sp. และ Sclerotium sp.
อาการ มักเกิดในระยะกล้า ลักษณะเป็นแผลช้า ฉ้่าน้าท่ีโคนต้น แล้วขยายเป็นรอยช้าสี
น้าตาลรอบโคนต้น ท้าให้ต้นกลา้ หกั พับ ต้นกลา้ เหี่ยวและแห้งตายในทส่ี ดุ
การป้องกนั กาจัด
84
1) ไม่เพาะกลา้ ให้แนน่ มากเกินไป แปลงปลกู ควรมีการระบายนา้ ได้ดี น้าไม่ขัง
2) ให้น้าพอเหมาะ ไม่ควรรดน้าตอนเยน็ หรือค่้า
3) ฉีดพ่นด้วยเชือราปฏิปักษ์ไตรโคเดอร์มา หรือเชือ แบคทีเรีย Bacillus subtilis โดยการ
คลกุ เมล็ดกอ่ นปลกู หรือใสใ่ นดิน
4) ฉีดพ่นด้วยสารป้องกันก้าจัดเชือรา ได้แก่ เมทาแลกซิล โพรพาโมคาร์บไฮโดรคลอไรด์
(propamocarb hydrochloride) หรือ อีไตรไดอะโซล + ควินโตซีน (etridiazole + quintozene)
(อดุ มศกั ด,์ิ 2563)
สาเหตุ เชือรา Fusarium oxysporum f.sp. vasinfectum (Atk) Snyd & Hans
อาการ เชือราเข้าท้าลายบริเวณรากและโคนต้น ใบพริกแสดงอาการเหี่ยวเหลือง ลู่ลงและ
ร่วงหล่น เม่ือถอนต้นพริกดูพบว่า เปลือกรากเน่าหรือหลุดร่อน เปล่ียนเป็นสีน้าตาล หากอากาศชืน
สงั เกตเหน็ ส่วนของเส้นใยและสปอรเ์ ชอื ราสขี าวหรือสม้ ออ่ นเจรญิ ปะปน
การป้องกันกาจัด
1) เชอื สาเหตุสะสมอยู่ในดินเปน็ เวลานัน จา้ เปน็ ต้องหลกี เลีย่ งการปลกู ในทเ่ี คยมีโรค
2) ใช้พนั ธุต์ ้านทาน
3) ปรับพนื ทีป่ ลูกโดยการยกรอ่ ง เพือ่ ให้นา้ ระบายได้ดี
4) ใช้ปุ๋ยหมักที่มีส่วนผสมของเชือไตรโคเดอร์มา หรือราดด้วยเชือราไตรเคอร์มา บริเวณรอบ
ทรงพมุ่
5) ฉีดพ่นหรือราดด้วยแบคทีเรยี ปฏิปักษบ์ าซลิ ลสั
สาเหตุ เชอ้ื รา Sclerotium rolfsii Sacc.
อาการ เชือรามักเข้าท้าลายเม่ือต้นพริกโต เชือเข้าท้าลายส่วนของรากและโคนต้น ท้าให้ใบ
พริกเหลือง เหี่ยว เมอ่ื ถอนต้นดูจะพบอาการรากเน่า ชา้ เป็นสนี ้าตาล เปลือกรากหลุดร่อน บริเวณโคน
ตน้ แสดงอาการเน่าช้า และมกั พบเส้นใยสีขาวลักษณะหยาบ แผ่รอบโคนตน้ สงั เกตเห็นได้อย่างชัดเจน
นอกจากนีมักพบเม็ดสเคอลโรเทียม (sclerotium) ลักษณะกลม สีขาวครีมหรือสีน้าตาลบริเวณโคน
พรกิ ท่เี ป็นโรค
การปอ้ งกนั กาจัด
1) หลังเก็บผลผลิตรุ่นสุดท้ายให้โรยปูนขาว และตากหน้าดิน อย่างน้อย 3 เดือน จะสามารถ
ลดปริมาณเชือไดฤ้ ดูปลกู ถัดไปได้
2) ปลกู พชื หมนุ เวยี น และควรใสอ่ นิ ทรยี วัตถุในดนิ
3) ขดุ ทา้ ลายต้นเปน็ โรคและราดดินด้วยสารเคมี เชน่ คาร์บ๊อกซนิ (carboxin)
4) ฉีดพ่นดว้ ยชวี ภณั ฑเ์ ชือราไตรโคเดอรม์ า
สาเหตุ เชือแบคทเี รีย Ralstonia solanacearum (Smith) Yabuuchi et al.
อาการ โรคเห่ียวที่เกิดจากแบคทีเรียเป็นโรคท่ีส้าคัญ เน่ืองจากมีพืชอาศัยกว้างมากกว่า 250
ชนดิ พืชที่ถกู เชอื เข้าทา้ ลายจะแสดงอาการเหย่ี วเฉา แต่ใบยังคงเป็นสเี ขียว (เหีย่ วเขยี ว) ส่งผลใหท้ ้าให้
พืชตายอย่างรวดเร็ว หากเชือเข้าท้าลายในระยะเร่ิมให้ผลผลิต พืชจะแสดงอาการรุนแรงมากกว่าต้น
พืชท่ีแก่ โดยอาจเกิดโรคเพียงด้านใดด้านหนึ่งของต้นก็ได้ การตรวจอาการเหี่ยวที่เกิดจากแบคทีเรีย
โดยการตดั รากหรอื ลา้ ตน้ แชน่ ้าจะพบกลุม่ แบคทเี รยี สขี าวขุ่นไหลออกมา
85
การปอ้ งกันกาจัด
1) ปรับดินให้เป็นด่างโดยการเติมปูนขาว และควรเพ่ิมอินทรียวัตถุในดิน เช่น ปุ๋ยหมักจาก
ซากพืช
2) ใชเ้ ชือแบคทเี รียปฏปิ ักษบ์ าซลิ ลัส
3) ปลกู พืชหมนุ เวยี นท่ีไมใ่ ช้พชื อาศยั ของโรค
4) ใชพ้ ันธ์ุต้านทาน
สาเหตุ เชือรา Cercospora capsici Heald & Wolf
อาการ อาการใบจุดตากบสามารถเกิดได้กับทุกส่วนของต้นพริก เช่น ใบ กิ่ง ต้น กลีบดอก
ก้านผล โดยบนใบมักเกิดมากที่สุด ลักษณะเป็นแผลจุดเล็กๆ สีเหลือง และเปลี่ยนเป็นน้าตาล รูปร่าง
กลมขนาด 2 มลิ ลเิ มตร ถึง 1 เซนติเมตร บรเิ วณกลางแผลมสี ซี ดี จางจนถงึ สขี าวเหน็ ได้ชัดเจนคล้ายจุด
ตากบ หากเกิดโรครุนแรง ใบพริกจะเหลืองและร่วง ส้าหรับอาการบนก่ิงหรือล้าต้น มักเกิดเป็นแผล
ยาวสนี ้าตาลทา้ ให้กิง่ แห้งตาย หากเชือเข้าท้าลายบริเวณขวั ผลจะทา้ ให้ผลร่วง
การปอ้ งกนั กาจดั
1) เชือสาเหตุสามารถตดิ ไปกบั เมล็ดพนั ธ์ุ ดงั นนั ควรเลือกซือเมล็ดพนั ธ์จุ ากแหล่งท่มี คี ณุ ภาพ
2) คลุกเมลด็ ด้วยไทแรม (thiram) ไซแนบ (zineb) หรือมาแนบ (maneb)
สาเหตุ เชอื รา Peronospora tabacina
อาการ ระยะแรกพบบริเวณใต้ใบพริกเป็นแผลสีเหลือง พบกลุ่มของเส้นใยและสปอร์สีขาว
หรือเทาอ่อนลักษณะเป็นขุย หลังจากนันแผลจะแห้ง หากเกิดโรครุนแรงจะท้าให้ใบเหลือง และร่วง
หล่น
การป้องกนั กาจัด
1) เก็บใบที่เป็นโรคเผาท้าลาย และเผาท้าลายต้นพืชหลงั การเก็บเกี่ยว เพ่ือก้าจัดแหล่งสะสม
เชือโรค
2) ฉีดพ่นด้วยสารเคมี เชน่ เมตาแลคซลิ (metalaxyl) มาแนบ (maneb) หรือคาร์เบนดาซิน
(carbendazim)
สาเหตุ เชือรา Colletotrichum capsici (Syd.) Butler & Bisby, C. gloeosporioides
Penz,
C. accutatum
อาการ เป็นโรคท่ีส้าคัญในระบบการผลิตพริก ส่วนใหญ่เชือเข้าท้าลายผลพริก แต่หาก
สภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการเกดิ โรค กส็ ามารถพบโรคได้บริเวณใบและก่งิ กา้ น
อาการท่ีเกิดบนผลพริก : ระยะแรกเกิดเป็นจุดแผลช้ากลม หรือรูปร่างไม่แน่นอน สีน้าตาล
ต่อมาเนือเยื่อยุบตัวลง แผลแห้ง เปลี่ยนเป็นสีน้าตาลด้า หรือด้า และมีการสร้าง fruiting body
แบบ acervulus สีน้าตาลด้าเรียงเป็นวงรีซ้อนกัน ในสภาพอากาศชืนอาจพบกลุ่มสปอร์สีส้มหรือสี
เหลอื งบนแผล ทา้ ใหผ้ ลพรกิ ยบุ ตวั ลง และแหง้ เชอื โรคสามารถเขา้ ท้าลายได้ทุกระยะของผล หากเข้า
ตอนผลอ่อน เซลล์ท่ีถูกท้าลายจะหยุดเจริญ ในขณะท่ีเซลล์รอบๆ เจริญปกติ จึงท้าให้เกิดอาการบิด
เบยี วหรือโคง้ งอ เนื่องจากเซลลท์ ต่ี ายอยู่ดา้ นใน จงึ เปน็ ทีม่ าของชอื่ โรคกงุ้ แห้ง
อาการบนใบพริก :พบเปน็ แผลไหม้แหง้ รูปรา่ งไม่แนน่ อน
86
การปอ้ งกนั กาจดั
1) เชือโรคสามารถติดไปกับเมล็ดพันธุ์ ดังนันควรคลุกเมล็ดด้วยสารเคมี เช่น ไทแรม
(thiram) หรอื แชน่ ้ารอ้ นท่ีอณุ หภมู ิ 45-50 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15-20 นาที
2) ลดการสะสมเชอื โรค โดยการกา้ จัดวชั พชื และพชื อาศยั อน่ื
3) ใช้สารเคมี เช่น เบนโนมิล (benomyl) คาร์เบนดาซิม (carbendazim) ไซแรม (ziram)
และ ไซเนบ (zineb) เป็นต้น
4) คลุกเมล็ดด้วยเชือราไตรโครเดอรม์ าก่อนปลูก
5) ฉีดพ่นด้วยเชอื ราไตรโคเดอร์มา หรอื เชือแบคทเี รียบาซลิ ลสั
สาเหตุ เชือรา Choanephora cucurbitarum (Berk. & Rav.) Thaxt.
อาการ พบบนยอดอ่อน ใบอ่อน ตาดอก ดอก และผลอ่อน เนือเยื่อพืชแสดงอาการเน่าเละ
กลายเป็นสีน้าตาลด้า หกั พบั ขยายลุกลามอย่างรวดเร็ว มองเห็นกา้ นชูสปอร์ใสตังฉากชูขึนจากส่วนที่
เป็นโรคตรงปลายก้านเป็นตุ่มสีด้า โดยเฉพาะส่วนยอด ก้านผลและกิ่ง มักเกิดในระยะท่ีพริกก้าลังติด
ผล ผลพริกมีขนาดเล็ก ร่วงหล่น พบเชือเข้าท้าลายมากในสภาพอากาศร้อนอบอ้าว สลับกับมีฝนตก
ความชนื สงู
การปอ้ งกันกาจัด
1) ควรส้ารวจแปลงปลูกอย่างสม่้าเสมอ เม่ือพบอาการยอดช้า หักพับ หรือบริเวณยอดมีเชือ
ราเข้าท้าลาย ให้รบี ตดั ออก แล้วน้าไปเผาท้าลาย
2) ปรบั ระยะการปลกู พริก อยา่ ให้แน่นเกินไป เพือ่ ใหอ้ ากาศถ่ายเท และระบายความชืน
3) หลีกเลี่ยงการใหน้ า้ ตอนเย็น และการให้น้าแบบพ่นฝอย
4) ใช้สารก้าจัดเชือรา ได้แก่ ไตรโฟลีน (triforine) และคอปเปอร์ ไฮดรอกไซด์ (copper
hydroxide)
เชือไวรัสท่ีท้าให้เกิดโรคกับพริกมีหลายชนดิ ลักษณะของพริกท่ีถูกเชือไวรัสเข้าท้าลาย ได้แก่
อาการ ใบด่างเป็นสีเขียวอ่อนสลับกับเขียวเข้ม ตัวอย่างเชือไวรัสก่อโรคในพริกท่ีส้าคัญได้แก่ Potato
virus (PVY), Chilli veinal mottle virus, Cucumber mosaic virus (CMV) และ Tobacco etch
virus การถา่ ยทอดเชือโรคโดยน้าคนั ซึง่ มีเพลยี ออ่ นเปน็ แมลงพาหะ
- Potato virus (PVY)
อาการ เส้นใบขยายบวมโต ใบด่างเขียวเข้มสลับเขียวอ่อน ลักษณะด่างลายหดย่น ต้นพริก
แคระแกร็น ผลมีขนาดเลก็ บิดเบยี ว เมลด็ นอ้ ย
- Chilli veinal mottle virus
อาการ เนือใบมีลักษณะอาการด่างซีด แต่เนือเยื่อรอบๆ เส้นใยยังคงเขียวปกติ ปลายใบซีด
หากเปน็ รนุ แรงใบจะลีบ อาการด่างเหน็ ไดอ้ ย่างชดั เจน ตน้ หดสัน
- Cucumber mosaic virus (CMV)
อาการ แสดงอาการดา่ งเหลืองกระจายท่วั ใบ หากเปน็ รนุ แรงใบจะเรยี ว (shoe string)
- Tobacco etch virus
อาการ เนือเยื่อพืชแสดงอาการเป็นวงเรียงซ้อนกัน บนใบและผลพริก บริเวณต้าแหน่งที่เปน็
วงจะแห้งตายเป็นสีเหลือง ตัดกับส่วนท่ีเป็นสีเขียว ผลพริกที่แสดงอาการรุนแรงจะบิดเบียวเสียรูป
สว่ นใบออ่ นจะมขี นาดเลก็ และหดย่น
87
การป้องกนั กาจัด
1) ทา้ ลายต้นพริกเป็นโรคไวรัสโดยการเผาทา้ ลาย
2) กา้ จัดแมลงพาหะ เช่น เพลียอ่อน ดว้ ยสารเคมี หรือชีวภัณฑก์ า้ จดั แมลงศัตรพู ืช
5.4 การจัดการโรคของพรกิ โดยชวี วธิ ี
การจัดการโรคของพริกโดยชีววิธีให้ประสบความส้าเร็จ ต้องด้าเนินการตังแต่ระยะแรกของ
การเพาะปลูก เริ่มจากการเตรียมพืนท่ีปลูก การเตรียมต้นกล้า การจัดการดินและน้า การจัดการ
ศัตรูพืช และการเก็บเกี่ยว โดยการป้องกันการเกิดโรคของพริกพืชในระยะเร่ิมแรก อาจกระท้าได้
หลายวิธี เช่น การคลุกหรือเช่เมล็ดพันธุ์พริกด้วยชีวภัณฑ์เชือราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma sp.)
หรือชีวภัณฑ์เชือแบคทีเรียปฏิปักษ์ Bacillus subtilis นอกจากจะช่วยป้องกันการเข้าท้าลายของเชอื
สาเหตุโรคทางดินแล้ว ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมการเจริญของกล้าพืชอีกด้วย ทังนีการน้าเชือราไตรโค
เดอรม์ าไปใช้เพื่อป้องกนั ก้าจัดโรคพืช สามารถประยุกต์ใช้ได้หลายวิธี ไดแ้ ก่ การผสมในป๋ยุ หมักที่ย่อย
สมบูรณ์แล้ว น้าไปใช้โดยการรองก้นหลุมก่อนปลูกพืช ซ่ึงเป็นวิธีท่ีจะช่วยลดการเกิดโรคพืชได้เป็น
อย่างดี นอกจากนีจากงานวิจัยเบืองต้น พบว่าปุ๋ยหมักท่ีได้จากก้อนเชือเห็ด จัดเป็นปุ๋ยหมักคุณภาพดี
มีธาตุอาหารสมบูรณ์เหมาะสมและเพียงพรต่อการเจริญเติบโตของพืช นอกจากนีในก้อนเชือเห็ดเก่า
ยังเป็นแหล่งอุดมไปด้วยจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ เช่น เชือรา Trichoderma แบคทีเรียจีนัส
Bacillus spp. และ Streptomyces spp. ซึ่งจุลินทรีย์กลุ่มนีมีประโยชน์และมีประสิทธิภาพในการ
ควบคุมเชือสาเหตุโรคพืชในดินหลายชนิด ได้แก่ เชือ Phytophthora, Phythium, Sclerotium,
Rhizoctonia สาเหตุโรคเน่าระดับดิน เชือรา Fusarium และแบคทีเรีย Ralstonia สาเหตุโรคเห่ียว
เหลืองและเหี่ยวเขียวของพืชผัก, เชือ Cercospora, Alternaria สาเหตุโรคใบจุดของพริก และเชือ
Colletotrichum สาเหตุโรคแอนแทรกโนสหรือโรคกุ้งแหง้ ซ่ึงเป็นโรคท่ีสา้ คญั ของพริก
การใช้ปุ๋ยหมักจากก้อนเชือเห็ดเก่าผสมเชือราไตรโคเดอร์มา จะเป็นอีกวิธีการหนึ่งเพ่ือเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการยับยังการเกิดโรคของพริกได้เป็นอย่างดี นอกจากนีแล้วการศึกษาความ
หลากหลายของเชือจุลินทรีย์ทังก่อนและหลังการใช้เชือปฏิปักษ์ ในการป้องกันก้าจัดโรคพืช
จ้าเป็นต้องมีการติดตามจ้านวนประชากรของเชอื จุลินทรีย์ก่อโรคและเชือปฏปิ ักษ์ เพื่อให้ความทราบ
ถึงการมีชีวิตรอดและการด้ารงในส่ิงแวดล้อมนันได้อย่างย่ังยืน และพัฒนาวิธีการใช้จุลินทรีย์ให้เกิด
ประสทิ ธภิ าพสงู สุด
5.5 การใชเ้ ช้อื ราไตรโคเดอรม์ าเพือ่ ป้องกันกาจดั การเกิดโรคของพชื
เชือราไตรโตเดอร์มาเจริญได้ดีในดินท่ีมีอินทรียวัตถุ มีคุณสมบัติในการยับยังหรือท้าลายเชือ
สาเหตุโรคพืชหลายชนิด ได้แก่ Pythium (โรคเน่าระดับดิน กล้าเน่า), Phytophthora (โรครากและ
โคนเน่า), Fusarium (โรคเห่ียว), Sclerotium (โรคเห่ียว โรครากและโคนเน่า), Rhizoctonia
(โรคเน่าระดบั ดิน กล้าเน่า) และ Colletotrichum (แอนแทรกโนส/ก้งุ แห้ง) เป็นต้น ซ่ึงการนา้ ไปใช้ได้
หลายวิธี เช่น ผสมน้าเพื่อฉีดพ่นหรือรดต้นพืช ใช้คลุกเมล็ดก่อนปลูก หรือผสมกับปุ๋ยหมักที่สมบูรณ์
แลว้ เชอื ราไตรโคเดอรม์ ามกี ลไกในการยบั ยังหรือควบคุมเชอื สาเหตขุ องโรคพืช ดังนี
1) การสร้างสารปฏิชีวนะ (antibiosis) คือ การสร้างผลผลิตจากกระบวนการเมแทบอลิซึม
ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารปฏิชีวนะ (antibiotic) ซ่ึงสารจะมีประสิทธิภาพในการท้าลายชีวิต หรือยับยัง
เชือก่อโรคพืช หลายชนิด ได้แก่ เชือรา Rhizoctonia, Sclerotium, Alternaria, Colletotrichum
88
และ Fusarium เป็นต้น ทังนีเชือราไตรโคเดอร์มาสายพันธ์ุท่ีสามารถควบคุมโรคพืช ได้แก่
T. harzianum, T. viren, T. hamatum, T. asperellum, T. pseudokoningii และ T. viride
(เกษม, 2551) สารปฏิชีวนะที่เชือ Trichoderma ผลิตขึน ได้แก่ gliotoxin, harzianic acid,
trichoviridin, viridiol และ alamethicins (Kaewchai et al., 2009)
2) การแข่งขัน (competition) เชือจุลินทรีย์ปฏิปกั ษ์มีความสามารถในแข่งขันกับเชือสาเหตุ
โรคพืช ได้แก่ แก่งแย่งแหล่งอาหารพวกคาร์โบไฮเดรต ไนโตรเจน ก๊าซออกซิเจน ตลอดจนสารท่ี
จ้าเปน็ ตอ่ การเจรญิ ของพืช ทา้ ให้พืชอาศัยขาดอาหารเพื่อการเจริญและตายในทส่ี ดุ เชอื ราไตรโคเดอร์
มาเป็นราปฏิปักษ์ที่มีประสิทธิภาพในการแก่งแย่งแข่งขันสูง ในด้านท่ีอยู่อาศัยและแหล่งอาหาร
มีความสามารถในการเข้าครอบครองรากพืช ได้รวดเรว็ กวา่ เชือราสาเหตุโรคพืช
3) การเป็นปรสิต (parasitism) เชือจุลินทรีย์ปฏิปักษ์มีความสามารถในการเข้าไปเจริญและ
อาศัยในเชอื โรคพืช หรอื เจรญิ บริเวณใกล้เคียงพชื อาศัย แล้วคอยดดู กนิ อาหาร ทา้ ลายเชือโรคโดยตรง
จนท้าให้เชือโรคพืชอ่อนแอและตายในท่ีสุด ปรสิตของเชือรา (mycoparasite) ที่ท้าลายเชือโรคให้
ตายก่อนจึงสามารถใช้อาหารจากเส้นใยหรือสปอร์ของเชือโรคพืชได้ เรียกว่า necrotrophic
mycoparasite ทังนีกลไกการเป็นปรสิตแบบนีได้แก่ การสร้างสารพิษหรือเอนไซม์ย่อยสลายผนัง
เซลล์ของเชือโรค ในขณะที่ปรสิตของเชือราบางชนิดท่ีสามารถเข้าไปเจริญและมีชีวิตในเชือสาเหตุ
แลว้ คอ่ ยๆ แทงผ่านเส้นใยเชือโรคแต่ไมท่ า้ ให้เชอื โรคตาย เรียกว่า biotrophic mycoparasite
4) การชกั นา้ ให้พืชต้านทานตอ่ โรค (induced host resistance) เป็นอกี กลไกหน่งึ ทีน่ ่าสนใจ
เนื่องจากเชือจุลินทรีย์ปฏิปักษ์บางชนิด นอกจากควบคุมโรคพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังมี
ความสามารถในการกระตุ้นหรือชกั นา้ ให้พชื สรา้ งความต้านทาน ตอ่ การเขา้ ทา้ ลายของเชอื โรค
5.6 แมลงศัตรพู ริกทพี่ บในแปลงพรกิ
เพลี้ยไฟพรกิ
เพลียไฟพริกเป็นแมลงขนาดเล็ก ล้าตัวแคบยาว มีความยาวประมาณ 1-2 มม. ตัวเต็มวัยมี
ปกี เรยี วยาว 2 คู่ ปีกแตล่ ะขา้ งมีขนบางๆ ตวั ออ่ นมีลกั ษณะคล้ายตวั แก่แตไ่ ม่มีปีก ตัวเต็มวัยมีสนี ้าตาล
ออ่ นหรือฟางข้าว สว่ นตัวออ่ นสจี างกวา่ ทงั ตัวออ่ นและตัวเต็มวัยจะพบตามใต้ใบบรเิ วณยอดอ่อนและ
ในดอกที่บานแลว้ เพลียไฟมักอย่รู วมกันเปน็ กลุ่มชอบหากนิ บริเวณฐานดอกและขวั ผลอ่อน ขณะที่หา
กินไม่ชอบเคล่ือนย้ายตัว และเม่ือมีการกระทบกระเทือนจะเคล่ือนไหวรวดเร็ว มีการขยายพันธุ์ทัง
แบบผสมพันธ์ุและไม่ผสมพันธุ์ ตัวเมียมีอายุประมาณ 15 วัน เม่ือได้รับการผสมจะออกไข่ได้ประมาณ
40 ฟอง ส่วนตัวเมียท่ีไม่ผสมพันธุ์ออกไข่ได้ประมาณ 30 ฟอง วงจรชีวิตจากไข่ถึงตัวเต็มวัยประมาณ
15-20 วนั
ลักษณะการทาลาย
ตัวเต็มวัยของเพลียไฟจะวางไข่ตามเส้นใบ เม่ือตัวอ่อนฟักออกจากไข่จะอาศัยดูดกินน้าเลียง
จากส่วนของพืชเช่นเดียวกับตัวเต็มวัย มักจะพบอยู่โดยทั่วไปบนต้นพืชโดยเฉพาะที่ใบ ดอก ผล
หรือส่วนที่อ่อนๆ ของต้นพริก ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยท้าลายใบพริกโดยดูดกินน้าเลียงในใบอ่อน
หรือยอดออ่ น ท้าใหใ้ บหรอื ยอดอ่อนหงิก และม้วนงอขึนดา้ นบนทงั สองขา้ ง ใบทถี่ ูกทา้ ลายจะเห็นเป็น
รอยสีน้าตาล ถ้าการระบาดรุนแรงพืชจะชะงักการเจริญเติบโต หรือ แห้งตายในที่สุด ถ้าเกิดกับใบ
อ่อนหรือยอดอ่อนก็จะท้าให้ใบหรือยอดอ่อนหงิก ขอบใบหงิกและม้วนงอขึนด้านบนทังสองข้าง ใบที่
ถูกท้าลายมากจะเห็นเป็นรอยด้านสีน้าตาล ถ้าเกิดในระยะพริกก้าลังออกดอกก็จะท้าให้ดอกพริกร่วง
89
ถา้ ระบาดในชว่ งพริกติดผลแล้วจะท้าใหร้ ูปทรงของผลบดิ งอไม่ได้คณุ ภาพ หากเกดิ การระบาดในช่วงท่ี
มีอากาศแห้งแล้งอาจจะท้าให้เกิดความเสยี หายมากกว่า 80 เปอรเ์ ซน็ ต์
การแพรก่ ระจายและฤดกู าลระบาด
เพลียไฟระบาดมากในช่วงฤดูแล้ง หรือเม่ือฝนทิงช่วงเป็นเวลานาน กระแสลมเป็นปัจจัยชว่ ย
ให้เพลียไหแ้ พรก่ ระจายไปไดอ้ ย่างรวดเรว็
การป้องกันและกาจัด
1) การใหน้ ้าแบบสปรงิ เกอร์จะชว่ ยลดการระบาดของเพลียไฟได้
2) หมั่นส้ารวจแปลงพริกโดยใช้วิธีเคาะยอดพริกกับกระดาษสีขาวจะท้าให้เห็นตัวเพลียไฟได้
ง่ายขึน หากพบการท้าลายท่ีบริเวณยอดหรือใบพริก หรือพบเพลียไฟประมาณ 10 ตัวต่อยอด ให้รีบ
ทา้ การปอ้ งกันก้าจัด
3) เมอ่ื พบการระบาดของเพลยี ไฟควรฉดี พน่ ด้วยสารเคมีป้องกันก้าจดั โดยฉีดพ่นใหท้ ว่ั ตามใต้
ใบ ซอกใบ ยอดอ่อน หรือในช่อดอก เนื่องจากเพลียไฟชอบหลบซ่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว ซ่ึงในการ
ใช้สารเคมีป้องกันก้าจัด ควรเลือกใช้ด้วยความรอบคอบ ส้าหรับสารเคมีที่มีประสิทธิภาพในการ
ป้องกันก้าจัดเพลียไฟ ได้แก่ ฟิโปรนิล อะบาเม็กติน คาร์โบซัลแฟน อิมิดาโคลพริด ไซเปอร์เมทริน
โฟซาโลน แลมบ์ดาไซฮาโลทริน โดยใช้ในอัตราตามทีฉ่ ลากแนะน้า หรือกรณรี ะบาดรนุ แรง ใหพ้ ่นด้วย
สารฆา่ แมลง
- แลมปด์ า-ไซฮาโลทริน 2.5% อซี ี อัตรา 10 มลิ ลลิ ติ รตอ่ นา้ 20 ลติ ร หรือ
- เฟนโพรพาทรนิ 10% อีซี อตั รา 30 มลิ ลิลิตรต่อนา้ 20 ลิตร
4. การบ้ารุงพืชให้สมบูรณ์แข็งแรง โดยการก้าจัดวัชพืช ให้น้าอย่างพอเพียง และใส่ปุ๋ยทางดินหรือให้
ปุ๋ยน้าทางใบจะช่วยให้ต้นพริกฟื้นจากการท้าลายของเพลียไฟได้ดีขึน (ษศวิ รรณ เรื่อศรีจันทร์, 2558)
ไรขาว
1) ตัวเมีย มีรูปร่างค่อนข้างกลมหลังโค้งนูน ความยาวของล้าตัวโดยเฉล่ีย 201.94 ไมครอน
กว้าง โดบเฉลี่ย 127.0 ไมครอน ตัวเต็มวัยมีผิวของล้าตัวใสเป็นมันคล้ายหยดน้ามัน (ตัวอ่อนมีสีขาว
ขุน) กลางหลังมีแถบสีขาวรูปตัว Y โป่งพองออกคล้ายกระบองข้างละ 1 เส้น ส่วนโคนของเส้นขนมี
ลักษณะเป็นก้านเล็กฝังอยู่ในร่องขนด้านท้องถัดจากขา 2 คู่แรกมาถึงส่วนท้ายของล้าตัว
(hysterosome) มีขน 6 คู่ เรียงถัดกันลงมาตามความยาวของล้าตัว เล็บ (claw) ท่ีปลายปล้อง
tarsus ของขาคู่ที่ 3 หดหายไปเหลือแต่ empodium ซ่ึงมีลักษณะเป็นแผ่นกลมติดอยทู่ ี่ปลายสดุ ของ
tarsus คทู่ ี่ 4 มีขนยาวตดิ อยูท่ ปี่ ลายขา 2 เสน้
2) ตัวผู้ ลักษระกว้างตรงกึ่งกลางล้าตัว และค่อยๆ เรียวแหลมไปทางด้านหัวและท้าย
ความยาวของล้าตัวโดยเฉลี่ย 174.67 ไมครอน กว้าง โดยเฉล่ีย 93.34 ไมครอน บริเวณ coax และ
femur ของขาค่ทู ี่ 4 ของไรชนิดนมี ขี นาดใหญ่และแขง็ แรง ibia และ tarsus จะเชอ่ื มติดกนั เปน็ ปล้อง
เดียวและมีรูปร่างเรียวเล็กมี tactile setae ยาวติดอยู่ 1 เส้นปลายสุดของ tibiotarsus ของขาคู่ท่ี 4
ไมม่ ีเลบ็ แหลมเหมือนไรขาวชนดิ อ่นื แต่จะมีตุ่มเลก็ ๆ คล้ายกระดมุ (botton like) ตดิ อยู่
วงจรชวี ิตซองไรขาวพริก
ไรขาวพริกมีซีพจักรสัน ระยะไข่-ตัวเต็มวัยกินเวลานาน 4-5 วัน ไข่ของไรขาวพริกมีสีขาวใส
ลกั ษณะเป็นรปู ไขผ่ ิวของไข่ด้านบนมจี ดุ เล็กๆ สีขาวขนุ่ คลา้ ยฟองอากาศเรียงกนั เป็นแถวพาดตามแนว
ยาวของไขป่ ระมาณ 5-6 แถว ไข่เม่อื ใกล้ฟักจะมีสขี าวขุ่นตัวออ่ นระยะที่ 1 มขี า 6 ขา ล้าตวั มสี ีขาวขุ่น
90
หัวท้ายแหลมการเจริญเติบโตของไข่ระยะที่ 1 นานประมาณ 1 วัน ตัวอ่อนเม่ือเจริญเติบโตเต็มที่จะ
หยุดนิ่งอยู่กับท่ีเหมือนการเข้าดักแด้ในแมลง และมีการเปล่ียนรูปร่างเป็นตัวเต็มวัยภายใต้ผนังล้าตัว
ของตัวอ่อนท่ีเกาะน่ิงอยู่กับท่ีนีจริยา (2519) ได้ศึกษาชีพจักรของไรชนิดนีพบว่าตัวเต็มวัยเพศเมียใช้
เวลาประมาณ 0.74 วันจึงออกจากดักแด้และมีอายุอยู่ได้นานประมาณ 9 วันเศษ ส่วนตัวผู้นีใช้เวลา
ประมาณไม่ถงึ 1 วันก็ออกเป็นตวั เต็มวยั และมีอายุอยไู่ ดน้ านเฉลี่ย 6 วันเศษ
ลกั ษณะการทาลาย
ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้าเลียงจากตาดอกและยอดอ่อนท้าให้ใบอ่อนของต้นพริกหงิก
ขอบใบม้วนงอลงด้านล่างท้าให้ใบมีลักษณะเรียวแหลม ก้านใบยาวงอ บิดเบียว หรือแตกเป็นฝอยได้
ต้นพืชแคระแกรน ชะงักการเจริญเติบโต อาการขันรุนแรงจะพบว่าส่วนยอดหงิกเป็นฝอยและมีสี
นา้ ตาลแดง ไรขาวพรกิ มักระบาดในชว่ งที่มีอากาศชืนฝนตกพรา้ ๆ ตลอดเวลา
เขตแพรก่ ระจายและฤดูกาลระบาด
เพศเมียและตัวอ่อนของไรชนิดนีมีนิสัยชอนอยู่กับที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหว ตัวผู้จะท้าหน้าท่ีพา
ดักแด้ตัวเมียและตัวอ่อนเคล่ือนย้ายจากใบแก่ไปยังยอดและใบอ่อน เพ่ือหาท่ีดูดกินใหม่ต่อไป ไรขาว
พริกจะขยายพันธุ์และระบาดท้าความเสียหายให้กับพริกมากในระยะท่ีฝนตกชุก พบระบาดท้าลาย
พรกิ ในทกุ แหลง่ ปลูกของประเทศไทย
การปอ้ งกนั กาจัด
1) ควรตรวจดูต้นพริกท่ีปลูกทุกๆ 7 วันโดยเฉพาะในชว่ งฤดูฝน ซ่ึงเป็นระยะท่ีพริกก้าลังแตก
ใบอ่อนถ้าสังเกตเห็นพริกเริ่มแสดงอาการใบหรือยอดหงิกให้ใช้ก้ามะถันผง (Ecosulf 80% WP
หรือ Thiovit 80% WP) อัตรา 60-80 กรัมต่อน้า 20 ลติ รพน่ ตรงบริเวณที่เกดิ การระบาดและบริเวณ
ใกล้เคียงโดยพ่น 2 ครังห่างกัน 3 วัน และพ่นซ้าเมื่อพบการระบาด (ไม่ควรพ่นในเวลาแดดจัดเพราะ
จะทา้ ใหเ้ กิดอาการใบไหม้ได้)
2) ถ้าพบในระยะท่ีไรระบาดมากแล้วควรใช้ amitraz (Mitac 20% EC) อัตรา 40-60 มล.
ตอ่ น้า 20 ลิตรพ่น 2 ครังห่างกัน 5-7 วนั และพน่ ซา้ หากพบวา่ ยงั มไี รระบาด
3) กรณีพริกท่ีปลูกแบบสวนครัวหลังบ้านการเด็ดยอดที่หงิกไปท้าลายเสียจะช่วยลดการ
ระบาดของไรขาวไดบ้ ้าง (ฐานขอ้ มูลพนั ธกุ รรมพชื สวน, 2557)
แมลงวันทองพริก
แมลงวันผลไม้ในพริกเป็นศัตรูพืชที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร มีเขต
แพร่กระจายท่ัวไป ในประเทศไทย มพี ืชอาหาร 17 ชนิด ทสี่ าคญั คือพชื ตระกลู มะเขือ (Solanaceae)
เช่น พริกขีหนู พริกชีฟา้ มะเขือเปราะ มะเขอื ยาว มะเขอื พวง มะแวง้ ตน้ มะแว้งเครอื ยเ่ี ข่ง
รูปรา่ งลกั ษณะและชีวประวตั ิ
จากไข่ถึงตัวเต็มวัย ใช้เวลา 23 – 25 วัน ตัวเต็มวัยเพศเมียจะใช้อวัยวะวางไข่ที่แหลม
และแข็งแรงแทงลงไปในเนือเย่ือพืชลึก 0.5 – 1.0 มิลลิเมตร เพื่อวางไข่ ระยะไข่ ใช้เวลา 2 – 3 วัน
ไข่มีรูปร่างยาวรี สีขาวขุ่น ผิวเป็นมัน สะท้อนแสง เม่ือใกล้ฟักสีจะเข้มขึน ระยะหนอน มี 3 ระยะ
ใช้เวลา 8 – 10 วันลักษณะของ ตัวหนอนส่วนหัว มีปากเป็นตะขอแข็งสีดาหน่ึงคู่ เรียกว่า “mouth
hook” ซ่ึงเป็นอวัยวะของหนอนที่ชอนไชกินเนือภายในผลและ ดีดกระเด็นไปได้ไกล ช่วยในการหาท่ี
เหมาะสมในการเข้าดักแด้ ระยะดักแด้ ใช้เวลา 11 -14 วัน หนอนจะเข้าดักแด้ในดิน ดักแด้มีรูปร่าง
กลมรี คล้ายถังเบียร์ ไม่เคล่ือนไหว ระยะแรกมีสีขาว แล้วค่อยๆเปล่ียนเป็นสีน้าตาล และมีสีเข้มขึน
91
เร่ือยๆ จากนันจะฟักออกเป็นตัวเต็มวัย ซ่ึงมีอายุเฉลี่ย 77 – 183 วัน ตัวเต็มวัยมีปีกบางใส สะท้อน
แสง และมีแถบสีเหลืองที่ส่วนอก จึงเรยี กว่า “แมลงวนั ทอง”
ลักษณะการทาลาย
ตัวเต็มวัยเพศเมียเข้าท้าลายพริกในระยะที่พริกติดผลจนถึงเก็บเก่ียว โดยวางไข่ลงไปในผล
พรกิ โดยใช้อวัยวะวางไข่แทงเข้าไป เม่อื ฟกั ออกเป็นตัวหนอนก็จะชอนไชกินไส้ในพริก ในระยะแรกจะ
สังเกตได้ยาก จะพบเพียงอาการช้าบริเวณใต้ผิวเปลือก เม่ือหนอนโตขึนเร่ือยๆ ท้าให้ผลเน่าและมีน้า
ไหลเยิมออกทางรูที่มีหนอนเจาะออกมาเพื่อเข้าดักแด้ในดิน รอยแผลที่เกิดจาการวางไข่ยังมีผลให้
เชือจุลินทรีย์สาเหตุโรคพืชเข้าท้าลายต่อ ท้าให้ผลพริกเน่า และร่วงหล่นก่อนระยะเก็บเก่ียวหากไม่มี
การป้องกนั หรอื ควบคมุ ความเสียหายทีเ่ กิดขนึ จาก การทา้ ลายอาจรุนแรงมากถงึ 100 เปอร์เซน็ ต์
การปอ้ งกนั กาจัด
1) การเขตกรรม เช่น ท้าความสะอาดแปลงปลูก โดยการเก็บผลพริกที่ร่วงหล่นไปท้าลาย
เพ่อื ลดแหลง่ เพาะพนั ธ์ุของแมลงวนั ผลไม้ในพรกิ หรอื ทา้ ลายพชื อาศัยท่ีอยรู่ อบๆ แปลงปลกู พรกิ
2) การใช้น้ามันปิโตรเลียม ได้แก่ ดีซี ตรอน พลัส 83.9% EC หรือ เอส เค 83.9% EC หรือ
ซนั สเปรย์ อัลต้า ฟรายด์ 83.9% EC อัตรา 60 มลิ ลลิ ิตร/น้า 20 ลิตร
3) การใชส้ ารชีวภณั ฑใ์ นการปอ้ งกนั กา้ จัด เช่น เชือราบวิ เวอรเ์ รีย เชอื ราเมตตาไรเซยี ม
4) การใช้สารฆ่าแมลงท่ีมีประสิทธิภาพ ได้แก่ มาลาไธออน (มาลาเฟส 57% EC) อัตรา 50
มลิ ลลิ ติ ร/น้า 20 ลติ ร เนอื่ งจากตัวหนอนอาศัยอยูใ่ นผลพริกโอกาสน้อยมากทส่ี ารเคมี จะถกู ตวั หนอน
โดยตรง และท้าให้หนอนตาย จึงควรใช้ตังแต่พืชออกดอกเพ่ือไม่ให้ตัวเต็มวัยมาวางไข่บนผลพริก
โดยฉีดพ่นใหท้ ่ัวต้นพชื ทกุ 7 วนั และเว้นระยะก่อนการเกบ็ เก่ียวผลผลติ อย่างนอ้ ย 7 วัน
5) การใชส้ ารล่อ
(1) การใช้สารล่อแมลงวันผลไม้ตัวผู้ คือ สารลาติ-ลัวร์ (liti-lure) สารเคมีในกลุ่ม
α-ionone และ α-ionol ทุกชนิด
(2) การใช้เหย่ือโปรตีน โดยการใช้ยีสต์โปรตีนออโตไลเสท (Protein autolysate)
ผสมกับสารเคมี ก้าจัดแมลงมาเป็นเหย่ือล่อแมลงวันพริก โดยใช้ยีสท์ฌปรตีนออโตไลเสท 800 ซีซี.
ผสมสารเคมมาลาไธออน 83% EC จ้านวน 280 ซีซี. ผสมน้า 20 ลิตร พ่นเป็นจุดๆ วิธีนีได้ผลดี
เนอ่ื งจาก ประหยัดคา่ ใชจ้ า่ ย ในการใชส้ ารเคมี คา่ แรงงาน แลว้ ยังลดพษิ ของสารเคมที ม่ี ีต่อ แมลงผสม
เกสร และตัวห้า ตัวเบียน สารนีสามารถดึงดูดแมลงวันพริกตัวผู้และตัวเมีย ซ่ึงช่วยลดการเข้าท้าลาย
ของแมลงวนั พริกไดเ้ ปน็ อย่างดี (วินิต และ จฑุ าทิพย์, 2558)
กิจกรรมที่ 3 : การจัดการพริกสดดว้ ยกระบวนการอบแห้งผลผลิต
ขัน้ ดาเนินการ
1) พัฒนาเคร่ืองอบแห้งฟลูอิดไดซ์เบด-อินฟราเรด จากเคร่ืองต้นแบบเพ่ือเพ่ิมศักยภาพการ
ผลติ พรกิ แห้งใหส้ อดคล้องกบั วตั ถดุ บิ ท่มี ีในพืนที่ โดยสามารถอบแหง้ วตั ถุดิบพริกสดได้ 100 กโิ ลกรมั /
รอบการผลิต
2) ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตพริกท่ีได้จากการอบแห้งท่ีมีคุณภาพท่ีสูงขึนจากวิธีการเดิมท่ี
เกษตรกรใชอ้ ยู่ เชน่ คุณภาพด้านสี คณุ ภาพของสารแคพไซซิน
92
3) ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีในการใช้สภาวะที่เหมาะสมในการอบแห้งด้วยเครื่อง
อบแห้งฟลูอิดไดซเ์ บด-อินฟราเรด เพอ่ื ให้เกษตรกรไดเ้ ข้าใจถึงการเตรียมวตั ถุดบิ วธิ ีการ และการเก็บ
รกั ษาผลผลติ
4) การติดตามการใช้งาน ประสิทธิภาพ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์พริกแห้งท่ีได้จากการ
อบแหง้ ด้วยเครื่องอบแหง้ ฟลูอิดไดซ์เบด-อนิ ฟราเรด และประเมนิ ผลโครงการ
กิจกรรมท่ี 4 : การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูกพริกเพื่อการผลิตตามความต้องการของ
ตลาด
การประชุมภาคีเครือข่ายผู้ปลูกพริก เพ่ือการวางแผนการจัดการการด้าเนินการตามแผน
ประกอบด้วย พืนที่กลุ่มเป้าหมายเกษตรผู้ปลูกพริกและหน่วยงานที่เก่ียวข้อง เช่น เกษตรกรอ้าเภอปาก
พนงั โครงการพระราชด้าริฯ เปน็ ต้น ซึ่งมีขนั ตอนการดา้ เนินงาน
ขั้นดาเนินการ
1) จัดประชุมเพ่ือรับฟังความคิดเห็นจากภาคี กลุ่มเกษตรกร หน่วยงานที่เก่ียวข้องในพืนท่ี
เพอื่ รวบรวม รบั ฟัง ความคดิ เห็น และขอ้ เสนอแนะแนวทางการด้าเนินงาน รวมทงั ความคาดหวังและ
ต้องการในประเดน็ เกี่ยวกบั องค์ความรูท้ จี่ ะด้าเนนิ การถา่ ยทอด
2) ปรับปรุง วิธีการ ข้อมูล และเคร่ืองมือที่ใช้ในการด้าเนินงาน ตามข้อเสนอจากการประชุม
การรับฟงั ความคิดเห็นจากภาคี หน่วยงานทีเ่ กยี่ วข้อง
3) ดา้ เนนิ การจัดกจิ กรรมจรงิ ในพืนที่
4) ถอดบทเรียน ประเมนิ ผลการดา้ เนนิ งาน
ภาพรวมพนื้ ท่ีการปลูกพรกิ
1) พ้ืนที่มีความเหมาะสม สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี รวมท้ังเกษตรกรมีทักษะพื้นท่ีสามารถ
ปลูกพริกได้ตามสภาพพน้ื ที่
2) มีความต้องการพริกในหลากลายรูปแบบ หลากหลายสายพันธ์ทั้งตลาดภายในและ
ภายนอกประเทศ
3) พริกเป็นพืชท่ีมีความหลากหลายทางสายพันธุ์ ในขณะที่พริกของประเทศไทยมีความเผ็ด
รสชาติและกลิน่ เป็นอัตลักษณ์ของแตล่ ะสายพนั ธ์
4) พรกิ เปน็ พชื ท่สี ามารถนาไปใชป้ ระโยชนแ์ ละแปรรูปไดห้ ลากหลาย
ปัญหา อปุ สรรคและขอ้ จากดั
นอกจากปัญหาต่าง ๆ ท่ีมีความสัมพันธ์กับสภาพปัจจัยของแต่ละครัวเรือนดังกล่าวแล้ว
จากการพิจารณาจะพบว่าเกษตรกรยังขาดความรู้ดา้ นเทคโนโลยแี ละนวตั กรรมในเร่ืองการปลกู พืชผัก
อยู่บ้าง เน่ืองจากเป็นประสบการณ์ที่พัฒนามา เช่น การใช้ปุ๋ยและการใช้ยาก้าจัดโรคและแมลงให้
ถกู ตอ้ งและปลอดภัย การตดั สนิ ใจเลือกพันธ์ุและชนิดพืชหรือปลานนั เกษตรกรได้มีการลองผิดลองถูก
ด้วยตนเอง ประกอบกับการปลูกพืชผักรวมทังพริกจะคุ้นชินกับวิถีเดิม การสนับสนุนแหล่งข้อมูล
ทางด้านวิชาการและข้อมูลทางด้านการตลาด เช่น พืชผักท่ีตลาดต้องการในแต่ละฤดูกาล การจัดการ
ผลผลิตแต่ละช่วงเวลา ความเคล่ือนไหวของราคา เป็นต้น ที่เกษตรกรท้าได้ยาก รวมทังแรงงานไม่พอ
ทงั นโี ดยภาพรวมปญั หาท่พี บในพืนท่ีเกี่ยวกับการผลิตและการตลาด คอื
93
1) ปญั หาโรคระบาดในพรกิ เกษตรกรจาเป็นตอ้ งใช้สารเคมใี นการควบคุมจากดั โรค
2) พริกเป็นพืชที่ใช้แรงงานในการเก็บเกี่ยวผลผลติ จานวนมากและค่าจา้ งแรงงานมีค่าใชจ้ ่าย
ทค่ี อ่ นขา้ งสูง สง่ ผลใหต้ น้ ทนุ การผลิตทีส่ งู มีผลต่อความคุ้มทุนในแตล่ ะรอบการผลิต
3) ราคาพรกิ ท่เี กษตรกรขายเปน็ ไปตามกลไกลตลาด ขาดอานาจต่อรองดา้ นราคา
ขอ้ เสนอแนะเพ่ือการพัฒนาหรือส่งเสริมการผลติ พรกิ
1) การจัดโซนตามระบบนิเวศเพื่อการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากพืนท่ี เพ่ือการสนับสนุน
การเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิตพริกท่ีได้มาตรฐานและปลอดภยั มีปริมาณท่ีเพียงพอและสอดคล้องกบั
ความต้องการของตลาด
2) สนบั สนนุ เทคโนโลยหี รือนวัตกรรมการเพ่ิมสร้างมลู ค่าเพม่ิ โดยการแปรรูป
3) สนบั สนุนการรวมกลุ่มเกษตรกรผปู้ ลูกพริกให้มคี วามเข้มแข็งในรูปแบบแปลงใหญเ่ พ่ือการ
ต่อรองซึ่งมีผลจากกลไกของราคา และให้มีการเชื่อมโยงการตลาดระหว่างกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่กับผู้
รวบรวมผลผลติ ในพนื้ ท่ีหรือผสู้ ่งออกพรกิ และหรือผลิตภัณฑแ์ ปรรปู จากพริก
4) การหนุนเสริมระบบการวางแผนการผลิต กล่าวคือให้เกษตรกรสามารถวางแผนการปลูก
พริกตามฤดูกาลในแต่ละโซน (พ้ืนท่ี) ให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการและสามารถออกตลาดใน
ชว่ งเวลาที่พริกมรี าคาสูงได้
5) การพัฒนาและจัดหาพันธุ์พืช ทังไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผักที่เหมาะสมกับพืนทใ่ี นแง่ชนดิ และ
พันธุ์ เสริมความมั่นคงของรายได้ที่อาจจะเกิดความไม่แน่นอนของพืชผักอายุสันที่อาจจะมีปัญหาทัง
เรือ่ งของโรคและแมลงระบาด และปัญหาของตลาด
6) การจดั ตังศูนยป์ ระสานงานบรกิ ารข้อมูลและความรู้ของพืนท่จี ัดการโดยเกษตรกรในพืนท่ี
ท่ีจ้าเป็นต่อเกษตรกร ศูนย์นีควรประกอบด้วยผู้มีความรู้ประสบการณ์ของหมู่บ้านและชุมชนใน
หมู่บ้าน มีเกษตรต้าบลช่วยในการประสานงาน หน้าท่ีหลักของศูนย์คือการบริการข้อมูลติดตามความ
เคล่ือนไหวของราคาผลิตผล ความรู้ทางเทคนิคที่จะปรับปรุงระบบให้ดี ตลอดจนวิธกี ารลดความเสีย่ ง
จากปจั จยั ต่าง ๆ
7) การเพ่ิมศักยภาพของกลุ่มเกษตรกร ท่ีเกิดขึนตามธรรมชาติให้เข้มแข็งยิ่งขึนโดยความ
ช่วยเหลือสนับสนุนจากศูนย์ การรวมกลุ่มอาจจะมีเป้าหมายเฉพาะ เช่น กลุ่มผู้ปลูกผัก กลุ่มผู้เลียง
ปลา เป็นต้น ซึ่งการรวมกลุ่มจะท้าให้มีอ้านาจต่อรองและการสื่อสารต่างๆ มีประสิทธิภาพมาก
ยงิ่ ขึนไป
บรรณานกุ รม
กมล เลิศรัตน์. 2550. การผลิต การปลูก การแปรรปู และการตลาดของพรกิ ในประเทศไทย. ประชาคมวจิ ัย.
สานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ปที ี่ 13 ฉบับที่ 73 หนา้ 15-20.
กรมวชิ าการเกษตร. 2553. การปฏบิ ัติทางการเกษตรท่ีดี และเหมาะสมสาหรับพืช. (ออนไลน)์ เข้าถึงได้จาก:
http://www.foodnetworksolution.com/news_and_articles/article/0058/good-
agricultural-practice. 9 สงิ หาคม 2563.
กรมวิชาการเกษตร. 2563. ชีวภณั ฑค์ วบคุมศัตรพู ชื ของกรมวิชาการเกษตร http://www.arda.or.th/datas
/file/04.2%20การขับเคลื่อนชีวภัณฑ์สกู่ ารใช้ประโยชน์_03.02.63.pdf.
เกษม สร้อยทอง. 2551. เทคโนโลยกี ารควบคมุ โรคพชื โดยชีววธิ .ี พิมพ์คร้งั ท่ี 4. กรงุ เทพฯ
: มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร.์ 213 หนา้ .
ขวัญจติ ร สนั ตปิ ระชา, วัลลภ สันติประชา, และพรทิพย์ สุวรรณคีร.ี 2554. “การทดสอบพันธ์ุพริกและการวิจยั
เมล็ดพันธุ์”, ภาควิชาพชื ศาสตร์ คณะทรพั ยากรธรรมชาติ มหาวทิ ยาลัยสงคลานครนิ ทร์ วิทยาเขต
หาดใหญ่ อาเภอหาดใหญ่ จงั หวัดสงขลา. (สาเนา)
จณัฐชวิน สดวี งษ์. 2561. ผักเศรษฐกิจของประเทศไทย. (ออนไลน์). แหล่งท่ีมา:
https://sites.google.com/site /.
จริ าวดี สแุ ดงน้อย และเพยี รศักดิ์ ภักดี. 2554. “การจัดการการผลติ และการตลาดพริกสดของเกษตรกร ตาบล
แหลมทอง อาเภอภัคดีชุมพล จงั หวัดชยั ภมู ิ”, วารสารวิจยั มข. 11, 4 : 180.
ฉัตรศิริ ปยิ ะพิมลสทิ ธิ์. 2545. การใช้ spss เพอื่ การวิเคราะหข์ ้อมลู . สงขลา: ภาควชิ าการประเมนิ ผลและวิจยั
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ .
ชลิดา เลก็ สมบรู ณ์. 2557. โรคพืชและการวินจิ ฉยั . ภาควชิ าโรคพชื คณะเกษตร กาแพงแสน มหาวทิ ยาลัย
เกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขตกาแพงแสน. 269 หนา้ .
ฐานขอ้ มลู พนั ธกุ รรมพชื . 2558. พริก. (ออนไลน)์ เข้าถงึ ได้จาก: http://hort.ezathai.org. 14 สิงหาคม 2563.
ณรงค์ คงมาก และคณะ. 2560. รายงานวจิ ัยฉบบั สมบูรณ์ โครงการการพัฒนากลมุ่ วสิ าหกิจชุมชนและโซ่มลู คา่
พริกปลอดภัย เพอ่ื การสง่ ออกของผู้ผลติ ลุม่ นา้ ปากพนัง. สานกั งานกองทนุ สนบั สนุนการวจิ ัย ( สกว. ).
ไดนามิคพันธุ์พืช. 2562. แมลงศตั รใู นพริกป้องกนั อย่างไร (ออนไลน์) เข้าถงึ ได้จาก http://www.
dynamicseeds.com เมอื่ วันท่ี 21 กนั ยายน 2563
ถนอมจติ คงจิตต์งาม และบงั อร ไทรเกตุ. มปป. พรกิ เมืองแพร.่ สกว. สัญจร: ABC สรา้ งความรู้สู่โอกาสและ
ทางเลอื กของสังคมไทย.กรุงเทพฯ: ฝ่ายสอ่ื สารสงั คม สานักงานกองทนุ สนับสนนุ การวิจยั (สกว).
นิพนธ์ ทวชี ยั . 2553. โรคพืชและการจดั การด้วยวิธชี วี ภาพ. ในสารานกุ รมไทยสาหรับเยาวชน โดยพระราช
ประสงค์ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว. (เล่มท่ี 35, หน้า 129-159). กรงุ เทพฯ : โครงการสารานุกรม
ไทยสาหรบั เยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั .
99
พรศิลป์ สีเผอื ก ชยั สทิ ธ์ิ ปรีชา และวุฒชิ ัย สีเผือก. 2560. รายงานการวจิ ัย ความหลากหลายของเชอ้ื ราและ
แบคทเี รียในกอ้ นเชอื้ เห็ดเก่าและแนวทางการใชป้ ระโยชน์. คณะเกษตรศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยี
ราชมงคลศรวี ิชยั อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรธี รรมราช
พรศิลป์ สเี ผอื ก. 2563. เอกสารคาสอนวชิ าโรคพชื และการจัดการ. คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยี
ราชมงคลศรวี ชิ ยั วิทยาเขตนครศรีธรรมราช.
พัชรินทร์ สุภาพันธ์ และทดั พงศ์ อวโิ รธนานนท์. 2558. “ความรู้ การปฏบิ ตั ิ และชอ่ งทางการตลาดผักตาม
มาตรฐานเกษตรดีทเี่ หมาะสมในจังหวดั เชยี งใหม่”, วารสารวิจยั และส่งเสริมวิชาการเกษตร. 35, 2 :
64-76.
พิชติ พงษ์สกลุ และสรุ สทิ ธ์ิ อรรถจารสุ ิทธ.ิ์ 2549. การวิเคราะห์ปญั หาการขาดธาตุอาหารรองละธาตุอาหาร
เสรมิ ในดนิ ปลูกพืชไร่นาและแนวทางแก้ไข. วารสารดนิ และปยุ๋ . 28 :142-165.
มณีฉัตร นกิ รพันธุ. 2541. พริก. สานกั พมิ พโ์ อเดยี นสโตร, กรุงเทพฯ. 196 น.วกิ ิพีเดีย สารานุกรมเสรี. 2562.
พริก. (ออนไลน์). แหล่งทีม่ า : https://th.wikipedia.org/wiki. 10 กนั ยายน 2563.
ร่งุ นภา โบวิเชียร. 2562. พรกิ . นักวิชาการเกษตรชานาญการ กลุม่ ส่งเสรมิ พืชผกั และเห็ด กรมวิชาการเกษตร.
วรางรตั น์ เสนาสิงห.์ 2561. พฤติกรรมการเข้าทาลายพืชของเพล้ียออ่ น. คลงั ความรู้ Sci Math.
วนิ ติ นาคประเสรฐิ และจุฑาทิพย์ ทรงโสภา. 2558. แมลงวันผลไม้ในพริก. กรมส่งเสรมิ การเกษตร ,กลุ่มอารักขา
พืช สานกั งานเกษตรจงั หวดั ตราด.
วิรชั คงขา และทรงพล สุโพธ.์ิ 2551 "ถวั่ ลสิ ง" ในคลนี ิกพืช. กลุม่ งานป้องกันและกาจดั ศัตรูอ้อยกองปอ้ งกนั และ
กาจัดศัตรูพชื กรมสง่ เสรมิ การเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ออนไลน)์ เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:
www.agriqua.doae.go.th/plantdinic/Clinic.htm เม่อื วันท่ี 21 กันยายน 2563
วิวฒั น์ ภูพ่ ร้อม และศิริวรรณ แดงฉา่ . 2552. “ปจั จัยทีม่ ีผลตอ่ การยอมรบั การเกษตรดีท่ีเหมาะสมของ
เกษตรกรผ้ปู ลูกผักในอาเภอโพธาราม จังหวัดราชบรุ ี”, สาขาวชิ าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพื่อการ
พฒั นา คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบุรี. (สาเนา)
วรี ะ ภาคอทุ ัย และ เยาวรัตน์ ศรีวรานนท.์ 2557. พริก ปลูกอย่างไรในภาวะโลกกาลังรอ้ น. สานกั งาน กองทุน
สนบั สนุนการวิจยั (สกว.). 30 หน้า
วรี ะ ภาคอทุ ยั และคณะ. 2553. “โครงการการพัฒนาและสร้างเครอื ข่ายเกษตรกรผูป้ ลูกพรกิ ปลอดภัย เพอ่ื
รองรับการขยายตวั ของระบบการปลูกพริกปลอดภัยในจงั หวัดชยั ภูมิ”, ภาควิชาเศรษฐศาสตรก์ ารเกษตร
คณะเกษตรศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ . (สาเนา)
วรี ะ ภาคอุทยั และคณะ. 2554. “โครงการพฒั นาระบบการตดั สินใจและการจดั การโซ่อุปทานพริกปลอดภยั
จงั หวัดแพร่ น่าน และชยั ภมู ิ”, ภาควชิ าเศรษฐศาสตร์การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ . (สาเนา)
วรี ะ ภาคอุทัย และคณะ. 2555. “การพัฒนาระบบการตดั สินใจการผลติ สนิ คา้ เกษตรและการบริหารจัดการ
หว่ งโซ่อปุ ทานพริกจงั หวดั แพร่”, ภาควิชาเศรษฐศาสตรก์ ารเกษตร คณะเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น. (สาเนา)
100
วรี ะนนั ท์ ศรีเกต.ุ 2555. การพฒั นาและทดสอบเครื่องหมายชนิด SSR จากฐานขอ้ มลู EST พริก.ปญั หาพิเศษ
ปรญิ ญาตรี สาขาวิชาเทคโนโลยชี ีวภาพทางการเกษตร มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขต
กาแพงแสน จังหวดั นครปฐม.
ษศวิ รรณ เรือ่ ศรีจนั ทร.์ 2558. ขา่ วพยากรณแ์ ละเตือนภัยการระบาดศัตรูพชื เร่ืองเพลีย้ ไฟ. กลุม่ อารกั ขาพืช
สานักงานเกษตรจงั หวดั ตราด.
สาวิตรี เขมวงศ์ และอนนท์ สุขสวสั ดิ์. 2558. วจิ ยั ชนิดและปรมิ าณสารพิษตกคา้ งในพืชผักผลไมใ้ นพืน้ ท่ี
สวพ.8 หลงั การรบั รองระบบ GAP. สงขลา : กลุ่มพฒั นาการตรวจสอบพืชและวจิ ัยการผลติ .
สานกั งานเกษตรอาเภอปากพนงั . 2563. รายงานข้อมลู เกษตรกรปลูก (พริกตะไคร้ ขา่ และพริกไทย). อาเภอ
ปากพนัง จังหวัดนครศรธี รรมราช.
สานักงานจังหวดั นครศรธี รรมราช. 2563. แผนปฏิบตั ิราชการประจาปขี องจงั หวดั ประจาปีงบประมาณ
พ.ศ. 2563 จังหวดั นครศรีธรรมราช. (ออนไลน์) แหลง่ ท่ีมา:
http://www.nakhonsithammarat.go.th. 10 กันยายน 2563.
สุชีลา เตชะวงคเ์ สถียร. 2549. พริก : การผลติ การจัดการและการปรบั ปรุงพนั ธ.ุ์ Advance Agriculture
technology & supplies, กรุงเทพฯ. 168 น.
สุดชล วุ้นประเสรฐิ และฐิติพร มะชโิ กวา. 2556. “โครงการพัฒนาการผลิตพริก และมะเขอื เทศในภาค
ตะวันออกเฉยี งเหนือโดยการให้น้าแบบประหยดั และการให้ปุ๋ยในระบบนา้ ”, สาขาเทคโนโลยกี ารผลติ
พืช สานักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยสี ุรนาร.ี (สาเนา)
สนุ ิตรา คามศี กั ดิ์ แสงมณี ชงิ ดวง สรุ ศกั ด์ิ กาสา และศรีสดุ า โท้ทอง. 2559. การจัดการโรครากเน่าและโคนเนา่
ทมี่ ีสาเหตจุ ากเชื้อราไฟทอปธอราดว้ ยเชอ้ื ราไตรโคเดอร์มาในพริกไทย. วารพืชศาสตร์สงขลานครินทร์. ปี
ที่ 3 ฉบบั พิเศษ 152-156.
เสมอใจ ช่นื จิตต์. 2553.วิชาโรคพืชที่สาคัญทางเศรษฐกิจ. ภาควชิ าการจดั การศัตรูพชื คณะ
ทรพั ยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่
อมลณัฐ ฉตั รตระกลู และคณะ. 2553. “การพฒั นาการผลติ และการตลาดเพ่ือเข้าสูร่ ะบบการจัดการคุณภาพ
GAP ของเกษตรกรผู้ปลกู พริกในจังหวัดเพชรบูรณ์”, วารสารการวิจยั เพ่อื พัฒนาชมุ ชน. 3, 1: 11-24.
อดุ มศักด์ิ เลศิ สชุ าตวนิช.2563. รทู้ ันโรคพืช. สานักพิมพบ์ ้านและสวน : กรงุ เทพฯ. 128 หนา้ . ฐานขอ้ มลู
พันธุกรรมพชื สวน. 2557. ไรขาวพริก. (ออนไลน์) เข้าถงึ ได้จาก http://hort.ezathai.org/ เมือ่ วนั ที่ 21
กันยายน 2563
Cakmak, I. And Romheld, V. 1997. Boron deficiency-induced impairments of cellular functions
in plants. Plant and Soil 193: 71-83.
Cakmak, J., Kurz, H. and Marschner, H. 1995. Short-term effects of boron, germanium andhigh
light intensity on membrane permeability in boron deficient leaves of sunflower.
Physiol. Plant. 95: 11-18.
Hu, H., Brown, P.B. and Labavitch, J.M. 1996. Species variability in boron requirement
in correlated with cell wall pectin. J.Exp. Bot. 47: 227-232.
101
Kaewchai, S. and Soytong, K. and Hyde, K.D. 2009. Mycofungicides and fungal
biofertilizers.Fungal Divers. 38 : 25-50.
Kastori, R., Plesnicar, M., Pankovic, D. and Sakac, Z. 1995. Photosynthesis, chlorophyll
fluorescence and soluble carbohydrate in sunflower leaves as affected by borondefi
ciency. J. Plant Nutr. 18: 1751-1763.
Zulfikar, A., Layla, I.N., Preecha, C., Seephueak, W. and Seephueak, P. 2018. Use of antagonistic
bacteria from spent mushroom compost for controlling damping-off cause by Fusarium
solani in tomato. 6th Asian Academic Society International Conference (AASIC) A
transformative Community: Asia in Dynamism, Innovation, and Globalization. 630 – 638
pp.
ภาคผนวก
103
104
105
106
107
108
109
110
111
112
113
114
115
116
117
118
119
120
121
122
123
124
125
126
127
128
129
130
131