The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ เทอม ๑ เล่ม ๒

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 202ศศิธร ประสาวะถา, 2024-03-20 15:27:29

แผนการจัดการเรียนรู้ เทอม ๑ เล่ม ๒

แผนการจัดการเรียนรู้ เทอม ๑ เล่ม ๒

โรงเรียนหนองวัวซอพิทยาคม แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ เล่ม ๒ แผนการเรียนรู้ที่ ๑๖ - ๓๕ นางสาวศศิธร ประสาวะถา รหัสนักศึกษา ๖๒๑๐๐๑๐๑๒๐๒ นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี


โครงสร้างรายวิชา รหัสวิชา ท๒๒๑๐๑ วิชา ภาษาไทย ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ เวลาเรียน ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต อัตราส่วนคะแนนระหว่างภาค : ปลายภาค ๗๐ : ๓๐ หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ภาระงาน/ชิ้นงาน เวลา (ชั่ว โมง) คะแนน ก่อน กลาง ภาค กลาง ภาค หลัง กลาง ภาค ปลาย ภาค ๑ บทละคร เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ ปราบนนทก ท ๑.๑ ม.๒/๑ อ่านออกเสียง บทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง ได้ถูกต้อง ท ๑.๑ ม.๒/๓ เขียนผัง ความคิดเพื่อแสดงความเข้าใจ ในบทเรียนต่างๆ ที่อ่าน ท ๑.๑ ม.๒/๔ อภิปรายแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ อ่าน ท ๒.๑ ม.๒/๓ การเขียน บรรยายและพรรณนา ท ๓.๑ ม.๒/๓ วิเคราะห์และ วิจารณ์เรื่องที่ฟังและดูอย่างมี เหตุผล เพื่อนำข้อคิดมา ประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ท ๔.๑ ม.๒/๒ วิเคราะห์ โครงสร้างประโยคสามัญ ประโยครวม และประโยค ซ้อน - อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรอง - เขียนผังความคิดจากเรื่อง ที่อ่าน - แบบฝึกหัดอภิปรายแสดง ความคิดเห็น เรื่อง ชาวนา กับงูเห่า - เขียนบรรยายในหัวข้อที่ กำหนดให้ - แบบฝึกหัดเรื่องประโยค ๑๕ (๑๕) ๓ ๒ - ๒ - ๓ ๑๐ - ๑ ๑ ๑ ๑ ๓ - -


หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ภาระงาน/ชิ้นงาน เวลา (ชั่ว โมง) คะแนน ก่อน กลาง ภาค กลาง ภาค หลัง กลาง ภาค ปลาย ภาค ท ๔.๑ ม.๒/๓ แต่งบทร้อย กรอง ท ๔.๑ ม.๒/๕ รวบรวมและ อธิบายความหมายของคำ ภาษาต่างประเทศที่ใช้ใน ภาษาไทย - แต่งบทร้อยกรอง - ใบงาน เรื่อง คำภาษาต่างประเทศ - ภาษาจีน อังกฤษ ญี่ปุ่น - ภาษาบาลี สันสกฤต - ภาษาเขมร ชวา-มลายู ๑ ๓ - ๓ ๒ บทเสภา สามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา และสามัคคี เสวก ท ๑.๑ ม.๒/๑ อ่านออกเสียง บทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง ได้ถูกต้อง ท ๑.๑ ม.๒/๒ จับใจความ สำคัญ สรุปความ และอธิบาย รายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ ม.๒/๕ วิเคราะห์และ จำแนกข้อเท็จจริง ข้อสนับสนุน และข้อคิดเห็น จากบทความที่อ่าน ท ๑.๑ ม.๒/๘ มีมารยาทใน การอ่าน ท ๒.๑ ม.๒/๓ วิเคราะห์และ วิจารณ์เรื่องที่ฟังและดูอย่างมี - อ่านออกเสียงบทร้อย กรอง - เขียนสรุปใจความสำคัญ จากเรื่องที่อ่าน - แบบฝึกหัดจำแนก ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น ๑๕ (๑๐) ๑ ๒ ๒ - ๑ ๑๐ - ๒ ๓ ๑ ๑ - -


หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ภาระงาน/ชิ้นงาน เวลา (ชั่ว โมง) คะแนน ก่อน กลาง ภาค กลาง ภาค หลัง กลาง ภาค ปลาย ภาค เหตุผล เพื่อนำข้อคิดมา ประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ท ๓.๑ ม.๒/๔ พูดในโอกาส ต่างๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ ม.๒/๖ มีมารยาทใน การฟัง การดู และการพูด ท ๕.๑ ม.๒/๔ สรุปความรู้ และข้อคิดจากการอ่านไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ๒ - ๒ ๑ - ๒ สอบกลางภาค ๓๐ ๒๕ ๒๐ - - ๓ ศิลาจารึก หลักที่ ๑ ท ๑.๑ ม.๒/๑ อ่านออกเสียง บทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง ได้ถูกต้อง ท ๑.๑ ม.๒/๒ จับใจความ สำคัญ สรุปความ และอธิบาย รายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ ม.๒/๘ เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้งใน เรื่องที่อ่านอย่างมีเหตุผล - อ่านออกเสียงบทร้อย กรอง - สรุปใจความสำคัญความรู้ และข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน - แบบฝึกหัด เรื่อง การ เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความรู้ ความคิดเห็น จากเรื่องที่อ่าน ๑๕ - - (๑๐) ๒ ๒ ๓ ๑๕ - ๕ ๕


หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ภาระงาน/ชิ้นงาน เวลา (ชั่ว โมง) คะแนน ก่อน กลาง ภาค กลาง ภาค หลัง กลาง ภาค ปลาย ภาค ท ๒.๑ ม.๒/๑ คัดลายมือตัว บรรจงครึ่งบรรทัด ท ๕.๑ ม.๒/๔ สรุปความรู้ และข้อคิดจากการอ่านไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง - แบบฝึกหัดคัดลายมือตัว บรรจงครึ่งบรรทัด - สรุปข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน ๒ ๑ - ๕ ๔ โคลงภาพ พระราช พงศาวดาร ท ๑.๑ ม.๒/๑ อ่านออกเสียง บทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง ได้ถูกต้อง ท ๑.๑ ม.๒/๒ จับใจความ สำคัญ สรุปความ และอธิบาย รายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ ม.๒/๖ ระบุข้อสังเกต การชวนเชื่อ การโน้มน้าว หรือความสมเหตุสมผลของ งานเขียน ท ๒.๑ ม.๒/๔ เขียนย่อความ ท ๓.๑ ม.๒/๑ พูดสรุป ใจความสำคัญของเรื่องที่ฟัง และดู ท ๔.๑ ม.๒/๔ ใช้คำราชา ศัพท์ - อ่านออกเสียงบทร้อย กรอง - จับใจความสำคัญจาก เรื่องที่อ่าน - แบบฝึกหัด เรื่อง การชวน เชื่อ การโน้มน้าว - แบบฝึกหัดเขียนย่อความ - สรุปใจความสำคัญจาก เรื่องที่ฟังและดู - แบบฝึกหัด เรื่อง คำราชา ศัพท์ ๑๕ - - (๑๕) ๒ ๒ ๓ ๒ ๑ ๔ ๑๕ - ๒ ๕ ๒ ๑ ๔


หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ภาระงาน/ชิ้นงาน เวลา (ชั่ว โมง) คะแนน ก่อน กลาง ภาค กลาง ภาค หลัง กลาง ภาค ปลาย ภาค ท ๕.๑ ม.๒/๓ อธิบายคุณค่า ของวรรณคดี วรรณกรรมที่ อ่าน - บอกคุณค่าของวรรณคดี วรรณกรรมที่อ่าน ๑ ๑ รวมคะแนน ๒๕ ๒๐ ๒๕ ๓๐ รวม ๑๐๐ (ลงชื่อ) ครูผู้สอน (ลงชื่อ) หัวหน้ากลุ่มสาระฯ (นางสาวศศิธร ประสาวะถา) (นางจันทร์แดง สิทธิบูรณ์) (ลงชื่อ) หัวหน้างานวัดผล (ลงชื่อ) หัวหน้ากลุ่มบริหารวิชาการ (นางจงกลณี โฮซิน) (นายประทวน ฤทธิ์เทพ) เพื่อโปรดพิจารณา (ลงชื่อ) รองผู้อำนวยการโรงเรียน (นายบรรพต โสดากุล) ( ) อนุมัติ ( ) ไม่อนุมัติ เพราะ........................................................... (ลงชื่อ) ผู้อำนวยการโรงเรียน (นายวิศิษฎ์ อิสระดำรง)


คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ท๒๒๑๐๑ วิชา ภาษาไทย ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ เวลาเรียน ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต อัตราส่วนคะแนนระหว่างภาค : ปลายภาค ๗๐ : ๓๐ ศึกษาการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง การจับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านระบุเหตุผล ข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นจากบทความ อธิบายคำเปรียบเทียบและคำที่มีหลายความหมายในบริบทต่างๆ จากงาน เขียนเชิงสร้างสรรค์ เรื่องเล่า เรื่องสั้น บทความ นิทาน บันเทิงคดี เอกสารทางวิชาการ และวิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับ จากการอ่านงานเขียนอย่างหลากหลาย เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาชีวิต มีมารยาทในการอ่านใช้กระบวนการเขียน บรรยายและการเขียนพรรณนา เขียนสื่อสาร โดยใช้คำถูกต้อง การคัดลายมือตัวบรรจงตามรูปแบบการเขียนตัว อักษรไทย บรรยายประสบการณ์ ย่อความจากเรื่องที่อ่าน มีความสามารถในการสื่อสาร มีมารยาทในการเขียน การพูดสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่ฟังและดู มีทักษะในการพูดเล่าเรื่องย่อและเรื่องที่ฟังและดู การพูดสรุป ความรู้และแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู ศึกษามารยาทในการฟัง การดูและการพูด ศึกษาลักษณะของเสียงในภาษาไทย การสร้างคำ วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค และความแตกต่าง ของ ภาษาพูดและภาษาเขียน เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย ศึกษาเนื้อหา คุณค่า ความรู้และ ข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมประเภทต่างๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการที่เน้นกระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม การสาธิต การสืบค้น ข้อมูลการอภิปราย การแสวงหาความรู้ กระบวนการ GPAS 5steps เพื่อให้นักเรียนเห็นคุณค่าของการอ่านเขียน ฟัง ดู พูด สามารถนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร มีความรักความภาคภูมิใจในภาษาไทย มีมารยาทการอ่าน เขียน มีมารยาทในการฟัง การดู การพูด และมีนิสัยรักการอ่านเขียน ฟัง ดู พูด และมีคุณธรรมจริยธรรมตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ แนวทางการปฏิบัติ ๑. นักเรียนต้องมีเวลาเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ จึงจะมีสิทธิ์เข้ารับการประเมินผลปลายภาค ๒. นักเรียนต้องส่งงานตามภาระงานที่กำหนดให้ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ ของทุกหน่วยการเรียนรู้ ๓. นักเรียนต้องส่งบันทึกการอ่านไม่น้อยกว่า ๒๐ เรื่อง ๔. นักเรียนต้องผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไม่น้อยกว่าระดับ ๑ ทุกข้อ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง การพูดในโอกาสต่าง ๆ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิธร ประสาวะถา โรงเรียนหนองวัวซอพิทยาคม ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกใน โอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๓.๑ ม.๒/๔ พูดในโอกาสต่างๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกลักษณะการพูดในโอกาสต่างๆ ได้(K) ๒.๒ นักเรียนสามารถพูดโฆษณาได้(P) ๒.๓ นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สมรรถนะสำคัญ ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. สาระสำคัญ การพูดเป็นทักษะการส่งสารที่สำคัญ มนุษย์ใช้ทักษะนี้ในการสื่อสารความคิดของตนเองในโอกาส ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ จนหลายครั้งมนุษย์คิดว่าการพูดไม่ว่าโอกาสใดก็ไม่แตกต่างกัน ความจริงแล้วการพูดใน แต่ละโอกาสมีความแตกต่างกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบของผู้พูด ผู้ฟัง สาร กาลเทศะ หรือสถานที่ ความแตกต่างของแต่ละโอกาสเหล่านี้ ผู้พูดที่ดีจะต้องพิจารณาเสมอว่าแต่ละโอกาสที่ตนเองพูดนั้น


มีวัตถุประสงค์อย่างไรเป็นสำคัญ เพื่อเตรียมการพูดให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ อันจะนำไปสู่ การพูดที่สัมฤทธิผล ๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ การพูดอวยพร ๖.๒ การพูดโน้มน้าว ๖.๓ การพูดโฆษณา ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ กิจกรรม “รู้ไหมฉันคือการพูดในโอกาสใด” ๗.๒ กิจกรรม “โฆษณาพาเพลิน” ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ ๑. ครูผู้สอนกล่าวทักทายนักเรียน ๒. ครูผู้สอนนำเข้าสู่บทเรียนโดยการใช้รูปภาพ โดยให้นักเรียนสังเกตภาพที่ครูนำมาให้ดูแล้วตอบ คำถามว่าจากภาพนักเรียนเห็นอะไร (ตัวอย่าง ภาพคนกำลังพูดในงานต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานวันขึ้นปีใหม่ เป็นต้น) ๓. ครูผู้สอนอธิบายเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหาว่า จากภาพที่นักเรียนได้เห็นซึ่งเป็นภาพของคนที่กำลังพูดใน งานสำคัญต่างๆ และมีความเกี่ยวข้องกับบทเรียนที่เราจะได้เรียนในวันนี้ ขั้นสอน ๔. นักเรียนฟังครูผู้สอนอธิบายลักษณะของการพูดในโอกาสต่างๆ ได้แก่ ๑. การพูดอวยพร เป็นธรรมเนียมสากลของมนุษย์ทุกชนชาติ ทุกภาษา สำหรับคนไทย เป็นค่านิยมหนึ่งที่ให้ทุกคนได้มีโอกาสปฏิบัติต่อกันเพื่อแสดงความรัก ความห่วงใย และความปรารถนาดี จากผู้พูดสู่ผู้ฟัง ตัวอย่าง ครูพูดอวยพรให้นักเรียนในวันขึ้นปีใหม่ ในปีใหม่นี้ ครูขอให้นักเรียนทุกคนมีความสุข หากคิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมหวัง ประสบความสำเร็จทั้ง การเรียนและการใช้ชีวิต มีร่างกายแข็งแรง เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่และเป็นลูกศิษย์ที่ดีของครูตลอดไป ๒. การพูดโน้มน้าว คือ การส่งสารที่มุ่งให้ผู้ฟังมีความคิดเห็นและความรู้สึกคล้อยตามผู้พูด หรือการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งที่ผู้พูดต้องการ เช่น การพูดหาเสียง การพูดเชิญชวนให้ทำกิจกรรมที่เป็น ประโยชน์ เช่น รณรงค์ให้รักษาความสะอาด รณรงค์ให้ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก เชิญชวนบริจาคโลหิต เป็นต้น ๓. การพูดโฆษณา คือ การประกาศให้ผู้ฟังรับรู้ข้อความ ส่วนใหญ่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการ ค้าขายและธุรกิจ ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังสนใจและปฏิบัติตามการโฆษณานั้น เช่น การโฆษณาสินค้าและบริการ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผู้พูดจะแนะนำคุณสมบัติ และพยายามนำเสนอให้ผู้ฟังเข้าใจถึงข้อดีและ ประโยชน์ต่างๆ ที่ผู้ฟังจะได้รับ


๕. นักเรียนทำกิจกรรม “รู้ไหมฉันคือการพูดในโอกาสใด” ครูผู้สอนจะให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน จากนั้นครูผู้สอนจะแจกป้ายชูให้กลุ่มละ ๑ ป้ายเพื่อใช้ในการเล่นเกม ๖. ครูผู้สอนจะสุ่มโจทย์ขึ้นมาหนึ่งข้อแล้วเขียนบนกระดาน โดยให้แต่ละกลุ่มตอบว่าเป็นการพูดใน โอกาสใด (การพูดอวยพร การพูดโน้มน้าว และการพูดโฆษณา) จากนั้นครูผู้สอนจะจับเวลาพร้อมให้สัญญาณ ชูป้ายตอบ หากกลุ่มใดชูป้ายขึ้นเร็วที่สุดก็จะมีโอกาสได้ตอบก่อนและถ้าตอบถูกก็จะได้รับคะแนนทันที แต่หากตอบผิดกลุ่มต่อไปก็จะได้ตอบ ๗. นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยคำตอบในกิจกรรม “รู้ไหมฉันคือการพูดในโอกาสใด” พร้อมให้แต่ละ กลุ่มรวบรวมคะแนนที่ได้ ๘. จากนั้นนักเรียนทำกิจกรรม “โฆษณาพาเพลิน” ให้นักเรียนทำกิจกรรมเป็นกลุ่มหรือใช้กลุ่มเดิม โดยครูผู้สอนจะแจกกระดาษให้นักเรียนกลุ่มละ ๑ แผ่น จากนั้นนักเรียนแต่ละกลุ่มสุ่มวงล้อที่ครูทำขึ้น หากสุ่มได้อะไรนักเรียนต้องเขียนโฆษณาเกี่ยวกับของชิ้นนั้นลงบนกระดาษความยาว ๒-๓ บรรทัด พร้อมวาด ภาพประกอบระบายสีและตกแต่งให้สวยงาม (ตัวอย่าง เช่น ไข่ไก่ สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ครีมทาผิว ผงซักผ้า น้ำยาล้างจาน เป็นต้น) ๙. จากนั้นให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาพูดโฆษณาสินค้าของกลุ่มตัวเองให้เพื่อนฟัง ๑๐. นักเรียนทุกคนร่วมกันโหวตสินค้าที่น่าซื้อที่สุด จากนั้นครูประกาศผลกลุ่มที่ชนะและได้คะแนน ขั้นสรุป ๑๑. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การพูดในโอกาสต่างๆ ๑๒. ครูมอบหมายงานให้ทำเป็นการบ้าน ๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ครูผู้สอนเปิดโอกาสและให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ทำ ร่วมกันเป็นกลุ่ม ๑๐. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย หลักภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒


๑๑. กระบวนการวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถบอกลักษณะ การพูดในโอกาสต่างๆ ได้ -การตอบคำถาม - กิจกรรม “รู้ไหมฉันคือการ พูดในโอกาสใด” คำถาม นักเรียนบอกลักษณะ ของการพูดในโอกาส ต่างๆ ได้ ๒. นักเรียนสามารถพูดโฆษณาได้ - กิจกรรม “โฆษณาพาเพลิน” แบบประเมินการพูด นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ ๗๐ ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการ ทำกิจกรรม ประเมินพฤติกรรม ในชั้นเรียน แบบประเมิน พฤติกรรมในชั้น เรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินพฤติกรรมในชั้น เรียนร้อยละ ๗๐


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๗ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง การฝึกพูดโฆษณา เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิธร ประสาวะถา โรงเรียนหนองวัวซอพิทยาคม ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกใน โอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๓.๑ ม.๒/๔ พูดในโอกาสต่างๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกลักษณะการพูดโฆษณาได้(K) ๒.๒ นักเรียนสามารถพูดโฆษณาได้(P) ๒.๓ นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สมรรถนะสำคัญ ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. สาระสำคัญ การพูดเป็นทักษะการส่งสารที่สำคัญ มนุษย์ใช้ทักษะนี้ในการสื่อสารความคิดของตนเองในโอกาส ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ จนหลายครั้งมนุษย์คิดว่าการพูดไม่ว่าโอกาสใดก็ไม่แตกต่างกัน ความจริงแล้วการพูดใน แต่ละโอกาสมีความแตกต่างกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบของผู้พูด ผู้ฟัง สาร กาลเทศะ หรือสถานที่ ความแตกต่างของแต่ละโอกาสเหล่านี้ ผู้พูดที่ดีจะต้องพิจารณาเสมอว่าแต่ละโอกาสที่ตนเองพูดนั้น


มีวัตถุประสงค์อย่างไรเป็นสำคัญ เพื่อเตรียมการพูดให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ อันจะนำไปสู่ การพูดที่สัมฤทธิผล ๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ การพูดโฆษณา ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ รูปผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่นักเรียนแต่ละกลุ่มวาดเอง ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ ๑.ครูผู้สอนกล่าวทักทายนักเรียน ๒.ครูผู้สอนใช้กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียนโดยการนำสื่อรูปภาพโปสเตอร์การโฆษณาขายสินค้ามาให้ นักเรียนสังเกต และครูผู้สอนจึงอ่านข้อความบนโปสเตอร์ให้นักเรียนฟัง ๓.จากนั้นครูผู้สอนใช้คำถามให้นักเรียนได้ทบทวนว่าจากตัวอย่างที่ครูได้อ่านโปสเตอร์ข้างต้นเป็นการ พูดในลักษณะใด แนวคำตอบ : การพูดโฆษณา ๔.ครูผู้สอนเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนโดยการอธิบายว่าจากตัวอย่างข้างต้นเกี่ยวข้องการเรื่อง การฝึกพูด โฆษณาที่นักเรียนจะได้ลองทำในวันนี้ ขั้นสอน ๕.นักเรียนฟังครูผู้สอนทบทวนความรู้เรื่อง “การพูดโฆษณา” ที่เรียนในชั่วโมงที่แล้ว ๖.ครูผู้สอนจะใช้กิจกรรม “ฝึกพูดโฆษณา” โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำกระดาษที่ได้วาดรูปตกแต่ง และเขียนคำโฆษณาสินค้าที่ได้ทำไปในชั่วโมงที่แล้วออกมาพูดโฆษณา ๗.ครูผู้สอนสุ่มใช้วงล้อเพื่อสุ่มให้กลุ่มผู้โชคดีออกมาพูดโฆษณา ๘.นักเรียนออกมาพูดโฆษณาสินค้าจนครบทุกกลุ่ม ๙.ครูผู้สอนจัดกิจกรรม โหวตสินค้าน่าซื้อ โดยจะนำรูปสินค้าของแต่ละกลุ่มออกมาแปะไว้บนกระดาน จากนั้นครูให้นักเรียนในห้องโหวตสินค้าที่นักเรียนอยากซื้อมากที่สุด (ห้ามโหวตกลุ่มของตัวเอง) ๑๐.ครูผู้สอนประกาศผลสินค้ากลุ่มที่ได้รับคะแนนมากที่สุด และมอบรางวัล ขั้นสรุป ๑๑.ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้เรียนในวันนี้ ๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ครูผู้สอนเปิดโอกาสและให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ทำ ร่วมกันเป็นกลุ่ม ๑๐. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย หลักภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒


๑๑. กระบวนการวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถบอกลักษณะ การพูดโฆษณาได้(K) -การตอบคำถาม คำถาม นักเรียนบอกลักษณะ ของการพูดโฆษณาได้ ๒. นักเรียนสามารถพูดโฆษณาได้ (P) - กิจกรรม “ฝึกพูด โฆษณา” แบบประเมินการพูด นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ ๗๐ ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการ ทำกิจกรรม (A) ประเมินพฤติกรรม ในชั้นเรียน แบบประเมิน พฤติกรรมในชั้น เรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินพฤติกรรมในชั้น เรียนร้อยละ ๗๐


ภาคผนวก สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. ภาพกิจกรรม “ฝึกพูดโฆษณา”


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง การเขียนเรียงความเกี่ยวกับประสบการณ์ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิธร ประสาวะถา โรงเรียนหนองวัวซอพิทยาคม ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม.๒/๓ เขียนเรียงความ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกหลักการของการเขียนเรียงความได้ (K) ๒.๒ นักเรียนสามารถเขียนเรียงความจากหัวข้อที่กำหนดได้ (P) ๒.๓ นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการทำงาน (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สมรรถนะสำคัญ ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. สาระสำคัญ เรียงความเป็นงานเขียนประเภทหนึ่งที่มีลักษณะและรูปแบบเฉพาะ เริ่มจากการตั้งชื่อเรื่อง โดยกำหนดจากจุกเด่นหรือความสำคัญของเรื่อง พร้อมทั้งใช้คำที่มีความหมายกว้างตั้งเป็นชื่อเรื่องการเขียน เรียงความ ผู้เขียนต้องวางจุดมุ่งหมายในงานเขียนให้ชัดเจน ประกอบด้วยจุดมุ่งหมายหลักและจุดมุ่งหมายรอง ตลอดจนการกำหนดเนื้อหาสาระและแหล่งความรู้เพื่อค้นคว้าหาข้อมูลมาประกอบ


๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ การเขียนเรียงความเกี่ยวกับประสบการณ์ ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ กิจกรรมแสดงความคิดเห็นโดยการบอกชื่ออาหารที่ตนเองเคยมีประสบการณ์ทำ ๗.๒ เขียนเรียงความในหัวข้อ “อาหารแห่งความประทับใจ” ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ ๑.ครูผู้สอนกล่าวทักทายนักเรียน ๒.ครูผู้สอนใช้กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียนโดยการให้นักเรียนบอกชื่ออาหารที่ตนเองเคยมีประสบการณ์ ในการทำคนละหนึ่งอย่างและไม่ซ้ำกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารอีสาน อาหารพื้นถิ่นต่างๆ หรือขนม (แนวคำตอบ : ข้าวต้มมัด ต้มยำกุ้ง ต้มปลา ขนมเทียน เป็นต้น) ๓.ครูผู้สอนอธิบายเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนว่าเมนูอาหารหรือขนมที่นักเรียนได้ตอบไปนั้น มีความ เกี่ยวข้องกับเรื่อง การเขียนเรียงความเกี่ยวกับประสบการณ์ ที่จะได้เรียนในวันนี้ เพราะหากจะเขียนเรียง เกี่ยวกับเรื่องที่นักเรียนมีประสบการณ์มาก่อนเรื่องประสบการณ์การทำอาหารนั้นเป็นก็เป็นเรื่องที่ใกล้ตัว มากที่สุด ขั้นสอน ๔.นักเรียนฟังครูผู้สอนอธิบายถึงลักษณะและองค์ประกอบของการเขียนประเภทเรียงความ ซึ่งประกอบด้วย ๓ ส่วน ได้แก่ ๑.คำนำ เป็นการเริ่มเรื่องด้วยกลวิธีต่างๆ เช่น เขียนคำจำกัดความ คำคม สุภาษิต หรือคำประพันธ์ต่างๆ มาเป็นความนำ เพื่อดำเนินไปสู่เรื่องและต้องให้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะเขียนต่อไปในส่วน เนื้อเรื่องด้วย และควรใช้ภาษาเขียนให้มีประสิทธิภาพ ๒.เนื้อเรื่อง เป็นรายละเอียดสนับสนุนจุดมุ่งหมายของเรื่องที่เขียน ซึ่งจะต้องจัดลำดับข้อมูล หรือเหตุการณ์ให้ชัดเจน การเขียนเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ในชีวิตจะต้องกล่าวถึงเรื่องที่ได้ประสบพบเห็นมา จริงๆ และเป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิตแก่ผู้อ่าน ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงแนวความคิดด้านต่างๆ ที่ควร นำไปเป็นตัวอย่างในการประกอบอาชีพหรือดำเนินชีวิตต่อไป สิ่งสำคัญในการวางโครงเรื่องควรให้มีสารัตถภาพ (เนื้อหา) และสัมพันธภาพ (ความเกี่ยวเนื่องกัน) ประกอบกันไป ๓.สรุป เป็นส่วนสุดท้ายที่ผู้เขียนแสดงความคิดเห็นหรือสรุปแนวคิดจากเรื่องทั้งหมด โดยใช้ ถ้อยคำกะทัดรัด ตรงประเด็น อาจใช้คำคมหรือสุภาษิตสรุปก็ได้ ผู้เขียนอาจเสนอแนะแนวทางปฏิบัติที่น่าสนใจ ให้ผู้อ่านด้วย ๕.ครูยกตัวอย่างการเขียนเรียงความเรื่อง “ข้าวต้มมัด” จากในหนังสือเรียน ขั้นสรุป ๖.ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง “การเขียนเรียงความเกี่ยวกับประสบการณ์”


๗.จากนั้นให้นักเรียนบอกชื่ออาหารแห่งความประทับใจของแต่ละคน พร้อมให้แต่ละค้นรูปภาพ อาหารของตนเองแล้วนำเสนอรูปภาพแลกเปลี่ยนกันกับเพื่อนๆ ในห้อง ๘.ครูมอบหมายงานให้นักเรียนแต่ละคนเขียนเรียงความเกี่ยวกับประสบการณ์การทำอาหารที่ตนเอง ได้นำเสนอเป็นการบ้าน ๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก -ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้พูดและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวอาหารที่ตนเองเคยทำ และมีการจัด กิจกรรมให้นักเรียนทุกคนได้มีส่วนร่วม โดยการค้นคว้ารูปภาพอาหารมานำแลกเสนอแลกเปลี่ยนกับเพื่อนใน ห้องเรียน ๑๐. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย หลักภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๑๐.๒ อินเทอร์เน็ตสำหรับค้นหารูปภาพอาหาร ๑๑. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถบอกหลักการของ การเขียนเรียงความได้ (K) การตอบคำถาม คำถาม นักเรียนสามารถบอก หลักการของการเขียน เรียงความได้ถูกต้อง ๒. นักเรียนสามารถเขียนเรียงความ จากหัวข้อที่กำหนดได้ (P) -ตรวจ เรียงความ เกี่ยวกับ ประสบการณ์ เรียงความเกี่ยวกับ ประสบการณ์จาก หัวข้อที่กำหนด นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินร้อยละ ๗๐ ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำ กิจกรรม (A) ประเมิน พฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมิน พฤติกรรมในชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินพฤติกรรม ในชั้นเรียนอย่างน้อย ร้อยละ ๗๐


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง นำเสนอเรียงความเกี่ยวกับประสบการณ์ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิธร ประสาวะถา โรงเรียนหนองวัวซอพิทยาคม ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม.๒/๓ เขียนเรียงความ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกหลักการของการเขียนเรียงความได้ (K) ๒.๒ นักเรียนสามารถพูดนำสนอเรียงความจากหัวข้อที่กำหนดได้ (P) ๒.๓ นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการทำงาน (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สมรรถนะสำคัญ ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. สาระสำคัญ เรียงความเป็นงานเขียนประเภทหนึ่งที่มีลักษณะและรูปแบบเฉพาะ เริ่มจากการตั้งชื่อเรื่อง โดยกำหนดจากจุกเด่นหรือความสำคัญของเรื่อง พร้อมทั้งใช้คำที่มีความหมายกว้างตั้งเป็นชื่อเรื่องการเขียน เรียงความ ผู้เขียนต้องวางจุดมุ่งหมายในงานเขียนให้ชัดเจน ประกอบด้วยจุดมุ่งหมายหลักและจุดมุ่งหมายรอง ตลอดจนการกำหนดเนื้อหาสาระและแหล่งความรู้เพื่อค้นคว้าหาข้อมูลมาประกอบ


๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ การเขียนเรียงความเกี่ยวกับประสบการณ์ ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ พูดนำเสนอเรียงความในหัวข้อ “อาหารแห่งความประทับใจ” ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ ๑.ครูผู้สอนกล่าวทักทายนักเรียน ๒.ครูผู้สอนนำเข้าสู่บทเรียนโดยการใช้คำถามให้นักเรียนตอบชื่อเมนูอาหารที่แต่ละคนได้เขียน เรียงความมา (แนวคำตอบ : ข้าวผัด ต้มยำกุ้ง เป็นต้น) ขั้นสอน ๓.นักเรียนฟังครูผู้สอนทบทวนความรู้เรื่องการเขียนเรียงความที่ได้เรียนไปในชั่วโมงที่แล้ว ๔.ครูผู้สอนใช้กิจกรรม นำเสนอเรียงความเรื่อง อาหารแห่งความประทับใจ โดยจะให้นักเรียนแต่ละ คนออกมาพูดนำเสนอเรียงความที่ตัวเองเขียนหน้าชั้นเรียน โดยครูจะใช้วงล้อสุ่มเลขที่หากตรงกับเลขที่ นักเรียนคนใดให้ออกมาพูด ๕.นักเรียนออกมาพูดนำเสนอเรียงความเรื่อง อาหารแห่งความประทับใจ จนครบทุกคน ๖.ครูผู้สอนให้คะแนนในส่วนของเนื้อหาเรียงความและการพูดนำเสนอ ขั้นสรุป ๗.ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง “การเขียนและนำเสนอเรียงความเกี่ยวกับประสบการณ์” ที่ได้เรียนในวันนี้ ๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก -ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้พูดและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวอาหารที่ตนเองเคยทำ และมีการจัด กิจกรรมให้นักเรียนทุกคนได้มีส่วนร่วม โดยการค้นคว้ารูปภาพอาหารมานำแลกเสนอแลกเปลี่ยนกับเพื่อนใน ห้องเรียน ๑๐. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย หลักภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๑๐.๒ เรียงความเกี่ยวกับประสบการณ์ในหัวข้อ “อาหารแห่งความประทับใจ”


๑๑. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถบอกหลักการของ การเขียนเรียงความได้ (K) การตอบคำถาม คำถาม นักเรียนสามารถบอก หลักการของการเขียน เรียงความได้ถูกต้อง ๒. นักเรียนสามารถพูดนำสนอเรียง ความจากหัวข้อที่กำหนดได้ (P) - พูดนำเสนอ เรียงความ เกี่ยวกับ ประสบการณ์ แบบประเมินการพูด นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินร้อยละ ๗๐ ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำ กิจกรรม (A) ประเมิน พฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมิน พฤติกรรมในชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินพฤติกรรม ในชั้นเรียนอย่างน้อย ร้อยละ ๗๐


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง มารยาทในการอ่าน เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิธร ประสาวะถา โรงเรียนหนองวัวซอพิทยาคม ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๘ มีมารยาทในการอ่าน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกหลักการของการอ่านออกเสียงและการอ่านในใจได้(K) ๒.๒ นักเรียนสามารถปฏิบัติตามหลักมารยาทในการอ่านได้(P) ๒.๓ นักเรียนมีมารยาทในการอ่าน (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สมรรถนะสำคัญ ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. สาระสำคัญ การอ่านเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งที่ต้องฝึกฝนจนเกิดทักษะ โดยเริ่มจากการอ่านถูกต้องตามอักขรวิธี อ่านถูกต้องตามอักขรวิธี อ่านถ้อยคำและข้อความจากหนังสือต่างๆ ได้เข้าใจตลอดจนสามารถอ่านวิเคราะห์ และประเมินค่าได้ นอกจากนี้ พฤติกรรมในการอ่านยังแบ่งเป็นการอ่านในใจ และการอ่านออกเสียง ซึ่งมี วิธีการอ่านแตกต่างกันไป ซึ่งการอ่านที่มีประสิทธิภาพผู้อ่านควรจะเรียนรู้ถึงหลักการและมารยาทในการอ่าน


๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ การอ่านออกเสียง ๖.๒ การอ่านในใจ ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ กิจกรรม “เด็กดีมารยาทในการอ่าน” ๗.๒ แบบฝึกหัด เรื่อง มารยาทในการอ่าน ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ ๑.ครูผู้สอนกล่าวทักทายนักเรียน ๒.ครูผู้สอนนำเข้าสู่บทเรียนโดยการใช้ถามให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่า “นักเรียนเคยอ่านหนังสือ อะไรกันบ้าง” (แนวคำตอบ : หนังสือเรียน หนังสือการ์ตูน หนังสือนิทาน หนังสือท่องเที่ยว เป็นต้น) ๓.ครูผู้สอนนำข้อความสั้นๆ มาให้นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกัน ข้อความที่หนึ่ง : ฟ้าหลังฝนนั้นสวยงามเสมอ ข้อความที่สอง : ถนนแต่ละสายย่อมมีจุดมุ่งหมายที่ต่างกัน ๔.ครูผู้สอนนำข้อความสั้นๆ มาให้นักเรียนอ่านโดยไม่ต้องออกเสียง ข้อความที่หนึ่ง : ข้างหน้าคือความหวัง ข้างหลังคือบทเรียน ข้อความที่สอง : ทุกวันคือการเริ่มต้นใหม่ ๕.ครูผู้สอนให้นักเรียนสังเกตความแตกต่างของการอ่านทั้งสองแบบที่ได้อ่านไป จากนั้นครูอธิบาย ต่อไปว่าการอ่านที่เปล่างเสียงออกมานั้น เรียกว่า การอ่านออกเสียง ส่วนการอ่านที่เราไม่ได้เปล่งเสียงออกมา เรียกว่า การอ่านในใจ ซึ่งนอกจากการอ่านออกเสียงและการอ่านในใจแล้ว สิ่งสำคัญที่นักเรียนต้องรู้คือ มารยาทในการอ่าน ที่เรากำลังจะได้เรียนในวันนี้ ขั้นสอน ๖.นักเรียนฟังครูอธิบายหลักการของมารยาทในการอ่านออกเสียง ๗.ครูใช้คำถามว่า “นักเรียนคิดว่าสถานที่ใดที่เหมาะต่อการอ่านหนังสือบ้าง” (แนวคำตอบ : ห้องเรียน ห้องสมุด) ๘.จากนั้นครูใช้คำถามว่า นักเรียนรู้ไหมว่าการอ่านในห้องสมุดนั้นเราควรใช้การอ่านแบบใด (คำตอบ การอ่านในใจ) ๙.ครูใช้คำถามให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่า - นักเรียนคิดว่าสิ่งใดบ้างที่ควรทำในห้องสมุด (แนวคำตอบ : อ่านหนังสือเงียบๆ อ่านในใจ เป็นต้น) - นักเรียนคิดว่าสิ่งใดบ้างที่ไม่ควรทำในห้องสมุด (แนวคำตอบ : คุยกันเสียงดัง กินอาหาร เป็นต้น) ๑๐.ครูผู้สอนอธิบายเชื่อมโยงหลักการของมารยาทในการอ่านในใจ เสริมจากที่นักเรียนช่วยกันตอบ ๑๑.ครูผู้สอนใช้กิจกรรม เด็กดีมีมารยาทในการอ่าน โดยครูจะมีสถานการณ์มาให้แล้วให้นักเรียน ช่วยกันตอบว่า บุคคลใดคือผู้ที่มีมารยาทในการอ่าน


ตัวอย่างสถานการณ์ - เด็กหญิงแพรวพราวกินอาหารในห้องสมุด - เด็กชายภูผาอ่านหนังสือในใจในห้องสมุด - เด็กหญิงนิดหน่อยชวนเพื่อนคุยขณะที่เพื่อนกำลังอ่านหนังสือสอบ ขั้นสรุป ๑๒.ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง มารยาทในการอ่าน ที่ได้เรียนไปในวันนี้ ๑๓.ครูผู้สอนมอบหมายแบบฝึกหัด เรื่อง มารยาทในการอ่านให้นักเรียนทำพร้อมส่งท้ายคาบเรียน ๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ครูผู้สอนมีการใช้คำถามและเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นจากคำถามที่ครูผู้สอนใช้ และมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้สังเกตและตอบคำถาม ๑๐. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย หลักภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๑๐.๒ กิจกรรม “เด็กดีมีมารยาทในการอ่าน” ๑๐.๓ แบบฝึกหัด เรื่อง มารยาทในการอ่าน ๑๑. กระบวนการวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถบอกหลักการของ การอ่านออกเสียงและการอ่านในใจได้ (K) การตอบคำถาม -คำถาม - กิจกรรม “เด็กดีมี มารยาทในการอ่าน” นักเรียนสามารถบอก หลักการของการอ่าน ออกเสียงและการอ่าน ในใจได้ถูกต้อง ๒. นักเรียนสามารถปฏิบัติตามหลัก มารยาทในการอ่านได้(P) -ตรวจ แบบฝึกหัด แบบฝึกหัด เรื่อง มารยาทในการอ่าน นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินร้อยละ ๗๐ ๓. นักเรียนมีมารยาทในการอ่าน (A) ประเมิน พฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมิน พฤติกรรมในชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินพฤติกรรม ในชั้นเรียนอย่างน้อย ร้อยละ ๗๐


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง ท่องบทเสภาสามัคคีเสวกตอน วิศวกรรมา เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิธร ประสาวะถา โรงเรียนหนองวัวซอพิทยาคม ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมา ประยุกต์ในชีวิตจริง ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม.๒/๕ ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกฉันทลักษณ์ของกลอนเสภาได้ (K) ๒.๒ นักเรียนท่องจำบทเสภาจากเรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาได้ (P) ๒.๓ นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สมรรถนะสำคัญ ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. สาระสำคัญ บทเสภาสามัคคีเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งบทเสภา สามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของศิลปะที่ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติของตน อีกทั้งศิลปะยังเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวผู้เรียนเป็นอย่างดี ทำให้ผู้เรียนได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของงานศิลปะไทย และมีจิตสำนึกในการช่วยกันอนุรักษ์งานศิลปะให้คงอยู่กับประเทศชาติสืบไป


๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ ท่องจำบทเสภาจากเรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ กิจกรรม “สอบท่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา” ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ ๑.ครูผู้สอนกล่าวทักทายนักเรียน ๒.ครูผู้สอนนำเข้าสู่บทเรียนโดยการยกตัวอย่างกลอนจากเรื่องบทเสภาสามัคคี ตอน วิศวกรรมา จากนั้นให้นักเรียนสังเกตฉันทลักษณ์และการสัมผัสคำจากบทกลอน ตัวอย่างกลอน อันชาติใดไร้ศานติสุขสงบ ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่ ณ ชาตินั้นนรชนไม่สนใจ ในกิจศิลปะวิไลละวาดงาม แต่ชาติใดรุ่งเรืองเมืองสงบ ว่างการรบอริพลอันล้นหลาม ย่อมจำนงศิลปาสง่างาม เพื่ออร่ามเรืองระยับประดับประดา อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลป์ เหมือนนารินไร้โฉมบรรโลมสง่า ใครใครเห็นไม่เป็นที่จำเริญตา เขาจะพากันเย้ยให้อับอาย ศิลปกรรมนำใจให้สร่างโศก ช่วยบรรเทาทุกข์ในโลกให้เหือดหาย จำเริญตาพาใจให้สบาย อีกร่างกายก็จะพลอยสุขสราญ ๓.ครูผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับตัวอย่างบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาข้างต้นว่าเป็นลักษณะของ กลอนเสภา จากนั้นครูผู้สอนอธิบายเชื่อมโยงการอ่านบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาที่จะเรียนในวันนี้ ซึ่งก่อนที่จะได้เรียนรู้ตัวบทกลอนนักเรียนจำเป็นต้องรู้จักฉันทลักษณ์ก่อน ขั้นสอน ๔.นักเรียนฟังครูผู้สอนอธิบายลักษณะฉันทลักษณ์กลอนเสภา ๕.นักเรียนฟังครูผู้สอนอธิบายการอ่านฉันทลักษณ์และดูแผนผังฉันทลักษณ์กลอนเสภาบนกระดาน ๖.ครูผู้สอนยกตัวอย่างกลอนเสภาจากบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาที่เคยยกตัวอย่างให้ นักเรียนช่วยกันแบ่งวรรคการอ่าน ๗.นักเรียนทุกคนฝึกอ่านตัวอย่างกลอนบทเสภาจากบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาบน กระดาน ๘.ครูผู้สอนใช้กิจกรรม “สอบท่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา” โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน จากนั้นครูผู้สอนให้ตัวแทนกลุ่มออกมาจับฉลากกลอนเสภากลุ่มละ ๑-๒ บท จากเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา


๙.เมื่อตัวแทนกลุ่มจับฉลากครบเรียบร้อยแล้ว ต้องไปฝึกอ่านและสอบท่องกลอนเสภาที่กลุ่มตัวเอง สุ่มได้ ตัวอย่างบท อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลป์ เหมือนนารินไร้โฉมบรรโลมสง่า ใครใครเห็นไม่เป็นที่จำเริญตา เขาจะพากันเย้ยให้อับอาย ศิลปกรรมนำใจให้สร่างโศก ช่วยบรรเทาทุกข์ในโลกให้เหือดหาย จำเริญตาพาใจให้สบาย อีกร่างกายก็จะพลอยสุขสราญ แม้ผู้ใดไม่นิยมชมสิ่งงาม เมื่อถึงยามเศร้าอุราน่าสงสาร เพราะขาดเครื่องระงับดับรำคาญ โอสถใดจะสมานซึ่งดวงใจ เพราะการช่างนี้สำคัญอันวิเศษ ทุกประเทศนานาทั้งน้อยใหญ่ จึงยกย่องศิลปกรรม์นั้นทั่วไป ศรีวิไลวิลาสดีเป็นศรีเมือง ขั้นสรุป ๑๐.ครูผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง กลอนเสภาและตัวอย่างบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาที่ได้เรียนในวันนี้ ๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ครูผู้สอนมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยให้นักเรียนสังเกตและฝึกแบ่งวรรคการอ่านกลอนบทเสภา และมีการจัดกิจกรรมทดสอบการอ่านโดยให้ผู้เรียนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ๑๐. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๑๐.๒ กิจกรรม “สอบท่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา”


๑๑. กระบวนการวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถบอก ฉันทลักษณ์ของกลอนเสภาได้ (K) -การตอบคำถาม คำถาม นักเรียนบอกฉันทลักษณ์ ของกลอนเสภาได้ ถูกต้อง ๒. นักเรียนท่องจำบทเสภาจาก เรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาได้ (P) - กิจกรรม “สอบ ท่องบทเสภา สามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา” แบบประเมินการ อ่านบทร้อยกรอง นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ ๗๐ ๓. นักเรียนมีความกระตือรือร้น ในการทำกิจกรรม (A) ประเมินพฤติกรรม ในชั้นเรียน แบบประเมิน พฤติกรรมในชั้น เรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินพฤติกรรมในชั้น เรียนร้อยละ ๗๐


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง ค้นศัพท์จากตอนวิศวกรรมา เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิธร ประสาวะถา โรงเรียนหนองวัวซอพิทยาคม ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม.๒/๑ คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกความหมายคำศัพท์จากเรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาได้ (K) ๒.๒ นักเรียนสามารถเขียนคำศัพท์ตามคำบอกจากเรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา (P) ๒.๓ นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สมรรถนะสำคัญ ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. สาระสำคัญ บทเสภาสามัคคีเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งบทเสภา สามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของศิลปะที่ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติของตน อีกทั้งศิลปะยังเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวผู้เรียนเป็นอย่างดี ทำให้ผู้เรียนได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของงานศิลปะไทย และมีจิตสำนึกในการช่วยกันอนุรักษ์งานศิลปะให้คงอยู่กับประเทศชาติสืบไป


๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ คำศัพท์จากเรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ เขียนศัพท์ตามคำบอกจากเรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ ๑.ครูผู้สอนกล่าวทักทายนักเรียน ๒.ครูผู้สอนทบทวนเนื้อหาเรื่องกลอนเสภาและตัวอย่างบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ที่นักเรียนได้เรียนไปในชั่วโมงที่แล้ว ๓.ครูผู้สอนนำเข้าสู่บทเรียนโดยให้นักเรียนได้แสดงความคิดโดยบอกคำศัพท์ที่นักเรียนจำได้คนละ ๑ คำพร้อมบอกความหมายโดยห้ามซ้ำกัน ๔.จากนั้นครูผู้สอนอธิบายว่าในชั่วโมงเรียนนี้นักเรียนจะได้ลองเขียนคำศัพท์ตามคำบอกจากเรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ขั้นสอน ๕.ครูผู้สอนเขียนคำศัพท์ลงบนหน้ากระดาน โดยจะเขียนคำศัพท์ที่เขียนสะกดถูก และคำศัพท์ที่เขียน สะกดผิดเพื่อให้นักเรียนได้สังเกต ตัวอย่างคำศัพท์ ชำนาญ ชำนาณ สถาปนา สถาปะนา รูปพรรณ รูปพัน เย้ย เย๊ย ๖.นักเรียนช่วยกันตอบว่าคำศัพท์ใดบ้างที่เขียนสะกดถูกต้อง ๗.ครูผู้สอนเฉลยคำตอบที่ถูกต้อง ๘.ครูผู้สอนให้นักเรียนลองเขียนคำศัพท์ตามคำบอกลงบนสมุด ๑๐ คำ ได้แก่ ๑. ศิลปกรรม ๖. รัชดา ๒. ราญรอน ๗. มโหฬาร ๓. นรชน ๘. ประดับประดา ๔. อริพล ๙. ไพรัช ๕. นาริน ๑๐. รูปพรรณ ๙.ครูให้นักเรียนแต่ละคู่สลับสมุดกับเพื่อนเพื่อเปลี่ยนกันตรวจคำตอบ ๑๐.ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำศัพท์ ๑๑.นักเรียนช่วยกันค้นหาความหมายของคำศัพท์และแลกเปลี่ยนกัน ๑๒.ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยความหมายคำศัพท์


ขั้นสรุป ๑๓.ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง คำศัพท์จากบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ที่ได้เรียนในวันนี้ ๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ครูผู้สอนจัดบรรยากาศเชิงบวกโดยการจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับคำศัพท์จากเรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ๑๐. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๑๐.๒ กิจกรรม “เขียนศัพท์ตามคำบอกจากเรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา” ๑๑. กระบวนการวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถบอก ความหมายคำศัพท์จากเรื่องบท เสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาได้ (K) -การตอบคำถาม คำถาม แบบฝึกหัด นักเรียนบอกความหมาย คำศัพท์จากเรื่องบท เสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาได้ถูกต้อง ๒. นักเรียนสามารถเขียนคำศัพท์ ตามคำบอกจากเรื่องบทเสภา สามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา (P) - กิจกรรม “เขียน ศัพท์ตามคำบอก” แบบประเมินการ เขียน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ ๗๐ ๓. นักเรียนมีความกระตือรือร้น ในการทำกิจกรรม (A) ประเมินพฤติกรรม ในชั้นเรียน แบบประเมิน พฤติกรรมในชั้น เรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินพฤติกรรมในชั้น เรียนร้อยละ ๗๐


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาและสามัคคีเสวก เวลา ๑๕ ชั่วโมง เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิธร ประสาวะถา โรงเรียนหนองวัวซอพิทยาคม ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมา ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม.๒/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมในระดับที่ยากขึ้น ท ๕.๑ ม.๒/๔ สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถสรุปเนื้อหาบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาได้ (K) ๒.๒ นักเรียนสามารถเขียนสรุปเนื้อหาบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาได้ (P) ๒.๓ นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สมรรถนะสำคัญ ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔.๔ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี


๕. สาระสำคัญ บทเสภาสามัคคีเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งบทเสภา สามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของศิลปะที่ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติของตน อีกทั้งศิลปะยังเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวผู้เรียนเป็นอย่างดี ทำให้ผู้เรียนได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของงานศิลปะไทย และมีจิตสำนึกในการช่วยกันอนุรักษ์งานศิลปะให้คงอยู่กับประเทศชาติสืบไป ๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ สรุปเนื้อเรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ กิจกรรม “บอกประโยชน์ของศิลปะ” ๗.๒ กิจกรรม “ลองค้นดู” ๗.๓ เขียนสรุปเนื้อเรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ ๑.ครูผู้สอนกล่าวทักทายนักเรียน ๒.ครูผู้สอนใช้กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียนโดยการใช้กิจกรรม “บอกประโยชน์ของศิลปะ”ให้นักเรียน ทุกคนช่วยกันแสดงความคิดว่า “ศิลปะมีประโยชน์อย่างไรบ้าง”คนละหนึ่งข้อโดยห้ามซ้ำกัน (แนวคำตอบ :ช่วยผ่อนคลายความเครียด ช่วยสร้างสรรค์จินตนาการ) ๓.ครูผู้สอนอธิบายว่าจากคำถามที่นักเรียนทุกคนได้ช่วยกันบอกประโยชน์ของงานศิลปะไปนั้น “งานศิลปะ” มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาที่นักเรียนจะได้เรียนรู้ในวันนี้ ขั้นสอน ๔.นักเรียนฟังครูผู้สอนทบทวนบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาที่นักเรียนได้เรียนในชั่วโมงที่ ผ่านมา ๕.นักเรียนฟังครูอธิบายถึงข้อมูลที่มา ผู้แต่ง ลักษณะคำประพันธ์ของเรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ๖.ครูผู้สอนอธิบายเนื้อหาเรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา จากนั้นครูผู้สอนอธิบายถึง ประเภทของงานช่างทั้ง ๗ ประเภทจากในเนื้อเรื่อง ได้แก่ ๑. ช่างเขียน ๒. ช่างก่อสร้าง ๓. ช่างทอง ๔. ช่างเงิน ๕. ช่างถม ๖. ช่างอัญมณี ๗. ช่างปั้น


๗.ครูผู้สอนใช้กิจกรรม “ลองค้นดู” โดยครูผู้สอนให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน จากนั้นให้ แต่ละกลุ่มค้นคว้าเพื่อศึกษาผลงานศิลปะของช่างประเภทต่างๆ ๘.ครูผู้สอนใช้เตรียมวงล้อใช้สำหรับสุ่มชื่อช่างประเภทต่างๆ จากนั้นให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมาสุ่ม วงล้อและหากตัวแทนของกลุ่มสุ่มได้ช่างประเภทใด ให้กลุ่มนั้นค้นคว้าศึกษาดูรูปหรือตัวอย่างผลงานศิลปะของ ช่างประเภทนั้นๆ ๙.เมื่อแต่ละกลุ่มค้นคว้าและศึกษาความรู้เรียบร้อยแล้ว ครูผู้สอนจะสุ่มเลือกให้แต่ละกลุ่มออกมา แลกเปลี่ยนเล่าถึงงานช่างและผลงานศิลปะที่กลุ่มตัวเองได้ศึกษา โดยใช้เวลา ๒-๓ นาที ขั้นสรุป ๑๐.ครูผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ที่ได้เรียน ในวันนี้ ๑๑.ครูผู้สอนมอบหมายงานให้นักเรียนเขียนสรุปเนื้อเรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนรู้จักสังเกต ค้นคว้า และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความรู้ ๑๐. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๑๐.๒ กิจกรรม “บอกประโยชน์ของศิลปะ” ๑๐.๓ สไลด์สื่อความรู้เรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา


๑๑. กระบวนการวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถสรุปเนื้อหาบท เสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาได้ (K) การตอบคำถาม คำถาม นักเรียนสามารถสรุป เนื้อหาจากบทเสภา สามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมาได้ถูกต้อง ๒. นักเรียนสามารถเขียนสรุปเนื้อหา บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา ได้(P) ตรวจสมุด เขียนสรุปเนื้อเรื่อง นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินร้อยละ ๗๐ ๓. นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการ ทำกิจกรรม (A) ประเมิน พฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมิน พฤติกรรมในชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินพฤติกรรม ในชั้นเรียนอย่างน้อย ร้อยละ ๗๐


Click to View FlipBook Version