ไ ใบแบบฝึ กหดั รหสั วชิ า.2100-1001
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 2
ช่ือหน่วย. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค สัปดาห์ท่ี 2-3
5. จงเขียนตวั เลขอารบิคแบบตวั ตรงและตวั เอียงตามแบบท่ีกาหนดให้
ไ ใบแบบฝึ กหดั รหัสวชิ า.2100-1001
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 2
ชื่อหน่วย. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค สัปดาห์ที่ 2-3
6. จงเขียนตวั เลขอารบิคและตวั อกั ษรภาษาองั กฤษตวั พมิ พเ์ ลก็ ตามแบบท่ีกาหนดให้
ไ ใบแบบฝึ กหดั รหัสวชิ า.2100-1001
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 2
ช่ือหน่วย. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค สัปดาห์ที่ 2-3
7. จงเขียนตวั อกั ษรภาษาไทยดว้ ยตวั บรรจงตามแบบที่กาหนดให้
ไ ใบแบบฝึ กหดั รหัสวชิ า.2100-1001
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 2
ชื่อหน่วย. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค สัปดาห์ที่ 2-3
8. จากแบบงานที่กาหนดให้ จงหาขนาดต่าง ๆ ของแบบงาน ตามมาตราส่วนที่กาหนดให้ และเขียนขนาดลง
ในตารางใหค้ รบถว้ น
ไ ใบแบบฝึ กหดั รหสั วชิ า.2100-1001
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 2
ช่ือหน่วย. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค สัปดาห์ท่ี 2-3
9. จากแบบงานท่ีกาหนดให้ จงวดั ขนาดในแบบงานและคานวณหาขนาดแบบงานจริง ตามมาตราส่วนที่
กาหนดให้ และเขียนขนาดลงในแบบงานใหค้ รบถว้ น
ไ ใบเฉลย รหัสวชิ า.2100-1001
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 2
ชื่อหน่วย. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค สัปดาห์ท่ี 2-3
1. จงเขียนแบบเสน้ ชนิดต่าง ๆ ใหถ้ กู ตอ้ งตามมาตรฐานลงในกระดาษเขียนแบบ A4 (เสน้ ห่างกนั 8 มม.)
ไ ใบเฉลย รหสั วชิ า.2100-1001
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 2
ชื่อหน่วย. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค สัปดาห์ที่ 2-3
2. จงเขียนตวั อกั ษรภาษาองั กฤษตวั พิมพใ์ หญแ่ บบตวั ตรงตามแบบท่ีกาหนดให้
ไ ใบเฉลย รหัสวชิ า.2100-1001
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 2
ช่ือหน่วย. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค สัปดาห์ท่ี 2-3
3. จงเขียนตวั อกั ษรภาษาองั กฤษตวั พมิ พใ์ หญแ่ บบตวั เอียงตามแบบที่กาหนดให้
ไ ใบเฉลย รหัสวชิ า.2100-1001
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 2
ช่ือหน่วย. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค สัปดาห์ที่ 2-3
4. จงเขียนตวั อกั ษรภาษาองั กฤษตวั พิมพใ์ หญ่แบบตวั ตรงตามแบบท่ีกาหนดให้
ไ ใบเฉลย รหัสวชิ า.2100-1001
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 2
ช่ือหน่วย. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค สัปดาห์ท่ี 2-3
5. จงเขียนตวั เลขอารบิคแบบตวั ตรงและตวั เอียงตามแบบท่ีกาหนดให้
ไ ใบเฉลย รหัสวชิ า.2100-1001
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 2
ชื่อหน่วย. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค สัปดาห์ที่ 2-3
6. จงเขียนตวั เลขอารบิคและตวั อกั ษรภาษาองั กฤษตวั พมิ พเ์ ลก็ ตามแบบท่ีกาหนดให้
ไ ใบเฉลย รหสั วชิ า.2100-1001
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 2
ชื่อหน่วย. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค สัปดาห์ที่ 2-3
7. จงเขียนตวั อกั ษรภาษาไทยดว้ ยตวั บรรจงตามแบบที่กาหนดให้
ไ ใบเฉลย รหัสวชิ า.2100-1001
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 2
ช่ือหน่วย. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค สัปดาห์ที่ 2-3
8. จากแบบงานท่ีกาหนดให้ จงหาขนาดต่าง ๆ ของแบบงาน ตามมาตราส่วนท่ีกาหนดให้ และเขียนขนาดลง
ในตารางใหค้ รบถว้ น
ไ ใบเฉลย รหสั วชิ า.2100-1001
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 2
ช่ือหน่วย. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค สัปดาห์ท่ี 2-3
9. จากแบบงานที่กาหนดให้ จงวดั ขนาดในแบบงานและคานวณหาขนาดแบบงานจริง ตามมาตรา
ส่วนท่ีกาหนดให้ และเขียนขนาดลงในแบบงานใหค้ รบถว้ น
ไ ใบความรู้ หน้าท่ี
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
หน่วยที่ 3
การสร้างรูปเรขาคณติ
แนวคิด
รูปเรขาคณิตเป็นศาสตร์ท่ีวา่ ดว้ ยการสร้างรูปทรงตา่ ง ๆ ซ่ึงผเู้ ขียนแบบจะตอ้ งนาเทคนิคและวธิ ีการ
ตา่ ง ๆ ทางเรขาคณิตไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการเขียนแบบ เช่น การแบง่ คร่ึงเส้นและมุม การเขียนเส้นและส่วนโคง้
ขนานกนั การสร้างรูปหลายเหล่ียม การสร้างส่วนโคง้ สัมผสั มุมและวตั ถุ 2 วตั ถุ การเขียนวงรี เป็ นตน้
สาระการเรียนรู้
1. การแบ่งคร่ึงวตั ถุ (Bisecting an Object)
2. การเขียนเส้นขนาน (Drawing a Line Parallel)
3. การเขียนรูปหลายเหลี่ยม (Drawing Polygon)
4. การเขียนส่วนโคง้ สัมผสั (Drawing a Tangent Arc)
5. การเขียนวงรี (Drawing an Ellipse)
ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั
เมื่อผเู้ รียนศึกษาบทเรียนน้ีจบแลว้ นกั เรียนสามารถ
1. เขียนรูปเรขาคณิตดว้ ยวธิ ีการแบง่ คร่ึงวตั ถุได้
2. เขียนรูปเรขาคณิตดว้ ยวธิ ีการเขียนเส้นขนานกนั ได้
3. เขียนรูปเรขาคณิตประเภทรูปหลายเหลี่ยมได้
4. เขียนรูปเรขาคณิตประเภทส่วนโคง้ สัมผสั ได้
5. เขียนรูปวงรีได้
ไ ใบความรู้ หน้าท่ี
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่ 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
1. การแบ่งคร่ึงวตั ถุ (Bisecting an Object)
1.1 การแบ่งคร่ึงเส้นตรงและส่วนโค้ง (Bisecting a Line and Arc)
วธิ ีการสร้าง
1. กาหนดเส้นตรงและส่วนโคง้ AB เป็นเส้นตรงและส่วนโคง้ ท่ีตอ้ งการแบง่ คร่ึง
2. กางวงเวยี นรัศมี R (R จะตอ้ งยาวกวา่ 1/2 AB)
3. ใชจ้ ุด A และจุด B เป็นจุดศูนยก์ ลางเขียนส่วนโคง้ ตดั ดา้ นบนและล่าง จะไดจ้ ุดตดั C และ D
4. ลากเส้นตรงจากจุด C ไปยงั จุด D จะแบ่งคร่ึงเส้นตรงและส่วนโคง้ ออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กนั
รูปที่ 3.1 ข้นั ตอนการแบ่งคร่ึงเส้นตรงและส่วนโคง้
1.2 การแบ่งคร่ึงมุม (Bisecting an Angle)
วธิ ีการสร้าง
1. กาหนดใหม้ ุม BAC เป็นมุมท่ีตอ้ งการแบ่งคร่ึงมุม
2. ใชจ้ ุด A เป็นจุดศูนยก์ ลาง กางวงเวยี นรัศมีเกินคร่ึงเส้น AC และ AB เขียนส่วนโคง้ ตดั ท่ีจุด D
และ E
3. ใชจ้ ุด D และ E เป็นจุดศนู ยก์ ลางใชร้ ัศมีเดิมเขียนส่วนโคง้ ตดั จะไดจ้ ุดตดั F
4. ลากเส้นตรง AF เพื่อแบ่งคร่ึงมุม BAC
ไ ใบความรู้ หน้าที่
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่ 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ท่ี 4-5
รูปท่ี 3.2 ข้นั ตอนการแบง่ คร่ึงมุม
2. การเขียนเส้นขนาน (Drawing a Line Parallel)
2.1 การเขียนเส้นขนานกัน (Drawing a Line Parallel to a Line)
วธิ ีการสร้าง
1. กาหนดเส้นตรง AB และรัศมี R
2. กางวงเวยี นรัศมี R เขียนส่วนโคง้ ท่ีเส้น AB ระยะห่างระหวา่ งจุดพอประมาณ
3. ลากเส้นสมั ผสั ส่วนโคง้ จะไดเ้ ส้นตรง CD มีระยะห่างจากเส้น AB เทา่ กบั รัศมี R
รูปท่ี 3.3 ข้นั ตอนการเขียนเส้นขนานเส้นตรง
ไ ใบความรู้ หน้าท่ี
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ช่ือหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
2.2 การเขียนส่วนโค้งขนานกนั (Drawing an Arc Parallel to an Arc)
วธิ ีการสร้าง
1. กาหนดส่วนโคง้ AB และรัศมี R
2. กางวงเวยี นรัศมี R ใชจ้ ุดศนู ยก์ ลางบนส่วนโคง้ AB เขียนส่วนโคง้ ระยะห่างระหวา่ งจุดพอประมาณ
3. ลากเส้นสมั ผสั ส่วนโคง้ จะไดส้ ่วนโคง้ CD มีระยะห่างจากส่วนโคง้ AB เท่ากบั รัศมี R
รูปท่ี 3.4 ข้นั ตอนการสร้างส่วนโคง้ ใหข้ นานกบั ส่วนโคง้ ที่กาหนดให้
3. การสร้างรูปหลายเหลย่ี ม (Drawing a Polygon)
3.1 การสร้างรูปสามเหลยี่ มโดยกาหนดความยาวด้านสามด้าน (Drawing a Triangle by to fix Length side)
วธิ ีการสร้าง
กาหนดเส้นตรง AB, C และ D เป็นความยาวดา้ นของสามเหลี่ยม
1. ลากเส้นตรง AB ท่ีกาหนดให้ ใชจ้ ุด A เป็นจุดศูนยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมีเท่ากบั ความยาวของเส้น D
เขียนส่วนโคง้
2. ใชจ้ ุด B เป็นจุดศนู ยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมีเท่ากบั ความยาวเส้น C เขียนส่วนโคง้ จะไดจ้ ุดตดั E
3. ลากเส้นตรงจากจุด A ไปหาจุด E และลากเส้นตรงจากจุด B ไปหาจุด E จะไดส้ ามเหลี่ยม ABE
รูปท่ี 3.5 ข้นั ตอนการสร้างรูปสามเหลี่ยมโดยกาหนดความยาวดา้ นท้งั สามดา้ น
ไ ใบความรู้ หน้าที่
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ท่ี 4-5
3.2 การสร้างรูปสี่เหลย่ี มจัตุรัส (Drawing a Square)
1. การสร้างรูปสี่เหลยี่ มจัตุรัสด้วยบรรทดั สามเหลยี่ ม (Drawing a Square by Set Square)
วธิ ีการสร้าง
กาหนดให้ AB เป็นความยาวดา้ นของส่ีเหล่ียมจตั ุรัส
1. ใชบ้ รรทดั สามเหลี่ยมมุม 45 ลากเส้นตรงจากจุด A ไปยงั จุด C จะไดเ้ ส้นตรง AC เอียงมุม 45
2. ใชบ้ รรทดั สามเหลี่ยมมุม 45 ลากเส้นตรงจากจุด B ไปยงั จุด D จะไดเ้ ส้นตรง BD เอียงมุม 45
3. ใชบ้ รรทดั สามเหลี่ยมลากเส้นตรง AD และ BC ต้งั ฉากกบั เส้นตรง AB โดยเส้นตรง AD ตดั กบั เส้น
เอียง BD ท่ีจุด D และเส้นตรง BC ตดั กบั เส้นเอียง AC ที่จุด C
4. ลากเส้นตรง DC จะไดส้ ามเหล่ียมจตั ุรัสตามตอ้ งการ
รูปที่ 3.6 ข้นั ตอนการสร้างรูปสี่เหลี่ยมโดยใชบ้ รรทดั สามเหลี่ยม
2. การสร้างรูปสี่เหลย่ี มด้วยวงเวยี น (Drawing a Square by Compasses)
วธิ ีการสร้าง
กาหนดให้ AB เป็นความยาวดา้ นของสี่เหล่ียมจตั ุรัส
1. ใชจ้ ุด A เป็นจุดศูนยก์ ลาง กางวงเวยี นรัศมีพอประมาณ เขียนส่วนโคง้ ให้ตดั ท่ีจุด M และ N ใชจ้ ุด
M และ N เป็นจุดศนู ยก์ ลางกางรัศมี MN เขียนส่วนโคง้ ตดั กนั ที่จุด O ลากเส้นตรงจากจุด A ผา่ นจุด O ไปยงั
ดา้ นบน ใชจ้ ุด A เป็นจุดศนู ยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี AB เขียนส่วนโคง้ จากจุด B ไปยงั เส้นตรงท่ีลากจุด A ผา่ น
จุด O จะไดจ้ ุดตดั กนั ที่จุด C
2. ใชจ้ ุดA และจุด B เป็นจุดหมุนกางวงเวยี นรัศมี AB เขียนส่วนโคง้ ไปตดั กนั ที่จุด D ลากเส้นตรง CD
และ BD จะไดร้ ูปส่ีเหล่ียมจตั ุรัสตามตอ้ งการ
ไ ใบความรู้ หน้าท่ี
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
รูปที่ 3.7 ข้นั ตอนการสร้างรูปสี่เหลี่ยมโดยใชว้ งเวยี น
3.3 การสร้างรูปห้าเหล่ยี ม (Drawing a Pentagon)
วธิ ีการสร้าง
1. เขียนวงกลมรัศมีเท่ากบั OD
2. ใชจ้ ุด O เป็นศนู ยก์ ลางแบ่งคร่ึงรัศมี OD ท่ีจุด C
3. ใชจ้ ุด C เป็นศนู ยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี CA เขียนส่วนโคง้ ตดั เส้นศูนยก์ ลางท่ีจุด E
4. ใชจ้ ุด A เป็นศูนยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี AE เขียนส่วนโคง้ ตดั ที่จุด B จากน้นั ใชว้ งเวยี นรัศมีเดิม
เขียนส่วนโคง้ ตดั เส้นรอบวงของวงกลมออกเป็น 5 ส่วน โดยเร่ิมตน้ ท่ีจุด A
5. ลากเส้นตรงต่อจุดที่แบง่ ท้งั หมดจะไดร้ ูปหา้ เหลี่ยมตามตอ้ งการ
รูปที่ 3.8 ข้นั ตอนการสร้างรูปหา้ เหลี่ยม
ไ ใบความรู้ หน้าท่ี
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ช่ือหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
3.4 การสร้างรูปหกเหลยี่ ม (Drawing a Hexagon)
1. การสร้างรูปหกเหลี่ยมด้วยวงเวยี น (Drawing a Hexagon by Compasses)
วธิ ีการสร้าง
1. เขียนวงกลมรัศมีเท่ากบั OA
2. แบง่ วงกลมออกเป็ น 4 ส่วนเทา่ ๆ กนั ดว้ ยเส้นศูนยก์ ลาง
3. ใชจ้ ุด A และจุด B เป็นจุดศูนยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี AO และ BO ตามลาดบั เขียนส่วนโคง้ ตดั เส้น
รอบวงของวงกลมท่ีจุด C, D, E และ F ตามลาดบั
4. ลากเส้นตรงจากจุด A, B, C, D, E และ F จะไดร้ ูปหกเหล่ียมภายในวงกลมตามตอ้ งการ
รูปท่ี 3.9 ข้นั ตอนการสร้างรูปหกเหล่ียมโดยใชว้ งเวยี น
2. การสร้างรูปหกเหลีย่ มฉากสามเหลย่ี ม (Drawing a Hexagon by Set Square)
วธิ ีการสร้างรูปหกเหลย่ี มด้านเท่าภายในวงกลม a และ b
1. เขียนวงกลมรัศมีเทา่ กบั OA
2. แบ่งวงกลมออกเป็ น 4 ส่วนเท่า ๆ กนั ดว้ ยเส้นศูนยก์ ลาง จะไดจ้ ุดตดั A และ B
3. ลากเส้นตรงตดั จุดศูนยก์ ลางของวงกลม โดยทามุมเอียงกบั เส้นศูนยก์ ลาง 30 ตดั เส้นรอบวง จะได้
จุดตดั C, D, E และ F
4. ใชบ้ รรทดั สามเหล่ียมลากเส้นตรง AE, ED, DB, BF, FC และ AC จะไดร้ ูปหกเหล่ียมดา้ นเท่า
ภายในวงกลมตามตอ้ งการ
5. รูปหกเหลี่ยม b สร้างเช่นเดียวกนั กบั รูป a โดยเปล่ียนมุมที่ลากเส้นตรงผา่ นจุดศูนยก์ ลางเป็น 60
ไ ใบความรู้ หน้าที่
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่ 3
ช่ือหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
รูปที่ 3.10 ข้นั ตอนการสร้างรูปหกเหล่ียมภายในวงกลมโดยใชบ้ รรทดั สามเหลี่ยม
วธิ ีการสร้างรูปหกเหลยี่ มด้านเท่าภายนอกวงกลม c และ d
1. จากวงกลมท่ีกาหนดให้ ใชบ้ รรทดั สามเหลี่ยมมุม 30 ใชร้ ่วมกบั ไมท้ ีลากเส้นสัมผสั วงกลมจะได้
เส้นตรง AB และ AF จากน้นั ทาเช่นเดียวกนั กบั ส่วนบนของวงกลมไดเ้ ส้นตรง DC และ DE
2. ลากเส้นตรงต้งั ฉากจากจุด B ไปยงั จุด C และจากจุด E ไปยงั จุด F จะไดร้ ูปหกเหล่ียมดา้ นเท่า
ภายนอกวงกลมตามตอ้ งการ
3. รูปหกเหล่ียม d สร้างเช่นเดียวกนั กบั รูป c โดยเปล่ียนบรรทดั สามเหลี่ยมเป็นมุม 60
รูปที่ 3.11 ข้นั ตอนการสร้างรูปหกเหล่ียมภายในวงกลมโดยใชบ้ รรทดั สามเหลี่ยม
ไ ใบความรู้ หน้าท่ี
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ท่ี 4-5
3.5 การสร้างรูปเจ็ดเหลี่ยม (Drawing a Heptagon)
วธิ ีการสร้าง กาหนดให้ AB เป็นความยาวดา้ นของรูปเจด็ เหลี่ยมดา้ นเทา่
1. ลากเส้นตรงจากจุด A มาดา้ นซา้ ยใหย้ าวกวา่ เส้นตรง AB ใชจ้ ุด A เป็นจุดศูนยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี
AB เขียนส่วนโคง้ คร่ึงวงกลม แบง่ คร่ึงวงกลมออกเป็น 7 ส่วนเท่า ๆ กนั ลากเส้นตรงผา่ นจุด A ไปยงั จุดแบง่ ที่
1, 2, 3, 4, 5 และ 6
2. ใชจ้ ุด B และจุดท่ี 2 เป็นจุดศนู ยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี AB เขียนส่วนโคง้ ตดั ที่เส้น A6 ท่ีจุด C ตดั
เส้น A5 ท่ีจุด D ตดั เส้น A4 ที่จุด E และตดั เส้น A3 ท่ีจุด F
3. จากน้นั ลากเส้นตรงต่อจุด A2, 2F, FE, ED, DC และ CB จะไดร้ ูปเจด็ เหล่ียมดา้ นเท่าตามตอ้ งการ
รูปท่ี 3.12 ข้นั ตอนการสร้างรูปเจด็ เหล่ียม
3.6 การสร้างรูปแปดเหลี่ยม (Drawing an Octagon)
วธิ ีการสร้างรูปแปดเหลี่ยมด้านเท่าโดยใช้บรรทดั สามเหลีย่ ม
1. สร้างวงกลมขนาดตามตอ้ งการ ลากเส้นสัมผสั เส้นรอบวงท้งั แนวต้งั และแนวนอน
2. ใชบ้ รรทดั สามเหล่ียมมุม 45 องศา ลากเส้นสัมผสั เส้นรอบวงของวงกลม ซ่ึงจะไปตดั กบั เส้นสมั ผสั
วงกลมของวงกลมแนวต้งั และแนวนอน จะไดร้ ูปแปดเหล่ียมดา้ นเท่าตามตอ้ งการ
ไ ใบความรู้ หน้าที่
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
วธิ ีการสร้างรูปแปดเหลี่ยมด้านเท่าโดยใช้วงเวยี น
1. สร้างรูปส่ีเหล่ียมจตั ุรัส ABCD
2. ลากเส้นทแยงมุมท้งั ส่ีมุม จะไดเ้ ส้นทแยงมุมตดั กนั
3. ใชจ้ ุด A, B, C และ D เป็นจุดศนู ยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมีคร่ึงหน่ึงของเส้นทแยงมุม เขียนส่วนโคง้ ตดั
เส้นตรง AB, BC, CD และ DA
4. ลากเส้นตรงระหวา่ งจุดท่ีเขียนส่วนโคง้ ตดั กบั เส้นตรง จะไดร้ ูปแปดเหล่ียมดา้ นเทา่ ตามตอ้ งการ
รูปท่ี 3.13 ใชฉ้ ากสามเหล่ียม
รูปที่ 3.14 ใชว้ งเวยี น
ไ ใบความรู้ หน้าท่ี
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ช่ือหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
4. การสร้างส่วนโค้งสัมผสั (Drawing a Tangent Arc)
4.1 การสร้างส่วนโค้งสัมผสั มุมต้ังฉาก (Drawing a Tangent Arc in a Right Angle)
วธิ ีการสร้าง กาหนดมุม ABC เป็นมุมท่ีตอ้ งการสร้างส่วนโคง้ สมั ผสั
1. ใชจ้ ุด B เป็นจุดศูนยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี R เขียนส่วนโคง้ ตดั เส้น BA และ BC ท่ีจุด D และ F
2. ใชจ้ ุด D และ F เป็นจุดศูนยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี R เขียนส่วนโคง้ ตดั กนั ที่จุด E
3. ใชจ้ ุด E เป็นจุดศูนยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี R เขียนส่วนโคง้ สัมผสั มุม ABC ตามตอ้ งการ
รูปท่ี 3.15 ข้นั ตอนการสร้างส่วนโคง้ สัมผสั มุมที่ต้งั ฉากกนั
4.2 การสร้างส่วนโค้งสัมผสั มุมแหลมและมุมป้ าน (Drawing a Tangent Arc in a Acute Angle and Obtuse
Angle)
วธิ ีการสร้าง กาหนดมุม ABC เป็นมุมที่ตอ้ งการสร้างส่วนโคง้ สัมผสั
1. สร้างเส้นขนานกบั เส้น BA และ BC โดยมีรัศมีเท่ากบั รัศมีโคง้ R (ดูจากการสร้างเส้นขนาน
เส้นตรง)
2. ลากเส้นสัมผสั ส่วนโคง้ ท้งั สองเส้นจะไดจ้ ุดตดั กนั ท่ีจุด D
3. ใชจ้ ุด D เป็นจุดศูนยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี R เขียนส่วนโคง้ สัมผสั มุม ABC
ไ ใบความรู้ หน้าที่
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ช่ือหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
รูปที่ 3.16 ข้นั ตอนการสร้างส่วนโคง้ สมั ผสั มุมแหลมและมุมป้ าน
4.3 การเขยี นส่วนโค้งสัมผสั กบั ส่วนโค้งและเส้นตรง (Drawing a Tangent Arc to an Arc and a Line)
วธิ ีการสร้าง กาหนดส่วนโคง้ ที่ทราบจุดศูนยก์ ลาง รัศมีเทา่ กบั R และเส้นตรง AB
1. สร้างเส้นขนานเส้นตรง AB รัศมีโคง้ เทา่ กบั R จากน้นั ลากเส้นตรงขนานกบั เส้นตรง AB
2. เขียนส่วนโคง้ ขนานกบั ส่วนโคง้ เดิมรัศมี T จะไดจ้ ุดตดั ระหวา่ งเส้นตรงและส่วนโคง้ ที่จุด P
3. ใชจ้ ุด P เป็นจุดศนู ยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี R เขียนส่วนโคง้ สัมผสั ตามตอ้ งการ
รูปท่ี 3.17 ข้นั ตอนการสร้างส่วนโคง้ สัมผสั กบั ส่วนโคง้ และเส้นตรง
ไ ใบความรู้ หน้าที่
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ท่ี 4-5
4.4 การเขยี นส่วนโค้งสัมผสั ส่วนโค้งสองส่วนโค้ง (Drawing a Tangent Arc to Two Arcs)
4.1 วธิ ีการเขียนส่วนโค้งสัมผัสใน (Drawing a Tangent Arc to Inner Two Arcs)
1. กาหนดวงกลม A1 และA2 รัศมี Ri สาหรับเขียนส่วนโคง้ สัมผสั วงกลม
2. ใชจ้ ุด A1 เป็นจุดศูนยก์ ลาง กางวงเวยี นรัศมี Ri+ r1 เขียนส่วนโคง้ และใชจ้ ุด A2 เป็นจุดศนู ยก์ ลาง
กางวงเวยี นรัศมี Ri+ r2 เขียนส่วนโคง้ ตดั กนั จะไดจ้ ุดตดั B
3. ใชจ้ ุด B เป็นจุดศูนยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี Ri เขียนส่วนโคง้ สัมผสั ในวงกลม A1 และ A2
รูปท่ี 3.18 การเขียนส่วนโคง้ สัมผสั ส่วนโคง้ สองส่วนโคง้ แบบสมั ผสั ใน
4.2 วธิ ีการเขียนส่วนโค้งสัมผัสนอก (Drawing a Tangent Arc to Enclose Two Arcs)
1. กาหนดวงกลม A1 และ A2 รัศมี Re สาหรับเขียนส่วนโคง้ สัมผสั วงกลม
2. ใชจ้ ุด A1 เป็นจุดศูนยก์ ลาง กางวงเวยี นรัศมี Re- r1 เขียนส่วนโคง้ และใชจ้ ุด A2 เป็นจุดศูนยก์ ลาง
กางวงเวยี นรัศมี Re- r2 เขียนส่วนโคง้ ตดั กนั จะไดจ้ ุดตดั C
3. ใชจ้ ุด C เป็นจุดศนู ยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี Re เขียนส่วนโคง้ สมั ผสั นอกวงกลม A1 และ A2
รูปท่ี 3.19 การเขียนส่วนโคง้ สัมผสั ส่วนโคง้ สองส่วนโคง้ แบบสัมผสั นอก
ไ ใบความรู้ หน้าที่
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่ 3
ช่ือหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ท่ี 4-5
4.3 วธิ ีการเขียนส่วนโค้งสัมผัสในและสัมผสั นอก (Drawing a Tangent Arc to Inner and Enclose
Two Arcs)
1. กาหนดวงกลม A1 และ A2 รัศมี R สาหรับเขียนส่วนโคง้ สัมผสั วงกลม
2. ใชจ้ ุด A1 เป็นจุดศูนยก์ ลาง กางวงเวยี นรัศมี R+ r1 เขียนส่วนโคง้ และใชจ้ ุด A2 เป็นจุดศนู ยก์ ลาง
กางวงเวยี นรัศมี R- r2 เขียนส่วนโคง้ ตดั กนั จะไดจ้ ุดตดั D
3. ใชจ้ ุด D เป็นจุดศูนยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี R เขียนส่วนโคง้ สมั ผสั นอกวงกลม A1 และ A2
รูปที่ 3.20 การเขียนส่วนโคง้ สัมผสั ส่วนโคง้ สองส่วนโคง้ แบบสัมผสั ในและสัมผสั นอก
5. การเขียนวงรี (Drawing an Ellipse)
1. การเขียนวงรีโดยการประมาณการจุดศูนย์กลาง (Approximate Methods of Drawing an Ellipse)
วธิ ีการสร้าง
1. ลากเส้นตรงจากจุด A ไปยงั จุด C และลากเส้นตรงต่อจากจุด C ข้ึนไปตามแนวดิ่งพอประมาณ
2. ใชจ้ ุด O เป็นจุดศูนยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี OA เขียนส่วนโคง้ ตดั ที่จุด E และใชจ้ ุด C เป็นจุด
ศนู ยก์ ลาง กางวงเวยี นรัศมี CE เขียนส่วนโคง้ ตดั ท่ีจุด F
3. ใชจ้ ุด A และจุด F เป็นจุดศูนยก์ ลางกางวงเวยี นรัศมี AF เขียนส่วนโคง้ แบง่ คร่ึงเส้นตรง AF ได้
จุดตดั ที่จุด G และ H จากน้นั ลากเส้นตรงจากจุด G ผา่ นจุด H ไปยงั เส้นตรงแนวดิ่ง จะไดจ้ ุดตดั K และ J
4. จุด K เป็นจุดศูนยก์ ลางของส่วนโคง้ เล็กและจุด J เป็นจุดศนู ยก์ ลางของส่วนโคง้ ใหญส่ าหรับสร้าง
วงรี
5. จุด L และจุด M กระทาเช่นเดียวกนั กบั จุด K และ J
ไ ใบความรู้ หน้าท่ี
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
รูปที่ 3.21 ข้นั ตอนการสร้างวงรีโดยการประมาณการจุดศูนยก์ ลาง
2. การสร้างวงรีโดยใช้ส่ีเหลย่ี มผนื ผ้า (Drawing an Ellipse by a Rectangular)
วธิ ีการสร้าง กาหนดใหส้ ี่เหล่ียมผนื ผา้ ยาว AB กวา้ ง CD
1. แบ่งสี่เหล่ียมผนื ผา้ ออกเป็ นสี่ส่วนเท่ากนั โดยลากเส้นตรง AB และ CD
2. แบง่ เส้น AE ออกเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กนั ลากเส้นจากจุด C ไปยงั จุดท่ีแบง่ บนเส้น AE จะไดเ้ ส้น C1,
C2 และ C3 และแบง่ เส้น AO ออกเป็ น 4 ส่วนเทา่ ๆ กนั ลากเส้นจากจุด D ผา่ นจุดท่ีแบ่งบนเส้น AO ไปยงั เส้น
C1, C2 และ C3 ตามลาดบั จะไดเ้ ส้น D1, D2 และ D3 โดยจุดตดั ของเส้นจะเป็นทางเดินของเส้นรอบ
วงของวงรี
3. เขียนส่วนโคง้ โดยใชบ้ รรทดั ส่วนโคง้ เขียนตามจุดตดั จะไดว้ งรีตามตอ้ งการ
รูปท่ี 3.22 ข้นั ตอนการสร้างวงรีโดยใชส้ ี่เหลี่ยมผนื ผา้
ไ ใบความรู้ หน้าท่ี
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
3. การสร้างวงรีด้วยวงกลมร่วมศูนย์ (Drawing an Ellipse by a Concentric Circles)
วธิ ีการสร้าง กาหนดใหว้ งกลม AB และ CD
1. แบ่งวงกลม 2 วงเป็น 12 ส่วน โดยใชบ้ รรทดั สามเหล่ียมมุม 30 องศา และ 60 องศา
2. ลากเส้นตดั กนั ที่จุดที่ 1 และ 1’ จะไดจ้ ุด E จุดที่ 2 , 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11 ทาเช่นเดียวกนั กบั จุดท่ี
1 และ 1’ จะไดจ้ ุด F, G, H, I, J, K และ L
3. ใชบ้ รรทดั ส่วนโคง้ ลากเส้นสัมผสั จากจุด A, B, C, D, E, F, G, H, I, J, K และ L
รูปที่ 3.23 ข้นั ตอนการสร้างวงรีดว้ ยวงกลมร่วมศูนย์
ไ แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน้าที่
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่ 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
คาชี้แจง จงเลือกคาตอบที่ถูกที่สุดเพยี งคาตอบเดียว
1. Bisecting on Object หมายถึง
ก. การสร้างรูปหลายเหล่ียม ข. การเขียนวงรี
ค. การแบ่งคร่ึงวตั ถุ ง. การสร้างส่วนโคง้ สมั ผสั
2. ขอ้ ใดเป็นการเริ่มตน้ การแบ่งคร่ึงวตั ถุ
ก. กาหนดเส้นตรงและส่วนโคง้
ข. ใชจ้ ุด เป็นจุดศนู ยก์ ลางเขียนส่วนโคง้
ค. กาหนดมุม ABC เพ่ือแบ่งคร่ึง
ง. ลากเส้นตรง แบ่งคร่ึงเส้นตรงและส่วนโคง้
3. การลากเส้นขนานควรสร้างรัศมี R หรือไม่ เพราะเหตุใด
ก. ควร เพราะ เส้นรัศมี R ใชก้ าหนดจุดสมั ผสั
ข. ควร เพราะ เส้นรัศมี R ใชก้ าหนดจุดสมั ผสั
ค. ไมค่ วร เพราะ การสร้างเส้นรัศมี R เป็นการกาหนดส่วนโคง้
ง. ไม่ควร เพราะ การสร้างเส้นรัศมี R ใชใ้ นการแบ่งคร่ึงวงกลม
4. จากภาพขอ้ ใดเป็นการเร่ิมตน้ สร้างเส้นขนาน
ก. ข.
ค. ง.
5. การสร้างรูปสามเหลี่ยมหลายดา้ นควรกาหนดเส้นตรงลกั ษณะใด
ก. กาหนดเส้นตรง A B ข. กาหนดเส้นตรง A B C
ค. กาหนดเส้นตรง A B C D ง. กาหนดเส้นตรง A B C D E
6. ขอ้ ใดเป็นการสร้างรูปสี่เหล่ียมจตั ุรัส
ก. Drawing Polygon ข. Drawing a Square
ค. Drawing Bisecting ง. Drawing a line Square
ไ แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน้าท่ี
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
7.การสร้างรูปส่ีเหลี่ยมควรใชไ้ มบ้ รรทดั ชนิดใด
ก. บรรทดั สามเหลี่ยม มุม 35° ข. บรรทดั สามเหล่ียม มุม 45°
ค. บรรทดั สามเหลี่ยม มุม 60° ง. บรรทดั สามเหลี่ยม มุม 90°
8. การสร้างรูปส่ีเหล่ียมดว้ ยวงเวยี น ควรเขียนส่วนโคง้ ใหต้ ิดกบั จุดใดบา้ ง
ก. A B และ C ข. A B และ N
ค. C และ D ง. O และ D
9. การสร้างรูปหา้ เหลี่ยม ควรใชว้ งเวยี นเขียนติดเส้นรอบวงก่ีส่วน
ก. 4 ส่วน ข. 5 ส่วน
ค. 6 ส่วน ง. 7 ส่วน
10. การสร้างรูปหกเหล่ียม แบ่งวงกลมเป็นก่ีส่วน
ก. 4 ส่วน ข. 5 ส่วน
ค. 6 ส่วน ง. 7 ส่วน
11. การสร้างรูปเจด็ เหล่ียม ควรลากเส้นตรงผา่ นจุด A ไปยงั จุดแบง่ ใดบา้ ง
ก. 1 , 2 และ 3 ข. 1 , 2 , 3 และ 4
ค. 1 , 2 , 3 , 4 และ 5 ง. 1 , 2 , 3 , 4 , 5 และ 6
12. การสร้างรูปแปดเหล่ียมดา้ นเทา่ ควรทาอยา่ งไร
ก. สร้างเส้น A B ลากเส้นตรงต่อจุดไปยงั จุดแบ่ง 1, 2, 3, 4 จากน้นั ลากเส้นตรงต่อจุด A1, B2, C3, D4
จะไดร้ ูปแปดเหลี่ยม
ข. สร้างวงกลมรัศมี OA ลากเส้นสัมผสั รอบวงแนวต้งั แนวนอนใช้บรรทดั สามเหลี่ยม มุม 45°
ลากเส้นสัมผสั วงกลมจะไดร้ ูปแปดเหล่ียม
ค. สร้างวงกลมรัศมี OA แบ่งวงกลมออกเป็ น 4 ส่วน ลากเส้นตรงตดั จุดศูนยก์ ลางของวงกลมใช้
บรรทดั สามเหลี่ยมลากเส้นตรงตามจุดสัมผสั
ง. กาหนดมุม A B C แบ่งคร่ึง กางวงเวยี นรัศมีเกินคร่ึงเส้น AC และ AB เขียนส่วนโคง้ ติดจุดลากเส้น
ตรงตามจุดตดั
13. การสร้างส่วนโคง้ สมั ผสั มุมต้งั ฉากควรกาหนดจุดศูนยก์ ลางท่ีจุดใด
ก. จุด B ข. จุด C
ค. จุด D ง. จุด E
ไ แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ หน้าท่ี
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ท่ี 4-5
14. การสร้างส่วนโคง้ สัมผสั มุมแหลมและมุมป้ านกาหนดมุมก่ีมุม
ก. 2 มุม คือ A และ B ข. 2 มุม คือ B และ D
ค. 3 มุม คือ A B และ C ง. 3 มุม คือ A B และ D
15. การเขียนส่วนโคง้ สมั ผสั กบั ส่วนโคง้ เส้นตรงควรกาหนดจุดใดเป็ นจุดศูนยก์ ลาง
ก. จุด A ข. จุด O
ค. จุด T ง. จุด P
16. การเขียนส่วนโคง้ สัมผสั นอก ควรใชจ้ ุดใดเป็นจุดศนู ยก์ ลาง
ก. จุด A1 ข. จุด A2
ค. จุด Re-re1 ง. จุด Re-re2
17. การสร้างวงรีดว้ ยวงกลมรวมศูนย์ ควรใชบ้ รรทดั ส่วนโคง้ ลากเส้นสัมผสั จากจุดใดถึงจุดใด
ก. A, B, C, D และ E ข. A, B, C, D, E , F และ G
ค. A, B, C, D, E , F, G, H และ I ง. A, B, C, D, E , F, G, H, I, J, K และ L
18. การสร้างวงรีโดยใชส้ ี่เหล่ียมผนื ผา้ กาหนดจุดใดเป็นความกวา้ ง
ก. A และ B ข. B และ C
ค. C และ D ง. D และ E
19. จากขอ้ 18 ควรแบง่ สี่เหลี่ยมผนื ผา้ เป็นก่ีส่วน
ก. 4 ส่วนเทา่ ๆ กนั ข. 5 ส่วนเท่า ๆ กนั
ค. 6 ส่วนเท่า ๆ กนั ง. 7 ส่วนเท่า ๆ กนั
20. ขอ้ ใดไม่ใช่วธิ ีการเขียนส่วนโคง้ สัมผสั ส่วนโคง้ สองส่วน
ก. กาหนดวงกลม A1 และ A2 ข. กางวงเวยี นรัศมี Ri+ri1
ค. ใชจ้ ุด A เป็นจุดศูนยก์ ลาง ง. ใชจ้ ุด B เป็นจุดศูนยก์ ลาง
ไ เฉลยแบบประเมินผลการเรียนรู้ หน้าท่ี
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ช่ือหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ท่ี 4-5
คาชี้แจง จงเลือกคาตอบท่ีถูกที่สุดเพียงคาตอบเดียว
1. ค. การแบ่งคร่ึงวตั ถุ
2. ก. กาหนดเส้นตรงและส่วนโคง้
3. ก. ควร เพราะ เส้นรัศมี R ใชก้ าหนดจุดสัมผสั
4. ข.
5. ค. กาหนดเส้นตรง A B C D
6. ข. Drawing a Square
7. ข. บรรทดั สามเหล่ียม มุม 45°
8. ง. O และ D
9. ข. 5 ส่วน
10. ก. 4 ส่วน
11. ง. 1 , 2 , 3 , 4 , 5 และ 6
12. ข. สร้างวงกลมรัศมี OA ลากเส้นสัมผสั รอบวงแนวต้งั แนวนอนใช้บรรทดั สามเหล่ียม มุม 45°
ลากเส้นสมั ผสั วงกลมจะไดร้ ูปแปดเหลี่ยม
13. ก. จุด B
14. ค. 3 มุม คือ A B และ C
15. ง. จุด P
16. ก. จุด A1
17. ง. A, B, C, D, E , F, G, H, I, J, K และ L
18. ค. C และ D
19. ก. 4 ส่วนเทา่ ๆ กนั
20. ข. กางวงเวยี นรัศมี Ri+ri1
ใบงานท่ี 3.1 หน้าที่
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
1. จากเส้นตรง AB ท่ีกาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการแบ่ง 2. จากส่วนโคง้ ABC ท่ีกาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการ
เส้นตรง AB ออกเป็น 2 ส่วนเทา่ ๆ กนั โดยใชว้ งเวยี น แบ่งมุม ABC ออกเป็ น 2 ส่วนเทา่ ๆ กนั โดยใชว้ ง
เวยี น
3. จากเส้นตรง AB ที่กาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการเขียน 4. จากส่วนโคง้ AB ท่ีกาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการ
เส้นตรงใหข้ นานกบั เส้นตรง AB โดยใชว้ งเวยี นใหม้ ี เขียนส่วนใหข้ นานกบั ส่วนโคง้ AB โดยใชว้ งเวยี น
ระยะห่าง 20 มม. ใหม้ ีระยะห่าง 20 มม.
ใบงานท่ี 3.2 หน้าที่
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่ 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ท่ี 4-5
1. จากเส้นตรง AB ที่กาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการสร้าง 2. จากเส้นตรง AB เส้นตรง C และ D ท่ีกาหนดให้
รูปสามเหล่ียมดา้ นเทา่ โดยใชว้ งเวยี น จงแสดงวธิ ีสร้างสามเหล่ียมโดยกาหนดความยาว
ดา้ นสามดา้ นโดยใชว้ งเวยี น
3. จากเส้นตรง AB ที่กาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการเขียน 4. จากเส้นตรง AB ที่กาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการเขียน
รูปส่ีเหล่ียมจตั ุรัส ใหม้ ีความยาวดา้ นเทา่ กบั เส้นตรง รูปสี่เหล่ียมจตั ุรัส ใหม้ ีความยาวดา้ นเทา่ กบั เส้นตรง
AB โดยใชบ้ รรทดั สามเหล่ียม AB โดยใชว้ งเวยี น
ใบงานท่ี 3.2 (ต่อ) หน้าที่
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ช่ือหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ท่ี 4-5
5. จากวงกลมท่ีกาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการเขียนรูปหา้ 6. จากวงกลมที่กาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการเขียนรูป
เหลี่ยมดา้ นเทา่ โดยใชว้ งเวยี น หกเหลี่ยมดา้ นเทา่ ภายในวงกลมโดยใชว้ งเวยี นและ
บรรทดั สามเหลี่ยมร่วมกนั
7. จากเส้นตรง AB ที่กาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการเขียน 8. จากเส้นตรง AB ที่กาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการเขียน
รูปเจด็ เหล่ียมดา้ นเทา่ ใชบ้ รรทดั วงเวยี น รูปแปดเหล่ียมดา้ นเทา่ โดยใชว้ งเวยี น
ใบงานที่ 3.3 หน้าท่ี
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่ 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
1. จากเส้นตรง AB และเส้นตรง BC ท่ีกาหนดให้ จงเขียนส่วนโคง้ สัมผสั โดยใหม้ ีรัศมีโคง้ เทา่ กบั 18 มม.
2. จากแบบงานท่ีกาหนดให้ จงเขียนส่วนโคง้ สัมผสั กบั ส่วนโคง้ และเส้นตรง ตามตวั อยา่ งที่กาหนดให้
ใบงานท่ี 3.3 (ต่อ) หน้าที่
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่ 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
3. จากแบบงานที่กาหนดให้ จงเขียนส่วนโคง้ สมั ผสั กบั วงกลมท้งั 2 วง ตามตวั อยา่ งที่กาหนดให้
รูปตวั อยา่ ง
4. จากแบบงานที่กาหนดให้ จงเขียนส่วนโคง้ สัมผสั กบั วงกลมท้งั 2 วง ตามตวั อยา่ งที่กาหนดให้
รูปตวั อยา่ ง
ใบงานที่ 3.4 หน้าที่
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ช่ือหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ท่ี 4-5
1. กาหนดให้ AB เป็นขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางหลกั และ CD เป็นขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางรอง จงเขียนวงรี
โดยใชว้ งกลม 2 วง
2. กาหนดให้ AB เป็นขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางหลกั และ CD เป็นขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางรอง จงเขียนวงรี
โดยวธิ ีประมาณจุดศูนยก์ ลาง
เฉลยใบงานที่ 3.1 หน้าที่
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
1. จากเส้นตรง AB ท่ีกาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการแบง่ 2. จากส่วนโคง้ ABC ท่ีกาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการ
เส้นตรง AB ออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กนั โดยใชว้ งเวยี น แบง่ มุม ABC ออกเป็ น 2 ส่วนเทา่ ๆ กนั โดยใชว้ ง
เวยี น
3. จากเส้นตรง AB ท่ีกาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการเขียน 4. จากส่วนโคง้ AB ท่ีกาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการ
เส้นตรงใหข้ นานกบั เส้นตรง AB โดยใชว้ งเวยี นใหม้ ี เขียนส่วนใหข้ นานกบั ส่วนโคง้ AB โดยใชว้ งเวยี น
ระยะห่าง 20 มม. ใหม้ ีระยะห่าง 20 มม.
เฉลยใบงานที่ 3.2 หน้าท่ี
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่ 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
1. จากเส้นตรง AB ที่กาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการสร้าง 2. จากเส้นตรง AB เส้นตรง C และ D ท่ีกาหนดให้
รูปสามเหลี่ยมดา้ นเทา่ โดยใชว้ งเวยี น จงแสดงวธิ ีสร้างสามเหลี่ยมโดยกาหนดความยาว
ดา้ นสามดา้ นโดยใชว้ งเวยี น
3. จากเส้นตรง AB ที่กาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการเขียน 4. จากเส้นตรง AB ที่กาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการเขียน
รูปส่ีเหล่ียมจตั ุรัส ใหม้ ีความยาวดา้ นเทา่ กบั เส้นตรง รูปสี่เหล่ียมจตั ุรัส ใหม้ ีความยาวดา้ นเทา่ กบั เส้นตรง
AB โดยใชบ้ รรทดั สามเหล่ียม AB โดยใชว้ งเวยี น
เฉลยใบงานท่ี 3.2 (ต่อ) หน้าที่
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
5. จากวงกลมท่ีกาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการเขียนรูปหา้ 6. จากวงกลมที่กาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการเขียนรูป
เหลี่ยมดา้ นเท่าโดยใชว้ งเวยี น หกเหล่ียมดา้ นเท่าภายในวงกลมโดยใชว้ งเวยี นและ
บรรทดั สามเหล่ียมร่วมกนั
7. จากเส้นตรง AB ที่กาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการเขียน 8. จากเส้นตรง AB ที่กาหนดให้ จงแสดงวธิ ีการเขียน
รูปเจด็ เหลี่ยมดา้ นเทา่ ใชบ้ รรทดั วงเวยี น รูปแปดเหล่ียมดา้ นเท่า โดยใชว้ งเวยี น
เฉลยใบงานที่ 3.3 หน้าที่
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
1. จากเส้นตรง AB และเส้นตรง BC ท่ีกาหนดให้ จงเขียนส่วนโคง้ สมั ผสั โดยใหม้ ีรัศมีโคง้ เทา่ กบั 18 มม.
2. จากแบบงานท่ีกาหนดให้ จงเขียนส่วนโคง้ สมั ผสั กบั ส่วนโคง้ และเส้นตรง ตามตวั อยา่ งท่ีกาหนดให้
เฉลยใบงานท่ี 3.3 (ต่อ) หน้าที่
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่ 3
ช่ือหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ที่ 4-5
3. จากแบบงานที่กาหนดให้ จงเขียนส่วนโคง้ สัมผสั กบั วงกลมท้งั 2 วง ตามตวั อยา่ งที่กาหนดให้
4. จากแบบงานที่กาหนดให้ จงเขียนส่วนโคง้ สมั ผสั กบั วงกลมท้งั 2 วง ตามตวั อยา่ งท่ีกาหนดให้
เฉลยใบงานท่ี 3.4 หน้าที่
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่ 3
ชื่อหน่วย. การสร้างรูปเรขาคณติ จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การสร้างรูปเรขาคณิต สัปดาห์ท่ี 4-5
1. กาหนดให้ AB เป็นขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางหลกั และ CD เป็นขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางรอง จงเขียนวงรี
โดยใชว้ งกลม 2 วง
2. กาหนดให้ AB เป็นขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางหลกั และ CD เป็นขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางรอง จงเขียนวงรี
โดยวธิ ีประมาณจุดศูนยก์ ลาง
ไ ใบความรู้ รหสั วชิ า.2100-1001
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 4
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) สัปดาห์ท่ี 5-7
หน่วยท่ี 4
การกาหนดขนาดของมติ ิ (Dimensioning)
แนวคดิ
การกาหนดขนาดของมิติมีจุดมงุ่ หมายที่จะแสดงสดั ส่วนและขนาดตา่ ง ๆ ของแบบงาน โดยจะตอ้ งคานึงถึงข้นั ตอน
การทางาน การวดั และตรวจสอบ หนา้ ท่ีและตาแหน่งของแบบงานน้นั ๆ เพ่อื ช่วยใหก้ ารทางานสะดวกรวดเร็ว ดงั น้นั ผเู้ ขียน
แบบจึงควรทราบวธิ ีการกาหนดขนาดของมติ ิท่ีเป็ นมาตรฐานสากลและใชส้ ญั ลกั ษณ์ตา่ ง ๆ ในการกาหนดขนาดของมิติได้
ถกู ตอ้ ง
สาระการเรียนรู้
1. เสน้ กาหนดขนาดเสน้ ช่วยกาหนดขนาด
2. หวั ลกู ศรกาหนดขนาด
3. การกาหนดขนาดชิ้นงาน
4. การใชส้ ญั ลกั ษณ์สี่เหลี่ยมจตั ุรัสและเสน้ ทแยงมุม
5. การกาหนดขนาดมุม
6. ขอ้ กาหนดในการกาหนดขนาดอื่น ๆ
จุดประสงค์การเรียนรู้
เม่ือผเู้ รียนศึกษาบทเรียนน้ีจบแลว้ นกั เรียนสามารถ
1. บอกลกั ษณะการใชเ้ สน้ กาหนดขนาดและเสน้ ช่วยกาหนดขนาดได้
2. บอกลกั ษณะการใชต้ วั อกั ษรกาหนดขนาดได้
3. บอกวธิ ีการกาหนดขนาดความยาวได้
4. บอกวธิ ีการกาหนดขนาดชิ้นงานกลม ทรงกระบอกและส่วนโคง้ ได้
5. บอกวธิ ีการกาหนดขนาดชิ้นงานเรียวได้
6. บอกวธิ ีการใชส้ ญั ลกั ษณ์สี่เหลี่ยมจตั ุรัสและเสน้ ทแยงมุมได้
7. บอกวธิ ีการกาหนดขนาดมุมได้
ไ ใบความรู้ รหัสวชิ า.2100-1001
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 4
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) สัปดาห์ที่ 5-7
1. เส้นกาหนดขนาด (Dimension Lines)
1. เสน้ กาหนดขนาดเป็นเสน้ เตม็ บาง จะตอ้ งขนานและ
มีความยาวเท่ากบั ขนาดของชิ้นงาน
2. เสน้ กาหนดขนาดเสน้ แรกควรห่างจากขอบรูปของ
ชิ้นงาน 10 มม. เสน้ กาหนดขนาดเสน้ ถดั ไปที่ขนาน
กนั ควรห่างจากเสน้ แรก 7 มม.
3. ถา้ เขียนเสน้ กาหนดขนาดภายนอกชิ้นงานไม่ได้ ก็
ใหเ้ ขียนภายในชิ้นงานได้ เพอื่ ใหม้ ีความเหมาะสม
และง่ายในการอ่านแบบงาน
4. เสน้ กาหนดขนาดที่มีขนาดส้นั ท่ีสุดควรอยใู่ กลแ้ บบ
งานท่ีสุด เพอ่ื ไม่ใหเ้ สน้ ช่วยกาหนดขนาดและเสน้
กาหนดขนาดตดั กนั
2. เส้นช่วยกาหนดขนาด (Extension Lines)
5. เสน้ ช่วยกาหนดขนาดเป็นเสน้ เตม็ บาง เขียนต้งั ฉาก
กบั เสน้ กาหนดขนาดและเสน้ ขอบรูปที่กาหนดขนาด
6. ในกรณีท่ีไม่สามารถเขียนต้งั ฉากได้ ใหเ้ ขียนเอียงมุม
60 กบั เสน้ ขอบรูป เชน่ ขนาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางเรียว
7. เสน้ ช่วยกาหนดขนาดควรลากใหเ้ ลยปลายหวั ลูกศร
กาหนดขนาด 2 มม.
8. เสน้ ช่วยกาหนดขนาดไมค่ วรลากผา่ นจากภาพดา้ น
หน่ึงไปยงั ภาพอีกดา้ นหน่ึง
9. หา้ มใชเ้ สน้ ศูนยก์ ลางเป็ นเสน้ ช่วยกาหนดขนาด ถา้ จะ
กาหนดขนาดในแนวศูนยก์ ลางชิ้นงาน ใหล้ ากเสน้
ช่วยกาหนดขนาดต่อจากเสน้ ศูนยก์ ลาง แลว้ จึง
กาหนดขนาดแบบงาน
ไ ใบความรู้ รหสั วชิ า.2100-1001
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 4
ชื่อหน่วย. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) สัปดาห์ท่ี 5-7
3. หัวลูกศรกาหนดขนาด (Arrow Heads)
10. หวั ลกู ศรกาหนดขนาดเป็ นหวั ลกู ศรแบบปลายปิ ด
ระบายดาทึบมมุ 15 ความยาวของหวั ลูกศร
ประมาณ 5 เท่าของกลุม่ เสน้ หรือ 5d ดงั น้นั
หวั ลกู ศรกาหนดขนาดจะมีความยาวเท่ากบั
5 x 0.5 = 2.5 มม.
11. ขนาดกาหนดที่มีขนาดมากกวา่ 10 มม. ใหเ้ ขียนหวั
ลกู ศรกาหนดขนาดอยภู่ ายในเสน้ ช่วยกาหนดขนาด
แต่ถา้ ขนาดกาหนดนอ้ ยกวา่ 10 มม. ใหเ้ ขียนลกู ศร
กาหนดขนาดภายนอกเสน้ ช่วยกาหนดขนาด
12. หวั ลกู ศรกาหนดขนาดใหเ้ ขียนจรดกบั เสน้ ช่วย
กาหนดขนาดและเสน้ ขอบรูปได้ แตต่ อ้ งไมจ่ รดกบั
มมุ ของเสน้ ขอบรูป
13. ในกรณีที่เสน้ ขอบรูปทบั หวั ลกู ศรกาหนดขนาดให้
ตดั เสน้ ขอบรูปเพอื่ เป็นช่วงวา่ งสาหรับหวั ลกู ศร
กาหนดขนาด