ไ ใบความรู้ หน้าท่ี
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 6
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพสามมติ ิ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) สัปดาห์ท่ี 10-11
ข้นั ตอนการสร้างวงรีในภาพออบลกิ
1. สร้างรูปส่ีเหลี่ยมขนมเปี ยกปูนให้มีขนาดความยาว และความกวา้ ง เท่ากบั เส้นผ่าน
ศนู ยก์ ลางของวงกลม กาหนดใหจ้ ุดท่ี 1, 2, 3, และ 4 เป็นจุดแบง่ คร่ึงของสี่เหล่ียม
2. ที่จุดที่ 1 และจุดท่ี 3 ลากเส้นต้งั ฉากใหเ้ ลยรูปสี่เหลี่ยมพอประมาณ
3. ท่ีจุดที่ 2 และจุดที่ 4 ลากเส้นต้งั ฉากใหเ้ ลยรูปสี่เหล่ียมจะไดจ้ ุดตดั O, P, Q, และ R
4. ใชจ้ ุด Q และจุด R เป็ นจุดศูนยก์ ลางของส่วนโคง้ เล็ก และใชจ้ ุด O และจุด P เป็ นจุด
ศูนยก์ ลางของส่วนโคง้ ใหญ่ จะไดว้ งรีในภาพออบลิกตามขนาดตอ้ งการ
รูปที่ 6.12 ลกั ษณะของวงรีในภาพออบลิก
รูปที่ 6.13 ข้นั ตอนการสร้างวงรีในภาพออบลิก
ไ ใบความรู้ หน้าท่ี
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 6
ชื่อหน่วย. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) สัปดาห์ท่ี 10-11
4. การกาหนดขนาดภาพสามมติ ิ (Pictorial Dimensioning)
ในการเขียนภาพสามมิติ กจ็ ะตอ้ งกาหนดขนาดเช่นเดียวกนั กบั การเขียนภาพฉาย แต่มีขอ้ ควรระวงั ใน
การกาหนดขนาดในภาพสามิติคือ ขนาดความลึกของภาพสามิติบางชนิดที่เขียนโดยไม่ไดใ้ ชค้ วามลึกจริงของ
ชิ้นงาน การกาหนดขนาดความลึกจะตอ้ งกาหนดขนาดจริงของชิ้นงานเทา่ น้นั ไม่ใช่ขนาดท่ีนามาเขียนแบบ
การกาหนดขนาดภาพสามิติมีหลกั การท่ีสาคญั ดงั น้ี
1. การกาหนดขนาดจะตอ้ งกาหนดดา้ นที่เห็นไดช้ ดั เจนที่สุด
2. เส้นช่วยกาหนดขนาด (Extension Line) ตอ้ งลากออกจากเส้นขอบรูปที่ตอ้ งการกาหนดขนาด
3. เส้นกาหนดขนาด (Dimension Line) ตอ้ งขนานกบั เส้นแกนของภาพสามมิติ เขียนหัวลูกศรแบบ
ปลายปิ ดระบายดาทึบ ท่ีปลายเส้นท้งั สองขา้ ง (ในบางกรณีอาจมีหวั ลูกศรขา้ งเดียวกไ็ ด)้
4. การกาหนดขนาดความลึกของรู และความสูงของทรงกระบอก จะตอ้ งกาหนดจากศูนยก์ ลางของรู
และทรงกระบอก
5. การกาหนดขนาดเส้นผ่านศูนยก์ ลางของรูและทรงกระบอก เส้นกาหนดขนาดตอ้ งขนานกบั เส้น
แกนของภาพสามมิติ
6. การเขียนตวั เลขกาหนดขนาดจะตอ้ งเขียนให้อ่านไดจ้ ากทางขวามือ และเขียนไวเ้ หนือเส้นกาหนด
ขนาดประมาณ 1-2 มม.
7. การกาหนดขนาดในภาพสามมิติ บางคร้ังอาจตอ้ งแสดงตาแหน่งรูเจาะหลาย ๆ รู ให้ใช้เส้นช้ีโยง
กาหนดขนาด เช่น 5-2Holes, 4-M6 และ 6.5Thru C’bore 11-6Deep เป็นตน้
8. การกาหนดขนาดรัศมีของส่วนโคง้ วงกลม จะตอ้ งเขียนตวั R กากบั หนา้ ตวั กาหนดขนาดดว้ ย
ไ ใบความรู้ หน้าที่
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 6
ชื่อหน่วย. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) สัปดาห์ท่ี 10-11
รูปที่ 6.14 ตวั อยา่ งการกาหนดขนาดภาพสามมิติ
ไ แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ หน้าที่
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 6
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพสามมติ ิ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) สัปดาห์ท่ี 10-11
คาชี้แจง จงเลือกคาตอบที่ถูกท่ีสุดเพยี งคาตอบเดียว
1. ขอ้ ใดเป็นภาพสามมิติที่มีแกนเอียงมุมเท่ากบั 30 ท้งั 2 ดา้ น
ก. ภาพออบลิก ข. ภาพไอโซเมตริก
ค. ภาพไตรเมตริก ง. ภาพไดเมตริก
2. ขอ้ ใดเป็นภาพสามมิติที่มีแกนหน่ึงอยใู่ นแนวระดบั และอีกแกนหน่ึงทามุมเท่ากบั 45
ก. ภาพออบลิก ข. ภาพไอโซเมตริก
ค. ภาพไตรเมตริก ง. ภาพไดเมตริก
3. ขอ้ ใดเป็นภาพสามมิติที่มีแกนหน่ึงเอียงมุมเท่ากบั 12 และอีกแกนหน่ึงเอียงมุมเท่ากบั 23
ก. ภาพออบลิก ข. ภาพไอโซเมตริก
ค. ภาพไตรเมตริก ง. ภาพไดเมตริก
4. ขอ้ ใดเป็นภาพสามมิติที่มีแกนหน่ึงเอียงมุมเท่ากบั 7 และอีกแกนหน่ึงเอียงมุมเทา่ กบั 42
ก. ภาพออบลิก ข. ภาพไอโซเมตริก
ค. ภาพไตรเมตริก ง. ภาพไดเมตริก
5. ขอ้ ใดเป็นภาพสามมิติที่เขียนความลึกของแบบงานเพยี งคร่ึงเดียวเทา่ น้นั
ก. ภาพไตรเมตริก ข. ภาพไอโซเมตริก
ค. ภาพออบลิกแบบคาวาเลียร์ ง. ภาพออบลิกแบบคาบิเนต
6. ขอ้ ใดเป็นภาพสามมิติท่ีเขียนความลึกของชิ้นงานเท่ากบั ขนาดจริง
ก. ภาพไตรเมตริก ข. ภาพไอโซเมตริก
ค. ภาพออบลิกแบบคาวาเลียร์ ง. ขอ้ ข. และขอ้ ค. ถูกตอ้ ง
7. ขอ้ ใดกล่าวถึงแกนและเส้นไอโซเมตริกไม่ถูกตอ้ ง
ก. แกนไอโซเมตริกประกอบไปดว้ ย 3 แกน
ข. เส้นท่ีขนานกบั แกนไอโซเมตริกเรียกวา่ เส้นไอโซเมตริก
ค. เส้นเอียงที่ไม่อยใู่ นแกนไอโซเมตริกเรียกวา่ เส้นไอโซเมตริก
ง. แกนไอโซเมตริก 3 แกน ทามุมซ่ึงกนั และกนั เทา่ กบั 120
ไ แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน้าที่
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 6
ชื่อหน่วย. การเขียนภาพสามมติ ิ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) สัปดาห์ที่ 10-11
8. ขอ้ ใดกล่าวถึงข้นั ตอนการเขียนภาพไอโซเมตริกไมถ่ ูกตอ้ ง
ก. การเขียนภาพไอโซเมตริกจะเขียนเป็นลาดบั ข้นั ตอน
ข. การร่างแบบภาพไอโซเมตริกจะร่างรายละเอียดท้งั หมด แลว้ จึงเขียนเส้นขอบรูป
ค. การร่างแบบภาพไอโซเมตริกเริ่มจากการร่างแกนไอโซเมตริกและรูปกล่องข้ึนมาก่อน
ง. การร่างแบบภาพไอโซเมตริกจะร่างในส่วนที่เห็นชดั เจนและส่วนท่ีง่ายก่อน
9. ขอ้ ใดเป็นวธิ ีการสร้างวงรีในภาพไอโซเมตริกท่ีนิยมเขียนมากท่ีสุด
ก. แบบจุดศนู ยก์ ลาง 2 จุด ข. แบบจุดศูนยก์ ลาง 3 จุด
ค. แบบจุดศนู ยก์ ลาง 4 จุด ง. แบบจุดศนู ยก์ ลาง 6 จุด
10. ขอ้ ใดกล่าวถึงเส้นแกนและมุมของภาพออบลิกไม่ถูกตอ้ ง
ก. เส้นแกนออบลิกจะมี 2 แกนต้งั ฉากกนั และอีกแกนหน่ึงทามุม 45
ข. มุมมองของภาพออบลิกสามารถวางไดห้ ลายทิศทาง
ค. การวางตาแหน่งภาพออบลิกข้ึนอยกู่ บั ส่วนท่ีตอ้ งการแสดงรายละเอียดชิ้นงาน
ง. มุมมองของภาพออบลิกสามารถวางได้ 4 ตาแหน่งเทา่ น้นั
11. ขอ้ ใดกล่าวถึงการกาหนดขนาดในภาพสามมิติไมถ่ ูกตอ้ ง
ก. การกาหนดขนาดในภาพสามมิติ กาหนดเช่นเดียวกนั กบั การกาหนดในภาพฉาย
ข. การกาหนดขนาดในภาพสามมิติ ใหย้ ดึ ขนาดในการเขียนแบบเป็นขนาดกาหนด
ค. การกาหนดขนาดความลึกของชิ้นงานตอ้ งเป็นขนาดจริงเทา่ น้นั
ง. การกาหนดขนาดในภาพสามมิติ ในบางกรณีอาจกาหนดขนาดแบบหวั ลูกศรขา้ งเดียวได้
12. ขอ้ ใดกล่าวถึงการกาหนดขนาดในภาพสามมิติไมถ่ ูกตอ้ ง
ก. เส้นกาหนดขนาดในภาพสามมิติจะตอ้ งขนานกบั เส้นแกนของภาพสามมิติ
ข. การกาหนดความลึกของรูเจาะ ความสูงของทรงกระบอก จะตอ้ งกาหนดจากศูนยก์ ลาง
ค. การกาหนดขนาดรัศมีส่วนโคง้ วงกลมในภาพสามมิติ ไม่ตอ้ งเขียนตวั อกั ษร R นาหนา้
ง. การกาหนดขนาดเส้นผา่ นศูนยร์ ูและทรงกระบอก เส้นกาหนดขนาดตอ้ งขนานกบั เส้นแกน
ของภาพสามมิติ
ใบงานที่ 6.1 หน้าที่
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 6
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพสามมติ ิ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) สัปดาห์ที่ 10-11
คาสั่ง จงเขียนแบบภาพไอโซเมตริก พร้อมกาหนดขนาดใหส้ มบรู ณ์ดว้ ยมาตราส่วน 1:1 (กาหนดให้ 1 ช่องตา
ขา่ ยเทา่ กบั 10 มม.)
ใบงานที่ 6.2 หน้าที่
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 6
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพสามมติ ิ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) สัปดาห์ที่ 10-11
คาสั่ง จงเขียนแบบภาพไอโซเมตริก พร้อมกาหนดขนาดใหส้ มบรู ณ์ดว้ ยมาตราส่วน 1:1 (กาหนดให้ 1 ช่องตา
ขา่ ยเทา่ กบั 10 มม.)
ใบงานท่ี 6.3 หน้าท่ี
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 6
ชื่อหน่วย. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) สัปดาห์ท่ี 10-11
คาส่ัง จงเขียนแบบภาพออบลิกแบบคาวาเลียร์ พร้อมกาหนดขนาดใหส้ มบูรณ์ดว้ ยมาตราส่วน 1:1 (กาหนดให้
1 ช่องตาขา่ ยเทา่ กบั 10 มม.)
ใบงานที่ 6.4 หน้าท่ี
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 6
ชื่อหน่วย. การเขียนภาพสามมติ ิ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การเขียนภาพสามมติ ิ (Pictorial View) สัปดาห์ที่ 10-11
คาส่ัง จงเขียนแบบภาพออบลิกแบบคาบิเนต พร้อมกาหนดขนาดใหส้ มบูรณ์ดว้ ยมาตราส่วน 1:1 (กาหนดให้
1 ช่องตาข่ายเท่ากบั 10 มม.)
ใบงานท่ี 6.5 หน้าที่
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 6
ชื่อหน่วย. การเขียนภาพสามมติ ิ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) สัปดาห์ท่ี 10-11
คาสั่ง จากแบบงานภาพฉาย 3 ดา้ น จงเขียนแบบภาพไอโซเมตริกและภาพออบลิกแบบคาบิเนตในกระดาษ
เขียนแบบ ดว้ ยมาตราส่วน 1:1
ไอโซเมตริก
ออบลิก
ไ เฉลยแบบประเมินผลการเรียนรู้ หน้าท่ี
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 6
ชื่อหน่วย. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) สัปดาห์ท่ี 10-11
คาชี้แจง จงเลือกคาตอบท่ีถูกที่สุดเพยี งคาตอบเดียว
1. ข. ภาพไอโซเมตริก
2. ก. ภาพออบลิก
3. ค. ภาพไตรเมตริก
4. ง. ภาพไดเมตริก
5. ง. ภาพออบลิกแบบคาบิเนต
6. ค. ภาพออบลิกแบบคาวาเลียร์
7. ค. เส้นเอียงท่ีไมอ่ ยใู่ นแกนไอโซเมตริกเรียกวา่ เส้นไอโซเมตริก
8. ข. การร่างแบบภาพไอโซเมตริกจะร่างรายละเอียดท้งั หมด แลว้ จึงเขียนเส้นขอบรูป
9. ค. แบบจุดศนู ยก์ ลาง 4 จุด
10. ง. มุมมองของภาพออบลิกสามารถวางได้ 4 ตาแหน่งเท่าน้นั
11. ข. การกาหนดขนาดในภาพสามมิติ ใหย้ ดึ ขนาดในการเขียนแบบเป็นขนาดกาหนด
12. ค. การกาหนดขนาดรัศมีส่วนโคง้ วงกลมในภาพสามมิติ ไมต่ อ้ งเขียนตวั อกั ษร R นาหนา้
เฉลยใบงานท่ี 6.1 หน้าที่
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 6
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การเขียนภาพสามมติ ิ (Pictorial View) สัปดาห์ที่ 10-11
คาส่ัง จงเขียนแบบภาพไอโซเมตริก พร้อมกาหนดขนาดใหส้ มบรู ณ์ดว้ ยมาตราส่วน 1:1 (กาหนดให้ 1 ช่องตา
ขา่ ยเทา่ กบั 10 มม.)
เฉลยใบงานท่ี 6.2 หน้าที่
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 6
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การเขียนภาพสามมติ ิ (Pictorial View) สัปดาห์ที่ 10-11
คาส่ัง จงเขียนแบบภาพไอโซเมตริก พร้อมกาหนดขนาดใหส้ มบรู ณ์ดว้ ยมาตราส่วน 1:1 (กาหนดให้ 1 ช่องตา
ขา่ ยเทา่ กบั 10 มม.)
เฉลยใบงานที่ 6.3 หน้าท่ี
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 6
ชื่อหน่วย. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การเขียนภาพสามมติ ิ (Pictorial View) สัปดาห์ที่ 10-11
คาส่ัง จงเขียนแบบภาพออบลิกแบบคาวาเลียร์ พร้อมกาหนดขนาดใหส้ มบูรณ์ดว้ ยมาตราส่วน 1:1 (กาหนดให้
1 ช่องตาข่ายเทา่ กบั 10 มม.)
เฉลยใบงานที่ 6.4 หน้าที่
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 6
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การเขียนภาพสามมติ ิ (Pictorial View) สัปดาห์ที่ 10-11
คาสั่ง จงเขียนแบบภาพออบลิกแบบคาบิเนต พร้อมกาหนดขนาดใหส้ มบูรณ์ดว้ ยมาตราส่วน 1:1 (กาหนดให้
1 ช่องตาขา่ ยเทา่ กบั 10 มม.)
เฉลยใบงานท่ี 6.5 หน้าที่
วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 6
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View) สัปดาห์ที่ 10-11
คาส่ัง จากแบบงานภาพฉาย 3 ดา้ น จงเขียนแบบภาพไอโซเมตริกและภาพออบลิกแบบคาบิเนตในกระดาษ
เขียนแบบ ดว้ ยมาตราส่วน 1:1
ไอโซเมตริก
ออบลิก
ใบความรู้ หนา้ ท่ี
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ที่ 1
เรื่อง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
หน่วยท่ี 7
การเขียนแบบภาพตัด (Section View)
แนวคิด
ในงานเขียนแบบชิ้นงานที่มีความซบั ซอ้ นมาก ซ่ึงยากตอ่ การอ่านแบบและเขียนแบบ ดงั น้นั เพ่ือให้
ง่ายต่อการอ่านแบบเขียนแบบและสามารถแสดงรายละเอียดของแบบงานไดส้ มบูรณ์มากข้ึน จึงนิยมนา
วธิ ีการผา่ ชิ้นงาน เพอ่ื แสดงรูปร่างท้งั ภายในและภายนอกของชิ้นงาน ซ่ึงการผา่ ดงั กล่าวไม่ใช่เป็นการผา่
ชิ้นงานจริง ๆ เป็นเพยี งการจินตนาการในการมองภาพเท่าน้นั ส่วนภาพท่ีไดจ้ ากการผา่ อาจจะเขียนไวท้ ่ี
ภาพดา้ นใดดา้ นหน่ึงของภาพฉาย นอกภาพฉาย และภาพสามมิติกไ็ ด้
สาระการเรียนรู้
1. ความหมายและคาจากดั ความของการเขียนภาพตดั
2. หลกั เกณฑก์ ารเขียนภาพตดั
3. การเขียนเส้นลายตดั
4. ชิ้นส่วนที่ยกเวน้ ในการเขียนภาพตดั
5. การหมุนส่วนประกอบชิ้นงานท่ีไม่อยใู่ นระนาบตดั
6. การเขียนภาพตดั
ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั
1. บอกความหมายของการเขียนภาพตดั ได้
2. บอกหลกั เกณฑข์ องการเขียนภาพตดั ได้
3. บอกหลกั การเขียนเส้นลายตดั ได้
4. บอกประเภทของชิ้นงานที่ยกเวน้ การเขียนภาพตดั ได้
5. อธิบายหลกั การหมุนส่วนประกอบของชิ้นงานให้อยใู่ นระนาบตดั ได้
6. เขียนภาพตดั ชนิดตา่ ง ๆ ได้
ใบความรู้ หนา้ ท่ี
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ช่ือหน่วย การเขียนภาพตดั สปั ดาห์ที่ 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
1. ความหมายและคาจากดั ความของภาพตดั
ภาพตดั (Section View) หมายถึง การใชม้ โนภาพหรือการจินตนาการตดั เพื่อผา่ ชิ้นงานออกเป็น
สองส่วน โดยนาส่วนใดส่วนหน่ึงของชิ้นงานออกไป และนาอีกส่วนท่ีเหลือมาแสดงรายละเอียดภายใน
ชิ้นงานท่ีมีความยงุ่ ยากซบั ซอ้ น ใหง้ ่ายต่อการเขียนแบบและอา่ นแบบ ดงั รูปที่ 7.1 และรูปท่ี 7.2
รูปท่ี 7.1 ชิ้นงานสามมิติก่อนการตดั รูปท่ี 7.2 การตดั ชิ้นงานเพอื่ แสดงรายละเอียดภายใน
จากคาจากดั ความสรุปไดว้ า่ ภาพตดั เป็ นการจินตนาการเพือ่ มองภาพภายในของชิ้นงาน (ส่วนท่ีถูก
บงั ) ซ่ึงโดยปกติการแสดงจะแสดงดว้ ยเส้นประ แตถ่ า้ เขียนเป็นภาพตดั รายละเอียดภายในของชิ้นงานกจ็ ะ
สามารถแสดงดว้ ยเส้นเตม็ หรือเส้นขอบรูปได้ ส่วนเน้ือของชิ้นงานท่ีถูกตดั กจ็ ะแสดงดว้ ยเส้นลายตดั
ใบความรู้ หนา้ ท่ี
ชื่อรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ช่ือหน่วย การเขียนภาพตดั สปั ดาห์ท่ี 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
2. หลกั เกณฑ์การเขยี นภาพตัด
1. การเขียนแบบภาพตดั ตอ้ งจินตนาการวา่ ผา่ ชิ้นงานออกเป็นสองส่วนตามแนวตดั ท่ีกาหนดข้ึน
โดยส่วนท่ีอยใู่ กลก้ บั ผมู้ องภาพใหน้ าออกไป ส่วนอีกดา้ นหน่ึงใหน้ าไปเป็ นเขียนภาพตดั ดงั รูปท่ี 7.3
รูปท่ี 7.3 ลกั ษณะการผา่ ชิ้นงานเพือ่ เขียนภาพตดั
2. เส้นแสดงแนวตดั (Cutting Plan Line) เขียนดว้ ยเส้นศูนยก์ ลางใหญ่ ความหนา 0.5 มม. หวั
ลูกศรกากบั แนวตดั เป็นหวั ลูกศรใหญ่ (โตกวา่ หวั ลูกศรกาหนดขนาดประมาณ 1.5 เท่า) เส้นหวั ลูกศรเขียน
ดว้ ยเส้นเตม็ หนาและลากเลยหวั ลูกศรประมาณ 5 มม. ตวั อกั ษรกากบั แนวตดั เขียนดว้ ยตวั อกั ษรพิมพใ์ หญ่
สูง 5 มม. ไวท้ ่ีหวั ลูกศรกากบั แนวตดั เช่น A-A, B-B หรือ A-B เป็นตน้ ดงั รูปที่ 7.4
รูปที่ 7.4 การเขียนเส้นแสดงแนวตดั (Cutting Plan Line)
ใบความรู้ หนา้ ที่
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยท่ี 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ท่ี 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
3. กรณีท่ีเป็ นภาพตดั หลายระนาบจะตอ้ งเขียนเส้นหกั เหของระนาบตดั เส้นหกั เหของระนาบตดั
เขียนดว้ ยเส้นเตม็ หนา ยาวประมาณ 5 มม. ดงั รูปที่ 7.5
รูปที่ 7.5 การเขียนเส้นหกั เหของภาพตดั หลายระนาบ
4. ภาพดา้ นที่เขียนแบบภาพตดั ตอ้ งเป็นไปตามทิศทางการช้ีของหวั ลูกศรกากบั แนวตดั เช่น หวั
ลูกศรกากบั แนวตดั อยทู่ ี่ภาพดา้ นบนช้ีข้ึนไปท่ีภาพดา้ นหนา้ ภาพท่ีถูกตดั จะตอ้ งเป็ นภาพดา้ นหนา้ โดยส่วน
ท่ีอยดู่ า้ นบนของหวั ลูกศรกากบั แนวตดั ใหพ้ ลิกข้ึนไปเพื่อเขียนภาพตดั ส่วนที่อยใู่ ตห้ วั ลูกศรใหส้ มมุติวา่
ตดั ทิ้งไป ดงั รูปท่ี 7.6
รูปที่ 7.6 แสดงทิศทางหวั ลูกศรกากบั แนวตดั และการเขียนภาพตดั
ใบความรู้ หนา้ ที่
ชื่อรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ช่ือหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ที่ 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
5. ดา้ นล่างของภาพตดั ทุกภาพ ใหเ้ ขียนช่ือภาพตดั กากบั ไวด้ ว้ ย เช่น Section A-A, Section B-B
ตามช่ือแนวตดั ที่เขียนไวท้ ี่หวั ลูกศรกากบั แนวตดั ดงั รูปท่ี 7.6
6. การเขียนภาพตดั ไม่นิยมแสดงแสดงส่วนท่ีถูกบงั หรือเส้นขอบรูปท่ีอยดู่ า้ นหลงั แนวตดั ดว้ ย
เส้นประ เพราะจะทาใหก้ ารอ่านแบบยงุ่ ยากมากข้ึน ดงั รูปท่ี 7.7
รูปที่ 7.7 การเปรียบเทียบการเขียนแบบภาพตดั ส่วนที่ถูกบงั
7. ถา้ จาเป็นตอ้ งแสดงส่วนท่ีถูกบงั จะแสดงไดก้ ็ต่อเม่ือส่วนน้นั มีความจาเป็ นตอ้ งแสดงจริง ๆ ถา้
ไม่แสดงจะทาใหภ้ าพน้นั ไม่สมบรู ณ์ เช่น กรณีท่ีชิ้นงานท่ีมีรูปร่างไมส่ มมาตรกนั ดงั รูปที่ 7.8 ชิ้นงานมี
ความหนาของฐานไมเ่ ท่ากนั จึงจาเป็นตอ้ งแสดงความหนาของฐานชิ้นงานที่ถูกบงั ดว้ ยเส้นประ
รูปท่ี 7.8 แสดงลกั ษณะชิ้นงานที่ตอ้ งแสดงส่วนที่ถูกบงั ดว้ ยเส้นประ
ใบความรู้ หนา้ ท่ี
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยท่ี 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ท่ี 1
เรื่อง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
8. ถา้ ตอ้ งแสดงรายละเอียดของชิ้นงานท่ีอยดู่ า้ นหลงั ของหวั ลูกศรกากบั แนวตดั ซ่ึงโดยปกติจะถูก
ตดั ออกไป ใหแ้ สดงดว้ ยเส้นศนู ยก์ ลางเล็ก ดงั รูปท่ี 7.9
รูปท่ี 7.9 การแสดงรายละเอียดชิ้นงานที่อยดู่ า้ นหลงั หวั ลูกศรกากบั แนวตดั
9. การแสดงส่วนที่มองเห็นไดช้ ดั เจนหรือส่วนที่ถูกตดั จะตอ้ งแสดงใหห้ มดทุกส่วน จะขาดตก
บกพร่องส่วนใดส่วนหน่ึงไม่ได้ เพราะจะทาใหภ้ าพที่ไดข้ าดความสมบรู ณ์ ดงั รูปที่ 7.10
รูปที่ 7.10 การแสดงรายละเอียดภายในชิ้นงานตามข้นั ตอนการเขียนภาพตดั
ใบความรู้ หนา้ ที่
ชื่อรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ช่ือหน่วย การเขียนภาพตดั สปั ดาห์ที่ 1
เรื่อง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
3. การเขียนเส้นลายตดั (Section Line) มีหลกั การในการเขียนท่ีสาคญั ดงั น้ี
1. เน้ือของชิ้นงานท่ีถูกตดั ที่ไมใ่ ช่โพรง ครีบ ปี ก ซี่ กา้ น และชิ้นส่วนมาตรฐาน จะตอ้ งแสดงดว้ ย
เส้นลายตดั ดงั รูปที่ 7.11
รูปที่ 7.11 แสดงเน้ือชิ้นงานท่ีถูกตดั ดว้ ยเส้นลายตดั
2. เส้นลายตดั เขียนดว้ ยเส้นเตม็ บางขนาดความหนาของเส้น 0.25 มม. เอียงทามุม 45 กบั เส้นขอบ
รูปหรือเส้นศูนยก์ ลางของชิ้นงาน ดงั รูปที่ 7.12
รูปท่ี 7.12 การเขียนเส้นลายตดั ลกั ษณะต่าง ๆ
ใบความรู้ หนา้ ท่ี
ชื่อรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ช่ือหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ท่ี 1
เรื่อง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
3. เส้นลายตดั ตอ้ งมีระยะห่างเทา่ กนั ตลอดพ้ืนท่ีหนา้ ตดั เดียวกนั พ้ืนท่ีหนา้ ตดั ท่ีมีพ้นื ท่ีเลก็ จะมี
ระยะห่างของเส้นลายตดั แต่ละเส้นแคบกวา่ ชิ้นงานท่ีมีพ้นื ท่ีหนา้ ตดั ใหญ่ ดงั รูปที่ 7.13
รูปที่ 7.13 แสดงเส้นลายตดั ชิ้นงานท่ีมีพ้นื หนา้ ตดั ต่างกนั
4. กรณีชิ้นงานประกอบกนั อยหู่ ลายชิ้นและถูกตดั จะตอ้ งแสดงเส้นลายตดั ต่างทิศทางกนั หรือเขียน
ระยะห่างของเส้นลายตดั ใหต้ ่างกนั ดงั รูปท่ี 7.14
รูปท่ี 7.14 การเขียนเส้นลายตดั ชิ้นงานท่ีประกอบกนั อยู่
ใบความรู้ หนา้ ที่
ชื่อรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยท่ี 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ท่ี 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
5. พ้ืนท่ีหนา้ ตดั แคบ ๆ หรือพ้ืนท่ีหนา้ ตดั บาง ๆ เส้นลายตดั ของภาพลกั ษณะน้ี ไมต่ อ้ งแสดงดว้ ย
เส้นลายตดั ใหใ้ ชก้ ารระบายดาทึบแทน ดงั รูปที่ 7.15
รูปท่ี 7.15 การระบายดาทึบแทนการเขียนเส้นลายตดั ของชิ้นงานท่ีมีหนา้ ตดั แคบ
6. ถา้ จาเป็นตอ้ งกาหนดขนาดในพ้ืนท่ีหนา้ ตดั ท่ีถูกตดั จะตอ้ งเวน้ ช่องวา่ งของเส้นลายตดั สาหรับ
ตวั เลขกาหนดขนาด ดงั รูปที่ 7.16
รูปที่ 7.16 การกาหนดขนาดในพ้นื ท่ีหนา้ ท่ีถูกตดั
ใบความรู้ หนา้ ท่ี
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยท่ี 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ท่ี 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
7. ระยะห่างของเส้นลายตดั ควรเขียนใหไ้ ดส้ ดั ส่วนกบั พ้ืนท่ีหนา้ ตดั ของชิ้นงาน ถา้ พ้นื ที่ใหญ่มาก
การเขียนเส้นลายตดั ใหเ้ ขียนเป็นเส้นส้นั ๆ ติดกบั ขอบรูปก็พอ ดงั รูปท่ี 7.17
รูปที่ 7.17 การเขียนเส้นลายตดั พ้ืนท่ีหนา้ ตดั ขนาดใหญ่
8. สัญลกั ษณ์ลายตดั ของวสั ดุที่ถูกตดั จะตอ้ งแสดงใหเ้ ห็นถึงความแตกตา่ งของวสั ดุแต่ละชนิด
โดยเฉพาะในกรณีท่ีเป็นภาพภาพที่ประกอบกนั และมีวสั ดุต่างชนิดประกอบกนั มีสัญลกั ษณ์ลายตดั ของ
วสั ดุ ดงั รูปท่ี 7.18
รูปที่ 7.18 สัญลกั ษณ์หนา้ ตดั ของวสั ดุชนิดตา่ ง ๆ
ใบความรู้ หนา้ ที่
ชื่อรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ช่ือหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ที่ 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
4. ชิ้นส่วนทยี่ กเว้นในการตัด
การตดั ชิ้นงานบางคร้ัง ถึงแมว้ า่ แนวตดั จะตดั ผา่ นชิ้นส่วน เช่น เพลา แขนหรือกา้ น ซี่หรือกงลอ้
สลกั หมุดย้า ครีบ ลิ่ม ลูกปื น และชิ้นส่วนมาตรฐาน ชิ้นส่วนต่าง ๆ เหล่าน้ีจะถือวา่ ไมถ่ ูกตดั เพอ่ื ไมใ่ หเ้ กิด
ความสบั สนในการเขียนแบบและอา่ นแบบ ดงั แสดงตวั อยา่ งในรูปท่ี 7.19 ถึง 7.24
รูปท่ี 7.19 ภาพตดั ของเพลาและลูกปื น รูปท่ี 7.20 ภาพตดั การจบั ยึดดว้ ยสกรูและนตั
รูปที่ 7.21 การเขียนภาพตดั ที่จบั ยดึ ดว้ ยสลกั รูปที่ 7.22 การเขียนภาพตดั ชิ้นงานที่จบั ยดึ ดว้ ยหมุดย้า
ใบความรู้ หนา้ ที่
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ช่ือหน่วย การเขียนภาพตดั สปั ดาห์ท่ี 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
รูปที่ 7.23 การเขียนภาพตดั ชิ้นงานที่ตดั ผา่ นครีบ
รูปท่ี 7.24 แสดงการเขียนภาพตดั ชิ้นงานท่ีมีซี่ลอ้
ใบความรู้ หนา้ ท่ี
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ที่ 1
เรื่อง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
5. การหมุนส่วนประกอบชิ้นงานทไี่ ม่อยู่ในระนาบตัด
ชิ้นงานที่นามาเขียนแบบบางชิ้น ส่วนประกอบบางส่วนของชิ้นงานอาจไม่อยใู่ นระนาบตดั แต่
เพอื่ ใหง้ ่ายต่อการอ่านแบบและเขียนแบบ จะตอ้ งหมุนส่วนประกอบตา่ ง ๆ เช่น รูเจาะ ซี่หรือกงลอ้ ครีบ
เป็นตน้ ใหอ้ ยใู่ นแนวแกนท่ีจะตดั ตวั อยา่ งรูปท่ี 7.25 ถึง 7.28
รูปท่ี 7.25 การหมุนซี่ลอ้ หรือกงลอ้ รูปที่ 7.26 การหมุนรูเจาะและซี่ลอ้
รูปท่ี 7.27 การหมุนชิ้นงานท่ีมีครีบและรูเจาะ รูปที่ 7.28 การหมุนชิ้นงานที่เป็นแขน
ใบความรู้ หนา้ ท่ี
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ที่ 1
เรื่อง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
7. การเขียนภาพตดั (Section View) ภาพตดั สามารถเขียนไดห้ ลายประเภท ดงั น้ี
7.1 การเขยี นภาพตัดเตม็ (Full Section) ภาพตดั เตม็ เป็นการตดั ชิ้นงานโดยแบง่ ชิ้นงานออกเป็น
สองส่วน (1/2 ส่วนของชิ้นงาน) ซ่ึงมีระนาบสาหรับตดั ชิ้นงานเป็นระนาบเดียว ซ่ึงสมารถตดั ไดท้ ้งั ระนาบ
ต้งั และระนาบนอน ดงั รูปที่ 7.29 และ 7.30
รูปท่ี 7.29 ระนาบตดั แบบตดั เตม็ รูปท่ี 7.30 ชิ้นงานและระนาบตดั บนภาพฉาย
จากรูปท่ี 7.29 เป็นลกั ษณะการวางระนาบตดั (Cutting Plan) ในภาพสามมิติ ระนาบ
ตดั น้ีเป็นการจินตนาการเหมือนกบั การนาแผน่ ใสวางตามแนวตดั ที่ตอ้ งการจะตดั ส่วนของชิ้นงานท่ีอยู่
เหนือระนาบตดั เป็ นส่วนที่จะนาไปเขียนแบบ ส่วนดา้ นล่างของระนาบตดั เป็ นส่วนที่สมมุติวา่ ตดั ทิง้ ไป รูป
ท่ี 7.30 เป็นการตดั ที่ภาพดา้ นหนา้ เส้นแสดงแนวตดั แสดงอยทู่ ี่ภาพดา้ นบน ลูกศรกากบั แนวตดั ช้ีข้ึนไปท่ี
ภาพดา้ นหนา้ ดา้ นล่างของหวั ลูกศรกากบั แนวตดั จะตอ้ งเขียนตวั อกั ษรกากบั แนวตดั และเขียนชื่อภาพตดั ไว้
ใตภ้ าพท่ีเขียนภาพตดั ดว้ ย
รูปที่ 7.31 แสดงลกั ษณะการผา่ ชิ้นงานาหรับเขียนภาพตดั เตม็
ใบความรู้ หนา้ ที่
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สปั ดาห์ที่ 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
ตวั อย่างการเขียนภาพตดั เต็ม
รูปที่ 7.32 ภาพตดั เตม็ แบบภาพฉาย 2 ดา้ น รูปท่ี 7.33 ภาพตดั เตม็ แบบภาพฉาย 3 ดา้ น
รูปที่ 7.34 ภาพตดั เตม็ แบบภาพฉาย 2 ดา้ น
ใบความรู้ หนา้ ท่ี
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยท่ี 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สปั ดาห์ที่ 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
7.2 การเขียนภาพตัดคร่ึง (Half Section) ภาพตดั คร่ึงเป็ นการตดั ชิ้นงานโดยแบ่งชิ้นงานออกเป็น4
ส่วน (ส่วนท่ีตดั 1/4 ส่วน) โดยมีระนาบตดั (Cutting Plan) เป็นระนาบหกั ฉากที่จุดศูนยก์ ลางของชิ้นงาน
ภาพตดั คร่ึงเป็นภาพท่ีวตั ถุประสงคเ์ พ่อื แสดงรายละเอียดท้งั ภายในและภายนอกชิ้นงาน ดงั น้นั ชิ้นงานท่ีจะ
นามาเขียนภาพตดั คร่ึงจะตอ้ งสมมาตรกนั (Symmetry) และจะตอ้ งไมแ่ สดงส่วนท่ีถูกบงั ในซีกท่ีไม่ถูกตดั
ดว้ ย ส่วนเส้นแบง่ คร่ึงระหวา่ งภายนอกและภายในชิ้นงานใหใ้ ชเ้ ส้นศูนยก์ ลางเล็ก ดงั รูปท่ี 7.35 ถึง 7.37
รูปที่ 7.35 ระนาบตดั สาหรับภาพตดั คร่ึง รูปท่ี 7.36 ชิ้นงานและระนาบตดั บนภาพฉาย
ใบความรู้ หนา้ ท่ี
ชื่อรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยท่ี 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สปั ดาห์ท่ี 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
รูปที่ 7.37 การเขียนเส้นแสดงแนวตดั และการเขียนภาพตดั คร่ึง
7.3 การเขียนภาพตัดหลายระนาบ (Offset Section) ภาพตดั หลายระนาบหมายถึงการตดั ชิ้นงานเพื่อ
แสดงรายละเอียดภายในของชิ้นงาน โดยการหกั เหไปตามระนาบท่ีตอ้ งการตดั ซ่ึงในแบบงานหน่ึงสามารถ
กาหนดระนาบตดั ไดม้ ากกวา่ หน่ึงระนาบ ข้ึนอยกู่ บั ความซบั ซอ้ นของชิ้นงาน ส่วนการเขียนภาพตดั จะตอ้ ง
ไมแ่ สดงแนวหกั เหของระนาบตดั ในภาพตดั ดว้ ย ดงั รูปท่ี 7.38 ถึง 7.42
รูปที่ 7.38 ระนาบตดั บนภาพตดั หลายระนาบ รูปท่ี 7.39 ภาพที่นาไปเขียนภาพตดั หลายระนาบ
ใบความรู้ หนา้ ท่ี
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ที่ 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
รูปท่ี 7.40 ตวั อยา่ งระนาบตดั และภาพตดั หลายระนาบ
รูปท่ี 7.41 เปรียบเทียบลกั ษณะภาพตดั หลายระนาบ
ใบความรู้ หนา้ ที่
ชื่อรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ท่ี 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
7.4 การเขียนภาพตดั หมุนโค้ง (Rotated Section) ภาพตดั หมุนโคง้ เป็ นวธิ ีการตดั ภาพที่มี
ส่วนประกอบของชิ้นงานบางส่วนไมอ่ ยใู่ นระนาบการตดั ปกติ ถา้ ฉายภาพและตดั ภาพตามลกั ษณะจริงของ
ชิ้นงาน จะทาความยาวของชิ้นส่วนน้นั ไม่ถูกตอ้ งตามความเป็นจริง ดงั น้นั การฉายภาพและการตดั ภาพ
ลกั ษณะน้ี จะตอ้ งหมุนส่วนประกอบของชิ้นงานดงั กล่าวใหอ้ ยใู่ นแนวระนาบก่อน จากน้นั จึงฉายภาพเพ่ือ
เขียนภาพตดั ซ่ึงจะทาใหภ้ าพตดั ที่ไดม้ ีขนาดถูกตอ้ งตามจริง ดงั รูปที่ 7.42
รูปท่ี 7.42 แสดงการเขียนแบบภาพตดั หมุนโคง้
ใบความรู้ หนา้ ท่ี
ชื่อรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยท่ี 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สปั ดาห์ท่ี 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
7.5 การเขียนภาพตัดหมุนข้าง (Revolved Section) ภาพตดั หมุนขา้ งเป็นการตดั ภาพเพ่อื แสดง
ลกั ษณะหนา้ ตดั ของชิ้นงาน สาเหตุเพราะชิ้นงานบางชิ้นเม่ือเขียนเป็ นภาพฉายแลว้ อาจจะไม่สามารถแสดง
ลกั ษณะหนา้ ตดั ของชิ้นงานไดส้ มบรู ณ์ ท้งั น้ีอาจเป็นเพราะพ้นื หนา้ ตดั แต่ละช่วงมีลกั ษณะตา่ งกนั หรือขนาด
หนา้ ตดั ไม่เท่ากนั ดงั น้นั จึงตอ้ งหมุนหนา้ ตดั ของชิ้นงานใหต้ ้งั ฉากกบั ระนาบตดั หรือหมุนทามุม 90 กบั
เส้นศูนยก์ ลางของระนาบ ส่วนการเขียนภาพตดั หมุนขา้ งสามารถเขียนได้ 2 ลกั ษณะ คือการเขียนภาพหนา้
ตดั ทบั ในภาพฉายไดเ้ ลยโดยใชเ้ ส้นเตม็ บาง และเขียนภาพหนา้ ตดั ดว้ ยเส้นเต็มหนาโดยการตดั แยก
พ้ืนท่ีหนา้ ตดั ออกจากชิ้นงาน ดงั รูปที่ 7.43
รูปที่ 7.43 การเขียนภาพตดั หมุนขา้ ง
ใบความรู้ หนา้ ที่
ชื่อรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยท่ี 7
ช่ือหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ท่ี 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
7.6 การเขียนภาพตดั เคลอ่ื นท่ี (Removed Section) ภาพตดั เคล่ือนที่มีลกั ษณะคลา้ ยกบั ภาพตดั หมุน
ขา้ ง แตกต่างกนั ท่ีภาพตดั เคล่ือนท่ี จะนาพ้ืนท่ีหนา้ ตดั ของชิ้นงานมาเขียนไวน้ อกภาพ ซ่ึงจะใชใ้ นกรณีที่
ชิ้นงานเดียวกนั แต่มีหนา้ ตดั ต่างกนั หลายหนา้ ตดั และไมส่ ามารถเขียนเป็ นภาพตดั หมุนขา้ งได้ จึงจาเป็นตอ้ ง
นาพ้นื ที่หนา้ ตดั มาเขียนไวน้ อกชิ้นงาน ดงั รูปที่ 7.44
รูปที่ 7.44 แสดงการเขียนภาพตดั เคลื่อนที่
ใบความรู้ หนา้ ที่
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยท่ี 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ที่ 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
7.7 การเขียนภาพตัดเฉพาะส่วน (Broken - Out Section) การตดั ชิ้นงานในบางคร้ังอาจจะไม่
จาเป็นตอ้ งตดั ชิ้นงานท้งั หมดกไ็ ด้ ซ่ึงอาจจะมีรายละเอียดเพียงบางส่วนเทา่ น้นั ท่ีตอ้ งจะแสดงภาพ ซ่ึง
สามารถตดั เฉพาะส่วนได้ โดยเลือกตดั เฉพาะส่วนท่ีตอ้ งการหรือเนน้ ความสาคญั การตดั เฉพาะส่วนให้
เขียนขอบเขตการตดั ดว้ ยเส้นมือเปล่า (Free hand Line) โดยไม่ตอ้ งเขียนเส้นแสดงแนวตดั (Cutting Plan
Line) ดงั รูปท่ี 7.45
รูปที่ 7.45 แสดงการเขียนภาพตดั เฉพาะส่วน
ใบความรู้ หนา้ ที่
ชื่อรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สปั ดาห์ที่ 1
เรื่อง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
7.8 การเขียนภาพตดั ย่อส่วน (Convention Breaks) ชิ้นงานที่มีความยาวมากและพ้ืนที่หนา้ ตดั ของ
ชิ้นงานคงที่ตลอดความยาว อาจจะไม่มีพ้ืนที่เพยี งพอท่ีจะเขียนแบบไดต้ ลอดความยาวของชิ้นงาน การใช้
มาตราส่วนยอ่ ก็อาจจะทาใหแ้ บบงานที่ไดม้ ีขนาดเลก็ ไม่สามารถกาหนดรายละเอียดไดค้ รบถว้ น ชิ้นงาน
ลกั ษณะน้ีจึงตอ้ งอาศยั วธิ ีการเขียนภาพตดั ยอ่ ส่วนใหค้ วามยาวส้นั ลง แต่การกาหนดขนาดจะตอ้ งกาหนด
ความยาวจริงของชิ้นงานเทา่ น้นั ดงั รูปที่ 7.46 และ 7.47 และตวั อยา่ งการตดั ยอ่ ส่วนของวสั ดุแตล่ ะชนิด ดงั
รูปที่ 7.48
รูปที่ 7.46 การเขียนแบบโดยใชม้ าตราส่วน รูปที่ 7.47 การเขียนแบบโดยใชภ้ าพตดั ยอ่ ส่วน
รูปท่ี 7.48 ลกั ษณะการเขียนภาพตดั ยอ่ ส่วนของวสั ดุแตล่ ะชนิด
ใบความรู้ หนา้ ที่
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ช่ือหน่วย การเขียนภาพตดั สปั ดาห์ที่ 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
7.9 การเขยี นภาพตัดเกลยี ว (Thread in Section)
1. เกลียวนอก (External Thread) เส้นยอดเกลียวใหเ้ ขียนดว้ ยเส้นเตม็ หนา และเขียนเส้นโคนเกลียว
ดว้ ยเส้นเตม็ บาง (ความลึกของเกลียว = 0.8P) ดงั รูปที่ 7.49
2. ภาพหนา้ ตดั ของเกลียวนอก เส้นยอดเกลียวใหเ้ ขียนดว้ ยเส้นเตม็ หนา เส้นโคนเกลียวที่มองเห็นให้
เขียนวงกลมดว้ ยเส้นเตม็ บางยาวเลย 3/4 ของวงกลมเพยี งเล็กนอ้ ย ส่วนเส้นโคนเกลียวท่ีมองไม่เห็นให้เขียน
ดว้ ยเส้นประเป็ นวงกลม ดงั รูปที่ 7.50
รูปที่ 7.49 การเขียนแบบเกลียวนอก รูปที่ 7.50 การเขียนแบบหนา้ ตดั เกลียวนอก
3. การเขียนแบบเกลียวในใหเ้ ขียนดว้ ยเส้นประ โดยเส้นประที่อยใู่ กลก้ นั ใหเ้ ขียนเย้อื งกนั หรือสลบั
ช่องไฟกนั เพ่อื ความสวยงาม ดงั รูปที่ 7.51
4. ภาพหนา้ ตดั ของเกลียวในท่ีมองเห็น เส้นยอดเกลียวใหเ้ ขียนดว้ ยเส้นเตม็ หนา เส้นโคนเกลียวท่ี
มองเห็นใหเ้ ขียนวงกลมดว้ ยเส้นเตม็ บางยาวเลย 3/4 ของวงกลมเพยี งเล็กนอ้ ย ส่วนเส้นโคนเกลียวท่ีมองไม่
เห็นใหเ้ ขียนดว้ ยเส้นประเป็นวงกลม ดงั รูปท่ี 7.52
รูปท่ี 7.51 การเขียนแบบเกลียวในท่ีถูกบงั รูปที่ 7.52 การเขียนหนา้ ตดั เกลียวใน
ใบความรู้ หนา้ ท่ี
ชื่อรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ท่ี 1
เรื่อง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
5. การเขียนแบบภาพตดั เกลียวในใหเ้ ขียนเส้นยอดเกลียวดว้ ยเส้นเตม็ หนาและเส้นยอดเกลียวเขียน
ดว้ ยเส้นเตม็ บาง ส่วนเส้นลายตดั ใหเ้ ขียนจากเส้นโคนเกลียวจนถึงขอบงาน ดงั รูปที่ 7.53
6. เส้นสุดเกลียวท้งั เกลียวในและเกลียวนอกใหเ้ ขียนดว้ ยเส้นเตม็ หนา มีขนาดความหนาเท่ากบั 0.50
มม. ดงั รูปที่ 7.54
รูปท่ี 7.53 การเขียนแบบภาพตดั เกลียวใน รูปท่ี 7.54 การเขียนเส้นสุดเกลียวในและเกลียวนอก
7. การเขียนแบบภาพประกอบเกลียวในและเกลียวนอก ใหเ้ ขียนเส้นเกลียวนอกเป็นภาพหลกั ส่วน
ที่เลยเกลียวนอกใหแ้ สดงเป็นเกลียวในและปลายดอกสวา่ นตามปกติ ดงั รูปที่ 7.55
8. การกาหนดขนาดเกลียวนอกและเกลียวใน จะตอ้ งประกอบไปดว้ ยสัญลกั ษณ์เกลียวตามดว้ ย
ขนาดเส้นผา่ นศนู ยก์ ลางของเกลียว x ระยะพติ ช์ (ถา้ เป็นระยะพิตชม์ าตรฐานไม่ตอ้ งเขียนระยะพติ ช์ตามหลงั
กไ็ ด)้ เช่น M10, Tr 25x4, S32x4 เป็นตน้ ส่วนความยาวจะตอ้ งกาหนดใหค้ รบคือ ความยาวของเกลียว
ความของสลกั เกลียว ความลึกของเกลียวในและความลึกของรูเจาะ ดงั รูปที่ 7.56
รูปที่ 7.55 การเขียนภาพประกอบเกลียว รูปที่ 7.56 การกาหนดขนาดเกลียว
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ หนา้ ท่ี
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยท่ี 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ที่ 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
คาชี้แจง จงเลือกคาตอบท่ีถูกที่สุดเพยี งคาตอบเดียว
1. ขอ้ ใดเป็นความหมายของภาพตดั
ก. การผา่ ชิ้นงานออกเป็ นสองส่วนโดยใชเ้ คร่ืองมือกล
ข. การผา่ ชิ้นงานออกเป็นหลาย ๆ ส่วนโดยการใชม้ โนภาพหรือจินตนาการ
ค. การใชม้ โนภาพหรือจินตนาการเพื่อตดั หรือผา่ ชิ้นงานออกเป็ น 2 ส่วน แลว้ นาชิ้นงานส่วนใด
ส่วนหน่ึงมาเขียนภาพตดั
ง. การใชม้ โนภาพหรือจินตนาการเพื่อตดั หรือผา่ ชิ้นงานออกเป็น 2 ส่วน แลว้ นาชิ้นงานท้งั สอง
ส่วนมาเขียนภาพตดั
2. ขอ้ ใดกล่าวถึงการเขียนเส้นแสดงแนวตดั ไม่ถูกตอ้ ง
ก. เส้นแสดงแนวตดั เขียนดว้ ยเส้นศูนยก์ ลางใหญ่
ข. หวั ลูกศรกากบั แนวตดั มีขนาดประมาณ 1.5 เทา่ ของหวั ลูกศรกาหนดขนาด
ค. ตวั อกั ษรกากบั แนวคดั เขียนดว้ ยตวั พิมพใ์ หญ่สูง 5 มม.
ง. เส้นแสดงแนวตดั ใหล้ ากเขา้ ไปในแบบงานประมาณ 10 – 15 มม.
3. การเขียนภาพตดั ในขอ้ ใดจะตอ้ งเขียนเส้นหกั เหของระนาบตดั
ก. ภาพตดั คร่ึง ข. ภาพตดั หลายระนาบ
ค. ภาพตดั เตม็ ง. ภาพตดั หมุนขา้ ง
4. ขอ้ ใดเป็นตาแหน่งในการเขียนช่ือของภาพตดั
ก. ดา้ นล่างของภาพที่ถูกตดั ข. ดา้ นบนของภาพท่ีถูกตดั
ค. ดา้ นขา้ งซา้ ยหรือดา้ นขา้ งขวาของภาพท่ีถูกตดั ง. ดา้ นใดของภาพตดั ก็ได้
5. ขอ้ ใดกล่าวถึงการแสดงส่วนที่ถูกบงั ในภาพตดั ไมถ่ ูกตอ้ ง
ก. การเขียนภาพตดั ไมน่ ิยมแสดงส่วนที่ถูกบงั อยดู่ า้ นหลงั ดว้ ยเส้นประ
ข. การแสดงรายละเอียดท่ีอยดู่ า้ นหลงั ของหวั ลูกศรกากบั แนวตดั ใหแ้ สดงดว้ ยเส้นศูนยก์ ลางเลก็
ค. การแสดงเส้นประในภาพตดั จะแสดงเม่ือจาเป็นจะตอ้ งแสดงเมื่อจาเป็นจริง ๆ เทา่ น้นั
ง. การแสดงส่วนท่ีถูกบงั ในภาพตดั จาเป็ นจะตอ้ งแสดงใหช้ ดั เจน เพือ่ ใหส้ ามารถอ่านแบบไดง้ ่าย
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ หนา้ ท่ี
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สปั ดาห์ที่ 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
6. ขอ้ ใดเป็นส่วนประกอบของแบบงานท่ีตอ้ งเขียนเส้นลายตดั
ก. เน้ือของชิ้นงาน ข. โพรงหรือรู
ค. ปี กหรือครีบ ง. ซี่หรือกา้ นลอ้
7. ขอ้ ใดเป็นขนาดความหนาของเส้นลายตดั
ก. 0.2 มม. ข. 0.25 มม.
ค. 0.3 มม. ง. 0.35 มม.
8. ขอ้ ใดเป็นวธิ ีการเขียนเส้นลายตดั ที่ถูกตอ้ ง
ก. เขียนดว้ ยเส้นเตม็ บางเอียงมุม 30 กบั เส้นขอบรูปหรือเส้นศูนยก์ ลาง
ข. เขียนดว้ ยเส้นเตม็ บางเอียงมุม 45 กบั เส้นขอบรูปหรือเส้นศูนยก์ ลาง
ค. เขียนดว้ ยเส้นเตม็ บางเอียงมุม 60 กบั เส้นขอบรูปหรือเส้นศูนยก์ ลาง
ง. เขียนดว้ ยเส้นเตม็ บางเอียงมุม 75 กบั เส้นขอบรูปหรือเส้นศนู ยก์ ลาง
9. ถา้ ขนาดพ้ืนท่ีแบบงานมีขนาดต่างกนั ควรเขียนเส้นลายตดั อยา่ งไร
ก. พ้ืนท่ีเลก็ และพ้ืนท่ีใหญ่ตอ้ งเขียนเส้นลายตดั ความถี่เท่ากนั
ข. พ้นื ที่เลก็ ตอ้ งเขียนลายตดั ถี่กวา่ พ้นื ที่ขนาดใหญ่
ค. พ้ืนท่ีขนาดใหญ่ตอ้ งเขียนเส้นลายตดั ใหเ้ ตม็ พ้ืนที่ของแบบงาน
ง. พ้นื ท่ีขนาดเล็กใหร้ ะบายดาทึบแทนการเขียนเส้นลายตดั
10. ในกรณีที่เป็ นชิ้นงานประกอบกนั หลายชิ้น ตอ้ งเขียนเส้นลายตดั อยา่ งไร
ก. เขียนเส้นลายตดั โดยมีระยะห่างเท่ากนั และมีทิศทางเดียวกนั
ข. พ้ืนที่ใหญใ่ หเ้ ขียนเป็นเส้นลายตดั ส่วนพ้นื ท่ีแคบให้ระบายดาทึบ
ค. เขียนเส้นลายตดั และระบายดาทึบสลบั กนั
ง. เขียนเส้นลายตดั โดยมีระยะห่างต่างกนั และทิศทางต่างกนั
11. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ชิ้นส่วนที่ตอ้ งยกเวน้ ในการเขียนเส้นลายตดั
ก. สกรูและนตั ข. ดุมลอ้ เฟื องหรือลอ้ สายพาน
ค. สลกั และหมุดย้า ง. ครีบและซ่ีลอ้
แบบประเมินผลการเรียนรู้ หนา้ ที่
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยท่ี 7
ช่ือหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ที่ 1
เรื่อง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
12. ขอ้ ใดเป็นส่วนประกอบใดของชิ้นงานท่ีจะตอ้ งหมุนส่วนประกอบใหอ้ ยใู่ นระนาบตดั
ก. รูเจาะ ข. ซ่ีหรือกงลอ้
ค. ครีบเสริมความแขง็ ง. ถูกทุกขอ้
13. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะในการเขียนภาพตดั เตม็
ก. ตดั ชิ้นงานออกเป็น 1/2 ของชิ้นงาน ข. ตดั ชิ้นงานออกเป็น 3/4 ของชิ้นงาน
ค. ตดั ชิ้นงานไดม้ ากกวา่ 1 ระนาบ ง. ตดั ชิ้นงานนอกระนาบต้งั และระนาบนอน
14. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะในการเขียนภาพตดั คร่ึง
ก. ตดั ชิ้นงานออกเป็น 1/2 ของชิ้นงาน ข. ตดั ชิ้นงานออกเป็น 3/4 ของชิ้นงาน
ค. ตดั ชิ้นงานไดม้ ากกวา่ 1 ระนาบ ง. ตดั ชิ้นงานนอกระนาบต้งั และระนาบนอน
15. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะของชิ้นงานท่ีสามารถนามาเขียนแบบภาพตดั คร่ึง
ก. ชิ้นงานที่มีรูปทรงไมส่ มมาตรกนั ข. ชิ้นงานหนา้ แปลนท่ีมีครีบและรูจานวนคี่
ค. ชิ้นงานท่ีมีรูปทรงสมมาตรกนั 4 ส่วน ง. ชิ้นงานที่มีรูปทรงสมมาตรกนั 2 ส่วน
16. ขอ้ ใดกล่าวถึงการเขียนภาพตดั คร่ึงไม่ถูกตอ้ ง
ก. เส้นแบง่ คร่ึงระหวา่ งภายนอกและภายในชิ้นใหใ้ ชเ้ ส้นศูนยก์ ลางเลก็
ข. การเขียนภาพตดั คร่ึงจะตอ้ งไมแ่ สดงส่วนท่ีถูกบงั ดว้ ยเส้นประ ในซีกท่ีไม่ถูกตดั
ค. ชิ้นงานที่จะเขียนเป็นภาพตดั คร่ึงจะตอ้ งเป็นชิ้นงานที่สมมาตรกนั
ง. ภาพตดั คร่ึงเป็นการตดั ภาพออกเป็ น 1/2 ส่วนของชิ้นงาน
17. ขอ้ ใดกล่าวถึงการเขียนภาพตดั หลายระนาบไมถ่ ูกตอ้ ง
ก. ชิ้นงานหน่ึงชิ้นสามารถวางระนาบตดั ไดม้ ากกวา่ 1 ระนาบ
ข. การเขียนภาพตดั หลายระนาบตอ้ งแสดงแนวหกั เหของระนาบตดั ในแบบงาน
ค. จานวนระนาบตดั ข้ึนอยกู่ บั ความซบั ซอ้ นของชิ้นงานน้นั ๆ
ง. การเขียนภาพตดั หลายระนาบตอ้ งไมแ่ สดงแนวหกั เหของระนาบตดั ในแบบงาน
แบบประเมินผลการเรียนรู้ หนา้ ท่ี
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ที่ 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
18. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะการเขียนภาพตดั หมุนโคง้
ก. ใชส้ าหรับตดั ส่วนที่สาคญั หรือรายละเอียดบางส่วนเท่าน้นั
ข. ใชส้ าหรับตดั เพ่ือแสดงเพื่อแสดงหนา้ ตดั ชิ้นงาน โดยนาภาพหนา้ ตดั มาเขียนไวด้ า้ นนอก
ค. ใชส้ าหรับตดั เพ่ือแสดงหนา้ ตดั ของชิ้นงานโดยหมุนหนา้ ตดั 90 กบั ศูนยก์ ลางของระนาบตดั
ง. ใชส้ าหรับตดั ภาพที่ส่วนประกอบของชิ้นงานไม่อยใู่ นแนวศนู ยก์ ลางที่จะตดั
19. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะการเขียนภาพตดั หมุนขา้ ง
ก. ใชส้ าหรับตดั ส่วนท่ีสาคญั หรือรายละเอียดบางส่วนเท่าน้นั
ข. ใชส้ าหรับตดั เพือ่ แสดงเพ่ือแสดงหนา้ ตดั ชิ้นงาน โดยนาภาพหนา้ ตดั มาเขียนไวด้ า้ นนอก
ค. ใชส้ าหรับตดั เพื่อแสดงหนา้ ตดั ของชิ้นงานโดยหมุนหนา้ ตดั 90 กบั ศูนยก์ ลางของระนาบตดั
ง. ใชส้ าหรับตดั ภาพที่ส่วนประกอบของชิ้นงานไมอ่ ยใู่ นแนวศนู ยก์ ลางท่ีจะตดั
20. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะการเขียนภาพตดั เคล่ือนท่ี
ก. ใชส้ าหรับตดั ส่วนท่ีสาคญั หรือรายละเอียดบางส่วนเทา่ น้นั
ข. ใชส้ าหรับตดั เพื่อแสดงเพ่ือแสดงหนา้ ตดั ชิ้นงาน โดยนาภาพหนา้ ตดั มาเขียนไวด้ า้ นนอก
ค. ใชส้ าหรับตดั เพือ่ แสดงหนา้ ตดั ของชิ้นงานโดยหมุนหนา้ ตดั 90 กบั ศูนยก์ ลางของระนาบตดั
ง. ใชส้ าหรับตดั ภาพที่ส่วนประกอบของชิ้นงานไม่อยใู่ นแนวศูนยก์ ลางที่จะตดั
ใบงานที่ 7.1 หนา้ ท่ี
ชื่อรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยท่ี 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สปั ดาห์ท่ี
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
คาส่ัง จงเขียนภาพฉาย 2 ดา้ นตามแบบงานที่กาหนดใหล้ งในกระดาษเขียนแบบ A3 โดยเปล่ียนภาพ
ดา้ นหนา้ ให้เป็นภาพตดั เตม็ ตามแนวตวั A-A ดว้ นมาตราส่วน 1:1 พร้อมกาหนดขนาดใหถ้ ูกตอ้ ง
ใบงานที่ 7.2 หนา้ ท่ี
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยที่ 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ท่ี 1
เร่ือง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
คาส่ัง จงเขียนภาพฉาย 2 ดา้ นตามแบบงานที่กาหนดใหล้ งในกระดาษ A3 โดยเปล่ียนภาพดา้ นหนา้ ให้เป็น
ภาพตดั คร่ึงตามแนวตดั B-B ดว้ ยมาตราส่วน 1:1 พร้อมกาหนดขนาดใหถ้ ูกตอ้ ง
ใบงานที่ 7.3 หนา้ ที่ 1
ชื่อรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยท่ี 7
ช่ือหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ท่ี 1
เรื่อง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
คาส่ัง จงเขียนภาพฉาย 2 ดา้ นตามแบบงานที่กาหนดใหล้ งในกระดาษ A3 โดยเปลี่ยนภาพดา้ นหนา้ ให้เป็น
ภาพตดั คร่ึงตามแนวตดั C-C ดว้ ยมาตราส่วน 1:1 พร้อมกาหนดขนาดใหถ้ ูกตอ้ ง
ใบงานที่ 7.4 หนา้ ท่ี
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยท่ี 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ที่ 1
เรื่อง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
คาสั่ง จงเขียนภาพฉาย 2 ดา้ นตามแบบงานที่กาหนดใหล้ งในกระดาษ A3 โดยเปลี่ยนภาพดา้ นหนา้ ใหเ้ ป็น
ภาพตดั หลายระนาบตามแนวตดั A-F ดว้ ยมาตราส่วน 2:1 พร้อมกาหนดขนาดใหถ้ ูกตอ้ ง
ใบงานที่ 7.5 หนา้ ท่ี
ช่ือรายวชิ า เขียนแบบเทคนิคเบ้ืองตน้ ( 2100 – 1001 ) หน่วยท่ี 7
ชื่อหน่วย การเขียนภาพตดั สัปดาห์ที่ 1
เรื่อง การเขียนภาพตดั จานวนคาบ 4
คาสั่ง จงเขียนภาพฉาย 2 ดา้ นตามแบบงานที่กาหนดใหล้ งในกระดาษ A3 โดยเปลี่ยนภาพดา้ นหนา้ ใหเ้ ป็น
ภาพตดั หลายระนาบตามแนวตดั A-F ดว้ ยมาตราส่วน 2:1 พร้อมกาหนดขนาดใหถ้ ูกตอ้ ง