The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาเขียนแบบเทคนิคเบื้อง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายเจษฎา คำภาพันธ์, 2020-09-21 04:01:52

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาเขียนแบบเทคนิคเบื้องต้

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาเขียนแบบเทคนิคเบื้อง

ไ ใบความรู้ รหสั วชิ า.2100-1001

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 4
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) สัปดาห์ที่ 5-7

14. ตวั เลขกาหนดขนาดสูง 3.5 มม. หนา 0.35 มม. เขียน
ไวเ้ หนือเสน้ กาหนดขนาดประมาณ 1-2 มม. และถา้
ขนาดของชิ้นงานเป็ นหน่วยเดียวกนั ใหเ้ ขียนเฉพาะ
ตวั เลขกาหนดขนาดลงในแบบงานเท่าน้นั

15. การกาหนดขนาดแนวต้งั ตอ้ งเขียนตวั เลขกาหนด
ขนาดใหอ้ า่ นไดจ้ ากขวามือ โดยหวั ตวั เลขกาหนด
ขนาดตอ้ งหนั ไปทางซา้ ยมือ

16. ตวั เลขกาหนดขนาดจะตอ้ งไม่ถกู ทบั ดว้ ยเสน้ อ่ืนใด
เช่น เสน้ ลายตดั เสน้ ศูนยก์ ลาง เป็ นตน้

17. การกาหนดขนาดตามแนวรัศมี ใหห้ ลีกเล่ียงการ
กาหนดขนาดในพ้ืนที่มุม 90 – 120 และ 270 –
300 เนื่องจากจะทาใหก้ ารอา่ นตวั เลขกาหนด
ขนาดมีความยงุ่ ยาก แตถ่ า้ เหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใหเ้ ขียน
ตวั เลขกาหนดขนาดโดยใหอ้ า่ นจากทางซา้ ยมือได้

18. การกาหนดขนาดมมุ ใหเ้ ขยี นตวั เลขโดยใหอ้ ่านได้
จากทางขวามือ สาหรับส่วนท่ีอยใู่ ตเ้ สน้ ศูนยก์ ลาง
แนวระดบั ในมมุ ที่ 3 ใหเ้ ขียนตวั เลขใหอ้ า่ นไดจ้ าก
ซา้ ยมือ

ไ ใบความรู้ รหัสวชิ า.2100-1001

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 4
จานวน 8 ชม.
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมติ ิ (Dimensioning) สัปดาห์ที่ 5-7

ชื่อเร่ือง. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning)

5. การกาหนดขนาดความยาว (Lengthen Dimensioning)
19. การกาหนดความยาวไม่นิยมกาหนดขนาด
แบบตอ่ เนื่องหรือแบบลกู โซ่
20. ไมค่ วรกาหนดขนาดส่วนที่เป็ นขอบรูปที่ถกู บงั
(เสน้ ประ) ยกเวน้ ในกรณีจาเป็ นเท่าน้นั
21. การกาหนดขนาดชิ้นงาน ไม่ควรกาหนดซ้ากนั ให้
กาหนดเพยี งจดุ เดียว ณ ตาแหน่งท่ีดีที่สุดเท่าน้นั
22. ชิ้นงานที่มีรูปร่างสมมาตรกนั ใหก้ าหนดขนาดโดย
ใชศ้ ูนยก์ ลางของชิ้นงานเป็นหลกั
23. การกาหนดขนาดชิ้นงานท่ีเสน้ แสดงขอบเขตของ
ชิ้นงานก่อนผลิตหรือชิ้นงานดิบ ใหก้ าหนดขนาดท่ี
ชิ้นงานสาเร็จเท่าน้นั
24. การกาหนดขนาดชิ้นงานเอียง สามารถกาหนดเป็ น
มุมได้ โดยจะตอ้ งกาหนดระยะจุดเริ่มตน้ ของเสน้
เอียงดว้ ย
25. กาหนดขนาดระยะรูที่มีระยะห่างเท่ากนั สามารถ
กาหนดขนาดแบบยอ่ ได้ โดยใชจ้ านวนช่องคูณระยะ
ช่วงแบ่ง
26. ในกรณีที่กาหนดขนาดส้นั ๆ หรือพ้ืนท่ีแคบ ๆ
ตอ่ เน่ืองกนั ใหใ้ ชจ้ ุดแทนหวั ลกู ศรได้
27. ขนาดที่กาหนดโดยไม่ถูกตอ้ งตามมาตราส่วน ซ่ึง
ตอ้ งตรวจสอบกบั ขนาดจริงใหข้ ีดเสน้ ใตไ้ ว้

ไ ใบความรู้ รหสั วชิ า.2100-1001

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 4
ชื่อหน่วย. การกาหนดขนาดของมติ ิ (Dimensioning) จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) สัปดาห์ท่ี 5-7

6. การกาหนดขนาดชิน้ งานกลม ทรงกระบอกและส่วนโค้ง (Rounded Cylindrical and Arc Workpiece Dimensioning)

28. เคร่ืองหมายเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางใชส้ ญั ลกั ษณ์วงกลม
ขนาดประมาณ 7/10 ของตวั เลขกาหนดขนาด และ
ลากเสน้ เอียง 75 องศา กบั เสน้ กาหนดขนาด โดยจะ
ใชก้ ต็ ่อเมื่อ
1. ภาพท่ีมองเห็นไมเ่ ป็ นรูปวงกลม เช่น ภาพ
ดา้ นขา้ งของทรงกระบอก
2. เมื่อกาหนดขนาดวงกลมแบบหวั ลูกศรขา้ ง
เดียว
3. ในกรณีท่ีเห็นเป็นวงกลมอยแู่ ลว้ ไมต่ อ้ งใส่
สญั ลกั ษณ์เสน้ ผา่ นศูนยก์ ลาง

29. การกาหนดขนาดท่ีวงกลมไม่ครบวง ใหล้ ากเสน้
ช่วยกาหนดขนาดออกจากส่วนโคง้ เพอื่ ใหเ้ ขียนหวั
ลกู ศรท้งั 2 ขา้ ง

30. การกาหนดขนาดวงกลมขนาดเลก็ ใหใ้ ส่สญั ลกั ษณ์

 นาหนา้ ตวั เลขกาหนดขนาด ถา้ กาหนดขนาดโดย
ใชห้ วั ลกู ศรขา้ งเดียว แตถ่ า้ กาหนดขนาดแบบหวั

ลูกศร 2 ขา้ งไมต่ อ้ งใส่สญั ลกั ษณ์ 
31. วงกลมท่ีมีขนาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางเท่ากนั จะ

กาหนดขนาดเพยี งขนาดเดียว และกาหนดระยะห่าง
ระหวา่ งวงกลมท้งั 2 วง
32. การกาหนดขนาดรัศมีใหใ้ ชห้ วั ลูกศรขา้ งเดียวช้ีไป
ยงั เสน้ รอบวง โดยแสดงตวั อกั ษร R นาหนา้ ตวั เลข
กาหนดขนาด
33. การกาหนดขนาดรัศมีใหญ่ ใหแ้ สดงเสน้ เป็นเสน้
หกั ฉาก (Jogged Radius) เพือ่ ยอ่ เสน้ รัศมี
34. การกาหนดขนาดร่องและรูยาว ใหก้ าหนดตาม
กรรมวธิ ีการผลิต โดยกาหนดระยะห่างของส่วน
โคง้ หรือกาหนดระยะห่างของจุดศนู ยก์ ลางของส่วน
โคง้ ก็ได้

ไ ใบความรู้ รหสั วชิ า.2100-1001

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 4
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมติ ิ (Dimensioning) จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) สัปดาห์ท่ี 5-7

35. แบบงานท่ีเขียนเป็นบางส่วน เพราะชิ้นงานมีรูปทรง
สมมาตรกนั ใหก้ าหนดขนาดวงกลมและส่วนโคง้
แบบหวั ลกู ศรขา้ งเดียว โดยเขียนเสน้ กาหนดขนาด

ใหเ้ ลยจุดศูนยก์ ลางเลก็ นอ้ ย และใส่สญั ลกั ษณ์ 
หนา้ ตวั เลขกาหนดขนาด
36. การกาหนดขนาดชิ้นงานทรงกลมใหเ้ ขียนคาวา่
“Sphere” นาหนา้ ตวั เลขกาหนดขนาด
37. ถา้ เป็ นส่วนโคง้ ของทรงกลมและกาหนดขนาดแบบ
รัศมีใหใ้ ส่ตวั R ไวร้ ะหวา่ งคาวา่ “Sphere” และ
ตวั เลขกาหนดขนาด และใส่เคร่ืองหมายเสน้ ผา่ น

ศูนยก์ ลาง  หนา้ ตวั เลขกาหนดขนาด ถา้ กาหนด
ขนาดแบบหวั ลกู ศรขา้ งเดียว

ไ ใบความรู้ รหสั วชิ า.2100-1001

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 4
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมติ ิ (Dimensioning) จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) สัปดาห์ท่ี 5-7

7. การกาหนดขนาดชิ้นงานเรียว (Taper Workpiece Dimensioning)

38. คาวา่ “อตั ราเรียว” ใหใ้ ชก้ บั ชิ้นงานทรงกรวย และมี
ขอ้ ยกเวน้ ใหเ้ ขียนเสน้ ช่วยกาหนดขนาดทามมุ เอียง
60 กบั เสน้ กาหนดขนาด จะทาใหก้ ารกาหนดขนาด
ชดั เจนมากข้ึน

39. ถา้ จะกาหนดเป็ นมมุ เอียง (มมุ ต้งั มีด) ใหก้ าหนดไว้
ในวงเลบ็ และใหก้ าหนดค่า D, d และ l ในแบบงาน

40. คาวา่ “อตั ราลด” ใหใ้ ชก้ บั งานทรงปิ รามิด
41. คาวา่ “อตั ราเรียว” และ “อตั ราลด” เขียนใหข้ นาน

ไปกบั เสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางของชิ้นงาน
42. คาวา่ “อตั ราลาด” เขียนใหข้ นานกบั ความเอียงของ

ขอบรูปของชิ้นงาน
43. สาหรับชิ้นงานเรียวท้งั ดา้ นในและดา้ นนอก ใหเ้ ขียน

คาวา่ “อตั ราเรียวใน 1:…” ไวเ้ หนือเสน้ ศูนยก์ ลาง
และคาวา่ “อตั ราเรียวนอก 1:…” ไวใ้ ตเ้ สน้ ศูนยก์ ลาง
ของชิ้นงาน

ไ ใบความรู้ รหัสวชิ า.2100-1001

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 4
ชื่อหน่วย. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) สัปดาห์ท่ี 5-7

8. การใช้สัญลกั ษณ์สี่เหลย่ี มจตั ุรัสและเส้นทแยงมุม (Square Symbol and Diagonal Line)

44. สญั ลกั ษณ์ส่ีเหล่ียมจตั รุ ัสใหเ้ ขียนรูปสี่เหล่ียมจตั รุ ัส
โดยไมต่ อ้ งมีเสน้ ทแยง เขยี นไวห้ นา้ ตวั เลขกาหนด
ขนาดในระดบั เดียวกนั ความสูงของสญั ลกั ษณ์
ส่ีเหลี่ยมจตั ุรัสสูงเท่ากบั ตวั อกั ษรเลก็

45. พ้ืนที่ท่ีถกู ปาดผวิ ใหร้ าบเรียบใหเ้ ขียนเสน้ ทแยงมมุ
พ้ืนที่ราบดว้ ยเสน้ เตม็ บาง

46. สญั ลกั ษณ์ส่ีเหล่ียมจตั รุ ัสและเสน้ ทแยงมุมพ้ืนที่ราบ
จะใชก้ ต็ ่อเมื่อเขียนภาพฉายเพยี งดา้ นเดียว แตถ่ า้ เป็น
ภาพฉายสองดา้ นและภาพดา้ นใดดา้ นหน่ึงมองเห็น
ภาพสี่เหล่ียมจตั รุ ัส ใหก้ าหนดขนาดไวท้ ี่เหลี่ยมท้งั
สองดา้ น

ไ ใบความรู้ รหัสวชิ า.2100-1001

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 4
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) สัปดาห์ท่ี 5-7

9. การกาหนดขนาดมุม (Angular Dimensioning)

47. เสน้ กาหนดขนาดสาหรบั กาหนดขนาดมมุ ตอ้ งเป็ น
เสน้ โคง้ จุดศนู ยก์ ลางของเสน้ อยทู่ ี่จุดตดั กนั ของเสน้
ประกอบมุมที่กาหนดขนาด

48. การเขียนตวั เลขกาหนดขนาดมมุ ที่อยดู่ า้ นบนของ
มมุ ที่กาหนดขนาด ใหเ้ ขียนตวั เลขกาหนดขนาดอยู่
ดา้ นนอกเสน้ กาหนดขนาด

49. การเขียนตวั เลขกาหนดขนาดมมุ ท่ีอยดู่ า้ นล่างของ
มมุ ที่กาหนดขนาด ใหเ้ ขียนตวั เลขกาหนดขนาดอยู่
ภายในเสน้ กาหนดขนาด

50. กาหนดขนาดมมุ ลบคมชิ้นงาน มุม 45 ใหก้ าหนด
ระยะคูณดว้ ยมุมที่ลบคม แตถ่ า้ เป็ นมมุ อ่นื ใหก้ าหนด
ขนาดระยะลบคมและมมุ ลบคมแยกกนั

ไ ใบความรู้ รหสั วชิ า.2100-1001

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 4
ชื่อหน่วย. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) สัปดาห์ท่ี 5-7

10. ข้อกาหนดในการกาหนดขนาดอน่ื ๆ

51. ชิ้นงานท่ีมเี น้ือท่ีกาหนดขนาดนอ้ ย ใหก้ าหนดขนาด
แบบหวั ลูกศรขา้ งเดียวไวด้ า้ นนอกชิ้นงาน

52. ใหห้ ลีกเลี่ยงการใชเ้ สน้ โยงกาหนดขนาด แต่ถา้
หลีกเล่ียงไมไ่ ดพ้ ยายามเขียนใหเ้ ป็ นเสน้ เฉียงและ
ส้นั ท่ีสุด ซ่ึงจะใชก้ ็ต่อเม่ือ
52.1 ปลายเสน้ เป็ นจุดเมื่อช้ีภายในพ้ืนที่ขอบรูป
52.2 ปลายเสน้ เป็ นหวั ลูกศรเมื่อช้ีที่เสน้ ขอบรูป
ของชิ้นงาน
52.3 ปลายเสน้ ไมต่ อ้ งมีจุดหรือหวั ลกู ศร เมื่อช้ีท่ี
เสน้ กาหนดขนาด

53. การกาหนดขนาดตอ้ งพจิ ารณาถึงเทคนิคทางดา้ น
การผลิตเป็นหลกั เช่น ชิ้นงานบางชิ้นอาจมีความ
จาเป็ นตอ้ งกาหนดขนาดอา้ งอิงจากขอบ a และ b ซ่ึง
ในการทางานจริงจะตอ้ งเร่ิมทาท่ีดา้ น a และ b ก่อน

ไ ใบแบบฝึ กหดั รหัสวชิ า.2100-1001

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 4
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) สัปดาห์ท่ี 5-7

1. จงเขียนเสน้ กาหนดขนาด หวั ลกู ศรและตวั เลขกาหนดขนาดลงในภาพท่ีกาหนดให้

ไ ใบแบบฝึ กหัด รหัสวชิ า.2100-1001

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 4
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมติ ิ (Dimensioning) จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) สัปดาห์ที่ 5-7

2. จากแบบงานท่ีกาหนดให้ จงกาหนดขนาดในแบบงานตามตวั อยา่ งใหส้ มบูรณ์

ไ ใบแบบฝึ กหดั รหสั วชิ า.2100-1001

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 4
ชื่อหน่วย. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) สัปดาห์ที่ 5-7

3. จากแบบงานที่กาหนดให้ จงกาหนดขนาดแบบงานใหส้ มบูรณ์

ไ ใบแบบฝึ กหดั รหสั วชิ า.2100-1001

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 4
ชื่อหน่วย. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) สัปดาห์ที่ 5-7

4. จากแบบงานที่กาหนดให้ จงกาหนดขนาดแบบงานใหส้ มบูรณ์

ไ ใบทดสอบก่อน/หลงั เรียน รหสั วชิ า.2100-1001

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 4
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) จานวน 4 ชม.
ช่ือเรื่อง. การกาหนดขนาดของชิ้นงาน สัปดาห์ท่ี 9
คาชี้แจง จงเลือกคาตอบที่ถูกที่สุดเพียงคาตอบเดียว

1. ขอ้ ใดเป็นเส้นที่ใชส้ าหรับเขียนเส้นกาหนดขนาด

ก. เส้นเตม็ หนา ข. เส้นเตม็ บาง

ค. เส้นศนู ยก์ ลาง ง. เส้นมือเปล่า

2. เส้นกาหนดขนาดเส้นแรกควรห่างจากขอบรูปชิ้นงานเทา่ ใด

ก. 5 มม. ข. 7 มม.

ค. 8 มม. ง. 10 มม.

3. เส้นกาหนดขนาดเส้นถดั ไปควรห่างจากเส้นกาหนดขนาดเส้นแรกเทา่ ใด

ก. 5 มม. ข. 7 มม.

ค. 8 มม. ง. 10 มม.

4. ขอ้ ใดกล่าวถึงเส้นกาหนดขนาดถูกตอ้ งที่สุด

ก. เส้นกาหนดขนาดและเส้นช่วยกาหนดขนาดสามารถลากตดั กนั ได้
ข. เส้นกาหนดขนาดที่ยาวที่สุดควรอยใู่ กลแ้ บบงานมากที่สุด

ค. เส้นกาหนดขนาดท่ีส้นั ท่ีสุดควรอยใู่ กลแ้ บบงานมากท่ีสุด
ง. การกาหนดขนาดสามารถใชเ้ ส้นขอบรูปเป็นเส้นช่วยกาหนดขนาด

5. ขอ้ ใดเป็นเส้นสาหรับเขียนเส้นช่วยกาหนดขนาด

ก. เส้นเตม็ หนา ข. เส้นเตม็ บาง

ค. เส้นศนู ยก์ ลาง ง. เส้นมือเปล่า

6. กรณีท่ีไมส่ ามารถเขียนเส้นกาหนดขนาดต้งั ฉากกบั เส้นขอบรูป ขอ้ ใดถูกตอ้ ง

ก. กาหนดเอียงมุม 15 องศา ข. กาหนดเอียงมุม 30 องศา

ค. กาหนดเอียงมุม 45 องศา ง. กาหนดเอียงมุม 60 องศา

ไ ใบทดสอบก่อน/หลงั เรียน รหสั วชิ า.2100-1001

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 4
ชื่อหน่วย. การกาหนดขนาดของมติ ิ (Dimensioning) จานวน 4 ชม.
ช่ือเร่ือง. การกาหนดขนาดของชิ้นงาน สัปดาห์ที่ 9
7. เส้นช่วยกาหนดขนาดควรเขียนใหเ้ ลยหวั ลูกศรกาหนดขนาดเท่าใด

ก. 1 มม. ข. 1.5 มม.

ค. 2 มม. ง. 2 มม.

8. ขอ้ ใดเป็นชนิดของหวั ลูกศรกาหนดขนาดในงานเขียนแบบเครื่องกล

ก. หวั ลูกศรปลายเปิ ดระบายดาทึบ ข. หวั ลูกศรปลายปิ ดระบายดาทึบ

ค. หวั ลูกศรสามเหลี่ยมดา้ นเทา่ ระบายดาทึบ ง. ถูกทุกขอ้

9. ขอ้ ใดเป็นสูตรในการคานวณหาขนาดของหวั ลูกศรกาหนดขนาด

ก. 2d ข. 3d

ค. 5d ง. 7d

10. ขนาดกาหนดในขอ้ ใด จะตอ้ งเขียนหวั ลูกศรกาหนดขนาดภายนอกเส้นช่วยกาหนดขนาด

ก. มากกวา่ 10 มม. ข. มากกวา่ 8 มม.

ค. นอ้ ยกวา่ 8 มม. ง. นอ้ ยกวา่ 10 มม.

11. ตวั อกั ษรและตวั เลขกาหนดขนาดตามมาตรฐานมีความสูงเทา่ ใด

ก. 2.5 มม. ข. 3.5 มม.

ค. 5 มม. ง. 7 มม.

12. ขอ้ ใดกล่าวถึงตวั เลขกาหนดขนาดไดถ้ ูกตอ้ ง

ก. ตวั เลขกาหนดขนาดแนวต้งั ตอ้ งเขียนใหส้ ามารถอ่านไดจ้ ากทางขวามือ
ข. ตวั เลขกาหนดขนาดแนวต้งั ตอ้ งเขียนใหส้ ามารถอ่านไดจ้ ากทางซา้ ยมือ

ค. ตวั เลขกาหนดขนาดแนวต้งั ตอ้ งเขียนในระนาบนอนเท่าน้นั
ง. ตวั เลขกาหนดขนาดในแนวนอน ตอ้ งเขียนอยรู่ ะหวา่ งเส้นกาหนดขนาด

ไ ใบทดสอบก่อน/หลงั เรียน รหัสวชิ า.2100-1001

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 4
ชื่อหน่วย. การกาหนดขนาดของมติ ิ (Dimensioning) จานวน 4 ชม.
ช่ือเร่ือง. การกาหนดขนาดของชิ้นงาน สัปดาห์ที่ 9

13. การกาหนดความยาวชิ้นงานท่ีรูปทรงสมมาตร ควรยดึ หลกั ขอ้ ใด

ก. ยดึ ขอบดา้ นใดดา้ นหน่ึงเป็ นหลกั ข. ยดึ จุดอา้ งอิงในการผลิตเป็ นหลกั

ค. ยดึ ศนู ยก์ ลางของชิ้นงานเป็นหลกั ง. ยดึ ศนู ยก์ ลางเครื่องจกั รที่ใชผ้ ลิตเป็นหลกั

14. การกาหนดขนาดชิ้นงานที่เป็นชิ้นงานผวิ ดิบ ควรกาหนดขนาดอยา่ งไร

ก. กาหนดขนาดท่ีผิวชิ้นงานสาเร็จ ข. กาหนดขนาดที่ผวิ ชิ้นงานดิบ

ค. กาหนดระหวา่ งผวิ สาเร็จและผวิ ดิบ ง. ขอ้ ก. และขอ้ ข. ถูกตอ้ ง

15. ขอ้ ใดกล่าวถึงการกาหนดขนาดความยาวถูกตอ้ งที่สุด

ก. การกาหนดขนาดความยาวนิยมกาหนดขนาดแบบลูกโซ่

ข. การกาหนดขนาดความยาวสามารถกาหนดขนาดซ้ากนั ได้

ค. การกาหนดขนาดความยาวสามารถกาหนดส่วนที่เป็ นเส้นประได้

ง. การกาหนดขนาดความยาวที่ไม่ถูกตอ้ งตามมาตราส่วนจริง ใหข้ ีดเส้นใตไ้ ว้

16. ขอ้ ใดกล่าวถึงสัญลกั ษณ์เส้นผา่ นศนู ยก์ ลางไม่ถูกตอ้ ง

ก. กรณีท่ีเห็นเป็นวงกลมอยแู่ ลว้ เม่ือกาหนดขนาดไม่ตอ้ งใส่สญั ลกั ษณ์เส้นผา่ นศูนยก์ ลาง

ข. สัญลกั ษณ์เส้นผา่ นศนู ยก์ ลางมีขนาด 10/10h ของตวั เลขกาหนดขนาดและลากเส้นเอียง 75

ค. ใส่สญั ลกั ษณ์เส้นผา่ นศนู ยก์ ลางเมื่อกาหนดขนาดดา้ นขา้ งของทรงกระบอก

ง. ใส่สัญลกั ษณ์เส้นผา่ นศนู ยก์ ลางเมื่อกาหนดขนาดแบบหวั ลูกศรขา้ งเดียว

17. ขอ้ ใดกาหนดขนาดรัศมี ไดถ้ ูกตอ้ ง

ก. R10 ข. 10R

ค. r10 ง. 10r

ไ ใบทดสอบก่อน/หลงั เรียน รหสั วชิ า.2100-1001

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 4
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมติ ิ (Dimensioning) จานวน 4ชม.
ชื่อเรื่อง. การกาหนดขนาดของชิ้นงาน สัปดาห์ท่ี 9

18. ขอ้ ใดกาหนดขนาดรัศมีขนาดใหญ่ไดถ้ ูกตอ้ ง

ก. กาหนดปกติเหมือนการกาหนดขนาดรัศมีทว่ั ไป

ข. กาหนดโดยสมมุติจุดศูนยก์ ลางเพือ่ ยอ่ เส้นรัศมี

ค. กาหนดโดยสมมุติจุดศูนยก์ ลางและใชเ้ ส้นรัศมีหกั ฉากเพือ่ ยอ่ เส้นรัศมี
ง. ถูกทุกขอ้

19. ขอ้ ใดกาหนดขนาดชิ้นงานทรงกลมไมถ่ ูกตอ้ ง

ก. การกาหนดขนาดทรงกลมใหเ้ ขียนคาวา่ Sphere นาหนา้ ตวั เลขกาหนดขนาด

ข. การกาหนดขนาดส่วนโคง้ ทรงกลมใหเ้ ขียนคาวา่ Sphere และตวั R นาหนา้ ตวั เลขกาหนดขนาด

ค. การกาหนดขนาดทรงกลมแบบหวั ลกู ศรขา้ งเดียวใหใ้ ส่สญั ลกั ษณ์  นาหนา้ ตวั เลขกาหนดขนาด

ง. การกาหนดขนาดทรงกลมที่มองเห็นชิ้นงานทรงกลมเต็มใบใหใ้ ส่สญั ลกั ษณ์  นาหนา้ ตวั เลข
กาหนดขนาด

20. จากขอ้ 19 ขอ้ ใดกาหนดขนาดทรงกลมไดถ้ ูกตอ้ ง

ก. Sphere100 ข. Sphere100
ค. Sphere100 ง. Sphere-R50

21. ขอ้ ใดกาหนดขนาดชิ้นงานเรียวไมถ่ ูกตอ้ ง

ก. อตั ราเรียวใชก้ บั ชิ้นงานทรงกรวย

ข. คาวา่ อตั ราเรียวและอตั ราลดเขียนใหข้ นานกบั เส้นศูนยก์ ลางของชิ้นงาน

ค. คาวา่ อตั ราลาดเขียนใหข้ นานกบั เส้นศูนยก์ ลางของชิ้นงาน

ง. อตั ราเรียวในใหเ้ ขียนเหนือเส้นศูนยก์ ลางส่วนอตั ราเรียวนอกใหเ้ ขียนใตเ้ ส้นศูนยก์ ลาง

ไ ใบทดสอบก่อน/หลงั เรียน รหัสวชิ า.2100-1001

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยที่. 4
ชื่อหน่วย. การกาหนดขนาดของมิติ (Dimensioning) จานวน 4 ชม.
ช่ือเรื่อง. การกาหนดขนาดของชิ้นงาน สัปดาห์ท่ี 9

22. ขอ้ ใดกาหนดขนาดโดยใชส้ ญั ลกั ษณ์สี่เหล่ียมจตั ุรัสและเส้นทแยงมุมพ้นื ท่ีราบไดถ้ ูกตอ้ ง

ก. สัญลกั ษณ์สี่เหลี่ยมจตั ุรัสใหเ้ ขียนเป็ นรูปส่ีเหล่ียมจตั ุรัสและลากเส้นทแยงมุมท้งั 4 มุม

ข. ความสูงของสัญลกั ษณ์ส่ีเหลี่ยมจตั ุรัส สูงเท่ากบั ตวั อกั ษรพมิ พใ์ หญ่

ค. สัญลกั ษณ์ส่ีเหลี่ยมจตั ุรัสใหก้ าหนดไวใ้ นภาพฉาย แมจ้ ะมีภาพดา้ นใดดา้ นหน่ึงมองเห็นภาพ

สี่เหลี่ยมจตั ุรัสแลว้ ก็ตาม

ง. พ้ืนท่ีท่ีถูกปาดผวิ ใหร้ าบเรียบ ใหเ้ ขียนเส้นทแยงมุมพ้ืนท่ีราบดว้ ยเส้นเตม็ บาง

23. จากขอ้ ท่ี 22 ขอ้ ใดกาหนดขนาดโดยใชส้ ญั ลกั ษณ์สี่เหล่ียมจตั ุรัสไดถ้ ูกตอ้ ง

ก. 50 ข. 50x50

ค. 50 ง. 50x50

24. ขอ้ ใดกาหนดขนาดมุมไมถ่ ูกตอ้ ง

ก. การเขียนตวั เลขกาหนดขนาดมุมที่อยดู่ า้ นบนของมุมที่กาหนด ใหเ้ ขียนตวั เลขกาหนดขนาด

ภายในเส้นกาหนดขนาด

ข. เส้นกาหนดขนาดมุมตอ้ งเป็นเส้นโคง้ จุดศนู ยก์ ลางอยทู่ ่ีจุดตดั ของเส้นประกอบมุมท่ีกาหนด

ค. การเขียนตวั เลขกาหนดขนาดมุมที่อยดู่ า้ นล่างของมุมที่กาหนด ใหเ้ ขียนตวั เลขกาหนดขนาด

ภายในเส้นกาหนดขนาด

ง. ถูกทุกขอ้

25. ขอ้ ใดกาหนดขนาดมุมลบคมชิ้นงานไดถ้ ูกตอ้ ง
ก. การกาหนดขนาดมุมลบคม 45 ใหก้ าหนดระยะลบคมและมุมลบคมแยกกนั
ข. การกาหนดขนาดมุมลบคม 45 ใหก้ าหนดระยะลบคมคูณดว้ ยมุมที่ลบคม
ค. การกาหนดขนาดมุมลบคมอื่น ใหก้ าหนดระยะลบคมคูณดว้ ยมุมที่ลบคม
ง. การกาหนดขนาดลบคมของมุมทุกขนาด ใหก้ าหนดระยะลบคมและมุมลบคมแยกกนั

ไ ใบเฉลยทดสอบก่อน/หลังเรียน รหัสวชิ า.2100-1001
หน่วยท่ี. 4
วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น จานวน 4 ชม.
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมติ ิ (Dimensioning) สัปดาห์ท่ี 9
ช่ือเร่ือง. การกาหนดขนาดของชิ้นงาน
5. ข
1. จงเลือกขอ้ ท่ีถูกตอ้ งที่สุดเพียงขอ้ เดียว 3. ข 4. ค 10. ง
8. ข 9. ค 15. ง
1. ข 2. ง 13. ค 14. ก 20. ข
6. ง 7. ค 18. ค 19. ง 25. ข
11. ข 12. ข 23. ค 24. ก
16. ข 17. ก
21. ค 22. ง

ไ ใบเฉลยทดสอบก่อน/หลังเรียน รหสั วชิ า.2100-1001

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 4
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมติ ิ (Dimensioning) จานวน 4 ชม.
ชื่อเรื่อง. การกาหนดขนาดของชิ้นงาน สัปดาห์ที่ 9

เฉลย ใบงาน 4.1

ไ ใบเฉลยทดสอบก่อน/หลังเรียน รหสั วชิ า.2100-1001

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 4
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมติ ิ (Dimensioning) จานวน 4 ชม.
ชื่อเรื่อง. การกาหนดขนาดของชิ้นงาน สัปดาห์ที่ 9

เฉลย ใบงาน 4.2

ไ ใบเฉลยทดสอบก่อน/หลงั เรียน รหัสวชิ า.2100-1001

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 4
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมติ ิ (Dimensioning) จานวน 4 ชม.
ชื่อเรื่อง. การกาหนดขนาดของชิ้นงาน สัปดาห์ท่ี 9

เฉลยใบงาน 4.2 ต่อ

ไ ใบเฉลยทดสอบก่อน/หลงั เรียน รหัสวชิ า.2100-1001

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น หน่วยท่ี. 4
ช่ือหน่วย. การกาหนดขนาดของมติ ิ (Dimensioning) จานวน 4 ชม.
ชื่อเรื่อง. การกาหนดขนาดของชิ้นงาน สัปดาห์ท่ี 9

เฉลย ใบงาน 4.2 ต่อ

ไ ใบความรู้ หน้าที่

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 5
ชื่อหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ที่ 8-9

หน่วยที่ 5
การเขยี นภาพฉาย (Orthographic Projection)

แนวคิด
ภาพฉายเป็นภาพท่ีมีจุดมุ่งหมายในการแสดงภาพชิ้นงานแบบ 2 มิติ ซ่ึงเป็นภาพท่ีใชส้ าหรับการเขียน

แบบสั่งงานการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เน่ืองจากเป็นภาพที่สามารถเขียนไดต้ ้งั แตภ่ าพดา้ นเดียวจนถึง
ภาพ 6 ดา้ น ข้ึนอยกู่ บั ความซบั ซอ้ นของชิ้นงานน้นั ๆ รวมท้งั ยงั เป็นภาพที่สามารถกาหนดขนาดของมิติและ
รายละเอียดของแบบงานไดค้ รบถว้ นท่ีสุด

สาระการเรียนรู้

1. การเขียนภาพฉายมุมที่ 1
2. หลกั การเขียนภาพฉายมุมท่ี 1
3. การเขียนภาพฉายมุมที่ 3
4. หลกั การเขียนภาพฉายมุมที่ 3

ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั

เมื่อผเู้ รียนศึกษาบทเรียนน้ีจบแลว้ นกั เรียนสามารถ
1. เขียนภาพฉายมุมที่ 1 ได้
2. บอกหลกั การเขียนภาพฉายมุมท่ี 1 ได้
3. เขียนภาพฉายมุมท่ี 3 ได้
4. บอกหลกั การเขียนภาพฉายมุมท่ี 3 ได้

ไ ใบความรู้ หน้าที่

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

ภาพฉายเป็นภาพแสดงรูปร่างชิ้นงานเป็นภาพดา้ นในระนาบ 2 มิติ ซ่ึงอาจจะแสดงภาพดา้ นเดียว ภาพ
สองดา้ นหรือภาพสามดา้ นก็ได้ สาหรับวธิ ีการมองภาพฉายมีดว้ ยกนั 2 วธิ ี คือการมองภาพฉายมุมที่1 (First
Angle Projection) และการมองภาพฉายมุมที่ 3 (Third Angle Projection) ดงั ระนาบการมองภาพรูปท่ี 5.1

รูปที่ 5.1 ระนาบการมองภาพบนระนาบของภาพฉาย

1. การเขยี นภาพฉายมุมท่ี 1 (First Angle Projection)
การเขียนภาพฉายมุมท่ี 1 เป็นการเขียนภาพฉายตามมาตรฐานสากลระบบยโุ รบ (ISO Method E) ซ่ึง

เป็นมาตรฐานที่สานกั งานมาตรฐานผลิตภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม (สมอ.) กาหนดใหเ้ ป็ นมาตรฐานการเขียนแบบ
เครื่องกลในประเทศไทย สาหรับวธิ ีการเขียนภาพฉายมุมที่ 1 ชิ้นงานจะถูกวางไวใ้ นจตุภาคที่ 1 ภาพฉายที่
เกิดข้ึนจะเกิดจากการมองจุดตา่ ง ๆ บนขอบผวิ ชิ้นงานเป็ นเส้นตรงไปกระทบกบั ฉากรับภาพ ระนาบเส้นตรงท่ี
มองภาพเราเรียกวา่ “เส้นฉาย” (Projection) ดงั รูปที่ 5.2 และรูปท่ี 5.3

ไ ใบความรู้ หน้าท่ี

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

รูปที่ 5.2 ลกั ษณะการมองภาพฉายมุมที่ 1

รูปท่ี 5.3 วธิ ีการมองภาพฉายมุมที่ 1

ไ ใบความรู้ หน้าท่ี

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 5
ชื่อหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

จากรูปท่ี 5.3 เมื่อเปิ ดฉากรับภาพออกโดยใหฉ้ ากรับภาพในระนาบด่ิงอยตู่ าแหน่งเดิม ส่วนฉากรับภาพระนาบ
ขา้ งใหเ้ ปิ ดออกดา้ นขวามือ และฉากรับภาพระนาบนอนใหเ้ ปิ ดลงดา้ นล่าง จะไดภ้ าพฉาย 3 ดา้ น ภาพที่อยู่
ระนาบดิ่งจะเป็ นภาพดา้ นหนา้ (Front View) ซ่ึงเป็นภาพหลกั ของภาพฉาย ดงั น้นั ในการเขียนภาพฉายตอ้ ง
เขียนภาพดา้ นหนา้ ก่อนเสมอ ภาพท่ีอยรู่ ะนาบขา้ งจะเป็นภาพดา้ นขา้ ง (Side View) และภาพท่ีอยรู่ ะนาบนอน
จะเป็นภาพดา้ นบน (Top View) ดงั รูปที่ 5.4

รูปท่ี 5.4 ภาพฉาย 3 ดา้ นท่ีเกิดจากการมองภาพมุมที่ 1

ไ ใบความรู้ หน้าท่ี

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 5
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ที่ 8-9

2. หลกั เกณฑ์ในการเขียนภาพฉายมุมที่ 1

การเขียนภาพฉายโดยทวั่ ไปจะนิยมเขียนเพยี ง 3 ดา้ น คือภาพดา้ นหนา้ ภาพดา้ นขา้ งและภาพดา้ นบน
ซ่ึงสามารถใหร้ ายละเอียดของรูปร่างและกาหนดขนาดของมิติไดค้ รบท้งั หมด ดงั น้นั เพ่ือใหเ้ กิดความเขา้ ใจที่ดี
ข้ึน ควรยดึ หลกั เกณฑใ์ นการเขียนภาพฉายมุมที่ 1 ดงั น้ี

1. การเลือกภาพดา้ นหนา้ ควรเลือกดา้ นท่ีสามารถ รูปที่ 5.5 การเลือกภาพดา้ นหนา้
เห็นรายละเอียดของแบบงานชดั เจนมากที่สุด และทิศทางการมองภาพ

2. ทิศทางการมองภาพจากภาพดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ ง
และดา้ นบนใหม้ องจากทางซา้ ยมือหรือมองภาพ
แบบเวยี นซา้ ยหรือตามเขม็ นาฬิกา

3. ภาพดา้ นขา้ งซา้ ยตอ้ งอยดู่ า้ นขวาของภาพดา้ นหนา้
และตอ้ งอยใู่ นแนวระนาบเดียวกนั (ระนาบนอน)

4. ภาพดา้ นบนตอ้ งอยดู่ า้ นล่างของภาพดา้ นหนา้
และตอ้ งอยใู่ นแนวระนาบเดียวกนั (ระนาบต้งั )

5. ความยาวของภาพดา้ นบน ตอ้ งยาวเทา่ กบั ความ
ยาวของภาพดา้ นหนา้

6. ความสูงของภาพดา้ นขา้ ง ตอ้ งสูงเทา่ กบั ความสูง
ของภาพดา้ นหนา้

7. ความกวา้ งของภาพดา้ นบน ตอ้ งกวา้ งเท่ากบั ความ
กวา้ งของภาพดา้ นขา้ ง

รูปท่ี 5.6 ความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง
ภาพฉายท้งั 3 ดา้ น

ไ ใบความรู้ หน้าท่ี

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ที่ 8-9

3. การเขียนภาพฉายมุมท่ี 3 (Third Angle Projection)
การเขียนภาพฉายมุมท่ี 3 เป็ นการเขียนภาพฉายท่ีจดั อยใู่ นระบบ ISO เช่นเดียวกนั กบั ภาพฉายมุมที่ 1

แต่เป็นมาตรฐาน ISO ระบบ A (ISO Method A) หรือที่เราเรียกวา่ “ภาพฉายระบบอเมริกนั ” สาหรับวธิ ีการ
เขียนภาพฉายมุมที่ 3 ชิ้นงานจะถูกวางไวใ้ นจตุภาคแดรนที่ 3 ภาพฉายท่ีเกิดข้ึนจะตรงขา้ มกบั การมองภาพมุม
ท่ี 1 เนื่องจากภาพท่ีเห็นจะถูกวางท่ีฉากรับภาพดา้ นเดียวกนั กบั ตาแหน่งท่ีมอง ดงั รูปท่ี 5.7 และรูปที่ 5.8

รูปที่ 5.7 ลกั ษณะการมองภาพฉายมุมที่ 3

รูปที่ 5.8 วธิ ีการมองภาพฉายมุมที่ 3

ไ ใบความรู้ หน้าที่

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

จากรูปที่ 5.8 เม่ือเปิ ดฉากรับภาพออกโดยใหฉ้ ากรับภาพในระนาบดิ่งอยตู่ าแหน่งเดิม ส่วนฉากรับภาพ
ระนาบขา้ งใหเ้ ปิ ดออกดา้ นขวามือ และฉากรับภาพระนาบนอนใหเ้ ปิ ดข้ึนดา้ นบน จะไดภ้ าพฉาย 3 ดา้ น ภาพ
ฉายที่อยใู่ นระนาบด่ิงจะเป็นภาพดา้ นหนา้ (Front View) ภาพฉายท่ีอยรู่ ะนาบต้งั จะเป็นภาพดา้ นขา้ ง (Side
View) และภาพฉายที่อยรู่ ะนาบนอนจะเป็นภาพดา้ นบน (Top View) ดงั รูปที่ 5.9

รูปท่ี 5.9 ภาพฉาย 3 ดา้ นท่ีเกิดจากการมองภาพมุมที่ 3

ไ ใบความรู้ หน้าท่ี

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 5
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

4. หลกั เกณฑ์ในการเขียนภาพฉายมุมท่ี 3

หลกั เกณฑก์ ารเขียนภาพฉายมุมที่ 3 จะมีลกั ษณะคลา้ ยกบั การเขียนภาพฉายมุมที่ 1 แตจ่ ะขอ้ แตกตา่ ง

กนั ที่วธิ ีการมองภาพหรือการพลิกภาพ หลกั เกณฑใ์ นการเขียนภาพฉายมุมท่ี 3 มีดงั น้ี

1. การเลือกภาพดา้ นหนา้ ควรเลือกดา้ นที่สามารถ

เห็นรายละเอียดของแบบงานชดั เจนมากท่ีสุด

2. ทิศทางการมองภาพจากภาพดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ ง

และดา้ นบนใหม้ องจากทางขวามือหรือมองภาพ

แบบเวยี นขวาหรือทวนเขม็ นาฬิกา

3. ภาพดา้ นขา้ งขวาตอ้ งอยดู่ า้ นขวาของภาพดา้ นหนา้

และตอ้ งอยใู่ นแนวระนาบเดียวกนั (ระนาบนอน) รูปท่ี 5.10 การเลือกภาพดา้ นหนา้
4. ภาพดา้ นบนตอ้ งอยดู่ า้ นบนของภาพดา้ นหนา้ และทิศทางการมองภาพ

และตอ้ งในแนวระนาบเดียวกนั (ระนาบต้งั )

5. ความยาวของภาพดา้ นบน ตอ้ งยาวเท่ากบั ความ

ยาวของภาพดา้ นหนา้

6. ความสูงของภาพดา้ นขา้ ง ตอ้ งสูงเทา่ กบั ความสูง

ของภาพดา้ นหนา้

7. ความกวา้ งของภาพดา้ นบน ตอ้ งกวา้ งเท่ากบั ความ

กวา้ งของภาพดา้ นขา้ ง

รูปที่ 5.11 ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง
ภาพฉายท้งั 3 ดา้ น

ไ ใบความรู้ หน้าท่ี

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5
ชื่อหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ช่ือเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

จากการเขียนภาพฉายท้งั 2 ระบบ เมื่อนาไปเขียนแบบชิ้นงานเดียวกนั จะมีความแตกต่างกนั ที่วธิ ีการเขียนภาพ
เทา่ น้นั ดงั น้นั ถา้ เขียนภาพฉายท้งั 2 ระบบในกระดาษแผน่ เดียวกนั ควรเขียนสัญลกั ษณ์ของระบบกากบั ไว้
บริเวณแบบงานท่ีเขียน ดงั รูปท่ี 5.12 แต่ถา้ เขียนภาพฉายระบบเดียวกนั ท้งั หมด กไ็ ม่ตอ้ งเขียนสญั ลกั ษณ์กากบั
ไวใ้ นแบบงาน อาจจะเขียนสัญลกั ษณ์ของภาพฉายกากบั ไวใ้ นตารางรายการของกระดาษเขียนแบบกไ็ ด้

รูปที่ 5.12 แสดงการเปรียบเทียบและการเขียนภาพฉายมุมที่ 1 และมุมท่ี 3

ไ แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน้าที่

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5
ชื่อหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ที่ 8-9

คาชี้แจง จงเลือกคาตอบที่ถูกที่สุดเพยี งคาตอบเดียว

1. ขอ้ ใดเป็นวธิ ีการมองภาพฉายที่ใชใ้ นปัจจุบนั

ก. ภาพฉายมุมท่ี 1 และมุมท่ี 2 ข. ภาพฉายมุมที่ 1 และมุมท่ี 3

ค. ภาพฉายมุมท่ี 2 และมุมที่ 4 ง. ภาพฉายมุมท่ี 3 และมุมที่ 4

2. ขอ้ ใดเป็นมาตรฐานของภาพฉายระบบยโุ รป

ก. ISO Method A ข. ISO Method D

ค. ISO Method E ง. ISO Method M

3. ขอ้ ใดเป็นมาตรฐานของภาพฉายระบบอเมริกนั

ก. ISO Method A ข. ISO Method D

ค. ISO Method E ง. ISO Method M

4. ขอ้ ใดเป็นมาตรฐานของภาพฉายที่ สมอ. กาหนดใหใ้ ชใ้ นงานเขียนแบบเครื่องกลในประเทศไทย

ก. ISO Method A ข. ISO Method D

ค. ISO Method E ง. ISO Method M

5. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะการปรากฏภาพของภาพฉายมุมที่ 1

ก. ภาพท่ีเกิดข้ึนจะปรากฏท่ีฉากรับภาพ ท่ีอยดู่ า้ นตรงขา้ มกบั จุดท่ีมองภาพ

ข. ภาพท่ีเกิดข้ึนจะปรากฏที่ฉากรับภาพ ที่อยดู่ า้ นเดียวกนั กบั จุดท่ีมองภาพ

ค. ภาพที่ปรากฏเป็นลกั ษณะของแสงเงากระทบกบั วตั ถุแลว้ เกิดภาพท่ีดา้ นหลงั ของวตั ถุ

ง. ขอ้ ก. และขอ้ ค. ถูกตอ้ ง

6. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะการปรากฏภาพของภาพฉายมุมที่ 3

ก. ภาพที่เกิดข้ึนจะปรากฏที่ฉากรับภาพ ท่ีอยดู่ า้ นตรงขา้ มกบั จุดที่มองภาพ

ข. ภาพที่เกิดข้ึนจะปรากฏที่ฉากรับภาพ ท่ีอยดู่ า้ นเดียวกนั กบั จุดท่ีมองภาพ

ค. ภาพท่ีปรากฏเป็นลกั ษณะธรรมชาติท่ีแสงกระทบวตั ถุแลว้ สะทอ้ นเกิดภาพที่ตา

ง. ขอ้ ข. และขอ้ ค. ถูกตอ้ ง
7. ขอ้ ใดกล่าวถึงการเปิ ดระนาบการมองภาพมุมที่ 1 ไมถ่ ูกตอ้ ง

ก. ระนาบด่ิงหรือภาพดา้ นหนา้ ไมต่ อ้ งเปิ ดออกถือเป็นระนาบหลกั

ข. ระนาบขา้ งหรือภาพดา้ นขา้ งใหเ้ ปิ ดออกดา้ นขวามือของระนาบด่ิง

ค. ระนาบนอนหรือภาพดา้ นบนใหเ้ ปิ ดออกดา้ นล่างของระนาบด่ิง

ง. ระนาบนอนหรือภาพดา้ นบนใหเ้ ปิ ดออกดา้ นบนของระนาบด่ิง

ไ แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ หน้าที่

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 5
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ช่ือเรื่อง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

8. ขอ้ ใดกล่าวถึงการเปิ ดระนาบการมองภาพมุมที่ 3 ไมถ่ ูกตอ้ ง

ก. ระนาบนอนหรือภาพดา้ นบนใหเ้ ปิ ดออกดา้ นบนของระนาบดิ่ง

ข. ระนาบนอนหรือภาพดา้ นบนใหเ้ ปิ ดออกดา้ นล่างของระนาบด่ิง

ค. ระนาบด่ิงหรือภาพดา้ นหนา้ ไม่ตอ้ งเปิ ดออกถือเป็นระนาบหลกั

ง. ระนาบขา้ งหรือภาพดา้ นขา้ งใหเ้ ปิ ดออกดา้ นขวามือของระนาบด่ิง

9. ขอ้ ใดเป็นขอ้ ควรคานึงในการเลือกภาพดา้ นหนา้ ของภาพฉาย

ก. ดา้ นท่ีเห็นรายละเอียดของแบบงานชดั เจนที่สุด ข. ดา้ นท่ีเห็นรายละเอียดนอ้ ยที่สุด

ค. ดา้ นขวามือของแกนภาพสามมิติ ง. ดา้ นซา้ ยมือของแกนภาพสามมิติ

10. ขอ้ ใดเป็นทิศทางของการมองภาพดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ งและดา้ นบนของภาพฉายมุมท่ี 1

ก. เวยี นขวามือหรือทิศทางตามเขม็ นาฬิกา ข. เวยี นซา้ ยมือหรือทิศทางทวนเขม็ นาฬิกา

ค. เวยี นขวามือหรือเวยี นซา้ ยมือกไ็ ด้ ง. ไม่มีขอ้ กาหนดข้ึนอยกู่ บั ความถนดั ของ

ผเู้ ขียนแบบ

11. ขอ้ ใดกล่าวถึงขอ้ กาหนดในการวางภาพฉายมุมที่ 1 ไม่ถูกตอ้ ง

ก. วางภาพดา้ นหนา้ เป็นภาพหลกั ของภาพฉาย

ข. ภาพดา้ นขา้ งซา้ ยตอ้ งวางดา้ นขวาของภาพดา้ นหนา้

ค. ภาพดา้ นบนตอ้ งวางดา้ นล่างของภาพดา้ นหนา้

ง. ระยะห่างระหวา่ งภาพไมจ่ าเป็นตอ้ งห่างเทา่ กนั ก็ได้

12. ขอ้ ใดกล่าวถึงความสมั พนั ธ์ระหวา่ งภาพฉายท้งั 3 ดา้ นไม่ถูกตอ้ ง

ก. ความกวา้ งของภาพดา้ นบน ตอ้ งกวา้ งเทา่ กบั ความกวา้ งของภาพดา้ นขา้ ง

ข. ความสูงของภาพดา้ นขา้ ง ตอ้ งสูงเทา่ กบั ความสูงของภาพดา้ นหนา้

ค. ความกวา้ งของภาพดา้ นขา้ ง ตอ้ งกวา้ งเทา่ กบั ความกวา้ งของภาพดา้ นหนา้

ง. ความยาวของภาพดา้ นบน ตอ้ งยาวเท่ากบั ความยาวของภาพดา้ นหนา้

13. ขอ้ ใดเป็นทิศทางการมองภาพดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ งและภาพดา้ นบนของภาพฉายมุมที่ 3

ก. เวยี นขวามือหรือทิศทางตามเขม็ นาฬิกา ข. เวยี นซา้ ยมือหรือทิศทางทวนเขม็ นาฬิกา

ค. เวยี นขวามือหรือเวยี นซา้ ยมือก็ได้ ง. ไมม่ ีขอ้ กาหนดข้ึนอยกู่ บั ความถนดั ของ

ผเู้ ขียนแบบ

ไ แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ หน้าท่ี

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ชื่อเรื่อง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

14. จากรูปขอ้ ใดเป็นสัญลกั ษณ์ของภาพฉายระบบ ISO Method E
ก. ข.
ค. ง.

15. จากรูปขอ้ ใดเป็นสญั ลกั ษณ์ของภาพฉายระบบ ISO Method A
ก. ข.
ค. ง.

ใบงานเสริมทกั ษะที่ 5.1 หน้าที่

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 5

ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.

ชื่อเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

คาสั่ง จากแบบงานท่ีกาหนดให้ จงหาภาพฉายตามทิศทางของหวั ลูกศร และนาตวั เลขของภาพฉายเขียนใน

วงกลมของภาพสามมิติ

ใบงานเสริมทกั ษะท่ี 5.2 หน้าที่

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5

ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.

ช่ือเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ที่ 8-9

คาส่ัง จากภาพสามมิติท่ีกาหนดให้ จงเขียนเคร่ืองหมาย X ในวงกลมของภาพฉาย 3 ดา้ นที่ถูกตอ้ งที่สุด

ใบงานเสริมทกั ษะที่ 5.2 (ต่อ) หน้าท่ี

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

ใบงานเสริมทกั ษะที่ 5.2 (ต่อ) หน้าท่ี

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

ใบงานเสริมทกั ษะที่ 5.2 (ต่อ) หน้าท่ี

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

ใบงานเสริมทกั ษะที่ 5.3 หน้าท่ี

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5

ชื่อหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.

ชื่อเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ที่ 8-9

คาสั่ง จากภาพสามมิติและภาพฉายที่กาหนดให้ จงเขียนตวั อกั ษรจากภาพไอโซเมตริกลงในภาพฉายใน

ตาแหน่งที่ตรงกนั

ใบงานเสริมทกั ษะที่ 5.3 (ต่อ) หน้าท่ี

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5
ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.
ชื่อเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

ใบงานเสริมทกั ษะที่ 5.4 หน้าที่

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5

ชื่อหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.

ช่ือเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ที่ 8-9

คาสั่ง จากภาพสามมิติ A – E ท่ีกาหนดให้ จงหาภาพดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ งและภาพดา้ นบน และเขียนหมายเลข

ลงในตารางดา้ นล่าง

ใบงานเสริมทกั ษะที่ 5.5 หน้าที่

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5

ชื่อหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.

ช่ือเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

คาสั่ง จากภาพสามมิติ A – E ท่ีกาหนดให้ จงหาภาพดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ งและภาพดา้ นบน และเขียนหมายเลข

ลงในตารางดา้ นล่าง

ใบงานเสริมทกั ษะที่ 5.6 หน้าที่

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5

ชื่อหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.

ช่ือเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ที่ 8-9

คาสั่ง จากภาพสามมิติ A – F ท่ีกาหนดให้ จงหาภาพดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ งและภาพดา้ นบน และเขียนหมายเลข

ลงในตารางดา้ นล่าง

ใบงานเสริมทกั ษะที่ 5.7 หน้าที่

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5

ชื่อหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.

ช่ือเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

คาสั่ง จากภาพสามมิติ A – F ท่ีกาหนดให้ จงหาภาพดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ งและภาพดา้ นบน และเขียนหมายเลข

ลงในตารางดา้ นล่าง

ใบงานเสริมทกั ษะที่ 5.8 หน้าที่

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5

ชื่อหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.

ช่ือเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ที่ 8-9

คาสั่ง จากภาพสามมิติ A – F ท่ีกาหนดให้ จงหาภาพดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ งและภาพดา้ นบน และเขียนหมายเลข

ลงในตารางดา้ นล่าง

ใบงานเสริมทกั ษะที่ 5.9 หน้าที่

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยท่ี. 5

ชื่อหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.

ช่ือเร่ือง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

คาสั่ง จากภาพสามมิติ A – F ท่ีกาหนดให้ จงหาภาพดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ งและภาพดา้ นบน และเขียนหมายเลข

ลงในตารางดา้ นล่าง

ใบงานเสริมทกั ษะที่ 5.10 หน้าที่

วชิ า. เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 5

ชื่อหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.

ช่ือเรื่อง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ที่ 8-9

คาสั่ง จากภาพสามมิติ A – F ท่ีกาหนดให้ จงหาภาพดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ งและภาพดา้ นบน และเขียนหมายเลข

ลงในตารางดา้ นล่าง

ใบงานเสริมทกั ษะที่ 5.11 หน้าที่

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 5

ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.

ช่ือเรื่อง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

คาส่ัง จากภาพสามมิติและภาพฉาย 2 ดา้ นที่กาหนดให้ จงเขียนแบบภาพฉายดา้ นท่ีเหลือใหถ้ ูกตอ้ ง

ใบงานเสริมทกั ษะที่ 5.12 หน้าที่

วชิ า. เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น (2100-1001) หน่วยที่. 5

ช่ือหน่วย. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) จานวน 8 ชม.

ช่ือเรื่อง. การเขียนภาพฉาย (Orthographic Projection) สัปดาห์ท่ี 8-9

คาส่ัง จากภาพสามมิติและภาพฉาย 2 ดา้ นที่กาหนดให้ จงเขียนแบบภาพฉายดา้ นท่ีเหลือใหถ้ ูกตอ้ ง


Click to View FlipBook Version