The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร (เอกสารประกอบการประเมินการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา/โครงการชลประทาน ประจำปี 2565)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร (อันดับที่ 3 ประจำปี 2565)

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร (เอกสารประกอบการประเมินการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา/โครงการชลประทาน ประจำปี 2565)

Keywords: โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร,การประเมินการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ

97

ผรู้ บั บริการ แนวทางและวธิ กี ารใหบ้ รกิ าร
1. เกษตรกรในเขตพืน้ ท่ี
1.1ส่งน้ำให้แก่พื้นที่ในเขตชลประทานที่รับผิดชอบ เพื่อการเพาะปลูกการ
ชลประทาน ขยายพนั ธแ์ุ ละการเลี้ยงสตั วน์ ้ำจดื ฯลฯ

2. หนว่ ยงานภาครัฐและ 1.2การสง่ เสริมสนบั สนุนใหค้ วามรใู้ นกิจกรรมทเ่ี กยี่ วเนือ่ งกับการเกษตร
เอกชน 1.3ส่งเสรมิ การดำเนนิ งานขององคก์ รผใู้ ชน้ ้ำชลประทาน

3. บคุ คลทว่ั ไป/ชุมชน 2.1 การอนญุ าตใหใ้ ช้นำ้ ดิบเพ่ือการประปา
และกลมุ่ ทางสังคม 2.2 ใหก้ ารสนับสนุนแนะนำด้านวิชาการแก่องคก์ รปกครองสว่ น

ทอ้ งถิ่นในภารกิจท่ไี ด้รบั การถ่ายโอน และอื่นๆ
2.3การอนุญาตใหใ้ ช้ที่ดินราชพัสดทุ อ่ี ยู่ในความรบั ผดิ ชอบ
2.4การให้การสนับสนนุ เครอ่ื งสบู นำ้ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนำ้
2.5การให้ข้อมูลเพื่อการเตือนและป้องกันแก้ไขปญั หาภยั ท่ีเกิดจากน้ำ

3.1 ใหก้ ารสนับสนุนแนะนำให้ความรู้ดา้ นการชลประทานและการ
เตรยี มการปอ้ งกนั แกป้ ัญหาภัยที่เกดิ จากน้ำ

3.2 การใหก้ ารสนบั สนนุ เคร่อื งสบู นำ้ เพ่ือแก้ปญั หาเร่ืองน้ำ
3.3 การอนญุ าตให้เชา่ ท่ีดินราชพัสดทุ อ่ี ย่ใู นความรับผิดชอบ
3.4 การอนญุ าตให้เล้ียงปลาในกระชังในแหล่งนำ้ ที่รับผิดชอบ

การพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจัดการโครงการส่งน้ำและบำรงุ รกั ษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

98

หมวด 2 การสร้างความสมั พันธ์

2.1 วธิ ีการ/กระบวนการ ในการให้บรกิ ารกับกลมุ่ ผรู้ ับบรกิ าร และผู้มสี ่วนไดส้ ่วนเสีย

ก. การจำแนกกลมุ่ ผูร้ บั บริการและผู้มีสว่ นได้สว่ นเสยี

การจำแนกกลุ่มผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้น โครงการฯ พิจารณาจากภารกิจหรือ
กิจกรรมที่โครงการฯ มคี วามสัมพันธ์ดว้ ยเปน็ หลกั ซึ่งสามารถแบ่งได้เปน็ 3 กลมุ่ คือ

1) กลมุ่ ผ้รู บั บรกิ ารทีเ่ ปน็ หนว่ ยงานราชการ/รัฐวสิ าหกิจ
1.1) หน่วยงานในสังกัดกรมชลประทาน – ประสานการจัดทำแผนงาน การเบิกจ่าย

งบประมาณ
1.2) หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด – เป็นคณะกรรมการ คณะทำงาน

- ใหข้ อ้ มลู ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับการบริหารจดั การนำ้ การก่อสร้างและการเกษตร - การเตือน/ป้องกนั ภยั ทเี่ กดิ จากนำ้
1.3) หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้แก่ อบจ., อบต., เทศบาล

รวมทั้งกำนันและ ผู้ใหญ่บ้าน – ให้คำแนะนำด้านการบริหารจัดการน้ำ การซ่อมแซม บำรุงรักษา ปรับปรุง
ภารกิจที่ได้ถ่ายโอน การพัฒนาแหล่งน้ำ – การขอใช้ที่ดินราชพัสดุ ขอใช้น้ำชลประทาน – การเตือน/ป้องกัน
ภัยท่เี กิดจากน้ำ – สนับสนนุ เคร่อื งสูบน้ำเคล่ือนท่ี

1.4) หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ – สำนกั งานประปาในเรอ่ื งการขอใช้ท่ีดนิ ขอใช้น้ำฯ –
สนับสนนุ เครอ่ื งสบู น้ำเคล่ือนที่

2) ประชาชน/กลุ่มเกษตรกร/กลุ่มผู้ใช้นำ้ / กลุ่มทางสังคม– ให้คำแนะนำด้านการบรหิ าร
จัดการน้ำ – การเตอื น/ปอ้ งกนั ภยั ทเี่ กิดจากนำ้ – สนบั สนนุ เครื่องสูบน้ำเคล่อื นที่

2.1) เกษตรกร/กล่มุ เกษตรกร ผใู้ ชน้ ้ำชลประทาน
2.2) เกษตรกรนอกเขตชลประทาน
2.3) ประชาชนทเ่ี ป็นบุคคลทั่วไป
2.4) กลุ่มทางสังคม หรอื NGOs

๓) กลุม่ บริษทั /ห้าง/ร้าน เอกชน
– การใหข้ อ้ มลู ทีเ่ กี่ยวข้องกบั การบรหิ ารจดั การนำ้
– การเตอื น/ปอ้ งกนั ภยั ทีเ่ กดิ จากนำ้

3.1) ผูร้ บั จ้างทำงานกบั โครงการฯ
3.2) ผขู้ ายสินคา้ ให้กบั โครงการฯ
3.3) ผทู้ ี่ขอใชน้ ้ำเพื่อธรุ กิจและอตุ สาหกรรม

การพฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจัดการโครงการส่งนำ้ และบำรุงรักษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

99

กลมุ่ ผรู้ บั บริการ/ บรกิ ารท่ใี ห้ ความต้องการ/ แนวทางและวธิ ีการสอ่ื สาร
ผู้มีส่วนไดส้ ว่ นเสยี ความคาดหวงั ระหว่างกัน
เกษตรกรในเขต - การส่งนำ้ ให้พ้ืนทีก่ าร เกษตร
ชลประทาน - ส่งเสริมให้ความรู้ที่เกี่ยวข้อง - พื้นที่การเกษตรได้รับน้ำ การรับฟงั ความคดิ เหน็
กับการเกษตรและการ เพียงพอ ทันตามเวลา ท่ี
หน่วยงานภายนอก ชลประทาน ต้องการ - การตดิ ตอ่ โดยตรง
ภาครัฐและเอกชน - นำความรู้ไปพัฒนา การ - โทรศพั ท/์ โทรสาร
ให้ข้อมลู /คำแนะนำ/ความรู้ด้าน เกษตร เพื่อการเพิ่มผลผลิต / - Email/Line/Website/
บคุ คลท่ัวไป/ชุมชน การชลประทาน การ เกษตร ลดต้นทนุ การผลิต Facebook/Line
และสังคม การพัฒนาแหลง่ น้ำ - นำความรู้ไปสร้างประโยชน์ - หนงั สอื /จดหมาย
สนับสนุนเครื่องสูบน้ำเคลื่อน ท่ี /คุณค่า/มูลคา่ ตอ่ ประชาชน - ประชมุ ชี้แจง/ประชาสัมพนั ธ์
เพื่อป้องกันหรือแก้ปัญหาเรื่อง - แก้ปัญหาเรื่องนำ้ (บรรเทา
นำ้ หรอื ให้หมดไป) - การติดต่อโดยตรง
- ให้ข้อมูล/คำแนะนำ/ความรู้ - โทรศพั ท์/โทรสาร
ดา้ นการชลประทาน การ เกษตร - นำความรู้ไปสรา้ งประโยชน/์ - Email/Line/Website/
การพฒั นาแหลง่ น้ำ คณุ คา่ /มลู คา่ Facebook/Line
- สนบั สนนุ เครอ่ื งสูบน้ำเคล่ือนที่ - แก้ปัญหาเรื่องน้ำ (บรรเทา - หนงั สือ/จดหมาย
เพอ่ื แกป้ ัญหาเร่อื งน้ำ หรอื ให้หมดไป) - ประชมุ ชแี้ จง/ประชาสมั พนั ธ์
- การพัฒนาแหล่งน้ำ
- การติดตอ่ โดยตรง
- โทรศพั ท/์ โทรสาร
- Email/Line/Website/
Facebook/Line
- หนังสือ/จดหมาย
- ประชมุ ชแี้ จง/ประชาสมั พันธ์

ข. การกำหนดชอ่ งทางในการรบั ฟังความคิดเหน็ ของผรู้ ับบรกิ ารและผมู้ สี ่วนได้ส่วนเสยี

การรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผรู้ ับบริการและผมู้ ีสว่ นได้ส่วนเสยี นั้นมีความสำคญั เพราะเป็นวิธีการท่ี
จะทำให้รับทราบปัญหาความเดือดร้อน ปัญหาการบริการ เพื่อที่จะได้หาแนวทางแก้ไขปัญหาและการนำมา
ปรบั ปรุงแกไ้ ขสร้างคุณคา่ การบริการให้เกิดความพึงพอใจสงู สดุ โดยมชี อ่ งทางดังน้ี

1) แบบประเมนิ ความพึงพอใจ
2) E-mail ถงึ โครงการฯ,สชป.12 และกรมฯ
3) จดั เวทีประชาคม/ประชมุ
4) ตรู้ ับฟังความคิดเห็น
5) ผา่ นสื่อมวลชนทอ้ งถิ่น
6) หน่วยรบั เร่ืองร้องเรียน
7) เขา้ พบด้วยตนเอง
8) ผา่ นอาสาสมัครชลประทาน
9) เครอื ข่ายภาคประชาชน/ประชาสังคม
10) จดหมายถงึ โครงการฯ,สชป.12 และตู้ ปณ.1460 ของกรมฯ
11) โทรศัพท์ / โทรสาร ท้งั ของโครงการฯ,สชป.12 และสายดว่ น 1460 ของกรมฯ

การพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจัดการโครงการสง่ น้ำและบำรงุ รกั ษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

100

ค. การจดั การข้อเสนอแนะและข้อร้องเรยี น

ในกรณีที่ผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้มีข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนมาถึงโครงการฯ
หรอื ถึงฝ่าย/งาน/หน่วยโดยตรง ผู้รับเร่ืองหรอื ผ้เู กี่ยวขอ้ งต้องพิจารณาแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามแนวทางที่กำหนด
ไว้ใน คู่มือการจัดการข้อร้องเรียน และคู่มือการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่ให้มีการรับฟังข้อเสนอแนะของ
ผู้รบั บริการหรือผมู้ ีสว่ นไดส้ ว่ นเสีย มาปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานซง่ึ กรมฯ ไดก้ ำหนดขน้ั ตอนการปฏิบัติไว้
ในคูม่ ือการปฏบิ ตั งิ านเรือ่ งต่างๆ เพ่ือการสร้างคณุ คา่ การบริการและสรา้ งความพึงพอใจสูงสุดแก่ผรู้ บั บริการฯ

ในกรณีเรื่องการแนะนำการปฏิบัติงานนั้น จะคำนึงถึงการดำเนินการภายใต้หลักวิชาการองค์
ความรู้ ในขอบเขตท่ีกฎหมาย ระเบียบกำหนดอำนาจหน้าทีไ่ ว้ กรณปี ัญหาสำคญั อาจต้องกำหนดใหม้ ที ีมงานไป
ดำเนินการ ทั้งนี้การจัดการเป็นตัวชี้วัดตวั หน่ึงในการปฏิบตั ขิ องบุคลากรของโครงการฯทุกคน ที่โครงการฯ ได้
กำหนดเป้าหมายว่าปัญหาข้อร้องเรียนทุกเร่ืองต้องไดร้ บั การแก้ไขใหส้ ำเร็จลุล่วง โดยต้องใหผ้ ูร้ ้องเรียนพอใจใน
แนวทางการแกไ้ ขหรอื ดำเนนิ การของโครงการฯ ดว้ ย

ง. การนำข้อมูลในการรับฟงั ความคิดเหน็ ไปปรับปรุงกระบวนการทำงาน

ดังที่กล่าวแล้วว่ากำหนดไว้ ให้มีการรับฟังข้อเสนอแนะของผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
แล้วมาปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานซึ่งกรมฯ ได้กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติไว้ในคู่มือการปฏิบัติงานเรื่อง
ต่างๆ เพื่อการสร้างคุณค่าการบริการและสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้รับบริการฯ นั้น การรับฟังข้อปั ญหา
ข้อเสนอแนะจากผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง นับว่ามีความสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
เพราะจะทำให้สามารถปรับปรุงแก้ไข หรือกำหนดแนวทางการให้บริการที่เหมาะสมตรงใจตามที่ผู้รับบริการ
หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องการให้มีได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ต้องไม่ขัดกับหลักวิชาการองค์ความรู้ กฎหมาย
ระเบยี บ ขนบธรรมเนยี มประเพณี และศีลธรรมอนั ดีด้วย

จ. การสร้างความเข้าใจกับกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน คณะกรรมการจัดกาชลประทาน
อาสาสมคั รชลประทาน อย่างตอ่ เน่อื งโดยการประชมุ อบรม ดงู าน การจัดเวทีชุมชน ฯลฯ

โครงการฯ ตระหนักถึงความสำคญั ของการมีสว่ นร่วมในการบรหิ ารจัดการนำ้ ของผรู้ บั บริการและ
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพราะเป็นแนวทางที่ทำให้การดำเนินการบรหิ ารจัดการน้ำลุล่วงไปดว้ ยดีลดปัญหาอุปสรรค
ลดความขัดแยง้ ลงได้มาก ทั้งนี้มาจากแนวคดิ ในเรื่องสงั คมไทยอยู่กันเอื้ออาทร มีการพึ่งพากันแบบญาติพี่น้อง
และเพื่อน ทรัพย์สินของทางราชการก็เป็นทรัพย์สินของประชาชนทุกคน ประชาชนทุกคนมีสิทธิใช้ประโยชน์
จากแหล่งน้ำเท่าเทียมกัน ในขณะที่ทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ตลอดจนหลักเกณฑ์ กฎ ระเบียบ
ข้อบงั คับทเ่ี กีย่ วข้องกับการมีส่วนรว่ มในการบริหารจดั การนำ้ ท่ีไดร้ ว่ มกนั กำหนดขึ้นมาเองดว้ ย

ท้งั น้ีมีผ้เู กย่ี วข้องสำคัญในการบริหารจัดการน้ำรว่ มกับโครงการฯ ได้แก่

(1) อาสาสมัครชลประทาน ถือได้ว่าเป็นผู้ประสานงานระหว่างโครงการฯ กับเกษตรกรหรือ
กลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะในขณะที่เป็นตัวแทนของโครงการฯยังเป็นเกษตรกร
และเป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน และต้องได้รับความเห็นชอบจากกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานด้วย ใน
กระบวนการเสริมสร้างความเข้าใจนั้น เป็นเรื่องของภารกิจที่ได้รับมอบหมายจาก ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาฯ
ทั้งนี้อาสาสมัครชลประทานเป็นผู้มีความเสียสละเพราะได้รับค่าตอบแทนในการปฏิบัติหน้าที่เพียงเล็กน้อย
เท่านั้นทุกคนผ่านการคัดเลือกโดยกลุ่มฯ และได้ผ่านการอบรมชี้แจงภารกิจหน้าที่โดยกรมฯ มาแล้วในการ

การพัฒนาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การโครงการส่งนำ้ และบำรงุ รกั ษาชัณสตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

101

ปฏิบัติหน้าที่ก็ให้ ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาฯ ชี้แจงภารกิจ พูดคุยสอบถามผลการปฏิบัติงานรวมทั้งปัญหา
อุปสรรคที่ได้เกิดขึ้นหรือที่ได้รับทราบจากเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรด้วยรวมทั้งโครงการฯ มีแผนงานที่จะ
ประชุมอาสาสมคั รชลประทานท้งั หมดเม่ือส้ินปเี พื่อร่วมกนั นำเสนอผลการปฏิบัติงาน แลกเปลยี่ นประสบการณ์
เสนอขอ้ ปัญหาอปุ สรรค เพอื่ กำหนดแนวทางในการปฏิบตั งิ านที่เหมาะสมรว่ มกนั ต่อไป

(2) กลุม่ ผใู้ ชน้ ้ำชลประทาน เป็นผูร้ ับบรกิ ารหลักของโครงการฯท่ตี ้องมีปฏสิ มั พนั ธก์ ันมากดังน้ัน
โอกาสที่จะเกิดการกระทบกระทั่ง ไม่เข้าใจกันจึงมีได้มากเช่นกันแนวทางสร้างความเข้าใจและสร้าง
ความสัมพันธ์ทีด่ ีต่อกนั นั้นมักใช้การประชุมหรือการจัดเวทีชมุ ชนเป็นหลัก เพื่อหารือตกลงในเรื่องการวางแผน
ปลูกพืช แผนการบริหารจัดการน้ำฯลฯนอกจากนี้มีการทำกิจกรรมร่วมกันโดยการอบรมดูงาน ซึ่งยิ่งมีการทำ
กิจกรรมร่วมกันมากขึ้นเท่าไรก็จะได้รับความรู้เพิ่มพูนมากขึ้น รวมทั้งปัญหาความขัดแย้งความไม่เข้าใจกันจะ
แก้ไขได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย ทั้งนี้กรมฯ ต้องเห็นความสำคัญสนับสนุนงบประมาณการจัดประชุม การอบรม ดูงาน
ให้มากขนึ้

(3) คณะกรรมการจัดการชลประทาน(JMC) โครงการฯ ยังไม่ดำเนินการจัดต้ัง
คณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) แต่มีแผนการจัดตั้งคณะกรรมการจัดการชลประทาน ใน
ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖

ฉ. การพัฒนาและการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานและ
คณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC)

โครงการส่งน้ำและบำรงุ รักษาชัณสตู ร ยงั ไมไ่ ด้มีการดำเนนิ การจดั ต้งั คณะกรรมการจัดการนำ้
ชลประทาน (JMC) เน่อื งจากการทำงานในการบริหารจดั การน้ำท่ีผา่ นมาทงั้ ในช่วงฤดูฝนและฤดแู ลง้ ยังคงเปน็
การทำงานรว่ มกบั กลุ่มบริหารการใชน้ ้ำชลประทานบางส่วนเทา่ นน้ั ทำให้ทางโครงการฯ ต้องเร่งดำเนนิ การ
ฟ้นื ฟู และเสรมิ สร้างความเข้มแขง็ ให้กับผ้ใู ชน้ ้ำชลประทานเสียก่อนเป็นประการสำคญั จึงจะสามารถยกระดับ
จากกลมุ่ บริหารการใช้น้ำไปสู่การจัดต้งั คณะกรรมการจัดการชลประทานได้ในอนาคตขา้ งหนา้

3) การพัฒนาและการเสริมสรา้ งความเข้มแข็งของอาสาสมคั รชลประทาน
การพัฒนาและการเสริมสร้างความเข้มแข็งของอาสาสมัครชลประทานเท่าที่ผ่านมาน้ัน
นอกเหนือจากการอบรมให้ความรู้ที่จัดโดยกรมฯ ก่อนการทำหน้าที่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นการแนะนำให้ความรู้
และข้อมูลโดยฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาฯ ซึ่งอาจทำได้จำกัด โครงการฯ มีนโยบายที่จะให้อาสาสมัคร
ชลประทานทุกคนได้มีการประชมุ ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ของโครงการฯ ที่เกี่ยวข้องอย่างนอ้ ยปีละครั้ง เพื่อสรุป
บทเรียนผลการการดำเนินงานหรือกิจกรรมในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพื่อการกำหนดแนวทางการดำเนินงานท่ี
เหมาะสมในการปฏิบัติงานในโอกาสต่อๆ ไป อีกทั้งควรที่จะให้มีการศึกษาดูงานจากโครงการชลประทานที่
ประสบความสำเรจ็ ในการบริหารจดั การน้ำ และมกี จิ กรรมของอาสาสมัครชลประทานเข้มแข็งโดดเด่นเพ่ือเป็น
แรงจูงใจและได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ปฏิบัติงาน นำมาการพัฒนาและการเสริมสร้างความเข้มแข็ง
ต่อไป

4) การวัดความพึงพอใจและความไม่พึงพอใจของผู้ใช้น้ำชลประทาน และการนำผลมา
ปรบั ปรงุ การบรกิ ารให้ดียิ่งขน้ึ

ได้มีการสำรวจ ความพึงพอใจและความไม่พึงพอใจของผูใ้ ช้บรกิ ารและผมู้ ีสว่ นได้สว่ นเสยี โดยใช้
แบบสอบถามที่กรมฯ กำหนดปลี ะครง้ั เพื่อนำข้อมลู มาวเิ คราะห์ระดับความพงึ พอใจและไม่พึงพอใจตาม

การพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจัดการโครงการส่งน้ำและบำรุงรกั ษาชัณสตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

102

ประเด็นหวั ข้อของคำถาม และนำข้อเสนอแนะ มาใช้ปรบั ปรงุ การบริการให้ดยี ิ่งข้นึ สร้างคณุ ค่าการบริการและ
สร้างความพงึ พอใจสงู สุดต่อไป ซึง่ ระดบั ความพึงพอใจและระดบั ความไมพ่ ึงพอใจดงั กลา่ ว เป็นตวั ชวี้ ดั
การปฏิบตั งิ านตัวหนึ่งทใ่ี ชใ้ นการประเมินผลการปฏบิ ตั งิ านของบคุ ลากรของโครงการฯดว้ ย

5) การประเมินความเขม้ แข็งองค์กรผูใ้ ช้น้ำชลประทาน และนำผลมาปรับปรุงความเขม้ แข็ง
ขององคก์ รใหด้ ียิง่ ข้ึน

ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานและหัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาฯ จะเป็นผู้ประเมินความ
เข้มแข็งขององค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานปีละครั้ง โดยใช้แบบสอบถาม ปมอ.4 และรายงานผลด้วยแบบรายงาน
ปมอ.1, ปมอ.2 และ ปมอ.3การประเมินความเข้มแข็งของกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน จะประเมิน 4 ด้าน คือ
ด้านการจัดการนำ้ ชลประทาน ด้านการดูแลและบำรุงรกั ษา ด้านการบริหารงานภายในกลุ่มฯ และด้านการ
สนับสนุนของเจ้าหน้าที่ชลประทาน แต่ละด้านจะมีกิจกรรมย่อยที่กลุ่มหรือสมาชิกได้ดำเนินการในช่วงเวลาที่
ผา่ นมา การประเมินทำให้รรู้ ะดับความเข้มแข็งในการทำกิจกรรมย่อยของด้านต่างๆ ดงั กล่าว ทำให้รจู้ ดุ ออ่ นจุด
แข็งของแต่ละกิจกรรมท่ีได้ดำเนินการ สามารถนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์หาปัญหาสาเหตุหรืออุปสรรคท่ี
ทำให้องค์กรฯ ไม่เข้มแข็ง เพื่อจะกำหนดแนวทางหรือวิธีการพัฒนาเสริมสร้างความเข้มแข็งในด้านต่างๆ
เหลา่ น้นั ตอ่ ไป

๖) การพฒั นาภาคีเครอื ข่ายในการเฝา้ ระวงั ภยั อนั เกิดจากนำ้ และการประชาสมั พนั ธ์
การเฝ้าระวังภัยอันเกิดจากน้ำและการประชาสัมพันธ์หรือเตือนภัยนั้น อยู่ในเขตพื้นที่

ชลประทาน ทง้ั หมด

พื้นที่ในเขตชลประทานเป็นพื้นทีใ่ นความรับผิดชอบโดยตรง มีขอบเขตพื้นที่แน่นอน ภัยที่
จะเกิดไดแ้ ก่ (1) การเกิดนำ้ ทว่ ม อาจเกิดจากปรมิ าณนำ้ ท่ีเกิดจากฝนตกหนกั มากในพืน้ ทจ่ี นระบายไม่ทัน หรือ
ปริมาณน้ำภายนอกจากพื้นที่ใกล้เคียงไหลเข้ามา หรือเกิดการชำรุดเสียหายของคลองส่งน้ำทำให้น้ำไหลท่วม
พนื้ ทีบ่ รเิ วณนนั้ (2) เกิดการขาดนำ้ ในบางพืน้ ที่ อาจเพราะการส่งนำ้ นอ้ ยหรอื เกิดความเสียหายของระบบส่งน้ำ

กระบวนการในการเฝ้าระวัง เตือนภยั หรอื ประชาสัมพันธ์ ประกอบด้วย 3 กระบวนการหลัก
(1) การติดตามตรวจสอบเฝ้าระวัง การบันทึกระดับน้ำ (กรณีพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม) มีการ
ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ชลประทานโดยตรงของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร ที่ดำเนินการได้เป็น
ชว่ งเวลา
(2) ติดตามจากระบบโทรมาตรท่ีติดตั้งไวโ้ ดยกรมชลประทานและหนว่ ยงานอื่น ทมี่ ีอยู่จำกัด
ในบางพ้นื ที่
(3) การประสานใหผ้ ู้อยู่ในพน้ื ที่ซง่ึ สามารถตดิ ตามหรือรบั ทราบข้อมูลและปัญหาได้ดีกว่าใน
ทุกช่วงเวลาเป็นเครือข่ายในการดำเนินการได้แก่ เกษตรกร คณะกรรมการหมู่บ้าน อบต. เทศบาล อำเภอ
และอาสาสมัครที่เปน็ เครือข่ายของหน่วยงานตา่ งๆ โดยโครงการฯ แนะนำวธิ กี ารสงั เกต เฝ้าระวงั และการแจ้ง
เตอื นได้เอง
ให้มีการรายงานสถานการณ์เมื่อเกิดปัญหา ให้มีการบันทึกข้อมูลระดับน้ำแล้วแจ้งรายงาน
เพือ่ การคาดการประเมนิ การจะเกดิ ปัญหา

(2) การวิเคราะห์ประเมนิ สถานการณ์
ในกรณีการระวงั ภัยนำ้ ทว่ มที่เกดิ จากน้ำในลำน้ำ โครงการฯจะแนะนำให้มีการตรวจวัดระดับ
น้ำตามช่วงเวลาต่างๆ แนะนำวิธีการวิเคราะห์การจะเกิดปัญหาเบื้องต้น ให้สามารถประเมินล่วงหน้าว่าน้ำจะ

การพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจัดการโครงการส่งนำ้ และบำรงุ รักษาชัณสูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

103

อยใู่ นระดบั ใดหรือจะท่วมเม่ือใด เพอ่ื ท่จี ะสามารถเตรยี มการแก้ปัญหาได้เองทันเวลา ส่วนของโครงการฯจะนำ
ข้อมูลที่ได้รับจากในพื้นที่ต่างๆ มาประเมินร่วมกับข้อมูลปริมาณน้ำจากนอกพื้นที่ และข้อมูลการพยากรณ์
อากาศของกรมอตุ ุนิยมวิทยา เพอ่ื การแจง้ เตอื นอยา่ งเปน็ ทางการ

(3) การแจง้ เตอื นหรอื ประชาสมั พันธ์
โครงการฯจะรายงานวิเคราะห์สถานการณ์นำ้ ท้ังกรณีปกติและฉกุ เฉินให้จงั หวดั ทราบโดยผ่าน
2 หน่วยงานหลกั เพอื่ สือ่ สารประชาสมั พนั ธไ์ ปยังหนว่ ยงานรบั ผดิ ชอบรบั ทราบเพ่อื หาแนวทางแก้ไขป้องกันเม่ือ
จะเกิดภัย คือ (1) สำนกั งานเกษตรและสหกรณ์จังหวดั สงิ หบ์ รุ ี เพือ่ สื่อสารข้อมลู ไปยังหน่วยงานสังกัดกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ ลงไปสู่พื้นทตี่ ่างๆ (2) สำนักงานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวัดสิงห์บรุ ี เพ่ือสื่อสาร
ข้อมูลไปยังหน่วยงานในสังกดั กระทรวงมหาดไทย ได้แก่ อำเภอ อปท. คณะกรรมการหมู่บ้าน และส่งข้อมูลให้
หน่วยงานอื่นๆ นอกจากนี้ในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน โครงการฯ และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาฯ จะประสาน
โดยตรงกบั พ้นื ท่เี ส่ียงภยั ในเขตพื้นท่ีรบั ผดิ ชอบให้รบั ทราบข้อมลู โดยตรงด้วย

2.2 วิธีการในการเพิ่มขีดความสามารถ/ศักยภาพของทีมงานต่อการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ
ทำงาน?

ก. ความทา้ ทายตอ่ องคก์ ร
1) สภาพการแขง่ ขัน
- สภาพการแข่งขันท้ังภายในและภายนอกประเทศของโครงการส่งน้ำและบำรงุ รักษาเป็นเช่นใด
- ประเภทการแข่งขนั และจำนวนคู่แขง่ ขนั ในแต่ละประเภทเป็นเชน่ ใด
- ประเด็นการแข่งขันคืออะไรและผลการดำเนินการปัจจุบันในประเด็นดังกล่าวเม่ือ

เปรียบเทียบกับคู่แขง่ เปน็ อยา่ งไร
ในการพิจารณาประเด็นของการแข่งขันนั้น ในส่วนของการแข่งขันภายนอกประเทศยังไม่

ปรากฏภาพการแข่งขนั ที่ชดั เจนในปัจจบุ ัน แต่ในสว่ นการแขง่ ขันภายในประเทศน้ันมีหลายประเดน็ ดังน้ี

(1)กับหน่วยงานอื่น
เมื่อพิจารณาภารกิจตามยุทธศาสตร์ของกรมชลประทาน 5 ประการ ได้แก่ 1) การ

พัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทานตามศักยภาพลักษณะลุ่มน้ำ2) การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร
จดั การนำ้ อย่างบรู ณาการ ตามวัตถุประสงคก์ ารใช้นำ้ 3) การป้องกนั ความเสียหายและสนับสนนุ การบรรเทาภัย
อันเกิดจากน้ำ 4) การเสริมอำนาจประชาชนในระดับพื้นที่การสร้างเครือข่าย และการมีส่วนร่วมของทุกภาค
ส่วนในงานบริหารจัดการน้ำชลประทาน 5) การปรับเปลี่ยนสู่องค์กรอัจฉริยะแม้ว่าจะมีหลายหน่วยงานใน
จังหวัดสิงห์บุรีที่มีบทบาทภาระหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการป้องกันแก้ปั ญหาภัยอันเกิดจากน้ ำ
เช่นเดียวกัน แต่ได้มีการแบ่งขอบเขตภารกิจแยกกันอย่างชัดเจน นอกจากนี้โครงการฯ ยังรับมอบหมายจาก
จังหวัดฯ ทำหน้าที่ให้การสนับสนุนแนะนำการดำเนินงานต่างๆ แก่หน่วยงานเหล่านั้นด้วย สภาพของการ
แข่งขันในประเด็นดังกล่าวกับหน่วยงานอื่นจึงอาจกล่าวได้ว่าไม่มี เพราะจะมีการทำงานเป็นทีมร่วมกันทุก
หนว่ ยงาน

เมอื่ พิจารณาในประเด็นของการใหบ้ ริการแกผ่ ูร้ บั บริการและผู้มีสว่ นได้ส่วนเสีย ย่อม
มีการแข่งขันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยประเด็นการแข่งขันเป็นเรื่องการสร้างคุณค่าจากการบริการเพื่อสร้างความ
พึงพอใจสงู สดุ ให้กบั ผู้รับบริการและผมู้ สี ่วนได้สว่ นเสยี

การพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจัดการโครงการสง่ นำ้ และบำรงุ รกั ษาชณั สูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

104

(2)กบั หนว่ ยงานในกรมชลประทาน

มีประเด็นการแขง่ ขันเปรียบเทียบกบั หนว่ ยงานต่างๆ โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ในสงั กัดของ
สำนกั งานชลประทานท่ี 12 อยา่ งชัดเจน เพราะภารกจิ ต่างๆ ได้กำหนดมาตรฐานคา่ ตัวช้วี ดั เพ่ือใช้ควบคุมและ
ประเมินผลการปฏบิ ตั งิ านซ่ึงมผี ลตอ่ การพจิ ารณาจดั สรรเงนิ ท่ีนำมาเลอื นขั้นเงนิ เดือนเจา้ หน้าที่ของโครงการฯ

2) ปัจจัยสำคญั ทำใหโ้ ครงการฯประสบความสำเรจ็ เม่อื เปรียบเทียบกับคู่แข่งขนั
ปัจจัยสำคัญทำให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร ประสบความสำเร็จเมื่อเปรียบเทียบ

กับคแู่ ข่งขนั ได้แก่
(1) บุคลากรมีความรู้ ประสบการณ์ ความเช่ยี วชาญในการปฏิบัติภารกิจทีร่ บั ผิดชอบ ในขณะ

ที่โครงการฯ มุ่งเน้นการทำงานเป็นทีมการใช้หลักวิชาการองค์ความรู้ในการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างคุณค่าและ
ความพึงพอใจสูงสุดให้ผู้รับบริการ สนับสนุนการพัฒนาบุคคลากรโดยกระบวนการต่างๆ ตามแนวทางการ
จัดการความรู้ เช่น การฝึกอบรม สัมมนา ดูงาน การสอนงาน ฯลฯ มีใช้กระบวนการควบคุมภายในเพื่อทำให้
การปฏิบตั ิงานขงโครงการดำเนนิ ไปอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและประสทิ ธผิ ล

(2) มเี คร่อื งมืออุปกรณ์ เทคโนโลยที เ่ี หมาะสมในการปฏบิ ัติงาน
(3) การยอมรบั ของผู้รับบริการและผู้มสี ่วนไดส้ ่วนเสียในความสามารถของกรมชลประทาน ใน
ภารกจิ ต่างๆ เชน่ การพฒั นาแหล่งน้ำ การป้องกนั และแกไ้ ขปญั หาภยั ทีเ่ กิดจากนำ้

3) ปจั จยั แวดล้อมทีเ่ ปล่ยี นแปลงไปซ่ึงมผี ลต่อสภาพการแข่งขนั ของโครงการฯ

ปจั จัยแตล่ ะดา้ น ส่ิงทเี่ ปล่ียนแปลงซ่ึงมีผลกระทบต่อสภาพการแขง่ ขนั
1. ปจั จัยภายใน
- จำนวนบคุ ลากรที่มคี วามรู้ความสามารถและประสบการณ์มไี ม่
2. ปจั จัยภายนอก เพยี งพอ ผลเน่อื งจากนโยบายการลดอัตรากำลังขา้ ราชการ และ
ลกู จา้ งประจำ
- บุคลากรยงั ขาดการปฏบิ ัติตามวัฒนธรรมองค์กรอย่างจริงจงั
- ระบบการสรา้ งแรงจูงใจยงั ไม่เหมาะสม

- กระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
- พน้ื ท่เี พาะปลกู ถูกแปลงสภาพเป็นชุมชนท่ีอยู่อาศยั มากขนึ้
- นโยบายของรัฐบาล
- เกษตรกรในปจั จบุ ันเป็นผ้สู ูงวัยและขาดผมู้ าสบื ทอดการทำ
การเกษตร
- การแทรกแซงจากฝา่ ยการเมอื ง

ข. ความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์

- ความทา้ ทายตามพนั ธกิจ
- ความท้าทายด้านปฏิบัติการ
- ความท้าทายด้านทรพั ยากรบุคคล

การพฒั นาคณุ ภาพการบริหารจดั การโครงการสง่ นำ้ และบำรุงรกั ษาชัณสตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

105

ความทา้ ทายเชิง สิง่ ท่ีทา้ ทาย
ยุทธศาสตร์

ดา้ นพนั ธกจิ - พัฒนาแหล่งน้ำเต็มศกั ยภาพของลุ่มนำ้

- บริหารจัดการน้ำอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ ท่ัวถงึ เปน็ ธรรม และยง่ั ยืน

เสรมิ สรา้ งการมสี ่วนรวมในกระบวนการพฒั นาและบริหารจัดการนำ้ ทุกระดับอยา่ ง

บูรณาการทำใหอ้ งคก์ รผใู้ ชน้ ำ้ ชลประทานมีความเข้มแขง็

- ดำเนินการปอ้ งกนั และบรรเทาภัยอนั เกดิ จากน้ำจนปัญหาหมดไป

ดา้ นปฏบิ ตั ิการ การลดระยะเวลาในการบริการให้ไดต้ ามมาตรฐานกำหนด

การใช้เทคโนโลยสี มยั ใหมใ่ นการสืบคน้ ข้อมลู การติดต่อด้านฐานขอ้ มูลภายใน

โครงการฯ และกับหน่วยงานภายนอก

การพฒั นาเครือ่ งมือ/อปุ กรณ์เพอ่ื ใช้ในการปฏบิ ตั ิงาน

ดา้ นทรัพยากร สร้างผลงานวจิ ยั ผลงานทางวิชาการ การสร้างนวัตกรรม เกี่ยวกบั การชลประทาน

บคุ คล การเกษตรและด้านอ่นื ๆ ของบคุ ลากรในโครงการฯ

หัวหน้าฝ่ายสง่ น้ำและบำรุงรักษาได้รบั คะแนนการประเมนิ ในระดบั สูงมาก

การบริหารทรพั ยากรมนุษย์เชิงยทุ ธศาสตรก์ ารนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินการ

ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล

สร้างระบบการบริหารจัดการความรใู้ นองคก์ ร

ค.การมเี ทคโนโลยีอปุ กรณแ์ ละสง่ิ อำนวยความสะดวกในการใหบ้ ริการและการปฏิบัตงิ าน
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตรคำนึงถึงการปฏิบตั ิงานและการใหบ้ ริการของเจ้าหน้าที่ ที่จะ

ทำให้ ผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้เสีย ได้รับคุณค่าและความพึงพอใจสูงสุด ซึ่งได้แก่ ความสะดวกสบาย, มี
ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก, รวดเร็วประหยัดเวลา, ประหยัดค่าใช้จ่ายหรอื ทรัพยากร, ผลงานถูกต้องไดม้ าตรฐาน, สร้าง
ความประทับใจ ฯลฯ จงึ ได้นำเทคโนโลยี อปุ กรณ์ และส่ิงอำนวยความสะดวก ทเี่ หมาะสมมาใช้ปฏิบัติงานหรือ
ให้บรกิ าร ซง่ึ อาจสรปุ ไดด้ ังน้ี

เทคโนโลยี - เทคโนโลยสี ารสนเทศ มีการต่อเช่ือมระบบอนิ เทอร์เน็ตให้เครือ่ งคอมพิวเตอรใ์ น
อุปกรณ์ โครงการฯ สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตไดท้ ุกเคร่ือง
- ระบบเครือข่าย VPN ภายในกรมชลประทานท่มี รี ะบบย่อยได้แก่ โทรศัพทผ์ า่ น
เครอื ข่าย VPN ระบบ GFMIS และระบบสารสนเทศทรพั ยากรบคุ คล (DPIS) ฯลฯ

- มกี ารให้บรกิ ารจุดเช่ือมต่อ ระบบเครือข่ายท้องถิ่น(LAN) และระบบเครอื ขา่ ย
ทอ้ งถน่ิ ไร้สาย (Wireless LAN)
- มเี ครอ่ื ง Printer ทั้งขนาดท่ัวไป A4, A3 และขนาดใหญ่สำหรบั พมิ พ์แบบ
กอ่ สรา้ ง และแผนท่ีขนาดใหญ่
- มคี อมพิวเตอร์ใชใ้ นทุกหนว่ ยปฏิบตั ิงาน
- มีเคร่อื ง Scanner

การพฒั นาคณุ ภาพการบริหารจัดการโครงการสง่ น้ำและบำรงุ รักษาชัณสูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

106

ส่ิงอำนวย - มีเคร่อื งถ่ายเอกสาร
ความสะดวก - มีกลอ้ งดิจติ อล
(สถานทใ่ี ห้ - มเี ครอ่ื งอ่านพิกัดภมู ิศาสตร์ (GPS)VHF- มีโทรศัพท์/โทรสาร
บรกิ ารสถาน
ทท่ี ำงาน) - มกี ารปรบั ปรุงภมู ิทัศนภ์ ายในโครงการฯ
- มีอาคารตา่ งๆ ภายในโครงการฯ เหมาะสมกบั การปฏบิ ัตงิ าน และการใหบ้ ริการ
- มีขา่ วสารประชาสัมพนั ธผ์ า่ นเวบ็ ไซด์โครงการฯ
- มีข้อมูล เอกสาร หนงั สือเก่ียวกับงานชลประทานและอื่นๆ บรกิ ารให้กับ
เจา้ หน้าทโ่ี ครงการฯ และบุคคลภายนอก
- มอี าคารและบรเิ วณพนื้ ที่จอดรถเพียงพอ
- มีห้องประชมุ ขนาดเล็กสำหรบั ประชุม อบรม สมั มนา
- มีรถยนต์เพื่อสนับสนุนในการปฏบิ ตั ิงาน
- มีเครื่องปรบั อากาศ- มีห้องสุขาไวบ้ รกิ ารอยา่ งเพยี งพอ

ง.ระบบการปรับปรุงผลการดำเนินการ
1) แนวทางและวิธีการในการปรบั ปรุงประสทิ ธิภาพของโครงการฯ เพอื่ ใหเ้ กิดผลการ

ดำเนินการทด่ี อี ยา่ งต่อเนอื่ ง
(๑) ภายในองคก์ รมีแนวทางการเรียนรูข้ ององค์กรและมกี ารแลกเปล่ยี นความรู้

แ น วทางแ ละ - ปรบั โครงสร้างการบรหิ ารจดั การให้มคี วามอิสระและคลอ่ งตัวในการ
วิธีการปรับปรุง ดำเนินงาน
ประสิทธิภาพ - สนบั สนนุ การศกึ ษาต่อหรือฝึกอบรมของบุคลากรเพื่อสรา้ งการเรียนรู้
ของโครงการ ฯ - การพิจารณาความดีความชอบจากผลของการปฏิบตั งิ านที่แทจ้ รงิ

- ปรบั เปล่ียนกระบวนทัศน์บคุ ลากรในโครงการฯโดยการสร้างองคค์ วามรู้
- สรา้ งวฒั นธรรมการทำงานเป็นทีม
- การสำรวจความพึงพอใจของผรู้ บั บริการและผ้มู สี ่วนไดส้ ว่ นเสยี
- การสร้างวสิ ยั ทัศน์รว่ มระหว่างผบู้ ริหารกับผู้ปฏบิ ตั ทิ ุกระดับในโครงการฯ
- ใช้ตัวช้วี ดั (KPI) เป็นตัวกำหนดแนวทางการดำเนนิ งานของโครงการฯ
- การคำนวณตน้ ทุนผลผลติ
- การลดค่าใช้จ่ายของโครงการ ฯ ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่า

นำ้ มันเชอ้ื เพลิง และวสั ดุสิน้ เปลืองตา่ ง ๆ
- มีการติดตามประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ านอย่างจรงิ จงั

(2) การตดิ ตามความกา้ วหนา้ และทบทวนผลการดำเนนิ การของโครงการ
ในการดำเนินงานของโครงการฯ นนั้ มีประเดน็ การตดิ ตามความกา้ วหนา้ และทบทวน

ผลการดำเนินการ ใน 2 ประเดน็ คือ

การพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจัดการโครงการสง่ น้ำและบำรงุ รกั ษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

107

• ในด้านผลการปฏิบัติงาน มีการติดตามความก้าวหน้าการปฏิบัติงานโดยมีการ
รายงานผลการปฏิบตั ิงานตามตวั ช้ีวัดท่ีกรมฯกำหนดไว้ เปน็ รายสปั ดาห์ รายเดือนและรายงวด ที่สอดคล้องกับ
ขั้นตอนวิธีการ และกรอบเวลาตามที่กำหนดไว้ในคู่มือการปฏิบัติงาน และตัวชี้วัดเหล่านั้น เพื่อให้การ
ปฏิบัติงานมีประสิทธิผลเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีการติดตามประเมินผลเพ่ือการทบทวนผลการดำเนินงานของ
โครงการฯ ตามรูปแบบวิธีการที่ กรมฯ หรือ สชป. 12 หรือโครงการฯ กำหนด ซึ่งเป็นการพิจารณาทั้งในแง่
ประสิทธผิ ลและประสิทธิภาพด้วย

• ในดา้ นการใหบ้ ริการ โครงการฯ ตระหนักว่าผทู้ จ่ี ะประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ านของ
โครงการฯ ไดด้ ีทสี่ ดุ คือผรู้ บั บรกิ ารหรอื ผมู้ ีสว่ นไดส้ ว่ นเสีย โดยการขอความกรุณาให้ผรู้ บั บริการหรือผู้มีส่วนได้
ส่วนเสีย ช่วยกรอกแบบสอบถามเพื่อประเมินการใหบ้ ริการ และแนะนำแนวทางการปรับปรุงการปฏิบัติงานที่
จะสนองความพึงพอใจสูงสดุ

(3) การรายงานผลการดำเนนิ การใหผ้ ู้บริหารทราบ (วิธีการ ความถ)่ี

การดำเนินงานภารกิจต่างๆ ของโครงการนั้น ส่วนใหญ่แล้วกิจกรรมต่างๆ จะมี
ตัวช้วี ัดเปน็ ตวั ควบคมุ ผลการปฏิบตั ิงานซึ่งจะต้องรายงานข้อมลู ผลการดำเนินการ ใหผ้ บู้ ริหารทราบตามลำดับ
บังคับบัญชา เป็น รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายงวด ซึ่งขึ้นกับข้อกำหนดของแต่ละกิจกรรมหรือ
ภารกิจอยแู่ ล้วส่วนใหญ่เปน็ การรายงานอยา่ งเป็นทางการโดยรปู แบบรายงานที่กำหนดเป็นหลัก และอาจมีการ
รายงานอย่างไมเ่ ปน็ ทางการในบางครงั้ ซงึ่ ขนึ้ อยู่กบั สถานการณใ์ นขณะนั้นดว้ ย

ในส่วนของภารกิจพิเศษท่ีได้รับมอบหมาย จะมกี ารรายงานผลทนั ทต่ี ามระยะเวลาท่ี
กำหนด หรือหากเป็นภารกิจที่ต้องปฏิบัติต่อเนื่องก็จะมีการรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นระยะๆ จนกว่า
ภารกิจจะสำเร็จลุลว่ ง ซ่งึ มที ัง้ การรายงานอย่างเป็นทางการผนวกกับการรายงานโดยตรงข้นึ กับความเหมาะสม

(4) การสรา้ งบรรยากาศ ความรว่ มมือ ผกู พัน เพื่อส่งเสริมใหเ้ กิดความร่วมมือใน
การปฏบิ ตั งิ านให้เป็นไปตามเปา้ หมายที่กำหนด

โดยท่ัวไปแลว้ ภารกิจพเิ ศษท่ีไม่เร่งดว่ นและต้องจำเพาะเจาะจงตัวผู้ปฏิบัติที่มีความรู้
ความชำนาญโดยเฉพาะแล้วโครงการฯ มักแต่งตั้งเป็นคณะทำงานเพื่อดำเนินการเป็นทีมเสมอ เพราะการ
ทำงานเป็นทีมนั้นจะได้มีการระดมความคิดจากหลายๆคน หรือแบ่งภารกิจย่อยกันไปทำ คนที่มีความรู้ความ
เข้าใจหรือประสบการณ์น้อย สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้และรับการสอนงานทางอ้อมจากผู้มีความรู้
ประสบการณ์สูงกว่าไปด้วย อีกทั้งเป็นการสรา้ งความสามัคคี ความผูกพัน จากการร่วมมือร่วมใจกันทำงานทุก
คนมีส่วนร่วมในการทำและมผี ลงานร่วมกนั ทงั้ น้ี ผคบ. จะตดิ ตามเป็นระยะเพื่อการสนับสนุนให้คำแนะนำหรือ
สนบั สนนุ ทรพั ยากรเมื่อจำเปน็

จ. ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม

โครงการฯได้กำหนดแนวทางในการดำเนินงานหรือกิจกรรมต่างๆ ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อ
สังคมทั้งภายในและนอกโครงการ โดยคำนึงวา่ เป็นหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่ให้บริการ ให้เกิดความพึงพอใจ
สูงสุดแกผ่ ู้รับบริการ และผู้มสี ่วนไดส้ ว่ นเสยี ซ่ึงกำหนดรูปแบบแนวทางไวด้ งั น้ี

การพฒั นาคณุ ภาพการบริหารจัดการโครงการส่งน้ำและบำรงุ รกั ษาชณั สูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

108

(1) การจัดการผลกระทบทางลบในพ้นื ท่ีความรับผดิ ชอบของโครงการ
การปฏิบัติงานของโครงการฯ จะมีทั้งลักษณะภารกิจที่มีกรอบการปฏิบัติกำหนดไว้แน่นอน

ชดั เจนตามค่มู อื การปฏิบัตงิ าน กบั ภารกิจทีม่ ลี ักษณะเฉพาะทีจ่ ะมีเปน็ กรณๆี ไป แต่ภารกิจทุกอยา่ งกอ็ ยูภ่ ายใต้
ยุทธศาสตร์ท่ีกรมฯ กำหนด ดงั น้ันการปฏิบตั งิ านส่วนใหญ่แล้วจงึ สามารถประเมนิ เหตุการณ์หรือผลในเชิงลบไว้
ล่วงหน้าได้เกือบทุกกิจกรรม ซึ่งโครงการฯ มีแนวทางปฏิบัติตามคู่มือ และตามทักษะประสบการณ์การ
ปฏิบัตงิ านท่ผี า่ นมาในการแก้ไขปัญหา โดยเน้นความถูกตอ้ งตามหลกั วิชาการ และหลักความยุตธิ รรม

โครงการฯ ให้ความสำคญั กับผลกระทบทางลบ ทุกเรื่องทุกเหตุการณ์มีความสำคัญสูงสดุ เท่า
เทียมกันที่ต้องแก้ไขให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็วที่สุด โดยเมื่อรับทราบข้อมูลรายละเอียดปัญหาแล้วผู้เกี่ยวข้องทุก
ฝา่ ยต้องร่วมกันแก้ไขใหป้ ัญหายุติให้เกดิ ผลดีทสี่ ุดกบั ทุกฝ่ายในทันที จะต้องประเมนิ แนวทางในการดำเนินการ
เพื่อพิจารณาตัดแนวทางที่เป็นไปไม่ได้หรือมีความเสี่ยงออกไปให้มากที่สุด จะไม่มีการแก้ปัญหาแบบลองผิด
ลองถูกหรอื แก้ปัญหาเปน็ การเฉพาะหน้า ทจ่ี ะทำให้บานปลายหรอื ทำใหค้ วามเชื่อใจเชอื่ มน่ั ต่อกรมฯ ลดลง

(2) การดำเนินงานตามหลกั จรยิ ธรรม
โครงการฯ มงุ่ เน้นให้บคุ ลากรปฏิบัติงานโดยการยดึ หลักการทำหน้าท่ีด้วยความรับผิดชอบท่ีดี

ปฏิบตั งิ านใหบ้ ริการด้วยความรวดเรว็ ถูกต้อง เปน็ ธรรม ใช้ทรัพยากรดว้ ยความประหยดั ใหเ้ กิดความพึงพอใจ
สูงสุดไม่สร้างความเสียหายเดือดร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่น โดยต้องยึดถือ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ
ข้อกำหนด ของทางราชการเป็นแนวทางในการปฏิบัติเป็นหลัก อีกทั้งต้องนำหลักจริยธรรมและหลักศีลธรรม
ทางศาสนามาปฏิบัติควบคู่กันด้วย ต้องสร้างความเชื่อมันให้กับสังคมให้ได้ว่าเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้ระบบ
ธรรมาภบิ าล มคี วามซ่อื สตั ย์ สุจรติ โปร่งใส พร้อมทจ่ี ะให้ตรวจสอบได้ มีการเปดิ เผยขอ้ มูลจัดทำข้อมูลข่าวสาร
ตา่ งๆ ทก่ี ำหนดไว้ตาม พ.ร.บ. ขอ้ มูลขา่ วสารของราชการ พ.ศ. 2540 ไวใ้ ห้ผรู้ ับบรกิ ารหรือผมู้ ีส่วนได้ส่วนเสีย
ไดร้ บั ทราบอย่างเปิดเผย

(3) การจดั สถานทแี่ ละสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพอื่ อำนวยความสะดวกกบั ผรู้ ับบริการ
จัดสถานที่และสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่ให้มีความเหมาะสมทีจ่ ะอำนวยความสะดวกแก่ผู้

มาตดิ ตอ่ ราชการรวมท้ังคำนึงถงึ ดา้ นความปลอดภยั ด้วย

(4) การให้สังคม ผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีส่วนร่วมในการดำเนินงานในทุกขั้นตอน
กระบวนงาน

กำหนดให้มีกระบวนการการมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ให้ได้มีส่วนคิดกำหนดรูปแบบแนวทางการ
แก้ปัญหา และการดำเนินกิจกรรม ตามความประสงค์ที่จะทำให้เกิดผลดีตรงกับความต้องการมากที่สุดตั้งแต่
ตน้ แต่ตอ้ งอย่ภู ายใตอ้ งค์ความรูแ้ ละแนวทางทถี่ ูกต้อง ให้มีการติดตาม ตรวจสอบและเสนอแนะการดำเนินงาน
ได้ตลอดเวลา

(4) การมีสว่ นรว่ มในการพฒั นาสงั คม ชมุ ชน และกล่มุ ผูใ้ ช้น้ำชลประทานซึง่ เปน็ ผู้รบั บริการหลัก
โครงการฯ ตระหนักถึงความสัมพันธ์ที่ดีที่ต้องมีกับสังคม ชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และกับ

กลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานที่เป็นผู้รับบริการหลัก จึงมีกิจกรรมที่ทำร่วมกัน เช่น การให้ความรู้ อบรม สัมมนา ดู
งาน เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ การทำอาชีพการเกษตรและอื่นๆ ตลอดจน
สรา้ งความเข้มแข็งความม่นั คง เพ่อื ใหอ้ ยรู่ ว่ มกนั ทำกจิ กรรมทเี่ กย่ี วขอ้ งสมั พันธก์ นั อย่างมีความสุข

การพฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจัดการโครงการสง่ นำ้ และบำรงุ รักษาชัณสูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

109

ฉ. ระบบการประเมินผลบคุ ลากรในโครงการ การยกยอ่ งชมเชย และการใหร้ างวัล

การประเมินผลการปฏิบัติราชการของบุคลากรน้ัน ดำเนินการภายใต้เกณฑท์ ี่กรมฯ กำหนดโดยจะ
ชี้แจงให้บุคลากรได้รับทราบหลักเกณฑ์ วิธีการ และทำความตกลงถึงภารกิจและค่าตัวชี้วัดที่จะใช้ในการ
ประเมินแต่ละบุคคล ซึ่งนอกจากมีค่าเกณฑ์มาตรฐานดังกล่าวเป็นตัวเปรียบเทียบแล้ว ยังเปรียบเทียบจากผล
การปฏิบัตงิ านของบุคคลอ่ืนๆ ท้ังในระดับตำแหนง่ เดียวกัน และระดับอ่ืนๆ ด้วย อีกทง้ั ทุกคนสามารถรับทราบ
ผลการประเมินตนเองกบั ท่ผี ู้บังคับบัญชาประเมนิ ให้ทุกครง้ั ท่ีมีการประเมนิ อยู่แล้ว ซ่ึงสามารถโต้แย้งได้ ดังนั้น
การพิจารณาค่าตอบแทนของบุคลากรจึงสอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร เป็นการสร้าง
แรงจงู ใจภายใต้ความเปน็ ธรรม ทโ่ี ครงการฯ สามารถชแ้ี จงไดท้ กุ กรณี

การประเมินสมรรถนะหลักของบุคลากรในภาพรวมโครงการการประเมินบุคลากรนั้นจะดำเนินการ
ตามหลักเกณฑ์ที่กรมฯกำหนดอย่างเคร่งครัดภายใต้หลักความยุติธรรม โดยเน้นพิจารณาจากความรู้
ความสามารถและผลการปฏิบัติงานเป็นหลัก โดยบุคลากรทุกคนจะทำความตกลงกับ ผคป. เพื่อรับทราบ
หลักการและแนวทางการประเมินว่ามีเกณฑ์หรือมาตรฐานหรือตัวชี้วัดใดเป็นตัวกำหนดในการประเมิน ซึ่งใน
การประเมินนั้นนอกจากพิจารณาเฉพาะรายตัวบุคคลแล้ว ยังเปรียบเทียบกับบุคคลอื่นทั้งที่อยู่ในระดับการ
ปฏบิ ตั ิงานเดยี วกันและต่างระดับกันด้วย โดยบุคลากรทุกคนจะได้รับการสง่ เสริมสนับสนุนให้พัฒนาสมรรถนะ
ให้มรี ะดับทสี่ ูงยิง่ ข้ึนดว้ ยวิธีการทเ่ี หมาะสม

บุคคลากรจะได้รับการพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนเป็นสัดส่วนตามผลการปฏิบัติงา นที่กำหนดไว้ด้วย
เกณฑ์หรือมาตรฐานหรอื ตัวช้ีวัดดังกล่าวแล้วข้างต้น ผู้มีความรู้ความสามารถโดดเด่นจะได้รับการสนับสนนุ ให้
ได้รับการพิจารณาให้ไดร้ บั การแตง่ ต้ังให้ปฏิบัติหนา้ ทีใ่ นระดบั ทีส่ ูงข้นึ

การพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การโครงการสง่ น้ำและบำรุงรกั ษาชัณสูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

110

หมวด 3 การบรหิ ารจดั การ

3.1 วิธกี ารรบั ทราบ/รับรู้/คำนวณปรมิ าณนำ้ ต้นทุน ในการจดั สรรน้ำ หรอื การระบายนำ้ ในแต่ละฤดกู าล

การบรหิ ารจัดการนำ้ และบำรุงรกั ษา การวางแผนการส่งน้ำ

1) นโยบายและแนวทางการวิเคราะห์ปริมาณน้ำต้นทุน (ROS) ในภาพรวมของโครงการ
ที่มอี ่างเก็บนำ้ และในกรณีไมม่ อี า่ งเก็บนำ้ ใหว้ เิ คราะห์หานำ้ ท่าเพื่อการบริหารจัดการ

โครงการส่งนำ้ และบำรุงรักษาชัณสูตรได้ดำเนินการตามนโยบายของกรมฯ ในการบริหาร
จดั การนำ้ จากปริมาณน้ำต้นทนุ ทีม่ ีอยู่ใหเ้ กิดประโยชน์สูงสุดและเกิดผลกระทบตอ่ ผู้ใช้นำ้ ในกิจกรรมต่างๆ น้อย
ที่สุด โดยโครงการชลประทานขนาดกลางในความรับผิดชอบทุกแห่ง ต้องการดำเนินการตามแนวทางที่กรมฯ
กำหนดไว้ตามคู่มือการปฏบิ ัติงาน (Work Manual) ดา้ นการบริหารจดั การน้ำ 16 เลม่ และ คู่มอื การสง่ น้ำ
และบำรุงรักษาโดยเกษตรกรมีส่วนร่วมตามกระบวนการ 14 ขั้นตอน โดยได้คำนวณโดยใช้โปรแกรม
Reservoir Operation Study (ROS) ตามที่กรมฯ กำหนดทั้งเพื่อการวางแผน และการติดตามการบริหาร
จัดการนำ้

อาคารชลประทาน ที่อยใู่ นความรับผิดชอบเป็นประเภทประตูระบายน้ำ
โครงการฯ จะต้องจัดทำแผนการใช้นำ้ ด้วยโปรแกรม ROS เสนอ สชป.12 และกรมฯ 2 ช่วง
คือ การวางแผนเพื่อการใช้ประโยชน์ในฤดูฝน และการวางแผนเพือ่ การใช้ประโยชน์ในฤดูแล้งอีกท้ังต้องจัดทำ
รายงานผลจากการดำเนนิ การจรงิ หรือจากข้อมูลท่ีเกดิ ข้นึ จริงทกุ เดือนด้วย

2) นโยบายในการกำหนดพื้นที่ส่งน้ำของโครงการ การป้องกันระบบนิเวศน์และ
อตุ สาหกรรม /ในโครงการท่ีไมม่ พี น้ื ทีส่ ่งนำ้ ให้พิจารณาการระบายนำ้ ในเขตพื้นทร่ี บั ผดิ ชอบ

การใช้น้ำจะให้ความสำคัญเพื่อการอุปโภคบริโภคบริโภค (การประปา) การรักษาระบบ
นิเวศ การเกษตรกรรม (เน้นไม้ผลไมย้ ืนตน้ พืชปลูกตอ่ เน่อื ง และพืชผกั ) และภาคอุตสาหกรรม ตามลำดับ

การกำหนดพื้นท่ีเพาะปลูก ในฤดูฝนพื้นที่เพาะปลูกส่วนใหญ่เป็นพ้ืนที่ทำนา โดยกำหนดให้มี
การส่งน้ำเพื่อเสริมน้ำฝนเต็มพื้นที่ชลประทาน ปัจจุบันมีปัญหาขาดแรงงานในภาคการเกษตรอย่างมาก ไม่มี
การ”ลงแขก”ช่วยเหลือกันเช่นในอดีต การถือครองที่นาถูกแบ่งย่อยโดยมรดกไปยังลูกหลานเป็นแปลงเล็กๆ
ครอบครัวของเกษตรกรเองต้องไปประกอบอาชีพอย่างอื่นหรือรับจ้างในเมือง แรงงานคนช่วยทำนาจึงมีน้อย
เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นผสู้ ูงอายุ ตอ้ งหนั ไปพงึ่ พาเคร่ืองจักรกลการเกษตรของผู้รบั จ้างมากข้ึน ไม่มีเวลาใส่ใจใน
การเพาะปลกู มาก เกษตรกรส่วนหนึง่ เปล่ยี นวิธกี ารจากนาดำมาเป็นนาหวา่ น

3) การจัดทำเกณฑก์ ารบริหารจัดการนำ้ เช่น Rule Curve หรอื เกณฑก์ ารบริหารจัดการ
นำ้ ทา่ ในกรณไี มม่ อี า่ งเก็บน้ำหรอื อนื่ ๆ

เกณฑ์การบริหารการจัดการน้ำท่ากรณีที่ไม่ใช่อ่างเก็บน้ำ ซึ่งได้แก่ ประตูระบายน้ำน้ัน
โครงการฯ จึงมีข้อจำกัดเรื่องน้ำต้นทุนทีจ่ ะนำมาใช้ประโยชน์ ต้องทดเพื่อเก็บกักให้ได้มากที่สุด ในขณะที่ต้อง
ให้มกี ารระบายน้ำในชว่ งฤดนู ำ้ หลากให้เหมาะสมไมเ่ กดิ ผลกระทบต่อพ้ืนทดี่ า้ นเหนือนำ้ ดว้ ย การใช้น้ำจงึ ต้องให้
เกดิ ประสทิ ธภิ าพมากท่ีสดุ

การพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจัดการโครงการส่งน้ำและบำรงุ รกั ษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

111

4) การวางแผนและการดำเนินการตรวจสอบค่าสัมประสิทธิ์ของอาคารชลประทานหลัก
ในโครงการ

โครงการฯ ให้ความสำคัญในการตรวจสอบค่าสัมประสิทธิ์ของอาคารชลประทานเพราะ
เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประสิทธิภาพได้มากที่สุด ได้มีการดำเนินการสอบเทียบ
อาคารสง่ น้ำ ระบายนำ้ ไปแล้วบางสว่ นในโครงการอ่างเก็บน้ำทมี่ ีความจุคอ่ นข้างมาก ทมี่ ีกิจกรรมการส่งน้ำและ
ระบายน้ำมากด้วยแต่ปัจจุบันได้เสนอแผนงานถึงสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยาเพื่อการสอบเทียบ
อาคารชลประทานที่ทำหน้าที่ส่งน้ำระบายน้ำใหม่ทั้งหมดทุกแห่งไว้แล้ว โดยสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทก
วทิ ยาจะเป็นผพู้ จิ ารณาบรรจุเป็นแผนงานจัดลำดบั เพอ่ื ดำเนินการตอ่ ไป

3.2 การนำปริมาณนำ้ ต้นทุนท่ีได้รับมาวางแผนจดั สรรน้ำ/ระบายนำ้

1) การจัดทำปฏิทินการปลูกพืช/การจัดทำแผนการระบายน้ำในพื้นที่ โดยแปลงน้ำฝนเป็น
นำ้ ท่า

โครงการฯ กำหนดเป็นนโยบายให้ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาต่างๆ วางแผนจัดทำปฏิทินการ
ปลูกพืช ให้สอดคล้องสัมพันธ์กับพื้นที่เพาะปลูกที่โครงการฯได้รับแจ้งจากรมชลประทาน กำหนดพื้นที่
เพาะปลูกพืชฤดูแล้งให้สัมพันธ์กับศักยภาพการส่งนำ้ ในชว่ งที่ผ่านมา ส่วนฤดูฝนต้องปฏิบัติตามแนวทางที่กรม
กำหนด รอประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเข้าสู่ฤดูฝน รอแผนการจัดสรรน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อเริ่มการ
เพาะปลูกพืชฤดฝู นต่อไป อีกท้งั ตอ้ งมีแผนการปรับปรงุ แก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์หรือการเกิดปัญหาใน
ช่วงเวลาต่างๆ ทง้ั ในเร่ืองน้ำตน้ ทุน การเกดิ ฝนท้งิ ชว่ ง ฝนตกหนกั เป็นต้น

2) การกำหนดพื้นที่เพาะปลูกตามศักยภาพของน้ำต้นทุน / การวางแผนการบริหารจัดการนำ้
ตามศักยภาพของลำน้ำ

การวางแผนการปลูกพืชและการส่งน้ำนั้น โครงการฯ จะมีรูปแบบมาตรฐานกำหนดไว้แล้ว ทั้ง
ในด้านตามความสัมพันธ์ของปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้น อัตราการใช้น้ำตามชนิดและพันธุ์พืช
ลักษณะและช่วงเวลาการเกิดฝน รวมทั้งความต้องการใช้น้ำเพื่อกิจกรรมอื่นๆ ในทางปฏิบัติจะมีการประชุม
ร่วมกันกับกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำก่อนฤดูกาลเพาะปลูก เพื่อการวางแผนและกำหนดมาตรการร่วมกันในการ
กำหนดพื้นที่เพาะปลูก ชนิดและพันธุ์พืช โดยมีการวางแผนจัดปฏิทินการปลูกพืชและแผนการส่งน้ำ ให้
สอดคล้องตามข้อมูลพื้นฐานที่มีอยู่ดังที่กล่าวแล้ว รวมทั้งการคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น
โดยใชข้ ้อมูลสถิตทิ เี่ กบ็ รวบรวมไว้ การวางแผนการสง่ นำ้ จะใชโ้ ปรแกรมการวเิ คราะห์การสง่ น้ำ ROS เปน็ หลกั

การปลูกพืชในฤดูฝน จะกำหนดพื้นที่เพาะปลูกเต็มพื้นที่ชลประทานทั้งหมด แต่ต้องประเมิน
กำหนดปฏิทินการปลูกพืชและการส่งน้ำ ตามคาดการณ์การเกิดฝนจะมีมากหรือน้อยมีการทิ้งช่วงหรือไม่ด้วย
ซึ่งส่วนใหญ่อ่างเก็บน้ำต่างๆ จะมีปริมาณน้ำสำรองไว้เพื่อการเตรียมแปลง ตกกล้า และฝนทิ้งช่วงในช่วงต้น
ฤดูกาล ประมาณ 1 เดอื นเทา่ น้ัน

การปลูกพืชในแล้ง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร ไม่ได้เป็นหน่วยงานที่กำหนดพื้นที่
การปลูกพืชส่งเสริมให้ปลูกพืชไร่หรือพืชผักที่ใช้น้ำน้อยเป็นหลัก ส่วนการทำนาปรังเป็นทางเลือกสำหรับบาง
พื้นทีท่ ีม่ ีความเหมาะสม โดยจำนวนพนื้ ทเี่ พาะปลกู จะขนึ้ กับปริมาณน้ำตน้ ทนุ ทเ่ี หลือจากการใชเ้ พื่อการอุปโภค
บริโภคแลว้ เทา่ นัน้

3) การสำรวจข้อมูลความต้องการใช้น้ำของผู้ใช้น้ำก่อนส่งน้ำ/ การสำรวจศักยภาพในการ
ระบายน้ำในลำนำ้ ท่รี ับผดิ ชอบ

การพฒั นาคณุ ภาพการบริหารจดั การโครงการส่งน้ำและบำรงุ รกั ษาชัณสตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

112

ในการวางแผนการบริหารจัดการน้ำนั้น โครงการฯ มีข้อมูลพื้นฐานของแต่ละฝ่ายส่งน้ำและ
บำรุงรกั ษาทุกแหง่ ทอ่ี ยู่ในความรับผดิ ชอบ โดยเฉพาะการใช้น้ำเพื่อกจิ กรรมตา่ งๆ อย่แู ลว้ โดยจะมีประชุม เพ่ือ
กำหนดการใชน้ ้ำสำหรับกจิ กรรมตา่ งๆ รวมทัง้ การระบายนำ้ ให้เหมาะสม ในแตล่ ะฤดกู าล

4) การทำแผนจัดสรรน้ำรายฤดูกาล/รายเดือน/รายสัปดาห์ หรือการจัดทำแผนการบริหารลำ
น้ำในพื้นที่รบั ผิดชอบ

โครงการฯ ได้มีการดำเนินการตามกระบวนการขัน้ ตอนที่กำหนดไว้ในคู่มอื การปฏิบัติงานดา้ น
การบริหารการจัดการน้ำของกรมฯ ผนวกกับประสบการณ์และสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ประกอบกัน โดย
การดำเนนิ การใช้การวิเคราะห์ ROS ซง่ึ มกี ารวางแผนตามลำดบั ดังนี้

(1) มีการวางแผนในภาพรวม เป็นแผนการส่งน้ำและการระบายน้ำ ทั้งในส่วนของแผนราย
ฤดกู าลที่รวบรวมมาจากแผนรายเดือนและรายสัปดาห์ ในแต่ละชว่ งฤดกู าล คือฤดฝู นและฤดูแล้ง

(2) การวางแผนปฏิบัติการเป็นการวางแผนส่งน้ำและระบายน้ำล่วงหน้า 1 สัปดาห์ โดยนำ
แผนรายสัปดาห์ที่ได้กำหนดไว้นำมาปรับปรุงและประเมินใหม่เพื่อกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องปฏิบัติจริงๆ ใน
รอบสัปดาห์ที่จะถึง จากนั้นจะมีการตรวจสอบค่าตัวแปรที่เกี่ยวข้อง เช่น ปริมาณฝนที่ตก ระดับน้ำในแปลง
เพาะปลูก สภาพน้ำในคลองส่งน้ำ/คลองระบายน้ำ เพื่อการปรับการปฏิบัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทำให้
เกดิ ประสิทธภิ าพและประสทิ ธผิ ลสูงสดุ อยู่ตลอดเวลาในระหว่างสัปดาหน์ ้ันและสปั ดาห์ถัดไปดว้ ย

5) มาตรการบริหารจดั การนำ้ ในภาวะวิกฤติ
ภาวะวกิ ฤตทิ ่ีจะเกิดในการบริหารจัดการน้ำนั้น ไดแ้ ก่ การเกดิ ภาวะฝนตกน้อยหรือฝนท้ิงช่วง

แล้วปริมาณน้ำต้นทุนมีน้อยเกิดผลกระทบต่อการส่งนำ้ กับการเกิดฝนตกมากจนต้องระบายน้ำออกจากคลอง
ระบายที่อาจเกิดผลกระทบน้ำท่วมพื้นที่ด้านท้ายนำ้ ได้ โดยเมื่อเกิดภาวะวิกฤติดังกล่าว จะมีการประชุมหารือ
กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทุกระดับ เพื่อการกำหนดแนวทางมาตรการแก้ปัญหาร่วมกัน หรือให้ความเห็นชอบ
ในแนวทางทโ่ี ครงการฯ กำหนด

5.1 ปญั หาน้ำแล้งจดุ ที่ 1 (คลอง 1ซ้าย-1ซา้ ย)
คลอง 1ซ้าย–1ซา้ ย เป็นคลองทรี่ ับน้ำจากแม่นำ้ น้อยโดยตรง เป็นคลองดาดคอนกรตี มีความ

ยาวคลอง 8.680 กิโลเมตร พื้นที่ชลประทาน 10,188 ไร่ ส่งน้ำในเขต ตำบลโพงาม อำเภอสรรคบุรี
จงั หวดั ชัยนาท

สาเหตุ-ปญั หา
เป็นคลองสง่ นำ้ ที่ต้องส่งย้อนลำน้ำขึ้นไปทางทิศเหนือ มรี ะดับธรณปี ากท่ออยทู่ ี่ +10.30 ม.
(รทก.) ซึ้งต้องควบคุมปริมาณน้ำในแม่น้ำน้อยให้สูงถึงระดับ +11.00 ม.(รทก.) และต้องเปิดเครื่องสูบน้ำที่
สถานสี บู น้ำทีส่ ถานีสบู น้ำวดั จัน่ ชว่ ยน้ำจงึ จะส่งใหก้ บั พ้ืนที่เปา้ หมาย

การพฒั นาคุณภาพการบริหารจดั การโครงการสง่ นำ้ และบำรุงรกั ษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

113

ภาพท่ี 96 แสดงพื้นท่ีปัญหาน้ำแลง้ จดุ ที่ 1 (เขต ต.โพงาม อ.สรรคบุรี จ.ชยั นาท)

5.2 ปัญหาน้ำแลง้ จุดที่ 2 (คลอง 1ขวา–1ขวา และ คลอง 1ขวา–1ขวา–1ขวา)
คลอง 1ขวา–1ขวา–1ขวา เป็นคลองแยกซอยจากคลองซอย 1ขวา–1ขวา ลักษณะเป็น

คลองดิน มีความยาวคลอง 5.261 กิโลเมตร พื้นที่ชลประทาน 4,034 ไร่ ส่งน้ำในเขต ตำบลทุ่งคลี
อำเภอเดิมบางนางบวช จงั หวดั สุพรรณบรุ ี

สาเหตุ-ปัญหา
ธรณีปากคลอง 1ขวา–1ขวา มรี ะดบั สงู ตอ้ งอดั น้ำยกระดบั ที่ ปตร.กลางคลอง กม.6+030
ของคลองสายใหญ่ 1 ขวา ใหส้ ูงถึงระดบั +10.4 ม.(รทก.) น้ำจงึ จะเขา้ ปากท่อและสง่ ให้กบั พน้ื ทีเ่ ปา้ หมายได้

การพฒั นาคณุ ภาพการบริหารจัดการโครงการสง่ น้ำและบำรงุ รกั ษาชัณสตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

114

ภาพท่ี 97 แสดงพ้นื ที่ปัญหาน้ำแล้งจุดท่ี 2 (เขต ต.ทงุ่ คลี อ.เดิมบางนางบวช จ.สพุ รรณบรุ ี)

5.3 ปัญหาน้ำแลง้ จดุ ที่ 3 (คลอง 1ซ้าย–1ขวา และ คลอง 2ขวา–1ซา้ ย–1ขวา)
คลอง 2ขวา–1ซ้าย–1ขวา เป็นคลองแยกซอย 1ซ้าย–1ขวา ลักษณะเป็นคลองดิน มีความ

ยาวคลอง 16.460 กิโลเมตร พ้ืนท่ีชลประทาน 17,075 ไร่ สง่ น้ำในเขต ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน ,
ตำบลโพประจกั ษ์ อำเภอท่าชา้ ง จังหวัดสิงห์บุรี และ ตำบลจำลอง อำเภอแสวงหา จังหวดั อ่างทอง

สาเหตุ-ปัญหา
เป็นคลองดิน ที่มีระยะทางยาวหลายกิโลเมตร ซ่ึงต้องรับน้ำจากปากคลองซอย 1ซา้ ย– 1 ขวา
มาถึงคลองแยกซอย 2ขวา–1ซ้าย–1ขวา ส่งไปถึงพื้นที่เป้าหมายทางท้ายอีก 16 กิโลเมตร รวมแล้ว
32 กิโลเมตร และระหว่างเส้นคลองทัง้ สาย มที ่อ(นอกบญั ชีอาคาร) ไหลลงบ่อยมื และบึงธรรมชาติ ตลอดแนว
จงึ เปน็ สาเหตใุ ห้น้ำไมส่ ามารถไหลถึงปลายคลองไดส้ ะดวก

การพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจัดการโครงการสง่ น้ำและบำรงุ รกั ษาชัณสูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

115

ภาพที่ 98 แสดงพนื้ ท่ีปัญหาน้ำแล้งจดุ ที่ 3 (เขต ต.โพประจกั ษ์ อ.ทา่ ชา้ ง จ.สิงหบ์ ุรี)

5.4 ปัญหานำ้ แลง้ จดุ ที่ 4 (คลอง 5ซา้ ย–1ขวา และคลองซอยรวมทง้ั ส้ิน 8 คลอง)
คลอง 5ซา้ ย–1ขวา เปน็ คลองแยก จากคลอง 1ขวา ลักษณะเป็นคลองดิน มคี วามยาวคลอง

16.480 กิโลเมตร และมีคลองแยกซอย 7 คลอง พื้นที่ชลประทาน 57,200 ไร่ ส่งน้ำในเขต ตำบลคำหยาด ,
ตำบลหนองแมไ่ ก,่ ตำบลโคกพุทรา , ตำบลอ่างแก้ว , ตำบลทางพระ อำเภอโพธิท์ อง จังหวัดอา่ งทอง

สาเหตุ–ปญั หา
เป็นคลองดนิ ที่มรี ะยะทางยาวหลายกิโลเมตร รับน้ำจากคลอง 1ขวา ซึง่ ตอ้ งอดั นำ้ ยกระดับท่ี
ปตร. กลางคลอง กม.40+400 ของคลอง 1ขวา ให้สูงถึงระดับ +8.00 ม.(รทก.) และท้องคลองของคลอง
แยกซอยต่างๆมีระดับต่ำกว่าท่อส่งน้ำเข้านา ต้องอาศัยอาคารอัดน้ำกลางคลองต่างๆในคลองซอยยกระดับน้ำ
น้ำจงึ จะกระจายเข้าส่รู ะบบสง่ ให้กบั พ้นื ทีเ่ ป้าหมายได้

การพฒั นาคณุ ภาพการบริหารจัดการโครงการสง่ นำ้ และบำรุงรักษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

116

ภาพท่ี 99 แสดงพ้นื ท่ีปญั หาน้ำแลง้ จุดที่ 4
(เขต ต.คำหยาด , ต.หนองแม่ไก่, ต.โคกพุทรา ,ต.อ่างแกว้ , ต.ทางพระ อ.โพธ์ิทอง จ.อา่ งทอง)

5.5 ปญั หาน้ำแลง้ จุดที่ 5 (คลอง 1ขวา-1(ฝง่ั ซา้ ย))
คลอง 1ขวา-1(ฝั่งซา้ ย) เป็นคลองแยก จากคลอง 1ขวา ลักษณะเป็นคลองดิน มีความยาว

คลอง 5.365 กิโลเมตร พื้นที่ชลประทาน 10,222 ไร่ ส่งน้ำในเขต ตำบลสีบัวทอง อำเภอแสวงหา
จงั หวัดอ่างทอง

สาเหตุ–ปัญหา
เปน็ คลองดิน ท่มี รี ะยะทางยาวหลายกโิ ลเมตร รบั นำ้ จากคลอง 1ขวา ซึ่งต้องอดั น้ำยกระดับ
ที่ ปตร.กลางคลอง กม.27+200 ของคลอง 1ขวา ให้สูงถึงระดับ +9.50 ม.(รทก.) น้ำจึงจะกระจายเข้าสู่
ระบบสง่ ให้กับพื้นทเ่ี ป้าหมายได้

การพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจดั การโครงการส่งนำ้ และบำรุงรกั ษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

117

ภาพท่ี 100 แสดงพ้ืนทป่ี ัญหานำ้ แลง้ จุดท่ี 5 (เขต ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง)

5.6 ปัญหานำ้ แล้งจุดท่ี 6 (คลอง 7ซ้าย–1ขวา และ คลอง 1ขวา-7ซ้าย–1ขวา)
คลอง 7ซ้าย–1ขวา และคลองแยกซอย 1ขวา-7ซ้าย–1ขวา เป็นคลองแยกซอยจากคลอง

ซอย 1ขวา ลักษณะเป็นคลองดาดคอนกรีต มีความยาวคลอง 4.348 กิโลเมตร และ 6.356 กิโลเมตร
ตามลำดับ พื้นที่ชลประทาน 11,970 ไร่ ส่งน้ำในเขต ตำบลม่วงเตี้ย อำเภอโพธิ์ทอง และ ตำบลยี่ล้น อำเภอ
วิเศษชัยชาญ จังหวดั อา่ งทอง

สาเหตุ-ปญั หา
ธรณีปากคลอง 7ซ้าย–1ขวา มีระดับสูง ต้องอัดน้ำยกระดับที่ ปตร.กลางคลอง
กม.56+000 ของคลองสายใหญ่ 1ขวา ให้สูงถึงระดับ +6.75 ม.(รทก.) น้ำจึงจะเข้าปากท่อและส่งให้กับ
พ้นื ท่เี ปา้ หมายได้

การพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การโครงการส่งนำ้ และบำรุงรกั ษาชัณสตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

118

ภาพที่ 101 แสดงพน้ื ท่ีปัญหาน้ำแลง้ จุดที่ 6
(เขต ต.มว่ งเตีย้ อ.โพธทิ์ อง และ ต.ยล่ี น้ อ.วเิ ศษชยั ชาญ จ.อา่ งทอง)

6) สภาพปญั หาอทุ กภัย
6.1 ปญั หาอทุ กภยั จุดท่ี 1 (คลองระบาย 1 ซา้ ย แม่น้ำน้อย 3 )
เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำเขต ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน , ตำบลโพประจักษ์ อำเภอท่าช้าง

จังหวัดสิงห์บุรี และ ตำบลห้วยไผ่ , ตำบลจำลอง อำเภอแสวงหา , ตำบลหนองแม่ไก , ตำบลโคกพุทรา
อำเภอโพธทิ์ อง จงั หวัดอา่ งทอง ครอบคลมุ พ้ืนท่ี 27,900 ไร่

สาเหตุ-ปญั หา
เนื่องจากเป็นพื้นที่ติดคลองระบายต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เมื่อมีฝนตกในพื้นที่เกิน
60 มม. จะเกิดน้ำท่วมขังในพ้ืนที่ ซึ่งคลองระบายแต่ละคลองระบายไม่ทัน ด้วยศักยภาพ ปตร.ต่างๆ ในคลอง
ระบายเปน็ อาคารดง้ั เดมิ ใชม้ อื หมุนในการควบคุม

การพัฒนาคณุ ภาพการบริหารจัดการโครงการส่งน้ำและบำรงุ รกั ษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

119

คลองระบำย 1ซำ้ ย แม่นำ้ นอ้ ย
แม่นำ้ นอ้ ย3

พนื้ ท่อี ทุ กภยั

ภาพท่ี 102 แสดงพื้นที่ปัญหาอทุ กภยั จดุ ท่ี 1
(เขต ต.บางระจนั อ.คา่ ยบางระจนั , ต.โพประจกั ษ์ อ.ทา่ ชา้ ง จ.สงิ ห์บุรี และ ต.หว้ ยไผ่

ต.จำลอง อ.แสวงหา , ต.หนองแม่ไก , ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง)

๖.๒ ปญั หาอทุ กภยั จดุ ท่ี 2 (คลองธรรมชาตินาคู และคลองระบายอ่ืนๆ รวมท้ังส้ิน 3 คลอง)

เปน็ พื้นทลี่ ุม่ ตำ่ เขต ต.อบทม อ.สามโก้ ต.สาวร้องไห้ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อา่ งทอง , ต.นาคู อ.
ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ ต.โคกโคเฒ่า ต.จรเข้ใหญ่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ครอบคลุมพื้นที่
28,700 ไร่

สาเหตุ-ปัญหา

เนอ่ื งจากเป็นพนื้ ทต่ี ดิ คลองระบายต่างๆ ซ่งึ เปน็ พื้นท่ลี ่มุ ต่ำ เม่ือมฝี นตกในพนื้ ท่ีเกิน 60 มม.
จะเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ ซึ่งคลองระบายแต่ละคลองระบายไม่ทัน ด้วยศักยภาพ ปตร.ต่างๆ ในคลองระบาย
เปน็ อาคารด้งั เดิมใชม้ ือหมนุ ในการควบคุม

การพัฒนาคณุ ภาพการบริหารจัดการโครงการสง่ น้ำและบำรุงรกั ษาชัณสตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

120

คลองระบำยใหญ่สพุ รรณ 3

คลองระบำย 2ขวำ สพุ รรณ 4

คลองธรรมชำตินำคู
พนื้ ท่อี ทุ กภยั

ภาพท่ี 103 แสดงพน้ื ทีป่ ัญหาอทุ กภัยจุดท่ี 2

(เขต ต.อบทม อ.สามโก้ ต.สาวรอ้ งไห้ อ.วเิ ศษชัยชาญ จ.อ่างทอง , ต.นาคู อ.ผกั ไห่ จ.พระนครศรีอยธุ ยา และ
ต.โคกโคเฒ่า ต.จรเข้ใหญ่ อ.บางปลาม้า จ.สพุ รรณบุรี)

การพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจดั การโครงการสง่ น้ำและบำรงุ รักษาชัณสูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

121

แผนท่ีขอ้ มลู แสดงพนื้ ทปี่ ญั หาน้ำแลง้ และปญั หาอุทกภัย ในภาพรวมของโครงการฯ

แมน่ ำ้
น้อย ปัญหำนำ้ แลง้ จดุ ท่ี 1

ปัญหำนำ้ แลง้ จดุ ท่ี 2 ปัญหำนำ้ แลง้ จดุ ท่ี 3
คลอง 1 ปัญหำอทุ กภยั จดุ ท่ี 1
ขวำ
ปัญหำนำ้ แลง้ จดุ ท่ี 4
ปัญหำนำ้ แลง้ จดุ ท่ี 5

ปัญหำนำ้ แลง้ จดุ ท่ี 6

ปัญหำอทุ กภยั จดุ ท่ี 2 สัญลกั ษณ์
พนื้ ท่นี ำ้

แลง้

พนื้ ท่ี

ภาพที่ 104 แสดงแผนท่พี ืน้ ท่ีน้ำแลง้ -อุทกภัย ในเขตโครงการฯ

การพัฒนาคุณภาพการบริหารจดั การโครงการสง่ นำ้ และบำรงุ รกั ษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

122

6) มาตรการ การเฝา้ ระวัง และการเตอื นภัยในภาวะวกิ ฤติ
การติดตามเฝ้าระวังเพื่อการเตือนภัยน้ำท่วม เป็นภารกิจหลังที่ สชป. 12 มอบหมายและ

กำชับใหด้ ำเนินการเป็นกรณีพิเศษ เพือ่ ให้สามารถเตรียมการป้องกัน ลดปัญหาความสูญเสียหากเกิดภัยขึ้น ใน
การดำเนินงานนน้ั โครงการฯ มแี นวทางดังนี้

(1) โครงการฯ จัดตั้งศูนย์เพื่อการรายงานสถานการณ์น้ำประจำวันในช่วงฤดูฝน กำหนด
ภารกจิ ความรบั ผดิ ชอบ

(2) ฝ่ายสง่ นำ้ และบำรุงรกั ษาสำรวจข้อมลู น้ำท่าในลำน้ำตรงจุดท่ีกำหนดทุกวัน ซึง่ ดำเนินการ
โดยเจา้ หน้าท่ขี องฝ่ายเอง และขอความรว่ มมอื จาก องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ (อปท.) มอบหมายใหเ้ จ้าหน้าที่
ดำเนนิ การสง่ ข้อมูลให้ เพอื่ เป็นข้อมลู เบื้องต้นในการประเมนิ สถานการณก์ ่อนนำเสนอ สชป.12

(3) ติดตามข้อมูลน้ำฝนจากสถานีต่างๆ ที่อยู่เขตพื้นที่ของโครงการ ทั้ง ๑๖ สถานี และ
ประสานขอข้อมูลในส่วนของสถานีวัดน้ำฝนของโครงการฯข้างเคียง ในช่วงฤดูฝนทุกวัน เพื่อการวิเคราะห์
เบ้อื งต้น และนำเสนอ สชป.12

(4) ติดตามผลการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดจาก สชป.12 และกรมฯรายงานจังหวัดเพื่อ
แจ้งเตอื น อำเภอ และ อปท.ต่อไป
3.3 การแจ้งข่าวสารให้ผู้ใช้น้ำทราบทั้งก่อนและระหว่างส่งน้ำ /การแจ้งข่าวสารให้ผู้ รับบริการและผู้มี
ส่วนได้สว่ นเสยี ในลำน้ำท่รี ับผิดชอบ

การแจ้งข่าวสารให้ผู้ใช้น้ำทราบทั้งก่อนและระหว่างสง่ นำ้ หรือแจ้งข่าวสารให้ผูร้ ับบรกิ ารและผู้มี
สว่ นไดส้ ว่ นเสยี ในลำน้ำท่ีรบั ผิดชอบ (สำหรบั โครงการที่ไม่มีอา่ งเก็บน้ำ) การดำเนินงานป้องกันและบรรเทาภัย
จากน้ำในพ้ืนที่โครงการ

โครงการฯ ได้มีการวางแผนการบริหารจัดการน้ำโดยได้ประชมุ ชี้แจงทำความตกลงกับผู้มีส่วนได้
ส่วนเสีย ในการจัดทำแผนในภาพรวมที่เป็นแผนรายเดือนและรายฤดูกาล ในส่วนการปฏิบัติการนั้นจะมีการ
วางแผนรายสัปดาห์ ที่ผ้รู ับบริการหรือผ้มู สี ่วนไดส้ ว่ นเสียจะรับทราบได้จากการประชมุ ชแ้ี จงก่อนการส่งนำ้ การ
ประกาศตามสื่อต่างๆ ได้แก่ ป้ายปิดประกาศที่ฝา่ ยส่งน้ำและบำรุงรักษา, ที่ทำการ กลุ่มผู้ใช้น้ำ/อปท./กำนัน/
ผใู้ หญ่บ้าน, หนงั สอื ถงึ ประธานหรือหน้ากลุ่มผ้ใู ชน้ ้ำ, ประกาศทางเสียงตามสายประจำหมู่บ้าน และการประชุม
กรณีมเี หตุสำคัญทต่ี ้องตดั สินใจรว่ มกนั

3.4 การควบคมุ การสง่ น้ำในระดับต่าง ๆ /การควบคุมการระบายน้ำในระดบั ตา่ งๆ

1) การควบคมุ การส่งนำ้ (การระบายนำ้ ) ในระดบั ต่างๆ
กำหนดใหม้ ีการควบคุมการส่งนำ้ การระบายนำ้ เปน็ 2 ระดบั คือ
(1) ระดับโครงการฯ โดยฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาเป็นผู้รับผดิ ชอบในการควบคุมจากหัวงาน

และระบบสง่ นำ้ ในคลองสง่ นำ้ สายใหญ่/คลองซอย
(2)ระดับกลุ่มผู้ใช้นำ้ โดยกลมุ่ เกษตรกรหรอื เกษตรกรรับผดิ ชอบการควบคุมในคูน้ำที่ได้รับน้ำ

ตอ่ จากท่อสง่ นำ้ จากระบบสง่ น้ำในขอ้ 1)

การพฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจดั การโครงการส่งน้ำและบำรงุ รักษาชณั สูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

123

2) การรายงาน การประสานงาน และการแจง้ ข่าวสารหนว่ ยงานท่เี ก่ียวขอ้ งในภาวะวกิ ฤติ
การรายงาน การประสานงานและการแจ้งข่าวสารท่ีเกี่ยวข้องกับการเกดิ ภาวะวิกฤติให้หน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องในพ้ืนที่, สชป.12 และกรมชลประทานได้ทราบนั้น มีหลายแนวทางประกอบกันขึ้นกับความสำคญั
สภาพปญั หาและระดบั ความรุนแรง ดงั น้ี

(1) การแจ้งเป็นหนงั สือหรือบนั ทกึ อย่างเป็นทางการ
(2) การแจ้งทางโทรศัพท์, โทรสาร, E-mail, Line
(3)การไปรายงานชี้แจงใหผ้ เู้ กี่ยวขอ้ งทราบโดยตรง

3.5 การดำเนินงานป้องกนั และบรรเทาภัยจากนำ้ หรือในสภาวะวกิ ฤติ (นำ้ ท่วม/นำ้ แลง้ /นำ้ เสยี )
1) การดำเนนิ งานป้องกันและบรรเทาภยั จากน้ำในพนื้ ท่ีโครงการ
ภัยจากน้ำที่ส่งผลกระทบในเขตพื้นที่โครงการฯ คือภัยน้ำท่วม ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้คือ

โครงการฯ มีความจำเป็นต้องระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมขัง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อทำนบดิน
หรอื อาคารชลประทานท่ีหัวงาน แลว้ ทำใหเ้ กิดผลกระทบนำ้ ท่วมพ้นื ทีด่ ้านทา้ ยนำ้ ได้

แนวทางการป้องกัน เป็นนโยบายสำคัญที่โครงการฯ กำหนดให้ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษา
สำรวจตรวจสอบสภาพคลองระบายน้ำและคลองส่งนำ้ สายหลกั ในความรับผดิ ตลอดแนว เพื่อแก้ปญั หาการมีส่ิง
ปิดก้ันทางนำ้ ทีจ่ ะทำใหเ้ ป็นอุปสรรคในการระบายน้ำท่ีจะระบายลงไปในทางนำ้ นัน้

แนวทางการบรรเทาภยั โดย 1) การจัดการน้ำที่เหมาะสม ด้วยการปรับปริมาณการระบาย
ไม่ให้กระทบพื้นที่ด้านท้ายมากในขณะที่หัวงานยังคงปลอดภัย 2) การผันน้ำจากคลองจากคลอง ๑ ขวา ลงสู่
คลองระบาย ๒ ขวา สุพรรณ ๔ เพื่อลดผลกระทบน้ำท่วมขังในพื้นที่ 3) การสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเคลื่อนท่ี
เพ่อื สบู น้ำระบายออกจากพนื้ ท่ีท่ีถูกน้ำทว่ ม

2) การใหค้ วามช่วยเหลือในภาวะวิกฤติ
จากการปฏิบัติงานที่ผ่านมาในอดีต การเกิดภาวะวิกฤติในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการ

บริหารจัดการนำ้ ของโครงการส่งน้ำและบำรงุ รักษาชณั สตู รนนั้ ไดแ้ ก่
(1) ในช่วงฤดูน้ำหลากเมื่อมีความจำเป็นต้องระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง อาจเกิดผล

กระทบทำให้เกิดนำ้ ทว่ มพืน้ ท่ีด้านทา้ ยนำ้ ได้ ซึง่ มักมีสาเหตมุ าจาก [1] โดยปกตแิ ลว้ ปริมาณนำ้ ในแม่น้ำน้อยจะ
มมี ากอยู่แล้ว เม่อื ระบายผ่าน ปตร.บางระจัน ในปรมิ าณน้ำที่เกิดความสามารถในการรองรับของตลิ่งแม่น้ำน้อย
บางจุด เกิดการเอ่อล้นตลิ่งลำน้ำชว่ งที่ต่ำ ต้องแก้ไขโดยโดยการสร้างแนวกั้นน้ำด้วยกระสอบทราย [2] มีขยะ
หรือวัชพืชลอยมากับน้ำแล้วไปตดิ อุดตันลำน้ำในช่วงของสะพาน หรือชว่ งท่ีมตี น้ ไม้ขึน้ ในลำน้ำทำให้ไม่สามารถ
ระบายน้ำได้สะดวก ทำใหน้ ้ำเอ่อท่วมพื้นที่ แก้ไขไดโ้ ดยการเอาส่ิงท่ีอุดตนั ทางนำ้ ออก

โครงการฯ ต้องคอยตรวจสอบสภาพลำน้ำในจุดที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเกิดปัญหา แล้วรายงาน
ปัญหาท่เี กดิ พร้อมวิธีแก้ไขให้จงั หวดั ทราบ เพ่อื สง่ั การให้ผรู้ บั ผิดชอบหลักที่มีอัตรากำลังปฏิบตั งิ านมากๆ ได้แก่
หนว่ ยทหารในจังหวัด เทศบาล และ อบต. ร่วมกนั แก้ไขต่อไป

(3) กรณีทีน่ ้ำท่วมขังในพน้ื ท่แี ลว้ ต้องแก้ปัญหาโดยการสูบน้ำออกไป โครงการฯจะขออนุมัติใช้เครื่อง
สบู นำ้ ของหน่วยปฏบิ ัติการสูบนำ้ สชป.12 ในการแกไ้ ขปญั หาท่เี กิดขน้ึ

การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการส่งนำ้ และบำรุงรกั ษาชัณสตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

124

3) การสง่ เสรมิ ใหม้ กี ารควบคมุ และตรวจสอบคณุ ภาพน้ำในพืน้ ท่ีโครงการ

คณุ ภาพน้ำมีการเช่ือมโยงกับทรัพยากรธรรมชาตติ ่างๆ หมายรวมถงึ ทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรดิน การ
ประกอบอาชีพและสุขอนามัยของมนุษย์มากขึ้น ทั้งที่เป็นมลภาวะน้ำเสีย มลพิษจากสารเคมีทางการเกษตร
ผลกระทบจากมลภาวะอุตสาหกรรมที่เกิดจากปริมาณน้ำสะอาดไม่พอเพียงต่อการนำไปบำบัด เจือจาง และ
การควบคมุ การเกดิ มลภาวะไมม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ
ปัญหามลพิษทก่ี ่อใหเ้ กิดผลกระทบต่อแหล่งน้ำมากท่ีสดุ จะเกดิ จากการทำนาเปน็ หลัก เนื่องจากการทำนาข้าว
มีการใช้น้ำ ปยุ๋ และสารเคมจี ำนวนมาก ทั้งนี้ ลกั ษณะการแพรก่ ระจายของมลพษิ จะเกิดมากในชว่ งที่ต้องมีการ
ระบายน้ำออกจากนา ภายหลังการปลูกข้าวและก่อนการเก็บเกี่ยว หรือจากน้ำฝนที่ไหลชะพื้นที่ ประกอบกับ
คลองส่งน้ำและแม่นำ้ ลำคลองไหลผ่านยา่ นชุมชน ราษฎรจะใชน้ ้ำในคลองเพือ่ การอุปโภคบรโิ ภค และใช้สอยใน
จุดประสงค์อื่น ๆ แต่ราษฎรบางรายได้นำสัตว์เล้ียงและทิ้งสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ลงในคลองส่งน้ำ ทำให้คันคลองพัง
และตนื้ เขนิ น้ำสกปรกเน่าเสยี อนั เปน็ ปญั หาในการส่งนำ้ และคุณภาพน้ำ

(1) เดมิ ก่อน ปี 2557 โครงการฯมีการเก็บตัวอย่างนำ้ จากแม่น้ำน้อย เพื่อส่งกรมฯ ตรวจสอบ
คุณภาพอย่างน้อยปีละ 2 ครั้งในช่วงฤดูแล้งในเดือนเมษายน และฤดูฝนในเดือนกันยายน และพิจารณาเก็บ
ตัวอย่างส่งเพม่ิ ในกรณีทีส่ งสยั ว่าจะมีปญั หาซ่ึงจากผลการตรวจสอบทผ่ี า่ นมาอ่างเก็บนำ้ ทุกแห่งมีคุณภาพน้ำอยู่
ในเกณฑม์ าตรฐานทจ่ี ะใช้ประโยชนเ์ พ่อื การชลประทานและเปน็ นำ้ ดิบเพอื่ การประปา

(2) ปัจจุบันโครงการฯ มีเครื่องมืออุปกรณ์การตรวจสอบคุณภาพน้ำที่สามารถตรวจสอบ
คุณภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ และแหล่งน้ำต่างๆ ได้ทุกรายการตามมาตรฐานที่กรมฯ กำหนด โดยมีการตรวจวัด
อยา่ งน้อยเดอื นละครั้ง

4) การติดตามและรายงานผลการสง่ น้ำและการเพาะปลูก
โครงการฯกำหนดแนวทางการติดตามประเมินผลการส่งน้ำ โดยถือเป็นนโยบายว่าจะต้องมี

การส่งน้ำทีม่ ปี ระสิทธภิ าพ ให้เพยี งพอต่อความต้องการในเวลาท่ีเหมาะสมโดยมีแนวทางดังน้ี
(1) การสุ่มตรวจสอบติดตามประเมินผลในพื้นที่ โดยรับทราบข้อมูลจากการสังเกต การ

สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการส่งน้ำ สอบถามเกษตรกรหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สอบถามอาสาสมัคร
ชลประทานฯลฯ

(2) การให้ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียประเมินการให้บริการ จากแบบสอบถามความ
พึงพอใจและแบบสอบถามความไม่พึงพอใจในการให้บริการตามทีก่ รมฯกำหนด

(3) การพิจารณาจากเร่อื งรอ้ งเรยี นของผูร้ บั บรกิ าร หรือผมู้ สี ว่ นไดส้ ่วนเสีย
(4) พิจารณาจากขอ้ มูลรายงานด้านการสง่ น้ำ

การพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การโครงการส่งนำ้ และบำรงุ รกั ษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

125

5) แนวทางปฏบิ ตั ิในการตดิ ตามและรายงานผลการสง่ นำ้ และการเพาะปลูก

โครงการฯกำหนดให้ฝ่ายส่งนำ้ และบำรุงรักษาติดตามผลการสง่ น้ำและผลการเพาะปลูกทกุ วัน
เพ่ือรวบรวมรายงานข้อมูลผลการเพาะปลกู ท้ังตารางขอ้ มลู รายงาน ข้อมูลแผนที่ GIS และปญั หาอปุ สรรคทุกวนั
ศุกร์ เพ่อื รวบรวมสรปุ รายงาน ส่งให้ สชป.12 ในวนั จนั ทร์ เพ่ือ สชป.12 รวบรวมรายงานกรมฯ ต่อไป

โครงการฯ กำหนดให้ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาจัดเก็บข้อมูลและจัดทำรายงานที่เกี่ยวข้องกบั
การบริหารจัดการน้ำ ส่งให้ฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน รวบรวมจัดเก็บ และนำเสนอ สชป.12
หรอื กรมฯ ได้แก่

(1) การจัดเก็บข้อมูล ระดับน้ำปริมาณ ฝน การส่งน้ำ การระบายน้ำ การระเหย ข้อมูลการ
ปลกู พชื เปน็ ข้อมลู รายวันรายสปั ดาห์ และรายเดอื นตามแบบฟอรม์ ทีก่ ำหนด

(2) การสำรวจจัดทำข้อมูลรายผลการเพาะปลกู เป็นแผนที่ GIS
(3) การจดั ทำขอ้ มลู ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเกบ็ น้ำ –Inflow รายวัน
(4) การจัดทำข้อมูลติดตามการบรหิ ารจดั การน้ำ – Monitoring
(5) การจดั ทำข้อมลู ประสทิ ธภิ าพการสง่ นำ้ - Efficiency
(6) การสำรวจจดั ทำรายงานผลผลิตการเกษตร
.
3.6 การดำเนินการจัดทำบันทึกประวัติการตรวจสอบสภาพและการบำรุงรักษาอาคารชลประทาน/
Walk-through

การซ่อมแซมและบำรงุ รกั ษา
1) การดำเนินงานบำรุงรักษาปกติ เชิงป้องกัน และกรณีเร่งด่วนและการประเมินผลการ
บำรงุ รักษา
โครงการฯ มีนโยบายให้ฝ่ายสง่ น้ำและบำรงุ รักษาตา่ งๆ พิจารณาแนวทางหรือมาตรการที่จะ
ทำให้อาคารชลประทานต่างๆ สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่อัตรากำลัง
ลูกจ้างประจำที่เป็นอัตรากำลังหลักในการปฏิบตั ิงานดูแลบำรุงรักษา ได้ถูกปรับลดออกไปเป็นจำนวนมาก จน
เปน็ ปญั หาอปุ สรรคในการดแู ลบำรงุ รักษาอาคารชลประทานท่ีตอ้ งดูแลอย่างสมำ่ เสมออยู่ตลอดเวลา
การดำเนินงานบำรุงรักษานั้น ได้กำหนดแนวทางไว้ชัดเจน นอกจากจะมีการตรวจสอบตาม
ช่วงเวลาที่กำหนดเอาไว้แล้ว จะมีการตรวจสอบประจำวันควบคู่ไปกับการใช้งานอาคารนั้นด้วยเสมอ เพราะ
เมื่อมีการใช้งานจะมีโอกาสเกิดการชำรุดเสียหายได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งได้แก่ระบบส่งน้ำจะเป็นช่วงที่มีการส่งน้ำให้
เกษตรกรเพาะปลูกในฤดูแล้งและฤดฝู น กบั อาคารระบายน้ำและระบบระบายน้ำเม่ือต้องระบายน้ำในช่วงฤดูฝน
เพื่อให้พบสภาพชำรุดเสียหายและแก้ไขในทันทีตั้งแต่ได้พบปัญหานั้น ความเสียหายจะได้ไม่เพิ่มมากขึ้น ใน
กรณีความเสียหายมีมาก ก็จะได้จัดทำแผนการบำรุงรักษาตามระดบั ความสำคัญต่อไป และจากที่กล่าวแล้ววา่
อัตรากำลังมีน้อยทำให้การบำรุงรักษาในเชิงป้องกันทำได้ไม่มีประสิทธิภาพ ต้องรอการจ้างลูกจ้างชั่วคราวมา
ช่วยดำเนินการ จนบางครั้งสภาพความเสียหายมากจนต้องของบประมาณมาซ่อมแซมเป็นกรณีๆ ไปโดยจะมี
การกำหนดแนวทางการปฏบิ ัติ ดังน้ี

(1) การบันทกึ ประเมนิ ผลการบำรุงรกั ษา ประจำฤดูกาล
การตรวจสอบสภาพอาคารนั้นจะมีการตรวจสอบตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้ และจะ

ตรวจสอบก่อนการใช้งานเพื่อแก้ไขปัญหาขอ้ บกพร่องทอ่ี าจมี และเมื่อมีการใชง้ านอาคารชลประทานต่างๆแล้ว
ย่อมมีโอกาสเกิดการชำรุดเสียหายเนื่องจากการใช้งานมีมากการสังเกตตรวจสอบเบื้องต้นในช่วงใช้งานนั้นมี

การพฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจดั การโครงการส่งนำ้ และบำรงุ รักษาชณั สูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

126

ความสำคญั เพราะทำใหส้ ามารถป้องกันแกไ้ ขไดต้ ั้งแต่เร่มิ เกิดปัญหา หลังจากนน้ั จะมกี ารตรวจสอบสภาพอย่าง
ละเอียดหลังเสร็จสิ้นการใช้งานในช่วงนั้นๆ อีกครั้ง ซึ่งได้แก่ ตรวจสอบระบบส่งน้ำหลังเสร็จสิ้นการส่งน้ำจะ
เห็นสภาพอาคารชัดเจนเพราะไม่มีนำ้ ในระบบแล้ว หรือตรวจสอบอาคารหัวงานในชว่ งแลง้ ทีร่ ะดับน้ำลดตำ่ ลง
กับตรวจสอบในช่วงฤดูฝนที่มีการเก็บกักน้ำเพิ่มมากขึ้น การตรวจสอบจะจัดทำเป็นบันทึก และมีการประเมิน
สภาพ กำหนดแนวทางการปอ้ งกันปรือการแกไ้ ขปัญหา

ปัจจุบันโครงการฯ กำลังจัดทำข้อมูลการสำรวจสภาพอาคาร การประเมินผลการ
บำรุงรักษา ในระบบแผนที่ GIS เพื่อให้เห็นข้อมูลที่มีรายละเอียดครบถ้วนทั้งตำแหน่งที่ตั้ง สภาพอาคารใน
ชว่ งเวลาต่างๆ สภาพความเสียหาย แนวทางและลำดบั ความสำคัญในการแกป้ ญั หา เปน็ ต้น

ภาพที่ ๑๐๕ รายงานสำรวจระบบชลประทาน Walk Thru

(2) การจดั ลำดบั ความสำคญั งานซอ่ มแซม ปรบั ปรงุ และบำรงุ รักษา

ในการพิจารณาจัดลำดับความสำคัญงานซ่อมแซม ปรับปรุง และบำรุงรักษานั้น
โครงการฯ ตรวจสอบความเสียหายร่วมกับฝ่ายส่งน้ำฯ อีกครั้งหลังจากที่ฝ่ายส่งน้ำฯ ได้รายงานบันทึกการ
ตรวจสอบสภาพอาคารและระบุความเสียหาย แนวทางการป้องกันแล้ว หลังจากนั้นจะมีการประชุมเพื่อการ
พิจารณาร่วมกันระหว่าง ฝ่ายจัดสรรน้ำฯ ฝ่ายวิศวกรรม และฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาต่างๆ เพื่อนำผลการ

การพัฒนาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การโครงการสง่ น้ำและบำรงุ รักษาชณั สูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

127

ตรวจสอบความเสียหาย แนวทางการแก้ไข เหตุผลความจำเป็น จำนวนงบประมาณที่ต้องใช้ เพื่อมากำหนด
ลำดับความสำคัญร่วมกัน เพอื่ จัดทำแผนงานของโครงการฯ เสนอของบประมาณมาดำเนนิ การต่อไป

(4) การประเมินความเสียหายตามระเบียบการปฏิบัติกรณีปกติ เกิดอุทกภัยฯลฯ และ
อาคารเสียหาย

โครงการฯกำหนดใหม้ กี ารดำเนินการตามคู่มือด้านการซ่อมแซมบำรุงรกั ษาที่กรมฯกำหนด
เป็นแนวทางปฏบิ ัติเพื่อใหม้ กี ารปฏิบตั เิ ป็นแนวทางเดียวกันทัง้ โครงการฯ ซง่ึ มีหลกั การสำคัญคอื

(3.1) ในการปฏิบัติงานประจำวันของเจ้าหน้าที่ในด้านการส่งน้ำและการสำรวจผลการ
เพาะปลกู ให้ตดิ ตามตรวจสอบปญั หาอปุ สรรคท่ีเกิดในการสง่ น้ำสง่ ผลกระทบทำให้เกดิ ความเสียหายต่ออาคาร
ชลประทานใดดว้ ยหรอื ไมเ่ พอ่ื ที่จะได้แก้ไขปัญหาท่ีเกิดเล็กน้อยเสยี แต่ตน้

(3.2) มีการตรวจสอบสภาพอาคารอย่างเป็นระบบโดยละเอียดเมื่อเสร็จสิ้นฤดูกาล
เพาะปลูก หรอื หลังนำ้ ลดเมื่อเกิดอทุ กภยั ข้ึน เพือ่ ประเมินความเสยี หาย กำหนดแนวทางซอ่ มแซมหรือปรับปรุง
ตอ่ ไป

(3.3) จดั ให้มีคณะทำงานตรวจสอบสภาพความเสียหายอีกครั้งหลังจากได้รับรายงานจาก
ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษา เพ่ือการตรวจยนื ยนั และกำหนดแนวทางแกป้ ญั หาที่เหมาะสม

(3.4) หากความเสียหายที่เกิดมีมาก หรือวิเคราะห์เบื้องต้นว่าต้องมีการปรับปรุงอาคาร
หรือระบบ กจ็ ะเสนอให้ สชป.12 ส่งผู้รบั ผดิ ชอบมารว่ มพจิ ารณาด้วย

2) การซอ่ มแซมฉุกเฉนิ เร่งดว่ น

กรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่จะทำให้เกิดผลกระทบที่จะทำให้เกิดความเสียหาย โครงการกำหนดมาตรการ
ให้แจ้งให้ สชป.12 ในฐานะผู้บังคับบัญชาทราบปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหา เพื่อให้ความเห็นชอบหรือ
พิจารณากำหนดแนวทางที่เหมาะสม ในขณะจะมีการป้องกันแก้ไขปัญหาเบื้องต้นในทันทีก่อนแ ล้วจึง
ดำเนินการตามแนวทางที่ สชป.12 เห็นชอบหรือกำหนด เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับอาคาร
ชลประทาน ลดหรอื ไมท่ ำใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ ราษฎรหรอื เกษตรกรมาก

3) การดำเนนิ งานซอ่ มแซมปรับปรุงและการประเมินผลการซ่อมแซม

สชป.12 ได้กำหนดมาตรการในเรื่องการพิจารณาเพื่อการดำเนินงานซ่อมแซมปรับปรุง โดยให้มี
การตรวจสอบอย่างเป็นระบบ เริ่มจากให้โครงการตรวจสอบเบื้องต้นตามแนวทางคู่มือการปฏิบัติงานที่กรม
กำหนด แลว้ รายงานสภาพปญั หาท่ีเกิดข้ึน เพอ่ื สชป.12 ไดพ้ ิจารณาจัดลำดบั ความสำคัญ แล้วส่งเจ้าหน้าที่ท่ี
เก่ียวข้องมารว่ มพิจารณาในพ้ืนที่ โดยผู้บริหารใน สชป.12 มักออกมารว่ มตรวจเยี่ยมและใหค้ ำแนะนำด้วยเสมอ

การซอ่ มแซมขนาดใหญแ่ ละการปรบั ปรุง สชป.12 ถือเปน็ ภารกจิ ที่มีความสำคัญเร่งด่วน และจะ
มีการพิจารณาแนวทางความเหมาะสมในในทันที หากปัญหามีมากก็จะรายงานกรมฯ เพื่อให้คณะผู้เชี่ยวชาญ
เป็นผู้มาพิจารณาแนะนำกำหนดรูปแบบแนวทางที่เหมาะสม เพื่อจะได้ดำเนนิ การแก้ไข เพื่อเพิ่มประสิทธิภ์ าพ
การทำงาน ตลอดจนลดความเสยี หายหรอื ปัญหาที่จะเกิดเพ่มิ มากข้ึน

การพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจัดการโครงการสง่ น้ำและบำรุงรกั ษาชณั สูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

128

3.7 การคิดค้น /นำนวตั กรรมมาใช้ในการปฏิบตั งิ านหรือปรบั ปรุงวิธกี ารทำงาน

1)มีการนำระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ อุปกรณเ์ ครอื่ งไม้เครอ่ื งมือในการปฏบิ ตั งิ านท่ี
เหมาะสม ส่งิ อำนวยความสะดวกตา่ ง ๆ เพอื่ ให้บคุ ลากร สามารถปฏบิ ตั งิ านได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพและ
ประสทิ ธผิ ล

1.1) โครงการฯ ใชเ้ ครือ่ งจักร เครอื่ งมอื อปุ กรณ์ และเทคโนโลยี ทเ่ี หมาะสม ซ่ึงกำหนดเป็น
เกณฑ์มาตรฐานทั่วไปของกรมฯ ในการปฏิบัติงานของทุกฝ่ายฯ งานฯ และหน่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานท่ี
ตอ้ งปฏิบตั ิเร่งด่วน เชน่ งานสำรวจ งานออกแบบ งานก่อสร้าง งานบรหิ ารจัดการนำ้

1.2) มกี ารตดิ ต่อสื่อสาร ประสานงาน เผยแพรป่ ระชาสัมพนั ธ์ ทัง้ ภายในกลมุ่ โครงการฯ ฝ่าย
ส่งน้ำฯ และผู้เก่ียวข้องอน่ื ๆ ผ่านทาง โทรศัพท์ Facebook และ Line เป็นตน้

2) การปรบั กระบวนการทำงานให้เหมาะสมกับบรบิ ทของโครงการฯ และฝ่ายสง่ นำ้ ฯ

โครงการฯดำเนินงานกิจกรรมต่างๆ ตามแนวทางมาตรฐานที่กรมฯ กำหนด ซึ่งมีการจัดทำ
เปน็ คมู่ อื การปฏบิ ัติงานเอาไว้ โดยนำมาปรับใช้ใหเ้ หมาะสมกับพื้นที่ทปี่ ฏิบัตงิ าน

3.8 วิธีการสรา้ งการมสี ว่ นร่วมกับผู้รบั บริการและผู้มีส่วนได้สว่ นเสียในแต่ละฤดกู าล

1) การจดั ทำปฏทิ นิ กิจกรรมประจำปี และการตดิ ตามประเมนิ ผลการดำเนนิ งานตามแผน

องค์กรผู้ใช้น้ำได้ร่วมกับฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาเพื่อกำหนดกรอบเวลาในการทำกิจกรรม
และประสานงานร่วมกันในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งได้แก่ การจัดประชุมเพื่อวาง
แผนการเพาะปลูกเพื่อกำหนดช่วงเวลาการปลูกพืช กำหนดแผนการส่งน้ำทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง ด้านการ
บำรุงรักษาระบบสง่ นำ้ ในระดบั คูน้ำและคลองส่งน้ำ ได้แก่ การกำหนดช่วงเวลาการบำรุงรกั ษาฯ ก่อนการสง่
น้ำการประชุมพิจารณาการซ่อมแซมบำรุงรักษา กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในวันสำคัญ ได้แก่ การปลูกหรือ
ดแู ลบำรุงตน้ ไมใ้ นพื้นที่หวั งานและพ้นื ท่ที ั่วไป การขดุ ลอกคูคลอง ฯลฯ

ในระหวา่ งการส่งนำ้ ในฤดกู าลเพาะปลูกกลุ่มฯ, อาสาสมคั รชลประทาน และฝ่ายส่งนำ้ ฯ จะมีการ
ร่วมกันติดตามประเมินผลการส่งน้ำฯ เพื่อการปรับแผนการส่งน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา
หากมีปัญหาสำคญั ทต่ี ้องเรง่ พิจารณาแก้ไขกจ็ ะจัดประชุมหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน

2) การเข้าร่วมการบริหารจัดการน้ำของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน กลุ่มผู้ใช้น้ำ
ชลประทานพ้นื ฐาน อาสาสมัคร และคณะกรรมการจัดการชลประทาน

การบริหารจดั การน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร นั้นจะมีการดำเนนิ งานอย่าง
เป็นระบบระหว่างกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานพื้นฐาน กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน และอาสาสมัคร
ชลประทาน โดยอาจสรุปได้ดงั นี้

(1) กลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานพืน้ ฐานหารอื กันเพื่อกำหนดชนิดและพื้นทีเ่ พาะปลูกเพือ่ เสนอใน
การประชมุ กลมุ่ บรหิ ารการใชน้ ำ้ ชลประทาน

(2) กล่มุ บริหารการใช้น้ำชลประทาน อาสาสมคั ร และฝ่ายสง่ นำ้ ฯ ประชุมเพ่ือกำหนดปฏิทิน
การปลูกพืช ปฏิทินการส่งน้ำ กำหนดชนิดและพื้นที่เพาะปลูก กำหนดปริมาณน้ำที่ต้องการใช้ เพื่อเสนอฝ่าย
จัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน

(3) ฝ่ายจดั สรรน้ำฯ เพอื่ พจิ ารณาใหค้ วามเหน็ ชอบการใชน้ ้ำเพอ่ื กิจกรรมต่างๆ

การพฒั นาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการส่งนำ้ และบำรุงรักษาชัณสตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

129

(4) อาสาสมัครเป็นผู้คอยช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของฝ่ายส่งน้ำฯ ในการประสานงานกับกลุ่ม
บรหิ ารการใชน้ ้ำชลประทานหรอื กลมุ่ ผใู้ ช้น้ำชลประทานพื้นฐานหรอื เกษตรกร

3) การบำรงุ รกั ษาอาคารชลประทานใหม้ สี ภาพดีอยเู่ สมอ

การบำรุงรักษาอาคารชลประทานให้มีสภาพดีอยู่เสมอเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเพราะจะทำให้
อาคารชลประทานเหลา่ นั้นมคี วามพร้อมท่ีจะใช้งาน และทำให้เกิดประสทิ ธิภาพในการส่งน้ำด้วย แนวทางการ
ดำเนนิ การระดบั ต่างๆ ได้แก่

(1) การบำรุงรักษาคันคูน้ำ เป็นหน้าที่โดยตรงของเกษตรกรท่ีต้องบำรุงรักษาคันคูน้ำในเขต
พื้นที่ของตนอยู่แล้วทั้งนี้โครงการฯ พร้อมให้การสนับสนุนวัสดุโดยใช้งบประมาณจากแผนงาน 1โครงการ 1
ล้านบาท

(2) การบำรุงรักษาคลองส่งน้ำ ในส่วนที่มีความเสียหายไม่มากและกลุ่มบริหารการใช้น้ำ
ชลประทานมีศักยภาพที่จะดำเนินการได้ โครงการฯ ก็จะสนับสนุนให้กลุ่มเป็นผูร้ ับจ้างซ่อมแซมบำรุงรักษาใน
ส่วนนน้ั

4) การสง่ เสรมิ ให้มที ่ีทำการกลุ่มและบอรด์ สำหรับตดิ ประกาศต่างๆ

แม้ว่าการจัดต้ังกลมุ่ หรือองค์กรผใู้ ช้นำ้ ชลประทานจะมรี ูปแบบที่มลี ักษณะเป็นทางการ โดยมี
ตัวแทนที่สมาชิกเลอื กมาเป็นคณะกรรมการทำหน้าทีด่ า้ นต่างๆ ที่กลุ่มร่วมกันกำหนดเป็นกฎระเบยี บขึ้นมาแต่
ในทางปฏิบัตแิ ล้วการดำเนินงานหรือทำกิจกรรมจึงมกั มีรูปแบบท่ีไมเ่ ป็นทางการ เพราะคณะกรรมการอาสามา
ทำหน้าที่ด้วยความเสียสละไม่มีสิ่งตอบแทน คณะกรรมการจะร่วมกันปฏิบัติภารกิจในลักษณะเฉพาะกิจไม่
บอ่ ยคร้งั ซง่ึ สว่ นใหญ่มีความเห็นว่าไมจ่ ำเป็นต้องมีท่ีทำการกลุ่มเป็นการเฉพาะเพราะทำใหเ้ กิดค่าใช้จ่ายในการ
ก่อสรา้ ง จัดหาวัสดุอุปกรณ์ และต้องดูแลรักษา จึงขอใช้พน้ื ทส่ี ว่ นหนงึ่ ของทที่ ำการฝ่ายสง่ น้ำฯ เกบ็ เอกสาร

แต่อย่างไรก็ดี โครงการฯ มีความเห็นว่ากลุ่มฯ ควรมีที่ทำการเป็นของตนเอง เพื่อใ ห้
คณะกรรมการหรือสมาชิกได้มีโอกาสมาพบปะทำกิจกรรมร่วมกัน การมีความสัมพันธ์กันจะสร้างพัฒนาการ
ทางสังคมในระดับทสี่ งู ขน้ึ ไปเร่ือยๆ และสามารถพฒั นาด้านตา่ งๆ ทางออ้ มด้วย ซง่ึ มีแนวทางผลักดันสนับสนุน
ดงั น้ี

(1) สนับสนุนให้มีที่ทำการกลุ่มในพื้นที่หมู่บ้านที่สมาชิกสะดวกในการมาทำกิจกรรมร่วมกัน
อาจเป็นทส่ี าธารณะ ทท่ี ำการหมูบ่ ้านหรอื ตำบล บา้ นประธานกล่มุ ฯหรอื อ่นื ๆ

(2) สนบั สนุนใหม้ ที ่ีทำการกลุ่มตั้งในท่ีดินทโ่ี ครงการฯเป็นผู้ใชป้ ระโยชน์ หากแนวทางท่ี 1) มี
ปญั หาขัดข้อง

(3) สนบั สนนุ ใหใ้ ชพ้ ืน้ ทส่ี ว่ นหนึง่ ของที่ทำการฝา่ ยสง่ นำ้ ฯเป็นทท่ี ำการชั่วคราวของกลุม่ ฯ

ในเรื่องการแจง้ ข้อมูลขา่ วสารให้กับเกษตรกรในเขตชลประทานได้รับทราบนน้ั มีแนวทางการ
นำขอ้ มลู ไปประกาศให้เกษตรกรทราบดังน้ี

(1) ปิดประกาศไวท้ บ่ี อรด์ ปดิ ประกาศ ของโครงการฯ และฝ่ายส่งนำ้ ฯ
(2) ปิดประกาศไวท้ บ่ี อร์ดของทที่ ำการกลมุ่ ฯ
(3) ปดิ ประกาศไวท้ ีบ่ อร์ดประจำหมู่บ้านทม่ี อี ยู่ทุกหมบู่ า้ น
(4) ปิดประกาศไวท้ ที่ ำการผูใ้ หญ่บ้าน ที่ทำการกำนัน และสำนกั งาน อบต.

การพฒั นาคณุ ภาพการบริหารจัดการโครงการส่งนำ้ และบำรงุ รักษาชัณสตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

130

5) การจา้ งเหมากลมุ่ ผู้ใชน้ ำ้ บำรุงรักษาอาคารชลประทาน
การจ้างเหมากลมุ่ ผู้ใชน้ ้ำบำรงุ รักษาอาคารชลประทานนัน้ เปน็ แนวนโยบายท่ีกรมฯ ได้กำหนด

ไว้ เพอ่ื ใหส้ อดคล้องกับบทบญั ญัตใิ นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2550 มาตรา 87 ให้รัฐ
ต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านต่างๆโดยมีวัตถุประสงค์ให้มีการเปิด
โอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนการพัฒนา ทั้งในการแก้ไขปัญหาและการป้องกันปัญหาโดยเปิด
โอกาสให้มีส่วนร่วมในการคิดริเริ่มร่วมกำหนดนโยบาย ร่วมวางแผน ตัดสินใจและปฏิบัติตามแผนร่วม
ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับร่วมติดตามประเมินผลและรับผิดชอบในเรื่องต่างๆอันมีผลกระทบถึง
ประชาชนชุมชนและเครือข่ายทกุ รูปแบบในพนื้ ที่

แนวทางการดำเนินการจ้างเหมากลุม่ ผู้ใช้นำ้ บำรงุ รักษาอาคารชลประทานน้ันจะมีการประชุม
ร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้ใช้น้ำและฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาฯ เพื่อนำผลการตรวจสอบสภาพความเสียหายของ
ระบบส่งน้ำมาพิจารณากำหนดแนวทางการบำรุงรักษา การซ่อมแซม ที่เหมาะสมซึ่งจะใช้งบประมาณจาก
แผนงาน 1 โครงการ 1 ล้านบาท หรอื แผนงานอ่นื ๆโดยหากกล่มุ ผูใ้ ชน้ ้ำมศี กั ยภาพในการดำเนินการได้ กน็ ำมา
เสนอเป็นแผนการจา้ งกลมุ่ ผูใ้ ช้นำ้ บำรงุ รกั ษาตอ่ ไป

การพจิ ารณาจัดสรรงบประมาณของโครงการฯ น้นั ใชว้ ธิ กี ารประชมุ ร่วมกันเพือ่ ให้แต่ละ ฝา่ ย
ส่งน้ำและบำรุงรักษาฯ ได้เสนอแผนงาน ชี้แจงเหตุผลความจำเป็น และร่วมกันพิจารณาจัดลำดับความสำคัญ
โดยมีนโยบายการพิจารณาในประเด็นของ จำนวนกิจกรรม (ส่งน้ำเพื่อการปลูกพืชฤดูแล้งด้วย) ขนาดของ
ระบบสง่ นำ้ จำนวนอัตรากำลงั เจ้าหน้าที่ท่เี หลืออยู่ ศักยภาพความเข้มแข็งของกลุ่มในการทำกจิ กรรมทผี่ ่านมา

ภาพที่ ๑๐๖ การจา้ งเหมากล่มุ ผู้ใช้น้ำบำรุงรกั ษาอาคารชลประทาน

การพัฒนาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การโครงการส่งนำ้ และบำรุงรกั ษาชัณสตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

131

6) การส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางนำ้ เพอ่ื คุณภาพน้ำท่ดี ี

ในประเด็นการส่งเสริมให้มีการอนุรกั ษ์สภาพแวดล้อมทางนำ้ เพื่อคุณภาพน้ำที่ดนี ั้น ไม่ค่อยมี
ปญั หา เพราะประชาชนทว่ั ไปทง้ั ท่ีอยู่ด้านเหนือน้ำของประตรู ะบายน้ำบางระจนั และทอ่ี ยู่ด้านท้ายน้ำมีทางน้ำ
หรือลำน้ำผ่าน ต่างตระหนักถึงเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ได้มีการร่วมทำกิจกรรมในด้านการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทาง
น้ำอย่างสม่ำเสมอ เพราะล้วนได้รับประโยชน์จากแหล่งน้ำทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การเกษตร อุปโภค
บรโิ ภค การขยายพนั ธ์ุสตั ว์น้ำเพอ่ื การประมง เปน็ แหลง่ พกั ผอ่ นหย่อนใจ เปน็ ต้น ทงั้ นม้ี กี จิ กรรมทไ่ี ด้ดำเนินการ
ทีส่ ำคญั ไดแ้ ก่ การรณรงคล์ ดหรือไม่ใชส่ ารเคมีในการทำการเกษตรในพื้นทีร่ ับน้ำของอา่ งเก็บน้ำ รวมทั้งการ
ป้องกันไม่ให้น้ำเสียจากครัวเรอื นและการเลย้ี งสัตวล์ งสู่ทางน้ำ

1) การปล่อยสตั ว์น้ำในแมน่ ำ้ นอ้ ยเพื่อขยายพันธ์แุ ละให้กินพชื นำ้
2) การปลกู ต้นไม้ การดแู ลบำรงุ รักษาตน้ ไม้ทปี่ ลกู แลว้ ในพ้ืนท่ีหัวงานและฝ่ายส่งน้ำฯ ต่างๆ
3) การกำจัดวชั พชื และสิ่งกดี ขวางทางนำ้ ในชว่ งตน้ ฤดฝู นเพอ่ื ให้พร้อมรองรับการระบายน้ำ

ภาพที่ ๑๐๗ - ๑๐๙ กิจกรรมการปลกู ต้นไม้และงานกำจดั วชั พืช

การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการส่งน้ำและบำรงุ รกั ษาชัณสูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

132

หมวด 4 ผลสมั ฤทธิ์ของงาน

มิตดิ ้านประสทิ ธผิ ล

ตวั ช้ีวดั ที่ 1 ร้อยละของพ้นื ท่ีบริหารจัดการน้ำในเขตชลประทาน (Cropping Intensity)

คำอธิบายตวั ชี้วดั

เป็นการวัดความหนาแนน่ ของการปลูกพชื หรือความถี่ของการใชพ้ ื้นที่เพ่ือการเพาะปลูกในรอบปี
ถา้ มกี ารปลูกพืชเต็มพนื้ ทเี่ พียงครง้ั เดยี วในรอบปี Cropping Intensity ในรอบปีนน้ั จะเทา่ กับ 100 โดยพ้ืนที่
บริหารจัดการน้ำในเขตชลประทาน หมายถงึ จำนวนพ้นื ทเี่ พาะปลูกได้แก่ นาข้าว พชื ผกั พืชไร่ ไม้ผล
ไมย้ นื ต้น อ้อย รวมท้งั พ้ืนทบ่ี ่อปลา บอ่ กุ้ง และอน่ื ๆ ทท่ี ำการผลติ สินคา้ การเกษตรในแต่ละปี ในเขตพืน้ ทรี่ บั
บริการน้ำจากระบบชลประทาน ทั้ งน้ี ไมผ้ ล ไม้ยืนต้น อ้อย บอ่ ปลา บอ่ กุ้ง และอน่ื ๆ ให้กรอกขอ้ มูล 1 ครง้ั /ปี
(ฤดฝู น หรือฤดูแล้ง)

พชื ไร่ หมายถงึ พชื ไร่ทป่ี ลูกและเกบ็ เก่ียวในระยะส้ัน 3-4 เดือน ได้แก่ ถัว่ ลสิ ง ถ่ัวเหลือง ถว่ั เขยี ว ยาสบู
แตงโม ข้าวโพดหวาน ขา้ วโพดเลยี้ งสัตว์ มันเทศ แตงไทย งา มันแกว เผอื ก ขา้ งฟ่ าง แห้วจีน ฯลฯ
พชื ไร่ท่ีอายยุ าวกวา่ นไ้ี มน่ บั รวมเปน็ พืชไร่ ซงึ่ ไดแ้ ก่ อ้อย มนั สำปะหลัง และสับปะรด

พชื ผกั หมายถึง ผกั ตา่ ง ๆ ได้แก่ กระเทยี ม หอมแดง หอมหวั ใหญ่ แตงกวา แตงร้าน ถ่ัวฝกั ยาว พริก
มะเขือ ฟักแฟง ฟักทอง บวบ คะนา้ ผกั กาดหวั กวางตุง้ ผักบุง้ ผกั ชี ขา้ วโพดฝกั อ่อน หน่อไม้ฝรั่ง มะเขอื เทศมัน
ฝรงั่ ฯลฯ

ออ้ ย เป็นพืชไรท่ ส่ี ำคัญและมีอายุยาวนานกว่าพืชไร่ ซ่ึงมเี ฉพาะที่
ไม้ผล ได้แก่ ขนุน องุ่น สม้ ต่างๆ กลว้ ย เงาะ ทุเรยี น มงั คุด ล้นิ จี่ ลำไย มะม่วง ฯลฯ
ไม้ยนื ต้น ไดแ้ ก่ ปาล์ม ยางพารา กาแฟ พรกิ ไทย กระถนิ ยูคาลิปตสั สน อินทนิล แค กระถินณรงค์
ตะแบก ฯลฯ
บอ่ ปลา หมายถึง พ้นื ทีผ่ ิวน้ำท่ีใช้เลีย้ งปลานำ้ จืดแต่ละชนดิ
บอ่ กงุ้ หมายถงึ พ้ืนท่ีผวิ น้ำท้งั หมดของบ่อเลยี้ งทกุ บ่อท่ีใชเ้ ลยี้ งกุ้งภายในฟารม์
อน่ื ๆ หมายถึง พืชอน่ื ๆ ท่ีไม่ได้กำหนดไว้ เชน่ พืชไรท่ ่ีมชี ว่ งการเจริญเติบโตยาวนานกว่าพชื ไร่ หรือพชื
ประเภทอนื่ ๆ ไดแ้ ก่ สบั ปะรด มันสำปะหลัง กระชาย ชะอม ไม้ดอก ไม้ประดบั ฯลฯ
วธิ ีการเก็บข้อมลู

โครงการส่งนำ้ และบำรงุ รักษา/โครงการชลประทาน หรอื ฝ่ ายส่งนำ้ และบำรงุ รักษา ให้เจา้ หนา้ ท่ี

สำรวจเกบ็ ข้อมูลพ้ืนทีเ่ พาะปลกู ในเขตพ้ืนทีช่ ลประทานของโครงการ (รวมข้อมลู จากทกุ ฝ่ ายส่งนำ้ และ

บำรุงรักษา) ในฤดูฝนและฤดูแล้ง ท้ังน้ี ไม่นับรวมในกรณีที่มีการสง่ น้ำใหเ้ กษตรกรนอกเขตชลประทาน

สตู รการคำนวณ

พืน้ ทบ่ี รหิ ารจัดการน้ำในเขตชลประทาน x 100.
พน้ื ทีช่ ลประทาน

การพฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจัดการโครงการส่งนำ้ และบำรุงรักษาชณั สูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

สถติ ิข้อมูลทจี่ ะนำมาคำนวณปี 2563 133

ชนดิ พืช พื้นทีเ่ พาะปลกู จริงฤดูฝน พ้ืนทเี่ พาะปลกู จริงฤดูแล้ง รวมพืชท่ปี ลกู
(ไร)่ (ไร่) จริง

ขา้ ว 344,615 80,069 424,684
อ้อย 35,416 35,416
มะมว่ ง 10,231 80,069 10,231
รวม 390,262 470,331

หมายเหตุ :พื้นท่ชี ลประทานทง้ั หมด 410,724 ไร่

การพัฒนาคณุ ภาพการบริหารจดั การโครงการสง่ น้ำและบำรุงรักษาชัณสตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

134

การคำนวณปี 2563

รอ้ ยละของพ้ืนทบ่ี ริหารจัดการนำ้ ในเขตชลประทาน = (390,262+80,069) *100 / 410,724
= 114.51 %

ขอ้ มูลย้อนหลงั (3 ปี) 2561 2562 2563
111.29 14๑.๖๐ 114.51
2560
108.98

เกณฑก์ ารให้คะแนน (Le) 1 ระดับคะแนน 5

ตวั ชวี้ ดั ไม่น้อยกวา่ 234 135%
119%
รอ้ ยละของพ้นื ทบี่ ริหารจดั การน้ำใน หรือ ไม่นอ้ ยกวา่ ไมน่ อ้ ยกวา่ ไม่นอ้ ยกวา่
เขตชลประทาน ไมม่ ากกวา่ 123% 127% 131%
(Cropping Intensity) 151% หรือ หรือ หรอื
ไม่มากกวา่ ไม่มากกวา่ ไมม่ ากกวา่
147% 143% 139%

คะแนนท่ไี ด้ 1 คะแนน

กราฟแสดงผลและแนวโนม้ (Le/T) 143 141.6 143 143
127 127 127
150 143 111.29 114.51
140
130 127 2561 รอ้ ยละของพนื้ ท่บี รหิ ำรจดั กำรนำ้ ในเขตชลประทำน
คำ่ มำตรฐำน
120 ค่ำมำตรฐำน 2
108.98 Trend

110 2562 2563

100

90

80

70

60

50
2560

การพฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจัดการโครงการส่งน้ำและบำรงุ รกั ษาชัณสูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

135

ข้อมูลเปรียบเทยี บและความเชอ่ื มโยง (C/Li)

จากการมีข้อจำกัดในเรอื่ งปรมิ าณน้ำที่ต้องสำรองไว้เพื่อการอุปโภคบริโภคหรือผลติ ประปาเป็นหลกั ซ่งึ มี
ผลจาการขยายตัวของชุมชนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจในด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดโดยมักมีการใชน้ ้ำเพมิ่
มากขึ้น และเผื่อไว้หากเกิดฝนทิ้งช่วงในต้นฤดูฝน จึงมีการควบคุมการบริหารจัดการน้ำเพื่อกิจกรรมต่างอย่าง
ใกล้ชดิ ท้ังจากกล่มุ เกษตรกร และโครงการฯ จึงใหป้ ลูกพืชท่ีใช้นำ้ นอ้ ย และสง่ นำ้ ใหเ้ ฉพาะพ้นื ทีท่ ี่ได้ทำความตกลง
รว่ มกนั เทา่ น้นั

เมื่อมีการกำหนดพน้ื ที่เพาะปลูกนาปรัง ให้สอดคลอ้ งกบั ปรมิ าณน้ำตน้ ทุน
แผนการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี2563/64 ไม่มีน้ำสนับสนุนในการเพาะปลูกข้าวนาปรังแต่มี
เกษตรกร บางสว่ นท่มี ีแหลง่ นำ้ สำรองของตนเอง เช่น บอ่ นำ้ ตื่น บ่อตอก บอ่ บาดาล เป็นต้น ทำให้มกี ารเพาะปลูก
ข้าวนาปรังไดโ้ ดยไม่ใช้นำ้ จากระบบชลประทาน

การพฒั นาคณุ ภาพการบริหารจัดการโครงการส่งนำ้ และบำรุงรักษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

136

ตวั ชีว้ ัดที่ ๒ รอ้ ยละความเสียหายของพืชเศรษฐกิจในเขตชลประทานจากอุทกภยั และภัยแล้ง

คำอธบิ ายตัวช้ีวดั

เป็นการวดั ความเสยี หายของพชื เศรษฐกจิ จากการบรหิ ารจดั การน้ำของโครงการสง่ น้ำและบำรงุ รักษา/
โครงการชลประทาน ตลอดฤดูฝนและฤดูแล้ง โดยพื้นที่ดังกล่าวจะต้องอยู่ในแผนการส่งน้ำของโครง การ
ชลประทาน/โครงการสง่ น้ำและบำรุงรักษา ความเสียหายของพชื เศรษฐกจิ หมายถงึ ไม่สามารถเก็บเกีย่ วผลผลิต
หลงั จากที่ทำการเพาะปลกู ไปแล้ว โดยความเสียหายเกิดจากอุทกภัยและภยั แลง้ ไมร่ วมความเสยี หายที่เกิดจาก
โรคพชื และแมลงศัตรูพืช
วิธีการเกบ็ ข้อมลู

โครงการสง่ น้ำและบำรงุ รกั ษา/โครงการชลประทาน ให้เจ้าหนา้ ท่สี ำรวจและเก็บขอ้ มูลความเสยี หาย
ของพืน้ ทเ่ี พาะปลกู ท่เี กิดจากอุทกภยั และภัยแล้งทเ่ี สยี หายโดยส้นิ เชงิ ในฤดูฝนและฤดูแล้ง รายงานขอ้ มูล
การเพาะปลูกพชื ประจำสปั ดาห์ ผ่าน Website : http://wuse.rid.go.th/ ในระบบฐานข้อมลู การเกษตร
กรมชลประทาน ของฝา่ ยสถิติการใชน้ ำ้ ชลประทาน ส่วนการใช้นำ้ ชลประทาน สำนักบริหารจัดการนำ้ และ
อุทกวทิ ยา

สูตรการคำนวณ

(พน้ื ท่ีความเสียหายของพชื เศรษฐกจิ ในฤดฝู น + ฤดแู ลง้ ) x 100.
จำนวนพืน้ ท่เี พาะปลูกจริง (ฤดูฝน + ฤดแู ลง้ )

สถติ ิขอ้ มูลทีจ่ ะนำมาคำนวณ ปี 2563

ฤดู ชนิดพชื พนื้ ที่เพราะปลูกจรงิ (ไร่) พนื้ ทีเ่ สยี หาย (ไร)่ สาเหตุ
ขา้ ว 344,615 -
35,416 -
ฝน ออ้ ย 10,231 -
มะมว่ ง 390,262 -
80,069 -
รวม(ฝน) 35,416 -
ขา้ ว 10,231 -
125,716 -
แล้ง อ้อย 515,978 -
มะม่วง

รวม(แลง้ )
รวม(ฝน+แลง้ )

จำนวนพน้ื ทเี่ พาะปลกู จริงของโครงการส่งน้ำและบำรงุ รักษา 390,262 ไร่

การพฒั นาคุณภาพการบริหารจดั การโครงการสง่ น้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

137

การคำนวณปี 2563
ร้อยละความเสียหายของพืชเศรษฐกจิ ในเขตชลประทานจากอุทกภยั และภยั แล้ง
= (0*100)/515,978= 0

ขอ้ มูลย้อนหลัง (3 ป)ี

2560 2561 2562 2563
0000

เกณฑก์ ารให้คะแนน (Le) ระดับคะแนน
1234 5
ตวั ช้ีวัด
รอ้ ยละความเสยี หายของพืชเศรษฐกจิ ในเขต 0.245 0.195 0.145 0.095 0.045
ชลประทานจากอทุ กภัยและภัยแลง้

คะแนนที่ได้ 5 คะแนน

กราฟแสดงผลและแนวโนม้ (Le/T)

0.18

0.16 0.145 0.145 0.145 0.145
0.14

0.12

รอ้ ยละควำมเสยี หำยของพืชเศรษฐกิจในเขตชลประทำนจำก
0.1 อคทุ่ำมกำภตยั รแฐลำะนภยั แลง้
0.08

Trend
0.06

0.04

0.02
0000

0
2560 2561 2562 2563

ข้อมูลเปรียบเทยี บและความเชื่อมโยง (C/Li)
พ้ืนที่ชลประทานในความรับผิดชอบ อาจได้รับผลกระทบจากน้ำทว่ ม หรือนำ้ ชลประทานมี

นอ้ ยอาจมกี ารสง่ นำ้ ลดลงในชว่ งบางเวลา และในปี 2563 มกี ารบรหิ ารจัดการนำ้ รูปแบบรอบเวรหมุนเวยี น
พน้ื ทก่ี ารใช้น้ำ ทำให้ปัญหาความเดอื ดร้อน สามารถแก้ไขไดห้ รือบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระดบั หนึ่ง
ประกอบแต่ยังมีฝนตกในพ้นื ทีอ่ ย่างสม่ำเสมอ ทำให้ไมม่ ีพ้นื ท่ีเสยี หายโดยสิน้ เชงิ ในพนื้ ทีก่ ว้าง อาจมีพน้ื ที่
เสยี หายเป็นหย่อม หรือทำให้ผลผลิตลดลง

การพัฒนาคุณภาพการบริหารจดั การโครงการสง่ นำ้ และบำรุงรักษาชณั สูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

138

ตวั ชว้ี ัดท่ี ๓ ร้อยละของอ่างเกบ็ น้าและทางน้าชลประทานที่คณุ ภาพน้าได้เกณฑ์มาตรฐาน

คำอธบิ ายตวั ช้วี ดั
ค่าเฉลี่ยของการตรวจวัดคุณภาพน้ำตามเกณฑ์คุณภาพน้ำด้านการชลประทาน ในอ่างเก็บน้ำ

ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และทางน้ำชลประทาน โดยค่าที่ตรวจวัดและเกณฑ์คุณภาพ ประกอบด้วย 6
พารามเิ ตอร์

ได้แก่
1. อณุ หภูมิ (Temperature) ไมเ่ กนิ 40 องศาเซลเซียส
2. คา่ ความเป็นกรด-ดา่ ง (pH) ระหวา่ ง 6.5-8.5
3. ค่าความนำไฟฟา้ (Electricity Conductivity; EC) ไมเ่ กนิ 2,000 ไมโครโมห/์ เซนตเิ มตร
4. ค่าออกซเิ จนละลายนำ้ (Dissolved Oxygen; DO) ไมน่ ้อยกว่า 2 มลิ ลิกรัม/ลิตร
5. ปรมิ าณของแข็งทั้งหมดทีล่ ะลายน้ำ (TDS) ไมเ่ กนิ 1,300 มลิ ลกิ รมั /ลิตร
6. คา่ ความเคม็ (Salinity) ไมเ่ กิน 1 กรมั /ลิตร
วิธกี ารเก็บข้อมลู
โครงการสง่ นำ้ และบำรงุ รักษา/โครงการชลประทาน กำหนดจุดการตรวจวัดคุณภาพนำ้ ภายใน
ขอบเขตท่รี บั ผดิ ชอบ เช่น บริเวณอ่างเกบ็ นำ้ คลองส่งนำ้ และคลองระบายนำ้ โดยระบจุ ดุ ตรวจวัดให้ชดั เจน
กำหนดช่วงเวลาในการตรวจวัด เช่น วดั ทกุ เดือน วดั ทกุ 3 เดอื น หรือวัดทกุ สปั ดาห์ เปน็ ตน้ และดำเนนิ การ
ตรวจวัดตามทกี่ ำหนด ทั้งนี้ จะต้องแสดงผลการตรวจวัดทั้ง 6 พารามเิ ตอร์ ประกอบในการพิจารณาด้วย
สตู รการคำนวณ
จำนวนอำ่ งเกบ็ น้ำและทำงน้ำชลประทำนทค่ี ุณภำพน้ำไดเ้ กณฑม์ ำตรฐำน x 100

จำนวนอ่ำงเกบ็ น้ำและทำงน้ำชลประทำนทด่ี ำเนินกำรสำรวจทงั้ หมด
สถติ หิ รือข้อมูลท่จี ะนำมาคำนวณ

ปี พ.ศ. จำนวนอำ่ งเกบ็ น้ำและทำงน้ำ จำนวนอ่ำงเกบ็ น้ำและทำงน้ำ
ชลประทำนทค่ี ุณภำพน้ำไดเ้ กณฑ์ ชลประทำนทด่ี ำเนินกำรสำรวจทงั้ หมด
2560 มำตรฐำน x 100จำนวนคร้ังท่ีวัด
2561 12
2562 12 12
2563 12 12
12 12
12

หมำยเหตุ : ใหใ้ สข่ อ้ มลู ทงั้ หมด 4 ปี คอื ปีปัจจุบนั และ 3 ปียอ้ นหลงั

การพัฒนาคณุ ภาพการบริหารจัดการโครงการสง่ น้ำและบำรงุ รักษาชัณสูตร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

139

การคานวณปี 2563
รอ้ ยละของอ่ำงเกบ็ น้ำและทำงน้ำชลประทำนทค่ี ุณภำพน้ำไดเ้ กณฑม์ ำตรฐำน = 12 x 100 ÷ 12 =
100%
ขอ้ มูลย้อนหลัง (3 ปี)

2560 2561 2562 2563
100 100 100 100

เกณฑก์ ารให้คะแนน (Le)

ตัวชี้วัด ระดับคะแนน
1 2 3 45

รอ้ ยละของอำ่ งเกบ็ น้ำและทำงน้ำชลประทำน 80 85 90 95 100
ทค่ี ุณภำพน้ำไดเ้ กณฑม์ ำตรฐำน

คะแนนที่ได้ 5.๐๐ คะแนน

กราฟแสดงผลและแนวโน้ม(Le/T) 100 100 100
80
120 80 80
100
รอ้ ยร้อลยะลขะอขงอกงอำา่รงวเดัก็บคนณุ ้าภแลำะพทนางำ้ นช้าลชปลรปะรทะทำนานตทำีค่มณุ จภดุ าทพ่กี นำ้าหไดนเ้ กดณฑม์ าตรฐาน
100 คำ่ มำตรฐำน
80 Trend

80

60

40

20

0
2560 2561 2562 2563

ขอ้ มูลเปรียบเทยี บและความเชือ่ มโยง (C/Li)

โครงการฯให้ความสำคัญเกี่ยวกับทางน้ำชลประทานที่คุณภาพน้ำได้เกณฑ์มาตรฐานอย่างมาก
เพราะนอกจากจะใช้น้ำเพื่อการเกษตรแลว้ ยังเป็นน้ำดบิ เพื่อการผลติ นำ้ ประปาอกี ด้วย การตรวจวัดทำให้รู้
คณุ ภาพของนำ้ และหากพบปัญหาเรื่องคุณภาพนำ้ ก็จะไดห้ าแนวทางแก้ไขได้ทนั

การพัฒนาคณุ ภาพการบรหิ ารจัดการโครงการส่งน้ำและบำรงุ รักษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

140

มิตดิ า้ นคณุ ภาพการให้บริการ

ตัวช้วี ดั ที่ 4 ร้อยละของผูใ้ ช้นำ้ เขตพืน้ ที่ชลประทานท่ีพึงพอใจต่อการบริหารจดั การน้ำ

คำอธิบายตวั ช้ีวัด
เป็นการวัดคณุ ภาพการให้บริการของโครงการส่งน้ำและบำรงุ รักษา/โครงการชลประทาน หรอื ฝ่ายสง่

น้ำและบำรงุ รักษาท่ีมตี ่อเกษตรกร ตามรายละเอียดแบบประเมนิ ความพงึ พอใจและไม่พึงพอใจท่ีกำหนด โดยจะ
ดูในเร่ืองความพึงพอใจต่อการบรหิ ารจดั การน้ำของโครงการส่งนำ้ และบำรุงรักษา/โครงการชลประทาน หรอื
ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษา
วิธีการเก็บข้อมูล

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา/โครงการชลประทาน หรือฝ่ายส่งนำ้ และบำรุงรกั ษา ให้เจา้ หน้าที่
ออกสำรวจความพึงพอใจของเกษตรกร โดยใช้แบบประเมินความพึงพอใจและไม่พงึ พอใจ (แบบ สสช. P1) ของ
กองสง่ เสริมการมสี ่วนร่วมของประชาชน โดยกลุ่มตัวอย่างจะตอ้ งครอบคลุมท้ังต้นคลอง กลางคลอง และปลาย
คลองไมน่ อ้ ยกวา่ 30 ตัวอย่าง/ฝ่ายส่งนำ้ ฯ โดยทำการประเมนิ ช่วงเดอื นสงิ หาคม - กันยายน ของทุกปี ท้งั นี้ มี
ขนั้ ตอน การสำรวจและรายงานผล ดังนี้
1. เจา้ หน้าที่อธิบายวตั ถปุ ระสงคใ์ นการสำรวจ และความหมายของแบบสำรวจใหผ้ รู้ ับบริการที่เป็น
เกษตรกรผูใ้ ช้นำ้ ในเขตชลประทานไดร้ บั ทราบและเข้าใจ
2. ผู้รบั บรกิ ารที่เป็นเกษตรกรผใู้ ชน้ ำ้ ในเขตชลประทาน ท้ังทีไ่ ด้รวมตัวเป็นกลุ่มบริหารการใช้น้ำ
ชลประทานแลว้ กรอกแบบสำรวจโดยมเี จา้ หน้าท่ีอธิบายไปพร้อมกัน เพื่อใหเ้ ข้าใจในความหมายของแต่ละ
คำถามตรงกัน กรณีทเี่ ปน็ การตอบโดยคณะกรรมการบริหารกล่มุ ฯ ทมี่ สี ว่ นรว่ มในการตอบคำถาม จะต้องเป็น
ตวั แทนของคูส่งนำ้ แต่ละสายหรอื ท่อรบั น้ำจากคลองแต่ละทอ่ โดยการลงมติในแต่ละคำตอบต้องครอบคลุมคสู ง่
นำ้ ทกุ สาหรอื ท่อรับนำ้ ทุกท่อ
3. ผูร้ บั บริการทีเ่ ป็นเกษตรกรผใู้ ชน้ ้ำในเขตชลประทานต้องเป็นผ้ลู งมอื กรอกแบบสำรวจเอง เพ่ือให้แน่ใจ
วา่ เป็นความคิดเห็นของผรู้ ับบริการจริง
4. รวบรวมแบบสำรวจทด่ี ำเนนิ การแล้วเสร็จ จำนวนอย่างนอ้ ย 30 ตวั อย่าง/ฝ่ ายส่งน้ำฯ กรอกผลสำรวจ
ลงในแบบ Google form ตามแนวทางท่ีกำหนดโดยกองส่งเสริมการมสี ว่ นร่วมของประชาชน ซ่งึ ระบบจะ
รวบรวมผลโดยอัตโนมตั ิ
5. กองส่งเสรมิ การมสี ว่ นร่วมของประชาชน จะคำนวณร้อยละของผู้ใช้นำ้ ในเขตพ้ืนทช่ี ลประทาน
ทีพ่ ึงพอใจต่อการบรหิ ารจัดการน้ำ และรายงานผลให้โครงการสง่ นำ้ และบำรุงรักษา/โครงการชลประทาน และ
ฝ่ายสง่ นำ้ และบำรุงรักษา ทราบ

การพฒั นาคณุ ภาพการบริหารจัดการโครงการส่งน้ำและบำรงุ รกั ษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

141

แบบสำรวจความพึงพอใจของเกษตรกรผู้ใช้น้ำในเขตชลประทาน (แบบ สสช. P1)

การพัฒนาคณุ ภาพการบริหารจดั การโครงการส่งนำ้ และบำรงุ รกั ษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

142

สถิตหิ รอื ข้อมลู ท่จี ะนำมาคำนวณ (ข้อมลู กองสง่ เสริมการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน ปี2563)

ลำดับที่ โครงการ.... ร้อยละของของผใู้ ชน้ ้ำฯ ท่ีพึงพอใจ สรุป
สบ.คบ. ... 75.54
1 โครงการสง่ น้ำและบำรงุ รักษาชัณสตู ร
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (Le) 12 3 4
79.54 81.30

ตัวชว้ี ดั 1 ระดบั คะแนน 5
65 234 85
ร้อยละของผใู้ ช้นำ้ ในเขตพืน้ ที่ชลประทานที่พอใจ
ตอ่ การบรหิ ารจัดการนำ้ 70 75 80

คะแนนที่ได้ 3.00 คะแนน

กราฟแสดงผลและแนวโนม้ (Le/T) 85.15 87.23
75 75.54
120
75
100 75
81.44
รอ้ ยละของกำรวดั คณุ ภำพนำ้ ชลประทำนตำมจดุ ท่กี ำหนด
80 75
ค่ำมำตรฐำน
60
Trend
40

20

0
2560 2561 2562 2563

ขอ้ มูลเปรยี บเทยี บและความเชื่อมโยง (C/Li)

จากผลการประเมินพบว่า ความพึงพอใจของเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานจะเกี่ยวข้องกับ
ความสัมพันธ์ของเจ้าหน้าที่ชลประทานที่ให้บริการกับเกษตรกรผู้ใช้น้ำ กับปริมาณน้ำต้นทุนที่จะสามารถ
ให้บริการได้ (ปี 2562 และ 2563 น้ำต้นทุนมีน้อย เพราะเกิดปัญหาฝนแล้งและทิ้งช่วงในช่วงต้นฤดูฝน
ต้องควบคุมการใช้น้ำเป็นพิเศษ) หากปริมาณน้ำต้นทุนของโครงการฯ มีน้อยระดับความพึงพอใจก็จะลดลง
จึงจำเป็นต้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายคือ กลุ่มเกษตรกรกับเจ้าหน้าที่โครงการ ทำความเข้าใจกันโดยผ่านการทำ
กจิ กรรมในดา้ นต่างๆ ร่วมกนั เพือ่ สร้างความสมั พันธ์ท่ดี ีตอ่ กัน

ปี 2563 ข้อมูลสรุปการประเมินจากกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน มีเกษตรกร
ประเมนิ ผ่านระบบ Online จำนวน 210 ราย มีความพึงพอใจอยูใ่ นระดับ พอใจ ถงึ พอใจมาก ตามลำดับ

การพฒั นาคุณภาพการบริหารจดั การโครงการสง่ นำ้ และบำรงุ รักษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

143

มติ ิดา้ นประสิทธภิ าพของการปฏิบัตริ าชการ
ตัวชวี้ ัดท่ี 5 ประสทิ ธภิ าพชลประทานในฤดฝู น

คำอธบิ ายตวั ชีว้ ัด
เป็นการตรวจสอบถึงประสิทธิภาพของการชลประทานในฤดูฝน ซึ่งหมายถึงอัตราส่วนที่คิดเป็น

เปอร์เซ็นต์ระหว่างปริมาณน้ำสุทธิที่ต้องให้แก่พืช (Net Water Application) ต่อปริมาณน้ำทั้งหมดที่ต้อง
ให้แกพ่ ืช (Gross Water Application)
วธิ กี ารเก็บขอ้ มลู

เจ้าหนา้ ทโ่ี ครงการสง่ นำ้ และบำรงุ รกั ษา/โครงการชลประทาน หรือฝา่ ยสง่ นำ้ และบำรงุ รกั ษา ตอ้ ง
ทำการเก็บขอ้ มลู ปรมิ าณนำ้ ทส่ี ่งจริงเปน็ รายวัน และรวบรวมวเิ คราะห์เปน็ ขอ้ มูลรายสัปดาห์ รายเดอื น
จนเสร็จสน้ิ ฤดูกาลเพาะปลูกในฤดูฝน จึงรวบรวมวเิ คราะห์ว่าตลอดฤดกู าลเพาะปลกู ใชน้ ำ้ ทง้ั หมดเป็น
ปริมาณเทา่ ใด แลว้ นำมาเปรยี บเทยี บกับปรมิ าณน้ำที่ตอ้ งส่งตามทฤษฎี
สูตรการคำนวณ

(ปรมิ าณน้ำตามทฤษฎี - ฝนใช้การ + การรัว่ ซึม ) x 100.
ปรมิ าณนำ้ ทส่ี ่งจริงตลอดฤดฝู น

สถิตหิ รอื ข้อมลู ท่ีนำมาคำนวณ ปี 2563(ขอ้ มลู การส่งน้ำ ปกี ารเพาะปลูก 2563)

รายการ ล้าน ลบ.ม.

ปรมิ าณน้ำตามทฤษฎี 333.85

ปริมาณนำ้ จากฝนใชก้ าร 252.12
56.82
ปริมาณนำ้ รว่ั ซมึ 250.64

ปริมาณนำ้ สง่ จริง

พ้นื ทส่ี ่งนำ้ จริงฤดฝู น = 390,262 ไร่
หมายเหตุ : 1. เพมิ่ Back up sheet
2. ให้ใส่ข้อมลู ท้งั หมด 4 ปี คอื ปีปัจจุบัน และ 3 ปยี อ้ นหลัง

การคำนวณปี 2563
ประสิทธิภาพชลประทานในฤดูฝน = (333.85 – 252.12 + 56.82) x 100 ÷ 250.64

= 55.27 %

ขอ้ มูลย้อนหลัง (ไม่น้อยกว่า 3 ปี)

2560 2561 2562 2563
๕๐.๑๒ ๔๔.๔๐ ๔๕.๖๓ 55.27

การพัฒนาคณุ ภาพการบริหารจดั การโครงการสง่ นำ้ และบำรุงรักษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

144

เกณฑ์การให้คะแนน (Le) ระดับคะแนน
ตัวช้วี ัด 1234 5
20% 30% 40% 50% 60%
ประสทิ ธภิ าพชลประทานในฤดูฝน

Interpolate = (๕๐ – ๔๐) = ๑๐ , (๔ - ๓) = ๑ ดงั นน้ั (๕๐ – 38.75) = 11.25
(11.25 / ๑๐) = 1.12 จะไดค้ ะแนน = (5 – 0.5) = 4.5

คะแนนทไ่ี ด้ 4.5 คะแนน

กราฟแสดงผลและแนวโน้ม (Le/T) 44.4 45.63 55.27
40 40 40
80
2561 ประสทิ ธิภำพชลประทำนในฤดฝู น
70 ค่ำมำตรฐำน
Trend
60
50.12 2562 2563

50
40

40

30

20

10

0
2560

ขอ้ มูลเปรยี บเทียบและความเชอ่ื มโยง (C/Li)

ประสิทธิภาพชลประทานมแี นวโน้มสูงขึ้นและสูงกว่าคา่ เกณฑ์มาตรฐาน เกษตรกรมีส่วนร่วมใน

การวางแผนการใช้น้ำ เนน้ ให้เหน็ ถึงความใช้น้ำอย่างประหยัด และมกี ารวางแผนการใชน้ ำ้ อย่างเปน็ ระบบ
มฝี นตกครอบคุลมทวั่ ทกุ พนื้ ที่เพาะปลูก ประกอบมีนำ้ เก็บกักในคลองระบายนำ้ เพ่มิ มากขึ้น

การพฒั นาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการสง่ น้ำและบำรงุ รกั ษาชัณสตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

145

ตวั ช้วี ัดท่ี 6 ประสทิ ธิภาพชลประทานในฤดูแลง้

คำอธิบายตัวช้วี ัด
เป็นการตรวจสอบถึงประสิทธิภาพของการชลประทานในฤดูแล้ง ซึ่งหมายถึงอัตราส่วนที่คิดเป็น

เปอร์เซ็นต์ระหว่างปริมาณน้ำสุทธิที่ต้องให้แก่พืช (Net Water Application) ต่อปริมาณน้ำทั้งหมดที่ต้อง
ให้แกพ่ ืช (Gross Water Application)
วิธกี ารเกบ็ ขอ้ มูล

เจ้าหน้าที่โครงการสง่ น้ำและบำรุงรักษา/โครงการชลประทาน หรือฝ่ายส่งน้ำและบำรงุ รักษา ต้อง
ทำการเก็บข้อมลู ปรมิ าณน้ำทสี่ ง่ จรงิ เป็นรายวัน และรวบรวมวิเคราะห์เป็นขอ้ มูลรายสปั ดาห์ รายเดือน
จนเสร็จสิ้นฤดูกาลเพาะปลูกในฤดูแล้ง จึงรวบรวมวิเคราะห์ว่าตลอดฤดูกาลเพาะปลูกใช้น้ำทั้งหมดเป็น
ปรมิ าณเทา่ ใด แล้วนำมาเปรียบเทียบกบั ปริมาณนำ้ ทีต่ อ้ งสง่ ตามทฤษฎี
สตู รการคำนวณ

(ปริมาณน้ำตามทฤษฎี - ฝนใช้การ + การรั่วซึม ) x 100.
ปริมาณนำ้ ท่สี ง่ จริงตลอดฤดูแลง้

สถิตหิ รอื ข้อมลู ท่นี ำมาคำนวณ (ข้อมลู การสง่ นำ้ ปีการเพาะปลูก 2562/2563)

รายการ ล้าน ลบ.ม.

ปรมิ าณนำ้ ตามทฤษฎี 205.81
ปริมาณน้ำจากฝนใช้การ 24.22
ปรมิ าณน้ำรวั่ ซมึ 18.30
ปรมิ าณนำ้ ท่ีสง่ จรงิ 370.23
พืน้ ท่ีสง่ นำ้ จริงฤดูแล้ง 125,716 ไร่

หมายเหตุ : 1. เพมิ่ Back up sheet
2. ใหใ้ ส่ข้อมลู ท้ังหมด 4 ปี คือ ปีปัจจุบัน และ 3 ปียอ้ นหลงั

การคำนวณ ปี 2563
ประสทิ ธภิ าพชลประทานในฤดูแล้ง = (205.81 – 24.22 + 18.30) x 100 ÷ 370.23

= 53.99%

ข้อมูลย้อนหลงั

2560 2561 2562 2563
๕๒.๔๕ ๕๔.๐๒ ๕๖.๐๔ 53.99
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (Le)

การพัฒนาคณุ ภาพการบรหิ ารจัดการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5

146

ตวั ช้วี ัด ระดับคะแนน
ประสิทธิภาพชลประทานในฤดแู ลง้ 1 2 3 45

20 30 40 50 60

Interpolate = (๖๐ – ๕๐) = ๑๐ , (๕ - ๔) = ๑ ดงั นนั้ (๖๐ – 139.30 ) = -79.3
( -79.3 / ๑๐) = 79.3 จะได้คะแนน = (๑ – 79.3) = 4.3

คะแนนท่ีได้ 4.3 คะแนน

กราฟแสดงผลและแนวโน้ม (Le/T)

140 ประสทิ ธิภำพชลประทำนในฤดฝู น
คำ่ มำตรฐำน
120 Trend

100 54.02 56.04 53.99
40 40 40
80
2561 2562 2563
60 52.45
40

40

20

0
2560

ข้อมูลเปรียบเทียบและความเช่อื มโยง (C/Li)

การเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง มีข้อจำกัดในด้านปริมาณน้ำต้นทุนไม่สัมพันธ์กับการปลูกข้าวในพื้นท่ี ซึ่ง
เกษตรกรส่วนใหญ่ ร้อยละ ๘๐ ปลูกข้าว และส่วนใหญ่เป็นที่นาเช่าและส่วนใหญ่ทำอาชีพเชิงเดี่ยว ดังนั้น
เกษตรกรจึงจำเป็นต้องปลูกข้าว มิฉะนั้นจะต้องถูกรายอื่นเข้ามาเช่าแทนที่ จึงเป็นสาเหตุทำให้การ
ประชาสมั พันธ์ ขอความร่วมมอื จงึ ไมค่ ่อยประสบความสำเรจ็ เท่าท่ีควร

การพฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจดั การโครงการส่งน้ำและบำรุงรกั ษาชณั สตู ร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖5


Click to View FlipBook Version