02 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ ค่าตอบแทน พบว่า บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด ชี้แจงว่ากรณีบริษัทฯ มีการปรับลดอัตราค่าตอบแทนในการ รับส่งอาหาร ไม่เกี่ยวกับการที่บริษัทฯ เข้าร่วมโครงการ กับกรมการค้าภายใน และในการกำนดค่าตอบแทนและ ค่าอินเซนทีฟในแต่ละพื้นที่จะปรับเปลี่ยนตามปริมาณความ ต้องการสั่งอาหารของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และ ช่วงเวลา รวมถึงปัจจัยสภาพอากาศ บริษัท แกร๊บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ชี้แจงว่าในการเข้าร่วมโครงการ ดังกล่าว บริษัทฯ ไม่มีการปรับลดอัตราค่าตอบแทนแต่ อย่างใด และมีหลักการคำนวณรายได้ต่อเที่ยวไว้ชัดเจน โดยมีการคำนวณค่าระยะเวลารอ ค่าเสียโอกาสหากออเดอร์ ถูกยกเลิก รวมถึงการคิดต้นทุนพื้นฐานในการทำงาน เช่น ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์ ค่าสึกหรอของอุปกรณ์ไว้ แล้ว ส่วนบริษัท เวล็อคซ์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด) (Gojek) ปัจจุบันดำเนินการภายใต้กลุ่มแอร์เอเชีย และ บริษัท เดลิเวอรี่ ฮีโร่ (ประเทศไทย) จำกัด (Foodpanda) ไม่สะดวกให้ข้อเท็จจริง มติให้จัดทำ หารือปัญหา างของนายจ้าง ทรัพย์ (หนังสือ ราษฎร ที่ สผ ยน 2564) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือที่ นร 0912/278 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 ตอบข้อ หารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการหักเงินเดือนค่าจ้าง ของนายจ้างเพื่อชำระหนี้ค้ำประกันเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ สรุปดังนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกาตอบข้อหารือ ๒ ประเด็น ดังนี้
10ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ
03 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ ๑) คณะกรรมการกฤษฎีกามีอำนาจหน้าที่รับปรึกษา ให้ความเห็นทางกฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐหรือตาม คำสั่งของนายกรัฐมนตรีหรือมติของคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตามมาตรา ๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการ กฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ คณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบ กับข้อ ๓ (๔) แห่งระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าด้วย การรับปรึกษาให้ความเห็นทางกฎหมายของกรรมการ กฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒ กำหนดให้กรรมการกฤษฎีกาจะ พิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมายแก่คณะกรรมการซึ่งมี อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเฉพาะเรื่องได้ โดยผ่านทาง กระทรวง ทบวง กรม ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในงานธุรการ ของคณะกรรมการนั้น ๆ ดังนั้น เมื่อคณะกรรมาธิการการ แรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ขอให้พิจารณาความเห็นข้อ กฎหมายในประเด็นดังกล่าว ซึ่งมิใช่คณะกรรมการตามที่ กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ อาจรับพิจารณาปัญหาข้อกฎหมายตามที่หารือมานี้ได้ ๒) ประเด็นเกี่ยวกับการทำหนังสือยินยอมล่วงหน้า ของผู้กู้และผู้ค้ำประกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์ให้นายจ้าง หักเงินค่าจ้างเพื่อชำระหนี้หรือภาระผูกพันอื่นที่มีต่อ สหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์นั้น บริษัท ไปรษณีย์ ไทย จำกัด ได้มีหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอหารือในประเด็นดังกล่าว ซึ่งขณะนี้มีการฟ้องร้องเป็นคดี
10ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ 23 เรื่องการเยียวยาผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติ ประกันสังคม พ.ศ. 2546 มติที่ประชุม ที่ประชุมคณะกรรมาธิการมีมหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อมีข้อขอทราบแนวทางการเยียวยาผู้ประกนตนใประกันสังคมและแผนการบริหารจัดการกประกันสังคม (หนังสือคณะกรรมาธิการกาสภาผู้แทนราษฎร ที่ สผ 0019.08/647กันยายน 2564)
04 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ อยู่ในศาล ทั้งนี้ ประเด็นแห่งคดีเกี่ยวเนื่องกับประเด็น ปัญหาตามข้อหารือ ซึ่งตามข้อ ๙ (๑) แห่งระเบียบ คณะกรรมการกฤษฎีกาว่าด้วยการรับปรึกษาให้ความเห็น ทางกฎหมายของกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้กำหนด ไว้ว่า กรรมการกฤษฎีกาจะไม่รับพิจารณาให้ความเห็นทาง กฎหมายในเรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาล ดังนั้น จึงไม่สามารถรับข้อหารือของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ไว้พิจารณาให้ความเห็นได้ มติให้จัดทำ อเสนอแนะและ ในระบบ องทุน ารแรงงาน 74 ลงวันที่ 2 กระทรวงแรงงาน มีหนังสือที่ รง 0625/2834 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 รายงานผลการพิจารณา ข้อเสนอแนะและแนวทางการเยียวยาผู้ประกันตนในระบบ ประกันสังคม ดังนี้ ๑) การพิจารณาทบทวนการลดอัตราเงินสมทบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการและเสถียรภาพ ของกองทุนประกันสังคมในระยะยาว สำนักงานประกันสังคม กำหนดแนวทางการให้ความ ช่วยเหลือนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน โดยลดหย่อนอัตรา เงินสมทบให้แก่นายจ้างและผู้ประกันตน จำนวน ๖ ครั้ง ซึ่งการลดอัตราเงินสมทบที่ผ่านมาถึงปัจจุบันส่งผลให้เกิด กระแสการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเป็นจำนวน ๑๑๓,๒๑๕ ล้านบาท นายจ้างมีสภาพคล่องทางการเงิน เพิ่มขึ้นส่งผลให้คุณภาพชีวิตผู้ประกันตนดีขึ้น ซึ่งแนวทาง ดังกล่าวจะสามารถส่งผลให้นายจ้าง ผู้ประกันตน
10ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ
05 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ ผ่านวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ และสามารถนำเงินสมทบเข้า กองทุนประกันสังคมได้ต่อไป 2) การดำเนินการทางคณิตศาสตร์ประกันภัย เพื่อเพิ่ม จำนวนเงินกองทุนประกันสังคมเมื่อมีผู้ประกันตนเข้ามา ในระบบมากขึ้น และการปรับแผนการบริหารกองทุนฯ เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ในปัจจุบันและในอนาคต สำนักงานประกันสังคมมีแนวทางปรับเพิ่มเพดาน ค่าจ้าง ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงให้กองทุนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ เพิ่มขึ้นจากฐานค่าจ้างที่ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากการจ่ายสิทธิ ประโยชน์ที่คำนวณจากค่าจ้างจะทำให้ผู้ประกันตนได้รับ สิทธิประโยชน์เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะสิทธิประโยชน์กรณี ว่างงานและบำนาญชราภาพ ทั้งนี้ การปรับอัตราเงินสมทบ กรณีชราภาพอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อเสริมสร้าง เสถียรภาพกองทุนให้มีความมั่นคงในระยะยาว รอบรับ การเข้าสู่สังคมผุ้สูงอายุ 3) มาตรการเยียวยาผู้ประกันตนใน ๙ ประเภทกิจการ ที่มีการสำรวจไม่ครบถ้วน สำนักงานประกันสังคม ได้จัดทำโครงการเยียวยา นายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ ในกิจการที่ได้รับ ผลกระทบจากมาตรการของรัฐรวม ๙ หมวดกิจการ ในพื้นที่ ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด แต่อย่างไรก็ตามหากลูกจ้างไม่ได้
10ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ
06 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ ทำงานเนื่องจากนายจ้างต้องหยุดประกอบกิจการไม่ว่า ทั้งหมดหรือบางส่วนเนื่องจากทางราชการมีคำสั่งปิด สถานที่เป็นการชั่วคราว ลูกจ้างผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับ ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการได้รับประโยชน์ ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจาก การระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วย โรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๖๓ 4) ผู้ประกันตนตามมาตรา ๔๐ ที่สมัครเพิ่มเข้ามา ในระบบประกันสังคมจากสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะมีแนวทางรักษา สถานภาพของผู้ประกันตนกลุ่มนี้ให้อยู่ในระบบ ประกันสังคมได้อย่างต่อเนื่องอย่างไร ผู้ประกันตนตามมาตรา ๔๐ เป็นระบบการประกัน ภาคสมัครใจ ไม่สามารถบังคับบุคคลให้เข้ามาในระบบและ จ่ายเงินสมทบอย่างต่อเนื่องได้ อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ประกันสังคมได้มีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ทุก รูปแบบ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับทราบถึงสิทธิประโยชน์ จากกองทุนประกันสังคม โดยได้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน เชิงรุกอย่างต่อเนื่องด้วยการจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ การเพิ่มช่องทางการให้บริการ อำนวยความสะดวกในการ รับสมัครและการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน รวมถึงการรับเงิน สมทบผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนบูรณาการความ
10ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ 24 เรื่องร้องเรียนของสหพันธ์แรงงานชิ้นส่วน ยานยนต์แห่งประเทศไทย และสหภาพ คนงาน เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ให้ ช่วยเหลือแรงงาน มติที่ประชุม ให้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่ากาแรงงานเพื่อขอความอนุเคราะห์ให้พิจารณ(หนังสือคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาที่ สผ 0019.08/5199 ลงวันที่ 6 กรกฎ
07 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ ร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรณรงค์ ส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้เพื่อให้แรงงานนอกระบบเข้าสู่ ระบบประกันสังคมเพิ่มขึ้นและยังคงอยู่ในระบบ ประกันสังคมต่อไป ารกระทรวง ณาช่วยเหลือ าผู้แทนราษฎร ฎาคม 2564) กระทรวงแรงงานมีหนังสือด่วนที่สุด ที่ รง 0209.4/3726 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 แจ้งผลการพิจารณาสรุปได้ ดังนี้ ๑. ประเด็นของสหพันธ์แรงงานชิ้นส่วนยานยนต์แห่ง ประเทศไทย ขอให้ความช่วยเหลือแรงงานกรณีนางสาว รัฐรัสมิ์ ศรีสาร และคณะ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการ ถูกสายนายหน้าจัดหางานหลอกไปทำงานต่างประเทศ กรมการจัดหางานได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี คนหางาน ปรากฏว่าได้สมัครงานเพื่อไปทำงานเกษตร ประเทศแคนาดา แล้วปรากฏว่าไม่สามารถจัดส่งไปทำงาน ตามที่ตกลง กรมการจัดหางานจึงได้แจ้งความดำเนินคดี ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจัดหางานและ คุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537 มาตรา 30 ข้อหา “จัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง” และมาตรา 91 ตรี ข้อหา “หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหา งานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการ
10ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ
08 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ หลอกลวงนั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด จากผู้ถูกหลอกลวง” ไว้ ณ สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุแล้ว 2. ประเด็นจากนางสาวธนพร วิจันทร์ ผู้แทนสหภาพ คนทำงาน 1) ผ่อนผันให้แรงงานข้ามชาติที่มีนายจ้างแต่ไม่ได้เข้า ประกันสังคมให้ดำเนินการเข้าประกันสังคมย้อนหลังได้ ๓ เดือน เพื่อให้สิทธิการรักษาพยาบาลเกิดทันที รวมถึงบังคับ ใช้กฎหมายประกันสังคมอย่างจริงจังเพื่อแรงงานจะได้ เข้าถึงสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และที่ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 34 กำหนดให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างเป็น ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ยื่นแบบรายการขึ้นทะเบียน นายจ้าง และแบบรายการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนต่อ สำนักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ลูกจ้างนั้นเป็น ผู้ประกันตน ซึ่งหมายความว่ากฎหมายว่าด้วยการ ประกันสังคมกำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่ต้องปฏิบัติไม่ว่าจะ เป็นลูกจ้างผู้ประกันตนที่มีสัญชาติไทยและผู้ที่ไม่มีสัญชาติ ไทย ดังนั้น สำนักงานประกันสังคมจึงไม่สามารถผ่อนผันให้ เฉพาะแรงงานข้ามชาติที่ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย การประกันสังคม ทั้งนี้ แรงงานข้ามชาติได้รับสิทธิ ประโยชน์และอยู่ภายใต้การคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ ประกันสังคม พ.ศ. 2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเช่นเดียวกับ แรงงานไทยทุกประการ
10ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ
09 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ 2) ขอยกเลิกมาตรการปิดแคมป์แรงงานก่อสร้าง เพิ่มมาตรการตรวจเชิงรุก เช่น การจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม สำหรับกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ จัดตั้งศูนย์พักรอสำหรับ กลุ่มที่มีความเสี่ยง จัดพื้นที่สำหรับกลุ่มที่ไม่มีความเสี่ยง ภายในแคมป์คนงานที่มีความพร้อม และจัดตั้งศูนย์ตรวจ โควิดสำหรับแรงงานในทุกพื้นที่ รวมทั้งพัฒนาการเข้าถึง วัคซีนอย่างเท่าเทียม ทั่วถึงและเหมาะสมแก่ทุกกลุ่ม แรงงานโดยเร็วที่สุด มาตรการปิดแคมป์ก่อสร้าง กำหนดขั้นเพื่อลดการ เคลื่อนย้ายแรงงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการที่สำคัญในการ ควบคุมพื้นที่การระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้เพื่อให้ ภาคธุรกิจการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ สามารถกลับมาดำเนินการได้ปกติ กระทรวงแรงงาน จึงมีมาตรการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานในแคมป์ ก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 70,000 คน และมีนโยบายให้ฉีดวัคซีนให้กับผู้ประกันตน โดยมีผลการ ดำเนินงานในการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน – 23 กรกฎาคม 2564 ให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 แล้ว จำนวน 1,026.637 ราย (ไทยจำนวน 953,275 ราย ต่างด้าว จำนวน 73,362 ราย) สำหรับข้อเสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์ตรวจโควิดสำหรับ แรงงานในทุกพื้นที่ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้มี มาตรการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ในกลุ่มผู้ประกันตน
11ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ
10 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ โดยสำนักงานประกันสังคมได้ร่วมมือกับ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร กระทรวง สาธารณสุข เพื่อตรวจคัดกรองโควิด-19 เชิงรุกให้กับ ผู้ประกันตนในพื้นที่จังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือ จังหวัดรอยต่อ รวมทั้งจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่มีแนวโน้มกระจายในวงกว้าง นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งศูนย์ ให้บริการตรวจโควิด-19 นอกสถานพยาบาลให้กับ ผู้ประกันตนในกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล ซึ่งทำให้ผุ้ประกันตนได้รับการตรวจคัดกรองเชิงรุกแล้ว (ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2564 จำนวน 526,657 ราย พบผู้ติดเชื้อจำนวน 23,705 ราย คิดเป็น ร้อยละ 4.50 ของจำนวนผู้ประกันตนที่ตรวจคัดกรอง ทั้งหมด รวมทั้งการเปิดสายด่วน 1506 กด 7 เพื่อรองรับ การจัดหาเตียงให้กับผู้ประกันตนที่ติดโควิด-19 ให้เข้าสู่ ระบบการรักษาอย่างรวดเร็ว 3) รัฐบาลจะต้องจ่ายเงินชดเชยเท่ากับรายได้ปกติของ แรงงาน ในกรณีที่จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องมีการใช้มาตรการ ปิดแคมป์แรงงานหรือมีคำสั่งที่ส่งผลให้ต้องยุติการทำงาน ในทุกกิจการ ตามกฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณี ว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการระบาดของ โรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ. 2563 ระบุว่า ในกรณีมีเหตุสุดวิสัย ทำให้ลูกจ้างซึ่งเป็น
11ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ
11 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ ผู้ประกันตนไม่ได้ทำงานเนื่องจากต้องกักตัวหรือเฝ้าระวัง การระบาดของโรค หรือในกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงาน เนื่องจากนายจ้างต้องหยุดประกอบกิจการไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วนเนื่องจากทางราชการมีคำสั่งให้ปิดสถานที่เป็นการ ชั่วคราวเพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตาม กฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ. 2563 ทำให้ลูกจ้างซึ่งเป็น ผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน ไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น ให้มีสิทธิ ได้รับในอัตราร้อยละ 50 เป็นเวลาไม่เกิน 90 วัน ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคม มีแนวปฏิบัติการวินิจฉัย จ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย (ฉบับเพิ่มเติม) กรณีปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง 30 วัน (1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน – 27 กรกฎาคม 2564) ดังนั้น กรณีมีคำสั่งทางราชการปิดแคมป์แรงงานก่อสร้าง จะพิจารณาจ่ายให้แก่แรงงานที่มีการนำส่งเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 วัน ก่อนการว่างงานใน อัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเป็นระยะเวลา 30 วัน สรุป ยอดนายจ้างบันทึกข้อมูลการขอรับประโยชน์ทดแทนกรณี ว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยและหนังสือการขอรับ ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยกรณี ปิดแคมป์คนงานเป็นระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน – 27 กรกฎาคม 2564 จำนวน 44,114 ราย รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 223,790,173.95 บาท
11ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ 25 เรื่อง ขอให้พิจารณาทบทวนมาตรการ เยียวยาช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการประเภท สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน ที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติด เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มติที่ประชุม ให้ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกีเพื่อขอให้พิจารณาทบทวนมาตรการเยียวยช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการประเภทสถานรเอกชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิดคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนร0019.08/7343 ลงวันที่ 20 กันยายน
12 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ กี่ยวข้อง ยาช่วยเหลือ รับเลี้ยงเด็ก การแพร่ระบาด ด-19) (หนังสือ ราษฎร ที่ สผ 2564) กระทรวงแรงงานมีหนังสือที่ รง 0625/3653 ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 แจ้งผลการพิจารณาดังนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 อนุมัติขยายประเภทกิจการที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัด ปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร เป็น ๙ ประเภทกิจการดังนี้ ๑)กิจการก่อสร้าง ๒) กิจการ ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร ๓) กิจการศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ ๔) กิจการกิจกรรมการบริการด้านอื่น ๆ ๕) กิจการการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์ และจักรยานยนต์ ๖) กิจการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า ๗) กิจการข้อมูลข่าวสารและสถานที่เก็บสินค้า ๘) กิจการ กิจกรรมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ และ ๙) กิจการกิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานโดยสำนักงานประกันสังคม ได้จัดทำ โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งโครงการดังกล่าวได้กำหนด คุณสมบัติและเงื่อนไขให้กิจการที่ได้รับเงินเยียวยาต้องเป็น นายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ ในพื้นที่ควบคุม สูงสุดและเข้มงวด ภายใต้รหัสกิจกรรมใน ๙ ประเภท ดังนั้น แม้สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน จะอยู่ในพื้นที่ควบคุม สูงสุดและเข้มงวดก็ตาม แต่ด้วยเหตุที่ประเภทกิจการ
11ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ 26 เรื่อง ขอให้พิจารณาทบทวนมาตรการ เยียวยาและข้อเสนอของผู้ประกอบกิจการ ประเภทสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนที่ได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มติที่ประชุม ให้ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกีขอให้พิจารณาทบทวนมาตรการเยียวยาแลผู้ประกอบกิจการประเภทสถานรับเลี้ยงเด็ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (หนังสือ คณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนร0019.08/7392 ลงวันที่ 20 กันยายน
13 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ ดังกล่าวได้จัดอยู่ในกิจกรรมด้านสุขภาพและงานสังคม สงเคราะห์ ประเภทกิจการดังกล่าวจึงยังไม่เป็น กลุ่มเป้าหมายใน ๙ ประเภทกิจการที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ ได้รับเงินเยียวยา ดังนั้น จึงยังไม่เข้าข่ายที่จะได้รับเงิน เยียวยาในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม หากลูกจ้างของสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน และนายจ้างต้องหยุดประกอบกิจการไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เนื่องจากทางราชการมีคำสั่งให้ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ลูกจ้างผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณี ว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ของกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน เนื่องจากเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการระบาดของโรคติดต่อ อันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ. 2563 กี่ยวข้องเพื่อ ละข้อเสนอของ ด็กเอกชนที่ได้รับ ดของโรคติดเชื้อ ราษฎร ที่ สผ 2564) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมี หนังสือที่ นร 1104/2272 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2564 แจ้งผลการพิจารณาสรุปได้ดังนี้ ๑)ข้อเสนอ ขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับเงินกู้ปลอด ดอกเบี้ยในช่วง ๑ ปีแรกแบบไม่ต้องมีหลักประกัน หลักทรัพย์ค้ำประกัน การลดหย่อนภาษีประเภทต่าง เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้กับ สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนเป็นการเฉพาะ ทั้งนี้ อาจเกิดความ ไม่เป็นธรรมกับธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน และ อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ โดยเฉพาะ
11ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ
14 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ การคลังท้องถิ่น ซึ่งต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ๒) ข้อเสนอ ขอให้สนับสนุนเงินเยียวยาเพิ่มให้กับ สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนเท่าเทียมกับผู้ประกอบการอื่น ๆ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน สามารถขอรับ ความช่วยเหลือเยียวยาภายใต้โครงการส่งเสริมและรักษา ระดับการจ้างงานในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SEMs) ที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแล้ว โดยจะ ได้รับความช่วยเหลือในอัตรา ๓,๐๐๐ บาทต่อหัว ของจำนวนลูกจ้างไม่เกิน ๒๐๐ คน ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานของกระทรวง แรงงานกับกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาแนวทางการ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับเงิน จากโครงการฯ และจัดทำรายละเอียดข้อเสนอต่อ คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ พิจารณาก่อน เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ๓) ข้อเสนอ ขอให้บรรจุ “ประเภทธุรกิจสถานรับเลี้ยง เด็กเอกชน” เข้าร่วมในโครงการการส่งเสริมการกระตุ้นการ ใช้จ่ายผ่านโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้นั้น เห็นควรให้สนับสนุนให้ กระทรวงการคลังขยายขอบเขตให้ครอบคลุมสินค้า/บริการ ที่มากขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายแล้ว ยังทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการใช้จ่ายจำเป็นได้มากขึ้น เช่น ในกรณีที่จ่ายเพื่อเป็นค่าบริการให้กับธุรกิจสถานรับเลี้ยง เด็กเอกชน นอกจากจะช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ
11ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ 27 เรื่อง ขอความช่วยเหลือกรณีบริษัท บริล เลียนท์ อัลไลแอนซ์ ไทย โกบอล จำกัด ประกาศกิจการลงเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๔ โดยไม่จ่ายเงินค่าชดเชยให้กับ ลูกจ้างและสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์ เนชั่นแนลแห่งประเทศไท มติที่ประชุม ให้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่ากาแรงงานเพื่อขอให้พิจารณาช่วยเหลือและตข้อเท็จจริงกรณีบริษัทประกาศปิดกิจการโค่าชดเชย (หนังสือคณะกรรมาธิการการแรสภาผู้แทนราษฎร ที่ สผ 0019.08/501มิถุนายน 2564)
15 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ สามารถดำเนินกิจการต่อได้แล้ว ยังเป็นการช่วยบรรเทา ภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครอง และสนับสนุนบริการ การศึกษาซึ่งเป็นบริการที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็ก ารกระทรวง ตรวจสอบ ดยไม่จ่ายเงิน รงงาน 19 ลงวันที่ 30 กระทรวงแรงงานมีหนังสือที่ รง 0502/7254 ลงวันที่ 16 กันยายน 2564 แจ้งผลการพิจารณาสรุปได้ดังนี้ สำนักงานกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด สมุทรปรากการ ได้มีคำสั่งที่ 119/2564 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2564 สั่งให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุด พักผ่อนประจำปี 2564 ค่าจ้างแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อน ประจำปีสะสมให้กับลูกจ้างทั้งสิ้น 1,237 คน รวมเป็นเงิน 242,689,862.71 บาท (สองร้อยสี่สิบสองล้านหกแสน แปดหมื่นเก้าพันแปดร้อยหกสิบสองบาทเจ็ดสิบเอ็ดสตางค์) พร้อมดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปีจนกว่าจะ ชำระเสร็จสิ้น และสำนักงานกรมสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงานจังหวัดสมุทรปรากการพิจารณาอนุมัติให้จ่ายเงิน สงเคราะห์ และได้ดำเนินการจ่ายเงินสงเคราะห์จากกองทุน สงเคราะห์ลูกจ้างกรณีนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง จำนวน 1,161 คน ในระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2564 ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ๑ สมุทรปราการ จำนวน 21,465,350 บาท
11ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ 28 เรื่องร้องเรียนของนายบุญ แจ่มใส ขอความ อนุเคราะห์ช่วยเหลือแรงงานที่ถูกเลิกจ้างให้ ได้รับสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง แรงงาน มติที่ประชุม ให้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่ากาแรงงาน เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้ความชแรงงาน (หนังสือคณะกรรมาธิการการแรงสภาผู้แทนราษฎร ที่ สผ 0019.08/571สิงหาคม 2564)
16 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ ารกระทรวง ช่วยเหลือผู้ใช้ งงาน 14 ลงวันที่ 2 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีหนังสือที่ รง 0502/8981 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 แจ้งผล การพิจารณาสรุปได้ดังนี้ กรณีนายบุญ แจ่มใส ได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจ แรงงานเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 และพนักงานตรวจ แรงงานได้มีคำสั่งว่านายบุญ แจ่มใส ไม่มีสิทธิได้รับ ค่าชดเชยและค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากนายจ้าง ต่อมานายบุญฯ ได้รับหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องโดยอ้างว่า หมิ่นประมาท ทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูก เกลียดชังและทำให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดว่าบริษัทฯ ไม่ปฏิบัติ ตามกฎหมาย อันถือได้ว่าเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท นายบุญฯ จึงได้มีหนังสือถึงคณะกรรมาธิการการแรงงาน เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีถูกนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ได้รับ ค่าชดเชยและค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและถูก ฟ้องคดีอาญา ต่อมาในวันที่ 7 ตุลาคม 2564 นายบุญฯ ได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานอีกครั้งว่านายจ้าง ไม่จ่ายค่าชดเชียและค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งพนักงาน ตรวจแรงงานพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วจึงมีคำสั่งให้นายจ้าง จ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 71,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยใน ระหว่างผิดนัดร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดจนกว่า ชำระเสร็จสิ้น โดยนำเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย
11ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ 29 เรื่องข้อร้องเรียนพนักงานบริการและมูลนิธิ เอ็มพาวเวอร์ มติที่ประชุม ให้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความอนุเคราะห์พิจารณ(หนังสือคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาที่ สผ 0019.08/5196 ลงวันที่ 6 กรกฎ
17 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ ไปจ่าย ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด สมุทรปราการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบหรือถือว่า ได้ทราบคำสั่ง รีและหน่วยงาน ณาช่วยเหลือ าผู้แทนราษฎร ฎาคม 2564) คณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบ ของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด19) มีหนังสือที่ นร 1113 (ศบศ.)/197 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 แจ้งผลการพิจารณาสรุปได้ดังนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการบริหาร สถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้พิจารณา ข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้มีมาตรการ ช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการดำเนินมาตรการเพื่อช่วย สนับสนุนการใช้จ่ายสินค้าและบริการต่าง ๆ ให้แก่ ผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งมี มาตรการที่สอดคล้องกับข้อเสนอของกลุ่มผู้ร้อง ดังนี้ ๑) โครงการเราชนะ ซึ่งเป็นโครงการที่ให้เงินช่วยเหลือ ค่าครองชีพเดือนละ 3,500 บาท นาน 2 เดือน และ จัดสรรเพิ่มเติมให้ 2,000 บาทอีก 1 เดือน เป็นวงเงินรวม 9,000 บาท ๒) โครงการ ม 33 เรารักกัน ซึ่งเป็น โครงการที่ให้เงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้แก่ผู้ประกันตน
11ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ 30 เรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกจ้างของ บริษัท หมิงตี้เคมิคอล จำกัด มติที่ประชุม ให้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่ากาแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอคแรงงานและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้เพลิงไหม้โรงงานสารเคมี บริษัท หมิงตี้เคมิ(หนังสือคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาที่ สผ 0019.08/5344 ลงวันที่ 8 กรกฎ
18 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ ตามมาตรา 33 สัปดาห์ละ 1,000 บาท นาน 6 สัปดาห์ เป็นวงเงินรวม 6,000 บาท ๓) มาตรการบรรเทา ผลกระทบต่อประชาชน กลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการ อันเนื่องมาจากข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่ง พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ได้แก่ ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม ผู้ประกอบ อาชีพอิสระที่ไม่ได้เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 สัญชาติ และผู้ประกอบการหรือนายจ้าง ตามหลักการให้ความช่วยเหลือที่มีลูกจ้างแต่ปัจจุบันไม่ได้ อยู่ในระบบประกันสังคม ๔) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 เป็นโครงการที่รัฐบาลร่วมจ่ายค่าอุปโภคสินค้าและบริการ ร้อยละ 50 ไม่เกิน 150 บาทต่อสิทธิต่อวัน สิทธิละ 3,000 บาท โดยใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั้น “เป๋าตังค์” ทั้งนี้ ได้ทำหนังสือตอบไปยังมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ทราบเรียบร้อยแล้ว ารกระทรวง ความช่วยเหลือ ้อนจากเหตุ มิคอล จำกัด าผู้แทนราษฎร ฎาคม 2564) สำนักงานประกันสังคมมีหนังสือที่ รง 0629/27688 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2564 แจ้งผลการพิจารณาสรุปได้ ดังนี้ สำนักงานประกันสังคมได้ให้ความช่วยเหลือแรงงาน ลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตตามพระราชบัญญัติ ประกันสังคม พ.ศ. 2533 และพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2534 รวมทั้งสิ้น 6 ราย เป็นเงิน 155,134.72 บาท ดังนี้ ๑) กรณีเสียชีวิต จำนวน ๑ ราย ค่าจัดการศพ เป็นเงิน
11ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ
19 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ 50,000 บาท เงินบำเหน็จชราภาพเป็นเงิน 462.52 บาท ๒) ค่ารักษาพยาบาล จำนวน 4 ราย เป็นเงิน 98,648 บาท และ ๓) ค่าทดแทน กรณีหยุดพักรักษาตัว จำนวน 1 ราย เป็นเงิน 6,024.20 บาท กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีหนังสือที่ รง 0502/7022 ลงวันที่ 7 กันยายน 2564 แจ้งผล การพิจารณาสรุปได้ดังนี้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานดำเนินการ ช่วยเหลือลูกจ้างของบริษัท หมิงตี้เคมิคอล จำกัด โดยติดตามสถานการณ์ด้านแรงงานของบริษัทฯ และ ลูกจ้างอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 บริษัทฯ ได้บอกเลิกลูกจ้างจำนวน 18 คน โดยบริษัทฯ จะจ่ายค่าจ้างถึงวันสุดท้ายที่ลูกจ้างทำงาน และจ่าย ค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกรมสวัสดิการและ คุ้มครองแรงงานได้ชี้แจงสิทธิหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ให้บริษัทฯ และลูกจ้างทราบ รวมทั้งติดตามการจ่ายค่าจ้าง ค่าชดเชย และค่าจ้างใน วันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้าง และกำชับให้นายจ้าง ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554
12ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ 31 เรื่องการให้ความช่วยเหลือคนไทยในเมือง ท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในการเดินทางกลับประเทศไทย คณะกรรมาธิการให้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชกเชียงรายเพื่อขอความอนุเคราระห์พิจารณ(หนังสือคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาที่ สผ 0019.08/5933 ลงวันที่ 13 สิงห
20 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ การจังหวัด าช่วยเหลือ าผู้แทนราษฎร หาคม 2564) ศาลากลางจังหวัดเชียงรายมีหนังสือที่ ชร 0018.3/21694 ลงวันที่ 9 กันยายน 2564 แจ้งผล การให้ความช่วยเหลือสรุปได้ดังนี้ มีคนไทยประสงค์ขอกลับเข้าราชอาณาจักรไทย และ ลงทะเบียนผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2563- 31 สิงหาคม 2564 ดังนี้ ๑) บุคคล สัญชาติไทยที่เดินทางกลับเข้าราชอาณาจักร ผ่านจุดผ่าน แดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ ๒ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จำนวน ๑,๑๘๙ คน ๒) ผ่านจุดผ่านแดน ถาวรสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย จำนวน 211 คน การให้ความช่วยเหลือคนไทยในจังหวัดท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ของนายสืบสกุล กิจนุกร โดยมีผู้ประสงค์จะขอกลับราชอาณาจักรไทย จำนวน 29 ราย เดินทางออกผ่านจุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำ สายแห่งที่ 2 ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตามกระบวนการที่ถูกต้องโดยผ่านการประสานงานระหว่าง TBC ฝ่ายไทย และ TBC ฝ่ายเมียนมา และได้เชิญนายสืบ สกุล กิจนุกร ผู้ประสานงานศูนย์ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ จังหวัดเชียงราย ร่วมรับคนไทยกลับในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ กรณีขอให้จังหวัดเชียงรายพิจารณามาตรการ ในการบริหารจัดการแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานยัง ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้สามารถเดินทางข้ามแดนและ
12ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ 32 ข้อสังเกตของคณะอนุกรรมาธิการศึกษา เชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน มติที่ประชุม ให้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่ากาแรงงานเพื่อพิจารณาข้อสังเกตของคณะอนกรณีศึกษากฎหมายแรงงานหรือปรับปรุงแกฎหมายที่มีอยู่แล้ว การแก้ไขรายละเอียดจ้างเพื่อให้ความคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้านไทยและแรงงานข้ามชาติ (หนังสือคณะกรการแรงงานสภาผู้แทนราษฎร ที่ สผ 001ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2564)
21 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ ได้รับอนุญาตเข้าทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายนั้น ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้กำหนดวิธีการเดินทาง ไปทำงานต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎมาย 5 วิธีได้แก่ ๑) กรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่งไปทำงานต่างประเทศ ๒) บริษัทจัดหางานเอกชนจัดส่งไปทำงานต่างประเทศ ๓) คนหางานเดินทางไปทำงานด้วยตนเอง ๔) บริษัท นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงาน และ ๕) บริษัท นายจ้างในประเทศไทยส่งไปฝึกงาน ารกระทรวง นุกรรมาธิการ แก้ไขเพิ่มเติม ดเกี่ยวกับสัญญา นทั้งแรงงาน รมาธิการ 19.08/8047 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีหนังสือที่ รง 0503/8984 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 แจ้งผล การพิจารณาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการดังนี้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีกฎหมายที่ให้ ความคุ้มครองลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้านอันมิได้มี การประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วยคือ กฎกระทรวงฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ. 2541 ให้ความคุ้มครองลูกจ้างทั้งแรงงานไทย และแรงงานข้ามชาติซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้านอันมิได้มี การประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการ พิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อเพิ่มความคุ้มครองสิทธิ แก่ลูกจ้างทำงานบ้านให้ครอบคลุมมากขึ้น ส่วนในเรื่อง การแก้ไขรายละเอียดของสัญญาจ้างตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการนั้น พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 ได้นิยามความหมายของคำว่าสัญญาจ้างเอาไว้ว่า
12ที่ เรื่องที่พิจารณา การดำเนินการ
22 ผลการดำเนินการ หมายเหตุ “สัญญาจ้าง หมายความว่า สัญญาไม่ว่าเป็นหนังสือหรือ ด้วยวาจาระบุชัดเจนหรือเป็นที่เข้าใจโดยปริยายซึ่งบุคคล หนึ่งเรียกว่าลูกจ้างตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกบุคคล หนึ่งเรียกว่านายจ้างและนายจ้างตกลงจะให้ค่าจ้างตลอด ระยะเวลาที่ทำงานให้” จะเห็นได้ว่าหลักการจ้างงานตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มีลักษณะ เป็นสัญญาต่างตอบแทนระหว่างบุคคลทั้งสองฝ่าย เป็นสัญญาบุคคลสิทธิมีสิทธิเฉพาะตัวที่ถือเอาคู่สัญญาเป็น สำคัญ โดยลูกจ้างตกลงทำงานให้แก่นายจ้าง และนายจ้าง สัญญาว่าจะจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้ มิได้มีการกำหนดแบบของสัญญาไว้เป็นการเฉพาะ สามารถตกลงกำหนดเงื่อนไขการจ้าง ระยะเวลาการจ้าง การทำงาน ค่าจ้างและผลประโยชน์ตอบแทนได้อย่างอิสระ เพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติถึงสิทธิ หน้าที่ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างและเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ ในการทำงานที่นายจ้างพึงปฏิบัติต่อลูกจ้างเอาไว้ ดังนั้น บทบัญญัติในเรื่องของสัญญาจ้างตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 จึงมีความเหมาะสมยังไม่ สมควรที่จะแก้ไข เพราะแม้จะไม่ได้ทำสัญญาจ้างเป็นลาย ลักษณ์อักษร แต่มีการตกลงกันด้วยวาจาหรือโดยปริยายก็มี ผลผูกพันให้ลูกจ้างได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
สรุปข้อมูลการศึกษาดูงานและสัมมนาของคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ประจำปีพ.ศ. ๒๕๖๓ ------------------------- วันที่ การศึกษาดูงาน/สัมมนาเรื่อง สถานที่ ๑๔ มกราคม 2๕๖๓ การศึกษาดูงานเรื่อง “แผนการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนตาม ยุทธศาสตร์ชาติในมิติด้านแรงงาน” และศึกษาดูงานเรื่อง “การติดตามเงินสมทบค้างจ่ายที่รัฐบาล ต้องนำส่งเข้าเงินกองทุนประกันสังคม และการแก้ไข พระราชบัญญัติประกันสังคม พ .ศ.2533 เพื่อเพิ่มสิทธิ ประโยชน์ของผู้ประกันตนตามมาตรา ๔๐” ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี สำนักงานประกันสังคม ๑๗ มกราคม 2563 สัมมนาเรื่อง “การกำหนดแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงาน ของคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร โรงแรมโคโค่วิว จังหวัด สมุทรสงคราม ๑๘ มกราคม 2563 ศึกษาดูงานเรื่อง “ปัญหาการใช้แรงงานในสถานประกอบการ และผลกระทบทางเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่มีผล ต่อผู้ใช้แรงงาน บริษัท อีโก้ สปอร์ต อินเตอร์ เนชั่นแนลจำกัด จังหวัด สมุทรสาคร ๔ มีนาคม 2๕๖๓ การศึกษาดูงานเรื่อง “สถานการณ์แรงงานในจังหวัดชัยภูมิ” ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ 5 มีนาคม 2๕๖๓ การศึกษาดูงานเรื่อง “สถานการณ์แรงงานในจังหวัดมหาสารคาม” ศาลากลางจังหวัด มหาสารคาม 6 มีนาคม 2๕๖๓ การศึกษาดูงานผู้ใช้แรงงานภาคเกษตรกรในจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ๑๙ มิถุนายน 2563 ศึกษาดูงานเรื่อง “แผนรองรับสถานการณ์ด้านแรงงานภายหลัง วิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด – ๑๙” จังหวัดปทุมธานีและศึกษา ดูงานเรื่อง “แผนรองรับสถานการณ์ด้านแรงงานภายหลัง วิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด – ๑๙” จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานประกันสังคมจังหวัด ปทุมธานี ศาลากลางจังหวัด พระนครศรีอยุธยา 20 มิถุนายน 2563 ศึกษาดูงานพบกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ถูกเลิกจ้างภายหลังจากเกิด ภาวะวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 เพื่อรับฟังปัญหาและรับทราบ ความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงานในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 26 มิถุนายน 2563 ศึกษาดูงานเรื่อง “ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาค การเกษตร” จังหวัดจันทบุรี ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี 27 มิถุนายน 2563 ศึกษาดูงานกลุ่มผู้ใช้แรงงานภาคการประมงจังหวัดตราด จังหวัดตราด ๑๗ กรกฎาคม 2563 สัมมนาเรื่อง “การรับฟังความคิดเห็นปัญหาแรงงานและ แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจถดถอยภายหลังวิกฤติการณ์โรคระบาด โควิด-19” โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวชั่น กรุงเทพมหานคร 31 กรกฎาคม 2563 ศึกษาดูงานเรื่อง “แผนรองรับสถานการณ์ด้านแรงงานภายหลัง วิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด – ๑๙” และรับฟังปัญหาสภาวะการ ศูนย์ราชการกระทรวงแรงงาน จังหวัดกระบี่
124 ของธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมจากผู้แทนสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยว ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย ๑ สิงหาคม 2563 ศึกษาดูงานกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มและโรงงานไฟฟ้า ชีวภาพศึกษาดูงานการดำเนินธุรกิจการผลิตไม้ยางพารา บริษัท นามหงส์ น้ำมันปาล์ม จำกัด และโรงไฟฟ้าชีวภาพ จังหวัดกระบี่ บริษัท อัลฟ่าวู๊ด จำกัด จังหวัดกระบี่ ๑๐ สิงหาคม 2563 สัมมนาเรื่อง “แรงงานคืนถิ่น” อำเภอบรบือ จังหวัด มหาสารคาม ๑๑ สิงหาคม 2563 ศึกษาดูงานเกษตรกรต้นแบบ การทำเกษตรผสมผสาน อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ๑5 สิงหาคม 2563 สัมมนาเรื่อง “การส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิประโยชน์ตาม กฎหมายแรงงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพประสบการณ์ด้านวิชาชีพ และการเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดแรงงานของสถาบันอาชีวศึกษา” วิทยาลัยเทคนิคปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ๑๗ สิงหาคม 2563 ศึกษาดูงานเรื่อง “แผนรองรับสถานการณ์ด้านแรงงานภายหลัง วิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด – ๑๙” ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ๑8 สิงหาคม 2563 ศึกษาดูงานรับฟังปัญหาสภาวะการของธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม จังหวัดภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 24 สิงหาคม 2563 ศึกษาดูงานเรื่อง “สถานการณ์ด้านแรงงานและผลกระทบทาง เศรษฐกิจอันมีผลต่อสภาพการจ้างในภาคธุรกิจของจังหวัด เชียงใหม่ในภาวะวิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด – ๑๙” ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ 25 สิงหาคม 2563 ศึกษาดูงานเรื่อง “ปัญหาสิทธิแรงงานกับผู้ใช้แรงงานข้ามชาติ” จังหวัดเชียงใหม่ 28 สิงหาคม 2563 สัมมนาเรื่อง “แรงงานคืนถิ่น” อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี 29 สิงหาคม 2563 ศึกษาดูงานเกษตรกรต้นแบบ เยี่ยมชมการทำแปลงเกษตรแบบ ผสมผสาน และศึกษาดูงานเกี่ยวกับการส่งเสริมการจัดส่งแรงงาน ไทย ไปทำงานต่างประเทศ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี โรงเรียนพัฒนาอาชีพอุดรธานี 30-31 สิงหาคม 2563 สัมมนาเรื่อง “การส่งเสริมความร่วมมือในการดำเนินการตาม ภารกิจขององค์กรระหว่างคณะกรรมาธิการการแรงงานกับ กระทรวงแรงงาน เพื่อการเพิ่มผลิตภาพและสร้างภาวะสันติสุข ในสังคมอุตสาหกรรมของประเทศในทุกมิติในจังหวัดพื้นที่เสี่ยง และเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร” โรงแรมภูสักธาร รีสอร์ท จังหวัดนครนายก 20 กันยายน 2563 สัมมนาเรื่อง “ทิศทางแรงงานไทยฝ่าวิกฤติ Covid - 19” โรงแรมราชิกาแกรนด์ แอนด์ รีสอร์ท อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร 2๑ กันยายน 2563 สัมมนาเรื่อง “การพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตให้แรงงาน” ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ 2๑ กันยายน 2563 สัมมนาเรื่อง “การส่งเสริมการมีอาชีพในเขตบางบอน – โครงการชั่งหัวมันตาม
125 หนองแขม กรุงเทพมหานคร” พระราชดำริ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ๒๕ กันยายน 2563 สัมมนาเรื่อง “ปัญหาแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ โรคโควิด - 19” อำเภอศรีมโหสถ จังหวัด ปราจีนบุรี ๒๖ กันยายน 2563 ศึกษาดูงานเรื่อง “วิถีหัตถกรรมพื้นบ้านเครื่องจักรสานกับผู้ใช้ แรงงานนอกระบบ” ศูนย์ขยายงานจักสานไม้ไผ่ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี 27 กันยายน 2563 สัมมนาเรื่อง “การปรับตัวแรงงานในภาวะวิกฤติโควิด - 19” โรงเรียนราษฎร์นิยม จังหวัด นนทบุรี 28 กันยายน 2563 ศึกษาดูงาน เรื่อง “แรงงานภาคการเกษตรเพื่อการส่งออกกับ ผลกระทบโควิด-19” อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ๒๒ พฤศจิกายน 2563 สัมมนา เรื่อง “การให้ความคุ้มครองแรงงานตามกฎหมายของลูกจ้าง ทำงานบ้านและคนทำงานในภาคเกษตร” โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพมหานคร 11 ธันวาคม 2563 ศึกษาดูงานเรื่อง “ปัญหาแรงงานในสถานการณ์โรคระบาด โควิด–19 และการปรับตัวแรงงานเพื่อรองรับภาวะปกติใหม่ (New Normal)” จังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ ห้องประชุมโรงแรมไดมอนด์ พลาซ่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี 12 ธันวาคม 2563 ศึกษาดูงานสถานการแรงงาน ภาคบริการธุรกิจท่องเที่ยวภายใน จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช 13 ธันวาคม 2563 ศึกษาดูงานเรื่อง “ปัญหาแรงงานในสถานการณ์โรคระบาด โควิด–19 และการปรับตัวแรงงานเพื่อรองรับภาวะปกติใหม่ (New Normal)” จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ห้องประชุมโรงแรมเมือง ลิกอร์จังหวัดนครศรีธรรมราช **********************
ภาคผนวก ก รายนามที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ นักวิชาการ และเลขานุการ ประจำคณะกรรมาธิการ
รายนามที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ นักวิชาการ และเลขานุการ ประจำคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ประจำปีงบประมาณ 2565 1. นายนพดล ศรีพันธุ์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ 2. นายณรงค์ จงแจ่มฟ้า ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ 3. นางสาววราภรณ์ บุญศล ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ 4. นายวันรัฐ สิทธิโอภาสนันท์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ 5. นายศุภลักษณ์ บำรุงกิจ ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการ 6. นายธนาวุฒิ ไตรโสภณ ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการ 7. นายศุภกร พจมานศิริกล เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 8. พันตำรวจเอก บัณฑิต อ่อนสาคร เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 9. นายจารุวัตร เศรษฐ์ธนานุรักษ์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 10. นายพิชัย อุ๋ยตระกูล เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 11. นายอภิยุทธ ณ กาฬสินธุ์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 12. ดาบตำรวจ นพดล เทียบคำ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 13. นายกฤษฎา เงินอ้น เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 14. นายสหชาติ วงษ์กะวัน เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 15. นางสาวริญญา โพธิ์ทองมา เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 16. นายสุวรรณ บัวโรย เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 17. นายไพโรจน์ ยวงอักษร เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 18. นายศิลาโรจน์ อมรอรรถวิทย์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 19. นายธนวัตน์ สุวรรณโคตร เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 20. นายธราเทพ มานะกุล เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 21. นางสาวอภิสรา ทับสุวรรณ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 22. นางสาวชญาภรณ์ ไขแข เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 23. นางสาวสุมณฑา สุภาวิมล เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 24. นายคณิตพัฒน์ ปิ่นแก้ว เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 25. นางสาวกิติมา ชุมอาจ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 26. นางสาวสุวรินทร์ บันเทิง เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 27. นางสาวจันทนา เล็กสมบูรณ์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 28. นายสมพล นิรฉัตรสุวรรณ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 29. นางจิราพร ช่วยรอด เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 30. นางสาวพิมพ์ประไพ ภักหาญสวัสดิ์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ 31. นางรักชนก ตั้งสุวรรณ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ
ภาคผนวก ข รายนามที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการ
รายนามที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการ 1. นายมนัส โกศล 2. นายมานิตย์ พรหมการีย์กุล 3. นายทวีเกียรติ รองสวัสดิ์ 4. นายธีระวิทย์ วงศ์เพชร 5. นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ 6. นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ 7. พ.ต.ท. รณรัตน์ ออมสินสมบูรณ์ 8. นายภูภาร สมาทา 9. นายจำลอง ช่วยรอด 10. นางสาวอรัญญา สกุลโกศล 11. นายธนัท ทองโสมแก้ว 12. นางสาวอัญชิสา เทพทับทิมทอง 13. นางสาวบุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ 14. นางกัลยา ตั้งวิทยานุกูล 15. ว่าที่ร้อยตรีหญิง สุชานาฏ อู่อ้น 16. นายณัฐพล อนุพิทักษ์สมาน 17. รศ.ดร. ศรุดา สมพอง 18. นายเสริมศักดิ์ วงศ์ชัย 19. นายถาวร อู่อ้น 20. นายฐานุพงศ์ แป้นสดใสเจริญกิจ 21. นางสาววัยวัลย์ รอดหลำ
ภาคผนวก ค รายนามที่ปรึกษาประธานประจำคณะกรรมาธิการ
รายนามที่ปรึกษาประธานประจำคณะกรรมาธิการ ๑. นายพงษ์เทพ ไชยวรรณ ๒. นายสุนทร บุญยอด ๓. นายบรรจง เจริญผล ๔. นายธนัสถา คำมาวงษ์ ๕. นายวันชัย ศรีวิลัย ๖. นายภัทรกร เจริญมิ่งขวัญ ๗. นายศุภชัย นามสุทโท ๘. นายธีระวุฒิ เบญมาตย์ ๙. นายคริส โปตระนันทน์ ๑๐. นางสาววรรณวิภา ไม้สน ๑๑. นายชาญศิลป์ ทรัพย์โนนหวาย ๑๒. นายปนิธิ ศิริเขต ๑๓. นายนุกูล สอ้าง ๑๔. นายบัณฑิตย์ ธนะชัยเศรษฐวุฒิ ๑๕. นายวาสุเทพ บุญคุ้ม ๑๖. พันจ่าเอก อัชฌา เหลืองอาทิจ ๑๗. นายชลอ เชื้อแฉ่ง ๑๘. นางสาวสินีนาฎ คะมะคต ๑๙. นายธนกิจ สาโสภา ๒๐. นายเซีย จำปาทอง ๒๑. นายอรรถพล งามดี ๒๒. นายวิเลิศ เจติยานุวัตร ๒๓. นายนาวี เทียบมณี ๒๔. นายคเชนทร์ สุขเกษม ๒๕. นางสาวพุทธชาติ อินทร์สวา ๒๖. นางสาวจริญญา ยังประภากร ๒๗. นายลัทธจิตร มีรักษ์ ๒๘. นายภูรีพัชร์ ศักดิพัฒน์ธรากุล ๒๙. นายกชพงศ์ โรจน์ไพศาลกิจ ๓๐. นายทรรศชล ทรัพย์สุนทรกุล ๓๑. นายสาโรจน์ ดาราสมาน ๓๒. นายมานิตย์ ชฎาชัยวิวัฒน์ ๓๓. นายเกรียงไกร แก้วเกตุ ๓๔. นายสิทธิชัย เครือวุฒิกุล ๓๕. นายวิโรจน์ อัศวเสมาชัย ๓๖. นายวิสูตร วิสุทธิไกรสีห์ ๓๗. นายนิทัศน์ เรืองวิทยาโชติ ๓๘. นางสาวอำไพ มุ่งไฝ่ดี