คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 คำนำ คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 นี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้คณะกรรมการนิเทศ ติดตาม และ ประเมินผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานภายใต้แนวนโยบายและจุดเน้นของ ต้นสังกัด ได้ใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริม สนับสนุน ดูแล ช่วยเหลือ และกำกับการปฏิบัติราชการใน หน้าที่ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งในระดับสถานศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ในเนื้อหาของคู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 กำหนดแนวทางดำเนินงานเพื่อใช้ในการพัฒนา และประเมินผลภายใต้องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) ความคิดรวบยอดของนโยบาย 2) แนวทางพัฒนา ระดับสถานศึกษา 3) ตัวชี้วัดความสำเร็จและเกณฑ์ 4) เครื่องมือการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล ซึ่งจะดำเนินงานใน 2 ส่วน ดังนี้ 1. ส่งเสริมเพิ่มพลังนโยบายในงานประจำ : 10 นโยบาย 2. จุดเน้นนำทางสร้างสรรค์องค์กร : 5 จุดเน้น คาดหวังไว้ว่า ภายใต้การนำนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยใช้แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2566 ทั้งในระดับสถานศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 โดยใช้คู่มือ การขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษายะลา เขต 2 นี้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติราชการจะเป็นไปด้วยความรวดเร็ว (Fast) ถูกต้อง (Correct) โปร่งใส (Transparent) และใส่ใจบริการ (Service mind) อันส่งผลสำเร็จเป็นผลดีต่อการ พัฒนาคุณภาพการศึกษา คุณภาพมาตรฐาน คุณธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจสมศักดิ์ศรีของหน่วยงานทาง การศึกษาที่ว่า “การศึกษายะลา 2 เกียรติก้องเกริกไกร ยิ่งใหญ่วัฒนธรรม” ได้ในที่สุด ดร.กีรติ จันทรมณี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชี่ยวชาญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2566
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ข สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 สารบัญ เรื่อง หน้า ส่วนที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของการบริหารเชิงกลยุทธ์........................................................ 1 นโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษายะลา เขต 2..................................................................................................... 4 ร่างคำชี้แจง คู่มือแนวทางการดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566....................................................................................................... 11 ส่วนที่ 2 แนวทางดำเนินงาน ส่งเสริมเพิ่มพลังนโยบายในงานประจำ........................................................................... 14 1. จัดระบบสถานศึกษาปลอดภัย................................................................................... 15 2. ใส่ใจ "พาน้องกลับมาเรียน"........................................................................................ 21 3. พากเพียรตามแนวพระบรมราโชบาย......................................................................... 23 4. พัฒนาจุดขาย RT/NT/O-NET/I-NET........................................................................ 25 5. จัดกิจกรรมเรียนรู้ดีวิธีเชิงรุก (Active Learning) ...................................................... 27 6. สร้างประสบการณ์สนุกปฐมวัย ................................................................................. 29 7. แก้ไขภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) .................................................. 33 8. เชิดชูประชาธิปไตย .................................................................................................. 35 9. เข้าใจประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง คุณธรรมจริยธรรม............................................ 37 10. ร่วมแกนนำโรงเรียนคุณภาพ – ศูนย์เครือข่ายพัฒนา............................................... 39 จุดเน้นนำทางสร้างสรรค์องค์กร 1. คุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ............................................................................... 41 2. ธำรงไว้ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) .................................................................... 43 3. เพิ่มพูนรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ....................................................... 46 4. รายงานข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ..................................................................... 47 5. สร้างคำขานรางวัลสร้างสรรค์วิชาชีพ ......................................................................... 48 ภาคผนวก - แผนการแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติโดยใช้รูปแบบระบบบริหารเชิงกลยุทธ์ 4S FOPI Model สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต2 ............................................... 50 - คำสั่งคณะกรรมการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยยึดโรงเรียนเป็นฐานภายใต้แนวนโยบายและจุดเน้นของต้นสังกัด............................. 51 - เครื่องมือในการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการขับเคลื่อนนโยบาย......................... 58 - คณะทำงาน...................................................................................................................... 131
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ส่วนที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของการบริหารเชิงกลยุทธ์ การบริหารจัดการศึกษาภายใต้นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งดำเนินการภารกิจหลัก ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพขับเคลื่อน ทุกแผนย่อย และนโยบายเร่งด่วน เรื่อง การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 และพหุปัญญาของมนุษย์ ที่หลากหลาย ตลอดถึงการสนับสนุนให้มีการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) โดยเฉพาะ หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต แผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2560 – 2579 รวมทั้งนโยบายและแผนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งหวังให้ ผู้เรียนทุกช่วงวัยจะได้รับการพัฒนาในทุกมิติทั้งในด้านโอกาส ความเท่าเทียม ความเสมอภาค ความ ปลอดภัย และมีสมรรถนะที่สำคัญจำเป็นในศตวรรษที่ 21 และมีความพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนา ประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ในส่วนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหน่วยงานทางการศึกษาที่รับผิดชอบ การนำนโยบายในระดับกระทรวงไปสู่พื้นที่ปฏิบัติการในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และระดับ สถานศึกษาในสังกัด ซึ่งมีการกำหนดนโยบายที่สอดคล้องกับกระทรวงศึกษา ในรอบปีงบประมาณ 2566 จำนวน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านความปลอดภัย ด้านโอกาสและการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้าน คุณภาพ และด้านประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ยังคงกำหนดนโยบายเร่งด่วน สพฐ. (QUICK POLICY) ประจำปี งบประมาณ 2566 จำนวน 10 เรื่อง ได้แก่ การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย การดำเนินการ "พา น้องกลับมาเรียน" การจัดการศึกษาตามแนวพระบรมราโชบายรัชกาลที่ 10 การนำผล O-NET/NT/RT ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การจัดการศึกษาปฐมวัยอย่างมี คุณภาพ การแก้ไขภาวะถดถอยทางการเรียนรู้(Learning Loss) ของผู้เรียน การส่งเสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียนโดยใช้กระบวนการสภานักเรียน การส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง คุณธรรม จริยธรรม และ การบริหารจัดการโรงเรียนคุณภาพ ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาใน สังกัดจะต้องนำนโยบายดังกล่าวข้างต้นสู่การปฏิบัติให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล การแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติ ถือเป็นเรื่องของการบริหารเชิงกลยุทธ์ โดยที่การวางแผนกลยุทธ์ เป็นรูปแบบการวางแผนที่ช่วยให้หน่วยงานพัฒนาตนเองได้ทันกับสภาพการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม เพราะการวางแผนกลยุทธ์ให้ความสำคัญกับการศึกษาวิเคราะห์บริบทและสภาพแวดล้อมภายนอก หน่วยงานเป็นประเด็นสำคัญ การวางแผนกลยุทธ์เป็นรูปแบบการวางแผนที่ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐในทุก ระดับมีความเป็นตัวเองมากขึ้น รับผิดชอบต่อความสำเร็จและความล้มเหลวของตนเองมากขึ้น ทั้งนี้เป็น เพราะการวางแผนกลยุทธ์เป็นการวางแผนขององค์การ โดยองค์การและเพื่อองค์การ การวางแผนกลยุทธ์ เป็นรูปแบบการวางแผนที่สอดรับกับการกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นกระแสหลักในการบริหารภาครัฐใน ปัจจุบัน ที่กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐทุกระดับมีการจัดทำแผนกลยุทธ์ใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนางานสู่ มิติใหม่
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ของการปฏิรูประบบราชการ การวางแผนกลยุทธ์เป็นเงื่อนไขหนึ่งของการจัดทำระบบงบประมาณแบบ มุ่งเน้นผลงาน (Performance Base Budgeting) ซึ่งสำนักงบประมาณกำหนดให้ส่วนราชการและ หน่วยงานในสังกัดจัดทำก่อนที่จะกระจายอำนาจด้านงบประมาณโดยการจัดสรรงบประมาณเป็นเงินก้อน ลงไปให้หน่วยงาน การวางแผนกลยุทธ์เป็นการวางแผนที่ให้ความสำคัญต่อการกำหนด “กลยุทธ์” ที่ได้มา จากการคิดวิเคราะห์แบบใหม่ ๆ ไม่เอาข้อจำกัดทางด้านทรัพยากรและงบประมาณมาเป็นข้ออ้าง ดังนั้น การวางแผนกลยุทธ์จึงเป็นการวางแผนแบบท้าทายความสามารถเป็นรูปแบบการวางแผนที่ช่วยให้เกิดการ ริเริ่มสร้างสรรค์ทางเลือกใหม่ได้ด้วยตนเอง จึงเป็นการวางแผนพัฒนาที่ยั่งยืน โดยสถานศึกษา และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐก็ต้องมีการดำเนินงานและจัดทำแผนกลยุทธ์และนำสู่ การปฏิบัติ ในการนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 จัดทำแผนกลยุทธ์ ได้แก่ แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ 2566 และแผนพัฒนาการศึกษา ประจำปี 2566-2570 สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ซึ่งผ่านกระบวนการจัดทำแผนกลยุทธ์มาอย่างถูกต้อง ที่มี จุดมุ่งหมายให้หน่วยงานการศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนา มากขึ้น ภายใต้การดำเนินการตามกลยุทธ์ การใช้เครื่องมือนวัตกรรมทางการบริหารตามโครงการหรือ กิจกรรมตามแผนพัฒนาการบริหารและการจัดการศึกษาที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ คณะได้พัฒนาขึ้น ซึ่งในที่นี้ คือ คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ภายใต้รูปแบบระบบบริหารเชิงกลยุทธ์ : 4S FOPI Model ที่ให้ความสำคัญและมุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ (Strategic analysis) การวางแผน กลยุทธ์ (Strategic planning) การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ (Strategic implementation) การควบคุมและ ประเมินผลกลยุทธ์ (Strategic Control and Evaluation ) ภายใต้ระบบที่มุ่งการให้ข้อมูลผลย้อนกลับ (Feedback) ไปสู่การตรวจสอบ ปรับปรุง และพัฒนาผลผลิต (Output) กระบวนการ (Process) และ ปัจจัย (Input) ดังนั้น เพื่อเป็นการนิเทศติดตาม ดูแล ช่วยเหลือ ควบคุม ดูแล กำกับการปฏิบัติราชการของ สถานศึกษา และหน่วยราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ตามแผนปฏิบัติ การประจำปีงบประมาณ 2566 ที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาเจ้าหน้าที่ทุกตำแหน่งหน้าที่ ตลอดถึงประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการศึกษาของ สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษายะลา เขต 2 จึงได้นำนวัตกรรมรูปแบบระบบบริหารเชิงกลยุทธ์ : 4S FOPI Model มาใช้ใน การบริหารจัดการศึกษา ในรอบปีงบประมาณ 2566 โดยการบริหารเชิงกลยุทธ์นี้มีแนวโน้มที่จะสามารถ สร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษาเชิงกลยุทธ์ของสถานศึกษาและส่วนราชการในสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลาเขต 2 ได้ อันจะช่วยส่งผลให้สถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 มีมาตรฐานการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ และก้าวสู่คำขวัญที่ว่า “การศึกษายะลา 2 เกียรติก้องเกริกไกร ยิ่งใหญ่วัฒนธรรม” ได้ในที่สุด
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 นโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษายะลา เขต 2 ตามแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ 2566 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษายะลา เขต 2 ได้จัดทำขึ้นภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ได้รวมพลัง ระดมความคิดโดยผ่านกระบวนการวิเคราะห์ เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์และกลยุทธ์ ระดับองค์กร โดยมุ่งเน้นตามยุทธศาสตร์การพัฒนางาน เพื่อให้การจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2565 - 2569) แผนการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 โดยเฉพาะมีความสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงาคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ด้านความปลอดภัย ด้านโอกาสและการลดความ เหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา ด้านคุณภาพ และด้านประสิทธิภาพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ยะลา เขต 2 จึงกำหนดนโยบายเร่งด่วน สพฐ. (QUICK POLICY) เป็นนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ในการส่งเสริมเพิ่มพลังนโยบายในงานประจำ จำนวน 10 นโยบาย และจุดเน้นนำทางสร้างสรรค์องค์กร จำนวน 5 ภารกิจ ดังนี้
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 4 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ส่งเสริมเพิ่มพลังนโยบายในงานประจำ 1. จัดระบบสถานศึกษาปลอดภัย การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัยดำเนินการเพื่อให้สถานศึกษามีระบบเสริมสร้าง ความ ปลอดภัยตามบริบทสถานศึกษา นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความปลอดภัยทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ สถานศึกษาสร้างความปลอดภัยให้กับนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาเพื่อสร้างความ มั่นใจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมต่อการดาเนินงานด้านความปลอดภัยของสถานศึกษา นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ปลอดภัย 2. ใส่ใจ "พาน้องกลับมาเรียน" การดำเนินงานในระดับสถานศึกษาภายใต้การประสานงานการศึกษาทั้งในระบบ (สพฐ./สช. /สอศ./ท้องถิ่น) และนอกระบบ (กศน.) เพื่อให้เด็กภาคบังคับ เด็กพ้นภาคบังคับ ได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น และได้รับการฝึกอาชีพ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งคณะกรรมการสถานศึกษา และ ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ และมีส่วนร่วมในการดำเนินงานเฝ้าระวัง ติดตาม ช่วยเหลือเด็ก ตกหล่นและออกกลางคันที่มีประสิทธิภาพ 3. พากเพียรตามแนวพระบรมราโชบาย เป็นการส่งเสริมให้ผู้บริหาร ครู และผู้เรียนมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิต ที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำ มีอาชีพ และเป็นพลเมืองดี มุ่งเน้นการสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน ตามพระบรมราโชบาย ด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 ให้กับผู้เรียนทุกคนในสถานศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. พัฒนาจุดขาย I-NET/O-NET/NT/RT การนำผลการประเมิน I-NET/O-NET/NT/RT ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยการวิเคราะห์ผลการประเมิน ค้นหาความสำเร็จและแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ การวิเคราะห์หาสาเหตุ ของปัญหาและกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหา การนำผลไปใช้ในการวางแผนพัฒนาผ่านระบบประกัน คุณภาพการศึกษา การติดตามและตรวจสอบการนำผลไปใช่ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา สื่อสารสร้าง ความเข้าใจระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาเกี่ยวกับการนำผลการประเมินไปใช้ในการ พัฒนาคุณภาพผ่านระบบประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา จะช่วยให้สถานศึกษามีนวัตกรรม เชิงวิชาการและผู้บริหารสถานศึกษามีนวัตกรรมเชิงบริหารการศึกษา 5. จัดกิจกรรมเรียนรู้ดีวิธีเชิงรุก (Active Learning) การจัดทำแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ใน 5 กลุ่มสาระ การเรียนรู้หลัก การอบรมครูผู้สอน ศึกษานิเทศก์ และผู้บริหารเรื่องการขับเคลื่อนการใช้หลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนผ่านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่สอดคล้องกับโลกยุค ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุขมีทักษะการคิดและสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้ ครูผู้สอนทุกคน สามารถจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning ) ได้ 6. สร้างประสบการณ์สนุกปฐมวัย การพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านการเล่น ที่มีการพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสาร สร้างความเข้าใจ พ่อแม่ ผู้ปกครอง สื่อสารความเข้าใจบุคลากรปฐมวัย “การจัดประสบการณ์และการ พัฒนาเด็กอย่างสมวัย” การพัฒนาแนวทางการพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านการเล่น พัฒนา
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 5 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 เครื่องมือการประเมินพัฒนาการ สื่อสารความเข้าใจพ่อแม่ ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยจะส่งผลให้นักเรียน ปฐมวัยทุกคนมีพัฒนาการสมวัย 7. แก้ไขภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) การให้เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาด้วยกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ภายใต้การพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และแบบสังเกตพฤติกรรมภาวะถดถอยทางพัฒนาการ และการเรียนรู้ สื่อสารสร้างความเข้าใจภาวะถดถอยทางพัฒนาการและการเรียนรู้และแนวทางการ แก้ปัญหา วิเคราะห์ผลกระทบภาวะถดถอยทางพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย จะช่วยให้ นักเรียนที่มีภาวะถดถอยทางพัฒนาการและการเรียนรู้ได้รับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และมีพัฒนาการสมวัย เต็มตามศักยภาพและเต็มตามหลักสูตร 8. เชิดชูประชาธิปไตย การส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน ช่วยให้ผู้เรียนมีสมรรถนะในการเรียนรู้ สามารถนำ กระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน นักเรียนมีจิตสาธารณะ จิตอาสา บริหารจัดการ แก้ไข ความขัดแย้งและหาทางออกที่เหมาะสม เข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุขที่ถูกต้อง เป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี และเป็นพลเมืองดีของสังคม ตลอดถึงมีทักษะชีวิต อยู่ร่วมกัน ในสังคม โดยเคารพกฎกติกา อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข 9. เข้าใจประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง คุณธรรมจริยธรรม การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของโรงเรียน ระดับคุณภาพผลงานนวัตกรรมการจัดการ เรียนการสอนประวัติศาสตร์ที่ครูพัฒนาขึ้น ประกอบกับการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนหน้าที่พลเมือง การพัฒนาพลเมืองให้เป็น พลเมืองที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมของสังคม จะส่งผลต่อระดับพฤติกรรมความเป็นพลเมืองดีของนักเรียนที่ เข้าร่วมกิจกรรม 10. ร่วมแกนนำโรงเรียนคุณภาพ – ศูนย์เครือข่ายพัฒนา การยกระดับคุณภาพการศึกษาให้โรงเรียน สร้างโอกาสให้นักเรียนเข้าถึงการศึกษาที่มี คุณภาพ มีทักษะการเรียนรู้ในทศวรรษที่ 21 และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้สูงขึ้น มีทักษะหลากหลาย ด้าน รวมถึงทักษะชีวิต สามารถประกอบอาชีพได้เมื่อจบหลักสูตร โดยการสร้างความพร้อมให้โรงเรียน หลักเป็นโรงเรียนที่มีปัจจัยพร้อมในทุกด้าน มีครูครบชั้น ครบวิชา มีห้องเรียนคุณภาพที่มีสื่อการเรียนการ สอนและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ อาคารสถานที่ที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยพร้อมรองรับนักเรียน จากโรงเรียนเครือข่ายในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน จะส่งผลให้การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพได้ อย่างดีในจุดเน้น 8 เรื่อง ได้แก่ 1) ความปลอดภัยของผู้เรียน 2) ระบบประกันคุณภาพ 3) หลักสูตร ฐานสมรรถนะ 4) การพัฒนาครู 5) การเรียนการสอน 6) การวัดและประเมินผล 7) การนิเทศ กำกับ และติดตาม และ 8) Big Data จุดเน้นนำทางสร้างสรรค์องค์กร 1. คุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) การพัฒนาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้มีคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของ หน่วยงานภาครัฐ จะใช้การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐหรือ Integrity and Transparency Assessment หรือที่เรียกว่าการประเมิน ITA เป็นเครื่องมือในการ ขับเคลื่อนนโยบายเชิงสร้างสรรค์มากกว่ามุ่งจับผิด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ประถมศึกษายะลา เขต 2 และสถานศึกษาในสังกัด ได้รับทราบถึงสถานะและปัญหาการดำเนินงานด้าน คุณธรรมและความโปร่งใสขององค์กร ผลการประเมินที่ได้จะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถนำไปใช้ใน การปรับปรุงพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน การให้บริการ สามารถอำนวยความสะดวก และตอบสนองต่อประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของหน่วยงาน ภาครัฐ อันส่งผลให้เกิดความตระหนักและปรับปรุงการบริหารงานและกำกับดูแลการดำเนินงานให้มี ประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และให้ความสำคัญกับด้านคุณธรรมและความโปร่งใสขององค์กร ตนเองมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ คือ ส่งผลให้หน่วยงานมีการจัดการข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นระบบระเบียบและ เตรียมความพร้อมในการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะให้ได้รับทราบและส่งเสริมให้เกิดการตรวจสอบอีกด้วย 2. ธำรงไว้ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) การพัฒนาระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ยะลา เขต 2 สามารถวิเคราะห์องค์การเพื่อหาโอกาสในการปรับปรุงองค์การ มีเป้าหมายหลักเพื่อให้ สามารถเป็นที่พึ่งที่เชื่อถือและไว้วางใจได้ของประชาชน โดยได้กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาระบบ ราชการไว้ ได้แก่ 1) ระบบราชการที่เปิดกว้างและเชื่อมโยงถึงกัน (Open & Connected Government) 2) ระบบราชการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen-Centric Government) 3) หน่วยงานของรัฐมีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย (Smart & High Performance Government) โดยพัฒนาการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการอย่างแท้จริง ในเชิงยุทธศาสตร์ตั้งแต่ระดับ การวางนโยบายไปจนถึงการนำไปปฏิบัติ(Collaboration) 3. เพิ่มพูนรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 เป็นหน่วยงานทางการศึกษาที่มี ภารกิจพัฒนาและส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาให้ประชากรวัยเรียนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่มีความรู้คู่คุณธรรม มีความสามารถตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน การดำเนินงานตามภารกิจดังกล่าวต้องอาศัยข้าราชการครูและบุคลากรพงการศึกษา พนักงานราชการ ลูกจ้าง และบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องภายในองค์การที่มีความรู้ความสามารถ ตลอดจนจิตสำนึกในการ ปฏิบัติงาน และการให้บริการที่ดี ซึ่งจะเป็นพลังที่ขับเคลื่อนภารกิจ ดังนั้น จึงควรส่งเสริมให้บุคลากร ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติรับรางวัล OBEC AWARDS ซึ่งเป็นรางวัลประจำปีที่ทรงคุณค่าของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. รายงานข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) รายงานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 (ระหว่างวันที่ 1 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2565 ถึงวันที่ 30 เดือน กันยายน พ.ศ. 2566) เป็นการดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด อันนำไปสู่การใช้ ประโยชน์ของข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ในการเลื่อนเงินเดือนประจำปี การคงวิทยาฐานะ และการ ขอมีและเลื่อนวิทยาฐานะได้ตามสถานการณ์ โดยในส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็น ประเด็นท้าทาย เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะการเขียนรายงานเชิงวิชาการให้กับผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 จึงกำหนดให้มีการส่งเสริม สนับสนุนการ พัฒนาการเขียนรายงานตามข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทาย อันจะส่งผลให้ในการ พัฒนางาน (PA) สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 7 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จะมีข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญ อันเป็นประโยชน์ต่อคณะกรรมการ ประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลงและประเมิน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ได้ใช้ ประโยชน์ได้ตามประสงค์ต่อไป 5. สร้างคำขานรางวัลสร้างสรรค์วิชาชีพ การได้รับการยอมรับ เชื่อมั่นและเชื่อถือในผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา (บุคคล) สถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (หน่วยงาน) ถือเป็นความสำเร็จในมิติ ของการปฏิบัติราชการที่ได้มาตรฐาน มีคุณธรรมจริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ตลอดถึงมาตรฐาน ตำแหน่งภายใต้ความคาดหวังของสังคมที่มีต่อวงการศึกษา สถานศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ในฐานะหน่วยงาน ทางการศึกษา มีนโยบายในการที่จะส่งเสริมสนับสนุนและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูให้อาชีพครูเป็นที่ ยอมรับโดยทั่วไป เพราะอาชีพครูเป็นอาชีพที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเยาวชนของชาติ ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาระดับสถานศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจึงควรสนับสนุนให้ข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา (บุคคล) สถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (หน่วยงาน) นำผลงานส่งเข้า รับการแข่งขันหรือคัดเลือกให้ได้รับรางวัลอย่างเหมาะสมในปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน อันจะช่วยให้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (บุคคล) สถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (หน่วยงาน) มีประวัติและผลการทำงานดีเด่นทั้งในด้านความประพฤติ การปฏิบัติงานตามอุดมการณ์และหน้าที่ได้อย่าง ดีเยี่ยม จะทำให้ครูผู้ได้รับรางวัลเกิดความภาคภูมิใจ รู้สึกเป็นเกียรติเป็นศักดิ์ศรี เป็นขวัญกำลังใจในการที่ จะทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติต่อไป ในการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ตามนโยบายนี้ให้ถือ เป็นการบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ยะลา เขต 2 ที่จะมีการนิเทศ ติดตาม ควบคุม ดูแล กำกับ ประเมินผล และส่งเสริมประสิทธิภาพการ ปฏิบัติงาน/ราชการในภารกิจโรงเรียนนิติบุคคล 4 ภารกิจ ดังนี้ 1. การบริหารวิชาการ 1.1 แนวคิด : งานวิชาการเป็นงานหลัก หรือเป็นภารกิจหลักของสถานศึกษาที่ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มุ่งให้กระจาย อำนาจในการบริหารจัดการไปให้สถานศึกษาให้มากที่สุด ด้วยเจตนารมณ์ที่จะให้สถานศึกษาดำเนินการได้ โดยอิสระ คล่องตัว รวดเร็ว สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน สถานศึกษา ชุมชน ท้องถิ่น และการมี ส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้สถานศึกษามีความเข้มแข็งในการบริหาร และการจัดการ สามารถพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตลอดจนการวัดผล ประเมินผล รวมทั้ง การวัดปัจจัยเกื้อหนุนการพัฒนาคุณภาพนักเรียน ชุมชน ท้องถิ่น ได้อย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ 1.2 วัตถุประสงค์ 1.2.1 เพื่อให้สถานศึกษาบริหารงานด้านวิชาการๆได้โดยอิสระ คล่องตัว รวดเร็ว และ สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน สถานศึกษา ชุมชน และท้องถิ่น 1.2.2 เพื่อให้การบริหารและการจัดการศึกษาของสถานศึกษาได้มาตรฐานและมี คุณภาพสอดคล้องกับระบบประกันคุณภาพการศึกษา และการประเมินคุณภาพภายในเพื่อพัฒนาตนเอง และการประเมินจากหน่วยงานภายนอก . 1.2.3 เพื่อให้สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ ตลอดจนจัดปัจจัย
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 เกื้อหนุนการพัฒนาการเรียนรู้ที่สนองตามความต้องการของผู้เรียน ชุมชน และท้องถิ่น โดยยึดผู้เรียนเป็น สำคัญได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ 1.2.4 เพื่อให้สถานศึกษาได้ประสานความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ สถานศึกษาและของบุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงานและสถาบันอื่น ๆ อย่างกว้างขวาง 2. การบริหารงบประมาณ 2.1 แนวคิด : การบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษาเน้นความเป็นอิสระในการบริหาร จัดการมีความคล่องตัว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยึดหลักการบริหารมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์และบริหารงบประมาณ แบบมุ่งเน้นผลงาน ให้มีการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษารวมทั้งจัดหารายได้จากบริการ มาใช้บริหารจัดการเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ส่งผลให้เกิดคุณภาพที่ดีขึ้นต่อผู้เรียน 2.2 วัตถุประสงค์ 2.2.1 เพื่อให้สถานศึกษาบริหารงานด้านงบประมาณมีความเป็นอิสระ คล่องตัว โปร่งใส ตรวจสอบได้ 2.2.2 เพื่อให้ได้ผลผลิต ผลลัพธ์เป็นไปตามข้อตกลงการให้บริการ 2.2.3 เพื่อให้สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่ได้อย่างเพียงพอและมี ประสิทธิภาพ 3. การบริหารงานบุคคล 3.1 แนวคิด การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา เป็นภารกิจสำคัญที่มุ่งส่งเสริมให้ สถานศึกษาสามารถปฏิบัติงานเพื่อตอบสนองภารกิจของสถานศึกษา เพื่อดำเนินการด้านการบริหารงาน บุคคลให้เกิดความคล่องตัว อิสระภายใต้กฎหมาย ระเบียบ เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนา มีความรู้ ความสามารถ มีขวัญกำลังใจ ได้รับการยกย่องเชิดชู เกียรติมีความมั่นคงและก้าวหน้าในวิชาชีพ ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของผู้เรียนเป็น สำคัญ 3.2 วัตถุประสงค์ 3.2.1 เพื่อให้การดำเนินงานด้านการบริหารงานบุคคลถูกต้อง รวดเร็วเป็นไปตามหลัก ธรรมาภิบาล 3.2.2 เพื่อส่งเสริมบุคลากร ให้มีความรู้ความสามารถและมีจิตสำนึกในการปฏิบัติ ภารกิจ ที่รับผิดชอบให้เกิดผลสำเร็จตามหลักการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ 3.2.3 เพื่อส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาปฏิบัติงานเต็มศักยภาพ โดยยึดมั่น ในระเบียบวินัย จรรยาบรรณ อย่างมีมาตรฐานแห่งวิชาชีพ 3.2.4 เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานวิชาชีพได้รับ การยกย่องเชิดชูเกียรติมีความมั่นคงและความก้าวหน้าในวิชาชีพ ซึ่งจะส่งผลต่อการศึกษาพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของผู้เรียนเป็นสำคัญ 4. การบริหารงานทั่วไป 4.1 แนวความคิด : การบริหารงานทั่วไปเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดระบบบริหารองค์กร ให้บริการบริหารงานอื่นๆ บรรลุผลตามมาตรฐาน คุณภาพและเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ โดยมีบทบาทหลัก ในการประสานส่งเสริมสนับสนุนและอำนวยการความสะดวกต่างๆ ในการให้บริการการศึกษาทุกรูปแบบ
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 9 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 มุ่งพัฒนาสถานศึกษาให้ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ส่งเสริมในการบริหารและการจัด การศึกษาของสถานศึกษา ตามหลักการบริหารงานที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นหลักโดยเน้นความ โปร่งใส ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ ตลอดจน ความมีส่วนร่วมของบุคคล ชุมชนและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 4.2 วัตถุประสงค์ 4.2.1 เพื่อให้บริการ สนับสนุน ส่งเสริม ประสานงานและอำนวยการ ให้การปฏิบัติงาน ของสถานศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 4.2.2 เพื่อประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและผลงานของสถานศึกษาต่อ สาธารณชน ซึ่งก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เจตคติที่ดี เลื่อมใส ศรัทธาและให้การสนับสนุนการจัด การศึกษา แผนภาพ 1 การบริหารงานแบบบูรณาการระหว่างสถานศึกษากับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา ยะลา เขต 2 : มิติการบริหารโรงเรียนนิติบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 (ส่วนราชการ 9 กลุ่ม 1 หน่วย) ก.ต.ป.น. อ.ก.ค.ศ. สถานศึกษาในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษายะลา เขต 2 จำนวน 68 แห่ง คณะกรรมการ สถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน การบริหารวิชาการ การบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล การบริหารงานทั่วไป
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 10 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 คำชี้แจงการปฏิบัติงานตามคู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จุดมุ่งหมายที่สำคัญของการปฏิรูปการศึกษาคือการยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ให้ได้มาตรฐานสถานศึกษามีภารกิจสำคัญในการบริหารจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ สถานศึกษาจึงต้องมี ศักยภาพสูงในการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพการเปลี่ยนแปลง ที่สามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาและสามารถพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงถือ เป็นภารกิจสำคัญของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่จะต้องส่งเสริมสนับสนุนกำกับดูแลให้สถานศึกษา สามารถบริหารจัดการศึกษาให้มีคุณภาพสำหรับผู้เรียนเป็นต้นแบบของสังคมแห่งการเรียนรู้ผู้เรียนจะต้อง ได้รับโอกาสให้เข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 โดย ดร.กีรติ จันทรมณี ผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียวชาญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ได้กำหนด และขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ภายใต้นโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษายะลา เขต 2 ในการส่งเสริมเพิ่มพลังนโยบายในงานประจำ จำนวน 10 นโยบาย และ จุดเน้นนำทางสร้างสรรค์องค์กร จำนวน 5 ภารกิจ ประกอบด้วย 1. จัดระบบสถานศึกษาปลอดภัย 2. ใส่ใจ "พาน้องกลับมาเรียน 3. พากเพียรตามแนวพระบรมราโชบาย 4. พัฒนาจุดขาย I-NET/O-NET/NT/RT 5. จัดกิจกรรมเรียนรู้ดีวิธีเชิงรุก(Active Learning) 6. สร้างประสบการณ์สนุกปฐมวัย 7. แก้ไขภาวะถดถอยทางการเรียนรู้(Learning Loss) 8. เชิดชูประชาธิปไตย 9. เข้าใจประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง คุณธรรมจริยธรรม 10. ร่วมแกนนำโรงเรียนคุณภาพ – ศูนย์เครือข่ายพัฒนา และที่เป็นจุดเน้นนำทางสร้างสรรค์องค์กร ได้แก่ 1) คุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) 2) ธำรงไว้ระบบ ราชการ 4.0 (PMQA4.0) 3) เพิ่มพูนรางวัลทรงคุณค่าสพฐ. (OBEC AWARDS) 4) รายงานข้อตกลงในการ พัฒนางาน (PA) 5) สร้างคำขานรางวัลสร้างสรรค์วิชาชีพ เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัดนำไปปฏิบัติในการ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาโดยเน้นการมีส่วนร่วมของเครือข่ายสถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาใน สังกัดนำไปปฏิบัติในการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาโดยเน้นการมีส่วนร่วมของเครือข่ายสถานศึกษา ความสำเร็จขั้นสุดท้ายตามเป้าหมายของการพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพภายใต้นโยบายของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ที่เป็นผลลัพธ์ (Outcome) ได้แก่ 1. คุณภาพและมาตรฐานผู้เรียน 2. คุณภาพและมาตรฐานครูและบุคลากรทางการศึกษา 3. คุณภาพและมาตรฐานสถานศึกษา 4. คุณภาพและมาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 11 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 วิธีการดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษา ประกอบด้วย 1. โรงเรียนตรวจสอบ ทบทวนระบบการประกันคุณภาพการศึกษา 2. ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน 3. แต่งตั้งคณะทำงานรายนโยบาย 4. ร่างคู่มือการขับเคลื่อนนโยบาย 5. รอง ผอ.เขต/ผอ.กลุ่มตรวจความเชื่อมโยงภารกิจ แผนงาน โครงการกับนโยบาย กำหนด บทบาทหน้าที่ของสถานศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดังนี้ โรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทบทวน ตรวจสอบ ปรับปรุงและพัฒนา ภารกิจโรงเรียนนิติบุคคลและภาระงาน ตามนโยบายคู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการ บริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ในภารกิจงานประจำในปีการศึกษา ในภารกิจงานพัฒนาตามแผนปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2566 1) ส่งเสริม สนับสนุน การดูแล ช่วยเหลือ 2) การนิเทศ ติดตาม และประเมินผล 3) การประชุมเชิงปฏิบัติการ (ถ้ามี) 4) จัดกิจกรรมคัดเลือกแนวทางปฏิบัติที่ดี และ การยกย่องเชิดชูเกียรติ 6. ผอ.เขต คณะทำงานของเลขาฯพิจารณาคุณภาพคู่มือการขับเคลื่อนโยบายคณะทำงาน 7. กองเลขาฯ ปรับปรุงคู่มือฯ และเข้าเล่มคู่มือฯ (เฉพาะกรรมการ) 8. ประชุมการส่งเสริมเพิ่มพลังนโยบายในงานประจำ 9. ส่ง file คู่มือฯ และหนังสือราชการแจ้งเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายในงานประจำ 10. ผอ.เขตประชุมพบปะเพื่อนครูโรงเรียนขับเคลื่อน 11. นโยบาย ผ่านแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ข้อตกลงในการพัฒนางาน(PA) 12. คณะทำงานรายนโยบายกำหนดปฏิทินการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล และ workshop (ถ้ามี) ดังนี้ ภาระงาน ครั้งที่ วัน/เดือน/ปี โดยประมาณ ผู้รับผิดชอบ การนิเทศ ติดตาม 1 16-31 ก.ค. 2566 คณะทำงานรายนโยบาย การนิเทศ ติดตาม 2 1-15 ส.ค. 2566 คณะทำงานรายนโยบาย การประเมินผล 1 1-15 ส.ค. 2566 คณะทำงานกองเลขานุการ การนิเทศ ติดตาม 3 16-31 ส.ค. 2566 คณะทำงานรายนโยบาย การนิเทศ ติดตาม 4 1-15 ก.ย. 2566 คณะทำงานรายนโยบาย การประเมินผล 2 1-15 ก.ย. 2566 คณะทำงานกองเลขานุการ 13. นิเทศ ติดตาม และประเมินผลและ workshop (ถ้ามี) 14. รายงานผลการนิเทศ ติดตามและประเมินผล ครั้งที่ 1 15. workshop จุดเน้นนำทางสร้างสรรค์องค์กร/วิชาชีพ (วันเสาร์รายศูนย์พัฒนา กศ.) 16. นิเทศ ติดตาม และประเมินผล และ workshop (ถ้ามี) 17. workshop จุดเน้นนำทางสร้างสรรค์องค์กร/วิชาชีพ (วันเสาร์รายศูนย์พัฒนา กศ.)
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 12 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 18. การนิเทศ ติดตามและประเมินผล ครั้งที่ 2 19. นำเสนอ Best Practice คัดเลือกรางวัล “เพชรยอดมงกฎ” 20. เตรียมงานยกย่องเชิดชูเกียรติ 21. รายงานผลการขับเคลื่อนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ 2566 22. จัดกิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติ ประจำปีงบประมาณ 2566 ทั้งนี้ ได้กำหนดเป็นปฏิทินดำเนินการ ระยะเวลา ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายปีงบประมาณ 2566 โดยมุ่งการนิเทศ ติดตาม ส่งเสริม สนับสนุน และประเมินผลเน้นจุดประสงค์เพื่อการพัฒนาและ ให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงพัฒนางานแต่ละนโยบายให้มีการพัฒนาที่สูงขึ้น ซึ่งคู่มือนี้จัดให้มีเครื่องมือการ นิเทศ ติดตามและประเมินผลครบทุกนโยบาย และจัดทำคำสั่งแต่งตั้งผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 13 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ส่วนที่ 2 แนวทางดำเนินงาน การขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 กำหนด Timeline เร่งรัดการดำเนินงาน ครอบคลุมการส่งเสริมเพิ่ม พลังนโยบายในงานประจำ จำนวน 10 นโยบาย และจุดเน้นนำทางสร้างสรรค์องค์กร จำนวน 5 ภารกิจตลอดถึงการบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษายะลา เขต 2 ที่จะมีการนิเทศ ติดตาม ควบคุม ดูแล กำกับ ประเมินผล และส่งเสริม ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน/ราชการในภารกิจโรงเรียนนิติบุคคล 4 ภารกิจ ดังนี้ แผนภาพ 2 Timeline การขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ 2566
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 14 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 นโยบายข้อที่ 1 จัดระบบสถานศึกษาปลอดภัย 1. ความคิดรวบยอดของนโยบาย (สาระสำคัญ/จุดประสงค์/เป้าหมาย) สาระสำคัญ สภาวการณ์ของโลกในปัจจุบัน ประชากรของแต่ละประเทศประสบกับภัยคุกคามอย่างหลีกเลี่ยง ไม่ได้โดยเฉพาะภาวะภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ อาทิ อาชญากรรม ความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ การขาด ความสมดุลของการจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยาเสพติด ภัยจากไซเบอร์ การก่อการ ร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ ภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และโรค ระบาด เป็นต้น การกำหนดยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) สู่การปฏิบัติ ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่กำลังมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( COVID-19) อย่างต่อเนื่องและ ทวีความรุนแรงทั่วโลก จึงต้องมีการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เป็น "การศึกษาขั้นพื้นฐาน วิถีใหม่ วิถี คุณภาพ" โดยกำหนดนโยบายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ - ๒๕๖๕ ในด้านความปลอดภัยเป็นด้านแรก สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๖๓ ซึ่งกำหนดให้สถานศึกษาต้องจัด ระบบงานและกิจกรรมการแนะแนวให้คำปรึกษา และการฝึกอบรมแก่นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสม ความรับผิดชอบต่อสังคม และความปลอดภัยต่อนักเรียน นักศึกษา ตาม หลักเกณฑ์และวิธีการเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงทุกหน่วยงานภายใต้การกำกับของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบและกลไกในการดูแลความ ปลอดภัยให้กับผู้เรียน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษาให้พ้นจากภัยพิบัติ ตลอดจนภัยคุกคามทุกรูปแบบอย่างเร่งด่วน และมีประสิทธิภาพส่งผลให้เกิดการปฏิรูปแผนการศึกษา แห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙) ที่ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงมุ่งพัฒนาการศึกษาที่เกิดจาก ความก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยีของโลกยุคศตวรรษที่ ๒๑ เป็นพลวัตที่ก่อให้เกิดความท้าทายใน ด้านการเปลี่ยนแปลงของบริบทเศรษฐกิจและสังคมโลก อันเนื่องมาจากการปฏิวัติดิจิทัล (Digital Revolution) ทัศนคติ ความเชื่อ ค่านิยม วัฒนธรรม และพฤติกรรมของประชากรที่ปรับเปลี่ยนไปตาม กระแสโลกาภิวัตน์ เป็นผลให้เกิดการเร่งแก้ไขปัญหา ทั้งยังเกิดภัยคุกคามต่อความมั่นคงรูปแบบใหม่ที่ส่งผล กระทบต่อประชาชนและประเทศชาติ มีความชับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น ซึ่งภัยในแต่ละด้านล้วนมี ความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดนโยบาย Quick Win ๗ วาระเร่งด่วน ข้อที่ ๑ ความปลอดภัย ของผู้เรียน จากภัยคุกคามทุกรูปแบบ เช่น ภัยจากการคุกคามทางเพศภัยจากการกลั่นแกล้งรังแก (Bully) รวมถึงภัยที่เกิดจากโรคอุบัติใหม่ อันได้แก่ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลกระทบวงกว้างในหลายมิติทั่วโลก รวมทั้งผลกระทบต่อแวดวงการศึกษาในหลายแง่มุม ตลอดจน ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ทำให้เด็กนักเรียนหลายคนไม่สามารถศึกษาต่อในโรงเรียนได้ทำให้เกิดความเหสื่อมล้ำ ทางการศึกษา เกิดระยะห่างทางการศึกษาเพิ่มมากขึ้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงได้ จำแนกขอบข่ายภัยสถานศึกษาไว้ 4 กลุ่มภัยได้แก่ 1) ภัยที่เกิดจากความรุนแรงของมนุษย์ (Violent) 2) ภัย ที่เกิดจากอุบัติเหตุ (Accident) 3) ภัยที่เกิดจากการถูกละเมิดสิทธิ์ Right ภัยที่เกิดจากผลกระทบทางสุข ภาวะทางกายใจ (Unhealthiness) ภัยเหล่านี้อาจเกิดความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ มีความซับซ้อนรุนแรง มากขึ้นและเกิดซ้ำๆ ส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายและจิตใจในหลายปีที่ผ่านมา ภัยจากการคุกคามทาง เพศภัยจากการกลั่นแกล้งรังแก (Bully) ภัยจากการสื่อและเทคโนโลยีรวมถึงภัยที่เกิดจากโรคอุบัติใหม่ เช่น
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 15 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 การแพร่ระบาดของโรคโควิดโคโรน่า 2019 (Covid-19) เป็นต้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์ ความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษาที่อาจเกิดขึ้นแก่นักเรียนครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้ตระหนักถึง ความสำคัญดังกล่าว จึงได้กำหนดนโยบายด้านความปลอดภัย เป็นข้อแรกของการดำเนินการ และส่งเสริม สนับสนุน ให้มีการนำนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ส่งเสริมการดำเนินชีวิตในยุคดิจิทัลที่กำลังมี การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) และรู้เท่าทัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 เป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อน ความปลอดภัย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกับผลักดันนโยบายสถานศึกษาปลอดภัย มี แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัยในสถานศึกษา และการบริหารสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีภาคี เครือข่ายด้านความปลอดภัย ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมและรู้เท่าทันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองมีความเข้าใจเรื่องการ จัดระบบความปลอดภัยต่างๆ และนำไปสู่วิธีการปฏิบัติที่ดี (Best Practices) เพราะความปลอดภัยของ สถานศึกษา มิใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ที่จะขับเคลื่อนไปสู่ความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป วัตถุประสงค์ 1. ผู้เรียนครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความปลอดภัยพ้นจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ มี ทักษะเพื่อการอยู่รอดปลอดภัยในสังคม สามารถเผชิญเหตุและแก้ไขสถานการณ์เพื่อความปลอดภัยและมี ทักษะชีวิตอย่างรู้เท่าทันทั้งในสังคมและโลกไซเบอร์ได้ รวมทั้งได้รับการคุ้มครอง ดูแล ช่วยเหลือ เยียวยา ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจได้อย่างทันท่วงที 2. เพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัยและการบริหารสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยระบบมาตรฐานความปลอดภัยกระทรวงศึกษาธิการ (Moe safety platform) ภายใต้มาตรการ 3 ป. ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบราม ตลอดจนมีแผน/มาตรการความปลอดภัย สามารถดำเนินการตามแนวทาง ในการจัดการภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ และได้รับการศึกษาในสถานศึกษาที่มีความปลอดภัย 3. เพื่อให้สถานศึกษา มีวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ หรือนวัตกรรม หรือรูปแบบการ ดำเนินงาน ในการจัดกรศึกษาเพื่อความปลอดภัย และการบริหารสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และมีภาคีเครือข่าย ด้านความปลอดภัย ที่สามารถเป็นแบบอย่างได้ เป้าหมาย 1. ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการดูแลด้านความปลอดภัย และสามารถ ปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ 2. สถานศึกษาได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัย มีมาตรการ/แผนการจัดการภัยพิบัติ สามารถดำเนินการตามแนวทางการจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัยในสถานศึกษา และการบริหาร สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. สถานศึกษาได้รับการส่งเสริมให้มีความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องเพื่อ ความปลอดภัยของผู้เรียน 2. แนวทางพัฒนาระดับสถานศึกษา 1. สนับสนุน พัฒนา และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ ที่มีผลกระทบ ต่อความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต เพื่อสามารถดำเนินชีวิตในวิถีใหม่และวิถีถัดไปได้อย่างถูกต้อง
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 16 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 2. พัฒนาระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เรียนครูและบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษาให้ได้รับความปลอดภัยจากภัยทั้ง 9 รูปแบบ และพร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง โดย เปิดให้มีช่องทางการร้องเรียนหรือแจ้งเหตุให้กับผู้เรียน ผู้ปกครอง ครู เพื่อสื่อสารกับสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาโดยตรงโดยใช้ big data และ application ในการเฝ้าระวังเชิงรุกเพื่อสามารถคาดการณ์ภัยที่ อาจเกิดขึ้นในอนาคต การซักซ้อมแผนในการรับมือกับภัยพิบัติและภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ ที่ผู้เรียนอาจ ต้องเผชิญ และส่งเสริมการเชื่อมโยงฐานข้อมูลทั้งหน่วยงานในสังกัด และหน่วยงานภายนอกให้สามารถ แก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที 3. พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยการ สนับสนุนองค์ความรู้ แนวทางการดำเนินการเพื่อให้อาคารเรียนอาคารประกอบของสถานศึกษาให้เอื้อต่อ การเรียนรู้และความปลอดภัยของผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงส่งเสริมและประสานการ สนับสนุนบุคลากรด้านจิตวิทยา และบุคลากรด้านความปลอดภัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา 4. ส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษา ให้มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด Save The Children Thailand. มูลนิธินูซันตาราเพื่อการพัฒนา สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพ ชายแดนใต้ ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ เป็น ต้น เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของผู้เรียนให้มีทักษะในการป้องกันและปรับตัว 5. ส่งเสริมให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และจัดทำแผนการจัดการภัยพิบัติ ในสถานศึกษา และจัดระบบความปลอดภัยให้เหมาะสม ตามบริบทของพื้นที่ ผลักดันให้สถานศึกษาเกิด วิธีการปฏิบัติที่ดี (Best Practices) มีการออกนโยบาย ระเบียบข้อบังคับหรือมาตรการระดับสถานศึกษา เพื่อสนับสนุนความปลอดภัยให้ผู้เรียนครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างทั่วถึง 3. ตัวชี้วัดความสำเร็จและเกณฑ์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ 1. ร้อยละ 90 ของผู้เรียนของ สถานศึกษาได้รับการส่งเริม สนับสนุนในการสร้างความรู้ ความเข้าใจในภัยคุกคาม รูปแบบใหม่ ทุกรูปแบบ รู้เท่าทันสื่อและ เทคโนโลยีในการดำเนินชีวิตวิถี ใหม่และวิถีถัดไป มีแผนงาน/โครงการ หรือ แนวทางในการจัดการศึกษา เพื่อความปลอดภัยของ สถานศึกษา ตารางแสดงจำนวนและร้อย ละของผู้เรียนที่เข้าร่วม กิจกรรม/โครงการที่ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจในภัยคุกคามทุก รูปแบบครบทั้ง 9 ภัยในการ ดำเนินชีวิตวิถีใหม่และวิถีถัดไป ระดับ เพชร มีครบ 5 รายการ ทุกรายการ มีคุณภาพ ดีมาก (ตามความเห็นกรรมการ) ระดับ ทอง มีครบ 5 รายการ ทุกรายการ มีคุณภาพ ดี (ตามความเห็นกรรมการ) ระดับ เงิน มีครบ 5 รายการ ทุกรายการ มีคุณภาพ พอใช้ (ตามความเห็นกรรมการ)
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 17 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 รายงานผลการดำเนินงาน กิจกรรมโครงการที่ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจในภัยคุกคามทุก รูปแบบครบทั้ง 9 ภัยและรู้เท่า ทันสื่อและเทคโนโลยีเพื่อ ป้องกันภัยไซเบอร์ สามารถป้องกันตนเองและ แก้ปัญหาจากภัยคุกคามทุก รูปแบบได้อย่างเหมาะสม ใน การดำเนินชีวิตวิถีใหม่และวิถี ถัดไป ภาพถ่ายกิจกรรม ระดับ ทองแดง มีครบ 5 รายการ แต่การ ดำเนินงานขาดคุณภาพ หรือ ไม่ครบทุกรายการ ขาดเป็น เพียงบางรายการ แต่การ ดำเนินงานมีคุณภาพ (ตามความเห็นกรรมการ) ******************************* เพชร ทอง เงิน ทองแดง 2. ผู้เรียนได้รับการศึกษาใน สถานศึกษาที่มีความปลอดภัย รายงานการสร้างการรับรู้ให้ ผู้เรียนในสถานศึกษาได้รับการ ป้องกัน ดูแล สร้างภูมิคุ้มกันให้ มีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่อง การจัดระบบความปลอดภัย โดยมีประเด็นความปลอดภัยทั้ง 3 เรื่อง คือ 1. มีการจัดสภาพแวดล้อม ให้ปลอดภัย 2. มีการกำหนดบริเวณที่ ปลอดภัย 3. มีกฎเกณฑ์แห่งความ ปลอดภัย ตารางแสดงจำนวนอัตรา การได้รับอันตรายต่างๆ ภายใน สถานศึกษาลดลง ภาพถ่ายกิจกรรม 3. สถานศึกษามีแผน/ มาตรการในการจัดการภัยพิบัติ ครูและบุคลากรทางการ ศึกษาในสถานศึกษามีความรู้
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 18 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 และภัยคุกคามทุกรูปแบบ ดำเนินการตามแนวทางในการ จัดการภัยพิบัติ และภัยคุกคาม ทุกรูปแบบ ให้สามารถปรับตัว ต่อโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ รองรับวิถีชีวิตใหม่ (New normal) และสามารถถ่ายทอดความรู้สู่ นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ได้ สถานศึกษามีปฏิทินการ ดำเนินงานความปลอดภัย สถานศึกษา สถานศึกษามีการวิเคราะห์ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อ ประเมินจุดอ่อน จุดแข็ง และ ความไม่ปลอดภัยของ สถานศึกษาอย่างน้อยภาค การศึกษาละ 1 ครั้ง มีแผนที่วิเคราะห์จุดเสี่ยง ของสถานศึกษา สถานศึกษามีมาตรการ/ แผนฯ สามารถดำเนินการตาม แนวทางการจัดการภัยพิบัติของ สถานศึกษา มีการซักซ้อมแผน/และ ทบทวนแผนการจัดการภัยพิบัติ ร่วมกับภาคีเครือข่าย อย่าง น้อยภาคการศึกษาละ 1 ครั้ง ภาพถ่ายกิจกรรม 4. มีภาคีเครือข่ายด้านความ ปลอดภัย คำสั่ง/ประกาศ การเปิดโอกาสในการมีส่วน ร่วมเพื่อขับเคลื่อนงานด้าน ความปลอดภัย มีการชี้แจงเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการใช้ระบบ ความปลอดภัย (MOE Safety Center) ทุกระดับ ได้แก่ ผู้บริหาร ครู และบุคลากร ทางการศึกษา นักเรียน และ
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 19 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ผู้เกี่ยวข้องได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ภาพถ่าย/วารสารข่าว 5. รายงานผลการดำเนินงาน นวัตกรรม หรือวิธีการ ปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) และภาพความสำเร็จ / เรื่องเล่าความสำเร็จ หรือ รูปแบบการดำเนินงานในการ จัดการศึกษาเพื่อความ ปลอดภัย และการบริหารจัด การศึกษาเพื่อความปลอดภัย หรือ หรือรูปแบบการ ดำเนินงานในการจัดการศึกษา เพื่อความปลอดภัย และการ บริหารสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และมีภาคเครือข่ายด้านความ ปลอดภัย ที่สามารถเป็นแบบอย่างได้ 4. เครื่องมือการนิเทศ ติดตาม และการประเมินผล แบบนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษาปีงบประมาณ พ.ศ.2566 นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานของสถานศึกษาตามนโยบายข้อที่ 1 จัดระบบสถานศึกษาปลอดภัย เพื่อนำไปสู่การได้ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการให้ข้อเสนอแนะ ส่งเสริม ยกย่อง เชิญชูเกียรติและประเมินผลเพื่อจัดลำดับคุณภาพสถานศึกษาตามผลการดำเนินงานตามสภาพที่แท้จริง อัน นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยให้คณะกรรมการดำเนินการ ศึกษา รายละเอียดนโยบายจัดระบบสถานศึกษาปลอดภัย อันนำไปสู่การปฏิบัติจริงของสถานศึกษา ให้มีความ เข้าใจในแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้สามารถให้ข้อเสนอแนะกับสถานศึกษาได้อย่างถูกต้อง และตรง ทิศทาง สอดคล้องกันในการนิเทศ ติดตาม และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการพัฒนาสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 20 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 นโยบาย ข้อที่ 2 ใสใจ “พาน้องกลับมาเรียน 1. ความคิดรวบยอดของนโยบาย ( สาระสำคัญ /จุดประสงค์ /เป้าหมาย ) สาระสำคัญ ตามนโยบายของรัฐบาลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังที่ให้ความสำคัญกับคนทุกกลุ่มและเพื่อให้คนไทยทุก คนได้รับประโยชน์ในทุกด้านอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมโดยกระทรวงศึกษาธิการได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและ ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องให้การศึกษากับผู้เรียนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกันแต่เนื่องจากในช่วง สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 โควิด 19 ที่ผ่านมาและที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ผู้เรียนจำนวนมากหลุดออกจากระบบการศึกษาภาคบังคับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาการศึกษา ระดับอาชีวศึกษาและการศึกษาตามอัธยาศัยกระทรวงศึกษาธิการจึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ส่งเสริมโอกาสความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษาพาน้องกลับมาเรียนโดยบูรณาการ ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่บันทึกข้อตกลงร่วมมือ MOU ทั้ง 12 หน่วยงานโดยมีหน่วยงานในการจัด การศึกษาและภาคีเครือข่ายเพื่อติดตามผู้เรียนนำกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2565 : 6) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในฐานะเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญ ได้มีการออกติดตามเยี่ยมบ้าน ตรวจสอบข้อมูลจริงเป็นรายบุคคลและประสานขอความอนุเคราะห์ ช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ในการติดตามนักเรียนดังกล่าว พร้อมดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเต็มศักยภาพยังเป็นการช่วยแก้ปัญหาและลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับ นักเรียน นักศึกษา เป็นการเสริมสร้าง พัฒนานักเรียน นักศึกษาให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อจัดให้ผู้เรียนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และป้องกันการหลุดออกจากระบบ รวมทั้งช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคัน และเด็กพิการ 2. เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือป้องกันแก้ไขและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดี 3. เพื่อให้ครูได้รู้สภาพความเป็นอยู่ของนักเรียน ซึ่งจะได้เป็นข้อมูลในการจัดการเรียนการ สอนต่อไป 4. เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้แลกเปลี่ยน แนวความคิดในการดูแลนักเรียนนักศึกษา 5. เพื่อลดปัญหาการออกกลางคันของนักเรียน เป้าหมาย 1. ผู้บริหารสถานศึกษาทุกโรงในสังกัด 2. ครูผู้สอนทุกคนในสังกัด 3. นักเรียนทุกระดับชั้นที่มีแนวโน้มออกกลางคันและหลุดออกจากระบบ 4. ภาคีเครือข่าย
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 21 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 2. แนวทางพัฒนาระดับสถานศึกษา 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำหนดเป้าหมายความสำเร็จและประชุมชี้แจงทำความเข้าใจให้ ผู้บริหารสถานศึกษาได้รับทราบ 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดทำโครงการและคำสั่ง กำหนดการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการจัดการศึกษา รวมทั้งจัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูและดำเนินการตามแผน 3. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัด ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ไปยัง คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองละภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 4. เขตพื้นที่การศึกษา ติดตามเยี่ยมบ้านนักเรียนประเมินผลการดำเนินงานไปใช้ในการวางแผน พัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป 3. ตัวชี้วัดความสำเร็จและเกณฑ์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ - นักเรียนที่ตกหล่นและออกกลางคัน กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ได้รับ การศึกษาตามความประสงค์ของ ผู้เรียนและผู้ปกครอง - นักเรียนตกหล่นและออกกลางคัน มี การส่งต่อข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียน ระหว่างหน่วยงานให้สำนักงานเขตพื้น การศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย และ สำนักงานการศึกษาเอกชน อย่างมี ประสิทธิภาพ - สพป.ยะลา 2 และสถานศึกษา มี การจัดกิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน โดยลงพื้นที่ร่วมกับโรงเรียนเพื่อ รับทราบปัญหาและให้ความช่วยเหลือ นักเรียนตามความเหมาะสม - สถานศึกษามีการเตรียมความ พร้อม ในการออกติดตามเยี่ยมบ้าน - สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษายะลา เขต 2 ขับเคลื่อน การดำเนินการตามนโยบายการ ยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างมี ระบบ 80-100 ระดับ เพชร 70-79 ระดับ ทอง 50-69 ระดับ เงิน 0-49 ระดับ ทองแดง เพชร ทอง เงิน ทองแดง 4. เครื่องมือนิเทศ ติดตาม และประเมินผล (ตัวเครื่องมือแนบในภาคผนวก)
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 22 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 นโยบาย ข้อที่ 3 พากเพียรตามแนวพระบรมราโชบาย 1. ความคิดรวบยอดของนโยบาย (สาระสำคัญ/จุดประสงค์/เป้าหมาย) การส่งเสริมให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และโดยเฉพาะผู้เรียนให้มีทัศนตติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำ มีอาชีพ และเป็นพลเมืองที่ดี ด้วยวิธีการสร้างพื้นฐานให้แก่ ผู้เรียน 4 ด้าน ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวง ร. 10 ให้กับผู้เรียนทุกคนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 จะส่งผลให้ผู้บริหาร ครู และผู้เรียนทุกคน มีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง มีโอกาสทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีงานทำ มีอาชีพและมี คุณธรรม มีต้นแบบโรงเรียนในการดำเนินงานด้านพระบรมราโชบายของในหลวง ร. 10 สู่การปฏิบัติ มีแนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practice) และนวัตกรรมของสถานศึกษา 2. แนวทางพัฒนาระดับสถานศึกษา – สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2.1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำหนดให้สถานศึกษานำพระบรมราโชบายรัชกาลที่ 10 ไปบูรณา การการทำงานหรือจัดทำแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม เพื่อดำเนินการจัดการศึกษาตามแนวพระบรมรา โชบายรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ สถานศึกษาดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมขับเคลื่อนการจัด การศึกษาตามแนวพระบรมราโชบายรัชกาลที่ 10 2.2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานิเทศ ติดตาม สร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจ สร้างความ ตระหนัก และสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและสถานศึกษาในสังกัด เพื่อดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมขับเคลื่อนการจัดการศึกษาตามแนวพระบรมราโชบาย รัชกาลที่ 10 ได้อย่างมั่นใจ และตรงเป้าหมาย 2.3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินงานส่งเสริม สนับสนุนให้คำปรึกษาแนะนำหรือจัดประชุม เชิงปฏิบัติการ (Workshop) ให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาเพื่อพัฒนาองค์ ความรู้ดำเนินงานตามนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.4 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานิเทศ ติดตาม รวบรวม วิเคราะห์ ประเมินผลรายงานสรุปผล ข้อมูลที่ได้จากสถานศึกษา เพื่อนำสู่การตัดสินคุณภาพหรือระดับความสำเร็จของการจัดการศึกษาตามแนว พระบรมราโชบายรัชการที่ 10 สู่การปฏิบัติ 2.5 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการถอดบทเรียนต้นหาแนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practice) หรือนวัตกรรมในการดำเนินงานน้อมนำพระบรมราโชบายรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ หลังจากการนิเทศ ติดตามผล และประเมินผลโดยใช้พื้นที่เป็นฐานภายใต้เกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งกำหนดให้สถานศึกษาที่มีการ ดำเนินงานคุณภาพระดับเพชร มีเวทีในการบริหารจัดการความรู้ ถอดบทเรียน และคัดเลือกให้ได้รับ รางวัล “เพชรยอดมงกุฎ” 2.6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดกิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับโรงเรียนที่ประสบกับ ความสำเร็จ ได้รับรางวัลการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาตามแนวพระบรมราโชบายรัชกาลที่ 10 ทุกรางวัล โดยให้ถือว่าเป็นรางวัลในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2.7 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาร่วมกันส่งเสริมให้มีการพัฒนาต่อยอดการขอรับ การคัดเลือกสถานศึกษาดีเด่น ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practice) หรือนวัตกรรมทางการศึกษา (Educational Innovation) ด้านการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาตามแนวพระบรมราโชบายรัชกาลที่ 10 ต่อไป
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 23 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 3. ตัวชี้วัดความสำเร็จและเกณฑ์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ 3.1 กิจกรรม ดำเนินงาน 3.1.1 “วิถีคนดี”มีทัศนคติที่ดีต่อ บ้านเมือง 3.1.2 “คุณธรรมนำชีวิต” มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม 3.1.3 “หนึ่งนักเรียน หนึ่งอาชีพ” มีงานทำ มีอาชีพ 3.1.4 “จิตอาสาด้วยหัวใจ” มีพลเมืองดี 1. มีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ดำเนินการจัดการศึกษาตามแนว พระบรมราโชบาย ร.10 2. ครูและบุคลากร และนักเรียน ร้อยละ 80 เข้าร่วมกิจกรรม ทุกกิจกรรม 3. มีแผนการนิเทศภายในโรงเรียน และเอกสารร่องรอยหลักฐานอื่นๆ 4. มีการสรุปรายงานผลเป็นแนวทาง ปฏิบัติที่ดีหรือนวัตกรรมทาง การศึกษา 5. มีการบริหารจัดการความรู้ เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะชน 3.2 รายงานผล การดำเนินงาน แนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practice) หรือนวัตกรรมทางการ ศึกษ (Educational Innovation) เพชรยอดมงกุฎ รอการคัดเลือกโดยการนำเสนอผลงาน เพชร มีครบ 5 รายการ ทุกรายการมีคุณภาพดีมาก (ตามความคิดเห็นของกรรมการ) ทอง มีครบ 5 รายการ ทุกรายการมีคุณภาพดี (ตามความคิดเห็นของกรรมการ) เงิน มีครบ 5 รายการ แต่บางรายการพอใช้ (ตามความคิดเห็นของกรรมการ) ทองแดง มีครบ 5 รายการ แต่การดำเนินงานขาดคุณภาพ หรือมีไม่ครบทุกราย/ขาดเป็นเพียง บางรายการ แต่การดำเนินงานมีคุณภาพ (ตามความคิดเห็นของกรรมการ) 4. เครื่องมือการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล การนิเทศ ติดตาม และประเมินผล ให้ดำเนินการลงพื้นที่ของโรงเรียนเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการการสังเกต สัมภาษณ์ สอบถาม ตรวจสอบเอกสาร ภายใต้การนิเทศแบบกัลยาณมิตร ยึดบริบท ของสถานศึกษาและสถานศึกษาเป็นสำคัญ (ตัวเครื่องมือแนบในภาคผนวก)
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 24 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 นโยบาย ข้อที่ 4 พัฒนาจุดขาย RT/NT/O-NET/I-NET 1. ความคิดรวบยอดของนโยบาย (สาระสำคัญ /จุดประสงค์ /เป้าหมาย) สาระสำคัญ จุดมุงหมายสําคัญของการปฏิรูปการศึกษา คือการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของ สถานศึกษาใหไดมาตรฐานสูงขึ้น ผูบริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทสําคัญต อความสําเร็จของการบริหารจัดการศึกษา ผูบริหารจึงตองเปนที่ยอมรับ มีภาวะผูนําทางวิชาการ มีวิสัยทัศน สามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาสถานศึกษา เปนสังคมแหงการเรียนรูผูเรียนไดรับโอกาสให เขาถึงการเรียนรูที่มีคุณภาพอยางทั่วถึงและเสมอภาค เปนคนดี คนเกง มีความสุข ภาคภูมิใจในความ เปนไทย ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การยกระดับคุณภาพการศึกษาเป็นนโยบายเร่งด่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ดังนั้นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 โดย ดร.กีรติ จันทรมณี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 วิทยฐานะเชี่ยวชาญ จึงได้ตอบสนอง นโยบายดังกล่าวด้วยการกำหนดเป็นนโยบายระดับเขตพื้นที่การศึกษาและขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม วัตถุประสงค์ 1. เพื่อทดสอบความรู้ความสามารถ ด้าน RT ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/ NT ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 /O-NET ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 / และ I-NET ของนักเรียนระดับชั้นอิสลามศึกษาตอนต้นปีที่ 6 (ระดับอิบตีดาอียะห์) และระดับชั้นอิสลาม ศึกษาตอนกลางปีที่ 3 (ระดับมุตตาวัสซีเตาะห์) 2. เพื่อนำผลการทดสอบไปใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการเลื่อนหรือจบการศึกษา 3. เพื่อนำผลการทดสอบไปใช้ในการปรับปรุง พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของ โรงเรียน 4. เพื่อนำผลการทดสอบไปใช้ในการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนระดับชาติ 5. เพื่อนำผลการทดสอบไปใช้ในวัตถุประสงค์ตามที่ต้องการอื่นๆ เช่น การพัฒนาการเขียน แบบอัตนัย การเขียนสรุปความ การเขียนเรื่องจากภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 และการเตรียมความพร้อมรับการประเมิน PISA เป้าหมาย 1. ผู้บริหารสถานศึกษาทุกโรงในสังกัด 2. ครูผู้สอนทุกคนในสังกัด 3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทุกคน ยกเว้นเด็กพิเศษเรียนรวม 2. แนวทางพัฒนาระดับสถานศึกษา 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำหนดเป้าหมายความสำเร็จและประชุมชี้แจงทำความเข้าใจให้ ผู้บริหารสถานศึกษาได้รับทราบ 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดทำโครงการและคำสั่ง กำหนดการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการจัดการศึกษา รวมทั้งจัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูและดำเนินการตามแผน 3. สถานศึกษามีการวางแผนพัฒนานักเรียนทุกคนให้ได้รับการทดสอบด้วยระบบการทดสอบที่ได้ มาตรฐาน
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 25 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 4. ครูผู้สอนนำผลการทดสอบของนักเรียนมาวิเคราะห์และพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ด้าน RT/NT/O-NET/ I-NET ให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษา 5. สถานศึกษาดำเนินการทดสอบ RT/NT/O-NET/ I-NET ตามระเบียบและคู่มือของสำนักทดสอบ ทางการศึกษาอย่างเคร่งครัด 6. สถานศึกษานำผลการทดสอบไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพการบริหารจัดการและการจัดการ เรียนการสอนของโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 7. เขตพื้นที่การศึกษานำผลการทดสอบไปใช้ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป 3. ตัวชี้วัดความสำเร็จและเกณฑ์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ ผลการทดสอบ RT/NT/O-NET/ I-NET ปีการศึกษา2565 สูงขึ้น 5 คะแนน จากปีการศึกษา 2564 และ 2563 1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทุกคนเข้า รับการทดสอบ RT/NT/O-NET/ I-NETยกเว้นเด็กพิเศษเรียนรวม 2. สถานศึกษาทุกโรงมีความพร้อมในการ ดำเนินการสอบ RT/NT/ O-NET/ I-NET 3. สถานศึกษามีการเตรียมความพร้อม การพัฒนาการเขียนแบบอัตนัย การเขียน สรุปความ การเขียนเรื่องจากภาพของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 4. สถานศึกษามีการเตรียมความพร้อมรับ การประเมิน PISA 5. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษายะลา เขต 2 ขับเคลื่อนการ ดำเนินการตามนโยบายการยกระดับ คุณภาพการศึกษาอย่างมีระบบ 80-100 ระดับ เพชร 70-79 ระดับ ทอง 50-69 ระดับ เงิน 0-49 ระดับ ทองแดง เพชร ทอง เงิน ทองแดง 4. เครื่องมือนิเทศ ติดตาม และประเมินผล (ตัวเครื่องมือแนบในภาคผนวก) เครื่องมือ คือ แบบนิเทศ ติดตามและประเมินผลนโยบาย ข้อที่ 04 พัฒนาจุดขาย RT/NT/O-NET/ I-NET
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 26 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 นโยบายข้อ 5 จัดกิจกรรมเรียนรู้ดีวิธีเชิงรุก (Active Learning) 1. ความคิดรวบยอดของนโยบาย สาระสำคัญ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมี ส่วนร่วมในชั้นเรียน สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูผู้สอนกับผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ โดยมีครูเป็นผู้ อำนวยความสะดวก (Facilitator) สร้างแรงบันดาลใจ ให้คำปรึกษา ดูแล แนะนำ ทำหน้าที่เป็นโค้ชและพี่ เลี้ยง (Coach & Mentor) แสวงหาเทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้ผู้เรียน ได้ เรียนรู้อย่างมีความหมาย (Meaningful learning) ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ได้ มีความข้าใจในตนเอง ใช้ สติปัญญา คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่บ่งบอกถึงการมีสมรรถนะสำคัญในศตวรรษที่ 21 มี ทักษะวิชาการ ทักษะชีวิตและทักษะวิชาชีพบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ตามระดับช่วงวัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ได้รับนโยบายจากสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายจึงดำเนินการโครงการให้เป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้าน การจัดการศึกษาของประเทศต่อไป จุดประสงค์ 1. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความตื่นตัวและกระตือรือร้นด้านการรู้คิด 2. เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้จากตัวผู้เรียนเอง มากกว่าการฟังจากผู้สอนในห้องเรียน และการท่องจำ 3. เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง 4. เพื่อได้ผลลัพธ์ในการถ่ายทอดความรู้ใกล้เคียงกับการเรียนรู้รูปแบบอื่น แต่ได้ผลดีกว่า ในการ พัฒนาทักษะด้านการคิด และการเขียนของผู้เรียน เป้าหมาย 1. เชิงปริมาณ - สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 จำนวน 68 โรง 2. เชิงคุณภาพ - ร้อยละ 100 ของสถานศึกษาในสังกัด มีการจัดการเรียนการรู้เชิงรุก Active Learning - ร้อยละ 100 ของสถานศึกษาในสังกัดได้รับการนิเทศ กำกับ และติดตามจากผู้บริหาร สถานศึกษา และ สพท. อย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง - ร้อยละ 100 ของสถานศึกษาในสังกัดได้รับการอบรมการพัฒนาหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning อย่างน้อย ภาคเรียนละ 1 ครั้ง
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 27 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 2. แนวทางพัฒนาระดับสถานศึกษา กิจกรรมที่ 1 สถานศึกษาได้มีการจัดประชุมและ จัดทำ PLC เพื่อสร้างความเข้าใจในการนิเทศ ติดตาม ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) กิจกรรมที่ 2 มีการนิเทศ ติดตามจากหน่วยงานต้นสังกัดและศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพ การศึกษาอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมที่ 3 สถานศึกษามีการรายงานผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับการจัดการ เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ปีละ 1 ครั้ง 3. ตัวชี้วัดความสำเร็จและเกณฑ์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ สถานศึกษาในสังกัด สพท. มี การนำหลักสูตรสถานศึกษาและ มีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning - สังเกตการณ์จัดการเรียนรู้ - ตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แบบเชิง รุก(Active Learning) 80-100 ระดับ เพชร 70-80 ระดับ ทอง 50-70 ระดับ เงิน 1-50 ระดับ ทองแดง เพชร ทอง เงิน ทองแดง ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการ ศึกษาในสังกัด มีความรู้ ความ เข้าใจการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning - สถานศึกษามีรูปแบบการจัดการ เรียนรู้เชิงซึ่งสามารถเป็นตัวอย่างได้ (Best Practice) - สถานศึกษามีเครื่องมือในการนิเทศ ติดตามการจัดการเรียนรู้ (Active Learning) สถานศึกษาในสังกัดได้มีการ พัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) อย่าง ต่อเนื่อง สถานศึกษามีการรายงานผลการใช้ หลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับ ความต้องการของท้องถิ่นด้วย กระบวนการการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 4. เครื่องมือนิเทศ ติดตาม และประเมินผล (เครื่องมือแนบในภาคผนวก ) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 มีการนิเทศ ติดตามการนำหลักสูตรสถานศึกษา ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก(Active Learning) ภาคเรียนละ 1 ครั้ง ด้วยกระบวนการนิเทศแบบ P-PO E
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 28 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 นโยบายข้อที่ 6 สร้างประสบการณ์สนุกปฐมวัย 1. ความคิดรวบยอดของนโยบาย (สาระสำคัญ/จุดประสงค์/เป้าหมาย) การจัดการศึกษาปฐมวัยเป็นการเรียนรู้ผ่านการจัดประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัยมาใช้ในการพัฒนา เด็กปฐมวัยให้เกิดการเรียนรู้ที่มีความหมาย การพัฒนาเด็กแบบองค์รวม (Holistic Development) ให้เด็ก มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย ร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา อย่างสมวัย รวมทั้ง พัฒนาด้านตัวตน (Self Development) พัฒนาทักษะสมอง (Executive Function : EF) ให้มากขึ้น เพื่อให้เด็กรู้สึกมีคุณค่า มีความเชื่อมั่น และภูมิใจในตนเอง และเป็นเด็กที่คิดเป็น มีเหตุมีผล และรู้จักกำกับ ตนเองมีทักษะพื้นฐานในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สอดคล้องกับหลักการพัฒนาศักยภาพของแต่ ละบุคคล สร้างให้เด็กมีคุณลักษณะมีอุปนิสัยใฝ่ดี มีคุณธรรม มีวินัย ใฝ่รู้ มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถ ซึมซับสุนทรียะและวัฒนธรรมที่หลากหลายได้ ตามบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 กระทรวงศึกษาธิการได้มอบนโยบาย และแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อให้สถานศึกษาและครู มีแนว ปฏิบัติพื้นฐานนำไปใช้วางแนวทางในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยอย่าง เหมาะสมและสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษาการพัฒนาคุณภาพเด็ก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 มีนโยบายขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัด การศึกษาปีงบประมาณ พ.ศ .2566 ข้อ 6 สร้างประสบการณ์สนุกปฐมวัย เป็นการส่งเสริมพัฒนาการจัด การศึกษาปฐมวัย โดยเปิดโอกาสให้สถานศึกษาและครูมีทางเลือกในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ หลากหลาย ส่งเสริมให้สถานศึกษานำแนวคิดนวัตกรรมการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยมาใช้ในการ จัดการศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพ อาทิเช่น การเรียนรู้แบบโครงงาน , แนวคิดบูรณาการกิจกรรม 6 หลัก, แนวคิดมอนเตสซอริ, แนวคิดวอลดอร์ฟ และแนวคิดไฮสโคป ให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นเด็กเป็นสำคัญ จัดประสบการณ์ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ ที่ยืดหยุ่น สอดคล้องกับ พัฒนาการหรือปรับเปลี่ยนตามความสนใจสถานการณ์ บริบทหรือวิถีชีวิตจริงของเด็กจัดหาหรือพัฒนาสื่อ วัสดุ และอุปกรณ์ รวมถึงแหล่งเรียนรู้ตามธรรมชาติ ให้เด็กมีโอกาสได้เรียนรู้ผ่านการเล่นที่หลากหลาย จัด สภาพแวดล้อมและบรรยากาศการเรียนรู้ เชิงบวก อบอุ่น ปลอดภัย เป็นมิตร มีอิสระและท้า ทาย ให้เอื้อต่อ การเรียนรู้ เน้นพัฒนาครูผู้สอนเพื่อปรับเปลี่ยนครู ให้ครูมีบทบาทสำคัญและเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) จากครูผู้สอนบอก บรรยายความรู้ ปรับมาเป็นผู้ชี้แนะ (Coach) ช่วยอำนวยความสะดวก ในการเรียนรู้ เป็นผู้สังเกตร่วมเรียนรู้ไปกับเด็ก และเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาและเรียนรู้เต็มตามศักยภาพ สนับสนุนและส่งเสริมโรงเรียนให้เลือกใช้ตามบริบท และความพร้อมสามารถจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้อย่างครอบคลุมสมดุล ตามเป้าหมาย รวมถึงตอบสนองความต้องการของเด็กรายบุคคลและสอดคล้องกับการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งการเรียนรู้ใน ลักษณะนี้ส่งเสริมให้เด็กเป็นคนดี คนเก่งและเรียนรู้อย่างมีความสุข ทำให้ปัจจุบันมีการขยายและเผยแพร่ นวัตกรรมการเรียนรู้อย่างแพร่หลาย จุดประสงค์ 1. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการจัดประสบการณ์ของครูผู้สอนปฐมวัยให้ได้มาตรฐาน ตาม แนวคิดของนวัตกรรมการจัดการศึกษาปฐมวัยที่โรงเรียนเลือกใช้ 2. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภายในสถานศึกษาในด้าน 2.1 การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 29 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 2.2 การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย 2.3 การนิเทศภายในโรงเรียน 3. เพื่อนิเทศ ติดตาม สนับสนุนให้โรงเรียนสามารถนำแนวคิดตามนวัตกรรมการจัดการศึกษา ปฐมวัยสู่การปฏิบัติการจัดประสบการณ์ในห้องเรียนจริงได้อย่างมีคุณภาพ เป้าหมาย เป้าหมายเชิงปริมาณ 1. โรงเรียนที่เปิดสอนระดับปฐมวัยในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 จำนวน 68 โรงเรียน 2. ครูผู้สอนระดับปฐมวัยทุกคนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ได้รับการนิเทศพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของครูตามนวัตกรรม เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1. ครูผู้สอนระดับปฐมวัยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามนวัตกรรม ได้มาตรฐานตาม นวัตกรรมการจัดการศึกษาปฐมวัย 2. โรงเรียนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการพัฒนามีห้องเรียนปฐมวัยที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน การศึกษาปฐมวัย 3. เด็กมีพัฒนาการในช่วงวัยทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์- จิตใจ ด้านสังคมและด้านสติปัญญา อย่างสมวัยและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2. แนวทางพัฒนาระดับสถานศึกษา 2.1 โรงเรียนตรวจสอบ ทบทวนระบบการประกันคุณภาพการศึกษา 2.2 โรงเรียนรับนโยบายการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ 2566 2.3 โรงเรียนขับเคลื่อนนโยบาย ผ่านแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) 2.4 โรงเรียนรับการนิเทศ ติดตามและประเมินผล และ workshop (ถ้ามี) 2.5 โรงเรียนนำเสนอ Best Practice คัดเลือกรางวัล “เพชรยอดมงกุฎ” 3.ตัวชี้วัดความสำเร็จและเกณฑ์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ 1. โรงเรียนมีผลการ ดำเนินงานเชิง ปริมาณ แสดง จำนวนและร้อยละ ของผู้เรียนปกติ ระดับปฐมวัยที่มีผล การประเมิน พัฒนาการคุณภาพ ระดับ 3 ทั้ง 4 ด้าน 1. โรงเรียนมีผลการดำเนินงานเชิงปริมาณ แสดงจำนวนและร้อยละของผู้เรียนปกติ ระดับปฐมวัยที่มีผลการประเมินพัฒนาการ ค ุ ณ ภ า พ ร ะ ด ั บ 3 ท ั ้ ง 4 ด ้ า น คื อ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และ สติปัญญา จำแนกรายด้าน 1.1 ผู้เรียนในระดับปฐมวัย (อนุบาล 3) ปีการศึกษา 2565 (ณ วันที่ 30 เมษายน 2566) ทั้งหมด จำนวน.........คน เพชร 1. จำนวนผู้เรียนระดับปฐมวัย มีผล การประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ - จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา ผ่านเกณฑ์การ ประเมินคุณภาพ ระดับ 3 ทั้ง 4 ด้าน ร้อยละ 90 ขึ้นไป และ 2. โรงเรียนมีนวัตกรรม หรือวิธีการ ปฏิบัติ ที่เป็นเลิศ และนำไปใช้ในการจัด
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 30 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา จำแนกรายด้าน 2. โรงเรียนมีวิธีการ ปฏิบัติที่เป็นเลิศ หรือการนำ นวัตกรรม ไปใช้ใน การจัดการศึกษา ปฐมวัยอย่างมี คุณภาพ 3. โรงเรียนมีวิธีการ ปฏิบัติที่เป็นเลิศ หรือ มีนวัตกรรมเป็นที่ ยอมรับจาก หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง จำแนกเป็น ผู้เรียนปกติ จำนวน…......คน ผู้เรียนที่มีความบกพร่อง จำนวน......คน 1.2ผู้เรียนปกติที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน พัฒนาการ คุณภาพระดับ 3 จำแนกรายด้าน 1.2.1 ด้านร่างกาย จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ.. 1.2.2 ด้านอารมณ์ จิตใจ จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ.. 1.2.3 ด้านสังคม จำนวน.......คน คิดเป็นร้อยละ.. 1.2.4 ด้านสติปัญญา จำนวน.......คน คิดเป็นร้อยละ. 1.3 ผู้เรียนปกติ มีผลการประเมิน พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา ผ่านเกณฑ์การประเมิน พัฒนาการคุณภาพ ระดับ 3 ทั้ง 4 ด้าน จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ....... การศึกษาปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ ตามบริบท ระยะเวลาดำเนินการ จำนวน 1 ปีการศึกษาขึ้นไป และ 3 . น ว ั ต ก ร ร ม ไ ด ้ ร ั บ ร า ง วัล ระดับประเทศ/ชาติ โดยกำหนด ระยะเวลารับรางวัลที่ได้ไม่เกิน 2 ปีการศึกษา ทอง 1. จำนวนผู้เรียนระดับปฐมวัย มีผล การประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ - จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา ผ่านเกณฑ์การ ประเมินคุณภาพ ระดับ 3 ทั้ง 4 ด้าน ร้อยละ 85 - 90 และ 2. โรงเรียนมีนวัตกรรม หรือวิธีการ ปฏิบัติที่เป็นเลิศ และนำไปใช้ในการ จัดการศึกษาปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ ตามบริบท ระยะเวลาดำเนินการ จำนวน 1 ปีการศึกษา และ 3. นวัตกรรมได้รับรางวัลระดับ จังหวัด/ภูมิภาค โดยกำหนด ระยะเวลารับรางวัลที่ได้ไม่เกิน 2 ปีการศึกษา เงิน 1. จำนวนผู้เรียนระดับปฐมวัย มี ผลการประเมินพัฒนาการด้าน ร่างกาย ด้านอารมณ์ - จิตใจ ด้าน สังคม และด้านสติปัญญาผ่าน เกณฑ์การประเมินคุณภาพ ระดับ 3 ทั้ง 4 ด้าน ร้อยละ 80 – 84 และ 2. โรงเรียนมีนวัตกรรม หรือวิธีการ ปฏิบัติที่เป็นเลิศ และนำไปใช้ในการ จัดการศึกษาปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ 2. โรงเรียนมีวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศหรือ การนำนวัตกรรม ไปใช้ในการจัดการศึกษา ปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ 3. โรงเรียนมีวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศหรือ มีนวัตกรรมเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 31 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ ตามบริบท ระยะเวลาดำเนินการ จำนวน 1 ภาคเรียน และ 3. นวัตกรรมได้รับรางวัลระดับ เขตพื้นที่การศึกษา โดยกำหนด ระยะเวลารับรางวัลที่ได้ไม่เกิน 2 ปีการศึกษา ทองแดง 1. จำนวนผู้เรียนระดับปฐมวัย มีผลการ ประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย ด้าน อารมณ์- จิตใจ ด้านสังคม และด้าน สติปัญญา ผ่านเกณฑ์การประเมิน คุณภาพ ระดับ 3 ทั้ง 4 ด้าน ร้อยละ 75 - 79 และ 2. โรงเรียนมีนวัตกรรม หรือวิธีการ ปฏิบัติที่เป็นเลิศ ระยะเวลาดำเนินการ กำลังดำเนินการ และ 3. นวัตกรรมได้รับรางวัลระดับ โรงเรียน/ศูนย์เครือข่าย โดยกำหนด ระยะเวลารับรางวัลที่ได้ไม่เกิน 2 ปี การศึกษา 4. เครื่องมือการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล - แบบนิเทศ ติดตามและประเมินผลนโยบายข้อ 6 สร้างประสบการณ์สนุกปฐมวัย
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 32 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 นโยบาย ข้อที่ 7 แก้ไขภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ Learning Loss 1. ความคิดรวบยอดของนโยบาย (สาระสำคัญ /จุดประสงค์ /เป้าหมาย) สาระสำคัญ การเปลี่ยนแปลงในยุคศตวรรษที่ 21 ส่งผลต่อวิถีชีวีติของคนในสังคม ระบบการศึกษาจึง จำเป็นต้อง พัฒนา ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เดิมการศึกษามุ่งเน้นให้นักเรียนมีทักษะเพียง อ่านออก เขียนได้ เท่านั้น แต่สาหรับในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นให้นักเรียนเกิดการลงมือปฏิบัติ และการสร้าง แรงบันดาลใจไปพรอมกัน ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID19) จำเป็นต้องเปลี่ยนให้ทุก ๆ ที่ กลายเป็นโรงเรียน เพราะการเรียนรู้ยังคงต้องดำเนินต่อไปแม้นักเรียนไม่ สามารถมาโรงเรียนได้ตามปกติ ดังนั้นความท้าทายในการจัดการเรียนการสอนของครูจึงไม่ใช่แค่การ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) เท่านั้น แต่ เป็นการ พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนและคุณภาพนักเรียนให้ดีกว่าเดิม ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดให้มีการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552 – 2561) นั้น โดยให้มีการพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนรู้ และการวัดผลประเมินผล สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงมีนโยบายรองรับการขับเคลื่อนดังกล่าว โดยกำหนดเป็นจุดเน้นการ พัฒนาผู้เรียนเพิ่มขีดความสามารถการเรียนรู้เน้นความสำคัญของทักษะจำเป็นพื้นฐานได้แก่ความสามารถ ทักษะ และคุณลักษณะโดยนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น อ่าน คล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง แสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีทักษะการคิด พื้นฐาน การคิดชั้นสูง มีทักษะชีวิต และทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัยโดยมีคุณลักษณะ ใฝ่ดี ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง รวมทั้งคุณลักษณะตามหลักสูตร ได้แก่ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มี วินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ จากการนิเทศ ติดตาม ความสามารถด้านการอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น อ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 พบว่า โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษายะลาเขต 2 ประสบปัญหาดังกล่าว จำเป็นต้องได้รับการพัฒนา ดังนั้นการจัดการศึกษาจึงควร ส่งเสริม พัฒนาและแก้ไขปัญหา โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะวิชาการ การพัฒนาการจัดประสบการณ์เพื่อ แก้ไขภาวะถดถอยทางพัฒนาการ (Learning Loss) ของนักเรียน การยกระดับคุณภาพการศึกษาเป็นนโยบายเร่งด่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน ดังนั้นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 โดย ดร.กีรติ จันทรมณี ผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 วิทยฐานะเชี่ยวชาญ จึงได้ตอบสนองนโยบาย ดังกล่าวด้วยการกำหนดเป็นนโยบายระดับเขตพื้นที่การศึกษาและขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาครูผู้สอนภาษาไทย คณิตศาสตร์ ในการจัดการเรียนรู้ การอ่าน การเขียน คิดเลขเป็น และมีทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2. เพื่อพัฒนาผู้เรียนในการลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ Learning Loss ด้วยการ ปฏิบัติจริง 3. เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 4. เพื่อส่งเสริมและพัฒนายกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 ให้ เพิ่มขึ้น
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 33 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 เป้าหมาย 1. ครูผู้สอนภาษาไทย คณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 ทุกโรงเรียน ทุกคน 2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 ทุกคน 2. แนวทางพัฒนาระดับสถานศึกษา 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำหนดเป้าหมายความสำเร็จและประชุมชี้แจงทำความเข้าใจให้ ผู้บริหารสถานศึกษาได้รับทราบ 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดทำโครงการและคำสั่ง กำหนดการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการจัดการศึกษา รวมทั้งจัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครู 3. สถานศึกษามีการคัดกรองการอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น ของนักเรียน 4. สถานศึกษามีแนวทางการพัฒนานักเรียนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียน Learning Loss 5. สถานศึกษามีการดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนานักเรียนเรียนที่มีภาวะถดถอยทางการ เรียนรู้ 6. สถานศึกษามีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศในการแก้ไขปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนของนักเรียนรู้ 3. ตัวชี้วัดความสำเร็จและเกณฑ์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ 1. โรงเรียนมีการคัดกรองนักเรียนที่มีภาวะ ถดถอยทางการเรียน 2. โรงเรียนมีแนวทางการพัฒนาภาวะ ถดถอยทางการเรียน Learning Loss 3. โรงเรียนมีการดำเนินการตามแนว ทางการพัฒนาภาวะถดถอยทางการเรียน ของนักเรียน Learning Loss 4. มีการกำกับติดตาม นิเทศและ ประเมินผล 5. โรงเรียนมีการสรุปรายงาน ปรับปรุง และพัฒนาแผนการพัฒนาภาวะถดถอย ทางการเรียน Learning Loss 1. นักเรียนที่ได้รับการคัดกรอง ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ 2. ผู้เรียนที่มีภาวะถดถอย ทางการเรียนรู้ ประเด็น “อ่าน ออก เขียนได้ คิดเลขเป็น” ลดลง 80-100 ระดับ เพชร 70-79 ระดับ ทอง 50-69 ระดับ เงิน 0-49 ระดับ ทองแดง เพชร ทอง เงิน ทองแดง 4. เครื่องมือนิเทศ ติดตาม และประเมินผล (ตัวเครื่องมือแนบในภาคผนวก) เครื่องมือ คือ แบบนิเทศ ติดตามและประเมินผลนโยบาย ข้อที่ 07 แก้ไขภาวะถดถอยทางการ เรียนรู้ Learning Loss
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 34 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 นโยบายข้อที่ 8 เชิดชูประชาธิปไตยในโรงเรียนโดยใช้กระบวนการสภานักเรียน 1. ความคิดรวบยอดของนโยบาย (สาระสำคัญ/จุดประสงค์/เป้าหมาย) ส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงเรียนตระหนักถึงการดำเนินกิจกรรมสภานักเรียนในโรงเรียนทั้งระบบ นักเรียนได้เรียนรู้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เคารพกฎ กติกา รู้หน้าที่ มีความเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี อยู่ร่วมกันโดยใช้หลักประชาธิปไตยบริหารงานโดยหลักธรรมาภิบาล เติบโตเป็นพลเมืองดี มีทักษะชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข มีโรงเรียนต้นแบบสภานักเรียน ระดับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมสภานักเรียนให้เกิดผลชัดเจนอย่างเป็น รูปธรรม และดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วน "สพฐ. QUICK POLICY" ข้อที่ ๓ การศึกษากับการพัฒนา ประชาธิปไตย เน้นการดำเนินงานร่วมกับสภานักเรียน โดยมีกรอบแนวคิดให้นักเรียนได้เรียนรู้ และเข้าใจ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. แนวทางพัฒนาระดับสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กำหนดให้นักเรียน ครู ผู้อำนวยการโรงเรียน และบุคลากรทางการ ศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 มีความรู้ ความเข้าใจและสามารถ บูรณาการการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในประชาธิปไตย และบทบาท หน้าที่ ของสภานักเรียน โดยดำเนินการตามแผนงานโครงการ/กิจกรรม ดังนี้ 2.1 กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ การถอดบทเรียน ค้นหาความสำเร็จสภานักเรียน สภาต้นแบบระดับประเทศ เพื่อผู้เรียนได้รับการพัฒนาและส่งเสริมให้มีคุณลักษณะที่ดีดำรงตนอยู่ ในระบอบประชาธิปไตย ความรักในสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีหลักคิดที่ถูกต้องเป็นพลเมืองดีของชาติ มีคุณธรรม จริยธรรม มีค่านิยมที่พึงประสงค์ มีคุณธรรม อัตลักษณ์ มีจิตสาธารณะ มีจิตอาสา รับผิดชอบต่อครอบครัว ผู้อื่น และ สังคมโดยรวม ซื่อสัตย์ สุจริต มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย และรักษาศีลธรรม 2.2 การประกวดโรงเรียนต้นแบบสภานักเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อส่งเสริมบูรณาการ โรงเรียนประชาธิปไตย และกิจกรรมสภานักเรียน ของโรงเรียนให้มีความเข้มแข็ง มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 จะได้มีโรงเรียนต้นแบบประชาธิปไตย เป็นแบบอย่างแก่โรงเรียน และ หน่วยงานอื่นๆ ได้
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 35 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 3. ตัวชี้วัดความสำเร็จและเกณฑ์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ 3.1 กิจกรรม ดำเนินงาน นักเรียน ครู ผู้อำนวยการโรงเรียน และบุคลากรทางการศึกษา 2 มี ความรู้ ความเข้าใจ และ สามารถ บูรณาการการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ในประชาธิปไตย และ บทบาท หน้าที่ของสภานักเรียน 1. มีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ดำเนินการส่งเสริมสร้างความเข้มแข็ง ประชาธิปไตรโรงเรียน สู่การปฏิบัติที่ ยั่งยืน 2. ครูและบุคลากร และนักเรียน ร้อยละ 80 เข้าร่วมกิจกรรมทุกกิจกรรม 3. มีแผนการนิเทศภายในโรงเรียนและ เอกสารร่องรอยหลักฐานอื่นๆ 4. มีการสรุปรายงานผลเป็นแนวทาง ปฏิบัติที่ดีหรือนวัตกรรมทางการศึกษา 3.2 รายงานผล การดำเนินงาน แนวทางการดำเนินงานประชาธิป ไตรในโรงเรียน เพชรยอดมงกุฎ รอการคัดเลือกโดยการนำเสนอผลงาน เพชร มีครบ 5 รายการ ทุกรายการมีคุณภาพดีมาก (ตามความคิดเห็นของกรรมการ) ทอง มีครบ 5 รายการ ทุกรายการมีคุณภาพดี (ตามความคิดเห็นของกรรมการ) เงิน มีครบ 5 รายการ แต่บางรายการพอใช้ (ตามความคิดเห็นของกรรมการ) ทองแดง มีครบ 5 รายการ แต่การดำเนินงานขาดคุณภาพ หรือมีไม่ครบทุกราย/ขาดเป็นเพียง บางรายการ แต่การดำเนินงานมีคุณภาพ (ตามความคิดเห็นของกรรมการ) 4. เครื่องมือการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล การนิเทศ ติดตาม และประเมินผล ให้ดำเนินการลงพื้นที่ของโรงเรียนเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการการสังเกต สัมภาษณ์ สอบถาม ตรวจสอบเอกสาร ภายใต้การนิเทศแบบกัลยาณมิตร ยึดบริบท ของสถานศึกษาและสถานศึกษาเป็นสำคัญ (ตัวเครื่องมือแนบในภาคผนวก)
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 36 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 นโยบาย ข้อที่ 9 เข้าใจประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง คุณธรรมจริยธรรม 1. ความคิดรวบยอดของนโยบาย ( สาระสำคัญ /จุดประสงค์ /เป้าหมาย ) สาระสำคัญ จุดมุ่งหมายสําคัญของการเข้าใจประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง คุณธรรมจริยธรรม สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำเนินการนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ของไทยได้ มีการบรรจุหลักสูตรการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยมีจุดมุ่งหมายคือ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดีมีปัญญา มีความสุข กับสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ในข้อที่ 5 คือ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ในการเรียนรู้ การสื่อสาร การสร้างทักษะในการคิด วิเคราะห์อย่างมีเหตุผล ซึ่งทักษะเหล่านี้จะช่วยให้นักเรียนรู้เรื่องราวของเนื้อหาประวัติศาสตร์ได้อย่างลึกซึ้ง มากยิ่งขึ้น เชื่อมโยง ให้เข้าใจสังคมไทยปัจจุบันดีขึ้น นักเรียนจะเห็นคุณค่าของความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มีความหวงแหนเห็นคุณค่าในต้นทุนวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของคนไทย ในการดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษานั้น จะต้องมีเครื่องมือในการติดตาม ตรวจสอบและมีกลวิธีใน การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาที่ดี มีคุณภาพ เพื่อให้ได้ผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาที่มีความเที่ยงตรงและมีความเชื่อมั่น ในการติดตามผล การดำเนินงานระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 เห็นความสำคัญของการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา จึงได้จัดทำโครงการ การขับเคลื่อน The Diary บันทึกประวัติศาสตร์ชาติไทยกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการและ ขับเคลื่อนการดำเนินงานการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพมากขึ้น วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้สถานศึกษาจัดการศึกษาได้ตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณและสายใยความ ผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทยที่มีสืบเนื่องมายาวนานจนถึงทุกวันนี้ 2. เพื่อให้สถานศึกษามีความรู้ความเข้าใจข้อมูลทางประวัติศาสตร์ชาติไทยและสถาบัน พระมหากษัตริย์ เป้าหมาย 1. ผู้บริหารโรงเรียน ครู นักเรียนและผู้ปกครองของนักเรียน มีความรู้ความเข้าใจข้อมูล ทางประวัติศาสตร์และตระหนักในสถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย 2. ผู้บริหารโรงเรียน ครู นักเรียน และผู้ปกครองของนักเรียน มีความรู้ความเข้าใจข้อมูล ทางประวัติศาสตร์ชาติไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้น 3. โรงเรียนในเครือข่ายฯทั้ง 68 โรงเรียนได้รับการนิเทศ ติดตาม ประเมินผล 2. แนวทางพัฒนาระดับสถานศึกษา 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำหนดเป้าหมายความสำเร็จและประชุมชี้แจงทำความเข้าใจให้ ผู้บริหารสถานศึกษาได้รับทราบ 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดทำโครงการและคำสั่ง กำหนดการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการจัดการศึกษา รวมทั้งจัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูและดำเนินการตามแผน
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 37 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 3. สถานศึกษามีการวางแผนพัฒนานักเรียนทุกคนให้ได้รับการรับชม วิดีโอ The Diary บันทึก ประวัติศาสตร์ชาติไทยกับสถาบันพระมหากษัตริย์ 4. ครูผู้สอนนำคลิปวิดีโอ ส่งในไลน์กลุ่มผู้ปกครองเพื่อเผยแพร่ The Diary บันทึกประวัติศาสตร์ ชาติไทยกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และสอดแทรก คุณธรรม จริยธรรม ให้กับผู้เรียน 5. สถานศึกษามีการดำเนินการส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ทุกสัปดาห์ 6. สถานศึกษามีการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ผ่านกิจกรรมต่างๆในโรงเรียน 7. สถานศึกษามีการสอนเสริมนักเรียนที่มีการเรียนรู้ช่วงเย็นหลังเลิกเรียนเกี่ยวกับการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมือง คุณธรรมจริยธรรม 3. ตัวชี้วัดความสำเร็จและเกณฑ์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ 1. โรงเรียนมีความต้องการให้เขต พื้นที่ให้มีคลิป The Diary บันทึก ประวัติศาสตร์ชาติไทยกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ อย่างต่อเนื่องในปี ถัดไปเพื่อที่นักเรียนได้รับความรู้ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย เพิ่มเติมจากในหนังสือเรียน นักเรียน ไม่เบื่อหน่าย รู้สึกสนุกในการเรียน และยังเป็นการกระตุ้นความสนใจของ นักเรียนได้เป็นอย่างดี 2. นักเรียนทุกโรงได้รับความรู้ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย และ ได้ตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณ และสายใยความผูกพันระหว่าง สถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย ที่มีสืบเนื่องมายาวนานจนถึงทุกวันนี้ The Diary บันทึกประวัติศาสตร์ชาติ ไทยกับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็น การ์ตูน แอนิเมชั่น 1. นักเรียนทุกคน ทุกโรงเรียน เข้า รับชมวิดีโอ The Diary บันทึก ประวัติศาสตร์ชาติไทยกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ 2. สถานศึกษาทุกโรงมีความพร้อมใน การรับชม The Diary บันทึก ประวัติศาสตร์ชาติไทยกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ 3. สถานศึกษามีการเตรียมความพร้อม การพัฒนา ในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ผ่านกิจกรรมต่างๆในโรงเรียน 4. สถานศึกษามีการเตรียมในการสอน เสริมนักเรียนที่มีการเรียนรู้ช่วงเย็นหลัง เลิกเรียนเกี่ยวกับการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง คุณธรรม จริยธรรม 5. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษายะลา เขต 2 ขับเคลื่อน การดำเนินการตามนโยบายการ ยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างมีระบบ 80-100 ระดับ เพชร 70-79 ระดับ ทอง 50-69 ระดับ เงิน 0-49 ระดับ ทองแดง เพชร ทอง เงิน ทองแดง 4. เครื่องมือนิเทศ ติดตาม และประเมินผล (ตัวเครื่องมือแนบในภาคผนวก) เครื่องมือ คือ แบบนิเทศ ติดตามและประเมินผลนโยบาย ข้อที่ 09 เข้าใจประวัติศาสตร์ หน้าที่ พลเมือง คุณธรรมจริยธรรม
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 38 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 นโยบายข้อที่ 10 ร่วมแกนนำโรงเรียนคุณภาพ – ศูนย์เครือข่ายพัฒนา 1. ความคิดรวบยอดของนโยบาย (สาระสำคัญ/จุดประสงค์/เป้าหมาย) สาระสำคัญ จุดมุ่งหมายโรงเรียนคุณภาพเป็นนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ตามบริบทของตนเอง สร้างโอกาสให้นักเรียนในพื้นที่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ เกิดความเท่าเทียมและ ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านการจัดการศึกษาของประเทศ โดยมีโรงเรียนเป็นศูนย์กลาง ของชุมชน เป็นต้นแบบโรงเรียนที่มีคุณภาพ โดยโรงเรียนสามารถให้บริการการศึกษาอย่างมีคุณภาพ มีความ พร้อมในการจัดการเรียนการสอน มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ผู้บริหารและครูมี ความพร้อมด้านสมรรถนะ ศักยภาพ และความสามารถในการบริหารจัดการให้มีคุณภาพ สร้างการมีส่วน ร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการบริหาร การจัดการสถานศึกษาของเอกชน บ้าน วัด รัฐ โรงเรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนเพื่อเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการธำรงตน ดำรงชีวิตในการเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 โดย ดร.กีรติ จันทรมณี ผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 วิทยฐานะเชี่ยวชาญ ได้รับมอบหมายนโยบายจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ โรงเรียนคุณภาพ ให้บรรลุตามเป้าหมาย โดยเร่งดำเนินการโครงการให้เป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้าน การจัดการศึกษาของประเทศต่อไป จุดประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการศึกษาในการดำเนินงานนวัตกรรมโรงเรียนคุณภาพในสังกัด 2. เพื่อนิเทศ กำกับ และติดตามการศึกษาของโรงเรียนคุณภาพในสังกัด 3. เพื่อดำเนินการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียน 4. เพื่อดำเนินการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (ITA online) ของ โรงเรียน เป้าหมาย 1. โรงเรียนคุณภาพประจำตำบลได้พัฒนาและส่งเสริมการศึกษา 2. โรงเรียนคุณภาพประจำตำบลได้รับการนิเทศ กำกับ โรงเรียนอย่างน้อย 1 ครั้ง 3. โรงเรียนคุณภาพประจำตำบลในสังกัดได้ดำเนินการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียน 4. โรงเรียนคุณภาพประจำตำบลได้ดำเนินการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการ ดำเนินงาน (ITA online) จำนวน 15 โรงเรียน 2. แนวทางพัฒนาระดับสถานศึกษา 1. ประชุมชี้แจงคณะกรรมการดำเนินงาน 2. นิเทศ ติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล โรงเรียนคุณภาพชุมชนและ โรงเรียนที่ดำรงอยู่ได้ด้วยตนเอง 3. กิจกรรม PLC/KM สรุป รายงานและประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงาน 4. โรงเรียนขับเคลื่อนนโยบายจุดเน้น 8 ด้าน 5. โรงเรียนเครือข่ายและหน่วยงานเครือข่ายได้ใช้ทรัพยากรร่วมกัน 6. โรงเรียนวางแผนการดำเนินงานและได้ดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 39 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 3. ตัวชี้วัดความสำเร็จและเกณฑ์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกต เกณฑ์ 1. โรงเรียนมีคุณภาพ ครบคลุม จุดเน้น 8 ด้าน 2. เครือข่ายบุคคล หน่วยงานทุก ภาคส่วน มีส่วนร่วมในการจัด การศึกษา 3. สถาบันเครือข่ายเข้าร่วมในการ จัดการเรียนรวม หรือมีการใช้ ทรัพยากรร่วมกัน 1. โรงเรียนในสังกัดมีการประเมิน ให้ครบคลุมจุดเน้น 8 ด้าน 2. โรงเรียนในสังกัดมีเครือข่ายและ มีส่วนร่วมกับบุคคล หน่วยงานทุก ภาคส่วนให้เข้ามีส่วนร่วมในการจัด การศึกษา 3. โรงเรียนคุณภาพในสังกัด ส่งเสริมสนับสนุน ให้สถาบัน เครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการ จัดการเรียนรวมและการใช้ ทรัพยากรร่วมกัน เพชร มี 10 รายการประเมิน ทอง มี 8-9 รายการประเมิน เงิน มี 6-7 รายการประเมิน ทองแดง มี 1-5 รายการประเมิน 4. เครื่องมือการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล เครื่องมือการนิเทศ คือ แบบเครื่องมือการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล นโยบายข้อที่ 10 ร่วม แกนนำโรงเรียนคุณภาพ-ศูนย์เครือข่ายพัฒนา
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 40 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ 1. ความคิดรวบยอดของนโยบาย (สาระสำคัญ/จุดประสงค์/เป้าหมาย) การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือ Integrity and Transparency Assessment) หรือที่เรียกว่าการประเมิน ITA ถือเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน นโยบายของรัฐเครื่องมือหนึ่ง โดยเป็นเครื่องมือในเชิงบวกที่มุ่งพัฒนาระบบราชการไทยในเชิงสร้างสรรค์ มากกว่ามุ่งจับผิด เปรียบเสมือนเครื่องมือตรวจสุขภาพองค์กรประจำปี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ปฏิบัติตามภารกิจดังกล่าว โดยขับเคลื่อน การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2559 จวบจนถึงปัจจุบัน รายละเอียดการวิเคราะห์ผลคะแนนปรากฏ ตามภาพดังนี้ 2. แนวทางการพัฒนา 2.1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 สร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจ สร้าง ความตระหนัก และสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดทุกคน 2.2 จัดอบรม พัฒนาเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ให้มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของการประเมิน ITA 2.3 ถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยวิทยากรที่มีความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ เพื่อร่วมกันปฏิบัติงานให้มี ประสิทธิภาพ และ ปรากฏผลลัพธ์อย่างยั่งยืน สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีแก่หน่วยงานภายนอกได้
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 41 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 3. ตัวชี้วัดความสำเร็จและเกณฑ์ 4. เครื่องมือการติดตาม และประเมินผล ดำเนินการตามคู่มือ ของ สพฐ. คือ แบบวัด IIT แบบวัด EIT และ แบบวัด OIT (O1-O43) โดยมี คณะทำงานที่รับผิดชอบการดำเนินงาน จำแนกเป็น คณะกรรมการอำนวยการ พิจารณากลั่นกรอง การ ดำเนินงาน ในขั้นตอนที่ 1 และ คณะกรรมการกลั่นกรองที่ได้รับมอบหมาย ดำเนินการกลั่นกรอง อย่าง รอบคอบ และตรวจทานความละเอียด เรียบร้อย ก่อนทำการ Up Load เข้าสู่ระบบ ที่ สพฐ.กำหนดไว้
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 42 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ธำรงไว้ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) 1. ความคิดรวบยอดของนโยบาย (สาระสำคัญ/จุดประสงค์/เป้าหมาย) รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะใช้โมเดลขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม เพื่อพัฒนาประเทศไทยไปสู่ การเป็นประเทศไทย 4.0 ดังนั้นระบบราชการจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อสอดรับกับบริบท ที่จะเกิดขึ้น จากการเป็นประเทศไทย 4.0 โดยภาครัฐหรือระบบราชการจะต้องทำงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อ ประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลัก (Better Governance, Happier Citizens) เพื่อให้สามารถเป็นที่ ไว้วางใจและเป็นพึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง กล่าวคือภาครัฐต้องปรับตัวและต้องพลิกโฉมเข้าสู่ยุค ดิจิทัล ยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐสู่สังคมดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความ ต้องการของประชาชน และอำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในยุคดิจิทัล ดังนั้นภาครัฐจึงต้องมุ่งเน้นความคล่องตัวเพื่อขับเคลื่อนภารกิจพิเศษ (Agenda-based) และนำเทคโนโลยี ดิจิทัล เข้ามาพลิกโฉมหน่วยงานภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0 (Government 4.0 หรือ Gov. 4.0) อันเป็น ฟันเฟืองและเสาหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างสอดคล้อง กับทิศทางในการบริหารงาน ของประเทศให้ก้าวสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้กลไกการ พัฒนาระบบราชการมีการปรับตัวต่อ ความท้าทายใหม่ๆ อีกทั้งเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับนานา ประเทศ และยังเป็นการยกระดับ สมรรถนะของหน่วยงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การพัฒนาหน่วยงานภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0 มีเป้าหมายหลัก เพื่อให้ภาครัฐสามารถเป็นที่พึ่งที่ เชื่อถือและไว้วางใจได้ของประชาชน โดยได้กำหนดเป้าหมายในการพัฒนา ระบบราชการไว้ ดังนี้ 1. ระบบราชการที่เปิดกว้างและเชื่อมโยงถึงกัน (Open & Connected Government) 2. ระบบราชการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen-Centric Government) 3. หน่วยงานของรัฐมีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย 2. แนวทางพัฒนาระดับสถานศึกษา/สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2.1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษาเกณฑ์รายละเอียดจาก กพร.สพฐชี้แจง - คู่มือหรือแนวทางการดำเนินงาน 2.2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา วิเคราะห์ของข้อย่อยแต่ละหมวด เพื่อวิเคราะห์ความสดคล้อง ของเนื้อหาที่จะนำมาตอบ - กิจกรรม/โครงการตามแผนงานประจำปี - แผนงานที่ต่อเนื่องจากปี65 - แนวทางการปฏิบัติงานประจำ 2.3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แต่งตั้งคณะทำงาน/จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ให้กับบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ดำเนินงานตามนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ - ประชุมคณะทำงาน เพื่อกำหนดผู้รับผิดชอบหลักในการตอบประเด็น - ร่วมกันพิจารณาวิเคราะห์ กิจกรรม/โครงการที่จะมาตอบ - ร่วมกันพิจารณาเอกสาร หลักฐานสนับสนุนการตอบเพื่อความน่าเชื่อถือ 2.4 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดทำปฏิทินการดำเนินงานสอดคล้องกับช่วงเวลาเปิด ปิดระบบ รายงาน
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 43 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 - เพื่อวางแผนการจัดทำข้อมูลการรายงานของเรื่องที่พิจารณาจะนำมาตอบตามเกณฑ์ข้อ ย่อยแต่ละหมวด - เพื่อวางแผนเตรียมการจัดเก็บเอกสาร หลักฐาน - เพื่อทบทวน ตรวจสอบความถูกต้องก่อนการแนบเอกสารรายงานในระบบ 2.5 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จัดทำรายงานผลการประเมินเสนอต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาเห็นชอบและรายงานในระบบ PMQA - ตรวจสอบความถูกต้องตามแบบที่ สพฐ.ชี้แจง - ตรวจสอบวิธีการรายงานในระบบ 2.6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษารายงานข้อมูลในระบบ PMQA ตามระยะเวลา 3. ตัวชี้วัดความสำเร็จและเกณฑ์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ 3.1 กิจกรรม ดำเนินงาน 1. แนวทางประเด็นข้อคำถาม และ เกณฑ์การ พิจารณาเพื่อให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใช้ ศึกษา มองภาพเพื่อเป็นแนวทาง การพิจารณากิจกรรม/โครงการ/ งานที่ดำเนินการ/หรือวิธีการ ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องในการนำมา สรุปตอบประเด็นย่อยของแต่ละ หมวด 2. ใช้แบบสรุปประเด็นการตอบ 10 ประเด็น จัดทำข้อมูลรายงานแนบ ในระบบ เครื่องมือการประเมินสถานะองค์การใน การเป็นระบบราชการ 4.0 หรือ PMQA 4.0 เป็นเครื่องมือ ที่ใช้ประเมินเพื่อ ตอบสนองพันธกิจตามหน้าที่ส่วน ราชการ และการเชื่อมโยงสู่ยุทธศาสตร์ และผลลัพธ์ด้านการ พัฒนาของ ประเทศ โดยเข้าใจความท้าทายทั้งของ ส่วนราชการ และทิศทางการพัฒนา ประเทศ เพื่อตั้งเป้า ยุทธศาสตร์ที่ท้า ทาย โดยมีระดับการพัฒนา 3 ระดับ (1) ระดับพื้นฐาน (Basic) มีผลประเมิน เทียบเท่า 300 - 399 คะแนน (2) ระดับก้าวหน้า (Advance) มีผล ประเมินเทียบเท่า 400 - 469 คะแนน (3) ระดับพัฒนาจนเกิดผล (Significance) มีผลประเมินเทียบเท่า 470 - 500 คะแนน
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 44 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ 3.2 รายงานผลการ ดำเนินงาน 1. ประเมินตนเอง (self assessment) : มีผลการประเมิน ตั้งแต่ 350 คะแนนขึ้นไป สามารถ ยื่นความจำนงขอรับการตรวจ รับรอง ณ พื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อ ตรวจรับรองสถานะการเป็นระบบ ราชการ 4.0 2. ตรวจสอบผลการประเมิน เบื้องต้น (screen) : สำนักงาน ก.พ.ร. จะตรวจสอบผลการ ประเมินตนเองของหน่วยงานใน เบื้องต้นเพื่อยืนยันผลคะแนน 3. ตรวจรับรอง ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน (site visit) : หน่วยงานที่ได้รับการ ยืนยันผลคะแนนตั้งแต่ 350 คะแนนขึ้นไป สำนักงาน ก.พ.ร. จะ จัดให้มีผู้ตรวจรับรองฯ ไปตรวจ ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน โดยมีเกณฑ์ พิจารณาคะแนนจากการตรวจ รับรองฯ ในพื้นที่ 4. เครื่องมือการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล การนิเทศ ติดตาม และประเมินผล เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการการสังเกต สัมภาษณ์ สอบถาม ตรวจสอบเอกสาร ภายใต้การนิเทศแบบกัลยาณมิตร ยึดบริบทของเขตพื้นที่เป็นสำคัญ (ตัวเครื่องมือแนบในภาคผนวก)
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 45 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 เพิ่มพูนรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) 1. ความคิดรวบยอดของนโยบาย (สาระสำคัญ/จุดประสงค์/เป้าหมาย) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๒ ส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงาน ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้รับการพัฒนาคุณภาพการจัด การศึกษา ตระหนักถึงคุณค่าการมีเกียรติและศักดิ์ศรี สร้างสรรค์ประโยชน์ต่อตนเอง ผู้เรียนและต่อสังคม ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ ทุ่มเท เสียสละ รวมทั้งมีความประพฤติในการครองตน ครองคน ครองงาน เป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นที่ยอกรับของบุคลากรในวิชาชีพและสังคม เสริมสร้างขวัญและกำลังใจ ให้กับบุคลากรในฐานะผู้ปฏิบัติงานจนทำให้เกิดผลดีแก่ทางราชการและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เพื่อรับ รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) 2. แนวทางพัฒนาระดับสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ส่งเสริมสนับสนุนจัดอบรมให้ความรู้ในการ จัดทำผลงาน รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งให้ คำปรึกษาแนะนำในการทำผลงาน 3. ตัวชี้วัดความสำเร็จและเกณฑ์ ตัวชี้วัด ความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ รายงานผลการ ดำเนินงาน หน่วยงานและผู้มีผลงาน ดีเด่นประสบผลสำเร็จเป็น ที่ประจักษ์ เพื่อรับรางวัล ทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) 1. มีการส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ โครงการประกาศ เกียรติคุณหน่วยงานและผู้มี ผลงานดีเด่นประสพ ผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ เพื่อรับรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) 2. มีผลงานประเภทหน่วยงาน หรือ ประเภทบุคคลส่งเข้าประกวดในระดับ เขตพื้นที่ การศึกษาประเภทใดประเภท หนึ่ง 1 รายการ 3. มีผลงานประเภทหน่วยงาน หรือ ประเภทบุคคลส่งเข้าประกวดในระดับ เขตพื้นที่ การศึกษา 2รายการ 4. มีผลงานประเภทหน่วยงาน หรือ ประเภทบุคคลส่งเข้าประกวดในระดับ ภาค ประเภทใดประเภทหนึ่ง 1รายการ เพชร มี 4 รายการ ทอง มี 3 รายการ เงิน มี 2 รายการ ทองแดง มี 1 รายการ 4. เครื่องมือการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล การนิเทศ ติดตาม และประเมินผล ให้ดำเนินการลงพื้นที่ของโรงเรียนเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการตรวจสอบเอกสาร ภายใต้การนิเทศแบบกัลยาณมิตรยืดบริบทของสถานศึกษาเป็นสำคัญ
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 46 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 รายงานข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) 1. ความคิดรวบยอดของนโยบาย (สาระสำคัญ/จุดประสงค์/เป้าหมาย) แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560- 2579) ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบ บริหารการจัดการศึกษาได้กำหนดแนวทางการพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา โดยพัฒนาระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งที่มีใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพเป็นระยะๆ เพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ ความชำนาญการ หรือความเชี่ยวชาญใน ตำแหน่งและวิทยฐานะที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง ประกอบกับสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามหลักเกณฑ์การ ประเมิน Performance Agreement (PA) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ได้ ตระหนักถึงความสำคัญของหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะฯ ดังกล่าว เพื่อให้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ได้อย่างถูกต้อง 2. แนวทางพัฒนาระดับสถานศึกษา 2.1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ได้แจ้งให้ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาในสังกัดดำเนินการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) โดยผู้อำนวยการสถานศึกษาจัดทำ ข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) เสนอต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อพิจารณาให้ความ เห็นชอบ ข้าราชการครูในสถานศึกษาจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) เสนอต่อผู้อำนวยการ สถานศึกษาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ 2.2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการ ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะ ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน สถานศึกษาเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ฯ 2.3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาดำเนินงานส่งเสริม สนับสนุนให้คำปรึกษาแนะนำ ให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการดำเนินงานตาม หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตาม หลักเกณฑ์การประเมิน Performance Agreement (PA) 3. ตัวชี้วัดความสำเร็จและเกณฑ์ ตัวชี้วัด ความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ 3.1 รายงานผล การด าเนินงาน 3.1.1 รายงานข้อตกลงใน การพัฒนางาน (PA) 3.1.2 การประเมินผล ตามข้อตกลงในการ พัฒนางาน (PA) 1. มีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมการ ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ (PA) 2. ข้าราชการครูมีการจัดทำ ข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ร้อยละ 80 3. มีการนิเทศ ติดตามข้อตกลงในการ พัฒนางาน (PA) 4. มีการประเมินผลตามข้อตกลงใน การพัฒนางาน (PA)
คู่มือการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 47 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ตัวชี้วัดความสำเร็จ ตัวแปรที่สังเกตได้ เกณฑ์ 5. มีการนำผลการประเมินข้อตกลงใน การ พัฒนางาน (PA) ไปใช้ประกอบใน การ บริหารงานบุคคล เช่น - ใช้เป็นคุณสมบัติในการขอรับการ ประเมิน เพื่อให้มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ - ใช้เป็นผลการประเมินตำแหน่งและวิทย ฐานะของข้าราชการครู เพื่อดำรงไว้ซึ่ง ความรู้ ความสามารถ - ใช้เป็นองค์ประกอบในการประเมิน ประสิทธิภาพและประสิทธิผลการ ปฏิบัติงาน ในการพิจารณาเลื่อน เงินเดือน เพชร มีครบ 5 รายการ ทอง มี 4 รายการ เงิน มี 3 รายการ ทองแดง มี 1-2 รายการ 4. เครื่องมือการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล การนิเทศ ติดตาม และประเมินผล ให้ดำเนินการลงพื้นที่ของโรงเรียนเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการตรวจสอบเอกสาร ภายใต้การนิเทศแบบกัลยาณมิตรยืดบริบทของสถานศึกษาเป็นสำคัญ