วิชา ศลิ ปะ
ชั้นประถมศึกษาปที 4ี่
โดย นางสาว ภคั จินันท์ ทมิ เพชร
สาขาวิชาคอมพิวเตอรศ์ กึ ษา (ค.บ๕ปี)
แผนการจัดการเรียนรู้
วิชาศิลปะ (ศ๑๔๑๐๑) ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔
เสนอ
ผู้ชว่ ยศาศตราจารย์ ดร.พัชรีภรณ์ บางเขียว
จัดทำโดย
นางสาวภัคจินันท์ ทิมเพชร
รหัสนกั ศึกษา ๖๑๘๑๑๑๒๐๐๙ เลขที่ ๗ หมู่เรยี น D ๑๓
คณะวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สาขาวชิ าคอมพิวเตอร์ศึกษา (ค.บ.๕ป)ี
รายงานเลม่ นเี้ ปน็ สว่ นหน่ึงของรายวชิ าการจดั การเรียนรู้และการจัดการชน้ั เรยี น
รหัสวชิ า ๑๑๐๐๓๐๑
ภาคเรนี ท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจา้ พระยา
Page |ก
คำนำ
รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการจัดการเรียนรูและการจัดการชั้นเรียน
(๑๑๐๐๓๐๑) โดยมีจุดประสงค์เพ่ือนศึกษากระบวนการเขียนแผนการเรียนรู้ในสถานศึกษา
ต่างๆ เขา้ ใจการเขียนเพ่ือตอบสนองการจดั การศึกษาในศตวรรรษท่ี ๒๑ กล่าวคอื การจัดการ
เรียนการสอนที่เน้นผูเ้ รียนเป็นสำคัญ มีจุดเน้นในเรื่องของการได้ลงมือปฏิบัติสามารถนำเอา
องค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวติ ประจำวนั กำหนดขอบเขตการศึกษาเป็น ๔ ประเด็นหลัก
แผนการจดั การเรียนรู้ โครงสรา้ งรายวชิ า ตารางวิเคราะหจ์ ดุ ประสงค์การเรียนรู้ และแผนการ
จัดการเรียนรู้ที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ แผนการจั ดการ
เรยี นรทู้ ่ี ๔ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๕ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๖ และแผนการจัดการเรียนรู้
ท่ี ๗ ท้งั นแ้ี ผนการจดั การเรียนรู้ทสี่ ำคญั คือ ผนวกเนือ้ หาให้สอดคลอ้ งกบั ทฤษฎีในหัวข้อต่างๆ
เพ่อื ใหเ้ กิดความสมบูรณข์ องเนื้อหาและประสทิ ธิผลของการสอน
ผจู้ ดั ทำได้เลอื ก หัวขอ้ ในการทำรายงานฉบับน้ี เน่ืองมาจากเปน็ เรอื่ งทม่ี คี วามนา่ สนใจ
รวมถึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเรียนและสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้ ทั้งนี้
ผู้จัดทำขอขอบพระคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัชรีภรณ์ บางเขียว อาจารย์ประจำวิชา ซึ่ง
เป็นผู้ที่ให้ความรู้และแนวทางการศกึ ษา ผู้จัดทำหวังว่ารายงานฉบับนี้ จะให้ความรู้และเป็น
ประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกทา่ น
ภัคจนิ นั ท์ ทิมเพชร
ผู้จดั ทำ
สารบญั Page |ข
เรอ่ื ง หนา้
คำนำ ก
สารบัญ ข
แผนการจดั การเรียนรู้รายปี ๑-๕
ตารางโครงสรา้ งรายวิชา ๖
แผนการจัดการเรียนรู้หนว่ ยท่ี ๑ ๘-๒๔
แผนการจัดการเรียนรหู้ นว่ ยท่ี ๒ ๒๕-๔๑
แผนการจดั การเรยี นรหู้ นว่ ยที่ ๓ ๔๒-๕๖
แผนการจดั การเรียนรู้หน่วยที่ ๔ ๕๗-๖๘
แผนการจัดการเรียนร้หู นว่ ยที่ ๕ ๖๙-๗๙
แผนการจดั การเรียนร้หู น่วยที่ ๖ ๘๐-๙๒
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยท่ี ๗ ๙๓-๑๐๓
Page |ค
Page |1
แผนการจดั การเรียนรู้รายปี
สาระการเรยี นรู้ ทศั นศิลป์ รายวชิ า ศลิ ปะ ศ๑๔๑๐๑
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต
ครผู ูส้ อน นางสาว ภัคจินนั ท์ ทมิ เพชร
๑.มาตราฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด
มาตรฐานท่ี ศ ๑.๑ สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ตามจติ นาการ และความคิดสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์
วิพากษ์ วจิ ารณ์คุณคา่ งานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรูส้ กึ ความคิดต่องาน
ศิลปะอยา่ งอิสระชื่นชมและประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวัน
ตวั ชีว้ ัด
ศ๑.๑ ป๔/๑ เปรยี บเทยี บรปู ลักษณะของรูปรา่ ง รูปทรงในธรรมชาติ สิง่ แวดล้อม
และงานทัศนศลิ ป์
ศ๑.๑ ป๔/๒ อภิปรายเกยี่ วกับอทิ ธิพลของสวี รรณะอนุ่ และสวี รรณะเยน็ ทม่ี ผี ลตอ่
อารมณ์ของมนษุ ย์
ศ๑.๑ ป๔/๓ จำแนกทัศนธาตขุ องสิง่ ต่างๆในธรรมชาตสิ ่ิงแวดล้อมและงานทัศน
ศิลป์ โดยเน้นเรื่องเสน้ สี รปู รา่ ง รปู ทรง พน้ื ผิว และพืน้ ที่ว่าง
ศ๑.๑ ป๔/๔ มที ักษะพื้นฐานในการใช้วสั ดุ อุปกรณ์สร้างสรรคง์ านภาพพิมพ์
ศ๑.๑ ป๔/๕ มีทกั ษะพืน้ ฐานในการใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์สรา้ งสรรค์งานวาดภาพ
ระบายสี
ศ๑.๑ ป๔/๖ บรรยายลกั ษณะของภาพ โดยเน้นเรอ่ื งจดั การระยะ ความลึก นำ้ หนัก
และแสงเงาในภาพ
ศ๑.๑ ป๔/๗ วาดภาพระบายสโี ดยใช้สวี รรณะอนุ่ และสวี รรณะเย็นถา่ ยทอดความรู้
สึกและจิตนาการ
Page |2
ศ๑.๑ ป๔/๘ เปรยี บเทยี บความคิด ความรสู้ กึ ถ่ายทอดผา่ นงานทศั นศืลป์ของตน
และผู้อืน่
ศ๑.๑ ป๔/๙ เลือกใช้วรรณะสเี พ่อื ถ่ายทอดอารมณ์ ความร้สู กึ ในการสร้างงาน
ทศั นศลิ ป์
มาตรฐานที่ ศ ๑.๒ เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวตั ศิ าสตร์ และวัฒนธรรมเหน็ คณุ
คา่ งานทัศนศิลปท์ ีเ่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ ภูมปิ ัญญา
ไทยและสากล
ตวั ช้ีวดั
ศ๑.๒ ป๔/๑ ระบแุ ละอภิปรายเกี่ยวกบั งานทศั นศิลป์ ในเหตุการณ์และงานเฉลมิ
เฉลมิ ฉลองของวัฒนธรรมในท้องถ่นิ
ศ๑.๒ ป๔/๒ บรรยายเกยี่ วกับงานทศั นศิลป์ทม่ี าจากวฒั นธรรมต่างๆ
๒.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ ความรู้ (K)
๒.๑.๑ นักเรียนสามารถเปรียบเทียบรูปลักษณะของรูปร่าง รูปทรงในธรรมชาติ
สงิ่ แวดล้อมและงานทศั นศิลป์ได้
๒.๑.๒ นักเรียนสามารถวิเคราะห์และจำแนกทัศนธาตุของสิ่งต่างๆในธรรมชาติ
สง่ิ แวดล้อมและงานทัศนศิลป์ โดยเนน้ เร่ืองเส้น สี รูปรา่ ง รูปทรง พ้ืนผิว และพื้นที่ว่าง
ได้
๒.๑.๓ นักเรยี นสามารถเปรยี บเทียบความคิด ความรสู้ กึ ถ่ายทอดผ่านงานทัศนศลิ ป์ของ
ตนเองและผู้อน่ื ได้
๒.๑.๔ นักเรยี นสามารถบรรยายเกยี่ วกบั งานทัศนศิลป์ที่มาจากวฒั นธรรมตา่ งๆได้
Page |3
๒.๒ ทักษะ (P)
๒.๒.๑ นักเรียนสามารถอภิปรายเกี่ยวกับอทิ ธพิ ลของสีวรรณะอุน่ และสีวรรณะเยน็ ทีม่ ี
ผลตอ่ อารมณข์ องมนุษย์ได้
๒.๒.๒ นักเรยี นสามารถนำทักษะพนื้ ฐานในการใชว้ ัสดุ อุปกรณส์ ร้างสรรค์งานพิมพ์ภาพ
ไปใช้ได้
๒.๒.๓ นกั เรียนสามารถนำทกั ษะพนื้ ฐานในการใใช้วัสดุ อปุ กรณส์ ร้างสรรคง์ านวาดภาพ
ระบายสไี ปใชไ้ ด้
๒.๒.๔ นักเรียนสามารถแสดงการวาดภาพระบายสโี ดยใช้สีวรรณะอนุ่ และสีวรรณะเย็น
ถ่ายทอดความร้สู กึ และจิตนาการได้
๒.๒.๕ นกั เรียนสามารถประยุกต์และเลอื กใช้วรรณะสเี พอื่ ถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกใน
การสรา้ งงานทัศนศลิ ปไ์ ด้
๒.๒.๖ นักเรียนสามารถระบุและอภิปรายเกี่ยวกบั งานทัศนศิลป์ ในเหตุการณแ์ ละงาน
เฉลมิ ฉลองของวัฒนธรรมในท้องถ่ินได้
๒.๓ เจตคติ (A)
๒.๓.๑ นักเรียนสามารถชนื่ ชมและบรรยายลักษณะของภาพ โดยเน้นเร่ืองการจัดระยะ
ความลกึ น้ำหนกั และแสงเงาในภาพได้
๒.๓.๒ นักเรยี นสามารถเห้นถึงคุณค่าเก่ยี วกับงานทัศนศลิ ป์ ในเหตกุ ารณ์และงานเฉลิม
ฉลองของวฒั นธรรมในทอ้ งถน่ิ ได้
๓. สาระสำคญั
ศึกษาและฝึกปฏิบัติเพื่อให้มีความรู้และความสามารถเกี่ยวกับการใช้ทัศนธาตุ รูปร่าง รูปทรง
พ้ืนผวิ สี แสงเงา มที กั ษะพ้นื ฐานในการใชว้ สั ดุอุปกรณ์ ถ่ายทอดความคดิ อารมณ์ ความรูส้ กึ สามารถใช้
หลักการจัดขนาด สัดส่วน ความสมดุล น้ำหนัก แสงเงา มีทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับงานพิมพ์ภาพ
สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างงานทัศนศิลปท์ ี่สร้างสรรค์ ด้วยวัสดุอุปกรณ์และวิธีการที่
แตกต่างกัน การสื่อความหมายในงานทศั นศิลป์ของตน รู้วิธีการปรับปรงุ งานให้ดีขึ้น ตลอดจน รู้และ
เข้าใจคุณคา่ ของงานทัศนศิลปท์ ี่มผี ลต่อชีวติ ของคนในสงั คมไทยและสงั คมของตา่ งประเทศ
Page |4
๔. สาระการเรียนรู้
๔.๑ รูปรา่ ง รปู ทรงในธรรมชาติ
๔.๒ รปู ร่างและรูปทรง
๔.๓ รปู รา่ งรูปทรงในธรรมชาติ
๔.๔ วรรณะสีต่อความรสู้ กึ และการจัดระยะ
๔.๕ สวี รรณะอนุ่ และสีวรรณะเยน็
๔.๖ สีกบั การสอ่ื อารมณ์และความรู้สกึ
๔.๗ การจัดระยะความลกึ นำ้ หนักและทศิ ทางของแสงเงาในภาพ
๔.๘ วัสดุ อุปกรณ์ ทเ่ี หมาะกับงานพิมพ์ภาพ
๔.๙ วัสดุ อปุ กรณใ์ นงานพมิ พภ์ าพ
๔.๑๐ งานพมิ พภ์ าพคืออะไร
๔.๑๑ วสั ดุ อปุ กรณ์ ทเ่ี หมาะกบั งานวาดภาพระบายสี
๔.๑๒ วัสดุ อปุ กรณใ์ นงานวาดภาพระบายสี
๔.๑๓ งานทศั นศิลป์ของบุคคลที่มีช่ือเสยี ง
๔.๑๔ เปรยี บเทียบงานดา้ นทัศนศลิ ป์
๔.๑๕ ฝกึ การดูงานทัศนศิลป์ของบุคคลอื่นๆ
๔.๑๖ ศลิ ปะในวฒั นธรรมท้องถิน่
๔.๑๗ ศลิ ปะทสี่ ่อื ถงึ วฒั นธรรมทอ้ งถิน่
๔.๑๘ ศิลปะในเหตกุ ารณต์ า่ งๆ
๔.๑๙ ศิลปะที่เกดิ จากงานเฉลมิ ฉลอง
๔.๒๐ ศิลปะในวัฒนธรรมของต่างประเทศที่นา่ สนใจ
๔.๒๑ ศิลปะในวฒั นธรรมต่างประเทศ
Page |5
๕. คำอธิบายรายวชิ า
ศิลปะและเปรียบเทียบรูปลักษณะของรูปร่างรูปทรง และทัศนธาตุของสิ่งต่างๆใน
ธรรมชาตสิ ่งิ แวดล้อมและ งานทศั นศิลป์โดยเน้นเร่ืองสี รปู ร่าง รูปทรงพน้ื ผวิ และพ้นื ท่ีว่าง ฝึก
ทักษะพื้นฐานในการใช้วัสดุอุปกรณ์ในงานภาพพิมพ์และวาดภาพระบายสี มีการอภิปราย
เกี่ยวกับอิทธิพลของสีวรรณะอุ่นและสีวรรณะเย็นที่มีผลต่ออารมณ์ของมนุษย์ในการถ่ายทอด
ความรสู้ ึกจนิ ตนาการและการสรา้ งงานทัศนศิลป์ผ่านงานทัศนศลิ ป์ของตนเองและผู้อ่ืนโดยเน้น
เรื่องการจดั ระยะ ความลึกน้ำหนกั และแสงเงาในภาพ อภิปรายเกี่ยวกบั งานทศั นศลิ ปท์ ่มี าจาก
วัฒนธรรมต่างๆในเหตกุ ารณแ์ ละงานเฉลมิ ฉลองของวัฒนธรรมในท้องถ่ิน
โดยใช้การฝึกปฏิบัติและเปรียบเทียบรูปร่างรูปทรงในธรรมชาติ อิทธิพลของสี
วรรณะอุ่นและสีวรรณะเย็นในธรรมชาติที่สื่อความรู้สึกและจินตนาการผ่านงานทัศนศิลป์วัสดุ
อุปกรณ์ที่เหมาะกับงานภาพพมิ พ์และเหมาะกับการวาดภาพระบายสีในการจัดระยะความลึก
น้ำหนักและแสงเงาในภาพและเปรียบเทียบผลงานด้านทัศนศิลป์ของตนเองและผู้อื่น ฝึก
อภิปรายงานทศั นศลิ ปท์ เี่ ก่ยี วกับวฒั นธรรมในท้องถิ่นและศิลปะในวฒั นธรรมจากตา่ งประเทศ
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจทักษะในการจำแนกสถานะธาตุ ของสิ่งต่างๆใน
ธรรมชาติ สง่ิ แวดล้อมและงานทัศนศิลป์ โดยเน้นเรอ่ื งสี รูปร่าง รูปทรง พน้ื ผวิ พ้ืน ท่ีว่าง ความ
ลึก น้ำหนัก และแสงเงาในภาพ ชื่นชมและเห็นคุณค่าของงานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทาง
วฒั นธรรมภมู ิปัญญาท้องถิ่น
รหัสตัวชี้วัด
ศ 1.1 ป. 4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8, ป.4/9
ศ 1.2 ป. 4/1, ป.4/2
ศ 2.1 ป. 4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7
ศ 2.2 ป. 4/1, ป.4/2
ศ 3.1 ป. 4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5
ศ 3.2 ป. 4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
รวมทั้งหมด 29 ตวั ช้วี ัด
Page |6
ตารางโครงสรา้ งรายวชิ า
สาระการเรยี นรู้ ทัศนศิลป์ รายวิชาศิลปะ ๑ หนว่ ยกิต
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศึกษาที่ ๒๕๖๓ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
หนว่ ยท่ี ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้/สาระการเรียนรู้ เวลา/ช่ัวโมง
1 ปฐมนเิ ทศ ๒
2 ๔
รูปร่าง รูปทรงในธรรมชาติ ๒
3 ๒
4 • รูปรา่ งและรปู ทรง
5 • รปู รา่ งรปู ทรงในธรรมชาติ ๖
6 วรรณะสีต่อความรูส้ กึ และการจัดระยะ ๒
๒
7 • สวี รรณะอนุ่ และสีวรรณะเยน็ ๒
• สกี บั การส่อื อารมณ์และความรู้สึก
• การจัดระยะความลกึ นำ้ หนักและทศิ ทางของแสงเงาในภาพ ๕
วสั ดุ อปุ กรณ์ ท่ีเหมาะกบั งานพมิ พภ์ าพ ๒
๓
• วสั ดุ อุปกรณ์ในงานพิมพภ์ าพ
• งานพมิ พภ์ าพคืออะไร ๖
วัสดุ อุปกรณ์ ทีเ่ หมาะกบั งานวาดภาพระบายสี ๒
๔
• วัสดุ อุปกรณ์ในงานวาดภาพระบายสี
• องค์ประกอบของงานวาดภาพระบายสี ๔
เปรียบเทยี บงานดา้ นทศั นศลิ ป์ ๔
• ฝกึ การดูงานทศั นศิลปข์ องบคุ คลอื่นๆ ๒
สอบกลางภาค ๖
๒
ศิลปะในวฒั นธรรมทอ้ งถนิ่ ๒
๒
• ศิลปะท่สี ่อื ถึงวัฒนธรรมทอ้ งถ่ิน
• ศลิ ปะในเหตุการณต์ า่ งๆ ๓
• ศลิ ปะท่เี กิดจากงานเฉลมิ ฉลอง ๓
ศลิ ปะในวฒั นธรรมของตา่ งประเทศทนี่ า่ สนใจ
๒
• ศลิ ปะในวัฒนธรรมตา่ งประเทศ ๔๐
สอบปลายภาค
รวม
Page |7
แผนการเรยี นรู้รายหน่วย
Page |8
แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยที่ ๑
Page |9
แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยท่ี ๑
สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะศึกษา รายวิชาศิลปะ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ เรื่อง รูปรา่ ง รูปทรงในธรรมชาติ เวลา 4 ชว่ั โมง
๑. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทศั นศลิ ปต์ ามจติ นาการ และความคิดสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์
วิจารณ์ คุณค่างานทัศนศิลป์ ถา่ ยทอดความรู้สึก ความคิดตอ่ งานศิลปะอยา่ งอสิ ระชืน่ ชมและ
ประยุกต์ ใช้ในชีวติ ประจำวัน
ตวั ช้ีวดั
ป. ๔/๑ เปรยี บเทยี บรปู ลกั ษณะของรปู รา่ ง รูปทรงใน ธรรมชาติ สิง่ แวดล้อมและงานทัศนศิลป์
ป. ๔/๓ จำแนกทัศนธาตขุ องสิง่ ตา่ งๆในธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ มและงานทัศนศิลป์ โดยเน้นเรื่อง
เส้น สี รปู ร่าง รูปทรง พนื้ ผวิ และพน้ื ท่ีวา่ ง
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒.๑.) นักเรยี นสามารถเปรยี บเทยี บรปู ลักษณะของรปู ร่าง รปู ทรงใน ธรรมชาติ สง่ิ แวดล้อมและงาน
ทัศนศิลปไ์ ด้
๒.๒.) นกั เรียนสามารถวเิ คราะห์และจำแนกทศั นธาตุของสง่ิ ต่างๆในธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อมและงาน
ทศั นศิลป์ โดยเน้นเรือ่ งเสน้ สี รปู ร่าง รปู ทรง พ้ืนผิว และพน้ื ทว่ี ่าง ได้
๓. สาระสำคญั
การเรียนรู้เก่ยี วกบั รปู ร่างและรูปทรง ,ประเภทของรปู ร่างรปู ร่าง และรูปทรงในธรรมชาติ
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑.) รปู รา่ งและรูปทรง
๔.๒.) รปู รา่ งและรปู ทรงในธรรมชาติ
P a g e | 10
๕. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน (เฉพาะที่เกดิ ในหนว่ ยการเรยี นรู้น)้ี
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๖. ทักษะของผเู้ รยี นในศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C + ๒L) (จุดเนน้ สู่การพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียน)
ทกั ษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking and problem
solving)
ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผ้นู ำ (Collaboration , teamwork
and leadership)
ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้าน การสื่อสาร สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื (Communication information and
media literacy)
ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร (Computing)
ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทกั ษะการเปล่ยี นแปลง (Change)
ทกั ษะการเรยี นรู้ (Learning Skills)
P a g e | 11
ภาวะผู้นำ (Leadership)
๗. ชนิ้ งานหรือภาระงาน ( หลักฐาน / รอ่ งรอยแสดงความรู้ )
๗.๑ ใบงาน ท่ี ๑ เรือ่ งรปู ร่างรปู และประเภทของรปู ร่าง
๗.๒ ใบงาน ท่ี ๒ ให้นกั เรียนร่วมกันจบั กลมุ่ และวิเคราะห์วา่ เร่ืองรปู ทรงน้ันแตกจากจากรปู รา่ ง
อยา่ งไร
๗.๓ ใบงาน ท่ี ๓ ใหน้ กั เรียนจบั กลุ่มและวาดรูปโดยใชเ้ ร่ืองรปู รา่ งและรูปทรงมาประกอบเขา้
ด้วยกันเปน็ รปู ภาพใส่กระดาษ A๓
๘. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (ใชร้ ปู แบบการเรยี นรแู้ บบอุปนยั )
หนว่ ยย่อยที่ ๑
ชว่ั โมงท่ี ๓-๔ เรอื่ ง รูปรา่ งรปู ทรงในธรรมชาติ
ขน้ั ท่ี ๑ ขน้ั เตรยี มการ เปน็ การเตรยี มความร้แู ละแนวทางในการปฏิบัติกจิ กรรมของนกั เรียน
ผู้สอนพูดเกร่ินนำกอ่ นเข้าเรอื่ งเพ่ือทบทวนความรเู้ ดิมของผเู้ รยี นและปูพน้ื ฐานใหผ้ ู้เรยี น
เพม่ิ เตมิ โดยใชส้ อ่ื การเรยี นการสอน
ข้นั ท่ี ๒ ข้นั เสนอตัวอย่าง ให้นักเรยี นเปรียบเทยี บและสรปุ กฎเกณฑต์ ัวอย่างควรเสนอหลาย
ตัวอย่าง
ขน้ั นี้จะใช้ควบคู่ไปกับข้นั ตอนทห่ี นึง่ ดว้ ยการยกตัวอย่างในสไลด์เพือ่ ให้ผเู รยี นไดเ้ ห็น
ภาพทีช่ ัดเจนมากยงิ่ ขน้ึ
ขน้ั ท่ี ๓ ขัน้ เปรียบเทยี บ เปน็ การให้นกั เรียนมโี อกาสพจิ ารณาความคล้ายคลงึ กันของ
องคป์ ระกอบจากตัวอยา่ ง เพอื่ เตรยี มสรุปกฎเกณฑ์
ใหผ้ เู้ รียนได้เปรียบเทียบรปู รา่ งจากเงาในสไลด์วา่ มีความเหมอื นกับรปู อะไรโดยจะมใี บ
งานให้ผเู้ รยี นไดเ้ ขยี นตอบคำถามไปด้วย
ข้นั ที่ ๔ ขน้ั กฏเกณฑ์ เป็นการสรปุ ข้อสังเกตตา่ งๆจากตวั อย่างเปน็ กฎเกณฑ์ นยิ าม หลักการ
P a g e | 12
ใหผ้ ้เู รยี นและผสู้ อนช่วยกนั วเิ คราะห์ เรอื่ ง รปู ร่าง โดยผเู้ รียนจะต้องมาเขยี นสรุปลงไป
ในใบงานตามความเข้าใจของผเู้ รียนอกี ที
ขั้นที่ ๕ ข้นั นำ้ ไปใช้ เปน็ ขั้นนำข้อสรปุ หรือกฎเกณฑท์ ีไ่ ด้จากการทดลองหรือส่ิงที่เขา้ ใจไปใช้
ในสถานการณจ์ รงิ
ใหผ้ ู้เรียนนำความรทู้ ีไ่ ด้จากการเรยี นในเรอ่ื งนม้ี าใชใ้ นการวาดรูปและสง่ ในคาบหนา้
ช่ัวโมงที่ ๕-๖ เรื่อง รปู รา่ งและรูปทรงในธรรมชาติ
ขนั้ ท่ี ๑ ขั้นเตรยี มการ เป็นการเตรียมความรแู้ ละแนวทางในการปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน
ผสู้ อนพูดทบทวนความรู้ที่ไดเ้ รียนไปในช่ัวโมงท่ี ๑ ใหผ้ เู้ รียนเพ่อื นเปน็ การทบทวน
ความจำและเข้าสูเ่ นอ้ื หาในช่วั โมงน้ี
ขน้ั ท่ี ๒ ขั้นเสนอตวั อยา่ ง ใหน้ กั เรยี นเปรยี บเทยี บและสรปุ กฎเกณฑต์ วั อยา่ งควรเสนอหลาย
ตัวอย่าง
ข้ันนจ้ี ะใชพ้ าวเวอร์พอยตป์ ระกอบการสอนและภาพรปู รา่ งและรปู ทรงในธรรมชาติมา
ช่วยในการสอนใหผ้ ู้เรียนไดเ้ ห็นภาพทช่ี ดั เจนและจบั ตอ้ งได้
ข้ันท่ี ๓ ขน้ั เปรยี บเทยี บ เป็นการใหน้ ักเรียนมีโอกาสพิจารณาความคล้ายคลงึ กันของ
องคป์ ระกอบจากตัวอยา่ งเพอ่ื เตรยี มสรุปกฎเกณฑ์
ใหผ้ ู้เรียนได้เปรยี บเทยี บวา่ รปู รา่ งและรปู ทรงน้นั มคี วามแตกตา่ งกนั อย่างไร
ขั้นท่ี ๔ ข้นั กฏเกณฑ์ เป็นการสรปุ ข้อสังเกตตา่ งๆจากตวั อย่างเปน็ กฎเกณฑ์ นยิ าม
หลกั การ
ใหผ้ ู้เรียนจับกลมุ่ กันและช่วยกันวาดรูปใส่กระดาษ A3 โดยใชร้ ูปร่างรา่ งรูปทรงใน
ธรรมชาติมาประกอบเข้าดว้ ยกันเปน็ รูปภาพ
ขน้ั ที่ ๕ ขั้นนำ้ ไปใช้ ขัน้ นำ้ ไปใช้ เป็นขั้นนำข้อสรปุ หรอื กฎเกณฑ์ที่ไดจ้ ากการทดลองหรอื สง่ิ
ทเ่ี ขา้ ใจไปใชใ้ นสถานการณ์จริง
ให้ผู้เรยี นออกมาอธบิ ายรูปที่กลมุ่ ของตัวเองไดว้ าดมาว่ารปู นค้ี ือรูปอะไร และเกยี่ วกับ
เรื่องรปู ร่างรปู ทรงในธรรมชาติอย่างไรใหเ้ พ่อื นๆและผสู้ อนได้ฟงั
๙. สือ่ การสอน
P a g e | 13
1.) เพาเวอรพ์ อยต์ (Power Point)
2.) รปู ภาพ
3.) ใบงาน
๑๐.แหลง่ เรียนร้ใู นหรอื นอกสถานที่
ผูเ้ รียนสามารถสบื ค้นหรอื เรยี นเพมิ่ เตมิ เกี่ยวกบั เรือ่ งรปู รา่ งรปู ทรงในธรรมชาตไิ ด้จาก
หนงั สือเรยี น หอ้ งสมดุ และส่ืออนิ เตอรเ์ นต็
๑๑.การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีวดั เครือ่ งมือวดั เกณฑ์การให้ เกณฑ์การประเมนิ
แบบประเมนิ คะแนน
หรือ สิ่งที่ต้องการจะ
ใบงาน ตามตารางเกณฑ์ ผ่านเณฑ์คะแนนอยา่ ง
วดั และประเมนิ ผล แบบประเมิน ประเมนิ ใบงาน น้อยระดบั ดี
๑ ใบงานท่ี ๑ เรอ่ื ง ตรวจใบงานที่ ๑เรอื่ ง แบบประเมนิ ตามตารางเกณฑ์ ผ่านเณฑค์ ะแนนอยา่ ง
แบบประเมิน นอ้ ยระดบั ดี
รูปรา่ งรปู และประเภท รปู รา่ งรปู และประเภท
ตามตารางเกณฑ์ ผ่านเณฑ์คะแนนอย่าง
ของรปู ร่าง ของรปู ร่าง แบบประเมิน นอ้ ยระดบั ดี
๒ ใบงานท่ี ๒ ให้ ตรวจใบงานที่ ๒ให้
นกั เรียนรว่ มกนั จับ นกั เรียนรว่ มกนั จบั กลมุ่
กลมุ่ และวเิ คราะห์วา่ และวิเคราะห์วา่ เรอื่ ง
เรอ่ื งรูปทรงนั้นแตกจาก รูปทรงนน้ั แตกจากจาก
จากรปู รา่ งอยา่ งไร รปู รา่ งอยา่ งไร
๓ ใบงานที่ ๓ให้ ตรวจใบงานท่ี ๓ให้
นักเรียนจบั กลมุ่ และ นกั เรียนจบั กลมุ่ และวาด
วาดรปู โดยใชเ้ รอื่ ง รปู โดยใชเ้ รอ่ื งรปู รา่ งและ
รปู ร่างและรปู ทรงมา รปู ทรงมาประกอบเข้า
ประกอบเข้าด้วยกัน ด้วยกันเปน็ รปู ภาพใส่
เปน็ รูปภาพใสก่ ระดาษ กระดาษA๓
A๓
P a g e | 14
สมรรถนะสำคญั ของ วิธีวดั เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
ผูเ้ รยี น
ความสามารถในการ การรายงานหน้าหอ้ ง การพรเี ซ็นท์ ดมี าก=พฤติกรรมที่ ผ่านเณฑ์คะแนน
ส่อื สาร งานท่ี แสดงถงึ การปฏิบตั ิ อยา่ งน้อยระดับดี
ชัดเจนและสม่ำเสมอ
ความสามารถในการคดิ การวเิ คราะห์ความ มอบหมายให้ ดี =พฤติกรรมทแี่ สดง
แตกตา่ ง ถงึ การปฏิบตั ิ
ใบงาน บอ่ ยครงั้ และชดั เจน
ควรปรบั ปรงุ =
พฤติกรรมที่แสดงถงึ
การไมป่ ฏิบตั ิ
ดีมาก=พฤติกรรมท่ี ผา่ นเณฑ์คะแนน
แสดงถงึ การปฏบิ ตั ิ อย่างน้อยระดับดี
ชัดเจนและสมำ่ เสมอ
ดี =พฤตกิ รรมทแ่ี สดง
ถึงการปฏบิ ัติ
บอ่ ยครง้ั และชัดเจน
ควรปรบั ปรงุ =
พฤตกิ รรมทแี่ สดงถงึ
การไมป่ ฏิบัติ
ทักษะของผู้เรียนใน วธิ ีวดั เครอ่ื งมือวัด เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมนิ
ศตวรรษที่ ๒๑
ทกั ษะการอ่าน การรายงานหน้า งานที่ ดีมาก=พฤตกิ รรมท่ี ผา่ นเณฑ์คะแนน
ห้อง มอบหมายให้ แสดงถงึ การปฏบิ ตั ิ อย่างน้อยระดบั ดี
ชดั เจนและสมำ่ เสมอ
P a g e | 15
ทักษะการ เขียน ใบงาน งานที่ ดี =พฤติกรรมทีแ่ สดง ผ่านเณฑ์คะแนน
มอบหมายให้ ถงึ การปฏิบัตบิ อ่ ยครั้ง อย่างนอ้ ยระดบั ดี
ทกั ษะดา้ นการ ใบงาน และชดั เจน
สรา้ งสรรคแ์ ละ งานท่ี ควรปรบั ปรงุ = ผ่านเณฑค์ ะแนน
มอบหมายให้ พฤติกรรมทแี่ สดงถงึ การ อยา่ งนอ้ ยระดับดี
นวตั กรรม ไม่ปฏิบตั ิ
งานท่ี ดมี าก=พฤตกิ รรมที่ ผา่ นเณฑค์ ะแนน
ทักษะด้านความ ใบงานกล่มุ มอบหมายให้ แสดงถงึ การปฏิบตั ิ อย่างน้อยระดับดี
ร่วมมอื การทำงานเปน็ ชัดเจนและสม่ำเสมอ
ดี =พฤติกรรมทีแ่ สดง
ทีมและภาวะผูน้ ำ ถึงการปฏบิ ตั บิ อ่ ยครง้ั
และชัดเจน
ควรปรบั ปรงุ =
พฤติกรรมทแ่ี สดงถงึ การ
ไม่ปฏบิ ัติ
ดมี าก=พฤติกรรมที่
แสดงถงึ การปฏิบตั ิ
ชดั เจนและสม่ำเสมอ
ดี =พฤติกรรมทแี่ สดง
ถึงการปฏบิ ตั บิ ่อยครั้ง
และชดั เจน
ควรปรบั ปรงุ =
พฤตกิ รรมที่แสดงถงึ การ
ไม่ปฏบิ ตั ิ
ดมี าก=พฤติกรรมท่ี
แสดงถงึ การปฏิบัติ
ชัดเจนและสม่ำเสมอ
P a g e | 16
ทักษะการเรียนรู้ ใบงาน งานที่ ดี =พฤติกรรมทแี่ สดง ผ่านเณฑค์ ะแนน
มอบหมายให้ อยา่ งนอ้ ยระดับดี
ถงึ การปฏิบตั บิ ่อยครง้ั
และชัดเจน
ควรปรับปรงุ =
พฤตกิ รรมที่แสดงถงึ การ
ไม่ปฏิบัติ
ดมี าก=พฤติกรรมท่ี
แสดงถงึ การปฏบิ ัติ
ชัดเจนและสม่ำเสมอ
ดี =พฤตกิ รรมทแ่ี สดง
ถึงการปฏิบัตบิ อ่ ยครัง้
และชดั เจน
ควรปรบั ปรงุ =
พฤติกรรมทีแ่ สดงถงึ การ
ไม่ปฏิบัติ
ตารางเกณฑก์ ารประเมินผลตา่ งๆ
๑๒. กิจกรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
................................................................................................................................................ ...............
.............................................................................................................................................
๑๓.บนั ทกึ ผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน
นกั เรยี นท้งั หมดจำนวน.....................คน
จุดประสงค์การเรียนรขู้ ้อ จำนวนนกั เรยี นท่ผี า่ น จำนวนนกั เรยี นทไ่ี มผ่ า่ น
ท่ี จำนวนคน ร้อยละ จำนวนคน ร้อยละ
๑
P a g e | 17
๒
๓
๑๔. ปัญหา/อปุ สรรค/แนวทางแก้ไข
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................
......................................................................................................................................................
๑๕. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .........................
......................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................................
()
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ .......................................
ลงชอ่ื ................................................................ หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
()
ลงชื่อ.......................................................... รองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
()
P a g e | 18
ความเหน็ ของหวั หนา้ สถานศกึ ษา
ไดท้ ำการตรวจแผนการเรียนรขู้ อง....................................................แล้วมีความคิดเห็นดงั น้ี
๑. เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง
๒. การจัดกิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยงั ไม่เน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
๓. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................
ลงชอื่ ...............................................................................................
( ………………………………………………… )
ผู้อำนวยการโรงเรยี น…………………………………………………………..
P a g e | 19
ใบงาน/ แบบฝึกหัด ต่างๆ
P a g e | 20
ใบงานท่ี 1
เรื่อง รูปร่าง
ชอ่ื …………………………................นามสกุล…………………………..…….ชนั้ …..……เลขท่ี…………
คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
1.) ให้นกั เรยี นจับค่รู ูปทเ่ี หมือนกันโดยการโยงเส้นและระบายสี
1.1)
1.2)
1.3)
1.4)
1.5)
P a g e | 21
2.) ให้นกั เรียนสรุปเรอ่ื งทเี่ รยี นในวนั นี้เปน็ ความคิดของตัวเองและเขียนใสก่ ระดาษ
.........................................................................................................................
.........................................................................................................................
.........................................................................................................................
.........................................................................................................................
.........................................................................................................................
.........................................................................................................................
P a g e | 22
ใบงานท่ี 2
เรื่อง รูปทรง
ชอ่ื …………………………................นามสกุล…………………………..…….ชั้น…..……เลขท่ี…………
คำชแ้ี จง : ให้นักเรยี นจบั กลุ่มและชว่ ยกันวาดรูปใส่กระดาษ A3 โดยใชร้ ูปร่างรา่ งรปู ทรง
ในธรรมชาตมิ าประกอบเข้าดว้ ยกันเป็นรปู ภาพและระบายสีให้สวยงาม
P a g e | 23
ประเดน็ การ ดมี าก(4) ดี(3) พอใช้(2) ปรับปรงุ (1) รวม
ประเมนิ
ความถูกตอ้ งของ เนื้อหาเป็นไป เนอ้ื หาเปน็ ไป เน้ือหาเปน็ ไป เนอ้ื หาไมเ่ ป็นไป 4
เนื้อหา ตามทีก่ ำหนดทุก ตามทก่ี ำหนดมี ตามที่กำหนดราย ตามทก่ี ำหนด 4
4
ส่วน รายระเอียด ระเอยี ด
4
ครอบคลมุ ครอบคลมุ 4
20
บางสว่ น
ภาษาท่ใี ช้ ไมม่ กี ารสะกดผิด มีการสะกดผดิ 2 มกี ารสะกดผดิ 3 มีการสะกดผิด
แห่ง แห่ง เกนิ 4แหง่ ข้ึน
ไป
ความคิด การแสดงออกถึง การแสดงออกถึง การแสดงออกถึง ไมม่ กี าร
สรา้ งสรรค์ในการ คามคดิ สร้างสรรค์ คามคิด คามคดิ แสดงออกถงึ
นำเสนอข้อมลู แปลกใหม่และ สรา้ งสรรคแ์ ปลก สร้างสรรคย์ งั ไม่ คามคดิ
เป็นระบบ ใหมแ่ ละแตย่ งั ไม่ มีความแปลกใหม่ สรา้ งสรรค์
เปน็ ระบบ และเป็นระบบ
ความเป็นระเบยี บ งานมีความเปน็ งานส่วนใหญ่มี งานมคี วามเปน็ งานไมม่ ีความ
ระเบยี บ ความเป็น ระเบียบบางส่วน เป็นระเบยี บ
ระเบยี บ
ความตรงตอ่ เวลา ส่งชิ้นงานในเวลา สง่ ชนิ้ งานช้ากวา่ สง่ ชน้ิ งานชา้ กวา่ ส่งชิ้นงานช้า
ที่กำหนดได้ กำหนด1วนั กำหนด2วัน กว่ากำหนด3
วนั ขน้ึ ไป
รวม
P a g e | 24
รายการประเมนิ
ความ ภาษาทีใ่ ช้ ความคดิ ความเป็น ความตรง
ถูกตอ้ งของ สร้างสรรค์ ระเบยี บ ต่อเวลา รวม
ที่ กลุ่ม เนื้อหา ในการ
นำเสนอ
ขอ้ มูล
4 4 4 4 4 20
11
22
33
44
55
เกณฑ์การใช้ประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ดีมาก
18-20 ดี
14-17 พอใช่
10-13 ปรบั ปรงุ
ตำ่ กวา่ 10
ลงช่อื ………………………………………………………………………
(……………………………………………………………………………)
P a g e | 25
แผนการจดั การเรียนรู้
หนว่ ยท่ี ๒
P a g e | 26
แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยท่ี ๒
สาระการเรยี นรศู้ ิลปะศกึ ษา รายวชิ าศิลปะ
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ เร่อื ง วรรณะสีตอ่ ความร้สู ึกและการจัดระยะ เวลา ๖ ชว่ั โมง
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ศ ๑.๑ สร้างสรรคง์ านทัศนศิลป์ตามจิตนาการ และความคดิ สรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์
วิจารณ์ คุณคา่ งานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สกึ ความคิดตอ่ งานศิลปะอยา่ งอสิ ระช่ืนชมและ
ประยุกต์ ใชใ้ นชีวิตประจำวัน
ตวั ชี้วดั
ป.๔/๒ อภปิ รายเก่ยี วกับอทิ ธิพลของสีวรรณะอุ่นและสวี รรณะเย็นที่มผี ลตอ่
อารมณ์ของมนุษย์
ป.๔/๖ บรรยายลกั ษณะของภาพ โดยเน้นเรอ่ื งจดั การระยะ ความลกึ นำ้ หนัก
และแสงเงาในภาพ
ป.๔/๗ วาดภาพระบายสโี ดยใช้สีวรรณะอุ่นและสวี รรณะเย็นถา่ ยทอดความรู้
สกึ และจิตนาการ
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒.๑.) นกั เรยี นสามารถอภิปรายเกี่ยวกบั อทิ ธิพลของสวี รรณะอนุ่ และสวี รรณะเยน็ ทม่ี ผี ลต่ออารมณ์ของ
มนษุ ย์ได้
๒.๒.) นกั เรยี นสามารถช่ืนชมและบรรยายลกั ษณะของภาพ โดยเน้นเรอื่ งการจัดระยะ ความลกึ นำ้ หนัก
และแสงเงาในภาพได้
P a g e | 27
๒.๓) นกั เรยี นสามารถแสดงการวาดภาพระบายสโี ดยใชส้ วี รรณะอุ่นและสวี รรณะเย็นถ่ายทอดความรสู้ กึ
และจิตนาการได้
๓. สาระสำคญั
การเรียนรเู้ กยี่ วกบั สีวรรณะอนุ่ และสีวรรณะเย็น, สกี บั การสอื่ อารมณแ์ ละความรูส้ กึ และการจัด
ระยะความลกึ น้ำหนกั และทศิ ทางของแสงเงาในภาพ
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑) สวี รรณะอ่นุ และสีวรรณะเย็น
๔.๒) สีกับการสื่ออารมณ์และความรสู้ ึก
๔.๓) การจดั ระยะความลึกนำ้ หนกั และทศิ ทางของแสงเงาในภาพ
๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรนู้ ี)้
ความสามารถในการสอ่ื สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๖. ทักษะของผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี ๒๑ (๓R ๘C + ๒L) (จดุ เน้นส่กู ารพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น)
ทกั ษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการ เขียน (Writing)
ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
ทักษะด้านการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking and problem
solving)
ทักษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
ทักษะด้านความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ (Collaboration , teamwork
P a g e | 28
and leadership)
ทกั ษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทกั ษะด้าน การส่อื สาร สารสนเทศ และรู้เท่าทนั ส่อื (Communication information and
media literacy)
ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร (Computing)
ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทักษะการเปลยี่ นแปลง (Change)
ทกั ษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
ภาวะผนู้ ำ (Leadership)
๗. ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน ( หลักฐาน / ร่องรอยแสดงความรู้ )
๗.๑ ใบงาน ท่ี ๑ ใหอ้ ธบิ ายว่าสีวรรณะอนุ่ และเย็นตา่ งกนั อยา่ งไร
๗.๒ งาน ท่ี ๒ ใหน้ กั เรียนจบั กลมุ่ และออกมาอธิบาย เรอื่ งสกี ับความรสู้ กึ และแสดงตัวอยา่ งให้
เพ่ือนดู
๗.๓ ใบงาน ท่ี ๓ ใหน้ กั เรยี นวาดรปู โดยกำหนดให้รปู นมั คี วามลกึ และแสงเงาในภาพใสก่ ระดาษ
ใบงาน
๘. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
หน่วยยอ่ ยที่ ๒
ชัว่ โมงท่ี ๗-๘ เรอ่ื ง สีวรรณะอุ่นและสีวรรณะเยน็ (ใช้รปู แบบการเรยี นรูแ้ บบอุปนยั )
ข้ันที่ ๑ ขน้ั เตรยี มการ เปน็ การเตรยี มความรูแ้ ละแนวทางในการปฏิบตั ิกิจกรรมของนักเรยี น
ผสู้ อนพดู เกร่ินนำกอ่ นเขา้ เรอื่ งเพอ่ื ทบทวนความรเู้ ดิมของผู้เรียนและปูพ้นื ฐานใหผ้ ูเ้ รียน
เพิ่มเตมิ โดยใชส้ อ่ื การเรยี นการสอน
ขน้ั ที่ ๒ ข้นั เสนอตัวอย่าง ใหน้ ักเรียนเปรียบเทยี บและสรปุ กฎเกณฑ์ตวั อย่างควรเสนอหลาย
ตัวอย่าง
P a g e | 29
นำรปู ของการใช้วรรณะสมี าใหผ้ เู้ รยี นไดศ้ กึ ษาประมาณ ๒ รปู ขน้ึ ไปเพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นเขา้ ใจ
ไดง้ า่ ยขน้ึ ว่าสีรรรณะอนุ่ รปู จะออกมาแบบไหน วรรณะเยน็ เป็นแบบไหน
ข้นั ที่ ๓ ขน้ั เปรียบเทยี บ เป็นการให้นักเรยี นมีโอกาสพิจารณาความคลา้ ยคลงึ กันของ
องค์ประกอบจากตวั อย่าง เพ่อื เตรยี มสรปุ กฎเกณฑ์
ให้ผู้เรียนได้เปรียบเทียบรปู ทนี่ ำมาให้ดใู นข้นั ท่ี ๒ ว่ามีความแตกต่างกนั อย่างไร
ขน้ั ท่ี ๔ ขั้นกฏเกณฑ์ เปน็ การสรปุ ขอ้ สังเกตตา่ งๆจากตัวอยา่ งเป็นกฎเกณฑ์ นยิ าม หลักการ
ให้ผ้เู รียนและผสู้ อนช่วยกันวเิ คราะห์ เรือ่ ง สีวรรณะอุ่นและสวี รรณะเยน็ โดยผเู้ รยี น
จะต้องมาเขยี นสรปุ ลงไปในใบงานตามความเขา้ ใจของผเู้ รยี นอกี ที
ขน้ั ท่ี ๕ ขน้ั นำ้ ไปใช้ เปน็ ข้นั นำข้อสรปุ หรอื กฎเกณฑท์ ี่ได้จากการทดลองหรือสิง่ ทเี่ ขา้ ใจไปใช้
ในสถานการณ์จริง
ใหผ้ ู้เรียนนำความรทู้ ีไ่ ดจ้ ากการเรยี นในเร่ืองนกี้ ลบั ไปทบทวนหรือศึกษาเพม่ิ เพอ่ื มา
ตอ่ กนั ในคาบหน้า
ชั่วโมงท่ี ๙-๑๐ เรื่อง สกี ับการสื่ออารมณแ์ ละความร้สู กึ (วธิ สี อนแบบแบ่งกลุม่ ทำงาน)
ขัน้ ที่ ๑ ขน้ั ตอนนผี้ ูสอนและผูเรียนร่วมกนั กำหนดความมงุ่ หมายของการทำงานในแต่ละกลุ่ม
ขั้นตอนนเี้ ป็นขน้ั ที่กำหนดความมงุ่ หมายและวิธกี ารทำงานอย่างละเอยี ด
ครแู ละผูเ้ รียนช่วยกันกำหนดจุดมุง่ หมายในการทำงานกลุม่ เพือ่ ให้ผเู รียนเกิดความเขา้ ใจ
และไดแ้ สดงความคิดเห็น
ขน้ั ท่ี ๒ ขน้ั ตอนนคี้ รเู สนอแนะแหล่งวทิ ยาการท่ีจะใช้คน้ คว้าหาความรู้
ผสู้ อนเสนอแนวทางคน้ หาขอ้ มูลให้ผเู้ รียนโดยการ ค้นหาจากหนงั สอื หาจากสอื่
อนิ เตอรเ์ นต็ หรอื ถามจากครผู สู้ อนได้ถา้ มคี วามไม่เข้าใจตรงไหน
ขน้ั ท่ี ๓ ขน้ั ตอนน้ี นักเรยี นร่วมกันวางแผนและปฏบิ ัติงานตามทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ผู้สอนเดินดูและคอยชว่ ยเหลอื ผเู้ รียนในส่วนทผี่ เู้ รียนอาจจะไมเ่ ข้าใจหรือช่วยผเู รียน
แก้ปญั หาเมอ่ื เกดิ ขอ้ ผดิ พลาด เมือ่ งานเสรจ็ แล้วออกมานำเสนอหนา้ ห้อง
ข้นั ท่ี ๔ ขน้ั ตอนนคี้ รูและนักเรียนประเมินผลการทำงาน
P a g e | 30
ในกรณที ่ีเปน็ ครปู ระเมนิ ใหส้ ังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการปฏิบัตงิ าน ในกรณนี กั เรยี น
รว่ มกนั ประเมินผลการปฏิบัตงิ านในกลมุ่ ตนเองโดยบอกข้ันตอนการปฏบิ ตั ิงาน ผลท่ีไดร้ บั และ
การพัฒนางานในโอกาสต่อไป
ชว่ั โมงที่ ๑๑-๑๒ เรื่อง การจดั ระยะความลึกน้ำหนักและทิศทางของแสงเงาในภาพ(ใช้
รูปแบบการเรียนรแู้ บบอุปนยั )
ขนั้ ท่ี ๑ ข้ันเตรยี มการ เป็นการเตรียมความรูแ้ ละแนวทางในการปฏิบตั ิกจิ กรรมของนักเรยี น
ผสู้ อนพดู เกริน่ นำกอ่ นเข้าเรอ่ื งเพ่อื ทบทวนความรเู้ ดมิ ของผเู้ รียนและปูพื้นฐานใหผ้ เู้ รียน
เพมิ่ เตมิ โดยใช้ส่อื การเรยี นการสอน
ขน้ั ท่ี ๒ ขน้ั เสนอตวั อยา่ ง ให้นกั เรียนเปรียบเทียบและสรปุ กฎเกณฑต์ ัวอยา่ งควรเสนอหลาย
ตวั อย่าง
นำรปู ของภาพ 3D มาใหผ้ ้เู รียนไดศ้ ึกษาวา่ รูปทม่ี ีนำ้ หนกั ความลึกความกวา้ งและมแี สง
เงาเป็นอยา่ งไร เพื่อใหผ้ เู้ รียนเข้าใจไดง้ า่ ยขน้ึ
ขั้นที่ ๓ ขน้ั เปรยี บเทียบ เปน็ การให้นกั เรยี นมโี อกาสพจิ ารณาความคลา้ ยคลงึ กนั ของ
องค์ประกอบจากตัวอยา่ ง เพอ่ื เตรียมสรปุ กฎเกณฑ์
ให้ผ้เู รียนได้เปรียบเทียบรปู ทนี่ ำมาให้ดใู นข้นั ที่ ๒ วา่ รปู 2D และ 3D มคี วามแตกต่างกนั
อย่างไร
ขั้นที่ ๔ ขั้นกฏเกณฑ์ เป็นการสรปุ ขอ้ สงั เกตตา่ งๆจากตวั อย่างเปน็ กฎเกณฑ์ นิยาม หลกั การ
ให้ผู้เรยี นและผสู้ อนช่วยกนั วิเคราะห์ เรือ่ ง การจดั ระยะความลกึ นำ้ หนกั และทศิ ทางของ
แสงเงาในภาพ วา่ เราจะมีการสงั เกตไดอ้ ยา่ งไรว่ารปู นเี้ ป็ 2D หรือ 3D
ขั้นที่ ๕ ขน้ั นำ้ ไปใช้ เป็นขัน้ นำข้อสรปุ หรือกฎเกณฑ์ทไี่ ดจ้ ากการทดลองหรือสงิ่ ทเี่ ขา้ ใจไปใช้
ในสถานการณ์จริง
ให้ผู้เรยี นนำความรทู้ ่ไี ดจ้ ากการเรียนในเรื่องนท้ี ำใบงานและส่งในคาบ
๑๖.สอ่ื การสอน
๑.เพาเวอรพ์ อยต์ (Power Point)
๒.รปู ภาพ
P a g e | 31
๓.ใบงาน
๑๗.แหลง่ เรียนรใู้ นหรือนอกสถานที่
ผเู้ รยี นสามารถสบื คน้ หรือเรยี นเพมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั เรอ่ื งวรรณะสตี อ่ ความรสู้ ึกและการจัด
ระยะได้จากหนังสือเรยี น ห้องสมดุ และสอ่ื อินเตอรเ์ น็ต
๑๘.การวดั และประเมินผล
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ วี ดั เครือ่ งมือวัด เกณฑ์การให้ เกณฑก์ ารประเมนิ
แบบประเมิน คะแนน
หรือสิง่ ทีต่ อ้ งการจะ
ใบงาน ตามตารางเกณฑ์ ผ่านเณฑ์คะแนนอย่าง
วดั และประเมนิ ผล แบบประเมิน ประเมนิ ใบงาน นอ้ ยระดบั ดี
๑ ใบงานท่ี ๑ เรอ่ื งให้ ตรวจใบงานท่ี ๑เรอื่ งให้ แบบประเมิน ตามตารางเกณฑ์ ผา่ นเณฑค์ ะแนนอย่าง
แบบประเมิน น้อยระดับดี
อธิบายว่าสวี รรณะอุ่น อธบิ ายว่าสีวรรณะอนุ่
ตามตารางเกณฑ์ ผ่านเณฑ์คะแนนอยา่ ง
และเยน็ ตา่ งกนั อยา่ งไร และเย็นตา่ งกันอยา่ งไร แบบประเมิน น้อยระดบั ดี
๒ งานที่ ๒ให้ ตรวจงานที่ ๒ให้
นกั เรยี นจบั กลมุ่ และ นกั เรยี นจบั กลมุ่ และ
ออกมาอธิบายเรื่องสี ออกมาอธิบายเร่ืองสีกบั
กบั ความรู้สกึ และแสดง ความรสู้ กึ และแสดง
ตวั อย่างใหเ้ พอื่ นดู ตัวอย่างใหเ้ พอ่ื นดู
๓ ใบงานที่ ๒ให้ ตรวจใบงานที่ ๓ให้
นักเรียนวาดรูปโดย นกั เรียนวาดรูปโดย
กำหนดใหร้ ูปนมั ีความ กำหนดใหร้ ูปนมั ีความ
ลึกและแสงเงาในภาพ ลกึ และแสงเงาในภาพใส่
ใสก่ ระดาษใบงาน กระดาษใบงาน
สมรรถนะสำคญั ของ วิธวี ัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
ผู้เรยี น
P a g e | 32
ความสามารถในการ การรายงานหน้าหอ้ ง การพรเี ซน็ ท์ ดีมาก=พฤตกิ รรมท่ี ผา่ นเณฑ์คะแนน
ส่อื สาร งานท่ี แสดงถงึ การปฏิบัติ อย่างนอ้ ยระดบั ดี
ชดั เจนและสม่ำเสมอ
ความสามารถในการคิด การวเิ คราะห์ความ มอบหมายให้ ดี =พฤตกิ รรมทแี่ สดง
แตกตา่ ง ถึงการปฏบิ ตั ิ
ใบงาน บอ่ ยครง้ั และชดั เจน
ควรปรบั ปรงุ =
พฤติกรรมท่ีแสดงถงึ
การไมป่ ฏบิ ตั ิ
ดีมาก=พฤตกิ รรมท่ี ผา่ นเณฑค์ ะแนน
แสดงถงึ การปฏิบตั ิ อยา่ งน้อยระดับดี
ชัดเจนและสมำ่ เสมอ
ดี =พฤตกิ รรมท่ีแสดง
ถึงการปฏบิ ัติ
บอ่ ยครง้ั และชดั เจน
ควรปรับปรงุ =
พฤติกรรมที่แสดงถงึ
การไมป่ ฏิบตั ิ
ทกั ษะของผู้เรียนใน วิธวี ัด เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมนิ
ศตวรรษท่ี ๒๑
ทกั ษะการอา่ น การรายงานหนา้ งานท่ี ดีมาก=พฤตกิ รรมที่ ผ่านเณฑ์คะแนน
ห้อง มอบหมายให้ แสดงถงึ การปฏบิ ตั ิ อย่างน้อยระดับดี
ชดั เจนและสม่ำเสมอ
ดี =พฤตกิ รรมทแ่ี สดง
ถึงการปฏิบตั บิ อ่ ยครงั้
และชัดเจน
P a g e | 33
ทกั ษะการเขยี น ใบงาน งานที่ ควรปรับปรงุ = ผ่านเณฑ์คะแนน
มอบหมายให้ พฤตกิ รรมทแี่ สดงถงึ การ อย่างน้อยระดับดี
ทกั ษะด้านการ ใบงาน ไม่ปฏิบัติ
สรา้ งสรรคแ์ ละ งานท่ี ดมี าก=พฤติกรรมท่ี ผ่านเณฑค์ ะแนน
มอบหมายให้ แสดงถงึ การปฏิบตั ิ อย่างน้อยระดับดี
นวัตกรรม ชดั เจนและสมำ่ เสมอ
งานท่ี ดี =พฤตกิ รรมทีแ่ สดง ผ่านเณฑค์ ะแนน
ทกั ษะดา้ นความ ใบงานกลมุ่ มอบหมายให้ ถงึ การปฏิบัตบิ อ่ ยครง้ั อย่างนอ้ ยระดบั ดี
ร่วมมอื การทำงานเป็น และชัดเจน
ควรปรบั ปรงุ =
ทีมและภาวะผนู้ ำ พฤติกรรมท่แี สดงถงึ การ
ไม่ปฏิบตั ิ
ดีมาก=พฤตกิ รรมท่ี
แสดงถงึ การปฏิบัติ
ชดั เจนและสม่ำเสมอ
ดี =พฤตกิ รรมทแ่ี สดง
ถงึ การปฏิบัตบิ ่อยครั้ง
และชดั เจน
ควรปรบั ปรงุ =
พฤติกรรมท่ีแสดงถงึ การ
ไมป่ ฏิบัติ
ดีมาก = พฤติกรรมที่
แสดงถงึ การปฏิบตั ิ
ชดั เจนและสมำ่ เสมอ
ดี =พฤติกรรมที่แสดง
ถงึ การปฏิบัตบิ อ่ ยครัง้
และชัดเจน
P a g e | 34
ทกั ษะการเรยี นรู้ ใบงาน งานท่ี ควรปรบั ปรงุ = ผา่ นเณฑ์คะแนน
มอบหมายให้ อยา่ งนอ้ ยระดบั ดี
พฤตกิ รรมท่แี สดงถงึ การ
ไม่ปฏบิ ัติ
ดมี าก=พฤติกรรมท่ี
แสดงถงึ การปฏิบัติ
ชดั เจนและสมำ่ เสมอ
ดี =พฤตกิ รรมทแี่ สดง
ถึงการปฏบิ ตั บิ อ่ ยครง้ั
และชดั เจน
ควรปรบั ปรงุ =
พฤตกิ รรมทีแ่ สดงถงึ การ
ไม่ปฏบิ ตั ิ
ตารางเกณฑก์ ารประเมนิ ผลตา่ งๆ
๑๙. กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ..................................
.............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
๒๐.บันทกึ ผลหลงั การสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
นกั เรียนท้ังหมดจำนวน.....................คน
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรขู้ ้อ จำนวนนกั เรยี นทีผ่ า่ น จำนวนนักเรยี นทีไ่ มผ่ า่ น
ท่ี จำนวนคน ร้อยละ จำนวนคน ร้อยละ
๑
๒
๓
P a g e | 35
๒๑. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
......................................................................................................................................................
......................................................................................................... .............................................
.................................................................................................................................. ....................
......................................................................................................................................................
๒๒. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .........................
......................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................................
()
ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ .......................................
ลงช่อื ................................................................ หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้
()
ลงชอ่ื .......................................................... รองผูอ้ ำนวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ
()
ความเห็นของหัวหนา้ สถานศึกษา
ไดท้ ำการตรวจแผนการเรยี นรูข้ อง....................................................แล้วมีความคิดเหน็ ดังนี้
๔. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
๕. การจัดกิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
P a g e | 36
ยงั ไมเ่ น้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
๖. ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...............................................................................................
( ………………………………………………… )
ผู้อำนวยการโรงเรยี น…………………………………………………………..
P a g e | 37
ใบงาน/ แบบฝึกหัด ต่างๆ
P a g e | 38
ใบงานที่ ๑
เรื่อง สวี รรณะอนุ่ และสวี รรณะเยน็
ช่ือ…………………………................นามสกลุ …………………………..…….ชั้น…..……เลขที่…………
คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนอธิบายวา่ สวี รรณะอุ่นและสวี รรณะเย็นมีความแตกต่างกันอย่างไร
..................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
P a g e | 39
ใบงานท่ี ๒
เรื่อง การจดั ระยะความลึกน้ำหนักและทศิ ทางของแสงเงาในภาพ
ช่ือ…………………………................นามสกุล…………………………..…….ชนั้ …..……เลขที่…………
คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นวาดรูปโดยกำหนดให้รูปนัมคี วามลกึ และแสงเงาในภาพใส่
กระดาษใบงาน
P a g e | 40
ประเดน็ การ ดมี าก(4) ด(ี 3) พอใช้(2) ปรับปรงุ (1) รวม
ประเมิน
ความถูกตอ้ งของ เนื้อหาเป็นไป เนอ้ื หาเปน็ ไป เน้ือหาเปน็ ไป เนอ้ื หาไมเ่ ป็นไป 4
เนื้อหา ตามทีก่ ำหนดทุก ตามทกี่ ำหนดมี ตามที่กำหนดราย ตามทก่ี ำหนด 4
4
ส่วน รายระเอียด ระเอยี ด
4
ครอบคลมุ ครอบคลมุ 4
20
บางสว่ น
ภาษาทใ่ี ช้ ไมม่ กี ารสะกดผิด มีการสะกดผดิ 2 มกี ารสะกดผดิ 3 มีการสะกดผิด
แห่ง แห่ง เกนิ 4แหง่ ข้ึน
ไป
ความคิด การแสดงออกถึง การแสดงออกถึง การแสดงออกถึง ไมม่ กี าร
สรา้ งสรรค์ในการ คามคดิ สร้างสรรค์ คามคดิ คามคดิ แสดงออกถงึ
นำเสนอข้อมลู แปลกใหม่และ สรา้ งสรรคแ์ ปลก สร้างสรรคย์ งั ไม่ คามคดิ
เป็นระบบ ใหมแ่ ละแตย่ งั ไม่ มีความแปลกใหม่ สรา้ งสรรค์
เปน็ ระบบ และเป็นระบบ
ความเป็นระเบยี บ งานมีความเปน็ งานสว่ นใหญ่มี งานมคี วามเปน็ งานไมม่ ีความ
ระเบยี บ ความเป็น ระเบียบบางส่วน เป็นระเบยี บ
ระเบยี บ
ความตรงต่อเวลา ส่งชิ้นงานในเวลา สง่ ชนิ้ งานช้ากวา่ สง่ ชน้ิ งานชา้ กวา่ ส่งชิ้นงานช้า
ที่กำหนดได้ กำหนด1วนั กำหนด2วัน กว่ากำหนด3
วนั ขน้ึ ไป
รวม
P a g e | 41
รายการประเมนิ
ความ ภาษาทีใ่ ช้ ความคดิ ความเปน็ ความตรง
ถูกตอ้ งของ สร้างสรรค์ ระเบยี บ ตอ่ เวลา รวม
ที่ กลุ่ม เน้อื หา ในการ
นำเสนอ
ข้อมลู
4 4 4 4 4 20
11
22
33
44
55
เกณฑก์ ารใช้ประเมนิ ระดับคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ดมี าก
18-20 ดี
14-17 พอใช่
10-13 ปรบั ปรงุ
ต่ำกวา่ 10
ลงชอ่ื ………………………………………………………………………
(……………………………………………………………………………)
P a g e | 42
แผนการจดั การเรียนรู้หนว่ ยท่ี ๓
P a g e | 43
แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๓
สาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะศกึ ษา รายวชิ าศิลปะ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๓ เรื่อง วสั ดุ อปุ กรณ์ ทเี่ หมาะกับงานพิมพ์ภาพ เวลา ๕ ช่วั โมง
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
ศ ๑.๑ สร้างสรรคง์ านทศั นศิลป์ตามจิตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์
วิจารณ์ คณุ ค่างานทศั นศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรู้สึก ความคิดตอ่ งานศลิ ปะอยา่ งอสิ ระช่ืนชมและ
ประยกุ ต์ ใช้ในชวี ติ ประจำวนั
ตวั ช้วี ดั
ป๔/๔ มที กั ษะพื้นฐานในการใชว้ สั ดุ อุปกรณส์ รา้ งสรรคง์ านภาพพิมพ์
๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๒.๑.) นกั เรียนสามารถ มีทักษะพื้นฐานในการใช้วัสดุ อุปกรณ์สรา้ งสรรคง์ านพมิ พภ์ าพได้
๓. สาระสำคญั
การเรยี นรเู้ กยี่ วกบั วสั ดุ อปุ กรณ์ ทเี่ หมาะกับงานพมิ พภ์ าพ
๔. สาระการเรยี นรู้
๔.๑) วัสดุ อปุ กรณใ์ นงานพมิ พภ์ าพ
๔.๒) งานพิมพภ์ าพคืออะไร
๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น (เฉพาะทีเ่ กดิ ในหน่วยการเรียนรู้น้ี)
ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
P a g e | 44
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๖. ทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี ๒๑ (๓R ๘C + ๒L) (จดุ เน้นสู่การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น)
ทกั ษะการอา่ น (Reading)
ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
ทกั ษะด้านการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem
solving)
ทักษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทกั ษะด้านความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork
and leadership)
ทักษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
ทกั ษะดา้ น การสือ่ สาร สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทันสอ่ื (Communication information and
media literacy)
ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร (Computing)
ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทกั ษะการเปล่ียนแปลง (Change)
ทกั ษะการเรยี นรู้ (Learning Skills)
ภาวะผูน้ ำ (Leadership)
๗. ชน้ิ งานหรือภาระงาน ( หลกั ฐาน / รอ่ งรอยแสดงความรู้ )
๗.๑ ใบงาน ที่ ๑ จงตอบคำถามจากภาพว่าเป็นรปู ของอปุ กรณ์ใด
๗.๒ งาน ท่ี ๒ ให้นกั เรยี นเขียนอธบิ ายลักษณะของงานภาพพิมพ์ว่ามีอะไรบา้ ง
P a g e | 45
๘. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
หน่วยยอ่ ยที่ ๓
ชั่วโมงท่ี ๑๓-๑๔ เร่ือง วัสดุ อุปกรณ์ในงานพิมพภ์ าพ (ใชร้ ปู แบบการเรียนรูแ้ บบอุปนยั )
ขั้นที่ ๑ ขั้นเตรยี มการ เปน็ การเตรยี มความรู้และแนวทางในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมของนกั เรียน
ผู้สอนพดู เกร่ินนำเรื่องวสั ดุอุปกรณใ์ นงานภาพพิมพ์ก่อนเข้าบทเรยี นเพอ่ื ทบทวนความรู้
เดิมของผเู้ รียนและปูพน้ื ฐานใหผ้ เู้ รียนเพิม่ เติมโดยใช้สือ่ การเรยี นการสอน
ข้ันที่ ๒ ขน้ั เสนอตวั อย่าง ใหน้ ักเรียนเปรียบเทยี บและสรปุ กฎเกณฑต์ วั อย่างควรเสนอหลาย
ตัวอย่าง
นำรูปอปุ กรณ์ในงานภาพพิมพ์มาใหผ้ เู้ รียนไดศ้ ึกษาเพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นเข้าใจได้ง่ายข้ึน
ขั้นท่ี ๓ ข้นั เปรยี บเทยี บ เปน็ การใหน้ กั เรยี นมโี อกาสพิจารณาความคลา้ ยคลึงกันของ
องค์ประกอบจากตัวอยา่ ง เพ่อื เตรยี มสรุปกฎเกณฑ์
ใหผ้ เู้ รียนไดเ้ ปรียบเทยี บรปู ท่ีนำมาใหด้ ใู นข้ันที่ ๒ ว่ามีความแตกตา่ งกันอย่างไร
ขน้ั ที่ ๔ ขัน้ กฏเกณฑ์ เป็นการสรปุ ขอ้ สังเกตตา่ งๆจากตัวอยา่ งเป็นกฎเกณฑ์ นิยาม หลักการ
ใหผ้ เู้ รียนและผสู้ อนชว่ ยกันวเิ คราะห์ เรื่อง สีวรรณะอนุ่ และสวี รรณะเยน็ โดยผเู้ รยี น
จะตอ้ งมาเขียนสรุปลงไปในใบงานตามความเขา้ ใจของผูเ้ รยี นอีกที
ขน้ั ที่ ๕ ข้นั นำ้ ไปใช้ เป็นขน้ั นำขอ้ สรปุ หรือกฎเกณฑท์ ไี่ ดจ้ ากการทดลองหรือสงิ่ ทเี่ ขา้ ใจไปใช้
ในสถานการณ์จริง
ใหผ้ เู้ รียนนำความรทู้ ่ไี ด้จากการเรียนในเรือ่ งนกี้ ลบั ไปทบทวนหรอื ศึกษาเพม่ิ เพอ่ื มา
ต่อกนั ในคาบหน้า
ชว่ั โมงที่ ๑๕-๑๗ เรื่อง งานพิมพภ์ าพคืออะไร (ใช้รูปแบบการเรยี นรู้แบบอุปนัย)
ขัน้ ท่ี ๑ ขั้นเตรยี มการ เปน็ การเตรียมความรู้และแนวทางในการปฏิบัตกิ จิ กรรมของนักเรียน
ผสู้ อนพูดเกร่นิ นำถึงเรอื่ งท่เี รียนในคาบทแี่ ล้วเรอ่ื งวัสดุในงานภาพพมิ พก์ อ่ นเข้าบทเรยี นเพอ่ื
ทบทวนความรเู้ ดมิ ของผูเ้ รยี นและปพู ้นื ฐานใหผ้ เู้ รียนเพิ่มเตมิ โดยใช้ส่อื การเรียนการสอน