The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้

การเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบื้องต้น

การจดั การเรียนรแู้ บบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหัสวชิ า 20901-2205
วชิ า การเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบือ้ งตน้
หลักสูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศกั ราช 2562

จัดทาโดย
นางสวุ มิ ล อักษรกลาง

แผนกวชิ าคอมพวิ เตอร์ธรุ กิจ
วทิ ยาลยั เทคนคิ สว่างแดนดนิ
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ

การจดั การเรียนรแู้ บบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหัสวชิ า 20901-2205
วชิ า การเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบือ้ งตน้
หลักสูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศกั ราช 2562

จัดทาโดย
นางสวุ มิ ล อักษรกลาง

แผนกวชิ าคอมพวิ เตอร์ธรุ กิจ
วทิ ยาลยั เทคนคิ สวา่ งแดนดนิ
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ

แบบคาขออนุมัติใช้แผนจดั การเรยี นรู้
มุ่งเนน้ สมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

รหัส 20901-2205 วิชา การเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบื้องต้น

ลงชื่อ..............................................
(นางสุวิมล อกั ษรกลาง)
ผูจ้ ดั ทา

ความเห็นหัวหนา้ แผนกวชิ าคอมพิวเตอร์ธรุ กจิ ความเห็นหัวหน้างานพัฒนาหลักสตู ร

ลงชอ่ื ............................................ ลงชอ่ื .........................................
(นางสกุ ัญญา ดนัยสวสั ดิ)์ (นายคมุ ดวง พรมอินทร)์

ตาแหนง่ หัวหนา้ แผนกวิชาคอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ หัวหนา้ งานพัฒนาหลักสตู รการเรียนการสอน

ความเหน็ รองผู้อานวยการฝา่ ยวิชาการ

ลงช่อื ........................................
(นายทินกร พรหมอนิ ทร์)
รองผูอ้ านวยการฝ่ายวิชาการ

อนมุ ัติ ไม่อนุมัติ

ลงชอื่ ....................................
(นางวรรณภา พ่วงกุล)

ผ้อู านวยการวทิ ยาลยั เทคนคิ สวา่ งแดนดิน



คำนำ

เอกสารประกอบการสอนเล่มน้ี จัดทาขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพ่ือเป็นเอกสารประกอบการสอน
วิชาการเขียนโปรแกรมภาษาพะอนเบ้ืองต้น รหัสวิชา 20901-2205 ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ
(ปวช.) พุทธศักราช 2562 สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ซ่ึงได้มีการวิเคราะห์
สาระการเรยี นรู้ใหส้ อดคลอ้ งกับจุดประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวชิ าและคาอธบิ ายรายวิชา

เน้ือหาสาระการเรียนรู้ภายในเอกสารประกอบการสอนนี้ มีทั้งหมด 12 หน่วย ได้แก่ ภาษา
คอมพวิ เตอร์และขนั้ ตอนการพฒั นาโปรแกรม การเขียน Algorithm เรม่ิ ตน้ ใช้งานโปรแกรม python เบื้องต้น
การออกแบบหน้าจอโปรแกรม หลักการเขียนโปรแกรมด้วย python คาสั่งควบคุมการทางาน รู้จักตัวแปร
แบบอาร์เรย์และสตริง การใช้งานโปรแกรมย่อยและขอบเขตของตัวแปร เข้าใจหลักการเขียนโปรแกรมแบบ
oop การทางานกับไฟล์ข้อมูล โปรแกรมเสริมทักษะ และตัวอย่างโปรแกรมสาหรับธุรกิจ ในแต่ละหน่วย
ประกอบด้วยโครงการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ ใบเนอื้ หา/ใบความรู้ ใบงาน กจิ กรรมปฏิบตั ิและส่ือการสอน
ต่างๆ เพื่อให้เกิดประสทิ ธิผลแก่ผเู้ รียนมากย่งิ ขน้ึ

หวงั เปน็ อย่างยิ่งว่าเอกสารประกอบการสอนวชิ าการเขียนโปรแกรมคอมพวิ เตอร์เบื้องตน้ ทผ่ี ู้เรียบ
เรยี งจดั ทาขนึ้ จะเปน็ ประโยชน์ต่อครผู ้สู อน ในวิชานี้และนาไปเปน็ แบบอยา่ งในการจดั ทาวิชาอืน่ ตอ่ ไป หากมี
ข้อเสนอแนะใด ๆ ผเู้ รียบเรียงน้อมรับด้วยความยนิ ดอี ย่างยง่ิ

ลงชอื่ ........................................
(นางสวุ ิมล อักษรกลาง)

สำรบัญ ข

เรือ่ ง หนำ้
คานา ก
สารบัญ ข
จดุ ประสงค์รายวิชา ค
ตารางวิเคราะหค์ าอธบิ ายรายวิชา ง
ค่มู ือครู จ
แผนจดั การเรยี นรู้ ฉ
หน่วยการเรียนรู้ ฎ
กิจกรรมการเรียนรู้ ณ
แผนจัดการเรียนรูเ้ ร่ือง
1
หน่วยที่ 1 ภาษาคอมพวิ เตอรแ์ ละขนั้ ตอนการพัฒนาโปรแกรม 10
หนว่ ยท่ี 2 การเขียน Algorithm 20
หนว่ ยที่ 3 เริ่มต้นใชง้ านโปรแกรม python เบอ้ื งตน้ 29
หน่วยท่ี 4 การออกแบบหนา้ จอโปรแกรม 37
หน่วยที่ 5 หลกั การเขียนโปรแกรมด้วย python 47
หนว่ ยท่ี 6 คาส่งั ควบคมุ การทางาน 57
หนว่ ยที่ 7 รู้จักตวั แปรแบบอาร์เรยแ์ ละสตริง 69
หนว่ ยท่ี 8 การใช้งานโปรแกรมยอ่ ยและขอบเขตของตัวแปร 79
หนว่ ยท่ี 9 เขา้ ใจหลักการเขยี นโปรแกรม oop 88
หน่วยท่ี 10 การทางานกบั ไฟลข์ อ้ มลู 97
หน่วยที่ 11 โปรแกรมเสริมทักษะ 106
หน่วยท่ี 12 ตวั อยา่ งโปรแกรมสาหรบั ธุรกิจ 114
แบบประเมนิ คณุ ธรรมจริยธรรม (ผเู้ รยี นประเมนิ ตนเอง) 115
แบบประเมินสาระการเรยี นรู้ (ผเู้ รียนประเมินตนเอง) 116
แบบประเมินคุณธรรมจริยธรรม(ผสู้ อนประเมินผูเ้ รียน) 117
แบบประเมนิ สาระการเรียนรู(้ ผสู้ อนประเมนิ ผูเ้ รยี น) 118
แบบสอบถามความพึงพอใจ/ความคดิ เห็นต่อสื่อการสอน



แผนจดั กำรเรยี นรู้แบบบรู ณำกำร
ช่ือรำยวิชำ กำรเขยี นโปรแกรมภำษำไพธอนเบ้ืองตน้ รหัสวชิ ำ 20901-2205

ระดับประกำศนียบัตรวชิ ำชีพ (ปวช.) หมวดวิชำชีพ วิชำชพี สำขำงำน
จำนวน 2 หน่วยกติ จำนวนชว่ั โมง รวม 54 ช่วั โมง

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จดุ ประสงคร์ ำยวชิ ำ เพือ่ ให้

1. เข้าใจเก่ยี วกบั การเขยี นโปรแกรมภาษาไพธอนเบือ้ งตน้
2. สามารถเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบื้องต้น
3. เหน็ คุณคา่ ของภาษาไพธอนต่องานธุรกิจ
4. มีกิจนสิ ัยในการทางานด้วยความประณีต รอบคอบและปลอดภัย ตระหนกั ถึงคุณภาพของงาน
และมี จรยิ ธรรมในงานอาชีพ

สมรรถนะรำยวิชำ
1. แสดงความรู้เกย่ี วกับหลักการเขียนโปรแกรม โครงสรา้ งและไวยากรณค์ าสงั่ ของการเขียนโปรแกรม
ภาษาไพธอน
2. ใชง้ านเครื่องมือชว่ ยเขยี นโปรแกรมภาษาไพธอน
3. ปฏบิ ตั ิการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนขนาดเลก็

คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ศกึ ษาและปฏิบตั ิเก่ยี วกับหลักการเขยี นโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้อื งตน้ บทบาทของเขียน โปรแกรม

ภาษา ไพธอนเบื้องต้น ในปัจจบุ ัน โครงสร้างและไวยากรณ์ของการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้ืองตน้ คาส่ัง
ภาษา ไพธอนเบอ้ื งต้น เครื่องมอื ช่วยเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบื้องต้น และปฏบิ ตั กิ ารเขยี นโปรแกรมขนาด
เลก็



ตำรำงวเิ ครำะหค์ ำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

ชื่อวิชำ กำรเขียนโปรแกรมภำษำไพธอนเบ้อื งตน้ รหัสวิชำ 20901-2205 จำนวน 3 หนว่ ยกติ
ระยะเวลำเรียน 18 สัปดำห์ จำนวน 3 ชวั่ โมง / สัปดำห์ รวมจำนวน 54 ช่ัวโมง

ลำดบั ท่ี ชอ่ื หน่วยกำรเรียนรู้ พฤตกิ รรมทค่ี ำดหวงั ต่อกำรเรียนกำรสอน 1 ครง้ั
ควำมรู้ ทกั ษะ จิตพสิ ยั รวม(ชม.)

1 ภาษาคอมพิวเตอร์และข้ันตอนการ 1 2 1 3
พัฒนาโปรแกรม

2 การเขยี น Algorithm 12 1 3

3 เร่มิ ต้นใชง้ านโปรแกรม python 24 2 3
เบื้องต้น

4 การออกแบบหนา้ จอของโปรแกรม 2 4 2 3

5-6 หลกั การเขียนโปรแกรมด้วย python 2 4 2 6

7-8 คาส่งั ควบคุมการทางาน 24 2 6

9-10 รู้จักตัวแปรแบบอารเ์ รยแ์ ละสตรงิ 24 2 6

11-12 การใช้งานโปรแกรมย่อยและขอบเขต 2 4 2 6

ของตวั แปร

13-14 เข้าใจหลกั การเขียนโปรแกรม oop 2 4 2 6

15-16 การทางานกับไฟล์ข้อมลู 24 2 6
17 โปรแกรมเสรมิ ทักษะ 24 2 3
18 ตวั อย่างโปรแกรมสาหรบั ธุรกิจ 24 2 3

รวม 54



คูม่ ือครู

1. รหัสวชิ ำ 20901-2205 ชอ่ื วิชา การเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้ืองตน้ ระดบั ชั้น ปวช.
2. ผู้สอน นางสุวมิ ล อกั ษรกลาง
3. จดุ ประสงค์รำยวิชำ เพื่อให้

1. เขา้ ใจเก่ียวกับการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้อื งตน้
2. สามารถเขยี นโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้ืองตน้
3. เห็นคณุ ค่าของภาษาไพธอนตอ่ งานธุรกจิ
4. มกี จิ นสิ ยั ในการทางานดว้ ยความประณตี รอบคอบและปลอดภัย ตระหนักถึงคุณภาพของงาน
และมี จริยธรรมในงานอาชีพ

4. สมรรถนะรำยวชิ ำ
1. แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการเขียนโปรแกรม โครงสรา้ งและไวยากรณค์ าสงั่ ของการเขียนโปรแกรม
ภาษาไพธอน
2. ใช้งานเคร่ืองมือชว่ ยเขยี นโปรแกรมภาษาไพธอน
3. ปฏิบตั ิการเขยี นโปรแกรมภาษาไพธอนขนาดเล็ก

5. คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ศกึ ษาและปฏิบัตเิ ก่ียวกบั หลักการเขยี นโปรแกรมภาษาไพธอนเบือ้ งตน้ บทบาทของเขยี น โปรแกรม

ภาษา ไพธอนเบือ้ งต้น ในปัจจุบัน โครงสรา้ งและไวยากรณ์ของการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้ืองต้น คาส่งั
ภาษา ไพธอนเบอ้ื งต้น เคร่ืองมอื ชว่ ยเขยี นโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้ืองต้น และปฏบิ ัติการเขียนโปรแกรมขนาด
เล็ก



6. ตำรำงแผนจัดกำรเรียนรู้

สัปดาห์ท่ี หน่วยการเรียนรู้/เน้อื หา กิจกรรม

1 บทท่ี 1 ภาษาคอมพวิ เตอร์และขน้ั การพฒั นาโปรแกรม - ให้นักศึกษาค้นคว้าหน่วยการ

1. เข้าใจความหมายของภาษาคอมพิวเตอร์ เรยี น

2. จาแนกประเภทของโปรแกรมได้ - บรรยาย

3. อธิบายข้นั ตอนการพฒั นาโปรแกรมได้ - อธบิ าย ยกตัวอยา่ ง

4. อธิบายความสาคัญของการส่ือสารกับผ้ใู ช้ด้วย - แสดงวิธีการปฏิบัตใิ นแต่ ละ

GUI ที่มีประสิทธภิ าพ หวั ข้อการเรียนและใหน้ ักศกึ ษา

ปฏิบตั ไิ ปพร้อมกัน

- สรปุ บทเรยี น

- แบบฝกึ หัด / ทดสอบ

2 บทท่ี 2 การเขยี น Algorithm - ใหน้ กั ศึกษาคน้ ควา้ หน่วยการ

1. อธบิ ายความหมายของซูโดโค้ดได้ เรยี น

2. สามารถเขียนคาอธบิ ายข้ันตอนการทางานของ - บรรยาย

โปรแกรมได้ - อธบิ าย ยกตวั อยา่ ง

3. เขา้ ใจวธิ กี ารเขียนซโู ดโค้ด - แสดงวธิ กี ารปฏบิ ัติในแต่ ละ

4. สามารถใชส้ ญั ลกั ษณต์ ่างๆ ในการเขียนผงั งานได้ หัวขอ้ การเรียนและให้นักศึกษา

ถูกต้อง ปฏิบัตไิ ปพร้อมกัน

- สรุปบทเรียน

- แบบฝกึ หัด / ทดสอบ

3 บทท่ี 3 เร่ิมต้นใช้งานโปรแกรม python เบอ้ื งตน้ - กาหนดใหน้ กั ศกึ ษาค้นควา้

1. ร้จู ักโปรแกรม python เบอื้ งตน้ เกี่ยวกับตัวเลขในระบบ

2. สามารถดาวนโ์ หลดโปรแกรม python เบ้อื งตน้ คอมพิวเตอร์

มาติดต้ังได้ - ผู้สอนใหค้ าแนะนา

3. อธิบายส่วนต่างๆ บนหน้าจอโปรแกรม python - บรรยาย /ยกตัวอย่าง

เบื้องต้น และเรียกใชง้ านได้ - ใหน้ กั ศึกษาออกมาแสดงวธิ ที า

4. สามารถเริ่มต้นเขยี นโปรแกรมได้ ทดสอบ กบั ปญั หาท่ีอาจารยก์ าหนดให้

โปรแกรมได้ - สรุปบทเรยี น

5. เขา้ ใจพ้ืนฐานการเขียนโปรแกรมโดยใช้เครือ่ งมือ - แบบฝกึ หดั / ทดสอบ

กราฟิกโหมด



4 บทที่ 4 การออกแบบหน้าจอของโปรแกรม - อธิบาย

1. สามารถออกแบบหนา้ จอของโปรแกรมได้มี - บรรยาย

ประสทิ ธิภาพ - ยกตวั อยา่ งและแสดงวิธที า

2. สามารถใช้คอนโทรลต่างๆ ประกอบรวมกันบน - แนะนาเทคนคิ ง่าย ๆ

ฟอรม์ ไดต้ รงกบั หนา้ จอท่ีออกแบบ - ให้นักศึกษาออกมาสาธิตพรอ้ ม

3. ร้จู ักคอนโทรล และการปรบั แตง่ คุณสมบัติของ สรุปขั้นตอน

คอนโทรล - ถามตอบ

4. สามารถใชเ้ คร่ืองมือชว่ ยในการจดั วาง - สรุปบทเรยี น

องค์ประกอบของหน้าจอได้ - แบบฝึกหดั / ทดสอบ

5-6 บทท่ี 5 หลักการเขยี นโปรแรมดว้ ย python - อธิบาย

1. รจู้ ักเคร่ืองมือเขียนโคด้ โปรแกรม python - บรรยาย

2. เขา้ ใจการเขยี นโปรแกรม python เข้าใจการใช้ - ยกตัวอย่างและแสดงวธิ ที า

งานตัวแปรเพื่อจดั เก็บข้อมูลชนดิ ตา่ งๆ และ - แนะนาเทคนคิ ง่าย ๆ

ค่าคงท่ี - ใหน้ กั ศึกษาออกมาสาธติ พรอ้ ม

3. เข้าใจการใช้งานข้อมูลชนิดตา่ งๆ สรุปขั้นตอน

4. เข้าใจการใช้งานตวั ดาเนินการทางคณิตศาสตร์ - ถามตอบ

5. เขา้ ใจการใชง้ านตวั ดาเนนิ การทางตรรกะ และ - สรุปบทเรียน

ตวั ดาเนินการเปรียบเทียบ - แบบฝกึ หดั / ทดสอบ

6. เขา้ ใจการใช้งานตัวดาเนินการขอ้ มูลชนดิ สตรงิ

7. สามารถเขยี นโค้ดโปรแกรมได้ตรงตาม

วตั ถปุ ระสงค์ทีก่ าหนดได้

7-8 บทที่ 6 คาสัง่ ควบคมุ การทางาน - ให้นักศึกษาทาความเขา้ ใจ

1. สามารถควบคุมการทางานของโปรแกรมดว้ ย เน้อื หาจากหนงั สือ

python ได้ - ตงั้ คาถามจากสิง่ ที่ศึกษาแลว้ สุ่ม

2. สามารถสร้างการวนซ้า สาหรับโปรแกรมท่มี ี ให้นักศึกษาตอบคาถามและ

การประมวลผลแบบเดียวกันหรือคล้ายกนั นาเสนอ

3. สามารถประยุกต์เขยี นโปรแกรมด้วยการใช้ - อธบิ าย

คาสง่ั ในการควบคุมทศิ ทางของโปรแกรมใน - บรรยาย

python ไดต้ รงกับวตั ถุประสงคข์ องโปรแกรม - แสดงวธิ กี ารใชเ้ คร่อื งมือสาหรับ



ตามกาหนด เขยี นผงั งานแลว้ ใหน้ กั ศึกษาลอง

4. เขา้ ใจการเขียนโปรแกรมแบบเลอื กทาด้วย If- ทา

Then If-Then,If-Then-Else, If-Then-ElseIf - ครูคอยให้คาแนะนา

และ Nested If - สรุปบทเรยี น

5. เข้าใจการเขียนโปรแกรมแบบเลือกทาแบบ - แบบฝึกหัด /ทดสอบ

หลายตวั เลือกด้วย Select-Case

6. เขา้ ใจการเขยี นโปรแกรมแบบวนซ้าด้วย For-

Next

7. เขา้ ใจการเขียนโปรแกรมแบบวนซ้าด้วย

While-Loop, Do-Loop, Do Until-Loop

และDo-Loop Until

9-10 บทที่ 7 รู้จกั ตัวแปรแบบอาร์เรย์และสตรงิ - ให้นักศึกษาทาความเข้าใจ

1. เขา้ ใจและสามารถใช้งานตัวแปรแบบอาร์เรย์ เกีย่ วกับวธิ ีการเขยี นซโู ดโคด้

2. เขา้ ใจและสามารถใช้ตัวแปรแบบอาร์เรย์หลาย แบบต่างๆในบทเรยี น

มิติได้ - ถาม ตอบ

3. สามารถประยุกต์ใชต้ ัวแปรแบบอาร์เรยใ์ นการ - บรรยาย

เขียนโปรแกรมได้ - ครยู กตวั อย่างวธิ ีการต่างๆแล้ว

4. สามารถใช้คณุ สมบตั ิ เมธอด หรอื ฟังก์ชัน ใหน้ ักศึกษาออกมาทาหน้า

จดั การตัวแปรแบบอารเ์ รย์ได้ กระดาน

5. เข้าใจลักษณะการจดั เกบ็ ข้อมูลแบบสตรงิ ในุมม - บรรยาย / สรุป

องแบบอารเ์ รยไ์ ด้ - แบบฝึกหดั / ทดสอบ

6. สามารถใช้ฟังก์ชัน หรือเมธอดในการจัดการ

ขอ้ มลู แบบสตรงิ ได้

11-12 บทที่ 8 การใช้งานโปรแกรมย่อยและขอบเขตของตวั - บรรยาย

แปร - ถาม ตอบ

1. รู้จักประโยชน์ของการใช้งานโปรแกรมย่อย - แสดงวิธกี ารเขยี นโปรแกรมแบบ

2. สามารถเขียนโปรแกรมย่อยแบบพื้นฐานขน้ึ มา เรยี งลาดับใหน้ ักศึกษาดู

ใชง้ านได้ - ทดสอบโดยการส่มุ ใหน้ ักศึกษา

3. สามารถเขียนโปรแกรมยอ่ ยที่รับคา่ ข้อมูลจาก เขยี น



ภายนอกเข้าไปประมวลผลได้ - สรปุ บทเรยี น

4. สามารถเขยี นโปรแกรมยอ่ ยแบบส่งคา่ กลับสู่ - แบบฝกึ หัด / ทดสอบ

โปรแกรมหลักได้

5. สามารถใชง้ านตวั แปร และกาหนดของเขตของ

ตัวแปรไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์

13-14 บทท่ี 9 เขา้ ใจหลกั การเขยี นโปรแกรม oop - อธิบาย

1. บอกความหมายการเขยี นโปรแกรม oop - บรรยาย

2. เขา้ ใจความหมายและคุณสมบัตขิ องคลาส และ - แสดงวิธีการแบบตา่ ง ๆ

ออบเจ็กต์ - ถาม ตอบ

3. เขา้ ใจการถ่ายทอดคุณสมบัติจากคลาสสู่ - ใหน้ ักศึกษาออกมาแสดงการ

ออบเจ็กต์ เขียนตามวิธีการต่างๆทค่ี รสู อน

4. รู้จกั สว่ นประกอบคอนโทรลในมมุ มองแบบ - สรุปบทเรยี น

คลาส และออบเจ็กต์ - แบบฝกึ หัด / ทดสอบ

5. สามารถสรา้ งคลาสแบบพนื้ ฐานขน้ึ มาใช้งานได้

15-16 บทท่ี 10 การทางานกับไฟลข์ ้อมลู - บรรยาย

1. เข้าใจหลกั การทางานกับไฟล์ขอ้ มูล - อธบิ าย

2. สามารถบนั ทึกข้อมูลในไฟล์ข้อมูลได้ - ถาม ตอบ

3. สามารถแก้ไขไฟล์ขอ้ มูลได้ - แสดงวิธที าแบบมีทาซา้

4. สามารถอา่ นไฟลข์ อ้ มูลได้ - ใหน้ กั ศึกษาลองเขียนโปรแกรม

5. สามารถบันทึกและอา่ นข้อมูลแบบเรคคอรด์ ได้ แบบมีการทาซ้า

- ครแู นะนาเทคนิคงา่ ย ๆ

- สรุปบทเรยี น

- แบบฝึกหัด / ทดสอบ

17 บทที่ 11 โปรแกรมเสรมิ ทักษะ - บรรยาย

1. สามารถรวบรวมปัญหา ข้อผิดพลาด และ - อธิบาย

ประเมินผลการใชง้ านเพ่ือสรุปหาแนวทางการ - ถาม ตอบ

2. พัฒนาโปรแกรมต่อไปได้ - แสดงวธิ ที าแบบมที าซา้

3. สามารถเขียนโปรแกรมตรวจสอบข้อมูลที่ - ใหน้ กั ศึกษาลองเขียนโปรแกรม

รับเข้ามาก่อนจะนาไปประมวลผลได้ แบบมกี ารทาซ้า



4. สามารถปรับแตง่ รูปแบบการแสดงผลตวั เลข - ครแู นะนาเทคนิคงา่ ย ๆ

ตามตอ้ งการได้ - สรปุ บทเรียน

- แบบฝึกหัด / ทดสอบ

18 บทท่ี 12 ตัวอยา่ งโปรแกรมสาหรับธุรกิจ - บรรยาย

1. เขา้ ใจกระบวนการในการเขียนโปรแกรมเพื่อ - อธบิ าย

นาไปใช้จรงิ ทางธรุ กิจได้ - ถาม ตอบ

2. พฒั นาทกั ษะในการเขยี นโปรแกรม และ - แสดงวธิ ีทาแบบมีทาซ้า

ประยกุ ตใ์ ชง้ านจริงได้ - ให้นักศึกษาลองเขียนโปรแกรม

แบบมกี ารทาซา้

- ครแู นะนาเทคนิคงา่ ย ๆ

- สรุปบทเรยี น

- แบบฝึกหัด / ทดสอบ



หน่วยกำรเรยี นรู้

ชอื่ วิชำ กำรเขยี นโปรแกรมภำษำไพธอนเบือ้ งต้น รหัสวิชำ 20901-2205

รวม 4 ชว่ั โมง / สัปดำห์

คร้งั ที่ หนว่ ยท่ี ช่อื หน่วยกำรเรยี นรู้ จำนวน
ช่ัวโมง
1 1 ภำษำคอมพิวเตอร์และขน้ั กำรพัฒนำโปรแกรม
สำระสำคัญ 4
1. เขา้ ใจความหมายของภาษาคอมพวิ เตอร์
2. จาแนกประเภทของโปรแกรมได้ 4
3. อธบิ ายขน้ั ตอนการพฒั นาโปรแกรมได้
4. อธิบายความสาคัญของการสื่อสารกบั ผ้ใู ชด้ ว้ ย GUI ทีม่ ี
ประสทิ ธิภาพ

2 2 กำรเขยี น Algorithm
สำระสำคัญ
1. อธบิ ายความหมายของซโู ดโค้ดได้
2. สามารถเขยี นคาอธิบายขน้ั ตอนการทางานของโปรแกรมได้
3. เขา้ ใจวธิ ีการเขยี นซโู ดโคด้
4. สามารถใช้สัญลักษณต์ า่ งๆ ในการเขยี นผงั งานไดถ้ ูกต้อง

3 3 เรมิ่ ตน้ ใช้งำนโปรแกรม Visual Studio 4

สำระสำคัญ

1. สามารถดาวนโ์ หลดโปรแกรม python เบอื้ งต้น มาตดิ ตัง้ ได้

2. อธบิ ายสว่ นตา่ งๆ บนหน้าจอโปรแกรม python เบอ้ื งตน้ และ

เรียกใชง้ านได้

3. สามารถเรมิ่ ตน้ เขียนโปรแกรมได้ ทดสอบโปรแกรมได้

4. เขา้ ใจพ้ืนฐานการเขยี นโปรแกรมโดยใชเ้ ครื่องมือกราฟกิ โหมด



4 4 กำรออกแบบหน้ำจอของโปรแกรม 4

สำระสำคัญ

1. สามารถออกแบบหน้าจอของโปรแกรมได้มปี ระสิทธิภาพ

2. สามารถใชค้ อนโทรลต่างๆ ประกอบรวมกนั บนฟอร์มได้ตรงกับ

หน้าจอที่ออกแบบ

3. รู้จักคอนโทรล และการปรับแตง่ คณุ สมบตั ิของคอนโทรล

4. สามารถใช้เคร่ืองมือช่วยในการจดั วางองคป์ ระกอบของหนา้ จอ

ได้

5-6 5 หลักกำรเขียนโปรแรมด้วย python 8

สำระสำคัญ

1. เขา้ ใจการเขียนโปรแกรมแบบ python เบ้อื งต้น

2. เข้าใจการใชง้ านตวั แปรเพ่ือจัดเก็บข้อมูลชนิดตา่ งๆ และ

ค่าคงท่ี

3. เขา้ ใจการใชง้ านข้อมลู ชนดิ ต่างๆ

4. เขา้ ใจการใชง้ านตัวดาเนินการทางคณิตศาสตร์

5. เขา้ ใจการใชง้ านตัวดาเนินการทางตรรกะ และตวั ดาเนินการ

เปรยี บเทยี บ

6. เข้าใจการใช้งานตัวดาเนนิ การขอ้ มูลชนดิ สตรงิ

7. สามารถเขยี นโคด้ โปรแกรมได้ตรงตามวัตถุประสงค์ท่ีกาหนดได้



7-8 6 คำสง่ั ควบคมุ กำรทำงำน 8

สำระสำคัญ

1. สามารถสร้างการวนซ้า สาหรับโปรแกรมท่มี ีการประมวลผล

แบบเดียวกันหรอื คล้ายกนั

2. สามารถประยุกต์เขียนโปรแกรมดว้ ยการใชค้ าส่ังในการควบคมุ

ทิศทางของโปรแกรมใน python ไดต้ รงกบั วัตถุประสงคข์ อง

โปรแกรมตามกาหนด

3. เข้าใจการเขยี นโปรแกรมแบบเลอื กทาด้วย If-Then If-

Then,If-Then-Else, If-Then-ElseIf และ Nested If

4. เขา้ ใจการเขียนโปรแกรมแบบเลือกทาแบบหลายตวั เลือกดว้ ย

Select-Case

5. เขา้ ใจการเขยี นโปรแกรมแบบวนซ้าดว้ ย For-Next

6. เข้าใจการเขียนโปรแกรมแบบวนซา้ ดว้ ย While-Loop, Do-

Loop, Do Until-Loop และDo-Loop Until

9-10 7 รู้จกั ตัวแปรแบบอำรเ์ รยแ์ ละสตรงิ 8

สำระสำคัญ

1. เขา้ ใจและสามารถใชง้ านตวั แปรแบบอาร์เรย์

2. เข้าใจและสามารถใชต้ วั แปรแบบอาร์เรยห์ ลายมิติได้

3. สามารถประยุกต์ใช้ตัวแปรแบบอารเ์ รย์ในการเขยี นโปรแกรม

ได้

4. สามารถใชค้ ุณสมบัติ เมธอด หรอื ฟงั กช์ ันจัดการตัวแปรแบบ

อารเ์ รยไ์ ด้

5. เขา้ ใจลักษณะการจัดเก็บข้อมูลแบบสตรงิ ในมุ มองแบบอาร์เรย์

ได้

6. สามารถใชฟ้ ังกช์ ัน หรือเมธอดในการจัดการข้อมูลแบบสตรงิ ได้

11-12 8 กำรใชง้ ำนโปรแกรมย่อยและขอบเขตของตวั แปร ฑ
สำระสำคัญ 8
1. ร้จู ักประโยชนข์ องการใช้งานโปรแกรมย่อย
2. สามารถเขยี นโปรแกรมยอ่ ยแบบพืน้ ฐานขน้ึ มาใชง้ านได้ 8
3. สามารถเขียนโปรแกรมย่อยท่ีรับค่าข้อมลู จากภายนอกเขา้ ไป
ประมวลผลได้ 4
4. สามารถเขยี นโปรแกรมย่อยแบบสง่ คา่ กลับสู่โปรแกรมหลักได้
5. สามารถใชง้ านตวั แปร และกาหนดของเขตของตัวแปรได้ตรง
ตามวัตถุประสงค์

13-14 9 เข้ำใจหลกั กำรเขยี นโปรแกรมแบบ OOP
สำระสำคัญ
1. บอกความหมายการเขียนโปรแกรมแบบ OOP
2. เขา้ ใจความหมายและคุณสมบัติของคลาส และออบเจ็กต์
3. เขา้ ใจการถ่ายทอดคุณสมบตั ิจากคลาสสอู่ อบเจก็ ต์
4. รู้จักสว่ นประกอบคอนโทรลในมมุ มองแบบคลาส และ
ออบเจ็กต์
5. สามารถสร้างคลาสแบบพ้นื ฐานขึ้นมาใชง้ านได้

15-16 10 กำรทำงำนกับไฟล์ขอ้ มูล
สำระสำคญั
1. เข้าใจหลกั การทางานกับไฟล์ขอ้ มูล
2. สามารถบนั ทึกข้อมลู ในไฟลข์ ้อมลู ได้
3. สามารถแก้ไขไฟล์ข้อมลู ได้
4. สามารถอา่ นไฟล์ข้อมูลได้
5. สามารถบันทึกและอา่ นข้อมลู แบบเรคคอร์ดได้

17 11 โปรแกรมเสรมิ ทกั ษะ ฒ
สำระสำคัญ 4
1. สามารถรวบรวมปญั หา ข้อผิดพลาด และประเมนิ ผลการใช้
งานเพื่อสรปุ หาแนวทางการ
2. พัฒนาโปรแกรมต่อไปได้
3. สามารถเขยี นโปรแกรมตรวจสอบข้อมูลทร่ี ับเข้ามากอ่ นจะ
นาไปประมวลผลได้
4. สามารถใช้งาน ListView เพ่อื แสดงข้อมูลได้
สามารถปรบั แตง่ รปู แบบการแสดงผลตวั เลขตามต้องการได้

18 12 ตวั อย่ำงโปรแกรมสำหรับธุรกจิ 4

สำระสำคญั

1. เขา้ ใจกระบวนการในการเขียนโปรแกรมเพ่ือนาไปใช้จรงิ ทางธุรกจิ

ได้

2. พฒั นาทักษะในการเขียนโปรแกรม และประยุกต์ใชง้ านจริงได้



7. กิจกรรมกำรเรยี นรู้
7.1 กจิ กรรมครู
7.1.1 จัดเตรียมเอกสาร หนังสืออ้างอิง ส่ือการเรียนท้ังสื่อโสตทัศน์ ส่ือส่ิงพิมพ์ ตัวอย่างแฟ้มสะสม

ผลงานของผู้เรียน
7.1.2 นาเข้าสู่บทเรียนโดยการประเมินผู้เรียนท่ีหลากหลาย เช่น ถามความรู้พ้ืนฐานท้ังห้อง หรือ ทา

แบบฝึกหดั เรยี น
7.1.3 การให้ข้อมูลหรือการสอน โดยผู้สอนให้ผู้เรียนศึกษาจากใบความรู้ แบบฝึกหัด สรุปสาระการ

เรียนรู้ประจาหน่วยการเรียน ตัวอย่างแฟ้มสะสมผลงานรุ่นพี่ หรือชุดการเรียน สื่อโสตทัศน์แล้วทาแบบฝกึ หัด
หากยังทาไดไ้ ม่ครบให้ทบทวนบทเรยี นให้ผเู้ รียนใหม่

7.1.4 สังเกต บันทึกพฤติกรรมผู้เรียนขณะศึกษาบทเรียน คอยช่วยเหลือให้คาแนะนาเม่ือผู้เรียน
ต้องการ

7.1.5 การประยุกตใ์ ช้ โดยให้ใบมอบหมายงานแก่ผู้เรียน ดาเนินงานตามจุดประสงค์ทกี่ าหนดไว้ในใบ
งาน โดยดาเนินงานในลักษณะของขนั้ ตอนทางวิทยาศาสตร์ เริ่มต้ังแต่ ระบุความต้องการของปัญหา ข้ันศึกษา
เพ่อื หาสมมติฐาน ข้ันปฏิบัตเิ พือ่ หาคาตอบ และสรุปผลของคาตอบทีไ่ ด้จากขั้นปฏิบตั ิ

7.1.6 สังเกต บันทึกพฤติกรรมผู้เรียนขณะดาเนินงานตามใบงาน คอยช่วยเหลือให้คาแนะนาเม่ือ
ผู้เรยี นต้อง

7.1.7 แบ่งกลุ่มผู้เรียนเพ่ือดาเนินการตามใบงาน แล้วผู้สอนเดินสารวจการดาเนินงานตามใบงานของ
ผเู้ รยี นหากพบวา่ ผู้เรียนดาเนินการยังไมถ่ ูกตอ้ งใหค้ อยชีแ้ นะวิธที ่ีถูกต้องทนั ที

7.1.8 การตรวจสอบผลการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนร่วมกันกาหนดหัวข้อที่จะประเมินงานร่วมกับผู้เรียน
ตรวจสอบช้ินงานเพื่อประเมินและแก้ไขข้อบกพร่อง

7.1.9 สังเกต บันทึกพฤติกรรมผู้เรียนขณะผู้เรียนทางาน คอยช่วยเหลือให้คาแนะนาเม่ือผู้เรียน
ตอ้ งการ

7.1.10 หากผู้เรียนได้แบ่งกลุ่มรับผิดชอบการดาเนินการตามใบงานให้ตัวแทนกลุ่มหรือสมาชิกทั้ง
กลุ่มลุกขน้ึ บอกคาตามพรอ้ มทั้งวธิ กี ารได้มาซงึ่ คาตอบ

7.1.11 ครอู ธิบายเน้อื หา พร้อมแสดงวธิ ีทาครใู ห้นกั ศกึ ษามสี ่วนร่วมในการเรียนการสอน เช่น
- ถามตอบ
- รว่ มกันสรปุ
- ร่วมกนั วิเคราะห์หาเทคนคิ และแนวทางที่ดแี ละง่าย
- ร่วมกันสร้างโจทย์ปัญหา และ ร่วมกันสรุปวิธีการแก้ปัญหาท่ีกาหนดในแนวทางที่ถูกต้อง

และเหมาะสม



7.1.12 ครูให้นกั ศึกษาทาแบบฝึกหัดทบทวนบทเรียนบนกระดานเป็นรายบุคคลพร้อมให้อธบิ ายและ
สรปุ หลกั การออกมาเป็นแนวคดิ ตามความเข้าใจของแต่ละบุคคล

7.1.13 ครูใหน้ ักศึกษาตอบคาถามพร้อมออกมาสาธิตวธิ ีการทาโดยวิธีการสุ่มนกั ศกึ ษาในห้อง
7.1.14 ครูกาหนดโจทย์และปัญหากับนักศึกษา แล้วให้นักศึกษาแต่ละคนมาตอบคาถามพร้อมแสดง
วิธหี าคาตอบตามหวั ขอ้ ทีจ่ บั ฉลากได้นอกเวลาเรียน
7.1.15 ครูจัดให้นักศึกษาทากิจกรรมกลุ่ม เพื่อให้เกิดความคิดท่ีหลากหลายในกระบวนการวเิ คราะห์
หาเหตุและผล แล้วส่งตัวแทนออกไปแสดงวธิ กี ารหาคาตอบบนกระดานดาในชวั่ โมงเรียนในแต่ละภาระงาน
7.1.16 ครูสรุปพรอ้ มแนะนาเทคนคิ และกระบวนการคดิ ท่ถี ูกต้อง
7.1.17 ผู้เรียนทาภาระงานทุกหน่วยการเรียนตามใบงานประจาหน่วยส่งในเวลาท่ีกาหนด แล้ว
หลังจากครูไดต้ รวจช้ินงานให้ผ้เู รยี นทาการแก้ไขใหถ้ ูกต้องและเก็บสะสมช้ินงานเพื่อจัดทาแฟม้ สะสมชิ้นงานใน
ทกุ หนว่ ยการเรยี นรูห้ ลังเสร็จสนิ้ กระบวนการเรยี นการสอน

7.2 กจิ กรรมผ้เู รยี น
7.2.1 จัดเตรียมเอกสาร หนงั สอื แบบเรยี น หนงั สอื อ้างองิ ตามท่ผี ้สู อนและบทเรยี นกาหนด
7.2.2 นาเข้าสู่บทเรียนโดยรับการชี้แจงวิธีการเรียนรู้ ระยะเวลาท่ีทาการเรียนการสอน หลักการ

แนวทางการเรยี น การประเมนิ ผลการเรยี น
7.2.3 จัดกล่มุ กันศกึ ษา ค้นคว้า หาขอ้ มลู จากเอกสารตารา หนังสือเรียน หนังสอื อ้างองิ และเรียนจาก

ชุดการเรียนและส่ือการเรียนต่าง ๆ และผู้เรียนร่วมกันแลกเปล่ียนความรู้ความคิดเห็นซ่ึงกันและกันเพ่ือหา
ความคดิ รวบยอดใหเ้ กดิ ในแตล่ ะสาระการเรยี นรู้

7.2.4 การให้ข้อมูล โดยศกึ ษาเน้อื หาจากใบความรู้ ใบงาน หรือส่ือการเรียนตา่ ง ๆ แล้วทาแบบฝึกหัด
หากยังทาได้ไม่ครบทาการทบทวนบทเรียนใหม่ หากมีปัญหาข้อขัดขอ้ งให้ขอคาแนะนาจากผู้สอนและเพื่อนใน
กลุม่

7.2.5 การประยุกต์ใช้ โดยศึกษาใบมอบหมายงาน ดาเนินงานตามจุดประสงค์ในแต่ละสาระการ
เรียนรู้ตามใบงานที่กาหนดไว้โดยดาเนินงานในลักษณะของขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ เร่ิมตั้งแต่ ระบุความ
ต้องการของปัญหา ข้ันศึกษาเพ่ือหาสมมติฐาน ขั้นดาเนินการปฏิบัติเพื่อให้ได้มาซึ่งคาตอบ สรุปผลของ
คาตอบท่ไี ดม้ าจากข้ันปฏิบัติ หน้าหอ้ งเรยี น หรือสง่ ครู ตามทไ่ี ดก้ าหนดไว้ในใบมอบหมายงาน หากมีปญั หาให้
ขอคาแนะนาจากผู้สอนและเพ่ือในกลุม่ หรือเพ่ือในห้องเรยี น

7.2.6 การตรวจสอบผลการเรียนรู้ โดยทารายงานผลการดาเนินงาน ร่วมกับผู้สอนกาหนดหัวขอ้ ที่จะ
ประเมินงานในแต่ละสาระการเรียนรู้ และผู้เรียนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบช้ินงานเพื่อประเมินและแก้ไข
ข้อบกพรอ่ ง หากมปี ญั หาขดั ข้องให้ขอคาแนะนาจากผ้สู อนและเพื่อนในกลุ่ม



8. ส่อื กำรเรียนกำรสอน
8.1 หนังสอื ประกอบการเรียนวิชา การเขียนโปรแกรมโดยใช้เคร่อื งมอื กราฟกิ โหมด
8.2 ใบงานประจาหนว่ ยการเรียนรู้แตล่ ะหนว่ ย
8.3 แบบฝกึ หัดประจาหน่วยการเรียนรู้
8.4 ตัวอย่างแฟ้มสะสมชนิ้ งาน
8.5 ชุดการสอน PowerPoint แต่ละหนว่ ยการเรยี น
8.6 VCD CAI
8.7 บทเรียนออนไลนว์ ิชาการเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ คร่ืองมอื กราฟิกโหมด

9. กำรวดั ผลประเมนิ ผล เกบ็ คะแนนระหว่ำงกำรดำเนนิ กจิ กรรมกำรเรียนรู้ 100 คะแนน

1. คุณธรรมและจรยิ ธรรม 20 คะแนน

2. ใบงาน/แบบฝึกหดั (ชิน้ งาน/แฟม้ สะสมผลงาน) 30 คะแนน

3. ทดสอบระหว่างเรยี น 20 คะแนน

4. ประเมินผลผเู้ รยี นหลงั เรียน 30 คะแนน

10. กำรวัดและประเมนิ ผล
10.1 ผู้เรยี นปฏบิ ตั ิภาระงานท่มี อบหมายเสร็จทนั เวลาท่กี าหนดและถกู ตอ้ ง
10.2 ผู้เรียนมีความสนใจในการตอบคาถามและการสรุปผลการเรียนรู้แต่ละหน่วยการเรียนได้อย่าง

ถกู ต้อง
10.3 เกิดความคิดรวบยอดในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ และรู้หลัก เทคนิค และวิธีการต่างๆได้อย่าง

รวดเรว็ และถกู ตอ้ ง
10.4 ผ่านการทดสอบประจาหน่วยและประมวลผลสาระการเรียนร้ตู ลอดภาคเรยี น
10.5 ผู้เรียนเกดิ ทักษะในบทเรยี นต่างๆท่ีสอน
10.6 สังเกตพฤติกรรมและการแสดงออกถึงการเล็งเห็นคุณค่าของบทเรียน ความสนใจในการเรยี นรู้

การค้นควา้ เพื่อแสดงความรู้และคาตอบ การมีส่วนรว่ มในกิจกรรม
10.7 การซักถามและการตอบคาถาม
10.8 แบบฝึกหดั และกิจกรรมการฝกึ ทักษะ
10.9 การทางานเป็นทีม (ใหค้ วามสาคัญในการทางานเปน็ ทีม)
10.10การประเมนิ โดยกลุ่มเพื่อน การประเมินตนเอง
10.11การเขยี นรายงานผลงาน และการแก้ไขส่วนทีบ่ กพร่องในชนิ้ งานที่มอบหมาย



10.12แฟม้ สะสมผลงานท่ีมอบหมายในแตล่ ะหน่วยการเรยี น

เคร่ืองมอื วดั ผล
1. ดำ้ นคุณธรรมจรยิ ธรรม (จิตพสิ ัย)

1.1 การปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบียบของสถานศกึ ษา
1.2 ตรงต่อเวลา
1.3 สนใจปฏบิ ัติงานทม่ี อบหมายและความกระตอื รอื ร้นในการเรียน
1.4 ความรับผิดชอบ
1.5 ความสะอาดและความเป็นระเบยี บ
1.6 ความซอื่ สตั ย์
1.7 การเหน็ คณุ ค่าและมเี จตท่ดี ี
2. ด้ำนวชิ ำกำร (ด้ำนทักษะ)
2.1 ตอบคาถาม
2.2 หลกั การและเทคนิคในกระบวนการคิด
2.3 มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ
2.4 ผลงานการปฏิบตั ติ ามใบงานมคี วามถกู ตอ้ ง
2.5 มีทักษะและวิเคราะหก์ ารใช้งานได้
2.6 ความสามารถในการนาความรู้ไปประยกุ ต์ใช้ในการทางานกับคอมพิวเตอร์
2.7 ทาแบบฝกึ หดั หลงั เรียนมคี วามเข้าใจ
2.8 กระบวนการแกป้ ญั หาและกระบวนการสืบค้นเพ่ือหาคาตอบ
2.6 มโี นภาพและความคดิ รวบยอดในการในกระบวนการเรยี นรู้ประจาหนว่ ย

10. แหล่งกำรเรยี นรู้
10.1 ห้องสมดุ สถานศกึ ษา
10.2 หอ้ งปฏบิ ตั ิการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ
10.3 ผปู้ กครอง เพ่อื น ๆ รุ่นพี่ และบุคลากรในสถานศกึ ษา
10.4 หนังสือ E-book , Elearning , Website ที่เกี่ยวขอ้ ง
10.5 ครูผสู้ อน



11. ผลงำนผูเ้ รียน
11.1 รวบรวมผลงานท่ีเป็นผลงานท่ีถูกต้องในภาระงานท่ีมอบหมาย และผู้เรียนทาการปรับปรุงแก้ไข
ชน้ิ งานทีย่ งั ไมถ่ ูกต้องให้ถกู ตอ้ ง แลว้ จัดทาเปน็ แฟม้ สะสมผลงาน
11.2 แฟ้มสะสมผลงานการทดสอบของผเู้ รียน

10. เอกสำรอำ้ งองิ
ปรีติ พัวนุกุลนนท์. การเขียนโปรแกรมโดยใช้เคร่ืองมือกราฟิกฌโหมด. ระดับช้ันปวช. กรุงเทพมหานคร:
บรษิ ัท ซคั เซสมเี ดียจากัด, 2560.

1

แผนจัดการเรียนรู้ หน่วยท่ี 1

วชิ าการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบื้องตน้ รหัสวิชา 20901-2205
ระดับชัน้ ประกาศนยี บตั รวิชาชพี (ปวช.) พุทธศักราช 2562
ชื่อหน่วย ภาษาและขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม
สัปดาห์ท่ี 1 จานวน 3 ชว่ั โมง

1. สาระสาคัญ
เคร่ืองคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่ิงท่ีคอมพิวเตอร์เข้าใจคือสัญญาณทางไฟฟ้า แต่

ในการเขียนโปรแกรมเพ่ือให้คอมพวิ เตอรท์ างานนัน้ มีภาษาใหเ้ ลอื กใชห้ ลายภาษา นักศึกษาจะต้องเขา้ ใจว่าเหตุ
ใดคอมพวิ เตอร์จงึ สามารถประมวลผลภาษาโปรแกรมได้ และโปรแกรมท่ีไดถ้ ูกสร้างขึ้นก็มหี ลายประเภทข้ึนอยู่
กับการประยกุ ต์มาใช้งานกับเคร่อื งคอมพวิ เตอร์

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เข้าใจความหมายของภาษาคอมพวิ เตอร์
2. จาแนกประเภทของโปรแกรมได้
3. อธบิ ายขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมได้
4. อธบิ ายความสาคญั ของการสอ่ื สารกบั ผใู้ ช้ด้วย GUI ทีม่ ีประสิทธิภาพ

2

3. กิจกรรมการเรียนการสอน

กจิ กรรมครู กิจกรรมนกั เรียน

ขนั้ นาเข้าสูบ่ ทเรยี น( 30 นาที) 1. ให้ความรว่ มมือกับครใู นการตรวจสอบ

1. ตรวจสอบรายชื่อนกั ศึกษาที่เขา้ เรยี น 2. คน้ คว้า ความหมายของภาษาคอมพิวเตอร์

2. ให้นกั ศึกษาคน้ ควา้ ความหมายของ ลกั ษณะของภาษาคอมพวิ เตอรช์ นดิ ต่างๆ

ภาษาคอมพวิ เตอร์ 3. ร่วมสนทนาและแสดงความคิดเห็น

3. ร่วมสนทนาเกีย่ วกบั เรอ่ื ง ภาษาสาหรับการ

พฒั นาโปรแกรม

ขั้นดาเนินการสอน( 180 นาท)ี

1. บอกจดุ ประสงคก์ ารเรียน 1. ฟงั ทาความเขา้ ใจและซักถาม

2. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวธิ กี ารปฎิบตั ใิ น 2. ฟัง ทาความเขา้ ใจและปฎบิ ตั ิตาม

แต่ ละหัวขอ้ การเรืยนและให้นักศกึ ษาปฎบิ ตั ิไปพร้อม 3. ผเู้ รยี นซกั ถามข้อสงสัยและจดบันทึก

กัน 4. รับการประเมนิ

3. ครูบอกวธิ กี าร และแนวคิดในการปฏบิ ัติที่ถูกต้อง

ใหแ้ ก่ผู้เรียน

4. ประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยครจู ะซกั ถามใน

แต่ละคน

ขนั้ สรุป( 30 นาที) 1. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรปุ สาระสาคญั
1. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ สาระสาคญั 2. นักเรียนสอบถามข้อสงสัย
2. เปดิ โอกาสให้นักเรียนซกั ถามขอ้ สงสัย 3. ฟังและจดบันทกึ
3. มอบหมายให้ไปหัดทาและศึกษาเพ่ิมเตมิ 4. ทาแบบทดสอบทา้ ยบท
4. ทาแบบทดสอบ

3

4. กจิ กรรมการเรียนรู้
กอ่ นเรียน
1. คน้ คว้า ความหมายของภาษาคอมพิวเตอร์ ลกั ษณะของภาษาคอมพวิ เตอร์ชนดิ ตา่ งๆ
ขณะเรียน
1. จดบนั ทึกการเรียน
2. สนใจการปฏิบตั ิตามและกล้าในการแสดงความคดิ เหน็ และตอบคาถาม
3. ทาแบบฝึกหัด
4. ผ้เู รียนสรปุ ความรทู้ ไี่ ด้จากการเรียนการการสอน
5. ผ้เู รยี นหาแนวทางและเทคนิค ด้วยความรู้ความเข้าใจของตนเองพรอ้ มจด บันทึกเปน็ ลาดับขัน้ ตอน
ทีจ่ ะทาให้ตนเองไม่ลืมสาระการเรียนรู้
6. ผู้เรียนซกั ถามเม่ือไม่เข้าใจหรือสงสัยเน้ือหาการเรียนรู้

5. ส่อื การเรยี นการสอน
1. หนังสอื เรียน วชิ า การเขยี นโปรแกรมโดยใช้เคร่ืองมือกราฟิกโหมด
2. ใบความรูป้ ระจาหน่วย
3. ใบงานและแบบฝึกหดั
4. เคร่อื งไมโครคอมพิวเตอร์
5. แผน่ ใสและเครอื่ งฉายภาพข้ามศีรษะ
6. ซดี ีสอื่ การสอน

6. วดั ผลประเมินผล
1. ผ้เู รยี นปฏิบตั ิภาระงานทม่ี อบหมายเสรจ็ ทนั เวลาท่กี าหนด
2. ตอบคาถามและสรุปผลงานไดอ้ ย่างถูกต้อง
3. ทาแบบฝกึ หดั หลงั เรยี นเสร็จทันเวลาท่กี าหนดและถูกต้อง
4. สนใจกระตือรือรน้ ในการเรยี นรู้ ตอบคาถาม สรุปสาระการเรียนรู้ และกลา้ แสดงความคดิ เหน็

7. กจิ กรรมเสนอแนะ
ถ้าผู้เรียนมีการเตรียมตัวในการเรียนที่ดี เช่น อ่าน และทาการศึกษาหนังสือเกี่ยวกับหน่วยการเรียน

มากก่อน ถึงชั่วโมงเรียน ผู้เรียน จะสามารถเรียน และทากิจกรรมต่าง ๆ ที่ครูผู้สอนมอบหมาย ได้อย่างมี
ความสขุ และเกิดความชอบ และสนุกกบั การเรยี นในช้ันเรยี น

4

เกณฑ์การประเมินผล

วัดผลสมั ฤทธ์จิ ากแบบประเมินผลการเรยี นรู้

รอ้ ยละ 80-100 หมายถงึ ผลการเรยี นดมี าก

ร้อยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรียนดี

ร้อยละ 60-69 หมายถงึ ผลการเรยี นปานกลาง

รอ้ ยละ 50-59 หมายถึง ผลการเรยี นผา่ นเกณฑ์

ตา่ กว่าร้อยละ 50 หมายถึง ผลการเรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมรายบุคคล

8-10 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมดี

5-7 คะแนน หมายถึง มพี ฤติกรรมพอใช้

ตา่ กวา่ 5 คะแนน หมายถงึ มีพฤตกิ รรมทต่ี ้องปรับปรุง

แบบและเกณฑป์ ระเมินพฤติกรรมรายบุคคล
คาช้แี จง ใหผ้ ปู้ ระเมนิ ขีดเคร่ืองหมายถกู ในช่องพฤติกรรมท่คี าดหวังให้เกดิ กบั นกั เรียน

เกณฑก์ ารตัดสนิ หมายถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับแบบสมา่ เสมอ
2 คะแนน หมายถงึ มีพฤตกิ รรมในระดับผ่านเกณฑ์
1 คะแนน หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมในระดบั ไมผ่ า่ นเกณฑ์
0 คะแนน

เกณฑก์ ารประเมิน หมายถึง มีพฤติกรรมดี
8 - 10 คะแนน หมายถงึ มีพฤติกรรมพอใช้
5 - 7 คะแนน หมายถงึ มีพฤตกิ รรมท่ีต้องปรับปรุง
ต่ากวา่ 5 คะแนน

5

พฤตกิ รรมของนกั เรยี น

เลข ชอื่ – สกลุ ความมี ความ มนษุ ย์ ขยันหมั่น ความ

ท่ี ผูร้ ับการ วนิ ัย รบั ผดิ ชอบ สมั พนั ธ์ เพียร รอบคอบ รวม

ประเมิน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

ผ้ปู ระเมิน…………………………………………
( นางสวุ มิ ล อักษรกลาง)

6

สปั ดาห์ท่ี...........

บนั ทกึ หลงั การสอน

รหัสวชิ า..............................วชิ า.............................................................ระดบั ................. ชั้นปีที่...........แผนก
วิชา.......................................................จานวนนกั เรยี น......................คน มาเรียน..................คน
ขาดเรียน........คน มาสาย.........คน ลา.............คน สอนเม่ือวันท.ี่ .........เดือน......................พ.ศ.............
หน่วยท่.ี ..................... ชอ่ื หนว่ ย.......................................................................จานวน.................ชวั่ โมง
เนอื้ หาวัตถปุ ระสงคแ์ ละสื่อการสอน
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ปัญหาทเ่ี กิดขึ้นในระหว่างการเรียนการสอน
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................................... .......
............................................................................................................................ ..................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................. .................
................................................................................................................. .............................................................
แนวทางการแกไ้ ขปัญหาของครูผู้สอน และผลทไ่ี ด้
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................... ...........
........................................................................................................................ ......................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................ ......................

ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื .........................................หวั หน้าแผนก
(นางสุวมิ ล อักษรกลาง) (นางสกุ ญั ญา ดนัยสวสั ด)ิ์

วนั ที่........................................ วนั ที่............................................

7

เฉลยแบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 1

ตอนท่ี 1 จงทาเครื่องหมายวงกลม ในหวั ขอ้ ท่ีถูกตอ้ งที่สุดเพียงข้อเดียว

1. ข้อใดเปน็ ลกั ษณะของภาษาระดับสูง

ก. ทางานไดโ้ ดยไมต่ ้องมโี ปรแกรมระบบ

ข. มภี าษาใกล้เคียงกบั ภาษามนุษย์

ค. เปน็ ภาษาคอมพิวเตอร์ยุคใหม่

ง. เป็นภาษาท่ีใชก้ ับงานขนั้ สูง

2. ภาษาคอมพวิ เตอรภ์ าษาใดที่ตอ้ งใช้ตวั อินเทอร์พรีเตอรเ์ ป็นตัวแปลภาษา

ก. ภาษา Basic ข. ภาษาปาสคาล

ค. ภาษาซี ง. ภาษาฟอรแ์ ทน

3. โปรแกรมแอสเซมเบอรค์ ืออะไร

ก. ตวั แปลภาษา Basic ข. ตวั แปลภาษาซี

ค. ตัวแปลภาษาแอสเซมบลี ง. ถูกทุกข้อ

4. ขอ้ ใดจดั วา่ เป็นซอฟตแ์ วรร์ ะบบ

ก. โปรแกรมฆ่าไวรสั ข. โปรแกรม Windows

ค. โปรแกรมพิมพร์ ายงาน ง. โปรแกรมภาษา

5. จดุ ประสงคข์ องตัวแปลภาษาคอื อะไร

ก. ตรวจสอบการทางานของระบบ ข. ใชแ้ ปลภาษาหนงึ่ เปน็ อีกภาษาหนึ่ง

ค. แปลโปรแกรมต้นฉบบั ใหท้ างานได้ ง. ใช้แปลคาศัพท์

6. อะไรคือสาเหตุของการพฒั นาโปรแกรม

ก. แก้ไขความผดิ พลาดในการประมวลผล ข. การใช้งานท่ีไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มยูสเซอร์

ค. พัฒนาให้ใช้งานงา่ ยขน้ึ ง. ถกู ทุกขอ้

7. เมือ่ ต้องการพฒั นาโปรแกรมจะต้องทาส่ิงใดกอ่ น

ก. วเิ คราะห์ปญั หา ข. เขียนซูโดโคด้

ค. เขียนโปรแกรม ง. เลอื กภาษาทตี่ ้องใช้เขยี น

8. โปรแกรมดูภาพยนตร์จดั ว่าเป็นโปรแกรมประเภทใด

ก. ซอฟตแ์ วรร์ ะบบ ข. ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์

ค. ซอฟต์แวรส์ าเร็จรูป ง. ซอฟตแ์ วร์ภาษา

8

9. การแปลภาษาคอมพิวเตอรเ์ ป็นรหสั ภาษาเครื่องท่มี กี ารแปลทีละบรรทดั เรยี กวา่ อะไร

ก. คอมไพลเ์ ลอร์ ข. อนิ เทอร์พรีเตอร์

ค. แอสเซมเบอร์ ง. รนั ไทม์

10. ถ้าหากเขยี นโปรแกรมสาหรบั งานคานวณ แตผ่ ลลัพธ์ไม่ถูกต้องตามต้องการ

ขอ้ ผิดพลาดนเี้ รียกวา่ อะไร

ก. bug ข. syntax error

ค. logic error ง. coding error

ตอนท่ี 2 จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. ภาษาเครอ่ื งคืออะไร แตกต่างจากภาษาระดับสูงอย่างไร
เปน็ ภาษาท่ีเก็บเปน็ รหัสเลขฐานสอง ซ่ึงคอมพวิ เตอร์จะเข้าใจได้ แตภ่ าษาระดบั สงู จะคลา้ ยกับภาษา
มนุษย์

2. จงบอกชื่อภาษาระดับสงู ท่ใี ช้ทวั่ ไป
ภาษาเบสิก ภาษาซี ภาษาปาสคาล ภาษาจาวา .

3. จงอธบิ ายขั้นตอนการพฒั นาโปรแกรมมาพอสังเขป
1. กาหนดและวเิ คราะห์ปญั หา
2. เขยี นผงั งานและซูโดโคด้
3. เขียนโปรแกรม
4. ทดสอบและแก้ไขโปรแกรม
5.ทาเอกสารและบารงุ รักษาโปรแกรม

4. การคอมไพล์คืออะไร
เปน็ ตวั แปรภาษาท่ีแปลโปรแกรมทั้งโปรแกรมเป็นรหัสภาษาเครอ่ื ง

5. โปรแกรมตน้ ฉบบั (Source Code) คืออะไร มปี ระโยชนอ์ ย่างไร
ใชส้ าหรบั เรม่ิ ตน้ เขยี นโปรแกรมของภาษานัน้ ๆ ซึง่ เปน็ รหัสทส่ี ามารถอ่านร้เู ร่อื ง

9

6. โปรแกรมเอนกประสงคต์ า่ งจากโปรแกรมระบบปฏบิ ัตกิ ารอย่างไร
โปรแกรมเอนกประสงคเ์ ป็นโปรแกรมสาหรบั ใช้งานทวั่ ไปซ่ึงจะทางานได้ต้องอาศยั โปรแกรม
ระบบปฏบิ ตั กิ าร

7. ซโู ดโค้ดจะช่วยผูพ้ ฒั นาโปรแกรมได้อย่างไร
ใชใ้ นการออกแบบโปรแกรม อ่านง่าย สามารถนาไปพฒั นาตอ่ เปน็ โปรกรมไดห้ ลายภาษา

8. การดีบักคอื อะไร
เปน็ การหาข้อผิดพลาดของโปแกรม

9. ทาไมต้องมีการรวมรวมปญั หาการใชง้ านโปรแกรมทีเ่ ขียนขึ้นมาใหม้ ากทสี่ ุด

เพื่อเขยี นโปรแกรมท่ีตอยสนองการใช้งานให้ครอบคลมุ กบั ผู้ใช้งานมากที่สุด ตอบสนองกบั
วตั ถุประสงค์ของการนาไปใช้งานมากทส่ี ดุ

10. GUI คืออะไร
การตดิ ต่อกบั ผ้ใู ช้โดยใช้ภาพสัญลักษณ์ เปน็ การออกแบบส่วนของโปรแกรมคอมพิวเตอรใ์ หม้ กี าร
โตต้ อบกับผใู้ ช้ โดยการใช้ Icon ,รปู ภาพ และสัญลักษณ์อ่ืนๆ เพอื่ แทนลกั ษณะตา่ งๆ ของโปรแกรม

10

แผนจัดการเรียนรู้ หน่วยท่ี 2

วิชาการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้ืองตน้ รหสั วิชา 20901-2205
ระดบั ชัน้ ประกาศนียบัตรวิชาชพี (ปวช.) พุทธศักราช 2562
ชอื่ หน่วย การเขียน Algorithm
สปั ดาห์ท่ี 2 จานวน 3 ชั่วโมง

1. สาระสาคญั
ในการเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์ทางานนน้ั เราจะต้องทาการเขยี นขน้ั ตอนการทางานของ

โปรแกรมทเ่ี ปน็ คาอธิบายง่ายๆ ขึ้นมากอ่ น หรอื เขียนเป็นผังงาน เพ่อื แสดงขน้ั ตอนการทางานของ
โปรแกรม กอ่ นทีจ่ ะนาไปเขยี นเป็นโปรแกรมคอมพวิ เตอรต์ อ่ ไป นอกจากนก้ี ารเขียนคาอธิบายการ
ทางาน หรือการเขยี นผงั งานยังทาใหก้ ารกลับมาศึกษาโปรแกรมในภายหลงั ทาได้ง่ายข้ึนอีกด้วย

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายความหมายของซโู ดโคด้ ได้
2. สามารถเขยี นคาอธิบายข้ันตอนการทางานของโปรแกรมได้
3. เขา้ ใจวธิ ีการเขียนซูโดโค้ด
4. สามารถใช้สญั ลกั ษณ์ตา่ งๆ ในการเขยี นผังงานได้ถกู ต้อง

11

3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน

กิจกรรมครู กิจกรรมนกั เรยี น
ขัน้ นาเข้าสบู่ ทเรียน( 30 นาท)ี
1. ตรวจสอบรายช่ือนกั ศึกษาที่เขา้ เรยี น 1. ใหค้ วามร่วมมือกบั ครใู นการตรวจสอบ
2. ให้นกั ศึกษาคน้ คว้า การเขียนซโู ดโคด้ 2. ค้นควา้ การเขียนซโู ดโค้ด
3. รว่ มสนทนาเกย่ี วกับเรื่อง การเขยี นผังงาน 3. รว่ มสนทนาและแสดงความคดิ เหน็
ขนั้ ดาเนินการสอน( 180 นาที)
1. บอกจุดประสงคก์ ารเรยี น 1. ฟงั ทาความเขา้ ใจและซักถาม
2. บรรยาย อธบิ าย ยกตวั อย่าง แสดงวธิ ีการปฎบิ ัตใิ น 2. ฟงั ทาความเข้าใจและปฎิบัติตาม
แต่ ละหัวข้อการเรืยนและให้นกั ศกึ ษาปฎบิ ตั ไิ ปพร้อม 3. ผู้เรียนซกั ถามข้อสงสยั และจดบันทึก
กัน 4. รบั การประเมิน
3. ครูบอกวิธีการ และแนวคดิ ในการปฏิบตั ทิ ถี่ ูกต้อง

ให้แก่ผู้เรียน
4. ประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคลโดยครูจะซักถามในแต่

ละคน

ขน้ั สรุป( 30 นาท)ี 1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปสาระสาคัญ
1. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรปุ สาระสาคัญ 2. นักเรียนสอบถามข้อสงสัย
2. เปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามขอ้ สงสัย 3. ฟังและจดบนั ทกึ
3. มอบหมายให้ไปหดั ทาและศึกษาเพิ่มเติม 4. ทาแบบทดสอบท้ายบท
4. ทาแบบทดสอบ

12

4. กิจกรรมการเรียนรู้
กอ่ นเรียน
1. คน้ ควา้ การเขียนซโู ดโคด้ และการเขียนผังงาน
ขณะเรยี น
1. จดบนั ทึกการเรียน
2. สนใจการปฏบิ ัติตามและกล้าในการแสดงความคดิ เห็นและตอบคาถาม
3. ทาแบบฝึกหัด
4. ผ้เู รียนสรปุ ความรู้ท่ีได้จากการเรียนการการสอน
5. ผเู้ รียนหาแนวทางและเทคนิค ด้วยความร้คู วามเขา้ ใจของตนเองพรอ้ มจด บันทึกเปน็ ลาดับขัน้ ตอน
ท่ีจะทาให้ตนเองไม่ลมื สาระการเรียนรู้
6. ผเู้ รียนซักถามเมอื่ ไมเ่ ข้าใจหรอื สงสยั เนื้อหาการเรยี นรู้

5. ส่อื การเรียนการสอน
1. หนังสือเรียน วิชา การเขยี นโปรแกรมโดยใช้เครื่องมือกราฟิกโหมด
2. ใบความร้ปู ระจาหนว่ ย
3. ใบงานและแบบฝกึ หดั
4. เคร่อื งไมโครคอมพวิ เตอร์
5. แผ่นใสและเครื่องฉายภาพขา้ มศรี ษะ
6. ซีดีสอื่ การสอน

6. วดั ผลประเมินผล
1. ผู้เรียนปฏบิ ตั ภิ าระงานท่มี อบหมายเสรจ็ ทนั เวลาท่กี าหนด
2. ตอบคาถามและสรุปผลงานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
3. ทาแบบฝึกหัดหลังเรยี นเสร็จทนั เวลาทกี่ าหนดและถกู ตอ้ ง
4. สนใจกระตือรอื ร้นในการเรยี นรู้ ตอบคาถาม สรปุ สาระการเรียนรู้ และกลา้ แสดงความคดิ เห็น

7. กิจกรรมเสนอแนะ
ถ้าผู้เรียนมีการเตรียมตัวในการเรียนท่ีดี เช่น อ่าน และทาการศึกษาหนังสือเกี่ยวกับหน่วยการเรียน

มากก่อน ถึงชั่วโมงเรียน ผู้เรียน จะสามารถเรียน และทากิจกรรมต่าง ๆ ท่ีครูผู้สอนมอบหมาย ได้อย่างมี
ความสขุ และเกดิ ความชอบ และสนุกกบั การเรยี นในชนั้ เรียน

13

เกณฑ์การประเมินผล

วัดผลสัมฤทธิ์จากแบบประเมินผลการเรยี นรู้

ร้อยละ 80-100 หมายถึง ผลการเรียนดีมาก

ร้อยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรียนดี

รอ้ ยละ 60-69 หมายถึง ผลการเรยี นปานกลาง

ร้อยละ 50-59 หมายถึง ผลการเรยี นผา่ นเกณฑ์

ต่ากว่าร้อยละ 50 หมายถงึ ผลการเรยี นไม่ผ่านเกณฑ์

แบบประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคล

8-10 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมดี

5-7 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมพอใช้

ต่ากวา่ 5 คะแนน หมายถึง มพี ฤตกิ รรมทีต่ ้องปรบั ปรุง

แบบและเกณฑ์ประเมนิ พฤติกรรมรายบคุ คล
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้ประเมินขีดเครื่องหมายถกู ในชอ่ งพฤติกรรมที่คาดหวังให้เกดิ กบั นกั เรียน

เกณฑก์ ารตดั สนิ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับแบบสม่าเสมอ
2 คะแนน หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดบั ผ่านเกณฑ์
1 คะแนน หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดบั ไม่ผา่ นเกณฑ์
0 คะแนน

เกณฑก์ ารประเมิน หมายถึง มีพฤตกิ รรมดี
8 - 10 คะแนน หมายถึง มพี ฤติกรรมพอใช้
5 - 7 คะแนน หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมทีต่ อ้ งปรบั ปรงุ
ตา่ กว่า 5 คะแนน

14

พฤตกิ รรมของนักเรียน

เลข ชอ่ื – สกลุ ความมี ความ มนษุ ย์ ขยันหม่ัน ความ
ที่ ผู้รับการ วินยั รบั ผดิ ชอบ สมั พันธ์ เพียร รอบคอบ รวม

ประเมนิ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

ผ้ปู ระเมิน…………………………………………
( นางสวุ มิ ล อักษรกลาง)

15

สปั ดาหท์ .ี่ ..........

บนั ทึกหลงั การสอน

รหสั วิชา..............................วชิ า.............................................................ระดบั ................. ช้ันปที ี่...........แผนก
วชิ า.......................................................จานวนนกั เรียน......................คน มาเรยี น..................คน
ขาดเรยี น........คน มาสาย.........คน ลา.............คน สอนเม่อื วนั ท.่ี .........เดือน......................พ.ศ.............
หนว่ ยท่ี...................... ชอ่ื หนว่ ย.......................................................................จานวน.................ชวั่ โมง
เน้ือหาวัตถุประสงค์และสื่อการสอน
............................................................................................................................................... ...............................
.................................................................................................... ..........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................... .........................................
.......................................................................................... ....................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาท่ีเกดิ ขนึ้ ในระหว่างการเรียนการสอน
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................... ...........
........................................................................................................................ ......................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
............................................................................................................. .................................................................
แนวทางการแก้ไขปญั หาของครผู สู้ อน และผลทไ่ี ด้
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................... ...........
........................................................................................................................ ......................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................ ......................

ลงชอ่ื ............................................ครูผสู้ อน ลงชื่อ.........................................หวั หนา้ แผนก
(นางสวุ มิ ล อักษรกลาง) (นางสุกัญญา ดนัยสวัสด์)ิ

วันท่ี........................................ วนั ท.่ี ...........................................

16

เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 2

ตอนท่ี 1 จงทาเคร่ืองหมายวงกลม ในหวั ข้อท่ีถกู ตอ้ งที่สุดเพียงข้อเดยี ว

1. ขอ้ ใดไมส่ ามารถใช้อธิบายข้นั ตอนการทางานของโปรแกรมได้

ก. ซโู ดโค้ด ข. ผงั งาน

ค. อดิ ิเตอร์ ง. รหัสจาลอง

2. รูปแบบทั่วไปของการเขยี นอลั กอริทึมคือข้อใด

ก. ไมใ่ ชค้ าเฉพาะ ข. เรม่ิ ตน้ ดว้ ยช่อื อลั กอรทิ มึ

ค.ใชภ้ าพสัญลกั ษณ์ในการเขยี น ง. ไมม่ หี มายเลขบรรทดั

3. การเขยี นโปรแกรมตัดเกรดควรใช้ผังงานประเภทใด

ก. ผังงานแบบลาดับ ข. ผังงานแบบทาซ้า

ค. ผงั งานแบบมกี ารเลือก ง. ผังงานแบบทาซ้าจนเงื่อนไขเปน็ จริง

4. ผงั งานระบบใชใ้ นงานแบบใด

ก. การนาข้อมูลเขา้ มาประมวลผล ข. การอธบิ ายภาพรวมของการประมวลผล

ค. การแสดงลาดบั การคานวณ ง. แสดงการทางานของโปรแกรม

5. ขอ้ ใดไม่ใช่รูปแบบของการทาแบบวนซา้

ก. มกี ารเพิ่มค่าในแตล่ ะรอบ ข. มีเง่ือนไขอย่างหนึ่งจึงหยุดทา

ค. วนรอบแบบไม่มีจดุ สน้ิ สดุ ง. เง่ือนไขเปน็ จริงจะทาคาสั่งภายใน

6. ข้อใดไมใ่ ชป่ ระโยชนข์ องผงั งาน

ก. ชว่ ยตรวจสอบข้อผดิ พลาด ข. ช่วยใหผ้ ู้อนื่ สามารถศึกษาการทางานได้

ค. ชว่ ยอธบิ ายลาดบั ข้ันตอนการทางาน ง. ชว่ ยเพิ่มความสวยงาม

7. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะการเขยี นผังงานที่ดี

ก. เขยี นตามสัญลกั ษณ์ท่ีกาหนด ข. อธบิ ายสั้นๆ เข้าใจงา่ ย

ค. ไม่โยงลูกศรไปไกลมากๆ ง. ลงรายละเอียดทุกคาสั่ง

8. สญั ลักษณ์ หมายถงึ อะไร

ก. จุดจบของโปรแกรม ข. การแสดงผลข้อมูลผ่านจอภาพ

ค. การแสดงผลโดยพมิ พอ์ อกเปน็ เอกสาร ง. การเกบ็ ข้อมลู

9. สัญลกั ษณ์ หมายถงึ อะไร

ก. จุดจบของโปรแกรม ข. การแสดงผลข้อมูลผา่ นจอภาพ

ค. การแสดงผลโดยพมิ พอ์ อกเป็นเอกสาร ง. การเกบ็ ข้อมูล

17

10. ข้อใดไม่ใช่รปู แบบการจดั ภาพของผังงาน
ก. โครงสรา้ งการทางานแบบลาดบั
ข. โครงสร้างแบบทางานไปเร่ือยๆ ไมร่ จู้ บ
ค. โครงสร้างแบบทาซา้ จนเง่ือนไขเปน็ จริง
ง. โครงสร้างแบบทาซ้าตามจานวนท่ีระบุ

ตอนที่ 2 ตอบคาถามต่อไปนี้
1. ซโู ดโค้ดต่างจากผังงานอย่างไร
ซูโดโค้ดเปน็ คาอธิบายขั้นตอนการทางานของโปรแกรม โดยใช้ถ้อยคาผสมระหวา่ งภาษาอังกฤษ
และภาษาการเขยี นโปรแกรมแบบโครงสร้าง แตผ่ ังงานจะอธิบายขน้ั ตอนการทางานของโปรแกรม
ด้วยรูปทรงต่างๆ พร้อมลูกศร เพื่อแสดงลาดับการทางานของโปรแกรม และอธบิ ายวธิ ีการทางาน
แต่ละขนั้ ตอนแบบส้ัน กระชับ

2. ผงั งานมปี ระโยชนอ์ ย่างไร
แสดงภาพรวมข้นั ตอนการทางานของโปรแกรม

3. การเขยี นผังงานท่ีมกี ารตรวจสอบเงอ่ื นไขจะใชส้ ญั ลักษณใ์ ด

4. ผังงานระบบตา่ งจากผังงานโปรแกรมอย่างไร
ผังงานระบบโดยกล่าวถึงขอ้ มูลต่างๆ ที่เกย่ี วข้องทั้งหมด เช่น เอกสารเบ้ืองต้นคืออะไร วสั ดุ
ท่ใี ช้คอื อะไร ใชห้ นว่ ยความจาประเภทใด จะตอ้ งส่งผา่ นไปยังหนว่ ยงานใด วิธีการประมวลผลและ
การแสดงผลลพั ธ์ โดยจะกล่าวอย่างกวา้ งๆ ไมส่ ามารถนามาเขียนเปน็ โปรแกรมได้ แตผ่ ังงาน
โปรแกรมจะแสดงถึงขนั้ ตอนของคาส่ังทใ่ี ชใ้ นโปรแกรม การรบั ขอ้ มลู การประมวลผล การแสดง
ข้อมูล

5. ภาษาทใ่ี ช้บรรยายในผังงานเปน็ ภาษาอะไร ถ้าใชภ้ าษาคอมพวิ เตอร์ในการบรรยายจะมีข้อดขี ้อเสีย
อยา่ งไร
ภาษาท่ใี ช้ในผงั งานใช้ภาษาเพอื่ การส่ือสารทัว่ ไป ไม่ใชภ่ าษาคอมพิวเตอร์ หรอื คาสัง่ ผงั งาน
น้นั เขียนข้นึ มาเพื่อการส่ือสาร และสรา้ งความเข้าใจในกระบวนการทางานของโปรแกรมแก่บุคคล
ทั่วไป หรอื ผู้เกีย่ วข้อง แต่หากเขยี นด้วยภาษาคอมพวิ เตอรจ์ ะมีเฉพาะโปรแกรมเมอร์เท่านั้นท่ีเข้าใจ

18

6. จงเขยี นผงั งานของการรบั ข้อมูลจานวนสบิ คา่ แล้วหาค่าเฉล่ยี

19

7. จงเขียนผงั งานของการรบั ขอ้ มลู จานวนสบิ ค่าแลว้ แสดงคา่ สงู สดุ ตา่ สดุ ทางเครอ่ื งพิมพ์

20

แผนจัดการเรียนรู้ หนว่ ยที่ 3
วชิ าการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้ืองต้น รหสั วิชา 20901-2205
ระดับชนั้ ประกาศนียบัตรวิชาชพี (ปวช.) พุทธศกั ราช 2562
ชือ่ หน่วย เริ่มตน้ ใช้งานโปรแกรม python
สัปดาห์ท่ี 3 จานวน 3 ชั่วโมง

1. สาระสาคัญ
โปรแกรม python เบื้องต้น เปน็ เครอื่ งมือทใ่ี นการใชเ้ ขยี นโปรแกรมแบบกราฟิกโหมดท่ไี ด้

รับความนิยม มีการใช้งานท่เี ขา้ ใจงา่ ย สะดวก สามารถดาวน์โหลดและติดตงั้ ใช้งานได้ฟรี

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. ร้จู ักโปรแกรม python เบอ้ื งต้น
2. สามารถดาวนโ์ หลดโปรแกรม python เบอื้ งตน้ มาตดิ ตง้ั ได้
3. อธบิ ายส่วนต่างๆ บนหน้าจอโปรแกรม python เบอ้ื งต้นและเรยี กใชง้ านได้
4. สามารถเร่ิมตน้ เขียนโปรแกรมได้ ทดสอบโปรแกรมได้
5. เขา้ ใจพืน้ ฐานการเขียนโปรแกรมโดยใช้เครื่องมือกราฟิกโหมด

3. เนอ้ื หา

1. การเขียนโปรแกรม python
2. การติดตง้ั โปรแกรม python
3. เรม่ิ ต้นใชง้ านโปรแกรม python

21

4. กจิ กรรมการเรียนการสอน

กิจกรรมครู กิจกรรมนกั เรยี น

ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น(สัปดาห์ละ 30 นาที)

1. ตรวจสอบรายชอื่ นกั ศึกษาทเ่ี ข้าเรียน 1. ใหค้ วามร่วมมอื กบั ครใู นการตรวจสอบ

2. ให้นักศึกษาค้นคว้า โปรแกรม python 2. ค้นคว้า โปรแกรม python

3. ร่วมสนทนาเกยี่ วกับเร่อื ง โปรแกรม python 3. ร่วมสนทนาและแสดงความคดิ เห็น

ข้นั ดาเนนิ การสอน(สัปดาหล์ ะ 180 นาที)

1. บอกจดุ ประสงค์การเรียน 1. ฟัง ทาความเขา้ ใจและซักถาม

2. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการ 2. ฟงั ทาความเขา้ ใจและปฎบิ ัติตาม

ปฎิบัติในแต่ ละหัวข้อการเรืยนและให้นักศึกษา 3. ผเู้ รียนซกั ถามขอ้ สงสัยและจดบันทกึ

ปฎิบตั ไิ ปพรอ้ มกนั 4. รับการประเมนิ

3. ครูบอกวิธีการ และแนวคดิ ในการปฏบิ ตั ทิ ่ี

ถกู ต้องใหแ้ กผ่ ู้เรียน

4. ประเมนิ พฤตกิ รรมรายบคุ คลโดยครูจะซกั ถาม

ในแต่ละคน

ขั้นสรุป(สปั ดาห์ละ 30 นาท)ี 1. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปสาระสาคัญ
1. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรปุ สาระสาคญั 2. นกั เรียนสอบถามข้อสงสัย
2. เปิดโอกาสให้นกั เรยี นซกั ถามขอ้ สงสัย 3. ฟงั และจดบันทึก
3. มอบหมายใหไ้ ปหัดทาและศกึ ษาเพ่ิมเตมิ 4. ทาแบบทดสอบทา้ ยบท
4. ทาแบบทดสอบ

22

5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ก่อนเรยี น
1. คน้ ควา้ โปรแกรม python
ขณะเรยี น
1. จดบนั ทึกการเรยี น
2. สนใจการปฏิบตั ิตามและกล้าในการแสดงความคดิ เหน็ และตอบคาถาม
3. ทาแบบฝกึ หดั
4. ผูเ้ รียนสรุปความรทู้ ่ีไดจ้ ากการเรียนการการสอน
5. ผู้เรยี นหาแนวทางและเทคนิค ดว้ ยความรู้ความเขา้ ใจของตนเองพรอ้ มจด บันทึกเปน็ ลาดับขนั้ ตอน
ทีจ่ ะทาใหต้ นเองไมล่ ืมสาระการเรียนรู้
6. ผเู้ รียนซักถามเม่ือไม่เข้าใจหรอื สงสัยเน้ือหาการเรยี นรู้

5. สอ่ื การเรียนการสอน
1. หนังสอื เรียน วชิ า การเขียนโปรแกรมโดยใช้เคร่ืองมือกราฟิกโหมด
2. ใบความรปู้ ระจาหนว่ ย
3. ใบงานและแบบฝึกหัด
4. เคร่ืองไมโครคอมพวิ เตอร์
5. แผน่ ใสและเคร่ืองฉายภาพข้ามศรี ษะ
6. ซีดสี อ่ื การสอน

6. วัดผลประเมินผล
1. ผเู้ รยี นปฏิบัติภาระงานที่มอบหมายเสร็จทันเวลาท่กี าหนด
2. ตอบคาถามและสรุปผลงานไดอ้ ย่างถกู ต้อง
3. ทาแบบฝึกหัดหลงั เรยี นเสร็จทนั เวลาที่กาหนดและถูกตอ้ ง
4. สนใจกระตือรือรน้ ในการเรยี นรู้ ตอบคาถาม สรุปสาระการเรียนรู้ และกลา้ แสดงความคิดเห็น

7. กิจกรรมเสนอแนะ
ถ้าผู้เรียนมีการเตรียมตัวในการเรียนที่ดี เช่น อ่าน และทาการศึกษาหนังสือเก่ียวกับหน่วยการเรียน

มากก่อน ถึงช่ัวโมงเรียน ผู้เรียน จะสามารถเรียน และทากิจกรรมต่าง ๆ ท่ีครูผู้สอนมอบหมาย ได้อย่างมี
ความสขุ และเกิดความชอบ และสนุกกบั การเรยี นในช้นั เรยี น

23

เกณฑ์การประเมินผล

วัดผลสัมฤทธิ์จากแบบประเมินผลการเรยี นรู้

ร้อยละ 80-100 หมายถึง ผลการเรยี นดีมาก

ร้อยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรยี นดี

รอ้ ยละ 60-69 หมายถึง ผลการเรยี นปานกลาง

ร้อยละ 50-59 หมายถึง ผลการเรยี นผา่ นเกณฑ์

ต่ากว่าร้อยละ 50 หมายถงึ ผลการเรยี นไม่ผ่านเกณฑ์

แบบประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคล

8-10 คะแนน หมายถึง มพี ฤติกรรมดี

5-7 คะแนน หมายถึง มพี ฤติกรรมพอใช้

ต่ากวา่ 5 คะแนน หมายถึง มพี ฤตกิ รรมท่ีต้องปรบั ปรุง

แบบและเกณฑป์ ระเมนิ พฤติกรรมรายบคุ คล
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้ประเมินขีดเครื่องหมายถกู ในชอ่ งพฤตกิ รรมที่คาดหวังให้เกิดกบั นกั เรียน

เกณฑก์ ารตดั สนิ หมายถึง มีพฤตกิ รรมในระดับแบบสม่าเสมอ
2 คะแนน หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดับผ่านเกณฑ์
1 คะแนน หมายถงึ มีพฤตกิ รรมในระดบั ไม่ผา่ นเกณฑ์
0 คะแนน

เกณฑก์ ารประเมิน หมายถึง มพี ฤตกิ รรมดี
8 - 10 คะแนน หมายถึง มีพฤตกิ รรมพอใช้
5 - 7 คะแนน หมายถึง มพี ฤติกรรมทีต่ อ้ งปรบั ปรงุ
ตา่ กว่า 5 คะแนน

24

พฤตกิ รรมของนักเรียน

เลข ชอ่ื – สกลุ ความมี ความ มนษุ ย์ ขยันหม่ัน ความ
ที่ ผู้รับการ วินยั รบั ผดิ ชอบ สมั พันธ์ เพียร รอบคอบ รวม

ประเมนิ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

ผ้ปู ระเมิน…………………………………………
( นางสวุ มิ ล อักษรกลาง)

25

สปั ดาหท์ .ี่ ..........

บนั ทึกหลงั การสอน

รหสั วิชา..............................วชิ า.............................................................ระดบั ................. ช้ันปที ี่...........แผนก
วชิ า.......................................................จานวนนกั เรียน......................คน มาเรยี น..................คน
ขาดเรยี น........คน มาสาย.........คน ลา.............คน สอนเม่อื วนั ท.่ี .........เดือน......................พ.ศ.............
หนว่ ยท่ี...................... ชอ่ื หนว่ ย.......................................................................จานวน.................ชวั่ โมง
เน้ือหาวัตถุประสงค์และสื่อการสอน
............................................................................................................................................... ...............................
.................................................................................................... ..........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................... .........................................
.......................................................................................... ....................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาท่ีเกดิ ขนึ้ ในระหว่างการเรียนการสอน
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................... ...........
........................................................................................................................ ......................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
............................................................................................................. .................................................................
แนวทางการแก้ไขปญั หาของครผู สู้ อน และผลทไ่ี ด้
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................... ...........
........................................................................................................................ ......................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................ ......................

ลงชอ่ื ............................................ครูผสู้ อน ลงชื่อ.........................................หวั หนา้ แผนก
(นางสวุ มิ ล อักษรกลาง) (นางสุกัญญา ดนัยสวัสด์)ิ

วันท่ี........................................ วนั ท.่ี ...........................................

26

เฉลยแบบฝกึ หัดหนว่ ยที่ 3
ตอนที่ 1 จงทาเครอื่ งหมายวงกลม ในหัวข้อท่ีถกู ตอ้ งทีส่ ุดเพียงข้อเดยี ว
1. โปรแกรม python เบ้ืองต้น สาคญั ในการเขียนโปรแกรมอยา่ งไร
ตอบ เปน็ เครื่องมือที่ใชใ้ นการเขยี นโปรแกรม มีเคร่ืองมือสนับสนุนในการสร้าง GUI ทงี่ า่ ยและ
สะดวก

2. โปรแกรม python ในหนงั สือน้ี เราใชเ้ วอร์ชันใดในการเขียนโปรแกรม
ตอบ เราใช้ python ในการเขยี นโปรแกรม

3. ใหเ้ ขยี น Link ที่สามารถดาวน์โหลดโปรแกรม python ในขณะน้ี
ตอบ ให้นักเรยี นนักศึกษา คน้ หาใน google แลว้ ตอบ ซึ่งในขณะทเี่ ฉลยมี link คอื
https://www.visualstudio.com/downloads/

4. ในการเร่มิ ต้นเรยี นรูใ้ นการเขียนโปรแกรม python ในหนังสอื เล่มนี้แนะนาให้ใช้ค่า Default ใน
การติดตัง้ เพ่อื อะไร
ตอบ เพราะเปน็ ค่า มาตรฐานมี มเี ครอื่ งมือมาตรฐาน มีความคาดเคลื่อน หรอื ผดิ พลาดในการเขยี น
โปรแกรมน้อยทส่ี ดุ

5. เม่ือเราสร้างโปรเจ็กต์ขึ้นมาใหม่ เพื่อสรา้ งโปรแกรมหรือแอปพลิเคชนั ทาไมเราจงึ เลอื กสรา้ งจาก
Template> Windows Forms Application
ตอบ เพราะเรากาลงั สรา้ งโปรแกรมแบบมาตรฐานที่ใช้งานบนระบบปฏบิ ัตกิ าร Windows

6. เราใช้เครื่องมือใด ในการปรบั แตง่ คณุ สมบัตขิ องคอนโทรล
ตอบ หนา้ ต่าง Properties

7. หากสรปุ ขน้ั ตอนในการเขยี นโปรแกรมแบบสัน้ ๆ 2 ขัน้ ตอน ใน 2 ขัน้ ตอนนัน้ คืออะไร จงอธบิ าย
ตอบ การออกแบบหนา้ จอโปรแกรม และการเขยี นโค้ดโปรแกรม

27
8. เราสามารถสลบั หน้าจอในการออกแบบหน้าจอโปรแกรม (Design View) กบั การเขียนโค้ดโปรแกรม
(Code View) ด้วยวิธกี ารใดบ้าง
ตอบ ไปทเ่ี มนู View>Code หรอื กดปุม่ F7 เปลยี่ นมุมมองแบบเขยี นโคด้ และสามารถกดปมุ่
Shift+F7 เพ่ือสลบั กลบั มามมุ มองแบบดไี ซน์

9. ในการเขยี นโคด้ โปรแกรมในหนังสอื เลม่ น้ี ใช้ภาษาคอมพวิ เตอรภ์ าษาใดในการเขยี น
ตอบ Visual Basic หรือ Visual Basic.NET

10. Event Driven Programming หมายถงึ อะไร
ตอบ Event Driven Programming คอื การเขยี นโปรแกรมตอบสนองตามเหตกุ ารณ์ เช่น “ถา้
เหตุการณ์นี้เกดิ ข้ึน เราจะใหโ้ ปรแกรมจัดการกบั เหตุการณ์นนั้ ๆ อย่างไร”

ตอนที่ 2 ใหเ้ ขยี นโปรแกรมตามตัวอย่างน้ี แลว้ อธิบายขั้นตอนการเขียนโปรแกรม


Click to View FlipBook Version