78
12. ใหส้ ร้างฟงั ก์ชันชื่อ CheckGrade เมอ่ื รับคะแนนเข้าไปแล้ว และคลกิ ไปทป่ี ุม่ “OK” จะแสดงเกรด
ออกผา่ น MessaheBox มาทันที โดยใช้คาส่งั ในรปู แบบน้ีได้
Private Function CheckGrade(Score As Integer)
Dim Grade As String
If Score ≥ 0 And Score ≤ 100 Then
Select Case Score
Case 80 To 100
Grade = “Your Grade is A”
Case 70 To 79
Grade = “Your Grade is B”
Case 60 To 69
Grade = “Your Grade is C”
Case 50 To 59
Grade = “Your Grade is D”
Case Else
Grade = “Your Grade is F”
End Select
Else
Grade = “กรณุ าป้อนคะแนน 0 ถงึ 100”
End If
Return Grade
End Function
MessageBox.Show(CheckGrade(76))
79
แผนจัดการเรียนรู้ หนว่ ยที่ 9
วิชาการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้ืองตน้ รหสั วิชา 20901-2205
ระดับชั้น ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562
ชอ่ื หน่วย ภาษาและข้นั ตอนการพัฒนาโปรแกรม
สปั ดาห์ที่ 13-14 จานวน 6 ช่ัวโมง
1. สาระสาคญั
ในปัจจุบันรูปแบบหรือเทคนิคการเขียนโปรแกรมท่ีได้รับความนิยม หรือเป็นมาตฐานในการเขียน
โปรแกรม คอื การเขยี นโปรแกรมแบบ OOP (Object Oriented Programming)
และเครอ่ื งมอื ต่างๆ ใน Visual Studio นน้ั กอ็ อกแบบมาใหส้ อดคลอ้ งกบั การเขียนโปรแกรมใน
ลกั ษณะน้ี ดังนนั้ หากเราเข้าใจพ้นื ฐานการเขียรโปรแกรมแบบ OOP กจ็ ะสามารถใช้เคร่ืองมอื ต่างๆ
ของ Visual Studio ได้ดมี ากขน้ึ
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกความหมายการเขียนโปรแกรมแบบ OOP
2. เขา้ ใจความหมายและคุณสมบตั ิของคลาส และออบเจก็ ต์
3. เขา้ ใจการถ่ายทอดคณุ สมบตั ิจากคลาสสูอ่ อบเจ็กต์
4. รู้จกั สว่ นประกอบคอนโทรลในมมุ มองแบบคลาส และออบเจก็ ต์
5. สามารถสร้างคลาสแบบพื้นฐานขึน้ มาใช้งานได้
80
3. กิจกรรมการเรียนการสอน
กิจกรรมครู กจิ กรรมนกั เรียน
ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรียน(สัปดาห์ละ 30 นาท)ี
1. ตรวจสอบรายช่อื นักศกึ ษาท่เี ขา้ เรียน 1. ให้ความร่วมมอื กับครใู นการตรวจสอบ
2.ให้นักศึกษาค้นคว้า การเขียนโปรแกรมแบบ 2. ค้นควา้ การเขียนโปรแกรมแบบ OOP
OOP 3. รว่ มสนทนาและแสดงความคิดเห็น
3. ร่วมสนทนาเกี่ยวกับเรื่อง การเขียนโปรแกรม
แบบ OOP
ขัน้ ดาเนินการสอน(สปั ดาหล์ ะ 180 นาที)
1. บอกจดุ ประสงค์การเรยี น 1. ฟัง ทาความเข้าใจและซกั ถาม
2. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการ 2. ฟงั ทาความเข้าใจและปฎิบตั ติ าม
ปฎิบัติในแต่ ละหัวข้อการเรืยนและให้นักศึกษา 3. ผู้เรียนซักถามขอ้ สงสัยและจดบันทึก
ปฎิบัติไปพร้อมกัน 4. รบั การประเมนิ
3. ครบู อกวิธีการ และแนวคดิ ในการปฏิบัตทิ ี่
ถกู ต้องใหแ้ กผ่ ูเ้ รยี น
4. ประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคลโดยครูจะซักถาม
ในแตล่ ะคน
ขน้ั สรุป(สัปดาห์ละ 30 นาที) 1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปสาระสาคัญ
1. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปสาระสาคัญ 2. นกั เรียนสอบถามขอ้ สงสัย
2. เปิดโอกาสให้นกั เรียนซักถามข้อสงสยั 3. ฟงั และจดบนั ทึก
3. มอบหมายใหไ้ ปหัดทาและศกึ ษาเพิ่มเติม 4. ทาแบบทดสอบทา้ ยบท
4. ทาแบบทดสอบ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
ก่อนเรียน
1. คน้ ควา้ การเขยี นโปรแกรมแบบ OOP
81
ขณะเรียน
1. จดบนั ทกึ การเรยี น
2. สนใจการปฏิบตั ิตามและกลา้ ในการแสดงความคดิ เหน็ และตอบคาถาม
3. ทาแบบฝกึ หดั
4. ผูเ้ รยี นสรปุ ความรูท้ ี่ไดจ้ ากการเรียนการการสอน
5. ผเู้ รียนหาแนวทางและเทคนคิ ด้วยความรู้ความเขา้ ใจของตนเองพรอ้ มจด บันทึกเป็นลาดับข้ันตอน
ท่จี ะทาใหต้ นเองไมล่ มื สาระการเรยี นรู้
6. ผเู้ รยี นซกั ถามเม่ือไม่เขา้ ใจหรอื สงสัยเนอ้ื หาการเรียนรู้
6. สอื่ การเรียนการสอน
1. หนงั สอื เรียน วิชา การเขยี นโปรแกรมโดยใชเ้ ครื่องมือกราฟิกโหมด
2. ใบความรู้ประจาหนว่ ย
3. ใบงานและแบบฝกึ หัด
4. เครอ่ื งไมโครคอมพิวเตอร์
5. แผน่ ใสและเครอื่ งฉายภาพข้ามศีรษะ
6. ซดี ีสอ่ื การสอน
7. วดั ผลประเมนิ ผล
1. ผเู้ รยี นปฏบิ ตั ิภาระงานที่มอบหมายเสร็จทนั เวลาทก่ี าหนด
2. ตอบคาถามและสรปุ ผลงานได้อยา่ งถูกตอ้ ง
3. ทาแบบฝึกหัดหลงั เรยี นเสรจ็ ทันเวลาทีก่ าหนดและถกู ต้อง
4. สนใจกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ตอบคาถาม สรุปสาระการเรียนรู้ และกล้าแสดงความคดิ เห็น
5. มีความพยายามปรบั ปรงุ แก้ไขใบงานและแบบฝึกหดั ให้ถูกต้องแลว้ นาส่งครผู ้สู อน
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ถา้ ผู้เรียนมีการเตรียมตัวในการเรียนที่ดี เชน่ อา่ น และทาการศกึ ษาหนังสอื เกี่ยวกบั หนว่ ยการเรยี น
มากก่อน ถึงชั่วโมงเรียน ผู้เรียน จะสามารถเรียน และทากิจกรรมต่าง ๆ ท่ีครูผู้สอนมอบหมาย ได้อย่างมี
ความสขุ และเกิดความชอบ และสนกุ กบั การเรียนในชน้ั เรยี น
2. ผเู้ รยี นต้องมีความขยัน หม่ันฝึกฝนบทเรียนอยู่เสมอทง้ั ก่อนและหลงั เรียน
3. ผ้เู รียนต้องมคี วามกล้าที่จะถามเมื่อสงสยั ท้ังในห้องและนอกห้องเรยี นกับครผู สู้ อน
82
เกณฑ์การประเมนิ ผล
วัดผลสัมฤทธิ์จากแบบประเมินผลการเรยี นรู้
ร้อยละ 80-100 หมายถึง ผลการเรียนดมี าก
ร้อยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรียนดี
รอ้ ยละ 60-69 หมายถึง ผลการเรยี นปานกลาง
ร้อยละ 50-59 หมายถงึ ผลการเรยี นผ่านเกณฑ์
ต่ากว่าร้อยละ 50 หมายถงึ ผลการเรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคล
8-10 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมดี
5-7 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมพอใช้
ต่ากวา่ 5 คะแนน หมายถึง มีพฤตกิ รรมท่ตี ้องปรบั ปรุง
แบบและเกณฑ์ประเมินพฤติกรรมรายบคุ คล
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้ประเมินขีดเคร่ืองหมายถกู ในช่องพฤติกรรมที่คาดหวังให้เกิดกับนกั เรียน
เกณฑก์ ารตดั สนิ หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมในระดบั แบบสมา่ เสมอ
2 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมในระดบั ผ่านเกณฑ์
1 คะแนน หมายถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับไม่ผา่ นเกณฑ์
0 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมิน หมายถึง มีพฤตกิ รรมดี
8 - 10 คะแนน หมายถึง มพี ฤตกิ รรมพอใช้
5 - 7 คะแนน หมายถึง มีพฤตกิ รรมท่ีต้องปรับปรงุ
ตา่ กว่า 5 คะแนน
83
พฤตกิ รรมของนักเรียน
เลข ชอ่ื – สกลุ ความมี ความ มนษุ ย์ ขยันหม่ัน ความ
ที่ ผู้รับการ วินยั รบั ผดิ ชอบ สมั พันธ์ เพียร รอบคอบ รวม
ประเมนิ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
ผ้ปู ระเมิน…………………………………………
( นางสวุ มิ ล อักษรกลาง)
84
สัปดาห์ท.ี่ ..........
บันทกึ หลงั การสอน
รหสั วิชา..............................วชิ า.............................................................ระดบั ................. ชั้นปีท่.ี ..........แผนก
วิชา.......................................................จานวนนกั เรยี น......................คน มาเรยี น..................คน
ขาดเรยี น........คน มาสาย.........คน ลา.............คน สอนเม่ือวนั ท่.ี .........เดอื น......................พ.ศ.............
หนว่ ยท.ี่ ..................... ชอื่ หนว่ ย.......................................................................จานวน.................ชวั่ โมง
เน้อื หาวตั ถุประสงค์และส่ือการสอน
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ปัญหาท่เี กดิ ขึน้ ในระหวา่ งการเรียนการสอน
........................................................................................................ ......................................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
.............................................................................................. ................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................. ................................................
แนวทางการแก้ไขปัญหาของครูผ้สู อน และผลทไ่ี ด้
................................................................................................................................................................... ...........
........................................................................................................................ ......................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
............................................................................................................. .................................................................
ลงชอื่ ............................................ครูผู้สอน ลงช่ือ.........................................หวั หนา้ แผนก
(นางสวุ มิ ล อักษรกลาง) (นางสกุ ญั ญา ดนัยสวสั ด์ิ)
วันท.ี่ ....................................... วนั ท่ี............................................
85
เฉลยแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 9
ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้พอสังเขป
1. OOP ยอ่ มาจากอะไร และมีความหมายอยา่ งไร
ตอบ การเขียนโปรแกรมแบบ OOP คือมมุ มองการเขียนโปรแกรมโดยมองให้ส่วนตา่ งๆของโปรแกรม
ให้เปน็ ออบเจ็กต์(Object) หรือวัตถุ
2. ทาไมเราถงึ ต้องเรียนรู้การเขยี นดปรแกรมแบบ OOP
ตอบ การเขียนโปรแกรมแบบ OOP ถอื เป็นมาตรฐานในการเขียนโปรแกรมในปจั ุบัน และเครือ่ งมือใน
การเขยี นโปรแกรมต่างๆ จะสนบั สนนุ การเขียนโปรแกรมแบบ OOP
3. คลาส และออบเจก็ ต์ มีความหมายอย่างไร
ตอบ คลาส(Class) คือตน้ แบบของออบเจก็ ต์ เปรียบเสมือนกบั ตรายางที่มกี ารออกแบบตน้ แบบไว้ เม่ือ
มกี ารใชต้ รายางประทับตราลงในเอกสารใดๆ กจ็ ะมรี ูปทรงและรายละเอียดตามตน้ แบบ
- มคี ุณสมบตั (ิ Attribute) คือขนาด ความกวา้ ง ความยาว รูปทรง
- มเี มธอด(Method)อาจจะมองวา่ มีวธิ กี ารนาไปใช้งาน(Method) คือ ส่งั ให้ประทับตราเอกสาร
ดว้ ยหมกึ สีแดง ก็จะได้ตราประทับสแี ดงซ่ึงเป็นออบเจ็กต์(Object), สัง่ ให้ประทับตราดว้ ยสนี ้าเงินก็ได้
ตรายางสนี ้าเงนิ และหากนาไปประทบั ตราอกี หลายๆ ครงั้ ก็มกี ลายๆออบเจ็กต์ แต่คลาสงยงั มีคลาสเดยี ว
4. ให้บอกองคป์ ระกอบของคลาสทสี่ าคัญอยา่ งนอ้ ย 2 องค์ประกอบ
ตอบ เมธอด และคุณสมบตั ิ
5. ให้ยกตัวอย่าง Properties ของคอนโทรลเหลา่ น้ี อยา่ งน้อยคอนโทรลละ 5 คณุ สมบัติ
5.1 คอนโทรล Form
5.2 คอนโทรล Button
5.3 คอนโทรล RadioButton
5.4 คอนโทรล CheckBox
5.5 คอนโทรล Timer
5.6 คอนโทรล PictureBox
5.7 คอนโทรล GroupBox
86
5.8 คอนโทรล ListBox
5.9 คอนโทรล Label
5.10 คอนโทรล PrintDocument
ตอบ แนวทางของคาตอบเปดิ กว้าง วัตถุประสงคห์ ลกั ของโจทย์คือการฝกึ ใหน้ ักเรยี นนักศกึ ษา
คน้ หา Properties และการหาความหมาย ด้วยตน้ เอง
ตอนที่ 2 ให้เขยี นโปรแกรมตามคาสงั่ แล้วตอบคาถาม
1. ให้เปดิ สร้างโปจเจก็ ต์ใหมข่ ึ้นมา โดยเป็น Windows Forms Application เมื่อหนา้ ต่างฟอร์มปรากฏ
ข้ึนมา ใหก้ ดปุ่ม F7 ทันที ให้เขียนโค้ดทปี่ รากฏในหน้าต่าง Code Editor
Public Class Form1
End Class
2. ให้ออกแบบหนา้ จอตามตวั อย่าง
ตอบ ใหอ้ อกแบบหนา้ จอโปรแกรมตามภาพเพอื่ เขยี นโปรแกรมในคาถามถัดไป
3. ให้เขียนโคด้ ตามตวั อยา่ ง ปุ่ม “Black” คอื ชอ่ื butBlack, ปมุ่ “White” คือ ชื่อ butWhite และ ป่มุ
“Close” คือ ชื่อ butClose (ในหนงั สือตง้ั ชือปมุ่ ผิด ให้ผิดตามภาพและตามเฉลยน้)ี
87
เมอ่ื เขยี นโค้ดตามตวั อยา่ งแล้ว
1) คลกิ ไปทปี่ ุ่ม “Black มผี ลลพั ธอ์ ย่างไร
ตอบ จะมีฟอร์มท่ีคลา้ ยกบั ขอ้ ที่ 2 ปรากฏขึ้นมา แต่พ้นื หลงั เปน็ สีดา
2) คลกิ ไปทีป่ ่มุ “White” มผี ลลพั ธ์อยา่ งไร
ตอบ จะมีฟอร์มท่ีคล้ายกับขอ้ ท่ี 2 ปรากฏขน้ึ มา แตพ่ ื้นหลังเปน็ สขี าว
3) คลิกไปทป่ี มุ่ “Close” มผี ลลัพธอ์ ย่างไร
ตอบ เป็นการปิดโปรแกรม
4. ใหเ้ พ่ิมโคด้ ทป่ี ุ่ม “Black” และ ปุม่ “White” ดงั ภาพตัวอย่าง (ภาพในหนังสอื ผิด)
เพม่ิ โค้ดในบรรทดั ท่ี 5,6,13 และ14
เมอ่ื เขียนโค้ดตามตวั อยา่ งแล้ว
1) คลกิ ไปที่ปุม่ “Black มผี ลลพั ธ์อยา่ งไร
ตอบ จะมีฟอรม์ ที่คลำ้ ยกับข้อที่ 2 ปรำกฏขึน้ มำ พนื้ หลงั เป็นสดี ำ
แต่ปุ่ม “Black” และ “White” หำยไป
2) คลกิ ไปทีป่ ุ่ม “White” มีผลลพั ธอ์ ยา่ งไร
ตอบ จะมีฟอร์มที่คลา้ ยกับข้อท่ี 2 ปรากฏขน้ึ มา พื้นหลังเป็นสีขาว
5. ถ้าเปลยี่ นโค้ดน้ที ปี่ ุ่ม “White” จะมีผลลพั ธเ์ ป็นอย่างไร
WhiteObj.BlackBt.Hide() เปลีย่ นเปน็ BlackBt.Hide()
WhiteObj.WhiteBt.Hide() เปล่ียนเปน็ WhiteBt.Hide()
ตอบ ฟอร์มพ้นื หลังสีขาวจะปรากฏขึ้นมา มีปุม่ คาส่งั “Black” และ “White” แต่ป่มุ “Black” และ
“White”
ของออบเจ็กต์ Form1 จะหายไป
88
แผนจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 10
วชิ าการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้ืองตน้ รหสั วิชา 20901-2205
ระดบั ช้นั ประกาศนียบตั รวิชาชพี (ปวช.) พทุ ธศกั ราช 2562
ช่อื หน่วย ภาษาและขัน้ ตอนการพัฒนาโปรแกรม
สัปดาห์ที่ 15-16 จานวน 6 ช่ัวโมง
1. สาระสาคัญ
ในการเขียนโปรแกรมนั้นส่วนหนงึ่ อาจจะเป็นโปรแกรมที่มกี ารประมวลผล และแสดงผลทันที จัดเก็บ
ขอ้ มูลตา่ งๆ ไวใ้ นหนว่ ยความจา เม่ือปดิ โปรแกรม หรอื ปิดเครอื่ งคอมพวิ เตอร์ ขอ้ มลู ตา่ งๆ กจ็ ะ
หายไป แต่หลายๆ โปรแกรมตอ้ งการบนั ทึกข้อมูลโดยจัดเกบ็ ไวใ้ นไฟล์ข้อมลู แลว้ นามาเปิดอ่านใน
ภายหลังได้
ในเน้อื หาบทน้ีเราจะทาการเขียนไฟล์ และอา่ นไฟลใ์ นรปู แบบของเท็กซ์ไฟล์ (Text File) ซ่ึงจะ
เปน็ พืน้ ฐานเริ่มตน้ ใหเ้ ราเข้าใจกระบวนการในการเขยี นไฟล์ และอ่านไฟล์
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. เขา้ ใจหลกั การทางานกับไฟลข์ ้อมลู
2. สามารถบนั ทึกข้อมลู ในไฟลข์ ้อมลู ได้
3. สามารถแก้ไขไฟล์ข้อมูลได้
4. สามารถอา่ นไฟล์ข้อมูลได้
5. สามารถบันทึกและอ่านข้อมูลแบบเรคคอรด์ ได้
89
3. กิจกรรมการเรียนการสอน
กิจกรรมครู กจิ กรรมนกั เรียน
ขน้ั นาเขา้ สูบ่ ทเรียน(สัปดาหล์ ะ 30 นาท)ี
1. ตรวจสอบรายช่อื นกั ศกึ ษาท่เี ขา้ เรยี น 1. ให้ความร่วมมอื กบั ครูในการตรวจสอบ
2.ให้นกั ศกึ ษาค้นคว้า การทางานกับไฟล์ข้อมูล 2. คน้ คว้า การทางานกับไฟล์ขอ้ มลู
3. ร่วมสนทนาเก่ียวกับเร่ือง การทางานกับ 3. รว่ มสนทนาและแสดงความคิดเห็น
ไฟลข์ อ้ มูล
ขั้นดาเนินการสอน(สปั ดาห์ละ 180 นาท)ี
1. บอกจุดประสงคก์ ารเรยี น 5. ฟัง ทาความเขา้ ใจและซกั ถาม
2. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการ 6. ฟัง ทาความเขา้ ใจและปฎิบตั ติ าม
ปฎิบัติในแต่ ละหัวข้อการเรืยนและให้นักศึกษา 7. ผ้เู รยี นซกั ถามขอ้ สงสัยและจดบนั ทึก
ปฎิบัติไปพรอ้ มกนั 8. รับการประเมิน
3. ครบู อกวิธีการ และแนวคิดในการปฏบิ ตั ิท่ี
ถูกต้องให้แก่ผู้เรียน
4. ประเมินพฤติกรรมรายบคุ คลโดยครจู ะซักถาม
ในแตล่ ะคน
ข้ันสรุป(สปั ดาหล์ ะ 30 นาท)ี 5. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรุปสาระสาคัญ
5. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปสาระสาคญั 6. นักเรียนสอบถามขอ้ สงสยั
6. เปดิ โอกาสให้นกั เรียนซกั ถามขอ้ สงสัย 7. ฟังและจดบันทกึ
7. มอบหมายใหไ้ ปหัดทาและศกึ ษาเพ่ิมเตมิ 8. ทาแบบทดสอบท้ายบท
8. ทาแบบทดสอบ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
กอ่ นเรยี น
1. คน้ คว้า การทางานกับไฟล์ขอ้ มูล
90
ขณะเรยี น
1. จดบันทึกการเรียน
2. สนใจการปฏิบตั ิตามและกล้าในการแสดงความคิดเหน็ และตอบคาถาม
3. ทาแบบฝกึ หดั
4. ผู้เรียนสรุปความรทู้ ีไ่ ด้จากการเรียนการการสอน
5. ผเู้ รยี นหาแนวทางและเทคนิค ด้วยความรคู้ วามเข้าใจของตนเองพร้อมจด บันทึกเป็นลาดับข้ันตอน
ท่ีจะทาใหต้ นเองไม่ลืมสาระการเรยี นรู้
6. ผเู้ รียนซักถามเม่อื ไมเ่ ขา้ ใจหรือสงสยั เนือ้ หาการเรยี นรู้
6. สื่อการเรียนการสอน
1. หนังสือเรยี น วชิ า การเขียนโปรแกรมโดยใช้เคร่ืองมือกราฟิกโหมด
2. ใบความรปู้ ระจาหน่วย
3. ใบงานและแบบฝกึ หัด
4. เครอ่ื งไมโครคอมพิวเตอร์
5. แผ่นใสและเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ
6. ซีดสี อื่ การสอน
7. วัดผลประเมนิ ผล
1. ผู้เรยี นปฏบิ ตั ิภาระงานทีม่ อบหมายเสรจ็ ทนั เวลาทกี่ าหนด
2. ตอบคาถามและสรุปผลงานได้อยา่ งถูกตอ้ ง
3. ทาแบบฝกึ หัดหลังเรียนเสรจ็ ทนั เวลาทีก่ าหนดและถูกตอ้ ง
4. สนใจกระตือรอื รน้ ในการเรยี นรู้ ตอบคาถาม สรปุ สาระการเรียนรู้ และกล้าแสดงความคดิ เห็น
5. มีความพยายามปรับปรงุ แก้ไขใบงานและแบบฝึกหัดให้ถูกต้องแลว้ นาส่งครผู ้สู อน
8. กิจกรรมเสนอแนะ
1. ถ้าผูเ้ รยี นมีการเตรยี มตวั ในการเรียนทีด่ ี เช่น อา่ น และทาการศกึ ษาหนังสอื เกี่ยวกบั หนว่ ยการเรยี น
มากก่อน ถึงชั่วโมงเรียน ผู้เรียน จะสามารถเรียน และทากิจกรรมต่าง ๆ ที่ครูผู้สอนมอบหมาย ได้อย่างมี
ความสุข และเกดิ ความชอบ และสนุกกับการเรยี นในชน้ั เรยี น
2. ผู้เรยี นตอ้ งมีความขยนั หม่นั ฝึกฝนบทเรียนอยู่เสมอทงั้ ก่อนและหลงั เรียน
3. ผู้เรียนตอ้ งมีความกล้าทจ่ี ะถามเม่อื สงสยั ทง้ั ในห้องและนอกห้องเรียนกบั ครผู สู้ อน
91
เกณฑ์การประเมนิ ผล
วัดผลสัมฤทธิ์จากแบบประเมินผลการเรยี นรู้
ร้อยละ 80-100 หมายถึง ผลการเรียนดมี าก
ร้อยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรยี นดี
รอ้ ยละ 60-69 หมายถึง ผลการเรยี นปานกลาง
ร้อยละ 50-59 หมายถึง ผลการเรยี นผ่านเกณฑ์
ต่ากว่าร้อยละ 50 หมายถงึ ผลการเรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคล
8-10 คะแนน หมายถึง มพี ฤติกรรมดี
5-7 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมพอใช้
ต่ากวา่ 5 คะแนน หมายถึง มีพฤตกิ รรมท่ตี ้องปรับปรุง
แบบและเกณฑ์ประเมนิ พฤติกรรมรายบคุ คล
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้ประเมินขีดเครื่องหมายถกู ในชอ่ งพฤติกรรมที่คาดหวังให้เกิดกบั นกั เรียน
เกณฑก์ ารตดั สนิ หมายถึง มีพฤตกิ รรมในระดับแบบสม่าเสมอ
2 คะแนน หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดบั ผ่านเกณฑ์
1 คะแนน หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมในระดบั ไมผ่ า่ นเกณฑ์
0 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมิน หมายถงึ มีพฤติกรรมดี
8 - 10 คะแนน หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมพอใช้
5 - 7 คะแนน หมายถงึ มพี ฤติกรรมทตี่ ้องปรบั ปรงุ
ตา่ กว่า 5 คะแนน
92
พฤตกิ รรมของนักเรียน
เลข ชอ่ื – สกลุ ความมี ความ มนษุ ย์ ขยันหม่ัน ความ
ที่ ผู้รับการ วินยั รบั ผดิ ชอบ สมั พันธ์ เพียร รอบคอบ รวม
ประเมนิ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
ผ้ปู ระเมิน…………………………………………
( นางสวุ มิ ล อักษรกลาง)
93
สัปดาห์ที.่ ..........
บนั ทกึ หลงั การสอน
รหสั วชิ า..............................วชิ า.............................................................ระดับ................. ชัน้ ปที ี่...........แผนก
วชิ า.......................................................จานวนนักเรียน......................คน มาเรียน..................คน
ขาดเรยี น........คน มาสาย.........คน ลา.............คน สอนเม่อื วนั ที.่ .........เดือน......................พ.ศ.............
หนว่ ยท.่ี ..................... ชอื่ หนว่ ย.......................................................................จานวน.................ชวั่ โมง
เน้ือหาวตั ถปุ ระสงค์และส่ือการสอน
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................................... .....
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หาท่ีเกดิ ขึ้นในระหว่างการเรยี นการสอน
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
แนวทางการแก้ไขปัญหาของครผู ้สู อน และผลทไ่ี ด้
.................................................................................................... ..........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................... .........................................
.......................................................................................... ....................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื ............................................ครูผ้สู อน ลงชือ่ .........................................หวั หน้าแผนก
(นางสวุ ิมล อักษรกลาง) (นางสุกญั ญา ดนัยสวสั ด)์ิ
วันท่ี........................................ วนั ท.่ี ...........................................
94
เฉลยแบบฝกึ หัด หน่วยที่ 10
ตอนท่ี 1 ตอบคาถาม
1. มโี ปรแกรมหรือ แอพลเิ คชันแบบใดบา้ งทไ่ี ม่ตอ้ งมีการบันทกึ ข้อมลู ให้ตอบมา 5 โปรแกรม?
ตอบ โปรแกรมเครอ่ื งคดิ เลข, โปรแกรมดูวิดีโอ และฟงั เพลง, โปรแกรมจัดการพน้ื ทฮ่ี ารด์ ิสก์, เกมส์
ขนาดเลก็ , โปรแกรมโทรศัพท์
2. มีโปรแกรมแบบใดบา้ งท่ตี ้องมีการบันทึกข้อมูลลงในไฟล์ขอ้ มลู ใหต้ อบมา 5 โปรแกรม?
ตอบ MS-Word, MS-Excel, MS-PowerPoint, MS-Acess, Adobe Photoshop, Adobe Illustrator
3. เท็กซ์ไฟล์ มีคุณสมบตั ิสาคัญอย่างไร ใหอ้ ธิบายมา 3 หวั ข้อ?
ตอบ - จัดเก็บข้อมลู แบบตวั อักษร
- เปิดไฟลด์ ้วยโปรแกรมเขยี นขอ้ ความท่ัวๆไปได้
- อ่านไฟลจ์ ากระบบปฏบิ ะติการท่ีหลากหลายได้
4. โหมดการทางานกบั ไฟล์มีโหมดอะไรบา้ ง และมีลักษณะอา่ นและเขยี นไฟลอ์ ย่างไร?
ตอบ
5. หากข้อมูลในไฟล์เทก็ ซเ์ ปน็ ตวั อักษร เม่ือต้องการอา่ นข้อมูลแล้วนามาคานวณจะสามารถใชค้ าสงั่ ใด
ไดบ้ า้ งในการเปลยี่ นชนิดข้อมูลแบบตวั อักษรมาเป็นตัวเลขที่คานวณได้?
ตอบ ให้สร้างตัวแปรมาจัดเก็บข้อมลู ตวั อักษรกอ่ น แล้วใช้คาสงั่ เปล่ยี นจากข้อมลู ตัวอักษรมาเปน็ ตวั เลข
Convert.ToDouble(ตวั แปร) หรอื Double.Parse(ตัวแปร) เปล่ียนตวั อกั ษรเป็นเลขแบบ Double
Convert.ToInt32(ตัวแปร) หรอื Integer.Parse(ตัวแปร) เปลี่ยนตวั อักษรเป็นเลขแบบ Integer
6. มีคอนโทรลใดบา้ งทส่ี ามารถแสดงข้อความ หรือข้อมูลจานวนมากได้?
ตอบ คอนโทรล ComboBox, ListBox และ ListView
95
7. ให้อธิบายความหมายของเร็คคอรด์ และฟิลด์?
ตอบ เรค็ คอร์ดคือชุดข้อมูล 1ชุด และฟิลด์คือ ข้อมูล 1 ข้อมลู ท่อี ยใู่ นเร็คคอร์ด
8. ไฟล์แบบ CVS คอื อะไร มีความสาคญั อยา่ งไร?
ตอบ ไฟลแ์ บบ CVS (นามสกุล .cvs) โดย CSV ยอ่ มาจาก Comma Separated Value เป็นข้อมลู
แบบเท็กซ์ไฟลท์ ี่มเี ครือ่ งหมายจุลภาค ( , ) มาคนั่ ระหว่างข้อมลู โดยไฟลแ์ บบ CVS น้นั ถือวา่ เป็น
มาตรฐานของไฟลฐ์ านขอ้ มูลในรปู แบบหนึ่งทน่ี ยิ มนามาใช้งาน สามารถรองรบั กับการจัดการฐานข้อมลู
จากโปรแกรม หรือแอพลเิ คชันตา่ งๆได้ เช่น Microsoft Access, Microsoft Excel, MySQL, SQL
Server หรืออนื่ ๆได้
9. เราสามารถบนั ทกึ ข้อมลู จากไฟลจ์ าก Microsoft Excel แล้วมาเปิดในโปรแกรมทเี่ ราเขียนเองได้หรอื
ไม่?
ตอบ สามารถทาได้ โดยวิธงี ่ายทีส่ ุดให้ทาการบันทึกไฟลจ์ ากโปรแกรม Excel เป็นไฟล์แบบ CVS แลว้
เขียนโปรแกรมนาขอ้ มลู เข้ามาใช้งาน
10. ข้อจากัดข้องเท็กซ์ไฟล์คืออะไรบา้ ง?
ตอบ การเปิดอา่ นข้อมูลไดง้ า่ ยทาใหข้ ้อมูลจะไม่เป็นความลับ หรอื ถูกแกไ้ ขโดนโปรแกรมอ่ืนๆ ท่ีไมใ่ ช่
โปรแกรมที่เขยี นข้นึ มา มีคาสั่งในการจดั การไฟล์ทีจ่ ากัด ประยุตใ์ ช้ได้น้อยกวา่ ไฟล์ข้อมลู แบบไบนาร่ี
ตอนที่ 2 ใหเ้ ขยี นโปรแกรมตามคาสั่งต่อไปน้ี
1. ให้สรา้ งขอ้ มูล และตารางตามตวั อย่างน้ใี นโปรแกรม Excel แลว้ นามาเปดิ แสดงผา่ นโปรแกรมตวั อยา่ ง
ทส่ี รา้ งขึ้นมา
96
ตอบยดื หยุ่นได้ตามการเขยี นโปรแกรม โดยสามารถใชโ้ ปรแกรมตัวอยา่ งท่ี 10.2 ในการอ้างอิง
97
แผนจัดการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 11
วิชาการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบื้องตน้ รหัสวิชา 20901-2205
ระดบั ช้ัน ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ (ปวช.) พทุ ธศักราช 2562
ชื่อหน่วย โปรแกรมเสริมทักษะ
สปั ดาห์ที่ 17 จานวน 3 ช่วั โมง
1. สาระสาคญั
ในบทน้ีจะเป็นการเสริมทักษะในการเขียนโปรแกรมให้มีความชานาญมากข้ึน และสามารถพัฒนา
โปรแกรมให้มีความสมบูรณ์ ท้ังในส่วนของการประมวลผลโปรแกรม และการสื่อสารกับยูสเซอร์ที่มี
ประสิทธภิ าพมากข้นึ
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. สามารถรวบรวมปัญหา ข้อผิดพลาด และประเมินผลการใช้งานเพื่อสรุปหาแนวทางการพัฒนา
โปรแกรมต่อไปได้
2. สามารถเขียนโปรแกรมตรวจสอบข้อมูลที่รบั เข้ามากอ่ นจะนาไปประมวลผลได้
3. สามารถใช้งาน ListView เพอ่ื แสดงขอ้ มูลได้
4. สามารถปรับแตง่ รูปแบบการแสดงผลตวั เลขตามตอ้ งการได้
98
3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
กิจกรรมครู กิจกรรมนกั เรยี น
ขน้ั นาเข้าส่บู ทเรยี น(สัปดาห์ละ 30 นาที)
1. ตรวจสอบรายชอื่ นักศกึ ษาท่เี ข้าเรยี น 1. ใหค้ วามรว่ มมอื กับครใู นการตรวจสอบ
2.ให้นักศึกษาค้นคว้า ตัวช่วยในการเขียน 2. คน้ ควา้ ตวั ช่วยในการเขยี นโปรแกรม
โปรแกรม 3. ร่วมสนทนาและแสดงความคิดเห็น
3. ร่วมสนทนาเกี่ยวกับเรื่อง ตัวช่วยในการเขียน
โปรแกรม
ขนั้ ดาเนนิ การสอน(สปั ดาห์ละ 180 นาที)
1. บอกจุดประสงคก์ ารเรยี น 9. ฟัง ทาความเขา้ ใจและซักถาม
2. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการ 10. ฟัง ทาความเข้าใจและปฎบิ ัตติ าม
ปฎิบัติในแต่ ละหัวข้อการเรืยนและให้นักศึกษา 11. ผเู้ รียนซกั ถามข้อสงสยั และจดบนั ทึก
ปฎิบัตไิ ปพร้อมกนั 12. รับการประเมนิ
3. ครบู อกวธิ ีการ และแนวคดิ ในการปฏบิ ตั ิท่ี
ถูกต้องให้แกผ่ ้เู รียน
4. ประเมนิ พฤติกรรมรายบคุ คลโดยครจู ะซักถาม
ในแต่ละคน
ขน้ั สรปุ (สปั ดาหล์ ะ 30 นาท)ี 9. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ สาระสาคัญ
9. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปสาระสาคญั 10. นักเรียนสอบถามข้อสงสยั
10. เปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนซักถามขอ้ สงสัย 11. ฟังและจดบันทกึ
11. มอบหมายให้ไปหัดทาและศึกษาเพิ่มเตมิ 12. ทาแบบทดสอบท้ายบท
12. ทาแบบทดสอบ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ก่อนเรยี น
1. คน้ คว้า ตวั ช่วยในการเขยี นโปรแกรม
99
ขณะเรียน
1. จดบันทึกการเรยี น
2. สนใจการปฏิบตั ติ ามและกล้าในการแสดงความคดิ เหน็ และตอบคาถาม
3. ทาแบบฝกึ หัด
4. ผเู้ รียนสรปุ ความรู้ที่ได้จากการเรยี นการการสอน
5. ผ้เู รียนหาแนวทางและเทคนคิ ดว้ ยความรู้ความเขา้ ใจของตนเองพรอ้ มจด บันทึกเป็นลาดับข้ันตอน
ที่จะทาให้ตนเองไม่ลมื สาระการเรยี นรู้
6. ผู้เรียนซักถามเม่ือไม่เข้าใจหรือสงสยั เนือ้ หาการเรยี นรู้
6. ส่อื การเรียนการสอน
7. หนงั สอื เรยี น วิชา การเขยี นโปรแกรมโดยใชเ้ ครื่องมือกราฟิกโหมด
8. ใบความรปู้ ระจาหนว่ ย
9. ใบงานและแบบฝึกหัด
10. เคร่ืองไมโครคอมพิวเตอร์
11. แผน่ ใสและเครอ่ื งฉายภาพขา้ มศรี ษะ
12. ซดี สี ือ่ การสอน
7. วัดผลประเมนิ ผล
1. ผู้เรียนปฏบิ ตั ิภาระงานท่ีมอบหมายเสรจ็ ทันเวลาท่ีกาหนด
2. ตอบคาถามและสรปุ ผลงานไดอ้ ย่างถูกต้อง
3. ทาแบบฝึกหดั หลังเรียนเสรจ็ ทนั เวลาทีก่ าหนดและถูกต้อง
4. สนใจกระตือรอื รน้ ในการเรียนรู้ ตอบคาถาม สรปุ สาระการเรียนรู้ และกลา้ แสดงความคดิ เห็น
5. มีความพยายามปรับปรงุ แกไ้ ขใบงานและแบบฝึกหดั ให้ถูกตอ้ งแลว้ นาสง่ ครผู สู้ อน
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ถ้าผ้เู รยี นมีการเตรยี มตวั ในการเรียนทด่ี ี เช่น อ่าน และทาการศกึ ษาหนังสอื เกีย่ วกบั หนว่ ยการเรยี น
มากก่อน ถึงช่ัวโมงเรียน ผู้เรียน จะสามารถเรียน และทากิจกรรมต่าง ๆ ท่ีครูผู้สอนมอบหมาย ได้อย่างมี
ความสุข และเกดิ ความชอบ และสนุกกบั การเรียนในช้ันเรยี น
2. ผ้เู รียนต้องมคี วามขยัน หมนั่ ฝกึ ฝนบทเรียนอยเู่ สมอท้งั กอ่ นและหลังเรียน
3. ผเู้ รียนต้องมีความกลา้ ท่ีจะถามเมือ่ สงสยั ทงั้ ในห้องและนอกห้องเรียนกับครผู ้สู อน
100
เกณฑ์การประเมนิ ผล
วดั ผลสัมฤทธิ์จากแบบประเมินผลการเรียนรู้
ร้อยละ 80-100 หมายถึง ผลการเรยี นดีมาก
รอ้ ยละ 70-79 หมายถึง ผลการเรยี นดี
ร้อยละ 60-69 หมายถึง ผลการเรยี นปานกลาง
ร้อยละ 50-59 หมายถงึ ผลการเรยี นผ่านเกณฑ์
ต่ากวา่ รอ้ ยละ 50 หมายถงึ ผลการเรียนไมผ่ ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคล
8-10 คะแนน หมายถึง มพี ฤติกรรมดี
5-7 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมพอใช้
ตา่ กวา่ 5 คะแนน หมายถึง มีพฤตกิ รรมทตี่ ้องปรับปรงุ
แบบและเกณฑป์ ระเมินพฤติกรรมรายบคุ คล
คาชแ้ี จง ให้ผ้ปู ระเมินขดี เคร่ืองหมายถูก ในชอ่ งพฤติกรรมทีค่ าดหวังใหเ้ กดิ กบั นักเรียน
เกณฑ์การตดั สนิ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดับแบบสมา่ เสมอ
2 คะแนน หมายถึง มีพฤตกิ รรมในระดับผ่านเกณฑ์
1 คะแนน หมายถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ไมผ่ ่านเกณฑ์
0 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมิน หมายถึง มีพฤตกิ รรมดี
8 - 10 คะแนน หมายถงึ มีพฤตกิ รรมพอใช้
5 - 7 คะแนน หมายถึง มพี ฤตกิ รรมท่ตี อ้ งปรับปรงุ
ต่ากว่า 5 คะแนน
101
พฤตกิ รรมของนกั เรยี น
เลข ชือ่ – สกลุ ความมี ความ มนษุ ย์ ขยันหมน่ั ความ
ท่ี ผ้รู บั การ วินยั รับผิดชอบ สัมพันธ์ เพยี ร รอบคอบ รวม
ประเมนิ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
ผปู้ ระเมนิ …………………………………………
( นางสุวิมล อกั ษรกลาง)
102
สปั ดาห์ที.่ ..........
บนั ทกึ หลงั การสอน
รหัสวิชา..............................วชิ า.............................................................ระดบั ................. ชน้ั ปีท่.ี ..........แผนก
วิชา.......................................................จานวนนักเรยี น......................คน มาเรียน..................คน
ขาดเรยี น........คน มาสาย.........คน ลา.............คน สอนเม่อื วนั ท.ี่ .........เดือน......................พ.ศ.............
หนว่ ยท.ี่ ..................... ชือ่ หนว่ ย.......................................................................จานวน.................ชว่ั โมง
เนอื้ หาวัตถุประสงค์และสื่อการสอน
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................... ...................
................................................................................................................ ..............................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................. .............................
..................................................................................................... .........................................................................
ปัญหาที่เกดิ ขน้ึ ในระหว่างการเรียนการสอน
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
แนวทางการแก้ไขปัญหาของครผู ูส้ อน และผลทไ่ี ด้
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชื่อ............................................ครผู สู้ อน ลงช่ือ.........................................หวั หนา้ แผนก
(นางสุวมิ ล อกั ษรกลาง) (นางสุกญั ญา ดนัยสวัสดิ)์
วันท.ี่ ....................................... วันที่............................................
103
เฉลยแบบฝึกหัด หน่วยที่ 11
ตอนที่ 1 ตอบคาถามต่อไปน้ี
1. จากประสบการณใ์ นการเขียนโปรแกรมของทา่ น พบข้อผดิ พลาดในการใช้งานอยา่ งไรบา้ ง
ตอบตามประสบการณ์
2. เราสามารถรวบรวมขอ้ ผดิ พลาด ข้อแนะนา ในการใชโ้ ปรแกรมทีเ่ ราเขยี นข้นึ มาไดจ้ ากแหลง่ ใดบา้ ง
ตอบ
- จากการทดสอบในขณะเขียนโปรแกรม
- จากการทดลองใชง้ าน แจกจา่ ยเพ่อื ให้มียสู เซอรน์ าไปทดลองใช้แลว้ ใหม้ ีข้อเสนอแนะกลับมา
- จากการนาไปใช้งานจริง เมื่อนาไปใช้แล้วเจอข้อผิดพลาด
3. ทาไมย่ิงมยี สู เซอรใ์ ช้โปรแกรมจานวนมาก ยิ่งมีโอกาสเจอขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรมมากขึน้
ตอบ ยสู เซรม์ พี น้ื ฐานคอมพวิ เตอรท์ ่ีต้า งกนั มคี วามเข้า ใจในโปรแกรมท่ตี ้า งกนั และมีวัตถปุ ระสงคก์ ารนา
ไปใชง้ านทตี่ า่ งกนั เมื่อมยี สู เซอรจ์ านวนมาก กจ็ ะทาใหพ้ ฒั นาโปรแกรมได้ตอบสนอยสู เซอรจ์ านวนมากไดด้ ี
ย่ิงขึน้
4. หากตอ้ งการตรวจขอ้ ผิดพลาดในการป้อนข้อมูลผ่าน TextBox โดยให้พิมพ์ได้เฉพาะตัวเลข 0 - 9,
Backspace, Del, Enter เราจะตอ้ งเขียนโค้ดเพ่อื ตรวจสอบขอ้ มูลอย่างไรบา้ ง จงอธิบาย และเขียนโคด้
ประกอบ
ตอบ
Private Sub txtScore_Keypress(sender As Object, e As KeyPressEventArgs) Handles _
txtScore.KeyPress ‘ตอ่ จากบรรทดั ดา้ นบน
Select Case Asc(e.KeyChar)
Case 48 To 57 ‘ค่าตวั อักษรของเลข 0-9 รบั เฉพาะตัวเลขเท่านนั้
e.Handled = False
Case 8, 46 ,13 ‘ใชป้ มุ่ Backspace,Del และ Enter ได้
e.Handled = False
Case Else
e.Handled = True
104
MessageBox.Show(“กรุณากรอกข้อมูลเฉพาะตวั เลขเท่านัน้ ”) ‘สง่ ขอ้ ความแนะนา
End Select
End Sub
5. ให้หาคา่ รหัสแอสกี้ของตวั อักษรตอ่ ไปนี้ A, a, H, h, Del, Enter และ @
ตอบ A, a, H, h, Del, Enter และ @ มรี หัสแอสก้ีในรูปแบบเลขฐานสิบ ดงั นี้ 65, 97, 72, 104, 127, 13 และ
64
6. เม่ือตอ้ งการส่งค้า ข้อมูลเข้าสคู่ อนโทรล ListView จะต้องสร้า งออบเจ็กตจ์ ากคลาสใดมารับข้อมูลกอ่ น
ตอบ ออบเจ็กตจ์ ากคลาส ListViewItem ดูตัวอย่างจากโปรแกรมเสริมทักษะ 2 โปรแกรมทาบัญชรี ายรบั -
รายจ่าย เวอรช์ ่ัน 1
7. ให้กาหนดโค้ด Format แสดงตัวเลขในลักษณะน้ี 123,000.00
ตอบ Format(123000, “#,###.00”)
8. ใหก้ าหนดโค้ด Format แสดงตัวเลขในลักษณะนี้ IN007-056
ตอบ Format(7056, “IN000-000”)
9. ให้กาหนดโค้ด Format แสดงตัวเลขในลกั ษณะน้ี 1,200.55 %
ตอบ Format(12.0055, “p”)
10. ให้กาหนดโค้ด Format แสดงตวั เลขในลักษณะนี้ 1.23E+06
ตอบ Format(1234567, “Scientific”)
105
ตอนที่ 2 ให้เขียนโปรแกรมตามคาสงั่ ต่อไปน้ี
1. โปรแกรมเคร่อื งคดิ เลขทมี่ ีความสามารถ และลกั ษณะหน้าจอโปรแกรมดังภาพตวั อย่างนี้
ตอบ วตั ถุประสงคข์ องโจทย์น้ีคือการออกแบบหน้าจอโปรแกรม โดยปุ่มคาส่ังสามารถนาภาพเข้ามา
แสดงบนปุ่มได้ แลว้ ให้ดูผลลัพธ์การทางานว่าทาไดถ้ กู ต้องไหม
2. จากโปรแกรมตัวอย่าง 10.2 โปรแกรมบันทึกข้อมลู พนักงาน ในบทที่ 10 ใหพ้ ัฒนารูปแบบการ
แสดงผลโดยเปล่ียนจาก TextBox ใหเ้ ปน็ คอนโทรล ListView
ตอบ ให้นกั เรยี นประยกุ ตจ์ ากโปรแกรมเสรมิ ทักษะ 2 โปรแกรมทาบัญชีรายรบั -รายจา่ ย จนสามารถ
พัฒนาโปรแกรมตัวอย่าง 10.2 น้ใี หแ้ สดงอยู่ในรปู แบบคอนโทรล ListView
106
แผนจัดการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 12
วิชาการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้ืองตน้ รหสั วิชา 20901-2205
ระดับช้นั ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ (ปวช.) พทุ ธศักราช 2562
ชือ่ หน่วย ตัวอย่างโปรแกรมสาหรับธุรกิจ
สัปดาห์ท่ี 18 จานวน 3 ชัว่ โมง
1. สาระสาคัญ
การเขียนโปรแกรมทางธุรกิจนน้ั จะต้องเขยี นโปรแกรมขึน้ มาแลว้ สามารถนาไปใช้งานจริงได้
และสามารถนามาพัฒนาเพิ่มเตมิ ภายหลงั ได้ จึงตอ้ งมีการเขยี นโปรแกรมอย่างมีระบบ และสามารถ
ตอบสนอทุกความต้องการในการนาไปใช้งานจริงได้ ซ่ึงในบทน้ีจะมีตัวอย่างของการสร้างโปรแกรมทาบัญชี
รายรับรายจ่ายทส่ี ามารถนาไปใชง้ านจรงิ ได้ และมีความสะดวกในการใชง้ าน
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. เข้าใจกระบวนการในการเขียนโปรแกรมเพ่อื นาไปใชจ้ ริงทางธรุ กจิ ได้
2. พฒั นาทกั ษะในการเขียนโปรแกรม และประยุกตใ์ ช้งานจรงิ ได้
107
3. กิจกรรมการเรียนการสอน
กจิ กรรมครู กจิ กรรมนกั เรยี น
ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรยี น(สปั ดาหล์ ะ 30 นาท)ี
1. ตรวจสอบรายช่ือนักศึกษาท่ีเข้าเรียน 1. ให้ความร่วมมือกบั ครใู นการตรวจสอบ
2.ใหน้ ักศึกษาคน้ คว้า โจทย์โปรแกรมธรุ กิจ 2. ค้นคว้า โจทยโ์ ปรแกรมธุรกจิ
3. ร่วมสนทนาเกี่ยวกับเร่ือง โจทย์โปรแกรม 3. ร่วมสนทนาและแสดงความคิดเห็น
ธรุ กจิ
ข้นั ดาเนินการสอน(สปั ดาหล์ ะ 180 นาท)ี
1. บอกจุดประสงคก์ ารเรียน 13. ฟัง ทาความเขา้ ใจและซกั ถาม
2. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการ 14. ฟงั ทาความเข้าใจและปฎบิ ัตติ าม
ปฎิบัติในแต่ ละหัวข้อการเรืยนและให้นักศึกษา 15. ผูเ้ รยี นซกั ถามข้อสงสัยและจดบนั ทึก
ปฎบิ ตั ิไปพรอ้ มกัน 16. รบั การประเมนิ
3. ครูบอกวธิ กี าร และแนวคิดในการปฏิบตั ทิ ่ี
ถกู ต้องใหแ้ ก่ผูเ้ รยี น
4. ประเมนิ พฤติกรรมรายบคุ คลโดยครูจะซักถาม
ในแตล่ ะคน
ขั้นสรปุ (สัปดาหล์ ะ 30 นาที) 13. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ สาระสาคญั
13. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปสาระสาคัญ 14. นักเรยี นสอบถามข้อสงสัย
14. เปดิ โอกาสให้นกั เรียนซักถามขอ้ สงสัย 15. ฟังและจดบนั ทกึ
15. มอบหมายให้ไปหดั ทาและศกึ ษาเพ่ิมเตมิ 16. ทาแบบทดสอบทา้ ยบท
16. ทาแบบทดสอบ
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
กอ่ นเรียน
1. ค้นควา้ โจทยโ์ ปรแกรมธุรกจิ
108
ขณะเรยี น
1. จดบนั ทึกการเรียน
2. สนใจการปฏิบัติตามและกล้าในการแสดงความคดิ เหน็ และตอบคาถาม
3. ทาแบบฝึกหดั
4. ผู้เรยี นสรปุ ความรทู้ ่ีไดจ้ ากการเรยี นการการสอน
5. ผเู้ รยี นหาแนวทางและเทคนคิ ด้วยความรคู้ วามเขา้ ใจของตนเองพรอ้ มจด บันทึกเป็นลาดับขนั้ ตอน
ทจี่ ะทาให้ตนเองไม่ลมื สาระการเรยี นรู้
6. ผู้เรยี นซกั ถามเม่ือไมเ่ ขา้ ใจหรอื สงสัยเน้อื หาการเรียนรู้
6. สอ่ื การเรยี นการสอน
13. หนังสือเรียน วิชา การเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ ครื่องมือกราฟิกโหมด
14. ใบความรปู้ ระจาหน่วย
15. ใบงานและแบบฝึกหดั
16. เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์
17. แผ่นใสและเคร่อื งฉายภาพขา้ มศรี ษะ
18. ซดี สี ่ือการสอน
7. วัดผลประเมินผล
1. ผเู้ รยี นปฏบิ ตั ิภาระงานทีม่ อบหมายเสรจ็ ทันเวลาท่กี าหนด
2. ตอบคาถามและสรุปผลงานได้อยา่ งถูกตอ้ ง
3. ทาแบบฝึกหัดหลังเรยี นเสรจ็ ทันเวลาทก่ี าหนดและถูกตอ้ ง
4. สนใจกระตอื รือร้นในการเรยี นรู้ ตอบคาถาม สรปุ สาระการเรยี นรู้ และกลา้ แสดงความคิดเหน็
5. มคี วามพยายามปรับปรงุ แกไ้ ขใบงานและแบบฝึกหดั ใหถ้ ูกตอ้ งแล้วนาส่งครูผสู้ อน
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ถา้ ผเู้ รยี นมีการเตรยี มตัวในการเรียนที่ดี เช่น อ่าน และทาการศกึ ษาหนังสอื เกีย่ วกบั หนว่ ยการเรียน
มากก่อน ถึงช่ัวโมงเรียน ผู้เรียน จะสามารถเรียน และทากิจกรรมต่าง ๆ ที่ครูผู้สอนมอบหมาย ได้อย่างมี
ความสุข และเกดิ ความชอบ และสนุกกับการเรียนในช้นั เรยี น
2. ผูเ้ รยี นตอ้ งมีความขยนั หมนั่ ฝกึ ฝนบทเรยี นอยู่เสมอทั้งกอ่ นและหลังเรยี น
3. ผเู้ รียนตอ้ งมคี วามกล้าที่จะถามเมือ่ สงสยั ทั้งในหอ้ งและนอกห้องเรียนกบั ครูผู้สอน
109
เกณฑ์การประเมนิ ผล
วดั ผลสัมฤทธิ์จากแบบประเมินผลการเรียนรู้
ร้อยละ 80-100 หมายถงึ ผลการเรียนดีมาก
รอ้ ยละ 70-79 หมายถึง ผลการเรยี นดี
ร้อยละ 60-69 หมายถึง ผลการเรียนปานกลาง
ร้อยละ 50-59 หมายถึง ผลการเรียนผ่านเกณฑ์
ต่ากวา่ รอ้ ยละ 50 หมายถึง ผลการเรียนไมผ่ า่ นเกณฑ์
แบบประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคล
8-10 คะแนน หมายถึง มพี ฤติกรรมดี
5-7 คะแนน หมายถึง มพี ฤติกรรมพอใช้
ตา่ กวา่ 5 คะแนน หมายถงึ มพี ฤติกรรมท่ีต้องปรบั ปรงุ
แบบและเกณฑป์ ระเมินพฤติกรรมรายบุคคล
คาชแ้ี จง ให้ผ้ปู ระเมินขดี เคร่ืองหมายถูก ในชอ่ งพฤติกรรมทีค่ าดหวังให้เกิดกบั นักเรียน
เกณฑ์การตดั สนิ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดบั แบบสม่าเสมอ
2 คะแนน หมายถึง มีพฤตกิ รรมในระดบั ผ่านเกณฑ์
1 คะแนน หมายถึง มพี ฤติกรรมในระดับไมผ่ า่ นเกณฑ์
0 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมิน หมายถงึ มีพฤตกิ รรมดี
8 - 10 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมพอใช้
5 - 7 คะแนน หมายถึง มพี ฤตกิ รรมท่ตี อ้ งปรบั ปรงุ
ต่ากว่า 5 คะแนน
110
พฤตกิ รรมของนกั เรยี น
เลข ชือ่ – สกลุ ความมี ความ มนษุ ย์ ขยันหมน่ั ความ
ท่ี ผ้รู บั การ วินยั รับผิดชอบ สัมพันธ์ เพยี ร รอบคอบ รวม
ประเมนิ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
ผปู้ ระเมนิ …………………………………………
( นางสุวิมล อกั ษรกลาง)
111
สปั ดาห์ท่ี...........
บนั ทึกหลงั การสอน
รหัสวิชา..............................วชิ า.............................................................ระดบั ................. ช้นั ปีท่.ี ..........แผนก
วชิ า.......................................................จานวนนักเรียน......................คน มาเรยี น..................คน
ขาดเรยี น........คน มาสาย.........คน ลา.............คน สอนเมอื่ วันที่..........เดอื น......................พ.ศ.............
หนว่ ยท่.ี ..................... ชือ่ หนว่ ย.......................................................................จานวน.................ชว่ั โมง
เนอื้ หาวัตถุประสงคแ์ ละส่ือการสอน
......................................................................................................................................................................... .....
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................... ...............
.................................................................................................................... ..........................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปัญหาทเี่ กิดขน้ึ ในระหว่างการเรยี นการสอน
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
แนวทางการแกไ้ ขปัญหาของครผู สู้ อน และผลทไี่ ด้
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอื่ ............................................ครูผูส้ อน ลงช่อื .........................................หวั หนา้ แผนก
(นางสวุ ิมล อกั ษรกลาง) (นางสุกัญญา ดนยั สวสั ด)์ิ
วันท่ี........................................ วันท่.ี ...........................................
112
เฉลยแบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 12
ตอนที่ 1 ตอบคาถามต่อไปน้ี
1. เมอื่ เขยี นโปรแกรมตามตัวอยา่ งในบทน้ีแลว้ สามารถสรุปข้อดี และข้อจากดั ของโปรแกรมได้ อยา่ ง
น้อยอยา่ ง 5 หัวข้อ
ตอบตามประสบการณ์ และความคิดเห็นทส่ี ามารถนาไปพัฒนาโปรแกรมเพ่ิมเตมิ ได้
2. ใหจ้ ัดทาคู่มือการใชง้ านโปรแกรมบัญชีรายรบั -รายจา่ ยน้ี
ตอบ ใหจ้ ัดทาคู่มือตามความถนดั สามารถอา่ นเขา้ ใจงา่ ย
113
ภาคผนวก
รปู แบบการประเมนิ ผลใหค้ ะแนน
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ทกุ หน่วยการเรยี น
114
แบบประเมินคณุ ธรรมจริยธรรม
วชิ าการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้ืองตน้ รหสั วิชา 20901-2205
ระดับช้นั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี (ปวช.) พุทธศักราช 2562
ภาคเรียนท่ี …….. ปีการศกึ ษา ……….
(ผ้เู รียนประเมินตนเอง) สอนโดย
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หวั ข้อประเมิน
1. การปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบของสถานศกึ ษา
2. มคี วามรบั ผดิ ชอบใฝด่ ใี ฝ่รู้
3. สนใจปฏบิ ัตงิ านที่มอบหมายด้วยความกระตือรือร้น
4. สะอาดเปน็ ระเบยี บและมีความรอบคอบในการทางาน
5. ซอ่ื สตั ย์ เสยี สละ และมีน้าใจ
6. รู้หนา้ ทแี่ ละตระหนักในความพอเพียงตามศกั ยภาพของการเป็นนกั เรยี นนักศึกษา
............................................................................................................................. ................................
รูปแบบการประเมินให้คะแนน
5 = ดมี าก , 4 = ดี , 3 = พอใช้ , 2 = ควรปรับปรงุ , 1 = รว่ มกิจกรรม ,0 = ไมร่ ว่ ม
กิจกรรม
หัวข้อประเมนิ
เลขท่ี ช่อื – สกุล 1. 2. 3. 4. 5. 6. รวม ลงช่ือผู้ประเมนิ
(5) (5) (5) (5) (5) (5) คะแนน
1
2
3
4
5
6
ขอ้ คดิ เห็นจากผปู้ ระเมิน
……………………………………………………………………………………………………….…
ลงช่ือ...............................................ผปู้ ระเมนิ
(……………………………)
วนั ที่…………เดือน……………ปีพ.ศ.………
115
แบบประเมินสาระการเรียนรู้
วิชาการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้ืองตน้ รหสั วิชา 20901-2205
ระดบั ชั้น ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ (ปวช.) พทุ ธศกั ราช 2562
ภาคเรียนที่ …….. ปกี ารศึกษา ……….
(ผู้เรียนประเมินตนเอง) สอนโดย
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หวั ข้อประเมนิ
1. มที กั ษะในการวิเคราะหข์ ้นั ตอนวธิ ี(ALGORITSM)เพ่ือแกป้ ญั หาอยา่ งง่าย
2.ร้ขู ัน้ ตอนวิธีการเขียนโปรแกรมเพื่อแก้ปญั หา
3.มีทักษะในการเขยี นผงั งาน(Flowchart)
4.มีทกั ษะในการเขยี นรหัสเทียม(Pseudocode)จากผังงาน
5.ออกแบบและพัฒนาโปรแกรมขนาดเล็ก
6.มกี จิ นิสัยการทางานอย่างมรี ะเบียบ
……………………………………………………………………………………………………….
รปู แบบการประเมินให้คะแนน
5 = ดมี าก , 4 = ดี , 3 = พอใช้ , 2 = ควรปรับปรุง , 1 = รว่ มกจิ กรรม ,0 = ไมร่ ว่ ม
กจิ กรรม
หัวขอ้ ประเมิน
เลขที่ ชอื่ – สกุล 1. 2. 3. 4. 5. 6. รวม ลงชื่อผปู้ ระเมนิ
(5) (5) (5) (5) (5) (5) คะแนน
1
2
3
4
5
6
ขอ้ คิดเหน็ จากผู้ประเมิน
……………………………………………………………………………………………………….…
ลงช่อื ...............................................ผปู้ ระเมนิ
(……………………………)
วันท่ี…………เดอื น……………ปีพ.ศ.………
116
แบบประเมินคุณธรรมจรยิ ธรรม
วชิ าการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้ืองต้น รหัสวิชา 20901-2205
ระดับชนั้ ประกาศนยี บัตรวิชาชพี (ปวช.) พุทธศกั ราช 2562
ภาคเรยี นที่ …….. ปกี ารศึกษา ……….
(ผสู้ อนประเมนิ ผู้เรยี น) สอนโดย
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หวั ข้อประเมิน
1. การปฏิบตั ิตามกฎระเบียบของสถานศกึ ษา
2. มีความรบั ผิดชอบใฝด่ ีใฝ่รู้
3. สนใจปฏิบตั ิงานท่ีมอบหมายด้วยความกระตือรือรน้
4. สะอาดเปน็ ระเบยี บและมีความรอบคอบในการทางาน
5. ซื่อสตั ย์ เสียสละ และมนี า้ ใจ
6. รหู้ นา้ ที่และตระหนักในความพอเพยี งตามศกั ยภาพของการเป็นนกั เรยี นนักศึกษา
.............................................................................................................................................................
รูปแบบการประเมนิ ใหค้ ะแนน
5 = ดีมาก , 4 = ดี , 3 = พอใช้ , 2 = ควรปรบั ปรงุ , 1 = ร่วมกจิ กรรม ,0 = ไม่ร่วม
กิจกรรม
หวั ข้อประเมนิ
เลขท่ี ชื่อ – สกลุ 1. 2. 3. 4. 5. 6. รวม หมายเหตุ
(5) (5) (5) (5) (5) (5) คะแนน
1
2
3
4
5
6
ข้อคดิ เหน็ จากผูป้ ระเมนิ
……………………………………………………………………………………………………….…
ลงชื่อ...............................................ผปู้ ระเมนิ
(……………………………)
วันท่ี…………เดือน……………ปีพ.ศ.……
117
แบบประเมินสาระการเรียนรู้
วชิ าการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบื้องตน้ รหัสวิชา 20901-2205
ระดบั ช้นั ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ (ปวช.) พทุ ธศักราช 2562
ภาคเรียนท่ี …….. ปกี ารศกึ ษา ……….
(ผสู้ อนประเมินผู้เรยี น) สอนโดย
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หัวข้อประเมิน
1. มที กั ษะในการวิเคราะห์ขัน้ ตอนวธิ (ี ALGORITSM)เพื่อแกป้ ญั หาอย่างง่าย
2.รขู้ น้ั ตอนวธิ กี ารเขียนโปรแกรมเพ่ือแกป้ ญั หา
3.มีทกั ษะในการเขียนผังงาน(Flowchart)
4.มีทกั ษะในการเขียนรหัสเทียม(Pseudocode)จากผังงาน
5.ออกแบบและพฒั นาโปรแกรมขนาดเลก็
6.มกี ิจนิสยั การทางานอย่างมีระเบยี บ
……………………………………………………………………………………………………….
รูปแบบการประเมินให้คะแนน
5 = ดีมาก , 4 = ดี , 3 = พอใช้ , 2 = ควรปรับปรงุ , 1 = รว่ มกจิ กรรม ,0 = ไม่รว่ ม
กจิ กรรม
หวั ขอ้ ประเมิน
เลขท่ี ช่อื – สกุล 1. 2. 3. 4. 5. 6. รวม หมายเหตุ
(5) (5) (5) (5) (5) (5) คะแนน
1
2
3
4
5
6
ขอ้ คดิ เหน็ จากผปู้ ระเมนิ
……………………………………………………………………………………………………….…
ลงช่ือ...............................................ผปู้ ระเมนิ
(……………………………)
วันที่…………เดอื น……………ปพี .ศ.………
118
แบบสอบถามความพึงพอใจ/ความคดิ เห็นตอ่ สื่อการสอน
วิชาการเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบ้ืองต้น รหัสวิชา 20901-2205
ระดับชน้ั ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ (ปวช.) พทุ ธศกั ราช 2562
ประจาภาคเรียนที่ ปกี ารศึกษา
ระดบั ปวช สาขางานคอมพิวเตอร์ธรุ กิจ วิทยาลยั โดย
...................................................................
เพือ่ ทราบผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการใชส้ ื่อการสอนวิชา การเขียนโปรแกรมโดยใช้เครอื่ งมือ
กราฟิกโหมด รหัสวิชา 2204-2107 ซ่ึงจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการปรับปรุงและพัฒนาให้มี
ประสทิ ธิภาพตอ่ ผูใ้ ช้และผู้เรียนมากยิ่งขึน้ ในการดาเนินกิจกรรมการเรียนรู้ต่อไป
ความหมายของระดบั ความคดิ เห็น
4 หมายถึง ระดับความคิดเหน็ ดีมาก
3 หมายถึง ระดับความคดิ เหน็ ดี
2 หมายถึง ระดบั ความคดิ เห็น นอ้ ย
1 หมายถึง ระดบั ความคดิ เหน็ นอ้ ยมาก
ตอนที่ 1 โปรดกาเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ความคิดเห็นของทา่ น
1. ขอ้ มลู ทว่ั ไปเกี่ยวกับผตู้ อบแบบสอบถาม
1.1 สถานภาพ
นกั เรยี น- นักศกึ ษา ครผู สู้ อน อน่ื ๆ……………………
1.2 ระดับกากรศึกษา
ปวช.หรือเทยี บเทา่ ปวช. ปรญิ ญาตรี สูงกว่าปรญิ ญาตรี
2. ความคิดเหน็ เกย่ี วกบั ส่ือการสอนและผลที่ไดจ้ ากการใช้สอ่ื
119
รายการ ระดับความ
คิดเห็น
4321
2.1 ความคิดเห็นด้านเนอ้ื หาสาระใบงานและ แบบฝึกหดั
2.1.1 เนือ้ หาสาระครอบคลมุ ตามหลกั สตู รการอาชีวศึกษากระทรวงศกึ ษาธกิ าร
2.1.2 สอื่ การสอนน้ีช่วยใหฟ้ ้ืนฟคู วามรู้เดิมและเกิดความเชื่อมนั่ มากน้อยเพยี งใด
2.1.3 สอ่ื การสอนนีช้ ่วยให้เกิดความรู้ใหม่เพ่ิมขน้ึ เพียงใด
2.1.4 สอื่ การสอนนี้ทาใหน้ กั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจเพ่ิมขึน้ เพียงใด
2.1.5 ช่วยเพิม่ ให้เกดิ กระบวนการคิดเพ่ือนาไปประยุกต์ใชเ้ พียงใด
2.1.6 ช่วยใหผ้ ู้ใช้ความเชื่อม่ันในตนเองในหลักการท่ีถูกต้องเพียงใด
2.1.7 ชว่ ยเสรมิ สรา้ งใหเ้ กิดความคิดรวบยอดนา ไปประยุกต์ใช้เพียงใด
2.1.8 การเรยี งลาดบั ความสาคัญของเน้ือหาสาระมคี วามเหมาะสมเพียงใด
2.1.9 กจิ กรรมในการจัดการเรยี นการสอนเหมาะสม เพียงใด
2.1.10 ใบงาน/แบบฝกึ หัดมีความเหมาะสมเพียงใด
2.2 ด้านการจัดกิจกรรมการเรยี นร้ขู องผ้สู อน
2.2.1 ครผู ูส้ อนมีความรู้ความสามารถในการสอนเพียงใด
2.2.2 ครูผูส้ อนมีเทคนิคในการสอนมากน้อยเพยี งใด
120
รายการ ระดับความ
คิดเห็น
4321
2.2.3 ครผู ูส้ อนมีการบูรณาการสอนและการจดั กิจกรรมการสอนน่าสนใจเพียงใด
2.2.4 ครูผู้สอนมีการเฉลยแบบฝึกหัดหลังบทเรยี นในชน้ั เรยี นเพื่อใหผ้ ูเ้ รยี นได้
รับรูแ้ ละปรบั ปรุงข้อผดิ พลาดทกุ หนว่ ยการเรียนมากน้อย เพยี งใด
2.2.5 ครูผสู้ อนมีการแทรกและอบรมคณุ ธรรมจรยิ ธรรมใหแ้ ก่นกั เรยี นใน
การจัดกิจกรรมการสอนในระดับใด
2.3 ความคิดเห็นดา้ นอื่น ๆ
2.3.1 สานวนภาษาท่ีใชง้ ่ายต่อความเขา้ ใจเพยี งใด
2.3.2 รูปแบบเหมาะสมเพียงใด
2.3.3 มีความถกู ต้องชัดเจนมากน้อยเพยี งใด
2.3.4 ผู้สร้างส่ือนี้มคี วามรู้ ทักษะ และเทคนิคในการถา่ ยทอดอยู่ ในระดับใด
2.3.5 ความพงึ พอใจของท่านจากการใช้สื่อน้ีอยใู่ น ระดับใด
121
ตอนท่ี 2
1. ผู้เรียนมคี วามคดิ เหน็ อย่างไรในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครผู ้สู อนความรู้ความสามารถในการสรา้ ง
และใชส้ ่ือการสอนรวมท้ังบูรณาการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1.1 ข้อดแี ละ/หรือ ข้อทป่ี ระทับใจ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
1.2 ข้อควรปรบั ปรงุ
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................ ..............................
.................................................................................................... ..........................................................................
1.3 ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................