ขอสอบเนนการคิดแนว O-NET 6 Summary โลกและการเปลี่ยนแปลง • โครงสร้างของโลกแบ่งตามองค์ประกอบทางเคมีได้ ดังนี้ โครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงของโลก เปลือกโลก (crust) : มีองค์ประกอบหลักเป็นสารประกอบซิลิคอน (Si) และอะลูมิเนียม (Al) เนื้อโลก (mantle) : มีองค์ประกอบหลักเป็นสารประกอบซิลิคอน (Si) แมกนีเซียม (Mg) และเหล็ก (Fe) แก่นโลก (core) : มีองค์ประกอบหลักเป็นสารประกอบเหล็ก (Fe) และ นิกเกิล (Ni) ภาพที่ 6.90 โครงสร้างของโลกตามองค์ประกอบทางเคมี ที่มา : คลังภาพ อจท. • การเปลี่ยนแปลงของโลก ได้แก่ การผุพังอยู่กับที่ การกร่อน และการสะสมตัวของตะกอน เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทาง ธรณีวิทยาที่ท�าให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นภูมิลักษณ์แบบต่าง ๆ เช่น น�้า ลม ธารน�้าแข็ง แรงโน้มถ่วงของโลก สิ่งมีชีวิต สภาพอากาศ ปฏิกิริยาเคมี ภาพที่ 6.91 โครงสร้างของโลกตามลักษณะทางกายภาพ ที่มา : คลังภาพ อจท. • โครงสร้างของโลกแบ่งตามลักษณะทางกายภาพได้ ดังนี้ ธรณีภาค (lithosphere) เป็นชั้นที่ประกอบด้วยเปลือกโลกทวีปและเปลือกโลกมหาสมุทร เมโซสเฟยร์ (mesosphere) เป็นชั้นที่มีสถานะเป็นของแข็ง ฐานธรณีภาค (asthenosphere) เป็นชั้นที่มีแมกมา ซึ่งเป็นหินหนืดหรือหินหลอมละลายร้อน หมุนวนอยู่ภายในโลกอย่างช้า ๆ แก่นโลกชั้นนอก (outer core) เป็นชั้นที่มีสถานะเป็นของเหลว มีความร้อนสูง แก่นโลกชั้นใน (inner core) เป็นชั้นที่มีสถานะเป็นของแข็ง มีความดันและอุณหภูมิสูงมาก 126 ขั้นสอน ขยายความเข้าใจ 1. นักเรียนตรวจสอบความเขาใจของตนเอง จากกรอบ Self Check เรื่อง โลกและการ เปลี่ยนแปลง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร ม.2 เลม 2 โดยบันทึกลงในสมุดประจําตัว นักเรียน 2. ครูมอบหมายใหนักเรียนทํา Unit Question เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง จากหนังสือ เรียนวิทยาศาสตร ม.2 เลม 2 โดยทําลงใน สมุดประจําตัวนักเรียน 3. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียนของหนวย การเรียนรูที่ 6 โลกและการเปลี่ยนแปลง เพื่อ เปนการวัดความรูหลังเรียนของนักเรียน 4. นักเรียนแตละคนนําความรูที่ไดจากการ เรียนของหนวยการเรียนรูที่ 6 โลกและการ เปลี่ยนแปลง มาเขียนสรุปเปนผังมโนทัศน ลงในกระดาษ A4 พรอมตกแตงใหสวยงาม ขอใดคือแหลงกําเนิดปโตรเลียม 1. บริเวณที่เปลือกโลกเกิดการหดตัวและขยายตัวไมเทากัน 2. บริเวณที่ซอนทับกันของพืชบนที่สูงๆ แลวเกิดการหดตัว 3. บริเวณที่มีการทับถมของซากสิ่งมีชีวิตอยูใตดิน ใตทะเล เปน ระยะเวลานานๆ 4. บริเวณที่เกิดจากปฏิกิริยาการรวมตัวของสารไฮโดรคารบอน ตางๆ ในสิ่งมีชีวิต (วิเคราะหคําตอบ ปโตรเลียมเกิดจากการทับถมของซากพืชและ ซากสัตวที่ทับถมรวมกับตะกอนทั้งบนบกและในทะเล เปนระยะเวลา ยาวนาน ดังนั้น ตอบขอ 3.) นักเรียนควรรู 1 เปลือกโลกทวีป สวนใหญเปนหินแกรนิต มีองคประกอบสวนใหญเปน ซิลิคอน อะลูมิเนียม และออกซิเจน มีความหนาเฉลี่ย 35 กิโลเมตร ความหนาแนน 2.7 กรัมตอลูกบาศกเซนติเมตร 2 เปลือกโลกมหาสมุทร สวนใหญเปนหินบะซอลต มีองคประกอบสวนใหญ เปนเหล็ก แมกนีเซียม ซิลิคอน และออกซิเจน มีความหนาเฉลี่ย 5 กิโลเมตร ความหนาแนน 3 กรัมตอลูกบาศกเซนติเมตร เมื่อเปลือกโลกทวีปและเปลือกโลก มหาสมุทรชนกัน เปลือกโลกทวีปจะยกตัวขึ้น สวนเปลือกโลกมหาสมุทรจะจมลง แลวหลอมละลายเปนแมกมาอีกครั้ง lithosphere) เป็นชั้นที่ประกอบด้วยเปลือกโลกทวีปและเปลือกโลกมหาสมุทร 1 2 นํา สอน สรุป ประเมิน T140
ขอสอบเนนการคิดแนว O-NET ภาพที่ 6.92 ขั้นตอนการเกิดดิน ที่มา : คลังภาพ อจท. หินผุพังกลายเป็นหินขนาดเล็ก ซากพืชและสัตว์ถูกทับถมอยู่ในดินกลายเป็น ฮิวมัส สัตว์ที่อยู่ภายในดินจะช่วยท�าให้ฮิวมัสผสมกับ เศษหินและแร่กลายเป็นดินอุดมสมบูรณ์ • กระบวนการเกิดดิน มีล�าดับขั้นตอน ดังนี้ ดิน • ปัจจัยที่ท�าให้ดินแต่ละท้องถิ่นมีลักษณะและสมบัติแตกต่างกัน ได้แก่ วัตถุต้นก�าเนิด ภูมิอากาศ สิ่งมีชีวิตในดิน สภาพภูมิประเทศ และระยะเวลาในการเกิดดิน • ชั้นหน้าตัดดิน แบ ่งออกเป็น 6 ชั้น โดยเรียกชื่อชั้นดินหลักแต ่ละชั้นด้วยการใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ ่ ได้แก ่ O A E B C และ R ซึ่งแต่ละชั้นมีลักษณะแตกต่างกัน • การปรับปรุงคุณภาพของดิน เช่น การปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อแก้ปัญหาดินจืด การเติมปูนขาวเพื่อแก้ปัญหาดินเปรี้ยว การเติม ผงก�ามะถันเพื่อแก้ปัญหาดินด่าง • การใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์แหล่งน�้า - ใช้ส�าหรับการอุปโภคและบริโภค - ใช้เพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ - ใช้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาและสัตว์น�้าอื่น ๆ - ใช้ในด้านอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วไปของมนุษย์ ภาพที่ 6.93 แหล่งน�้าบนโลก ที่มา : คลังภาพ อจท. • แหล่งน�้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ น�้าผิวดินและน�้าใต้ดิน น�้า • ภัยพิบัติจากน�้า น�้าท่วม : เกิดจากพื้นที่หนึ่งได้รับปริมาณน�้ามากเกินกว่าจะ กักเก็บได้ การกัดเซาะชายฝง : เกิดจากความแรงของน�้ากัดเซาะชายฝัง ดินถล่ม : เกิดจากการเคลื่อนที่ของมวลดินเนื่องจากแรง โน้มถ่วงของโลก หลุมยุบ : เกิดจากการถล่มของโพรงถ�้าหินปูน แผ่นดินทรุด : เกิดจากการยุบตัวของชั้นดิน น�้าผิวดิน เกิดจากน�้าในบรรยากาศกลั่นตัวเป็นน�้าฝนตกลงมาไหล จากที่สูงลงสู่ที่ต�่า ซึ่งการไหลของน�้าท�าให้เกิดการกัดเซาะเป็นร่องน�้า เช่น ล�าธาร คลอง แม่น�้า มหาสมุทร น�้าใต้ดิน เกิดจากน�้าผิวดินซึมลงไปสะสมตัวอยู่ใต้พื้นโลก แบ่งออกเป็น น�้าในดิน (สะสมในช่องว่างระหว่างเม็ดดิน) และน�้าบาดาล (สะสมอยู่ใน ชั้นหินกั้นน�้า ช่องว่างระหว่างหิน) น�้าในดิน น�้าบาดาล ชั้นหินอุ้มน�้า ชั้นหินอุ้มน�้า ระดับน�้าใต้ดิน โลกและการเปลี่ยนแปลง 127 ชั้นหินอุมนํ้าแตกตางกับชั้นหินกั้นนํ้าอยางไร 1. ชั้นหินกั้นนํ้ามีเนื้อแนน นํ้าซึมผานไดบางบริเวณ 2. ชั้นหินกั้นนํ้ามีเนื้อแนน และยอมใหนํ้าซึมผานได 3. ชั้นหินอุมนํ้ามีชองวางระหวางตะกอนมาก นํ้าจึงซึมผานได 4. ชั้นหินอุมนํ้ามีชองวางระหวางตะกอนมาก แตไมยอมให นํ้าซึมผาน (วิเคราะหคําตอบ หินที่เปนแหลงกักเก็บนํ้าบาดาล เรียกวา หินอุมนํ้า และชั้นหินที่รองรับแหลงนํ้าบาดาล เรียกวา ชั้นหินกั้นนํ้า ซึ่งเปนชั้นหินหรือชั้นตะกอนที่มีเนื้อแนนจําพวกหินเนื้อตัน เชน หินทรายแปง หินดินดาน มีสมบัติไมยอมใหนํ้าซึมผานหรือซึมผานได แตนอยมาก ดังนั้น ตอบขอ 3.) สื่อ Digital ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับนํ้าใตดิน จากภาพยนตรสารคดีสั้น Twig เรื่อง ชั้นหินอุมนํ้า (https://www.twig-aksorn.com/fifilm/glossary/ aquifer-6909/) ขั้นสรุป ตรวจสอบผล นักเรียนและครูรวมกันสรุปเกี่ยวกับเรื่อง หินนํ้ามันและปโตรเลียม ซึ่งควรไดขอสรุป รวมกันวา “หินนํ้ามันเปนเชื้อเพลิงธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการทับถมของซากพืชและซากสัตว ภายใตแหลงนํ้าเปนเวลานาน และปโตรเลียม เปนเชื้อเพลิงชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งเปนสารประกอบไฮโดรคารบอน มี 2 ประเภท คือ นํ้ามันดิบและแกสธรรมชาติ ซึ่งกอนนําไป ใชจําเปนตองผานกระบวนการกลั่น เพื่อใหได ผลิตภัณฑที่เหมาะสมตอการใชประโยชน” นํา สอน สรุป ประเมิน T141
เชื้อเพลิงซากดึกด�าบรรพ์ • ถ่านหิน เป็นเชื้อเพลิงธรรมชาติ หรือหินตะกอนชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการสะสมของซากพืชเป็นเวลานานจนเปลี่ยนสภาพ เป็นถ่านหินประเภทต่าง ๆ พีต เป็นขั้นแรกเริ่มของการเกิดถ่านหิน เกิดจากการทับถมของซากพืชในระยะเวลา ไม่นาน ซากพืชบางส่วนยังสลายตัวไม่หมด ท�าให้ยังคงมองเห็นซากพืช ลิกไนต์ เป็นถ่านหินที่มีอายุการถูกทับถมมากกว่าพีต มีผิวด้านสีน�้าตาล และมีซากพืช ที่ยังย่อยสลายไม่หมดเหลืออยู่เล็กน้อย ซับบิทูมินัส เป็นถ่านหินที่มีอายุการถูกทับถมนานกว่าลิกไนต์ มีผิวด้านและเป็นมัน สีน�้าตาลถึงสีด�า มีทั้งเนื้ออ่อนและเนื้อแข็ง บิทูมินัส เป็นถ ่านหินที่มีอายุการถูกทับถมนานกว ่าซับบิทูมินัส มีเนื้อแน ่นสีด�า และมันวาว แอนทราไซต์ เป็นถ่านหินที่มีอายุการถูกทับถมนานที่สุด มีลักษณะเนื้อแน่น สีด�า เป็นมันวาว เมื่อน�ามาเผาไหม้จะให้ความร้อนสูง ไม่มีควัน ใช้เป็นแหล่งเชื้อเพลิง ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ • หินน�้ามัน เป็นเชื้อเพลิงธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการทับถมของซากพืชและซากสัตว์ภายใต้แหล่งน�้าเป็นเวลานาน มีสมบัติติด ไฟได้ • ปิโตรเลียม เป็นเชื้อเพลิงชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนมี 2 ประเภท คือ น�้ามันดิบและ แก๊สธรรมชาติ ซึ่งก่อนน�าไปใช้ประโยชน์จ�าเป็นต้องผ่านกระบวนกลั่น เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ • ผลกระทบที่เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงซากดึกด�าบรรพ์ เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ไนตรัสออกไซด์ ก่อให้เกิดฝนกรด ภาวะโลกร้อน และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก ภาพที่ 6.94 ประเภทของถ่านหิน ที่มา : คลังภาพ อจท. 128 ขั้นประเมิน ตรวจสอบผล 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 6 โลกและการเปลี่ยนแปลง เพื่อตรวจสอบความเขาใจหลังเรียนของนักเรียน 2. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการ ตอบคําถาม พฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม และจากการ นําเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหนาชั้นเรียน 3. ครูตรวจ Topic Question เรื่อง เชื้อเพลิง ซากดึกดําบรรพ ในสมุดประจําตัวนักเรียน 4. ครูประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม Fun Science Activity เรื่อง หินงอก หินยอย 5. ครูตรวจสอบผลการตรวจสอบความเขาใจของ ตนเองจากกรอบ Self Check เรื่อง โลกและ การเปลี่ยนแปลง ในสมุดประจําตัวนักเรียน 6. ครูตรวจแบบฝกหัด Unit Question เรื่อง โลก และการเปลี่ยนแปลง ในสมุดประจําตัวนักเรียน 7. ครูตรวจแบบฝกหัด เรื่อง หินนํ้ามันและปโตรเลียม จากแบบฝกหัดวิทยาศาสตร ม.2 เลม 2 8. ครูวัดและประเมินผลจากชิ้นงาน/ผลงาน ผังมโนทัศน เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง แนวทางการวัดและประเมินผล ครูวัดและประเมินผลความเขาใจในเนื้อหา เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง ไดจากชิ้นงานผังมโนทัศน ที่สรางขึ้นในขั้นขยายความรู โดยศึกษาเกณฑการวัด และประเมินผลจากแบบประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ที่อยูในแผนการ จัดการเรียนรูหนวยการเรียนรูที่ 6 กิจกรรม ทาทาย ใหนักเรียนสํารวจแหลงนํ้าในชุมชนของนักเรียน แลวนํา ความรูที่ไดจากการศึกษาแบงประเภทของแหลงนํ้า พรอมนํา เสนอแนวทางการอนุรักษแหลงนํ้าภายในชุมชนของนักเรียน ลงใน กระดาษ A4 ตกแตงใหสวยงาม พรอมนําเสนอขอมูลหนาชั้นเรียน แบบประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินผลงานแผนผังมโนทัศน์ ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลงาน/ชิ้นงานของนักเรียนตามรายการที่ก าหนด แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1 ความสอดคล้องกับจุดประสงค์ที่ก าหนด 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 ความคิดสร้างสรรค์ 4 ความเป็นระเบียบ รวม ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน ............../................./................ เกณฑ์ประเมินแผนผังมโนทัศน์ ประเด็นที่ประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. ผลงานตรงกับ จุดประสงค์ที่ก าหนด ผลง านสอดคล้องกับ จุดประสงค์ทุกประเด็น ผลง านสอดคล้องกับ จุดประสงค์เป็นส่วนใหญ่ ผลง านสอดคล้องกับ จุดประสงค์บางประเด็น ผ ลง านไม่ ส อดคล้อง กับจุดประสงค์ 2. ผลงานมีความ ถูกต้องของเนื้อหา เนื้อหาสาระของผลงาน ถูกต้องครบถ้วน เนื้อหาสาระของผลงาน ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ เนื้อหาสาระของผลงาน ถูกต้องเป็นบางประเด็น เนื้อหาสาระของผลงาน ไม่ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ 3. ผลงานมีความคิด สร้างสรรค์ ผ ลง านแส ดงออกถึง คว า ม คิ ด ส ร้ าง ส ร ร ค์ แ ป ล ก ใ ห ม่ แ ล ะ เ ป็ น ระบบ ผลงานมีแนวคิดแปลก ใหม่แต่ยังไม่เป็นระบบ ผลงานมีความน่าสนใจ แต่ยังไม่มีแนวคิดแปลก ใหม่ ผลงานไม่แสดงแนวคิด ใหม่ 4. ผลงานมีความเป็น ระเบียบ ผ ลง า น มี ค ว า ม เ ป็ น ระเบียบแสดงออกถึง ความประณีต ผลงานส่วนใหญ่มีความ เป็น ร ะ เบี ยบ แ ต่ ยังมี ข้อบกพร่องเล็กน้อย ผ ลง า น มี ค ว า ม เ ป็ น ระเบียบแต่มีข้อบกพร่อง บางส่วน ผลงานส่วนใหญ่ไม่เป็น ร ะ เ บี ย บ แ ล ะ มี ข้ อ บกพร่องมาก เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-16 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ ากว่า 7 ปรับปรุง นํา สอน สรุป ประเมิน T142
บันทึกลงในสมุด Self Check พลังงานทดแทนเป็นพลังงานที่สามารถน�ากลับมาใช้ใหม่ได้ (renewable energy) มีหลายประเภท ดังนี้ ภาพที่ 6.95 แผงเซลล์สุริยะ ที่มา : คลังภาพ อจท. • พลังงานแสงอาทิตย์ มนุษย์ใช้ประโยชน์จากการใช้พลังงาน แสงอาทิตย์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยีแสงอาทิตย์ เรียกว่า เซลล์สุริยะหรือเซลล์แสงอาทิตย์ (solar cell) ข้อจ�ากัด พลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ดังนั้น พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จะแปรผันตามสภาพอากาศ • พลังงานลม เป็นพลังงานธรรมชาติซึ่งเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ ความกดอากาศ มนุษย์ใช้ประโยชน์จากลมเพื่อผลิต กระแสไฟฟ้าจึงคิดค้นเทคโนโลยีพลังงานลม เรียกว่า กังหันลม ข้อจ�ากัด พลังงานลมมีเฉพาะบางพื้นที่ • พลังงานน�้า เป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งที่อาศัยการเคลื่อนที่ของน�้าไปขับเคลื่อนเครื่องจักรในโรงงานสีข้าว โรงงานทอผ้า โรงงานเลื่อยไม้ และโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในปัจจุบัน นิยมใช้ในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเรียกว่า ไฟฟ้าพลังน�้า ข้อจ�ากัด ต้องใช้พื้นที่ในการสร้างเขื่อนกักเก็บน�้าขนาดใหญ่ซึ่งเป็นการท�าลายสิ่งแวดล้อม • พลังงานชีวมวล เป็นพลังงานที่ได้มาจากการเผาไหม้สารอินทรีย์ ข้อจ�ากัด มีปริมาณไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ และยากต่อการเก็บรักษา • พลังงานคลื่น เป็นพลังงานจากคลื่นน�้าในมหาสมุทรซึ่งเป็นแหล่งพลังงานศักย์ขนาดใหญ่สามารถน�ามาผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ข้อจ�ากัด อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นอาจได้รับความเสียหายจากน�้าทะเล • พลังงานความร้อนใต้พิภพ เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกท�าให้เกิดแนวรอยเลื่อน น�้าที่อยู ่บนดินจะไหลผ ่านตาม แนวรอยแยก ภายใต้ความร้อนและความดันสูงส่งผลให้ไอน�้าแทรกขึ้นมาบนผิวดินสามารถน�ามาผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ข้อจ�ากัด พลังงานความร้อนใต้พิภพเกิดขึ้นเฉพาะท้องถิ่นที่มีแหล่งความร้อนใต้พิภพอยู่เท่านั้น • พลังงานไฮโดรเจน สามารถน�าแก๊สไฮโดรเจนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาไหม้และให้ความร้อน เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า และขับเคลื่อนรถยนต์ได้ ข้อจ�ากัด มีต้นทุนในการผลิตสูง ให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจ โดยพิจารณาข้อความว่าถูกหรือผิด แล้วบันทึกลงในสมุด หากพิจารณาข้อความ ไม่ถูกต้อง ให้กลับไปทบทวนเนื้อหาตามหัวข้อที่ก�าหนดให้ ถูก/ผิด ทบทวนที่หัวข้อ 1. เปลือกโลกและเนื้อโลกมีธาตุซิลิคอนเป็นองค์ประกอบ 1.1 2. น�้ากัดเซาะชายฝังเนื่องจากกระบวนการกร่อน 1.2 3. ชั้นหน้าตัดดินแบ่งออกเป็นชั้น O A D B C และ R 1.3 4. การสูบน�้าใต้ดินไปใช้ในปริมาณมากส่งผลให้เกิดแผ่นดินทรุด 3.3 5. หิน หินน�้ามัน และปิโตรเคมี จัดเป็นแหล่งเชื้อเพลิงซากดึกด�าบรรพ์ 4. โลกและการเปลี่ยนแปลง 129 แนวตอบ Self Check 1. ถูก 2. ถูก 3. ผิด 4. ถูก 5. ผิด ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5-6 คน นําเสนอแนวทางการใช พลังงานทางเลือกอื่น อยางนอย 3 ขอ เมื่อชุมชนของนักเรียนไมมี กระแสไฟฟาเขามายังชุมชน จากนั้นเขียนสรุปขอมูลที่ไดลงใน กระดาษ A4 ตกแตงใหสวยงาม พรอมนําเสนอขอมูลหนาชั้นเรียน กิจกรรม 21st Century Skills สื่อ Digital ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับพลังงานทดแทน จาก YouTube เรื่อง พลังงานหมุนเวียน (https://www.youtube.com/watch?v=9e7NPEqjDyY) นํา สอน สรุป ประเมิน T143
Unit Question 1. องค์ประกอบทางเคมีของโครงสร้างภายในโลกมีกี่ชั้น ได้แก่อะไรบ้าง 2. จงอธิบายและระบุประเภทของการเปลี่ยนแปลงทางธรณีในภาพ ก. และ ข. 3. จงอธิบายการเกิดหินงอก หินย้อย และแสดงปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้น 4. จงอธิบายขั้นตอนกระบวนการเกิดดิน 5. จงระบุชื่อชั้นหน้าตัดดิน ก.-ฉ. และอธิบายลักษณะของดินในแต่ละชั้น ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค�าถามต่อไปนี้ ภาพที่ 6.96 การเปลี่ยนแปลงทางธรณี ที่มา : คลังภาพ อจท. ก. ข. ภาพที่ 6.97 ชั้นหน้าตัดดิน ที่มา : คลังภาพ อจท. ก. ข. ค. ง. จ. ฉ. 130 แนวตอบ Unit Question 1. 3 ชั้น ไดแก เปลือกโลก เนื้อโลก และแกนโลก 2. ภาพ ก. คือ การผุพังอยูกับที่ เกิดจากการ กระทําของนํ้า ลม ธารนํ้าแข็ง แรง โนมถวงของโลก สิ่งมีชีวิตและการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอากาศ ภาพ ข. คือ การสะสมตัวของตะกอน เกิดจาก การสะสมตัวของวัตถุจากการนําพา ของนํ้า ลม หรือธารนํ้าแข็ง 3. หินงอก หินยอย เกิดจากความชื้นตางๆ ที่สะสม อยูในดิน ซึ่งกระบวนการเกิดหินงอก หินยอย มีขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 เกิดฝนกรด : H2 O + CO2 H2 CO3 ขั้นที่ 2 ปฏิกิริยาเคมีระหวางหินปูนกับฝนกรด : H2 CO3 + CaCO3 Ca(HCO3 ) 2 ขั้นที่ 3 นํ้าระเหยออกจากสารละลาย : Ca(HCO3 ) 2 CaCO3 + H2 O + CO2 4. กระบวนการเกิดดิน แบงออกไดเปน 3 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 การผุพังอยูกับที่และหินตนกําเนิด สลายตัวเปนหินที่มีขนาดเล็กลง ขั้นที่ 2 การทับถมของซากพืชและซากสัตว กลายเปนฮิวมัส (humus) ขั้นที่ 3 ฮิวมัสผสมกับเศษหินและแรกลายเปน ดินชั้นบนที่อุดมสมบูรณ 5. ชั้น O หรือชั้นอินทรียวัตถุ เปนชั้นที่มีการสะสม ของสารอินทรียที่ไดจากพืชและซากสัตว ชั้น A หรือชั้นดินแร ดินมีสีคลํ้า มีอินทรียวัตถุ ผสมอยู ชั้น E หรือชั้นชะลาง ดินมีสีซีดจาง เนื้อดินหยาบ ชั้น B หรือชั้นดินลาง ดินมีเนื้อแนน มีการสะสมของแรธาตุตางๆ ชั้น C หรือชั้นการผุพังของหิน เปนชั้นหินที่มีลักษณะเปนเศษกอนหิน เกิดจากการผุพังของหินตนกําเนิด ชั้น R หรือชั้นหินพื้นฐาน เปนชั้นหินที่มีลักษณะเปนหินกอนใหญ นํา สอน สรุป ประเมิน T144
6. พิจารณาสมบัติของดินที่ก�าหนดให้ในตาราง แล้วตอบค�าถามต่อไปนี้ ประเภทดิน สมบัติของดิน A ดินที่ค่า pH ต�่ากว่า 5.5 และมีกรดก�ามะถันอยู่ในชั้นหน้าตัดของดิน B ดินที่มีความเข้มข้นของเกลือที่อยู่ภายในดินสูง พืชที่เจริญมีลักษณะเหี่ยวและ ใบไหม้ C ดินที่มีธาตุอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของพืช D ดินที่มีค ่า pH มากกว ่า 7 เนื่องจากมีเกลือโซเดียมคลอไรด์ หรือเกลือ โซเดียมคาร์บอเนตปนอยู่ในดิน 6.1 ดิน A B C และ D คือดินประเภทใด ตามล�าดับ 6.2 จงระบุวิธีแก้ปัญหาดิน A B C และ D ตามล�าดับ 7. จงอธิบายการเกิดน�้าผิวดินและน�้าใต้ดิน 8. จงอธิบายการเกิดแม่น�้าและสาเหตุที่ท�าให้แม่น�้ามีรูปร่างคดเคี้ยว 9. จงอธิบายความแตกต่างระหว่างน�้าในดินและน�้าบาดาล 10. จงยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากน�้าผิวดินและแนวทางการอนุรักษ์น�้ามาอย่างน้อย 3 ข้อ 11. จงยกตัวอย่างภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากน�้ามาอย่างน้อย 3 ตัวอย่าง พร้อมอธิบายแนวทางการป้องกันการเกิด ภัยพิบัตินั้น 12. จากภาพที่ก�าหนดให้ จงเรียงล�าดับอายุของถ่านหิน ก.-ค. จากมากไปน้อย ภาพที่ 6.98 ถ่านหิน ที่มา : คลังภาพ อจท. ก. ข. ค. โลกและการเปลี่ยนแปลง 131 6. 6.1 ดิน A คือ ดินเปรี้ยว ดิน B คือ ดินเค็ม ดิน C คือ ดินจืด ดิน D คือ ดินดาง 6.2 ดิน A แกปญหาดวยการเติมปูนขาว ดิน B แกปญหาดวยการชะลางดวยนํ้าจืด แลวทําทางระบายนํ้าเกลือทิ้ง ดิน C แกปญหาดวยการปลูกพืชตระกูล ถั่ว หรือใสปุยอินทรียในอัตราสวน ที่เหมาะสม ดิน D แกปญหาดวยการเติมกํามะถันผง เพื่อใหดินปรับสภาพ 7. นํ้าผิวดิน เกิดจากไอนํ้าในบรรยากาศควบแนน เปนเมฆแลวตกลงมาเปนฝนแลวสะสมอยู บริเวณผิวดิน และไหลลงมาขังในบริเวณที่ตํ่า กลายเปนแองนํ้า สวนนํ้าใตดินเกิดจากนํ้าผิว ดินไหลซึมลงไปอยูใตพื้นดิน 8. การกัดเซาะของนํ้าทําใหเกิดรองนํ้าธรรมชาติ เมื่อเวลาผานกระบวนการกัดเซาะเกิดขึ้นอยาง ตอเนื่อง ทําใหรองนํ้าขนาดเล็กไหลมารวม กันกลายเปนธารนํ้าและพัดพาตะกอนไปกับ กระแสนํ้า ขัดสีกับตะกอนที่อยูบริเวณฝงกลาย เปนแมนํ้าที่มีลักษณะคดเคี้ยว 9. นํ้าในดิน คือ นํ้าที่ซึมอยูตามชองวางระหวาง เม็ดดิน สวนนํ้าบาดาล คือ นํ้าที่ขังอยูในชองวาง ระหวางหิน 10. ใชอุปโภคและบริโภค ใชเปนเสนทางคมนาคม ตัวอยางแนวทางการอนุรักษ เชน ปดนํ้าเมื่อ ไมใช ไมทิ้งขยะลงในนํ้า บําบัดนํ้าเสียดวย เครื่องจักร เชน กังหันวิดนํ้า 11. การกัดเซาะชายฝง ปองกันดวยการสรางสิ่งกีดขวางปองกันแนวชายฝง หลุมยุบ งดการสูบนํ้าบาดาลมาใชในปริมาณมาก แผนดินทรุด งดการสูบนํ้าบาดาลมาใชในปริมาณมาก 12. ข. > ค. > ก. นํา สอน สรุป ประเมิน T145
13. จงพิจารณาข้อมูลในตาราง แล้วตอบค�าถามต่อไปนี้ ประเภทถ่านหิน ปริมาณคาร์บอน (%) ปริมาณความชื้น (%) A 50-60 75-80 B 60-75 50-70 C 90-98 2-5 13.1 ถ่านหินประเภทใดยังคงมีซากพืชและซากสัตว์เหลืออยู่ เพราะเหตุใด 13.2 ถ่านหินประเภทใดให้พลังงานความร้อนสูงที่สุด เพราะเหตุใด 14. หินน�้ามันแตกต่างจากถ่านหินอย่างไร 15. ในประเทศไทยมีแหล่งสะสมหินน�้ามันขนาดใหญ่อยู่ที่ใด 16. ในธรรมชาติปิโตรเลียมมักพบอยู่ที่บริเวณใด เพราะเหตุใด 17. พิจารณาผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นล�าดับส่วนน�้ามันดิบต่อไปนี้แล้วเรียงล�าดับผลิตภัณฑ์ที่ได้ออกมาเป็น ล�าดับแรกจนถึงล�าดับสุดท้าย น�้ามันดีเซล น�้ามันก๊าด น�้ามันเบนซิน แก๊สหุงต้ม 18. เพราะเหตุใดจึงต้องมีกระบวนการแยกแก๊สธรรมชาติ 19. จงอธิบายผลกระทบที่เกิดจากการใช้ประโยชน์จากปิโตรเลียม 20. จงยกตัวอย่างพลังงานทดแทนมาอย่างน้อย 2 ประเภท พร้อมอธิบายข้อดีและข้อเสีย 132 13. 13.1 ถานหิน A เพราะซากพืชบางสวนยังสลาย ไมหมด ทําใหสามารถมองเห็นซากพืช เปนลําตน กิ่ง และใบ 13.2 ถานหิน C เพราะมีความชื้นนอย ถานํามา เผาไหมจะทําใหความรอนสูง ไมมีควัน 14. หินนํ้ามัน มีสารประกอบเคอโรเจนเปนองค ประกอบ 15. แหลงแมปะใต อําเภอแมสอด จังหวัดตาก 16. ใตมหาสมุทร เพราะเปนแหลงสะสมของซากพืช และซากสัตว 17. แกสหุงตม เบนซิน นํ้ามันกาด ดีเซล 18. เพื่อกําจัดสารเจือปน เชน สารปรอท แกส ไฮโดรเจนซัลไฟด (H2 S) แกสคารบอนไดออกไซด (CO2 ) ความชื้น แกสมีเทน 19. กอใหเกิดมลภาวะทางอากาศเนื่องจากการ เผาไหมปโตรเลียม หรือนํามาใชในอุตสาหกรรม การผลิต 20. พลังงานแสงอาทิตย ขอดี คือ เปนพลังงาน ธรรมชาติที่มีขนาดใหญ ขอเสีย คือ ความเขม ของแสงแปรผันตามสภาพอากาศ พลังงานลม ขอดี ไมกอใหเกิดมลภาวะ ขอเสีย ตองใชความเร็วลมที่เหมาะสมจึงจะ ผลิตกระแสไฟฟาได ซึ่งเกิดเฉพาะในบางพื้นที่ นํา สอน สรุป ประเมิน T146
แพเป็นพาหนะที่ลอยน�้าได้ ส ่วนใหญ ่ท�ามาจากไม้ซุงหรือไม้ไผ ่ แล้วใช้เชือกมัดให้เป็นแพ นิยมน�ามาใช้บรรทุกสินค้าให้ลอยไปตามกระแสน�้า หรือท�าเป็นเรือนแพใช้เป็นที่อยู่อาศัย เมื่อเกิดวิกฤตการณ์น�้าท่วม หรือน�้าป่า ไหลหลาก คนจึงใช้แพช่วยขนสัมภาระเนื่องจากแพสามารถลอยน�้าได้ แต่ ส�าหรับคนในเมือง การสร้างแพจากไม้ซุงหรือไม้ไผ่ท�าได้ค่อนข้างยาก และ อุทกภัยมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน หากสามารถประดิษฐ์เรือแพจากวัสดุที่หา ง่าย เช่น ขวดพลาสติก จะช่วยให้อพยพสัมภาระได้สะดวก รวดเร็ว ช่วยลด ความเสียหายที่เกิดขึ้น และลดปริมาณขยะที่เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน ไปในตัว เมื่อวัตถุอยู่ในของเหลวจะมีแรงที่ของเหลว กระท�าต ่อวัตถุในทุกทิศทาง และกระท�า ตั้งฉากกับผิวของวัตถุ นอกจากนี้ แรงพยุง ที่กระท�าต่อวัตถุในของเหลว ส่งผลให้วัตถุ ลอยน�้าได้ เรือแพขนาดใหญ่ที่ท�าจากวัสดุในท้องถิ่น ที่มีสมบัติลอยน�้าได้ ใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมใน การออกแบบและประดิษฐ์แพจากวัสดุที่ หาง่ายในท้องถิ่น รูปทรงเรขาคณิตสามมิติที่เลือกใช้ในการ ออกแบบเรือแพ และการค�านวณแรงพยุง หรือน�้าหนักสิ่งของมากที่สุดที่เรือแพ สามารถรับน�้าหนักได้ เชื่อมโยงสู่ไอเดีย Science Technology Engineering Mathematics วัสดุและอุปกรณ์ คนในหมู่บ้านหนึ่งประสบปัญหาอุทกภัยเนื่องจากฝนตกอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ส่งผลให้มี น�้าท่วมสูงหลายหลังคาเรือน และมีแนวโน้มว่าน�้าจะเพิ่มสูงขึ้นในอีก 2 วันข้างหน้า ทางรัฐบาลจึงออกประกาศให้ คนในหมู่บ้านนี้ต้องอพยพไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย จากสถานการณ์ข้างต้น นักเรียนจะช่วยชาวบ้านออกแบบเรือแพขน สัมภาระฝ่าวิกฤตการณ์น�้าท่วมไปได้อย่างไร สถานการณ์ 1. ขวดน�้าพลาสติก 2. พลาสติก 3. เครื่องชั่งน�้าหนัก 4. เชือก 5. กาวร้อน 6. ปืนกาวร้อน 7. กรรไกร 8. อุปกรณ์เครื่องเขียน เรือแพที่สร้างขึ้นจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ • ลอยน�้าได้ • สามารถขนสัมภาระที่มีน�้าหนักรวมกันมากกว่า 15 กิโลกรัมได้ • มีขนาดใหญ่ ข้อจ�ากัด เรือแพขนของสัมภาระ เรือแพขนของสัมภาระ ที่มา : คลังภาพ อจท. Activity S T E M 133 การเลือกวัสดุสําหรับสรางเรือแพขนของสัมภาระ ครูอาจนําวัสดุตาง ๆ เชน ขวดพลาสติก แผน พลาสติก แผนไมแข็ง แผนเหล็ก มาใหนักเรียน รวมกันอภิปรายเกี่ยวกับวัสดุที่จะนํามาใชสราง เรือแพ โดยครูควรแนะนําใหนักเรียนคํานึงถึงสมบัติ ของวัสดุที่นํามาประดิษฐเปนเรือแพวาตองเปนวัสดุ ที่สามารถลอยนํ้าได เนื่องจากวัสดุที่ลอยนํ้าได มักมีนํ้าหนักเบา มีความหนาแนนนอยกวานํ้า แนวทางการจัดทํากิจกรรม STEM Activity นํา สอน สรุป ประเมิน T147
การประเมินผลงาน เกณฑการประเมิน ระดับคุณภาพ 1 2 3 4 5 • สามารถขนสัมภาระไปทางน�้าได้จริง • สามารถขนสัมภาระได้จ�านวนมาก และมีน�้าหนักรวมกัน มากกว่า 15 กิโลกรัม • ราคาประหยัด • มีความแข็งแรงทนทาน 6 2 รวบรวมข้อมูลและแนวคิด สืบค้นความรู้และรวบรวมข้อมูล ที่น�าไปแก้ปัญหา แล้วสรุปข้อมูล ความรู้ที่ได้มาโดยสังเขป 3 ออกแบบวิธีการแก้ปญหา คิดวิธีการแก้ปัญหาและออกแบบ ชิ้นงานตามแนวทางที่เตรียมไว้ น�าเสนอวิธีการแก้ปญหา รวบรวมแนวคิดที่ได้และปัญหาที่พบ ในกิจกรรม เพื่อน�าเสนอวิธีการแก้ ปัญหา 4 ร่วมกันวางแผนการสร้างสรรค์ชิ้นงาน อย่างเป็นล�าดับขั้นตอน แล้วตรวจสอบ การด�าเนินการ หากไม่ตรงตามแผน จะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร วางแผนและด�าเนินการ แก้ปญหา 5 บันทึกรายละเอียดของชิ้นงาน แล้ว ทดสอบเพื่อหาแนวทางการปรับปรุง ชิ้นงาน ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไข ระบุปญหา วิเคราะห์สถานการณ์และระบุแนวทาง การแก้ปัญหา เพื่อเป็นแนวทางในการ สร้างสรรค์ชิ้นงาน 1 ขั้นตอน การทํากิจกรรม Sci���� Tec���l��� En�i���ri�� M�t���at��� 134 การสรางเรือแพขนสัมภาระ เมื่อนักเรียนแตละกลุมรวมกันอภิปรายและ ตัดสินใจเลือกใชอุปกรณที่เหมาะสมแลว ครูควร ใหนักเรียนรวบรวมขอมูลและวางแผนการทํางาน ดวยการออกแบบชิ้นงาน และระบุอุปกรณทั้งหมด ที่จะนํามาใช โดยครูควรเนนใหนักเรียนเห็นถึง ความสําคัญของการใชวัสดุอยางประหยัด โดยเมื่อ เลือกใชวัสดุใดในการสรางเรือแพแลว จะไมสามารถ เปลี่ยนหรือขอเพิ่มได นอกจากวัสดุชํารุดโดย ไมไดเจตนา หลังจากนักเรียนแตละกลุมสราง เรือแพขนสินคาเสร็จแลว ใหแตละกลุมตรวจสอบ ผล โดยลองนําเรือแพไปลอยในบอนํ้า แลว ใหนักเรียนลองวางวัสดุที่มีนํ้าหนัก 15 กิโลกรัม ลงไป หากเรือแพไมสามารถบรรทุกวัสดุที่มีนํ้าหนัก ดังกลาวได ครูอาจแนะนําใหนักเรียนเพิ่มจํานวน วัสดุที่ใชทําเรือแพ หรือเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสของ เรือแพ หลังจากนั้นใหนักเรียนแตละกลุมรวมกัน วางแผนและดําเนินการแกไขปญหา นํา สอน สรุป ประเมิน T148
บรรณาน ุ กรม วรรณทิพา รอดแรงค้า. 2544. การสอนวิทยาศาสตร์ที่เน้นทักษะกระบวนการ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพมหานคร : สถาบัน พัฒนาคุณภาพวิชาการ. ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงศึกษาธิการ, สถาบัน. 2551.หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ 3. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. . 2551.หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ 5. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. . 2560. ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมชุนสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย. สถาบันกวดวิชาติวเตอร์พอยท์. 2559. Super Science สรุปวิทยาศาสตร์ ม.ต้น. กรุงเทพมหานคร : กรีนไลฟ์พริ้นติ้งเฮ้าส์. อภิญญา แซ่โง้ว. 2560. สรุปและแนวข้อสอบโลกกับดาราศาสตร์. นนทบุรี: ธิงค์บียอนด์บุ๊คส์. Fong, J., Kwan, P.L., Lam, E., Lee, C. and Lim, P.L. 2013. Science Matters Volume B. 2 th edition. Malaysia: Marshall Cavendish Education Pte Ltd. Heyworth, R. M. 2013. All About Science Volume B. Singapore: Pearson Education South Asia Pte Ltd. Leng, P.H. 2010. Inscience Express/Normal (Academic) Volume 1. 3rd edition. Singapore: KHL Printing Co Pte Ltd. . 2010. Inscience Express/Normal (Academic) Volume 2. 3rd edition. Singapore: KHL Printing Co Pte Ltd. Tay, B. 2007. Biology Insight. Singapore: Pearson Education South Asia Pte Ltd. T149
Note .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... T150
คู่มือครู บร. วิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1 300.- 8 858649 121349 บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) ID Line: @aksornkrumattayom www.aksorn.com อักษรเจริญทัศน์ อจท. ราคานี้เป็นของฉบับคู่มือครูเท่านั้น >> ราคาเล่มนักเรียนโปรดดูจากใบสั่งซื้อของ อจท. คู่มือครู นร. วิทยาศาสตร์ฯ ม.2 ล.2 300.- 8 858649 144065 สร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก