The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2218009TM-วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี-ม2ล2-[221202]

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kumpuzaza, 2023-11-11 03:12:47

2218009TM-วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี-ม2ล2-[221202]

2218009TM-วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี-ม2ล2-[221202]

ขอสอบเนนการคิดแนว O-NET 6 Summary โลกและการเปลี่ยนแปลง • โครงสร้างของโลกแบ่งตามองค์ประกอบทางเคมีได้ ดังนี้ โครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงของโลก เปลือกโลก (crust) : มีองค์ประกอบหลักเป็นสารประกอบซิลิคอน (Si) และอะลูมิเนียม (Al) เนื้อโลก (mantle) : มีองค์ประกอบหลักเป็นสารประกอบซิลิคอน (Si) แมกนีเซียม (Mg) และเหล็ก (Fe) แก่นโลก (core) : มีองค์ประกอบหลักเป็นสารประกอบเหล็ก (Fe) และ นิกเกิล (Ni) ภาพที่ 6.90 โครงสร้างของโลกตามองค์ประกอบทางเคมี ที่มา : คลังภาพ อจท. • การเปลี่ยนแปลงของโลก ได้แก่ การผุพังอยู่กับที่ การกร่อน และการสะสมตัวของตะกอน เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทาง ธรณีวิทยาที่ท�าให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นภูมิลักษณ์แบบต่าง ๆ เช่น น�้า ลม ธารน�้าแข็ง แรงโน้มถ่วงของโลก สิ่งมีชีวิต สภาพอากาศ ปฏิกิริยาเคมี ภาพที่ 6.91 โครงสร้างของโลกตามลักษณะทางกายภาพ ที่มา : คลังภาพ อจท. • โครงสร้างของโลกแบ่งตามลักษณะทางกายภาพได้ ดังนี้ ธรณีภาค (lithosphere) เป็นชั้นที่ประกอบด้วยเปลือกโลกทวีปและเปลือกโลกมหาสมุทร เมโซสเฟยร์ (mesosphere) เป็นชั้นที่มีสถานะเป็นของแข็ง ฐานธรณีภาค (asthenosphere) เป็นชั้นที่มีแมกมา ซึ่งเป็นหินหนืดหรือหินหลอมละลายร้อน หมุนวนอยู่ภายในโลกอย่างช้า ๆ แก่นโลกชั้นนอก (outer core) เป็นชั้นที่มีสถานะเป็นของเหลว มีความร้อนสูง แก่นโลกชั้นใน (inner core) เป็นชั้นที่มีสถานะเป็นของแข็ง มีความดันและอุณหภูมิสูงมาก 126 ขั้นสอน ขยายความเข้าใจ 1. นักเรียนตรวจสอบความเขาใจของตนเอง จากกรอบ Self Check เรื่อง โลกและการ เปลี่ยนแปลง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร ม.2 เลม 2 โดยบันทึกลงในสมุดประจําตัว นักเรียน 2. ครูมอบหมายใหนักเรียนทํา Unit Question เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง จากหนังสือ เรียนวิทยาศาสตร ม.2 เลม 2 โดยทําลงใน สมุดประจําตัวนักเรียน 3. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียนของหนวย การเรียนรูที่ 6 โลกและการเปลี่ยนแปลง เพื่อ เปนการวัดความรูหลังเรียนของนักเรียน 4. นักเรียนแตละคนนําความรูที่ไดจากการ เรียนของหนวยการเรียนรูที่ 6 โลกและการ เปลี่ยนแปลง มาเขียนสรุปเปนผังมโนทัศน ลงในกระดาษ A4 พรอมตกแตงใหสวยงาม ขอใดคือแหลงกําเนิดปโตรเลียม 1. บริเวณที่เปลือกโลกเกิดการหดตัวและขยายตัวไมเทากัน 2. บริเวณที่ซอนทับกันของพืชบนที่สูงๆ แลวเกิดการหดตัว 3. บริเวณที่มีการทับถมของซากสิ่งมีชีวิตอยูใตดิน ใตทะเล เปน ระยะเวลานานๆ 4. บริเวณที่เกิดจากปฏิกิริยาการรวมตัวของสารไฮโดรคารบอน ตางๆ ในสิ่งมีชีวิต (วิเคราะหคําตอบ ปโตรเลียมเกิดจากการทับถมของซากพืชและ ซากสัตวที่ทับถมรวมกับตะกอนทั้งบนบกและในทะเล เปนระยะเวลา ยาวนาน ดังนั้น ตอบขอ 3.) นักเรียนควรรู 1 เปลือกโลกทวีป สวนใหญเปนหินแกรนิต มีองคประกอบสวนใหญเปน ซิลิคอน อะลูมิเนียม และออกซิเจน มีความหนาเฉลี่ย 35 กิโลเมตร ความหนาแนน 2.7 กรัมตอลูกบาศกเซนติเมตร 2 เปลือกโลกมหาสมุทร สวนใหญเปนหินบะซอลต มีองคประกอบสวนใหญ เปนเหล็ก แมกนีเซียม ซิลิคอน และออกซิเจน มีความหนาเฉลี่ย 5 กิโลเมตร ความหนาแนน 3 กรัมตอลูกบาศกเซนติเมตร เมื่อเปลือกโลกทวีปและเปลือกโลก มหาสมุทรชนกัน เปลือกโลกทวีปจะยกตัวขึ้น สวนเปลือกโลกมหาสมุทรจะจมลง แลวหลอมละลายเปนแมกมาอีกครั้ง lithosphere) เป็นชั้นที่ประกอบด้วยเปลือกโลกทวีปและเปลือกโลกมหาสมุทร 1 2 นํา สอน สรุป ประเมิน T140


ขอสอบเนนการคิดแนว O-NET ภาพที่ 6.92 ขั้นตอนการเกิดดิน ที่มา : คลังภาพ อจท. หินผุพังกลายเป็นหินขนาดเล็ก ซากพืชและสัตว์ถูกทับถมอยู่ในดินกลายเป็น ฮิวมัส สัตว์ที่อยู่ภายในดินจะช่วยท�าให้ฮิวมัสผสมกับ เศษหินและแร่กลายเป็นดินอุดมสมบูรณ์ • กระบวนการเกิดดิน มีล�าดับขั้นตอน ดังนี้ ดิน • ปัจจัยที่ท�าให้ดินแต่ละท้องถิ่นมีลักษณะและสมบัติแตกต่างกัน ได้แก่ วัตถุต้นก�าเนิด ภูมิอากาศ สิ่งมีชีวิตในดิน สภาพภูมิประเทศ และระยะเวลาในการเกิดดิน • ชั้นหน้าตัดดิน แบ ่งออกเป็น 6 ชั้น โดยเรียกชื่อชั้นดินหลักแต ่ละชั้นด้วยการใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ ่ ได้แก ่ O A E B C และ R ซึ่งแต่ละชั้นมีลักษณะแตกต่างกัน • การปรับปรุงคุณภาพของดิน เช่น การปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อแก้ปัญหาดินจืด การเติมปูนขาวเพื่อแก้ปัญหาดินเปรี้ยว การเติม ผงก�ามะถันเพื่อแก้ปัญหาดินด่าง • การใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์แหล่งน�้า - ใช้ส�าหรับการอุปโภคและบริโภค - ใช้เพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ - ใช้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาและสัตว์น�้าอื่น ๆ - ใช้ในด้านอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วไปของมนุษย์ ภาพที่ 6.93 แหล่งน�้าบนโลก ที่มา : คลังภาพ อจท. • แหล่งน�้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ น�้าผิวดินและน�้าใต้ดิน น�้า • ภัยพิบัติจากน�้า น�้าท่วม : เกิดจากพื้นที่หนึ่งได้รับปริมาณน�้ามากเกินกว่าจะ กักเก็บได้ การกัดเซาะชายฝง : เกิดจากความแรงของน�้ากัดเซาะชายฝัง ดินถล่ม : เกิดจากการเคลื่อนที่ของมวลดินเนื่องจากแรง โน้มถ่วงของโลก หลุมยุบ : เกิดจากการถล่มของโพรงถ�้าหินปูน แผ่นดินทรุด : เกิดจากการยุบตัวของชั้นดิน น�้าผิวดิน เกิดจากน�้าในบรรยากาศกลั่นตัวเป็นน�้าฝนตกลงมาไหล จากที่สูงลงสู่ที่ต�่า ซึ่งการไหลของน�้าท�าให้เกิดการกัดเซาะเป็นร่องน�้า เช่น ล�าธาร คลอง แม่น�้า มหาสมุทร น�้าใต้ดิน เกิดจากน�้าผิวดินซึมลงไปสะสมตัวอยู่ใต้พื้นโลก แบ่งออกเป็น น�้าในดิน (สะสมในช่องว่างระหว่างเม็ดดิน) และน�้าบาดาล (สะสมอยู่ใน ชั้นหินกั้นน�้า ช่องว่างระหว่างหิน) น�้าในดิน น�้าบาดาล ชั้นหินอุ้มน�้า ชั้นหินอุ้มน�้า ระดับน�้าใต้ดิน โลกและการเปลี่ยนแปลง 127 ชั้นหินอุมนํ้าแตกตางกับชั้นหินกั้นนํ้าอยางไร 1. ชั้นหินกั้นนํ้ามีเนื้อแนน นํ้าซึมผานไดบางบริเวณ 2. ชั้นหินกั้นนํ้ามีเนื้อแนน และยอมใหนํ้าซึมผานได 3. ชั้นหินอุมนํ้ามีชองวางระหวางตะกอนมาก นํ้าจึงซึมผานได 4. ชั้นหินอุมนํ้ามีชองวางระหวางตะกอนมาก แตไมยอมให นํ้าซึมผาน (วิเคราะหคําตอบ หินที่เปนแหลงกักเก็บนํ้าบาดาล เรียกวา หินอุมนํ้า และชั้นหินที่รองรับแหลงนํ้าบาดาล เรียกวา ชั้นหินกั้นนํ้า ซึ่งเปนชั้นหินหรือชั้นตะกอนที่มีเนื้อแนนจําพวกหินเนื้อตัน เชน หินทรายแปง หินดินดาน มีสมบัติไมยอมใหนํ้าซึมผานหรือซึมผานได แตนอยมาก ดังนั้น ตอบขอ 3.) สื่อ Digital ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับนํ้าใตดิน จากภาพยนตรสารคดีสั้น Twig เรื่อง ชั้นหินอุมนํ้า (https://www.twig-aksorn.com/fifilm/glossary/ aquifer-6909/) ขั้นสรุป ตรวจสอบผล นักเรียนและครูรวมกันสรุปเกี่ยวกับเรื่อง หินนํ้ามันและปโตรเลียม ซึ่งควรไดขอสรุป รวมกันวา “หินนํ้ามันเปนเชื้อเพลิงธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการทับถมของซากพืชและซากสัตว ภายใตแหลงนํ้าเปนเวลานาน และปโตรเลียม เปนเชื้อเพลิงชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งเปนสารประกอบไฮโดรคารบอน มี 2 ประเภท คือ นํ้ามันดิบและแกสธรรมชาติ ซึ่งกอนนําไป ใชจําเปนตองผานกระบวนการกลั่น เพื่อใหได ผลิตภัณฑที่เหมาะสมตอการใชประโยชน” นํา สอน สรุป ประเมิน T141


เชื้อเพลิงซากดึกด�าบรรพ์ • ถ่านหิน เป็นเชื้อเพลิงธรรมชาติ หรือหินตะกอนชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการสะสมของซากพืชเป็นเวลานานจนเปลี่ยนสภาพ เป็นถ่านหินประเภทต่าง ๆ พีต เป็นขั้นแรกเริ่มของการเกิดถ่านหิน เกิดจากการทับถมของซากพืชในระยะเวลา ไม่นาน ซากพืชบางส่วนยังสลายตัวไม่หมด ท�าให้ยังคงมองเห็นซากพืช ลิกไนต์ เป็นถ่านหินที่มีอายุการถูกทับถมมากกว่าพีต มีผิวด้านสีน�้าตาล และมีซากพืช ที่ยังย่อยสลายไม่หมดเหลืออยู่เล็กน้อย ซับบิทูมินัส เป็นถ่านหินที่มีอายุการถูกทับถมนานกว่าลิกไนต์ มีผิวด้านและเป็นมัน สีน�้าตาลถึงสีด�า มีทั้งเนื้ออ่อนและเนื้อแข็ง บิทูมินัส เป็นถ ่านหินที่มีอายุการถูกทับถมนานกว ่าซับบิทูมินัส มีเนื้อแน ่นสีด�า และมันวาว แอนทราไซต์ เป็นถ่านหินที่มีอายุการถูกทับถมนานที่สุด มีลักษณะเนื้อแน่น สีด�า เป็นมันวาว เมื่อน�ามาเผาไหม้จะให้ความร้อนสูง ไม่มีควัน ใช้เป็นแหล่งเชื้อเพลิง ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ • หินน�้ามัน เป็นเชื้อเพลิงธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการทับถมของซากพืชและซากสัตว์ภายใต้แหล่งน�้าเป็นเวลานาน มีสมบัติติด ไฟได้ • ปิโตรเลียม เป็นเชื้อเพลิงชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนมี 2 ประเภท คือ น�้ามันดิบและ แก๊สธรรมชาติ ซึ่งก่อนน�าไปใช้ประโยชน์จ�าเป็นต้องผ่านกระบวนกลั่น เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ • ผลกระทบที่เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงซากดึกด�าบรรพ์ เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ไนตรัสออกไซด์ ก่อให้เกิดฝนกรด ภาวะโลกร้อน และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก ภาพที่ 6.94 ประเภทของถ่านหิน ที่มา : คลังภาพ อจท. 128 ขั้นประเมิน ตรวจสอบผล 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 6 โลกและการเปลี่ยนแปลง เพื่อตรวจสอบความเขาใจหลังเรียนของนักเรียน 2. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการ ตอบคําถาม พฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม และจากการ นําเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหนาชั้นเรียน 3. ครูตรวจ Topic Question เรื่อง เชื้อเพลิง ซากดึกดําบรรพ ในสมุดประจําตัวนักเรียน 4. ครูประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม Fun Science Activity เรื่อง หินงอก หินยอย 5. ครูตรวจสอบผลการตรวจสอบความเขาใจของ ตนเองจากกรอบ Self Check เรื่อง โลกและ การเปลี่ยนแปลง ในสมุดประจําตัวนักเรียน 6. ครูตรวจแบบฝกหัด Unit Question เรื่อง โลก และการเปลี่ยนแปลง ในสมุดประจําตัวนักเรียน 7. ครูตรวจแบบฝกหัด เรื่อง หินนํ้ามันและปโตรเลียม จากแบบฝกหัดวิทยาศาสตร ม.2 เลม 2 8. ครูวัดและประเมินผลจากชิ้นงาน/ผลงาน ผังมโนทัศน เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง แนวทางการวัดและประเมินผล ครูวัดและประเมินผลความเขาใจในเนื้อหา เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง ไดจากชิ้นงานผังมโนทัศน ที่สรางขึ้นในขั้นขยายความรู โดยศึกษาเกณฑการวัด และประเมินผลจากแบบประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ที่อยูในแผนการ จัดการเรียนรูหนวยการเรียนรูที่ 6 กิจกรรม ทาทาย ใหนักเรียนสํารวจแหลงนํ้าในชุมชนของนักเรียน แลวนํา ความรูที่ไดจากการศึกษาแบงประเภทของแหลงนํ้า พรอมนํา เสนอแนวทางการอนุรักษแหลงนํ้าภายในชุมชนของนักเรียน ลงใน กระดาษ A4 ตกแตงใหสวยงาม พรอมนําเสนอขอมูลหนาชั้นเรียน แบบประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินผลงานแผนผังมโนทัศน์ ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลงาน/ชิ้นงานของนักเรียนตามรายการที่ก าหนด แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1 ความสอดคล้องกับจุดประสงค์ที่ก าหนด 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 ความคิดสร้างสรรค์ 4 ความเป็นระเบียบ รวม ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน ............../................./................ เกณฑ์ประเมินแผนผังมโนทัศน์ ประเด็นที่ประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. ผลงานตรงกับ จุดประสงค์ที่ก าหนด ผลง านสอดคล้องกับ จุดประสงค์ทุกประเด็น ผลง านสอดคล้องกับ จุดประสงค์เป็นส่วนใหญ่ ผลง านสอดคล้องกับ จุดประสงค์บางประเด็น ผ ลง านไม่ ส อดคล้อง กับจุดประสงค์ 2. ผลงานมีความ ถูกต้องของเนื้อหา เนื้อหาสาระของผลงาน ถูกต้องครบถ้วน เนื้อหาสาระของผลงาน ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ เนื้อหาสาระของผลงาน ถูกต้องเป็นบางประเด็น เนื้อหาสาระของผลงาน ไม่ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ 3. ผลงานมีความคิด สร้างสรรค์ ผ ลง านแส ดงออกถึง คว า ม คิ ด ส ร้ าง ส ร ร ค์ แ ป ล ก ใ ห ม่ แ ล ะ เ ป็ น ระบบ ผลงานมีแนวคิดแปลก ใหม่แต่ยังไม่เป็นระบบ ผลงานมีความน่าสนใจ แต่ยังไม่มีแนวคิดแปลก ใหม่ ผลงานไม่แสดงแนวคิด ใหม่ 4. ผลงานมีความเป็น ระเบียบ ผ ลง า น มี ค ว า ม เ ป็ น ระเบียบแสดงออกถึง ความประณีต ผลงานส่วนใหญ่มีความ เป็น ร ะ เบี ยบ แ ต่ ยังมี ข้อบกพร่องเล็กน้อย ผ ลง า น มี ค ว า ม เ ป็ น ระเบียบแต่มีข้อบกพร่อง บางส่วน ผลงานส่วนใหญ่ไม่เป็น ร ะ เ บี ย บ แ ล ะ มี ข้ อ บกพร่องมาก เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-16 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ ากว่า 7 ปรับปรุง นํา สอน สรุป ประเมิน T142


บันทึกลงในสมุด Self Check พลังงานทดแทนเป็นพลังงานที่สามารถน�ากลับมาใช้ใหม่ได้ (renewable energy) มีหลายประเภท ดังนี้ ภาพที่ 6.95 แผงเซลล์สุริยะ ที่มา : คลังภาพ อจท. • พลังงานแสงอาทิตย์ มนุษย์ใช้ประโยชน์จากการใช้พลังงาน แสงอาทิตย์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยีแสงอาทิตย์ เรียกว่า เซลล์สุริยะหรือเซลล์แสงอาทิตย์ (solar cell) ข้อจ�ากัด พลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ดังนั้น พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จะแปรผันตามสภาพอากาศ • พลังงานลม เป็นพลังงานธรรมชาติซึ่งเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ ความกดอากาศ มนุษย์ใช้ประโยชน์จากลมเพื่อผลิต กระแสไฟฟ้าจึงคิดค้นเทคโนโลยีพลังงานลม เรียกว่า กังหันลม ข้อจ�ากัด พลังงานลมมีเฉพาะบางพื้นที่ • พลังงานน�้า เป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งที่อาศัยการเคลื่อนที่ของน�้าไปขับเคลื่อนเครื่องจักรในโรงงานสีข้าว โรงงานทอผ้า โรงงานเลื่อยไม้ และโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในปัจจุบัน นิยมใช้ในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเรียกว่า ไฟฟ้าพลังน�้า ข้อจ�ากัด ต้องใช้พื้นที่ในการสร้างเขื่อนกักเก็บน�้าขนาดใหญ่ซึ่งเป็นการท�าลายสิ่งแวดล้อม • พลังงานชีวมวล เป็นพลังงานที่ได้มาจากการเผาไหม้สารอินทรีย์ ข้อจ�ากัด มีปริมาณไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ และยากต่อการเก็บรักษา • พลังงานคลื่น เป็นพลังงานจากคลื่นน�้าในมหาสมุทรซึ่งเป็นแหล่งพลังงานศักย์ขนาดใหญ่สามารถน�ามาผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ข้อจ�ากัด อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นอาจได้รับความเสียหายจากน�้าทะเล • พลังงานความร้อนใต้พิภพ เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกท�าให้เกิดแนวรอยเลื่อน น�้าที่อยู ่บนดินจะไหลผ ่านตาม แนวรอยแยก ภายใต้ความร้อนและความดันสูงส่งผลให้ไอน�้าแทรกขึ้นมาบนผิวดินสามารถน�ามาผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ข้อจ�ากัด พลังงานความร้อนใต้พิภพเกิดขึ้นเฉพาะท้องถิ่นที่มีแหล่งความร้อนใต้พิภพอยู่เท่านั้น • พลังงานไฮโดรเจน สามารถน�าแก๊สไฮโดรเจนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาไหม้และให้ความร้อน เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า และขับเคลื่อนรถยนต์ได้ ข้อจ�ากัด มีต้นทุนในการผลิตสูง ให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจ โดยพิจารณาข้อความว่าถูกหรือผิด แล้วบันทึกลงในสมุด หากพิจารณาข้อความ ไม่ถูกต้อง ให้กลับไปทบทวนเนื้อหาตามหัวข้อที่ก�าหนดให้ ถูก/ผิด ทบทวนที่หัวข้อ 1. เปลือกโลกและเนื้อโลกมีธาตุซิลิคอนเป็นองค์ประกอบ 1.1 2. น�้ากัดเซาะชายฝังเนื่องจากกระบวนการกร่อน 1.2 3. ชั้นหน้าตัดดินแบ่งออกเป็นชั้น O A D B C และ R 1.3 4. การสูบน�้าใต้ดินไปใช้ในปริมาณมากส่งผลให้เกิดแผ่นดินทรุด 3.3 5. หิน หินน�้ามัน และปิโตรเคมี จัดเป็นแหล่งเชื้อเพลิงซากดึกด�าบรรพ์ 4. โลกและการเปลี่ยนแปลง 129 แนวตอบ Self Check 1. ถูก 2. ถูก 3. ผิด 4. ถูก 5. ผิด ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5-6 คน นําเสนอแนวทางการใช พลังงานทางเลือกอื่น อยางนอย 3 ขอ เมื่อชุมชนของนักเรียนไมมี กระแสไฟฟาเขามายังชุมชน จากนั้นเขียนสรุปขอมูลที่ไดลงใน กระดาษ A4 ตกแตงใหสวยงาม พรอมนําเสนอขอมูลหนาชั้นเรียน กิจกรรม 21st Century Skills สื่อ Digital ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับพลังงานทดแทน จาก YouTube เรื่อง พลังงานหมุนเวียน (https://www.youtube.com/watch?v=9e7NPEqjDyY) นํา สอน สรุป ประเมิน T143


Unit Question 1. องค์ประกอบทางเคมีของโครงสร้างภายในโลกมีกี่ชั้น ได้แก่อะไรบ้าง 2. จงอธิบายและระบุประเภทของการเปลี่ยนแปลงทางธรณีในภาพ ก. และ ข. 3. จงอธิบายการเกิดหินงอก หินย้อย และแสดงปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้น 4. จงอธิบายขั้นตอนกระบวนการเกิดดิน 5. จงระบุชื่อชั้นหน้าตัดดิน ก.-ฉ. และอธิบายลักษณะของดินในแต่ละชั้น ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค�าถามต่อไปนี้ ภาพที่ 6.96 การเปลี่ยนแปลงทางธรณี ที่มา : คลังภาพ อจท. ก. ข. ภาพที่ 6.97 ชั้นหน้าตัดดิน ที่มา : คลังภาพ อจท. ก. ข. ค. ง. จ. ฉ. 130 แนวตอบ Unit Question 1. 3 ชั้น ไดแก เปลือกโลก เนื้อโลก และแกนโลก 2. ภาพ ก. คือ การผุพังอยูกับที่ เกิดจากการ กระทําของนํ้า ลม ธารนํ้าแข็ง แรง โนมถวงของโลก สิ่งมีชีวิตและการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอากาศ ภาพ ข. คือ การสะสมตัวของตะกอน เกิดจาก การสะสมตัวของวัตถุจากการนําพา ของนํ้า ลม หรือธารนํ้าแข็ง 3. หินงอก หินยอย เกิดจากความชื้นตางๆ ที่สะสม อยูในดิน ซึ่งกระบวนการเกิดหินงอก หินยอย มีขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 เกิดฝนกรด : H2 O + CO2 H2 CO3 ขั้นที่ 2 ปฏิกิริยาเคมีระหวางหินปูนกับฝนกรด : H2 CO3 + CaCO3 Ca(HCO3 ) 2 ขั้นที่ 3 นํ้าระเหยออกจากสารละลาย : Ca(HCO3 ) 2 CaCO3 + H2 O + CO2 4. กระบวนการเกิดดิน แบงออกไดเปน 3 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 การผุพังอยูกับที่และหินตนกําเนิด สลายตัวเปนหินที่มีขนาดเล็กลง ขั้นที่ 2 การทับถมของซากพืชและซากสัตว กลายเปนฮิวมัส (humus) ขั้นที่ 3 ฮิวมัสผสมกับเศษหินและแรกลายเปน ดินชั้นบนที่อุดมสมบูรณ 5. ชั้น O หรือชั้นอินทรียวัตถุ เปนชั้นที่มีการสะสม ของสารอินทรียที่ไดจากพืชและซากสัตว ชั้น A หรือชั้นดินแร ดินมีสีคลํ้า มีอินทรียวัตถุ ผสมอยู ชั้น E หรือชั้นชะลาง ดินมีสีซีดจาง เนื้อดินหยาบ ชั้น B หรือชั้นดินลาง ดินมีเนื้อแนน มีการสะสมของแรธาตุตางๆ ชั้น C หรือชั้นการผุพังของหิน เปนชั้นหินที่มีลักษณะเปนเศษกอนหิน เกิดจากการผุพังของหินตนกําเนิด ชั้น R หรือชั้นหินพื้นฐาน เปนชั้นหินที่มีลักษณะเปนหินกอนใหญ นํา สอน สรุป ประเมิน T144


6. พิจารณาสมบัติของดินที่ก�าหนดให้ในตาราง แล้วตอบค�าถามต่อไปนี้ ประเภทดิน สมบัติของดิน A ดินที่ค่า pH ต�่ากว่า 5.5 และมีกรดก�ามะถันอยู่ในชั้นหน้าตัดของดิน B ดินที่มีความเข้มข้นของเกลือที่อยู่ภายในดินสูง พืชที่เจริญมีลักษณะเหี่ยวและ ใบไหม้ C ดินที่มีธาตุอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของพืช D ดินที่มีค ่า pH มากกว ่า 7 เนื่องจากมีเกลือโซเดียมคลอไรด์ หรือเกลือ โซเดียมคาร์บอเนตปนอยู่ในดิน 6.1 ดิน A B C และ D คือดินประเภทใด ตามล�าดับ 6.2 จงระบุวิธีแก้ปัญหาดิน A B C และ D ตามล�าดับ 7. จงอธิบายการเกิดน�้าผิวดินและน�้าใต้ดิน 8. จงอธิบายการเกิดแม่น�้าและสาเหตุที่ท�าให้แม่น�้ามีรูปร่างคดเคี้ยว 9. จงอธิบายความแตกต่างระหว่างน�้าในดินและน�้าบาดาล 10. จงยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากน�้าผิวดินและแนวทางการอนุรักษ์น�้ามาอย่างน้อย 3 ข้อ 11. จงยกตัวอย่างภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากน�้ามาอย่างน้อย 3 ตัวอย่าง พร้อมอธิบายแนวทางการป้องกันการเกิด ภัยพิบัตินั้น 12. จากภาพที่ก�าหนดให้ จงเรียงล�าดับอายุของถ่านหิน ก.-ค. จากมากไปน้อย ภาพที่ 6.98 ถ่านหิน ที่มา : คลังภาพ อจท. ก. ข. ค. โลกและการเปลี่ยนแปลง 131 6. 6.1 ดิน A คือ ดินเปรี้ยว ดิน B คือ ดินเค็ม ดิน C คือ ดินจืด ดิน D คือ ดินดาง 6.2 ดิน A แกปญหาดวยการเติมปูนขาว ดิน B แกปญหาดวยการชะลางดวยนํ้าจืด แลวทําทางระบายนํ้าเกลือทิ้ง ดิน C แกปญหาดวยการปลูกพืชตระกูล ถั่ว หรือใสปุยอินทรียในอัตราสวน ที่เหมาะสม ดิน D แกปญหาดวยการเติมกํามะถันผง เพื่อใหดินปรับสภาพ 7. นํ้าผิวดิน เกิดจากไอนํ้าในบรรยากาศควบแนน เปนเมฆแลวตกลงมาเปนฝนแลวสะสมอยู บริเวณผิวดิน และไหลลงมาขังในบริเวณที่ตํ่า กลายเปนแองนํ้า สวนนํ้าใตดินเกิดจากนํ้าผิว ดินไหลซึมลงไปอยูใตพื้นดิน 8. การกัดเซาะของนํ้าทําใหเกิดรองนํ้าธรรมชาติ เมื่อเวลาผานกระบวนการกัดเซาะเกิดขึ้นอยาง ตอเนื่อง ทําใหรองนํ้าขนาดเล็กไหลมารวม กันกลายเปนธารนํ้าและพัดพาตะกอนไปกับ กระแสนํ้า ขัดสีกับตะกอนที่อยูบริเวณฝงกลาย เปนแมนํ้าที่มีลักษณะคดเคี้ยว 9. นํ้าในดิน คือ นํ้าที่ซึมอยูตามชองวางระหวาง เม็ดดิน สวนนํ้าบาดาล คือ นํ้าที่ขังอยูในชองวาง ระหวางหิน 10. ใชอุปโภคและบริโภค ใชเปนเสนทางคมนาคม ตัวอยางแนวทางการอนุรักษ เชน ปดนํ้าเมื่อ ไมใช ไมทิ้งขยะลงในนํ้า บําบัดนํ้าเสียดวย เครื่องจักร เชน กังหันวิดนํ้า 11. การกัดเซาะชายฝง ปองกันดวยการสรางสิ่งกีดขวางปองกันแนวชายฝง หลุมยุบ งดการสูบนํ้าบาดาลมาใชในปริมาณมาก แผนดินทรุด งดการสูบนํ้าบาดาลมาใชในปริมาณมาก 12. ข. > ค. > ก. นํา สอน สรุป ประเมิน T145


13. จงพิจารณาข้อมูลในตาราง แล้วตอบค�าถามต่อไปนี้ ประเภทถ่านหิน ปริมาณคาร์บอน (%) ปริมาณความชื้น (%) A 50-60 75-80 B 60-75 50-70 C 90-98 2-5 13.1 ถ่านหินประเภทใดยังคงมีซากพืชและซากสัตว์เหลืออยู่ เพราะเหตุใด 13.2 ถ่านหินประเภทใดให้พลังงานความร้อนสูงที่สุด เพราะเหตุใด 14. หินน�้ามันแตกต่างจากถ่านหินอย่างไร 15. ในประเทศไทยมีแหล่งสะสมหินน�้ามันขนาดใหญ่อยู่ที่ใด 16. ในธรรมชาติปิโตรเลียมมักพบอยู่ที่บริเวณใด เพราะเหตุใด 17. พิจารณาผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นล�าดับส่วนน�้ามันดิบต่อไปนี้แล้วเรียงล�าดับผลิตภัณฑ์ที่ได้ออกมาเป็น ล�าดับแรกจนถึงล�าดับสุดท้าย น�้ามันดีเซล น�้ามันก๊าด น�้ามันเบนซิน แก๊สหุงต้ม 18. เพราะเหตุใดจึงต้องมีกระบวนการแยกแก๊สธรรมชาติ 19. จงอธิบายผลกระทบที่เกิดจากการใช้ประโยชน์จากปิโตรเลียม 20. จงยกตัวอย่างพลังงานทดแทนมาอย่างน้อย 2 ประเภท พร้อมอธิบายข้อดีและข้อเสีย 132 13. 13.1 ถานหิน A เพราะซากพืชบางสวนยังสลาย ไมหมด ทําใหสามารถมองเห็นซากพืช เปนลําตน กิ่ง และใบ 13.2 ถานหิน C เพราะมีความชื้นนอย ถานํามา เผาไหมจะทําใหความรอนสูง ไมมีควัน 14. หินนํ้ามัน มีสารประกอบเคอโรเจนเปนองค ประกอบ 15. แหลงแมปะใต อําเภอแมสอด จังหวัดตาก 16. ใตมหาสมุทร เพราะเปนแหลงสะสมของซากพืช และซากสัตว 17. แกสหุงตม เบนซิน นํ้ามันกาด ดีเซล 18. เพื่อกําจัดสารเจือปน เชน สารปรอท แกส ไฮโดรเจนซัลไฟด (H2 S) แกสคารบอนไดออกไซด (CO2 ) ความชื้น แกสมีเทน 19. กอใหเกิดมลภาวะทางอากาศเนื่องจากการ เผาไหมปโตรเลียม หรือนํามาใชในอุตสาหกรรม การผลิต 20. พลังงานแสงอาทิตย ขอดี คือ เปนพลังงาน ธรรมชาติที่มีขนาดใหญ ขอเสีย คือ ความเขม ของแสงแปรผันตามสภาพอากาศ พลังงานลม ขอดี ไมกอใหเกิดมลภาวะ ขอเสีย ตองใชความเร็วลมที่เหมาะสมจึงจะ ผลิตกระแสไฟฟาได ซึ่งเกิดเฉพาะในบางพื้นที่ นํา สอน สรุป ประเมิน T146


แพเป็นพาหนะที่ลอยน�้าได้ ส ่วนใหญ ่ท�ามาจากไม้ซุงหรือไม้ไผ ่ แล้วใช้เชือกมัดให้เป็นแพ นิยมน�ามาใช้บรรทุกสินค้าให้ลอยไปตามกระแสน�้า หรือท�าเป็นเรือนแพใช้เป็นที่อยู่อาศัย เมื่อเกิดวิกฤตการณ์น�้าท่วม หรือน�้าป่า ไหลหลาก คนจึงใช้แพช่วยขนสัมภาระเนื่องจากแพสามารถลอยน�้าได้ แต่ ส�าหรับคนในเมือง การสร้างแพจากไม้ซุงหรือไม้ไผ่ท�าได้ค่อนข้างยาก และ อุทกภัยมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน หากสามารถประดิษฐ์เรือแพจากวัสดุที่หา ง่าย เช่น ขวดพลาสติก จะช่วยให้อพยพสัมภาระได้สะดวก รวดเร็ว ช่วยลด ความเสียหายที่เกิดขึ้น และลดปริมาณขยะที่เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน ไปในตัว เมื่อวัตถุอยู่ในของเหลวจะมีแรงที่ของเหลว กระท�าต ่อวัตถุในทุกทิศทาง และกระท�า ตั้งฉากกับผิวของวัตถุ นอกจากนี้ แรงพยุง ที่กระท�าต่อวัตถุในของเหลว ส่งผลให้วัตถุ ลอยน�้าได้ เรือแพขนาดใหญ่ที่ท�าจากวัสดุในท้องถิ่น ที่มีสมบัติลอยน�้าได้ ใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมใน การออกแบบและประดิษฐ์แพจากวัสดุที่ หาง่ายในท้องถิ่น รูปทรงเรขาคณิตสามมิติที่เลือกใช้ในการ ออกแบบเรือแพ และการค�านวณแรงพยุง หรือน�้าหนักสิ่งของมากที่สุดที่เรือแพ สามารถรับน�้าหนักได้ เชื่อมโยงสู่ไอเดีย Science Technology Engineering Mathematics วัสดุและอุปกรณ์ คนในหมู่บ้านหนึ่งประสบปัญหาอุทกภัยเนื่องจากฝนตกอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ส่งผลให้มี น�้าท่วมสูงหลายหลังคาเรือน และมีแนวโน้มว่าน�้าจะเพิ่มสูงขึ้นในอีก 2 วันข้างหน้า ทางรัฐบาลจึงออกประกาศให้ คนในหมู่บ้านนี้ต้องอพยพไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย จากสถานการณ์ข้างต้น นักเรียนจะช่วยชาวบ้านออกแบบเรือแพขน สัมภาระฝ่าวิกฤตการณ์น�้าท่วมไปได้อย่างไร สถานการณ์ 1. ขวดน�้าพลาสติก 2. พลาสติก 3. เครื่องชั่งน�้าหนัก 4. เชือก 5. กาวร้อน 6. ปืนกาวร้อน 7. กรรไกร 8. อุปกรณ์เครื่องเขียน เรือแพที่สร้างขึ้นจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ • ลอยน�้าได้ • สามารถขนสัมภาระที่มีน�้าหนักรวมกันมากกว่า 15 กิโลกรัมได้ • มีขนาดใหญ่ ข้อจ�ากัด เรือแพขนของสัมภาระ เรือแพขนของสัมภาระ ที่มา : คลังภาพ อจท. Activity S T E M 133 การเลือกวัสดุสําหรับสรางเรือแพขนของสัมภาระ ครูอาจนําวัสดุตาง ๆ เชน ขวดพลาสติก แผน พลาสติก แผนไมแข็ง แผนเหล็ก มาใหนักเรียน รวมกันอภิปรายเกี่ยวกับวัสดุที่จะนํามาใชสราง เรือแพ โดยครูควรแนะนําใหนักเรียนคํานึงถึงสมบัติ ของวัสดุที่นํามาประดิษฐเปนเรือแพวาตองเปนวัสดุ ที่สามารถลอยนํ้าได เนื่องจากวัสดุที่ลอยนํ้าได มักมีนํ้าหนักเบา มีความหนาแนนนอยกวานํ้า แนวทางการจัดทํากิจกรรม STEM Activity นํา สอน สรุป ประเมิน T147


การประเมินผลงาน เกณฑการประเมิน ระดับคุณภาพ 1 2 3 4 5 • สามารถขนสัมภาระไปทางน�้าได้จริง • สามารถขนสัมภาระได้จ�านวนมาก และมีน�้าหนักรวมกัน มากกว่า 15 กิโลกรัม • ราคาประหยัด • มีความแข็งแรงทนทาน 6 2 รวบรวมข้อมูลและแนวคิด สืบค้นความรู้และรวบรวมข้อมูล ที่น�าไปแก้ปัญหา แล้วสรุปข้อมูล ความรู้ที่ได้มาโดยสังเขป 3 ออกแบบวิธีการแก้ปญหา คิดวิธีการแก้ปัญหาและออกแบบ ชิ้นงานตามแนวทางที่เตรียมไว้ น�าเสนอวิธีการแก้ปญหา รวบรวมแนวคิดที่ได้และปัญหาที่พบ ในกิจกรรม เพื่อน�าเสนอวิธีการแก้ ปัญหา 4 ร่วมกันวางแผนการสร้างสรรค์ชิ้นงาน อย่างเป็นล�าดับขั้นตอน แล้วตรวจสอบ การด�าเนินการ หากไม่ตรงตามแผน จะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร วางแผนและด�าเนินการ แก้ปญหา 5 บันทึกรายละเอียดของชิ้นงาน แล้ว ทดสอบเพื่อหาแนวทางการปรับปรุง ชิ้นงาน ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไข ระบุปญหา วิเคราะห์สถานการณ์และระบุแนวทาง การแก้ปัญหา เพื่อเป็นแนวทางในการ สร้างสรรค์ชิ้นงาน 1 ขั้นตอน การทํากิจกรรม Sci���� Tec���l��� En�i���ri�� M�t���at��� 134 การสรางเรือแพขนสัมภาระ เมื่อนักเรียนแตละกลุมรวมกันอภิปรายและ ตัดสินใจเลือกใชอุปกรณที่เหมาะสมแลว ครูควร ใหนักเรียนรวบรวมขอมูลและวางแผนการทํางาน ดวยการออกแบบชิ้นงาน และระบุอุปกรณทั้งหมด ที่จะนํามาใช โดยครูควรเนนใหนักเรียนเห็นถึง ความสําคัญของการใชวัสดุอยางประหยัด โดยเมื่อ เลือกใชวัสดุใดในการสรางเรือแพแลว จะไมสามารถ เปลี่ยนหรือขอเพิ่มได นอกจากวัสดุชํารุดโดย ไมไดเจตนา หลังจากนักเรียนแตละกลุมสราง เรือแพขนสินคาเสร็จแลว ใหแตละกลุมตรวจสอบ ผล โดยลองนําเรือแพไปลอยในบอนํ้า แลว ใหนักเรียนลองวางวัสดุที่มีนํ้าหนัก 15 กิโลกรัม ลงไป หากเรือแพไมสามารถบรรทุกวัสดุที่มีนํ้าหนัก ดังกลาวได ครูอาจแนะนําใหนักเรียนเพิ่มจํานวน วัสดุที่ใชทําเรือแพ หรือเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสของ เรือแพ หลังจากนั้นใหนักเรียนแตละกลุมรวมกัน วางแผนและดําเนินการแกไขปญหา นํา สอน สรุป ประเมิน T148


บรรณาน ุ กรม วรรณทิพา รอดแรงค้า. 2544. การสอนวิทยาศาสตร์ที่เน้นทักษะกระบวนการ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพมหานคร : สถาบัน พัฒนาคุณภาพวิชาการ. ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงศึกษาธิการ, สถาบัน. 2551.หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ 3. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. . 2551.หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ 5. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. . 2560. ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมชุนสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย. สถาบันกวดวิชาติวเตอร์พอยท์. 2559. Super Science สรุปวิทยาศาสตร์ ม.ต้น. กรุงเทพมหานคร : กรีนไลฟ์พริ้นติ้งเฮ้าส์. อภิญญา แซ่โง้ว. 2560. สรุปและแนวข้อสอบโลกกับดาราศาสตร์. นนทบุรี: ธิงค์บียอนด์บุ๊คส์. Fong, J., Kwan, P.L., Lam, E., Lee, C. and Lim, P.L. 2013. Science Matters Volume B. 2 th edition. Malaysia: Marshall Cavendish Education Pte Ltd. Heyworth, R. M. 2013. All About Science Volume B. Singapore: Pearson Education South Asia Pte Ltd. Leng, P.H. 2010. Inscience Express/Normal (Academic) Volume 1. 3rd edition. Singapore: KHL Printing Co Pte Ltd. . 2010. Inscience Express/Normal (Academic) Volume 2. 3rd edition. Singapore: KHL Printing Co Pte Ltd. Tay, B. 2007. Biology Insight. Singapore: Pearson Education South Asia Pte Ltd. T149


Note .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................... T150


คู่มือครู บร. วิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1 300.- 8 858649 121349 บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) ID Line: @aksornkrumattayom www.aksorn.com อักษรเจริญทัศน์ อจท. ราคานี้เป็นของฉบับคู่มือครูเท่านั้น >> ราคาเล่มนักเรียนโปรดดูจากใบสั่งซื้อของ อจท. คู่มือครู นร. วิทยาศาสตร์ฯ ม.2 ล.2 300.- 8 858649 144065 สร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก


Click to View FlipBook Version