๒. รับทราบแผนในการจัดท�ำกฎหมายล�ำดับรอง กรอบระยะเวลาและกรอบสาระส�ำคัญของกฎหมาย
ล�ำดบั รองที่ตอ้ งออกตามร่างพระราชบัญญัติดงั กลา่ ว ตามท่กี ระทรวงสาธารณสุขเสนอ
๓. ให้กระทรวงสาธารณสขุ รบั ความเหน็ ของส�ำนักงบประมาณ ส�ำนกั เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี และคณะ
กรรมการก�ำหนดเป้าหมายและนโยบายก�ำลังคนภาครัฐไปพจิ ารณาด�ำเนนิ การดว้ ย
ในการตรวจพจิ ารณารา่ งพระราชบญั ญตั ดิ งั กลา่ ว ส�ำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี าไดเ้ สนอใหค้ ณะกรรมการ
กฤษฎีกา (คณะท่ี ๑๐) ตรวจพิจารณา ซ่ึงประกอบด้วย นายสวัสดิ โชติพาณิช เป็นประธานกรรมการ,
ศาสตราจารย์นายแพทย์วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์, นายสุประดิษฐ์ หุตะสิงห์, ศาสตราจารย์พิเศษสมชาย พงษธา,
นางจริยา เจียมวิจิตร, พลเอก พิชิต ยูวะนิยม, ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์, ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ
นายแพทยป์ ยิ ะสกล สกลสตั ยาทร, และศาสตราจารยแ์ สวง บญุ เฉลมิ วภิ าส เปน็ กรรมการ โดยมนี ายยงยทุ ธ ภปู่ ระดบั กฤต
ปฏิบัติหน้าท่ีเลขานุการ นางสาวกัลยา เกียรติถาวรชัย และนางสาวบวรสวรรค์ ประจวบกลาง ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วย
เลขานกุ าร
โดยมีผู้แทนส�ำนักนายกรัฐมนตรี (ส�ำนักงบประมาณ ส�ำนักงาน ก.พ. และส�ำนักงานคณะกรรรมการ
พฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาต)ิ ผแู้ ทนกระทรวงการคลงั (กรมบญั ชกี ลาง) ผแู้ ทนกระทรวงการพฒั นาสงั คมและ
ความมน่ั คงของมนษุ ย์ (ส�ำนกั งานปลดั กระทรวง) ผู้แทนกระทรวงแรงงาน (ส�ำนักงานประกนั สงั คม) ผู้แทนกระทรวง
ศึกษาธิการ (ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา) ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข (ส�ำนักงานปลัดกระทรวง)
ผ้แู ทนส�ำนกั งานหลกั ประกันสขุ ภาพแห่งชาติ ผแู้ ทนกรุงเทพมหานคร ผ้แู ทนสภาการพยาบาล ผ้แู ทนสภาเภสชั กรรม
และผู้แทนราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย เป็นผู้ช้ีแจงรายละเอียด ซึ่งสรุปสาระส�ำคัญ
ของการตรวจพิจารณาในชัน้ คณะกรรมการกฤษฎกี าได้ ดังนี้ ๓๗
๓.๒.๒.๑ หลักการของร่างพระราชบญั ญัตทิ ีก่ ระทรวงสาธารณสุขเสนอ
๑) ก�ำหนดนิยามค�ำว่า “สุขภาพปฐมภูมิ” หมายความว่า การดูแลสุขภาพแต่แรกแบบองค์รวม
ผสมผสาน ต่อเนอ่ื ง ทง้ั บรกิ ารเชิงรุกเพอ่ื สรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ บริการควบคุมปอ้ งกนั โรค คุม้ ครองผู้บรโิ ภค และปจั จยั
ทคี่ ุกคามสขุ ภาพ บริการรักษาพยาบาลและฟ้นื ฟสู ขุ ภาพ สนับสนนุ การจัดการสุขภาพตนเองและครอบครวั การดูแล
สขุ ภาพทบี่ า้ น ชมุ ชน และหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ รวมทงั้ การรบั สง่ ตอ่ และก�ำหนดนยิ ามค�ำวา่ “ระบบสขุ ภาพปฐมภมู ”ิ
หมายความว่า กลไกและกระบวนการท่ีมีประสิทธิภาพในการประสานความร่วมมือเพ่ือจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ
โดยการมีส่วนรว่ มกนั ระหวา่ งภาครัฐ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมทงั้ การส่งตอ่
ผู้รับบริการและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการท้ังระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ ตลอดจนก�ำหนด
นยิ ามท่เี กยี่ วขอ้ ง
๒) ก�ำหนดให้มีคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ มีหน้าท่ีและอ�ำนาจในลักษณะการก�ำกับดูแล
ในเชิงนโยบายควบคู่ไปกับการก�ำหนดหลกั เกณฑ์การให้บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ ทั้งน้ี โดยมสี �ำนักงานปลดั กระทรวง
สาธารณสขุ รบั ผิดชอบงานเลขานกุ ารของคณะกรรมการดงั กล่าว
๓๗ รายละเอียดโปรดดู บันทึกส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประกอบร่างพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ
พ.ศ. .... (เรือ่ งเสร็จที่ ๑๙๘๙/๒๕๖๑).
กระทรวงสาธารณสุข 49
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
ค�ำ อธิบายกฎหมายวา่ ด้วยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
๓) ก�ำหนดให้บุคคลทุกคนมีสิทธิได้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิ โดยให้การใช้สิทธิเข้ารับบริการสุขภาพ
ปฐมภมู ขิ องบคุ คลซงึ่ มสี ทิ ธไิ ดร้ บั การรกั ษาพยาบาลหรอื รบั บรกิ ารสาธารณสขุ ตามสวสั ดกิ ารหรอื ตามสทิ ธทิ บี่ คุ คลนนั้
ไดร้ บั อยเู่ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑก์ ารไดร้ บั สวสั ดกิ ารหรอื สทิ ธนิ นั้ และใหส้ �ำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ขนึ้ ทะเบยี น
หน่วยบริการเพือ่ เป็นหนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมิและเครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ นอกจากน้ี ก�ำหนดให้กรมบญั ชีกลาง
ส�ำนกั งานประกนั สงั คม ส�ำนกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ หนว่ ยงานของรฐั หรอื กองทนุ ทรี่ บั ผดิ ชอบ แลว้ แตก่ รณี
โอนเงินค่าใช้จ่ายในการด�ำเนนิ การระบบสขุ ภาพปฐมภูมใิ หแ้ ก่หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ เพือ่ เปน็ ค่าใช้จา่ ยหรือสนับสนุน
การจดั บรกิ ารสาธารณสุขของหน่วยบรกิ ารปฐมภมู ิ
๔) ก�ำหนดใหค้ ณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู จิ ดั ใหม้ กี ารตรวจสอบเพอื่ ควบคมุ คณุ ภาพและมาตรฐาน
ของหน่วยบรกิ ารปฐมภมู แิ ละเครอื ขา่ ยหน่วยบริการปฐมภมู ิอยา่ งสม�่ำเสมอ
๕) ก�ำหนดให้คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอ�ำเภอหรือคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ระดบั เขตตามระเบยี บส�ำนกั นายกรฐั มนตรวี า่ ดว้ ยการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ระดบั พน้ื ทที่ �ำหนา้ ทขี่ บั เคลอ่ื นนโยบายและ
ยุทธศาสตร์ บูรณาการค่าใช้จ่ายเก่ียวกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค และติดตามดูแลการด�ำเนินการ
ของหนว่ ยบริการปฐมภูมแิ ละเครอื ข่ายหน่วยบรกิ ารปฐมภมู ใิ นพ้ืนท่ี
๖) ก�ำหนดอ�ำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่
๗) ก�ำหนดโทษส�ำหรับผู้ไม่ปฏิบัติตามค�ำสั่งเรียกมาให้ถ้อยค�ำหรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานของ
คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ คณะอนกุ รรมการ คณะกรรมการสอบสวน หรอื พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ หรอื ขดั ขวาง
หรือไมอ่ �ำนวยความสะดวกแกพ่ นักงานเจา้ หน้าที่
๘) ก�ำหนดบทเฉพาะกาลรองรับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิในวาระ
เรม่ิ แรก และก�ำหนดใหอ้ อกประกาศตามรา่ งพระราชบญั ญตั นิ ใี้ หแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในหนง่ึ ปนี บั แตว่ นั ทรี่ า่ งพระราชบญั ญตั นิ ้ี
ใชบ้ งั คับ รวมทัง้ ให้ส�ำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจดั ให้มีหน่วยบรกิ ารปฐมภมู ใิ นสดั สว่ นที่เหมาะสมกบั จ�ำนวน
ผู้รับบริการและพ้ืนที่ภายในสิบปีนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ หากหน่วยบริการท่ีจะขึ้นทะเบียน
เพอ่ื เปน็ หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ไิ มม่ หี รอื มแี พทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั ไมเ่ พยี งพอกบั จ�ำนวนผรู้ บั บรกิ าร ใหห้ นว่ ยบรกิ าร
ดงั กลา่ วจดั ใหม้ แี พทยซ์ งึ่ ผา่ นการอบรมดา้ นเวชศาสตรค์ รอบครวั และผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
ท�ำหนา้ ทีด่ แู ลผรู้ บั บริการในเขตพื้นท่ีหน่วยบริการนัน้
๓.๒.๒.๒ ข้อสังเกตและความเห็นของหน่วยงานทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
หน่วยงานท่เี กย่ี วข้องมีความเหน็ สรุปได้ ดงั นี้
๑) กระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ
และฝา่ ยกฎหมายและกระบวนการยตุ ธิ รรม คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ เหน็ ชอบในหลกั การของรา่ งพระราชบญั ญตั นิ ี้
๒) กระทรวงการคลงั เห็นชอบในหลกั การร่างพระราชบัญญตั นิ ้ี โดยมีความเห็นเพิ่มเติม ดงั นี้
๒.๑) การให้บริการสุขภาพปฐมภูมิหมายความรวมถึงบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการควบคุม
ปอ้ งกันโรค ซึง่ ปจั จุบนั ส�ำนกั งานหลกั ประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้รับงบประมาณในการให้บริการสร้างเสรมิ
สุขภาพและการป้องกันโรคให้แก่ประชาชนไทยทุกคน ต้ังแต่ระดับพื้นท่ี/ชุมชนไปถึงระดับประเทศแล้ว ดังนั้น
เพื่อความชัดเจนและไม่ให้เกิดความซ้�ำซ้อนในการให้บริการและการใช้จ่ายงบประมาณ การก�ำหนดประเภทและ
50 กระทรวงสาธารณสขุ
ขอบเขตของบริการสุขภาพปฐมภูมจิ ึงควรพิจารณาประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุขของ สปสช. ประกอดว้ ย
๒.๒) การจัดสรรเงินค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และการโอนเงินค่าใช้จ่ายในการด�ำเนินการ
ระบบสุขภาพปฐมภูมิให้หน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ ควรระบุให้มีการตกลงในรายละเอียด หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงอื่ นไข ร่วมกันกับหนว่ ยงานของรัฐหรอื กองทุนทรี่ บั ผดิ ชอบ
๒.๓) ควรมีหน่วยงานกลางท�ำหน้าที่เป็นธุรการจัดสรรค่าใช้จ่ายให้แก่หน่วยบริการปฐมภูมิ รวมถึง
จัดการความซำ�้ ซอ้ นของข้อมูลบุคคลทม่ี สี ทิ ธใิ นหน่วยงานภาครฐั และกองทุนตา่ ง ๆ
๓) คณะกรรมการก�ำหนดเป้าหมายและนโยบายก�ำลังคนภาครัฐ เห็นด้วยในหลักการของร่าง
พระราชบัญญัตินี้ ส�ำหรับภารกิจที่ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขต้องด�ำเนินการตามร่างพระราชบัญญัติน้ี
ใหบ้ ริหารจดั การจากอตั ราก�ำลงั ท่มี อี ย่โู ดยไมเ่ ป็นการเพิม่ อัตราก�ำลังในภาพรวมของกระทรวงสาธารณสขุ
๔) ส�ำนกั งบประมาณ เห็นชอบในหลกั การร่างพระราชบญั ญตั ินี้ โดยมีขอ้ สงั เกต ดังน้ี
๔.๑) กรณีท่ีก�ำหนดให้การขยายสวัสดิการหรือสิทธิของบุคคลในการรับการรักษาพยาบาลหรือ
รับบริการสาธารณสุขเพื่อให้ได้รับการบริการสุขภาพปฐมภูมิให้เป็นไปตามท่ีคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ
ตกลงกบั คณะรฐั มนตรี คณะกรรมการประกนั สงั คม หรอื คณะกรรมการหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ แลว้ แตก่ รณนี น้ั
เนอื่ งจากคณะรฐั มนตรเี ปน็ ผดู้ �ำเนนิ นโยบายในการบรหิ ารประเทศ จงึ ไมค่ วรเปน็ ผรู้ ว่ มท�ำความตกลงในเรอื่ งดงั กลา่ ว
และเห็นสมควรใหค้ ณะรัฐมนตรเี ป็นผูพ้ จิ ารณาให้ความเหน็ ชอบข้อตกลงตามทคี่ ณะกรรมการฯ เสนอ
๔.๒) การตรากฎหมายดงั กลา่ วจะมีผลตอ่ ภาระทางการเงินการคลังของรัฐ ซง่ึ กระทรวงสาธารณสขุ
และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องจะต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่า ต้นทุนและผลประโยชน์ เสถียรภาพและความมั่นคง
ทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงความย่ังยืนทางการคลังของรัฐอย่างเหมาะสม ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงิน
การคลังของรัฐด้วย ส�ำหรับข้อมูลเก่ียวกับก�ำลังคนและงบประมาณที่ปรากฏในเอกสารหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบ
ความจ�ำเป็นในการตราพระราชบัญญตั ิ (Checklist) นนั้ เหน็ สมควรใหก้ ระทรวงสาธารณสขุ จัดเตรยี มข้อมลู เกยี่ วกบั
แผนคน แผนงาน และแผนเงิน ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ในด้านงบประมาณ โดยแสดงถึงงบประมาณและแหล่ง
เงนิ ทจ่ี ะใชใ้ นแต่ละปี เพ่ือด�ำเนินการตามข้ันตอนของกฎหมายวา่ ด้วยวนิ ยั ทางการเงินการคลงั ของรัฐและกฎหมายท่ี
เกย่ี วขอ้ งตามความจ�ำเป็นและเหมาะสมตอ่ ไป ทงั้ น้ี ควรจัดให้มีระบบตดิ ตามประเมินผลการด�ำเนินงานเป็นระยะ ๆ
เพ่อื ใหส้ ามารถน�ำไปปรับแผนฯ ใหม้ ีความเหมาะสมและทันตอ่ สถานการณ์ดา้ นสขุ ภาพของประเทศต่อไป
๕) ส�ำนกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ เหน็ ดว้ ยในหลกั การของรา่ งพระราชบัญญตั นิ ้ี โดยมีขอ้ สงั เกต
และข้อเสนอแนะ ดังนี้
๕.๑) ควรเพ่ิมกรรมการในสัดส่วนของภาคประชาชนและผู้รับบริการ เพื่อให้ภาคประชาชนและ
ผรู้ บั บรกิ ารมสี ว่ นรว่ มในการประสานความรว่ มมอื การจดั ระบบบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ และควรเพม่ิ ผแู้ ทนหนว่ ยบรกิ าร
ปฐมภมู ขิ องภาคเอกชน เนอื่ งจากหนว่ ยบรกิ ารภาคเอกชนมแี นวโนม้ ทจ่ี ะเขา้ รว่ มการจดั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู มิ ากขนึ้
นอกจากนี้ บทบาทหนา้ ทข่ี องคณะกรรมการในการออกประกาศเพอื่ บงั คบั ใชใ้ นเรอื่ งตา่ ง ๆ อาจซำ้� ซอ้ นกบั กฎ ระเบยี บ
ประกาศท่ีออกโดยกระทรวงการคลัง คณะกรรมการประกันสังคม คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
หนว่ ยงานของรัฐ หรอื กองทุนที่รบั ผดิ ชอบ
กระทรวงสาธารณสขุ 51
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข
คำ�อธบิ ายกฎหมายว่าดว้ ยระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
๕.๒) การขยายสวัสดิการหรือสิทธิการรักษาพยาบาล ควรแก้ไขเป็นให้ตกลงกับกระทรวงการคลัง
๕.๓) การจัดท�ำบัญชีรายชื่อบุคคลซ่ึงเป็นผู้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิในเขตพื้นท่ีของหน่วยบริการ
ปฐมภมู ิ ควรแกไ้ ขใหผ้ แู้ ทนกระทรวงการคลงั ผแู้ ทนหนว่ ยงานของรฐั หรอื กองทนุ ทร่ี บั ผดิ ชอบบรหิ ารจดั การคา่ ใชจ้ า่ ย
ในการรกั ษาพยาบาลหรอื คา่ ใช้จา่ ยเพอื่ บรกิ ารสาธารณสุข ผู้แทนหน่วยบริการปฐมภูมิ และส�ำนกั งานปลัดกระทรวง
สาธารณสขุ ร่วมกันจดั ท�ำบัญชรี ายช่ือ
๕.๔) การโอนเงินค่าใช้จ่ายในการด�ำเนินการระบบสุขภาพปฐมภูมิให้แก่หน่วยบริการปฐมภูมิ
เพอ่ื เปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยหรอื สนบั สนนุ การจดั บรกิ ารสาธารณสขุ ของหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ และการก�ำหนดใหก้ รมบญั ชกี ลาง
ส�ำนักงานประกันสังคม ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หน่วยงานของรัฐ หรือกองทุนท่ีรับผิดชอบโอนเงิน
คา่ ใชจ้ ่ายใหแ้ ก่หน่วยบริการปฐมภมู ิ เหน็ วา่ ควรแก้ไขให้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงอื่ นไขการไดร้ ับคา่ ใช้จ่ายเป็นการ
ตกลงร่วมกันของกระทรวงการคลงั คณะกรรมการประกันสงั คม และคณะกรรมการหลกั ประกนั สุขภาพแห่งชาติ
๕.๕) การส่งข้อมูลให้บริการสุขภาพปฐมภูมิต่าง ๆ จากเดิมให้ส่งไปยังหน่วยบริการปฐมภูมิที่ผู้รับ
บรกิ ารมรี ายชอ่ื เทา่ นน้ั เหน็ วา่ ควรเพม่ิ เตมิ ใหส้ ง่ ขอ้ มลู ไปยงั หนว่ ยงานของรฐั หรอื กองทนุ ทรี่ บั ผดิ ชอบบรหิ ารจดั การ
คา่ ใช้จา่ ยในการรักษาพยาบาลหรอื ค่าใชจ้ า่ ยเพ่ือบริการสาธารณสขุ ด้วย
๕.๖) การควบคุมคุณภาพซ่ึงก�ำหนดให้คณะกรรมการจัดให้มีการตรวจสอบเพ่ือควบคุมคุณภาพ
และมาตรฐานหน่วยบริการปฐมภูมิ เห็นว่า ควรแก้ไขให้คณะกรรมการแต่งต้ังคณะกรรมการตรวจสอบเพ่ือควบคุม
คณุ ภาพและมาตรฐาน ซง่ึ อยา่ งนอ้ ยตอ้ งประกอบดว้ ย ผแู้ ทนหนว่ ยงานของรฐั หรอื กองทนุ ทรี่ บั ผดิ ชอบบรหิ ารจดั การ
คา่ ใชจ้ า่ ยในการรกั ษาพยาบาลหรอื คา่ ใชจ้ า่ ยเพอ่ื บรกิ ารสาธารณสขุ ท�ำหนา้ ทต่ี รวจสอบควบคมุ คณุ ภาพและมาตรฐาน
หนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมิ
๕.๗) การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ
ซงึ่ ก�ำหนดใหเ้ ปน็ อ�ำนาจของปลดั กระทรวงสาธารณสขุ เชน่ แตง่ ตงั้ คณะกรรมการสอบสวน ขยายเวลาในการสอบสวน
การพจิ ารณาออกค�ำสงั่ การสง่ั การและมาตรการลงโทษหนว่ ยบรกิ าร การรอ้ งเรยี นของผรู้ บั บรกิ าร การกระท�ำผดิ รา้ ยแรง
และเกดิ ซำ้� หลายครงั้ เหน็ วา่ ควรแกไ้ ขใหเ้ ปน็ อ�ำนาจของคณะกรรมการตรวจสอบเพอื่ ควบคมุ คณุ ภาพและมาตรฐาน
แทนปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ในทกุ มาตรา
๕.๘) ควรมีบทเฉพาะกาลในกรณีท่ียังไม่อาจจัดให้มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวในทุกพ้ืนท่ีได้
จะจดั บรกิ ารและด�ำเนนิ การในสว่ นท่เี กี่ยวข้องอยา่ งไร
๕.๙) ควรพิจารณาความซ�้ำซ้อนกับกฎหมายอ่ืนเก่ียวกับสิทธิในการรับบริการสาธารณสุข
ของบคุ คล ประเภท และขอบเขตของบรกิ ารสาธารณสขุ การขน้ึ ทะเบยี นหนว่ ยบรกิ าร การควบคมุ คณุ ภาพ และมาตรฐาน
๖) ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ปัจจุบัน คือ สภาพัฒนาการ
เศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ) เห็นชอบในหลักการร่างพระราชบญั ญัตินี้ โดยมขี อ้ สงั เกต ดงั น้ี
๖.๑) การก�ำหนดให้คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิมีหน้าท่ีและอ�ำนาจเสนอนโยบายและ
แผนยทุ ธศาสตรเ์ กย่ี วกบั ระบบปฐมภมู ิ ควรพจิ ารณาก�ำหนดใหไ้ มต่ อ้ งเสนอแผนยทุ ธศาสตรต์ อ่ คณะรฐั มนตรพี จิ ารณา
ให้ความเห็นชอบ เพ่ือให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันท่ี ๔ ธันวาคม ๒๕๖๐ ท่ีให้มีการพิจารณาทบทวน
52 กระทรวงสาธารณสุข
กฎหมายทบ่ี ังคับใชอ้ ย่ใู นปจั จุบัน รวมทง้ั การเสนอร่างกฎหมายตา่ ง ๆ ในอนาคต เพือ่ มิใหม้ บี ทบญั ญัติใหห้ นว่ ยงาน
และคณะกรรมการตอ้ งเสนอแผนตอ่ คณะรฐั มนตรีโดยไมจ่ �ำเป็น
๖.๒) การก�ำหนดให้หน่วยงานและกองทุนที่รับผิดชอบจัดสรรเงินค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
หรือบริการสาธารณสขุ ให้แก่หนว่ ยบริการปฐมภูมิ ตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการระบบสขุ ภาพ
ปฐมภมู ปิ ระกาศก�ำหนด ควรพจิ ารณาใหส้ อดคลอ้ งกบั กฎหมายอนื่ ของหนว่ ยงานและกองทนุ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ทม่ี บี ทบญั ญตั ิ
ก�ำหนดให้คณะกรรมการและหน่วยงานท�ำหน้าท่ีดังกล่าวเช่นเดียวกัน อาทิ พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ
แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๕ และพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับ
การรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๓ และทแี่ กไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕ ทีอ่ าศัยอ�ำนาจตามพระราชบัญญตั ิ
การก�ำหนดหลักเกณฑเ์ กีย่ วกับการจา่ ยเงนิ บางประเภทตามงบประมาณรายจา่ ย พ.ศ. ๒๕๑๘
๗) กระทรวงศกึ ษาธกิ าร เหน็ ดว้ ยในหลกั การของรา่ งพระราชบญั ญตั นิ ้ี โดยมขี อ้ สงั เกตวา่ เนอื่ งจากระบบ
สุขภาพปฐมภูมิมีความเกย่ี วข้องกบั สถาบนั อุดมศกึ ษาท่ีมสี ถานพยาบาลอยใู่ นสงั กัด จงึ เหน็ ควรก�ำหนดให้เลขาธิการ
คณะกรรมการการอุดมศึกษาเปน็ กรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภูมโิ ดยต�ำแหน่งเพ่มิ เตมิ
๘) คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข
มคี วามเห็น ดังน้ี
๘.๑) ร่างพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ทั้งนี้ ในขั้นตอน
การจดั ท�ำกฎหมายควรพิจารณาความเช่ือมโยงกบั กฎหมาย ระเบยี บ ข้อบงั คบั อื่นท่ีเกี่ยวขอ้ งดว้ ย
๘.๒) การก�ำหนดโทษทางอาญาส�ำหรับผู้ไม่ปฏิบัติตามค�ำสั่งเรียกมาให้ถ้อยค�ำหรือให้ส่งเอกสาร
หรอื หลกั ฐานหรอื ขดั ขวางหรือไม่อ�ำนวยความสะดวกแก่พนกั งานเจา้ หน้าท่ี ซึง่ ไมส่ อดคล้องกบั หลกั การมาตรา ๗๗
วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงเห็นควรให้พิจารณาปรับปรุงบทก�ำหนดโทษทางอาญา
ตามรา่ งพระราชบญั ญตั ดิ งั กลา่ วใหเ้ ปน็ โทษปรบั ทางปกครองแทนส�ำหรบั กรณที มี่ ใิ ชก่ ารกระท�ำผดิ รา้ ยแรงทม่ี ลี กั ษณะ
เป็นอาชญากรรมหรือเป็นการกระท�ำความผดิ ร้ายแรงทมี่ ผี ลกระทบต่อสิทธแิ ละเสรีภาพของประชาชนตามสมควร
๙) กรุงเทพมหานคร เห็นว่า การจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิในส่วนของกรุงเทพมหานครควรให้มี
คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิกรุงเทพมหานคร เพ่ือบูรณาการงานปฐมภูมิเขตพ้ืนท่ีกรุงเทพมหานคร
ให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีหน่วยบริการหลายภาคส่วน ท้ังภาครัฐและภาคเอกชนร่วมด�ำเนินการ หากมีการ
ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการเพ่ือเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิในกรุงเทพมหานครน้ัน ยังไม่ครอบคลุมทั่วทุกพ้ืนท่ี
กรุงเทพมหานคร ในปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มีการด�ำเนินงานคลนิ ิกหมอครอบครวั (Primary Care Cluster)
เพียง ๔ เขต และจะด�ำเนนิ การเพ่มิ อีก ๗ เขต ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒
๑๐) ส�ำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า มีข้อสงั เกตสรปุ ได้ว่า กรณีที่ก�ำหนดให้กรมบัญชีกลาง ส�ำนกั งาน
ประกันสังคม ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หน่วยงานของรัฐ หรือกองทุนที่รับผิดชอบ แล้วแต่กรณี
ด�ำเนินการโอนเงินค่าใช้จ่ายในการด�ำเนินการระบบสุขภาพปฐมภูมิให้แก่หน่วยบริการปฐมภูมิ เพ่ือเป็นค่าใช้จ่าย
หรือสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการปฐมภูมิ นั้น อาจซ�้ำซ้อนกับความในร่างมาตรา ๑๖
และไมช่ ดั เจนวา่ การโอนเงนิ คา่ ใชจ้ า่ ยดงั กลา่ วเพอื่ เปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยหรอื สนบั สนนุ การจดั บรกิ ารสาธารณสขุ ของหนว่ ยบรกิ าร
กระทรวงสาธารณสขุ 53
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
คำ�อธิบายกฎหมายว่าดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
ปฐมภูมิหมายความถึงค่าใช้จ่ายในเร่ืองใดบ้าง และจะกระทบภาระงบประมาณของประเทศและความจ�ำเป็น
ในดา้ นอตั ราก�ำลังหรอื ไม่
๑๑) ส�ำนกั เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี มขี อ้ สงั เกตวา่ การจัดบริการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ทิ ต่ี ้องด�ำเนนิ การ
เพื่อให้มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขดูแลประชาชนในสัดส่วน
ท่ีเหมาะสมต่อไป ซึ่งการด�ำเนินการดังกล่าวจ�ำเป็นต้องเพิ่มแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวอีกประมาณ ๕,๕๐๐ คน
ในช่วง ๑๐ ปี น้ัน กระทรวงสาธารณสุขควรสร้างแรงจูงใจให้แก่นักศึกษาแพทย์ให้มีความสนใจท่ีจะเข้ามาศึกษา
ในสาขาวชิ าแพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั มากขน้ึ เชน่ การใหท้ นุ รฐั บาลแกน่ กั ศกึ ษาแพทยเ์ พอื่ ศกึ ษาในสาขาวชิ าดงั กลา่ ว
๓.๒.๒.๓ สาระส�ำคญั ของรา่ งพระราชบัญญัตทิ ีผ่ ่านการตรวจพิจารณาของส�ำนกั งานคณะกรรมการ
กฤษฎกี า
คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๐) ได้ตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ
พ.ศ. .... โดยเร่ิมพิจารณาคร้ังแรกเมื่อวันท่ี ๔ ตุลาคม ๒๕๖๑ และพิจารณาเสร็จเม่ือวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๑
และในการตรวจพิจารณาน้ัน ได้น�ำความเห็นและข้อสังเกตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาแล้ว
รวมทั้งได้พิจารณาผลการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องตามแนวทางการจัดท�ำและการเสนอร่างกฎหมาย
ตามบทบัญญัติมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ท้ังในชั้นการจัดท�ำร่างกฎหมายของกระทรวง
สาธารณสุขและการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมในช้ันการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๐)
ดว้ ยแล้ว ท้ังนี้ สรปุ ผลการพจิ ารณาได้ ดังนี้
๑) แก้ไขบันทึกหลักการและเหตุผล โดยเพิ่มการอ้างมาตรา ๔๗ วรรคหน่ึง ของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อเป็นการรับรองสิทธิของปวงชนชาวไทยในการได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐ ทั้งน้ี
ในการรบั ฟงั ความคิดเหน็ เพิม่ เตมิ สภาการแพทย์แผนไทยมคี วามเหน็ วา่ ควรเพิ่มขอ้ ความ “... สง่ เสริมและสนับสนนุ
ใหม้ กี ารพฒั นาภมู ปิ ญั ญาดา้ นแพทยแ์ ผนไทยใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ ...” เพอื่ ใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรา ๕๕ ของรฐั ธรรมนญู
แห่งราชอาณาจักรไทย ซ่งึ คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๐) พจิ ารณาแล้วเหน็ วา่ การจดั บรกิ ารสุขภาพปฐมภมู ิ
ตามร่างพระราชบัญญัติน้ีไม่ได้มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนไทยโดยตรง
จงึ คงบันทึกหลกั การและเหตผุ ลไว้ตามรา่ งทีผ่ า่ นการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะที่ ๑๐)
๒) แก้ไขวันใช้บังคับ โดยให้ใช้บังคับเม่ือพ้นก�ำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศใน
ราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป เพอื่ ให้หนว่ ยงานท่ีเกี่ยวขอ้ งเตรียมการจดั ระบบบริการสขุ ภาพปฐมภูมิ (ร่างมาตรา ๒)
๓) แกไ้ ขบทนยิ าม (ร่างมาตรา ๓) ดังน้ี
๓.๑) แก้ไขนิยามค�ำว่า “สุขภาพปฐมภูมิ” เป็น “บริการสุขภาพปฐมภูมิ” เพ่ือก�ำหนดขอบเขต
ของบริการสุขภาพปฐมภูมิและเพ่ือให้สอดคล้องกับสาระส�ำคัญที่เป็นการจัดบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข
โดยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและคณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ ท้ังน้ี ในการรับฟังความคิดเห็นเพ่ิมเติม
สภาเภสชั กรรมเหน็ วา่ ในนยิ ามค�ำวา่ “บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ”ิ ควรเพม่ิ ขอ้ ความ “การคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคดา้ นสขุ ภาพ”
เพื่อให้เภสัชกรสามารถแนะน�ำการใช้ยา อาหารเสริม และสมุนไพรที่ถูกต้องได้ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกา
(คณะที่ ๑๐) พิจารณาแลว้ เหน็ วา่ หลักการของร่างพระราชบัญญัตนิ ก้ี �ำหนดใหบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู มิ กี ารสง่ เสรมิ
สุขภาพและการป้องกันโรคไว้แล้ว การที่จะก�ำหนดเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคในนิยามดังกล่าว อาจท�ำให้สับสน
54 กระทรวงสาธารณสขุ
กบั การคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค ดงั นน้ั จงึ คงนยิ ามค�ำวา่ “บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ”ิ
ไวต้ ามร่างท่ผี ่านการตรวจพจิ ารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๐)
๓.๒) แก้ไขนิยามค�ำว่า “เครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ” เพื่อให้หมายความท้ังกรณีที่หน่วยบริการ
ปฐมภูมิรวมตัวกัน หรือกรณีที่หน่วยบริการหลายหน่วยบริการรวมตัวกัน ทั้งน้ี ในการรับฟังความคิดเห็นเพ่ิมเติม
สภาเภสชั กรรมเหน็ ว่า นยิ ามค�ำว่า “หน่วยบรกิ าร” ควรก�ำหนดให้ร้านยาและคลนิ กิ เทคนคิ ทางการแพทยเ์ ป็นหนว่ ย
บริการด้วย ซ่ึงคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๐) พิจารณาแล้วเห็นว่า นิยามดังกล่าวก�ำหนดเพ่ือให้สอดคล้อง
กบั กฎหมายวา่ ดว้ ยหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ ประกอบกบั รา้ นขายยาและคลนิ กิ เทคนคิ การแพทยไ์ มใ่ ชห่ นว่ ยบรกิ าร
เน่ืองจากไม่มีแพทย์ที่จะให้บริการสุขภาพปฐมภูมิได้ จึงคงนิยามค�ำว่า “หน่วยบริการ” ไว้ตามร่างท่ีผ่านการตรวจ
พจิ ารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะท่ี ๑๐)
๓.๓) เพม่ิ นยิ ามค�ำวา่ “แพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั ” เพอ่ื ระบใุ หช้ ดั เจนวา่ แพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั
ต้องเป็นแพทย์ท่ีได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรเพ่ือแสดงความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว และเพิ่มนิยามค�ำว่า “ส�ำนักงาน” หมายความว่า ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
เพ่อื ให้รา่ งพระราชบญั ญัตินก้ี ระชบั ย่ิงข้ึน
นอกจากน้ี ได้จดั เรยี งล�ำดบั ค�ำนยิ ามใหม่ รวมทงั้ แกไ้ ขถ้อยค�ำเล็กนอ้ ยในนยิ ามค�ำอื่น ๆ ใหถ้ กู ต้อง เหมาะ
สม และชัดเจนย่งิ ขึน้
๔) แกไ้ ขหมวด ๑ คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภมู ิ ดงั นี้
๔.๑) แก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ โดยก�ำหนดเฉพาะผู้ที่มีส่วน
เกย่ี วขอ้ งกบั การจดั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ ทงั้ นี้ ส�ำนกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาตมิ ขี อ้ สงั เกตวา่ ควรเพมิ่ กรรมการ
ในสดั สว่ นภาคประชาชนและผู้รบั บริการในร่างมาตรา ๕ เพื่อใหม้ สี ่วนร่วมในการประสานความร่วมมือการจดั ระบบ
สขุ ภาพปฐมภมู ิ ซงึ่ คณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะท่ี ๑๐) พจิ ารณาแลว้ เหน็ ควรเพม่ิ กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ จิ ากจ�ำนวน
สองคนเปน็ จ�ำนวนสี่คน โดยเพ่ิมการแตง่ ตงั้ จากผู้แทนองค์กรเอกชนซ่งึ มวี ัตถุประสงค์ทมี่ ิใช่เปน็ การแสวงหาผลก�ำไร
และด�ำเนินกิจกรรมทเี่ ก่ียวกบั งานด้านสุขภาพจ�ำนวนสองคน (รา่ งมาตรา ๕) นอกจากนี้ ในการรบั ฟังความคดิ เห็น
เพม่ิ เตมิ สภาการพยาบาลเหน็ วา่ ควรเพมิ่ ผแู้ ทนสภาวชิ าชพี ในกรรมการโดยต�ำแหนง่ และเพม่ิ กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ
ในดา้ นการพยาบาลและการผดงุ ครรภ์ ซง่ึ คณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะท่ี ๑๐) พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ หลกั การของรา่ ง
พระราชบญั ญตั นิ มี้ งุ่ เนน้ การจดั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู จิ งึ ไมไ่ ดก้ �ำหนดใหผ้ แู้ ทนสภาวชิ าชพี เปน็ กรรมการ ส�ำหรบั กรณี
การเพ่ิมกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ดิ า้ นการพยาบาลและการผดุงครรภน์ ้ัน แมท้ างปฏบิ ัติผู้ประกอบวิชาชพี การพยาบาล
และผปู้ ระกอบวชิ าชพี การพยาบาลและการผดงุ ครรภจ์ ะเปน็ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านหลกั รว่ มกบั แพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั กต็ าม
แต่ท่ีมาของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามร่างมาตรา ๕ (๗) ได้ก�ำหนดด้านการสาธารณสุขซ่ึงรวมถึงด้านการพยาบาล
และการผดุงครรภ์ไว้แล้ว ดังน้ัน จึงคงองค์ประกอบของคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิไว้ตามร่างที่ผ่าน
การตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๐)
๔.๒) เพ่ิมเหตุแห่งการพ้นจากต�ำแหน่งกรณีกรรมการที่แต่งตั้งจากผู้ด�ำเนินการของสถานพยาบาล
ตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสขุ กรงุ เทพมหานคร
และกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ ให้ชดั เจน (รา่ งมาตรา ๙)
กระทรวงสาธารณสขุ 55
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข
ค�ำ อธิบายกฎหมายว่าด้วยระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
๔.๓) แก้ไขหน้าที่และอ�ำนาจของคณะกรรมการให้ชัดเจนและครอบคลุมยิ่งขึ้น นอกจากนี้
ไดแ้ กไ้ ขหนา้ ทแี่ ละอ�ำนาจของส�ำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ใหส้ อดคลอ้ งกบั หนา้ ทแ่ี ละอ�ำนาจของคณะกรรมการ
(ร่างมาตรา ๑๐ และร่างมาตรา ๑๔) ทั้งนี้ ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีข้อ
สงั เกตวา่ ไมค่ วรใหค้ ณะกรรมการเสนอแผนยทุ ธศาสตรต์ อ่ คณะรฐั มนตรพี จิ ารณาใหค้ วามเหน็ ชอบ เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ ง
กับมตคิ ณะรฐั มนตรีเมอื่ วันที่ ๔ ธนั วาคม ๒๕๖๐ ท่มี ิใหม้ ีบทบัญญตั ิใหห้ น่วยงานและคณะกรรมการตอ้ งเสนอแผน
ตอ่ คณะรฐั มนตรโี ดยไมจ่ �ำเปน็ กรณนี ค้ี ณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะที่ ๑๐) พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ รา่ งพระราชบญั ญตั นิ ี้
ตราขนึ้ ตามมาตรา ๕๕ ประกอบกับมาตรา ๒๕๘ ช. ด้านอน่ื ๆ (๕) ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย ซง่ึ มี
หนว่ ยงานท่เี ก่ยี วขอ้ งหลายหน่วยงาน กรณจี ึงมีความจ�ำเปน็ ทต่ี อ้ งก�ำหนดตามรา่ งมาตรา ๑๐ (๑) ใหค้ ณะกรรมการ
เสนอนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนต่อคณะรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณาให้ความเห็นชอบและให้หน่วยงานที่เก่ียวข้อง
รบั ไปปฏิบตั ิ
๕) แกไ้ ขหมวด ๒ การจดั บริการสขุ ภาพปฐมภูมิ ดังนี้
๕.๑) แกไ้ ขบทบญั ญตั กิ ารก�ำหนดสทิ ธขิ องบคุ คลทไี่ ดร้ บั การรกั ษาพยาบาลหรอื รบั บรกิ ารสาธารณสขุ
ตามสวัสดิการหรือตามสิทธิท่ีบุคคลได้รับอยู่เดิม ย่อมได้รับสิทธิในการรับบริการสุขภาพปฐมภูมิด้วย และให้การ
ใชส้ ทิ ธเิ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑก์ ารไดร้ บั สวสั ดกิ ารหรอื สทิ ธขิ องบคุ คลนนั้ โดยคา่ ใชจ้ า่ ยในการรกั ษาพยาบาล หรอื คา่ ใชจ้ า่ ย
เพื่อบริการสาธารณสุขอาจขยายให้ได้รับนอกเหนือหรือเพ่ิมข้ึนจากที่ก�ำหนดไว้ตามท่ีกระทรวงการคลังก�ำหนด
โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี หรือคณะกรรมการได้ตกลงกับคณะกรรมการประกันสังคม คณะกรรมการ
หลักประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน หรือหน่วยงานของรัฐอื่นใดท่ีรบั ผดิ ชอบเกยี่ วกบั สวสั ดกิ าร
หรอื สทิ ธดิ ังกล่าว ทง้ั น้ี เพอื่ ป้องกนั มิใหจ้ ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการรกั ษาพยาบาลหรือค่าใชจ้ ่ายเพอื่ บรกิ ารสาธารณสขุ
ซำ้� ซอ้ นหลายครงั้ และเปน็ การแกไ้ ขใหส้ อดคลอ้ งกบั ขอ้ สงั เกตของกระทรวงการคลงั และส�ำนกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพ
แห่งชาติ (รา่ งมาตรา ๑๖)
๕.๒) แก้ไขบทบัญญัติการข้ึนทะเบียนหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ
โดยเมอื่ หน่วยบริการได้ขึ้นทะเบยี นกับส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขแลว้ หนว่ ยบริการดงั กล่าวจะมีสิทธไิ ดร้ บั
คา่ ใชจ้ า่ ยในการรกั ษาพยาบาลหรอื คา่ ใชจ้ า่ ยเพอื่ บรกิ ารสาธารณสขุ ในการใหบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ และใหส้ �ำนกั งาน
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ กระทรวงมหาดไทยและ
กรงุ เทพมหานคร รว่ มกนั จดั ท�ำบญั ชรี ายชอ่ื บคุ คลซง่ึ เปน็ ผรู้ บั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ใิ นเขตพนื้ ทห่ี นว่ ยบรกิ ารปฐมภมู นิ นั้
(รา่ งมาตรา ๑๗ และร่างมาตรา ๑๘) ส�ำหรบั ขอ้ สังเกตของส�ำนักงานหลกั ประกนั สขุ ภาพแห่งชาตทิ วี่ ่า ควรแกไ้ ขให้
ผแู้ ทนกระทรวงการคลงั ผแู้ ทนหนว่ ยงานของรฐั หรอื กองทนุ ทรี่ บั ผดิ ชอบบรหิ ารจดั การคา่ ใชจ้ า่ ยในการรกั ษาพยาบาล
หรือค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข ผู้แทนหน่วยบริการปฐมภูมิ และส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขร่วมกัน
จดั ท�ำบญั ชรี ายชอ่ื นน้ั คณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะที่ ๑๐) พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ เพอื่ ใหค้ รอบคลมุ ประชาชนในพนื้ ท่ี
โดยอา้ งองิ กบั เขตการปกครองของกระทรวงมหาดไทย และเพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ มลู จ�ำนวนประชาชนทถี่ กู ตอ้ งในการค�ำนวณ
เพอ่ื ใหแ้ พทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั สามารถดแู ลประชาชนในสดั สว่ นทเ่ี หมาะสม จงึ ก�ำหนดใหส้ �ำนกั งานปลดั กระทรวง
สาธารณสขุ หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู หิ รอื เครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ และกระทรวงมหาดไทย โดยเพม่ิ กรงุ เทพมหานคร
56 กระทรวงสาธารณสุข
ใหร้ ว่ มกนั จัดท�ำบญั ชรี ายช่อื ตามรา่ งมาตรา ๑๘
๕.๓) ก�ำหนดรายการค่าใช้จ่ายที่จ�ำเป็นต่อการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิให้ชัดเจนตามข้อสังเกต
ของส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขสามารถขอรับงบประมาณ
เพ่ือจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิได้ ท้ังนี้ รายการ
ของค่าใช้จ่าย การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการเรียกคืนเงินค่าใช้จ่ายจากหน่วยบริการปฐมภูมิ
หรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีคณะกรรมการประกาศก�ำหนด
โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลงั และในกรณที ่ีมคี วามจ�ำเปน็ คณะกรรมการอาจท�ำความตกลงกบั กระทรวง
การคลัง คณะกรรมการประกันสังคม คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
หรือหน่วยงานของรัฐอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการรักษาพยาบาลหรือการจัดบริการสาธารณสุข
เพอ่ื ขอรับเงนิ สนบั สนุนเป็นคา่ ใชจ้ า่ ยที่จ�ำเป็นตอ่ การจัดบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภูมไิ ด้ (ร่างมาตรา ๑๙)
๕.๔) แก้ไขหน้าท่ีของหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิให้ชัดเจน
และครอบคลมุ การบริการสขุ ภาพปฐมภมู ิย่งิ ขนึ้ (ร่างมาตรา ๒๐)
๖) แก้ไขหมวด ๓ การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่าย
หนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมิ ดังน้ี
๖.๑) ก�ำหนดให้คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิวางมาตรการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน
ในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ และจัดให้มีการตรวจสอบเพ่ือควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของหน่วยบริการ
ปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิอย่างสม่�ำเสมอ และในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่า
หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู หิ รอื เครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ใิ ดไมป่ ฏบิ ตั ติ ามมาตรการดงั กลา่ ว ใหร้ ายงานตอ่ ปลดั กระทรวง
สาธารณสุขเพ่ือพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และก�ำหนดระยะเวลาสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน
หกสิบวนั หากด�ำเนินการไม่แล้วเสร็จใหข้ ยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกนิ หกสิบวนั ทั้งน้ี โดยเทยี บเคียงกับกฎหมายวา่
ด้วยหลักประกันสขุ ภาพแหง่ ชาตแิ ละกฎ ก.พ. วา่ ด้วยการด�ำเนนิ การทางวินยั พ.ศ. ๒๕๕๖ และหากผลการสอบสวน
ปรากฏว่าหน่วยบรกิ ารปฐมภมู หิ รือเครือข่ายหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ไิ มป่ ฏิบตั ิตามมาตรการดงั กลา่ ว ในกรณที ีเ่ ป็นการ
กระท�ำโดยไม่เจตนา ใหป้ ลดั กระทรวงสาธารณสุขมีค�ำส่งั แจ้งให้ปฏิบัติโดยถกู ต้อง หรอื ในกรณีทีเ่ ป็นการกระท�ำโดย
มีเจตนา ให้มีค�ำส่ังแจ้งให้ปฏิบัติโดยถูกต้องและให้หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิช�ำระ
ค่าปรับทางปกครอง และแจ้งต่อหน่วยงานที่เก่ียวข้องเพื่อให้มีการสอบสวนและวินิจฉัยช้ีขาดข้อกล่าวหาหรือ
ขอ้ กลา่ วโทษแพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั หรอื คณะผใู้ หบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ซิ ง่ึ อาจมสี ว่ นรบั ผดิ ชอบในการกระท�ำนน้ั
(รา่ งมาตรา ๒๔ รา่ งมาตรา ๒๕ และร่างมาตรา ๒๖)
๖.๒) แก้ไขบทบัญญัติการร้องเรียนของผู้รับบริการในกรณีที่ไม่ได้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิ
จากหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู หิ รอื เครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ หรอื มกี ารเรยี กเกบ็ คา่ บรกิ ารโดยไมม่ สี ทิ ธ ิ โดยนอกจาก
ผู้รับบริการซ่ึงมีสิทธิร้องเรียนแล้ว ได้ก�ำหนดเพ่ิมให้ผู้ซ่ึงคณะกรรมการประกาศก�ำหนดมีสิทธิร้องเรียนแทน
ผรู้ บั บรกิ ารดว้ ยเนอื่ งจากในบางกรณผี รู้ บั บรกิ ารไมอ่ ยใู่ นสภาพทสี่ ามารถรอ้ งเรยี นได ้ และก�ำหนดเพม่ิ ใหร้ อ้ งเรยี นตอ่
ผู้บริหารหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิได้ เพ่ือให้มีการแก้ไขปัญหาเสียก่อน หากปัญหา
กระทรวงสาธารณสุข 57
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ
ดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไขก็ให้ร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้มีการสอบสวนตามร่างมาตรา ๒๕ กรณีที่
ผลการสอบสวนปรากฏว่าหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิมีการกระท�ำตามที่ถูกร้องเรียน
ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขมีค�ำสั่งแจ้งให้หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิปฏิบัติต่อ
ผรู้ บั บรกิ ารใหเ้ หมาะสมและถกู ตอ้ ง หรอื มคี �ำสง่ั ใหค้ นื เงนิ คา่ บรกิ ารทไ่ี มม่ สี ทิ ธเิ รยี กเกบ็ ใหแ้ กผ่ รู้ บั บรกิ ารพรอ้ มดอกเบย้ี
รอ้ ยละสิบหา้ ต่อปนี ับแตว่ นั ทเ่ี กบ็ ค่าบริการนน้ั จนถงึ วนั ท่ีจา่ ยเงนิ คืน (ร่างมาตรา ๒๗)
๗) แกไ้ ขหมวด ๔ การสง่ เสรมิ และพัฒนาระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ ดังน้ี
๗.๑) ก�ำหนดให้คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิประกาศก�ำหนดกลไกและหลักเกณฑ์
ในการมสี ว่ นรว่ มระหวา่ งภาครฐั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพน้ื ท่ี เพอ่ื ใหก้ ารบรกิ าร
สขุ ภาพปฐมภมู เิ ปน็ ไปตามความตอ้ งการของประชาชนในพนื้ ท่ี แทนการก�ำหนดใหค้ ณะกรรมการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ
ระดบั อ�ำเภอและระดบั เขตตามระเบียบส�ำนกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตระดบั พ้ืนท่ี พ.ศ. ๒๕๖๑
ด�ำเนินการดังกล่าว (รา่ งมาตรา ๓๐)
๗.๒) แก้ไขให้หน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิอาจขอรับการสนับสนุนค่า
ใช้จ่ายจากส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพ่ือการส่งเสริมให้ประชาชนมีศักยภาพและมีความรู้ในการจัดการ
สุขภาพของตนเองและครอบครัว โดยรายการคา่ ใชจ้ า่ ย การรับเงิน การจา่ ยเงนิ การเกบ็ รักษาเงนิ และการเรียกคนื
การสนับสนุน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่คณะกรรมการประกาศก�ำหนดโดยความเห็นชอบ
ของกระทรวงการคลัง (ร่างมาตรา ๓๑)
๘) แกไ้ ขหมวด ๕ พนักงานเจ้าหน้าที่ โดยแก้ไขอ�ำนาจของพนักงานเจา้ หนา้ ทใ่ี หค้ รอบคลมุ ถงึ การเขา้ ไป
ในสถานทข่ี องเครือข่ายหนว่ ยบริการปฐมภูมิด้วย (ร่างมาตรา ๓๓ (๑))
๙) แกไ้ ขหมวด ๖ บทก�ำหนดโทษ ดังน้ี
๙.๑) ปรับลดอัตราโทษจ�ำคุกส�ำหรับการไม่ปฏิบัติตามค�ำสั่งเรียกมาให้ข้อเท็จจริงหรือแสดงความ
คดิ เหน็ หรอื ใหส้ ่งเอกสารหรอื หลักฐาน ของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะกรรมการสอบสวน หรือค�ำสงั่
ของพนักงานเจ้าหนา้ ที่ และกรณีการขัดขวางการปฏิบตั ิหน้าท่ีของพนกั งานเจ้าหนา้ ทีห่ รอื ไม่อ�ำนวยความสะดวกแก่
พนักงานเจ้าหน้าท่ี จากระวางโทษจ�ำคุกไม่เกินหกเดือนเป็นระวางโทษจ�ำคุกไม่เกินหน่ึงเดือน (ร่างมาตรา ๓๗
และร่างมาตรา ๓๘) ท้ังนี้ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายมีข้อสังเกตว่า การก�ำหนดโทษทางอาญา
ตามร่างพระราชบัญญัตินี้ไม่สอดคล้องกับหลักการมาตรา ๗๗ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
จงึ เหน็ ควรใหพ้ จิ ารณาปรบั ปรงุ บทก�ำหนดโทษทางอาญาเปน็ โทษปรบั ทางปกครองแทนส�ำหรบั กรณที มี่ ใิ ชก่ ารกระท�ำผดิ
ร้ายแรงที่มีลักษณะเป็นอาชญากรรมหรือเป็นการกระท�ำความผิดร้ายแรงที่มีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ
ของประชาชนตามสมควร ซง่ึ คณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะที่ ๑๐) พจิ ารณาแลว้ เหน็ ควรใหค้ งโทษจ�ำคกุ ไว ้ เพอื่ ปอ้ งปราม
การฝา่ ฝนื หรอื ไม่ปฏิบตั ิตามกฎหมาย แตไ่ ด้ลดอตั ราโทษจ�ำคกุ ลงเน่อื งจากมิใชเ่ ปน็ ความผิดทีร่ ้ายแรง
๙.๒) เพ่ิมบทบัญญัติความรับผิดของนิติบุคคล และเพ่ิมบทบัญญัติเก่ียวกับการเปรียบเทียบ
โดยใหป้ ลดั กระทรวงสาธารณสขุ หรอื ผซู้ ง่ึ ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ มอบหมายมอี �ำนาจเปรยี บเทยี บไดต้ ามหลกั เกณฑ์
วิธีการ และเงอ่ื นไขทค่ี ณะกรรมการประกาศก�ำหนด (รา่ งมาตรา ๓๙ และร่างมาตรา ๔๐)
58 กระทรวงสาธารณสขุ
๑๐) แกไ้ ขบทเฉพาะกาล ใหส้ อดคลอ้ งกบั เนอ้ื หาสาระของรา่ งพระราชบญั ญตั นิ ี้ โดยก�ำหนดใหอ้ อกประกาศ
เพื่อก�ำหนดบริการสุขภาพปฐมภูมิให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ
และก�ำหนดเพิ่มให้ในกรณีท่ีจ�ำเป็นต้องขยายสวัสดิการหรือสิทธิของบุคคลซึ่งมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาล
หรือรับบริการสาธารณสุขตามสวัสดิการหรือตามสิทธิที่บุคคลนั้นได้รับอยู่ ให้คณะกรรมการด�ำเนินการเพ่ือขยาย
สวัสดกิ ารหรอื สทิ ธขิ องบคุ คลดังกล่าวใหแ้ ล้วเสร็จภายในหน่งึ ปีนับแต่วันท่ีพระราชบญั ญัตนิ ้ใี ช้บังคับ ทง้ั น้ี เพือ่ เรง่ รัด
การจัดบรกิ ารสุขภาพปฐมภูมใิ ห้เป็นไปตามบทบัญญัตขิ องรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย รวมทง้ั แก้ไขใหภ้ ายใน
สิบปีนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ให้ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจัดให้มีหน่วยบริการปฐมภูมิหรือ
เครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ใิ นสดั สว่ นทเี่ หมาะสมกบั จ�ำนวนผรู้ บั บรกิ ารและพน้ื ท ่ี หากหนว่ ยบรกิ ารทจ่ี ะขนึ้ ทะเบยี น
เพ่ือเป็นหนว่ ยบริการปฐมภมู หิ รอื เครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิไม่มีหรือมีแพทย์เวชศาสตรค์ รอบครัวไมเ่ พยี งพอกับ
จ�ำนวนผรู้ บั บรกิ าร ใหห้ นว่ ยบรกิ ารดงั กลา่ วจดั ใหม้ แี พทยอ์ นื่ ซงึ่ ผา่ นการอบรมดา้ นเวชศาสตรค์ รอบครวั ตามหลกั เกณฑ์
วธิ ีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศก�ำหนด (ร่างมาตรา ๔๑ ร่างมาตรา ๔๒ และรา่ งมาตรา ๔๓)
นอกจากนั้น ในการรับฟังความคิดเห็นเพ่ิมเติม สภาการพยาบาลเห็นว่า ควรเพิ่มพยาบาลเวชปฏิบัติ
ครอบครวั ใหส้ ามารถชว่ ยปฏบิ ตั หิ นา้ ทใ่ี นการใหบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ขิ ณะทม่ี แี พทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั ไมเ่ พยี งพอ
ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะท่ี ๑๐) พิจารณาแล้ว เห็นว่า มาตรา ๒๕๘ ช. ด้านอ่ืน ๆ (๕) ของรัฐธรรมนูญ
แหง่ ราชอาณาจกั รไทยบญั ญตั ใิ หม้ แี พทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั ดแู ลประชาชนในสดั สว่ นทเี่ หมาะสม ดงั นนั้ ควรมงุ่ เนน้
ให้มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวให้เพียงพอเสียก่อน จึงคงไว้ตามร่างท่ีผ่านการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการ
กฤษฎกี า (คณะท่ี ๑๐)
อนึ่ง ในการตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ....คณะกรรมการกฤษฎีกา
(คณะที่ ๑๐) ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข (ส�ำนักงานปลัดกระทรวง) จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น
ร่างพระราชบัญญัตินี้เพิ่มเติม โดยกระทรวงสาธารณสุข (ส�ำนักงานปลัดกระทรวง) ได้รับฟังความคิดเห็นผ่านทาง
เวบ็ ไซต ์ www.lawamendment.go.th และรบั ฟงั ความคดิ เหน็ จากการประชมุ ผเู้ กย่ี วขอ้ งเมอื่ วนั ท่ี ๒๓ พฤศจกิ ายน
๒๕๖๑ ทง้ั น้ี คณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะท่ี ๑๐) ได้น�ำผลการรับฟงั ความคดิ เหน็ เพิม่ เตมิ มาประกอบการพิจารณา
ด้วยแล้ว ตามมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันท่ี ๔ เมษายน ๒๕๖๐ เร่ือง แนวทางการจัดท�ำและการเสนอร่างกฎหมาย
ตามบทบัญญตั มิ าตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
เม่ือคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะท่ี ๑๐) ตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ
พ.ศ. .... (เร่อื งเสรจ็ ที่ ๑๙๘๙/๒๕๖๑) เสรจ็ แลว้ ส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าไดเ้ สนอเรื่องใหส้ �ำนักเลขาธกิ าร
คณะรฐั มนตรเี พอ่ื เสนอตอ่ คณะรฐั มนตรแี ละคณะกรรมการประสานงานสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาตพิ จิ ารณา โดยกระทรวง
การคลงั (กรมบญั ชกี ลาง) กระทรวงแรงงาน (ส�ำนกั งานประกนั สงั คม) กระทรวงสาธารณสขุ (ส�ำนกั งานปลดั กระทรวง)
และส�ำนกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ ไดม้ หี นงั สอื ยนื ยนั ใหค้ วามเหน็ ชอบกบั การแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ รา่ งพระราชบญั ญตั ิ
ดงั กลา่ ว จากนัน้ คณะรฐั มนตรีไดเ้ สนอรา่ งพระราชบญั ญตั ิน้ีซงึ่ คณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะท่ี ๑๐) ตรวจพิจารณา
แล้วต่อสภานติ บิ ัญญตั แิ หง่ ชาติ
กระทรวงสาธารณสขุ 59
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสขุ
ค�ำ อธิบายกฎหมายว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
๓.๒.๓ การพจิ ารณาในช้นั สภานิติบญั ญัตแิ ห่งชาติ
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ ๙๑/๒๕๖๑ เป็นพิเศษ เมื่อวันท่ี ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑
ได้ลงมติรับหลักการแห่งรา่ งพระราชบญั ญตั ิระบบสุขภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. .... (คณะรฐั มนตรี เป็นผเู้ สนอ) ไว้พิจารณา
ก�ำหนดการแปรญตั ตภิ ายใน ๑๕ วนั โดยมกี �ำหนดเวลาปฏบิ ตั งิ านภายใน ๔๕ วนั ทง้ั นี้ ในการพจิ ารณารา่ งพระราชบญั ญตั ิ
ดังกลา่ ว สภานิติบัญญัติแหง่ ชาติไดต้ ง้ั คณะกรรมาธกิ ารวิสามัญเพื่อพจิ ารณา ประกอบดว้ ย ๓๘
๑. นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท ์ เป็นประธานคณะกรรมาธกิ ารวิสามญั
๒. พลเอก โปฎก บนุ นาค เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามญั คนทีห่ น่ึง
๓. พลโท อ�ำพน ชูประทุม เป็นรองประธานคณะกรรมาธกิ ารวิสามัญ คนท่สี อง
๔. นายนริ วชั ช์ ปณุ ณกนั ต์ เป็นเลขานุการคณะกรรมาธกิ ารวสิ ามัญ
๕. พลเอก อุทิศ สนุ ทร เปน็ โฆษกคณะกรรมาธิการวสิ ามัญ
๖. พลอากาศเอก ตรที ศ สนแจง้ เป็นกรรมาธกิ ารวสิ ามัญและทีป่ รกึ ษา
๗. พลเรือเอก นริส ประทมุ สุวรรณ เปน็ กรรมาธกิ ารวสิ ามญั และที่ปรึกษา
๘. พลอากาศเอก สรุ ศักด์ิ ทมุ่ ทอง เปน็ กรรมาธิการวสิ ามญั และที่ปรกึ ษา
๙. พลเอก อกนษิ ฐ์ หมน่ื สวัสด ์ิ เป็นกรรมาธกิ ารวิสามญั และทีป่ รึกษา
๑๐. แพทย์หญิงเชิดชู อรยิ ศรีวฒั นา เปน็ กรรมาธกิ ารวสิ ามัญ
๑๑. พลโท ธรรมนญู วถิ ี เปน็ กรรมาธกิ ารวิสามญั
๑๒. นายแพทยบ์ ญุ ชยั ธีระกาญจน ์ เป็นกรรมาธกิ ารวสิ ามัญ (คณะรัฐมนตรีเสนอรายช่ือ) ๓๙
๑๓. นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ เปน็ กรรมาธิการวิสามญั (คณะรฐั มนตรเี สนอรายชื่อ)
๑๔. นายแพทย์ยงยทุ ธ พงษ์สุภาพ เป็นกรรมาธิการวสิ ามญั
๑๕. นายยงยทุ ธ ภู่ประดับกฤต เป็นกรรมาธกิ ารวสิ ามัญ (คณะรฐั มนตรเี สนอรายชอื่ )
๑๖. นายแพทย์สุวัฒน์ วริ ิยพงษ์สุกจิ เป็นกรรมาธกิ ารวิสามญั
๑๗. นายแพทย์โสภณ เมฆธน เป็นกรรมาธกิ ารวิสามัญ
โดยร่างพระราชบญั ญตั ินม้ี ีผแู้ ทนสว่ นราชการเขา้ ร่วมชแ้ี จง ไดแ้ ก่
๑. นางสาวกัลยา เกียรตถิ าวรชัย ส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
๒. นายแพทย์วิเชียร เทียนจารวุ ฒั นา ส�ำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
๓. นายแพทยส์ ฤษด์เิ ดช เจริญไชย ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
๔. นางจารุณี จันทร์เพชร ส�ำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
๕. นายณรงค์ศกั ดิ์ สงวนปรางค ์ ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
๖. นางสาวนญิ ดา เศรษฐ์วฒั นา ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
๗. นางสาวอาภาศริ ิ อินทรเ์ พง็ ส�ำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
๓๘ รายละเอียดโปรดดูรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ....
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ.
๓๙ ขอ้ ๘๓ วรรคสาม แหง่ ขอ้ บงั คบั การประชมุ สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ก�ำหนดวา่ “ในการตงั้ คณะกรรมาธกิ าร
วิสามัญเพอื่ พิจารณาร่างพระราชบัญญตั ิ ให้คณะรฐั มนตรีเสนอรายชอ่ื ไดไ้ ม่เกนิ หน่งึ ในห้าของจ�ำนวนกรรมาธิการทงั้ หมด ...”.
60 กระทรวงสาธารณสขุ
ส�ำหรับผลการด�ำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย น้ัน โดยที่มาตรา ๗๗ วรรคสอง
ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย บญั ญตั วิ า่ “กอ่ นการตรากฎหมายทกุ ฉบบั รฐั พงึ จดั ใหม้ กี ารรบั ฟงั ความคดิ เหน็
ของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดข้ึนจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการ
รบั ฟงั ความคดิ เห็นและการวเิ คราะหน์ ัน้ ตอ่ ประชาชน และน�ำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมาย
ทกุ ขน้ั ตอน เมอ่ื กฎหมายมผี ลใชบ้ งั คบั แลว้ รฐั พงึ จดั ใหม้ กี ารประเมนิ ผลสมั ฤทธข์ิ องกฎหมายทกุ รอบระยะเวลาทก่ี ำ� หนด
โดยรับฟังความคิดเห็นของผู้เก่ียวข้องประกอบด้วย เพื่อพัฒนากฎหมายทุกฉบับให้สอดคล้องและเหมาะสมกับ
บริบทต่าง ๆ ท่ีเปล่ียนแปลงไป” ในช้ันการยกร่างพระราชบัญญัติน้ี กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดให้มีการรับฟัง
ความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านการประชุมสัมมนา ประชาพิจารณ์ และเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นผ่านทาง
เว็บไซต์ www.lawamendment.go.th ต่อมา กระทรวงสาธารณสุขได้เสนอร่างพระราชบัญญัติระบบสุขภาพ
ปฐมภูมิ พ.ศ. .... ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซ่ึงส�ำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้สอบถามความคิดเห็นหน่วยงานที่
เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติน้ีเม่ือวันท่ี ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑ และคณะรัฐมนตรีมีมติ
อนมุ ตั หิ ลกั การและสง่ รา่ งใหส้ �ำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี าตรวจพจิ ารณาเมอ่ื วนั ท่ี ๒๘ สงิ หาคม ๒๕๖๑ โดยคณะ
กรรมการกฤษฎกี า (คณะที่ ๑๐) ได้ตรวจพิจารณารา่ งพระราชบัญญตั ดิ ังกล่าวและให้กระทรวงสาธารณสุขสอบถาม
ความคดิ เหน็ ของหนว่ ยงานและผเู้ กยี่ วขอ้ งตอ่ รา่ งพระราชบญั ญตั ทิ ม่ี กี ารแกไ้ ขปรบั ปรงุ เพม่ิ เตมิ เพอ่ื เปน็ ขอ้ มลู ประกอบ
การตรวจพิจารณาตอ่ ไป
ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงได้ด�ำเนินการรับฟังความคิดเห็นรายประเด็นจากผู้เกี่ยวข้อง
ที่มีต่อร่างพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ....ที่ผ่านการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา
(คณะที่ ๑๐) เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันท่ี
๔ เมษายน ๒๕๖๐ เรือ่ ง แนวทางการจดั ท�ำและการเสนอรา่ งกฎหมายตามบทบัญญตั ิมาตรา ๗๗ ของรฐั ธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย โดยรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ www.lawamendment.go.th ในระหว่างวันท่ี
๑๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑ ถงึ วนั ที่ ๒๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑ โดยมีผู้เขา้ มาดูท้งั หมด ๑,๙๑๘ คร้ัง มีผแู้ สดงความคิดเห็น
จ�ำนวน ๙๒ ราย และรับฟังความเห็นจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันท่ี ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ณ โรงแรมมริ าเคิล แกรนด์ คอนเวนชนั่ กรุงเทพมหานคร จากหนว่ ยงานที่เกีย่ วข้องทงั้ ภาครัฐ ภาคเอกชน องคก์ ร
ด้านวิชาชพี ด้านกฎหมาย และผู้ทรงคณุ วฒุ ิ จ�ำนวน ๑๕๐ คน ท้ังนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๐) ไดเ้ ชิญ
หนว่ ยงานท่ีเสนอความคดิ เหน็ เขา้ ช้ีแจงตอ่ คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะท่ี ๑๐) ดว้ ย
ในการน้ี คณะกรรมาธิการวิสามัญได้น�ำผลการรับฟังความคิดเห็นในทุกข้ันตอนของการเสนอร่าง
พระราชบญั ญัติดังกลา่ วมาใช้ประกอบการพจิ ารณา นอกจากนนั้ ยังไดน้ �ำความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ ทเ่ี สนอ
ในชั้นคณะกรรมาธกิ ารวิสามัญมาใชป้ ระกอบการพจิ ารณาด้วย
โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญเริ่มประชุมครั้งแรกตั้งแต่วันท่ี ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ และพิจารณาเสร็จ
เมอื่ วนั ท่ี ๑๗ มกราคม ๒๕๖๒ ปรากฏวา่ ในการพจิ ารณาไม่มกี รรมาธกิ ารวสิ ามญั ผใู้ ดสงวนความเหน็ และไม่มีสมาชกิ
สภานิติบัญญัติแห่งชาติเสนอค�ำแปรญัตติ ท้ังน้ี คณะกรรมาธิการวิสามัญได้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว
ที่ผ่านการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะที่ ๑๐) ดังน้ี
กระทรวงสาธารณสุข 61
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
คำ�อธิบายกฎหมายว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
๑. ร่างมาตรา ๒ แก้ไขวันใช้บังคับเป็น “... หนึ่งร้อยแปดสิบเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศใน
ราชกจิ จานเุ บกษา” เนอ่ื งจากคณะกรรมาธกิ ารวสิ ามญั เหน็ วา่ การจดั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ติ ามรา่ งพระราชบญั ญตั นิ ี้
สอดคล้องกบั รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย ยทุ ธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏริ ูปประเทศ ประกอบกบั กระทรวง
สาธารณสขุ ไดท้ ดลองจดั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ใิ นบางพนื้ ทแี่ ละจดั ท�ำกฎหมายล�ำดบั รองเตรยี มไวบ้ า้ งแลว้ จงึ เหน็ ควร
ก�ำหนดวนั ใช้บังคับให้เร็วขึน้
๒. รา่ งมาตรา ๕ (๒) เพม่ิ ปลัดกระทรวงกลาโหมเปน็ กรรมการโดยต�ำแหนง่ เนื่องจากคณะกรรมาธิการ
วิสามญั เห็นวา่ กระทรวงกลาโหมมีสถานพยาบาลในสงั กดั หลายแหง่ ทีใ่ หบ้ รกิ ารแกก่ �ำลังพลและประชาชน รวมทั้ง
มีสถานพยาบาลท่ีร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ เช่น โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช
(กองทพั อากาศ) จงึ เหน็ ควรก�ำหนดใหป้ ลดั กระทรวงกลาโหมเปน็ กรรมการในคณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ดิ ว้ ย
๓. รา่ งมาตรา ๑๖ แก้ไขความในวรรคสอง เป็น “... ผู้แทนองค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ แตล่ ะประเภททีม่ ี
กฎหมายจัดต้งั ...” เพื่อให้การท�ำความตกลงกบั คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภมู ชิ ดั เจนย่งิ ขน้ึ และเพิ่มความ “...
และให้ด�ำเนินการเพื่อให้ได้รับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายเพ่ือบริการสาธารณสุขในการรับบริการ
สุขภาพปฐมภูมิดังกล่าว” ในตอนท้ายของวรรคสอง เพื่อก�ำหนดข้ันตอนการด�ำเนินการให้ชัดเจนยิ่งข้ึน ในการนี้
คณะกรรมาธิการวิสามัญไดแ้ ก้ไขรา่ งมาตรา ๑๙ วรรคสาม ใหเ้ ปน็ ไปในท�ำนองเดียวกนั
๔. ร่างมาตรา ๒๖ (๓) แก้ไขค�ำว่า “แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวหรือคณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ”
เป็น “ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข” เพื่อมิให้รวมถึงผู้สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์
เวชศาสตรค์ รอบครวั เชน่ อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจ�ำหมบู่ า้ น ซงึ่ ไมไ่ ดเ้ กย่ี วขอ้ งโดยตรงกบั การควบคมุ คณุ ภาพและ
มาตรฐานการใหบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ ในการนี้ คณะกรรมาธกิ ารวสิ ามญั ฯ ไดแ้ กไ้ ขรา่ งมาตรา ๒๘ (๔) ใหส้ อดคลอ้ งกนั
๕. ร่างมาตรา ๓๐ เพิ่มให้คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิประกาศก�ำหนดกลไกและหลักเกณฑ์
ในการสง่ เสรมิ และพฒั นาใหโ้ รงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพต�ำบลมคี วามสามารถเปน็ หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู หิ รอื เครอื ขา่ ย
หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ ทงั้ น้ี เพอ่ื ใหโ้ รงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพต�ำบลทมี่ อี ยทู่ กุ ต�ำบลสามารถจดั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ
ใหก้ บั ประชาชนในพน้ื ทีไ่ ด้
๖. ร่างมาตรา ๓๓ (๑) แก้ไขโดยเพิ่มข้อความ “... ในกรณีที่มีเหตุอันควรเช่ือว่ามีการไม่ปฏิบัติตาม
พระราชบัญญัตินี้ ...” เพื่อก�ำหนดกรอบการใชอ�ำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเพ่ิมวรรคสอง
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยค�ำแนะน�ำของคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิประกาศก�ำหนดวิธี
การปฏิบัติหน้าที่ของพนกั งานเจ้าหน้าท่ี
๗. รา่ งมาตรา ๔๒ วรรคหนงึ่ แก้ไขระยะเวลาการออกประกาศจากภายในหนึ่งปีเป็นหนึง่ รอ้ ยแปดสบิ วนั
นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เพื่อให้การจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิรวดเร็วย่ิงข้ึนและสอดคล้องกับการแก้ไข
ระยะเวลาการใชบ้ งั คับกฎหมายตามรา่ งมาตรา ๒
จากน้ัน คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เสนอร่างพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. .... ดังกล่าว
ในการประชุมสภานติ ิบญั ญัตแิ หง่ ชาติ คร้ังท่ี ๙/๒๕๖๒ เปน็ พิเศษ เม่ือวันที่ ๗ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๒ โดยสภานติ บิ ญั ญตั ิ
แหง่ ชาตพิ จิ ารณาแลว้ มมี ตเิ หน็ สมควรประกาศใชเ้ ปน็ กฎหมาย และสง่ รา่ งพระราชบญั ญตั นิ นั้ ตอ่ นายกรฐั มนตรเี พอ่ื น�ำ
ข้ึนทลู เกล้าฯ ถวาย เพือ่ พระมหากษตั ริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยใหป้ ระกาศใชเ้ ป็นกฎหมาย ซึ่งต่อมาพระราชบญั ญตั ิ
62 กระทรวงสาธารณสขุ
ระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ ไดป้ ระกาศในราชกิจจานเุ บกษา ฉบบั กฤษฎกี า เลม่ ๑๓๖ ตอนท่ี ๕๖ ก วนั ท่ี
๓๐ เมษายน ๒๕๖๒ และเรม่ิ ใช้บังคบั เมือ่ วนั ที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒
นอกจากน้ี คณะกรรมาธิการวิสามัญเห็นควรต้ังข้อสังเกตเพ่ือเสนอต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
พิจารณา กล่าวคือ โดยท่ีการจัดระบบสุขภาพปฐมภูมิเป็นการด�ำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
แผนยทุ ธศาสตรช์ าติ และแผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการสาธารณสขุ ดงั นน้ั เพอ่ื ใหเ้ กดิ ผลสมั ฤทธ์ิ กระทรวงสาธารณสขุ
และหน่วยงานท่เี ก่ยี วขอ้ ง ควรด�ำเนินการ ดังนี้
๑. ควรมีหน่วยงานรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ เป็นการเฉพาะ
โดยในระยะสั้นกระทรวงสาธารณสุขและส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการควรจัดตั้งหน่วยงานระดับ
กองขึน้ ภายในส�ำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ โดยเรว็ ท้งั น้ี หากในอนาคตมภี าระงานเพม่ิ มากข้ึน ควรยกระดบั
หนว่ ยงานทจ่ี ะรบั ผดิ ชอบเปน็ ฝา่ ยธรุ การของคณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู เิ พอื่ ปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
โดยใหก้ ระทรวงสาธารณสขุ เปน็ ผดู้ �ำเนินการ
๒. สังคมไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ปัญหาสุขภาพจึงมีความซับซ้อนมากขึ้น ท�ำให้
ในอนาคตอนั ใกลน้ ก้ี ระทรวงสาธารณสขุ จะมภี าระงานตามพระราชบญั ญตั นิ มี้ ากขนึ้ ตามล�ำดบั ส�ำนกั งานคณะกรรมการ
ข้าราชการพลเรือนและส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจึงควรร่วมกันวางแผนอัตราก�ำลังเพื่อให้ปฏิบัติการได้
เพยี งพอและเหมาะสมตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี และเพอ่ื ใหเ้ ปน็ ไปตามเจตนารมณข์ องมาตรา ๑๐ (๕) ของพระราชบญั ญตั นิ ี้
๓. เพื่อให้หน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิได้รับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
หรือค่าใช้จ่ายเพ่ือบริการสาธารณสุขในการรับบริการสุขภาพปฐมภูมิตามมาตรา ๑๖ วรรคสอง และเงินค่าใช้จ่าย
ทจี่ �ำเปน็ ตอ่ การจดั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ติ ามมาตรา ๑๙ วรรคสาม ใหก้ ระทรวงการคลงั คณะกรรมการประกนั สงั คม
คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทที่มีกฎหมายจัดต้ัง
หรือหน่วยงานของรัฐอื่นใดท่ีรับผิดชอบเกี่ยวกับสวัสดิการหรือสิทธิดังกล่าว แล้วแต่กรณี ให้ความร่วมมือกับ
คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภูมใิ นการปฏิบตั กิ ารเพื่อใหเ้ ป็นไปตามเจตนารมณข์ องพระราชบัญญตั ินี้
๔. เพื่อให้หน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิได้รับเงินค่าใช้จ่ายที่จ�ำเป็นต่อการ
จัดบริการสุขภาพปฐมภูมิตามมาตรา ๑๙ วรรคหน่ึง (๑) (๒) (๓) และ (๔) ส�ำนักงบประมาณ ควรสนับสนุนเงิน
งบประมาณในสว่ นของกระทรวงสาธารณสขุ เพมิ่ เตมิ โดยปรบั วงเงนิ งบประมาณจากกรอบเดมิ ใหเ้ หมาะสม เนอ่ื งจาก
เปน็ ภารกิจท่ีไดร้ บั เพม่ิ ขน้ึ จากพระราชบญั ญตั ินี้
ในการนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คร้ังที่ ๙/๒๕๖๒ เป็นพิเศษ
เม่อื วนั ท่ี ๗ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๒ เหน็ ดว้ ยกับขอ้ สังเกตดงั กล่าวและส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาตอ่ ไป
กระทรวงสาธารณสขุ 63
บทที่ ๔
สาระส�ำคัญของพระราชบญั ญตั ริ ะบบสขุ ภาพ
ปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒ และอนบุ ญั ญัตทิ เ่ี กย่ี วขอ้ ง
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายว่าด้วยระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
66 กระทรวงสาธารณสุข
บทที่ ๔
สาระส�ำคัญของพระราชบญั ญัติระบบสขุ ภาพ
ปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒ และอนบุ ัญญัตทิ ่ีเกยี่ วข้อง
ส�ำหรับเนือ้ หาในบทนี้ เป็นการอธิบายสาระส�ำคัญของพระราชบัญญตั ิระบบสุขภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒
โดยเป็นการสรุปเนื้อหาของกฎหมายดังกล่าวจ�ำแนกเป็นหัวข้อหรือหมวดหมู่ เพื่อให้เห็นภาพรวมของแต่ละเรื่อง
และขั้นตอนของการจัดระบบสุขภาพปฐมภูมิได้ชัดเจนและเช่ือมโยงสัมพันธ์กัน ท้ังนี้ กรณีท่ีบทบัญญัติมาตรา
ในเรื่องใดมีการออกอนุบัญญัติแล้ว ผู้เขียนได้อธิบายให้ครอบคลุมไปถึงเน้ือหาของอนุบัญญัติท่ีเกี่ยวข้องรวมท้ัง
ใหข้ อ้ สงั เกตในการแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ อนบุ ญั ญตั นิ น้ั ดว้ ย สว่ นกรณใี ดทยี่ งั ไมม่ กี ารออกอนบุ ญั ญตั ิ ณ ขณะน้ี ผเู้ ขยี นไดก้ ลา่ ว
ถึงแนวทางการออกอนุบัญญัติไว้ เพื่อในอนาคต คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ กระทรวงสาธารณสุข
และผเู้ กยี่ วขอ้ ง จะน�ำไปใชพ้ จิ ารณาในการจดั ท�ำอนบุ ญั ญตั เิ รอื่ งนน้ั ๆ ตอ่ ไป ส�ำหรบั ตวั บทกฎหมาย ผเู้ ขยี นไดร้ ะบหุ วั ขอ้
เพอ่ื ใหง้ า่ ยตอ่ การท�ำความเขา้ ใจและจดจ�ำ และหากผอู้ า่ นทา่ นใดสนใจศกึ ษาประกาศหรอื อนบุ ญั ญตั ฉิ บบั ใดทอ่ี อกตาม
พระราชบญั ญตั ริ ะบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒ ยอ่ มสามารถสบื คน้ จากเวบ็ ไซตส์ �ำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
หรือเวบ็ ไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ตามสมควร
๔.๑ เหตุผลในการตราพระราชบัญญตั ริ ะบบสุขภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒
พระราชบญั ญตั ริ ะบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒ มเี หตผุ ลหรอื เจตนารมณใ์ นการตรากฎหมาย ดงั ทปี่ รากฏ
ในหมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติ ความว่า “โดยที่มาตรา ๔๗ วรรคหน่ึง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บญั ญัตใิ หบ้ คุ คลย่อมมสี ทิ ธิไดร้ ับบรกิ ารสาธารณสขุ ของรฐั และมาตรา ๕๕ บัญญัตใิ ห้รฐั ตอ้ งด�ำเนินการให้ประชาชน
ได้รับบรกิ ารสาธารณสุขท่มี ีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรพู้ นื้ ฐานเกี่ยวกบั การส่งเสรมิ สุข
ภาพและการป้องกนั โรค โดยบรกิ ารสาธารณสุขดังกลา่ วตอ้ งครอบคลุมการสง่ เสริมสุขภาพ การควบคุมและป้องกนั
โรค การรกั ษาพยาบาล และการฟน้ื ฟสู ขุ ภาพ รวมทง้ั รฐั ตอ้ งพฒั นาการบรกิ ารสาธารณสขุ ใหม้ คี ณุ ภาพและมมี าตรฐาน
สงู ขึน้ อยา่ งต่อเนอื่ ง ประกอบกับมาตรา ๒๕๘ ช. ดา้ นอน่ื ๆ (๕) บญั ญัติใหด้ ำ� เนนิ การปฏริ ูปประเทศโดยให้มรี ะบบ
การแพทย์ปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม ดังน้ัน สมควรมีกฎหมาย
เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว โดยการจัดระบบสุขภาพปฐมภูมิซ่ึงมีคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ
ท�ำหน้าท่ีเป็นองค์กรก�ำกับดูแลท่ีด�ำเนินการด้วยการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ภาคเอกชน และภาคประชาชน ท้ังน้ี เพ่ือให้การบริหารจัดการระบบสุขภาพปฐมภูมิมีประสิทธิภาพท่ัวประเทศ
และใหป้ ระชาชนชาวไทยมสี ทิ ธไิ ดร้ บั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ทิ เี่ ปน็ ธรรม มคี ณุ ภาพ และมมี าตรฐาน จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งตรา
พระราชบญั ญตั นิ ”้ี ซงึ่ เหตผุ ลดงั กลา่ วนย้ี อ่ มเปน็ เครอื่ งมอื ชว่ ยชชี้ ดั และแสดงใหเ้ หน็ ถงึ เจตนารมณข์ องพระราชบญั ญตั นิ ้ี
ที่มุ่งหมายให้ประชาชนชาวไทยได้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิท่ีเป็นธรรม มีคุณภาพ และมีมาตรฐาน ภายใต้กลไก
การบรหิ ารจดั การระบบสขุ ภาพปฐมภมู ทิ มี่ ปี ระสทิ ธภิ าพตามทกี่ ฎหมายก�ำหนดนนั่ เอง และเนอ่ื งจากเหตผุ ลในการตรา
กระทรวงสาธารณสขุ 67
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ค�ำ อธิบายกฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
พระราชบญั ญตั นิ ้ี สว่ นหนงึ่ เพอื่ ใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรา ๔๗ วรรคหนง่ึ ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย ซงึ่ บญั ญตั ิ
ให้บุคคลยอ่ มมีสิทธไิ ดร้ ับบริการสาธารณสขุ ของรัฐ อันเป็นบทบญั ญตั ิซ่งึ อย่ใู นหมวด ๓ สทิ ธิและเสรภี าพของปวงชน
ชาวไทย ดังนั้น ผู้มีสิทธิได้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิจึงหมายถึงเฉพาะบุคคลสัญชาติไทยเท่าน้ัน ไม่ครอบคลุมไปถึง
บุคคลสัญชาติอ่ืนท่ีพ�ำนักอยู่หรือเข้ามาในประเทศไทยด้วย ท้ังน้ี ตามแนวทางความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา
เรอ่ื งเสร็จท่ี ๑๔๔๙/๒๕๕๖ และ ๒๒๔/๒๕๕๕
อย่างไรก็ดี แม้ว่าแนวความคิดส่วนใหญ่ในการยกร่างพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒
จะได้รับอิทธิพลมาจากระบบสุขภาพปฐมภูมิของประเทศอังกฤษและแคนาดาก็ตาม แต่ยังมีข้อแตกต่างกัน
หลายประการ โดยเฉพาะการที่พระราชบัญญัติดังกล่าวไม่มีบทบัญญัติใดก�ำหนดให้ผู้รับบริการต้องเข้ารับบริการ
ในหน่วยบริการปฐมภูมิของพ้ืนท่ีนั้น ๆ โดยตรงก่อน และจะเข้ารับบริการยังหน่วยบริการอื่นในระดับที่สูงข้ึน
โดยไมม่ ีการสง่ ต่อไม่ได้ ทงั้ น้ี เพราะโครงสร้างระบบสขุ ภาพปฐมภมู ขิ องประเทศไทยในระยะเร่ิมแรกมีความแตกตา่ ง
จากอังกฤษและแคนาดาอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นจ�ำนวนแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว จ�ำนวนของหน่วยบริการปฐมภูมิ
และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล จึงสมควรให้มีการพัฒนาบริการสุขภาพปฐมภูมิให้ประชาชนมีความพึงพอใจ
ในการรับบริการเสียก่อน และหากพิจารณาตามมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซ่ึงบัญญัติให้
การตรากฎหมายท่ีมีผลเป็นการจ�ำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
ในกรณีท่ีรัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติเง่ือนไขไว้ กฎหมายดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่เพิ่มภาระหรือจ�ำกัดสิทธิ
หรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และจะกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลมิได้ กรณีจึงอาจมี
ข้อโต้แย้งว่าการด�ำเนินการดังกล่าวเป็นการจ�ำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุหรือไม่ เนื่องจาก
ผรู้ บั บรกิ ารซงึ่ เปน็ ผปู้ ว่ ยยอ่ มมสี ทิ ธใิ นการก�ำหนดตนเอง (the right to self-determination) และเปน็ ทน่ี า่ ประหลาดใจ
ว่าระบบสุขภาพปฐมภมู ิในอังกฤษและแคนาดาไมม่ ขี อ้ โตแ้ ยง้ ลักษณะน้ี
๔.๒ ขอบเขตการใช้บังคบั กฎหมาย
ในเรอื่ งขอบเขตการใชบ้ งั คับกฎหมายนั้น ศกึ ษาได้จากมาตรา ๑ ถงึ มาตรา ๔ ดงั นี้
พระราชบญั ญตั ิ
ระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
พ.ศ. ๒๕๖๒
สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู คำ� ปรารภ
ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒
เป็นปที ี่ ๔ ในรัชกาลปจั จบุ ัน
สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู
มพี ระราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ระกาศวา่
โดยทเ่ี ปน็ การสมควรมกี ฎหมาย วา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพ
ปฐมภูมิ
68 กระทรวงสาธารณสขุ
พระราชบญั ญตั นิ ม้ี บี ทบญั ญตั บิ างประการเกย่ี วกบั บทจ�ำกัดสิทธิและเสรภี าพ
การจ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ เหตผุ ลและความจ�ำเป็นในการจ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพ
ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๗
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระท�ำ ชอ่ื กฎหมาย
ได้โดยอาศัยอ�ำนาจตามบทบัญญตั แิ ห่งกฎหมาย วันใชบ้ ังคับ
เหตุผลและความจ�ำเป็นในการจ�ำกัดสิทธิและ บทนิยาม
เสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อก�ำหนด
กลไกการจัดระบบสุขภาพปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์
ครอบครัวและคณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิดูแล
ประชาชนในสดั สว่ นทเ่ี หมาะสม รวมทงั้ ก�ำหนดหลกั เกณฑ์
การด�ำเนินการเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพ
ปฐมภูมิที่มีประสิทธิภาพ มีความเป็นธรรม มีคุณภาพ
และมีมาตรฐาน ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้อง
กับเง่ือนไขท่ีบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจกั รไทยแล้ว
จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญตั ิ
ขึ้นไว้โดยค�ำแนะน�ำและยินยอมของสภานิติบัญญัติ
แห่งชาติท�ำหนา้ ทีร่ ฐั สภา ดังตอ่ ไปน้ี
มาตรา ๑ พ ระราชบญั ญตั นิ เ้ีรยี กวา่ “พระราชบญั ญตั ิ
ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ีให้ใช้บังคับเมื่อพ้น
ก�ำหนดเกา้ สบิ วนั นบั แตว่ นั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
เปน็ ต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบญั ญตั นิ ้ี
“บริการสุขภาพ ปฐมภูมิ” หมายความว่า บรกิ าร
ทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มุ่งหมายดูแลสุขภาพ
ของบุคคลในเขตพ้ืนที่รับผิดชอบในลักษณะองค์รวม
ต้ังแต่แรก ต่อเน่ืองและผสมผสาน ครอบคลุมท้ัง
การส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมโรค การป้องกันโรค
การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟู
สุขภาพ โดยหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่าย
หน่วยบริการปฐมภูมิที่ประกอบด้วยแพทย์เวชศาสตร์
ครอบครัวและคณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ รวมท้ัง
เชือ่ มโยงกบั ครอบครัว ชมุ ชน และบรกิ ารทางการแพทย์
และสาธารณสขุ ระดับทุตยิ ภูมแิ ละตตยิ ภมู ิ
กระทรวงสาธารณสขุ 69
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายวา่ ด้วยระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
“ระบบสุขภาพปฐมภูมิ” หมายความว่า กลไก
และกระบวนการในการประสานความร่วมมือเพ่ือจัด
บริการสขุ ภาพปฐมภูมิ โดยการมีส่วนรว่ มระหว่างภาครฐั
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาค
ประชาชน รวมทงั้ การสง่ ตอ่ ผ้รู บั บริการและการเช่อื มโยง
ข้อมูลระหว่างหน่วยบริการท้ังระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ
และตตยิ ภูมิ
“หน่วยบริการ” หมายความวา่
(๑) สถานพยาบาลที่ด�ำเนินการโดยกระทรวง
ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ
สถาบันการศึกษาของรัฐ หน่วยงานอ่ืนของรัฐ และ
สภากาชาดไทย
(๒) สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถาน
พยาบาล
(๓) หนว่ ยบรกิ ารตามกฎหมายวา่ ดว้ ยหลกั ประกนั
สขุ ภาพแห่งชาติ
(๔) หนว่ ยบรกิ ารอน่ื ตามทคี่ ณะกรรมการประกาศ
ก�ำหนด
“หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ”ิ หมายความวา่ หนว่ ยบรกิ าร
ที่ได้ข้ึนทะเบียนเพ่ือให้บริการสุขภาพปฐมภูมิตาม
พระราชบัญญัตินี้
“เครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ” หมายความว่า
หน่วยบริการปฐมภูมิหรือหน่วยบริการที่รวมตัวกันและ
ข้ึนทะเบียนเป็นเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิเพ่ือให้
บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ติ ามพระราชบัญญตั ิน้ี
“แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว” หมายความว่า
แพทย์ท่ีได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรเพื่อแสดง
ความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
สาขาเวชศาสตรค์ รอบครัว
“ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ”
หมายความว่า ผู้ประกอบโรคศิลปะ ผู้ประกอบวิชาชีพ
เวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ผู้ประกอบ
วชิ าชพี การพยาบาลและการผดงุ ครรภ์ ผปู้ ระกอบวชิ าชพี
ทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบ
วิชาชีพกายภาพบ�ำบัด ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิค
70 กระทรวงสาธารณสุข
การแพทย์ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้รักษาการตามกฎหมาย
ผปู้ ระกอบวชิ าชพี การแพทยแ์ ผนไทยประยกุ ต์ ผปู้ ระกอบ
วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน หรือผู้ประกอบวิชาชีพ
ทางการแพทย์และสาธารณสุขอ่ืนตามกฎหมายว่าด้วย
การน้ัน และให้หมายความรวมถึงบุคคลตามมาตรา ๓๑
แหง่ พระราชบัญญัติการประกอบโรคศลิ ปะ พ.ศ. ๒๕๔๒
“คณะผใู้ หบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ”ิ หมายความวา่
ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขซึ่ง
ปฏิบัติงานร่วมกันกับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวในการ
ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ และให้หมายความรวมถึงผู้ซ่ึง
ผา่ นการฝกึ อบรมดา้ นสขุ ภาพปฐมภมู เิ พอ่ื เปน็ ผสู้ นบั สนนุ
การปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและ
ผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าว ทั้งน้ี ตามท่ีคณะกรรมการ
ประกาศก�ำหนด
“คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการ
ระบบสุขภาพปฐมภูมิ
“ส�ำนักงาน” หมายความว่า ส�ำนักงานปลัด
กระทรวงสาธารณสขุ
“พนกั งานเจา้ หนา้ ท”ี่ หมายความวา่ ผซู้ ง่ึ รฐั มนตรี
แต่งต้ังโดยค�ำแนะน�ำของคณะกรรมการให้ปฏิบัติการ
ตามพระราชบัญญัตินี้
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการ
ตามพระราชบัญญัตนิ ี้
มาตรา ๔ ใหร้ ฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ
รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอ�ำนาจแต่งต้ัง
พนักงานเจ้าหน้าท่ี กับออกประกาศเพื่อปฏิบัติการ
ตามพระราชบัญญัตนิ ้ี
ประกาศน้ัน เมอื่ ไดป้ ระกาศในราชกจิ จานุเบกษา
แลว้ ใหใ้ ช้บงั คับได้
กระทรวงสาธารณสุข 71
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายวา่ ด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ
๔.๒.๑ ขอ้ พิจารณาคำ� ปรารภของกฎหมาย
ก่อนที่จะกล่าวถงึ ขอบเขตการใช้บงั คับพระราชบญั ญัตริ ะบบสขุ ภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ สมควรทีเ่ ราจะ
ศึกษารูปแบบของกฎหมายในส่วนที่เป็นค�ำปรารภ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระราชอ�ำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์
ในการประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติโดยค�ำแนะน�ำและยินยอมขององค์กรฝ่ายนิติบัญญัติตามกระบวนการที่
รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทยบญั ญตั ไิ ว้ และการทคี่ �ำปรารภใชค้ วามวา่ “โดยทเ่ี ปน็ การสมควรมกี ฎหมายวา่ ดว้ ย
ระบบสุขภาพปฐมภูมิ” จึงเป็นการแสดงให้เห็นวา่ พระราชบญั ญัตริ ะบบสขุ ภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ เปน็ กฎหมาย
ซงึ่ บญั ญตั ขิ น้ึ ใหมแ่ ละไมเ่ คยมกี ารใชบ้ งั คบั มากอ่ น ทงั้ นี้ ค�ำปรารภยงั แสดงใหท้ ราบดว้ ยวา่ พระราชบญั ญตั นิ มี้ บี ทบญั ญตั ิ
บางประการเกี่ยวกับการจ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามมาตราใดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๔๐
ในการนี้ เมื่อพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงต้องระบุไว้ในบทจ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพให้ชัดเจนด้วยว่าพระราชบัญญัติน้ีมีบทบัญญัติ
บางประการเก่ียวกับการจ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ (เงื่อนไขการตรากฎหมาย) ประกอบกับ
มาตรา ๓๒ (การน�ำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์) มาตรา ๓๓ (เสรีภาพในเคหสถาน) และมาตรา ๓๗
(สิทธิในทรัพย์สิน) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระท�ำได้โดยอาศัยอ�ำนาจตามบทบัญญัติ
แห่งกฎหมาย
อย่างไรก็ดี เน่ืองจากมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้ต้องระบุเหตุผล
ความจ�ำเป็นในการจ�ำกดั สทิ ธแิ ละเสรีภาพไว้ด้วย คณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะพิเศษ) ในเร่อื งเสรจ็ ที่ ๔๗๙/๒๕๖๐
ซึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการกฤษฎีกา ๑๔ คณะ จึงได้วางแบบการร่างกฎหมายที่มีผลเป็นการจ�ำกัดสิทธิ
หรือเสรีภาพของบคุ คลเพือ่ ให้เปน็ ไปตามแนวทางเดยี วกนั และสอดคลอ้ งกับมาตรา ๒๖ ดังกลา่ ว โดยใหค้ งหลักการ
เดียวกับการอ้างบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยท่ีให้อ�ำนาจในการตรากฎหมายท่ีมีผลเป็นการ
จ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพในเรื่องนั้นไว้เป็นวรรคสองของค�ำปรารภ ท�ำนองเดียวกับพระราชบัญญัติท่ีตราข้ึนในช่วงที่
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ และพุทธศักราช ๒๕๕๐ ใช้บังคบั รวมทงั้ เพม่ิ ความข้นึ เปน็
วรรคสามของค�ำปรารภ เพือ่ ระบเุ หตผุ ลความจ�ำเปน็ ในการจ�ำกดั สทิ ธิและเสรีภาพไว้ ซึ่งตอ่ มาคณะรฐั มนตรีไดม้ มี ติ
เม่ือวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๐ เห็นชอบแนวทางดังกล่าวตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ)
และใหห้ นว่ ยงานของรฐั ถอื ปฏบิ ตั ติ อ่ ไป ๔๑ ทงั้ นี้ พระราชบญั ญตั ริ ะบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒ มเี หตผุ ลความจ�ำเปน็
ในการจ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพ กล่าวคือ “เหตุผลและความจ�ำเป็นในการจ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ตามพระราชบัญญัติน้ี เพื่อก�ำหนดกลไกการจัดระบบสุขภาพปฐมภูมิท่ีมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและคณะ
ผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม รวมทั้งก�ำหนดหลักเกณฑ์การด�ำเนินการเพื่อให้
ประชาชนได้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิที่มีประสิทธิภาพ มีความเป็นธรรม มีคุณภาพ และมีมาตรฐาน ซ่ึงการตรา
พระราชบญั ญตั นิ ้สี อดคลอ้ งกบั เง่อื นไขท่ีบัญญตั ิไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทยแล้ว”
๔๐ ส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, คู่มอื แบบการร่างกฎหมาย, กรงุ เทพมหานคร: ส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา,
๒๕๕๑, น. ๖๗.
๔๑ หนังสอื ส�ำนกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ดว่ นท่สี ดุ ที่ นร ๐๕๐๓/ว ๑๗๑.๒ ลงวันท่ี ๑๒ เมษายน ๒๕๖๐ เรอ่ื ง แนวทาง
ในการจัดท�ำรา่ งกฎหมายใหเ้ ปน็ ไปตามรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย (มาตรา ๒๖ และมาตรา ๘๑ ประกอบกบั มาตรา ๒๖๓).
72 กระทรวงสาธารณสุข
๔.๒.๒ วันใช้บงั คับ
พระราชบญั ญตั ริ ะบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ฉบบั กฤษฎกี า เลม่ ๑๓๖
ตอนท่ี ๕๖ ก วนั ที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒ โดยมาตรา ๒ แหง่ พระราชบัญญัติดงั กลา่ วก�ำหนดให้ใช้บงั คับเม่ือพน้ ก�ำหนด
เก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป จึงท�ำให้พระราชบัญญัติฉบับนี้เร่ิมใช้บังคับเมื่อวันท่ี
๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ท้ังน้ี การที่กฎหมายก�ำหนดระยะเวลาวันใช้บังคับให้ทอดยาวออกไปเก้าสิบวันนับแต่
วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาน้ัน เพื่อให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องมีเวลาเตรียมการจัดระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ
และยกรา่ งอนุบัญญัตทิ ีต่ อ้ งด�ำเนินการตามพระราชบัญญตั ิดังกลา่ ว
๔.๒.๓ บทนิยาม
โดยท่ีบทนิยามของกฎหมายเป็นการก�ำหนดความหมายท่ีแน่นอนของถ้อยค�ำท่ีปรากฏอยู่ในกฎหมายน้ัน
เพอื่ ใหผ้ ใู้ ชก้ ฎหมายเขา้ ใจความหมายของถอ้ ยค�ำดงั กลา่ วสอดคลอ้ งตรงกนั ดงั นน้ั พระราชบญั ญตั ริ ะบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
พ.ศ. ๒๕๖๒ จงึ ได้บัญญตั นิ ยิ ามเพื่อก�ำหนดขอบเขตของบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิและเพื่อใหส้ อดคล้องกับสาระส�ำคัญ
ทเ่ี ปน็ การจดั บรกิ ารทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ โดยแพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั และคณะผใู้ หบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ
ซ่งึ จะท�ำให้การศึกษาและท�ำความเข้าใจตัวบทกฎหมายเปน็ ไปอยา่ งชัดเจน โดยมีนิยามที่ส�ำคญั ไดแ้ ก่
๔.๒.๓.๑ นิยามค�ำว่า “บริการสขุ ภาพปฐมภมู ”ิ
นิยามค�ำน้กี ฎหมายก�ำหนดให้หมายความว่า บรกิ ารทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุขที่ม่งุ หมายดูแลสุขภาพ
ของบุคคลในเขตพ้ืนท่ีรับผิดชอบในลักษณะองค์รวม ต้ังแต่แรก ต่อเนื่อง และผสมผสาน ครอบคลุมทั้งการส่งเสริม
สขุ ภาพ การควบคมุ โรค การป้องกันโรค การตรวจวนิ ิจฉยั โรค การรักษาพยาบาล และการฟ้นื ฟสู ขุ ภาพ โดยหนว่ ย
บริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิท่ีประกอบด้วยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและคณะผู้ให้บริการ
สุขภาพปฐมภูมิ รวมท้ังเชื่อมโยงกับครอบครัว ชุมชน และบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับทุติยภูมิ
และตติยภมู ิ
จากนยิ ามทกี่ ฎหมายก�ำหนดขา้ งตน้ อาจจ�ำแนกองคป์ ระกอบของบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ไิ ด้ ๔ องคป์ ระกอบ
ดังน้ี
องคป์ ระกอบท่ี ๑ เปน็ บรกิ ารทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ทม่ี งุ่ หมายดแู ลสขุ ภาพของบคุ คลในเขตพน้ื ท่ี
รับผดิ ชอบ
องคป์ ระกอบที่ ๒ บรกิ ารทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ดงั กลา่ วตอ้ งเปน็ ไปในลกั ษณะองคร์ วม ตงั้ แตแ่ รก
ต่อเน่ือง และผสมผสาน ครอบคลุมท้ังการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมโรค การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัยโรค
การรักษาพยาบาล และการฟืน้ ฟสู ขุ ภาพ
องค์ประกอบท่ี ๓ บรกิ ารทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ดงั กลา่ วตอ้ งเชอื่ มโยงกบั ครอบครวั ชมุ ชนและบรกิ าร
ทางการแพทย์และสาธารณสุขระดบั ทุตยิ ภูมิและตติยภูมิ
องคป์ ระกอบท่ี ๔ หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู หิ รอื เครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ทิ ป่ี ระกอบดว้ ยแพทยเ์ วชศาสตร์
ครอบครัวและคณะผูใ้ ห้บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ ท�ำหน้าทีใ่ หบ้ รกิ ารสุขภาพปฐมภมู ิ
กระทรวงสาธารณสขุ 73
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสขุ
คำ�อธิบายกฎหมายวา่ ด้วยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
๔.๒.๓.๒ นยิ ามคำ� วา่ “ระบบสุขภาพปฐมภูม”ิ
นิยามค�ำน้ีกฎหมายก�ำหนดให้หมายความว่า กลไกและกระบวนการในการประสานความร่วมมือเพื่อจัด
บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ โดยการมสี ว่ นรว่ มระหวา่ งภาครฐั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ภาคเอกชน และภาคประชาชน
รวมทัง้ การส่งตอ่ ผรู้ บั บริการและการเชือ่ มโยงข้อมูลระหวา่ งหน่วยบริการทั้งระดบั ปฐมภมู ิ ทตุ ยิ ภูมิ และตติยภูมิ
จากนยิ ามตามทก่ี ฎหมายก�ำหนด เหน็ ไดว้ า่ ระบบสขุ ภาพปฐมภมู จิ ะเกดิ ขน้ึ ไดต้ อ้ งมกี ลไกและกระบวนการ
ที่มีประสทิ ธภิ าพเพอ่ื จดั บริการสุขภาพปฐมภูมิ ทั้งนี้ ภายใต้การมสี ่วนรว่ มจากทกุ ภาคส่วนไมว่ า่ จะเปน็ คณะรัฐมนตรี
คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร กรมบญั ชกี ลาง ส�ำนกั งานประกนั สงั คม ส�ำนกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ องคก์ รปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน ภาคเอกชน และภาคประชาชน เปน็ ต้น และทีส่ �ำคัญ คอื ระบบสขุ ภาพปฐมภมู จิ ะเป็นระบบที่สมบรู ณ์
ไมไ่ ดเ้ ลยหากขาดการสง่ ตอ่ ผรู้ บั บรกิ ารและการเชอื่ มโยงขอ้ มลู ระหวา่ งสถานพยาบาลหรอื หนว่ ยบรกิ ารตามกฎหมาย
ทั้งระดบั ปฐมภมู ิ ทุตยิ ภมู ิ และตตยิ ภมู ิ
๔.๒.๓.๓ นิยามคำ� วา่ “แพทยเ์ วชศาสตร์ครอบครวั ”
นิยามค�ำน้ีกฎหมายก�ำหนดให้หมายความว่า แพทย์ท่ีได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรเพ่ือแสดงความรู้
ความช�ำนาญในการประกอบวชิ าชีพเวชกรรมสาขาเวชศาสตรค์ รอบครวั
โดยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ที่ต้องอาศัยความรู้อย่างเป็นองค์รวม
ซง่ึ ครอบคลมุ ทกุ มติ ขิ องการดแู ลสขุ ภาพทง้ั ในระดบั บคุ คล ครอบครวั และชมุ ชน รว่ มกบั ความสามารถในการท�ำหตั ถการ
ท่ีพบบ่อยในบริการสุขภาพปฐมภูมิ ทั้งน้ี เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยด้านการรักษา ส่งเสริม ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพ
ท่ีหน่วยบริการปฐมภมู ิ โรงพยาบาล หรอื ทบ่ี ้านของผปู้ ่วย ได้อย่างเหมาะสม โดยเปน็ การดูแลทกุ กลุ่มวัยตงั้ แต่เกดิ
จนตาย นอกจากนี้ แพทยส์ าขาเวชศาสตร์ครอบครัวยงั ควรมีความสามารถดา้ นอ่นื ๆ ทสี่ �ำคญั ไดแ้ ก่ ความสามารถ
ในการเรียนร้อู ยา่ งต่อเนื่อง ความสามารถดา้ นการวิจยั เพอ่ื สรา้ งองค์ความรู้ การสื่อสาร และปฏสิ มั พนั ธ์ การท�ำงาน
เป็นทีม การบริหารจัดการ ความรู้ความเข้าใจในระบบสุขภาพ ตลอดจนกระบวนการคุณภาพและความปลอดภัย
เพ่ือให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวยังต้องมีความรับผิดชอบ มีจริยธรรม ทัศนคติ
และเจตคตทิ ดี่ ีต่อผู้ป่วย ผรู้ ่วมงาน และองค์กร เพ่ือกอ่ ใหเ้ กิดประโยชน์สงู สดุ ตอ่ การบรกิ ารทางเวชศาสตรค์ รอบครวั
โดยการด�ำเนินการเพ่ือให้แพทย์มีความรู้ความช�ำนาญดังกล่าวเป็นบทบาทหน้าท่ีของราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์
ครอบครวั แหง่ ประเทศไทย ดูแลรับผิดชอบหลักสตู รและจดั การฝึกอบรม
๔.๒.๓.๔ นิยามค�ำว่า “คณะผใู้ หบ้ ริการสุขภาพปฐมภูมิ”
นยิ ามค�ำนก้ี ฎหมายก�ำหนดใหห้ มายความวา่ ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ซงึ่ ปฏบิ ตั งิ าน
รว่ มกนั กบั แพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั ในการใหบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ และใหห้ มายความรวมถงึ ผซู้ ง่ึ ผา่ นการฝกึ อบรม
ดา้ นสขุ ภาพปฐมภมู เิ พอ่ื เปน็ ผสู้ นบั สนนุ การปฏบิ ตั หิ นา้ ทขี่ องแพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั และผปู้ ระกอบวชิ าชพี ดงั กลา่ ว
ท้ังนี้ ตามที่คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภมู ปิ ระกาศก�ำหนด
74 กระทรวงสาธารณสขุ
จากนยิ ามดงั กลา่ ว เหน็ ไดว้ า่ ผใู้ หบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ติ ามทกี่ ฎหมายก�ำหนด ประกอบดว้ ย แพทยเ์ วชศาสตร์
ครอบครวั และคณะผใู้ หบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ ซงึ่ คณะผใู้ หบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ทิ ปี่ ฏบิ ตั งิ านรว่ มกบั แพทยเ์ วชศาสตร์
ครอบครัวนั้น ไดแ้ ก่ ผูป้ ระกอบวิชาชพี ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ และผูซ้ ่งึ ผ่านการฝึกอบรมดา้ นสุขภาพปฐมภมู ิ
เพื่อเป็นผู้สนบั สนนุ การปฏิบัตหิ น้าทข่ี องแพทยเ์ วชศาสตร์ครอบครวั และผู้ประกอบวชิ าชพี ดงั กลา่ ว
ภาพท่ี ๔ ความสมั พันธ์ของแพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั กบั คณะผ้ใู หบ้ รกิ ารสุขภาพปฐมภูมิ
ในการให้บริการสขุ ภาพปฐมภูมิ
แพทยเ์ วชศาสตร์ บรกิ าร ผู้ประกอบวิชาชีพ
ครอบครวั สขุ ภาพปฐมภมู ิ คณะผู้ให้บริการ ทางการแพทย์และสาธารณสุข
สุขภาพปฐมภมู ิ ผซู้ งึ่ ผ่านการฝกึ อบรม
ดา้ นสุขภาพปฐมภูมิ
โดย“ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ” ตามพระราชบญั ญตั ริ ะบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒
หมายความวา่ ผูป้ ระกอบโรคศลิ ปะ ผ้ปู ระกอบวชิ าชพี เวชกรรม ผปู้ ระกอบวชิ าชพี การพยาบาล ผปู้ ระกอบวิชาชพี
การพยาบาลและการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพ
กายภาพบ�ำบดั ผปู้ ระกอบวชิ าชพี เทคนคิ การแพทย์ ผปู้ ระกอบวชิ าชพี การแพทยแ์ ผนไทย ผปู้ ระกอบวชิ าชพี การแพทย์
แผนไทยประยุกต์ ผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสขุ ชมุ ชน หรือผูป้ ระกอบวิชาชีพทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุขอน่ื
ตามกฎหมายว่าด้วยการน้ัน และให้หมายความรวมถึงบุคคลตามมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบ
โรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒
จากนิยามค�ำว่าผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขตามท่ีกฎหมายก�ำหนดไว้น้ี จะเห็นได้ว่า
นอกจากแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวซ่ึงท�ำหน้าท่ีเป็นหลักในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิแล้ว กฎหมายยังประสงค์
ใหม้ สี ว่ นรว่ มจากผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ทหี่ ลากหลายในลกั ษณะองคร์ วมและผสมผสานดว้ ย
ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ (สาขากิจกรรมบ�ำบัด สาขาการแก้ไขความผิดปกติของการส่ือความหมาย
สาขาเทคโนโลยหี วั ใจและทรวงอก สาขารังสีเทคนิค สาขาจติ วิทยาคลินกิ สาขากายอุปกรณ์ สาขาการแพทย์แผนจนี
สาขาการก�ำหนดอาหาร สาขาฉกุ เฉนิ การแพทย์ และสาขาอนื่ ตามทก่ี �ำหนดโดยพระราชกฤษฎกี า) ผปู้ ระกอบวชิ าชพี
เวชกรรม (แพทยอ์ น่ื ซง่ึ ในทนี่ ไี้ มร่ วมถงึ แพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั ) ผปู้ ระกอบวชิ าชพี การพยาบาล ผปู้ ระกอบวชิ าชพี
การพยาบาลและการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพ
กายภาพบ�ำบัด ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพ
การแพทย์แผนไทยประยุกต์ ผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน หรือผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และ
สาธารณสุขอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นซึ่งอาจมีได้ในอนาคต และให้หมายความรวมถึงบุคคลตามมาตรา ๓๑
แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ (ทัศนมาตรศาสตร์ ศาสตร์ไคโรแพรคติก ศาสตร์ฟิสิกส์
การแพทย์ และบคุ คลซง่ึ ประกอบวชิ าชพี โดยอาศยั ศาสตรห์ รอื ความรจู้ ากตา่ งประเทศตามทร่ี ฐั มนตรวี า่ การกระทรวง
สาธารณสขุ ประกาศก�ำหนด)
กระทรวงสาธารณสขุ 75
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข
คำ�อธบิ ายกฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสุขภาพปฐมภูมิ
นอกจากนนั้ เม่ือบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภูมิ คือ บรกิ ารทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ทม่ี ่งุ หมายดูแลสุขภาพ
ของบุคคลในเขตพ้ืนท่ีรับผิดชอบในลักษณะองค์รวม ต้ังแต่แรก ต่อเนื่อง และผสมผสาน ครอบคลุมท้ังการส่งเสริม
สขุ ภาพ การควบคมุ โรค การป้องกนั โรค การตรวจวนิ ิจฉยั โรค การรกั ษาพยาบาล และการฟนื้ ฟูสขุ ภาพ จึงจ�ำเป็น
ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของบุคคลอื่นนอกจากแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์
และสาธารณสขุ ซง่ึ มจี �ำนวนจ�ำกดั ทงั้ น้ี เพอื่ ใหบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู เิ ขา้ ถงึ ประชาชนในพน้ื ทไี่ ดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
มากที่สุด กฎหมายจึงก�ำหนดให้ผู้ซึ่งผ่านการฝึกอบรมด้านสุขภาพปฐมภูมิเข้ามาเป็นส่วนหน่ึงของคณะผู้ให้บริการ
สุขภาพปฐมภูมิด้วย เพ่ือเป็นผู้สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและผู้ประกอบวิชาชีพ
ดงั กล่าว ในการน้ีคณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิไดอ้ าศยั อ�ำนาจตามความในบทนิยามค�ำวา่ “คณะผ้ใู หบ้ ริการ
สุขภาพปฐมภูม”ิ ในมาตรา ๓ และมาตรา ๑๐ วรรคหนึง่ (๙) แห่งพระราชบญั ญตั ริ ะบบสุขภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒
ออก “ประกาศคณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ เรอื่ ง ก�ำหนดผู้ซงึ่ ผา่ นการฝกึ อบรมดา้ นสขุ ภาพปฐมภมู ิเพ่ือเป็น
ผู้สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๖๓” ๔๒ ก�ำหนดใหบ้ คุ คลซง่ึ ผา่ นการฝกึ อบรมหลกั สตู รดา้ นสขุ ภาพหลกั สตู รใดหลกั สตู รหนง่ึ ตามทา้ ยประกาศ
ดงั กลา่ ว ได้แก่
หลกั สูตร (อสม.) ฝกึ อบรมมาตรฐานอาสาสมคั รสาธารณสุข ปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐
หลักสตู รฝกึ อบรมหลกั สตู รอาสาสมัครสาธารณสขุ เรอื นจ�ำ (อสรจ.) ปพี ุทธศักราช ๒๕๖๓
หลักสตู รการยกระดบั อสม. เปน็ อสม. หมอประจ�ำบ้าน
หลกั สตู รการฝกึ อบรมผู้ดแู ลผ้สู งู อายุหลักสูตร ๗๐ ชวั่ โมง
การอบรมผดู้ แู ลผู้สูงอายุหลกั สูตร ๔๒๐ ชว่ั โมง
หลกั สูตรอาสาสมัครบริบาลท้องถิน่ หลักสตู ร ๑๒๐ ชวั่ โมง หรอื
หลกั สูตรการอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร
เป็นผู้ซึ่งผ่านการฝึกอบรมด้านสุขภาพปฐมภูมิเพ่ือเป็นผู้สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว
และผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒
ทัง้ น้ี บคุ คลซึง่ ผา่ นการฝึกอบรมหลกั สตู รดังกลา่ วแล้วต้องผา่ นการฝกึ อบรมระยะสั้นด้านสุขภาพปฐมภมู ทิ ี่ส�ำนักงาน
ปลัดกระทรวงสาธารณสุขประกาศก�ำหนดดว้ ย
๔.๒.๔ ผู้รักษาการตามกฎหมาย
มาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
สาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีอ�ำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกประกาศเพื่อปฏิบัติการ
ตามพระราชบัญญตั นิ ี้ และประกาศนั้น เมือ่ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว้ ใหใ้ ชบ้ ังคบั ได้ นอกจากนั้น รัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมายย่อมมีหน้าที่ท่ีส�ำคัญในการสั่งการและควบคุมให้มี
การปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมท้ังรับผิดชอบต่อรัฐสภาในการถูกตรวจสอบท้ังจากการต้ังกระทู้ถาม
หรอื การอภปิ รายทวั่ ไป ทงั้ นี้ ตามแนวทางความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎกี า เรอ่ื งเสรจ็ ท่ี ๓๖๙/๒๕๕๑ และ ๑๓๘/๒๔๙๗
๔๒ ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เลม่ ๑๓๘ ตอนพเิ ศษ ๕ ง วันท่ี ๖ มกราคม ๒๕๖๔.
76 กระทรวงสาธารณสุข
ในการนี้ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ ไดอ้ าศยั อ�ำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนง่ึ ออก “ประกาศ
กระทรวงสาธารณสุข เร่ือง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพ่ือปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ
พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๓” ๔๓ แต่งตง้ั ข้าราชการและพนักงานราชการในราชการบริหารสว่ นกลางสงั กดั กระทรวง
สาธารณสุข ราชการบริหารส่วนภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร เป็นพนักงานเจ้าหน้าท่ีเพ่ือปฏิบัติการตาม
พระราชบญั ญตั ิระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังน้ี
๑) ให้ข้าราชการและพนักงานราชการในราชการบริหารส่วนกลางสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งด�ำรง
ต�ำแหนง่ ดงั ต่อไปน้ี เป็นพนกั งานเจ้าหนา้ ท่ีเพือ่ ปฏบิ ตั ิการตามพระราชบญั ญัตริ ะบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒
(๑) ปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
(๒) รองปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
(๓) อธบิ ดกี รมสนับสนนุ บริการสขุ ภาพ
(๔) รองอธิบดีกรมสนบั สนุนบริการสุขภาพ
(๕) ผตู้ รวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ
(๖) สาธารณสุขนเิ ทศก์
(๗) ผู้ชว่ ยปลดั กระทรวงสาธารณสุข
(๘) ผอู้ �ำนวยการกองกฎหมาย ส�ำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
(๙) นติ กิ ร ส�ำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
(๑๐) นติ กิ ร กรมสนบั สนุนบริการสุขภาพ
(๑๑) ขา้ ราชการและพนกั งานราชการ ส�ำนกั สนบั สนนุ ระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ ส�ำนกั งานปลดั กระทรวง
สาธารณสขุ
๒) ให้ข้าราชการและพนักงานราชการในราชการบริหารส่วนภูมิภาค ซ่ึงด�ำรงต�ำแหน่งดังต่อไปน้ี
เป็นพนักงานเจ้าหน้าท่ีเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ เฉพาะในเขตท้องท่ี
ทตี่ นมหี น้าท่ีและอ�ำนาจดูแลและรบั ผิดชอบในการปฏิบตั ิราชการ
(๑) ผวู้ ่าราชการจงั หวัด
(๒) รองผูว้ า่ ราชการจังหวัด
(๓) ปลัดจงั หวัด
(๔) นายแพทย์สาธารณสขุ จงั หวดั
(๕) นายแพทย์เช่ยี วชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน)
(๖) นายอ�ำเภอ
(๗) ปลดั อ�ำเภอ
(๘) สาธารณสุขอ�ำเภอ
(๙) หัวหนา้ กลุ่มงานคุม้ ครองผ้บู ริโภคและเภสชั สาธารณสุข ส�ำนกั งานสาธารณสขุ จังหวัด
๔๓ ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๗๕ ง วนั ท่ี ๒๔ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
กระทรวงสาธารณสขุ 77
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
คำ�อธบิ ายกฎหมายว่าด้วยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
(๑๐) หัวหนา้ กลมุ่ งานทีร่ บั ผิดชอบงานด้านระบบสุขภาพปฐมภมู ิ ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวดั
(๑๑) เภสชั กร นกั วชิ าการสาธารณสขุ เจา้ พนกั งานเภสชั กรรม เจา้ พนกั งานสาธารณสขุ กลมุ่ งานคมุ้ ครอง
ผู้บรโิ ภคและเภสชั สาธารณสขุ ส�ำนกั งานสาธารณสุขจงั หวัด
(๑๒) พยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการสาธารณสุข เจ้าพนักงานสาธารณสุข กลุ่มงานท่ีรับผิดชอบงาน
ด้านระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ ส�ำนักงานสาธารณสุขจงั หวัด
(๑๓) พยาบาลวิชาชพี นกั วชิ าการสาธารณสขุ เจ้าพนักงานสาธารณสุข ส�ำนกั งานสาธารณสขุ อ�ำเภอ
(๑๔) นิตกิ ร ส�ำนกั งานสาธารณสุขจังหวดั
(๑๕) นติ ิกร กระทรวงมหาดไทย
๓) ใหข้ า้ ราชการและพนกั งานราชการในสงั กดั กรงุ เทพมหานคร ซง่ึ ด�ำรงต�ำแหนง่ ดงั ตอ่ ไปนี้ เปน็ พนกั งาน
เจ้าหน้าท่ีเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ เฉพาะในเขตท้องท่ีท่ีตนมีหน้าท่ี
และอ�ำนาจดูแลและรับผดิ ชอบในการปฏิบัตริ าชการ
(๑) ปลัดกรุงเทพมหานคร
(๒) รองปลดั กรุงเทพมหานคร ท่สี ่งั ราชการส�ำนักอนามยั และส�ำนกั การแพทย์
(๓) ผอู้ �ำนวยการส�ำนักการแพทย์
(๔) ผอู้ �ำนวยการส�ำนกั อนามยั
(๕) รองผูอ้ �ำนวยการส�ำนักอนามัย
(๖) ผู้อ�ำนวยการเขต
(๗) ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานกฎหมายและคดสี �ำนักปลดั กรุงเทพมหานคร
(๘) ผอู้ �ำนวยการส�ำนกั งานพฒั นาระบบบรกิ ารทางแพทย์ ส�ำนักการแพทย์
(๙) ผู้อ�ำนวยการส�ำนกั งานพัฒนาระบบสาธารณสุข ส�ำนกั อนามยั
(๑๐) ผู้อ�ำนวยการกองสรา้ งเสรมิ สุขภาพ ส�ำนกั อนามยั
(๑๑) ผู้อ�ำนวยการกองควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ส�ำนักอนามยั
(๑๒) ผอู้ �ำนวยการกองควบคุมโรคเอดส์ วณั โรค และโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พันธ์ ส�ำนกั อนามัย
(๑๓) ผอู้ �ำนวยการกองทันตสาธารณสุข ส�ำนกั อนามยั
(๑๔) ผอู้ �ำนวยการกองเภสชั กรรม ส�ำนักอนามยั
(๑๕) ผอู้ �ำนวยการกองการพยาบาลสาธารณสขุ ส�ำนักอนามยั
(๑๖) ผ้อู �ำนวยการศูนย์บริการสาธารณสขุ
(๑๗) หวั หน้าฝ่ายฝา่ ยพฒั นาชุมชนและสวสั ดกิ ารสังคม ส�ำนักงานเขต
(๑๘) หัวหน้าฝา่ ยสขุ าภบิ าลและสง่ิ แวดล้อม ส�ำนกั งานเขต
(๑๙) หวั หนา้ ฝา่ ยเทศกิจ ส�ำนกั งานเขต
(๒๐) หวั หนา้ กลุ่มหลักประกันสุขภาพ ส�ำนักงานพัฒนาระบบสาธารณสขุ ส�ำนกั อนามัย
(๒๑) หวั หน้ากลมุ่ งานบริการสขุ ภาพ ศูนย์บริการสาธารณสุข ส�ำนักอนามัย
78 กระทรวงสาธารณสุข
(๒๒) หัวหนา้ กล่มุ งานการพยาบาลและการบริหารทวั่ ไป ศูนยบ์ รกิ ารสาธารณสขุ ส�ำนกั อนามยั
(๒๓) ทนั ตแพทย์ ส�ำนักอนามัย
(๒๔) เภสัชกร ส�ำนักอนามยั
(๒๕) นักวชิ าการสาธารณสขุ ส�ำนกั อนามัย
(๒๖) นิตกิ ร กรงุ เทพมหานคร
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมีข้อสังเกตว่า เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมมีผลกระทบ
กระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลไม่มากก็น้อย กรณีจึงควรแต่งต้ังให้เฉพาะข้าราชการเท่าน้ันเป็นพนักงาน
เจา้ หนา้ ทเี่ พอ่ื เปน็ ผใู้ ชอ้ �ำนาจตามกฎหมายจะเปน็ การเหมาะสมมากกวา่ เนอ่ื งจากขา้ ราชการมคี วามรบั ผดิ ชอบตามที่
กฎหมายระดับพระราชบัญญตั กิ �ำหนดไวอ้ ย่างชัดเจน
๔.๓ คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ
พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้มี “คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ”
เพื่อเป็นองค์กรก�ำกับดูแลเชิงนโยบายควบคู่ไปกับการก�ำหนดหลักเกณฑ์การให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ โดยสามารถ
ศกึ ษารายละเอียดไดจ้ ากบทบญั ญัติหมวด ๑ คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภมู ิ มาตรา ๕ ถึงมาตรา ๑๔ ดังนี้
หมวด ๑ องค์ประกอบคณะกรรมการ
คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหน่ึง เรียกว่า
“คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ” ประกอบด้วย
(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
เปน็ ประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยต�ำแหนง่ ได้แก่ ปลดั กระทรวง
กลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวง
สาธารณสุข เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
อธิบดีกรมบัญชีกลาง เลขาธิการส�ำนักงานประกันสังคม
และเลขาธกิ ารส�ำนกั งานหลกั ประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ
(๓) กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้บริหาร
องค์การบริหารส่วนจังหวัด จ�ำนวนหน่ึงคน ผู้บริหาร
เทศบาล จ�ำนวนหนึ่งคน ผู้บริหารองค์การบริหารส่วน
ต�ำบล จ�ำนวนหนง่ึ คน และผบู้ รหิ ารองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ ง
ถิน่ อืน่ ท่ีมกี ฎหมายจดั ต้ัง จ�ำนวนหนง่ึ คน โดยให้ผูบ้ ริหาร
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ แตล่ ะประเภทคดั เลอื กกนั เอง
กระทรวงสาธารณสขุ 79
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสขุ
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
(๔) กรรมการซง่ึ รฐั มนตรแี ตง่ ตงั้ จากผอู้ �ำนวยการ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบลท่ีเป็นหน่วยบริการ
ปฐมภูมิ จ�ำนวนหน่ึงคน ผู้บริหารหน่วยบริการปฐมภูมิ
ทส่ี งั กดั กระทรวงสาธารณสขุ จ�ำนวนหนง่ึ คน และผบู้ รหิ าร
หน่วยบริการปฐมภูมิของรัฐท่ีไม่ได้สังกัดกระทรวง
สาธารณสุข จ�ำนวนหน่ึงคน โดยให้ผู้อ�ำนวยการหรือผู้
บรหิ ารหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู แิ ตล่ ะประเภทคดั เลอื กกนั เอง
(๕) กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากนายแพทย์
สาธารณสขุ จงั หวดั จ�ำนวนหนงึ่ คน และสาธารณสขุ อ�ำเภอ
จ�ำนวนหนึ่งคน โดยใหน้ ายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและ
สาธารณสุขอ�ำเภอ แล้วแต่กรณี คัดเลือกกนั เอง
(๖) กรรมการซง่ึ รฐั มนตรแี ตง่ ตง้ั จากผดู้ �ำเนนิ การ
ของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
ท่ีเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ จ�ำนวนหน่ึงคน และแต่งตั้ง
จากอาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจ�ำหมบู่ า้ น จ�ำนวนหนง่ึ คน
และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร จ�ำนวน
หน่ึงคน โดยให้ผู้ด�ำเนินการของสถานพยาบาลตาม
กฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุข
ประจ�ำหมบู่ า้ นและอาสาสมคั รสาธารณสขุ กรงุ เทพมหานคร
แลว้ แต่กรณี คดั เลือกกนั เอง
(๗) กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิจ�ำนวนสคี่ นซง่ึ รฐั มนตรี
แตง่ ตง้ั จากผมู้ คี วามรู้ ความเชย่ี วชาญ และมปี ระสบการณ์
เปน็ ทปี่ ระจกั ษใ์ นดา้ นการสาธารณสขุ และดา้ นการแพทย์
เวชศาสตร์ครอบครัว ด้านละหน่ึงคน และแต่งต้ังจาก
ผู้แทนองค์กรเอกชนซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่มิใช่เป็นการ
แสวงหาผลก�ำไรและด�ำเนินกิจกรรมท่ีเกี่ยวกับงาน
ดา้ นสขุ ภาพ โดยการคดั เลอื กกนั เองใหเ้ หลอื จ�ำนวนสองคน
ใหร้ องปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ซงึ่ ปลดั กระทรวง
สาธารณสุขมอบหมาย เป็นกรรมการและเลขานุการ
และให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแต่งต้ังข้าราชการ
ส�ำนักงานซ่ึงรับผิดชอบงานด้านระบบสุขภาพปฐมภูมิ
จ�ำนวนสองคน เป็นผู้ช่วยเลขานกุ าร
การคัดเลือกและการแต่งตั้งกรรมการตาม
วรรคหนึ่ง (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) ให้เป็นไปตาม
หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขทร่ี ฐั มนตรปี ระกาศก�ำหนด
80 กระทรวงสาธารณสขุ
มาตรา ๖ กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหน่ึง คณุ สมบตั ิและลักษณะตอ้ งหา้ มของกรรมการ
(๖) และ (๗) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม วาระการดำ� รงต�ำแหนง่
ดงั ต่อไปน้ี
(๑) มีสญั ชาติไทย
(๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคล
ลม้ ละลายทจุ รติ
(๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือน
ไร้ความสามารถ
(๔) ไม่เคยต้องค�ำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษ
จ�ำคุก เว้นแต่เป็นโทษส�ำหรับความผิดที่ได้กระท�ำโดย
ประมาทหรอื ความผดิ ลหโุ ทษ
(๕) ไม่เคยต้องค�ำพิพากษาหรือค�ำสั่งของศาล
อันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่�ำรวย
ผดิ ปกติหรอื มีทรพั ยส์ นิ เพิ่มขนึ้ ผดิ ปกติ
(๖) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรอื ใหอ้ อกจาก
ราชการ รฐั วิสาหกจิ หรอื หน่วยงานของรัฐ เพราะทจุ รติ
ตอ่ หนา้ ที่ ประพฤตชิ วั่ อยา่ งรา้ ยแรง หรอื ถอื วา่ กระท�ำการ
ทุจรติ และประพฤติมชิ อบในวงราชการ
(๗) ไม่เป็นกรรมการหรือผู้ด�ำรงต�ำแหน่งซ่ึงรับ
ผดิ ชอบการบรหิ ารพรรคการเมอื ง ทป่ี รกึ ษาพรรคการเมอื ง
หรือเจ้าหนา้ ที่พรรคการเมือง
ในกรณที เ่ี ปน็ กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหนงึ่ (๗)
ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเช่ียวชาญและ
มีประสบการณ์เป็นท่ีประจักษ์ในด้านการสาธารณสุข
หรือด้านการแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ตอ้ งไมเ่ ป็นผอู้ ยู่
ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต
เป็นผปู้ ระกอบวชิ าชีพนนั้ ๆ
มาตรา ๗ กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง (๓)
(๔) (๕) (๖) และ (๗) มวี าระการด�ำรงต�ำแหน่งคราวละ
สีป่ ีนับแต่วันทไี่ ด้รับการแตง่ ตัง้ ผู้ซ่งึ พน้ จากต�ำแหน่งแลว้
อาจไดร้ บั การแตง่ ตงั้ อกี ได้ แตจ่ ะด�ำรงต�ำแหน่งตดิ ตอ่ กนั
เกินสองวาระไมไ่ ด้
เมอ่ื ครบก�ำหนดตามวาระในวรรคหนง่ึ หากยงั มไิ ด้
แตง่ ตัง้ กรรมการขึน้ ใหม่ ใหก้ รรมการซ่ึงพน้ จากต�ำแหนง่
ตามวาระนั้นอยู่ในต�ำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าท่ีต่อไปก่อน
จนกวา่ กรรมการซ่งึ ไดร้ ับแตง่ ตัง้ ใหมเ่ ข้ารบั หนา้ ที่
กระทรวงสาธารณสขุ 81
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสขุ
คำ�อธิบายกฎหมายวา่ ด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ
ในกรณที กี่ รรมการตามวรรคหนง่ึ พน้ จากต�ำแหนง่ การพ้นจากต�ำแหน่งของกรรมการตามมาตรา ๕ วรรค
ก่อนวาระ ให้มีการคัดเลือกและแต่งต้ังกรรมการแทน หน่ึง (๓) (๔) และ (๕)
และใหผ้ ไู้ ดร้ บั แตง่ ตง้ั ใหด้ �ำรงต�ำแหนง่ แทนอยใู่ นต�ำแหนง่
เทา่ กบั วาระทเี่ หลอื อยขู่ องกรรมการซงึ่ ตนแทน เวน้ แตว่ าระ การพ้นจากต�ำแหน่งของกรรมการตามมาตรา ๕ วรรค
ของกรรมการนั้นเหลือไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่ด�ำเนินการ หนง่ึ (๖) และ (๗)
เพอื่ ใหม้ กี รรมการแทนกไ็ ด้ และในการนใ้ี หค้ ณะกรรมการ หนา้ ทีแ่ ละอำ� นาจของคณะกรรมการ
ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลอื อยู่
มาตรา ๘ นอกจากการพน้ จากต�ำแหนง่ ตามวาระ
กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหน่ึง (๓) (๔) และ (๕)
พน้ จากต�ำแหนง่ เมอื่
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะกรรมการมีมติไม่น้อยกว่าสองในสาม
ของจ�ำนวนกรรมการท้ังหมดเท่าท่ีมีอยู่ให้ออก เพราะ
บกพรอ่ งหรอื ไมส่ จุ รติ ตอ่ หนา้ ท่ี มคี วามประพฤตเิ สอื่ มเสยี
หรือหยอ่ นความสามารถ
(๔) พ้นจากการเป็นผู้บริหารองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน ผู้อ�ำนวยการหรือผู้บริหารหน่วยบริการ
ปฐมภูมิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หรือสาธารณสุข
อ�ำเภอ ในกรณที ไี่ ดร้ บั แตง่ ตงั้ ใหเ้ ปน็ กรรมการในฐานะนน้ั
มาตรา ๙ นอกจากการพน้ จากต�ำแหนง่ ตามวาระ
กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหน่ึง (๖) และ (๗) พจ้ าก
ต�ำแหน่งเม่ือเป็นกรณีตามมาตรา ๘ (๑) (๒) หรือ (๓)
ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖
หรือพ้นจากการเป็นผู้ด�ำเนินการของสถานพยาบาล
ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสถานพยาบาล อาสาสมคั รสาธารณสขุ
ประจ�ำหมบู่ า้ น หรอื อาสาสมคั รสาธารณสขุ กรงุ เทพมหานคร
ในกรณที ีไ่ ดร้ ับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการในฐานะนนั้
มาตรา ๑๐ คณะกรรมการมีหน้าท่ีและอ�ำนาจ
ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) เสนอนโยบาย ยทุ ธศาสตร์ และแผนเกยี่ วกบั
บริการสุขภาพปฐมภูมิและระบบสุขภาพปฐมภูมิต่อ
คณะรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณาให้ความเห็นชอบและให้
หน่วยงานทเ่ี ก่ียวข้องรับไปปฏบิ ตั ิ
82 กระทรวงสาธารณสุข
(๒) ก�ำกบั ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการด�ำเนนิ การ
ตามพระราชบัญญตั ิน้ี และนโยบายยทุ ธศาสตร์ และแผน
ตาม (๑) รวมทั้งก�ำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาและ
อปุ สรรคในการด�ำเนนิ การดงั กล่าว
(๓) เสนอแนวทางแกไ้ ขปรบั ปรงุ กฎหมายเกย่ี วกบั
บริการสขุ ภาพปฐมภูมหิ รอื ระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ และให้
ค�ำแนะน�ำตอ่ รฐั มนตรใี นการออกประกาศและการแตง่ ตง้ั
พนักงานเจ้าหน้าทเ่ี พอ่ื ปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี
(๔) ให้ค�ำแนะน�ำหรือให้ค�ำปรึกษาต่อรัฐมนตรี
หน่วยงานของรัฐ และพนักงานเจ้าหน้าท่ีในการปฏิบัติ
การตามพระราชบญั ญัติน้ี
(๕) เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้มีการ
ผลิตและพัฒนาแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและคณะ
ผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิให้เพียงพอกับการปฏิบัติการ
ตามพระราชบัญญัติน้ี รวมท้ังการวางแผนก�ำลังคน
และการพัฒนาระบบสารสนเทศส�ำหรับเชื่อมโยงข้อมูล
เกยี่ วกบั การบริหารจดั การระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
(๖) เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้มี
การก�ำหนดคา่ ตอบแทนส�ำหรบั แพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั
และคณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิให้เหมาะสมกับ
การปฏิบัติการตามพระราชบัญญตั ิน้ี
(๗) เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณาให้มีการ
ก�ำหนดมาตรการทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ อ่ การจดั ระบบสขุ ภาพ
ปฐมภูมิใหม้ ีคุณภาพและมีมาตรฐานสงู ข้ึนอย่างตอ่ เนือ่ ง
(๘) สง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนมศี กั ยภาพและมคี วามรู้
ในการจดั การสุขภาพของตนเองและครอบครวั
(๙) ออกประกาศตามทก่ี �ำหนดในพระราชบญั ญตั นิ ี้
(๑๐) ปฏิบัติการอ่ืนใดตามที่กฎหมายก�ำหนดให้
เป็นหน้าที่และอ�ำนาจของคณะกรรมการหรือตามท่ี
คณะรัฐมนตรีหรอื รฐั มนตรมี อบหมาย
ประกาศตามวรรคหนึ่ง (๙) เมื่อได้ประกาศใน
ราชกจิ จานุเบกษาแลว้ ใหใ้ ช้บังคับได้
กระทรวงสาธารณสขุ 83
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
คำ�อธิบายกฎหมายว่าดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
มาตรา ๑๑ การประชุมคณะกรรมการต้อง การประชุมคณะกรรมการ
มีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าก่ึงหน่ึงของจ�ำนวน
กรรมการทง้ั หมด จึงจะเปน็ องค์ประชมุ คณะอนกุ รรมการ
ในการประชมุ คณะกรรมการ ถา้ ประธานกรรมการ อ�ำนาจออกค�ำสงั่ เรียกบคุ คลมาชแ้ี จงข้อเทจ็ จรงิ
ไมม่ าประชมุ หรอื ไมอ่ าจปฏบิ ตั หิ นา้ ทไี่ ด้ ใหท้ ปี่ ระชมุ เลอื ก หนา้ ทแี่ ละอำ� นาจของสำ� นกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
กรรมการคนหนึง่ เปน็ ประธานในทป่ี ระชุม
การวนิ จิ ฉยั ชขี้ าดของทป่ี ระชมุ ใหถ้ อื เสยี งขา้ งมาก
กรรมการคนหนงึ่ ใหม้ เี สยี งหนงึ่ ในการลงคะแนน ถา้ คะแนน
เสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มข้ึนอีก
เสยี งหนงึ่ เป็นเสียงชีข้ าด
ใหม้ กี ารประชมุ คณะกรรมการอยา่ งนอ้ ยปลี ะสคี่ รง้ั
มาตรา ๑๒ คณะกรรมการจะแต่งต้ังคณะ
อนุกรรมการเพ่ือพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหน่ึง
อย่างใดตามทค่ี ณะกรรมการมอบหมายกไ็ ด้
การประชุมคณะอนุกรรมการ ให้น�ำความใน
มาตรา ๑๑ มาใช้บังคบั โดยอนโุ ลม
มาตรา ๑๓ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราช-
บญั ญตั นิ ี้ ใหค้ ณะกรรมการและคณะอนกุ รรมการมอี �ำนาจ
ออกค�ำส่ังเป็นหนังสือเรียกให้บุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง
หรือแสดงความคิดเห็น หรือให้ส่งค�ำช้ีแจง เอกสาร
ข้อมูล หรือหลักฐานที่เก่ียวข้องมาเพื่อใช้ประกอบ
การพิจารณาได้
มาตรา ๑๔ ให้ส�ำนักงานรับผิดชอบงานธุรการ
ของคณะกรรมการ และคณะอนกุ รรมการและใหม้ หี นา้ ท่ี
และอ�ำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) จดั ท�ำนโยบาย ยทุ ธศาสตร์ และแผนเกย่ี วกบั
บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู แิ ละระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ เสนอตอ่
คณะกรรมการ รวมทงั้ ด�ำเนนิ การตามนโยบาย ยทุ ธศาสตร์
และแผนดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องค�ำนึงถึงหลักการมีส่วนร่วม
ของประชาชนด้วย
(๒) ประสานงาน สนับสนุน และร่วมมือกับ
หน่วยบริการปฐมภูมิ เครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ
หน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างประเทศ และองค์กร
เอกชนท่ีเก่ียวข้องในการด�ำเนินการให้เป็นไปตาม
84 กระทรวงสาธารณสขุ
พระราชบญั ญัตินี้ รวมทั้งนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผน
ตามมาตรา ๑๐ วรรคหน่ึง (๑) และมาตรการตาม
มาตรา ๑๐ วรรคหน่งึ (๒)
(๓) เป็นศูนย์กลางฐานข้อมูลเก่ียวกับบริการ
สขุ ภาพปฐมภมู แิ ละระบบสขุ ภาพปฐมภมู แิ ละด�ำเนนิ การ
หรอื สนับสนนุ ใหม้ กี ารศึกษาวจิ ัยในเรื่องดงั กล่าว
(๔) จัดให้มีทะเบียนผู้รับบริการ หน่วยบริการ
ปฐมภมู ิ และเครอื ข่ายหนว่ ยบริการปฐมภูมิ
(๕) พัฒนาระบบสารสนเทศส�ำหรับเชื่อมโยง
ข้อมูลเก่ียวกับการบริหารจัดการระบบสุขภาพปฐมภูมิ
ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ
(๖) สง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนมศี กั ยภาพและมคี วามรู้
ในการจดั การสขุ ภาพของตนเองและครอบครวั
(๗) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิตแพทย์
เวชศาสตรค์ รอบครวั และคณะผใู้ หบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ
ให้เพียงพอกับการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ และจัดให้มี
การฝึกอบรมเพ่ือพัฒนาศักยภาพของแพทย์เวชศาสตร์
ครอบครวั และคณะผใู้ หบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ใิ หม้ คี ณุ ภาพ
และมีมาตรฐานสูงข้ึนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งด�ำเนินการ
เกยี่ วกับแผนก�ำลงั คน
เมอื่ พิจารณาบทบญั ญตั เิ กยี่ วกบั คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภมู ิตง้ั แต่มาตรา ๕ ถึงมาตรา ๑๔ แล้ว
อธบิ ายสาระส�ำคัญได้ ดงั นี้
๔.๓.๑ องค์ประกอบ
๑) จากมาตรา ๕ สามารถจ�ำแนกองคป์ ระกอบคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิได้ ดังน้ี
ประธานกรรมการ ได้แก่ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ
กรรมการโดยต�ำแหนง่ (ex officio) จากหน่วยงานท่ีเกย่ี วข้อง จ�ำนวนเจ็ดคน ไดแ้ ก่ ปลัดกระทรวง
กลาโหมปลดั กระทรวงมหาดไทยปลดั กระทรวงสาธารณสขุ เลขาธกิ ารคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา อธบิ ดกี รมบญั ชกี ลาง
เลขาธิการส�ำนกั งานประกนั สังคม และเลขาธกิ ารส�ำนักงานหลักประกันสขุ ภาพแห่งชาติ
กรรมการซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
จ�ำนวนส่ีคน โดยแบ่งเป็นผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัด จ�ำนวนหน่ึงคน ผู้บริหารเทศบาล จ�ำนวนหน่ึงคน
ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนต�ำบล จ�ำนวนหน่ึงคน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอื่นท่ีมีกฎหมายจัดต้ัง
จ�ำนวนหนง่ึ คน ท้งั นี้ ให้ผู้บรหิ ารองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ แต่ละประเภทคัดเลือกกนั เอง
กระทรวงสาธารณสุข 85
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข
คำ�อธิบายกฎหมายว่าด้วยระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
กรรมการซงึ่ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ แตง่ ตง้ั จากผอู้ �ำนวยการโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพ
ต�ำบลท่ีเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ จ�ำนวนหนึ่งคน ผู้บริหารหน่วยบริการปฐมภูมิท่ีสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
จ�ำนวนหน่ึงคน และผู้บริหารหน่วยบริการปฐมภูมิของรัฐท่ีไม่ได้สังกัดกระทรวงสาธารณสุข จ�ำนวนหน่ึงคน โดยให้
ผู้อ�ำนวยการหรอื ผบู้ รหิ ารหน่วยบรกิ ารปฐมภูมแิ ตล่ ะประเภทคดั เลอื กกันเอง
กรรมการซ่ึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด
จ�ำนวนหน่ึงคน และสาธารณสขุ อ�ำเภอ จ�ำนวนหนึ่งคน โดยใหน้ ายแพทย์สาธารณสุขจงั หวัดและสาธารณสุขอ�ำเภอ
แล้วแตก่ รณี คัดเลอื กกันเอง
กรรมการซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งจากผู้ด�ำเนินการของสถานพยาบาล
ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสถานพยาบาลทเ่ี ปน็ หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ จ�ำนวนหนง่ึ คน และแตง่ ตง้ั จากอาสาสมคั รสาธารณสขุ
ประจ�ำหมู่บ้าน จ�ำนวนหนึ่งคน และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร จ�ำนวนหน่ึงคน โดยให้ผู้ด�ำเนินการ
ของสถานพยาบาลตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสถานพยาบาล อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจ�ำหมบู่ า้ นและอาสาสมคั รสาธารณสขุ
กรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี คดั เลอื กกันเอง
กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ซิ งึ่ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ แตง่ ตง้ั จากผมู้ คี วามรคู้ วามเชย่ี วชาญ
และมีประสบการณ์เป็นท่ีประจักษ์ในด้านการสาธารณสุขและด้านการแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ด้านละหน่ึงคน
และแต่งต้ังจากผู้แทนองค์กรเอกชนซึ่งมีวัตถุประสงค์ท่ีมิใช่เป็นการแสวงหาผลก�ำไรและด�ำเนินกิจกรรมท่ีเกี่ยวกับ
งานดา้ นสขุ ภาพจ�ำนวนสองคน และ
กรรมการและเลขานุการ ซึ่งกฎหมายก�ำหนดให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขมอบหมายให้รองปลัด
กระทรวงสาธารณสขุ คนหน่ึงท�ำหน้าท่ดี ังกล่าว
๒) โดยทคี่ ณะกรรมการเปน็ องคก์ รกลมุ่ มอี งคป์ ระกอบจากบคุ คลหลายฝา่ ยซง่ึ มหี นา้ ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ
และมีความรู้ความเช่ียวชาญแตกตา่ งกนั มารว่ มกนั ปรึกษาหารือ แลกเปล่ยี นความคิดเห็นและประสบการณ์ เพ่ือให้
ได้ข้อยุติเป็นมติ ดังนั้น เม่ือกฎหมายบัญญัติองค์ประกอบของคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิไว้เช่นน้ีแล้ว
หากองคป์ ระกอบดงั กลา่ วไมค่ รบถว้ นตามทก่ี ฎหมายก�ำหนด กไ็ มอ่ าจถอื ไดว้ า่ เปน็ คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
และไม่อาจประชุมในฐานะคณะกรรมการดังกล่าว เว้นเสียแต่ว่าในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการนั้น
มกี รรมการบางประเภทวา่ งลง และมบี ทบญั ญตั ขิ องกฎหมายก�ำหนดใหค้ ณะกรรมการประกอบดว้ ยกรรมการทเี่ หลอื
อยใู่ นชว่ งเวลานนั้ คณะกรรมการจงึ ปฏบิ ตั หิ นา้ ทต่ี อ่ ไปไดใ้ นชว่ งเวลาดงั กลา่ ว ทง้ั นี้ ตามแนวทางความเหน็ คณะกรรมการ
กฤษฎีกา เร่อื งเสรจ็ ที่ ๘๗๗/๒๕๔๗ และ ๔๒๖/๒๕๓๑
๓) ส�ำหรบั กรรมการซึ่งเป็นกรรมการโดยต�ำแหน่งตามมาตรา ๕ วรรคหน่ึง (๑) และ (๒) นน้ั ถือว่า
เปน็ ผปู้ ระสานนโยบายของทางราชการเขา้ กบั การท�ำงานหรอื การตดั สนิ ใจของคณะกรรมการ กรรมการโดยต�ำแหนง่
จงึ ท�ำหนา้ ทเ่ี ปน็ ผสู้ อื่ สารนโยบายของทางราชการดว้ ย ๔๔ โดยการปฏบิ ตั หิ นา้ ทนี่ น้ั สามารถมอบอ�ำนาจใหผ้ ดู้ �ำรงต�ำแหนง่
๔๔ ธรรมนิตย์ สุมันตกุล, “แบบกฎหมายเก่ียวกับคณะกรรมการ”, <http://web.krisdika.go.th/activity Detail.
jsp?actType=I&actCode=38&head=4&item=n5>, สืบค้นเม่ือวันท่ี ๖ เมษายน ๒๕๖๕, นอกจากน้ี หากท่านผู้อ่านสนใจ
หลกั กฎหมายเกยี่ วกับการด�ำเนนิ งานในรปู แบบคณะกรรมการ โปรดดู ศภุ วัฒน์ สงิ หส์ ุวงษ์, “หลักทวั่ ไปในการด�ำเนนิ งานของคณะ
กรรมการท่ีมีอ�ำนาจพิจารณาทางปกครอง”, <http://web.krisdika.go.th/data/activity/act13800.pdf>.
86 กระทรวงสาธารณสุข
อน่ื ปฏบิ ตั ริ าชการแทนไดต้ ามทก่ี �ำหนดไวใ้ นกฎหมายวา่ ดว้ ยระเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ หรอื กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
และกรณีท่ีเป็นผู้รักษาราชการแทนซ่ึงมีหน้าท่ีและอ�ำนาจเช่นเดียวกับผู้ซ่ึงตนแทนโดยผลของกฎหมาย จึงไม่ต้อง
มีการแต่งต้ัง และเมื่อมีผู้ด�ำรงต�ำแหน่งหรือมาปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว การรักษาราชการแทนก็จะส้ินสุดลง ดังนั้น
ผรู้ กั ษาราชการแทนจงึ เขา้ รว่ มประชมุ ในฐานะกรรมการได้ ตามแนวทางค�ำพพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๓๗๐๘-๓๗๐๙/๒๕๖๑
และความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎีกา เร่อื งเสรจ็ ที่ ๖๖๕/๒๕๖๑ และ ๑๓๐/๒๕๓๙ นอกจากน้นั การทีม่ าตรา ๕
วรรคหนง่ึ (๒) ก�ำหนดใหเ้ ลขาธกิ ารคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษาเปน็ กรรมการโดยต�ำแหนง่ นนั้ โดยผลตามเจตนารมณ์
ของมาตรา ๓๕ แหง่ พระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงการอดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม
พ.ศ. ๒๕๖๒ ซงึ่ บัญญัติให้โอนบรรดากจิ การ ทรัพย์สนิ สิทธิ หน้าที่ หน้ี ภาระผูกพัน เงินงบประมาณ ข้าราชการ
พนกั งานราชการ ลกู จ้าง และอตั ราก�ำลงั ของส�ำนกั งานคณะกรรมการการอุดมศกึ ษาซง่ึ เปน็ ส่วนราชการในกระทรวง
การอดุ มศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรมตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการปรบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม ไปเปน็ ของ
ส�ำนกั งานปลดั กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม ตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ และใหบ้ รรดาบทบญั ญตั ิ
แหง่ กฎหมายใดทใ่ี ชบ้ งั คบั อยใู่ นวนั กอ่ นวนั ทพี่ ระราชบญั ญตั นิ ใี้ ชบ้ งั คบั อา้ งถงึ “เลขาธกิ ารคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา”
ใหถ้ อื วา่ อา้ งถงึ “ปลดั กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม” ดงั นนั้ ปลดั กระทรวงการอดุ มศกึ ษา
วทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวัตกรรม จงึ เปน็ กรรมการโดยต�ำแหนง่ แทนเลขาธกิ ารคณะกรรมการการอุดมศึกษา
๔) อย่างไรก็ดี กรณขี องกรรมการที่มาจากการคดั เลือกกันเองตามมาตรา ๕ วรรคหนึง่ (๓) ถึง (๖) นนั้
แม้ว่าโดยคุณสมบัติเบ้ืองต้นของผู้ซ่ึงจะเป็นกรรมการประเภทนี้ต้องด�ำรงต�ำแหน่งตามที่กฎหมายก�ำหนดก็ตาม
แตใ่ นการคดั เลอื กระหวา่ งกนั เองนยี้ อ่ มเปน็ การคดั เลอื กใหเ้ ขา้ ด�ำรงต�ำแหนง่ กรรมการโดยอาศยั การไดร้ บั ความไวว้ างใจ
หรือความรู้ความสามารถเป็นการเฉพาะตัว ดังน้ัน หากกรรมการท่ีมาจากการคัดเลือกกันเองดังกล่าวไม่สามารถ
เข้าประชุมได้ ก็ไม่อาจมอบให้ผู้อ่ืนเข้าประชุมแทนในฐานะกรรมการและไม่อาจนับรวมเป็นองค์ประชุม หากมีการ
มอบให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุมก็เป็นแต่ในฐานะผู้เข้าร่วมประชุมหรือผู้สังเกตการณ์ซึ่งไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ
และไมม่ สี ทิ ธไิ ดร้ บั เบย้ี ประชมุ กรรมการในการเขา้ รว่ มประชมุ นนั้ ทง้ั น้ี ตามแนวทางความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎกี า
เรือ่ งเสร็จท่ี ๗๕๒/๒๕๖๓, ๔๖๔/๒๕๔๖, และ ๑๓๕/๒๕๔๔
ส�ำหรบั กรรมการผทู้ รงคุณวุฒติ ามมาตรา ๕ วรรคหนึง่ (๗) นน้ั การทกี่ ฎหมายก�ำหนดให้แตง่ ตั้งจาก
ผู้มีความรู้ ความเช่ียวชาญ และมีประสบการณ์เป็นท่ีประจักษ์ในด้านการสาธารณสุขและด้านการแพทย์เวชศาสตร์
ครอบครัว ด้านละหนงึ่ คนเป็นกรรมการ ก็เพ่อื ให้ผูท้ รงคุณวุฒไิ ด้ใชค้ วามรู้ ความเชยี่ วชาญ และประสบการณท์ ตี่ นมี
ในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการตามที่กฎหมายก�ำหนดไว้ การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจึงต้องพิจารณาคุณสมบัติ
เฉพาะตัวของผ้นู ั้น และเมอื่ ได้รับการแตง่ ตงั้ เป็นกรรมการแล้ว ผู้ทรงคณุ วฒุ ดิ ังกล่าวจึงตอ้ งปฏิบัตหิ นา้ ท่ดี ้วยตนเอง
ไม่อาจมอบหมายให้ผู้อื่นกระท�ำการแทนในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เว้นแต่กรณีที่มีกฎหมายบัญญัติยินยอมให้
กระท�ำการเชน่ น้ันได ้ ดังน้ัน กรณีกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิตามมาตรา ๕ วรรคหนงึ่ (๗) น้ี จึงตอ้ งเขา้ ประชุมด้วยตนเอง
ไมอ่ าจมอบให้ผอู้ ่นื เข้าประชุมแทนในฐานะกรรมการเช่นเดยี วกับกรณกี รรมการตามมาตรา ๕ วรรคหนึง่ (๓) ถงึ (๖)
ตามแนวทางความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎกี า เรอ่ื งเสรจ็ ที่ ๒๑/๒๕๖๕ และ ๓๔๖/๒๕๒๔
กระทรวงสาธารณสขุ 87
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
คำ�อธบิ ายกฎหมายวา่ ด้วยระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
๕) ส่วนการคดั เลือกและแต่งต้งั กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหน่งึ (๓) ถงึ (๗) น้ัน มาตรา ๕ วรรคสอง
บัญญตั ใิ หก้ ารคดั เลอื กและการแต่งต้งั กรรมการดงั กลา่ วเป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไขทร่ี ัฐมนตรวี า่ การ
กระทรวงสาธารณสขุ ประกาศก�ำหนด ซง่ึ ตอ่ มารฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ ไดอ้ อกประกาศก�ำหนดหลกั เกณฑ์
วธิ ีการ และเง่อื นไข เพอื่ คดั เลือกและแตง่ ตงั้ กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหน่ึง (๓) ถงึ (๗) เสร็จส้ินแล้ว โดยประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๒๕๙ ง เมื่อวนั ที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๒ ไดแ้ ก่
“ ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เร่ือง การคดั เลือกและการแต่งตง้ั กรรมการตามมาตรา ๕ (๓)
แห่งพระราชบัญญัติระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ ๔๕
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง การคัดเลอื กและการแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๕ (๔)
แหง่ พระราชบญั ญตั ริ ะบบสุขภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒
ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอื่ ง การคัดเลอื กและการแตง่ ตั้งกรรมการตามมาตรา ๕ (๕)
แหง่ พระราชบญั ญตั ิระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรือ่ ง การคัดเลือกและการแต่งต้ังกรรมการตามมาตรา ๕ (๖)
แห่งพระราชบญั ญตั ริ ะบบสขุ ภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒
ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอ่ื ง การคดั เลอื กและการแตง่ ตงั้ กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ดิ า้ นการ
สาธารณสุขและด้านการแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวตามมาตรา ๕ (๗) แห่งพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ
พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง การคัดเลือกและการแต่งต้ังกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก
ผู้แทนองค์กรเอกชนซ่ึงมีวัตถุประสงค์ท่ีมิใช่เป็นการแสวงหาผลก�ำไรและด�ำเนินกิจกรรมที่เก่ียวกับงานด้านสุขภาพ
ตามมาตรา ๕ (๗) แหง่ พระราชบัญญัตริ ะบบสขุ ภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒”
โดยผ้เู ขยี นมีข้อสังเกตหากกระทรวงสาธารณสุขจะแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ ประกาศดังกลา่ วในอนาคต กลา่ วคอื
ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขแบ่งเขตสุขภาพตามเขตตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข
จ�ำนวน ๑๓ เขต จึงสมควรให้มีการคัดเลือกกรรมการโดยผ่านการคัดเลือกจากระดับจังหวัดและระดับเขตสุขภาพ
ตามล�ำดับ เพื่อกล่ันกรองจ�ำนวนของผู้มีสิทธิรับการคัดเลือกในเบื้องต้นเสียก่อน เช่น กรณีการคัดเลือกกันเองของ
ผู้บริหารเทศบาล สาธารณสุขอ�ำเภอ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำหมู่บ้าน แต่ในส่วนกรรมการท่ีมาจาก
การคดั เลอื กกนั เองของผบู้ รหิ ารองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั และนายแพทยส์ าธารณสขุ จงั หวดั นน้ั เพอื่ เปน็ การประหยดั
งบประมาณและระยะเวลา สมควรให้มีการคัดเลือกกันคร้ังเดียวที่ส่วนกลาง โดยไม่ต้องผ่านการคัดเลือกจาก
เขตสขุ ภาพกอ่ น
๔๕ กรณีน้ีไม่ใช่การพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ซ้�ำกัน ขอให้ท่านผู้อ่านเข้าใจตรงกันว่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่แรกนั้นเป็นปี พ.ศ.
ซง่ึ มกี ารตราพระราชบญั ญตั ริ ะบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ สว่ น พ.ศ. ๒๕๖๒ ทรี่ ะบตุ อ่ มานน้ั เปน็ ปี พ.ศ. ซง่ึ มกี ารประกาศใชป้ ระกาศดงั กลา่ ว.
88 กระทรวงสาธารณสุข
๔.๓.๒ คณุ สมบัติและลกั ษณะต้องหา้ ม
๑) มาตรา ๖ ได้บัญญัติคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหน่ึง (๖)
และ (๗) ว่าต้องมคี ุณสมบัติและไมม่ ีลักษณะต้องห้าม ดังนี้
(๑) มีสญั ชาตไิ ทย
(๒) ไม่เปน็ บุคคลลม้ ละลายหรอื เคยเปน็ บคุ คลล้มละลายทจุ ริต
(๓) ไมเ่ ปน็ คนไรค้ วามสามารถหรอื คนเสมอื นไรค้ วามสามารถ
(๔) ไม่เคยตอ้ งค�ำพพิ ากษาอันถงึ ท่ีสดุ ใหล้ งโทษจ�ำคุก เวน้ แตเ่ ป็นโทษส�ำหรบั ความผดิ ทไ่ี ดก้ ระท�ำ
โดยประมาทหรอื ความผดิ ลหโุ ทษ
(๕) ไมเ่ คยตอ้ งค�ำพพิ ากษาหรอื ค�ำสงั่ ของศาลอนั ถงึ ทสี่ ดุ ใหท้ รพั ยส์ นิ ตกเปน็ ของแผน่ ดนิ เพราะรำ่� รวย
ผิดปกติหรอื มที รพั ย์สนิ เพม่ิ ขึน้ ผดิ ปกติ
(๖) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ
เพราะทุจริตตอ่ หน้าที่ ประพฤติช่ัวอยา่ งร้ายแรง หรอื ถอื ว่ากระท�ำการทจุ ริตและประพฤติมชิ อบในวงราชการ
(๗) ไม่เป็นกรรมการหรือผู้ด�ำรงต�ำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษา
พรรคการเมอื ง หรือเจา้ หน้าที่พรรคการเมือง
ในกรณีท่ีเป็นกรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหน่งึ (๗) ซึง่ รฐั มนตรแี ตง่ ต้ังจากผู้มีความรู้ ความเชีย่ วชาญ
และมีประสบการณ์เป็นท่ีประจักษ์ในด้านการสาธารณสุข หรือด้านการแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ต้องไม่เป็นผู้
อยูร่ ะหวา่ งถูกพกั ใช้ใบอนุญาตหรือถกู เพกิ ถอนใบอนญุ าตเป็นผูป้ ระกอบวชิ าชพี นน้ั ๆ
กรณีจึงเป็นหน้าท่ีของผู้มีหน้าที่พิจารณาแต่งต้ังและส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในฐานะ
ฝา่ ยเลขานกุ ารทร่ี บั ผดิ ชอบงานธรุ การของคณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ ทต่ี อ้ งตรวจสอบคณุ สมบตั แิ ละลกั ษณะ
ต้องห้ามทั้งก่อนการด�ำรงต�ำแหน่งและในขณะการด�ำรงต�ำแหน่ง หากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่
กฎหมายก�ำหนดกไ็ มอ่ าจเปน็ กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหนงึ่ (๖) และ (๗) และกรณที ข่ี าดคณุ สมบตั หิ รอื มลี กั ษณะ
ต้องห้ามตามกฎหมายในขณะด�ำรงต�ำแหน่งย่อมต้องพ้นจากต�ำแหนง่
๒) บทบัญญัติว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหน่ึง (๖)
และ (๗) น้ี เป็นบทบัญญัติที่ก�ำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคล เพ่ือป้องกันมิให้บุคคลที่ขาดความ
น่าเช่ือถือบางประการเข้ามาด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ และเน่ืองจากบทบัญญัติดังกล่าวเป็น
บทจ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล จึงต้องตีความโดยเคร่งครัด นอกจากน้ัน การขาดคุณสมบัติหรือไม่มีลักษณะ
ต้องห้ามไม่ใช่ต้องมีอยู่ในขณะก่อนการแต่งตั้งเท่าน้ัน แต่ต้องไม่ขาดคุณสมบัติหรือไม่มีลักษณะต้องห้ามตลอดระยะ
เวลาที่ด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการดังกล่าวด้วย และแม้จะมีกรณีท่ีได้รับการล้างมลทินตามกฎหมายก็ถือว่าผู้นั้น
ไม่เคยถกู ลงโทษในฐานความผิดน้ันมาก่อน แตก่ ารได้รับประโยชนจ์ ากการล้างมลทนิ ดงั กลา่ วไม่มผี ลเป็นการลบลา้ ง
การกระท�ำความผิด หรือกรณีได้รับพระราชทานอภัยโทษที่เป็นการให้อภัยแก่ผู้ซ่ึงก�ำลังรับโทษอยู่ให้ได้รับยกเว้น
ไม่ต้องถูกลงโทษต่อไป อันเป็นการลดโทษมิใช่การลบล้างความผิด ทั้งน้ี ตามแนวทางค�ำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่
๒๔/๒๕๖๔
กระทรวงสาธารณสุข 89
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสขุ
ค�ำ อธิบายกฎหมายว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ
๓) แมว้ ่าได้อุทธรณ์ค�ำสง่ั พทิ กั ษ์ทรพั ย์เดด็ ขาดและอยรู่ ะหวา่ งการพิจารณาอทุ ธรณ์กต็ าม แตเ่ มื่อศาล
ลม้ ละลายกลางมคี �ำพพิ ากษาใหเ้ ปน็ บคุ คลลม้ ละลายแลว้ ยอ่ มถอื วา่ เปน็ ผมู้ ลี กั ษณะตอ้ งหา้ มในการเปน็ กรรมการและ
พน้ จากต�ำแหนง่ นบั แตว่ นั ทศ่ี าลลม้ ละลายกลางมคี �ำพพิ ากษา ทง้ั น้ี ตามแนวทางค�ำพพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๗๖๓/๒๕๒๗
(ประชมุ ใหญ่) และความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎีกา เร่ืองเสร็จที่ ๑๑๖/๒๕๔๘
๔) กรณีท่ีกฎหมายไม่ได้ก�ำหนดว่าเม่ือมีการออกจากต�ำแหน่งภายหลังจากสมาชิกภาพสิ้นสุดลง
จะเกดิ ผลอยา่ งไร จงึ ตอ้ งอาศยั บทบญั ญตั ทิ ใ่ี กลเ้ คยี งมาอนโุ ลมใช้ กลา่ วคอื เปน็ ไปตามมาตรา ๑๙ แหง่ พระราชบญั ญตั ิ
วธิ ปี ฏิบตั ิราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซ่งึ ก�ำหนดว่าถา้ ปรากฏภายหลงั วา่ กรรมการในคณะกรรมการที่มอี �ำนาจ
พิจารณาทางปกครองใดขาดคณุ สมบัตหิ รือมีลกั ษณะต้องหา้ มหรือการแตง่ ต้ังไม่ชอบดว้ ยกฎหมาย อันเป็นเหตุให้
ผู้นั้นต้องพ้นจากต�ำแหน่ง การพ้นจากต�ำแหน่งเช่นว่านี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดท่ีผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามหน้าท่ี
และอ�ำนาจ ตามแนวทางความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎีกา เร่อื งเสร็จที่ ๑๑๖/๒๕๔๘ แต่หากมบี ทบัญญตั ิก�ำหนด
ไว้เฉพาะก็ต้องด�ำเนินการตามนั้น เช่น มาตรา ๙๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
บัญญัติว่า “การออกจากต�ำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาภายหลังวันที่สมาชิกภาพ
สนิ้ สดุ ลง หรอื วนั ทศ่ี าลรฐั ธรรมนญู มคี ำ� วนิ จิ ฉยั วา่ สมาชกิ ภาพของสมาชกิ คนใดคนหนงึ่ สนิ้ สดุ ลง ยอ่ มไมก่ ระทบกระเทอื น
กิจการท่ีสมาชิกผู้น้ันได้กระท�ำไปในหน้าท่ีสมาชิก รวมท้ังการได้รับเงินประจ�ำต�ำแหน่งหรือประโยชน์ตอบแทน
อย่างอื่นก่อนท่ีสมาชิกผู้นั้นออกจากต�ำแหน่ง หรือก่อนท่ีประธานแห่งสภาที่ผู้น้ันเป็นสมาชิกได้รับแจ้งค�ำวินิจฉัย
ของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วแต่กรณี เว้นแต่ในกรณีท่ีออกจากต�ำแหน่งเพราะเหตุที่ผู้นั้นได้รับเลือกตั้งหรือสรรหามา
โดยไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มา
ซง่ึ สมาชกิ วฒุ สิ ภา ใหค้ นื เงนิ ประจำ� ตำ� แหนง่ และประโยชนต์ อบแทนอยา่ งอนื่ ทผ่ี นู้ นั้ ไดร้ บั มาเนอ่ื งจากการดำ� รงตำ� แหนง่
ดังกล่าว” ท้ังน้ี ตามแนวค�ำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๗๐๐/๒๕๕๙
๔.๓.๓ วาระการดำ� รงต�ำแหน่งและการพน้ จากต�ำแหน่ง
๑) กรณกี รรมการโดยต�ำแหนง่ หากผู้นั้นไม่ไดด้ �ำรงต�ำแหน่งตามท่ีกฎหมายก�ำหนดใหเ้ ป็นกรรมการก็
ยอ่ มพน้ จากการเปน็ กรรมการอยแู่ ลว้ ดงั นน้ั บทบญั ญตั เิ กยี่ วกบั วาระการด�ำรงต�ำแหนง่ และการพน้ จากต�ำแหนง่ ตาม
มาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ จงึ ไม่น�ำมาใชบ้ งั คบั แกก่ รรมการโดยต�ำแหนง่ ส�ำหรับกรรมการซึ่งมาจากการได้
รบั ความไวว้ างใจหรือความรคู้ วามสามารถเป็นการเฉพาะตัวตามมาตรา ๕ วรรคหน่งึ (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) น้ัน
มาตรา ๗ ก�ำหนดไวช้ ดั เจนให้มีวาระการด�ำรงต�ำแหน่งคราวละส่ีปีนับแตว่ ันที่ไดร้ บั การแตง่ ตงั้ ผ้ซู ่งึ พ้นจากต�ำแหน่ง
แล้วอาจได้รับการแตง่ ตง้ั อีกได้ แตจ่ ะด�ำรงต�ำแหนง่ ติดตอ่ กันเกนิ สองวาระไมไ่ ด้ อันเป็นการแสดงใหเ้ ห็นเจตนารมณ์
ของกฎหมายทไี่ มป่ ระสงคจ์ ะใหก้ รรมการผหู้ นงึ่ ผใู้ ดอยใู่ นต�ำแหนง่ ในคณะกรรมการตามกฎหมายนน้ี านเกนิ ไป เพราะ
จะเปน็ การตดั โอกาสบคุ คลอนื่ ซง่ึ มคี วามสามารถทจ่ี ะผลดั เปลย่ี นกนั เขา้ มาเปน็ กรรมการเพอ่ื ใหค้ วามเหน็ ทหี่ ลากหลาย
โดยไมใ่ หเ้ กดิ การผกู ขาดในตวั บคุ คลใดบคุ คลหนงึ่ ดงั นน้ั หากเปน็ การด�ำรงต�ำแหนง่ กรรมการประเภทเดยี วกนั จงึ ตอ้ ง
หา้ มด�ำรงต�ำแหน่งตดิ ตอ่ กันเกนิ สองวาระ ตามแนวทางความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี า เร่ืองเสร็จที่ ๕๐๙/๒๕๕๔,
๓๘๗/๒๕๕๒, และ ๕๑๖/๒๕๔๓ ส่วนการด�ำรงต�ำแหนง่ กรรมการต่างประเภทกนั เช่น กรณีกรรมการโดยต�ำแหนง่
กับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ต้องห้ามด�ำรงต�ำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระ ตามแนวทางความเห็นคณะกรรมการ
กฤษฎกี า เร่ืองเสรจ็ ที่ ๑๕๐/๒๕๕๑ และ ๒๖๖/๒๕๔๔
90 กระทรวงสาธารณสุข
๒) เมื่อกรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหน่ึง (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) ด�ำรงต�ำแหน่งครบก�ำหนด
ตามวาระการด�ำรงต�ำแหน่งสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งต้ัง หากยังมิได้แต่งตั้งกรรมการข้ึนใหม่ ให้กรรมการ
ซึ่งพ้นจากต�ำแหน่งตามวาระน้ันอยู่ในต�ำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าท่ีต่อไปก่อนจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่
เข้ารับหน้าท่ี ในกรณีที่กรรมการดังกล่าวพ้นจากต�ำแหน่งก่อนวาระ ให้มีการคัดเลือกและแต่งต้ังกรรมการแทน
และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ด�ำรงต�ำแหน่งแทนอยู่ในต�ำแหน่งเท่ากับวาระท่ีเหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน เว้นแต่
วาระของกรรมการนนั้ เหลอื ไมถ่ งึ เกา้ สบิ วนั จะไมด่ �ำเนนิ การเพอ่ื ใหม้ กี รรมการแทนกไ็ ด้ และในการนใ้ี หค้ ณะกรรมการ
ประกอบดว้ ยกรรมการเทา่ ท่เี หลอื อย่ ู ทงั้ น้ี ผู้ซง่ึ ด�ำรงต�ำแหนง่ กรรมการดังกล่าวไม่ว่าจะด�ำรงต�ำแหน่งจนครบวาระ
หรือพ้นจากต�ำแหน่งก่อนวาระ ถือได้ว่าด�ำรงต�ำแหน่งมาแล้วหน่ึงวาระ รวมท้ังผู้ได้รับแต่งต้ังให้ด�ำรงต�ำแหน่งแทน
ต�ำแหน่งที่ว่างลงโดยอยู่ในต�ำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซ่ึงตนแทนน้ันย่อมนับเป็นการด�ำรง
ต�ำแหนง่ หนึ่งวาระด้วยเชน่ กัน ตามแนวทางความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เร่ืองเสรจ็ ท่ี ๔๕๑/๒๕๔๗
๓) นอกจากการพ้นจากต�ำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕)
พ้นจากต�ำแหน่งเม่ือตาย, ลาออก, คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิมีมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจ�ำนวน
กรรมการท้ังหมดเท่าที่มีอยู่ให้ออก เพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าท่ี มีความประพฤติเส่ือมเสียหรือหย่อน
ความสามารถ, หรอื พน้ จากการเปน็ ผบู้ รหิ ารองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ผอู้ �ำนวยการหรอื ผบู้ รหิ ารหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ
นายแพทย์สาธารณสุขจงั หวัด หรอื สาธารณสขุ อ�ำเภอ ในกรณีที่ไดร้ บั แตง่ ตง้ั ใหเ้ ป็นกรรมการในฐานะนั้น
๔) ส�ำหรบั กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหนง่ึ (๖) และ (๗) นอกจากการพน้ จากต�ำแหนง่ ตามวาระแลว้
พน้ จากต�ำแหนง่ เมอื่ เปน็ กรณตี าย, ลาออก, คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู มิ มี ตไิ มน่ อ้ ยกวา่ สองในสามของจ�ำนวน
กรรมการทงั้ หมดเทา่ ทม่ี อี ยใู่ หอ้ อก เพราะบกพรอ่ งหรอื ไมส่ จุ รติ ตอ่ หนา้ ท่ี มคี วามประพฤตเิ สอื่ มเสยี หรอื หยอ่ นความ
สามารถ, ขาดคณุ สมบตั หิ รอื มลี กั ษณะตอ้ งหา้ มตามมาตรา ๖, หรอื พน้ จากการเปน็ ผดู้ �ำเนนิ การของสถานพยาบาลตาม
กฎหมายวา่ ดว้ ยสถานพยาบาล อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจ�ำหมบู่ า้ น หรืออาสาสมัครสาธารณสขุ กรุงเทพมหานคร
ในกรณีท่ีไดร้ ับแต่งตัง้ ใหเ้ ปน็ กรรมการในฐานะนัน้
๔.๓.๔ หน้าที่และอำ� นาจ
๑) เมื่อพจิ ารณามาตรา ๑๐ จะเหน็ ไดว้ า่ พระราชบัญญตั ิระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ บญั ญตั ิ
ให้คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิมีหน้าที่และอ�ำนาจในลักษณะของการก�ำกับดูแลเชิงนโยบายควบคู่ไปกับ
การก�ำหนดหลกั เกณฑก์ ารให้บรกิ ารสุขภาพปฐมภมู ิ ไดแ้ ก่
(๑) เสนอนโยบาย ยทุ ธศาสตร์ และแผนเก่ียวกบั บรกิ ารสุขภาพปฐมภูมแิ ละระบบสุขภาพปฐมภูมิ
ตอ่ คณะรัฐมนตรีเพอื่ พิจารณาให้ความเห็นชอบและให้หน่วยงานท่เี กี่ยวขอ้ งรับไปปฏบิ ัติ
ในการน ี้ คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู โิ ดยความเหน็ ชอบของสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และ
สงั คมแหง่ ชาตไิ ดเ้ สนอ“แผนปฏบิ ตั กิ ารดา้ นระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ(พ.ศ.๒๕๖๔-๒๕๗๕)” ตอ่ คณะรฐั มนตรีซง่ึ แผนดงั กลา่ ว
มีสาระส�ำคัญสรปุ ได้ ดังน้ี ๔๖
๔๖ รายละเอยี ดโปรดดู “แผนปฏบิ ตั กิ ารดา้ นระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ (พ.ศ. ๒๕๖๔ - ๒๕๗๕)”, <https://pubhtml5.com/
ocap/wesa>, สืบคน้ เมอื่ วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๕.
กระทรวงสาธารณสขุ 91
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายวา่ ด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ
แผนปฏิบัติการดา้ นระบบสุขภาพปฐมภมู ิ (พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๕)
วสิ ยั ทัศน์
เปน็ ระบบสขุ ภาพปฐมภมู ทิ ม่ี คี ณุ ภาพมาตรฐาน ทเี่ กดิ จากการมสี ว่ นรว่ มของภาคเี ครอื ขา่ ย ท�ำใหป้ ระชาชน
สามารถจัดการสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้ รวมทั้งเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง เป็นธรรม
มคี วามเช่อื ม่ัน ศรัทธา เพอ่ื มุง่ สกู่ ารมีสุขภาวะท่ีดอี ยา่ งย่งั ยนื
พนั ธกจิ
๑. ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิอย่างต่อเน่ือง และผสมผสาน ครอบคลุม
ท้ังการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมโรค การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล
และการฟน้ื ฟสู ขุ ภาพ
๒. สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ใหม้ กี ารผลติ แพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั และคณะผใู้ หบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ
ใหม้ ีคุณภาพและเพียงพอต่อการให้บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ
๓. ส่งเสรมิ และพฒั นาระบบบรหิ ารจดั การระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้มีการจดั บรกิ ารสุขภาพ
ปฐมภมู ทิ ม่ี ีคณุ ภาพ
๔. ส่งเสริม พฒั นา และประสานความร่วมมอื ดา้ นการจัดระบบบรกิ ารสุขภาพปฐมภมู ิ ระหวา่ งภาครฐั
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ภาคประชาชน และภาคเอกชนในการเปน็ เจา้ ของร่วมกนั เพอ่ื จัดการ
และพฒั นาระบบสุขภาพปฐมภูมิใหม้ ีประสทิ ธภิ าพ
๕. ส่งเสริมและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มีศักยภาพมีความรอบรู้ในการจัดการสุขภาพ
ของตนเอง ครอบครัว และชุมชน เพ่ือปรับเปล่ียนพฤติกรรมสุขภาพท่ีเหมาะสม รวมถึงสามารถ
จดั การกับปจั จัยก�ำหนดสขุ ภาพทางสังคม
เปา้ ประสงค์
๑. ประชาชนมีความรอบร้สู ามารถจดั การสุขภาพตนเองได้
๒. ประชาชนมีความเชื่อม่ัน ศรัทธา สามารถเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และมีสุขภาวะท่ีดี
อยา่ งยัง่ ยนื
๓. การจัดบริการสุขภาพปฐมภมู มิ ีคุณภาพตามมาตรฐาน
๔. ระบบสุขภาพปฐมภูมิมีกลไกและกระบวนการในการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย
เพอื่ พัฒนาและจดั ระบบสุขภาพปฐมภูมิท่ีมปี ระสทิ ธิภาพ
92 กระทรวงสาธารณสขุ
ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๑
เพ่ิมศักยภาพบริการสุขภาพปฐมภูมิทุกรูปแบบท่ีขับเคล่ือนโดยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและคณะ
ผ้ใู ห้บรกิ ารสุขภาพปฐมภูมิ ใหส้ อดคลอ้ งกับบริบทของพน้ื ท่ี
ยุทธศาสตรท์ ่ี ๒
พัฒนาและสร้างกลไกเพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและคณะ
ผ้ใู ห้บรกิ ารสุขภาพปฐมภมู ิ
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี ๓
พฒั นาระบบสารสนเทศการวจิ ยั และนวตั กรรมระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๔
พฒั นากลไกและกระบวนการสร้างหลักธรรมาภบิ าลในการอภบิ าลระบบสุขภาพปฐมภูมิ
ยุทธศาสตร์ที่ ๕
เสริมสร้างองคค์ วามรแู้ ละสร้างการมสี ว่ นร่วมของภาคีเครอื ขา่ ยและชมุ ชน
ผลทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั
เปน็ ระบบสขุ ภาพปฐมภมู ทิ มี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถจดั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ทิ มี่ คี ณุ ภาพ ท�ำใหป้ ระชาชน
เข้าถึงบริการได้อย่างท่ัวถึง เป็นธรรม มีความเช่ือม่ันศรัทธา และมุ่งสู่การมีสุขภาวะท่ีดีอย่างย่ังยืนโดยการ
มสี ่วนรว่ มของภาคเี ครือข่าย
งบประมาณ
ประมาณการกรอบวงเงินงบประมาณ รวมทงั้ สน้ิ ๖๗,๙๕๖,๙๘๖,๐๐๐ บาท โดยจะตั้งรายการเบกิ จ่าย
จากงบประมาณรายจา่ ยประจ�ำปีของหน่วยงาน
โดยคณะรัฐมนตรมี ีมตเิ มือ่ วนั ท่ี ๒๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๕ เหน็ ชอบแผนปฏบิ ัติการด้านระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
(พ.ศ. ๒๕๖๔ - ๒๕๗๕) ส�ำหรบั ค่าใชจ้ า่ ยท่อี าจเกดิ ขนึ้ ในปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ภายใตแ้ ผนปฏบิ ตั ิการดังกลา่ ว
เห็นควรให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจ�ำปีท่ีได้รับจัดสรร
หรือปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ หรือโอนเงินจัดสรรหรือเปล่ียนแปลงเงินจัดสรร
หรือใชจ้ า่ ยจากเงนิ นอกงบประมาณ แล้วแต่กรณี โดยค�ำนึงถึงความประหยัด ความคุ้มคา่ ผลสัมฤทธ์แิ ละประโยชน์
ที่จะได้รับเป็นส�ำคัญ ส่วนค่าใช้จ่ายในปีงบประมาณต่อ ๆ ไป เห็นควรให้จัดท�ำแผนการปฏิบัติงานและแผนการ
ใช้จ่ายงบประมาณรายปีเพ่ือเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจ�ำปีตามความจ�ำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอน
ต่อไป ตามความเหน็ ของส�ำนกั งบประมาณ
กระทรวงสาธารณสุข 93
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
คำ�อธิบายกฎหมายวา่ ด้วยระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
(๒) ก�ำกบั ติดตาม และประเมนิ ผลการด�ำเนนิ การตามพระราชบัญญตั นิ ้ี และนโยบายยทุ ธศาสตร์
และแผนตาม (๑) รวมทั้งก�ำหนดมาตรการเพอื่ แกไ้ ขปญั หาและอุปสรรคในการด�ำเนินการดงั กล่าว
(๓) เสนอแนวทางแกไ้ ขปรบั ปรงุ กฎหมายเกยี่ วกบั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู หิ รอื ระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
และใหค้ �ำแนะน�ำตอ่ รฐั มนตรใี นการออกประกาศและการแตง่ ตง้ั พนกั งานเจา้ หนา้ ทเี่ พอื่ ปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
เนื่องจากคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิเป็นองค์กรขับเคล่ือนการจัดระบบสุขภาพปฐมภูมิ
ตามกฎหมายจึงต้องมีหน้าที่และอ�ำนาจส�ำคัญในการเสนอแนวทางแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเก่ียวกับบริการสุขภาพ
ปฐมภูมิ หรือระบบสุขภาพปฐมภูมิ ซ่ึงไม่ได้จ�ำกัดเฉพาะแต่การแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ
พ.ศ. ๒๕๖๒ และอนบุ ญั ญตั ทิ อ่ี อกตามพระราชบญั ญตั นิ เี้ ทา่ นนั้ แตย่ งั หมายความรวมถงึ กฎหมายอนื่ เฉพาะในสว่ นที่
มบี ทบญั ญตั เิ กยี่ วกบั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู หิ รอื ระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ นอกจากนน้ั คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
ยงั ตอ้ งใหค้ �ำแนะน�ำตอ่ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสขุ ในการออกประกาศและการแตง่ ตง้ั พนกั งานเจา้ หนา้ ทดี่ ว้ ย
(๔) ให้ค�ำแนะน�ำหรือให้ค�ำปรึกษาต่อรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐ และพนักงานเจ้าหน้าท่ีในการ
ปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
ดังนั้น ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒
จึงสมควรท่ีจะมีการปรึกษาหารือกับคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิเสียก่อน หากไม่ได้ข้อยุติจึงด�ำเนินการ
ตามขน้ั ตอนของกฎหมายและการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ตอ่ ไป เชน่ เสนอปญั หาขอ้ กฎหมายใหค้ ณะกรรมการกฤษฎกี า
วินจิ ฉยั ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๕) เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณาให้มีการผลิตและพัฒนาแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว
และคณะผ้ใู หบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิใหเ้ พียงพอกับการปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบัญญตั นิ ้ี รวมทง้ั การวางแผนก�ำลงั คน
และการพฒั นาระบบสารสนเทศส�ำหรับเชือ่ มโยงข้อมูลเกีย่ วกับการบริหารจัดการระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
หน้าที่และอ�ำนาจในข้อนี้จะสอดรับกับมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ
พ.ศ. ๒๕๖๒ ซง่ึ บญั ญตั ใิ หภ้ ายในก�ำหนดระยะเวลาสบิ ปนี บั แตว่ นั ทพ่ี ระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ้ งั คบั ใหก้ ระทรวงสาธารณสขุ
ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและสถาบันอุดมศึกษาด�ำเนินการเพื่อให้มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและผู้ประกอบ
วชิ าชีพทางการแพทย์และสาธารณสขุ ดแู ลประชาชนในสัดสว่ นทเี่ หมาะสม
(๖) เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณาให้มีการก�ำหนดค่าตอบแทนส�ำหรับแพทย์เวชศาสตร์
ครอบครวั และคณะผู้ให้บริการสขุ ภาพปฐมภูมใิ ห้เหมาะสมกบั การปฏบิ ัตกิ ารตามพระราชบญั ญัตินี้
เม่ือพิจารณาหน้าที่และอ�ำนาจของคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิในข้อนี้ จะเห็นได้ว่า
คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู สิ ามารถเสนอตอ่ คณะรฐั มนตรเี พอื่ พจิ ารณาก�ำหนดคา่ ตอบแทนส�ำหรบั บคุ ลากร
ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ไดท้ งั้ หมด โดยมเี งอื่ นไขวา่ ส�ำคญั คา่ ตอบแทนนน้ั ตอ้ งมาจากการปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ตามความ
รบั ผิดชอบทเี่ หมาะสมกับการปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั ิระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒
(๗) เสนอตอ่ คณะรฐั มนตรเี พอ่ื พจิ ารณาใหม้ กี ารก�ำหนดมาตรการทเี่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ การจดั ระบบ
สขุ ภาพปฐมภูมใิ หม้ ีคุณภาพและมมี าตรฐานสงู ขึน้ อย่างตอ่ เน่อื ง
(๘) ส่งเสรมิ ให้ประชาชนมีศกั ยภาพและมคี วามรูใ้ นการจดั การสขุ ภาพของตนเองและครอบครัว
94 กระทรวงสาธารณสุข
(๙) ออกประกาศตามท่กี �ำหนดในพระราชบัญญตั ินี้
โดยหน้าท่ีและอ�ำนาจในข้อน้ีถือว่าเป็นหน้าที่และอ�ำนาจหลักของคณะกรรมการระบบสุขภาพ
ปฐมภูมิซึ่งมีองค์ประกอบที่หลากหลายเพื่อมาร่วมกันพิจารณาก�ำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ตามท่ีกฎหมายก�ำหนด
ซ่งึ การออกประกาศตามมาตรานี้ต้องด�ำเนินการภายใต้เง่อื นไขวา่ ประกาศดังกลา่ วตอ้ งประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
เพ่ือให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบเสียก่อนจึงใช้บังคับได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๐ วรรคสอง และในการจัดท�ำ
ร่างประกาศที่ออกตามมาตรานี้หรือมาตราอื่นก็ตาม ต้องพิจารณาการด�ำเนินการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น
ของผเู้ กยี่ วขอ้ งและวเิ คราะหผ์ ลกระทบทอี่ าจเกดิ ขนึ้ อยา่ งรอบดา้ นและเปน็ ระบบตามกฎกระทรวงก�ำหนดรา่ งกฎทต่ี อ้ ง
จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบ พ.ศ. ๒๕๖๕ นอกจากนั้น หลักการที่ต้องพึงระลึกอยู่เสมอ
ในการออกอนุบัญญัติหรือกฎหมายล�ำดับรอง คือ การออกอนุบัญญัติในเรื่องใด ต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติ
เรื่องนั้นไว้จึงด�ำเนินการออกอนุบัญญัติเพื่อก�ำหนดรายละเอียดต่อไปได้ และในกรณีที่เป็นเร่ืองกระทบต่อสิทธิ
ของบุคคลใดน้ันต้องมีกฎหมายให้อ�ำนาจไว้อย่างชัดแจ้ง รวมทั้งเนื้อหาของอนุบัญญัติต้องไม่เกินขอบเขตหรือไม่
ขัดหรือแย้งกับกฎหมายแม่บทด้วย ทั้งนี้ ตามแนวทางความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จท่ี ๒๔/๒๕๖๕,
๔๗๒/๒๕๖๑, ๕๘๙-๕๙๐/๒๕๕๓, ๗๓๔/๒๕๕๐, ๙๗/๒๕๔๙, ๑๙๒/๒๕๔๘ และ ๑๖๙/๒๕๔๘
(๑๐) ปฏิบัติการอ่ืนใดตามที่กฎหมายก�ำหนดให้เป็นหน้าท่ีและอ�ำนาจของคณะกรรมการ
หรือตามทค่ี ณะรฐั มนตรหี รอื รัฐมนตรีมอบหมาย
๒) นอกจากหน้าท่ีและอ�ำนาจท่ีบัญญัติในมาตรา ๑๐ แล้ว คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ
ยงั มหี นา้ ทแ่ี ละอ�ำนาจในมาตราเฉพาะตา่ ง ๆ เชน่ อ�ำนาจตามมาตรา ๑๒ ในการแตง่ ตงั้ คณะอนกุ รรมการเพอ่ื พจิ ารณา
หรือปฏิบตั ิการอยา่ งหนงึ่ อย่างใดตามทค่ี ณะกรรมการมอบหมายกไ็ ด้ อ�ำนาจตามมาตรา ๑๓ โดยในการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่
ตามพระราชบัญญัติน้ี ให้คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการมีอ�ำนาจออกค�ำส่ังเป็นหนังสือเรียกให้บุคคลใด
มาให้ข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็น หรือให้ส่งค�ำชี้แจง เอกสาร ข้อมูล หรือหลักฐานท่ีเกี่ยวข้องมาเพื่อ
ใช้ประกอบการพิจารณาได้ หน้าที่ตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๙ ในการท�ำความตกลงกับกระทรวงการคลัง
คณะกรรมการประกันสังคม คณะกรรมการหลักประกันสขุ ภาพแห่งชาติ องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น หรอื หน่วยงาน
ของรฐั เพอ่ื ขยายสวสั ดกิ ารหรอื สทิ ธใิ นการรกั ษาพยาบาลหรอื บรกิ ารสาธารณสขุ และขอรบั เงนิ สนบั สนนุ เปน็ คา่ ใชจ้ า่ ย
ท่ีจ�ำเปน็ ต่อการจัดบรกิ ารสุขภาพปฐมภูมิ รวมท้ังมีหน้าทีแ่ ละอ�ำนาจตามมาตรา ๒๙ ในการพิจารณาวนิ ิจฉัยอทุ ธรณ์
ตลอดจนหนา้ ทใ่ี นการจดั ใหม้ ีการรบั ฟังความคิดเหน็ ตามมาตรา ๓๒
โดยการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพ่ือพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามท่ีคณะกรรมการ
ระบบสุขภาพปฐมภูมมิ อบหมายนน้ั ต้องเป็นเรื่องท่ีอยู่ในหนา้ ทีแ่ ละอ�ำนาจของคณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
ตามกฎหมาย และไม่อาจมอบหมายให้คณะอนุกรรมการกระท�ำการแทนในเรื่องท่ีเป็นอ�ำนาจโดยเฉพาะของ
คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ไิ ด้ เชน่ การวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณท์ ตี่ อ้ งเปน็ ค�ำวนิ จิ ฉยั ของคณะกรรมการระบบสขุ ภาพ
ปฐมภมู ิ ตามแนวทางความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎกี า เรอ่ื งเสรจ็ ท่ี ๔๘๕/๒๕๕๔, ๒๒๗/๒๕๓๙, และ ๑๐๓/๒๕๓๖
๓) กรณีที่เป็นการด�ำเนินการตามแบบแผนระเบียบปฏิบัติราชการในรูปแบบคณะกรรมการและไม่มี
บทบัญญัติแห่งกฎหมายห้ามไว้ แม้ไม่มีกฎหมายให้อ�ำนาจไว้อย่างชัดเจน คณะกรรมการย่อมมีดุลพินิจท่ีจะ
กระทรวงสาธารณสขุ 95
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสขุ
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
ด�ำเนินการได้ความความเหมาะสม รวมทั้งกรณีที่คณะกรรมการชุดใหม่เห็นว่าการด�ำเนินการของคณะกรรมการ
ชุดเดิมไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายก�ำหนด ก็สามารถพิจารณาทบทวนการด�ำเนินการของคณะกรรมการ
ชุดเดิมได้ ตามแนวทางความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ ๒๗๔/๒๕๕๓, ๗๔๒/๒๕๕๑, ๙๗/๒๕๔๙,
๗๐/๒๕๔๙, และ ๗๓๗/๒๕๔๖
๔.๓.๕ ฝ่ายเลขานกุ าร
มาตรา ๑๔ ก�ำหนดใหส้ �ำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุขรับผดิ ชอบงานธุรการของคณะกรรมการระบบ
สุขภาพปฐมภูมิและคณะอนุกรรมการ มีหน้าท่ีและอ�ำนาจสอดคล้องกับหน้าท่ีและอ�ำนาจของคณะกรรมการระบบ
สุขภาพปฐมภมู ิ ดังนี้
(๑) จดั ท�ำนโยบาย ยทุ ธศาสตร์ และแผนเกย่ี วกบั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู แิ ละระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ เสนอตอ่
คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ รวมท้ังด�ำเนนิ การตามนโยบาย ยทุ ธศาสตร์ และแผนดงั กล่าว ทั้งนี้ ต้องค�ำนึง
ถงึ หลักการมสี ่วนรว่ มของประชาชนดว้ ย
(๒) ประสานงาน สนบั สนนุ และรว่ มมอื กบั หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ เครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ หนว่ ยงาน
ของรัฐ องค์การระหว่างประเทศ และองค์กรเอกชนท่ีเก่ียวข้องในการด�ำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติน้ี
รวมท้ังนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึง่ (๑) และมาตรการตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึง่ (๒)
(๓) เป็นศูนย์กลางฐานข้อมูลเก่ียวกับบริการสุขภาพปฐมภูมิและระบบสุขภาพปฐมภูมิและด�ำเนินการ
หรือสนบั สนุนให้มีการศกึ ษาวจิ ัยในเรือ่ งดงั กลา่ ว
(๔) จัดใหม้ ีทะเบยี นผู้รับบริการ หนว่ ยบริการปฐมภมู ิ และเครือขา่ ยหนว่ ยบริการปฐมภูมิ
(๕) พัฒนาระบบสารสนเทศส�ำหรับเช่ือมโยงข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบสุขภาพปฐมภูมิให้มี
ประสิทธิภาพ
(๖) สง่ เสริมให้ประชาชนมีศกั ยภาพและมคี วามรใู้ นการจดั การสขุ ภาพของตนเองและครอบครวั
(๗) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและคณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ
ให้เพียงพอกับการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ และจัดให้มีการฝึกอบรมเพ่ือพัฒนาศักยภาพของแพทย์เวชศาสตร์
ครอบครัวและคณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูงข้ึนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งด�ำเนินการ
เกยี่ วกับแผนก�ำลงั คน
(๘) จัดท�ำมาตรการท่ีเป็นประโยชน์ต่อการจัดระบบสุขภาพปฐมภูมิเสนอต่อคณะกรรมการระบบสุขภาพ
ปฐมภูมิ
(๙) ปฏิบัติการอ่ืนใดตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ
หรือคณะอนุกรรมการมอบหมาย หรือตามท่ีกฎหมายก�ำหนดให้เป็นหน้าที่และอ�ำนาจของส�ำนักงานปลัดกระทรวง
สาธารณสุข
โดยปัจจุบันมี “ส�ำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ” ที่เป็นหน่วยงานเทียบเท่ากองซึ่งข้ึนตรงกับ
ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ปฏบิ ตั หิ นา้ ทตี่ ามมาตรา ๑๔ ดงั กลา่ ว ทงั้ นี้ ในกรณที คี่ ณะกรรมการตามกฎหมายไมม่ หี นา้ ท่ี
และอ�ำนาจในเร่ืองใด หนว่ ยธุรการหรือฝ่ายเลขานกุ ารของคณะกรรมการดังกลา่ วกไ็ ม่มหี นา้ ทแี่ ละอ�ำนาจในเรอ่ื งนั้น
ดว้ ย ตามแนวทางความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎกี า เรอื่ งเสรจ็ ท่ี ๓๕๐/๒๕๕๐ อยา่ งไรกต็ าม เนอ่ื งจากส�ำนกั สนบั สนนุ
96 กระทรวงสาธารณสขุ
ระบบสุขภาพปฐมภูมิเป็นเพียงหน่วยงานภายในส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้เป็นส่วนราชการตาม
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการส�ำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๖๐ ท�ำให้การด�ำเนินการ
บางอยา่ งตดิ ขดั ในดา้ นงบประมาณและทรพั ยากรดา้ นบคุ คล สมควรทก่ี ระทรวงสาธารณสขุ และส�ำนกั งานคณะกรรมการ
พัฒนาระบบราชการจะเร่งด�ำเนินการจัดตั้งส่วนราชการระดับกองตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการดังกล่าว
เพอื่ ใหม้ หี นว่ ยงานรบั ผดิ ชอบงานธรุ การของคณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ติ ามกฎหมายโดยเรว็ และเปน็ ไปตาม
ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. .... สภานิติบัญญัติ
แห่งชาติ
นอกจากนน้ั เนอื่ งจากส�ำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ เปน็ หนว่ ยงานทรี่ บั ผดิ ชอบการบงั คบั ใชแ้ ละการ
ประเมนิ ผลสัมฤทธิข์ องพระราชบญั ญัติระบบสุขภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒ ดงั นน้ั เพอ่ื ประโยชน์ในการให้ประชาชน
เขา้ ถงึ ตวั บทกฎหมายไดอ้ ยา่ งทว่ั ถงึ โดยสะดวก และสามารถเขา้ ใจกฎหมายไดง้ า่ ยเพอื่ ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายไดอ้ ยา่ งถกู
ต้องตามทบี่ ัญญัตไิ วใ้ นมาตรา ๗๗ วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓๖ แห่งพระราช
บัญญัติหลักเกณฑ์การจัดท�ำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงเป็นหน้าที่ของ
ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องจัดให้มีตัวบทกฎหมายและกฎเกณฑ์ท่ีอยู่ในความรับผิดชอบที่ครบถ้วน
และเป็นปัจจุบัน ค�ำแปลของกฎหมายเป็นภาษาที่ใช้ในการท�ำงานของอาเซียน ค�ำอธิบายโดยสรุปสาระส�ำคัญของ
กฎหมายในลกั ษณะทป่ี ระชาชนจะสามารถเข้าใจได้ และความมงุ่ หมาย วัตถุประสงค์ และขอบเขตการมีผลบงั คับใช้
ของกฎหมาย ทงั้ น้ี ใหเ้ ผยแพรข่ ้อมูลดงั กลา่ วไวใ้ นระบบกลางทางกฎหมายดว้ ย (https://law.go.th)
๔.๓.๖ การประชมุ
การประชุมคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภมู ิเปน็ ไปตามหลกั เกณฑท์ ่ีบัญญัตไิ วใ้ นมาตรา ๑๑ กล่าวคือ
ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจ�ำนวนกรรมการท้ังหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม โดยในการประชุม
คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ ถา้ ประธานกรรมการไมม่ าประชุมหรอื ไม่อาจปฏิบตั หิ นา้ ที่ได้ ใหท้ ี่ประชมุ เลอื ก
กรรมการคนหน่ึงเป็นประธานในทปี่ ระชุม และการวนิ ิจฉัยชี้ขาดของทป่ี ระชุมใหถ้ อื เสียงข้างมาก กรรมการคนหนง่ึ
ใหม้ เี สียงหนึง่ ในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสยี งเทา่ กันให้ประธานในทีป่ ระชมุ ออกเสียงเพิ่มขนึ้ อกี เสียงหนงึ่ เปน็ เสยี ง
ช้ีขาด ทัง้ นี้ ให้มีการประชมุ คณะกรรมการอย่างนอ้ ยปลี ะสี่คร้งั
โดยในการประชุมคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิน้ัน หากต้องวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องใดและจ�ำเป็นต้องมี
การนบั คะแนนเสยี งแลว้ มาตรา ๑๑ บญั ญตั ใิ หก้ ารวนิ จิ ฉยั ชข้ี าดของทป่ี ระชมุ ใหถ้ อื เสยี งขา้ งมาก ซง่ึ กรณที ก่ี ฎหมาย
บญั ญตั เิ ชน่ น้ี ยอ่ มหมายถงึ เสยี งขา้ งมากธรรมดา (Simple Majority) กลา่ วคอื เปน็ คะแนนเสยี งขา้ งมากของผซู้ งึ่ มสี ทิ ธิ
ลงคะแนนและได้ออกเสียงลงคะแนนว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ การงดออกเสียงหรือไม่มาออกเสียงไม่ถือเป็นการ
ออกเสยี งและไมส่ ามารถนบั คะแนนเสยี งได้ ๔๗ตามแนวทางความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎกี า เรอ่ื งเสรจ็ ที่ ๑๑๗๘/๒๕๕๘
๔๗ รายละเอียดของเร่ือง “เสียงข้างมาก” ในบทบัญญัติของกฎหมาย โปรดดู ปกรณ์ นิลประพันธ์, “เกร็ดการ
ร่างกฎหมาย ๑๒: ว่าด้วยเสียงข้างมาก”, <http://lawdrafter.blogspot.com/2015/09/blog-post.html>,
สืบคน้ เมอ่ื วันท่ี ๑๕ เมษายน ๒๕๖๕.
กระทรวงสาธารณสุข 97
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
คำ�อธบิ ายกฎหมายวา่ ด้วยระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
และ ๒๖๓/๒๕๖๕ และค�ำพพิ ากษาศาลปกครองสงู สดุ ที่ อ.๖๓๒/๒๕๖๒ และเมอื่ มาตรา ๑๑ ก�ำหนดใหใ้ นกรณี
คะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในท่ีประชุมออกเสียงเพ่ิมขึ้นอีกเสียงหน่ึงเป็นเสียงชี้ขาด การท่ีประธานในท่ีประชุม
ไม่ได้ออกเสียงเพ่ิมขึ้นอีกเสียงหน่ึงเป็นเสียงชี้ขาด แต่ได้เสนอให้เลื่อนการพิจารณาเป็นการประชุมคร้ังต่อไป
จึงเปน็ การด�ำเนินการประชุมทไี่ ม่ชอบด้วยมาตรา ๑๑ ดังกลา่ ว ทั้งนี้ ตามแนวทางความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎีกา
เร่อื งเสร็จที่ ๓๐๑/๒๕๖๑
ส�ำหรับการประชุมคณะอนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิแต่งตั้งน้ัน เมื่อมาตรา ๑๒
วรรคสอง บัญญัติให้น�ำความในมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม การประชุมคณะอนุกรรมการดังกล่าวจึงต้อง
ด�ำเนนิ การให้สอดคล้องกับการประชมุ คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภูมดิ ว้ ย
๔.๔ การจัดบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ
พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติกลไกในการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ
โดยสามารถศึกษารายละเอียดไดจ้ ากบทบัญญตั ิหมวด ๒ การจัดบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภูมิ มาตรา ๑๕ ถึงมาตรา ๒๓
ดังน้ี
หมวด ๒
การจัดบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภูมิ
มาตรา ๑๕ บุคคลทุกคนมีสิทธิได้รับบริการ บรกิ ารสุขภาพปฐมภูมทิ ่บี คุ คลมสี ทิ ธิได้รับ
สุขภาพปฐมภูมิโดยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและ การใช้สทิ ธริ ับบรกิ ารสุขภาพปฐมภูมิ และการขยาย
คณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิเป็นผู้ให้บริการสุขภาพ สวัสดิการหรอื สทิ ธใิ นการรักษาพยาบาลหรือบรกิ าร
ปฐมภมู ติ ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ทงั้ นี้ บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ สาธารณสขุ
ท่ีบุคคลมีสิทธิได้รับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเง่อื นไขทีค่ ณะกรรมการประกาศก�ำหนด
บริการสขุ ภาพปฐมภูมิตามวรรคหน่งึ ตอ้ งจดั ใหม้ ี
การบนั ทึกข้อมูลดา้ นสขุ ภาพตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และ
เงอ่ื นไขที่คณะกรรมการประกาศก�ำหนดตามมาตรา ๒๑
มาตรา ๑๖ บคุ คลซงึ่ มสี ทิ ธไิ ดร้ บั การรกั ษาพยาบาล
หรอื รบั บรกิ ารสาธารณสขุ ตามสวสั ดกิ ารหรอื ตามสทิ ธทิ ไี่ ด้
รบั ตามกฎหมาย บคุ คลนน้ั ยอ่ มมสี ทิ ธไิ ดร้ บั บรกิ ารสขุ ภาพ
ปฐมภูมิตามมาตรา ๑๕ วรรคหน่ึง ด้วย และให้การใช้
สิทธิเป็นไปตามหลักเกณฑ์การได้รับสวัสดิการหรือสิทธิ
ของบคุ คลนั้น
98 กระทรวงสาธารณสุข