กฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา ดงั นนั้ การเปรยี บเทยี บจะกระท�ำไดต้ อ่ เมอ่ื การกระท�ำนน้ั มกี ฎหมายบญั ญตั วิ า่ เปน็
ความผิดและก�ำหนดโทษไว ้ ด้วยเหตุนี้ การก�ำหนดหลักเกณฑก์ ารเปรยี บเทยี บดังกล่าว จงึ ตอ้ งก�ำหนดใหช้ ัดเจนท้งั
กระบวนการไม่ว่าจะเป็นเร่ืองการมอบหมายของปลัดกระทรวงสาธารณสุข อัตราการเปรียบเทียบ สถานท่ีท�ำการ
เปรยี บเทยี บ ข้นั ตอนการเปรียบเทียบ และวิธีการเกบ็ รักษาเงินท่ไี ดจ้ ากการเปรียบเทียบ รวมทั้งการรายงานผลการ
เปรยี บเทยี บดว้ ย ในการนี้ คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ไิ ดอ้ อก “ประกาศคณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
เร่ือง หลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเงอ่ื นไขการเปรียบเทียบ พ.ศ. ๒๕๖๔” ๖๙ ก�ำหนดหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเง่ือนไขการ
เปรียบเทียบไว้ ดังน้ี
(๑) เมอื่ ผมู้ อี �ำนาจเปรยี บเทยี บซง่ึ กค็ อื ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ หรอื ผซู้ ง่ึ ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
มอบหมาย ได้รับเรื่องขอให้พิจารณาเปรียบเทียบจากคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ คณะอนุกรรมการ
คณะกรรมการสอบสวน หรอื พนกั งานเจา้ หนา้ ทแ่ี ลว้ ใหพ้ จิ ารณาเปรยี บเทยี บ ณ ทท่ี �ำการของผมู้ อี �ำนาจเปรยี บเทยี บ
ใหแ้ ล้วเสร็จโดยไมช่ ักชา้
(๒) การพจิ ารณาเปรยี บเทยี บ ใหผ้ มู้ อี �ำนาจเปรยี บเทยี บพจิ ารณาจากรายงานการตรวจสอบขอ้ เทจ็ จรงิ
บนั ทึกการจบั (ถ้าม)ี บันทกึ ค�ำใหก้ ารของผตู้ ้องหา และพยานหลกั ฐานอนื่ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
(๓) ถ้าผู้มีอ�ำนาจเปรียบเทียบเห็นว่าผู้กระท�ำความผิดไม่ควรถูกฟ้องร้อง ให้ท�ำการเปรียบเทียบ
ในอตั รากงึ่ หนง่ึ ของระวางโทษปรบั ส�ำหรบั ความผดิ นนั้ และแจง้ ผตู้ อ้ งหาเพอ่ื เปรยี บเทยี บ และเมอื่ ผตู้ อ้ งหาช�ำระเงนิ
ค่าปรับแล้ว ให้ผู้มีอ�ำนาจเปรียบเทียบออกใบเสร็จรับเงิน และให้ถือว่าคดีอาญาเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธี
พิจารณาความอาญา ส่วนในกรณีท่ีมีการกระท�ำความผิดซ�้ำ ถ้าผู้มีอ�ำนาจเปรียบเทียบเห็นว่าผู้กระท�ำความผิด
ไม่ควรถูกฟ้องร้อง ให้ท�ำการเปรียบเทียบในอัตราสูงสุดของระวางโทษปรับส�ำหรับความผิดน้ัน และเมื่อผู้ต้องหา
ช�ำระเงนิ คา่ ปรบั แลว้ ใหผ้ มู้ อี �ำนาจเปรยี บเทยี บออกใบเสรจ็ รบั เงนิ และใหถ้ อื วา่ คดอี าญาเลกิ กนั ตามประมวลกฎหมาย
วิธีพจิ ารณาความอาญา
(๔) หากผู้ต้องหาไม่ยินยอมเสียค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบการเปรียบเทียบ
ใหผ้ มู้ อี �ำนาจเปรยี บเทยี บแจง้ พนกั งานเจา้ หนา้ ทใี่ หด้ �ำเนนิ การสง่ เรอ่ื งใหพ้ นกั งานสอบสวนด�ำเนนิ คดตี ามกฎหมายตอ่ ไป
(๕) ให้ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขรวบรวมรายงานผลการเปรียบเทียบ เพื่อจัดท�ำสถิติ
เกี่ยวกับผู้ตอ้ งหา จ�ำนวนคดใี นแตล่ ะขอ้ หาความผิด จ�ำนวนเงินคา่ ปรับ จ�ำนวนเงินสง่ คลัง พร้อมรายละเอยี ดอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้อง รวมท้ังปัญหาและอุปสรรคหรือข้อเสนอแนะ เพ่ือเสนอต่อคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิทราบ
ทกุ ส้ินปงี บประมาณต่อไป
ส�ำหรับเงินค่าปรบั ที่เปรียบเทียบไดน้ ั้น เปน็ การบงั คบั ใช้กฎหมายและเงินค่าปรับท่ไี ดเ้ ปน็ การรบั ไวแ้ ทนรัฐ
ซงึ่ ไมเ่ ปน็ รายไดข้ องส�ำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ และไมป่ รากฏวา่ มมี าตราใดในพระราชบญั ญตั ริ ะบบสขุ ภาพ
ปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติว่าเงินค่าปรับไม่ต้องส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ดังน้ัน จึงต้องส่งเข้าบัญชีเงินคงคลังตาม
พระราชบัญญัติเงินคงคลงั พ.ศ. ๒๔๙๑ ตามแนวทางความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎกี า เร่ืองเสรจ็ ที่ ๓๒๕/๒๕๔๘
๖๙ ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เลม่ ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๑ ง วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๔.
กระทรวงสาธารณสุข 149
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสขุ
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายว่าดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
๔.๘ บทเฉพาะกาล
พระราชบญั ญตั ริ ะบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒ บญั ญตั บิ ทเฉพาะกาลเพอ่ื ใหก้ ารด�ำเนนิ การตามกฎหมาย
ดงั กลา่ วสามารถด�ำเนนิ การไดต้ อ่ เนอ่ื ง ไมห่ ยดุ ชะงกั และก�ำหนดกลไกหรอื มาตรการทางกฎหมายชว่ั คราวในระยะแรก
ของการใช้บังคบั กฎหมาย โดยมีรายละเอียดตามมาตรา ๔๑ ถึงมาตรา ๔๓ ดงั นี้
มาตรา ๔๑ ถงึ มาตรา ๔๓ แหง่ พระราชบญั ญัติระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ บญั ญัตบิ ทเฉพาะกาล
เพือ่ รองรบั ในสามเร่ือง ไดแ้ ก่
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๔๑ ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการ บทรองรับการปฏิบตั ิหน้าทีข่ องคณะกรรมการตาม
ประกอบดว้ ยกรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหนงึ่ (๑) และ บทเฉพาะกาล
(๒) โดยใหร้ องปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ซง่ึ ปลดั กระทรวง บทเรง่ รดั การออกประกาศท่จี �ำเปน็ ต้องด�ำเนินการกอ่ น
สาธารณสขุ มอบหมายเปน็ กรรมการและเลขานกุ าร ปฏบิ ตั ิ
หน้าท่ีคณะกรรมการไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง
กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) (๕) (๖) และ
(๗) ซ่ึงต้องไม่เกินหนึ่งร้อยย่ีสิบวันนับแต่วันที่พระราช
บญั ญตั นิ ใ้ี ชบ้ งั คบั ทงั้ นี้ ใหป้ ลดั กระทรวงสาธารณสขุ แตง่ ตง้ั
ขา้ ราชการส�ำนกั งาน ซงึ่ รบั ผดิ ชอบงานดา้ นระบบสขุ ภาพ
ปฐมภูมจิ �ำนวนสองคนเป็นผ้ชู ว่ ยเลขานุการ
มาตรา ๔๒ ให้ด�ำเนินการออกประกาศตาม
พระราชบัญญัติน้ีให้แล้วเสร็จภายในหน่ึงร้อยแปดสิบวัน
นบั แตว่ นั ทพ่ี ระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ้ งั คบั เวน้ แตก่ รณกี ารออก
ประกาศเพอ่ื ก�ำหนดบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ติ ามมาตรา ๑๕
วรรคหนงึ่ ใหด้ �ำเนนิ การใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในหนง่ึ รอ้ ยหา้ สบิ วนั
นบั แตว่ นั ทพี่ ระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ้ งั คบั ทง้ั น้ี หากไมส่ ามารถ
ด�ำเนินการได้ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจด�ำเนิน
การไดต้ อ่ คณะรัฐมนตรี
เมอื่ มกี ารออกประกาศเพอ่ื ก�ำหนดบรกิ ารสขุ ภาพ
ปฐมภมู ติ ามมาตรา ๑๕ วรรคหนงึ่ แล้ว ในกรณที ่ีมีความ
จ�ำเป็นต้องขยายสวัสดิการหรือสิทธิของบุคคลซ่ึงมีสิทธิ
ได้รับการรักษาพยาบาลหรือรับบริการสาธารณสุขตาม
สวัสดิการหรือตามสิทธิที่บุคคลนั้นได้รับอยู่ตามกฎหมาย
ให้คณะกรรมการด�ำเนินการตามมาตรา ๑๖ เพื่อขยาย
สวัสดิการหรือสิทธิของบุคคลดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน
หนง่ึ ปนี บั แตว่ นั ทพี่ ระราชบัญญตั ินใ้ี ช้บงั คับ
150 กระทรวงสาธารณสขุ
มาตรา ๔๓ ภายในสบิ ปนี บั แตว่ นั ทพี่ ระราชบญั ญตั ิ บทก�ำหนดมาตรการในการผลิตแพทย์เวชศาสตร์
น้ีใช้บังคับ ให้ส�ำนักงานจัดให้มีหน่วยบริการปฐมภูมิหรือ ครอบครัว
เครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิในสัดส่วนท่ีเหมาะสมกับ
จ�ำนวนผู้รับบริการและพื้นท่ี หากหน่วยบริการที่จะข้ึน
ทะเบยี นเพอื่ เปน็ หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู หิ รอื เครอื ขา่ ยหนว่ ย
บริการปฐมภูมิไม่มีหรือมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวไม่
เพียงพอกับจ�ำนวนผู้รับบริการ ให้หน่วยบริการดังกล่าว
จดั ใหม้ แี พทยอ์ นื่ ซง่ึ ผา่ นการอบรมดา้ นเวชศาสตรค์ รอบครวั
ท้ังนี้ ตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเงอื่ นไขท่ีคณะกรรมการ
ประกาศก�ำหนด เพอื่ ท�ำหนา้ ทดี่ แู ลผรู้ บั บรกิ ารซง่ึ มรี ายชอ่ื
ในเขตพื้นที่ของหน่วยบริการปฐมภูมิน้ันตามมาตรา ๒๒
รวมทั้งการเข้าถึงขอ้ มลู ตามมาตรา ๒๑
ภายในก�ำหนดระยะเวลาตามวรรคหนง่ึ ใหก้ ระทรวง
สาธารณสุขร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและสถาบัน
อดุ มศกึ ษาด�ำเนนิ การเพอ่ื ใหม้ แี พทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั
และผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ดแู ล
ประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม
ในกรณีที่มีเหตุจ�ำเป็น ให้คณะกรรมการเสนอ
คณะรัฐมนตรีเพ่ือให้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับ
ตามวรรคหนึ่ง ออกไปอีกเป็นระยะเวลาตามที่ก�ำหนดใน
พระราชกฤษฎกี า
กรณมี าตรา ๔๑ รองรบั การปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี องคณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภูมิในวาระเร่มิ แรก
กรณีมาตรา ๔๒ บัญญัติให้ด�ำเนินการออกประกาศตามพระราชบัญญัติน้ีให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อย
แปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ เว้นแต่กรณีการออกประกาศเพ่ือก�ำหนดบริการสุขภาพปฐมภูมิ
ให้ด�ำเนนิ การใหแ้ ลว้ เสร็จภายในหนง่ึ ร้อยห้าสิบวันนบั แต่วันท่ีพระราชบญั ญัตนิ ใ้ี ชบ้ งั คบั และ
กรณีมาตรา ๔๓ บัญญัติให้ภายในสิบปีนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ส�ำนักงานปลัดกระทรวง
สาธารณสุขจัดให้มีหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิในสัดส่วนท่ีเหมาะสมกับจ�ำนวนผู้รับ
บริการและพ้ืนท่ี หากหน่วยบริการท่ีจะขึ้นทะเบียนไม่มีหรือมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวไม่เพียงพอกับจ�ำนวนผู้รับ
บรกิ ารใหห้ น่วยบริการดังกลา่ วจัดให้มแี พทยอ์ ่ืนซงึ่ ผา่ นการอบรมด้านเวชศาสตรค์ รอบครัวท�ำหน้าทด่ี ูแลผู้รบั บรกิ าร
รวมทัง้ เข้าถงึ ขอ้ มูลในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ โดยให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศกึ ษาธกิ าร และสถาบัน
อุดมศึกษาด�ำเนินการเพ่ือให้มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขดูแล
ประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสมต่อไป ท้ังน้ี ในกรณีท่ีมีเหตุจ�ำเป็น ให้คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิเสนอ
คณะรัฐมนตรเี พอ่ื ใหม้ ีการขยายระยะเวลาออกไปอกี เป็นระยะเวลาตามท่ีก�ำหนดในพระราชกฤษฎกี า
กระทรวงสาธารณสขุ 151
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข
คำ�อธบิ ายกฎหมายวา่ ด้วยระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
การที่มาตรา ๔๓ บัญญัติให้ภายในสิบปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒
ใช้บังคับ ให้แพทย์อื่นซึ่งผ่านการอบรมด้านเวชศาสตร์ครอบครัวท�ำหน้าท่ีดูแลผู้รับบริการได้น้ัน เน่ืองจากว่า
แพทยเ์ วชศาสตร์ครอบครัว (Family Physician) ของประเทศไทย ณ ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ซงึ่ กฎหมายเร่ิมใช้บังคับนั้น
มีจ�ำนวนเพียงประมาณ ๘,๐๐๐ คน ๗๐ ซึ่งเมื่อเทียบกับจ�ำนวนราษฎรสัญชาติไทย ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒
ท่ีมีจ�ำนวน ๖๕,๖๑๔,๑๕๗ คน ๗๑ จะเห็นได้ว่าอัตราส่วนระหว่างแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวกับผู้รับบริการจะเป็น
๑ ต่อ ๘,๒๐๐ คน อันเป็นที่แน่นอนว่าจ�ำนวนแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวไม่เพียงพอกับจ�ำนวนผู้รับบริการ
อยา่ งแนแ่ ท้ ดังนั้น บทเฉพาะกาลดงั กล่าวจงึ ก�ำหนดใหแ้ พทย์อน่ื ซึง่ ผา่ นการอบรมด้านเวชศาสตร์ครอบครัวท�ำหนา้ ที่
ดูแลผู้รับบริการแทนแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ท้ังน้ี คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิตามบทเฉพาะกาล
ได้ออก “ประกาศคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภมู ิ เร่ือง การกำ� หนดใหแ้ พทยอ์ น่ื ทำ� หน้าท่ดี ูแลผู้รบั บรกิ ารแทน
แพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั พ.ศ. ๒๕๖๒” ๗๒ ก�ำหนดใหผ้ ปู้ ระกอบวชิ าชพี เวชกรรมตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวชิ าชพี เวชกรรม
และผ่านการอบรมด้านเวชศาสตร์ครอบครัวจากหลักสูตรที่แพทยสภารับรองหรือปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ให้ความเห็นชอบ รวมท้ังแพทย์ซ่ึงผ่านการอบรมจากโครงการอบรมระยะส้ัน “เวชศาสตร์ครอบครัวส�ำหรับแพทย์
ปฏบิ ตั งิ านในคลนิ กิ หมอครอบครวั ” โดยความรว่ มมอื ระหวา่ งส�ำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ และราชวทิ ยาลยั
แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย เป็นแพทย์อ่ืนตามประกาศดังกล่าว ซ่ึงสามารถท�ำหน้าท่ีแทน
แพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั ไดต้ ามมาตรา ๔๓ อนั เปน็ การชว่ ยบรรเทาปญั หาการขาดแคลนแพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั
ในปจั จบุ ัน
อย่างไรกด็ ี เพอื่ ใหม้ ีแพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั ดแู ลประชาชนในสัดส่วนท่เี หมาะสม มาตรา ๔๓ วรรคสอง
และวรรคสาม จึงบัญญตั ไิ วช้ ดั เจนว่า ภายในก�ำหนดระยะเวลาสิบปีนบั แต่วนั ท่พี ระราชบัญญตั ริ ะบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
พ.ศ. ๒๕๖๒ ใชบ้ งั คับ ให้กระทรวงสาธารณสขุ รว่ มกับกระทรวงศกึ ษาธิการและสถาบันอุดมศึกษาด�ำเนินการเพือ่ ให้
มแี พทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั และผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ดแู ลประชาชนในสดั สว่ นทเี่ หมาะสม
ในกรณีท่ีมีเหตุจ�ำเป็น ให้คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิเสนอคณะรัฐมนตรีเพ่ือให้มีการขยายระยะเวลา
การใชบ้ งั คบั ออกไปอกี เปน็ ระยะเวลาตามทก่ี �ำหนดในพระราชกฤษฎกี า ซงึ่ กรณนี ม้ี ตี วั อยา่ ง เชน่ พระราชกฤษฎกี าขยาย
ระยะเวลาการใชบ้ งั คบั มาตรา ๗ แหง่ พระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา (ฉบบั ท่ี ๒๑)
พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ ๗๓ อันเน่ืองมาจากการขาดแคลนแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์ทางนิติเวชศาสตร์
ซงึ่ จะท�ำการชนั สตู รพลกิ ศพตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญามจี �ำนวนไมเ่ พยี งพอ โดยใหข้ ยายระยะเวลา
การใช้บังคับมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับท่ี ๒๑)
พ.ศ. ๒๕๔๒ ออกไปอีกจนถงึ วันท่ี ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
๗๐ สืบคน้ จาก “๒๐ ปี แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ประเทศไทย”, สมาคมแพทยเ์ วชปฏบิ ัตทิ ัว่ ไป/เวชศาสตร์ครอบครวั
แหง่ ประเทศไทย, <https://thaigpfm.org/>, เมื่อวนั ท่ี ๕ มีนาคม ๒๕๖๓.
๗๑ ข้อมูลตามประกาศส�ำนักทะเบียนกลาง เรื่อง จ�ำนวนราษฎรท่ัวราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร
ณ วันที่ ๓๑ ธนั วาคม ๒๕๖๒, ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันท่ี ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓.
๗๒ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖ ตอนพเิ ศษ ๒๗๓ ง วันที่ ๗ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒.
๗๓ ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม ๑๓๔ ตอนท่ี ๙๘ ก วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๐.
152 กระทรวงสาธารณสุข
บทท่ี ๕
บทสรุปและขอ้ เสนอแนะ
กระทรวงสาธารณสุข 153
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
154 กระทรวงสาธารณสขุ
บทท่ี ๕
บทสรุปและข้อเสนอแนะ
๕.๑ บทสรุป
พระราชบญั ญตั ริ ะบบสุขภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นกฎหมายที่ตราขึน้ เพื่อปฏริ ูปบรกิ ารทางการแพทย์
และสาธารณสุขของประเทศไทย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๗ วรรคหน่ึง มาตรา ๕๕ และมาตรา ๒๕๘ ช. (๕)
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิท�ำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการ
จดั ระบบสขุ ภาพปฐมภมู แิ ละก�ำกบั ดแู ล ซงึ่ ด�ำเนนิ การดว้ ยการมสี ว่ นรว่ มระหวา่ งภาครฐั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
ภาคเอกชน และภาคประชาชน การที่พระราชบัญญัตินี้ก�ำหนดกลไกการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ การควบคุม
คณุ ภาพและมาตรฐานของหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู แิ ละเครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ และการสง่ เสรมิ และพฒั นาระบบ
สขุ ภาพปฐมภมู ิ โดยมแี พทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั และคณะผใู้ หบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู เิ ปน็ ผใู้ หบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ
ท่ีครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมโรค การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล
และการฟื้นฟูสุขภาพของประชาชนในสัดสว่ นท่ีเหมาะสม ย่อมมผี ลเป็นการยกระดบั คณุ ภาพชีวิตของประชาชนใหม้ ี
สขุ ภาพทด่ี ขี ึน้ อย่างต่อเน่ือง ท�ำให้ประชาชนได้รับบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ทิ ี่มมี าตรฐานและลดความเหลื่อมล้�ำในการ
เข้าถึงบริการสุขภาพปฐมภูมิ อันเป็นการสร้างความเป็นธรรมและความมั่นคงด้านสุขภาพให้เกิดข้ึนในประเทศไทย
ทง้ั น้ี เมอ่ื ประชาชนมสี ขุ ภาพทดี่ แี ละมคี วามรพู้ นื้ ฐานเกยี่ วกบั การสง่ เสรมิ สขุ ภาพและการปอ้ งกนั โรค ยอ่ มท�ำใหร้ ฐั บาล
สามารถลดและประหยัดงบประมาณรายจ่ายด้านสุขภาพลงได้ และน�ำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้เพ่ือพัฒนาประเทศ
ตอ่ ไปอยา่ งไรกด็ ี การด�ำเนนิ การใหร้ ะบบสขุ ภาพปฐมภมู ใิ นประเทศไทยเปน็ ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและไดม้ าตรฐานนน้ั
ไม่อาจใช้เพียงกลไกท่ีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ เท่านั้น แต่ต้องอาศัยกลไก
ของอนบุ ญั ญตั ทิ ก่ี �ำหนดรายละเอยี ดตามพระราชบญั ญตั ดิ งั กลา่ วประกอบกนั เพอ่ื เสรมิ สรา้ งใหร้ ะบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
มคี วามครบถว้ น สมดังเจตนารมณ์ของกฎหมาย
ในการนี้ ผู้เขียนพิจารณาศึกษาและวิเคราะห์กลไกการบังคับใช้ของบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติระบบ
สขุ ภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ แลว้ สามารถจ�ำแนกอนุบัญญตั ทิ ีต่ อ้ งด�ำเนินการในเชงิ รูปแบบได้สามกลุ่ม คอื
อนบุ ญั ญตั ิที่เป็นประกาศซ่งึ ออกโดยอาศัยอ�ำนาจของคณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
อนุบัญญัติท่ีเป็นประกาศซ่ึงออกโดยอาศัยอ�ำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยค�ำแนะน�ำ
ของคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ และอนุบัญญัติท่ีเป็นประกาศซ่ึงออกโดยอาศัยอ�ำนาจของรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงสาธารณสขุ 155
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
คำ�อธบิ ายกฎหมายวา่ ด้วยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
ส�ำหรับการพิจารณาในเชิงเน้ือหาของอนุบัญญัติน้ัน จะเห็นได้ว่า พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ
พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้ร้อยเรียงข้ันตอนการด�ำเนินการบริหารจัดการระบบสุขภาพปฐมภูมิไว้เป็นขั้นตอนเช่ือมโยงกัน
ซง่ึ สามารถจ�ำแนกได้เปน็ หกกลุ่ม คอื
อนุบญั ญัติทเ่ี กยี่ วกบั กรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
อนุบัญญัติท่ีเกย่ี วกบั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภูมิและการพฒั นาระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
อนุบัญญตั ทิ ี่เก่ียวกบั หนว่ ยบริการปฐมภมู แิ ละเครอื ข่ายหนว่ ยบริการปฐมภมู ิ
อนบุ ญั ญตั ทิ เ่ี กีย่ วกับแพทยเ์ วชศาสตร์ครอบครวั และคณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ
อนบุ ัญญัตทิ เ่ี กย่ี วกับผูร้ บั บริการ และ
อนบุ ัญญัติท่ีเกย่ี วกบั พนกั งานเจ้าหน้าท่ี
อยา่ งไรกด็ ี หนา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบหลกั ในการด�ำเนนิ การเบอ้ื งตน้ เพอื่ ขบั เคลอ่ื นกลไกตา่ ง ๆ ตามพระราชบญั ญตั ิ
ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ ก็คงหลีกเล่ียงไม่พ้นที่จะเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการระบบสุขภาพ
ปฐมภูมิ และส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องผลักดันการออกอนุบัญญัติ เพ่ือก�ำหนดรายละเอียด
ในการบริหารจัดการบริการสุขภาพปฐมภูมิให้เกิดผลสัมฤทธ์ิตามกฎหมาย รวมท้ังพัฒนาให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ
ของประเทศไทยมคี ณุ ภาพและมมี าตรฐานสูงข้ึนอย่างตอ่ เน่อื ง
๕.๒ ขอ้ เสนอแนะ
๕.๒.๑ การออกอนบุ ัญญัติ
แม้ว่าพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้ใช้บังคับมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่การ
ออกอนุบัญญัติเพื่อด�ำเนินการตามกฎหมายดังกล่าวยังมีประเด็นปัญหาท่ีสลับซับซ้อนและเก่ียวข้องกับความรู้
ในหลายสาขาวิชา รวมทั้งยังมีข้อกฎหมายท่ีต้องท�ำความชัดเจนระหว่างหน่วยงานท่ีรับผิดชอบ ด้วยเหตุน้ี
การท�ำความเขา้ ใจแนวความคดิ เกยี่ วกบั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู แิ ละแยกแยะประเดน็ ปญั หาจงึ เปน็ สงิ่ ส�ำคญั โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งการปรับทัศนคติระหว่างนักกฎหมายกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขให้สอดคล้องกัน
และจากการศึกษาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงของต่างประเทศ ปรากฏว่า ประชาชนในประเทศเหล่านั้นสามารถ
เข้าถึงบริการสุขภาพปฐมภูมิได้เต็มท่ีและสะดวกภายใต้ระบบสุขภาพปฐมภูมิท่ีมีประสิทธิภาพ ในขณะท่ีบริการ
สุขภาพปฐมภูมิในประเทศไทยที่ผ่านมาแทบจะหยุดชะงักหรือขับเคล่ือนเป็นบางคร้ังบางคราวตามนโยบายแต่ละ
ยุคสมัย ส่งผลให้ยามที่เกิดโรคติดต่ออันตรายข้ึน จึงเกิดความสับสนทั้งการเฝ้าระวังและการควบคุมโรคติดต่อ
อนั ตรายอย่างสภาพที่เป็นอยูใ่ นปจั จุบนั ดังน้ัน สมควรทผี่ ู้เกี่ยวข้องจะไดห้ นั มาใหค้ วามส�ำคัญกับการสง่ เสริมสขุ ภาพ
ของประชาชนและการป้องกันโรคตามหลักการของบริการสุขภาพปฐมภูมิอย่างจริงจัง ตลอดจนประชาสัมพันธ์
ใหค้ วามรกู้ บั ประชาชน และท�ำความเขา้ ใจกบั ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ถงึ แนวทางการปฏริ ปู
บริการทางการแพทย์และสาธารณสขุ ตามพระราชบัญญตั ริ ะบบสขุ ภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมทงั้ พฒั นาบคุ ลากร
ให้มีจ�ำนวนเพียงพอกับการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยควบคู่ไปกับการเร่งรัดการออกอนุบัญญัติ เพื่อให้การปฏิบัติ
ตามกฎหมายเกดิ ผลสมั ฤทธ ิ์ ทง้ั น้ี เพอื่ ประโยชนข์ องประชาชนชาวไทยในการไดร้ บั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ทิ เ่ี ปน็ ธรรม
มคี ณุ ภาพ และมมี าตรฐาน
156 กระทรวงสาธารณสขุ
๕.๒.๒ เร่งรัดการจัดตั้งหน่วยงานขบั เคล่ือนระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
แม้ในปจั จบุ ันส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ จะมีการจัดต้งั “ส�ำนักสนับสนนุ ระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ”
เป็นหน่วยงานภายในเทียบเท่ากองท่ีขึ้นตรงกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพ่ือปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๔
ตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ ในการเป็นฝา่ ยเลขานุการของคณะกรรมการระบบสุขภาพ
ปฐมภูมิ ซึ่งมีหน้าที่และอ�ำนาจที่ขับเคลื่อนนโยบายระบบสุขภาพปฐมภูมิให้บรรลุเป้าหมายตามเจตนารมณ์
ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย ยทุ ธศาสตรช์ าต ิ แผนปฏริ ปู ประเทศ และกฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
อย่างไรก็ตาม เน่ืองจากมีสถานะเป็นเพียงหน่วยงานภายในส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขโดยไม่ได้
เป็นส่วนราชการตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการส�ำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๖๐
ท�ำให้การด�ำเนินการบางอย่างติดขัดและประสบปัญหาในด้านงบประมาณและทรัพยากรด้านบุคคล จึงสมควรที่
กระทรวงสาธารณสขุ และส�ำนกั งานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จะเรง่ ด�ำเนนิ การจดั ตงั้ สว่ นราชการ
ระดับกองตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการดังกล่าว เพื่อให้มีหน่วยงานรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ
ระบบสุขภาพปฐมภูมิตามกฎหมายโดยเร็ว และเป็นไปตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา
รา่ งพระราชบญั ญตั ริ ะบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. .... สภานติ บิ ญั ญัตแิ ห่งชาติ
๕.๒.๓ การผลิตและพัฒนาแพทย์เวชศาสตรค์ รอบครัว
ตามท่มี าตรา ๒๕๘ ช. (๕) ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย บัญญัตใิ ห้มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครวั
ดูแลประชาชนในสัดส่วนท่ีเหมาะสม และพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้ก�ำหนดกลไก
การใหบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ ใหเ้ ปน็ หนา้ ทหี่ ลกั ของแพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั ซงึ่ ตอ้ งท�ำหนา้ ทด่ี แู ลสขุ ภาพประชาชน
อยา่ งเปน็ องค์รวม ครอบคลุมทกุ มติ ขิ องการดแู ลสขุ ภาพ ทัง้ ในระดบั บคุ คล ครอบครวั และชมุ ชน โดยสอดคล้องกับ
บริบทของพื้นท่ี อย่างไรก็ตาม ยังพบว่ามีปัญหาการขาดแคลนแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวในหน่วยบริการปฐมภูมิ
และเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ รวมทั้งยังขาดแรงจูงใจให้แพทย์จบใหม่สมัครอบรมเพ่ือเป็นแพทย์เวชศาสตร์
ครอบครวั ดงั นั้น กระทรวงสาธารณสุขควรร่วมกบั หนว่ ยงานทีเ่ กี่ยวขอ้ ง อนั ประกอบดว้ ยแพทยสภา ราชวทิ ยาลัย
แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย และกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เพื่อหาวิธีการ
เพ่ิมแรงจูงใจของแพทย์จบใหม่ให้สมัครเข้าอบรมเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และการคงอยู่ในระบบ ตลอดจน
การพัฒนาและเสริมศักยภาพของแพทย์สาขาอื่นท่ีอยู่ในระบบสาธารณสขุ ใหม้ าปฏบิ ตั งิ านในระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
ให้มากยงิ่ ข้ึน ทั้งนี้ เพือ่ ให้มีจ�ำนวนของแพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั เพียงพอตามเป้าหมายในระยะ ๑๐ ปี
๕.๒.๔ การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของระบบหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิและ
เครือข่ายหนว่ ยบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภูมิ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ หลงั การถ่ายโอน
ภารกิจให้แกอ่ งค์การบริหารสว่ นจังหวดั
ตามที่ในปัจจุบันได้มีการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบลและสถานีอนามัยบางแห่งไปเป็น
ขององคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั แลว้ ตาม “ประกาศคณะกรรมการการกระจายอำ� นาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
เร่ือง หลักเกณฑ์และขั้นตอนการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี
และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ลงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๔” ซึ่งมีแนวทาง
กระทรวงสาธารณสุข 157
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ค�ำ อธิบายกฎหมายว่าด้วยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
การถา่ ยโอนภารกจิ โดยก�ำหนดหลกั เกณฑแ์ ละขนั้ ตอนทยี่ ดึ หลกั การกระจายอ�ำนาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
และพัฒนาคุณภาพของบริการสุขภาพปฐมภูมิที่สอดคล้องกับแต่ละบริบทของพ้ืนที่น้ัน เพ่ือให้การพัฒนาบริการ
สุขภาพปฐมภูมิและระบบสุขภาพปฐมภูมิขององค์การบริหารส่วนจังหวัดมีความสอดคล้องตรงตามเจตนารมณ์
ของกฎหมาย กระทรวงสาธารณสุขควรเร่งรัดการวางระบบมาตรฐานและระบบประกันคุณภาพบริการสาธารณสุข
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินตามมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒
โดยก�ำหนดเกณฑค์ ณุ ภาพและมาตรฐานใหค้ รอบคลมุ อนบุ ญั ญตั ทิ เี่ กย่ี วขอ้ งประกอบดว้ ย การบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ
และการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ คุณลักษณะของหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ
การจัดให้มีแพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั และคณะผู้ใหบ้ รกิ ารสุขภาพปฐมภูมิ และการด�ำเนินการเกย่ี วกับผรู้ ับบรกิ าร
158 กระทรวงสาธารณสขุ
บรรณานกุ รม
เอกสารภาษาไทย
“แผนปฏิบัติการด้านระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ (พ.ศ. ๒๕๖๔ - ๒๕๗๕)”. <https://pubhtml5.com/ocap/wesa>”.
กฤษณ์ พงศ์พิรุฬห์ และ Barbara Starfield. “บริการปฐมภูมิกับระบบสุขภาพ”. วารสารระบบบริการปฐมภูมิ
และเวชศาสตรค์ รอบครัว, (พ.ย. ๒๕๕๑-ก.พ. ๒๕๕๒).
โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ และ ประชาธิป กะทา. สุขภาพปฐมภูมิ บริการปฐมภูมิ จากปรัชญาสู่ปฏิบัติการ
สุขภาพมติ ใิ หม่. พมิ พค์ รั้งที่ ๒. นนทบรุ ี: ส�ำนกั งานหลักประกันสขุ ภาพแห่งชาต,ิ ๒๕๕๑.
คณะกรรมการการประกอบโรคศลิ ปะ แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสชั กรรม ทนั ตแพทยสภา สภากายภาพบ�ำบดั
และสภาเทคนิคการแพทย.์ ค�ำประกาศสิทธิและขอ้ ปฏิบตั ขิ องผูป้ ่วย ลงวนั ที่ ๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๘.
คณะกรรมการพฒั นากฎหมาย. ค�ำแนะน�ำเก่ียวกบั การก�ำหนดโทษอาญาในกฎหมาย.
คณะกรรมาธิการวิสามญั พิจารณาร่างพระราชบัญญัตริ ะบบสุขภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. .... รายงานของคณะกรรมาธกิ าร
วสิ ามญั พิจารณาร่างพระราชบัญญัตริ ะบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. .... สภานิติบญั ญตั แิ หง่ ชาติ.
คณาธปิ ทองรววี งศ์. ค�ำอธิบายหลกั กฎหมายคุม้ ครองข้อมูลสว่ นบุคคล. กรุงเทพมหานคร: นิตธิ รรม, ๒๕๖๔.
ทวเี กยี รติ บญุ ยไพศาลเจรญิ และ ยงยทุ ธ พงษส์ ภุ าพ. “การพฒั นาเวชปฏบิ ตั คิ รอบครวั ในนโยบายหลกั ประกนั สขุ ภาพ
ถว้ นหนา้ ”. วารสารวิชาการสาธารณสุข. ปที ี่ ๑๔ ฉบบั ท่ี ๒ มีนาคม-เมษายน, ๒๕๔๘.
ธรรมนติ ย์ สมุ ันตกลุ . “แบบกฎหมายเกี่ยวกบั คณะกรรมการ”. <http://web.krisdika.go.th/activityDetail.jsp?
actType=I&actCode=38&head=4&item=n5>.
ปกรณ์ นิลประพันธ์. “เกร็ดการร่างกฎหมาย ๑๒: ว่าด้วยเสียงข้างมาก”. <http://lawdrafter.blogspot.
com/2015/09/blog-post.html>”.
ยงยทุ ธ ภปู่ ระดบั กฤต. “การพฒั นาบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู :ิ ศกึ ษากรณแี นวทางการออกอนบุ ญั ญตั ติ ามพระราชบญั ญตั ิ
ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒”. เอกสารประกอบการประชุมเชงิ ปฏิบัตกิ ารคณะอนกุ รรมการภายใต้
พระราชบัญญตั ริ ะบบสุขภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒. จัดโดยส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ ระหวา่ ง
วนั ที่ ๑๐-๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๓.
ยศ ตีระวัฒนานนท์ และคณะ. การวิจัยเชิงสังเคราะห์เพ่ือประเมินผลลัพธ์ทางเศรษฐศาสตร์ของนโยบาย
คลนิ กิ หมอครอบครวั . นนทบุร:ี สถาบนั วิจยั ระบบสาธารณสขุ , ๒๕๖๐.
วชิ ัย โชคววิ ัฒน. โรงพยาบาลเอกชนคา่ รักษาแพง: ปญั หาและทางออก. นนทบรุ :ี ส�ำนักประสานการพฒั นาสงั คม
สุขภาวะ, ม.ป.พ.
วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์. “การคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยกรณีการรักษาพยาบาล”. เอกสารวิชาการส่วนบุคคล หลักสูตร
หลกั นิติธรรมเพ่อื ประชาธปิ ไตย ส�ำนกั งานศาลรัฐธรรมนญู , ๒๕๕๖.
กระทรวงสาธารณสุข 159
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายว่าดว้ ยระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
ศภุ วฒั น์ สงิ หส์ วุ งษ.์ “หลกั ทวั่ ไปในการด�ำเนนิ งานของคณะกรรมการทม่ี อี �ำนาจพจิ ารณาทางปกครอง”. <http://web.
krisdika.go.th/data/activity/act13800.pdf>.
สมาคมแพทยเ์ วชปฏบิ ตั ทิ วั่ ไป/เวชศาสตรค์ รอบครวั แหง่ ประเทศไทย. “๒๐ ปี แพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั ประเทศไทย”.
<https://thaigpfm.org/>.
ส�ำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า. คมู่ อื แบบการรา่ งกฎหมาย. กรงุ เทพมหานคร: ส�ำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า,
๒๕๕๑.
. บันทึกส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประกอบร่างพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ....
(เรอ่ื งเสร็จที่ ๑๙๘๙/๒๕๖๑).
ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. รายงานสรุปการศึกษาอบรมระยะสั้นต่างประเทศ “หลักสูตรการพัฒนาผู้น�ำ
ระบบสุขภาพปฐมภูมิ” Training and Site-based Learning on Policy and Primary Care
Management. ระหวา่ งวนั ท่ี ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒-๒ มิถุนายน ๒๕๖๒.
สุพัตรา ศรีวณิชชากร และคณะ. สถานการณ์การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๔๗-๒๕๕๘. นนทบุรี:
มลู นิธิสถาบันวจิ ยั และพฒั นาระบบสุขภาพชมุ ชน, ๒๕๕๘.
แสวง บญุ เฉลมิ วภิ าส. “ความยนิ ยอมเพอ่ื รบั การรกั ษากบั การรกั ษาพยาบาลเชงิ พาณชิ ย”์ . วารสารกฎหมายสขุ ภาพ
และสาธารณสุข, ปีท่ี ๑ เล่มที่ ๒ พฤษภาคม-สิงหาคม, ๒๕๕๘.
โสภณ เมฆธน และคณะ. แนวทางการดำ� เนินงานคลนิ ิกหมอครอบครัวสำ� หรบั หน่วยบรกิ าร. นนทบรุ :ี ส�ำนักงาน
ปลัดกระทรวงสาธารณสขุ , ๒๕๕๙
หนงั สอื ส�ำนักเลขาธิการคณะรฐั มนตรี ด่วนทส่ี ดุ ท่ี นร ๐๕๐๓/ว ๑๗๑.๒ ลงวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๐ เรือ่ ง แนวทาง
ในการจดั ท�ำร่างกฎหมายให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย (มาตรา ๒๖ และมาตรา ๘๑
ประกอบกับมาตรา ๒๖๓).
เอกสารภาษาต่างประเทศ
“Three GP surgeries put into special measures over patient safety concerns”. <https://www.
theguardian.com/society/2015/jan/22/three-gp-surgeries-special-measures-patient-
safety-concerns?CMP=twt_gu>”.
“Walton GP surgery to shut after watchdog found staff were untrained and building lacked
vital equipment”. <https://www.liverpoolecho.co.uk/news/liverpool-news/walton-
gp-surgery-shut-after-10220365>.
<http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/4987430.stm>.
<https://albertafindadoctor.ca/pcn>.
<https://digital.nhs.uk/data-and-information/publications/statistical/general-and-personal-
medical-services/>.
160 กระทรวงสาธารณสขุ
<https://digital.nhs.uk/data-and-information/publications/statistical/general-and-personal-
medical-services/final-31-December-2019>.
<https://www.gov.uk/government/publications/the-nhs-constitution-for-england/the-nhs-
constitution-for-england>.
<https://www.nhsconfed.org/articles/what-are-clinical-commissioning-groups>.
A. Peckham, Julia Ho & G. Marchildon. Rapid Review: Policy Innovations in Primary Care Across
Canada, Prepared for the Canadian Foundation for Healthcare Improvement, 2018.
Barbara Starfield. “Is Primary Care Essential? [Primary Care Tomorrow]”. The Lancet. October 1994.
Framework for Primary Care in Ontario, Ontario Primary Care Council. <https://www.allianceon.
org/sites/default/files/documents/Framework%20for%20Primary%20Care%20in%20O
ntario.pdf>.
John-Stewart Gordon. “Poverty, Human Rights, and Just Distribution”. International Public Health
Policy and Ethics. Michael Boylan (editor). United States: Springer, 2008.
Julian Tudor Hart. “A New Kind of Doctor”. Journal of the Royal Society of Medicine. · January 1982.
NHS Constitution. <https://www.gov.uk/government/publications/the-nhs-constitution-for-england/
the-nhs-constitution-for-england>.
NHS England and NHS Improvement funding and resource 2019/2020: supporting “The NHS Long
Term Plan”, 29 March 2019.
Peckham S, Falconer J, and Gillam S. “Impact of changes in the Health and Social Care Act 2012
and Public Health White Paper”. The Organisation and Delivery of Health Improvement
in General Practice and Primary Care: a scoping study, Health Services and Delivery
Research. No. 3.29. NIHR Journals Library, 2015.
Political Declaration of the High-level Meeting on Universal Health Coverage “Universal Health
Coverage: Moving Together to Build a Healthier World”.
Theodore Tulchinsky and Elena Varavikova. The New Public Health. (third ed.). United States of
America: Academic Press, 2014.
กระทรวงสาธารณสุข 161
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข
ค�ำ อธิบายกฎหมายว่าดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
กฎหมายและอนุบัญญัติ
รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย
พระราชบญั ญัติการประกอบโรคศลิ ปะ พ.ศ. ๒๕๔๒
พระราชบัญญตั คิ มุ้ ครองข้อมลู สว่ นบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
พระราชบัญญัตเิ งนิ คงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑
พระราชบัญญตั ปิ ระกนั สงั คม พ.ศ. ๒๕๓๓
พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒
พระราชบัญญตั ิระเบียบบรหิ ารราชการกระทรวงการอดุ มศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วจิ ัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒
พระราชบญั ญตั วิ ธิ ปี ฏบิ ัตริ าชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙
พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑
พระราชบัญญัตสิ ุขภาพจติ พ.ศ. ๒๕๕๑
พระราชบัญญัติสขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐
พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดท�ำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒
พระราชบญั ญัตหิ ลกั ประกันสุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕
ข้อบงั คบั การประชุมสภานิติบญั ญตั แิ หง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง การคัดเลือกและการแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติ
ระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การคัดเลือกและการแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๕ (๔) แห่งพระราชบัญญัติ
ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การคัดเลือกและการแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๕ (๕) แห่งพระราชบัญญัติ
ระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง การคัดเลือกและการแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๕ (๖) แห่งพระราชบัญญัติ
ระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การคัดเลือกและการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการสาธารณสุขและ
ด้านการแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวตามมาตรา ๕ (๗) แห่งพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ
พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง การคัดเลือกและการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้แทนองค์กรเอกชน
ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่มิใช่เป็นการแสวงหาผลก�ำไรและด�ำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับงานด้านสุขภาพตาม
มาตรา ๕ (๗) แห่งพระราชบัญญตั ิระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒
162 กระทรวงสาธารณสุข
ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอื่ ง การปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี องพนกั งานเจา้ หนา้ ทตี่ ามพระราชบญั ญตั ริ ะบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๓
ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอื่ ง ก�ำหนดแบบบตั รประจ�ำตัวพนักงานเจา้ หนา้ ที่ตามพระราชบัญญตั ริ ะบบสขุ ภาพ
ปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๓
ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอ่ื ง แตง่ ตง้ั พนกั งานเจา้ หนา้ ทเ่ี พอื่ ปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั ริ ะบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๓
ประกาศคณะกรรมการการกระจายอ�ำนาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ เรอื่ ง หลกั เกณฑแ์ ละขนั้ ตอนการถา่ ยโอน
ภารกิจสถานีอนามยั เฉลมิ พระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี และโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพต�ำบล
ให้แก่องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัด ลงวนั ที่ ๕ ตลุ าคม ๒๕๖๔
ประกาศคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ เร่ือง กลไกและหลักเกณฑ์ในการส่งเสริมและพัฒนาให้โรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพต�ำบลมีความสามารถเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ
พ.ศ. ๒๕๖๓
ประกาศคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ เร่ือง การก�ำหนดผู้มีสิทธิร้องเรียนต่อผู้บริหารหน่วยบริการปฐมภูมิ
หรือเครือขา่ ยหน่วยบรกิ ารปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๓
ประกาศคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ เรื่อง การก�ำหนดให้แพทย์อื่นท�ำหน้าที่ดูแลผู้รับบริการแทนแพทย์
เวชศาสตรค์ รอบครวั พ.ศ. ๒๕๖๒
ประกาศคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ เรื่อง การจัดท�ำบัญชีรายช่ือผู้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิ การแจ้ง
และการขอเปลย่ี นแปลงหน่วยบรกิ ารปฐมภมู ิหรอื เครอื ขา่ ยหนว่ ยบริการปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๕
ประกาศคณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ เรอื่ ง การด�ำเนนิ การจดั แพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั และคณะผใู้ หบ้ รกิ าร
สขุ ภาพปฐมภมู ิ ในการใหบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๔
ประกาศคณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ เรื่อง การอทุ ธรณ์และวิธีพจิ ารณาวินิจฉยั อุทธรณ์ พ.ศ. ๒๕๖๓
ประกาศคณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ เรอื่ ง ก�ำหนดผซู้ ง่ึ ผา่ นการฝกึ อบรมดา้ นสขุ ภาพปฐมภมู เิ พอื่ เปน็ ผสู้ นบั สนนุ
การปฏิบัติหน้าท่ีของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๖๓
ประกาศคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภมู ิ เร่ือง บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ทิ บ่ี ุคคลมีสทิ ธไิ ดร้ ับ พ.ศ. ๒๕๖๓
ประกาศคณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ เรอื่ ง ลกั ษณะของหนว่ ยบรกิ ารและเครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารทจ่ี ะขน้ึ ทะเบยี น
การข้ึนทะเบียน และการแบ่งเขตพื้นที่ เพ่ือเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ
พ.ศ. ๒๕๖๒
ประกาศคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับฟังความคิดเห็นจาก
ผรู้ ับบรกิ าร หน่วยบรกิ ารปฐมภมู ิ เครอื ข่ายหน่วยบริการปฐมภมู ิ และผเู้ ก่ยี วขอ้ งเกี่ยวกับการจดั บรกิ าร
สุขภาพปฐมภมู แิ ละระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๔
กระทรวงสาธารณสขุ 163
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ
ประกาศคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ
ของหนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมแิ ละเครอื ขา่ ยหน่วยบรกิ ารปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๓
ประกาศคณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ เรอื่ ง หลกั เกณฑ ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขการสง่ ตอ่ ผรู้ บั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ
พ.ศ. ๒๕๖๔
ประกาศส�ำนักทะเบียนกลาง เรื่อง จ�ำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันท่ี
๓๑ ธนั วาคม ๒๕๖๒
พระราชกฤษฎกี าขยายระยะเวลาการใชบ้ งั คบั มาตรา ๗ แหง่ พระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณา
ความอาญา (ฉบบั ที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๖๐
พระราชกฤษฎกี าเงนิ สวสั ดกิ ารเกย่ี วกับการรกั ษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๓
ระเบยี บส�ำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดบั พืน้ ที่ พ.ศ. ๒๕๖๑
Canada Health Act 1984
Health and Social Care Act 2012
Hospital and Diagnostic Services Act 1957
Medical Care Act 1966
National Health Service Act 1977
National Health Services (Primary Care) Act 1997
Patients First Act 2016
ค�ำวนิ จิ ฉยั และค�ำพพิ ากษา
ค�ำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๒/๒๕๕๕
ค�ำวนิ จิ ฉยั ศาลรฐั ธรรมนญู ท่ี ๒๔/๒๕๖๔
ค�ำพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๒๕๓/๒๕๐๓
ค�ำพิพากษาศาลฎกี าท่ี ๒๔๓/๒๕๐๙
ค�ำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๖๖๓/๒๕๑๓
ค�ำพิพากษาศาลฎกี าที่ ๓๕/๒๕๒๑
ค�ำพพิ ากษาศาลฎีกาที่ ๗๖๓/๒๕๒๗ (ประชุมใหญ่)
ค�ำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๑๑๙/๒๕๓๐
ค�ำพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๒๐๗๙-๒๐๘๐/๒๕๓๕
ค�ำพพิ ากษาศาลฎีกาที่ ๓๑๐๖/๒๕๓๕
ค�ำพพิ ากษาศาลฎีกาที่ ๑๐๘๔/๒๕๓๖
164 กระทรวงสาธารณสุข
ค�ำพิพากษาศาลฎกี าที่ ๒๙๒/๒๕๔๒
ค�ำพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๓๔๗๐/๒๕๔๓
ค�ำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๑๓๓๒/๒๕๕๕
ค�ำพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๑๗๐๐/๒๕๕๙
ค�ำพิพากษาศาลฎกี าท่ี ๓๗๐๘-๓๗๐๙/๒๕๖๑
ค�ำพิพากษาศาลปกครองสูงสดุ ท่ี อ.๖๓๒/๒๕๖๒
ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา
ผูร้ กั ษาการตามกฎหมาย (เรอื่ งเสร็จที่ ๑๓๘/๒๔๙๗)
หารือปัญหากฎหมายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติก�ำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ. ๒๕๒๒ (กรรมการ
ผทู้ รงคณุ วฒุ จิ ะมอบหมายใหข้ า้ ราชการในระดบั รองเขา้ ประชมุ ในคณะกรรมการสว่ นจงั หวดั แทนไดห้ รอื ไม)่
(เร่อื งเสรจ็ ท่ี ๓๔๖/๒๕๒๔)
องค์คณะของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒
(เรือ่ งเสร็จท่ี ๔๒๖/๒๕๓๑)
อ�ำนาจของคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติในการแต่งต้ังคณะอนุกรรมการ (เรื่องเสร็จ
ท่ี ๑๐๓/๒๕๓๖)
อ�ำนาจของปลัดกระทรวงการคลังในการมอบหมายให้ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการเป็นประธานกรรมการของ
คณะกรรมการสลากกินแบ่งรฐั บาลแทน (เร่ืองเสรจ็ ท่ี ๑๓๐/๒๕๓๙)
หารือปัญหาข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๒๒ (การมอบอ�ำนาจและหน้าท่ีตาม
มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๒๘ ของคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาให้คณะอนุกรรมการ
บคุ คลหน่ึงบุคคลใด หรอื กรรมการคนหน่งึ คนใด) (เรอ่ื งเสรจ็ ท่ี ๒๒๗/๒๕๓๙)
ปัญหาในการปฏิบัตติ ามพระราชบญั ญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ (เรอื่ งเสรจ็ ที่ ๕๑๖/๒๕๔๓)
การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาและคณะอนุกรรมการตามพระราชบัญญัติสภาท่ีปรึกษาเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๓ (เรื่องเสรจ็ ท่ี ๑๓๕/๒๕๔๔)
หารือเกี่ยวกับวาระการด�ำรงต�ำแหน่งเป็นกรรมการของผู้จัดการบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (เรื่องเสร็จ
ที่ ๒๖๖/๒๕๔๔)
การด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการและการมอบหมายให้ท�ำหน้าที่แทนกรรมการตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ
แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ (เรือ่ งเสร็จที่ ๔๖๔/๒๕๔๖)
การแต่งต้ังและได้รับค่าตอบแทนในต�ำแหน่งเลขานุการคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนต�ำบล (เรื่องเสร็จ
ท่ี ๗๓๗/๒๕๔๖)
การนบั วาระด�ำรงต�ำแหนง่ และลกั ษณะตอ้ งหา้ มของ อ.ก.ม. อทุ ธรณแ์ ละรอ้ งทกุ ขต์ ามพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บขา้ ราชการ
พลเรือนในมหาวทิ ยาลัย พ.ศ. ๒๕๐๗ (เรอ่ื งเสรจ็ ที่ ๔๕๑/๒๕๔๗)
กระทรวงสาธารณสขุ 165
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสขุ
ค�ำ อธิบายกฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสุขภาพปฐมภูมิ
การนบั องคป์ ระชุมคณะกรรมการองคก์ ารจดั การน�้ำเสยี (เรือ่ งเสร็จที่ ๘๗๗/๒๕๔๗)
การสน้ิ สุดสมาชิกภาพของสมาชกิ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ (เรอ่ื งเสรจ็ ที่ ๑๑๖/๒๕๔๘)
อ�ำนาจหนา้ ทข่ี องคณะกรรมการขา้ ราชการฝา่ ยรฐั สภา ในการออกระเบยี บเกย่ี วกบั การจา่ ยเงนิ คา่ ตอบแทนพเิ ศษแก่
ข้าราชการรัฐสภาสามัญและลกู จ้างในสังกัดรฐั สภา (เรื่องเสร็จท่ี ๑๖๙/๒๕๔๘)
การออกประกาศของคณะกรรมการลิขสิทธิ์ (เร่อื งเสรจ็ ท่ี ๑๙๒/๒๕๔๘)
อ�ำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๕ (เรื่องเสร็จที่ ๗๐/๒๕๔๙)
อ�ำนาจและหนา้ ทข่ี องคณะกรรมการองคก์ ารตลาดในการแตง่ ตงั้ ผอู้ �ำนวยการองคก์ ารตลาด (เรอื่ งเสรจ็ ที่ ๙๗/๒๕๔๙)
การขอรับใบอนญุ าตเป็นผู้ประกอบกจิ การการรบั จัดบริการขนสง่ ในกจิ การฮจั ย์ (เรอ่ื งเสร็จท่ี ๓๕๐/๒๕๕๐)
อ�ำนาจในการออกระเบียบคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ว่าด้วยแนวทางการจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชน
ในพื้นที่รอบโรงไฟฟา้ พ.ศ. .... (เรือ่ งเสรจ็ ที่ ๗๓๔/๒๕๕๐)
การด�ำรงต�ำแหนง่ และวาระการด�ำรงต�ำแหนง่ ของประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการบรหิ ารส�ำนกั งาน
พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (เรอ่ื งเสรจ็ ท่ี ๑๕๐/๒๕๕๑)
ค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีการลงคะแนนเสียงเพ่ือถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถ่ิน (เร่ืองเสร็จ
ที่ ๓๖๙/๒๕๕๑)
การอนุญาตให้เอกชนเข้าร่วมรับฟังและสังเกตการณ์การประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (เร่ืองเสร็จ
ท่ี ๗๔๒/๒๕๕๑)
การนับวาระการด�ำรงต�ำแหนง่ ของกรรมการบริหารศูนยม์ านษุ ยวิทยาสริ ินธร (เร่ืองเสร็จที่ ๓๘๗/๒๕๕๒)
อ�ำนาจในการปรับแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดและการปล่อยชั่วคราวส�ำหรับผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์
หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด
พ.ศ. ๒๕๔๕ (เร่อื งเสรจ็ ท่ี ๒๗๔/๒๕๕๓)
การออกประกาศใหค้ ณะกรรมการสงิ่ แวดลอ้ มแหง่ ชาตแิ ละคณะกรรมการผชู้ �ำนาญการพจิ ารณารายงานการวเิ คราะห์
ผลกระทบสิ่งแวดล้อม มีอ�ำนาจประกาศก�ำหนดเขตพ้ืนท่ีที่ส�ำคัญเป็นเขตพื้นท่ีโครงการหรือกิจการ
ท่ีอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ
และสุขภาพ (เรอ่ื งเสร็จที่ ๕๘๙-๕๙๐/๒๕๕๓)
การมอบอ�ำนาจของคณะกรรมการพจิ ารณาคา่ ตอบแทนผเู้ สยี หาย และคา่ ทดแทนและคา่ ใชจ้ า่ ยแกจ่ �ำเลยในคดอี าญา
ในการพิจารณาอนุมัติค่าตอบแทน ค่าทดแทน หรือค่าใช้จ่ายตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย
และค่าทดแทนและค่าใชจ้ า่ ยแก่จ�ำเลยในคดอี าญา พ.ศ. ๒๕๔๔ (เร่อื งเสร็จที่ ๔๘๕/๒๕๕๔)
วาระการด�ำรงต�ำแหน่งของกรรมการตามกฎหมายวา่ ด้วยหลักประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ (เรอื่ งเสรจ็ ที่ ๕๐๙/๒๕๕๔)
การขยายบริการสาธารณสุขไปยังผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคมตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติ
หลกั ประกันสุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ (เรอื่ งเสรจ็ ท่ี ๒๒๔/๒๕๕๕)
166 กระทรวงสาธารณสขุ
การเปน็ หนว่ ยงานรว่ มจดั ระบบหลกั ประกนั สขุ ภาพของคนตา่ งชาตทิ พ่ี �ำนกั ในประเทศไทย (เรอื่ งเสรจ็ ที่ ๑๔๔๙/๒๕๕๖)
การหามติของ ก.อบต.จังหวัด กรณีกรรมการลงมติเห็นชอบน้อยกว่าจ�ำนวนกรรมการที่งดออกเสียง (เร่ืองเสร็จ
ท่ี ๑๑๗๘/๒๕๕๘)
การก�ำหนดแนวทางการตรวจและการจัดท�ำร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(เรอื่ งเสร็จที่ ๔๗๙/๒๕๖๐)
มตขิ องคณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทย และจรรยาบรรณแหง่ วิชาชีพการแพทยแ์ ผนไทยตามพระราชบญั ญตั ิ
วชิ าชพี การแพทยแ์ ผนไทย พ.ศ. ๒๕๕๖ (เรือ่ งเสร็จที่ ๓๐๑/๒๕๖๑)
การหกั คา่ ใชจ้ า่ ยเพอื่ บรกิ ารสาธารณสขุ ตามพระราชบญั ญตั หิ ลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ กรณหี นว่ ยบรกิ าร
เรยี กเกบ็ ค่าใชจ้ า่ ยเพ่อื บริการสาธารณสขุ เกินจริงหรอื เป็นเท็จ (เรอ่ื งเสร็จท่ี ๔๗๒/๒๕๖๑)
การท�ำหนา้ ทกี่ รรมการของบคุ คลคนเดยี วทด่ี �ำรงต�ำแหนง่ ทง้ั กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ แิ ละกรรมการโดยต�ำแหนง่ ในคณะ
กรรมการชดุ เดียวกนั (เร่ืองเสร็จที่ ๖๖๕/๒๕๖๑)
การแต่งตั้งผู้แทนของผู้บริหารท้องถิ่นเข้าเป็นกรรมการในคณะกรรมการเพ่ือท�ำหน้าที่ก�ำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์
เบือ้ งต้นและเงินคา่ ทดแทน (เรื่องเสร็จท่ี ๗๕๒/๒๕๖๓)
ความเป็นกลางของผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในการ
พจิ ารณาอนมุ ตั กิ ารใช้จ่ายเงินกองทนุ (เรื่องเสร็จท่ี ๒๑/๒๕๖๕)
การปฏิบัติหน้าท่ีของสภาสถาบันพระบรมราชชนกตามมาตรา ๑๗ และมาตรา ๖๖ แห่งพระราชบัญญัติสถาบัน
พระบรมราชชนก พ.ศ. ๒๕๖๒ (เรื่องเสร็จที่ ๒๔/๒๕๖๕)
การลงมติของคณะกรรมการการแข่งขนั ทางการคา้ (เร่อื งเสร็จท่ี ๒๖๓/๒๕๖๕)
กระทรวงสาธารณสขุ 167
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
168 กระทรวงสาธารณสขุ
ภาคผนวก ๑
^^^^
พระราชบญั ญตั ริ ะบบสุขภาพปฐมภมู ิ
พ.ศ. ๒๕๖๒
กระทรวงสาธารณสขุ 169
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
170 กระทรวงสาธารณสขุ
พระราชบญั ญตั ิ
ระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
พ.ศ. ๒๕๖๒
สมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวมหาวชิราลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกูร
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒
เปน็ ปที ่ี ๔ ในรชั กาลปัจจบุ ัน
สมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวมหาวชิราลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู มพี ระราชโองการโปรดเกล้าฯ ใหป้ ระกาศว่า
โดยท่ีเปน็ การสมควรมกี ฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซ่ึงมาตรา ๒๖
ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระท�ำได้
โดยอาศัยอ�ำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
เหตุผลและความจ�ำเป็นในการจ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพ่ือก�ำหนดกลไก
การจดั ระบบสขุ ภาพปฐมภมู ทิ ม่ี แี พทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั และคณะผใู้ หบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ดิ แู ลประชาชนในสดั สว่ น
ที่เหมาะสม รวมท้ังก�ำหนดหลักเกณฑ์การด�ำเนินการเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิที่มีประสิทธิภาพ
มีความเป็นธรรม มีคุณภาพ และมีมาตรฐาน ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเง่ือนไขท่ีบัญญัติไว้ใน
มาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติข้ึนไว้โดยค�ำแนะน�ำและยินยอมของสภานิติบัญญัติ
แหง่ ชาติท�ำหนา้ ทรี่ ัฐสภา ดงั ตอ่ ไปน้ี
มาตรา ๑ พระราชบญั ญตั นิ ้เี รียกวา่ “พระราชบัญญตั ริ ะบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ พ.ศ. ๒๕๖๒”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเม่ือพ้นก�ำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เปน็ ต้นไป*
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญตั นิ ้ี
“บริการสุขภาพปฐมภมู ิ” หมายความวา่ บริการทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ท่มี ุง่ หมายดูแลสขุ ภาพของ
บคุ คลในเขตพน้ื ทรี่ บั ผดิ ชอบในลกั ษณะองคร์ วม ตง้ั แตแ่ รก ตอ่ เนอ่ื ง และผสมผสาน ครอบคลมุ ทง้ั การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ
* ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม่ ๑๓๖ ตอนท่ี ๕๖ ก วนั ที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒.
กระทรวงสาธารณสุข 171
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ค�ำ อธิบายกฎหมายว่าด้วยระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
การควบคุมโรค การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพ โดยหน่วยบริการ
ปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิท่ีประกอบด้วยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและคณะผู้ให้บริการสุขภาพ
ปฐมภมู ิ รวมทง้ั เชื่อมโยงกบั ครอบครัว ชุมชน และบรกิ ารทางการแพทย์และสาธารณสขุ ระดบั ทตุ ิยภมู แิ ละตติยภมู ิ
“ระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ” หมายความว่า กลไกและกระบวนการในการประสานความรว่ มมือเพือ่ จัดบริการ
สุขภาพปฐมภูมิ โดยการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ภาคเอกชน และภาคประชาชน
รวมท้ังการส่งต่อผู้รับบริการและการเช่ือมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการทั้งระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ
“หน่วยบรกิ าร” หมายความว่า
(๑) สถานพยาบาลทดี่ �ำเนนิ การโดยกระทรวง ทบวง กรม องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ รฐั วสิ าหกจิ สถาบนั
การศึกษาของรฐั หนว่ ยงานอ่ืนของรฐั และสภากาชาดไทย
(๒) สถานพยาบาลตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสถานพยาบาล
(๓) หนว่ ยบริการตามกฎหมายวา่ ด้วยหลักประกนั สุขภาพแหง่ ชาติ
(๔) หน่วยบริการอ่ืนตามทคี่ ณะกรรมการประกาศก�ำหนด
“หน่วยบริการปฐมภูมิ” หมายความว่า หน่วยบริการท่ีได้ข้ึนทะเบียนเพื่อให้บริการสุขภาพปฐมภูมิตาม
พระราชบญั ญตั นิ ี้
“เครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ” หมายความว่า หน่วยบริการปฐมภูมิหรือหน่วยบริการท่ีรวมตัวกันและ
ขน้ึ ทะเบยี นเป็นเครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู เิ พอื่ ใหบ้ รกิ ารสุขภาพปฐมภูมิตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
“แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว” หมายความว่า แพทย์ที่ได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้
ความช�ำนาญในการประกอบวชิ าชพี เวชกรรมสาขาเวชศาสตรค์ รอบครวั
“ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ” หมายความวา่ ผปู้ ระกอบโรคศลิ ปะ ผปู้ ระกอบวชิ าชพี
เวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพ
ทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบ�ำบัด ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
ผปู้ ระกอบวชิ าชพี การแพทยแ์ ผนไทย ผปู้ ระกอบวชิ าชพี การแพทยแ์ ผนไทยประยกุ ต์ ผปู้ ระกอบวชิ าชพี การสาธารณสขุ
ชมุ ชน หรอื ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ อน่ื ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการนน้ั และใหห้ มายความรวมถงึ
บุคคลตามมาตรา ๓๑ แหง่ พระราชบัญญตั กิ ารประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒
“คณะผใู้ หบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ”ิ หมายความวา่ ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ซงึ่ ปฏบิ ตั ิ
งานร่วมกันกับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ และให้หมายความรวมถึงผู้ซ่ึงผ่านการ
ฝกึ อบรมดา้ นสขุ ภาพปฐมภมู เิ พอ่ื เปน็ ผสู้ นบั สนนุ การปฏบิ ตั หิ นา้ ทขี่ องแพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั และผปู้ ระกอบวชิ าชพี
ดังกล่าว ทงั้ น้ี ตามท่ีคณะกรรมการประกาศก�ำหนด
“คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
“ส�ำนกั งาน” หมายความวา่ ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
“พนักงานเจ้าหน้าท่ี” หมายความว่า ผู้ซ่ึงรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยค�ำแนะน�ำของคณะกรรมการให้ปฏิบัติการ
ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
“รัฐมนตร”ี หมายความวา่ รัฐมนตรผี ้รู กั ษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี
172 กระทรวงสาธารณสุข
มาตรา ๔ ให้รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสขุ รักษาการตามพระราชบญั ญตั ินี้และใหม้ อี �ำนาจแต่งตง้ั
พนกั งานเจ้าหน้าที่ กบั ออกประกาศเพื่อปฏบิ ัตกิ ารตามพระราชบัญญัตนิ ้ี
ประกาศน้นั เมือ่ ไดป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใชบ้ งั คับได้
หมวด ๑
คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกวา่ “คณะกรรมการระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ” ประกอบด้วย
(๑) รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยต�ำแหนง่ ไดแ้ ก่ ปลดั กระทรวงกลาโหม ปลดั กระทรวงมหาดไทย ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เลขาธิการส�ำนักงานประกันสังคม และเลขาธิการ
ส�ำนักงานหลกั ประกนั สุขภาพแหง่ ชาติ
(๓) กรรมการซงึ่ รฐั มนตรแี ตง่ ตง้ั จากผบู้ รหิ ารองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั จ�ำนวนหนง่ึ คน ผบู้ รหิ ารเทศบาล
จ�ำนวนหนึ่งคน ผู้บรหิ ารองค์การบรหิ ารส่วนต�ำบล จ�ำนวนหนงึ่ คน และผบู้ รหิ ารองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ อ่นื ทม่ี ี
กฎหมายจดั ตงั้ จ�ำนวนหนึง่ คน โดยใหผ้ ูบ้ ริหารองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ แตล่ ะประเภทคดั เลือกกนั เอง
(๔) กรรมการซ่ึงรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้อ�ำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบลที่เป็นหน่วยบริการ
ปฐมภูมิ จ�ำนวนหนึ่งคน ผู้บริหารหน่วยบริการปฐมภูมิท่ีสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จ�ำนวนหน่ึงคน และผู้บริหาร
หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ขิ องรฐั ทไี่ มไ่ ดส้ งั กดั กระทรวงสาธารณสขุ จ�ำนวนหนงึ่ คน โดยใหผ้ อู้ �ำนวยการหรอื ผบู้ รหิ ารหนว่ ย
บรกิ ารปฐมภมู แิ ต่ละประเภทคดั เลอื กกนั เอง
(๕) กรรมการซง่ึ รฐั มนตรแี ตง่ ตงั้ จากนายแพทยส์ าธารณสขุ จงั หวดั จ�ำนวนหนงึ่ คน และสาธารณสขุ อ�ำเภอ
จ�ำนวนหน่งึ คน โดยใหน้ ายแพทย์สาธารณสขุ จังหวดั และสาธารณสุขอ�ำเภอ แลว้ แตก่ รณี คัดเลอื กกนั เอง
(๖) กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ด�ำเนินการของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
ที่เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ จ�ำนวนหน่ึงคน และแต่งต้ังจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำหมู่บ้าน จ�ำนวนหน่ึงคน
และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร จ�ำนวนหน่ึงคน โดยให้ผู้ด�ำเนินการของสถานพยาบาลตามกฎหมาย
วา่ ดว้ ยสถานพยาบาล อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจ�ำหมบู่ า้ นและอาสาสมคั รสาธารณสขุ กรงุ เทพมหานคร แลว้ แตก่ รณี
คัดเลอื กกนั เอง
(๗) กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ จ�ำนวนสค่ี น ซง่ึ รฐั มนตรแี ตง่ ตง้ั จากผมู้ คี วามรู้ ความเชย่ี วชาญ และมปี ระสบการณ์
เปน็ ทปี่ ระจกั ษใ์ นดา้ นการสาธารณสขุ และดา้ นการแพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั ดา้ นละหนงึ่ คน และแตง่ ตง้ั จากผแู้ ทน
องคก์ รเอกชนซงึ่ มวี ตั ถปุ ระสงคท์ มี่ ใิ ชเ่ ปน็ การแสวงหาผลก�ำไรและด�ำเนนิ กจิ กรรมทเี่ กยี่ วกบั งานดา้ นสขุ ภาพ โดยการ
คัดเลือกกนั เองให้เหลอื จ�ำนวนสองคน
ให้รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขมอบหมาย เป็นกรรมการและเลขานุการ
และให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแต่งต้ังข้าราชการส�ำนักงานซ่ึงรับผิดชอบงานด้านระบบสุขภาพปฐมภูมิจ�ำนวน
สองคน เปน็ ผชู้ ่วยเลขานกุ าร
กระทรวงสาธารณสุข 173
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
ค�ำ อธิบายกฎหมายว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ
การคัดเลือกและการแต่งตัง้ กรรมการตามวรรคหน่ึง (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) ใหเ้ ปน็ ไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงอ่ื นไขทีร่ ฐั มนตรีประกาศก�ำหนด
มาตรา ๖ กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหนงึ่ (๖) และ (๗) ตอ้ งมคี ณุ สมบตั แิ ละไมม่ ลี กั ษณะตอ้ งหา้ ม ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) ไม่เปน็ บคุ คลลม้ ละลายหรอื เคยเป็นบคุ คลล้มละลายทุจรติ
(๓) ไม่เปน็ คนไร้ความสามารถหรอื คนเสมอื นไร้ความสามารถ
(๔) ไม่เคยต้องค�ำพิพากษาอันถึงท่ีสุดให้ลงโทษจ�ำคุก เว้นแต่เป็นโทษส�ำหรับความผิดที่ได้กระท�ำ
โดยประมาทหรือความผดิ ลหโุ ทษ
(๕) ไม่เคยต้องค�ำพิพากษาหรือค�ำส่ังของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่�ำรวย
ผิดปกติหรอื มที รพั ยส์ ินเพมิ่ ขึน้ ผิดปกติ
(๖) ไม่เคยถกู ไลอ่ อก ปลดออก หรอื ให้ออกจากราชการ รฐั วสิ าหกิจ หรือหนว่ ยงานของรัฐ เพราะทุจริต
ต่อหน้าท่ี ประพฤติชวั่ อยา่ งรา้ ยแรง หรอื ถือวา่ กระท�ำการทุจริตและประพฤตมิ ชิ อบในวงราชการ
(๗) ไมเ่ ปน็ กรรมการหรอื ผดู้ �ำรงต�ำแหนง่ ซงึ่ รบั ผดิ ชอบการบรหิ ารพรรคการเมอื ง ทปี่ รกึ ษาพรรคการเมอื ง
หรือเจ้าหนา้ ทพี่ รรคการเมือง
ในกรณีท่ีเป็นกรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง (๗) ซึ่งรัฐมนตรีแต่งต้ังจากผู้มีความรู้ ความเช่ียวชาญ
และมปี ระสบการณเ์ ปน็ ทีป่ ระจักษ์ในด้านการสาธารณสขุ หรอื ดา้ นการแพทยเ์ วชศาสตร์ครอบครวั ต้องไมเ่ ปน็ ผู้อยู่
ระหว่างถกู พักใช้ใบอนุญาตหรือถกู เพกิ ถอนใบอนุญาตเปน็ ผ้ปู ระกอบวชิ าชีพน้นั ๆ
มาตรา ๗ กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหน่งึ (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) มีวาระการด�ำรงต�ำแหนง่ คราวละ
ส่ีปีนับแต่วันท่ีได้รับการแต่งต้ัง ผู้ซึ่งพ้นจากต�ำแหน่งแล้วอาจได้รับการแต่งต้ังอีกได้ แต่จะด�ำรงต�ำแหน่งติดต่อกัน
เกนิ สองวาระไมไ่ ด้
เมอื่ ครบก�ำหนดตามวาระในวรรคหนง่ึ หากยงั มไิ ดแ้ ตง่ ตงั้ กรรมการขนึ้ ใหม่ ใหก้ รรมการซง่ึ พน้ จากต�ำแหนง่
ตามวาระนั้นอย่ใู นต�ำแหนง่ เพอ่ื ปฏิบัติหนา้ ท่ตี ่อไปก่อนจนกว่ากรรมการซึ่งไดร้ ับแตง่ ตงั้ ใหมเ่ ข้ารับหนา้ ท่ี
ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหน่ึงพ้นจากต�ำแหน่งก่อนวาระ ให้มีการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการแทน
และใหผ้ ไู้ ดร้ บั แตง่ ตง้ั ใหด้ �ำรงต�ำแหนง่ แทนอยใู่ นต�ำแหนง่ เทา่ กบั วาระทเ่ี หลอื อยขู่ องกรรมการซงึ่ ตนแทน เวน้ แตว่ าระ
ของกรรมการนั้นเหลือไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่ด�ำเนินการเพื่อให้มีกรรมการแทนก็ได้ และในการน้ีให้คณะกรรมการ
ประกอบด้วยกรรมการเทา่ ทเ่ี หลืออยู่
มาตรา ๘ นอกจากการพ้นจากต�ำแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหนงึ่ (๓) (๔) และ (๕)
พ้นจากต�ำแหนง่ เม่อื
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะกรรมการมมี ตไิ มน่ อ้ ยกวา่ สองในสามของจ�ำนวนกรรมการทงั้ หมดเทา่ ทม่ี อี ยใู่ หอ้ อก เพราะบกพรอ่ ง
หรือไม่สุจรติ ต่อหน้าท่ี มีความประพฤติเส่ือมเสีย หรือหยอ่ นความสามารถ
174 กระทรวงสาธารณสขุ
(๔) พน้ จากการเป็นผบู้ รหิ ารองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ผู้อ�ำนวยการหรอื ผูบ้ รหิ ารหนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมิ
นายแพทยส์ าธารณสุขจังหวัด หรือสาธารณสุขอ�ำเภอ ในกรณีท่ีได้รบั แต่งตง้ั ใหเ้ ป็นกรรมการในฐานะนน้ั
มาตรา ๙ นอกจากการพ้นจากต�ำแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหน่ึง (๖) และ (๗)
พน้ จากต�ำแหน่งเมอื่ เป็นกรณตี ามมาตรา ๘ (๑) (๒) หรือ (๓) ขาดคุณสมบตั หิ รือมีลกั ษณะต้องหา้ มตามมาตรา ๖
หรอื พน้ จากการเปน็ ผดู้ �ำเนนิ การของสถานพยาบาลตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสถานพยาบาล อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจ�ำ
หมูบ่ า้ น หรอื อาสาสมัครสาธารณสขุ กรงุ เทพมหานครในกรณที ไี่ ด้รับแตง่ ตั้งให้เปน็ กรรมการในฐานะนั้น
มาตรา ๑๐ คณะกรรมการมีหน้าที่และอ�ำนาจ ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) เสนอนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนเกี่ยวกับบริการสุขภาพปฐมภูมิและระบบสุขภาพปฐมภูมิต่อ
คณะรัฐมนตรเี พือ่ พจิ ารณาใหค้ วามเหน็ ชอบและให้หน่วยงานทเ่ี กี่ยวขอ้ งรับไปปฏิบัติ
(๒) ก�ำกับ ติดตาม และประเมินผลการด�ำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ และนโยบายยุทธศาสตร์
และแผนตาม (๑) รวมทง้ั ก�ำหนดมาตรการเพ่ือแกไ้ ขปญั หาและอปุ สรรคในการด�ำเนินการดงั กลา่ ว
(๓) เสนอแนวทางแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับบริการสุขภาพปฐมภูมิหรือระบบสุขภาพปฐมภูมิ
และใหค้ �ำแนะน�ำตอ่ รฐั มนตรใี นการออกประกาศและการแตง่ ตง้ั พนกั งานเจา้ หนา้ ทเ่ี พอื่ ปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
(๔) ใหค้ �ำแนะน�ำหรอื ใหค้ �ำปรกึ ษาตอ่ รฐั มนตรี หนว่ ยงานของรฐั และพนกั งานเจา้ หนา้ ทใี่ นการปฏบิ ตั กิ าร
ตามพระราชบัญญัตนิ ี้
(๕) เสนอตอ่ คณะรฐั มนตรเี พอ่ื พจิ ารณาใหม้ กี ารผลติ และพฒั นาแพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั และคณะผใู้ ห้
บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ใิ หเ้ พยี งพอกบั การปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ รวมทงั้ การวางแผนก�ำลงั คน และการพฒั นา
ระบบสารสนเทศส�ำหรบั เชอ่ื มโยงข้อมลู เกี่ยวกับการบรหิ ารจดั การระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
(๖) เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณาให้มีการก�ำหนดค่าตอบแทนส�ำหรับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว
และคณะผใู้ ห้บริการสุขภาพปฐมภมู ิให้เหมาะสมกับการปฏิบัติการตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี
(๗) เสนอตอ่ คณะรฐั มนตรเี พอ่ื พจิ ารณาใหม้ กี ารก�ำหนดมาตรการทเี่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ การจดั ระบบสขุ ภาพ
ปฐมภมู ิใหม้ คี ณุ ภาพและมีมาตรฐานสูงข้นึ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
(๘) ส่งเสรมิ ให้ประชาชนมีศักยภาพและมคี วามรู้ในการจดั การสขุ ภาพของตนเองและครอบครวั
(๙) ออกประกาศตามท่กี �ำหนดในพระราชบญั ญตั ินี้
(๑๐) ปฏิบัติการอื่นใดตามท่ีกฎหมายก�ำหนดให้เป็นหน้าที่และอ�ำนาจของคณะกรรมการหรือตามท่ี
คณะรัฐมนตรหี รอื รัฐมนตรมี อบหมาย
ประกาศตามวรรคหนึ่ง (๙) เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาแล้วให้ใชบ้ ังคบั ได้
มาตรา ๑๑ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าก่ึงหนึ่งของจ�ำนวนกรรมการ
ทงั้ หมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าท่ีได้ ให้ท่ีประชุม
เลือกกรรมการคนหนึง่ เป็นประธานในท่ีประชุม
กระทรวงสาธารณสุข 175
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหน่ึงในการลงคะแนน
ถา้ คะแนนเสยี งเทา่ กนั ใหป้ ระธานในทป่ี ระชมุ ออกเสยี งเพมิ่ ขน้ึ อกี เสยี งหนง่ึ เปน็ เสยี งชขี้ าด ใหม้ กี ารประชมุ คณะกรรมการ
อย่างน้อยปีละสค่ี ร้ัง
มาตรา ๑๒ คณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหน่ึงอย่างใด
ตามทคี่ ณะกรรมการมอบหมายก็ได้
การประชุมคณะอนุกรรมการ ใหน้ �ำความในมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนโุ ลม
มาตรา ๑๓ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติน้ี ให้คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการมีอ�ำนาจ
ออกค�ำสั่งเป็นหนังสือเรียกให้บุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็น หรือให้ส่งค�ำช้ีแจง เอกสาร ข้อมูล
หรอื หลักฐานที่เกยี่ วข้องมาเพ่ือใช้ประกอบการพิจารณาได้
มาตรา ๑๔ ใหส้ �ำนักงานรบั ผดิ ชอบงานธุรการของคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการและให้มหี นา้ ที่
และอ�ำนาจ ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) จัดท�ำนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนเก่ียวกับบริการสุขภาพปฐมภูมิและระบบสุขภาพปฐมภูมิ
เสนอต่อคณะกรรมการ รวมทั้งด�ำเนินการตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนดงั กลา่ ว ทงั้ น้ี ตอ้ งค�ำนึงถึงหลักการ
มสี ว่ นรว่ มของประชาชนด้วย
(๒) ประสานงาน สนับสนุน และร่วมมือกับหน่วยบริการปฐมภูมิ เครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ
หนว่ ยงานของรฐั องคก์ ารระหวา่ งประเทศ และองคก์ รเอกชนทเี่ กย่ี วขอ้ งในการด�ำเนนิ การใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
รวมทั้งนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนตามมาตรา ๑๐ วรรคหนงึ่ (๑) และมาตรการตามมาตรา ๑๐ วรรคหนงึ่ (๒)
(๓) เป็นศูนย์กลางฐานข้อมูลเก่ียวกับบริการสุขภาพปฐมภูมิและระบบสุขภาพปฐมภูมิและด�ำเนินการ
หรอื สนบั สนุนให้มีการศกึ ษาวจิ ัยในเรอ่ื งดงั กล่าว
(๔) จัดให้มีทะเบียนผรู้ บั บรกิ าร หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ และเครอื ข่ายหน่วยบรกิ ารปฐมภมู ิ
(๕) พัฒนาระบบสารสนเทศส�ำหรับเช่ือมโยงข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบสุขภาพปฐมภูมิให้มี
ประสทิ ธภิ าพ
(๖) สง่ เสริมให้ประชาชนมศี กั ยภาพและมีความรใู้ นการจดั การสุขภาพของตนเองและครอบครัว
(๗) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและคณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ
ให้เพียงพอกับการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ และจัดให้มีการฝึกอบรมเพ่ือพัฒนาศักยภาพของแพทย์เวชศาสตร์
ครอบครัวและคณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูงข้ึนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งด�ำเนินการ
เกีย่ วกับแผนก�ำลงั คน
(๘) จัดท�ำมาตรการท่เี ป็นประโยชนต์ อ่ การจัดระบบสขุ ภาพปฐมภูมเิ สนอต่อคณะกรรมการ
(๙) ปฏบิ ตั กิ ารอนื่ ใดตามทร่ี ฐั มนตรี คณะกรรมการ หรอื คณะอนกุ รรมการมอบหมาย หรอื ตามทก่ี ฎหมาย
ก�ำหนดให้เปน็ หน้าท่ีและอ�ำนาจของส�ำนกั งาน
176 กระทรวงสาธารณสขุ
หมวด ๒
การจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ
มาตรา ๑๕ บุคคลทุกคนมีสิทธิได้รับบริการสขุ ภาพปฐมภมู ิโดยแพทย์เวชศาสตรค์ รอบครวั และคณะผู้ให้
บรกิ ารสุขภาพปฐมภมู เิ ปน็ ผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภมู ิตามพระราชบัญญตั นิ ้ ี ทัง้ น้ี บริการสขุ ภาพปฐมภมู ิทบี่ คุ คลมี
สิทธไิ ด้รับ ให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงือ่ นไขทีค่ ณะกรรมการประกาศก�ำหนด
บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิตามวรรคหน่ึง ต้องจัดให้มีการบันทกึ ขอ้ มลู ดา้ นสขุ ภาพตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และ
เง่อื นไขท่ีคณะกรรมการประกาศก�ำหนดตามมาตรา ๒๑
มาตรา ๑๖ บคุ คลซง่ึ มสี ทิ ธไิ ดร้ บั การรกั ษาพยาบาลหรอื รบั บรกิ ารสาธารณสขุ ตามสวสั ดกิ ารหรอื ตามสทิ ธิ
ทไ่ี ด้รับตามกฎหมาย บคุ คลนั้นย่อมมสี ิทธิไดร้ บั บริการสุขภาพปฐมภมู ติ ามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง ดว้ ย และใหก้ ารใช้
สทิ ธเิ ป็นไปตามหลักเกณฑก์ ารได้รับสวัสดกิ ารหรอื สทิ ธิของบคุ คลนน้ั
ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายเพ่ือบริการสาธารณสุขในการรับบริการสุขภาพปฐมภูมิ
ตามมาตรา ๑๕ วรรคหน่ึง อาจขยายให้ได้รับนอกเหนอื หรือเพม่ิ ขน้ึ จากที่ก�ำหนดไว้ส�ำหรบั สวัสดิการหรอื สทิ ธิในการ
รักษาพยาบาลหรือบริการสาธารณสุขก็ได้ ท้ังน้ี ตามที่กระทรวงการคลังก�ำหนดโดยความเห็นชอบของคณะ
รัฐมนตรี หรอื ตามทค่ี ณะกรรมการตกลงกับคณะกรรมการประกนั สงั คม คณะกรรมการหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ แตล่ ะประเภททมี่ กี ฎหมายจดั ตงั้ หรอื หนว่ ยงานของรฐั อนื่ ใดทร่ี บั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั สวสั ดกิ าร
หรอื สทิ ธดิ ังกล่าว แล้วแต่กรณี และใหห้ นว่ ยงานทเ่ี ก่ียวข้องด�ำเนินการเพื่อให้ไดร้ บั ค่าใชจ้ ่ายดังกลา่ ว
มาตรา ๑๗ ใหส้ �ำนกั งานจดั ใหม้ กี ารขน้ึ ทะเบยี นหนว่ ยบรกิ าร เพอ่ื เปน็ หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู หิ รอื เครอื ขา่ ย
หนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมิในเขตพื้นท่ีตามท่คี ณะกรรมการก�ำหนด และประกาศให้ประชาชนทราบ
หน่วยบริการท่ีได้ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิตามวรรคหน่ึง
ให้ได้รับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขตามมาตรา ๑๖ ในการให้บริการ
สุขภาพปฐมภูมิ
ลักษณะของหน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการท่ีจะข้ึนทะเบียน การข้ึนทะเบียนการแบ่งเขตพ้ืนท่ี
และการประกาศตามวรรคหน่ึง รวมทั้งการรบั เงิน การจา่ ยเงนิ การเกบ็ รักษาเงิน และการเรยี กคืนเงนิ ตามวรรคสอง
ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเงอ่ื นไขท่ีคณะกรรมการประกาศก�ำหนด
มาตรา ๑๘ ให้ส�ำนักงาน หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ กระทรวงมหาดไทย
และกรุงเทพมหานคร ร่วมกันจัดท�ำบัญชีรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นผู้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิในเขตพ้ืนที่ของหน่วย
บริการปฐมภูมหิ รอื เครอื ขา่ ยหนว่ ยบริการปฐมภมู ินนั้
ให้หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ แจ้งให้ผู้รับบริการซ่ึงมีรายช่ือตามวรรคหน่ึง
ทราบถงึ การใชส้ ทิ ธริ บั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู แิ ละแพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั ซงึ่ มหี นา้ ทด่ี แู ลผรู้ บั บรกิ ารตามมาตรา ๒๒
เพ่ือความสะดวกและความจ�ำเป็นในการรับบริการสุขภาพปฐมภูมิ ผู้รับบริการอาจขอเปลี่ยนแปลง
หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิซึ่งตนมีรายชื่อได้ ทั้งนี้ ให้น�ำความในวรรคสองมาใช้บังคับ
โดยอนุโลม
กระทรวงสาธารณสุข 177
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายว่าดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
การจัดท�ำบัญชีรายช่อื ตามวรรคหนึง่ การแจง้ ตามวรรคสอง และการขอเปล่ยี นแปลงหนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมิ
หรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิตามวรรคสาม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ
ประกาศก�ำหนด
มาตรา ๑๙ ให้หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิหรือเครือขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู มิ ีสิทธิได้รับเงนิ คา่ ใช้จา่ ยท่จี �ำเป็น
ตอ่ การจัดบริการสขุ ภาพปฐมภูมดิ ังตอ่ ไปนี้ จากส�ำนกั งาน
(๑) คา่ ใช้จ่ายประจ�ำเพอ่ื การจดั บริการสุขภาพปฐมภูมแิ ละการพัฒนาบุคลากรทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
(๒) คา่ ใชจ้ า่ ยเพอ่ื สนบั สนนุ สง่ิ ก่อสรา้ งและครุภัณฑ์ท่ใี ชใ้ นการจดั บริการสุขภาพปฐมภมู ิ
(๓) ค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยคา่ เส่ือมของสิ่งก่อสรา้ งและครุภณั ฑท์ ่ใี ชใ้ นการจดั บริการสุขภาพปฐมภมู ิ
(๔) ค่าใช้จ่ายอนื่ ที่เก่ียวข้องกบั การจัดบริการสขุ ภาพปฐมภูมิตามทค่ี ณะกรรมการประกาศก�ำหนด
รายการของค่าใช้จ่ายตามวรรคหน่ึง การรับ การจ่าย และการเก็บรักษาเงินค่าใช้จ่ายของหน่วยบริการ
ปฐมภมู หิ รอื เครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ติ ามวรรคหนงึ่ และการเรยี กคนื เงนิ คา่ ใชจ้ า่ ยดงั กลา่ ว ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์
วธิ กี าร และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศก�ำหนดโดยความเหน็ ชอบของกระทรวงการคลัง
ในกรณีที่มีความจ�ำเป็น คณะกรรมการอาจท�ำความตกลงกับกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของ
คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการประกันสงั คม คณะกรรมการหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่
แต่ละประเภทที่มีกฎหมายจัดตั้ง หรือหน่วยงานของรัฐอื่นใดท่ีรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการรักษาพยาบาล
หรือการจัดบริการสาธารณสุข เพื่อขอรับเงินสนับสนุนเป็นค่าใช้จ่ายที่จ�ำเป็นต่อการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ
ตามวรรคหนงึ่ ได้ และใหห้ นว่ ยงานท่ีเกีย่ วข้องด�ำเนนิ การเพ่ือให้ได้รบั คา่ ใชจ้ ่ายดงั กล่าว
มาตรา ๒๐ หนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมิและเครอื ข่ายหนว่ ยบริการปฐมภูมิมีหนา้ ที่ ดังตอ่ ไปนี้
(๑) ใหบ้ ริการสขุ ภาพปฐมภมู ิ โดยให้ความเสมอภาคและอ�ำนวยความสะดวกในการใหบ้ รกิ าร ตลอดจน
เคารพสิทธิส่วนบคุ คล ศกั ดศิ์ รคี วามเปน็ มนษุ ย์ และความเชื่อทางศาสนา
(๒) ให้ข้อมูลการบริการสุขภาพปฐมภูมิและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิของผู้รับบริการแก่ผู้รับบริการ
อยา่ งเพยี งพอ เพือ่ ใหผ้ รู้ ับบรกิ ารตัดสนิ ใจในการเลอื กรบั บริการหรือเขา้ สู่ระบบการส่งตอ่
(๓) ให้ขอ้ มูลแก่ผ้รู ับบรกิ าร ญาติ หรอื ผู้ซึ่งใกล้ชิดกบั ผ้รู บั บรกิ ารเกีย่ วกับแพทย์ บคุ ลากรด้านสาธารณสขุ
หรือผู้รับผิดชอบในการดูแลต่อเน่ืองทางด้านสุขภาพกาย ด้านสุขภาพจิต และด้านสังคมท่ีจะรับดูแลผู้รับบริการ
กอ่ นจ�ำหนา่ ยผูร้ บั บรกิ ารออกจากหน่วยบรกิ ารปฐมภูมหิ รอื เครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ
(๔) รักษาความลับของผู้รับบริการจากการปฏิบัติหน้าท่ีตาม (๑) และ (๒) อย่างเคร่งครัด เว้นแต่
เปน็ การเปิดเผยตอ่ เจ้าหนา้ ท่ขี องรฐั ซ่ึงปฏิบตั ิหน้าท่ีตามกฎหมาย
(๕) จัดท�ำระบบข้อมูลการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิเพ่ือสะดวกต่อการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐาน
และบริการ รวมทัง้ การขอรบั คา่ รกั ษาพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายเพ่อื บริการสาธารณสขุ
(๖) ปฏิบตั ติ ามมาตรการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานในการใหบ้ ริการสุขภาพปฐมภูมติ ามมาตรา ๒๔
การใหบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภูมิตาม (๑) การให้ขอ้ มูลตาม (๒) และ (๓) การจดั ท�ำระบบข้อมลู การใหบ้ รกิ าร
สขุ ภาพปฐมภมู ติ าม (๕) และการปฏบิ ตั ติ ามมาตรการควบคมุ คณุ ภาพและมาตรฐานตาม (๖) ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์
วิธีการ และเง่ือนไขที่คณะกรรมการประกาศก�ำหนด
178 กระทรวงสาธารณสุข
มาตรา ๒๑ เพือ่ ประโยชน์ในการใหบ้ รกิ ารสุขภาพปฐมภูมิ ใหค้ ณะกรรมการประกาศก�ำหนดหลักเกณฑ์
วิธีการ และเง่ือนไขการให้ข้อมูล การคุ้มครองข้อมูล การจัดการข้อมูลด้านสุขภาพของผู้รับบริการ และการเข้าถึง
ขอ้ มูลของแพทย์เวชศาสตรค์ รอบครัว รวมทัง้ การสง่ ข้อมลู การใช้บริการสขุ ภาพของผูร้ ับบรกิ ารในหนว่ ยบรกิ ารกลับ
ไปยังหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิท่ีผู้รับบริการมีรายช่ือตามมาตรา ๑๘ ทั้งน้ี ประกาศ
ดงั กล่าวต้องสอดคล้องกับสิทธแิ ละหน้าท่ดี า้ นสุขภาพตามกฎหมายวา่ ด้วยสุขภาพแห่งชาติ
มาตรา ๒๒ ในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง (๑) ให้หน่วยบริการปฐมภูมิ
หรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิจัดให้มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและคณะผู้ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิในจ�ำนวน
ท่ีเหมาะสม เพ่ือท�ำหน้าที่ดูแลผู้รบั บรกิ ารซึ่งมรี ายชื่อในเขตพนื้ ทข่ี องหน่วยบรกิ ารนน้ั ในสดั ส่วนทีเ่ หมาะสม
ในกรณที มี่ คี วามจ�ำเปน็ ตอ้ งเปลยี่ นแปลงแพทยเ์ วชศาสตรค์ รอบครวั ตามวรรคหนงึ่ ใหห้ นว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ
หรือเครือขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมแิ จ้งใหผ้ รู้ บั บรกิ ารและส�ำนกั งานทราบโดยเร็ว
เพอ่ื ประโยชนใ์ นการสง่ เสรมิ สขุ ภาพ การควบคมุ โรค การปอ้ งกนั โรค การตรวจวนิ จิ ฉยั โรค การรกั ษาพยาบาล
และการฟื้นฟูสุขภาพ หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิอาจก�ำหนดสถานที่ วัน และเวลา
ในการใหบ้ รกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ติ ามความเหมาะสม รวมทง้ั แจง้ ผรู้ บั บรกิ ารเพอื่ รบั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ติ ามสถานที่
วัน และเวลาน้ันได้
การด�ำเนินการตามวรรคหน่ึง วรรคสอง และวรรคสาม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ี
คณะกรรมการประกาศก�ำหนด
มาตรา ๒๓ ในกรณีที่มีความจ�ำเป็นต้องส่งต่อผู้รับบริการเพื่อให้ไปรับการรักษาพยาบาลท่ีหน่วยบริการ
ปฐมภูมอิ ่ืน เครอื ขา่ ยหน่วยบริการปฐมภูมิ หรือหน่วยบริการอน่ื ให้แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวหรือคณะผู้ใหบ้ ริการ
สขุ ภาพปฐมภมู ซิ งึ่ ดแู ลผูร้ ับบรกิ ารด�ำเนนิ การให้มกี ารสง่ ตอ่ ผู้รับบรกิ ารดงั กล่าว
ให้หน่วยบริการปฐมภูมิ เครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ หรือหน่วยบริการท่ีรับการส่งต่อตามวรรคหน่ึง
ด�ำเนนิ การตามความเหมาะสมและจ�ำเป็น
เพอื่ ประโยชนใ์ นการสง่ ตอ่ ผรู้ บั บรกิ าร ใหส้ �ำนกั งานรว่ มกบั หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู แิ ละเครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ าร
ปฐมภูมิจัดให้มีระบบข้อมูลด้านสุขภาพของผู้รับบริการและการเชื่อมโยงเพื่อใช้ข้อมูลดังกล่าว โดยต้องปฏิบัติ
ตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง (๔)
การส่งต่อผู้รับบริการตามวรรคหน่ึง การด�ำเนินการตามวรรคสอง และการจัดระบบและการเช่ือมโยง
เพอื่ ใชข้ อ้ มลู ดา้ นสขุ ภาพตามวรรคสาม ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขทค่ี ณะกรรมการประกาศก�ำหนด
กระทรวงสาธารณสุข 179
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข
ค�ำ อธิบายกฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
หมวด ๓
การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของหน่วยบริการปฐมภูมิ
และเครือขา่ ยหน่วยบรกิ ารปฐมภมู ิ
มาตรา ๒๔ ให้คณะกรรมการก�ำหนดมาตรการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานในการให้บริการสุขภาพ
ปฐมภูมิ และจัดให้มีการตรวจสอบเพื่อควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่าย
หน่วยบริการปฐมภูมิอย่างสม่�ำเสมอ โดยสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบดังกล่าว ทั้งน้ี
ตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงือ่ นไขทค่ี ณะกรรมการประกาศก�ำหนด
มาตรา ๒๕ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าท่ีพิจารณาแล้วเห็นว่า หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่าย
หน่วยบริการปฐมภูมิใดไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิตามท่ี
คณะกรรมการประกาศก�ำหนด ให้รายงานตอ่ ปลดั กระทรวงสาธารณสุขเพือ่ พิจารณาแตง่ ตั้งคณะกรรมการสอบสวน
ใหค้ ณะกรรมการสอบสวนตามวรรคหนงึ่ ประกอบดว้ ย ผแู้ ทนหนว่ ยงานของรฐั ทปี่ ฏบิ ตั งิ านดา้ นการแพทย์
หรือการสาธารณสุขจ�ำนวนหนงึ่ คน ดา้ นกฎหมายหรอื กระบวนการยตุ ิธรรมจ�ำนวนหน่ึงคน ด้านการเงนิ หรอื การคลงั
จ�ำนวนหนงึ่ คน ผแู้ ทนองคก์ รเอกชนซง่ึ มวี ตั ถปุ ระสงคท์ มี่ ใิ ชเ่ ปน็ การแสวงหาผลก�ำไรและด�ำเนนิ กจิ กรรมทเ่ี กยี่ วกบั งาน
ด้านสุขภาพจ�ำนวนหน่ึงคน และผู้ทรงคุณวุฒิจ�ำนวนหน่ึงคน เป็นกรรมการสอบสวน มีหน้าที่สอบสวนและเสนอ
ความเห็นต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งน้ี ต้องเป็นผู้ไม่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณา และให้ปลัดกระทรวง
สาธารณสุขแต่งตั้งกรรมการสอบสวนคนหน่ึงเป็นประธานกรรมการสอบสวนและแต่งตั้งข้าราชการส�ำนักงาน
จ�ำนวนไมเ่ กนิ สองคนเป็นเลขานกุ ารและผ้ชู ่วยเลขานุการ
การสอบสวนต้องกระท�ำให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันแต่งตั้ง ถ้ายังด�ำเนินการไม่แล้วเสร็จ
ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินหกสิบวัน ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนมีเหตุผลและความจ�ำเป็นไม่อาจ
ด�ำเนนิ การใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในก�ำหนดเวลาดงั กลา่ ว ใหป้ ระธานกรรมการสอบสวนรายงานตอ่ ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
เพ่ือขอขยายเวลาตามความจ�ำเป็น ในการน้ี ปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะสั่งให้ด�ำเนินการต่อไปและขยายเวลา
ใหต้ ามทเ่ี หน็ สมควรกไ็ ด ้ ทัง้ น้ี โดยตอ้ งแสดงเหตผุ ลไวด้ ้วย
ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทต่ี ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหค้ ณะกรรมการสอบสวนเปน็ เจา้ พนกั งานตามประมวลกฎหมาย
อาญา และมอี �ำนาจออกค�ำสงั่ เปน็ หนงั สอื เรยี กใหห้ นว่ ยบรกิ ารปฐมภมู หิ รอื เครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ ผรู้ อ้ งเรยี น
หรือบุคคลใดที่เก่ียวข้องมาให้ถ้อยค�ำ หรือให้ส่งค�ำช้ีแจง เอกสาร ข้อมูล หรือหลักฐานท่ีจ�ำเป็น เพ่ือประกอบ
การพิจารณาได้
เม่อื คณะกรรมการสอบสวนด�ำเนินการสอบสวนเสรจ็ แลว้ ให้เสนอความเหน็ ต่อปลดั กระทรวงสาธารณสุข
เพอ่ื พจิ ารณาด�ำเนนิ การตอ่ ไป
ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาออกค�ำส่ังตามมาตรา ๒๖ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเร่ือง
จากคณะกรรมการสอบสวน
180 กระทรวงสาธารณสขุ
มาตรา ๒๖ ในกรณีท่ีผลการสอบสวนตามมาตรา ๒๕ ปรากฏว่าหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่าย
หน่วยบริการปฐมภูมิไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิตามที่
คณะกรรมการประกาศก�ำหนด ใหป้ ลดั กระทรวงสาธารณสขุ ด�ำเนินการ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ในกรณที เ่ี ปน็ การกระท�ำโดยไมเ่ จตนา ให้มคี �ำสั่งแจง้ ใหป้ ฏิบัติโดยถกู ตอ้ ง
(๒) ในกรณีที่เป็นการกระท�ำโดยมีเจตนา ให้มีค�ำสั่งแจ้งให้ปฏิบัติโดยถูกต้องและมีค�ำส่ังให้หน่วยบริการ
ปฐมภมู หิ รอื เครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู นิ น้ั ช�ำระคา่ ปรบั ทางปกครองตามความเสยี หายทแ่ี ทจ้ รงิ และใหน้ �ำบทบญั ญตั ิ
เกย่ี วกบั การบงั คบั ทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธปี ฏิบตั ริ าชการทางปกครองมาใชบ้ ังคบั
(๓) แจ้งต่อหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการสอบสวนและวินิจฉัยช้ีขาดข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ
ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ซงึ่ อาจมสี ว่ นรบั ผดิ ชอบในการกระท�ำตาม (๒) ของหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ
หรอื เครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู นิ นั้ และใหม้ กี ารด�ำเนนิ การทางวนิ ยั ในกรณที ผี่ กู้ ระท�ำดงั กลา่ วเปน็ เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั
มาตรา ๒๗ ในกรณที ผ่ี รู้ บั บรกิ ารผใู้ ดไมไ่ ดร้ บั บรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ติ ามพระราชบญั ญตั นิ จี้ ากหนว่ ยบรกิ าร
ปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ หรือหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิเรียกเก็บ
ค่าบริการจากตนโดยไม่มีสิทธิ ให้ผู้รับบริการน้ันหรือผู้ซ่ึงคณะกรรมการประกาศก�ำหนดมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้บริหาร
หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิน้ันเพื่อให้ปฏิบัติต่อผู้รับบริการให้เหมาะสมและถูกต้องตาม
พระราชบญั ญตั ิน้ี
ในกรณที ผ่ี รู้ บั บรกิ ารไมไ่ ดร้ บั การปฏบิ ตั ทิ เ่ี หมาะสมและถกู ตอ้ งตามวรรคหนงึ่ ใหผ้ นู้ นั้ หรอื ผซู้ ง่ึ คณะกรรมการ
ประกาศก�ำหนดมีสิทธิร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้มีการสอบสวน โดยให้น�ำความในมาตรา ๒๕ มาใช้
บังคบั โดยอนโุ ลม
หากผลการสอบสวนปรากฏวา่ หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู หิ รอื เครอื ขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู นิ นั้ ไมไ่ ดก้ ระท�ำตาม
ท่ีถูกร้องเรียน ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแจ้งให้ผู้รับบริการหรือผู้ซ่ึงคณะกรรมการประกาศก�ำหนดทราบภายใน
เจ็ดวันนับแตว่ ันทม่ี ผี ลการสอบสวนดังกลา่ ว
ในกรณีท่ีผลการสอบสวนปรากฏว่าหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิน้ันมีการ
กระท�ำตามท่ีถูกร้องเรียน ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแจ้งเป็นหนังสือให้หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่าย
หน่วยบริการปฐมภูมิน้ันทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีผลการสอบสวนดังกล่าว พร้อมมีค�ำส่ังแจ้งให้ปฏิบัติต่อ
ผู้รับบริการให้เหมาะสมและถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ หรือมีค�ำส่ังให้หน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่าย
หน่วยบริการปฐมภูมินั้นคืนเงินค่าบริการท่ีไม่มีสิทธิเรียกเก็บให้แก่ผู้รับบริการพร้อมดอกเบ้ียร้อยละสิบห้าต่อปี
นับแต่วันที่เก็บค่าบริการนั้นจนถึงวันท่ีจ่ายเงินคืน ท้ังนี้ ในกรณีที่ไม่มีการปฏิบัติตามค�ำส่ังดังกล่าว ให้น�ำความ
ในมาตรา ๒๖ มาใช้บังคับโดยอนโุ ลม
มาตรา ๒๘ ในกรณีท่ีการกระท�ำของหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ
ตามมาตรา ๒๖ หรือมาตรา ๒๗ เป็นการกระท�ำที่ร้ายแรงหรือเกิดซ�้ำหลายคร้ัง ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
พิจารณาด�ำเนนิ การ ดงั ตอ่ ไปนี้
กระทรวงสาธารณสุข 181
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
คำ�อธิบายกฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
(๑) ส่ังเพกิ ถอนการขึน้ ทะเบียนของหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิหรอื เครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิน้ัน
(๒) แจง้ ตอ่ รัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายว่าดว้ ยสถานพยาบาลเพ่อื พจิ ารณาด�ำเนินการตามกฎหมาย
วา่ ดว้ ยการนัน้ ในกรณีทเี่ ปน็ สถานพยาบาลตามกฎหมายดังกลา่ ว
(๓) แจ้งต่อรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ เพ่ือให้มีการด�ำเนินการทางวินัยแก่ผู้บริหารหน่วยบริการปฐมภูมิ
หรอื เครือขา่ ยหนว่ ยบริการปฐมภมู นิ ้นั ในกรณที ี่เปน็ สถานพยาบาลของรฐั
(๔) แจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพ่ือให้มีการสอบสวนและวินิจฉัยช้ีขาดข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ
ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขซ่ึงมีส่วนรับผิดชอบในการกระท�ำของหน่วยบริการปฐมภูมิหรือ
เครือขา่ ยหน่วยบริการปฐมภมู ิน้ัน และให้มกี ารด�ำเนินการทางวินยั ในกรณที ผ่ี กู้ ระท�ำความผดิ เป็นเจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั
มาตรา ๒๙ หน่วยบริการปฐมภูมิ เครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ ผู้ร้องเรียน หรือผู้ซ่ึงคณะกรรมการ
ประกาศก�ำหนด ซึง่ ได้รับค�ำสงั่ จากปลัดกระทรวงสาธารณสขุ ตามหมวดน้ี ใหม้ สี ทิ ธอิ ุทธรณ์ตอ่ คณะกรรมการภายใน
สามสิบวนั นบั แต่วนั ทไ่ี ด้รบั แจ้งหรอื วนั ท่ีไดร้ บั ทราบค�ำสง่ั แลว้ แตก่ รณี
ค�ำวินิจฉยั อทุ ธรณข์ องคณะกรรมการใหเ้ ปน็ ทส่ี ุด
การอุทธรณ์และวิธีพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไข
ทคี่ ณะกรรมการประกาศก�ำหนด
หมวด ๔
การสง่ เสริมและพัฒนาระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
มาตรา ๓๐ เพื่อให้การบริการสุขภาพปฐมภูมิเป็นไปตามความต้องการของประชาชนในพ้ืนที่ ให้คณะ
กรรมการประกาศก�ำหนดกลไกและหลักเกณฑ์ในการส่งเสริมและพัฒนาให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบล
มีความสามารถเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิตามพระราชบัญญัติน้ี และส่งเสริม
และพัฒนาการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นท่ี
เพ่อื ขับเคลือ่ นนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๑) โดยบรู ณาการทรพั ยากรในการจดั ระบบ
สุขภาพปฐมภูมิและติดตามดูแลการด�ำเนินการของหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิในพ้ืนที่
รวมท้ังประสานให้เกิดเครือข่ายบริการรับส่งต่อกับหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิอ่ืน
ในพื้นทน่ี น้ั หรอื พนื้ ทอ่ี ่นื ใหเ้ ป็นไปตามพระราชบัญญัตนิ ้หี รอื ประกาศท่ีออกตามพระราชบัญญตั ิน้ี
มาตรา ๓๑ หน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิอาจขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย
จากส�ำนักงาน เพ่ือการสง่ เสริมใหป้ ระชาชนมีศักยภาพและมีความรูใ้ นการจัดการสขุ ภาพของตนเองและครอบครัว
รายการคา่ ใช้จา่ ยตามวรรคหนงึ่ การรบั เงิน การจา่ ยเงิน การเก็บรกั ษาเงนิ และการเรยี กคืนเงนิ คา่ ใช้จา่ ย
ตามวรรคหน่ึง ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเงอื่ นไขทค่ี ณะกรรมการประกาศก�ำหนดโดยความเห็นชอบของ
กระทรวงการคลงั
182 กระทรวงสาธารณสุข
มาตรา ๓๒ ใหค้ ณะกรรมการจดั ใหม้ กี ารรบั ฟงั ความคดิ เหน็ จากผรู้ บั บรกิ าร หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ เครอื ขา่ ย
หน่วยบริการปฐมภูมิ และผู้เก่ียวข้อง เพื่อส่งเสริม ปรับปรุง และพัฒนาการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิและ
ระบบสขุ ภาพปฐมภมู ใิ ห้มคี ุณภาพและมาตรฐานสูงข้ึนอย่างตอ่ เนอ่ื ง
การรับฟังความคิดเห็นตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีคณะกรรมการ
ประกาศก�ำหนด
หมวด ๕
พนกั งานเจ้าหน้าที่
มาตรา ๓๓ เพือ่ ปฏิบตั กิ ารให้เปน็ ไปตามพระราชบัญญัตนิ ี้ ให้พนักงานเจ้าหนา้ ที่มีอ�ำนาจ ดังต่อไปน้ี
(๑) เข้าไปในสถานที่ของหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิในเวลาระหว่าง
พระอาทิตย์ข้ึนถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาท�ำการของสถานที่นั้นในกรณีท่ีมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการไม่ปฏิบัติ
ตามพระราชบัญญัติน้ี เพื่อตรวจสอบ สอบถามข้อเท็จจริง ตรวจสอบทรัพย์สินหรือเอกสารหรือหลักฐานถ่ายภาพ
ถ่ายส�ำเนา หรอื น�ำเอกสารท่เี ก่ยี วข้องไปตรวจสอบ หรือกระท�ำการอยา่ งอน่ื ตามสมควรเพือ่ ใหไ้ ด้ขอ้ เท็จจรงิ อนั ท่ีจะ
ปฏิบตั กิ ารให้เป็นไปตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี
(๒) ในการด�ำเนนิ การตาม (๑) ถา้ พบการกระท�ำเก่ียวกบั การไม่ปฏบิ ตั ิตามพระราชบัญญัตนิ ี้ ใหพ้ นักงาน
เจา้ หน้าท่มี อี �ำนาจยดึ หรอื อายดั เอกสารหรือหลกั ฐาน ทรพั ยส์ นิ หรอื ส่ิงของเพอื่ ใชเ้ ปน็ พยานหลักฐานในการพจิ ารณา
ด�ำเนนิ การตอ่ ไป
(๓) ออกค�ำส่ังเป็นหนงั สอื เรียกใหบ้ คุ คลใดมาใหถ้ อ้ ยค�ำหรอื ให้ส่งค�ำช้ีแจง เอกสาร ขอ้ มูล หรอื หลักฐาน
ท่จี �ำเป็นเพอื่ ประกอบการพจิ ารณาของพนกั งานเจา้ หนา้ ทีไ่ ด้
ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทต่ี ามวรรคหนง่ึ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขทร่ี ฐั มนตรปี ระกาศก�ำหนด
โดยค�ำแนะน�ำของคณะกรรมการ
มาตรา ๓๔ ให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอ�ำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซ่ึงปฏิบัติหน้าท่ีตาม
มาตรา ๓๓ ตามสมควร
มาตรา ๓๕ ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทต่ี ามพระราชบญั ญตั นิ ี้ ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทแ่ี สดงบตั รประจ�ำตวั แกบ่ คุ คล
ซึง่ เกย่ี วข้อง
บัตรประจ�ำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ใหเ้ ป็นไปตามแบบท่รี ฐั มนตรีประกาศก�ำหนด
มาตรา ๓๖ ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทตี่ ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทเ่ี ปน็ เจา้ พนกั งานตามประมวล
กฎหมายอาญา
กระทรวงสาธารณสขุ 183
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
หมวด ๖
บทกำ� หนดโทษ
มาตรา ๓๗ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามค�ำส่ังของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา ๑๓ ค�ำส่ังของ
คณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา ๒๕ วรรคสี่ หรือค�ำส่ังของพนักงานเจ้าหน้าท่ีตามมาตรา ๓๓ วรรคหน่ึง (๓)
ตอ้ งระวางโทษจ�ำคกุ ไมเ่ กินหน่งึ เดือน หรอื ปรับไมเ่ กนิ หนง่ึ หมน่ื บาท หรอื ทั้งจ�ำทง้ั ปรับ
มาตรา ๓๘ ผู้ใดขดั ขวางการปฏบิ ตั หิ น้าท่ีของพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ตี ามมาตรา ๓๓ วรรคหนึง่ (๑) หรอื (๒)
หรือไม่อ�ำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าท่ีตามมาตรา ๓๔ ต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับ
ไม่เกินหนงึ่ หมืน่ บาท หรือทงั้ จ�ำทั้งปรับ
มาตรา ๓๙ ในกรณีที่ผู้กระท�ำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระท�ำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจาก
การสัง่ การหรือการกระท�ำของกรรมการ หรอื ผจู้ ดั การ หรือบุคคลใดซง่ึ รบั ผดิ ชอบในการด�ำเนนิ งานของนิตบิ ุคคลน้นั
หรือในกรณีท่ีบุคคลดังกล่าวมีหน้าท่ีต้องส่ังการหรือกระท�ำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระท�ำการจนเป็นเหตุให้
นติ ิบคุ คลนัน้ กระท�ำความผดิ ผนู้ ั้นตอ้ งรับโทษตามที่บญั ญัติไวส้ �ำหรับความผดิ นน้ั ๆ ดว้ ย
มาตรา ๔๐ ความผดิ ตามมาตรา ๓๗ หรอื มาตรา ๓๘ ใหป้ ลดั กระทรวงสาธารณสขุ หรอื ผซู้ ง่ึ ปลดั กระทรวง
สาธารณสุขมอบหมายมอี �ำนาจเปรยี บเทยี บไดต้ ามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเงือ่ นไขทีค่ ณะกรรมการประกาศก�ำหนด
เมอื่ ผตู้ อ้ งหาไดช้ �ำระเงนิ คา่ ปรบั ตามจ�ำนวนทเ่ี ปรยี บเทยี บภายในระยะเวลาทก่ี �ำหนดแลว้ ใหถ้ อื วา่ คดเี ลกิ กนั
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๔๑ ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหน่ึง (๑)
และ (๒) โดยให้รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขซ่ึงปลัดกระทรวงสาธารณสุขมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ
ปฏิบัติหนา้ ทค่ี ณะกรรมการไปพลางก่อนจนกว่าจะมกี ารแต่งตง้ั กรรมการตามมาตรา ๕ วรรคหนงึ่ (๓) (๔) (๕) (๖)
และ (๗) ซ่ึงต้องไม่เกินหนึ่งร้อยย่ีสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ท้ังนี้ ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
แตง่ ต้ังข้าราชการส�ำนกั งาน ซ่งึ รับผิดชอบงานดา้ นระบบสขุ ภาพปฐมภมู จิ �ำนวนสองคนเปน็ ผชู้ ่วยเลขานุการ
มาตรา ๔๒ ให้ด�ำเนินการออกประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
นับแต่วันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแต่กรณีการออกประกาศเพื่อก�ำหนดบริการสุขภาพปฐมภูมิตาม
มาตรา ๑๕ วรรคหนงึ่ ให้ด�ำเนนิ การให้แล้วเสรจ็ ภายในหนงึ่ ร้อยหา้ สิบวันนับแตว่ นั ที่พระราชบญั ญัตินี้ใช้บงั คบั ทั้งนี้
หากไม่สามารถด�ำเนนิ การได้ให้รัฐมนตรรี ายงานเหตุผลทีไ่ มอ่ าจด�ำเนินการได้ต่อคณะรฐั มนตรี
184 กระทรวงสาธารณสขุ
เม่อื มกี ารออกประกาศเพอ่ื ก�ำหนดบรกิ ารสุขภาพปฐมภมู ิตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง แลว้ ในกรณที มี่ คี วาม
จ�ำเปน็ ตอ้ งขยายสวสั ดกิ ารหรอื สทิ ธขิ องบคุ คลซงึ่ มสี ทิ ธไิ ดร้ บั การรกั ษาพยาบาลหรอื รบั บรกิ ารสาธารณสขุ ตามสวสั ดกิ าร
หรือตามสิทธิท่ีบุคคลน้ันได้รับอยู่ตามกฎหมาย ให้คณะกรรมการด�ำเนินการตามมาตรา ๑๖ เพื่อขยายสวัสดิการ
หรอื สทิ ธขิ องบคุ คลดังกลา่ วใหแ้ ลว้ เสร็จภายในหนง่ึ ปีนับแต่วนั ที่พระราชบัญญตั ินีใ้ ชบ้ งั คับ
มาตรา ๔๓ ภายในสิบปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ส�ำนักงานจัดให้มีหน่วยบริการปฐมภูมิ
หรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิในสัดส่วนที่เหมาะสมกับจ�ำนวนผู้รับบริการและพ้ืนท่ี หากหน่วยบริการที่จะ
ข้ึนทะเบียนเพ่ือเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิไม่มีหรือมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว
ไมเ่ พยี งพอกบั จ�ำนวนผรู้ บั บรกิ าร ใหห้ นว่ ยบรกิ ารดงั กลา่ วจดั ใหม้ แี พทยอ์ นื่ ซงึ่ ผา่ นการอบรมดา้ นเวชศาสตรค์ รอบครวั
ท้งั น้ี ตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศก�ำหนด เพือ่ ท�ำหนา้ ที่ดแู ลผ้รู ับบริการซึง่ มีรายชอื่
ในเขตพนื้ ที่ของหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ินั้นตามมาตรา ๒๒ รวมทงั้ การเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ตามมาตรา ๒๑
ภายในก�ำหนดระยะเวลาตามวรรคหน่ึง ให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและสถาบัน
อุดมศึกษาด�ำเนินการเพ่ือให้มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข
ดแู ลประชาชนในสัดส่วนทเ่ี หมาะสม
ในกรณีที่มีเหตุจ�ำเป็น ให้คณะกรรมการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับ
ตามวรรคหนง่ึ ออกไปอีกเปน็ ระยะเวลาตามทก่ี �ำหนดในพระราชกฤษฎกี า
ผ้รู บั สนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทรโ์ อชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ : - เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยท่ีมาตรา ๔๗ วรรคหน่ึง ของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐ และมาตรา ๕๕ บัญญัติให้รัฐ
ต้องด�ำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขท่ีมีประสิทธิภาพอย่างท่ัวถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้
พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค โดยบริการสาธารณสุขดังกล่าวต้องครอบคลุมการส่งเสริม
สุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพ รวมท้ังรัฐต้องพัฒนาการบริการ
สาธารณสุขให้มีคณุ ภาพและมีมาตรฐานสูงข้ึนอย่างตอ่ เนือ่ ง ประกอบกบั มาตรา ๒๕๘ ช. ดา้ นอน่ื ๆ (๕) บัญญัติให้
ด�ำเนินการปฏิรูปประเทศโดยให้มีระบบการแพทย์ปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลประชาชนในสัดส่วน
ท่ีเหมาะสม ดังนั้น สมควรมีกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว โดยการจัดระบบสุขภาพปฐมภูมิ
ซ่ึงมีคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิท�ำหน้าท่ีเป็นองค์กรก�ำกับดูแลที่ด�ำเนินการด้วยการมีส่วนร่วมระหว่าง
ภาครฐั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทงั้ นี้ เพอ่ื ใหก้ ารบรหิ ารจดั การระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
มีประสิทธิภาพทั่วประเทศ และให้ประชาชนชาวไทยมีสิทธิได้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิท่ีเป็นธรรม มีคุณภาพ
และมีมาตรฐาน จึงจ�ำเปน็ ต้องตราพระราชบญั ญัติน้ี
กระทรวงสาธารณสุข 185
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
186 กระทรวงสาธารณสขุ
ภาคผนวก ๒
^^^^
Unofficial Translation
PRIMARY HEALTH SYSTEM ACT,
B.E. 2562 (2019)
กระทรวงสาธารณสขุ 187
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสขุ ภาพปฐมภมู ิ
188 กระทรวงสาธารณสขุ
Unofficial Translation
PRIMARY HEALTH SYSTEM ACT,
B.E. 2562 (2019)
HIS MAJESTYKING MAHA VAJIRALONGKORN BODINDRADEBAYAVARANGKUN;
Given on the 26th Day of April B.E. 2562;
Being the 4th Year of the Present Reign.
His Majesty King Maha Vajiralongkorn Bodindradebayavarangkun is graciously pleased to
proclaim that:
Whereas it is expedient to have the law on primary health system;
Whereas this Act contains certain provisions relating to the restriction of rights and
liberties of the people, in respect of which section 26 in conjunction with section 32, section 33
and section 37 of the Constitution of the Kingdom of Thailand so permits by virtue of the
provisions of law;
Whereas the reasons and need for the restriction of rights and liberties of the people under
this Act lie in stipulating primary health system provision mechanism, with adequate proportion
of family physicians and primary health care provider teams taking care of the people, including
stipulating implementation rules so that the people receive primary health care, which is
efficient, fair, of quality and standard, and the enactment of this Act is duly in conformity with
the conditions provided in section 26 of the Constitution of the Kingdom of Thailand;
Be it, therefore, enacted by the King, by and with the advice and consent of the National
Legislative Assembly serving as the National Assembly, as follows.
Section 1. This Act is called the “Primary Health System Act, B.E. 2562 (2019)”
Section 2. This Act shall come into force after the expiration of ninety days as from
the date of its publication in the Government Gazette.*
Section 3. In this Act:
“primary health care” means medical and public health care services aiming to care for
the health of persons in responsible area in a holistic approach, from the beginning, continuously
* Published in the Government Gazette, Vol. 136, Part 56a, dated 30th April B.E. 2562 (2019).
กระทรวงสาธารณสุข 189
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ค�ำ อธิบายกฎหมายว่าด้วยระบบสขุ ภาพปฐมภูมิ
and integrated, covering health promotion, disease control, disease prevention, examination and
diagnosis, medical treatment, and rehabilitation, by a primary care unit or a network of primary care
units consisting of family physician and primary health care provider team, which is also connecting
to family, community, and secondary and tertiary medical and public health care;
“primary health system” means mechanism and procedures in coordination cooperation
to provide primary health care, with participation of governmental sector, local administration
agencies, private sector and the people sector, including transferring of service receiver and data
connection between care unit of primary, secondary and tertiary level;
“care unit” means:
(1) a medical facility operated by ministries, Ta-Buangs, departments, local administrative
agencies, governmental education institutions, other State agencies, and the Thai Red Cross Society;
(2) a medical facility under the law on medical facilities;
(3) a care unit under the law on national health security;
(4) other care units as prescribed in the Notification of the Committee;
“primary care unit” means a care unit which has registered to provide primary health care
under this Act;
“network of primary care units” means primary care units or care units which join and
register as a network of primary care units to provide primary health care under this Act;
“family physician” means a physician who has received a certificate of approval or
a diploma demonstrating knowledge and expertise in practicing family medicine;
“medical and health practitioner” means a healing arts practitioner, a medicine practitioner,
a nursing practitioner, a nursing and midwifery practitioner, a dental practitioner, a pharmacy
practitioner, a physical therapy practitioner, a medical technology practitioner, a traditional
Thai medicine practitioner, an applied traditional Thai medicine practitioner, a community public
health practitioner, or other medical and health practitioners according to that law, including
a person under section 31 of the Healing Arts Practices Act, B.E. 2542 (1999);
“primary health care provider team” means medical and health practitioner working
together with family physician in providing primary health care, including a person who has been
trained in primary health to be an assistant in the performance of duties of family physician
and the aforementioned practitioners, as prescribed in the Notification of the Committee;
“Committee” means the Primary Health System Committee;
“Office” means the Office of the Permanent Secretary of Ministry of Public Health;
190 กระทรวงสาธารณสขุ
“competent official” means a person appointed by the Minister by the advice of the
Committee for the execution of this Act;
“Minister” means the Minister having charge and control of the execution of this Act.
Section 4. The Minister of Public Health shall be in charge and control over the execution
of this Act and shall have the power to appoint officers, and issue Notifications for the execution
of this Act.
Such Ministerial Notifications shall come into force upon their publication in the
Government Gazette.
CHAPTER 1
PRIMARY HEALTH SYSTEM COMMITTEE
Section 5. There shall be a committee called the “Primary Health System Committee”,
consisting of:
(1) the Minister of Public Health as Chairperson;
(2) ex officio members: the Permanent Secretary of Ministry of Defence, the Permanent
Secretary of Ministry of Interior, the Permanent Secretary of Ministry of Public Health, the
Secretary-General of Higher Education Commission; Comptroller-General; the Secretary-General
of Social Security Office and the Secretary-General of National Health Security Office;
(3) members appointed by the Minister: one Executive of Provincial Administrative
Organization, one Executive of Municipality, one Executive of Subdistrict Administrative Organization,
and one executive of other local administrative organization as established by law; thereby the
executives of each type of Local Administrative Organization shall be selected among themselves;
(4) members appointed by the Minister: one Director of the Subdistrict Health Promoting
Hospital, which is a primary care unit, one Executive of Primary Care Unit affiliated with the Ministry
of Public Health, and one Executive of Primary Care Unit not affiliated with the Ministry of Public
Health; thereby the director or executives of each type of local administrative organization
shall be selected among themselves;
(5) members appointed by the Minister: one Provincial Public Health Physician and one
District Health Officer; thereby the provincial public health physician or district health officer,
as the case may be, shall be selected among themselves;
กระทรวงสาธารณสุข 191
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ค�ำ อธิบายกฎหมายว่าดว้ ยระบบสุขภาพปฐมภูมิ
(6) members appointed by the Minister: one manager of care units under the law on care
units, which is a primary care unit, one Village Health Volunteer, and one Bangkok Metropolitan
Health Volunteer; thereby manager of sanatoriums under the law on sanatoriums, Village Health
Volunteer, and Bangkok Metropolitan Health Volunteer, as the case may be, shall be selected
among themselves;
(7) four qualified members appointed by the Minister from persons having the knowledge,
expertise and noticeable experience in public health, and in family medicine, one from each field,
and appointed two representatives of private development organizations having the objectives
not to seek profit and operating activities relating to public health, selected among themselves;
Deputy-Permanent Secretary of Ministry of Public Health, assigned by Permanent
Secretary of Ministry of Public Health shall be a member and secretary, and the Permanent
Secretary of Ministry of Public Health shall assign two Officers from the office which is responsible
for the work related to primary health care system, to be assistant secretaries;
Selection and appointment under paragraph one (3) (4) (5) (6) and (7) shall be in
accordance with criteria, procedures and conditions as prescribed in the Notifications by the Minister.
Section 6. Members under section 5 paragraph one (6) and (7) must possess the
qualifications and must not be under the prohibitions, as follows:
(1) being of Thai nationality;
(2) not being a bankrupt or not having previously been a dishonest bankrupt;
(3) not being an incompetent person or a quasi-incompetent person;
(4) not having been sentenced to imprisonment by a final judgment, except for an offence
committed through negligence or a petty offence;
(5) not having been sentenced by a judgment or order of the Court to the effect that
the property shall vest in the State by reason of unusual wealthiness or an unusual increase
of property;
(6) not having been expelled, dismissed, ordered to resign or removed from employment
by a State agency or a private body by reason of dishonesty in the performance of duties,
grave misconduct or deemed corruption and malfeasance in official service.;
(7) not being a director of or a person holding any position responsible for the
administration of a political party, or an advisor or an officer of a political party.
In the case of members under section 5 paragraph one (7), whom the Minister appoint
from persons having the knowledge, expertise and noticeable experience in public health, and
in family medicine, must not being a person whose license is suspended or revoked to be
a profession practitioner.
192 กระทรวงสาธารณสุข
Section 7. Members under section 5 paragraph one (3) (4) (5) (6) and (7) shall be in office
for the term of four years from the date of appointment. A member who vacates the office may
be reappointed but may not serve for more than two consecutive terms.
Upon the expiration of the term under paragraph one, if new qualified members have not
yet been appointed, the qualified members who vacate office at the expiration of the term shall
remain in office for continuing the work until newly appointed qualified members take office.
In the case where a qualified member vacates office before the expiration of the term,
the person appointed to fill the vacancy shall hold office for the remaining term of qualified
members already appointed except that, where less than ninety days remain in the term of office
of the qualified members, the Minister may omit to appoint a replacing qualified member and,
in this regard, the Commission shall consist of existing members.
Section 8. In addition to vacation of office at the expiration of the term, the members
under section 5 paragraph one (3) (4) and (5) vacates office upon:
(1) death;
(2) resignation;
(3) the Committee not less than two-third of the total number of members casts votes
to remove from the office due to negligence or dishonesty in performing the duties, disgraceful
behaviors, or incapability;
(4) vacates the position as executive of local administration organization, director or
executive of primary health care unit, provincial public health physician or district health officer,
in the case where appointed as such.
Section 9. In addition to vacation of office at the expiration of the term, the members
under section 5 paragraph one (6) and (7) vacates office upon the case under section 8 (1) (2)
or (3); being disqualified or being under any prohibition under section 6; or vacated the position
as manager of sanatoriums under the law on sanatoriums, Village Health Volunteer, or Bangkok
Metropolitan Health Volunteer, in the case where appointed as such.
Section 10. The Committee has the duties and powers as follows:
(1) to propose policies, strategies and plans on primary health care and primary health
system to the Council of Ministers for consideration and approval, and assign related agencies
to implement;
(2) to oversee, monitor, and assess performance under this Act and policies strategies
and plans under (1), including prescribe measures to solve problems and obstacles in such
performance;
กระทรวงสาธารณสุข 193
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ
ค�ำ อธบิ ายกฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสุขภาพปฐมภมู ิ
(3) to propose directions for amendment of laws relating to primary health care or
primary health system, and to give advice to the Council of Ministers in issuing Notifications and
appointment of competent officials for the execution of this Act;
(4) to give advice and recommendations to the Minister, government agencies and
competent officials for the execution of this Act;
(5) to propose to the Council of Ministers to consider and mandate production and
development of family physician and primary health care provider team, adequate for the
execution of this Act; including manpower planning, and development of information system
for data connection relating to primary health system management;
(6) to propose to the Council of Ministers to consider and provide remuneration
determination for family physician and primary health care provider team as is suitable for
the execution of this Act;
(7) to propose to the Council of Ministers to consider and mandate measures which
are is useful for elevation the quality and standard of primary health system continuously;
(8) to promote the people to be capable and knowledgeable in health management
for self and family;
(9) to issue Notifications provided in the Act;
(10) to take any action as prescribed by the law to be the powers and duties of the
Committee or as assigned by the Council of Ministers or Minister.
Notifications under paragraph one (9) shall come into force upon their publication in
the Government Gazette.
Section 11. At a meeting of the Committee, the presence of at least one half of the total
number of members is required to constitute a quorum.
At a meeting of the Commission, if the Chairperson is not present or is unable to perform
the duty, the Vice Chairperson shall preside over the meeting. If the Vice Chairperson is not present
or is unable to perform the duty, the members present at the meeting shall elect one member
amongst themselves to preside over the meeting.
A decision of a meeting shall be by a majority of votes. In casting votes, each member
shall have one vote. In the case of an equality of votes, the person presiding over the meeting
shall have an additional vote as a casting vote.
A meeting of the Commission shall be convened at least four times a year.
Section 12. The Committee may appoint a sub-committee for considering or performing
any particular act as entrusted by the Commission.
194 กระทรวงสาธารณสุข
The provisions of section 11 shall also apply to a meeting of a sub-committee mutatis
mutandis.
Section 13. In performing the duties under this Act, the Committee, the Technical
Committee and the sub-committee shall have the power to issue an order in writing to summon
any person to come to give statements of fact or express opinions or furnish any related documents
or information or evidences in support of consideration.
Section 14. The Office shall be responsible for the secretarial tasks of the Committee
and the sub-committee, and shall have the duties and power as follows:
(1) to furnish policies, strategies and plans on primary health care and primary health
system and propose to the Committee, including implementation of such policies, strategies and
plans, thereby having regard to the principle of public participation;
(2) to coordinate, facilitate and cooperate with primary care units, networks of primary
care units, State agencies, international organisations and related private organisations for the
execution of this Act, including policies, strategies and plans under section 10 paragraph one (1)
and measures under section 10 paragraph one (2);
(3) to be a Center of Information related to primary health care and primary health
system and execute or facilitate studies and researches in such topics;
(4) to provide registration of service receivers, primary care units, networks of primary
care units,
(5) to develop information system for data connection relating to primary health system
management to be efficient;
(6) to promote the people to be capable and knowledgeable in health management
for self and family;
(7) to promote and facilitate the production of family physician and primary health
care provider team, adequate for the provision of primary health care, and to provide training
to develop the capacity of primary health system to be of higher quality and standard continuously,
including to implement relating to manpower planning;
(8) to prepare measures which are useful for primary health management and propose
to the Committee;
(9) to take any action as assigned by the Minister, the Committee or sub-committees,
as prescribed by the law to be the duties and power of the Office.
กระทรวงสาธารณสขุ 195
กฎหมายการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
คำ�อธบิ ายกฎหมายว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ
CHAPTER 2
PRIMARY HEALTH SYSTEM
Section 15. Every person has the right to primary health care by family physician and
primary health care provider team as primary health care provider under this Act. Notwithstanding,
the primary health care that the person is entitled to, shall be in accordance with criteria,
procedures and conditions as prescribed in the Notifications by the Committee.
Primary health care under paragraph one shall have a health record, in accordance
with criteria, procedures and conditions as prescribed in the Notifications by the Committee under
section 21.
Section 16. A person who is entitled to medical treatment or health service according
to welfare or right under laws, such person is entitled to primary health care under section
15 paragraph one as well. Exercise of such right shall be in accordance with criteria of receiving
welfare or right of such person.
Medical treatment expenses or expenses for health service for receiving primary health care
under section 15 paragraph one may be extended or increased from the limitation that prescribed
for the welfare or right to medical treatment or health service, as prescribe in the Notification
by the Ministry of Finance with the approval of the Council of Ministers, or as the Committee
agreed with the Social Security Committee, the National Health Security Board, each type of local
administration organization as established by laws, or any other State agency responsible for such
welfare or right, as the case may be, and the relating agency shall proceed to receive such expenses.
Section 17. The Office shall undertake to register care units as primary care units or
network of primary care units in the area as prescribed by the Committee and publish to the public.
The registered care units as primary care units or as network of primary care units under paragraph
one shall receive medical treatment expenses or expenses for health service for receiving primary
health care under section 16 in providing primary health care.
Characteristics of the care unit or the network of primary care unit to be registered,
the registration, the division of the areas and the publication under paragraph one as well as the
receiving of money, the payment, the retention of money, and the call to return money
under paragraph two shall be in accordance with criteria, procedures and conditions as prescribed
in the Notifications by the Committee.
196 กระทรวงสาธารณสขุ
Section 18. The Office, the primary care unit or the network of primary care units,
the Ministry of Interior and the Bangkok Metropolitan Administration shall together prepare
the name list of primary care service receivers in the area of that primary care unit or the network
of primary care units.
The primary care unit or the network of primary care units shall inform the service receivers
on the list under paragraph one of the exercises of the right to receive primary health care and
family physicians who have duty of take towards the service receivers under section 22.
For the convenience and necessity of receiving primary health care, the service receiver
may request to change the primary care unit or the network of primary care units which the service
receiver is on its list, the provision of paragraph two shall apply mutatis mutandis.
The preparation of the list under paragraph one, the information under paragraph
two and the request to change the primary care unit or the network of primary care units under
paragraph three shall be in accordance with criteria, procedures and conditions as prescribed
in the Notifications by the Committee.
Section 19. The primary care unit or the network of primary care units shall entitle to
receive expenses necessary to provide primary health care from the Office as follows:
(1) Regular expenses for provision of primary health care and development of relevant
personnel;
(2) Expenses to support construction and durable goods used in providing primary
health care;
(3) Expenses to compensate the depreciation of construction and durable goods
used in providing primary health care;
(4) Other expenses relating to provision of primary health care; as prescribed in the
Notifications by the Committee.
List of the expenses under paragraph one, the receipt, the payment and the preservation
of expenses of the primary care unit or the network of primary care units under paragraph one and
the call to return such expenses shall be in accordance with criteria, procedures and conditions
as prescribed in the Notifications by the Committee with the approval of the Ministry of Finance.
In case of necessity, the Committee may enter into agreement with the Ministry of
Finance with the approval of the Council of Ministers, the Social Security Committee, the National
Health Security Board, or each type of local administration organization as established by law,
or any other State agency responsible for providing medical treatment welfare or health service,
to request subsidy for expenses necessary for providing primary health care under paragraph one,
and the relevant agencies shall carry out to receive such expenses.
กระทรวงสาธารณสขุ 197
กฎหมายการแพทย์และสาธารณสุข
ค�ำ อธิบายกฎหมายวา่ ดว้ ยระบบสุขภาพปฐมภูมิ
Section 20. The primary care unit and the network of primary care units shall have duties
as follows:
(1) to provide primary health care with equality and render reasonable assistance
in providing service, as well as respect the right to privacy, human dignity and religious belief;
(2) to provide service receiver with sufficient information on primary health care and
rights of service receiver, for the service receiver to decide whether to receive the service or to
enter the transfer system;
(3) to provide information to the service receiver, relatives or persons closed to the
service receiver on physicians, public health personnel, or persons responsible for continuous care
on physical health, mental health and social, who will take care of the service receiver before
dismissing the service receiver from the primary care unit or the network of primary care units;
(4) to strictly keep the secret of the service receiver in performing the duties under (1)
and (2), except the case of disclosure to a government officer performing duties under the laws;
(5) to build a data system on provision of primary health care, for the convenient of
control of quality, standards and service, including request for reimbursement of expenses for
medical treatment or expenses for health service;
(6) to comply with quality and standard control measures in health service provision
under section 24.
Provision of primary health care under (1), provision of information under (2) and (3),
provision of primary health care data system building under (5) and compliance with quality and
standard control measures under (6) shall be in accordance with criteria, procedures and conditions
as prescribed in the Notifications by the Committee.
Section 21. For the purpose of provision of primary health care, the Committee shall
prescribe in the Notifications the criteria, procedures and conditions of provision of information,
data protection, the service receiver’s health information management, and access to information
of family physicians, including the transfer of data of health care use of the service receiver back
to the primary care unit or the network of primary care units , which the service receiver is enlisted
under section 18, providing that such Notification shall be in accordance with rights and duties
on health under the laws on national health.
198 กระทรวงสาธารณสขุ