แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 13
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ (รายวิชาภาษาองั กฤษ) ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เรอื่ ง What do you want to be? เวลา 15 ชวั่ โมง
เรื่อง Job advertisements เวลา 1 ช่วั โมง
1. สาระสำคญั / ความคดิ รวบยอด
การเรียนรู้คำศัพทเ์ กย่ี วกบั อาชีพ ประโยคคำถามและคำตอบเกีย่ วกับอาชีพที่อยากเป็น ทำให้ผู้เรยี นสามารถใช้
ภาษาเปน็ เคร่ืองมือพนื้ ฐานในการรวบรวมขอ้ มูลเกยี่ วกบั อาชพี ท่ีสนใจได้
2. มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด/จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 มาตรฐาน
ต 1.1 เข้าใจและตีความเรือ่ งที่ฟงั และอา่ นจากสื่อประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล
ต 1.3 นำเสนอขอ้ มลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องตา่ งๆ โดยการพดู และการเขียน
2.2 ตัวชี้วดั
ต 1.1 ป.6/2 อ่านออกเสียงขอ้ ความ นทิ านและบทกลอนสั้นๆ ถกู ต้องตามหลกั การอ่าน
ต 1.3 ป.6/1 พูด/เขียนให้ขอ้ มลู เกี่ยวกับตนเอง เพื่อนและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว
2.3 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ความรู้ (K)
ออกเสียง สะกดคำ ประโยคและบอกความหมายเก่ยี วกับอาชีพได้
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
เติมคำลงในช่องว่างไดถ้ ูกตอ้ ง
เจตคติ (A)
มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรแู้ ละมุ่งมั่นในการทำงาน
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
Structure : Mark is friendly. He likes reading and writing stories.
with other people. Jenny is confident. She likes singing and dancing. She is happy to work
Vocabulary :
Martha is kind. She likes meeting people and can work hard.
Tony is good at I.T. and he likes computers.
คำศพั ท์ใหม่
-
คำศพั ทท์ บทวน
confident, kind, good at, computer
3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่
-
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยอู่ ย่างพอเพยี ง
ซื่อสัตย์สจุ ริต มงุ่ มั่นในการทำงาน
มีวนิ ยั รักความเปน็ ไทย
ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ
6. จุดเน้นสกู่ ารพฒั นาผเู้ รียน
ความสามารถและทักษะของผู้เรยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)
R1– Reading (อ่านออก) R2– (W)Riting (เขียนได้) R3 – (A)Rithmetics (คิดเลขเป็น)
C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะด้านการคิดอย่างมวี ิจารณญาณ
และทักษะในการแก้ปัญหา)
C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์และนวตั กรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเปน็
ทีม และภาวะผนู้ ำ)
C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะด้านการส่ือสาร
สารสนเทศ และรูเ้ ท่าทันสื่อ)
C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการส่ือสาร)
C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้)
C8 – Compassion (ความมีเมตตากรุณา วินยั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
L1 – Learning (ทกั ษะการเรียนร)ู้ L2 – Leadership (ทักษะความเป็นผ้นู ำ)
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1.ข้นั นำ (Warm up)
1. ครพู ดู ทักทายกับนักเรียนในชน้ั เรียน
Teacher: Good morning. How are you today?
Students: I’m fine, thank you. And you?
Teacher: I’m great.
2. ครูทบทวนคำศัพท์อาชพี โดยให้นกั เรียนออกมาเขียนคำศัพทบ์ นกระดาน
2.ขัน้ นำเสนอ (Presentation)
1. นกั เรียนดูเน้ือหาประกาศรับสมคั รงานในหนังสือเรยี นหนา้ 13 ขอ้ 3 Read the job advertisement and
complete the sentence. จากนนั้ นกั เรียนปิดหนังสือ ครอู ่านออกเสยี งประกาศรบั สมัครงานแต่ละชุดให้นักเรยี นฟงั
นกั เรยี นชว่ ยกนั เดาความหมายของเน้ือหาว่าแตล่ ะชดุ ต้องการรับสมัครงานใด
2. นักเรยี นอ่านออกเสยี งประโยคเนื้อหาประกาศรับสมคั รงาน
3.ขั้นฝกึ (Practice)
นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ 3-4 คน ออกเป็น 4 กลุม่ จากน้ันครใู หน้ ักเรยี นชว่ ยกันแปลความหมายของประโยค
ประกาศรับสมคั รงานที่ได้รับ
4. ข้นั นำไปใช้ (Production)
ครขู ออาสาสมัครตัวแทนกลุ่มออกมาอา่ นประกาศรับสมัครงาน โดยใหเ้ พอ่ื นๆชว่ ยกนั เดาวา่ ประกาศรับสมัคร
งานน้นั ตอ้ งการอาชีพอะไร
5.ข้ันสรปุ (Wrap up)
นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ทำใบงานช่วยกนั คดิ ว่า Mark, Jenny, Martha และ Tony ควรจะทำอาชพี อะไร แลว้
เขยี นอาชีพนั้นลงในช่องวา่ งที่กำหนดให้
Key
1. reporter 2. actor 3. shop assistant 4. computer programmer
8. การวดั และประเมินผล วิธวี ัดผล เครอื่ งมอื วัดผล เกณฑ์การประเมินผล
ส่ิงท่ีวัด ประเมนิ การพูด
แบบประเมินการพดู 60% ขนึ้ ไป ผา่ น
ดา้ นความรู้ (K) ตรวจแบบฝกึ หัด
ออกเสียง สะกดคำ ประโยค แบบฝึกหดั 60% ขน้ึ ไป ผ่าน
และบอกความหมาย การสงั เกตการรว่ ม
เก่ียวกบั อาชีพได้ กจิ กรรมในชนั้ เรยี น แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั 60% ขึ้นไป ผา่ น
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) พงึ ประสงค์
เติมคำลงในช่องวา่ งได้
ถกู ต้อง
ดา้ นคณุ ลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์ (A)
มีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งม่ัน
ในการทำงาน
9. สอื่ /แหล่งเรยี นรู้
9.1 สื่อการเรยี นรู้
1. ใบงาน
2. หนงั สือเรยี น Smile ป.6
9.2 แหล่งเรียนรู้
1. ห้องสมดุ
ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศึกษาหรอื ผู้ทีไ่ ด้รับมอบหมาย
ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มบริหารงานวชิ าการ ความเห็นของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้แลว้ มคี วามคิดเหน็ ดังนี้ ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้แลว้ มีความคดิ เห็นดังนี้
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1. เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดมี าก ดมี าก
ดี ดี
พอใช้ พอใช้
ควรปรบั ปรุง ควรปรบั ปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั มาใช้ในการสอนได้อย่าง เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อย่าง
เหมาะสม เหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป ยงั ไมเ่ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
นำไปใชไ้ ด้จริง นำไปใช้ได้จริง
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้ ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ 4. ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ
................................................................................................ ................................................................................................
......................................................................................... ....... ......................................................................................... .......
......................................................................................... ....... ................................................................................................
................................................................................................ ......................................................................................... .......
......................................................................................... ....... ......................................................................................... .......
(ลงชอื่ ).......................................................... (ลงชื่อ)..........................................................
(นางประภาภรณ์ ใจกลา้ ) (นายสคุ นธศ์ กั ด์ิ ใจกลา้ )
หวั หน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนศรกี ดุ หวา้ เรืองเวทย์
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้
1. สรุปผลการจัดการเรยี นรู้
นกั เรียนจำนวน...............................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู.้ ...............คน คิดเป็นร้อยละ.............................
ไม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้.............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.............................
ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรยี นทมี่ ีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรยี นเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นท่ไี ม่ผ่านการประเมินจดุ ประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
นักเรียนทีไ่ ม่ผ่านการประเมินจดุ ประสงคด์ ้านทกั ษะ (P) จำนวน.............................คน ไดแ้ ก่
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
นักเรยี นทไ่ี ม่ผา่ นการประเมนิ จุดประสงค์ดา้ นเจตคติ (A) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
2. ปญั หา /อปุ สรรค /ข้อค้นพบ
…………………………………………………….…………………..…………………………………………………………………………......................
…………………………………………………….…………………..…………………………………………………………………………......................
3. แนวทางการแกไ้ ข/พัฒนา
…………………………………………………….…………………..…………………………………………………………………………......................
…………………………………………………….…………………..…………………………………………………………………………......................
ลงชอื่ ………………………………...…ผสู้ อน
(นางสาวทิพวัลย์ เหลือผล)
ครผู ชู้ ่วย
วนั ท่ี………เดือน…………….……. พ.ศ. ……………
แบบบันทึกการประเมินการพูด
เลขที่ ประเด็น/คะแนน ความถกู ตอ้ ง ความ การแสดงท่าทาง/ รวมคะแนน
คลอ่ งแคลว่ นำ้ เสยี ง 20
ช่ือ – สกลุ 8
8 ประกอบการพดู
4
ลงช่อื .....................................................ผ้ปู ระเมิน
(.......................................................................)
วนั ท่.ี ................เดอื น...........................พ.ศ. .....................
เกณฑก์ ารให้คะแนนการพูด
ระดับคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน น้ำหนัก/ คะแนน
รวม
ประเดน็ 43 2 ความสำคัญ
การประเมนิ 1 8
ความถูกต้อง ออกเสียง ออกเสียง ออกเสียง ออกเสียง 8
ตัวอกั ษร ตวั อกั ษร 4
คำศัพทแ์ ละ คำศพั ทแ์ ละ ตัวอกั ษร ตัวอกั ษร/ คำ/ 20
ประโยคได้ ประโยคได้
ถกู ต้องตาม ถกู ต้องตาม คำศัพทแ์ ละ ประโยคผดิ
หลกั หลกั
การออกเสยี ง การออกเสียง ประโยคได้ หลักการออก
ออกเสยี งเนน้ ออกเสียงเนน้
หนัก-เบาใน หนัก-เบาใน ถูกต้องเปน็ เสียง
คำและเสยี ง คำและเสียง
สูง-ต่ำใน สงู -ตำ่ ใน สว่ นใหญ่ ขาด ทำให้สอื่ สารไมไ่ ด้ 2
ประโยคอย่าง ประโยคเปน็
สมบูรณ์ ส่วนใหญ่ การออกเสยี ง 2
1
เนน้ หนกั -เบาใน 5
คำและเสยี งสูง-
ต่ำในประโยค
ความคล่องแคล่ว พูดตอ่ เนือ่ ง พดู ตะกกุ พูดเป็นคำๆ พดู ได้บางคำ
ไมต่ ดิ ขัด ตะกักบ้าง แต่ หยุดเปน็ ชว่ งๆ ทำให้สือ่
พูดชดั เจน ยังพอสอ่ื สาร ทำให้ส่อื สาร ความหมาย
ทำใหส้ ่อื สาร ได้ ได้ไมช่ ดั เจน ไมไ่ ด้
ได้
การแสดงทา่ ทางและ แสดงทา่ ทาง แสดงท่าทาง แสดงท่าทางไม่ ไม่แสดงทา่ ทาง
น้ำเสียงประกอบ และพูดดว้ ย และพดู ดว้ ย เป็นธรรมชาติ ประกอบการพดู
การพดู นำ้ เสียง นำ้ เสยี ง พูดเหมือนอ่าน พูดไดน้ อ้ ยมาก
เหมาะสมกับ เหมาะสมกับ
บทพูดอย่าง บทพดู เป็น
สมบูรณ์ ส่วนใหญ่
รวม 17-20
13-16
การกำหนดระดบั คณุ ภาพโดยรวมทัง้ หน่วย 9-12
0-8
- ระดบั ดีมาก คะแนนระหวา่ ง
- ระดบั ดี คะแนนระหวา่ ง
- ระดบั พอใช้ คะแนนระหวา่ ง
- ระดบั ปรับปรงุ คะแนนระหว่าง
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ (A)
ท่ี ช่อื -สกลุ มีวินยั รายการประเมิน มงุ่ ม่ันในการ คะแนน ระดับ
321 ใฝเ่ รียนรู้ ทำงาน รวม คณุ ภาพ
(9)
321 3 21
ลงชื่อ.........................................................ผ้ปู ระเมิน
(...................................................)
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ระดบั คุณภาพ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
คะแนนรวม 7-9 คะแนน 4-6 คะแนน ตำ่ กว่า 4 คะแนน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ : มวี นิ ัย
คะแนน : ระดับคณุ ภาพ คุณลักษณะที่ปรากฏใหเ้ หน็
3 : ดี ผลงานสะอาดเรยี บร้อย
ปฏิบตั ิตนอยใู่ นข้อตกลงท่ีกำหนดใหร้ ว่ มกนั ทกุ ครั้ง
2 : พอใช้ ผลงานส่วนใหญส่ ะอาดเรียบร้อย
ปฏบิ ัติตนอยใู่ นข้อตกลงทก่ี ำหนดใหร้ ่วมกันเป็นสว่ นใหญ่
1 : ปรับปรุง ผลงานไมค่ ่อยเรยี บร้อย
ปฏิบัตติ นอยใู่ นข้อตกลงท่กี ำหนดให้รว่ มกนั บางคร้งั ต้องอาศัยการ
แนะนำ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : ใฝเ่ รยี นรู้
คะแนน : ระดับคุณภาพ คุณลักษณะทป่ี รากฏให้เห็น
3 : ดี มคี วามสนใจ /ความตั้งใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้
2 : พอใช้ มีความสนใจ /ความต้ังใจเป็นบางครัง้
1 : ปรบั ปรุง มคี วามสนใจ /ความต้ังใจในระยะเวลาสั้นๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ : มุ่งมั่นในการทำงาน
คะแนน : ระดับคณุ ภาพ คณุ ลักษณะท่ปี รากฏใหเ้ หน็
3 : ดี ส่งงานก่อนหรือตรงกำหนดเวลานดั หมาย
รับผิดชอบในงานท่ีได้รับมอบหายและปฏิบัตติ นจนเป็นนิสัย
เปน็ ตวั อยา่ งแก่ผอู้ นื่ และแนะนำชักชวน
2 : พอใช้ ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด
รบั ผิดชอบในงานท่ีได้รบั มอบหายและปฏิบตั ิตนจนเป็นนสิ ัย
1 : ปรับปรงุ สง่ งานช้ากวา่ กำหนด
รบั ผดิ ชอบในงานที่ไดร้ ับมอบหายและปฏบิ ตั ิตนจนเป็นนสิ ัย
ปฏิบัตงิ านโดยอาศยั การชแี้ นะ แนะนำ ตักเตือน
ใบงานวิชาภาษาอังกฤษ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6
ชอื่ ……………………………………. ช้นั ……………. เลขที่ ………………
Complete the sentences.
1. Mark is friendly. He likes reading and writing stories.
He should be a ______________________.
2. Jenny is confident. She likes singing and dancing. She is happy to
work with other people. She should be an ______________.
3. Martha is kind. She likes meeting people and can work hard. She
should be a __________________.
4. Tony is good at I.T. and he likes computers.
She should be a ____________.
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 14
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ (รายวิชาภาษาองั กฤษ) ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรือ่ ง What do you want to be? เวลา 15 ชั่วโมง
เรอ่ื ง A job survey เวลา 1 ชัว่ โมง
1. สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด
การเรียนรคู้ ำศัพทเ์ กยี่ วกับอาชพี ประโยคคำถามและคำตอบเก่ียวกับอาชพี ท่ีอยากเป็น ทำใหผ้ เู้ รียนสามารถใช้
ภาษาเปน็ เครือ่ งมือพื้นฐานในการรวบรวมขอ้ มลู เกย่ี วกับอาชีพท่ีสนใจได้
2. มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 มาตรฐาน
ต 1.1 เข้าใจและตคี วามเรื่องที่ฟงั และอา่ นจากสื่อประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล
ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องตา่ งๆ โดยการพดู และการเขียน
2.2 ตัวชี้วัด
ต 1.1 ป.6/2 อ่านออกเสียงข้อความ นิทานและบทกลอนส้ันๆ ถกู ต้องตามหลักการอ่าน
ต 1.3 ป.6/1 พดู /เขียนใหข้ ้อมูลเก่ยี วกบั ตนเอง เพ่ือนและสง่ิ แวดลอ้ มใกล้ตวั
2.3 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ (K)
ออกเสยี ง สะกดคำ ประโยคและบอกความหมายเกย่ี วกบั อาชีพได้
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
สนทนา ใหข้ อ้ มูลเกีย่ วกับอาชีพได้
เจตคติ (A)
มวี ินัย ใฝ่เรยี นรแู้ ละมุ่งมนั่ ในการทำงาน
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
Structure : A: Do you want to be a/an ____(อาชพี )____ ?
B: Yes, I do. หรอื No, I don’t.
Vocabulary : คำศพั ทใ์ หม่
-
คำศพั ทท์ บทวน
actor, artist, nurse, photographer, computer programmer
3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่
-
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการสือ่ สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต มุ่งมน่ั ในการทำงาน
มีวินัย รกั ความเปน็ ไทย
ใฝ่เรียนรู้ มีจติ สาธารณะ
6. จดุ เนน้ สกู่ ารพฒั นาผ้เู รียน
ความสามารถและทกั ษะของผ้เู รียนศตวรรษท่ี 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)
R1– Reading (อา่ นออก) R2– (W)Riting (เขยี นได้) R3 – (A)Rithmetics (คดิ เลขเป็น)
C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะด้านการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ
และทักษะในการแกป้ ญั หา)
C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็น
ทีม และภาวะผู้นำ)
C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะด้านการสื่อสาร
สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทนั สอื่ )
C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการส่ือสาร)
C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้)
C8 – Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วินัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)
L1 – Learning (ทกั ษะการเรยี นร)ู้ L2 – Leadership (ทกั ษะความเป็นผู้นำ)
7. กิจกรรมการเรียนรู้
1.ข้ันนำ (Warm up)
ครพู ูดทักทายกบั นกั เรยี นในชนั้ เรียน
Teacher: Good morning. How are you today?
Students: I’m fine, thank you. And you?
Teacher: I’m great.
2.ขน้ั นำเสนอ (Presentation)
1. ครูให้นกั เรยี นอ่านประโยคในหนงั สอื เรียน หนา้ 14 ข้อ 4 Read and answer. และชว่ ยกนั คิดว่าคือ
อาชพี อะไร ครใู หน้ ักเรียนพดู ตอบด้วยประโยค You should be… . เช่น
Teacher : I am good at solving problems. I am confident.
I also like helping people. What job should I do?
Student 1: You should be a doctor.
Student 2: You should be a nurse.
เสรจ็ แล้วครูให้นกั เรยี นอ่านประโยคในกรอบด้วยตนเองพร้อมๆ กนั อกี ครั้ง
2. ครถู ามคำถามเก่ยี วกับอาชีพท่ีนักเรยี นแต่ละคนอยากจะเปน็ ในอนาคต เชน่
Teacher: George, what do you want to be?
George: I want to be a doctor.
อาชพี ใดที่นกั เรียนไม่รูค้ ำศัพท์ ครชู ่วยบอกนักเรียน
3.ข้ันฝกึ (Practice)
1. นกั เรียนทำใบงานสำรวจข้อมลู เกย่ี วกับอาชพี ทีน่ ักเรียนอยากจะเปน็ ในอนาคต และนำเสนอผลการสำรวจ
โดยใชก้ ราฟ
Jobs Names
an actor
an artist
a nurse
a photographer
a computer programmer
2. นกั เรยี นเดินไปรอบๆ ชนั้ เรยี น เพื่อถามเพ่อื นประมาณ 10 คน วา่ อยากทำอาชพี อะไร โดยใชค้ ำถามและ
คำตอบ ดงั นี้
A: Do you want to be a/an (อาชพี ) ?
B: Yes, I do. หรือ No, I don’t.
เมื่อรู้อาชพี ทีเ่ พื่อนอยากจะทำแล้ว ใหเ้ ขียนชอื่ เพ่ือนลงในตารางสำรวจทตี่ รงกับอาชพี น้นั
3. นกั เรียนนับจำนวนเพือ่ นท่ีอยากจะเปน็ ในแตล่ ะอาชีพ
4. ขน้ั นำไปใช้ (Production)
นกั เรยี นใชข้ อ้ มลู จากตารางทำกราฟแทง่ และระบายสใี หส้ วยงาม
5.ขั้นสรปุ (Wrap up)
-
8. การวัดและประเมินผล วิธวี ดั ผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์การประเมินผล
ส่งิ ท่ีวัด ประเมนิ การพดู
แบบประเมนิ การพดู 60% ขึ้นไป ผา่ น
ดา้ นความรู้ (K) ตรวจแบบฝึกหัด
ออกเสยี ง สะกดคำ ประโยค แบบฝกึ หดั 60% ขึ้นไป ผา่ น
และบอกความหมาย การสงั เกตการรว่ ม
เก่ยี วกบั อาชีพได้ กิจกรรมในชัน้ เรียน แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั 60% ขึ้นไป ผ่าน
ด้านทักษะกระบวนการ (P) พึงประสงค์
สนทนา ใหข้ ้อมูลเก่ียวกบั
อาชีพได้
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค์ (A)
มีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งม่ัน
ในการทำงาน
9. ส่ือ/แหล่งเรยี นรู้
9.1 ส่ือการเรยี นรู้
1. ใบงาน
2. หนังสือเรยี น Smile ป.6
9.2 แหล่งเรยี นรู้
1. หอ้ งสมุด
ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ที่ไดร้ บั มอบหมาย
ความเห็นของหัวหนา้ กลุม่ บริหารงานวิชาการ ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษา
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนร้แู ล้วมีความคิดเหน็ ดังนี้ ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรียนรแู้ ล้วมีความคดิ เห็นดังนี้
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1. เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดมี าก ดมี าก
ดี ดี
พอใช้ พอใช้
ควรปรบั ปรุง ควรปรบั ปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้ 2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ ง เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อยา่ ง
เหมาะสม เหมาะสม
ยังไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป ยงั ไมเ่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3. เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ที่
นำไปใชไ้ ด้จริง นำไปใช้ได้จริง
ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ 4. ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ
................................................................................................ ................................................................................................
......................................................................................... ....... ......................................................................................... .......
......................................................................................... ....... ................................................................................................
......................................................................................... ....... ......................................................................................... .......
................................................................................................ ......................................................................................... .......
(ลงชอื่ ).......................................................... (ลงชื่อ)..........................................................
(นางประภาภรณ์ ใจกลา้ ) (นายสุคนธ์ศกั ดิ์ ใจกลา้ )
หวั หน้ากลุม่ บริหารงานวชิ าการ
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนศรกี ดุ หวา้ เรืองเวทย์
บนั ทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้
นกั เรียนจำนวน...............................คน
ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู.้ ...............คน คิดเปน็ ร้อยละ.............................
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้.............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.............................
ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรยี นทมี่ ีความสามารถพเิ ศษ/นักเรียนเด็กพเิ ศษ ไดแ้ ก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นกั เรียนท่ีไม่ผา่ นการประเมนิ จดุ ประสงคด์ ้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
นักเรียนท่ไี มผ่ ่านการประเมนิ จดุ ประสงค์ดา้ นทกั ษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
นักเรียนท่ไี ม่ผา่ นการประเมนิ จดุ ประสงคด์ า้ นเจตคติ (A) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
2. ปญั หา /อปุ สรรค /ข้อค้นพบ
…………………………………………………….…………………..…………………………………………………………………………......................
…………………………………………………….…………………..…………………………………………………………………………......................
3. แนวทางการแก้ไข/พัฒนา
…………………………………………………….…………………..…………………………………………………………………………......................
…………………………………………………….…………………..…………………………………………………………………………......................
ลงชอื่ ………………………………...…ผู้สอน
(นางสาวทพิ วลั ย์ เหลอื ผล)
ครผู ู้ช่วย
วันท่ี………เดอื น…………….……. พ.ศ. ……………
แบบบันทึกการประเมินการพูด
เลขที่ ประเด็น/คะแนน ความถกู ตอ้ ง ความ การแสดงท่าทาง/ รวมคะแนน
คลอ่ งแคลว่ นำ้ เสยี ง 20
ช่ือ – สกลุ 8
8 ประกอบการพดู
4
ลงช่อื .....................................................ผ้ปู ระเมิน
(.......................................................................)
วนั ท่.ี ................เดอื น...........................พ.ศ. .....................
ระดบั คะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนนการพูด นำ้ หนกั / คะแนน
ความสำคัญ รวม
ประเด็น เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
การประเมนิ 8
43 2 1
8
ความถกู ต้อง ออกเสยี ง ออกเสียง ออกเสยี ง ออกเสียง 4
ตวั อกั ษร ตัวอักษร ตวั อกั ษร ตวั อกั ษร/ คำ/ 20
คำศัพท์และ คำศพั ท์และ คำศพั ท์และ ประโยคผดิ 2
ประโยคได้ ประโยคได้ ประโยคได้ หลกั การออก
ถูกต้องตาม ถูกต้องตาม ถูกตอ้ งเป็น เสียง 2
หลกั หลัก ส่วนใหญ่ ขาด ทำให้สอื่ สารไมไ่ ด้ 1
การออกเสยี ง การออกเสยี ง การออกเสยี ง 5
ออกเสยี งเนน้ ออกเสยี งเนน้ เนน้ หนัก-เบาใน
หนกั -เบาใน หนัก-เบาใน คำและเสยี งสงู -
คำและเสยี ง คำและเสียง ตำ่ ในประโยค
สงู -ตำ่ ใน สงู -ต่ำใน
ประโยคอย่าง ประโยคเปน็
สมบูรณ์ สว่ นใหญ่
ความคลอ่ งแคลว่ พูดต่อเน่ือง พดู ตะกกุ พูดเปน็ คำๆ พดู ไดบ้ างคำ
ไมต่ ดิ ขัด ตะกกั บา้ ง แต่ หยดุ เปน็ ชว่ งๆ ทำให้สื่อ
พูดชัดเจน ยงั พอสือ่ สาร ทำใหส้ ่อื สาร ความหมาย
ทำใหส้ อ่ื สาร ได้ ไดไ้ มช่ ัดเจน ไมไ่ ด้
ได้
การแสดงท่าทางและ แสดงท่าทาง แสดงทา่ ทาง แสดงทา่ ทางไม่ ไมแ่ สดงทา่ ทาง
น้ำเสียงประกอบ และพูดดว้ ย และพดู ด้วย เปน็ ธรรมชาติ ประกอบการพดู
การพดู นำ้ เสียง น้ำเสยี ง พดู เหมอื นอา่ น พูดไดน้ อ้ ยมาก
เหมาะสมกบั เหมาะสมกับ
บทพดู อยา่ ง บทพดู เปน็
สมบรู ณ์ สว่ นใหญ่
รวม
การกำหนดระดับคณุ ภาพโดยรวมทงั้ หน่วย
- ระดบั ดีมาก คะแนนระหวา่ ง 17-20
- ระดบั ดี คะแนนระหวา่ ง 13-16
- ระดบั พอใช้ คะแนนระหว่าง 9-12
- ระดบั ปรบั ปรงุ คะแนนระหว่าง 0-8
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ (A)
ท่ี ช่อื -สกลุ มีวินยั รายการประเมิน มงุ่ ม่ันในการ คะแนน ระดับ
321 ใฝเ่ รียนรู้ ทำงาน รวม คณุ ภาพ
(9)
321 3 21
ลงชื่อ.........................................................ผ้ปู ระเมิน
(...................................................)
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ระดบั คุณภาพ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
คะแนนรวม 7-9 คะแนน 4-6 คะแนน ต่ำกวา่ 4 คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนนดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ : มวี ินัย
คะแนน : ระดบั คณุ ภาพ คุณลกั ษณะที่ปรากฏใหเ้ หน็
3 : ดี ผลงานสะอาดเรยี บร้อย
ปฏบิ ัตติ นอยู่ในข้อตกลงทีก่ ำหนดให้ร่วมกันทุกครั้ง
2 : พอใช้ ผลงานส่วนใหญ่สะอาดเรยี บร้อย
ปฏบิ ตั ิตนอยใู่ นข้อตกลงที่กำหนดใหร้ ่วมกันเปน็ สว่ นใหญ่
1 : ปรบั ปรงุ ผลงานไม่ค่อยเรยี บร้อย
ปฏิบตั ติ นอยูใ่ นข้อตกลงท่ีกำหนดให้ร่วมกนั บางครง้ั ต้องอาศัยการ
แนะนำ
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ : ใฝ่เรียนรู้
คะแนน : ระดับคณุ ภาพ คุณลกั ษณะทีป่ รากฏให้เหน็
3 : ดี มีความสนใจ /ความต้ังใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้
2 : พอใช้ มีความสนใจ /ความตั้งใจเป็นบางครั้ง
1 : ปรับปรุง มคี วามสนใจ /ความตั้งใจในระยะเวลาสั้นๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ : ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
คะแนน : ระดับคณุ ภาพ คุณลักษณะท่ีปรากฏใหเ้ หน็
3 : ดี สง่ งานก่อนหรือตรงกำหนดเวลานดั หมาย
รบั ผดิ ชอบในงานที่ไดร้ ับมอบหายและปฏิบัตติ นจนเป็นนิสัย
เป็นตัวอย่างแก่ผูอ้ ่นื และแนะนำชกั ชวน
2 : พอใช้ สง่ งานชา้ กวา่ กำหนด
รบั ผดิ ชอบในงานท่ีได้รบั มอบหายและปฏบิ ัติตนจนเปน็ นิสัย
1 : ปรบั ปรุง ส่งงานช้ากวา่ กำหนด
รบั ผิดชอบในงานที่ได้รบั มอบหายและปฏิบัติตนจนเปน็ นสิ ัย
ปฏิบัตงิ านโดยอาศยั การชี้แนะ แนะนำ ตักเตือน
ใบงานวชิ าภาษาอังกฤษ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6
ชื่อ ……………………………………. ชัน้ ……………. เลขท่ี ………………
Make a chart.
Jobs Names
an actor
an artist
a nurse
a photographer
a computer programmer
Make a graph.
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 15
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ (รายวิชาภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่อื ง What do you want to be? เวลา 15 ชัว่ โมง
เรื่อง Test yourself. เวลา 1 ช่ัวโมง
1. สาระสำคญั / ความคดิ รวบยอด
การเรียนรู้คำศัพท์เก่ยี วกับสัตวท์ ะเลและโลกใต้ทะเล และการใช้ประโยค Past Simple Tense เพือ่ บอก
กิจกรรมตา่ งๆ ท่ที ำในอดีต เป็นพน้ื ฐานการใช้ภาษาองั กฤษเพื่อการสอ่ื สารในชวี ิตประจำวัน
2. มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัด/จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 มาตรฐาน
ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเร่อื งท่ีฟงั และอา่ นจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา่ งมเี หตุผล
ต 1.3 นำเสนอขอ้ มลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและการเขียน
2.2 ตัวชี้วัด
ต 1.1 ป.6/2 อา่ นออกเสียงข้อความ นทิ านและบทกลอนส้นั ๆ ถกู ต้องตามหลกั การอา่ น
ต 1.3 ป.6/1 พดู /เขยี นใหข้ ้อมูลเกีย่ วกับตนเอง เพ่ือนและสิง่ แวดลอ้ มใกลต้ วั
2.3 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ความรู้ (K)
ทำแบบทดสอบท้ายบทเรียนได้
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
ประเมนิ ตนเองได้
เจตคติ (A)
มวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรแู้ ละมุง่ ม่ันในการทำงาน
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
-
3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่
-
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อย่อู ย่างพอเพยี ง
ซ่อื สัตยส์ จุ รติ มงุ่ ม่ันในการทำงาน
มวี นิ ัย รกั ความเป็นไทย
ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
6. จดุ เนน้ สกู่ ารพัฒนาผเู้ รยี น
ความสามารถและทกั ษะของผูเ้ รียนศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)
R1– Reading (อา่ นออก) R2– (W)Riting (เขยี นได้) R3 – (A)Rithmetics (คิดเลขเป็น)
C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะดา้ นการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ
และทักษะในการแกป้ ัญหา)
C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเข้าใจต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์)
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเปน็
ทีม และภาวะผ้นู ำ)
C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการสื่อสาร
สารสนเทศ และรู้เท่าทนั สอ่ื )
C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการสื่อสาร)
C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้)
C8 – Compassion (ความมเี มตตากรุณา วนิ ัย คณุ ธรรม จริยธรรม)
L1 – Learning (ทกั ษะการเรียนรู้) L2 – Leadership (ทกั ษะความเป็นผนู้ ำ)
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1.ข้นั นำ (Warm up)
ครูพูดทักทายกับนกั เรยี นในชั้นเรยี น
Teacher: Good morning. How are you today?
Students: I’m fine, thank you. And you?
Teacher: I’m great.
2.ขัน้ นำเสนอ (Presentation)
ครูสนทนากับนักเรยี น ทบทวนบทเรยี นท่ไี ดเ้ รียนมา
3.ข้ันฝกึ (Practice)
นกั เรียนทำแบบทดสอบท้ายบท
4. ข้นั นำไปใช้ (Production)
-
5.ข้นั สรุป (Wrap up)
ครเู ฉลยแบบทดสอบ
8. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีวดั ผล เคร่อื งมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมนิ ผล
สิ่งท่ีวัด
ประเมินการทำ แบบประเมินการทำ 60% ขน้ึ ไป ผ่าน
ดา้ นความรู้ (K) แบบทดสอบทา้ ย แบบทดสอบท้ายบทเรยี น
ทำแบบทดสอบท้าย
บทเรียนได้ บทเรียน แบบประเมนิ การพูด 60% ขึ้นไป ผ่าน
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) ประเมนิ การพดู แบบประเมินคุณลักษณะอนั 60% ข้ึนไป ผา่ น
ประเมนิ ตนเองได้ พงึ ประสงค์
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ การสงั เกตการร่วม
อันพึงประสงค์ (A) กิจกรรมในช้นั เรียน
มีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น
ในการทำงาน
9. ส่อื /แหล่งเรียนรู้
9.1 สื่อการเรยี นรู้
1. แบบทดสอบ
9.2 แหล่งเรียนรู้
-
ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผู้ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย
ความเห็นของหวั หน้ากล่มุ บริหารงานวชิ าการ ความเหน็ ของผูบ้ ริหารสถานศึกษา
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคดิ เห็นดังนี้ ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรแู้ ลว้ มีความคิดเห็นดังน้ี
1. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดมี าก ดมี าก
ดี ดี
พอใช้ พอใช้
ควรปรับปรงุ ควรปรบั ปรุง
2. การจัดกจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ย่าง เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อย่าง
เหมาะสม เหมาะสม
ยงั ไม่เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ยังไม่เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคัญควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
นำไปใช้ไดจ้ รงิ นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้ ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ 4. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ
................................................................................................ ................................................................................................
......................................................................................... ....... ......................................................................................... .......
......................................................................................... ....... ......................................................................................... .......
......................................................................................... ....... ................................................................................................
......................................................................................... ....... ......................................................................................... .......
(ลงชือ่ ).......................................................... (ลงชอื่ )..........................................................
(นางประภาภรณ์ ใจกลา้ ) (นายสุคนธศ์ ักดิ์ ใจกล้า)
หวั หน้ากลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ
ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีกดุ หว้าเรอื งเวทย์
บันทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้
1. สรุปผลการจัดการเรียนรู้
นกั เรียนจำนวน...............................คน
ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู.้ ...............คน คิดเปน็ ร้อยละ.............................
ไมผ่ า่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู.้ ............คน คิดเป็นรอ้ ยละ.............................
ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นักเรยี นท่ีมีความสามารถพิเศษ/นักเรียนเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
1……………………………………………………………………………………………
2……………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นท่ไี ม่ผ่านการประเมินจดุ ประสงค์ดา้ นความรู้ (K) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
นักเรียนทไี่ ม่ผ่านการประเมินจุดประสงคด์ ้านทักษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
นักเรยี นทไ่ี มผ่ า่ นการประเมนิ จุดประสงคด์ ้านเจตคติ (A) จำนวน............................คน ได้แก่
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
2. ปญั หา /อปุ สรรค /ข้อค้นพบ
…………………………………………………….…………………..…………………………………………………………………………......................
…………………………………………………….…………………..…………………………………………………………………………......................
3. แนวทางการแก้ไข/พฒั นา
…………………………………………………….…………………..…………………………………………………………………………......................
…………………………………………………….…………………..…………………………………………………………………………......................
ลงช่ือ………………………………...…ผสู้ อน
(นางสาวทพิ วัลย์ เหลือผล)
ครผู ้ชู ่วย
วนั ท่ี………เดอื น…………….……. พ.ศ. ……………
แบบบันทึกการประเมินการพูด
ประเด็น/คะแนน ความ การแสดงท่าทาง/ รวมคะแนน
เลขที่ ความถกู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่ นำ้ เสยี ง 20
ช่ือ – สกลุ 8 ประกอบการพดู
8
4
ลงช่อื .....................................................ผ้ปู ระเมิน
(.......................................................................)
วนั ท่.ี ................เดอื น...........................พ.ศ. .....................
ระดบั คะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนนการพูด นำ้ หนกั / คะแนน
ความสำคัญ รวม
ประเด็น เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
การประเมนิ 8
43 2 1
8
ความถกู ต้อง ออกเสยี ง ออกเสียง ออกเสยี ง ออกเสียง 4
ตวั อกั ษร ตัวอักษร ตวั อกั ษร ตวั อกั ษร/ คำ/ 20
คำศัพท์และ คำศพั ท์และ คำศพั ท์และ ประโยคผดิ 2
ประโยคได้ ประโยคได้ ประโยคได้ หลกั การออก
ถูกต้องตาม ถูกต้องตาม ถูกตอ้ งเป็น เสียง 2
หลกั หลัก ส่วนใหญ่ ขาด ทำให้สอื่ สารไมไ่ ด้ 1
การออกเสยี ง การออกเสยี ง การออกเสยี ง 5
ออกเสยี งเนน้ ออกเสยี งเนน้ เนน้ หนัก-เบาใน
หนกั -เบาใน หนัก-เบาใน คำและเสยี งสงู -
คำและเสยี ง คำและเสียง ตำ่ ในประโยค
สงู -ตำ่ ใน สงู -ต่ำใน
ประโยคอย่าง ประโยคเปน็
สมบูรณ์ สว่ นใหญ่
ความคลอ่ งแคล่ว พูดต่อเน่ือง พดู ตะกกุ พูดเปน็ คำๆ พดู ไดบ้ างคำ
ไมต่ ดิ ขัด ตะกกั บา้ ง แต่ หยดุ เปน็ ชว่ งๆ ทำให้สื่อ
พูดชัดเจน ยงั พอสือ่ สาร ทำใหส้ ่อื สาร ความหมาย
ทำใหส้ อ่ื สาร ได้ ไดไ้ มช่ ัดเจน ไมไ่ ด้
ได้
การแสดงท่าทางและ แสดงท่าทาง แสดงทา่ ทาง แสดงทา่ ทางไม่ ไมแ่ สดงทา่ ทาง
น้ำเสียงประกอบ และพูดดว้ ย และพดู ด้วย เปน็ ธรรมชาติ ประกอบการพดู
การพดู นำ้ เสียง น้ำเสยี ง พดู เหมอื นอา่ น พูดไดน้ อ้ ยมาก
เหมาะสมกบั เหมาะสมกับ
บทพดู อยา่ ง บทพดู เปน็
สมบรู ณ์ สว่ นใหญ่
รวม 17-20
13-16
การกำหนดระดบั คุณภาพโดยรวมทงั้ หน่วย 9-12
0-8
- ระดบั ดีมาก คะแนนระหวา่ ง
- ระดับดี คะแนนระหวา่ ง
- ระดบั พอใช้ คะแนนระหว่าง
- ระดบั ปรบั ปรงุ คะแนนระหว่าง
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ (A)
ท่ี ช่อื -สกลุ มีวินยั รายการประเมิน มงุ่ ม่ันในการ คะแนน ระดับ
321 ใฝเ่ รียนรู้ ทำงาน รวม คณุ ภาพ
(9)
321 3 21
ลงชื่อ.........................................................ผ้ปู ระเมิน
(...................................................)
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ระดับคุณภาพ ดี พอใช้ ปรับปรงุ
คะแนนรวม 7-9 คะแนน 4-6 คะแนน ต่ำกวา่ 4 คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนนดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : มวี ินัย
คะแนน : ระดับคณุ ภาพ คุณลกั ษณะทปี่ รากฏใหเ้ ห็น
3 : ดี ผลงานสะอาดเรยี บร้อย
ปฏิบตั ติ นอยู่ในข้อตกลงทกี่ ำหนดใหร้ ว่ มกันทุกครั้ง
2 : พอใช้ ผลงานส่วนใหญ่สะอาดเรียบร้อย
ปฏิบัตติ นอยู่ในข้อตกลงท่ีกำหนดให้รว่ มกันเป็นสว่ นใหญ่
1 : ปรับปรุง ผลงานไมค่ ่อยเรียบรอ้ ย
ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ นข้อตกลงที่กำหนดใหร้ ว่ มกนั บางครง้ั ต้องอาศยั การ
แนะนำ
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : ใฝเ่ รียนรู้
คะแนน : ระดบั คุณภาพ คุณลักษณะทีป่ รากฏใหเ้ หน็
3 : ดี มีความสนใจ /ความต้ังใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้
2 : พอใช้ มคี วามสนใจ /ความตั้งใจเป็นบางคร้ัง
1 : ปรบั ปรงุ มคี วามสนใจ /ความต้ังใจในระยะเวลาสน้ั ๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ : มุ่งมัน่ ในการทำงาน
คะแนน : ระดับคณุ ภาพ คุณลกั ษณะท่ีปรากฏใหเ้ หน็
3 : ดี ส่งงานกอ่ นหรือตรงกำหนดเวลานดั หมาย
รับผิดชอบในงานที่ไดร้ ับมอบหายและปฏบิ ตั ติ นจนเปน็ นสิ ัย
เปน็ ตวั อยา่ งแก่ผูอ้ น่ื และแนะนำชกั ชวน
2 : พอใช้ สง่ งานช้ากวา่ กำหนด
รบั ผดิ ชอบในงานท่ีได้รบั มอบหายและปฏบิ ัติตนจนเปน็ นิสัย
1 : ปรบั ปรุง ส่งงานชา้ กว่ากำหนด
รับผิดชอบในงานท่ีไดร้ ับมอบหายและปฏบิ ัตติ นจนเป็นนิสัย
ปฏิบตั ิงานโดยอาศยั การชีแ้ นะ แนะนำ ตักเตือน
แบบทดสอบ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6
ชอื่ ……………………………………………..………………………. ช้นั ……………. เลขที่ ………………
Choose the correct answer.
1. ข้อใดมีความหมายตรงกับรูปทีก่ ำหนดให้
1. He is shy. 2. He is lazy.
3. He is confident. 4. He is kind.
2. What does he do?
1. He is a dentist. 2. He is an artist.
3. He is a musician. 4. He is a policeman.
3. Tom takes photographs for a magazine. What does he do?
1. He is a doctor. 2. He is a photographer.
3. He is a writer. 4. He is a computer programmer.
4. Sue writes stories. What does she do?
1. She is a nurse. 2. She is an actor.
3. She is a writer. 4. She is a musician.
5. Tony writes programmes for computers. What does he do?
1. He is a computer programmer. 2. He is a musician.
3. He is a photographer. 4. He is an actor.
6. Susan is a nurse. She works in a __________.
1. school 2. hospital
3. police station 4. post office
7. Why do you want to be a writer? Because I like …………… .
1. drawing 2. dancing
3. reading and writing 4. playing the piano
8. What does she do?
1. She’s friendly. 2. She’s a teacher.
3. She’s Mike’s sister. 4. She plays tennis.
9. I ………………… good at maths.
1. is 2. does
3. do 4. am
10. Are you friendly?
1. Yes, I do. 2. Yes, I am.
3. No, I don’t. 4. No, I didn’t.
11. What is he like?
1. Smart and kind. 2. Pizza.
3. He’s a boy. 4. Orange juice.
12. What does he look like?
1. He liked to play. 2. He goes shopping.
3. He likes hamburgers. 4. He’s thin and tall.
13. He always tells people to do things. He’s ……………. .
1. bossy 2. confident
3. friendly 4. shy
14. They love to sing on stage at the party. They are ……………… .
1. bossy 2. confident
3. kind 4. shy
15. I like talking to people. I love reading. I want to be a ……………………….
1. photographer 2. reporter
3. computer programmer 4. Musician