เช่น งานฝา่ ยผลติ ฝา่ ยจดั จ�ำหนา่ ย ฝ่ายก่อสร้าง สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อถกอดยบรทอเรรยี มดน
ซึ่งครูเปน็ หวั หนา้ งานกอ่ สรา้ ง เป็นต้น จากหน้าท่ี
ความรับผิดชอบ สภาพแวดล้อม สิ่งเหล่านี้ ค รู พ บ ว ่ า ตั ว เ อ ง เ ป ็ น ค น ท่ี ช อ บ ส อ น
ล้วนท�ำให้ครูมีพ้ืนฐานที่ดี พัฒนาจนเกิด ชอบถ่ายทอด ชอบเป็นผู้ให้ ส่ิงน้ีท�ำให้ครูประสบ
ความเช่ียวชาญและสามารถต่อยอดสู่ธุรกิจ ความส�ำเร็จในการสอนและในการท�ำธุรกิจ
แขนงต่าง ๆ ในเวลาต่อมา เพราะครูสอนด้วยใจ จึงท�ำให้เกิดเครือข่าย เช่น
ลูกศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอด ก็กลับมาช่วยงานครู
๒. มมุ มอง แนวคดิ และอปุ นสิ ยั ของครู อย่างเต็มใจ ดังท่ีครูกล่าวไว้ว่า
ครูบญุ เลิศเป็นผู้รักการเรียนรู้ ชา่ งสงั เกต “สโลแกนของผม “ย่ิงให้
ศึกษาค้นคว้า ทดลอง มีความมุ่งมั่น พากเพียร
อดทน และมีความคิดสร้างสรรค์ เน่ืองจาก ย่ิงได้” ยิ่งให้เพียงใด ยิ่งได้รับมาก
การเพาะเห็ดน้ันไม่ง่าย ต้องเข้าใจธรรมชาติ ย่ิงแจกผลิตภัณฑ์ ย่ิงได้กลุ่มลูกค้า
ของเห็ด ซ่ึงได้จากการเฝ้าสังเกตท้ังอาหาร เพิ่มขน้ึ ย่ิงสอนออกไปมากเพยี งใด
น�้ำ อุณหภูมิ ความชื้นท่ีเหมาะสม ฯลฯ ทดลอง
ปลูกซ�้ำนับสิบนับร้อยหน กว่าจะประสบ ”ยง่ิ ไดภ้ าคเี ครอื ขา่ ยมากขนึ้ เทา่ นนั้
ความส�ำเร็จ ย่ิงเห็ดสายพันธุ์ใหม่ย่ิงต้องใช้
ความพยายามมากขึ้น ครูมีความมุ่งมั่น อดทน แนวคดิ “ยง่ิ ให้ ยิ่งได”้ ยังปรากฏชดั เมื่อ
และหม่ันศึกษาหาความรู้ ครูเปิดสอนการเพาะเห็ดเป็นอาชีพ แน่นอนว่า
ใหม่ ๆ อยู่เสมอ และเม่ือ ย่อมท�ำให้ครูมีคู่แข่ง แต่ครูก็ยังถ่ายทอดโดยไม่
ศกึ ษาเรยี นรแู้ ลว้ จะทดลอง ปิดบัง สิง่ นกี้ เ็ ป็นส่วนหนึง่ ท่ีช่วยสร้างความเชือ่ ถือ
ท�ำด้วยตนเองจนส�ำเร็จ ศรัทธาจากลกู ศิษย์ของครู ดงั ทคี่ รูกลา่ วว่า
ค รู ยั ง เ ป ็ น ผู ้ มี ค ว า ม คิ ด
สรา้ งสรรค์ กลา้ คดิ กลา้ ท�ำ “...เราสวมบทบาททั้งครูและท�ำธุรกิจ
เช่นการที่ครูแตกแขนง ไปพร้อมกัน ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้น เราไม่ปิดบัง
ธรุ กจิ ใหม่ จากการเพาะเหด็
พัฒนาสู่การแปรรูปเห็ด
เป็นอาหาร คิดแตกแขนง
เป็นยาสีฟัน ต่อยอดเป็น
อาหารเสริม ก้าวสู่การท�ำ
เครอื่ งส�ำอาง ซงึ่ กระบวนการแตกต่างจากการท�ำ
อาหาร เป็นเหมือนดังศาสตร์อีกแขนงหนึ่ง ที่ต้อง
เรียนรู้ ต้องท�ำให้ได้ตามมาตรฐาน อย. แต่ครู
ก็สามารถท�ำไดจ้ นประสบความส�ำเรจ็
49
สกถอราดบา้รทเงตรยี สน่อรยรอคดน์ วตั กรรม ๔. การศึกษาเรยี นรู้
ลูกศิษย์เลยว่ามีเทคนิคอย่างไร รับประทานแล้ว การหมั่นศึกษาเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ
ผู้บริโภคตอบสนองอย่างไร การท�ำการตลาดควร เป็นปัจจัยส�ำคัญที่ท�ำให้ครูบุญเลิศประสบ
ท�ำอย่างไร ฯลฯ แม้ภายหลังลูกศิษย์ไปสร้าง ความส�ำเร็จ วิธีการในการศึกษาเรียนรู้ของครูนั้น
ผลิตภัณฑ์และด�ำเนินตามแนวทางนั้น ก็มีสินค้า มีท้ังการศึกษาในระบบจากสถาบันการศึกษา
เข้าสู่ตลาดมากมาย เกิดการแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ ต่าง ๆ การศึกษาจากการดูงานในประเทศและ
เราด้วย แต่ผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสินว่าจะเลือก ต่างประเทศ รวมถึงการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง
บริโภคสินค้าของใคร เป็นการแข่งขันแบบ ดงั รายละเอียดตอ่ ไปนี้
ยุติธรรม ‘ตลาดใคร - ตลาดมัน’ ...เราก็ต้อง
มุ่งม่ันพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ให้ล้าหลัง ซ่ึงใน หนว่ ยง๔า.น๑ราสชถกาาบรนั การศกึ ษาและ
ฐานะอาจารย์ การที่เราไม่โกหกลูกศิษย์ สิ่งหนึ่ง
ที่ได้คือความเช่ือม่ันของลูกศิษย์และกลับมา “สถาบันการศึกษา” นับเป็นแหล่ง
รว่ มทำ� งานจิตอาสากับเรา” ประสทิ ธปิ์ ระสาทวิชาที่ท�ำให้ครูบุญเลิศมีความรู้
เพ่ิมเติมที่ไม่ใช่เฉพาะด้านการเกษตรเท่าน้ันแต่
การพัฒนาโดยไม่หยุดน่ิงเป็นอีกแนวคิด ยังได้ความรู้เกี่ยวกับมุมมองและทักษะด้านอ่ืน ๆ
และอปุ นสิ ยั ของครู สงิ่ นช้ี ว่ ยท�ำใหค้ รเู ปน็ ผบู้ กุ เบกิ รวมถึงยังเปิดโอกาสต่าง ๆ ในชีวิต ครูได้สะท้อน
ส่งิ ใหม่ ๆ อยา่ งสมำ�่ เสมอ ส่งิ ทคี่ รูไดเ้ รียนร้จู ากการเรียนในมหาวทิ ยาลัยว่า
ข๓อ. งกเาศรรดษ�ำฐเกนจินิ พงาอนเพตาียมงปรชั ญา “จากเดมิ ทใี่ ชค้ อมพวิ เตอรไ์ มเ่ ปน็ แตเ่ มอื่
เข้าศึกษาก็ใช้เป็น ทั้งการเก็บข้อมูล การสร้าง
ครูบุญเลิศเป็นผู้ที่ยึดมั่นใน “ปรัชญา สไลด์ น�ำเสนองานด้วย PowerPoint การสร้าง
ของเศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จ สื่อการเรียนการสอน ล้วนแต่ได้จากการศึกษา
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช และน�ำไปต่อยอด ช่วยให้ถ่ายทอดองค์ความรู้
มหาราช บรมนาถบพติ ร ครจู งึ นอ้ มน�ำหลกั ปรชั ญา ได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนรู้เทคนิค วิธี กระบวนการ
ของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการด�ำเนินชีวิต ที่จะเข้าถึงกลุ่มประชาชน ตอนเรียนปริญญาโท
และในการประกอบธุรกิจ ท�ำสิ่งใดจึงตั้งอยู่บน มีการลงพื้นท่ีได้สัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกรจริง ๆ
ความพอเพียง ไม่ประมาท และได้ถ่ายทอดสู่ การท�ำวิทยานิพนธ์ก็ได้ท�ำในเร่ืองท่ีสอดคล้องกับ
ลกู ศษิ ย์ทกุ ร่นุ ดังท่คี รูกล่าวว่า สายอาชีพ เกี่ยวกับการเพาะเห็ดแบบครบวงจร
ทโ่ี ครงการลูกพระดาบส ท้งั ท�ำต�ำราการเพาะเห็ด
“ผมยึดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แบบครบวงจร จัดทำ� หลกั สูตรการฝึกอบรมให้กบั
ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ หลกั 3 หว่ ง 2 เง่อื นไข เกษตรกร จึงท�ำให้ได้ศึกษาเรียนรู้ร่วมกับ
สอนด้วยหลักความพอประมาณ การมีเหตุผล คนหลายกลุ่มมากข้ึน”
การมภี มู คิ มุ้ กนั ทด่ี ี ผมจงึ แบง่ ขน้ั ตอนการเพาะเหด็
ออกเป็น 6 ข้ันตอน เพราะทุกขั้นตอนสามารถ ค รู ไ ด ้ ศึ ก ษ า ต ่ อ ร ะ ดั บ ป ริ ญ ญ า เ อ ก ที่
ท�ำก�ำไรได้ด้วยตัวของมันเอง เมื่อเร่ิมเพาะเห็ด มหาวิทยาลัยโพธิศาสตร์ สหรัฐอเมริกา ในสาขา
ผมสอนโดยให้เริ่มต้นจากครอบครัว ญาติพี่น้อง วิชาการประกอบการเพื่อสังคม Social
โดยวธิ บี อกตอ่ เมอ่ื ผลติ ภณั ฑต์ ดิ ตลาดแลว้ จงึ เขา้ สู่ Enterprise ซ่ึงมหาวิทยาลัยแห่งนี้เน้นการน�ำ
การสร้างแบรนด์ของตนเอง เข้าสู่ระบบตลาด ป ร ะ ส บ ก า ร ณ ์ ก า ร ท�ำ ง า น ม า ถ ่ า ย ท อ ด เ ป ็ น
ผมใช้หลักน้ีในการบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชน องค์ความรู้ โดยน�ำความรู้เร่ืองการเพาะเห็ดมา
และในการดำ� เนินชวี ติ ดว้ ย” บูรณาการตั้งแต่ต้นน้�ำถึงปลายน�้ำ จนประสบ
50
ความส�ำเร็จ และได้ท�ำวิทยานิพนธ์เรื่อง “โมเดล สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อถกอดยบรทอเรรยี มดน
ของความส�ำเร็จของการเพาะเห็ด” ซ่ึงสิ่งท่ีครูได้
เรียนรู้จากที่น่ี คือ กระบวนการถอดองค์ความรู้ ชุมชน หน่วยงานต่าง ๆ ไดแ้ ก่ กรมวชิ าการเกษตร
สคู่ วามส�ำเรจ็ องค์การบริหารส่วนต�ำบล เกษตรต�ำบล เกษตร
อ�ำเภอ พัฒนาชุมชนระดับอ�ำเภอและระดับ
แม้จะส�ำเร็จการศึกษาในระดับปริญญา จังหวดั อตุ สาหกรรมจงั หวดั ความรูท้ ี่ไดร้ ับ ไดแ้ ก่
เอกแล้วแต่เส้นทางการเรียนรู้ของครูยังก้าวต่อไป
เม่ือครูต้องการริเริ่มท�ำธุรกิจใดครูจะเข้าไป การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นสินค้า OTOP
ปรึกษาศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจของมหาวิทยาลัย ความรเู้ รอ่ื งเหด็ และการเพาะเหด็ สายพนั ธใ์ุ หม่
ต่าง ๆ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ส�ำคัญ เช่น เมื่อน�ำ ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช่องทาง
เห็ดมาต่อยอดเป็นธุรกิจเครื่องส�ำอาง ครูได้ไป
ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมที่ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ การจัดจ�๔ำห.น๒า่ ยกเาปรน็ ศต้นึกษาดูงาน
มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ส่ิงที่ได้เรียนรู้
น อ ก จ า ก ค ว า ม รู ้ เ กี่ ย ว กั บ ก ร ะ บ ว น ก า ร ผ ลิ ต ครูบุญเลิศได้เดินทางไปศึกษาดูงาน
เคร่ืองส�ำอางแล้ว ยังได้เรียนรู้การสร้างเว็บไซต์ เร่ืองการเพาะเห็ดจากต่างประเทศ ได้แก่
ได้แนวคิดการท�ำส่ือประชาสัมพันธ์ การท�ำ ประเทศจีน เกาหลี ไต้หวัน เวียดนาม
ต ร า ย่ี ห ้ อ ก า ร จ ด สิ ท ธิ บั ต ร ท า ง ป ั ญ ญ า ญ่ีปุ่น สหรัฐอเมริกา เปน็ ระยะ ๆ เพอ่ื ศกึ ษา
ศูนย์บ่มเพาะฯ บางแห่งยังสนับสนุนด้านทุน ความก้าวหน้าในการเพาะเห็ด โดยเฉพาะ
ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อีกด้วย เทคนิคการเพาะเห็ดถ่ังเช่าและเห็ดยาชนิดใหม่
โดยเน้นศึกษาเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการเพาะ
นอกจากน้ี ครูยังสนใจศึกษาด้านแพทย์ แล้วน�ำมาปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับ
แผนไทยเพิ่มเติม ท่ีโรงเรียนภัทรเวชสยาม ประเทศไทย หรือบางครั้งก็น�ำเช้ือเห็ดจาก
(การแพทย์แผนไทย) ท�ำให้ครูมีความรู้เร่ือง ต่างประเทศมาเพาะในประเทศไทย ครูได้
แพทยแ์ ผนไทย และสามารถน�ำมาใช้ประโยชน์ใน ยกตวั อยา่ งการเพาะเห็ดในตา่ งประเทศวา่
โครงการนวตั กรรมอาหารเพ่อื สขุ ภาพ
“จากการได้ไปศึกษาในต่างประเทศ
“หน่วยงานภาครัฐ” เปน็ อีกแหล่งหน่ึง พบว่า ประเทศจีนมีกระบวนการปลูกเห็ดถ่ังเช่า
ท่ีครูได้ศึกษาเรียนรู้ ท้ังจากการเข้ารับการอบรม สีทองโดยใช้ข้าวและใช้เคมี ส่วนประเทศเกาหลี
การมีเจ้าหน้าท่ีมาลงพื้นท่ี หรือเชิญวิทยากรจาก ปลกู เห็ดถัง่ เชา่ ใน 3 ลกั ษณะ คือ ๑. ปลกู โดยใช้
ภายนอกมาให้ความรู้ ส่งเสริมอาชีพให้คนใน ข้าวและปุ๋ยเคมีภัณฑ์ต่าง ๆ ๒. ใช้ตัวหนอนไหม
ระยะที่ 5 ในการเพาะปลูกหรือฉีดเช้ือเข้าไป
ท�ำให้เส้นใยเจริญเติบโต ๓. ใช้รังไหมที่ผ่าน
กระบวนการสาวไหมแล้ว น�ำรังที่ได้ไปปลูกแทน
ข้าวหรือหนอนไหม การจะใช้วัตถุดิบวิธีใด
ในการปลูกข้ึนอยู่กับกลุ่มตลาด กลไกตลาดและ
วัตถุประสงค์ที่น�ำไปใช้เป็นหลัก เม่ือไปดูงานแล้ว
ก็น�ำความรู้มาถ่ายทอด ประเทศไทยมีวัตถุดิบ
ทั้งหมด เราต้องแนะน�ำให้เกษตรกรไทยได้เห็นว่า
สามารถน�ำวัตถุดิบท่ีมีอยู่แล้วมาเพาะเล้ียง
เหด็ ได้ ...”
51
กสถอราดบา้รทเงตรยี สน่อรยรอคดน์ วตั กรรม
๔.๓ การศกึ ษาเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง ครูเริ่มจากบรรจุแคปซูลด้วยมือ พัฒนาเป็นใช้
เคร่ืองจักรบรรจุ ต่อยอดจนมีโรงงานผลิต
ค รู บุ ญ เ ลิ ศ เ ป ็ น ผู ้ ที่ ห มั่ น ศึ ก ษ า อาหารเสรมิ และโรงงานผลติ เครอ่ื งส�ำอาง ตอ่ มายงั
หาความรู้ด้วยตนเองจากช่องทางต่าง ๆ เช่น รับบรรจุแคปซูลให้ผู้ประกอบการใหม่หรือราย
การเข้ารับการอบรม การศึกษาจาก Youtube ย่อยอีกด้วย หรือ การท�ำ “ยาสีฟันหลินจือ –
การศกึ ษางานวจิ ยั ทงั้ ในและตา่ งประเทศ โดยเฉพาะ ถง่ั เชา่ ” เรมิ่ แรกครยู งั ไมม่ คี วามรเู้ รอื่ งการท�ำยาสฟี นั
งานวิจัยด้านเห็ดในต่างประเทศ ซึ่งครูให้ แต่เม่ือมีแนวคิดว่าควรจะน�ำเห็ดมาท�ำยาสีฟัน
ข้อมูลว่ามีความก้าวหน้ามาก งานวิจัยท่ีได้ศึกษา เพราะมีประโยชน์ ครูก็ใช้วิธีติดต่อร่วมงานกับ
เหล่าน้ี ครูจะน�ำมาปรับประยุกต์ใช้ นอกจากน้ี บรษิ ทั Thai Intellectual Center, Samutrprakarn
ครูยังศึกษาโดยตรงจากผู้จัดจ�ำหน่าย เมื่อ ท่ีมีความเช่ียวชาญในการผลิตยาสีฟัน และเริ่ม
จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใด ๆ ครูจะไปศึกษาวิธีการ ทดลองร่วมกันจนสามารถคิดสูตรส�ำหรับยาสีฟัน
ข้ันตอนการใช้อย่างละเอียดจากผู้จัดจ�ำหน่าย ของครบู ญุ เลศิ โดยเฉพาะได้ เป็นต้น
อุปกรณ์ จนสามารถน�ำมาปฏิบัติได้ด้วยตนเอง
เช่น เมื่อจะผลิตอาหารเสริมเป็นแบบแคปซูล
๕. การท�ำบนั ทกึ ความร่วมมอื ทางวิชาการ
การท�ำบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ ส่งเสริมอาชีพ เช่น การท�ำ MOU ๓ ฝ่าย ได้แก่
(MOU) กับหน่วยงานต่าง ๆ เป็นปัจจัยส�ำคัญ ศนู ยก์ ารเรยี นรภู้ มู ปิ ญั ญาไทยจงั หวดั สมทุ รปราการ
ท่ีช่วยให้ครูบุญเลิศสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ส�ำนกั งานทรพั ยส์ นิ สว่ นพระมหากษตั รยิ ์ (ปจั จบุ นั
ความร่วมมือท่ีครูด�ำเนินการมีในหลายรูปแบบ เปลย่ี นชอ่ื เปน็ ส�ำนกั งานทรพั ยส์ นิ พระมหากษตั รยิ )์
การท�ำ MOU ท�ำให้ครูได้รับการสนับสนุนด้าน และคณะเกษตรและชวี ภาพ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั
งบประมาณ เทคโนโลยี องคค์ วามรใู้ หม่ ๆ ทแี่ ตกตา่ ง จันทรเกษม จัดท�ำขึ้นเพ่ือพัฒนาพ้ืนท่ีบริเวณ
ออกไป ได้มุมมองท่หี ลากหลาย ฯลฯ ทั้งยงั ท�ำให้ ส�ำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยฝึก
เกิดการส่งเสริมอาชีพให้ชุมชน ตัวอย่าง MOU อาชพี ใหแ้ กช่ าวบา้ นทเี่ ชา่ พนื้ ทรี่ อบบรเิ วณ สง่ เสรมิ ให้
52
ชาวบ้านสามารถสร้างรายได้ตามหลักปรัชญา สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อถกอดยบรทอเรรยี มดน
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ศูนย์การเรียนรู้ฯ เป็นหลัก
ในการถ่ายทอดความรู้เร่ืองการเพาะเห็ด และอีก การเพ่ิมสรรพคุณทางยาในเห็ด โดยเลี้ยงเห็ด
๒ หนว่ ยงาน สนบั สนนุ ดา้ นงบประมาณ เทคโนโลยี ด้วยสารอาหารท่ีมีสรรพคุณเป็นยา ซึ่งขณะน้ี
เครอื่ งมอื สถานที่ การจดั ท�ำหลกั สูตร เปน็ ตน้ นั ก ศึ ก ษ า ร ะ ดั บ ป ริ ญ ญ า โ ท ก�ำ ลั ง ท ด ล อ ง อ ยู ่
หากส�ำเร็จก็จะกลายเป็นนวัตกรรมใหม่ เป็นต้น
อีกตัวอย่าง เช่น การท�ำ MOU ๓ ฝ่าย ดังทีค่ รูเล่าให้ฟัง ดงั นี้
ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยจังหวัด
สมุทรปราการ คณะท�ำงานโครงการพระราชด�ำริ “...ในการพัฒนาองค์ความรู้เก่ียวกับเห็ด
ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ
คณะท�ำงานที่ 2 จงั หวดั ปตั ตานี และศนู ยบ์ ม่ เพาะ ผมมอบ concept ใหน้ กั ศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาโทวา่
วิสาหกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เราก�ำลังปลูกเห็ดทางยา ปกติการผลิตยาจะน�ำ
ส่งเสริมการปลูกพืชในฟาร์มตัวอย่างในพ้ืนที่ สมุนไพรไทยต่าง ๆ มาผสมผสานกันให้เกิด
สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโครงการน้ี ครูได้ เป็นยา แต่ปัจจุบันมีแนวคิดว่าสามารถท�ำให้เห็ด
สอนการปลูกเห็ดหลินจือและเห็ดเศรษฐกิจท่ี กลายเป็นยาได้ โดยใช้สารท่ีมีสรรพคุณทางยา
หมูบ่ า้ นน�ำ้ ด�ำ จงั หวัดปตั ตานี ผลที่ได้คอื ชาวบา้ น ท่ีต้องการ ไปเลี้ยงเห็ดก่อน เห็ดสามารถซึมซับ
สามารถเพาะเห็ดได้ผลดี แต่ขายนอกพื้นที่ไม่ได้ สารทางยาท่ีใช้เลี้ยง สะสมอยู่ในตัวเห็ด อาจมี
ครูจึงรับซื้อ เมื่อรับซื้อมาแล้ว เห็ดมีจ�ำนวนมาก การปรับโมเลกุล ปรับโครงสร้างในตัวเห็ด
ครูจึงต้องคิดวิธีการจัดสรรเห็ด โครงการน้ีน�ำสู่ เม่ือเห็ดเติบโตขึ้น เห็ดจะมีคุณประโยชน์ทางยา
จดุ เรม่ิ ตน้ ในการแปรรูปเห็ดของครู เราก็จะสามารถน�ำดอกเห็ดมาใช้รักษาโรค
เกิดเป็นนวัตกรรมข้ามไปอีกขั้น เป็นสูตรลับ
ส�ำหรับตัวอย่างการท�ำความร่วมมือเพ่ือ ของเรา ผมแจง้ แนวทางแก่นักศกึ ษามหาวทิ ยาลยั
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น ความร่วมมือกับ เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือไว้เป็น
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ พระนครเหนอื
ท�ำวิจัยต่าง ๆ ได้แก่ การวิจัยเรื่องเห็ดยา อาทิ ”หัวข้อในการวิจยั นค่ี อื อกี หน่ึงก้าวสอู่ นาคต
เห็ดกระถินพิมาน เห็ดนมเสือ ซึ่งในประเทศไทย
ยังมีความรู้เก่ียวกับเห็ดเหล่าน้ีอยู่น้อย การวิจัย ๖. ประสบการณ์ ลองผดิ ลองถกู
โดยน�ำเทคโนโลยีจัดท�ำ “โรงเห็ดอัจฉริยะ”
น่ันคือ โรงเห็ดที่น�ำเทคโนโลยีมาใช้ควบคุม ประสบการณ์เป็นปัจจัยส�ำคัญที่ท�ำให้
ตัวอย่างเช่น น�ำโทรศัพท์มือถือมาใช้ส่ังการ ครูบุญเลิศสามารถเพาะเห็ดในกลุ่มต่าง ๆ ต้ังแต่
ควบคมุ ความช้ืน การใหน้ ้ำ� ฯลฯ เพือ่ เพิ่มผลผลิต เห็ดทั่วไป เห็ดกลุ่มยา จนถึงเห็ดสายพันธุ์ใหม่
ครยู งั เปิดโอกาสนิสติ นกั ศึกษาเขา้ มาฝกึ งาน โดย ตา่ ง ๆ ไดส้ �ำเร็จ เพราะครคู ลุกคลีกับการเพาะเห็ด
มีเบี้ยเลี้ยงให้ นักศึกษาจะได้ความรู้เกี่ยวกับ มาตั้งแต่เด็ก ครูเฝ้าสังเกต ลองผิดลองถูก
การเพาะเห็ด มีการมอบโจทย์ให้ทดลอง อาทิ หลายต่อหลายครั้ง เม่ือมีเห็ดสายพันธุ์ใหม่
การท�ำวิจัยเปลี่ยนตัวแปรในการเพาะเห็ด เช่น กรมวิชาการเกษตรจะไว้ใจให้ครูเป็นผู้เพาะเห็ด
ทดลองใชก้ ากมะพรา้ ว ทะลายปาลม์ หญา้ ฤาษี ฯลฯ นอกจากนี้ครูยังมีพ้ืนฐานการค้าขาย เพราะต้อง
เพ่ือวิจัยว่าวัตถุดิบชนิดใดสามารถเพาะเห็ด ช่วยครอบครวั ประกอบธรุ กิจ และมปี ระสบการณ์
ได้ผลดี เป็นต้น หากการทดลองได้ผล ครูก็จะได้ การท�ำงานในหลากหลายอาชีพ เคยพบปัญหา
แนวทางใหมใ่ นการเพาะเพ่ิมขนึ้ และลา่ สดุ ไดว้ จิ ยั อุปสรรค เคยส�ำเร็จและล้มเหลว เป็นบทเรียน
ในการน�ำมาปดิ ชอ่ งวา่ งและพฒั นางาน ครใู ชเ้ วลา
ในการหาความชอบของตน และประสบการณ์
ท�ำให้รู้ว่าชอบท�ำส่ิงใด นอกจากน้ี การทค่ี รไู ดไ้ ป
53
กสถอราดบา้รทเงตรยี สนอ่ รยรอคดน์ วตั กรรม ๗. ทมี งานและเครอื ข่าย
สอนในสถานศึกษาท้ังในระบบ นอกระบบและ การที่ครูบุญเลิศสามารถพัฒนาต่อยอด
ตามอัธยาศัย รวมถึงได้มีโอกาสร่วมมือกับ ผลิตภัณฑ์และด�ำเนินการต่าง ๆ ได้หลากหลาย
หนว่ ยงานตา่ ง ๆ ท�ำใหค้ รไู ดพ้ บกบั ผคู้ นหลากหลาย เพราะครูมีทีมงานและเครือข่ายที่ดี มีทั้งทีมงาน
ช่วยให้ได้มุมมองใหม่ ๆ การศึกษาเพ่ิมเติมจาก ดา้ นการเพาะเหด็ และทมี งานดา้ นพฒั นาผลติ ภณั ฑ์
สถาบันและหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงการศึกษา ครูมีโรงงานผลิตเป็นของตนเอง มีเครือข่าย
ดูงานในและต่างประเทศ ท�ำให้ครูได้พบเห็นจุดดี ท้ังด้านวิชาการ คือ มหาวิทยาลัยและหน่วยงาน
จุดด้อย ช่องทางและโอกาสในการพัฒนา ราชการที่ท�ำงานร่วมกัน มีเครือข่ายท่ีร่วมท�ำ
ส่ิงเหล่านี้ล้วนสั่งสมเป็นประสบการณ์ให้ครูได้น�ำ วิสาหกิจชุมชนศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย
ไปใช้ในการเพาะเห็ด การประกอบธุรกิจและ จังหวัดสมทุ รปราการ ซง่ึ เปน็ คนในพน้ื ท่ี และยงั มี
ขยายผลต่อยอดจากโครงการหนึ่งสู่โครงการหน่ึง เครอื ขา่ ยทวั่ ประเทศ ซง่ึ คอื ลกู ศษิ ยข์ องครู รวมทง้ั
รวมถึงพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง ดังท่ีครูเล่าถึง มีเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ท้ังในและ
ประสบการณใ์ นการเพาะเห็ดวา่ จงั หวดั อนื่ ๆ โดยใชจ้ ดุ เชอื่ มโยงกนั คอื เรอื่ ง “เหด็ ”
กลมุ่ ใดมีความถนดั ด้านใด กผ็ ลิตสินค้าน้ัน ๆ เชน่
“ผมคร�่ำหวอดกับการเพาะเห็ดต้ังแต่ ย้อมผา้ ท�ำกระเปา๋ เดคพู าจ เซรามิก เครอ่ื งดินเผา
พ.ศ. 2516 จึงมีพ้ืนฐานเกี่ยวกับกระบวนการ ฯลฯ แต่ใช้การเช่ือมโยงกันโดยการท�ำกระเป๋า
เพาะเห็ดต่าง ๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะเรารู้พื้นฐาน เดคูพาจเป็นรูปเห็ด ผ้าลายเห็ด ดินเผารูปเห็ด
อุปนิสัย รู้จิตวิญญาณของเหด็ รวู้ า่ ควรทำ� อยา่ งไร เป็นต้น แนวคิดการเช่ือมโยงเช่นน้ี ท�ำให้ครู
กบั เหด็ จงึ สามารถเพาะเหด็ ชนดิ ใหม่ ๆ ไดส้ ำ� เรจ็ ” สามารถขยายเครือข่ายไดอ้ ย่างกวา้ งขวาง
ครูกล่าวถึงวิธีเก็บรักษาเห็ดให้อยู่ได้นาน
วา่ เหด็ จะอยไู่ ดน้ าน ตอ้ งผา่ นกระบวนการอบแหง้
เพราะจะช่วยก�ำจัดแมลงและไล่ความช้ืนท้ังหมด
เพราะหากไล่ไม่หมด มอดเข้าไปกนิ เห็ด ถา้ มอดโต
และกินเน้ือภายในเห็ด จะท�ำให้ไม่สามารถเก็บ
ผลผลิตได้เป็นปี ส�ำหรับกระบวนการอบแห้งมี
เทคโนโลยีหลายรูปแบบ แม้ทางร้านขายอุปกรณ์
จะสอนวิธีใช้ แต่ครูต้องทดลองและเรียนรู้การใช้
งานให้เหมาะสมกับวัตถุดิบท่ีมี เพราะวัตถุดิบ
แตล่ ะอย่างตา่ งมกี ระบวนการที่แตกตา่ งกนั ครจู ึง
ต้องเรยี นรู้ท้ังชว่ งจังหวะ อณุ หภูมิ ระยะเวลาของ
การอบ จนสามารถคุมเวลาท่ีเหมาะสมในการไล่
ความช้ืน ครูพบว่าอุณหภูมิท่ีเหมาะส�ำหรับ
อบเห็ด อยู่ที่ 70 °c โดยประมาณ ใช้เวลา
3 ชั่วโมง จึงไล่ความช้ืนได้และฆ่าไข่มอด
ได้ท้ังหมด
54
นอกจากนี้ เม่ือครูท�ำโครงการนวัตกรรม สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อถกอดยบรทอเรรยี มดน
อาหารเพ่ือสุขภาพ ครูก็มีกลุ่มเครือข่ายเพิ่มเติม
คือ ๑) กลุ่มแพทย์แผนไทยที่มาช่วยรักษาใน รวมถึงกล้าที่จะลงทุนกับงบประชาสัมพันธ์ เช่น
ลักษณะจิตอาสาเพราะเห็นว่าเป็นโครงการที่มี เม่ือเร่ิมแรกประกอบธุรกิจ ครูต้องการให้สินค้า
ประโยชน์ ได้ช่วยเหลือคนยากไร้ ขณะเดียวกันก็ อาหารเสริมตรา “ครูบุญเลิศ” เป็นรู้จัก จึงใช้
เป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ของตัวแพทย์เอง ช่องทางการโฆษณาขายตรงทางโทรทัศน์ ซ่ึงแม้
และ ๒) กลุ่มคนไข้ท่ีมารักษา เมื่อรักษาหาย มีต้นทุนสูง ก็ยอมลงทุนเพราะคุ้มค่า สามารถ
ก็มีการบอกตอ่ และบางสว่ นกก็ ลับมาชว่ ยงานครู ท�ำให้สินค้าของครูเป็นท่ีรู้จักมากข้ึน ดังที่ครู
เล่าวา่
จุ ด เ ด ่ น ที่ ท�ำ ใ ห ้ เ ค รื อ ข ่ า ย ข อ ง ค รู มี
ความเข้มแข็ง คือ ทีมงานและเครือข่ายของครู “ประสบการณ์ตรงครับ อาหารเสริม
มกั เปน็ ลูกศษิ ย์ เปน็ คนไข้ เป็นคนท่เี คยมาฝกึ งาน ราคาเดิมที่ผมจ�ำหน่ายกล่องละ 900 บาท
หรอื รว่ มงานกบั ครู ดว้ ยเหตนุ ี้ ทมี งานและเครอื ขา่ ย บริษัทขายตรงทางทีวี เข้ามาติดต่อโดยขอลดลง
ของครูจึงมีความเข้มแข็ง เหนียวแน่น เพราะ 70% ผมตัดสินใจเพียงเส้ียวนาที เม่ือเขาเลือก
มีความไว้เน้ือเชื่อใจ เชื่อถือ ศรัทธาต่อครูบุญเลิศ สินค้าเรา ผมตกลงยินยอมเนื่องจากต้องการ
เป็นพ้ืนฐาน และท�ำงานเพราะอยากท�ำ ท�ำด้วย ประชาสัมพันธ์โลโก้แบรนด์ครูบุญเลิศ ถือว่า
ความเต็มใจ แม้ไม่มีค่าตอบแทน ทีมงานและ เป็นการประชาสัมพันธ์ในสื่อโทรทัศน์ แม้การตัด
เครือข่ายลักษณะเช่นน้ีจึงเป็นเครือข่ายที่ 70% ท�ำให้ Gap เหลือเล็กน้อย แต่ในขณะที่
เหนียวแน่น ม่ันคง Gap เหลือน้อย กลับมี Volume เป็นหลักหม่ืน
ก ล า ย เ ป ็ น ร า ย ไ ด ้ ที่ เ กิ ด ขึ้ น ผ ม มั ก เ ล ่ า
ป๘ร. ะกชาารสทัม�ำกพานั รธต์ ลาด การเผยแพร่ ประสบการณ์นี้ให้ลูกศิษย์ฟัง เพ่ือโยงว่าควร
ต้ังราคาสินค้าอย่างไร”
การตลาด การประชาสัมพันธ์ เป็นหัวใจ
ส�ำคัญท่ีช่วยเปิดโลกสินค้าของครูบุญเลิศไปสู่ จะเห็นได้ว่าปัจจัยท่ีท�ำให้ครูบุญเลิศ
วงกว้าง หลายกรณีที่สินค้าดี แต่จะรู้จักกันเพียง ประสบความส�ำเร็จมีหลายปัจจัย ท้ังครอบครัว
วงแคบ เพราะขาดการวางแผนการตลาดและ ของครูท่ีเป็นเบ้าหลอมความรู้ท่ีส�ำคัญ อุปนิสัย
การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ท่ีดี ครูเข้าใจส่ิงน้ี ของครูท่ีรักการเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์
จึงคิดและวางแผนว่าจะท�ำอย่างไรให้ผลิตภัณฑ์ กล้าคดิ กลา้ ท�ำ มจี ติ ใจแห่งการให้ ฯลฯ ชอบเสาะ
ของ “ครูบุญเลิศ” เป็นท่ีรู้จัก ไม่ใช่แค่เฉพาะ แสวงหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ เรียนรู้ด้วย
ในจังหวัด แต่ต้องเป็นระดับประเทศและ ตนเอง การศึกษาดูงาน การส่ังสมประสบการณ์
ต่างประเทศ ครูเห็นว่าศูนย์บ่มเพาะของ ลองผิดลองถูก การท�ำความร่วมมือกับหน่วยงาน
มหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มความรู้และ ต่าง ๆ ในการศึกษาวจิ ัยท�ำใหเ้ กดิ การพัฒนาอยา่ ง
ส นั บ ส นุ น ใ น ก า ร ส ร ้ า ง ส่ื อ ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ ์ ต่อเนื่อง การมที ีมงานและเครือข่ายทีด่ ี ตลอดจน
การสร้างแบรนด์ หลังจากได้องค์ความรู้แล้วจึง ความเข้าใจต่อการตลาด และให้ความส�ำคัญกับ
น�ำมาพฒั นาตอ่ ยอด ครจู า้ งมอื อาชพี ดา้ นการสรา้ ง การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์จนท�ำให้ผลิตภัณฑ์
สอื่ สรา้ งเวบ็ ไซต์ ตราสนิ คา้ การออกแบบผลิตภณั ฑ์ เป็นท่ีรู้จัก ที่ส�ำคัญครูไม่เคยหยุดคิด ไม่หยุด
มาจัดท�ำ ปัจจุบันครูใช้ส่ือออนไลน์ที่เข้ากับ พัฒนาอย่างต่อเน่ือง ปัจจัยเหล่าน้ี คือ เคล็ดลับ
ยุคสมัยทุกรูปแบบในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ท่ีช่วยขับเคลื่อนให้ครูก้าวสู่ความส�ำเร็จ สามารถ
สรา้ งสรรคน์ วตั กรรมตา่ ง ๆ ไดเ้ ช่นทุกวันนี้
55
สกถอราดบา้รทเงตรยี สน่อรยรอคดน์ วตั กรรม
จเผะยทปัจ�ำจใัยหทก้ ่คี ราคู รดิ ดว�า่ ำเนนิ การใด ๆ ประสบความส�ำเร็จ
การท�ำงานจะประสบความส�ำเร็จหรือ การสร้างศรัทธาจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่
ไม่นั้น ครูบุญเลิศเช่ือว่าเกิดจากปัจจัยส�ำคัญ คือ ผรู้ ว่ มกจิ กรรมกบั เรา
“ความศรัทธา” และ “ความรัก” การได้รับ
“ความศรัทธา” ย่อมเป็นปัจจัยส�ำคัญที่ท�ำให้ อีกปัจจัยหน่ึงที่ครูให้ความส�ำคัญ คือ
การด�ำเนินงานน้ัน ๆ ประสบความส�ำเร็จ “ความรัก” ความรักในท่ีนี้ คือ รักในสิ่งท่ีท�ำ
เพราะศรัทธาท�ำให้เกิดความเช่ือมั่น เชื่อถือ การได้ท�ำงานหรือกิจกรรมท่ีรัก ท่ีชอบ ย่อมมี
และการท�ำงานจะราบรื่น ดังท่ีครูกล่าวว่า แรงขับเคล่ือนเป็นพิเศษ และมีความสุขเมื่อได้ท�ำ
ความศรัทธาในตัวผู้น�ำเป็นสิ่งจ�ำเป็น หากผู้น�ำ ดังนั้น ครูจึงให้แนวคิดกับลูกศิษย์เสมอว่าให้
ไม่สามารถสร้างศรัทธาแก่คนในกลุ่มหรือ ค้นหาตนเองให้พบ ให้ทราบว่าตนเองรักท่ีจะท�ำ
บริวารได้ ย่อมท�ำให้การท�ำงานไม่ประสบ อะไร ดังค�ำพูดของครูที่อธิบายและยกตัวอย่างไว้
ความส�ำเร็จ ดังนั้น ศรัทธานับเป็นสิ่งส�ำคัญ อยา่ งชัดเจนวา่
“การท�ำทุกส่ิงไม่ว่าธุรกิจใดก็ตาม ผมกล่าวแก่ลูกศิษย์ทุกคนว่า
ก่อนท�ำเห็ด คุณต้องถามใจตนเองก่อนว่ารักหรือชอบจริง หรือเร่ืองเงิน
เปน็ ตวั ตงั้ หากคณุ ท�ำในสงิ่ ทรี่ กั เชน่ การปลกู เหด็ 6 ขนั้ ตอน คณุ ถามตนเองกอ่ น
รักข้ันตอนใดมากท่ีสุด ก็ให้เร่ิมต้นที่ขั้นตอนน้ัน การเร่ิมจากสิ่งที่รัก
ท่ถี นัด แม้ไดก้ �ำไรนอ้ ยแต่มีความสุข เม่อื ศึกษาเรียนรอู้ ยา่ งต่อเน่อื ง อาจจะ
กลายเป็นกูรู หลังจากคุณเป็นผู้รู้ในสิ่งที่รัก ส่ิงนั้นย่อมท�ำก�ำไรแก่คุณ
คณุ สามารถให้ค�ำตอบทุกค�ำถาม รถู้ ึงปญั หาและการแก้ ต่อให้ไม่ไดเ้ งนิ แต่ก็
มีความสุข หากใช้เร่ืองเงินเป็นตัวต้ัง เม่ือผลลัพธ์ไม่ตอบโจทย์ด้านการเงิน
ก็ตอ้ งเปล่ียนธุรกิจไปเรอ่ื ย ๆ การเปล่ยี นแตล่ ะครั้งจ�ำเปน็ ต้องใชเ้ งินทกุ ครง้ั
เคร่ืองมือต่าง ๆ ท่ีลงทุนไว้ก่อนน้ีจะนับเป็นขยะท้ังหมด ไม่สามารถต่อยอด
ธุรกิจใหม่จึงสอนลูกศิษย์เสมอว่า การจะประสบความส�ำเร็จ ต้องถาม
”ใจเสยี ก่อนว่า รักหรอื ชอบส่งิ ใดมากท่สี ุด แล้วมุ่งเน้นไปยังจุดนั้น
การสบื สาน ถา่ ยทอด แบบ “จับมือท�ำ” เพราะต้องการให้ลูกศิษย์
ลูกน้อง ทีมงาน รู้จริงและสามารถน�ำไปปฏิบัติได้
ครูบุญเลิศได้สืบสานถ่ายทอดความรู้ ในทุกปีครูรับนิสิตนักศึกษาจ�ำนวน ๑๐ คน
ให้กับบุตรหลาน ญาติพี่น้องและให้รับช่วงต่อ ให้มาฝึกงานที่ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย
ตามความถนัด ความสนใจ รวมท้ังถ่ายทอดให้
ลูกศิษย์จ�ำนวนมาก ลักษณะการถ่ายทอดเป็น
56
และมีเบ้ียเล้ียงให้ และเปิดศูนย์ฯ ให้ผู้สนใจ สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อถกอดยบรทอเรรยี มดน
เข้ามาศึกษาเรียนรู้ ครูได้จัดท�ำมุมให้ความรู้
เก่ียวกับ “เห็ด” ต่าง ๆ ท้ังในและต่างประเทศ และประสบการณ์ด้านธุรกิจขายตรงกว่า ๒๐ ปี
มกี ารถ่ายทอดความรโู้ ดยการออกรา้ นจดั นิทรรศการ มาให้ค�ำปรกึ ษา
เปดิ ฝกึ อาชพี รว่ มกบั หนว่ ยงานตา่ ง ๆ โดยลกู ศษิ ย์
หรือสมาชิกในกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ฯ จะมาช่วย ๒. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ครูมีแผนที่จะ
กันเป็นวิทยากรประจ�ำศูนย์หรือประจ�ำฐาน สร้างผลิตภัณฑ์ “เบญจภาคี” ซ่ึงมีสรรพคุณ
การผลิตต่าง ๆ เป็นยา โดยจะน�ำเห็ดหลินจือ เห็ดถั่งเช่า
เห็ดกระถินพิมาน เห็ดนมเสือ มาสกัดรวมกัน
ส่งิ ทีค่ รวู างแผนและคาดหวัง และน�ำกัญชามาเป็นส่วนประกอบ เพ่ือใช้
ในการบ�ำบัดโรคให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เป็น
สิ่ ง ที่ ค รู บุ ญ เ ลิ ศ ไ ด ้ ว า ง แ ผ น จ ะ ท�ำ ใ น การรักษาแบบองค์รวม ซ่ึงขณะนี้อยู่ระหว่าง
อนาคตมี ๓ เร่อื งหลกั คอื การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ใช้ได้จริงกับผู้ป่วย
๑. การจัดท�ำระบบขายตรงอย่างมี ส�ำหรับสิ่งท่ีครูยังต้องการการสนับสนุน
คุณธรรม ค รู ว า ง แ ผ น ข ย า ย ก ลุ ่ ม ต ล า ด คือ งบประมาณในการท�ำวิจัย เพราะปัจจุบัน
ในการจ�ำหน่ายสินค้า โดยจะจ�ำหน่ายในรูปแบบ ครูพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเพื่อ
ขายตรง และจะเน้นการขายตรงที่มีคุณธรรม การรักษาผู้ป่วย ซึ่งค่าใช้จ่ายด้านนี้มีมูลค่านับ
ดังท่ีครูขยายความว่า ครูจะยึดปรัชญาของ แสนต่อเดือน หากมีหน่วยงานภาครัฐเข้า
เศรษฐกิจพอเพียง คือ ไม่ต้องการร่�ำรวยมาก สนบั สนุนงบประมาณงานวจิ ัยดา้ นน้ี ก็จะสามารถ
การด�ำเนินงานธุรกิจอยู่ได้ ตัวแทนจ�ำหน่ายอยู่ได้ ชว่ ยผปู้ ว่ ยไดอ้ ีกมาก
ตัวแทนจ�ำหน่ายรักษายอดขาย สินค้าตอบโจทย์
ผู้บริโภค แผนการตลาดไม่ใช่การขายฝัน
สมาชิกซ้ือสินค้าในราคาประหยัด แต่หากสมาชิก
ต้องการเป็นผู้จ�ำหน่ายก็สามารถท�ำรายได้ หากมี
การแนะน�ำผู้อื่น ก็จะได้รับผลตอบแทนตาม
เปอร์เซ็นต์ของสินค้าท่ีซ้ือ ขณะนี้เร่ิมเปิดรับ
สมาชิกและผู้สนใจเป็นตัวแทนจ�ำหน่ายแล้ว
และจะพฒั นาตอ่ ๆ ไป โดยมผี ู้ท่ีมคี วามเช่ยี วชาญ
57
สกถอราดบา้รทเงตรยี สน่อรยรอคดน์ วตั กรรม
เสียงสะท้อนของ
ขหโผคอูท้รรอืงไี่ งดคเกข้รรา้า่วู รรมตว่ งมา่ างนๆ
หากกล่าวถึง “ครูบุญเลิศ” ผู้ที่รู้จักครู ไม่ว่าจะเป็นลูกศิษย์ที่เรียนเพาะเห็ดกับครู ทีมงาน
ผู้ป่วยท่ีเข้าร่วมโครงการ “นวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ” ตลอดจนแพทย์แผนไทยจิตอาสาท่ีมีโอกาส
รว่ มงานกบั ครู ไดส้ ะทอ้ นใหเ้ หน็ ภาพของครูบญุ เลศิ ชัดเจนยงิ่ ขนึ้ ดังน้ี
เสาผวชู้ รว่ ยสใคหร้คบู หวญุ ารเมลุน่ รศิ ู้เวใกนงี่ยกศวากรม์ อับบาเหรศ็มด
เป็นลูกศิษย์ รุ่นท่ี ๑ ในโครงการพระดาบส เรียนกับครู
ประมาณปี ๒๕๔๙ มาอบรมเพราะอยู่กลุ่มเกษตรกรท้องถ่ิน
ผู้ใหญ่บ้านจึงส่งอบรม หลังจากอบรมได้น�ำความรู้มาใช้กับ
กลุ่มแม่บ้านสวนเก้าแสน โดยซ้ือก้อนเห็ดจากโครงการ
เห็ดที่น�ำมาปลูกคือ เห็ดตระกูลนางรม เห็ดนางฟ้าภูฐาน
ซ่ึงขณะนั้นก้อนเห็ดราคา ๗ บาท เก็บผลผลิตขายได้ก�ำไรดี
สว่ นใหญข่ ายคนในหมู่บ้าน ช่วงแรกซื้อ ๑๐๐ ก้อน ขายดี ต่อมา
จึงซ้อื ๕๐๐ – ๖๐๐ กอ้ น หลงั จากเรียนกับครแู ล้ว เมอ่ื ครูเปิดอบรม
จะไปเรียนกับครูอย่างต่อเน่ือง ครูสอนแปรรูปเห็ด เป็นแหนมเห็ด
เห็ดสวรรค์ เฉาก๊วยเห็ดหูหนู ฯลฯ ต่อมาจึงได้มาช่วยงานครู เช่น
เป็นวิทยากรให้ความรู้ตามฐานต่าง ๆ หรือเมื่อครูไปจัดนิทรรศการก็จะตามไปช่วยงานและเนื่องจาก
ตัวเองเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำจังหวัด จึงมาช่วยงานโครงการนวัตกรรมอาหารเพ่ือสุขภาพ
ของครู ช่วยดูแลผู้ป่วย หากให้พูดถึงครูบุญเลิศ ต้องใช้ศัพท์ของครูเลย คือ ยิ่งให้ย่ิงได้ มีอะไรก็ปรึกษา
ไดท้ ุกเร่ือง ไม่ปดิ บงั ลูกศษิ ย์ เป็นทพ่ี ง่ึ ได้เสมอ และปัจจัยท่ีท�ำใหค้ รูประสบความส�ำเรจ็ เพราะท่านมีแตใ่ ห้
ครูจะช่วยจนเกิดผลส�ำเร็จ ไม่ว่าลูกศิษย์คนใดจะพบปัญหาแบบใด ครูจะเดินทางไปหาเพ่ือช่วยแก้ไข
บางกรณีลูกศิษย์อยู่ต่างจังหวัด ขอให้ครูช่วยไปดูโรงเห็ด ครูก็ไปช่วยเหลือโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เรียกได้ว่า
ครูเปน็ ครทู ด่ี ี พึ่งพาได้ทกุ อยา่ งค่ะ
58
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อถกอดยบรทอเรรยี มดน
กจบั .คสรมบู ทุ ญุ รปเลพริศาแรกลาอระนกผลเู้ันคบัไปยมตปอา์บรซะร้อืมกมเอหเน่ั พบ็ดทาอกะาบั อเชหคพีงด็รู
น้องสาวมาเรียน กศน. กับครูบุญเลิศ เริ่มด้วย
การเพาะเห็ด ๕ ก้อน ผมสนใจเลยมาขอเรียนกับครู เพ่ือท�ำ
เป็นอาชีพเสริม ครูสอนให้ตัวต่อตัว ผมเริ่มจากซ้ือก้อนเห็ด
ของครู 100 กอ้ น ราคาก้อนละ ๗ บาท ปลูกไม่ยาก ใช้บริเวณ
ขา้ งฝาบา้ น เรยี งกอ้ นเหด็ เปน็ ชน้ั ๆ ประมาณ ๗ วนั เหด็ กอ็ อกดอก
ผมคุยกับแม่ให้ลองขาย ๘๐ บาทต่อกิโลกรัม บรรจุถุง ขายถุงละ
๒๐ บาท ถุงละ ๒ ขีดกว่า ๆ ๓ ถุง ๕๐ บาท ตอนแรกก็ไม่ม่ันใจ
ว่าจะขายได้ และยังอาย ๆ แต่ครูให้ค�ำแนะน�ำและจะรับซ้ือกิโลกรัมละ
๗๐ บาท หากขายไม่ได้ ผมจึงไม่กังวลมาก ต่อมาได้น�ำไปขายร้านส่ง
กับข้าว และว่งิ เรข่ ายสง่ ตามหมู่บา้ น ร้านคา้ ต่าง ๆ วันแรกขายได้ ๒๐๐ บาท รสู้ กึ
มีก�ำลังใจ ต่อมากข็ ายไดเ้ รอ่ื ย ๆ จากทค่ี ดิ วา่ จะขายไมห่ มดกลบั ขายดมี าก ขายไมท่ นั ไมพ่ อขาย จงึ มาซอ้ื
กอ้ นเหด็ กบั ครูเพิ่ม และผมก�ำลังจะสรา้ งโรงเรอื นตอ่ จาก ๑๐๐ ก้อน ปจั จบุ ันมี ๑,๐๐๐ กวา่ กอ้ นแล้ว
รุ่งนภา แสงศิริ
ผมู้ าช่วยงานโนคกั รธงกุรการจิ นแวลัตะกนรักรศมกึ อษาาหแาพรทเพยอ่ื แ์ สผุขนภไทาพย
เรียนแพทย์แผนไทยท่ีภัทรเวชสยามมาแล้ว ๒ ปี
และได้มาอบรมเร่ืองเห็ดถ่ังเช่ากับครูบุญเลิศ ขณะท่ีอบรม
มีผู้ป่วยท่ีเป็นโรคเบาหวานซึ่งตอนแรกต้องล้างไตมาพบครู
ครูเล่าให้ฟังว่า ผู้ป่วยคนนี้อาการดีขึ้น เมื่อทานเห็ดถ่ังเช่า
หลินจือ ๓ - ๔ เดือน เมื่อไปพบแพทย์แผนปัจจุบันตามนัด
ปรากฏว่าค่าไตปกติ ไม่ต้องล้างไต ตอนแรกที่ได้ฟังเร่ืองน้ีจากครู
และผปู้ ว่ ยก็ยังไม่เชื่อทีเดียว แต่ก็มีความสนใจเพราะคุณพ่อเป็นโรค
เบาหวาน ความดัน เข้าออกโรงพยาบาลบอ่ ย บางครงั้ ก็ตอ้ งไปล้างไต
และสนใจศึกษาว่าเห็ดถ่ังเช่าจะช่วยผู้ป่วยได้จริงหรือ เมื่อครูชักชวน
จึงมาช่วยงานโครงการนวัตกรรมอาหารเพ่ือสุขภาพ โดยช่วย
ซักประวัติผู้ป่วยเบ้ืองต้นก่อนพบแพทย์แผนไทย จากท่ีได้ช่วยงานมากว่า
๘ เดือน พบว่า มผี ปู้ ่วยมารักษาหลายโรค มะเร็งเป็นโรคหน่งึ ทีม่ ีผู้ปว่ ยมารักษาจ�ำนวนมาก ไมว่ ่าจะเปน็
มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งล�ำไส้ จากการสอบถามผู้ป่วยที่ได้รับประทานเห็ดยา พบว่า ท�ำให้
1) ไม่อ่อนเพลยี ซ่ึงโดยปกติการฉายแสงจะท�ำใหเ้ พลยี 2) ผวิ พรรณไม่ด�ำ 3) รับประทานอาหารได้ปกติ
59
กสถอราดบา้รทเงตรยี สน่อรยรอคดน์ วตั กรรม
และ 4) ไม่อาเจยี น ทั้งสี่ประการน้ี เทียบกับผปู้ ว่ ยทไ่ี มไ่ ดเ้ ขา้ โครงการฯ จะมีลักษณะตรงข้าม นอกจากนี้
ค่ามะเร็งก็ลดลงในระดับที่น่าพอใจ ปกติครูจะตรวจควบคู่กับแพทย์แผนไทยเพ่ือพิจารณาจ่ายยา
เป็นราย ๆ ไป ผู้เข้าร่วมโครงการกับครูไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่มีเง่ือนไขการเข้ารักษา ได้แก่
1) ต้องรบั ประทานยาตามท่ีครแู นะน�ำ ๒) ต้องมวี นิ ยั ไปพบหมอตามนดั เชน่ 1 เดอื น 3 เดอื น ก็ตอ้ งไป
แล้วน�ำผลเลอื ดมาให้ทางโครงการฯ ดู เพอ่ื น�ำมาปรบั สูตรการจา่ ยยา มใิ ชว่ ่าเมื่อคุณรบั ประทานเหด็ แล้ว
ไม่ไปพบแพทย์อีก อย่างน้ีไม่แนะน�ำ เพราะแท้จริงแล้ว แพทย์แผนปัจจุบันส�ำคัญ ในแง่ท่ีสามารถ
วิเคราะห์ผลแล็บ วิเคราะห์ผลโรคเฉพาะด้านจากเลือดที่เจาะซึ่งแพทย์แผนไทยท�ำเร่ืองเหล่านั้นไม่ได้
แต่แพทย์แผนไทยท�ำได้ในส่วนของการดูธาตุในร่างกาย ผิวพรรณ ลักษณะรูปร่าง เลือด ฯลฯ
หากให้กล่าวถึงครูบุญเลิศ บอกได้ว่าครูเป็นคนน่ารัก จิตใจดี ท�ำส่ิงใดก็ท�ำเพ่ือคนไข้และคนรอบข้าง
ครูเป็นผู้มีศักยภาพ คือ มีทั้งเงินและสินค้า เม่ือมีแล้ว ครูน�ำมาแบ่งปัน ต้องใช้ค�ำว่าครูเป็นคนดีและ
มเี มตตาจงึ ท�ำเรอื่ งนข้ี น้ึ หากบางคนมที งั้ เงนิ และสนิ คา้ แตจ่ ดุ หมายคอื ก�ำไร โครงการแบบนค้ี งไม่เกิดขึ้น
เมื่อไม่มโี ครงการ ผู้ป่วยจ�ำนวนมากก็เขา้ ไม่ถงึ คะ่
ผนู้มักาชธุ่วรยกิงจาแนลนโะคนยั รักงนศกึกาารษนโาวฉแัตพมกทเรพนยรื่อ์แมรสผอนิ ุขนาภทหไทาารพยร์
ก�ำลังเรียนแพทย์แผนไทยท่ีภัทรเวชสยามปีสุดท้าย
รู้จักกับครูบุญเลิศ เพราะครูเป็นรุ่นพ่ีที่มหาวิทยาลัยโพธิศาสตร์
ทราบว่าครูท�ำวิจัยเร่ืองเห็ดยาและเปิดหลักสูตรอบรมด้วย
จึงไปเรยี นกับครู ตอ่ มาได้ทราบวา่ ครมู ีโครงการนวัตกรรมอาหาร
เพื่อสุขภาพ เปิดรักษาผู้ป่วยด้วยสมุนไพรโดยเฉพาะจากเห็ดยา
จึงสนใจไปช่วยงานครู ดังนั้น ทุกวันพุธต้นเดือนจึงไปช่วยงาน
ทศ่ี นู ย์ ฯ โดยไปชว่ ยวดั ความดัน ซกั ประวตั ผิ ู้ปว่ ย เชน่ ประกอบอาชพี
อะไร มีบุคคลในครอบครัวป่วยด้วยโรคน้ีหรือไม่ การนอนหลับ
การขับถ่ายเป็นอย่างไร ฯลฯ เพราะความแตกต่างของแพทย์แผนไทย
กับแผนปัจจุบัน คือ แพทย์แผนปัจจุบันจะสังเกตอาการโดยใช้อุปกรณ์หรือแล็บ
ขณะท่ีแพทย์แผนไทยจะเน้นการสอบถามเพ่ือค้นหาสมมติฐานของโรคว่าเกิดจากปัจจัยใด ปัจจุบัน
ช่วยงานมาประมาณ ๑ ปี และเมื่อครูจะท�ำโครงการระบบขายตรง ก็ยินดีช่วยงานเพราะเคยมี
ประสบการณด์ า้ นนม้ี ากวา่ ๒๐ ปี หากจะใหพ้ ดู ถงึ ครบู ญุ เลศิ บอกไดว้ า่ ครเู ปน็ ผใู้ หโ้ ดยไมห่ วงั ผลตอบแทน
การที่ครูรักษาคนไข้ ก็ตั้งใจรักษาจนหายโดยไม่จ�ำกัดระยะเวลา บางคน ๖ เดือน บางคนเป็นปี ๆ
ทั้งท่ีผลิตภัณฑ์ท่ีครูใช้รักษา ถ้าขาย ราคาก็เป็นหลักหม่ืน แต่ครูให้ฟรีและไม่เคยเรียกร้องค่าใช้จ่าย
ส่ิงท่ีท�ำให้ครูประสบความส�ำเร็จ คือ ครูท�ำธุรกิจโดยเริ่มจากการให้โดยไม่หวังส่ิงตอบแทนและ
แสดงใหเ้ หน็ มาโดยตลอด ดังเช่นท่คี รูสอนเพาะเหด็ ชว่ ยสร้างอาชพี ให้กบั ชุมชนมาอยา่ งต่อเนอื่ ง เม่ือครู
ให้อย่างจริงใจ ผู้รับก็เริ่มให้ตอบ Give ก่อน Take ซึ่งส่ิงน้ีเองท่ีท�ำให้เกิดความย่ังยืน
60
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ถกอดยบรทอเรรยี มดน
ผู้ป่วยที่เข้าโครงการนวัตสกมุรรณมอฑาหาารสเพขุ ื่อเสอุขภ่ยี ามพ
เป็นมะเร็งรังไข่ระยะลุกลาม ฉายแสงเป็นเวลา 3 ปี
ตอ้ งยกล�ำไสอ้ อกมาหนา้ ทอ้ ง ขับถ่ายไม่ได้ รู้สึกทรมานมาก หมอเคย
แจ้งว่าหากท�ำคีโมแล้ว ๒ เดือน ไม่ดีข้ึนก็มีโอกาสเสียชีวิตสูงแต่โชคดี
ทไี่ ดม้ าพบครบู ญุ เลศิ ทว่ี ดั บางโฉลงนอก ในงานทอดกฐนิ วนั นนั้ ครเู ปดิ บธู
แจกสมุนไพรยาและน้�ำเห็ด เม่ือครูทราบว่าไม่สบายก็แจกเห็ดถั่งเช่า
หลินจือให้ ๓ กระปุก เม่ือทานแล้วรู้สึกดีขึ้นมาก ถ่ายสบาย หลับลึก
ไมม่ ภี มู แิ พ้ หลงั จากนนั้ ไดข้ อเขา้ โครงการนวตั กรรมอาหารเพอ่ื สขุ ภาพของครู
เมื่อปี ๒๕๕๘ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ครูรักษาโดยให้ทานเห็ดหลินจือถั่งเช่า
วนั ละ ๑๖ แคปซลู โดยทานเช้า กลางวัน เย็นและก่อนนอน ก่อนอาหาร 30 นาที
รักษาควบคู่กับแพทย์แผนปัจจุบันโดยการฉายแสงและให้คีโม พบว่าท�ำให้ไม่มีอาการแพ้คีโมและ
สุขภาพดีข้ึน สังเกตว่าจากนอนติดเตียงก็เร่ิมเดินได้ ค่ามะเร็งลดลง กินต่อเน่ืองมา ๒ ปี ก็ดีขึ้น ใช้ชีวิต
ได้ปกติ จนในปี ๒๕๖๒ ก็สามารถเก็บล�ำไส้เข้าไปในท้อง อยากขอบคุณครูบุญเลิศที่ให้ชีวิตใหม่เพราะ
เคยหมดก�ำลงั ใจ ถงึ ขนาดเรยี กพน่ี อ้ งมาแจกเสอ้ื ผา้ ไปหมด ครทู �ำใหม้ แี รงบนั ดาลใจ มกั ไดย้ นิ ครพู ดู เสมอวา่
ย่ิงให้ยิ่งได้ และครูก็ท�ำเช่นนั้นจริง ๆ ครูบุญเลิศจึงเป็นผู้มีพระคุณที่ดิฉันจะไม่มีวันลืม
ผู้ป่วยท่ีเข้าโครงการนวัตกรรอมอาารหดาราเพบ่ือสญุ ุขภศาริพิ
เมื่อก่อนเป็นครูอนุบาล ต่อมาไม่สบาย มีอาการ
หน้าบวม วูบ คล้ายจะเป็นลม จึงตัดสินใจไปตรวจท่ีโรงพยาบาล
พบว่าเป็นมะเร็งต่อมน�้ำเหลืองระยะท่ี ๑ เนื้อร้ายขนาดยาว
15 x 7 x 6 cm. ต้องท�ำคีโมสัปดาห์ละ ๑ คร้ัง แต่เม่ือท�ำคีโม
ก็แพ้คีโมอย่างมาก จึงลาออกจากโรงเรียนมารักษาตัว เร่ิมรู้จัก
โครงการนวตั กรรมอาหารเพอ่ื สขุ ภาพของครบู ญุ เลศิ เพราะผปู้ กครอง
นักเรียนแนะน�ำ เม่ือได้เข้าร่วมโครงการฯ ครูให้ทานเห็ดหลินจือผสม
ถง่ั เชา่ วนั ละ ๔ ครัง้ ๆ ละ 4 เมด็ ก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน
รวมวันละ ๑๖ แคปซูล หลังจากรับประทานได้ ๑ สัปดาห์ สังเกตว่า
มีความเปล่ียนแปลง คือ จากเดิมจะท้องผูก ประจ�ำเดือนไม่มา เหน่ือยหอบ
ท�ำอะไรก็เหน่ือย แต่หลังจากรับประทานแล้วพบว่า ประจ�ำเดือนมาตามปกติ ผิวพรรณเปล่งปลั่ง
ขบั ถา่ ยทุกเช้า ทีส่ �ำคัญอาการแพ้คโี มลดลง จากท่ีเคยแพ้ 3 - 7 วนั ตอ่ มาอาการแพ้ไม่เกนิ 3 วนั รสู้ ึกวา่
ร่างกายแข็งแรงเกนิ ปกติ คือ เหมอื นไม่ได้ให้คโี ม ปัจจบุ นั หายดเี ป็นปกติ รวมเวลาเข้าร่วมโครงการฯ ๒ ปี
หลังลาออกจากอาชีพครู ได้ไปช่วยงานครูบุญเลิศอยู่ระยะหนึ่ง ปัจจุบันได้มาเปิดสถานรับเลี้ยงเด็ก
เป็นของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ถึงทุกวันน้ียังรู้สึกขอบคุณครูบุญเลิศและขอบคุณโครงการฯ เพราะ
หากไม่มีโครงการลักษณะน้ีข้ึนมา ผู้ที่ไม่มีค่ารักษาอาจไม่ได้กลับมาแข็งแรง มีแรงสู้ มกี �ำลงั ใจสตู้ อ่ กบั
โรคน้ี โครงการน้ีช่วยได้มากเลยค่ะ
61
สกถอราดบา้รทเงตรยี สน่อรยรอคดน์ วตั กรรม
บทสรปุ การสรา้ งสรรค์นวัตกรรม
ผลจากการถอดบทเรียน สรุปได้ว่า ถนอมอาหาร เช่น แหนมเห็ด เห็ดสวรรค์
“ครูบุญเลิศ ไทยทัตกุล” เป็นผู้มีความรู้ น�้ำพริกเห็ด ฯลฯ ยังท�ำเป็นของหวานที่มี
ความเช่ียวชาญด้านการเพาะเห็ด และสามารถ ความแตกตา่ ง เช่น เฉากว๊ ยเหด็ คุกกีเ้ ห็ด รวมถงึ
น�ำองค์ความรู้ ภูมิปัญญาไทย มาต่อยอด ยงั ประยกุ ตเ์ ปน็ สง่ิ ทคี่ าดไมถ่ งึ เชน่ นมอดั เมด็ ฯลฯ
สร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างหลากหลายและ สง่ิ เหลา่ นล้ี ว้ นตอ้ งใชค้ วามคดิ สรา้ งสรรค์ ท�ำใหเ้ กดิ
น่าสนใจอย่างย่ิง ครูยกระดับและเพ่ิมมูลค่าให้ ผลิตภัณฑ์ท่ีหลากหลาย ตอบโจทย์ผู้บริโภค
ทรพั ยากรธรรมชาติ เป็นตวั อย่างของผูส้ รา้ งสรรค์
นวัตกรรม เป็นผู้มีความคิดริเร่ิม สามารถ เส้นทางการพัฒนาของครู ยังคงก้าวต่อ
ผ ส ม ผ ส า น ภู มิ ป ั ญ ญ า ไ ท ย กั บ เ ท ค โ น โ ล ยี ในระดับอุตสาหกรรม ครูน�ำเห็ดยาข้ึนชื่อ เช่น
เปน็ ต้นแบบในการด�ำเนนิ ชวี ิตในศตวรรษท่ี ๒๑ เหด็ หลนิ จอื เหด็ ถง่ั เชา่ ฯลฯ มาท�ำเปน็ อาหารเสรมิ
และบุกเบิกน�ำเห็ดหลินจือมาผสมกับเห็ดถ่ังเช่า
ครูบุญเลิศ มีประสบการณ์ท่ีสั่งสม เป็นการผสานเห็ดระดับราชา ราชินีเห็ด
กว่า ๕๐ ปี คลุกคลีกับการเพาะเห็ดมาต้ังแต่ ผสมผสานระหว่างเห็ดท่ีมีฤทธิ์เย็นและฤทธ์ิร้อน
ระดับช้ันประถมศึกษา ใน “ศูนย์รวมเห็ด ช่วยเพิ่มสรรพคุณในการรักษา ครูยังสามารถดึง
บ้านอรัญญิก (ชุมชนคนรักเห็ด)” ของครอบครัว ประโยชน์สูงสุดของเห็ดแต่ละชนิดมาเพิ่มมูลค่า
และได้เรียนรู้จากพ่ีชายที่มีความเชี่ยวชาญ สร้างรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ผลติ ภณั ฑท์ คี่ รคู ดิ
ระดับนักวิจัยแห่งชาติ ด้วยความสนใจ ความรัก เป็นผลิตภัณฑ์ท่ีทุกคนรับประทานได้ เช่น
การฝึกฝนและลงมือปฏิบัติ ท�ำให้ครูสามารถน�ำ กาแฟสุขภาพผสมเห็ดหลินจือถั่งเช่า และ
องค์ความรู้และประสบการณ์ท่ีส่ังสมมาบุกเบิก อาหารเสริมเห็ดหลินจือ ถ่ังเช่า เป็นต้น รวมถึง
เพาะพันธุ์เห็ดต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยที่เห็ดบางชนิด ได้คิดผลิตสูตรอาหารเสริมส�ำหรับผู้ชายและ
ยังไม่เป็นท่ีรู้จัก จวบจนปัจจุบัน ครูยังคง สูตรส�ำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ซ่ึงเป็นการเพิ่มกลุ่ม
เป็น “กูรูด้านเห็ด” ท่ีหน่วยงานราชการและ ผู้บริโภค ตอบโจทย์คนผู้รักสุขภาพ นอกจาก
มหาวิทยาลัยเชื่อมั่นให้เป็นผู้ทดลองเพาะเห็ด อาหารเสรมิ แลว้ ครยู งั คดิ ตอ่ ยอดธรุ กจิ สธู่ รุ กจิ ใหม่
สายพันธุ์ใหม่จากต่างประเทศ หรือสายพันธุ์ เชน่ เวชส�ำอาง เปน็ การเปดิ ตลาดกลมุ่ ลกู คา้ ใหมอ่ กี
ท้องถ่ินที่อาจสามารถพัฒนาเป็นเห็ดเศรษฐกิจได้ หน่ึงกลุ่ม จะเห็นได้ว่า น่ีคือตัวอย่างการเชื่อมโยง
เพ่ือน�ำความรู้ท่ีได้มาเผยแพร่ส่งเสริมให้เกษตรกร องคค์ วามรู้ จากความเชย่ี วชาญ รลู้ กึ รจู้ รงิ ดา้ นเหด็
ในประเทศต่อไป ทราบว่าเห็ดมีประโยชน์ น�ำมาคิดดัดแปลง
แตกแขนงสู่ธุรกิจต่าง ๆ โดยมี “เห็ด” เป็น
ด้วยมุมมองความคิดสร้างสรรค์ท่ีไม่ ศูนย์กลางแม้ธุรกิจบางธุรกิจเป็นสิ่งใหม่ส�ำหรับ
หยุดนิ่งของครู ครูจึงบุกเบิกพัฒนาสิ่งใหม่ให้ ครบู ุญเลิศ เชน่ เรื่องเวชส�ำอาง แต่ครูกข็ วนขวาย
เข้ากับวิถีชีวิตยุคใหม่ ครูน�ำเห็ดมาแปรรูป หาความรู้จนสามารถมีโรงงานผลิตเวชส�ำอางของ
เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ท่ีหลากหลาย ไม่ใช่เพียง ตนเองครู ได้พัฒนาสินค้าจนได้จดทะเบียน อย.
เฉพาะอาหาร หรอื ขนมทแี่ ปรรูปตามกระบวนการ
62
และเครือ่ งหมายฮาลาล กลมุ่ ลกู คา้ จึงมใี นวงกวา้ ง สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อถกอดยบรทอเรรยี มดน
ครูให้ความส�ำคัญกับการสร้างแบรนด์และ
ท�ำการตลาดดว้ ยสอื่ ทกุ ชอ่ งทางทท่ี นั สมยั ในปจั จบุ นั น�ำมาพัฒนาเป็นอุตสาหกรรม ครูมีโรงงานผลิตที่
ไมว่ า่ จะเปน็ สอ่ื โทรทศั นแ์ บบขายตรง สอ่ื ออนไลน์ จ�ำหน่ายได้ระดับประเทศและส่งออกต่างประเทศ
ทั้งเว็บไซต์ Facebook Line ฯลฯ โดยท้ังให้ ครูเข้าใจกลไกตลาด เทคนิคประชาสัมพันธ์
ความรู้และแนะน�ำผลิตภัณฑ์ซ่ึงง่ายต่อการเข้าถึง ครูมีสื่อทุกส่ือที่เป็นช่องทางที่ทันสมัย ครูยัง
ของผสู้ นใจ ครยู งั มีสตกิ เกอร์ Line เป็นของตนเอง “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” เพราะครูไม่เคย
มีทั้งแบบที่เคลื่อนไหวไม่ได้และเคลื่อนไหวได้ หยุดนิ่ง คิดพัฒนาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ครจู งึ มผี ลติ ภณั ฑ์
รวมถึงมีทีมงานช่วยพัฒนาเว็บไซต์ให้ทันสมัย ชนดิ ใหมเ่ สมอ และเม่ือประสบความส�ำเร็จแทนที่
รองรับเครือข่ายธุรกิจแบบขายตรง ส่ิงเหล่าน้ี จะเก็บความรเู้ ปน็ ความลบั เฉพาะตวั ครเู ลอื กทจี่ ะ
แสดงถงึ ความเทา่ ทันยคุ ของครู ถา่ ยทอดความรู้ ช่วยสร้างผู้ประกอบการรายใหม่
และภูมิใจในความเป็น “ครู” ความเป็น
นอกจากน้ี ครูกล่าวเสมอว่า เห็ดอยู่คู่ “ครูภูมิปัญญาไทย”
กับป่า ป่าสมบูรณ์จึงจะมีเห็ด หากอนุรักษ์ป่า
ย่อมมีเห็ด ครูถ่ายทอดสืบสาน สร้างลูกศิษย์ ครูนบั เปน็ “พลเมอื งท่เี ขม้ แขง็ ” เพราะ
ทั่วประเทศ และส่งเสริมจิตส�ำนึกในการอนุรักษ์ ครูมีจิตอาสา การให้ความรู้เรื่อง “การเพาะเห็ด
ส่ิ ง ที่ ค รู ท�ำ จึ ง เ ป ็ น ตั ว อ ย ่ า ง ข อ ง ผู ้ อ นุ รั ก ษ ์ แบบครบวงจร” ท้ังในระบบ นอกระบบและ
ทรัพยากรธรรมชาติ และภูมิปัญญาไทย โดย ตามอัธยาศัย สามารถเปิดเส้นทางสู่อาชีพให้
เฉพาะดา้ นเกษตรกรรม ลูกศิษย์หลายต่อหลายรุ่น ท่ีส�ำคัญหากซื้อเห็ด
ไปเพาะแล้ว ขายไม่ได้ ครูยังยินดีรับซ้ือผลผลิต
ครยู งั เปน็ ผมู้ คี ณุ ลกั ษณะของคนไทย ๔.0 โดยให้ราคาท่ีเป็นธรรม
ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑
อย่างเต็มภาคภมู ิ ทง้ั เป็น “ผเู้ รยี นร”ู้ ซง่ึ เหน็ ไดช้ ดั ครเู ปน็ ผทู้ ช่ี ว่ ยพฒั นาชมุ ชน ดว้ ยการจดั ตง้ั
ว่าครูเป็นผู้เรียนรู้ท่ีไม่หยุดนิ่งเป็น “ผู้สร้างสรรค์ “วิสาหกิจชุมชนศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย
นวัตกรรม” ครูเป็นผู้มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ จงั หวดั สมทุ รปราการ” วสิ าหกจิ แหง่ นชี้ ว่ ยสรา้ งงาน
มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถบูรณาการ สร้างรายได้ให้ชุมชน อีกท้ังครูยังมีเครือข่ายกับ
ข้ามศาสตร์ มีคุณลักษณะของความเป็น วิสาหกิจชมุ ชนอน่ื ๆ ทวั่ ประเทศ จดุ เดน่ ประการ
ผู้ประกอบการ สามารถน�ำเทคโนโลยีมาสร้าง หนึ่งของเครือข่ายครูบุญเลิศ คือ เครือข่าย
สรรค์นวัตกรรมจนสามารถเพ่ิมมูลค่า หากมอง ส่วนใหญ่เป็น “ลูกศิษย์” ของครู จึงไม่ห่วง
ถึงระดับยุทธศาสตร์ชาติ สิ่งที่ครูด�ำเนินการ เรื่องเห็ดขาดตลาด เพราะครูมีเครือข่ายที่ดี
คือการ “ต่อยอดอดีต” น�ำจุดเด่นของทรัพยากร เครือข่ายเช่นน้ี ย่อมเป็นเครือข่ายท่ีเข้มแข็ง
ธรรมชาติ คือ “เห็ด” ที่มีประโยชน์ มีสรรพคุณ เพราะมคี วามเชอ่ื ถอื เชอื่ มน่ั รกั ศรทั ธาตอ่ กนั เพราะ
ในตนเอง มาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยี สง่ิ ท่ีเช่อื มร้อยคอื ความผูกพนั ระหว่างศษิ ยก์ ับครู
และนวัตกรรม คือ การน�ำมาแปรรูปเป็น
อาหารเสริม ของใช้ เวชส�ำอาง “ปรับสู่ปัจจุบัน” ความส�ำเร็จท่ียิ่งใหญ่อีกก้าวหนึ่งของครู
คือ การผลักดันให้ภูมิปัญญาไทยกลายเป็น
หลักสูตรในระดับปริญญาตรีได้ส�ำเร็จ ท�ำให้
ศ า ส ต ร ์ ภู มิ ป ั ญ ญ า ไ ด ้ รั บ ก า ร ถ ่ า ย ท อ ด
63
สกถอราดบา้รทเงตรยี สน่อรยรอคดน์ วตั กรรม จากเกษตรกรผรู้ กั การถา่ ยทอด ผนั ตวั เปน็ ครู กา้ วสู่
นักธุรกิจท่ีมีโรงงานผลิตของตนเอง และเป็น
ครภู มู ปิ ญั ญาไทยไดร้ บั ยกยอ่ งมากขน้ึ โดยการรว่ มมอื ผทู้ ส่ี ามารถขบั เคลอื่ นภมู ปิ ญั ญาสหู่ ลกั สตู รในระดบั
กบั สถาบนั การเรยี นรเู้ พอ่ื ปวงชน (มหาวทิ ยาลยั ชวี ติ ) มหาวทิ ยาลยั เคลด็ ลบั ความส�ำเร็จ คอื สไู้ ม่ท้อถอย
เพ่ือถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ ลองผิดลองถูก กล้าคดิ กล้าท�ำ ศึกษาค้นควา้ วิจยั
ตามความสนใจของผู้เรียน เมื่อส�ำเร็จการศึกษา หมั่นเรียนรู้จากผู้รู้และแหล่งต่าง ๆ ทดลองด้วย
ครเู นน้ วา่ ทกุ คนจะตอ้ งมอี าชพี หรอื มธี รุ กจิ อยา่ งนอ้ ย ตนเอง ส่ังสมประสบการณ์ ก้าวย่างตามปรัชญา
๑ อาชพี เปน็ ของตนเอง จะเหน็ ไดว้ า่ ความคดิ ของครู ของเศรษฐกิจพอเพียง การมที ีมงานทด่ี ี มีกลยุทธ์
เปน็ ความคดิ ทที่ นั สมยั ท�ำไดจ้ รงิ ครไู มไ่ ดค้ ดิ เฉพาะ ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ ์ แ ล ะ ไ ม ่ เ ค ย ห ยุ ด คิ ด ต ่ อ ย อ ด
เพ่ือตนเอง ยงั ท�ำเพือ่ ผ้อู นื่ ด้วย เปน็ การเปดิ โอกาส สร้างสรรค์นวัตกรรม ที่ส�ำคัญด้วยคติประจ�ำใจ
ให้ผู้เรียนมีอาชีพ มีทักษะชีวิต พึ่งตนเองได้ ที่ยึดถือเสมอมา คือ “ย่ิงให้ ยิ่งได้” น�ำพาให้
อย่างยั่งยืน “ครูบุญเลิศ ไทยทัตกุล” ประสบความส�ำเร็จ
เฉกเชน่ ทกุ วันนี้
จากเด็กชายท่ีไม่ได้เกิดในครอบครัวท่ี
สขุ สบาย ครอบครวั ทม่ี พี น่ี อ้ งจ�ำนวนมาก แตท่ กุ คน
ช่วยกันด้ินรนต่อสู้จนมีธุรกิจของครอบครัว
สิ่งท่ีครูบุญเลิศฝากไว้
“ ขอฝากเรือ่ งการครองตน คนในยุคปจั จุบนั ควรครองตน
โดยยึดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9
คือ ‘หลัก 3 ห่วง 2 เง่ือนไข’ ซึ่งประกอบด้วยความพอประมาณ
การมเี หตผุ ล การมภี มู คิ มุ้ กนั ทดี่ ี น�ำมาปรบั ประยกุ ตใ์ ชใ้ หพ้ อเหมาะกบั
ครอบครัว ท�ำดังน้ี เราย่อมอยู่ได้อย่างมีความสุขโดยไม่เดือดร้อน
ผู้อ่ืนและตนเอง นอกจากนี้ ขอฝากไปยังกลุ่มนักวิชาการ
นักวิจัยในสถาบันหรือองค์กรต่าง ๆ ควรน�ำเห็ดในเมืองไทย
ไปท�ำวจิ ยั และคน้ หาขอ้ มลู จะพบวา่ เหด็ พษิ บางชนดิ ยังสามารถ
สกัดสารที่ใช้ยับย้ังการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเซลล์ร้าย
ต่าง ๆ ในระบบร่างกายของเราได้ อีกท้ังงานวิจัยในตา่ งประเทศ
ก้าวไกลมาก ในปัจจุบันมีเห็ดบางชนิดที่สามารถสกัดกล่ิน ท�ำเป็น
น�้ำหอม ซึ่งเห็ดน้ีเกิดข้ึนในประเทศไทยเช่นกัน แต่น�ำไปวิจัยและ
สกัดเป็นน้�ำหอมโดยต่างประเทศ ประเทศไทยของเรามีทรัพยากรมาก
จึงควรศึกษาและหยิบเห็ดเหล่านี้เข้าสู่การวิจัยเพ่ือให้เกิดคุณค่า
รักษาสายพันธุ์ ขยายสายพันธุ์สู่กลุ่มเกษตรกร เพื่อให้เกิดประโยชน์
”ต่อมนุษยชาติ และประเทศต่อไป
64
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อถกอดยบรทอเรรยี มดน
ขอ้ มลู ตดิ ต่อครบู ุญเลศิ ไทยทตั กลุ
ทา่ นทส่ี นใจ สามารถติดต่อ “ครูบญุ เลิศ ไทยทัตกุล” ได้ตามช่องทางตา่ ง ๆ ต่อไปน้ี
• ศนู ยก์ ารเรียนรภู้ ูมิปัญญาไทย เลขท่ี 48/16 หมูท่ ี่ 1 ต�ำบลบางโฉลง อ�ำเภอบางพลี
จงั หวดั สมทุ รปราการ 10540 โทรศพั ท์ 08 9113 6389 และ 08 9813 7143
• วสิ าหกจิ ชมุ ชนศนู ยก์ ารเรียนรภู้ ูมิปญั ญาไทย จังหวัดสมุทรปราการ
โทรศัพท์ 0๖ ๑๘๒๔ ๗๘๒๙ โทรสาร 0๒ ๗๕๐ ๙๙๓๘
• เว็บไซต์ https://www.Kruboonlert.com
• Facebook บญุ เลิศ ไทยทตั กุล
แผนทโี่ ดยสังเขป
65
ถอดบทเรยี น
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม
ผู้นำ�
เคร“อื พขา่ ลยงั ”
ตอ่ ยอดนวตั กรรม
พัฒนาชุมชน
ครูจินดา บถุษอดสบรทะเเรกยี ษน
ครภู ูมปิ ญั ญาไทย ร่นุ ที่ ๖
ดา้ นกองทนุ และธรุ กิจชุมชน
(การออมทรัพยเ์ พ่อื การผลติ )
66
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
คบษุ รสูจระนิเกดษ า
ดคา้รนภู กมู อปิ งญทั นุ ญแลาะไทธรุยกรจิ นุ่ชมุทชี่ ๖น
(การออมทรัพย์เพอ่ื การผลติ )
ครูจนิ ดา บุษสระเกษ
ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ ๖ ของส�ำนักงาน
เลขาธกิ ารสภาการศึกษา นับเป็นผู้น�ำการเปลี่ยนแปลง
สู่ชุมชนท่ีประสบความส�ำเร็จและน่าสนใจอย่างย่ิง ครูเป็นกลไกส�ำคัญท่ีช่วยพลิกฟื้นให้คนในชุมชน
หลดุ พน้ จากภาวะหนสี้ นิ มงี าน มรี ายได้ ดว้ ยการเพาะพนั ธเ์ุ ฟอ่ื งฟา้ จนประสบความส�ำเรจ็ ในระดับที่ “เฟื่องฟ้า”
กลายเป็นของดี ของเด่น เป็นค�ำขวัญประจ�ำอ�ำเภอ ทั้งยังเป็นผู้บริหารกองทุนท่ีประสบความส�ำเร็จ และเป็น
แกนน�ำริเร่ิมก่อต้ังกองทุนต่าง ๆ ท่ีช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้มีสวัสดิการ มีความมั่นคง
มีชีวิตท่ีดีข้ึน ในขณะเดียวกัน ครูจินดายังมีหัวใจมุ่งม่ันในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นผู้ขับเคลื่อน
กิจกรรมต่าง ๆ ใหเ้ กดิ การอนุรักษ์ ที่ส�ำคญั เป็นผู้น�ำคนในชุมชนให้เกดิ “พลงั เครือข่าย” สรา้ งสรรค์นวตั กรรม
ขับเคลื่อนชุมชนสู่การพัฒนาอย่างย่ังยืน ครูจินดาท�ำส่ิงเหล่าน้ีได้อย่างไร จึงเป็นที่มาของการถอดบทเรียน
ผลงาน แนวคดิ เทคนิค วธิ ีการ และปจั จัยส�ำคญั ทอี่ ย่เู บ้ืองหลงั การด�ำเนินงานจนประสบความส�ำเร็จ
รู้จกั หญงิ แกร่ง “ครจู นิ ดา บุษสระเกษ”
ครจู นิ ดา บษุ สระเกษ เกดิ ทจ่ี งั หวดั บรุ รี มั ย์ เมอ่ื วนั ที่ ๘ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ เปน็ บตุ รคนแรก
ของนายทองดี และนางสายทอง เรืองกระโทก มีพี่น้อง ๙ คน ต่อมาได้ย้ายถ่ินฐานตามบิดา
ซงึ่ เปน็ สารวตั รก�ำนนั มาอยทู่ ตี่ �ำบลบา้ นใหม่ อ�ำเภอหนองบุญมาก๑ จังหวัดนครราชสีมา เข้ารับการศกึ ษา
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาทโ่ี รงเรยี นโยธินนกุ ลู จบช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๗ ระหว่างที่ศึกษาไดร้ บั การถา่ ยทอด
ความรู้ทั้งเรื่องการเพาะปลูกพืชต่าง ๆ จากบิดา โดยเฉพาะไผ่ตง รวมถึงวิธีการแปรรูป การค้าขาย
นอกจากเป็นสารวัตรก�ำนันแล้ว บิดาของครูยังเป็นผู้จัดการไร่และสวนผลไม้ ปลูกพืชผลไม้หลายชนิด
รวมถึงสรา้ งโรงหนงั โรงลิเก เปิดให้คนมาเช่า และให้ลูก ๆ ขายของหน้าโรงหนงั โรงลเิ ก ส�ำหรับมารดา
ของครูท�ำอาชีพค้าขาย ซึ่งส่งผลให้ครูได้ฝึกเร่ืองการค้าขาย การจดั การดา้ นธรุ กจิ ตง้ั แตว่ ยั เยาว์ หลงั จาก
ส�ำเรจ็ การศึกษาช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๗ ครูประกอบอาชีพด้านการเกษตร ต่อมาเมื่อมีโอกาสได้กลับไป
ศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมธั ยมศกึ ษาตอนปลายทศี่ นู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัย อ�ำเภอหนองบุญมาก กระทั่งส�ำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเม่ืออายุ ๖๐ ปี ท่ีสถาบัน
อาศรมศิลป์ สาขาผู้ประกอบการสงั คม
๑ ตเอม�าำ่ือเมภวคนัอวหทานี่ม๒อเห๖ง็นบพขุญฤอมษงารภกาาษคเดฎมิมรค๒แือล๕ะ๓อห๒�ำลเภวแองลพหะ่อเนปคอลูณง่ียบนนุปชนรอื่ิสาเุทกปโ็นแธอบท�ง่ำเี่รแภ่วยอมกหบพนรืน้ ิจอทาง่ีกบคาทุญรรมปัพากยกค์สรเรมอ้าอื่งงอวทอนั ี่วกท่ามี่ก๒าาจ๒ราอกพ�ำอเฤภ�ษำเอภภแาอหคโ่งชมนค้ี๒ชัย๕๔ย๖กฐานะเปน็ อ�ำเภอ 67
ถอดบทเรยี น ในปี ๒๕๕๒ ครูได้รับการยกย่องให้เป็น
ครูภมู ปิ ัญญาไทย ร่นุ ท่ี ๖ ดา้ นกองทุนและธรุ กจิ
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม ชุมชน (การออมทรัพย์เพื่อการผลิต) ครูเป็น
ผู้แสวงหาความรู้อย่างสม่�ำเสมอ ท�ำงานอย่าง
ครจู นิ ดาสมรสกบั นายประกอบ บษุ สระเกษ จริงจัง จนสามารถต่อยอดสร้างเครือข่ายได้ทั้ง
มีบุตรชาย ๒ คน หญิง ๑ คน ครปู ระกอบอาชพี ภาครัฐและเอกชน “การท�ำงานเป็นทีม” และ
เกษตรกรรม ท�ำไร่ ท�ำนา และพบว่าปัญหาของ “การถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์” เป็นสิ่งท่คี รู
เกษตรกรในชุมชน คือ ผลผลิตตกต่�ำ ท�ำให้ ให้ความส�ำคัญและท�ำอย่างสม่�ำเสมอ จนได้รับ
คนในชุมชนมีหน้ีสิน ครูเองเคยเป็นหนี้ ธ.ก.ส. ความไว้วางใจให้เป็นประธาน เป็นท่ีปรึกษา
แต่ด้วยความช่างสังเกต ชอบเรียนรู้ ขยันและ เป็นคณะกรรมการ หรือคณะท�ำงานท่ีเกี่ยวกับ
ลงมือท�ำจริง จึงเป็นคนริเริ่มเพาะเฟื่องฟ้าและ โครงการช่วยเหลือสังคมของชุมชนและหน่วยงาน
ดัดแปลงน�ำเฟื่องฟ้าขึ้นโครงเป็นรูปทรงต่าง ๆ ต่าง ๆ ตั้งแต่ในระดับต�ำบลถึงระดับประเทศรวม
เจ้าแรกในต�ำบลบ้านใหม่จนประสบความส�ำเร็จ จ�ำนวนกวา่ ๔๐ ต�ำแหนง่ และยงั ไดร้ บั ขนานนามวา่
ท�ำให้หมดหนี้ มีฐานะม่ันคง ครูยังขยายผลส่งต่อ เป็นหนึ่งใน “๑๒ อรหันต์” ของคณะกรรมการ
ความรู้ให้คนในชุมชน ท�ำให้ชุมชนมีเศรษฐกิจ เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา
ดีขึ้น ครูได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มกองทุน ซ่ึงเป็นคณะกรรมการระดับจังหวัด ครูได้รับ
สัจจะออมทรัพย์ และได้รับการคัดเลือกให้เป็น คัดเลือกเป็นประธานกรรมการโซน ๒ รับผิดชอบ
ประธานบรหิ ารจดั การกองทนุ ในเวลาตอ่ มา นบั เปน็ ๔ อ�ำเภอ มีบทบาทดูแลพื้นที่กว่า ๔๓ ต�ำบล
จดุ เรม่ิ ตน้ การท�ำงานด้านกองทุน หลังจากนั้นได้ ในจังหวัดนครราชสีมา
เป็นแกนน�ำก่อตั้งกองทุนอื่น ๆ เช่น กองทุน
ออมวันละบาท กองทุนสวัสดิการเพ่ือนสตรี
อ�ำเภอหนองบญุ มาก ฯลฯ ซงึ่ ครกู ส็ ามารถบรหิ าร
จดั การกองทนุ ตา่ ง ๆ ไดด้ ี ท�ำใหช้ าวบา้ นมสี วสั ดกิ าร
มเี งนิ ออม มชี วี ติ ความเปน็ อยทู่ ีด่ ขี ึน้ อยา่ งมาก
รางวัลโดดเดน่
ปี ๒๕๔๐ ผูน้ �ำอาชีพกา้ วหนา้ การท�ำเฟือ่ งฟา้ จากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ปี ๒๕๔๖ สมาชิกส�ำนักงานวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (สพช.) ดีเด่นกลุ่มออมทรัพย์
เพือ่ การผลิตบา้ นใหม่ จากธนาคารออมสนิ โครงการสินเชอ่ื เพอ่ื พฒั นาชนบท
ปี ๒๕๕๒ ครูภูมิปญั ญาไทย รุน่ ที่ ๖ ด้านกองทนุ และธรุ กิจชุมชน (การออมทรัพย์เพ่ือการผลติ )
จากส�ำนกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ปี ๒๕๕๕ ประกาศเกียรติคุณ ผู้อุทิศแรงกาย แรงใจ สนับสนุนกระบวนการเสริมสร้าง
ความเข้มแข็งให้กับชุมชนร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมามาโดยตลอด จากองค์การ
บริหารสว่ นจังหวดั นครราชสมี า
ปี ๒๕๕๗ แมด่ เี ดน่ แหง่ ชาติ จากสภาสงั คมสงเคราะหแ์ หง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถมั ภ์
ปี ๒๕๖๐ บุคคลต้นแบบตามรอยคุณธรรม ๙ ประการ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา
ภมู ิพลอดลุ ยเดช ด้านการมนี ้ำ� ใจ จากกรมส่งเสรมิ วัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
ปี ๒๕๖๐ ผูม้ ีจิตอาสาในการพัฒนาชุมชน จากอ�ำเภอหนองบญุ มาก
ปี ๒๕๖๔ เครอ่ื งราชอิสริยาภรณอ์ ันเป็นทสี่ รรเสรญิ ย่งิ ดิเรกคุณาภรณ์ ช้นั ท่ี ๗ เหรียญเงนิ ดิเรก
คณุ าภรณ์ (ร.ง.ภ.) เสนอขอพระราชทาน โดย ส�ำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา
68
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
ชว่ ยยแกนรวะคดคิดบั ครวณุิธูจีกภนิาารพดสชราวีา้ ติงขนทบอวด่ี ุษงตัี พกสรรอ้ รรมมะอสนู่คเรุกวกัาษษมสส์ ง�ิ่ ำแเรวจ็ ดลอ้ ม
แนวคดิ
จ า ก ก า ร ถ อ ด บ ท เ รี ย น ข อ ง ค รู จิ น ด า
บุษสระเกษ สามารถสรุปการด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ พ้ืนที่ป่านับวันจะลดน้อยถอยลง ป่าไม้
แบง่ เป็น ๔ ด้านหลักได้ ดังนี้ หลายแห่งถูกรุกคืบ แผ้วถาง ท�ำลาย พันธุ์พืช
พื้นถิ่นหลายชนิดเร่ิมสูญหาย หากไม่ด�ำเนินการ
๑. จุดประกายอนุรักษ์ทรัพยากร สิ่งใดส่ิงหนึ่ง ในไม่ช้าป่าไม้จะหมดไป พืชพันธุ์
ธรรมชาติ ทรัพยากรพ้ืนถ่ิน เพื่อตน เพื่อโลก ท้องถิ่นท่ีมีคุณค่าจะสูญหาย ซ่ึงเป็นเร่ือง
๒. พลิกชีวิต ยกระดับคุณภาพความเป็นอยู่ของ น่ากังวลอยา่ งมาก ครจู นิ ดาจงึ รว่ มมอื กบั เครอื ขา่ ย
ชุมชน ๓. ส่งเสริม รักษาภูมิปัญญาไทยสืบสาน ด�ำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อจุดประกายอนุรักษ์
สู่เด็กและชุมชน ๔. พลังเครือข่ายเข้มแข็ง ปา่ และพันธ์พุ ชื
สร้างจิตส�ำนึกดี สังคมดี การด�ำเนินการทั้ง
๔ ด้าน ครูจินดาจะร่วมกับเครือข่ายในการ วธิ กี าร
๑.ด�ำเนนิ งาน รายละเอียด ดังต่อไปน้ี
ทเทพรร่ือัพัพตยยจนดุาากกปเพรรระพธอ่ื กร้นืโารลถยมกิ่นอชนารุตกั ิ ษ์
“ หัวใจส�ำคัญของการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติ พนั ธกุ รรมพชื คอื ตอ้ ง
ท�ำใหเ้ กดิ ส�ำนกึ เหน็ คณุ คา่ ใหเ้ ขาตระหนกั รวู้ า่
พนั ธกุ รรมพชื ของเรา เปน็ มรดกของเรา
”
(ครูจนิ ดา บุษสระเกษ) ๑.๑ ปา่ ชมุ ชน
พื้นท่ีป่าของต�ำบลบ้านใหม่มี ๑,๑๒๖ ไร่
ในปี ๒๕๔๐ มีเจ้าหน้าท่ีมูลนิธิหมู่บ้านมาส�ำรวจ
พบว่าป่าชุมชนถูกบุกรุกท�ำลาย ครูจินดาและ
69
ถอดบทเรยี น แต่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบ และจะนิยมเด็ดเฉพาะ
ยอดออ่ นมาท�ำอาหาร ท�ำใหถ้ กู โคน่ ทง้ั ตน้ เพอื่ เกบ็
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม แค่ยอด เพราะเห็นแก่ความสะดวก รวมถึง
เมอ่ื ตอ้ งการใชพ้ นื้ ทป่ี ลกู พชื กม็ กั โคน่ ผกั หวานปา่ ทง้ิ
ผู้น�ำชุมชนหลายคน น�ำโดยหลวงพ่อนิคม อยา่ งไมเ่ สยี ดาย ทง้ั ๆ ที่ ผกั หวานปา่ เปน็ ไมย้ นื ตน้
เจ้าอาวาสวัดใหม่สมบูรณ์และเครือข่ายผู้น�ำใน ขนาดเล็ก สูงประมาณ 5 - 10 เมตร อายุยืน
ชุมชนตระหนักถึงปัญหาจึงจัด “โครงการบวช กว่า 80 ปี ครูจินดาเกรงว่าถ้าปล่อยให้เป็น
ปา่ ชมุ ชน” โดยท�ำพธิ บี วชปา่ และน�ำจวี รมาผกู ตน้ ไม้ เช่นน้ีต่อไป ผักหวานป่าต้องสูญพันธุ์แน่นอน
ชุมชนท�ำข้อตกลงร่วมกันและออกกฎว่า พื้นที่ป่า
ส่วนนี้จะเป็นพ้ืนที่อนุรักษ์ ห้ามตัด ห้ามบุกรุก
ท�ำลาย หากฝ่าฝืนจะถูกปรับ นอกจากนี้การที่วัด
อยใู่ กลป้ า่ ชมุ ชนมสี ว่ นชว่ ยในการอนรุ กั ษ์ เนอื่ งจาก
ทกุ ปวี ดั จะจดั งานตกั บาตรหลงั ออกพรรษา ๑๐ วนั
โดยนิมนต์พระจากวัดต่าง ๆ กว่า ๕๐๐ รูป
เขา้ รว่ มพธิ ี ชมุ ชนและผมู้ าปฏบิ ตั ธิ รรมจ�ำนวนมาก
ได้เห็นป่าชุมชนร่มรื่น เขียวขจี จึงเกิดกระแส
ช่วยกันอนุรักษ์ป่าอย่างต่อเน่ือง หลังโครงการ
อนุรักษ์ป่า พบว่ามีพืชพันธุ์ เห็ดต่าง ๆ เพ่ิม
มากขึ้น มีเสียงกบ เขียดร้องเหมือนครั้งที่ป่า
ยังอุดมสมบูรณ์ และการจากท�ำโครงการ
บวชป่าชุมชนน้ีได้เช่ือมโยงไปสู่การอนุรักษ์
ผักหวานป่าในเวลาตอ่ มา
๑.๒ ผักหวานป่าคืนชีพ ตน้ ผกั หวานปา่
“ผกั หวานปา่ ” เปน็ ผกั พน้ื บา้ นทมี่ เี ฉพาะ ครูจินดาได้ร่วมกับมูลนิธิหมู่บ้าน “บวช
บางฤดู เปน็ ไดท้ ง้ั อาหารและยา ยอดออ่ นนยิ มน�ำมา ป่าชุมชน” ซ่ึงขณะน้ันหลวงพ่อนิคม เจ้าอาวาส
ผดั ไฟแดง ท�ำแกงเลยี ง ยอดมรี สหวานกรอบ ชว่ ยแก้ วัดใหม่สมบูรณ์ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก
อาการร้อนใน กระหายน้�ำ ต้านอนุมูลอิสระได้ดี กองทุนเพื่อการพัฒนาของธนาคารออมสิน
สว่ นอน่ื ๆ ไมว่ า่ จะเปน็ ใบ ราก ยางกม็ สี รรพคณุ ทางยา ผู ้ ใ ห ญ ่ บ ้ า น แ ล ะ แ ก น น�ำ ชุ ม ช น ร ่ ว ม ห า รื อ
ตา่ งเหน็ พอ้ งวา่ จะน�ำเงนิ ทไี่ ดม้ าสรา้ ง “โรงเพาะช�ำ
70 ตน้ กลา้ ผกั หวานปา่ ” เพราะผกั หวานปา่ เปน็ เสมอื น
พืชสัญลักษณ์ของชุมชน เป็นพื้นประจ�ำถ่ิน
ท่ีมีประโยชน์ แต่ลดหายไปเป็นจ�ำนวนมาก เป็น
ทม่ี าของโครงการ “คนื ชพี ผกั หวานปา่ ” เม่ือเร่ิม
เพาะช�ำผักหวานป่า มีการประชาสัมพันธ์ให้
ชาวบ้านเหน็ ประโยชน์ ผใู้ หญพ่ รม ปีกกลาง ปลูก
เป็นต้นแบบ จ�ำนวน ๕ ไร่ โดยปลูกไว้กับไม้แดง
และต้นสัก รวมถึงท่านเจ้าอาวาสยังได้แจกเมลด็
ผักหวานป่าให้ญาติโยมไปปลูกตามบ้านอีกด้วย
สจกู่ าารกสรก้างาอราชอพี นรุ ักษ์ ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
ผักหวานปา่ เปน็ พชื ทปี่ ลูกยาก หลายคน
จึงปลูกผักหวานป่าไม่ส�ำเร็จ ครูจินดาเองเร่ิมแรก
ก็ไม่เช่ียวชาญ จึงแก้ปัญหาโดยไปศึกษาข้อมูล
จากพ่อจันทร์ที ประทุมภา ครูภูมิปัญญาไทย
รุ่นที่ ๕ ด้านเกษตรกรรม ท�ำให้ได้ความรู้และ
เทคนิคการปลูกมากข้ึน ครูเริ่มหัดเพาะ สังเกต
ศึกษา ลองผิดลองถูก แก้ปัญหาท่ีพบ จนเพาะ
ผกั หวานปา่ ส�ำเรจ็ สามารถขยายพนั ธจุ์ นกลายเปน็
ศนู ยเ์ พาะและจ�ำหนา่ ยพนั ธผ์ุ กั หวานปา่ แหลง่ ใหญ่
ของชุมชน ครูได้เล่าถึงวิธีการปลูกผักหวานป่า
ปัญหาทปี่ ระสบและวธิ ีแกไ้ ขไวอ้ ย่างน่าสนใจว่า
“ผกั หวานปา่ เปน็ ‘พชื ขเี้ หงา ชอบมเี พอ่ื น
รใู้ จ’ ไมช่ อบอยเู่ ดยี่ ว ๆ ถา้ ปลกู เดยี่ วๆ มกั ไมร่ อด
จงึ ตอ้ งปลกู พชื อนื่ ๆ ไวข้ า้ ง ๆ เปน็ เพอ่ื น เชน่ ดอกแค
แคแดง ขนนุ มะขาม ชะอม ตน้ แดง ตะขบบา้ น ฯลฯ
ซง่ึ จะปลกู พชื อะไรแลว้ ไดผ้ ลดี กข็ นึ้ อยกู่ บั แตล่ ะพนื้ ท่ี
แตถ่ า้ เพอื่ นหรอื พชื ทอ่ี ยขู่ า้ ง ๆ ตาย ผกั หวานปา่ กท็ ำ� ทา่
วา่ จะตายตามดว้ ย เลยตอ้ งดแู ลเหมอื นคณุ หนเู ลย...”
ครเู ล่าวา่ ต้นผกั หวานป่าอายยุ ืน ไมช่ อบ
สารเคมี ตอ้ งใชป้ ยุ๋ ธรรมชาติ คอื ขว้ี วั ขค้ี วาย ดที สี่ ดุ
แตไ่ มช่ อบขไี้ ก่ และการเพาะผกั หวานปา่ ดว้ ยเมลด็
จะมโี อกาสรอดมากกวา่ การปลกู ดว้ ยวธิ อี น่ื เคลด็ ลบั
คือ ต้องล้างเมล็ด เลาะเน้ือจนเหลือเมล็ดเรียบ
ท�ำให้สะอาด จึงจะเพาะใหข้ ึ้นได้ดี ผกั หวานป่ามี
ยางทม่ี พี ษิ คนลา้ งจงึ ตอ้ งระวงั และลา้ งอยา่ งใจเยน็
เมื่อครูปลูกได้ผล ครจู งึ เรมิ่ เพาะผกั หวานปา่ ขาย
โดยขายเป็นต้นอ่อนหรือเป็นเมล็ด ปี 2563
ขายไดถ้ งึ 420,000 บาท และตง้ั เปา้ วา่ ปี 2564
จะขายให้ได้ 1 ล้านบาท ครูได้ถ่ายทอดความรู้ให้คนในชุมชนอย่างกว้างขวาง ผักหวานป่ากลายเป็น
พืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้ชุมชน เป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก ต�ำบลบ้านใหม่ กลายเป็นแหล่งเรียนรู้
ในการปลูกผักหวานป่า ปัจจุบันได้มีการขยายเครือข่ายในการปลูกผักหวานป่าไปจังหวัดอ่ืน ๆ
ทั้งขอนแกน่ บรุ รี มั ย์ สรุ ินทร์ อุบลราชธานี ศรสี ะเกษ ฯลฯ ภายใน 1 ปี สามารถขยายพนั ธุ์ผักหวานป่า
ได้ 40,000 ต้น หากรวมกับเครือขา่ ยจังหวัดอื่น ขยายผลได้กว่า 100,000 ต้น ผักหวานป่าปัจจุบัน
จงึ คนื ชีพไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ
71
ถอดบทเรยี น มนั ตนี หมี ผกั หวาน ต�ำบลหนองไมไ้ ผ่ เชน่ มนั เทศ
แครอท ผักหวาน และต�ำบลบ้านใหม่ เช่น
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม ผกั หวาน หน่อโจด จันผา ลีลาวดี ชาฮกเกี้ยน
๑.๓ ธนาคารพนั ธุ์พชื ๑.๔ ครอบครวั ตเู้ ยน็
ในชุมชนมีการรวบรวมพันธุ์พืชต่าง ๆ จากแนวคิดอนุรักษ์พันธุ์พืชต่าง ๆ และ
โดยมีครูเจริญ พรหมวิหาร ปราชญ์ชาวบ้านด้าน แนวคิดการพ่ึงตนเอง ประกอบกับครูจินดาได้ไป
เกษตรกรรม จัดท�ำเป็นธนาคารพันธุ์พืช ต่อมา เรียนรู้กับครูเลี่ยม บุตรจันทา ครูภูมิปัญญาไทย
เมอ่ื ทา่ นปว่ ยจงึ ไมม่ กี ารขบั เคลอ่ื นตอ่ อยา่ งไรกต็ าม รุ่น ๕ ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน ที่จังหวัด
ค รูจิน ดาแ ละแก นน�ำต�ำบลต่าง ๆ ยังมี ฉะเชิงเทรา ครูและแกนน�ำชุมชนจึงได้น�ำแนวคิด
การประสานงานและพยายามอนุรักษ์พันธุ์พืช “ครอบครวั ตเู้ ยน็ ” มาใชใ้ นต�ำบล ดว้ ยการสง่ เสรมิ
ในรูปแบบของแหล่งเรียนรู้ ต�ำบลใดโดดเด่น ให้ชาวบ้านแข่งขันกันปลูกต้นไม้ไว้ที่บ้าน ให้ได้
ในการปลกู พชื ชนดิ ใด กจ็ ะเปน็ แหลง่ ปลกู แหลง่ ซอ้ื คนละ ๒๕ สายพันธุ์ เมื่อบ้านใดปลูกได้ครบ
แหล่งให้ความรู้เก่ียวกับพันธุ์พืชชนิดนั้น ๆ จะได้รับคะแนน ใครปลูกได้มากจะได้คะแนนสูง
เสมือนเป็นธนาคารพันธุ์พืชท่ีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และได้รับรางวัล เช่น ลดหนี้ให้แก่บ้านท่ีปลูกได้
ร่วมกนั ได้ จากแนวคิดนท้ี �ำใหแ้ ตล่ ะต�ำบลมีรายได้ หลากหลายพันธุ์ ได้รับคัดเลือกเป็นครอบครัว
เพมิ่ ขน้ึ เพราะมจี ดุ เดน่ ตา่ งกนั แตส่ ามารถเกอ้ื กลู กนั ต้นแบบ ซึ่งมีผู้ได้รับคัดเลือกถึง ๓๒ ครอบครัว
วิธีนี้นอกจากช่วยกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์
อ�ำเภอหนองบญุ มาก มี ๙ ต�ำบล พชื เด่น พันธุกรรมพืชให้มีความหลากหลายแล้ว ชาวบ้าน
ประจ�ำต�ำบล ได้แก่ ต�ำบลหนองบุนนาก เช่น ก็จะมีพืชต่าง ๆ ไว้บริโภค ไว้ใช้โดยสะดวก
ขา้ วโพด กลว้ ยหอม มะละกอ มันเหน็บ ผักหวาน เปรียบเหมือนกับเก็บรักษาของชนิดต่าง ๆ ใน
ต�ำบลสารภี เช่น ผักท่ีอยู่ในน้�ำ ผักบุ้ง กระเฉด ตู้เย็นเมื่อจะใช้ก็ง่ายเหมือนกับเปิดหยิบของใน
พืชสวนครัว ไม้แดง ผักหวาน ต�ำบลไทยเจริญ ต้เู ย็นทบี่ ้าน
เช่น หน่อโจด ผกั หวาน ชมพู่ กระท้อน หวั กลอย
หัวกระบุก ต�ำบลหนองหัวแรต เช่น แก้วมังกร ๑.๕ ซุปเปอร์มาร์เก็ตหลังบา้ น
เสาวรส ผักหวาน ต�ำบลแหลมทอง เชน่ พทุ รา
สามรส ฝร่ัง ผักหวาน ต�ำบลหนองตะไก้ “ซุปเปอร์มาร์เก็ตหลังบ้าน” เป็นอีก
เช่น มะขามหวาน ขนุน ล�ำไย ผักหวาน ต�ำบล หน่ึงวิธีในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชท่ีครูจินดา
ลุงเขว้า เช่น ขี้เหล็ก หน่อโจด มันหัวเสือ และเครือข่ายได้เรียนรู้จากครูเลี่ยม บุตรจันทา
โดยส่งเสริมให้ชาวบ้านแบ่งหรือจัดสรรพ้ืนท่ี
72 บางส่วน เช่น หลังบ้านหรือบริเวณบ้านไว้ปลูก
พืชสวนครัวร้ัวกินได้ หรือปลูกผลไม้ต่าง ๆ เม่ือ
เวลาจะท�ำอาหารหรือต้องการบริโภคผลไม้
ก็สามารถเลือกเก็บได้ตามต้องการ เปรียบเสมือน
การไปเดนิ เลือกซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ต
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
๑.๖ ตลาดนัดชุมชน ๑.๗ การปลกู พชื ผสมผสาน
จากโครงการ “ครอบครัวตู้เย็น” และ การปลูกพืชท่ีผ่านมา ในชุมชนจะท�ำไร่
“ซุปเปอร์มาร์เก็ตหลังบ้าน” เพื่อกินเพ่ือใช้ใน ท�ำนาปลูกมันเพียงอย่างเดียว ผลผลิตจะมีเฉพาะ
บ้านของตน สามารถขยายผลสู่ “ตลาดนัด ตามฤดูกาล เวลาที่เหลือชาวบ้านจะขาดรายได้
ชุมชน” เมื่อผลผลิตที่ได้มีจ�ำนวนมากจึงสามารถ ครูจินดาจึงรณรงค์ให้ชาวบ้านปลูกพืชผสมผสาน
แบ่งมาขาย สร้างรายได้ เปน็ ทม่ี าของ “ตลาดนัด เพ่ือจะได้มีพืชหมุนเวียน เช่น ผลไม้ต่าง ๆ และ
ชุมชน” ในต�ำบลมีการจัดสรรพื้นที่ที่ไปมาสะดวก พชื สวนครวั หนอ่ ไม้ ผักแค เพาะเห็ด ฯลฯ รวมถึง
ใหเ้ ปน็ ตลาดนดั เพอ่ื ใหช้ าวบา้ นมชี อ่ งทางในการน�ำ รื้อฟื้นพันธุ์พืชพื้นถ่ินท่ีชาวบ้านอาจยังไม่เห็น
ผ ลิ ต ผ ล ข อ ง ต น ม า ค ้ า ข า ย ใ น ต ล า ด เ ช ้ า แ ล ะ ประโยชน์ เช่น หวั กลอย หัวกระบุก ผักหวานปา่
ตลาดเย็น ซึ่งช่วยสร้างรายได้อีกช่องทางหน่ึง ซ่ึงหลังจากมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านก็
ทั้งยังตอกย้�ำให้เห็นว่าการปลูกพืชมีประโยชน์ หันมาปลกู พืชผสมผสานมากข้ึน สง่ ผลใหม้ รี ายได้
นอกจากได้พ่ึงพิงตนเอง ช่วยลดรายจ่ายแล้ว เพม่ิ ขน้ึ ชว่ ยลดปัญหาหน้สี นิ ได้
ยังสามารถหารายได้เสริมได้อีกด้วย
๑.๘ กิจกรรมส่งเสรมิ การอนุรักษ์
การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์พืช เป็นอีกแนวทางหน่ึงที่ครูจินดาและเครือข่าย
ร่วมกันจัดเป็นประจ�ำ เพ่ือกระตุ้นให้เยาวชน ตลอดจนชาวบ้านตระหนักถึงความส�ำคัญของป่าไม้และ
พันธุ์พืชต่าง ๆ ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้จักพันธุ์พืชพื้นถ่ินว่าคือต้นไม้อะไร และมีประโยชน์อย่างไร
ครูและเครือข่ายจึงร่วมกับโรงเรียนและชุมชนจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเข้าค่ายเรียนรู้ประโยชน์ของ
พนั ธุไ์ มใ้ นชมุ ชน โดยพาเขา้ ไปชม สมั ผัสของจรงิ และแนะน�ำให้ทราบว่าต้นไมน้ ี้มปี ระโยชน์อยา่ งไร เชน่
มีสรรพคุณทางยา ไปปรุงอาหาร ฯลฯ มวี ธิ ีปลกู เช่นไร นอกจากนนั้ ยงั มีกิจกรรมสง่ เสรมิ เช่น ท�ำขนม
ท�ำลูกประคบ ฯลฯ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีโอกาสได้เห็น ฝึกท�ำ โดยมีครูจินดาและทีมงาน
เป็นวิทยากร การท�ำเช่นน้ีท�ำให้เด็ก เยาวชน ตลอดจนชาวบ้านรู้จักพันธุ์ไม้มากขึ้น เห็นประโยชน์
และจะส่งผลให้ชว่ ยอนรุ กั ษห์ รอื น�ำไปปลูกเผยแพร่พนั ธุ์ต่อไป
73
ถอดบทเรยี น
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม
อผนครุ ลดวกั ้าทกเาษพนรม์ทากพั่ือรรทาตยัพรดนา้ายจก�ทุดเาำรพกเปพาน่อืรรน้ืยธโะนิลถรกแกรน่ิงามลยาชะนาติ ก็สามารถหาเห็ด หาของป่าขายซึ่งสร้างรายได้
เม่ือชาวบ้านเห็นประโยชน์ ท�ำให้ปัญหาเรื่อง
ก า ร อ นุ รั ก ษ ์ ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ น้ี การบกุ รกุ ปา่ ชมุ ชนลดลง เช่นเดียวกบั ผักหวานปา่
เกิดจากครูจินดามองเห็นปัญหาของชุมชน คือ เม่ือกลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชน ขายได้
ป่าไม้เริ่มถูกแผ้วถางท�ำลายมากข้ึน คนเริ่มรุก ราคา เป็นที่ต้องการท้ังในและนอกจังหวัดจึง
แนวป่า พืชพันธุ์ สัตว์ป่าเร่ิมลดลง ผักหวานป่า ไม่ต้องกังวลว่าจะสูญพันธุ์อีกต่อไป แต่กว่าจะ
ใกล้สูญพันธุ์ การด�ำเนินการช่วงต้นประสบ มาถึงจุดน้ี ครูและแกนน�ำชมุ ชนตอ้ งชว่ ยกนั รณรงค์
ปัญหาอยู่บ้าง เพราะคนยังไม่เห็นความส�ำคัญ ด้วยวิธีท่ีต่าง ๆ ท้ังต้องคิดวิถีปลูกผักหวานป่า
แต่แก้ปัญหาด้วยการท�ำงานอย่างจริงจังของ ใหร้ อด และเมือ่ ผกั หวานป่าเป็นทีน่ ิยมกต็ อ้ งเผชญิ
ผู้น�ำหมู่บ้าน ครูจินดาและเครือข่ายต่างร่วม กับความท้าทายอีก คือ ต้นผักหวานป่าท่ีเป็นแม่
ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านเห็นประโยชน์ของป่า พนั ธ์ุ (ซง่ึ ตอ้ งเป็นตน้ แก่มเี มลด็ ใหเ้ กบ็ ) ไมเ่ พยี งพอ
และพนั ธ์ุพืช โดยเฉพาะผักหวานปา่ มีการออกกฎ เพราะมีความต้องการมาก เกิดการแข่งขันและ
หา้ มตดั ไมท้ �ำลายปา่ สง่ เสรมิ การปลกู พชื ผสมผสาน ขาดแคลน ครูได้วางแผนแก้ปัญหานี้ โดยเพาะ
เม่ือชาวบ้านไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ท�ำให้มีพืช ต้นผักหวานป่าไว้เป็นต้นแม่พันธุ์ รวมถึงหาแหล่ง
หลายชนิดใช้บริโภคและขายได้ท้ังปี ครั้นป่าฟื้นฟู ส�ำรองในการซอ้ื แม่พนั ธต์ุ น้ ผกั หวานปา่ ด้วย
74 ครูจินดากล่าวถึงปัญหาอย่างหน่ึงของ
การอนรุ กั ษ์ คือ การขาดผสู้ บื ทอด เช่น โครงการ
เกยี่ วกบั ธนาคารพนั ธพ์ุ ชื เมอ่ื ครเู จรญิ พรหมวหิ าร
ซึง่ เป็นแกนน�ำเรอ่ื งนี้ปว่ ย โครงการก็หยดุ ชะงกั ไป
จ�ำเป็นต้องหาผู้สืบทอดต่อไปซ่ึงต้องใช้เวลา
อย่างไรก็ตาม ได้แก้ปัญหาโดยให้แต่ละต�ำบล
อนุรักษ์พืชเด่นของตนเองไว้ เมื่อต้องการ
พันธุ์พืชใดก็สามารถไปหาท่ีต�ำบลน้ัน ๆ ได้
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด
ส�ำ ห รั บ กิ จ ก ร ร ม ค ร อ บ ค รั ว ตู ้ เ ย็ น เพราะเห็นประโยชน์ ลดรายจ่าย ไม่ต้องไปหาซ้ือ
ซุปเปอร์มาร์เก็ตหลังบ้าน เกิดจากความต้องการ และยังสามารถน�ำไปขายที่ตลาดนัดชุมชนได้
ที่จะอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยเฉพาะพืชพื้นถ่ิน อกี ดว้ ย จึงนับเป็นโครงการท่ีประสบความส�ำเร็จ
ท�ำอยา่ งไรจะท�ำให้คนช่วยกันปลูกพืช เพราะปกติ มากโครงการหนง่ึ
ชาวบ้านไม่ค่อยสนใจปลูกพืชไว้ในบ้านท้ัง ๆ ที่มี ส่วนการจัดกิจกรรมอนุรักษ์ ยังคงต้อง
พ้นื ท่วี า่ ง กิจกรรมเหลา่ นี้ โดยเฉพาะ “ครอบคร้ว ท�ำอย่างต่อเนื่อง เพราะคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้จัก
ตู้เย็น” เป็นแรงกระตุ้นให้ชาวบ้านเร่ิมหันมา และทราบประโยชน์พันธุ์พืชในชุมชน ครูยังคง
ปลูกพืชพันธุ์ต่าง ๆ ในบ้าน ในช่วงแรกการปลูก ขับเคล่ือนกิจกรรมส่งเสริมความรู้ต่อไป
อาจเกิดจากแรงจูงใจท่ีได้รับรางวัล หากปลูกได้ โดยหวังว่าสักวันหน่ึงพืชเหล่านั้นอาจกลายเป็น
๒. พลกิ คชววี าิตมเยปกน็ รอะยดู่ขบั อคงุณชมุภชาพน๒๕ สายพันธุ์ แต่หลังจากนั้น ชาวบ้านก็ปลูกเอง พืชเศรษฐกิจเช่นเดียวกับผักหวานป่าก็เป็นได้
ก่อนท่ีครูจินดาจะเป็นแกนน�ำของชุมชนและประสบความส�ำเร็จเช่นทุกวันน้ี ครูเคยประสบ
ปัญหาหนี้สินมาก่อน แต่ด้วยความช่างสังเกต หมั่นศึกษาเรียนรู้ กล้าทดลอง ลองผิดลองถูกและลงมือ
ปฏิบัติจริงโดยไม่ย่อท้อ ท�ำให้สามารถพัฒนาตนเองให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เมื่อมีฐานะท่ีดีขึ้น
ครเู ลอื กทจ่ี ะเปน็ ผเู้ ผยแพรค่ วามรู้ เปน็ แกนน�ำพาคดิ พาท�ำ จนชว่ ยพลกิ ชวี ติ ยกระดบั คณุ ภาพความเปน็ อยู่
ของชุมชน ครูท�ำไดด้ ว้ ยการด�ำเนนิ งานทีโ่ ดดเด่น 3 กลมุ่ หลัก คอื 2.1 เฟื่องฟ้าเปลยี่ นชวี ิต 2.2 แปรรูป
เพม่ิ มูลค่า 2.3 กองทนุ ของชุมชนเพ่อื ชมุ ชน รายละเอยี ดดังนี้
๒.๑ เฟือ่ งฟา้ เปลย่ี นชวี ติ
แนวคิด
ครูจินดาเห็นลู่ทางว่าการปลูกเฟื่องฟ้า
จะสามารถสรา้ งรายได้ ครจู นิ ดาจงึ เปน็ บคุ คลแรก ๆ
ในต�ำบลท่ีปลูก ขยายพันธุ์ เปิดตลาดเฟื่องฟ้า
จนประสบความส�ำเร็จ แล้วถ่ายทอดให้ชุมชน
จ น เ ฟ ื ่ อ ง ฟ ้ า ก ล า ย เ ป ็ น พื ช เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ข อ ง
อ�ำเภอหนองบุญมาก
การปลูกและตอ่ ยอด “เฟื่องฟ้า” นับเปน็
ความโดดเดน่ และสรา้ งชอ่ื เสยี งใหค้ รู โดยสามารถ
แบ่งให้เห็นการด�ำเนินการได้ ๓ ช่วง คือ
๑) ท�ำอย่างไรให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ๒) เพิ่ม
มลู คา่ ให้ผลผลิต ๓) พัฒนาความเปน็ อย่ขู องชมุ ชน
ดังรายละเอียดต่อไปนี้
75
ถอดบทเรยี น
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม
วิธกี าร
๑) ท�ำอยา่ งไรใหช้ วี ิตความเปน็ อย่ดู ขี ้ึน
ครูจินดาเคยประกอบอาชีพท�ำไร่ท�ำนา ครูติดตามไปเรียนรู้ถึงหมู่บ้านของท่านด้วย
เช่น ท�ำไร่มัน ขา้ วฟ่าง แต่เผชญิ ปญั หาภาวะสินค้า หลังจากได้เรียนรู้ จึงเร่ิมทดลองท�ำและเร่ิมขาย
เกษตรตกต่�ำ มีแต่หนี้สิน ปลูกแล้วไม่มีตลาด ซ่ึงในช่วงแรกมีปัญหาหลายเร่ือง เพราะมีทุนน้อย
สง่ ต่อ ซึ่งเปน็ ปญั หาเชน่ เดยี วกบั คนอ่นื ๆ ในพื้นท่ี ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีรถ เม่ือจะน�ำไปขายท่ี
ครูจึงดิ้นรนคิดหาหนทางที่จะท�ำให้ชีวิตความเป็น ตลาดจตจุ ักร ต้องเชา่ รถบรรทุกแตต่ ้นตอเฟ่อื งฟา้
อยูด่ ีขึ้น ในปี ๒๕๓๗ มพี ่อค้า ๒ คน (ลุงหาญและ มีขนาดใหญ่ เมื่อไปถึงรถใหญ่เกินไป ท�ำให้ขนส่ง
ลุงเสริฐ) จากปราจีนบุรีมาหาซื้อตอเฟื่องฟ้าซ่ึง ในตลาดจตุจักรไม่ได้ ครูจึงแก้ปัญหาโดยหันมา
ครูจินดาได้ปลูกไว้จ�ำนวนหนึ่ง ในช่วงท่ี พลเอก ขายทหี่ นา้ บา้ นของตนเองซง่ึ ตดิ ถนนใหญ่ ปรากฏวา่
ชาติชาย ชุณหะวัณ ส่งเสริมให้ปลูกเฟื่องฟ้า ขายได้ดี เพราะเฟื่องฟ้ามีสีสัน รูปทรงสวยงาม
ครูสังเกตว่าพ่อค้าทั้งสองกลับมาซ้ือเฟื่องฟ้า เห็นสะดุดตา และขณะนั้นมีครูเป็นผู้จ�ำหน่าย
จ�ำนวนมากบ่อย ๆ จึงคิดว่าเฟื่องฟ้าน่าจะเป็น เพียงรายเดียว จากตน้ ทนุ ๘๕๐ บาท น�ำมาต่อก่ิง
สินค้าที่น�ำไปสร้างมูลค่าเพ่ิมได้ จึงขอความรู้จาก เสียบยอดให้เฟื่องฟ้ามีสีสันต่าง ๆ ใส่กระถาง
ลุงหาญและลงุ เสริฐ ด้วยความคุน้ เคยที่ค้าขายกนั ขายได้ ๘,๕๐๐ บาท แต่ยังคงมีปัญหาเรื่อง
เปน็ ประจ�ำ ประกอบกบั ความจรงิ ใจและอธั ยาศยั ทด่ี ี การขนส่งของให้ลูกค้าเรื่อยมา ต่อมาเม่ือมีรายได้
ของครทู �ำใหล้ ุงหาญลงุ เสริฐสอนวิธกี ารขยายพนั ธ์ุ มากขน้ึ จงึ น�ำเงนิ มาเปน็ ทนุ หมนุ เวยี นซอื้ รถบรรทกุ
ตอนกิง่ ติดตา เสยี บยอดเฟื่องฟา้ ฯลฯ และยงั ให้ เพ่ือแกป้ ัญหาการขนสง่ สนิ คา้ ไดใ้ นที่สุด
76
๒) เพม่ิ มูลค่า ถอดบทเรยี น
ให้ผลผลติ
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
เม่ือครูจินดาสามารถขายเฟื่องฟ้า
เป็นอาชีพได้แล้ว ก็มีความคิดต่อยอดว่าจะท�ำ ๓) พฒั นาความเป็นอยู่ของชุมชน
อย่างไรให้เฟื่องฟ้ามีมูลค่าเพิ่มข้ึน จึงเร่ิมพัฒนา
ให้เฟื่องฟ้ามีสีสันสวยงาม ต้นหน่ึงมีหลายสีเป็น ครูมีชื่อเสียงและประสบความส�ำเร็จ
“เฟื่องฟ้าแฟนซี” จากน้ันเร่ิมคิดนวัตกรรม อยา่ งมากจากการเพาะและขายเฟือ่ งฟ้า ครูคดิ ว่า
เพิ่มมูลค่า ครูรู้ว่าเฟื่องฟ้าเป็นไม้ประดับ ผู้ซ้ือ ไม่ควรเก็บความรู้ไว้คนเดียว ต้องเผยแพร่ให้
ซงึ่ ไดแ้ ก่ รสี อรท์ โรงแรม หนว่ ยงานจ�ำนวนมากนยิ ม ชุมชน เพราะเห็นว่าหลายครอบครัวยังมีปัญหา
ซอื้ ไปตกแตง่ สถานทตี่ า่ ง ๆ เพอ่ื ความสวยงามและ หนี้สิน ความยากจน ไม่มีงาน ไม่มีรายได้ อีกทั้ง
เสริมบารมี ครูจึงต่อยอดด้วยการทดลอง เฟื่องฟ้ายังเป็นท่ีต้องการจ�ำนวนมาก ถ้าคนใน
ดัดเฟื่องฟ้าให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ออกแบบ ชุมชนมีความรู้ ก็จะมีงาน มีรายได้ และยกระดับ
ให้ทันสมัย โดยสามีของครูซ่ึงมีความสามารถ คุณภาพชีวิตได้ จึงเร่ิมถ่ายทอดความรู้ โดยเริ่ม
ด้านนี้เป็นผู้ลงมือท�ำ เช่น ท�ำเป็นรูปหัวใจ จากต�ำบลบา้ นใหมท่ คี่ รจู นิ ดาอาศยั อยู่ หลงั จากนนั้
พุ่มไม้สวยงามรูปสัตว์ต่าง ๆ เช่น นกยูง ค่อยขยายผลถ่ายทอดไปสู่ต�ำบลต่าง ๆ ในอ�ำเภอ
มังกร ฯลฯ เฟื่องฟ้าดัดรูปมังกร ขายได้ถึง หนองบุญมาก จนเฟื่องฟ้ากลายเป็นสินค้าเด่น
๑๕๐,๐๐๐ บาท ต่อต้น ตน้ ทข่ี ายไดร้ าคาสงู สดุ ประจ�ำอ�ำเภอหนองบุญมาก เป็นสินค้าท่ีขายได้
คอื ตน้ ละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ร้านของครจู นิ ดานบั ว่า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น จีน บรูไน
มีชื่อเสียงมาก ส่งขายท้ังในจังหวัด นอกจังหวัด ฮ่องกง ฯลฯ “เฟื่องฟ้า” โดดเด่นจนกลายเป็น
รวมไปถงึ สง่ ออกขายต่างประเทศอกี ด้วย ค�ำขวัญประจ�ำอ�ำเภอหนองบญุ มากในเวลาต่อมา
“เฟอื่ งฟา้ งาม น้�ำผึ้งหวาน
กลา่ วขานขนุนดี คนมีคุณธรรม
”ศิลปกรรมปราสาทหนิ
77
ถอดบทเรยี น
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม
๒.๒ แปรรปู เพิม่ มูลคา่
แนวคดิ
ผลผลิตทางการเกษตรน้ัน แม้จะสามารถปลูกได้ผล แต่ราคามักผันผวน และเน่าเสียง่าย
ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน การน�ำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ทหี่ ลากหลาย ทั้งอาหาร เครอ่ื งดม่ื ขนม ของใช้
ของเล่น ยา ฯลฯ จะช่วยให้เก็บไดน้ าน เพมิ่ มูลคา่ และช่วยสร้างงาน สรา้ งรายได้ ได้อีกด้วย
วธิ ีการ
ครจู นิ ดาตระหนักว่า “การแปรรูป”เปน็ แนวทางหน่งึ ที่จะชว่ ยเพมิ่ มูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ ทง้ั ยงั ชว่ ย
การอนุรักษ์ให้ชุมชนเห็นคุณค่าของพืชพันธุ์ธรรมชาติ จึงรวมเครือข่ายท่ีมีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับ
ภมู ิปัญญาพ้ืนบ้านดา้ นตา่ ง ๆ มาแปรรปู สินค้าเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น
• อาหาร เช่น ผัดหม่ีโคราช ย�ำหม่ีโคราช ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวโคราช แกงเลียง
แกงส้ม เปน็ ตน้
• ขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมดอกจอก ขนมฝักบัว ขนมเทียน ขนมนางเล็ด ข้าวโป่ง ขนมเปียกปูน
เปน็ ตน้
• น้�ำสมนุ ไพร เช่น ลูกหมอ่ น นำ�้ มะนาว น้ำ� ใบเตย นำ้� ขิง นำ้� ว่านหางจระเข้ นำ�้ ตะไคร้ น้ำ� ใบบวั บก
เปน็ ตน้
• การท�ำของใช้ในครัวเรือน เช่น แชมพูสระผมจากมะกรูด อัญชัน สบู่เหลวขมิ้น น้�ำยาล้างจาน
จากมะกรูด สบสู่ มุนไพรจากดาวอนิ คา เปน็ ต้น
• การท�ำลูกประคบสมุนไพรต่าง ๆ เช่น ตะไคร้ ใบพลับพลึง ไพล ขม้ินขาว ผิวมะกรูด การบูร
เกลือ เปน็ ต้น
• การประดิษฐข์ องเลน่ พนื้ บ้าน จากใยบวบ ทางมะพร้าว ไผ่ หวาย เช่น ต๊กั แตน แมงมมุ นก ปลา
เปน็ ตน้
78
ครูจินดากล่าวถึงการแปรรูปบางส่วน ถอดบทเรยี น
ไวด้ ังน้ี
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด
“จะท�ำสง่ิ ใดขนึ้ อยูก่ ับพื้นท่ี พิจารณาจาก
ต้นทุนท้องถ่ินของเราคือเรื่องภูมิปัญญา เช่น นอกจากนี้
การท�ำลูกประคบ สอดคล้องกับงานในเรื่อง ชมุ ชนยังมี
อนุรักษ์พันธุกรรมพืช ลูกประคบจะใช้ตะไคร้ การพฒั นา
ใบมะกรูด ใบหนาด ฯลฯ เป็นการน�ำส่ิงท่ีมีอยู่ใน เปน็ ตราสนิ คา้
ท้องถ่ินสู่การแปรรูป เพิ่มมูลค่า สมัยนี้คนไม่ค่อย หรือมีแบรนด์
เห็นคุณค่าขนมไทย หันไปบริโภคแต่ขนมฝร่ัง เป็นของตนเอง ส�ำหรับ “ต�ำบลบ้านใหม่”
กินแล้วก็อ้วน ท้ัง ๆ ที่เรามีของดีในชุมชน ใช้ตราสินค้าเป็นรูป “ปราสาท”
พืชหลายตัวมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย รักษา
สุขภาพอย่างดี รุ่นปู่ย่าตายายจึงมีสูตรท�ำขนม เ๒พ.๓ือ่ ชกุมอชงนทนุ ของชุมชน
ท�ำอาหารจากพชื เป็นภมู ปิ ญั ญา แตเ่ ด็ก ๆ ไมค่ ่อย
นิยม จึงต้องปลูกฝัง ชี้ให้เห็นคุณค่า โดยให้เขา ด้านกองทุน นับเป็นงานท่ีครูจินดา
ท�ำกิจกรรม เขาก็จะสนุก เริ่มสนใจ และได้เรยี นรู้ มีความเชี่ยวชาญและมีความถนัด จนได้รับ
ไปด้วย” ยกย่องจากส�ำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ให้เป็น ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นท่ี ๖ ด้านกองทุน
และธุรกิจชุมชน การด�ำเนินงานกองทุนเป็น
ส่วนส�ำคัญท่ีช่วยพลิกชีวิตและยกระดับคุณภาพ
ความเปน็ อยู่ของคนในชุมชนไดอ้ ย่างเปน็ รูปธรรม
ครูมีโอกาสใช้ความเชี่ยวชาญ ทั้งเป็นประธาน
เป็นท่ีปรึกษา กรรมการ คณะท�ำงานในกองทุน
สวัสดกิ ารชุมชนตา่ ง ๆ ไม่ต่�ำกว่า ๒๐ กองทนุ
แนวคิด
การด�ำเนนิ งานกองทนุ มแี นวคดิ ในการจดั ตง้ั
เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนให้มีความเป็นอยู่
ท่ีดีข้ึน ช่วยลดปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบ
ถูกขูดรีดจากการกู้ยืมเงินนอกระบบ ดอกเบ้ียสูง
ของนายทุน ท�ำให้ชาวบ้านมีแหล่งเงินทุนที่
เป็นธรรม มีสวัสดิการที่ดีขึ้น เป็นการสร้างหลัก
ประกันความม่ังคงในชีวิต ท่ีช่วยสร้างความสุขให้
ชมุ ชน ท้ังยงั สง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ การออม เป็นการดูแล
ช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั
กองทุนที่โดดเด่นที่ครูจินดามีส่วนใน
การบริหารจัดการ ไดแ้ ก่
79
ถอดบทเรยี น สจั จะออมทรัพย์ มีแนวคดิ ในการสง่ เสรมิ
ให้ชาวบ้านออมเงิน รู้จักช่วยเหลือตนเอง และ
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน โดยให้สัจจะร่วมกันท้ัง
ต่อตนเองและชุมชนว่าจะเก็บออมเงิน โดยจะ
๑) กองทนุ สจั จะออมทรพั ย์ ออมเงินเป็นรายวันหรือรายเดือนก็ได้ แต่เม่ือให้
สัจจะแล้ว ก็ให้ปฏิบัติตามท่ีได้กล่าวไว้ ไม่จ�ำเป็น
ก่อนปี ๒๕๓๕ ชาวบ้านสว่ นใหญ่ยากจน ต้องออมมาก เร่ิมจากน้อย ๆ แล้วเพ่ิมขึ้น
ผลผลติ ตกต่�ำ ตอ้ งก้หู นย้ี มื สินเพ่อื ลงทนุ ส่วนใหญ่ เม่ือมีความสามารถออมได้ ยามต้องการกู้ยืมเงิน
กู้เงินกับนายทุนด้วยอัตราดอกเบี้ยสูง ชาวบ้าน จะกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม และมี
ถูกเอารัดเอาเปรียบ เม่ือถึงเวลาช�ำระเงิน ไม่มี การปันผลคืน จากการด�ำเนินงานท�ำให้ชาวบ้าน
เงินช�ำระ หลายคนจึงโดนยึดบ้าน ยึดท่ีดินท�ำกิน มีความเป็นอยู่ดีข้ึน มีเงินออม เม่ือต้องการกู้เงิน
กลายเป็นคนไร้บ้าน ไร้ที่อยู่ จากปัญหาดังกล่าว กม็ ีแหล่งกู้ทีไ่ มถ่ กู เอารดั เอาเปรยี บ ท�ำใหส้ ามารถ
ท�ำ ใ ห ้ ต�ำ บ ล บ ้ า น ใ ห ม ่ น�ำ แ น ว คิ ด ก อ ง ทุ น ช�ำระหน้ีได้ ลดปัญหาความยากไร้ ขัดสน ดังที่
“สัจจะสะสมทรัพย์” ของพระสุบิน ปณีโต ครไู ด้เลา่ ถึงปัญหาของชมุ ชนไว้ ดงั นี้
ครภู มู ิปัญญาไทย ร่นุ ท่ี ๒ วัดไผล่ อ้ ม จงั หวัดตราด
ผู้ก่อต้ังเครือข่ายสัจจะสะสมทรัพย์มาด�ำเนินการ
ในต�ำบล ครูได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนสัจจะ
ออมทรัพย์ในต�ำบล และครูได้รับความไว้วางใจ
ใหเ้ ป็นประธานกองทนุ ในช่วงเวลาตอ่ มา
“ ปญั หาของตำ� บลบา้ นใหม่ คอื ความยากจน การอพยพแรงงาน หนส้ี นิ
ผ้เู ฒา่ เล่าตอ่ กนั มาว่า เมือ่ ชาวบา้ นไมม่ ขี า้ วกินก็ตอ้ งขอเขามาก่อน ยงั ไมจ่ ่ายเงิน
คนใดมที ด่ี ินก็นำ� ไปจำ� นำ� เพราะขาดเงนิ ซ้ือ ทำ� ใหข้ าดท่ีดนิ ทำ� กนิ ในยคุ ทีย่ งั ไม่มี
กองทุนน้ัน มีปัญหาถูกนายทุนโกง เช่น ชาวบ้านกู้เงิน 1,000 บาท นายทุน
เขยี น 10,000 บาท แล้วก็ยึดที่ดิน ชาวบ้านขอข้าว 1 ปบ๊ี แตต่ ้องใชด้ อกเบ้ีย
2 ปี๊บ ...แต่หลังจากต้ังกองทุนสัจจะออมทรัพย์เกิดกองทุนอื่น ๆ ตามมา
นายทุนเริ่มหายไป ชาวบ้านไม่กู้นายทุนแต่กู้ที่นี่แทน อ�ำเภอหนองบุญมาก
จึงเรียกได้ว่าเก่งเรื่องการคิดต่อยอดอย่างต่อเนื่อง คือ ไม่หยุดเพียง
”ส่ิงที่เราพัฒนาพวกเขา แต่ต่อยอดไปสู่อย่างอ่ืนได้...
๒) กองทุนออมวันละบาท
น่าจะท�ำได้เช่นกัน ครูเห็นว่าขณะน้ัน ชาวบ้าน
ครูจินดามีโอกาสไปศึกษาดูงานท่ีมูลนิธิ ไม่มีระบบสวัสดิการ ไม่มีบ�ำเหน็จ บ�ำนาญ หรือ
ฉือจ้ี ประเทศไต้หวัน และพบว่า ไต้หวันมี หลักประกันใด ๆ เมื่อเจ็บป่วยก็เดือดร้อน
โครงการออมเงินวันละเล็กวันละน้อยจากสมาชิก เมื่อเสียชีวิตก็ไม่มีเงินจัดการศพ จึงคิดว่า
เช่น ๕๐ สตางค์ ๑ บาท ซ่ึงเงินจากการออม ควรมีระบบดูแลกัน จึงริเร่ิมขับเคลื่อนให้เกิด
สามารถน�ำไปสร้างโรงเรียน โรงพยาบาลได้ “กองทุนออมวันละบาท” ในต�ำบลบ้านใหม่
เม่ือเห็นเช่นนั้นจึงมีความคิดว่า ประเทศไทย
80
กองทุนออมวันละบาท เป็นกองทุนที่ให้ ถอดบทเรยี น
สมาชิกออมเงินวันละ ๑ บาท เมื่อเป็นสมาชิก
และสะสมเงินครบ ๑๘๐ บาทแล้ว จะได้รับ สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
สวสั ดกิ าร คอื เมอื่ เจบ็ ปว่ ยไมส่ บาย นอนโรงพยาบาล
จะไดร้ ับเงินวนั ละ ๒๐๐ บาท และคนเฝา้ ไขจ้ ะได้ 1 ขา และรัฐบาล 1 ขา เมื่อชาวบ้านออมเงินได้
รับเงนิ ๑๐๐ บาท มีสิทธิในการเบิกไดป้ ีละ ๕ คืน จ�ำนวนหน่งึ องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ จะสมทบ
เมื่อเสียชีวิตจะได้เงินช่วยตามระยะเวลาการเข้า รัฐบาลก็สมทบตามที่กองทุนออมได้ เงินที่ได้น�ำ
เปน็ สมาชกิ สงู สดุ อยูท่ ่ี ๒๐,๐๐๐ บาท นอกจากน้ี ไปพัฒนาสวัสดิการของสมาชิก พัฒนาชุมชน
ยังช่วยเหลือเมื่อสมาชิกคลอดบุตร มีการมอบทุน ปจั จบุ นั ไดข้ ยายความรว่ มมอื ไปถงึ ภาคเอกชนดว้ ย
การศึกษาให้เด็กยากจนทุกปี ช่วยเหลือเมื่อมี เช่น ให้ทุนการศึกษา บริจาคสิ่งของ กิจกรรม
ภยั ธรรมชาติ ไฟไหม้ เปน็ ตน้ เปน็ กองทนุ ทเ่ี นน้ ออม ด้านการอนุรักษ์ การพัฒนาชุมชนต่าง ๆ ฯลฯ
เพื่อไปช่วยเหลือด้านสวัสดิการต่าง ๆ จึงไม่ใช่ จาก ๓ ขา บางท่ีจึงเปน็ ๔ ขา (เพิ่มภาคเอกชน)
การออมแบบมีเงินคืนแต่จะได้เป็นสวัสดิการแทน ครมู บี ทบาทส�ำคญั ในการระดมทนุ จากภาคเอกชน
เม่ือเริ่มต้ังกองทุนมีสมาชิกแรกเข้า ๑๐๐ คน ครูเล่าถึงเคล็ดลับความส�ำเร็จว่าครูจะชี้แจง
มที นุ ๓,๐๐๐ บาท ปจั จุบันมสี มาชิก ๑,๒๖๔ คน ให้ภาคเอกชนเห็นความจ�ำเป็นและประโยชน์
ในช่วงแรกครูเป็นประธานกองทุน เมื่อกองทุน ท่ีจะเกิดข้ึนจากกิจกรรมท่ีท�ำ ภาคเอกชนจะมี
ด�ำเนนิ งานไดอ้ ยา่ งดแี ลว้ จงึ ไดม้ อบหมายกรรมการ นโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR :
ในกองทุนท่านอืน่ ด�ำเนนิ การเปน็ หลักตอ่ ไป Corporate Social Responsibility) เมื่อเหน็ วา่
เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์และช่วยเหลือสังคม
กองทนุ นมี้ กี ารเชอื่ มโยงแนวคดิ ความรว่ มมอื จึงเข้าร่วม ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน เน่ืองจาก
ของ ๓ ฝ่ายหรือที่เรียกว่า กองทุน ๓ ขา ภาคเอกชนได้ลดหย่อนภาษี และเม่ือชุมชน
คอื ประชาชน 1 ขา องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ มีผลผลติ ด้านการเกษตรหรอื ผลผลติ จากโครงการ
กจ็ ะน�ำไปเปน็ ของฝากใหภ้ าคเอกชนทมี่ าสนบั สนนุ
เปน็ การแสดงนำ�้ ใจตอ่ กนั
๓) กองทนุ สวสั ดกิ ารเพอ่ื นสตรี อ�ำเภอหนองบญุ มาก
จุดเร่ิมต้นของกองทุน มาจากการท่ีครูจินดาเห็นว่า “กลุ่มสตรีจิตอาสา” เป็นก�ำลังส�ำคัญช่วย
งานของชุมชนมากมาย แต่กลับไม่มีหลักประกันคุ้มครองดูแลเลย จึงคิดว่าจะท�ำอย่างไร สตรีท่ีท�ำงาน
81
ถอดบทเรยี น ผู้เป็นสมาชิกต้องมีภูมิล�ำเนาและอยู่ใน
อ�ำเภอหนองบุญมาก อย่างน้อย ๑ ปี ไม่เป็น
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม โรคเบาหวาน ความดนั มะเรง็ หวั ใจ ไต เอดส์ ตับ
เบาหวาน ต้องช�ำระเงินแรกเข้า ๒๐๐ บาท
เพ่ือสังคมจะได้รับการดูแล ตลอดจนเห็นว่า คา่ บ�ำรงุ ประจ�ำปี ๒๐ บาทในเดือนมกราคมของ
หลายครั้งมีกรณี “คนตายขายคนเป็น” เมื่อมี ทุกปี และชว่ ยเงนิ ๒๐ บาทต่อศพ (เม่อื มสี มาชกิ
คนเสียชีวิต ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง ทายาทต้องกู้เงิน เสยี ชวี ติ ) ไดร้ บั ความคมุ้ ครอง คอื ผรู้ บั ผลประโยชน์
มาจัดงานศพ จึงคิดว่าควรมีสวัสดิการช่วยใน จะได้เงินสงเคราะห์ศพนับเป็นมรดกให้ลูกหลาน
เร่ืองนี้ เม่ือครูได้รับต�ำแหน่งประธานสตรีระดับ งานกองทุนประสบความส�ำเร็จด้วยดี สามารถ
อ�ำเภอ จงึ ไดร้ ่วมกับแกนน�ำชมุ ชนก่อตง้ั “กองทนุ ช่วยเหลือสมาชิกท้ัง ๙ ต�ำบล กองทุนเร่ิม
สวัสดิการเพ่ือนสตรี อ�ำเภอหนองบุญมาก” ด�ำเนินการมาต้ังแต่ปี ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบัน
เพ่ือช่วยเหลือสมาชิกเก่ียวกับการสงเคราะห์ศพ มีสมาชิก ๖,๙๗๑ ราย มีการช่วยเหลือสมาชิก
กองทุนนี้เป็นกองทุนระดับอ�ำเภอ รับสมาชิก ตามระเบียบของกองทุน
ทั้ง ๙ ต�ำบลของอ�ำเภอหนองบุญมาก ในช่วงต้น
รับเฉพาะสมาชิกท่ีเป็นสตรี ต่อมาภายหลังจึงรับ
ทกุ คนท่สี นใจ
๔) กองทนุ บา้ นพอเพยี ง ชาวบ้านรู้จักเก็บออม กองทุนบ้านพอเพียงใน
แตล่ ะต�ำบลจะมหี ลกั การคลา้ ยกนั แตร่ ายละเอยี ด
กองทุนบ้านพอเพียง เป็นกองทุนท่ีมี ข้อก�ำหนดในแต่ละต�ำบลอาจแตกต่างกันไป
วัตถุประสงค์เพ่ือดูแลคนด้อยโอกาส คนยากจน ส�ำหรับต�ำบลบ้านใหม่ สมาชิกสามารถเลือก
ครอบครัวแออัด กองทุนจะช่วยในเรื่องของ ออมได้ว่าจะออมเดือนละ ๒๐ บาท หรือปีละ
การซ่อมแซมบ้าน หลังคาร่ัว น�้ำท่วมบ้าน ไม่มี ๒๔๐ บาท สมาชิกจะมีโอกาสรับความช่วยเหลือ
ฝาบ้าน บ้านพงั ฯลฯ ผูท้ ี่เปน็ สมาชิกตอ้ งเป็นผู้ที่มี เรอื่ งซอ่ มบา้ น หากกองทนุ ไดร้ บั งบประมาณมาจาก
ฐานะยากจน มีรายได้น้อย กองทุนเน้นช่วยเหลือ
เร่ืองการซ่อมบ้าน แต่ในขณะเดียวกันก็มุ่งให้
82
รัฐบาล (ครอบครัวละไม่เกิน ๑๙,๐๐๐ บาท) ถอดบทเรยี น
คณะกรรมการกองทุนจะพิจารณาให้คนท่ียากจน
และจ�ำเป็นท่ีสุดโดยให้เป็นอุปกรณ์ในการซ่อม สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด
บา้ น เช่น ฝาบา้ น หลังคา ฯลฯ ในต�ำบลบา้ นใหม่
ตั้งกฎว่าผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือต้องคืนเงิน ปัญหา คือ ต้องมีข้อตกลงร่วมกัน ทุกคนขายใน
๓๐ % ของเงินท่ีได้ โดยจะส่งคร้ังเดียวหรือ ราคามาตรฐาน ไม่แย่งตลาดกัน นอกจากนี้ยังมี
ผ่อนช�ำระก็ได้ เพ่ือน�ำเงินไปช่วยเหลือชาวบ้าน การหาความถนดั เฉพาะทาง เพอื่ ให้เกดิ การพงึ่ พา
คนอื่นตอ่ ไป อาศัยกัน เช่น หมู่บ้านน้ีถนัดเร่ืองการเพาะ
ตน้ กลา้ อกี หมบู่ า้ นถนดั การตอ่ กง่ิ อกี หมบู่ า้ นเนน้
ยดกกา้ คครนาแขววระกลอาาดดาะมมง�รัผบำชทเเพลปนคมุ า้ ลจ็นนิุชทณกิาองนากภชายยนีวู่าติ พ ขายเฟื่องฟ้าขนาดใหญ่ ฯลฯ มีการแลกเปล่ียน
ส่งต่อตลาดกัน แต่ละหมู่บ้านหรือต�ำบลจะรู้กัน
การตระหนักถึงปัญหาของชุมชน และ ว่าท่ีใดเด่นด้านใด เป็นต้น นอกจากน้ี ยังมี
ปรารถนาจะชว่ ยยกระดบั ใหค้ นในชมุ ชนมคี ณุ ภาพ การสร้างงานโดยแบ่งหน้าที่ตามความสามารถ
ชีวิตท่ีดีขึ้น นับเป็นแรงขับที่ท�ำให้ครูจินดาและ ความถนัด เพราะการขายเฟื่องฟ้า สร้างอาชีพ
เครือข่ายด�ำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ครูเข้าใจปัญหา ได้หลายส่วน หลายแผนก เช่น แผนกขุด
เพราะเคยประสบปัญหาการมีหนี้สิน สิ่งที่ แผนกเพาะ แผนกต่อก่ิง เสียบยอด ฯลฯ
ชว่ ยเปลี่ยนชีวิตของครู คอื การเพาะเฟอ่ื งฟ้าขาย จึงสามารถแบง่ หนา้ ที่กนั ท�ำได้ เชน่ ผ้หู ญิงท�ำงาน
และปลูกพืชแบบผสมผสาน ตอ้ งใช้ความพยายาม ท่ีไม่ต้องใช้แรงมาก เช่น พันต่อก่ิง เสียบยอด
อย่างมากจึงจะประสบความส�ำเร็จ ครูต้องศึกษา ผู้ชายท�ำงานท่ีต้องใช้แรง เช่น ขุดดิน แบกต้นไม้
เรียนรู้จากผู้รู้ ทดลองปฏิบัติ ลองผิดลองถูก ฯลฯ ไดค้ า่ ตอบแทนวนั ละ ๓๐๐ บาท ครอบครัว
จนสามารถคิดพัฒนาต่อยอดสู่นวัตกรรมท�ำ สามารถท�ำงานร่วมกัน ไม่ต้องท้ิงถิ่นฐานไป
เฟื่องฟ้าดดั เปน็ ลวดลายตา่ ง ๆ ซงึ่ ไดร้ บั ความนยิ ม ท�ำงานตา่ งจงั หวดั ทง้ั นี้ เมอ่ื ใครไดเ้ รยี นรสู้ ง่ิ ใหม่ ๆ
จนเฟื่องฟ้ากลายเป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชน ก็น�ำมาถ่ายทอดกัน และมีการออกแบบดัด
อยา่ งไรก็ตาม เม่ือเฟือ่ งฟา้ เฟ่ืองฟู กต็ อ้ งเผชญิ กับ ต้นเฟื่องฟ้าให้มีรูปทรงที่สวยงาม แปลกใหม่
การขายตัดราคากันเอง ครูจึงหาวิธีแก้ไขปัญหา อย่างสม่�ำเสมอ รวมถึงได้พัฒนาต่อยอดให้เป็น
โดยช้แี จงท�ำความเข้าใจร่วมกันกบั ชุมชน ช้ีให้เหน็ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ท�ำให้เฟื่องฟ้ายังเป็น
ผลกระทบว่าถ้าขายตัดราคากันเองเช่นนี้ ในท่ีสุด พื ช เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ป ร ะ จ�ำ อ�ำ เ ภ อ ห น อ ง บุ ญ ม า ก
ราคาจะตกต่�ำ ทุกคนจะขาดทุน ดังน้ัน วิธีแก้ จนทุกวันน้ี ผลที่ได้จากการปลูกเฟื่องฟ้า
สรุปได้จากค�ำกล่าวของครูจินดาท่ีว่า
“...ข้อสังเกตหน่ึง คือ เป็นการพัฒนา
ที่เปล่ียนสังคม จากสังคมรอรับ ไม่มีอนาคต
ไม่มีส่ิงท่ีใฝ่ฝันจะไปถึง แต่หลังจากท�ำเฟื่องฟ้า
เป็นการสร้างอาชีพจากไม้ดอกไม้ประดับ
เป็นจุดเปล่ียนชีวิต จากไร้ทิศทาง ไม่มีที่อยู่
เป็นมีกิน ไม่ต้องอพยพแรงงาน หนี้สินลดลง
ไม่ยากจน มีงานท�ำ ช่วยเปล่ยี นฐานะ มีรถ บา้ น
ท่ีดิน บุตรหลานได้ศึกษาในระดับท่ีสูง ได้เรียน
จนกระท่ังได้เป็นครู ต�ำรวจ ฯลฯ กันมากข้ึน
รวมถึงยังท�ำให้คนท�ำงานในท้องถิ่น ครอบครัว
อยู่พรอ้ มหนา้ ”
83
ถอดบทเรยี น ส�ำหรับงานด้านกองทุนนั้น กว่าที่ครู
จะบริหารกองทุนประสบความส�ำเร็จ ต้องลองผิด
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม ลองถกู เรยี นรจู้ ากประสบการณแ์ ลว้ น�ำมาปรบั ปรงุ
ดังที่ครูเล่าถึงประสบการณ์ท่ีเป็นบทเรียน และ
นอกจากการปลกู เฟ่ืองฟ้าจะช่วยยกระดับ หลักการบริหารกองทุน วา่
คุณภาพความเป็นอยู่ของชุมชนแล้ว การแปรรูป
สินค้าก็เป็นอีกส่วนหน่ึงที่ท�ำให้ผลิตภัณฑ์ใน “...ช่วงแรกท่ีเร่ิมท�ำงานกองทุนก็ประสบ
ชุมชนมีมูลค่าเพ่ิม ไม่ว่าจะเป็นการท�ำลูกประคบ ปัญหา เพราะประสบการณ์น้อย เมื่อจัดงาน
สบู่ ยาสระผม ครีมอาบน้�ำ ฯลฯ ครูด�ำเนินการ หาทุนมาได้มาก ก็น�ำเข้าท่ีประชุมให้สมาชิก
ด้วยเครือข่าย โดยหาผู้มีความสามารถในแต่ละ มีมติว่าจะน�ำเงินไปท�ำส่ิงใดโดยอิสระ โดยไม่ได้
ด้านมาถ่ายทอดความรู้ สินค้าของหมู่บ้าน ก�ำหนดทิศทางให้ชัดเจน จึงท�ำให้มติท่ีได้แม้จะมี
เ กิ ด ก า ร พั ฒ น า แ ล ะ มี ก า ร จั ด ท�ำ ต ร า สิ น ค ้ า ประโยชน์กับสมาชิก แต่ก็ไม่ได้ท�ำให้กองทุน
อย่างไรก็ตาม เรื่องช่องทางจัดจ�ำหน่ายยังเป็น เกดิ ประโยชนเ์ พม่ิ พนู ขึน้ เงนิ ทนุ ทีห่ ามาไดก้ ็ลดลง
เร่ืองที่ต้องการการสนับสนุน และในด้าน ไปเป็นจ�ำนวนมาก จึงกลายเป็นบทเรียนว่า
ก า ร แ ป ร รู ป สิ น ค ้ า ก็ ยั ง ต ้ อ ง พั ฒ น า ท้ั ง มี ก่อนจะนำ� เสนอเร่อื งใด ต้องกลั่นกรอง คดิ ถึงผลดี
ความท้าทาย คือ มิใช่สินค้าทุกอย่างท�ำแล้วจะ ผลเสียท่ีจะมีต่อกองทุนให้รอบคอบก่อนจึง
ได้รับความนิยม เช่น เคยน�ำผักหวานป่ามาท�ำ น�ำเสนอทป่ี ระชมุ ใหล้ งมติ”
เป็นบะหม่ีส�ำเร็จรูปแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม
เพราะคนชอบรบั ประทานผกั หวานปา่ สดมากกวา่
จึงคิดต่อไปว่าควรหาตลาดขายที่จังหวัดอื่น
ท่ไี ม่มผี ักหวานป่า เป็นตน้
84
ส่วนปัญหาอื่น ๆ และวิธีการบริหาร ถอดบทเรยี น
กองทนุ ครูเล่าใหฟ้ งั วา่ แต่ละกองทนุ จะมรี ะเบียบ
ของกองทุน ในกรณีที่สมาชิกขาดส่ง เบ้ืองต้น สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด
จะมีการติดต่อสอบถามก่อน แต่หากขาดส่งเกิน
๓ งวด จะให้ลาออก หากผิดนัดบ่อย เครดิต กรรมการกองทุนจะไปร่วมงานศพและน�ำเงินไป
จะไม่ดี ส่งผลให้ไม่สามารถกู้เงินได้ ในส่วนของ ช่วยเหลือตามสิทธิของสมาชิก โดยจะให้โฆษก
กรรมการ หากคนใดส่งเงินช้า จะมีการโทรศัพท์ ในงานหรือตัวแทนกองทุนประชาสัมพันธ์ในงาน
ตดิ ตอ่ สอบถาม หรอื สอบถามในทปี่ ระชมุ กรรมการ ว่าเป็นเงินช่วยเหลือจากกองทุน การท�ำเช่นนี้
หากกรรมการถูกสมาชิกร้องเรียน เช่น ใช้ค�ำพูด คนจะพูดถึงปากต่อปาก สมาชิกก็เพิ่มข้ึน
วาจาไม่เหมาะสม หรือส่งเงินล่าช้าหลายครั้ง แต่ความท้าทายใหม่จะเข้ามาเพราะเมื่อมีสมาชิก
ฯลฯ อาจพจิ ารณาเปลีย่ นตัวกรรมการ เพิ่มขึ้นหรือเม่ือต้องการขยายความคุ้มครอง
ต ล อ ด จ น ส วั ส ดิ ก า ร ข อ ง ก อ ง ทุ น ใ ห ้ ม า ก ขึ้ น
หลักในการบริหารกองทุน แต่ละกองทุน น่ันเท่ากับท�ำให้กรรมการกองทนุ ตอ้ งมภี าระงาน
ต้องประกอบด้วยตัวแทนของทุกหมู่บ้านในต�ำบล เพ่ิมขึ้น ในกรณีน้ีผู้รับผิดชอบกองทุนบางคน
หรือทุกต�ำบลในอ�ำเภอ เพื่อเป็นตัวแทนท่ีจะมา อาจไม่เห็นด้วยเพราะต้องรับผิดชอบมากข้ึน
ดูแล เป็นผู้รู้และให้ข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกจาก ครูได้แก้ปัญหาโดยท�ำความเข้าใจร่วมกันให้
หมู่บ้านหรือต�ำบลของตน วิธีบริหารกองทุนให้ เ ห็ น ถึ ง ป ร ะ โ ย ช น ์ ข อ ง ก า ร ย ก ร ะ ดั บ ก อ ง ทุ น
โปร่งใส จะมีฝ่ายตรวจสอบ และกรรมการจะมี เมอื่ เกิดความเข้าใจแลว้ ท�ำให้ด�ำเนินการตอ่ ไปได้
การประชมุ รว่ มกนั อยา่ งสมำ�่ เสมอ สว่ นการพฒั นา
การท�ำงานจะใช้วิธีถอดบทเรียน ใช้การจัดการ จะเห็นว่า การด�ำเนินงานเพ่ือยกระดับ
ความรู้ น�ำข้อดีข้อด้อยมาปรับปรุงและน�ำระบบ ความเป็นอยู่ของชุมชนต้องผ่านปัญหาอุปสรรค
คอมพวิ เตอรม์ าชว่ ยบนั ทกึ ใครสง่ เงนิ แลว้ จะมขี อ้ มลู ต่าง ๆ ต้องใช้ความมุ่งมั่น ต้ังใจ อดทน ลองผิด
ในคอมพิวเตอร์ซึ่งช่วยลดขั้นตอนลง เป็นต้น ลองถูก เรียนรู้จากประสบการณ์ และพัฒนา
ในส่วนของการหาสมาชิก ต้องท�ำให้ ๓.อยา่ งไม่หยดุ นงิ่ จึงด�ำเนินการได้เชน่ ในปจั จุบนั
ชาวบ้านเห็นประโยชน์ของกองทุน ใช้เทคนิค ภสสูมง่ เบืิปสแสญัรลามิ ญะนชรสาุมกั ไ่เู ทดชษนก็ยา
การประชาสัมพันธ์ เช่น เมื่อสมาชิกเสียชีวิต ครูจินดามิได้ให้ความส�ำคัญ เฉพาะ
การอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรมพชื เทา่ นนั้ ครยู งั สง่ เสรมิ และ
ให้ความส�ำคัญกับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย
และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซ่ึงสามารถผสมผสาน
กับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชได้อย่างลงตัว
ดังโครงการและกิจกรรมด้านการอนุรักษ์และ
รั ก ษ า ภู มิ ป ั ญ ญ า ไ ท ย ห ล า ก ห ล า ย ที่ ค รู แ ล ะ
เครอื ขา่ ยรว่ มกนั ขับเคลื่อน ดังนี้
85
ถอดบทเรยี น ๓วิธ.๑กี าบรา้ นภมู ปิ ญั ญา
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม “บ้านภูมิปัญญา เป็นห้องเรียนชุมชน
เป็นของดี เป็นมรดก เป็นวัฒนธรรมอันเป็นสิ่งที่
แนวคดิ ควรสบื ทอดไม่ให้จบสิ้นในร่นุ นี้ ร่นุ อ่ืนตอ้ งเรียนรู”้
ปัจจุบันเด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ (ครจู ินดา บุษสระเกษ)
ไม่สนใจและไม่ค่อยมีความรู้เรื่องภูมิปัญญาไทย นี่คือ วัตถุประสงค์ของบ้านภูมิปัญญาท่ี
ห รื อ ภู มิ ป ั ญ ญ า พื้ น ฐ า น ใ น ท ้ อ ง ถ่ิ น ข อ ง ต น ครูจินดาอธิบายไว้อย่างชัดเจน “บ้านภูมิปัญญา”
ซึ่งน่าเสียดาย เพราะมีของดีใกล้ตัว แต่หาก เป็นการพัฒนาของดีในชุมชนให้กลายเป็น
ไม่อนุรักษ์ไว้ นับวันจะยิ่งหมดไป การที่เด็ก แหล่งเรียนรู้ ซ่ึงเช่ือมโยงกับการอนุรักษ์พันธุ์พืช
เยาวชนไม่สนใจ ส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่รู้จัก ไดเ้ ป็นอยา่ งดี “บา้ นภมู ปิ ัญญา” แบง่ เปน็ ๙ ศนู ย์
ไม่รู้ว่าดีหรือมีประโยชน์อะไร หรือขาด ใน ๙ หมบู่ า้ น แต่ละหมูบ่ ้านจะใหค้ วามรแู้ ตกตา่ ง
การถ่ายทอด ขาดกิจกรรมที่น่าสนใจ ครูจินดา กันไป ตามความโดดเด่นของหมู่บ้านนั้น เช่น
และเครือข่ายจึงร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ด�ำเนิน หมู่ 1 เรียนรู้เกี่ยวกับต้นเฟื่องฟ้า หมู่ 2 เรียนรู้
กิจกรรมเพื่อส่งเสริม รักษาภูมิปัญญาไทยให้ เรอ่ื งผกั หวานปา่ หมู่ 3 เรยี นรเู้ รอ่ื งปา่ ชมุ ชน หมู่ 4
คงอยู่โดยจัดให้เด็ก เยาวชน ชาวบ้านได้มีโอกาส เรยี นรเู้ รอ่ื งหนิ ทราย หมู่ 5 เรยี นรเู้ กยี่ วกบั ครอบครวั
เรยี นรู้ เข้าใจ เห็นประโยชน์ และเสริมสร้างส�ำนึก ต้นแบบและการท�ำลูกประคบ เป็นต้น ดังจะ
ในการอนรุ กั ษ์ผ่านกจิ กรรมตา่ ง ๆ ยกตวั อยา่ งการเรยี นรเู้ รอ่ื งหนิ ทราย ต�ำบลบา้ นใหม่
เคยมีปราสาทหินเก่าต้ังแต่สมัยพระเจ้าชัยวรมัน
ต่อมามีการขุดค้นพบ ท�ำให้บริเวณน้ีมีชื่อเสียง
86 ด้านหินทราย ซ่ึงชาวบ้านได้พัฒนา โดยน�ำ
ลายของเคร่ืองลายครามเก่าท่ีขุดค้นพบมาท�ำเป็น
เครื่องปั้นดินเผา เคร่ืองปั้นหินทราย กลายเป็น
อาชพี ของคนในชุมชน ซง่ึ เด็ก ๆ เยาวชน ผูส้ นใจ
จะไดเ้ รยี นรู้
ปัจจุจันมีแผนพัฒนาให้บ้านภูมิปัญญา
น่าเรียนรู้มากย่ิงข้ึน มีการจัดเข้าค่ายพัฒนาเด็ก
เยาวชนในหมู่บ้าน โดยติวเข้มเพื่อให้สามารถเป็น
แกนน�ำขับเคลื่อนขยายผลเร่ืองน้ีต่อไปได้ ดังที่
ครจู ินดากลา่ วว่า
“หน้าที่เรา คือ ฟื้นฟู ให้ก�ำลังใจเด็ก
ให้ก�ำลังใจครูภูมิปัญญา น่ีคือ การขับเคล่ือน
งานของเรา”
๓.๒ เครือข่ายภูมิปัญญา ถอดบทเรยี น
“เครอื ข่ายภมู ิปญั ญา” เป็นความร่วมมือ สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
ระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน โดยมีการจัดกิจกรรม
ฝึกอบรมให้ความรู้เก่ียวกับภูมิปัญญาไทยด้าน ๓.๓ เครือข่ายเยาวชน ๓ ดี
ต่าง ๆ ท่ีเป็นต้นทุนของท้องถิ่น วัตถุดิบจาก
ท้องถิ่น เช่น การท�ำลูกประคบ น้�ำสมุนไพร ครูจินดาพบว่าปัจจุบัน เด็กเยาวชน
อาหาร ขนม ของใช้จากธรรมชาติ เช่น สบู่ มีปัญหาติดสื่อ ติดเกม ตีกัน ไม่สนใจชุมชน
ยาสระผม ฯลฯ โดยจดั อบรมทว่ี ดั หรอื โรงเรยี นใน ครูและเครือข่ายจึงร่วมกับส�ำนักงานกองทุน
ชุมชน วิธีการสร้างเครือข่ายของครู จะมุ่งท�ำงาน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ส่งเสริม
เชงิ รกุ สะท้อนได้จากแนวคดิ ดงั น้ี กจิ กรรม “เครอื ข่ายเยาวชน ๓ ด”ี คือ “พ้ืนที่ดี
ภูมิดี ส่ือดี” โดยจัดอบรมให้เด็ก ๆ ในพ้ืนที่
“ ...จะหารอื รว่ มกบั ครู เกยี่ วกบั concept ครูอธิบายว่า ๓ ดี หมายถึง พื้นที่ดี คือ พ้ืนท่ี
สร้างสรรค์ ภูมิดี คือ การสร้างกระบวนการ
ของการท�ำงานร่วมกันระหว่าง บา้ น วัด โรงเรยี น พัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์ ให้มีความรู้เท่าทัน
ซ่ึงนับเป็นต้นทุน เยาวชนในโรงเรียนต้องเรียนรู้ พึ่งพาตนเองได้ ครอบครัวมีภูมิคุ้มกัน สื่อดี
ภูมิปัญญาดว้ ย จึงใชว้ ธิ ที ำ� งานเชงิ รกุ เมื่อต้องการ คือ การพัฒนาชุมชนโดยระเบิดจากภายใน
ลูกเสือก็เข้าถ้�ำเสือ กิจกรรมของเราจะขยาย มีการส่ือสารกัน อาจเป็นส่ือแบบสร้างสรรค์
ไม่เฉพาะต�ำบลบ้านใหม่เท่าน้ัน ยังรวมต�ำบล สอื่ บคุ คลตน้ แบบ แหล่งเรียนรู้ ส่ือภูมิปญั ญา เชน่
หนองหัวแรต หนองไม้ไผ่ และต�ำบลอ่ืน ๆ ซึ่ง ส่งเสริมให้เด็กเยาวชนจัดท�ำเพจของเด่นของดี
ในชุมชน โดยใช้การท�ำงานแบบ “๖ ส” คือ
”เครือข่ายของเราจะเข้าจัดกิจกรรมร่วมกัน... ส๑ สร้างการเรียนรู้แบบลงมือท�ำ ส๒ ส�ำรวจ
ของดแี ลว้ เรยี นรูป้ ฏิบตั ิ ส๓ สร้างสรรค์น�ำต้นทุน
นอกจากนยี้ งั มกี ารส�ำรวจ “ปราชญช์ มุ ชน” มาจัดการแบบบูรณาการ เช่ือมร้อยเครือข่าย
จัดท�ำเป็นเครือข่าย ยกย่องให้เป็นผู้ถ่ายทอด สร้างโมเดลเพื่อชุมชน พัฒนาบ้านพอเพียง
ความรู้ ส่งเสริมให้ปราชญ์ชุมชนแต่ละต�ำบล สวัสดิการ รักษารากเหง้าวัฒนธรรมประเพณี
จัดฝึกอบรมอย่างต่อเน่ืองตลอดท้ังปี องค์ความรู้ ดั้งเดิม ส๔ สื่อสารแบบไม่มีเจ้านาย ท�ำโดย
จึงเกิดการส่งต่อรุ่นสู่รุ่น รวมถึงขยายผลจาก จิตส�ำนึก ไม่ต้องให้ใครสั่ง รวมตัวท�ำงานขยายวง
ต�ำบลสู่อ�ำเภอข้างเคียง เป็นส่วนส�ำคัญที่ช่วย ให้กว้างขึ้น ๆ สร้างเครือข่ายเกื้อกูลแบ่งปัน
อนรุ ักษ์ภมู ิปญั ญาให้คงอยู่ ครจู นิ ดาย�้ำว่า ส๕ สร้างการร่วมมือทุกระดับ เปิดโอกาสให้
คนรุ่นใหม่ และ ส๖ สร้างการเปลี่ยนแปลงด้วย
“ปราชญ์ชุมชนเป็นผู้สร้างเครือข่าย ปรัชญาของพ่อแห่งแผ่นดิน เศรษฐกิจพอเพียง
ภูมิปัญญาที่ส�ำคัญ ตัวฉันเองก็ฝึกอบรมมาจาก ครูยกตัวอย่างกิจกรรม “เดิ่นย้ิม” ที่จัดท�ำเพื่อ
ครูจันทร์ที แล้วฉันก็ถ่ายทอดความรู้ให้คนอื่นต่อ ส่งเสรมิ เร่ือง “พ้นื ท่ีดี ภูมิดี สอื่ ด”ี
คนอ่ืนก็ถ่ายทอดต่อกันไปเร่ือย ๆ ทวีคูณขึ้นไป
กลายเป็นเครือข่ายโดยอัตโนมัติ เพราะมีต้นทุน 87
ทปี่ ราชญใ์ นแตล่ ะอำ� เภอรจู้ กั กนั มกี ารแลกเปลยี่ น
ท�ำงานร่วมกัน โดยไม่ท้ิงกัน นับเป็นต้นทุน
ของจังหวัด”
ถอดบทเรยี น “เดิ่นยิ้ม” เป็นกิจกรรมท่ีท�ำมา ๕ ปีแล้ว
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม เดิ่น เป็นภาษาโคราช แปลว่า ลาน เช่น ลานวัด ลานโรงเรียน
กิจกรรม เด่ินยิ้มนี้ เด็กจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตพ้ืนบ้าน ซ่ึงสามารถ
เ ชื่ อ ม โ ย ง กั บ กิ จ ก ร ร ม บ ้ า น
ภมู ปิ ญั ญา มกี ารออกบธู ให้ป่ยู า่
ตายายมาสอนใหเ้ ดก็ หัดท�ำขนม
กับข้าว ของเล่น ฯลฯ เด็ก ๆ
ได้สนุกสนานกบั การเรยี นรู้
๓.๔ กิจกรรมอน่ื ๆ อีกท้ังเมื่อพบว่าหมู่บ้านมีทรัพยากร
มีภูมิปัญญาพื้นถิ่นที่น่าสนใจ จึงคิดต่อยอด
นอกจากด้านการอนุรักษ์แล้ว ยังมี ส่งเสริมให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
กิจกรรมอื่น ๆ ท่ีช่วยพัฒนาชุมชน เช่น ซ่ึงนอกจากจะเป็นการอนุรักษ์ ยังช่วยเผยแพร่
“เดิ่นบอกรัก” (ลานบอกรัก) เป็นกิจกรรมที่ ประชาสัมพันธ์และเพิ่มรายได้ให้ชุมชนอีกด้วย
จัดท�ำข้ึนเพ่ือสร้างความสัมพันธ์ท่ีดีในครอบครัว
สนับสนุนโดย สสส. เพราะเห็นว่าสถานการณ์
ในชุมชนปัจจุบัน สมาชิกครอบครัวบางส่วน
ไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก ไปคนละทาง
จึงออกแบบกิจกรรมท่ีให้พ่อแม่ลูกบอกรักกัน
ประกอบอาหารและรับประทานอาหารร่วมกัน
โดยแบ่งหน้าท่ีกันท�ำอาหาร จากน้ันตั้งส�ำรับ
อาหาร กินข้าวร่วมกัน ระหว่างนั้นมีการท�ำ
เซอร์ไพรส์ โดยลูกมอบดอกไม้ให้พ่อแม่
พ่อแม่มอบดอกไม้ให้ลูกแล้วพูดค�ำว่ารักต่อกัน
กจิ กรรมนี้จัดวันวาเลนไทน์ปีที่แล้วและปีนี้
88
กิจกรรมท่ีครูภาคภูมิใจ คือ กิจกรรมเลิกเหล้า ถอดบทเรยี น
เข้าพรรษาและบวชตลอดชีวิต เป็นการรณรงค์
ให้เลิกดื่มเหล้าในช่วงเข้าพรรษา หรือสัญญาว่า สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
จะไม่ดื่มเหล้าตลอดชีวิต ค�ำว่า “บวช” ในท่ีน้ี
ไม่ใช่การบวชเป็นพระ แต่เป็นการถือสัจจะว่าจะ ประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อให้รู้ความเป็นมา
ไม่ดื่มเหล้าตลอดชีวิต ครูและเครือข่ายร่วมกับ ของประเทศชาติ รู้ถึงขนบธรรมเนียมประเพณี
ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ วัฒนธรรมที่หล่อหลอมให้เกิดเป็นเอกลักษณ์ของ
(สสส.) ได้รณรงค์ช้ีให้เห็นโทษในการด่ืมเหล้าโดย คนไทย ได้เห็นว่ากว่าท่ีบรรพบุรุษจะสร้างชาติได้
ใชส้ อื่ ตา่ ง ๆ ชใ้ี หเ้ หน็ วา่ การดมื่ เหลา้ เสยี ทงั้ สขุ ภาพ ต้องเสียสละเพียงใด ได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดในอดีต
และเสยี ทรพั ย์ หากน�ำเงนิ ทไี่ ปซอื้ เหลา้ มาเปน็ เงนิ ออม เช่น การแตกความสามัคคีของคนไทย ท�ำให้
จะเก็บเงินได้จ�ำนวนมาก และด้วยกิจกรรมน้ีเอง เสียกรุง เพื่อให้เกิดความรักชาติ รู้รักสามัคคี
ท่ีส่งผลให้นายอ�ำเภอหนองบุญมากได้รับรางวัล นอกจากนยี้ งั เนน้ ใหเ้ รยี นรโู้ ครงการอนั เนอ่ื งมาจาก
นายอ�ำเภอดีเด่น ดังท่ีครเู ล่าอยา่ งภมู ิใจว่า พระราชด�ำริ ฯ ซึ่งมีหลายพันโครงการ แต่ละ
“ได้รณรงค์จัดกิจกรรมเลิกเหล้าเข้า โครงการล้วนท�ำเพ่ือช่วยแก้ปัญหา ยกระดับ
พรรษาและบวชตลอดชีวิต เป็นการบวชเลิกเหล้า คุณภาพชีวิตให้ประชนชนอยู่ดีกินดี แสดงถึง
รณรงค์ให้เห็นโทษจากการดื่มเหล้า และให้เลือก พระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ว่าทรง
สมคั รเขา้ โครงการ บางคนเลกิ เหลา้ เฉพาะเขา้ พรรษา ห่วงใยราษฎรเพียงใด ครูยังได้พาไปศึกษาดูงาน
บางคนเลกิ ตลอดชวี ติ มคี นในอำ� เภอหนองบญุ มาก โครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ ฯ ต่าง ๆ
สนใจสมัครประมาณ ๓๐๐ คน กิจกรรมนี้ท�ำให้ เพ่ือให้เด็กเยาวชนได้เรียนรู้เชิงประจักษ์และ
นายอ�ำเภอถึง ๒ ท่านได้รับรางวัลนายอ�ำเภอ น�ำส่ิงท่ีได้เรียนรู้มาพัฒนาชุมชน
ดีเด่น จากส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง
เสริมสุขภาพ (สสส.) เม่ือปี ๒๕๕๖ ตอนน้ันรู้สึก รักผคดษลเวา้าดกานภ็กมากูมแรทาปิดล้าร�ัญะทำสเชานง่ญุมยเนิ สาชแกไรนลทามิ ะรยสู่
ปลมื้ มาก ๆ ทช่ี าวบา้ นธรรมดา ๆ สามารถรว่ มผลกั ดนั
โครงการจนประสบความสำ� เรจ็ จนไดร้ างวลั ”
ครูยังได้รับคัดเลือกให้เป็น “ประธาน ความท้าทายในการท�ำงาน คือ จะดึง
ชมรมคนรักในหลวง อ.หนองบุญมาก” ซึ่งเป็น ความสนใจเด็กเยาวชนให้มาสนใจภูมิปัญญาไทย
ต�ำแหน่งที่ครูภูมิใจมาก ครูได้น�ำท�ำกิจกรรม ได้อย่างไร ครูและเครือข่ายจึงใช้จุดแข็งของ
“รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์” เป็นกิจกรรมท่ีครู ชุมชนที่มี คือ ภูมิปัญญาพ้ืนถ่ิน มาจัดท�ำเป็น
ใหค้ วามส�ำคญั และสง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็ เยาวชนไดเ้ รยี นรู้ ฐานการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นน�้ำสมุนไพร อาหาร
ขนมไทย ของเลน่ พน้ื บา้ น ฯลฯ เดก็ เยาวชนจะได้
เรียนรู้จากของจริง ไดล้ งมือปฏบิ ตั ิ เปน็ การเรยี นรู้
ท่ีสนุก ส่งผลให้เด็กเยาวชนสนใจวิถีชุมชน
และเห็นประโยชน์มากข้ึน อย่างไรก็ตาม การจัด
กิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเน่ือง ล้วนต้องมีเงินทุน
89
ถอดบทเรยี น วิธีการ
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม จากการที่ครูเป็นแกนน�ำชุมชนท่ีได้รับ
ความไว้วางใจให้เป็นประธาน ท่ีปรึกษา
และองค์ความรู้ ครูจึงขวนขวายหาเครือข่าย คณะกรรมการ คณะท�ำงานในระดับตา่ ง ๆ ต้ังแต่
หน่วยงานที่มีองค์ความรู้และมีงบประมาณ ระดับหมู่บ้านจนถึงระดับจังหวัด ไม่น้อยกว่า
สนับสนนุ ซ่งึ ครูท�ำได้ เพราะครูมเี ครือข่ายมาก ๔๐ ต�ำแหน่ง เป็นผู้ร่วมด�ำเนินการกองทุน
สวัสดิการต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า ๒๐ กองทุน
การท�ำงานเชิงรุกของครู นับเป็นกลยุทธ์ มีบทบาทในการช่วยดูแลชุมชนกว่า ๔๓ ต�ำบล
หน่ึงท่ีท�ำให้เข้าถึงเด็กและเยาวชน ครูเป็นฝ่าย ครูจึงสามารถเช่ือมโยงโครงการและเครือข่าย
เข้าไปติดต่อท�ำโครงการร่วมกับโรงเรียน ท�ำให้ได้ ต่าง ๆ เข้าหากัน ดังจะแสดงให้เห็นถึงบทบาท
กลุ่มเป้าหมายที่ตรงจุด ได้เครือข่าย และยัง หนา้ ทีข่ องครจู นิ ดาบางสว่ น ดังน้ี
สามารถต่อยอดขยายผล ครูใช้วิธีประยุกต์
ผสมผสานให้เข้ากับยุคสมัย หาความถนัด คณะกรรมการในระดับกลุ่มจังหวัด ซ่ึง
ความสนใจของเด็กเยาวชน เช่น เด็กยุคใหม่ กลุ่มจังหวัดท่ีครูเป็นคณะกรรมการประกอบด้วย
มีทักษะด้านคอมพิวเตอร์ เมื่อเด็กได้ลงพื้นท่ี จังหวดั นครราชสมี า บุรีรัมย์ สุรนิ ทร์ และชยั ภูมิ
เรียนรู้แล้ว ก็ชวนให้เด็กเผยแพร่ในสื่อออนไลน์
และท�ำเว็บเพจประชาสัมพันธ์ของเด่นของดี คณะกรรมการเครือข่ายขบวนองค์กร
ในชุมชนและชักชวนท�ำกิจกรรมพัฒนาชุมชน ชมุ ชน จงั หวดั นครราชสมี า ซง่ึ มรี ะบบท�ำงาน ดงั นี้
การด�ำเนินการดังกล่าวได้ผลดี เพราะท�ำอย่าง
จงั หวดั นครราชสมี า มที ง้ั หมด ๓๒ อ�ำเภอ
๔.ตอ่ เนือ่ ง จังหวัดได้แบ่งการดูแลอ�ำเภอออกเป็น ๘ โซน
ในแต่ละโซนมีอ�ำเภอที่ต้องรับผิดชอบ ครูได้รับ
พสรลา้ งั งเสค�รำนอื กึขาด่ ยี สเขงั คม้ มแขดง็ี ความไว้วางใจให้เป็นประธานกรรมการดูแล
ความโดดเดน่ ของครจู นิ ดา คอื “การสรา้ ง ในโซน ๒ ซงึ่ ประกอบดว้ ย ๔ อ�ำเภอ คือ อ�ำเภอ
เครอื ขา่ ย” ดงั จะเหน็ วา่ ครสู ามารถขบั เคลอ่ื นงาน หนองบุญมาก อ�ำเภอครบุรี อ�ำเภอโชคชยั และ
เพอ่ื ชว่ ยเหลอื ชมุ ชนในดา้ นตา่ ง ๆ ไดเ้ ปน็ จ�ำนวนมาก อ�ำเภอเสงิ สาง ซงึ่ มตี �ำบลรวมทง้ั หมด ๔๓ ต�ำบล
ส่ิงเหล่าน้ีเกิดข้ึนไดเ้ พราะครูมเี ครือข่ายทเี่ ข้มแขง็ ครจู งึ เปน็ ผมู้ สี ว่ นชว่ ยแกป้ ญั หา พฒั นาและผลกั ดนั
ความเจริญของอ�ำเภอต่าง ๆ โดยเฉพาะเม่ือ
แนวคดิ “ต�ำบลบ้านใหม่” อ�ำเภอหนองบุญมากท่ีครู
อาศัยอยู่ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในต�ำบลต้นแบบ
การสรา้ งเครอื ขา่ ย หวั ใจส�ำคญั คอื “คน” ของภาคอสี าน ท�ำใหม้ ตี �ำบลตา่ ง ๆ มาศกึ ษาดงู าน
การพัฒนาชุมชนมีส่ิงท่ีต้องด�ำเนินการหลายด้าน และไดม้ ีการสร้างเครอื ขา่ ยท�ำงานร่วมกัน
จึงต้องใช้พลังของคนในชุมชน เพราะ “คน”
คือ เส้นเลือดของชุมชน หากสามารถปลูกเมล็ด
พันธุ์ท่ีดี จะสามารถขยายผลได้อย่างต่อเนื่อง
จากหมู่บ้าน สู่ต�ำบล สอู่ �ำเภอ ฯลฯ การสรา้ งพลงั
เครือข่าย คือ “นวัตกรรมแห่งการสร้างคน”
โดยมี “การให”้ เป็นพ้ืนฐานส�ำคัญ
90
การผลักดันสร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง ถอดบทเรยี น
เปน็ ส่งิ ท่คี รูด�ำเนนิ การมาอยา่ งต่อเนอ่ื ง ส่ิงหน่ึงคอื
การส่งเสริมให้จัดตั้ง “สภาองค์กรชุมชน” ซ่ึงจะ สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด
เกิดข้ึนได้จากการรวมตัวของคนทุกกลุ่มในชุมชน
ส�ำรวจปัญหาและความต้องการของชุมชน ตนเอง โดยครูเป็นที่ปรึกษา ซ่ึงที่ผ่านมาพบว่า
ร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้ และคิดแนวทางพัฒนา เครือข่ายบางต�ำบลท่ีครูให้ค�ำแนะน�ำ สามารถ
ก�ำหนดอนาคตของชุมชนด้วยคนในชุมชนเอง ท�ำได้ประสบความส�ำเร็จ บางแห่งท�ำได้มากกว่า
โดยต้องมีการจัดท�ำแผนพัฒนาชุมชนด้วยการใช้ โครงการต้นแบบ ซึ่งครูยินดี รวมถึงจะแนะน�ำ
ความรแู้ ละภมู ปิ ญั ญาทม่ี อี ยู่ ครจู ะสอนการท�ำแผน และพาผู้สนใจไปศึกษาดูงาน นอกจากนี้
ให้ความรู้วิธีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน ครูบอกว่าคนดี คนท�ำงานเพื่อชุมชนควรได้รับ
เมื่อจัดต้ังได้แล้ว หากมีแผนพัฒนาชุมชนที่ดี การยกย่อง ต�ำบลบ้านใหม่จึงมีการมอบรางวัล
กส็ ามารถของบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐได้ “คนดีศรีเครือข่าย” ให้ผู้ท่ีเสียสละและบ�ำเพ็ญ
ป ั จ จุ บั น ค รู แ ล ะ ที ม ง า น ส า ม า ร ถ ข ย า ย ผ ล ประโยชน์ช่วยเหลือชุมชน โดยมอบให้ทั้งคน
เรื่องสวัสดิการชุมชน และการจัดตั้งสภาองค์กร ในต�ำบลบ้านใหม่และเครือข่ายจากต�ำบลอ่ืน ๆ
ชมุ ชนได้กว่า ๑๐๐ ต�ำบล เพอ่ื เปน็ ขวัญก�ำลงั ใจในการท�ำงาน
ส�ำหรับการท�ำงานด้านเครือข่ายของ “สังคมแห่งการให้” เป็นส่ิงท่ีครูและ
ครูจินดานั้น กล่าวได้ว่า เครือข่ายของครูจินดา เครือข่ายก�ำลังพยายามขับเคลื่อน โดยเฉพาะ
มีท้ังชาวบ้านในชุมชน ต�ำบล อ�ำเภอ จังหวัด ในช่วงเกิดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาระบาด การให้
ตลอดจนมีการประสานเครือข่ายกับหน่วยงาน ไม่จ�ำเป็นต้องช่วยเหลือเป็นเงินทอง การแบ่งปัน
ต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ใช้หลักการ อาหาร เสื้อผ้าตามก�ำลังของผู้ให้ก็สร้างรอยย้ิมได้
“บา้ น วัด โรงเรียน” ผสมผสาน เป็นต้น เครือข่าย เม่ือประชุมคณะกรรมการ ฯ ครูและเครือข่าย
มีท้ังด้านทุน ด้านบุคลากรด้านองค์ความรู้ ฯลฯ จงึ ตกลงกนั ทจี่ ะน�ำอาหารมาคนละอยา่ ง สว่ นหนง่ึ
ครูจินดาพูดเสมอว่าการท�ำงานต้องท�ำงาน จะน�ำไปแบ่งปันให้ผู้ยากไร้ และพยายามท�ำ
เป็นทีม ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่ควรท�ำงาน จนเป็น “วัฒนธรรมองค์กร” เพราะครูเชื่อว่า
เชงิ เดี่ยว ควรมกี ารบูรณาการกัน หากสามารถผลกั ดนั แนวคดิ สงั คมเออ้ื เฟอ้ื แบง่ ปนั
จะท�ำให้เกิดสังคมที่สงบสุข ผู้คนสามัคคี รักใคร่
การสร้างเครือข่ายต้องเริ่มจากการสร้าง ปรองดองกัน
“คน” ดังท่ีครูเรียกว่า “นวัตกรรมแห่งการสร้าง
คน” เร่ิมจากสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้เห็น 91
ความส�ำคัญของส่ิงท่ีจะท�ำ หาผู้มีจิตอาสาร่วมกัน
ท�ำงาน ครพู าคิดพาท�ำ เป็นวิทยากรให้ค�ำแนะน�ำ
ประสานการท�ำงานกับผู้น�ำชุมชนต่าง ๆ
ตลอดจนน�ำผู้มีความรู้จากโครงการธนาคารสมอง
ซ่ึงเป็นผู้เกษียณอายุแต่มีประสบการณ์ มีความรู้
มาให้ความรู้กับคนในชุมชน นอกจากน้ี โครงการ
ใดที่เคยริเริ่ม เคยเป็นประธาน เม่ือคนในชุมชน
สามารถด�ำเนินการได้แล้ว ครูจะถอยออกมา
เพื่อให้ผู้รับผิดชอบโครงการด�ำเนินการได้ด้วย
ถอดบทเรยี น เปน็ เครอื ขา่ ย มใี จทจี่ ะท�ำงานหรอื มจี ติ อาสาหรอื ไม่
หากได้คนเก่ง คนที่มีความเชี่ยวชาญหรือ
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม เป็นผู้ได้รับการยอมรับเชื่อถือในชุมชน เช่น
ผู้ใหญ่บ้าน บุคคลต้นแบบของหมู่บ้าน ฯลฯ
ผเคคสลวรรกา้าือมดางสขรทา้จงัา่ดน้าิตคย�ทพำสมเเขาลน�ดำย้มนงันิี แแกึงลขาดะน็งี มาร่วมเป็นแกนน�ำขับเคลื่อนจะท�ำให้ประสบ
ความส�ำเร็จเร็วข้ึน แต่ที่ส�ำคัญต้องเป็นคนดี
การที่คน ๆ หนึง่ จะสร้าง “เครอื ขา่ ย” ในทางตรงกันข้าม ครูพบว่าการท�ำงานกับคน
เพื่อมาท�ำงานยกระดับชุมชน เป็นเรื่องท่ีต้องใช้ ที่ไม่มีใจ ไม่พร้อมท�ำงาน เมื่อท�ำงานด้วยแล้ว
ทักษะและความพยายาม เพราะมีหลาย จะเหนื่อยและไม่ค่อยได้ผล เมื่อทราบว่าจะ
องค์ประกอบที่ต้องบริหารจัดการ เช่น จะท�ำ ด�ำเนินงานกับใครแล้ว เทคนิคที่ท�ำให้เกิด
อย่างไรให้คนสนใจมาร่วมท�ำงาน เมื่อสนใจแล้ว การยอมรับ คือ ก่อนท่ีครูจะให้ค�ำปรึกษาหรือ
จะท�ำอย่างไรให้มีความพร้อมท่ีจะท�ำงาน สิ่งใด ลงพ้ืนที่ไปพบใคร ชุมชนใด ครูจะศึกษาข้อมูล
ที่จะส่งเสริมให้ทีมงานหรือเครือข่ายซ่ึงแต่ละคน เบื้องต้นก่อนว่าบุคคลหรือชุมชนน้ันมีพ้ืนฐาน
แต่ละที่ มบี รบิ ท มีข้อก�ำจดั มปี ัญหาท่แี ตกตา่ งกนั อย่างไร มีจุดอ่อน จุดแข็งใด จะช่วยเหลือด้านใด
มารว่ มเปน็ เครอื ขา่ ยและรว่ มท�ำงานได้ สงิ่ เหลา่ นลี้ ว้ น ได้บ้าง เช่น บางชุมชนยังไม่ทราบว่าตนมีจุดเด่น
เป็นความท้าทาย ครูจึงเห็นว่าการสร้างเครือข่าย ด้านใด ครูจะพาชุมชนส�ำรวจพ้ืนท่ีของตน
เป็น “นวัตกรรมแห่งการสร้างคน” เพราะ ท�ำให้เห็นว่าพื้นที่ของเขามีต้นทุนท่ีดีในด้านใด
ต้องใช้วิธีต่าง ๆ ที่หลากหลาย ปรับเปล่ียนตาม เม่ือชุมชนเช่ือถือ ไว้ใจ จะกลายเป็นเครือข่ายที่
บุคคล บริบท สถานการณ์ ฯลฯ หลักที่ครูใช้ คือ รว่ มท�ำงานดว้ ยกนั ในทสี่ ุด
หลักความจริงใจ สร้างความรู้ ความเข้าใจว่า
โครงการหรือกิจกรรมท่ีจะท�ำน้ันส�ำคัญเช่นไร ปัจจัยหน่ึงท่ีท�ำให้ครูจินดาเป็นท่ียอมรับ
ท�ำเพื่ออะไร มีประโยชน์ต่อชุมชนอย่างไร เชื่อถือ เพราะครูมีองค์ความรู้ มีประสบการณ์
ในขณะเดียวกันต้องพิจารณาว่าผู้ที่จะชักชวนมา มีช่ือเสียงจากผลงานและการท�ำงานเพ่ือสังคมมา
อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เปน็ ทปี่ ระจกั ษ์ ส�ำหรบั วธิ กี ารท�ำงาน
92 ของครู ในการบริหารจัดการเร่ืองความแตกต่าง
ครูจะแบ่งหน้าที่รับผิดชอบโดยพิจารณาตาม
ความสามารถ ความสนใจ ความถนดั เม่อื ท�ำงาน
แล้วเห็นว่าใครควรเสริมหรือช่วยเหลือด้านใด
ครจู ะชว่ ยเสรมิ ในดา้ นน้นั เชน่ บางคนเปน็ คนเก่ง
แต่พูดไม่เก่ง ครูให้ทดลองน�ำเสนอเพื่อให้
กล้าแสดงออก ครูจะชมเชยในจุดที่ท�ำได้ดี และ
ช่วยแนะน�ำว่าควรเสริมในเร่ืองใด เพ่ือให้เกิด
ความภูมิใจ เช่น แนะน�ำให้ท่ีประชุมทราบว่า
โครงการนี้เกิดข้นึ ไดเ้ พราะบคุ คลน้ี ชว่ ยให้เขาเกิด
ความมั่นใจ บางคนไม่ถนัดด้านการจัดกิจกรรม
จัดเวทีหรือการสรุปงาน ครูจะแนะน�ำว่าควร
จัดกิจกรรมแบบใด ควรเตรียมหัวข้ออะไร
พูดอยา่ งไร เปน็ ต้น
ครูสอนงานด้วยการพาคิด พาท�ำ ถอดบทเรยี น
มีการเชิญผู้รู้ด้านต่าง ๆ มาให้ความรู้ รวมถึง
เชิญผู้น�ำในต�ำบลหรืออ�ำเภอมาร่วมรับรู้ว่า สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
ภาคีเครือข่ายก�ำลังท�ำอะไร เพ่ือให้เครือข่าย
มีก�ำลังใจ และการด�ำเนินงานราบร่ืนขึ้น สรุปได้ พบผู้บริหารหลาย ๆ คร้ัง โดยใช้ความจริงใจ
ว่าครูจินดาจะสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ และอธิบายให้เห็นความส�ำคัญ หรืออาจหาผู้ท่ีมี
กระบวนการไหนยังท�ำไม่ได้ก็ช่วยให้เขาท�ำได้ ความสัมพันธ์ คนท่ีพูดแล้วผู้น�ำหรือเครือข่าย
โดยแนะน�ำเป็นไปตามล�ำดับข้ัน เร่ิมจากโครงการ น้ัน ๆ ให้ความเช่ือถือไว้ใจมาช่วยพูดหรือช่วย
ที่ไม่ซับซ้อน แล้วค่อยท�ำโครงการที่ซับซ้อนข้ึน อธิบาย กจ็ ะมโี อกาสประสบความส�ำเร็จมากข้ึน
มีการชมเชยให้ก�ำลังใจ หาแหล่งงบประมาณให้
ในชว่ งต้นครจู ะลงพ้ืนที่ช่วย แตห่ ลงั จากเครอื ข่าย อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ส�ำคัญของ
เร่ิมด�ำเนินงานเองได้แล้วครูจะลดบทบาทมาเป็น เครือข่าย คือ ขาดเด็กร่นุ ใหม่ท่ีสนใจจะมาท�ำงาน
ที่ปรึกษา เพ่ือให้เครือข่ายสามารถด�ำเนินการ เพื่อชุมชน มาสืบทอดเป็นแกนน�ำ ปัจจุบันคนที่
ต่อไปดว้ ยตนเองได้ ท�ำงานส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ ครูจึงร่วมกับ
โรงเรยี นจดั กจิ กรรมเกีย่ วกบั สภาเด็กหรอื กจิ กรรม
ในการด�ำเนินงาน สิ่งที่เป็นความท้าทาย ต่าง ๆ ให้เด็กได้แสดงออก โดยครูท�ำหน้าที่เป็น
อย่างมาก คือ เม่ือต้องถ่ายทอดให้กับพื้นที่ท่ียัง “แมวมอง” ค้นหาชักชวนเด็กเยาวชนท่ีสนใจ
ไม่เห็นความส�ำคัญหรือยังไม่ให้ความร่วมมือ กิจกรรมเพ่ือชุมชนมาร่วมท�ำงาน และค่อย ๆ
ย่ิงไปกว่านั้นหากปรบั เปลยี่ นผบู้ รหิ าร ผรู้ บั ผดิ ชอบ ถ่ายทอดให้เรียนรู้ต่อไป ครูเปรียบการบริหาร
มักส่งผลต่อความร่วมมือและความต่อเน่ือง เครือข่ายเหมือนการบริหารองค์กรที่มีแผนก
ในการท�ำงาน เม่อื พบกรณเี ชน่ น้ี ครจู ะใชว้ ิธีเข้าไป ต่าง ๆ ต้องพิจารณาว่าแผนกไหนยังขาดอะไร
ตอ้ งเสรมิ อะไรกส็ นบั สนนุ ในส่วนน้นั
93
ถอดบทเรยี น
ปจั จัยความส�ำเร็จของครูสกราา้รงตส่อรยรคอน์ดวตั กรรม
ค นในชมุ ช“นคใรหูจห้ ินลดดุ าพน้ บจุษาสกรคะวาเกมษยา”กจนนับเทป�ำ็นใหบม้ ุคสี ควลสั ทดก่ีปิ ารระมสอีบาคชวพี ามมสรี า�ำยเรไ็จด้ มีบทบาทส�ำคัญในการพลิกชีวิต
มคี วามเปน็ อยทู่ ด่ี ขี นึ้ ขณะเดยี วกนั
ยังช่วยอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงสืบสานภูมิปัญญาไทย ท้ัง ๆ ท่ีครูก็
เคยประสบปญั หา มหี นสี้ นิ มวี ถิ ชี วี ติ เหมอื นชาวบา้ นปกตทิ ว่ั ไป แตป่ จั จยั ใดท�ำใหค้ รกู ลายเปน็ ผนู้ �ำทเ่ี ขม้ แขง็
ก้าวสู่การเป็นผู้น�ำในระดับจังหวัด ระดับภาค มีเครือข่ายท่ีเข้มแข็ง เป็นต้นแบบของชุมชนได้
๑จาก.กมารมุ ศึกมษาอถองดบทแเรนียนวพบคปดิัจจัยแส�ลำคัญะทอีเ่ ปน็ุปแรนงผสิลักัยดนั ขใหค้อรจูงินคดาปรรูะสบความส�ำเรจ็ ดังตอ่ ไปนี้
การท�ำงานใด ๆ เร่ิมท่ี “ใจ” เป็นส�ำคัญ “เราอยู่ตรงนี้ได้ด้วยใจนี่แหละ แม้จะ
ครูจินดาเป็นผู้หญิงท่ีมีความเข้มแข็ง เป็นคนท่ีไม่
ยอ่ ทอ้ ต่ออุปสรรค มองโลกในแง่บวก มองปัญหา ไม่เกิดรายได้มากมายนัก ก็ยังพึงพอใจ เพราะได้
แบบหาทางออก คิดที่จะพึ่งพาตนเอง ช่างสังเกต
ขยนั จรงิ ใจ มีน�ำ้ ใจ มจี ติ อาสา อดทน มีอธั ยาศัย ”พบปะคนมากมาย และไดป้ ฏบิ ตั งิ านเพอื่ สงั คม
ลงมือท�ำจริงและกล้าที่จะลองผิดลองถูก ดังเช่น “ หากถามวา่ เหนอ่ื ยไหม เหนอ่ื ย หลายงาน
เคยมีหนี้สินจากผลผลิตที่ตกต่�ำ เม่ือมีคนมาหา
ซ้ือเฟื่องฟ้า และมาซื้ออีกเร่ือย ๆ ครูก็สังเกตว่า มาก ๆ แต่ท�ำแล้วรู้สึกเพลิดเพลินดี แต่ละปีมี
ท�ำไมเขาถึงมาซื้อบ่อย ๆ และดว้ ยความมอี ัธยาศัย สามร้อยหกสิบห้าวัน ยังไม่เคยมีวันหยุดกับเขา
ช่วยเหลือเก้ือกูลท่ีดี ท�ำให้พ่อค้าท่ีมาซ้ือให้
ค�ำแนะน�ำ พาไปดูงานที่บ้าน และยอมถ่ายทอด ”หรอก เดี๋ยวเรือ่ งโนน้ เดยี๋ วกเ็ รือ่ งน้ี
ความรู้ให้ครูจินดา หลังจากน้ันครูได้ทดลองปลูก ครจู นิ ดายงั ใหค้ วามส�ำคญั กบั การอนรุ กั ษ์
ลองผิดลองถูกโดยไม่ล้มเลิกง่าย ๆ จนสามารถ ทรัพยากรธรรมชาติ ดังจะเห็นได้จากการท่ีครู
จัดจ�ำหน่ายได้ราคา และไม่หยุดน่ิง คิดต่อยอด เป็นแกนน�ำคนหนึ่งในการอนุรักษ์ป่าชุมชน
โ ด ย พิ จ า ร ณ า จ า ก ค ว า ม ต ้ อ ง ก า ร ข อ ง ต ล า ด ส่งเสริมการปลูกผักหวานป่า ตลอดจนพันธุ์พืช
ความสามารถที่ตนและครอบครัวมีอยู่ พบว่าสามี พ้ืนถิ่นชนิดอื่น ๆ เพราะเป็นห่วงว่าจะสูญพันธุ์ไป
มีความสามารถในการท�ำไม้ดัด จึงน�ำเฟื่องฟ้า ไม่เพียงแต่ทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาพน้ื ถน่ิ
มาดดั เปน็ โครงรปู ตา่ ง ๆ นบั เปน็ การคดิ เพม่ิ มลู คา่ อัตลักษณ์ความเป็นไทย ครูก็ส่งเสริมให้
สร้างนวัตกรรม ครูเป็นผู้ท่ีชอบช่วยเหลือผู้อื่น จัดกิจกรรมสร้างจิตส�ำนึกอนุรักษ์โดยจะคิดถึง
มจี ติ อาสา เชน่ เมอ่ื เฟอ่ื งฟา้ ขายไดด้ จี นปลดหนสี้ นิ สว่ นรวม คิดถงึ ประเทศอยเู่ สมอ
สร้างก�ำไรได้แล้ว ก็ไม่เก็บความรู้ไว้เพียงคนเดียว
ท้ัง ๆ ท่ีการบอกคนอ่ืน ก็อาจท�ำให้ถูกแย่งตลาด “กิจกรรมเกิดจากความร่วมมือของ
แต่ครูก็เลือกที่จะถ่ายทอดให้ชุมชน แสดงถึง ชาวบ้านกับภาคส่วนต่าง ๆ ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย
จิตอาสาที่ต้องการท�ำเพ่ือส่วนรวม ครูยังทุ่มเท เราอยู่ด้วยกันได้โดยไม่ต้องทะเลาะกัน เพราะ
ท�ำงานดา้ นกองทุนเพอื่ ช่วยเหลอื สงั คม ช่วยเหลือ ประเทศชาตินั้นมีแผลอยู่แล้ว เราไม่ต้องสร้าง
ผู้เดือดร้อน นอกจากน้ียังเป็นคนเอาจริงเอาจัง ปัญหา ทะเลาะกัน แทนที่จะพัฒนาไปเร่ือย ๆ
ทุ่มเทกับงานแม้ปัจจุบันอายุ ๖๔ ปีแล้ว แต่ยัง กลับสร้างความขัดแย้ง ฉันว่ามันไม่ดีหรอกค่ะ
ท�ำงานทุกวัน ลงพ้ืนท่ีไปเป็นวิทยากรพาคิดพาท�ำ เราใช้วธิ ีสรา้ งภาคี ทำ� ใหเ้ กดิ รว่ มมือกนั ดกี วา่ ”
อยู่เสมอและแมค้ รจู ะมคี วามสามารถ แตค่ รจู ะไม่
เชดิ ชตู นเองแต่จะยกย่องให้เกียรติ ให้เครดิตผู้อื่น จะเห็นได้ว่า ปัจจัยส�ำคัญแรกที่ท�ำให้
เสมอ สิ่งส�ำคัญคือ ครูสนุก มีความสุขกับงาน การด�ำเนินการต่าง ๆ ของครูประสบความส�ำเร็จ
ท่ีท�ำ สะท้อนจากค�ำกล่าวบางส่วน ดังนี้ คือ มุมมอง แนวคิดของครู ซึ่งเป็นคนท่ีมี “ใจ”
ใจของคนท่ีมีจิตอาสา ใจท่ีต้องการเห็น
คนในชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ท่ีดีข้ึน ใจของ
คนที่รักประเทศชาติ อยากเห็นความปรองดอง
สามัคคี จึงมุ่งมั่นทุ่มเทในทุกสิ่งที่ท�ำ
94
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
ยึด๒ม.ั่นนปอ้ รชัมญนา�ำขศอางสเศตรรษ์พฐกรจิ ะพรอาเชพายี ง
ครูจินดากล่าวเสมอว่า แรงบันดาลใจ มาปรับใช้ ในการท�ำงานใด ๆ เม่ือท้อก็จะนึกถึง
ของครมู าจากพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร พระองค์ท่านท่ีทรงงานอย่างหนักเพื่อพสกนิกร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ดงั ค�ำกลา่ วชว่ งหนึง่ ของครทู ีว่ ่า
ครูได้น้อมน�ำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
“ ”ฉันจฉงึยนัตเงัดรัวทินะเ�รลตำโาึกาคทมถร�ึงำรงเใกอพนายยี หรเงปทใลเนลีา้ทวพพะ่างไรนรอ่ มชัะี้ ต่นเรกลำ�่า�าำ็กกชบลนวดททอ้า่�ี่เำยรร๙2ยีิขม0นออายกขงโท่ตูคอเล่างพรนทงออ่ื กด่าต4านเอวร,ม0บลา0าแจ0ทัดในนทกเค�วมำุณโ่าอื่ คโแพรคผงรรก่นะงาอกดรงานิ ตครา่ท์ งา่ นๆ
นอกจากนี้ ครูยังเป็นกรรมการด้าน ของครูพึ่งพาตนเองได้ และยังสามารถแบ่งปันให้
เศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ ประธานชมรมคนรกั ในหลวง ผู้อื่น ท้ังหมดน้ีเพราะการด�ำเนินงานตามปรัชญา
อ.หนองบุญมาก ส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ของเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนจึงมีพืชผักผลไม้
ในชุมชน จนถึงวันน้ีกว่า 25 ปีแล้ว ส่ิงหน่ึงท่ีครู มีอาหารกินไม่ขาดแคลน และยังแจกจ่ายให้
และชมุ ชนไดเ้ หน็ อยา่ งประจกั ษช์ ดั เมอ่ื เกดิ เหตกุ ารณ์ ผู้เดือดร้อนได้ ครูและชุมชนต่างส�ำนึกใน
ไวรัสโคโรนาระบาด เกิดความเดือดร้อนทุกสาขา พระมหากรุณาธิคุณ และจะถ่ายทอดน้อมน�ำ
อาชีพ ความขาดแคลนกระจายไปท่ัว แต่ในชุมชน ศาสตร์พระราชาเป็นหลักในการด�ำเนินชีวิต
95
ถอดบทเรยี น
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม
ตลอดไป ซ่ึงขณะนี้ครูและเครือข่ายก�ำลังท�ำ มีการวางแผนชีวิตให้ครอบครัวและถ่ายทอด
“โครงการความม่ันคงทางอาหาร” โดยแจก ความรู้ให้ลูก ทั้งเรื่องการเพาะปลูก และ
พันธุ์พืชเพ่ือให้ชาวบ้านได้น�ำไปปลูก ครูบอกว่า การค้าขาย สร้างโรงหนัง โรงลิเก ให้คนมาเช่า
เพราะชุมชนได้เรียนรู้แล้วว่า “เงินทองเป็นของ แล้วให้ลูก ๆ ขายของหน้าโรงหนัง โรงลิเก ท�ำให้
มายา แต่ขา้ วปลาเป็นของจรงิ ” มีรายได้ ครูบอกว่าชีวิตของครูไม่เคยรับจ้างใคร
ท�ำธุรกิจเป็นแต่เล็ก เพราะพ่อสอนให้ค้าขาย
๓. มตี น้ แบบทด่ี ี ให้สร้างรายได้ พอมีลิเกก็รับท�ำอาหาร ขายของ
ครูจินดามีบิดาเป็น “ต้นแบบ” ใน หน้าบ้าน เก็บค่าเช่าวิก ครูจึงบริหารธุรกิจเป็น
การท�ำงาน บิดาครูเป็นสารวัตรก�ำนัน และเป็น ตั้งแต่อายุ ๑๓ – ๑๔ ปี บิดาของครูจึงนับเป็น
ผู้จัดการไร่ มีความรู้เรื่องเพาะปลูกพืช แปรรูป ทั้งแบบอย่างและผู้ถ่ายทอดความรู้คนส�ำคัญ
ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เป็นผู้น�ำท่ีมีความคิดไกล ของครู
๔. การเรยี นรู้ และการส่ังสมองค์ความรู้
ปัจจัยส�ำคัญท่ีท�ำให้ครูจินดาประสบความส�ำเร็จประการต้น ๆ คือ การเป็นผู้รัก
การเรยี นรู้ ไม่หยุดนง่ิ สิง่ ใดทท่ี �ำไมไ่ ดก้ ็ไปเสาะแสวงหาร่ำ� เรยี น วิธกี ารเรียนรู้ รวมถึงการส่ังสมองคค์ วามรู้
ของครู สามารถสรุปได้ดังนี้
๔.๑ การศกึ ษาจากผ้รู ู้ และหนว่ ยงานตา่ ง ๆ
ครูเพ่ิมพูนความรู้จากการศึกษาจากผู้รู้ ปราชญ์
ชาวบา้ น รวมถึงหนว่ ยงานต่าง ๆ ดังตัวอยา่ งตอ่ ไปน้ี
๑) ครูประยงค์ รณรงค์ ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 1
ดา้ นกองทนุ และธรุ กจิ ชมุ ชน ของส�ำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา
ผกู้ อ่ ตง้ั ศนู ยศ์ กึ ษาและพฒั นาชมุ ชนไมเ้ รยี ง จงั หวดั นครศรธี รรมราช
ครูจินดาไปเรียนรู้เร่ืองการสร้างทีม สร้างเครือข่ายให้เข้มแข็ง
เรียนรวู้ ิธจี ดั การทมี การจดั การองค์กร เม่ือเรยี นรู้แลว้ ได้น�ำความรู้
มาเป็นเครื่องมือในการท�ำงานจนเหน็ ผล สามารถสรา้ งและบรหิ าร
ทมี และเครอื ขา่ ยไดด้ ี จนไดร้ บั เชญิ ใหเ้ ปน็ วทิ ยากรในเวทรี ะดบั จงั หวดั
และรับเชิญจากส่ือต่าง ๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับต�ำบลพ่ึงตนเอง
เครือข่ายเขม้ แข็ง
๒) พระสุบิน ปณีโต ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ ๒
ดา้ นกองทนุ และธรุ กจิ ชมุ ชน ของส�ำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา
วัดไผ่ล้อม จังหวัดตราด ผู้ก่อต้ังเครือข่ายสัจจะสะสมทรัพย์ ครูได้
เรียนร้แู นวคดิ เร่ือง “สัจจะสะสมทรัพย”์ วิธีหาสมาชิก การบรหิ าร
จดั การกองทุน ฯลฯ ครนู �ำแนวคิดมาใชด้ �ำเนินงานกองทนุ ต่าง ๆ
96
๓) นายหาญและนายเสริฐ ถอดบทเรยี น
พ่อค้า ๒ คน จากปราจีนบุรี ผู้มาซื้อต้นตอ
เฟื่องฟ้าของครู และเป็นผู้ถ่ายทอดเร่ืองการปลูก สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด
เฟื่องฟ้า แนะน�ำช่องทางจัดจ�ำหน่ายให้ เป็น
จุ ด เ ร่ิ ม ต ้ น ใ ห ้ ค รู ส า ม า ร ถ น�ำ ค ว า ม รู ้ ท่ี ไ ด ้ รั บ ๖) ครเู ล่ยี ม บตุ รจันทา ครูภมู ิปัญญาไทย
มาประกอบเป็นอาชีพหลัก และถ่ายทอดให้ รนุ่ ที่ 5 ดา้ นกองทนุ และธรุ กจิ ชมุ ชน ของส�ำนกั งาน
คนในชุมชนจนเฟื่องฟ้ากลายเป็นสินค้าขึ้นช่ือ เลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา อาศยั อยจู่ งั หวดั ฉะเชงิ เทรา
ของอ�ำเภอ ครูจินดาได้ไปเรียนรู้เก่ียวกับพันธุกรรมพืช
วัฒนธรรมประเพณี ตลอดจนได้แนวคิด
๔) ครจู นั ทรท์ ี ประทมุ ภา ครภู มู ปิ ญั ญาไทย “ทรัพย์ในดิน” ที่ว่า ต้นไม้มีค่า การปลูกต้นไม้
รนุ่ ที่ 5 ด้านเกษตรกรรม ของส�ำนกั งานเลขาธิการ นับเป็นการสรา้ งทรัพยใ์ นดนิ รวมถึงได้เรยี นรู้เรอื่ ง
สภาการศึกษา เม่ือครูจินดามีแนวคิดจะอนุรักษ์ การท�ำปุ๋ยจากใบไม้ท่ีหล่น เช่น ไม้ฉ�ำฉาที่น�ำมา
ผักหวานป่า แต่ผักหวานเป็นพืชที่ปลูกยาก ครูจึง ท�ำป๋ยุ ไดด้ ี ท�ำใหด้ ินร่วนซุย อกี ทัง้ ไดเ้ หน็ การปลกู
พืชหลายสี ซ่ึงท�ำให้ได้แนวคิดมาเช่ือมโยงกับ
ไปเรียนรู้กับครูจันทร์ทีผู้มีความรู้ การปลูกเฟื่องฟ้าที่ครูท�ำอยู่ เป็นที่มาของ
เรอ่ื งการปลกู ผักหวานป่าจากเมล็ด “เฟ่ืองฟา้ แฟนซ”ี
เม่ือได้ความรู้เบื้องต้นแล้ว ครูน�ำ
มาปฏิบัติจนสามารถปลูกขาย “ที่น่ี ฉันได้ไอเดีย ปลูกไม้สะสม
เป็นอาชีพ สวนของครูกลายเป็น
ศูนย์จ�ำหน่ายผักหวานป่าแหล่ง เป็นมรดก เงินฝังในดิน เพิ่มมูลค่าตลอดเวลา
ใหญใ่ นต�ำบล ดกี วา่ เอาเงนิ ฝากในธนาคาร ...ปลูกตน้ ไมส้ ามารถ
ท�ำให้มูลค่าเพิ่ม คิดเชื่อมโยงกับการปลูกเฟื่องฟ้า
๕) ครเู จรญิ พรหมวหิ าร ของเรา เฟื่องฟ้าลงทุนต้นละ ๑๐ บาท ๓ ปี
ปราชญ์ชาวบ้านท่ีมีความรู้เร่ือง เพมิ่ เป็น ๑๕๐ บาท เปน็ การฝากออมกับแผน่ ดนิ
เกษตรกรรม เปน็ ผจู้ ดั การธนาคาร ได้เกินทุน รวมถึงได้จุดประกายความคิดให้ท�ำ
พันธุ์พืช ได้รวบรวมสายพันธุ์พืช เฟือ่ งฟา้ เป็นหลาย ๆ สี แล้วคดิ ตอ่ ยอดเปน็ ไม้ดัด
ต่าง ๆ โดยเฉพาะพืชพื้นถิ่นใน ดัดเป็นมังกรเจ้าแรก ต้นละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท
ชุมชน มีความรู้เรื่องการปลูก ราคาสูงขึ้นมาก ตอนน้ันท�ำไม้ดัดใหม่ ๆ ราคา
ผักหวานป่า ซึ่งครูจินดาได้ไป
เรียนรู้ ครูเจริญเป็นแกนน�ำผู้หนึ่ง ”๔๐,๐๐๐ – ๕๐,๐๐๐ บาท ตลอด
ทรี่ ว่ มขบั เคลอ่ื นงานดา้ นการอนรุ กั ษ์ ๗) ดร.เสรี พงศพ์ ิศ เป็นผ้เู ชี่ยวชาญเรอื่ ง
รวมถงึ มกี ารฟน้ื ฟกู ารท�ำปยุ๋ ชวี ภาพ การจัดท�ำแผนแม่บทชุมชนสู่วิสาหกิจชุมชน
เพอื่ ลดตน้ ทนุ การผลติ ครูจินดาได้เรียนรู้เรื่องการท�ำแผนแม่บทชุมชน
กับ ดร.เสรี พงศ์พิศ นับเป็นคร้ังแรกที่ครูได้
เรียนรู้เรื่องการท�ำ SWOT ท�ำให้รู้จักวิเคราะห์
จุดอ่อน จุดแข็ง อุปสรรค โอกาส รวมถึงได้มี
โอกาสส�ำรวจรายรับรายจ่าย ฐานทรัพยากร
คนเก่งคนดีในชุมชน ฯลฯ จากการท�ำแผนแม่บท
ท�ำให้ได้ข้อมูลต่าง ๆ ของชุมชน ส่งผลให้รู้จัก
ชุมชนของตนเองดีข้ึน ทราบจุดเด่น จุดด้อย
น�ำข้อมูลที่ได้มาจัดท�ำเป็นแผนพัฒนาชุมชน
ต�ำบลบ้านใหม่ จนภายหลังชุมชนได้รับคัดเลือก
97
ถอดบทเรยี น วธิ สี รา้ งสงั คมใหน้ า่ อยู่ จะท�ำอยา่ งไรจะชว่ ยลดปญั หา
ความยากจน ปัญหาของชุมชน สอนวิธีสรา้ งผู้น�ำ
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม ชุมชน เป็นตน้ การปฏบิ ัติการทางสงั คม จะลงลกึ
ในการลงมือปฏิบตั ิ เช่น ไร่นาสวนผสมท�ำอยา่ งไร
ให้เป็น “ต�ำบลต้นแบบของภาคอีสาน” วิธีปลูกพืชชนิดต่าง ๆ ให้ได้ผล ต้องปลูกเช่นไร
และครูจินดาได้เป็นวิทยากรให้ต�ำบลต่าง ๆ เป็นการพาท�ำจนสามารถท�ำเป็นอาชีพ ครูจินดา
จ�ำนวนมาก เล่าว่าตอนแรกตนก็เป็นแบบตาสีตาสา ไม่รู้เรื่อง
อะไร แต่พอได้เรียนรู้เคร่ืองมือเหล่านี้ก็ช่วยเพ่ิม
๘) สถาบนั พฒั นาองคก์ รชนุ ชน กระทรวง ทักษะ ได้พัฒนาตน แล้วน�ำมาเชื่อมต่อกับ
การพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ การพัฒนาชุมชน การสร้างอาชีพโดยส่งเสริม
เป็นหน่วยงานหลักที่ครูได้เรียนรู้ ส่ิงส�ำคัญ คือ การปลกู เฟ่ืองฟา้ ซง่ึ ลดปญั หาความยากจน อพยพ
ท�ำให้ครูมี “จุดยืน” ซึ่งคือโอกาสที่ท�ำให้ครูได้ แรงงาน ส่งผลให้เกิดชุมชนเข้มแข็งเช่นทุกวันน้ี
เป็นคณะกรรมการด�ำเนินงานพัฒนาชุมชนใน
ด้านต่าง ๆ รวมถงึ คณะกรรมการเครือขา่ ยขบวน ๑1) ส�ำนกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การสรา้ ง
องค์กรชุมชน จังหวัดนครราชสีมา ครูรับผิดชอบ เสริมสุขภาพ (สสส.) ครูได้มีโอกาสร่วมท�ำ
ดูแล ๔ อ�ำเภอ ไดร้ ับขนานนามว่า “๑๒ อรหนั ต”์ โครงการตา่ ง ๆ รว่ มกบั สสส. โดย สสส.สนบั สนุน
การที่ครูมีโอกาสท�ำงานในคณะกรรมการต่าง ๆ งบประมาณในการจัดกิจกรรม โครงการที่ท�ำ
น้เี อง ท�ำใหม้ เี ครือขา่ ย ได้เรียนรกู้ บั เครอื ข่าย และ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเด็กเยาวชน สุขภาพ
สถาบันฯ จะให้ความรู้ก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงาน การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และการสร้าง
อกี ดว้ ย ดังท่คี รูกลา่ วว่า เครือข่ายเด็ก เช่น เครือข่ายเยาวชน ๓ ดี
กิจกรรมท่ีจัดได้แก่ “เด่ินยิ้ม” “เดิ่นบอกรัก”
“ท่นี ่ีให้ทั้งปืนและลกู กระสุน คือ ใหท้ ง้ั “ส่ือภูมิปัญญา” เป็นต้น นอกจากนี้ ครูยังเคย
ท�ำ “โครงการจักรยาน” กับ สสส. เร่ิมจาก
ความรู้และงบประมาณ รวมถึงจุดยืน ท�ำให้ได้ เหน็ โครงการในเว็บไซต์ของ สสส. เกดิ ความสนใจ
ช่วยชาวบ้านท่ีเขายังไม่เข้มแข็ง ให้เขาช่วยเหลือ จึงท�ำโครงการเสนอ เมื่อไดร้ บั งบประมาณ ไดร้ ่วม
ตนเองได้ ความรู้ที่ได้ เช่น วิธีคิด ยุทธศาสตร์ กับทีมงานและ สสส. ท�ำโครงการส่งเสริม
การวางแผนทำ� งานของจงั หวัด การบรหิ ารจดั การ การออกก�ำลังโดยการปั่นจักรยาน ต่อมา
การสร้างความเข้มแข็งขององค์กร ไม่ใช่ต่างคน เม่ือโครงการประสบความส�ำเร็จก็ส่งต่อให้ทีมงาน
คนรุ่นใหม่ด�ำเนินการต่อ ซึ่งขณะน้ีทีมงาน
”ต่างทำ� ทุกคนร่วมดว้ ยชว่ ยกัน... สามารถพัฒนาตนเองจนกลายเป็นตัวแทนระดับ
๙) กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวง ภาคอสี าน
มหาดไทย เป็นหน่วยงานทสี่ ง่ เสรมิ เรอื่ งเครอื ขา่ ย
มีหลักสูตรฝึกอบรมต่าง ๆ ท�ำให้ครูได้เรียนรู้ ๑2) เครอื ขา่ ยอาสาสมคั รพทิ กั ษท์ รพั ยากร
เร่ืองเครือข่าย การพัฒนาศักยภาพ การท�ำระบบ ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.)
ข้อมูล ฯลฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ครูจินดาได้ร่วมเป็นกรรมการ และได้รับความรู้
10) วทิ ยาลยั การจดั การทางสงั คม (วจส.) เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ที่น่ีครูได้เรียนรู้ศาสตร์ส�ำคัญ ๓ แขนง คือ เร่ือง
ของนักการจัดการความรู้ นักการจัดการสังคม ๑3) วฒุ อิ าสาธนาคารสมอง เครอื ขา่ ยน้ี
และนักปฏิบัติการทางสังคม เม่ือทราบหลัก จะรวบรวมผเู้ กษยี ณอายทุ มี่ คี วามรคู้ วามเชยี่ วชาญ
การจัดการความรู้ ท�ำให้สามารถรวบรวมความรู้
ได้เป็นหมวดหมู่ รู้จักวิธีการขยายผลให้ความรู้
และใชเ้ ปน็ เครอ่ื งมอื ส�ำคญั ในการพฒั นาตน พฒั นา
คน พัฒนางาน การจัดการสังคม ท�ำให้ทราบ
98