The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2564_ถอดบทเรียน การต่อยอดสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการอนุรักษ์ฯ ใช้เพื่อทางการศึกษาเท่านั้น.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tanmicro, 2022-01-27 22:40:43

2564_ถอดบทเรียน การต่อยอดสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร วัฒนธรรม และภูมิปัญญา เพื่อสนองโครงการ อพ.สธ.

2564_ถอดบทเรียน การต่อยอดสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการอนุรักษ์ฯ ใช้เพื่อทางการศึกษาเท่านั้น.

ถอดบทเรยี น

สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด

คนไข้ จอากรจสังหาวัดแบซุรรีอ่ ัม้งึย์

รู้จักครูมงคลชัยจาก Facebook ไปรักษากับครู
เพราะเปน็ โรคหมอนรองกระดกู ทบั เสน้ ประสาท ปวดมาก สาเหตุ
เกิดจากท�ำงานหนัก เนื่องจากเปิดร้านไดนาโมซ่อมรถและ
ขายมอเตอร์ให้โรงงานขนาดใหญ่ ขณะน้ันมีรายได้สูง
จึงลืมสนใจร่างกายตัวเอง ต่อมาเร่ิมมีอาการปวดร้าวข้ึนศีรษะ
ต้องเขา้ โรงพยาบาลทบี่ ุรีรมั ย์ ฉดี ยาแก้ปวดทุกวนั อยากผา่ ตัด
แต่แพทย์ไม่แนะน�ำเพราะอายุยังน้อย ได้พยายามท�ำส่ิงต่าง ๆ
เพ่ือให้อาการดีขึ้น ทั้งว่ายน้�ำ ฝังเข็ม จัดกระดูก ซึ่งแม้จะช่วย
บรรเทาได้เล็กน้อย แต่ก็กลับมาปวดใหม่ แพทย์จึงแนะน�ำ
ใหล้ องไปหาแพทยท์ างเลอื ก ไดเ้ หน็ วดี ทิ ศั นก์ ารรกั ษาของครมู งคลชยั
เห็นว่าตรงกับอาการท่ีเป็นจึงตัดสินใจไปรักษา ขณะนั้น
เคล่ือนไหวร่างกายยากมาก ระยะเพียง ๓ เมตร ยังเดินแทบไม่ได้
ขาอ่อนแรง จึงให้แฟนขับรถจากบุรีรัมย์ไปรักษากับครูมงคลชัย ครูใช้
เครื่องดึงหลังรักษา โดยดูจากน้�ำหนักตัว ใช้การดึงคล้ายการดึงรอก ด้วยน�้ำหนักท่ีสม�่ำเสมอ
โดยใหน้ อนนงิ่ ๆ หลงั จากดงึ ตงึ พอคลายออกมากห็ ายปวดหลงั การรกั ษาท�ำใหร้ สู้ กึ ตวั เบา ความแตกตา่ ง
คอื ตอนนง่ั รถขามา ปวด ตอ้ งเอนตวั มาตลอดทาง แตข่ ากลบั ทรงตวั ได้ ไมป่ วดตอนรถสะเทอื น หลงั จากนน้ั
มารักษาสัปดาห์ละ ๑ คร้ัง เม่ืออาการดีข้ึนจงึ ยา้ ยมาพกั กบั นอ้ งสาวทบี่ า้ นอยใู่ กลค้ ลนิ กิ เพอื่ รกั ษากบั ครู
สปั ดาหล์ ะ ๒ - ๓ ครง้ั พบวา่ อาการดขี ึน้ จากเดินได้ไมไ่ กล กเ็ รม่ิ เดนิ ไดไ้ กลขน้ึ นงั่ ไดน้ านขน้ึ ครไู มไ่ ดใ้ ห้
ทานยาแตม่ ขี อ้ แนะน�ำในการปฏบิ ตั ติ วั ไดแ้ ก่ หา้ มนงั่ ยอง ห้ามยกของหนักเกิน 1 กิโลกรัม ห้ามเอ้ือม
ท่าก้าวข้ึนนั่งรถต้องหันก้นสัมผัสเบาะรถแทนการก้าวเท้า และให้พยายามหลีกเลี่ยงความเคยชินท่ีท�ำให้
กลับมาปวดอีก เป็นต้น รักษามา 1 ปีกว่า เร่ิมขับรถได้ เมื่อครบ ๒ ปี อาการดีขึ้นมาก ปัจจุบันขับรถ
ระยะทาง 300 - 400 กิโลเมตร ได้ ขบั รถไปเท่ียวตา่ งประเทศได้
จุดเด่นของครู คือ เคร่ืองดึงหลังและเทคนิคการกดจุด ครูมือเบาและกดไม่เจ็บ ไม่กดบริเวณ
ที่รู้สึกปวด สามารถกดอีกจุดหน่ึงแต่เชื่อมโยงมาที่จุดท่ีปวดได้โดยได้ผลเหมือนกัน ท�ำให้ไม่รู้สึกช�้ำ
หรือระบม ซ่ึงแตกต่างจากหมอนวดคนอื่น ๆ ที่จะกดจุดที่คนไข้ระบุว่าปวด นอกจากน้ี ครูเคยรักษา
อาการน้ิวล็อกด้วยการกดจุด ใช้เวลาประมาณ ๑๐ – ๒๐ นาที อาการดีข้ึน เม่ือกลับมารักษาซ�้ำก็หาย
ชอบตรงที่ครูเป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์ รักษาได้ดี สมฉายา “หมอมือเปล่า” และชอบบรรยากาศ
ในร้านนวดท่ีครูและทีมงานมีความเป็นกันเอง มีจิตวิทยาในการพูด สามารถท�ำให้ผู้ป่วยท่ีเข้าบ�ำบัด
หายเครยี ดได้

149

ถอดบทเรยี น

สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม

โลญรูกงพศาิษยณายบ์ขีาอเลงตสคง่ ชรเสูมะรงมิ คสลขุ ชภัยาพเปใน็นจแงั พหทวดัยส์แมผทุนรไปทรยาการ

ประกอบอาชีพแพทย์แผนไทยมาตั้งแต่ปี 2557
ส�ำเร็จการศึกษาด้านแพทย์แผนไทยท่ีมหาวิทยาลัยราชภัฏ
เชยี งราย รูจ้ กั ครมู งคลชัยจาก Facebook สาเหตทุ ส่ี นใจศึกษา
กับครูมงคลชัยเพราะตนเองเกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดการรักษา
อาการของการนวดแผนไทยต้องใช้เวลานาน เชน่ นว้ิ ลอ็ ก เหตใุ ด
แพทย์แผนปัจจุบันผ่าคร้ังเดียวก็หายแต่แพทย์แผนไทยต้องใช้
วิธีนวดทั้งแขน ต้องการค้นหาที่เรียน เพ่ือตอบโจทย์น้ี เม่ือเห็นจาก
Facebook ว่า ครูมงคลชัยสอนเทคนิคนวดกดจุด จึงสนใจศึกษา
ครูมงคลชัยสอนโดยใช้หลักกายวิภาคศาสตร์ สอนให้รู้จักโรคท่ีเกิดข้ึน
บริเวณต่าง ๆ ไล่จาก เท้า น่อง เข่า สะโพก จนถึงศีรษะ ครูอธิบายจุดต่าง ๆ โดยมีภาพประกอบ
หลงั จากนน้ั ใหจ้ บั คู่ ฝกึ ปฏบิ ัติ สอนเข้าใจง่าย
จุดเด่นของครู คือ รู้ลึก รู้จริง มีองค์ความรู้หลากหลาย อธิบายเป็นเหตุเป็นผล ถ่ายทอดจาก
ประสบการณ์ มีแหล่งข้อมูลอ้างอิง การนวดตอบโจทย์ได้ ใช้เวลาน้อย เห็นผลเร็ว เคยได้เห็นการรักษา
ของครู มีผู้ป่วยไหล่ติดเข้ามารักษา ครูสามารถช้ีแจงเหตุผลได้ ระบุได้ว่ากล้ามเน้ือมัดใดเป็นปัญหา
ต้องกดจุดแบบใด ประเมินได้ว่ารายใดควรรกั ษาดว้ ยการนวด การใช้เครอื่ งดึงหลงั หรอื ไม่สามารถรกั ษา
ได้ ต้องไปรักษากับแพทย์แผนปัจจุบัน ดิฉันเคยเรียนกับอาจารย์มาหลายท่าน แต่ไม่สามารถให้ค�ำตอบ
ไดช้ ดั เจนเทา่ ครูมงคลชัย
ครปู ระดษิ ฐเ์ ครอ่ื งดงึ หลงั ดฉิ นั เคยเรยี น เคยเหน็ การรกั ษา เคยใชก้ บั ตนเองและคนในครอบครวั
ใชร้ กั ษาอาการกระดกู ทบั เสน้ ประสาท การเคลอื่ นของกระดกู สนั หลงั และหมอนรองกระดกู ไดอ้ ยา่ งเหน็ ผล
เช่น ใช้รักษาผู้ป่วยท่ีเดินไม่ได้ซึ่งเกิดจากหมอนรองกระดูกเคล่ือน มีอาการไม่เกิน ๓ - ๕ วัน ถ้าอาการ
ไม่รุนแรงมาก สามารถใชเ้ ครอ่ื งดึงหลัง ๑ - ๒ ครงั้ กห็ าย นอกจากเรือ่ งการนวดแลว้ ครยู ังมีความรู้เร่อื ง
สมุนไพรและสามารถอธิบายได้ดี เช่น เม่ือมีข้อสงสัยเรื่องสมุนไพร ดิฉันจะน�ำบัญชียาจากสมุนไพร
ในบัญชียาหลักแห่งชาติเข้าไปถามครูว่า เหตุใดต�ำรับยาน้ีจึงมีผล เม่ือรักษากลุ่มโรคน้ีจะออกฤทธิ์อะไร
ท�ำอย่างไรให้เกิดผล ซึ่งครูจะช้ีแจงเหตุผล อธิบายให้ฟังว่า ยาแต่ละชนิดออกฤทธ์ิอย่างไร เกิดจาก
สารส�ำคญั ใดของสมนุ ไพรนน้ั ๆ ใช้รักษาโรคอะไรได้บ้าง ต้องใช้ในปริมาณเท่าใด เป็นต้น ครูเป็นคนที่คิด
ส่ิงใหม่อยู่เสมอ ท้ังการนวดและยาสมุนไพร เน้นหลักกายวิภาคศาสตร์ มีเหตุผลอ้างอิงชัดเจน
และใชห้ ลกั ฐานมาจากการวจิ ัย
หลังจากการเรียนกับครู ได้น�ำไปใช้รักษาบางอาการที่เคยรักษาด้วยวิธีของตนเอง แล้วยังไม่ดี
ขนึ้ หรอื ดขี ึน้ เลก็ นอ้ ย แตเ่ ม่อื น�ำวธิ กี ารของครไู ปปรบั เพิ่มพบว่าไดผ้ ลดขี น้ึ และได้รบั ผลตอบรับจากผ้ปู ว่ ย
เป็นอย่างดี ส�ำหรับข้อสงสัยเร่ืองน้ิวล็อก จากเดิมต้องเริ่มนวดจากแขนตามพื้นฐาน เรียงล�ำดับเส้นและ
จุดต่าง ๆ แต่วิธีของครูมงคลชัย เน้นท่ีจุด ไม่ต้องไล่นวดตลอดแขน เน้นแก้ปัญหาในจุดท่ีเป็นโดยตรง
ฯลฯ ซ่ึงตอบโจทย์ทเี่ คยสงสยั
ส่ิงที่อยากฝาก คือ ครเู ปน็ คนที่มคี วามรู้ความสามารถ พัฒนาตนเองตลอดเวลา ชอบถา่ ยทอด
ความรแู้ กล่ กู ศษิ ย์ เปน็ แบบอยา่ งทด่ี ที งั้ ในการรกั ษาและการวางตวั เทคนคิ ของครเู ปน็ เทคนคิ ใหมท่ นี่ า่ ศกึ ษา
อยากให้มีผู้มารับการถ่ายทอดความรู้จากครู รวมถึงอยากให้มีหน่วยงานภาครัฐมาส่งเสริมและเผยแพร่
องคค์ วามรขู้ องครูเพราะกลัวองคค์ วามรู้ของครูจะสญู หาย ซึ่งเป็นสง่ิ ท่นี ่าเสียดายเป็นอย่างมาก

150

ถอดบทเรยี น

สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด

คพข้านนัรไาขตชท้ กมี่�าำีอรราบวก�ำจานราโกญทระปจดังกูรหทะวบั ัดสเสสงม้นคุทอรย์ ปพ่ารงาร่พี กุนมิาแรรางย

บ้านลกู ชายอยู่ใกลบ้ า้ นของครมู งคลชัยเคยมารักษากับครู
แล้วอาการดีขึ้น ครั้งนี้มีอาการชาต้ังแต่บั้นเอว ขาชา ข้อเท้า
น้ิวเท้าขยับไม่ได้ ก่อนจะเกิดอาการชาน้ี หมอโรงพยาบาล
มีผลเอกซเรย์ว่า กระดูกเคล่ือน กระดูกทรุด หมอแนะน�ำให้ไปท�ำ
กายภาพบ�ำบัด เคยไปนวดและดึงหลังที่อื่น แต่ไม่ได้ผลเหมือนท่ีนี่
ที่อ่ืนเคร่ืองเป็นแบบอัตโนมัติ เวลาดึง จะดึงไปทีเดียวจนสุด
ตามโปรแกรมของเคร่ือง แต่เคร่ืองดึงหลังที่น่ีจะดึงแบบมีจังหวะ
ค่อย ๆ ดึงไปทีละนิด หมอจะคอยมาปรับให้ ท�ำให้ไม่เจ็บ วันแรก
ที่มารักษาเดินไม่ได้ แต่เมื่อใช้เครื่องดึงหลัง รู้สึกตัวเบาขึ้นมาก
เมอื่ รกั ษาได้ ๓ วนั ข้อเท้าเริม่ ขยับได้ นิว้ เทา้ กระดิกไดค้ รบ ๑๐ นวิ้ พอจะ
เริ่มเดินได้บ้างและมารักษาต่อเนื่องเพ่ือให้เดินได้ตามปกติ เมื่อแข็งแรงขึ้นแล้ว
ครแู นะน�ำวธิ ฝี กึ ออกก�ำลงั กาย เพือ่ เพิม่ ความแข็งแรงของกลา้ มเนื้อและระบบประสาทในการสัง่ การ
ของรา่ งกาย ผมชอบมาทน่ี ่ี เพราะนวดดีมคี วามแตกต่างจากที่อื่น

บกทาสรรปุสรา้ งสรรคน์ วตั กรรม
ผ ล จ า ก ก า ร ถ อ ด บ ท เ รี ย น ส รุ ป ไ ด ้ ว ่ า ท่ีจะกดจุดจ�ำนวนไม่มาก แต่รักษาหายเหมือน
“ครูมงคลชัย เสเล” มีความโดดเด่นในเรื่องของ กดจดุ จ�ำนวนมาก สงสยั วา่ ถา้ ดงึ หลงั ดว้ ยผา้ ขาวมา้
การเป็นนักคิด นักประดิษฐ์ แม้ครูจะเป็นแพทย์ เพ่ือแก้ปวดหลังมีข้อจ�ำกัด ควรจะใช้ส่ิงใด
แผนไทย แต่มีแนวความคิด หลักการเป็น มาทดแทน เพ่ือท่ีจะสามารถดึงหลังได้เช่นกัน
วิทยาศาสตร์ ครูจะเชื่อถือข้อมูลเชิงประจักษ์ แต่ลดความเสี่ยง เป็นต้น และเม่ือสงสัย ครูกล้า
ข้อมูลที่มีงานวิจัยรองรับ มีข้อพิสูจน์ท่ีชัดเจน ท่ีจะคิดและลงมือท�ำ ค้นคว้า พิสูจน์ ทดลอง
และจะศึกษาต�ำราอย่างรอบด้านทั้งต�ำราไทยและ หาค�ำตอบบนพื้นฐานของวชิ าการ เมอื่ กลา้ ทจี่ ะคดิ
ต่างประเทศโดยเน้นศึกษาในเชิงลึกเพ่ือให้รู้ลึก สงิ่ ใหม่ จงึ เกดิ สง่ิ ทแี่ ตกตา่ ง สิ่งท่ีไม่เคยมี ดังเช่นท่ี
รู้จริง เช่น ศึกษาสมุนไพรก็จะศึกษาลึกไปถึง ครูสามารถคิดค้น “เคร่ืองดึงหลังแบบพกพา”
โครงสร้างของสมุนไพร แหล่งที่มา การออกฤทธ์ิ ที่ใช้รักษาอาการปวดหลัง รักษากระดูกสันหลัง
ผลข้างเคียง ฯลฯ จุดเด่นอีกประการของครู คือ ทับเส้นประสาท ฯลฯ และสามารถใช้ความคิด
กล้าคิด กล้าท�ำ คิดหาค�ำตอบเมื่อมีความสงสัย แบบผสมผสานน�ำองคค์ วามรดู้ า้ นกายวภิ าคศาสตร์
ใคร่รู้ เช่น สงสัยว่าการกดจุดจะมีวิธีใดหรือไม่ มาอธิบายการกดจุดแบบนวดแผนไทย ช่วยให้

151

ถอดบทเรยี น

สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม

สอ่ื สารต�ำแหนง่ ของจดุ ตา่ ง ๆ ได้ตรงกันตามหลัก สืบสานถ่ายทอดองค์ความรู้ และมีจิตอาสา
สากล นับเป็นอีกหนึ่งแนวคิดใหม่ที่สามารถเป็น ช่วยเหลือสังคม เช่น ทุกปี ครูจะจัดโรงทาน
อีกทางเลือกหน่ึงของผู้เรียน รวมถึงค้นพบ นวดฟรี ครูจึงนับเป็น “พลเมืองที่เข้มแข็ง”
“เทคนิคกดจุดเกาะกล้ามเน้ือ” ที่รักษาอาการ ที่มีส่วนช่วยเหลือสังคมและประเทศ
ปวดได้ โดยไมต่ อ้ งกดจดุ จ�ำนวนมาก ไมต่ ้องกดแรง
ช่วยลดการช�้ำหรือระบมจากการนวด ช่วยลด ครูมงคลชัยนับเป็นตัวอย่างของผู้ที่
ระยะเวลาการนวด และผ่อนแรงใหผ้ ้นู วด เปน็ ตน้ อนุรักษ์ทรัพยากร ภูมิปัญญาไทย และสามารถ
ใช้ความรู้ที่มี คือ ศาสตร์ด้านแพทย์แผนไทยมา
จากคุณลักษณะเช่นน้ี เห็นได้ชัดว่า ต่อยอดสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมท่ีเข้ากับยุคสมัย
ครูเป็นตัวอย่างของคุณลักษณะของคนไทย ๔.๐ เป็นประโยชน์ต่อสังคม สอดคล้องกับแนวทาง
ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ. ศ. ๒๕๖๑ ของยุทธศาสตรช์ าติ คอื สามารถ “ต่อยอดอดตี ”
คือ เป็น “ผู้เรียนรู้” เพราะครูมุ่งม่ันศึกษาเรียนรู้ เช่น น�ำองค์ความรู้ภูมิปัญญาการดึงหลังจาก
และพัฒนาองค์ความรู้ของตนอย่างต่อเน่ือง ผ้าขาวม้ามาพัฒนาต่อยอด “ปรับปัจจุบัน”
สามารถอนุรักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย เช่น ความสามารถคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ ได้แก่
ฯลฯ “ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม” ครูมีทักษะ เครอ่ื งดงึ หลงั จากพน้ื ฐานภมู ปิ ญั ญาเดมิ น�ำมาปรบั
ความคดิ สรา้ งสรรค์ การคดิ บรู ณาการขา้ มศาสตร์ ให้เหมาะกับการใช้งาน ใช้วัสดุอุปกรณ์ท่ีทันสมัย
เช่น น�ำองค์ความรู้ด้านแพทย์แผนไทยและแพทย์ ลดข้อจ�ำกัดต่าง ๆ ท�ำให้เคร่ืองมีประสิทธิภาพ
แผนปัจจุบันมาบูรณาการร่วมกัน สามารถพัฒนา มากขึ้นและเหมะกับการใช้งานในยุคปัจจุบัน
นวัตกรรมคิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ ฯลฯ ท่ีส�ำคัญ รวมถงึ ยังสามารถ “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต”
เม่ือครูคิดประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ได้แล้ว ครูไม่หยุด สิ่งประดิษฐ์ของครู หากครูคิดจะจัดจ�ำหน่าย
ที่จะพัฒนาต่อยอด เช่น “เคร่ืองดึงหลังแบบ ก็มชี อ่ งทางทท่ี �ำได้ และยอ่ มสรา้ งรายได้อย่างงาม
พกพา” แม้จะได้รับการจดอนุสิทธิบัตรแล้ว เพราะเป็นส่ิงใหม่ และเป็นสิ่งท่ีมีมูลค่าในตนเอง
ครูก็มีแนวคิดพัฒนาให้ดีย่ิงขึ้น เช่น ในอนาคต แต่ปัจจุบันครูเน้นใช้ “เครื่องดึงหลังแบบพกพา”
อาจพัฒนาใหก้ ดปมุ่ ได้ ไมต่ อ้ งชักรอก ฯลฯ ครูยัง ที่คลินิก และถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ โดยยังไม่คิด
คงคิดเครื่องมืออ่นื ๆ เชน่ เคร่ืองดึงคอแบบพกพา จัดจ�ำหน่ายแม้จะเคยมีชาวต่างประเทศสนใจ
หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีจะมาช่วยในการนวดรักษา มาขอซ้ือแต่ครูไม่ขาย เพราะต้องการเก็บไว้เป็น
เปน็ ต้น ส่ิงตา่ ง ๆ ทีค่ รคู ิดและท�ำเขา้ กับยุคสมยั ใน ผลงานของคนไทย
ศตวรรษท่ี ๒๑ และเป็นสิ่งท่ีเห็นผลจริง ครูยัง

152

ถอดบทเรยี น

สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด

สิ่งท่ีครูมงคลชัยฝากไว้

“ เราควรมองเรือ่ งอนจิ จัง คอื ความไมเ่ ท่ียง ยกตวั อยา่ งไดจ้ าก

โรคอุบตั ใิ หม่ มนุษย์อยูก่ นั มานาน จู่ ๆ ก็เกดิ โรคใหม่ เกิดความไมเ่ ทยี่ ง
รกั ษาไมไ่ ด้ ความมนั่ คงทางยายงั ไมเ่ หน็ ความมน่ั คงทางอาหารตำ่� สง่ิ ใด
ไม่เคยพบก็ได้เห็น จงึ อยากใหท้ กุ ทา่ นตงั้ อยู่ในความไมป่ ระมาท ผมเพง่ิ
เขา้ ใจความคิดของคนโบราณกเ็ มอ่ื ไวรัสโคโรนาเกิดขน้ึ นเ่ี อง เหตุใด คนต่าง
จงั หวัดจึงตอ้ งมยี ้งุ ฉางเกบ็ ขา้ ว เพราะเปน็ ทรัพยากรความมน่ั คงทางอาหาร
อยา่ งดี สะท้อนว่าสมยั โบราณเคยอบุ ัตโิ รคเชน่ นี้มาก่อน เกดิ การย้ายถิ่นฐาน
เกิดการขาดแคลนอาหารอยา่ งรนุ แรงมาแลว้ จงึ ส่ังสอนวา่ ตอ้ งมียุง้ ฉางเก็บ
ข้าวปลาอาหารไวก้ นิ ไดเ้ หน็ วา่ แมน้ มนุษย์ทว่ี ่าแข็งแรง ม่นั คงแลว้ แต่โรคเกิดขึน้
ไมก่ เ่ี ดือนกเ็ ห็นความปัน่ ป่วนไปหมด ให้มองไวค้ รับ อนจิ จงั เงินตรา บางท่านวา่
รำ่� รวยแลว้ เกดิ เรอ่ื งกร็ าบคาบเลย ซึ่งชว่ ยตอกยำ้� ใหเ้ หน็ วา่ หนทางท่ีควรระลึก นกึ ถงึ

”คอื การน้อมน�ำปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงของในหลวงรชั กาลที่ 9 มายึดถอื ปฏิบัตซิ ่งึ จะเป็นหนทางสู่

ความม่ันคงอย่างแท้จริง

ข้อมลู ติดตอ่ ครูมงคลชยั เสเล

ท่ีอยู่ “พฤกษาคลินิกการแพทย์แผนไทย” เลขที่ ๑๙๙/๘๗๕ หมู่ที่ ๓ หมู่บ้านพฤกษา ๑๕

• ซอย ๑๕/๑๐ ถนนต�ำหรุ - บางพลี ต�ำบลแพรกษาใหม่ อ�ำเภอเมอื งสมทุ รปราการ จงั หวดั สมทุ รปราการ ๑๐๒๗๐
โทร. ๐๘ ๗๙๕๕ ๔๔๘๕

• เพจ “หมอมงคล เทคนิคกดจุด”
•• Facebook “ครูมงคลชยั เสเล”

แผนท่ีโดยสงั เขป

153

ถอดบทเรยี น

สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม

คครภูวมู าบิปทมสญั รสุปญ�ำเคาเลไรด็ ทขล็จอยับง

154

ถอดบทเรยี น

สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด

จากการถอดบทเรียนครูภูมิปัญญาไทยท้ัง ๓ ท่านของส�ำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
(สกศ.) คือ ครูบุญเลิศ ไทยทัตกุล ครูจินดา บุษสระเกษ และครูมงคลชัย เสเล สามารถสรุปแนวทาง
การสรา้ งสรรคน์ วัตกรรมและปัจจยั ความส�ำเรจ็ ได้ ดังจะน�ำเสนอเป็น ๕ หวั ขอ้ ดังน้ี
๑. ครูภมู ปิ ัญญาไทยกับความเชยี่ วชาญ
๒. การสร้างสรรคน์ วัตกรรม และผลส�ำเร็จท่ีเกดิ ข้ึน
๓. ปจั จยั ขบั เคลอื่ นสคู่ วามส�ำเรจ็ ในการสรา้ งสรรคน์ วตั กรรมของครภู มู ปิ ญั ญาไทยทง้ั ๓ ทา่ น
๔. สรุปภาพรวมปัจจัยความส�ำเรจ็ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม
๕. ครภู มู ปิ ญั ญาไทยกับโครงการอนรุ ักษพ์ ันธกุ รรมพืชอนั เนือ่ งมาจากพระราชด�ำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี (อพ.สธ.)

๑. ครภู มู ปิ ัญญาไทยกบั ความเชย่ี วชาญ
ครูภูมิปญั ญาไทย ความเชยี่ วชาญ การอนุรักษ์และประยุกตใ์ ช้

ครบู ุญเลิศ ไทยทัตกลุ  ความร้ดู า้ นการเกษตร น�ำ ภมู ิปญั ญาการเกษตร
ครภู มู ิปญั ญาไทย ร่นุ ที่ ๓ มคี วามเชี่ยวชาญดา้ น โดยเฉพาะ การเพาะเหด็
“เหด็ ตา่ ง ๆ” อย่างลึกซึ้ง มาถ่ายทอดความรู้
ด้านเกษตรกรรม  นำ�เทคโนโลยมี าใช้ สร้างอาชพี ให้ชมุ ชน
ในการพัฒนาต่อยอด ตอ่ ยอดภูมิปญั ญาไทย
ผลิตภัณฑจ์ ากเห็ด เขา้ สกู่ ารศึกษาในระบบ
มหาวิทยาลัย

 การบรหิ ารกองทุนและ น�ำ ความรถู้ า่ ยทอด
ธรุ กิจชุมชน สร้างเครอื ข่าย
ครจู นิ ดา บุษสระเกษ  ความรู้ ความสามารถ ปลกุ พลงั เครอื ขา่ ย
ครภู ูมปิ ญั ญาไทย รุ่นที่ ๖ ด้านการเกษตร โดยเฉพาะ ช่วยยกระดับพัฒนา
ด้านกองทนุ และธุรกิจชมุ ชน การปลูกเฟือ่ งฟ้าและเพ่ิมมลู ค่า คณุ ภาพชีวิตของชมุ ชน
โดยดัดเป็นรูปทรงต่าง ๆ ส่งเสรมิ การอนรุ ักษ์
(การออมทรพั ย์  การสร้างพลงั เครอื ขา่ ย ทรพั ยากรธรรมชาติ และ
เพือ่ การผลิต) ภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น

พฒั นาชมุ ชน

ครูมงคลชยั เสเล  การแพทยแ์ ผนไทย นำ�ภมู ิปัญญา
ครภู มู ิปญั ญาไทย รุ่นที่ ๙ โดยเฉพาะการนวดไทย ดา้ นการแพทย์แผนไทย
ดา้ นการแพทย์แผนไทย  นักคิด นักประดษิ ฐ์ คิดค้น ตอ่ ยอดสรา้ งสรรคส์ ิง่ ประดิษฐ์
สรา้ งสรรค์นวตั กรรม และเทคนิควธิ ีใหม่
(เคร่อื งดงึ หลงั "เครอื่ งดึงหลังแบบพกพา" เพื่อบำ�บัดรักษาผปู้ ว่ ย
แบบพกพา) ซ่งึ ไดร้ บั การจดอนุสทิ ธบิ ตั ร ถ่ายทอดองค์ความรู้
กับกรมทรัพย์สินทางปญั ญา และคิดคน้ ประดษิ ฐ์สิ่งใหม่
อย่างต่อเนื่อง

155

ถอดบทเรยี น

สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม

๒. การสรา้ งสรรคน์ วตั กรรม และผลส�ำเรจ็ ทเ่ี กดิ ขึน้
การถอดบทเรียนน้ี เน้นค้นหาแนวทางที่ครูน�ำองค์ความรู้ภูมิปัญญาไทยมาต่อยอด สร้างสรรค์
“นวัตกรรม” ได้อย่างสอดคล้องกับการด�ำเนินชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ และเป็นแนวทางที่ช่วยอนุรักษ์
ทรัพยากรรรมชาติ โดย “นวัตกรรม” อาจเป็นแนวคดิ วิธีการ กระบวนการ ผลติ ภณั ฑห์ รืออุปกรณ์ ฯลฯ
ซ่ึงจากการศึกษาพบว่า ครูภูมิปัญญาไทยทั้ง ๓ ท่าน สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมท่ีมีความโดดเด่น
แตกต่างกัน ครูบุญเลิศ โดดเด่นในเร่ืองการน�ำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ในเร่ือง
ที่ครเู ชยี่ วชาญ คือ เร่อื ง “เหด็ ” จนสามารถเพิ่มมลู คา่ สรา้ งอาชพี สรา้ งรายได้ ช่วยเหลอื ชมุ ชน ครจู ินดา
โดดเด่นในเร่ืองแนวคิด วิธีการสร้างเครือข่าย หรือท่ีครูเรียกว่า “นวัตกรรมสร้างคน” เพราะคน คือ
ต้นทุนส�ำคัญท่ชี ่วยกนั ขับเคลอ่ื นยกระดับคณุ ภาพชวี ิตของชุมชน ครูยงั เป็นผูเ้ ช่ยี วชาญในด้านการบรหิ าร
กองทุนและเป็นผู้จุดประกายการปลูกและพัฒนาเฟื่องฟ้า จนท�ำให้เฟื่องฟ้ากลายเป็นสินค้าสร้างช่ือของ
อ�ำเภอ ส�ำหรับครูมงคลชัย โดดเด่นเร่ืองความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้น น�ำภูมิปัญญาพื้นบ้านมา
พฒั นาต่อยอดสร้างสรรค์ส่ิงประดิษฐ์ใหม่ ๆ เชน่ เครื่องดึงหลังแบบพกพาซ่ึงไดร้ บั การจดอนสุ ทิ ธิบตั รกบั
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ดังสรุปแนวคิด ผลงานการสร้างสรรค์นวัตกรรมของแต่ละท่านได้ ดังนี้

ครูบญุ เลศิ ไทยทตั กุล  การเพม่ิ มูลคา่ “เห็ด”
ครูบุญเลิศเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์
จากศาสตร์หนึ่งต่อยอดสู่อีกศาสตร์หนึ่ง จาก แนวคิดและวธิ กี าร ตอ้ งการยืดอายุและ
ธุรกิจหนึ่งขยายสู่อีกธุรกิจหน่ึง ครูไม่เคยหยุด เพิ่มมลู คา่ ให้เหด็ จึงด�ำเนนิ การต่อไปน้ี
“พัฒนา” จากเกษตรกรสู่ครูผู้สอนและนักธุรกิจ
ตอ่ ยอดสอู่ าจารยร์ ะดบั มหาวทิ ยาลยั ดว้ ยการพฒั นา - แปรรูปเห็ดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
ที่ไม่หยุดนิง่ ครูจงึ มโี ครงการหรือผลติ ภณั ฑ์ใหม่ ๆ เรมิ่ ตน้ จากการถนอมอาหาร จากนนั้ น�ำเทคโนโลยี
ที่น่าสนใจ เข้ากับยุคสมัยอย่างต่อเน่ือง เคร่ืองมือ เคร่ืองจักรมาใช้แปรรูปเห็ดจนเกิดเป็น
ผลติ ภัณฑต์ า่ ง ๆ แบง่ ได้ ๔ กลมุ่ คอื กลุ่มอาหาร
กลุ่มของใช้ กลุ่มอาหารเสริมและเห็ดยารักษาโรค
และต่อยอดสู่กลุ่มเวชส�ำอาง ครูเริ่มจากจ้างผลิต
พัฒนาจนมีโรงงานผลิตสนิ คา้ เปน็ ของตนเอง

- จัดต้ังและเชื่อมโยงวิสาหกิจชุมชน
สร้างแบรนด์สินค้า “ครูบุญเลิศ” ครูน�ำก่อตั้ง
“วิสาหกิจชุมชนศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย
จังหวัดสมุทรปราการ” การต้ังวิสาหกิจชุมชนฯ
นอกจากท�ำให้เกิดเครือข่ายชุมชนคนปลูกเห็ด
ท่ีช่วยเหลอื เกอ้ื กูลกัน ยงั ท�ำใหม้ เี หด็ อยา่ งเพยี งพอ
ท่ีจะจ�ำหน่ายและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
ตลอดท้ังปี รวมถึงได้ขยายผลด้วยการเชื่อมโยง
กบั วสิ าหกจิ ชมุ ชนอน่ื ๆ ที่มผี ลิตภณั ฑแ์ ตกต่างกัน
แตเ่ ปน็ เครอื ขา่ ยกันได้ โดยใช้ “เหด็ ” เปน็ จดุ รว่ ม
เช่น ท�ำเป็นกระเป๋าเห็ด ทอผ้ารูปเห็ด ฯลฯ
แล้วจ�ำหน่ายร่วมกัน ซ่ึงช่วยเพ่ิมยอดขายเพราะ
มีสินค้าหลากหลาย รวมถึงมีการสร้าง

156

แบรนด์สินค้า “ครูบุญเลิศ” เป็นการน�ำเทคนิค ถอดบทเรยี น
การตลาดมาต่อยอด ท�ำให้สินค้าต่าง ๆ ของครู
เป็นหนึ่งเดียว สร้างเอกลักษณ์เพ่ือการจดจ�ำ สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด

- การเพาะเห็ดนอกฤดูกาล และเพาะ มหาวิทยาลัยชีวิต ศูนย์ภูมิปัญญาไทย จังหวัด
เห็ดสายพันธุ์ใหม่ เมื่อสามารถเพาะเห็ดนอกฤดู สมุทรปราการ” เป็นวทิ ยาเขตของสถาบนั เรยี นรู้
ส่งผลให้จ�ำหน่ายได้ราคา เพราะเป็นสิ่งที่หายาก เพอื่ ปวงชน (มหาวิทยาลยั ชวี ติ ) เปดิ สอนนกั ศกึ ษา
การเพาะเหด็ สายพนั ธใ์ุ หมไ่ ด้ ท�ำใหม้ ผี ลติ ภณั ฑใ์ หม่ ในระดับปริญญาตรี ผู้เรียนสามารถเลือกเรียน
สามารถเป็นผู้น�ำตลาด ตามภูมิปัญญาไทยท่ีสนใจ โดยมีเป้าหมายว่า
เม่ือส�ำเร็จการศึกษา ทุกคนจะต้องมีอาชีพหรือ
ผลที่เกิดขึ้น การแปรรูปเห็ดเป็น ธุรกิจของตนอย่างน้อย ๑ ธุรกิจ
ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอาหารเสริมท�ำให้
จ�ำหน่ายได้ราคา สร้างรายได้เป็นจ�ำนวนมาก ผลที่เกิดข้ึน การสอนเพาะเห็ดช่วย
ส่งผลให้ฐานะม่ันคง มีเงินทุนสร้างโรงงานและ สร้างงาน สร้างอาชีพให้ผู้สนใจ เป็นได้ทั้ง
ผลติ สนิ คา้ อื่น ๆ อาชีพหลักและอาชีพเสริม ส�ำหรับการเปิดศูนย์
การเรยี นรฯู้ ระดับมหาวทิ ยาลยั ท�ำให้องค์ความรู้
การต้ังวิสาหกิจชุมชนศูนย์การเรียนรู้ ภูมิปัญญาไทยในสาขาต่าง ๆ ได้รับการถ่ายทอด
ภูมิปัญญาไทย ช่วยให้ชาวบ้านมีงาน มีอาชีพ สู่เยาวชน ครูภูมิปัญญาเกิดความภาคภูมิใจ
ท่ีมั่นคง มีแหล่งจ�ำหน่ายท่ีชัดเจน มีสวัสดิการ มีเวทีถ่ายทอดความรู้ เป็นการอนุรักษ์สืบทอด
มีการแลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกัน เป็นแหล่งศึกษา ภูมิปัญญาไทยอย่างเป็นรูปธรรม นักศึกษา
ดูงานส�ำหรับผู้สนใจท้ังในและต่างประเทศ ไดเ้ รยี นรู้ภมู ปิ ญั ญาไทย เห็นประโยชน์ เกิดทักษะ
ผลิตภัณฑ์ของศูนย์ฯ ได้รับการพัฒนาจนได้รับ สามารถน�ำไปประกอบอาชีพ
“รางวัลชนะเลิศ ผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัด
สมุทรปราการ ประจ�ำปี ๒๕๕๘”  นวตั กรรมอาหารเพ่อื สขุ ภาพ

 นวตั กรรมถา่ ยทอดความรู้ แนวคิดและวิธีการ ต้องการช่วยเหลือ
สังคม โดยน�ำเห็ดท่ีมีสรรพคุณทางยาช่วยรักษา
แนวคดิ และวธิ กี าร ครตู ้องการถา่ ยทอด ผู้ป่วย จึงท�ำโครงการ “นวัตกรรมอาหารเพื่อ
ความรู้เร่ืองการเพาะเห็ด และส่งเสริมให้ สุขภาพ” เพ่ือช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้โดยไม่มี
ภู มิ ป ั ญ ญ า ไ ท ย ไ ด ้ รั บ ก า ร ถ ่ า ย ท อ ด ใ น ร ะ ดั บ ค่าใช้จ่าย
มหาวทิ ยาลยั ครูด�ำเนินการดงั นี้
ผลทเี่ กดิ ขึ้น ช่วยผปู้ ่วยได้จ�ำนวนมาก
- จัดท�ำหลกั สูตร “เพาะเหด็ ครบวงจร”
มี ๖ ข้ันตอน ทุกข้ันตอนสามารถไปประกอบ  โฮมสเตยก์ ารทอ่ งเทยี่ วเชงิ อนรุ กั ษ์
อาชีพได้ตามความพร้อม ความถนัด นอกจาก
ช่วยสร้างอาชีพให้ผู้สนใจแล้ว ยังเป็นรายได้ แนวคิดและวิธีการ เน้นการท่องเท่ียว
อี ก ท า ง ห นึ่ ง ที่ ค รู ใ ช ้ เ ป ็ น ทุ น ใ น ก า ร เ ร่ิ ม ต ้ น เชิงภูมิปัญญาไทย เพราะเห็นช่องทางต่อยอดสู่
เปดิ กิจการตา่ ง ๆ การท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์ ครูจัดท�ำ “โฮมสเตย์”
รองรับผู้สนใจมาศึกษาดูงานท้ังชาวไทยและ
- ท�ำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต้ัง ชาวต่างประเทศ
ศูนย์เรียนรู้ชุมชนฯ ครูร่วมกับมหาวิทยาลัยชีวิต
ซ่ึงเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในจังหวัด ผลท่ีเกิดข้ึน มีผู้มาพักอย่างต่อเน่ือง
สมุทรสงคราม จัดต้ัง “ศูนย์เรียนรู้ชุมชน ทั้งผู้มาศึกษาดูงานและผู้ท่ีมาฝึกงาน ท�ำให้เกิด
ความสะดวก เรียนรู้ได้เต็มท่ี ไม่เสียเวลา
เดนิ ทาง

157

ถอดบทเรยี น

กสราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม

ครจู ินดา บุษสระเกษ สู่ชุมชน ส่งผลให้คนในชุมชนมีรายได้ มีงานท�ำ
ครจู นิ ดาเป็นผใู้ ฝ่เรียนรู้จนสามารถต่อยอด ครอบครวั อยพู่ รอ้ มหนา้ สามารถซือ้ รถ สง่ ลกู เรียน
สร้างสรรค์นวัตกรรม และเป็นแกนน�ำสร้างพลัง มีความเป็นอยู่ที่ดีข้ึน ท้ังยังขยายผลการปลูก
เครือข่ายยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ทั้งอ�ำเภอจน “เฟื่องฟ้า” กลายเป็นค�ำขวัญ
ไดป้ ระสบความส�ำเร็จ ประจ�ำอ�ำเภอหนองบุญมาก “เฟื่องฟ้างาม
น�้ำผ้ึงหวาน กล่าวขานขนุนดี คนมีคุณธรรม
รเิเรฟิ่มื่อดงฟ�ำา้เนเปนิ ลก่ยี านรชดวี ติว้ ยตนเอง ศลิ ปกรรมปราสาทหิน”
แนวคิดและวิธีการ ครูเห็นลู่ทางว่า
เฟื่องฟ้าสามารถเป็นพืชที่ท�ำรายได้ จึงเป็นผู้น�ำ ผชุมนู้ ช�ำพนไลดงั ป้เครระอืสขบ่าคยวาพมฒั สน�ำเารจ็
เพาะเฟื่องฟ้าในต�ำบลบ้านใหม่ และเพ่ิมมูลค่าให้
เฟือ่ งฟา้ น่าสนใจมากยงิ่ ขน้ึ โดยท�ำเปน็ “เฟ่อื งฟ้า สมัยก่อนชุมชนมีปัญหาหลากหลาย
แฟนซี” หน่ึงต้นมีหลายสี และดัดเฟื่องฟ้าเป็น ทั้งเร่ืองราคาผลผลิตตกต�่ำ ปัญหาความยากจน
รูปทรงและสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้ครู ตกงาน ไม่มีรายได้ ไม่มีสวัสดิการ ต้องกู้หน้ี
เพราะแปลกใหม่ ไม่มีใครในต�ำบลเคยท�ำมาก่อน นอกระบบ และถูกเอาเปรียบจากนายทุน อีกท้ัง
สามารถขายได้ราคาสูง เมื่อประสบความส�ำเร็จ มีการบุกรุกท�ำลายป่า ท�ำให้พืชพ้ืนถ่ินบางชนิด
ครถู ่ายทอดความรู้ใหช้ มุ ชน แทบสูญพันธุ์ จากการท�ำแผนแม่บทชุมชน ได้ผล
ผลท่ีเกิดข้ึน ครูเคยเผชิญปัญหาภาวะ ทนี่ า่ ตกใจวา่ “ชมุ ชนนก้ี ำ� ลงั เปน็ ชมุ ชนทล่ี ม่ สลาย”
สินค้าเกษตรตกต่�ำ ท�ำให้มีหน้ีสิน เมื่อเพาะ ครูจินดานับเป็นผู้น�ำชุมชนที่มีเครือข่ายท้ังระดับ
เฟื่องฟ้าส�ำเร็จ ท�ำให้ครูมีฐานะที่ม่ันคง ในส่วน หมู่บ้าน ต�ำบล อ�ำเภอ จังหวัด ครูร่วมกับเหล่า
ของคนในชุมชน จากท่ีเคยยากจน แกนน�ำและเครือข่ายชว่ ยกนั แกป้ ญั หาและพัฒนา
ไม่มีงานท�ำ ต้องไปรับจ้างท�ำงาน ชุมชนในด้านต่าง ๆ จนประสบความส�ำเร็จ ด้วย
นอกพื้นท่ี ไม่มีเงินส่งลูกเรียน แนวคดิ และวธิ กี าร ดงั น้ี
แ ต ่ ห ลั ง จ า ก ค รู ถ ่ า ย ท อ ด
กากราเรกเษพติ่มรมลู คา่ ผลติ ภณั ฑ์ทาง

แนวคิดและวิธีการ ต้องการเพิ่มมูลค่า
ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ท�ำให้เก็บรักษาได้นาน
สร้างรายได้ให้ชุมชน จึงส่งเสริมเร่ือง ๑. แปรรูป
ผลิตภัณฑ์การเกษตร เป็นอาหาร ขนมพ้ืนบ้าน
น้�ำสมุนไพร ของใช้ในครัวเรือน ลูกประคบ
ของเล่นพื้นบ้าน ๒. ส่งเสริมการปลูกพืช
ผสมผสาน ๓. จัดหาแหล่งให้ค้าขาย เช่น
ตลาดนัดชมุ ชน

ผลที่เกิดข้ึน การแปรรูปช่วยยืดอายุ
ผลผลิตทางการเกษตร ท�ำให้มีสินค้าหลากหลาย
และช่วยเพิ่มมูลค่า การปลูกพืชแบบผสมผสาน
ท�ำให้มีผลผลิตขายตลอดท้ังปี ตลาดนัดท�ำให้
คนในชมุ ชนมีแหลง่ น�ำผลผลิตมาขาย สร้างรายได้

158

แลกะาสรรท้า�ำงใสหังเ้ คกมดิ แสหวัส่งกดากิ ราใรหช้ ุมชน ถอดบทเรยี น

แนวคดิ และวธิ กี าร ตอ้ งการใหค้ นในชมุ ชน สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
มีสวัสดิการยามเจ็บป่วย เสียชีวิต มีเงินทุนใน
การต้ังต้นชีวิต ไม่ต้องกู้เงินนอกระบบ มีเงินออม ภมู ปิ ญั ญา เครือข่ายภูมิปัญญา เครือข่าย ๓ ดี
ครูจึงเป็นแกนน�ำบริหารและริเร่ิมจัดต้ังกองทุน (พื้นท่ีดี ภูมิดี สื่อดี) กิจกรรมเดิ่นย้ิม (กิจกรรม
ต่าง ๆ เพ่ือชุมชน เช่น กองทุนสัจจะออมทรัพย์ เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถ่ิน) เด่ินบอกรัก (กิจกรรม
ออมวันละบาท กองทุนบ้านพอเพียง กองทุน สร้างความสัมพันธ์บอกรักในครอบครัว) กิจกรรม
สวัสดิการเพื่อนสตรี อ�ำเภอหนองบุญมาก ฯลฯ ปลูกฝังให้รักชาติ ฯลฯ โดยเน้นให้เด็กเยาวชนได้
รวมถึงส่งเสริมสงั คมแห่งการแบ่งปัน ร่วมเรยี นรู้

ผลท่ีได้คือ ชาวบ้านไม่ต้องกู้เงินนอก ผลท่ีได้คือ ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้รับ
ระบบ มีทีพ่ งึ่ มีเงนิ ออม มสี วสั ดกิ ารและคณุ ภาพ การอนรุ กั ษส์ บื สาน เดก็ เยาวชนสนใจทอ้ งถนิ่ มากขน้ึ
ชีวติ ทด่ี ีข้ึน ชุมชนมีการแบง่ ปันมากข้ึน และมีสว่ นช่วยในงานทถี่ นดั เชน่ การถ่ายวีดิทัศน์
การเผยแพรท่ างสอื่ ออนไลน์ ฯลฯ
 การอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาต ิ
ผลจากความร่วมมือร่วมใจของพลัง
แนวคิดและวิธีการ ต้องการอนุรักษ์ เครือข่ายท�ำให้เกิดการฟื้นฟู พัฒนาในทุกด้าน
พันธุกรรมพืช ป่าไม้ไม่ให้สูญพันธุ์ ครูจึงร่วมกับ จนท�ำให้“ต�ำบลบ้านใหม่” สามารถเป็น “ต�ำบล
เครือข่ายขับเคล่ือนกิจกรรมต่าง ๆ เพื่ออนุรักษ์ ตน้ แบบ” ใหต้ �ำบลอนื่ ๆ
เช่น ป่าชุมชน บวชป่า มีการต้ังกฎระเบียบ
ร่วมกัน จัดท�ำธนาคารพันธุ์พืช ครอบครัวตู้เย็น เคลด็ ลบั การสรา้ งพลังเครอื ข่าย
ซุปเปอร์มาร์เก็ตหลังบ้าน ฟื้นฟูปลูกผักหวานป่า
รวมถึงมีการให้ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์พืชพื้นบ้าน ครูจินดาประสบความส�ำเร็จอย่างมากใน
และแจกเมล็ดพันธุ์ใหช้ าวบ้านน�ำไปปลูก การสรา้ งเครือข่าย เคล็ดลับของครมู ีดงั น้ี

ผลที่ได้คือ ป่าฟื้นคืน ชาวบ้านเห็น วิธีการ ต้องท�ำให้เห็นว่า ส่ิงที่ท�ำมี
ประโยชน์ เริ่มอนุรักษ์ มีกฎระเบียบในการรักษา ความส�ำคญั มปี ระโยชน์ ครจู ะคน้ หาขอ้ มลู เตรยี ม
ป่าร่วมกัน และต่างปลูกพืชหลากชนิดท�ำให้มี ความพร้อมก่อนลงพื้นท่ี ถ่ายทอดความรู้ พาคิด
ผกั ผลไมร้ บั ประทาน ลดคา่ ใชจ้ า่ ย เม่ือปลูกได้มาก พาท�ำ ลงมือปฏิบัติให้เห็น สรรหาคนดี คนเก่ง
กส็ ามารถน�ำไปจ�ำหนา่ ย ผกั พน้ื ถนิ่ ไดฟ้ น้ื คนื มา เชน่ คนทม่ี ใี จท�ำงาน พจิ ารณาจากความถนดั ความสนใจ
“ผักหวานป่า” จากใกล้จะสูญพันธุ์กลายเป็น ความสามารถของแตล่ ะคน เปดิ โอกาสใหแ้ สดงออก
พืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้ชุมชน จนต้องมี ให้ก�ำลังใจ พาไปศกึ ษาดูงาน แนะน�ำสว่ นท่ียงั ขาด
การส่ังจองล่วงหนา้ ชมเชยในส่วนท่ีท�ำได้ดี มอบรางวัลให้ผู้ที่บ�ำเพ็ญ
ประโยชน์ เป็นการยกย่องคนดี เช่น รางวลั “คนดี
 การอนรุ ักษภ์ มู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่น ศรีเครือข่าย” เม่ือพบว่า มีผู้ที่สามารถเป็นผู้น�ำ
และด�ำเนนิ การเองได้ จะลดบทบาทมาเปน็ ทปี่ รกึ ษา
แนวคิดและวิธีการ ต้องการอนุรักษ์ และเปิดโอกาสใหเ้ ขาด�ำเนนิ การตอ่ ไป เป็นต้น
สืบสานภูมิปัญญาท้องถ่ินให้อยู่คู่ชุมชน ครูจึงเป็น ผลท่ีเกิดข้ึน ครูมีเครือข่ายในทุกระดับ
หนึ่งในแกนน�ำขับเคลื่อนท�ำแผนแม่บทชุมชน ทงั้ ในระดบั หมบู่ า้ น ต�ำบล อ�ำเภอ จงั หวดั ซง่ึ รว่ มแรง
ดึงจุดเด่นของชุมชนมาพัฒนาท้ังด้านทรัพยากร ร่วมใจกันด�ำเนินโครงการต่าง ๆ ส่งผลให้ชุมชนมี
ธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถ่ิน ส่งเสริมกิจกรรม ความเป็นอยู่ท่ีดีข้ึน ครูสามารถด�ำเนินการหลาย
อนุรักษ์ภูมิปัญญาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น บ้าน โครงการในเวลาเดยี วกนั เพราะมเี ครอื ขา่ ยทเ่ี ขม้ แขง็
หลายคนสามารถเป็นแกนน�ำกลับไปพัฒนาชุมชน
ของตนได้ ในทุกวันน้ี ครูมีโครงการใหม่ ๆ เกดิ ขนึ้
อย่างต่อเน่ือง โดยมีเป้าหมายสร้างชุมชนเข้มแข็ง
เพอ่ื เป็นก�ำลงั ส�ำคญั ในการพัฒนาประเทศต่อไป

159

ถอดบทเรยี น กดกจาุดรพเกัฒาะนกาลเท้าคมนเนคิ ้อื

สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม แนวคิดและวิธีการ ครูสงสัยว่าจะมี
วิธีนวดที่ลดจ�ำนวนการกดจุดลง แต่ยังรักษา
ครูมงคลชยั เสเล เห็นผลได้เหมือนเดิมหรือไม่ เพ่ือหาค�ำตอบ
ครูมงคลชัย เป็นนักคิด นักประดิษฐ์ จึงศึกษาหาความรู้ท้ังแพทย์แผนไทยและแพทย์
เช่ือในข้อมูลเชิงประจักษ์ สามารถน�ำองค์ความรู้ ปัจจุบัน จนสามารถคิดค้น “เทคนิคกดจุดเกาะ
ภูมิปัญญามาสร้างสรรค์ต่อยอดสิ่งประดิษฐ์ กล้ามเน้ือ” ท่ีลดจ�ำนวนการกดจุดลง เน้นกดจุด
ต่าง ๆ ได้ ที่จ�ำเป็น ไม่ต้องใช้แรงมาก ช่วยลดระยะเวลา
ในการนวด แต่ยังรกั ษาไดผ้ ลเชน่ เดิม
แบกบาพรปกรพะาดิษฐ์เครอ่ื งดึงหลงั
ผลท่ีเกิดข้ึน ใช้เวลาในการนวดไม่นาน
แนวคดิ และวธิ กี าร ครตู อ้ งการชว่ ยเหลอื ผู้ป่วยส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าไม่เจ็บปวด
ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง โดยเฉพาะผู้ป่วย สามารถกดจุดท่ีไม่เจ็บปวด แต่ส่งผลสะท้อนไป
สูงอายุท่ีการผ่าตัดมีความเสี่ยง จึงคิดประดิษฐ์ ช่วยรักษาจุดที่ปวดได้ ส�ำหรับผู้นวดก็ช่วย
เครื่องดึงหลังแบบพกพา โดยประยุกต์จาก ผอ่ นแรง ไมต่ อ้ งใช้แรงมาก
ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ใช้การดึงหลังด้วยผ้าขาวม้า
ปรบั ปรุง พัฒนากว่า ๑๐ ปี ๒๐ กว่ารุ่น จึงส�ำเรจ็ ช•กกอื่ายจารวดุ ปภิ ตรา่าะคงยศๆุกาตสในต์นรร�ำ่าม์หงาลกเกัารยยี ก
และได้อนุสิทธิบัตรเลขท่ี 16265 ณ วันที่ 12
พฤษภาคม 2563 แนวคิดและวิธีการ ต้องการหาวิธีเรียก
ชอื่ จุดต่าง ๆ ในร่างกายแล้วทุกคนเข้าใจตรงกัน
ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ เครอ่ื งดงึ หลงั สามารถควบคมุ ครูจึงน�ำหลักกายวิภาคศาสตร์มาใช้เรียกชื่อ
องศาได้ นำ้� หนกั ไมม่ าก พกพาได้ แพทยใ์ ชเ้ ครอื่ งได้ จดุ ตา่ ง ๆ ในรา่ งกาย
โดยไมต่ อ้ งมผี ชู้ ว่ ย สามารถปรบั องศาใหเ้ หมาะสม
กับผู้ป่วย ผู้ป่วยบอกความต้องการได้ว่า ตึงไป ผลท่ีเกิดข้ึน ท�ำให้เกิดความเข้าใจ
เจ็บไปหรือไม่ ช่วยรักษาผู้ท่ีมีอาการปวดหลัง ตรงกัน ง่ายต่อการถ่ายทอด ผู้เรียนรู้ว่า จุดหรือ
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ฯลฯ ซ่ึงได้ ต�ำแหนง่ อยูท่ ใี่ ด
ผลการตอบรับจากผปู้ ่วยเป็นอยา่ งดี
ส• กตู ารรเฉคพ้นคาะดิ ต�ำรายาสมนุ ไพร
160
แนวคิดและวิธีการ ต�ำรายาสมุนไพร
มีจ�ำนวนมาก บ้างกล่าวถึงสรรพคุณท่ีเหมือนกัน
และแตกต่างกัน บางต�ำราต้องใช้สมุนไพร
จ�ำนวนมากเพอื่ รกั ษาอาการ ๆ เดยี ว
จะท�ำอย่างไรท่ีจะใช้สมุนไพร
อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องใช้สมุนไพรจ�ำนวนมาก

ครูจึงศึกษาการแพทย์แผนไทยครบท้ัง ๔ ด้าน ถอดบทเรยี น
แ ล ะ ศึ ก ษ า ง า น วิ จั ย ทั้ ง ใ น แ ล ะ ต ่ า ง ป ร ะ เ ท ศ
ได้น�ำความรู้มาประยุกต์คิดค้นปรุงยาสมุนไพร สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด
โดยคัดเลือกเฉพาะสมุนไพรท่ีมีงานวิจัยรองรับ
มี ข ้ อ มู ล เ ชิ ง ป ร ะ จั ก ษ ์ ว ่ า ป ล อ ด ภั ย แ ล ะ ไ ม ่ มี ผลข้างเคียงมาปรุงเป็นต�ำรับของตนเอง
ผลท่ีเกิดข้ึน ได้ยาสมุนไพรสูตรเฉพาะท่ี

รักษาในคลินิกของตน ช่วยให้เกิดสูตรยาใหม่ ๆ
เพม่ิ ข้นึ

น๓ว. ัตปกัจรจรัยมขขบั อเงคคลร่อื ภู นมู สปิ คู่ ัญวาญมาสไ�ทำเยรจ็ ทในงั้ ก๓ารทสา่ รนา้ งสรรค์

การสร้างสรรค์นวัตกรรมไม่ได้เป็นส่ิงที่ท�ำได้อย่างง่ายดาย กว่าจะประสบความส�ำเร็จต้องผ่าน
อุปสรรคต่าง ๆ มากมาย ส่ิงที่เป็นแรงขับ แรงผลักดันให้ครูภูมิปัญญาไทยท้ัง ๓ ท่าน ประสบ
ความส�ำเรจ็ ในวนั นจ้ี งึ เปน็ สงิ่ ทน่ี า่ สนใจเปน็ อยา่ งยงิ่ จากการถอดบทเรยี นของทง้ั ๓ ทา่ น พบวา่ ปจั จยั ทท่ี �ำให้
แต่ละท่านสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ส�ำเร็จมีหลายปัจจัยและมีความคล้ายคลึงกัน สรุปได้ดังนี้

และอปุ๑น) สิมัยมุ ขมอองงคแรนู วคดิ ๒) มตี น้ แบบทด่ี ี

ครูทุกท่านล้วนมีความรักในสิ่งท่ีท�ำ การมีต้นแบบที่ดีเป็นรากฐานส�ำคัญที่
ช่างสังเกต หมั่นศึกษาหาความรู้ มีความมุ่งมั่น จะน�ำไปสู่ความส�ำเร็จ จะเห็นได้ว่าครูท้ัง 3 ท่าน
ขยนั พากเพียร อดทน มคี วามพยายาม ไมย่ ่อท้อ ล้วนมีบุคคลที่เป็นต้นแบบ ครูบุญเลิศช่วยงาน
มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ มจี นิ ตนาการ กลา้ คดิ กลา้ ท�ำ ครอบครัวตั้งแต่เด็ก ได้รับการถ่ายทอดความรู้
คุณลักษณะเหล่าน้ีเป็นพ้ืนฐานที่ท�ำให้ครูสามารถ จากครอบครวั โดยเฉพาะพ่ีชายท่ีมีความเช่ียวชาญ
คิดค้นพัฒนานวัตกรรมได้ ความรัก ความชอบ ระดับนักวิจัยแห่งชาติ ครูมีโอกาสศึกษาเรียนรู้
ความสนใจเป็นแรงขับที่ช่วยผลักดันสู่ความส�ำเร็จ และพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ
และส่ิงส�ำคัญท่ีขาดไม่ได้ คือ ความคิดที่ต้องการ เปน็ กรู ดู า้ นเหด็ เชน่ ทกุ วนั น้ี ส�ำหรบั ครจู นิ ดามบี ดิ า
ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น เห็นแก่ประโยชน์ เป็นต้นแบบ บิดาสอนให้ครูเพาะปลูกพืชต่าง ๆ
ส่วนร่วม สิ่งน้ีเองที่ท�ำให้ครูทุกคนเลือกท่ีจะ และฝึกให้ค้าขายตั้งแต่เด็ก ท�ำให้มีความรู้
ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้อื่น แทนที่จะเก็บ ประสบการณ์ เป็นพื้นฐานส�ำคัญท่ีส่งผลให้ครูมี
องค์ความรู้ไว้กับตนเอง ครูแต่ละท่านล้วน ทักษะในการเพาะปลูกพืชชนิดต่าง ๆ ได้ดี และ
ต้องการอนุรักษ์สืบสานให้ภูมิปัญญาไทยและ สามารถบริหารงานกองทุนในเวลาต่อมา ส�ำหรับ
ทรัพยากรธรรมชาติยังคงอยู่ ดังที่ครูบุญเลิศ ครูมงคลชัย บิดาเป็นหมอพ้ืนบ้าน เป็นต้นแบบ
กลา่ วว่า “ย่งิ ให้ ย่งิ ได”้ ของครู บิดาพาครูติดตามไปนวดรักษาต้ังแต่เด็ก
ท�ำให้ครูสนใจและมีพ้ืนฐานเร่ืองการนวดแผนไทย
จนกระท่ังเป็นแพทย์แผนไทยท่ีสามารถคิดค้น
สง่ิ ประดษิ ฐ์ได้ส�ำเร็จ

161

ถอดบทเรยี น

สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม

๓) ครอบครัว ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง การด�ำเนนิ การใด ๆ ครเู นน้
ให้รอบคอบ มุ่งมั่นท�ำจริง อยู่บนรากฐานของ
การสนับสนุนของครอบครัวนับเป็น ความมีเหตุผล พออยู่ พอกิน พอใช้ พอเพียง มี
สงิ่ ส�ำคญั ทห่ี นนุ น�ำใหป้ ระสบความส�ำเรจ็ ครอบครวั ภูมิคุ้มกัน ครูชี้ให้เห็นว่าศาสตร์พระราชาเป็น
ของครูบุญเลิศยึดอาชีพการเพาะเห็ด จนต้ัง แนวทางสร้างความยั่งยืนที่แท้จริง สามารถ
เป็นศูนย์รวมเห็ดบ้านอรัญญิก (ชุมชนคนรักเห็ด) ปฏิบัติได้เห็นผล ซึ่งเห็นได้ประจักษ์ชัดในช่วง
นับเป็นเบ้าหลอมบ่มเพาะความรู้ ความสามารถ โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 ระบาด หลายพน้ื ที่
ส่วนครูจินดา เมื่อเร่ิมปลูกเฟื่องฟ้า สามีของครู ขาดแคลน เดอื ดรอ้ น แตช่ มุ ชนทด่ี �ำเนนิ ตามปรชั ญา
คือ เร่ียวแรงส�ำคัญท่ีคอยช่วยเหลือ แนวคิดท่ีน�ำ ของเศรษฐกิจพอเพยี งสามารถพึง่ พาตนเองได้
เฟื่องฟ้ามาท�ำเป็นไม้ดัด เป็นจริงได้เพราะสามี
มีความสามารถในการท�ำไม้ดัด นอกจากน้ีการที่ ๕) การศกึ ษาเรยี นรู้
ครูจินดาถ่ายทอดความรู้แก่ชาวบ้าน เครือข่าย
เป็นเร่ืองท่ีต้องอุทิศเวลา ซึ่งครอบครัวเข้าใจและ “การเรียนรู้” นับเป็นกุญแจส�ำคัญ
เป็นก�ำลังใจ ส�ำหรับครูมงคลชัย ครูบอกอย่าง สู่ความส�ำเร็จ ครูท้ัง ๓ ท่าน ต่างเป็นคนท่ีรัก
ชดั เจนวา่ การที่ครูสามารถประดษิ ฐเ์ ครอ่ื งดึงหลัง การเรียนรู้ หมั่นศึกษาหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ
แบบพกพาได้ส�ำเรจ็ เกดิ ข้ึนได้ดว้ ยความสนับสนนุ ซง่ึ จ�ำแนกได้ ดังน้ี
ของครอบครัวโดยเฉพาะภรรยาซ่ึงช่วยตัดเย็บ
อุปกรณ์ที่ต้องใช้กับเคร่ืองดึงหลังในรุ่นต่าง ๆ ๑) สถาบนั การศกึ ษา ครูบญุ เลิศศึกษา
ของครู ระดับปริญญาตรีและปริญญาโทด้านการเกษตร
นอกจากความรดู้ า้ นการเกษตรแลว้ ครยู งั ไดเ้ รยี นรู้
ก๔ขาอ) รงกดเาศ�รำเรนนษอ้ นิ ฐมงกนาินจ�ำศตพาาอสมเตหพรลีย์พักงรปะรรัชาญชาา เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ การน�ำเสนองาน วิธีการ
เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ฯลฯ จากมหาวิทยาลัย
ครูท้ัง ๓ ท่าน เป็นผู้น้อมน�ำศาสตร์ ครูศึกษาต่อระดับปริญญาเอก และได้ประมวล
พระราชา น�ำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ความรทู้ �ำวทิ ยานพิ นธเ์ รอื่ ง “โมเดลของความส�ำเรจ็
เป็นหลักคิดในการด�ำเนินชีวิต การท�ำงาน ของการเพาะเห็ด” ด้านครูจินดาแม้ในวัย ๖๐ ปี
และการพัฒนางาน รวมท้ังถ่ายทอดและส่งเสริม แต่มีความสนใจเข้าศึกษาท่ีสถาบันอาศรมศิลป์
ให้ลูกศิษย์ ให้ชุมชนด�ำเนินชีวิตตามปรัชญา ท่ีน่ีครูได้เรียนรู้เรื่องกระบวนการคิด ได้ศึกษา
สิ่งที่สอดคล้องกับการประกอบอาชีพ รวมถึง
162

น�ำความรเู้ รอ่ื ง “ผกั หวานปา่ ” มาท�ำปญั ญานพิ นธ์ ถอดบทเรยี น
เร่ือง “การเพาะกล้าผักหวานป่าเพื่อสุขภาวะ”
ส่วนครูมงคลชัย ศึกษาแพทย์แผนไทยครบ สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด
ทุกหลักสูตรท้ังการผดุงครรภ์ไทย การนวดไทย
เภสัชกรรมไทย และเวชกรรมไทย ส่ิงท่ีได้ศึกษา ๔) องค์ความรู้จากหน่วยงาน องค์กร
นับเป็นพื้นฐานความรู้ที่น�ำมาใช้พัฒนาต่อยอด และมูลนิธิต่าง ๆ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน
สกู่ ารประดิษฐค์ ดิ ค้น จะมีการศึกษาค้นคว้าจนเกิดองค์ความรู้ใหม่ ๆ
อยู่เสมอ หน่วยงานภาครัฐจะรู้ทิศทาง นโยบาย
๒) ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้รู้ เม่ือทราบว่า การพฒั นา เปา้ หมายอนาคต แนวทางการสง่ เสรมิ
ยังไม่มีความรู้ด้านใด การศึกษาหาความรู้จากผู้รู้ อาชีพของรัฐบาล ฯลฯ รวมถึงมีงบประมาณ
ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้เช่ียวชาญในด้านนั้น ๆ เป็น มเี ทคโนโลยี ผู้เชยี่ วชาญและเครอื ขา่ ย จงึ สามารถ
แนวทางท่ีจะท�ำใหเ้ กดิ การเรียนรไู้ ดเ้ รว็ ข้ึน ไม่ต้อง เป็นผู้ให้ค�ำแนะน�ำและเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ได้
เร่ิมจากศูนย์ เพราะได้เห็นตัวอย่างจากผู้มี เป็นอย่างดี โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม
ประสบการณ์ เม่ือเรียนรู้แล้วหมั่นฝึกฝนจนเกิด ใหม่ ๆ ตลอดจนช่องทางการตลาด การพัฒนา
ความเช่ยี วชาญ หนทางในการคดิ ต่อยอดจะท�ำได้ ผลิตภัณฑ์และส่งเสริมท�ำให้สินค้าจัดจ�ำหน่ายได้
ง่ายขึ้น เช่น เมื่อยังไม่รู้ไม่ช�ำนาญ ครูจินดา การเข้าถึงหน่วยงานที่มีองค์ความรู้ มีภารกิจ
เร่ิมจากศึกษาจากปราชญ์ชาวบ้านแขนงต่าง ๆ ในการช่วยเหลือเกษตรกรหรือพัฒนาชุมชน
ทั้งครูประยงค์ ในด้านการบริหารกองทุน เป็นเคล็ดลับหนึ่งสู่ความส�ำเร็จ ดังเช่นที่
นายหาญและนายเสริฐด้านการปลูกเฟื่องฟ้า ครูบุญเลิศท�ำงานร่วมกับกรมวิชาการเกษตร
ครูจันทร์ทีด้านการปลูกผักหวานป่า ฯลฯ และ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบล เกษตรต�ำบล เกษตรอ�ำเภอ
เม่ือศึกษาจนเกิดความเข้าใจและน�ำมาปฏิบัติ อตุ สาหกรรมจังหวดั ฯลฯ ท�ำให้ครไู ดค้ วามรเู้ ร่ือง
ได้แล้ว คิดต่อยอดจนประสบความส�ำเร็จ ไม่ว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด หรือครูจินดา
จะเป็นการบริหารกองทุน การน�ำปลูกเฟื่องฟ้า ท่ีได้รับท้ังความรู้ แนวทางการจัดการความรู้
ในต�ำบล จนเฟื่องฟ้ากลายเป็นพืชเศรษฐกิจของ การจัดกิจกรรม และงบประมาณจากหน่วยงาน
อ�ำเภอ หรือการปลูกผักหวานป่า จากท่ีปลูก ตา่ ง ๆ เช่น สถาบนั พัฒนาองค์กรชมุ ชน กระทรวง
ไม่ช�ำนาญ พัฒนาจนสามารถตั้งศูนย์เพาะพันธุ์ การพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์
ผักหวานป่าได้ เป็นต้น กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
๓) หนังสอื ต�ำรา งานวจิ ัย แหล่งความรู้ (สสส.) ฯลฯ ซึ่งเป็นส่วนส�ำคัญที่ครูน�ำไปใช้
มีอยู่ทั่วไป หนังสือ ต�ำรา งานวิจัย ล้วนเป็น ยกระดบั คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
ขุมทรัพย์ความรู้ที่สามารถค้นหาและใช้อ้างอิงได้
โดยเฉพาะงานวิจัยท้ังในและต่างประเทศ เพราะ 163
เป็นส่ิงท่ีได้ผ่านการคิดวิเคราะห์ พิสูจน์มาแล้ว มี
ความน่าเช่ือถือ โอกาสที่จะน�ำองค์ความรู้เหล่านี้
ไปพัฒนาต่อยอดย่อมมีโอกาสส�ำเร็จสูง ดังเช่นที่
ครบู ุญเลศิ ศึกษางานวจิ ยั น�ำมาใชใ้ นการเพาะเห็ด
และพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือที่ครูมงคลชัยจะยึด
ข้อมูลเชิงประจักษ์ มีงานวิจัยรองรับในการคิด
สูตรยาสมุนไพรต่าง ๆ

ถอดบทเรยี น โดยเฉพาะเห็ดชนิดใหม่ ๆ ชอบภูมิอากาศเช่นไร
กินอาหารอะไร ค่าเป็นกรดเป็นด่างของดิน
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม ควรเปน็ เท่าไหร่ ใชเ้ วลาเทา่ ใดจึงจะออกดอก ฯลฯ
ต้องเฝ้าสังเกตธรรมชาติของเห็ด แล้วจดบันทึกไว้
๕) การศึกษาดูงานและการฝึกอบรม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ส่ังสมท�ำให้เกิด
การศึกษาดูงานช่วยเปิดโลกทัศน์ เพ่ิมพูนความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรอื ครจู นิ ดาท่ีตอ้ งพยายามปลูก
ท�ำให้ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ได้ทราบว่า เฟื่องฟ้า และต้องศึกษานิสัยของผักหวานป่า
แตล่ ะทมี่ แี นวทางปฏบิ ัตอิ ยา่ งไร เหตใุ ดจึงประสบ พืชท่ีขึ้นชื่อว่าปลูกยาก จนปลูกได้ส�ำเร็จ ในด้าน
ความส�ำเร็จ การศึกษดูงานท้ังในประเทศและ การบริหารงานกองทุน กว่าจะเกิดความช�ำนาญ
ต่างประเทศช่วยให้เกิดมุมมองท่ีกว้างและ ก็ต้องผ่านการลองผิดลองถูก การด�ำเนินการใด
หลากหลายขึ้น และอาจจุดประกายมุมมองใหม่ ที่ไม่ได้ผลเท่าท่ีควรก็น�ำมาเป็นประสบการณ์
ดงั เชน่ ทคี่ รบู ญุ เลศิ จะเดนิ ทางไปดงู านตา่ งประเทศ ใช้เป็นบทเรียนพัฒนางาน ในเร่ืองเครือข่าย
เช่น จีน เกาหลี ญ่ีปุ่น เพ่ือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การรวมพลังชาวบ้านพัฒนาชุมชน เป็นเร่ือง
การเพาะเหด็ โดยเฉพาะเหด็ ถง่ั เชา่ ของแตล่ ะประเทศ ท้าทาย จะท�ำอย่างไรให้คนเห็นความส�ำคัญ
ศึกษาเรื่องตลาดส่งออก การจัดจ�ำหน่าย ฯลฯ ให้ความร่วมมือ และท�ำอย่างไรให้แต่ละชุมชน
แลว้ น�ำกลบั มาพฒั นาการเพาะเหด็ ในประเทศไทย ขั บ เ ค ลื่ อ น ง า น แ ล ะ ก ้ า ว เ ดิ น ไ ด ้ ด ้ ว ย ตั ว เ อ ง
และเพิ่มช่องทางการจ�ำหน่าย หรือครูจินดาได้มี ครูสามารถท�ำได้เพราะครูได้พบคนและชุมชน
โอกาสไปศึกษาดูงานท่ีมูลนิธิฉือจี้ ประเทศไตห้ วนั ที่แตกต่างหลากหลายจ�ำนวนมาก ท�ำให้มี
เกี่ยวกับการออมวันละ ๕๐ สตางค์ - ๑ บาท ประสบการณส์ ามารถปรบั ประยกุ ตว์ ธิ กี ารด�ำเนนิ การ
ทุกวันของสมาชิกจนสามารถน�ำเงินไปสร้าง ให้เหมาะสม ส�ำหรบั ครมู งคลชยั การทคี่ รสู ามารถ
โรงพยาบาลได้ เมื่อกลับมาจึงริเร่ิมน�ำโครงการ กดจุดรักษาได้ วเิ คราะหอ์ าการปวดไดโ้ ดยใชเ้ วลา
“ออมวันละบาท” มาใช้ในชุมชนเพ่ือช่วยเร่ือง ไม่นาน ล้วนเกิดจากประสบการณ์ในการท�ำงาน
สวัสดิการของชาวบ้าน หรือการไปดูงานท่ีปีนัง มาหลายปี ประสบการณ์ตรงในการรักษาผู้ป่วย
พบว่ามีถนนแสดงศิลปะ เมื่อครูเห็นครูใช้ค�ำว่า ท่ีมีอาการแตกต่างกัน กอปรกับการได้เห็น
“ปิ๊ง ๆ ไอเดยี ” คดิ วา่ บา้ นเรากท็ �ำได้ ประเทศไทย การรกั ษาผปู้ ว่ ยทงั้ ในโรงพยาบาล และการตดิ ตาม
มสี งิ่ ดีๆมากมายจงึ น�ำกลบั มาท�ำ“ตลาดภมู ปิ ญั ญา” บิดารักษาชาวบ้านมาต้ังแต่เด็ก ท�ำให้สามารถ
เป็นการน�ำภูมิปัญญาเด่นของแต่ละหมู่บ้านมา ประมวลวิเคราะหอ์ าการของโรคได้
ออกรา้ น เป็นต้น ในด้านประสบการณ์ จะเหน็ ได้ว่าจดุ เดน่
๖) การเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่มีใคร ทม่ี คี วามคลา้ ยคลึงกนั คอื ครูทัง้ ๓ ท่าน มโี อกาส
แก่เกินเรียน การเรียนรู้สามารถท�ำได้ทุกที่ ได้ฝกึ ฝน เรียนรูม้ าตง้ั แตว่ ยั เยาว์ ครูบญุ เลิศเตบิ โต
ทุกเวลา และท�ำได้ตลอดชีวิต ครูภูมิปัญญาไทย และช่วยงานมาในครอบครัวเพาะเห็ด ครูจินดา
ท้ัง ๓ ท่าน ไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้ เพราะเห็น บดิ าสอนปลกู ตน้ ไมแ้ ละสอนใหร้ จู้ กั คา้ ขายตง้ั แตเ่ ดก็
ความส�ำคัญของการเรยี นรู้ตลอดชวี ิต ครมู งคลชัย บดิ าเป็นหมอพ้นื บา้ น ไดต้ ดิ ตามบิดา
รักษาคนไขม้ าต้งั แตเ่ ด็กเชน่ กัน ประสบการณข์ อง
๖) ประสบการณ์ ลองถูกลองผดิ ครทู ง้ั ๓ ทา่ นจงึ มมี าก เพราะไดบ้ ม่ เพาะสง่ั สมมา
ตง้ั แตเ่ ดก็ ซง่ึ สามารถน�ำไปต่อยอดในเวลาตอ่ มา
ประสบการณ์มีความส�ำคัญอย่างมาก
ต่อการประสบความส�ำเร็จ จะเห็นได้ว่า กว่าท่ีครู
ทัง้ ๓ ท่าน จะประสบความส�ำเรจ็ ตา่ งต้องลองผดิ
ลองถกู มานบั คร้งั ไม่ถ้วน ดงั เชน่ ครูบุญเลิศ กวา่ จะ
เพาะเห็ดได้ประสบความส�ำเร็จ ต้องทดลองเพาะ
นับสิบนับร้อยคร้ัง กว่าจะรู้ว่าเห็ดแต่ละชนิด

164

ถอดบทเรยี น

สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด

๗อง)คก์การรหสรนือับมสูลนนุนิธจิตา่ากงหๆน่วยงานภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย

การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรหรือมูลนิธิต่าง ๆ ทั้งด้านงบประมาณ
องค์ความรู้ โอกาส เครือข่าย เวทีให้แสดงออก ล้วนเป็นส่วนส�ำคัญ เช่น การที่ครูบุญเลิศท�ำ
ความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับหน่วยงานและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่น ส�ำนักงานทรัพย์สินส่วน
พระมหากษัตริย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม สถาบันการเรียนรู้เพ่ือปวงชน (มหาวิทยาลัยชีวิต)
ท�ำให้ได้ค้นพบองค์ความรู้ งานวิจัยใหม่ ๆ ได้รับความร่วมมือด้านเทคโนโลยี งบประมาณ บุคลากร
การพัฒนางาน การตลาด ท�ำให้ได้รับโอกาสทดลองเพาะเห็ดสายพันธุ์ใหม่ ๆ ความร่วมมือทางวิชาการ
ของครบู ุญเลศิ นับวา่ ก้าวหน้าเป็นอยา่ งมาก จนสามารถขยายผลตง้ั “ศูนยเ์ รยี นรูช้ มุ ชนมหาวิทยาลัยชวี ติ
ศนู ยภ์ มู ปิ ญั ญาไทย จงั หวดั สมทุ รปราการ”เปน็ วทิ ยาเขตของสถาบนั การเรยี นรเู้ พอื่ ปวงชน (มหาวทิ ยาลยั ชวี ติ )
เปิดสอนระดับปริญญาตรีได้อย่างเป็นทางการ หรือที่ครูจินดาสามารถขยายเครือข่าย ขยายการด�ำเนิน
โครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชนได้เป็นจ�ำนวนมาก ปัจจัยส�ำคัญ คือ ครูจินดาได้รับโอกาสจากภาครัฐ
ครูได้เป็นคณะกรรมการและคณะท�ำงานในชุดต่าง ๆ กว่า ๔๐ ต�ำแหน่ง โดยเฉพาะได้รับการคัดเลือก
เป็นคณะกรรมการเครอื ขา่ ยขบวนองค์กรชมุ ชน จงั หวัดนครราชสีมา เปน็ ประธานโซน ๒ รบั ผดิ ชอบดแู ล
๔ อ�ำเภอ ในจังหวัดนครราชสีมา สิ่งนี้เอง คือ สิ่งที่ครูจินดาใช้ค�ำว่า ท�ำให้ครูมี “จุดยืน” ใช้ความรู้
ความสามารถไดเ้ ตม็ ท่ี เปน็ โอกาสทท่ี �ำใหค้ รรู จู้ กั คนจ�ำนวนมากจากวงการตา่ ง ๆ สง่ ผลตอ่ การสรา้ งเครอื ขา่ ย
ดงั น้นั จะเห็นไดว้ า่ การสนับสนนุ จากภาครฐั มหาวิทยาลยั องคก์ รหรือมลู นธิ ิต่าง ๆ เปน็ ตัวแปรส�ำคญั ท่ี
จะท�ำให้เกิดความส�ำเร็จได้เร็วย่ิงขึ้น บางคนแม้จะเก่ง มีความสามารถ แต่ขาดโอกาส ขาดเวทีแสดง
ผลงาน โอกาสประสบความส�ำเรจ็ ยอ่ มเกิดขนึ้ ไดช้ ้า

165

ถอดบทเรยี น

สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม

๘) ทีมงานและเครอื ข่าย เครือข่ายของครูทั้ง ๓ ท่าน นับว่ามี
ความเข้มแข็ง เมื่อใดท่ีครูมีภารกิจ เช่น ต้องการ
การท�ำงานไม่สามารถด�ำเนินการได้เพียง จัดนิทรรศการ ออกร้าน หรือจัดกิจกรรมใด ๆ
ล�ำพัง ทีมงานและเครือข่ายนับเป็นส่วนส�ำคัญ ที่จ�ำเป็นต้องใช้ก�ำลังคน เช่น เม่ือครูบุญเลิศ
การมีทีมงานที่เข้าใจ รู้ใจ มีความสามารถ ครูจินดาจัดแสดงนิทรรศการ หรือจัดฝึกอาชีพ
สนับสนุนการด�ำเนินงานต่าง ๆ ได้เป็นส่ิงจ�ำเป็น โดยครูเป็นวิทยากร จะมีเครือข่าย เช่น ลูกศิษย์
ดังเช่นท่ีครูบุญเลิศไม่ต้องกังวลว่าจะขาดแคลน ชาวชุมชน ฯลฯ มาช่วยจัดงานเสมอ หรือทุกปี
เห็ด เพราะมีเครือข่ายผู้ปลูกเห็ดท่ีท�ำงานร่วมกัน ท่ีครูมงคลชัยจัดบริการนวดแผนไทยโดยไม่คิด
จึงมีเห็ดเพียงพอส่งขายได้ท้ังในและต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายในงานบุญ ลูกศิษย์ของครูจะมารวมตัว
ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ครูยังมีเครือข่ายจาก ชว่ ยนวด เป็นต้น
ทวั่ ประเทศ ความพิเศษของเครือข่ายครูบุญเลิศ
คือ ความเป็นศิษย์กับครูซ่ึงอยู่บนพื้นฐาน ๙แล) ะกกาารรเผตยลแาดพรป่ ระชาสัมพันธ์
ของการไว้ใจและความศรัทธา ส่วนครูจินดา
ที่มีจุดเด่นในการสร้างเครือข่าย การสร้างผู้น�ำ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้
ทส่ี ามารถจะน�ำพาชาวบา้ นพฒั นาชมุ ชนของตนได้ ความเข้าใจเป็นส่ิงส�ำคัญย่ิง เพราะช่วยท�ำให้
แม้ครูจะอายุกว่า ๖๐ ปี แล้ว แต่ยังรับผิดชอบ ประสบความส�ำเร็จเร็วย่ิงข้ึน ดังเช่นครูบุญเลิศ
งานพฒั นาชมุ ชนหลายโครงการ เปน็ คณะกรรมการ ให้ความส�ำคัญกับการประชาสัมพันธ์มาก ใช้ท้ัง
หลายคณะ ท่ีครูสามารถท�ำโครงการจ�ำนวนมาก ช่องทาง Line Facebook เว็บไซต์ แนะน�ำและ
ได้เพราะครูมีทีมงานและเครือข่ายที่เข้มแข็ง จ�ำหน่ายสนิ ค้า โดยจ้างทมี งานทมี่ คี วามเชยี่ วชาญ
มีการวางแผนถ่ายทอดสู่ผู้สืบทอด ท�ำให้บริหาร มาพฒั นาส่ือ หรือเม่อื มีสถานีโทรทศั น์ทีม่ ชี อื่ เสยี ง
โครงการต่าง ๆ ได้ในเวลาเดียวกัน ส�ำหรับ เรื่องการขายตรงสนใจสินค้าของครู แต่ขอหักค่า
ครูมงคลชัย มีครอบครัว ญาติและลูกศิษย์เป็น ใชจ้ า่ ย ๗๐ % ของราคาสนิ คา้ ครกู ไ็ มล่ งั เลทจ่ี ะรบั
ทีมงาน นับเป็นทีมงานที่เข้มแข็งเพราะภรรยา ข้อเสนอ เพราะเห็นว่าเป็นโอกาสประชาสัมพันธ์
เป็นแพทย์แผนไทยเช่นกัน บุตรสนใจศึกษาใน ใหส้ ินคา้ เปน็ ที่ร้จู ัก ทางดา้ นครูจนิ ดา เมอื่ ต้องการ
ด้านน้ี และได้ช่วยงานที่ร้าน ครูจึงไม่ต้องกังวล
เร่ืองการสืบทอดองคค์ วามรขู้ องตน

166

ถอดบทเรยี น

สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด

ความร่วมมือจากชาวบ้าน จะร่วมกับแกนน�ำเน้น ของผบู้ ริโภค รวมถึงการตัง้ ราคาสนิ คา้ ครูบญุ เลศิ
ประชาสัมพนั ธ์ให้เหน็ ความส�ำคัญ เช่น ชกั ชวนให้ สอนลูกศิษย์ว่าอย่าตั้งราคาสินค้าต�่ำเกินไป
ปลูกผักหวานป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ เชิญชวนให้ร่วม ต้องค�ำนึงถึงการเติบโตของสินค้าในอนาคต
โครงการ “ครอบครัวตู้เย็น” รณรงค์ให้ชาวบ้าน ถ้าตั้งราคาต่�ำมาก ในอนาคตจะไม่สามารถท�ำ
ปลูกตน้ ไม้ในครวั เรอื นละ ๒๕ สายพันธุ์ ใครปลกู โปรโมชั่นต่าง ๆ ได้ จะข้ึนราคาก็ท�ำได้ล�ำบาก
ได้มากจะได้รางวัล หรือครูมงคลชัยที่เผยแพร่ การสร้างตราสินค้า ย่ีห้อ “ครูบุญเลิศ” เป็น
เทคนคิ การนวดกดจดุ เกาะกลา้ มเนอื้ ทาง Youtube เทคนคิ การตลาดหนง่ึ ทที่ �ำใหค้ รปู ระสบความส�ำเรจ็
ซ่ึงท�ำให้มีผู้สนใจมาสมัครเรียนกับครู นอกจาก เพราะการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้าต่าง ๆ
การประชาสัมพันธ์แล้ว “การตลาด” นับเป็นอีก ท่คี รูผลติ ไมว่ า่ จะเป็นอาหารเสรมิ เครอ่ื งส�ำอาง
สิ่งที่ต้องค�ำนึงถึง ดังท่ีครูบุญเลิศสอนลูกศิษย์ นมอัดเม็ด น้�ำเห็ดแปดเซียน ฯลฯ ล้วนจ�ำหน่าย
เสมอวา่ การเพาะเหด็ และการสรา้ งผลติ ภณั ฑจ์ ากเหด็ ในตราสินค้าเดียวกัน เม่ือครูสามารถสร้าง
หากเน้นเพียงกระบวนการปลูกเพียงอย่างเดียว ความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้แล้ว โอกาสที่ผู้บริโภค
ไม่เน้นการตลาดน�ำการเพาะปลูกย่อมขาดทุน จะซ้ือซ้�ำและซื้อสินค้าประเภทอ่ืนในย่ีห้อเดียวกัน
หรอื ถงึ ขนั้ ปดิ กจิ การ เนอ่ื งจากปลกู แลว้ ขายไม่ได้ ก็เป็นไปได้มาก รวมถึงยังน�ำมาจัดโปรโมชั่น
ไม่มีผู้ซ้ือ ดังนั้นการจะเพาะเห็ดหรือท�ำผลิตภัณฑ์ ร่วมกนั ได้อกี ด้วย
จากเหด็ จงึ ตอ้ งเรยี นรวู้ ธิ ที �ำการตลาด รคู้ วามตอ้ งการ

๔นว. ตัสกรุปรรภมาพรวมปัจจยั ความส�ำเรจ็ ในการสรา้ งสรรค์
ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมน้ัน อาจมีข้อสงสัยว่าเหตุใดบางคนท�ำสิ่งใดก็ประสบความส�ำเร็จ

ในขณะที่บางคนท�ำเท่าไรก็ยังไม่ประสบความส�ำเร็จ อะไรคือปัจจัยส�ำคัญท่ีจะท�ำให้ใครก็ตาม
ท่ีต้องการสร้างสรรค์นวัตกรรมสามารถท�ำได้ประสบความส�ำเร็จ จากการถอดบทเรียนและสัมภาษณ์ครู
ท้งั ๓ ทา่ น สามารถวิเคราะหส์ รปุ เป็นภาพรวม โดยจดั เปน็ หมวดหมใู่ หญ่ ๆ ได้ ๒ ประเภท คือ ๑. ปัจจยั
ที่สามารถค้นหาหรือสร้างให้เกิดข้ึนได้ด้วยตนเองเป็นหลัก และ ๒. ปัจจัยที่ผู้อ่ืนเป็นตัวแปรส�ำคัญ
ในการประสบความส�ำเรจ็ ดงั มรี ายละเอียดตอ่ ไปน้ี

๑. ปัจจัยทส่ี ามารถคน้ หาหรือสร้างใหเ้ กดิ ขนึ้ ได้ด้วยตนเองเป็นหลกั

ส่งิ ท่ีท�ำ๑ค.๑น้ หคาตวนาเมอรงักใหพ้คบวามชอบใน ความถนดั กจ็ ะตามมา ตรงกนั ขา้ มกบั การท�ำในสง่ิ ที่
ไมร่ กั ไมช่ อบ อาจจะเปน็ การท�ำตามกระแส ท�ำตาม
การจะท�ำงานหรือท�ำการใด ๆ ความรัก ความนยิ ม แตเ่ มอื่ ไมร่ กั ไมช่ อบ เมอ่ื มอี ปุ สรรคกจ็ ะ
ความชอบในสง่ิ ทที่ �ำเปน็ สงิ่ ส�ำคญั เพราะท�ำแลว้ มี ท้อถอยถอดใจได้ง่าย เพราะไม่มีความสุขที่จะท�ำ
ความสขุ จะสง่ ผลใหเ้ กดิ แรงขบั แรงผลกั ดนั ทจ่ี ะท�ำ ดังที่ครูบุญเลิศสอนลูกศิษย์เสมอว่าค้นหาตนเอง
แมจ้ ะประสบปญั หากส็ ามารถเผชญิ ปญั หาได้ หรอื ใหเ้ จอ ใหท้ ราบวา่ ตนรกั หรอื สนใจทจี่ ะท�ำสงิ่ ใด หรอื
แมจ้ ะยงั ไมถ่ นดั ยงั ไมเ่ กง่ แตถ่ า้ รกั ทจ่ี ะท�ำกส็ ามารถ การแบ่งงานของครูจินดาที่จะค�ำนึงถึงความสนใจ
เรียนรู้ ฝึกฝนได้ ท�ำซ้�ำบ่อยครั้งจนเกิดทักษะ ความถนดั ของทมี งานเปน็ ส�ำคญั

167

ถอดบทเรยี น หน่วยงานภาครัฐ ดังเช่นท่ีครูจินดาเสาะหา
เมื่อเรียนรู้แล้วน�ำวธิ จี ดั การความรมู้ าพฒั นาชมุ ชน
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม ท้ังน้ีปัจจุบันยังสามารถศึกษาจากส่ือออนไลน์
ต่าง ๆ ได้อีกด้วย เมื่อรู้ลึกรู้จริงจะเป็นรากฐาน
๑.๒ ความศรัทธา ส�ำคัญ ในการสร้างนวัตกรรม

ความศรทั ธา เปน็ ปจั จยั หน่ึงทช่ี ว่ ยให้เกดิ จนิ ตนา๑ก.า๔รแคลวะาคมวคามิดกสลรา้ ้าคงดิ สกรลรา้คท์ �ำ
ความส�ำเรจ็ โดยเฉพาะผ้ทู ต่ี อ้ งเปน็ ผูน้ �ำ มีลูกนอ้ ง
หรือลูกศิษย์ เพราะความศรัทธาท�ำให้เกิด สิ่งประดิษฐ์หรือการพัฒนาต่อยอดมัก
ความเชอื่ มนั่ เชื่อถือ ส่งผลให้เกิดความร่วมมือ เกดิ ขึน้ ไดจ้ ากความคิดสร้างสรรค์ ๆ จงึ เป็นปจั จัย
การท�ำงานก็จะท�ำได้ราบรื่น การท�ำให้เกิด ส�ำคัญในการสร้างนวัตกรรม นอกจากความคิด
ความศรัทธานี้ อาจท�ำไดโ้ ดยท�ำงานดว้ ยความตงั้ ใจ สร้างสรรค์แล้ว ความกล้าคิด กล้าจินตนาการ
จรงิ ใจ ซอ่ื สตั ย์ ทมุ่ เท ชว่ ยเหลือ มคี วามปรารถนา กล้าท�ำ เปน็ ส่ิงส�ำคญั เช่นกัน เพราะนวตั กรรมเปน็
ที่ดีต่อผู้อ่ืน รอบรู้ในงานที่ท�ำ ลงมือปฏิบัติ สงิ่ ใหม่ และสงิ่ ใหมย่ อ่ มมอี ปุ สรรค ตอ้ งใชเ้ วลาและ
ให้เหน็ จริง เป็นต้น เงินทุน ท้ังมีความท้าทายว่าท�ำแล้วจะประสบ
ความส�ำเร็จหรอื ไม่ ท�ำแลว้ จะเกดิ ผลเชน่ ไร ตอ้ งใช้
๑.๓ ความรู้ลกึ รจู้ รงิ เวลากวา่ จะเปน็ ทยี่ อมรบั แตห่ ากไมก่ ลา้ ทจ่ี ะเรม่ิ ท�ำ
ย่อมไมม่ ีทางท่ีจะเกิดสงิ่ ประดิษฐใ์ หม่ ๆ ความคิด
ความรู้ในงานท่ีท�ำ นับเป็นสิ่งจ�ำเป็น สร้างสรรค์นี้อาจเกิดจากการส่ังสมประสบการณ์
อยา่ งย่งิ เมือ่ มีความรกู้ จ็ ะเข้าใจงานทีท่ �ำ สามารถ ความช่างสังเกต สนใจใคร่รู้ หรือเร่ิมต้นจาก
ควบคุมการท�ำงาน วางแผนงานได้อย่างถูกต้อง ความสงสัยแล้วคิดหาค�ำตอบ อาจเกิดจาก
สามารถถ่ายทอดให้ผู้ร่วมงานได้ รวมถึงพัฒนา จินตนาการ การเชื่อมโยงบรู ณาการศาสตรต์ า่ ง ๆ
สู่การต่อยอดสร้างนวัตกรรม ขยายธุรกิจได้ ดั ง เช ่ น ที่ ค รู ม ง ค ล ชั ย ป ร ะ ดิ ษ ฐ ์ เ ค รื่ อ ง ดึ ง ห ลั ง
การรู้ลึก รู้จริงจึงเป็นรากฐานส�ำคัญซ่ึงเกิดจาก แบบพกพา ตอ้ งใชอ้ งคค์ วามรู้ ความคดิ สรา้ งสรรค์
การศกึ ษาหาความรใู้ หถ้ อ่ งแท้ สงั่ สมประสบการณ์ และจินตนาการเพ่ือคิดค้นเครื่องดึงหลังแบบใหม่
จนเกดิ ความเช่ียวชาญ มขี ้อมลู ท่ถี กู ตอ้ ง เพยี งพอ โดยเริ่มจากการร่างแบบ และลองใช้วัสดุต่าง ๆ
ต่อการตัดสินใจ ด�ำเนินการตามปรัชญาของ ปรับเปลี่ยนพัฒนาจนประสบความส�ำเร็จ หรือ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง มีสติ รอบคอบ เช่น ครูบญุ เลศิ ครูบุญเลิศท่ีมีความคิดพัฒนาต่อยอดสม�่ำเสมอ
ท่ีรู้ลึกรู้จริงเรื่องเห็ด รู้สรรพคุณของเห็ดแต่ละ ครูจึงมีโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง มีการประยุกต์
ชนดิ จนสามารถน�ำเทคโนโลยีมาต่อยอดการผลิต แปรรูปเห็ดเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายโดย
เป็นอาหารเสริม เครื่องส�ำอาง ฯลฯ ตลอดจน ผสมผสานกับส่ิงท่ีมีอยู่เดิม สร้างสรรค์เป็น
ขยายผลสกู่ ารเปิดศนู ย์เรยี นรูฯ้ เป็นวทิ ยาเขตหน่ึง สูตรใหม่ เช่น เฉาก๊วย ปกติท�ำจากหญ้าเฉาก๊วย
ของมหาวิทยาลัย หรือครูจินดาท่ีปลูกเฟื่องฟ้าได้ ครูประยุกต์เป็นเฉาก๊วยจากเห็ด หรือ ยาสีฟันท่ี
ประสบความส�ำเร็จ ถ่ายทอดความร้ชู ว่ ยให้ชุมชน ครูประยุกต์ใส่เห็ดถ่ังเช่ากลายเป็นสินค้าใหม่
ประกอบเป็นอาชีพได้อย่างม่ันคง ตลอดจน เป็นต้น ครูเป็นนักสร้างสรรค์ ในอนาคตจึงย่อมมี
ค รู ม ง ค ล ชั ย ท่ี ส า ม า ร ถ น�ำ ค ว า ม รู ้ ม า คิ ด ค ้ น สินค้าใหม่ ๆ ท่ีมีส่วนผสมหลักจากเห็ดออกมา
สงิ่ ประดษิ ฐใ์ หม่ ดงั นนั้ เมอ่ื จะท�ำสงิ่ ใด ตอ้ งศกึ ษา เผยโฉมสู่ท้องตลาดอย่างแน่นอน ดังน้ัน เมื่อมี
หาความรู้ในเร่ืองท่ีจะท�ำให้ถ่องแท้ หากยังไม่รู้ ความคิดสร้างสรรค์แล้ว ต้องผสมผสานกับ
ก็ ส า ม า ร ถ ศึ ก ษ า ไ ด ้ จ า ก ส ถ า บั น ก า ร ศึ ก ษ า ความกลา้ ท�ำ กลา้ ลงทนุ บนพน้ื ฐานความพรอ้ มของตน
ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
จากหน่วยงานรัฐ หรือจากบริษัทผลิตเครื่องมือ
เคร่ืองจักรที่ไปซ้ืออุปกรณ์ ดังเช่นท่ีครูบุญเลิศ
เรียนรู้ ห รือศึก ษาจ าก ปราชญ์ชาวบ้าน

168

๑.๕ ความพยายาม ถอดบทเรยี น

มคี �ำกลา่ วที่ว่า “ความพยายามอยู่ท่ีไหน สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
ความส�ำเร็จอยู่ที่น่ัน” เพราะการด�ำเนินการใด ๆ
ย่อมต้องมีอุปสรรค แต่หากไม่ล้มเลิกความตั้งใจ การเผ๑ย.แ๗พรโอ่ปกราะสชาเสวัมทพีแสันดธง์ ออก
ไมล่ ะความพยายาม แล้วน�ำอปุ สรรค ปญั หาท่ีพบ
มาเป็นบทเรียนแก้ไขการท�ำงานคร้ังต่อ ๆ ไป โอกาสเป็นสิ่งที่ต้องไขว้คว้า เสาะหา
ให้ดีย่ิงขึ้น ย่อมเป็นหนทางสู่ความส�ำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเรียนรู้ ทุนสนับสนุน
หรือโอกาสที่จะแสดงความสามารถของตน
๑.๖ การเสาะหาตน้ แบบท่ดี ี การแสวงหาโอกาสและเวทีแสดงออกเป็น
วิธีการพัฒนาความสามารถแบบหน่ึง เพราะ
การมีต้นแบบท่ีดีช่วยให้การด�ำเนินงาน จะได้ประสบการณ์ และการสะท้อนกลับว่าตน
ประสบความส�ำเร็จได้เร็วขึ้น เพราะมีตัวอย่าง มีจุดแข็ง จุดอ่อนอย่างไร เพื่อน�ำมาปรับปรุง
มขี อ้ มลู ของผทู้ เ่ี คยท�ำมากอ่ น เคยพบปญั หาและมี พัฒนาตน การมีเวทีแสดงออกยังเป็นโอกาส
วธิ แี กไ้ ข ตลอดจนมแี นวทางทจ่ี ะประสบความส�ำเรจ็ ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ให้เป็นท่ีรู้จัก ส่งผล
เมื่อทราบข้อมูลแล้ว ใช้เป็น “บทเรียน” ท�ำให้ ให้มีช่องทางจ�ำหน่ายมากย่ิงข้ึน และในกรณีที่
การด�ำเนินงานไม่ต้องเร่ิมต้นจากศูนย์ สามารถ เวทีน้ันมีเงินรางวัลก็ย่ิงท�ำให้มีเงินทุน มีชื่อเสียง
น�ำวธิ ีการท่ตี ้นแบบท�ำมาเป็นตัวอยา่ ง ประยกุ ตใ์ ช้ มากข้ึน ส�ำหรับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ให้เข้ากับบริบทของตน นอกจากนี้ หากต้นแบบ ปจั จบุ นั สามารถท�ำหลากหลายรปู แบบ โดยเฉพาะ
ยินดีให้ค�ำปรึกษาหรือให้เข้าไปเรียนรู้ ก็สามารถ ในสื่อออนไลน์ หลายคนสามารถสร้างตัวตน
สอบถามขอ้ สงสยั ตา่ ง ๆ เพอื่ หาทางออกได้ การมี สร้างชื่อเสียง อาชีพ รายได้ ผ่านสื่อออนไลน์
ต้นแบบท่ีดี จึงเปรียบเหมือนมีเส้นทางลัดสู่ ซ่ึงสื่อเหล่านี้ สามารถเรียนรู้วิธีใช้และสร้าง
ความส�ำเร็จ ช่องทางของตนเองได้

๒. ปจั จยั ท่ผี ูอ้ ืน่ เปน็ ตวั แปรส�ำคญั ในการประสบความส�ำเรจ็
ปัจจัยในข้อ ๒ นี้ แตกต่างจากข้อ ๑ เพราะปัจจัยข้อ ๑ เป็นส่ิงที่เกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง หาก
ยงั ไมม่ กี ส็ ามารถคน้ หาหรอื ฝกึ ฝนใหเ้ กดิ ขนึ้ ได้ จงึ เปน็ ปจั จยั ทค่ี วบคมุ ไดง้ า่ ยกวา่ แตใ่ นขอ้ ๒ น้ี เปน็ ปจั จยั
ที่ยากหรือไม่สามารถควบคุมได้เพราะเป็นปัจจัยภายนอกท่ีเกี่ยวข้องกับผู้อ่ืน จึงต้องใช้ความพยายาม
มากข้ึน โดยเฉพาะการด�ำเนินงานที่เก่ียวกับการสร้างเครือข่ายหรือพัฒนาชุมชน ปัจจัยในข้อ ๒ นี้
จะส่งผลกระทบต่อโอกาสความส�ำเร็จ จึงเป็นสง่ิ ทตี่ อ้ งค�ำนึงถงึ

๒.๑ การสนบั สนนุ ของครอบครวั อาจไม่สามารถทุ่มเทให้กับงานได้เต็มที่ หรือ
ครอบครัวเป็นผู้ก่อให้เกิดปัญหา เช่น สมาชิก
“ครอบครัว” มีบทบาทส�ำคัญ โดยปกติ ในครอบครวั มพี ฤตกิ รรมทไี่ มเ่ หมาะสม ยอ่ มสง่ ผล
คนในครอบครัวจะเป็นคนที่ห่วงใย ไว้ใจ ให้ ต่อภาพลักษณ์หรือผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตได้
ค�ำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือได้มากที่สุด ผู้ท่ีได้
รับการสนับสนุนจากครอบครัวจึงมักประสบ ๒.๒ มที มี งานหรอื ผรู้ ว่ มงานทด่ี ี
ความส�ำเร็จ เพราะมีก�ำลังใจ มีคนช่วยเหลือ
มีผู้แบ่งปันความทุกข์ ความสุขและร่วมยินดี ทมี งานหรอื ผรู้ ว่ มงานทด่ี ี เปน็ ก�ำลงั ส�ำคญั
กบั ความส�ำเร็จ ในทางตรงกนั ข้าม หากครอบครัว ในการด�ำเนนิ งานต่าง ๆ หากการด�ำเนนิ งานใด ๆ
ไมเ่ ขา้ ใจ ไมย่ อมรบั ยอ่ มกอ่ ใหเ้ กดิ ความไมส่ บายใจ มีทีมงานหรือผู้ร่วมงานที่ดี มีความสามารถ

169

ถอดบทเรยี น ทง้ั ความรตู้ ามหลกั วชิ าการ ทราบทศิ ทาง นโยบาย
แนวทางการพัฒนาประเทศ ท�ำให้เห็นแนวโน้ม
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม หรือ trend ท่จี ะเกดิ ข้นึ รวมถงึ ยงั ได้ลงมือปฏบิ ัติ
มที นุ ในการด�ำเนนิ งาน มที ปี่ รกึ ษา ซง่ึ ชว่ ยเปดิ มมุ มอง
ซ่ือสัตย์ ตั้งใจท�ำงาน สามัคคี มีบรรยากาศ ให้กว้างขึ้น ดังนั้นพ้ืนที่ใดที่ได้รับการคัดเลือก
การท�ำงานที่ดี การงานนั้น ย่อมมีโอกาสประสบ หรือเป็นกลุ่มเป้าหมายท่ีหน่วยงาน องค์กร ส่ือ
ความส�ำเร็จสูง ดังเช่นที่ครูจินดากล่าวว่า แม้งาน ฯลฯ ไปสนับสนุน ส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ
จะหนัก แต่เมื่อได้ไปเจอทีมงานก็เหมือนได้ไป จึงมีโอกาสที่ดีท่ีจะได้พัฒนา มีโอกาสเป็นท่ีรู้จัก
เจอเพื่อน หายเหน่ือย มีความสุขในการท�ำงาน ฯลฯ ส่งผลให้ประสบความส�ำเร็จได้เร็วขึ้นหรือ
ในทางตรงกนั ขา้ ม หากมที มี งานหรอื ผรู้ ว่ มงานไมด่ ี ต่อยอดความส�ำเร็จได้มากขึ้น
ไม่ซ่ือสัตย์ ทะเลาะเบาะแว้ง การท�ำงานมีโอกาส “โอกาส” เปน็ สงิ่ ทเี่ กดิ ขนึ้ ไดจ้ ากการแสวงหา
ไม่ประสบความส�ำเร็จสูง เพราะต้องใช้เวลากับ ดว้ ยตนเอง และเกิดจากการหยิบย่ืนจากผู้อน่ื เช่น
การแก้ปัญหา หวาดระแวง แทนที่จะสามารถน�ำ หน่วยงานราชการติดต่อให้จัดนิทรรศการหรือให้
เวลาไปคิดพฒั นางาน แสดงสินค้าเพราะเห็นถึงความสามารถหรือ
มีผลิตภัณฑ์ท่ีน่าสนใจ การได้ด�ำเนินการใน
ในหัวข้อน้ี หากเป็นการท�ำงานในระดับ นามของหน่วยงานเช่นน้ีย่อมท�ำให้น่าเชื่อถือ
ชุมชน สิ่งส�ำคัญที่ควรค�ำนึงถึง คือ “ความเข้าใจ มีการบอกต่อปากต่อปาก ส่งผลต่อยอดขาย
และความพร้อมของชุมชน” ความพร้อมที่ต้อง และรายได้สู่ชุมชน หรือการมีสื่อมวลชนสนใจ
ค�ำนึง ได้แก่ ความรู้ท่ีเพียงพอ ความสามารถ สัมภาษณ์ ท�ำขา่ วเผยแพรผ่ า่ นทางช่องทางตา่ ง ๆ
ทักษะในการท�ำงาน จ�ำนวนของผู้ร่วมด�ำเนินงาน ย่อมเป็นโอกาสท่ีจะท�ำให้เป็นท่ีรู้จักในวงกว้าง
เวลา สถานท่ี งบประมาณ สภาพแวดล้อม เป็นต้น ฯลฯ ทั้งน้ี การท�ำงานพัฒนาชุมชน การสร้าง
หากขาดในด้านใด ต้องอบรมให้ความรู้ และ โอกาสใหช้ ุมชนไดแ้ สดงผลงาน นับเป็นก�ำลังใจให้
พยายามเติมเต็มในส่ิงที่ขาด คนในชุมชน เพราะมีผู้เห็นความส�ำคัญ
ครูจินดาจึงเปิดโอกาส เปิดเวทีให้ทีมงานแสดง
๒.๓ ผูน้ �ำ ความสามารถ เชน่ ใหเ้ ปน็ ผนู้ �ำเสนองาน เปน็ ผสู้ อน
ฯลฯ เมื่อทีมงานมีโอกาสได้ฝึกฝน จะท�ำให้เกิด
“ผู้น�ำ” คือ กุญแจส�ำคัญสู่ความส�ำเร็จ ทักษะ เกิดความเชื่อมั่น ก็จะสามารถเป็นผู้น�ำ
ดังค�ำกล่าวท่ีว่า “ผู้น�ำดีมีชัยไปกว่าคร่ึง” ผู้น�ำที่ ในการท�ำงานนน้ั ๆ ได้ต่อไป
เห็นความส�ำคัญ เข้าใจ ให้การสนับสนุน ย่อม
ท�ำให้การด�ำเนินงานเป็นไปได้มากข้ึน ประสบ การสืบ๒ท.อ5ดความต่อเน่ืองและ
ความส�ำเร็จได้เร็วข้ึน มีการด�ำเนินการต่อเน่ือง
และได้รับความร่วมมือจากฝ่ายต่าง ๆ มากยิ่งข้ึน ปัญหาของการด�ำเนินงานส่วนใหญ่
ในการด�ำเนินการเรื่องเครือข่าย ครูจินดาจึง ไมว่ า่ จะเปน็ กจิ การสว่ นตวั หรอื การด�ำเนนิ งานของ
ให้ความส�ำคัญกับผู้น�ำ และเมื่อมีโครงการท่ีจะ ชมุ ชน คอื ขาด “ผสู้ บื ทอด” ท�ำใหก้ ารด�ำเนนิ การ
พัฒนาชุมชนต่าง ๆ ก็จะไปน�ำเสนอผู้น�ำในระดับ ไม่ต่อเน่ือง หยุดชะงักหรือล้มเลิกไป ส่งผลให้
ตา่ ง ๆ เพอ่ื สรา้ งการรบั รู้ ความเขา้ ใจ การมสี ว่ นรว่ ม องค์ความรู้ขาดหาย ดังน้ันการด�ำเนินการให้
เพื่อใหก้ ารท�ำงานราบร่ืน มโี อกาสส�ำเร็จมากขึ้น ส�ำเร็จจึงต้องวางแผนเตรียมความพร้อมเรื่อง
การหาผู้สืบทอดงาน เพื่อท�ำให้การด�ำเนินการ
จากหน๒ว่ ย.๔งานกาอรงสคนก์ ับรตส่านงุนๆด้านต่าง ๆ ตอ่ เนอ่ื งและองค์ความรไู้ ม่สญู หาย

การได้รับการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น
ด้านองค์ความรู้ งบประมาณ โอกาส และเวที
แสดงออกจากภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิหรือ
องค์กรต่าง ๆ ย่อมช่วยเพ่ิมโอกาสความส�ำเร็จ
เ พ ร า ะ ไ ด ้ รั บ ก า ร ส นั บ ส นุ น ใ ห ้ เกิดการเรียนรู้

170

ถอดบทเรยี น

สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด

สม๕เด. ็จครพภู รมู ะปิ เัญทญพอนั ารเไัตนทนือ่ยงกร(มับาอาชโจพคสาร.กสดุงพกธาารฯ.ระ)อรสานยชรุ ดากั �มษำร์พบิ นั รธมุกรรารชมพกืชุมารี

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่อง ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาชุมชนต่าง ๆ
มาจากพระราชด�ำริ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ มากมาย ครูมงคลชยั มคี วามเช่ียวชาญดา้ นแพทย์
สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) มีเป้าหมายเพื่อ แผนไทย สามารถนวดและรักษาผู้เจ็บไข้ รวมถึง
“พัฒนาบุคลากร อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากร สอนนวดไทย นอกจากถ่ายทอดความร้ภู ูมิปัญญา
พันธุกรรมพืชและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์กับ แล้ว ครูทุกท่านยังให้ความส�ำคัญกับการอนุรักษ์
มหาชนชาวไทย” และมุ่งหวังให้เข้าใจและเห็น และการน้อมน�ำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ความส�ำคัญของพันธุกรรมพืชและทรัพยากร มาเป็นหลักในการด�ำเนินชีวิต ตลอดจนส่งเสริม
ให้รว่ มคดิ ร่วมปฏิบตั ิ จนเกดิ ประโยชนถ์ ึงมหาชน ใหล้ ูกศษิ ยม์ จี ิตส�ำนึกในการอนรุ กั ษ์เชน่ กนั
ชาวไทย ตลอดจนให้มีระบบข้อมูลพันธุกรรมพืช
และทรัพยากร ส่ือถึงกันได้ทั่วประเทศ โดยเน้น ครูบุญเลิศ ให้ข้อคิดลูกศิษย์เสมอว่า
๓ ฐานทรัพยากร คือ ทรัพยากรชีวภาพ (ส่ิงที่มี เห็ดกบั ป่าเปน็ ของคกู่ ัน หากท�ำลายปา่ จะไม่มีเหด็
ชีวิต) ทรัพยากรกายภาพ (สิ่งที่ไม่มีชีวิต) และ และการสอนการเพาะเห็ด ท�ำให้มีผู้สนใจ
ทรัพยากรวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ซึ่งจะเห็นได้ เพาะเห็ดมากยิ่งข้ึน ลูกศิษย์ของครูมีอยู่
อย่างชัดเจนว่า ครูภูมิปัญญาไทยเป็นบุคคลท่ีมี ทั่วประเทศ นับเป็นการท�ำให้ความรู้ในสาขาน้ี
องค์ความรู้ภูมิปัญญาสั่งสม ฝังลึกในตน ขยายผลกระจายไปทั่วประเทศและยังเป็น
นับเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าในด้าน “ทรัพยากร การช่วยขยายพนั ธุ์พืช
วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญา” ซง่ึ สามารถชว่ ยสบื สาน
ถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาไทย ภูมิปัญญา ด้านครูจินดา สนับสนุนทุกทางให้
ท้องถิ่นให้อยู่คู่กับแผ่นดินไทยสืบไป เป็น ชุมชนเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและ
ผู้ท่ีสามารถสนองงานในโครงการ อพ.สธ. ได้ ภูมิปัญญาท้องถ่ิน จึงร่วมกับแกนน�ำส่งเสริมเรื่อง
อย่างเป็นรูปธรรม ดังตัวอย่างการด�ำเนินงานของ การอนุรักษ์ป่า ส่งเสริมการปลูกป่าชุมชน จนมี
ครทู ั้ง ๓ ท่าน กฎการรักษาป่าของหมู่บ้าน ครูและแกนน�ำ
ให้ความส�ำคัญกับการฟื้นคืนพืชพ้ืนถิ่นท�ำให้
ครูบุญเลิศ ไทยทัตกุล ครูจินดา ผั ก ห ว า น ป ่ า ที่ ใ ก ล ้ สู ญ พั น ธุ ์ ก ลั บ ม า เ ป ็ น พื ช
บุษสระเกษ และครูมงคลชัย เสเล ต่างมี เศรษฐกิจของชุมชน รวมถึงมีการจัดกิจกรรม
อ ง ค ์ ค ว า ม รู ้ แ ล ะ ค ว า ม เ ช่ี ย ว ช า ญ ใ น ศ า ส ต ร ์ กระตุ้นให้ชาวบ้านแข่งขันกันปลูกต้นไม้ในบ้าน
ภูมิปัญญาไทย ที่ส�ำคัญท้ัง ๓ ท่าน ภูมิใจท่ีได้ ให้ได้คนละ ๒๕ สายพันธุ์ ใครปลูกได้มากได้
ถ่ายทอดความรู้ ครูบุญเลิศถา่ ยทอดเรอื่ งการเพาะ คะแนนมากและได้รางวัล กิจกรรมเช่นนี้ ในช่วง
เหด็ และยงั ใหเ้ กรด็ ความรดู้ า้ นการตลาด ผเู้ รยี นจงึ แรกใช้กลวิธีจูงใจด้วยรางวัล แต่เมื่อผู้ปลูก
สามารถน�ำไปประกอบอาชพี ได้ ครูจินดาถ่ายทอด เห็นประโยชน์ว่าท�ำให้มีพืชผักรับประทาน และ
เรื่องการปลูกเฟื่องฟ้า บริหารกองทุนชุมชนท�ำให้ ขายได้ ก็จะปลูกเองโดยไม่ต้องมีใครบังคับหรือ
ชุมชนมีสวัสดิการ มีความเป็นอยู่ท่ีดีข้ึน รวมถงึ ให้รางวัล นับเป็นกุศโลบายท่ีได้ทั้งอนุรักษ์
ยังอุทิศตนเพื่อสังคม เป็นแกนน�ำสร้างเครือข่าย พนั ธุกรรมพชื ผูป้ ลูก และชมุ ชนตา่ งก็ได้ประโยชน์
ครูยังให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของพืชพ้ืนถ่ิน

171

ถอดบทเรยี น อาจกล่าวได้ว่า ท่านยังสามารถพัฒนาขึ้นไป
อีกระดับ คือ ระดับการต่อยอดและสร้างสรรค์
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม นวัตกรรม เป็นการช่วยเพ่ิมคุณค่าและมูลค่าให้
ภมู ปิ ญั ญา ดงั เชน่ ทค่ี รบู ญุ เลศิ ผสมผสานการเกษตร
ทั้งบอกสรรพคุณของพืชโดยตรงและส่งเสริมให้ กับเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์อาหารเสริม
เห็นคุณค่าเชิงประจักษ์ผ่านการจัดกิจกรรม เวชส�ำอางจากเห็ด มีแบรนด์สินค้าและได้รับ
ทน่ี า่ สนใจตา่ ง ๆ เช่น ท�ำอาหาร ขนม ลูกประคบ เครอื่ งหมาย อย. และฮาลาล สามารถเปิดตลาด
ฯลฯ รวมถึงมีการแจกเมล็ดพันธุ์พื้นเมืองให้ จ�ำหน่ายท้ังในและต่างประเทศ รวมถึงยกระดับ
ชาวบ้านเพื่อให้ช่วยกันปลูก และมีกิจกรรม การถ่ายทอดภูมิปัญญาไทยสู่ระบบมหาวิทยาลัย
ธนาคารพันธุ์พืช เพื่อรวบรวมพันธุ์พืชให้ยังคงอยู่ ครูจินดาพัฒนาต่อยอดเฟื่องฟ้าจนกลายเป็น
ในท้องถิ่น “ภูมิปัญญาไทย” เป็นสิ่งครูให้ พืชเศรษฐกิจ และมีกระบวนคิด วิธีการสร้าง
ความส�ำคญั ตอ้ งการให้เกิดการอนุรักษ์ ครูจงึ เป็น เครือข่ายที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน
ทั้งวิทยากรและร่วมส่งเสริมให้ชุมชนจัดกิจกรรม ด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ค รู ม ง ค ล ชั ย ค ้ น คิ ด
เช่น บ้านภูมิปัญญา เครือข่ายภูมิปัญญา ฯลฯ สงิ่ ประดษิ ฐใ์ หมท่ ช่ี ว่ ยในการรกั ษาจนไดร้ บั การจด
ครูยังท�ำงานเชิงรุก อาสาไปสอนในโรงเรียน อนุสิทธิบัตรเป็นทรัพย์สินทางปัญญา
เคยเลอื กทง้ิ สวนช่วงขายดี เพือ่ ไปถ่ายทอดความรู้
ให้นักเรียน และเนื่องจากครูจินดาเป็นแกนน�ำ ผลงานของครูทั้ง ๓ ท่าน ยิ่งท�ำให้
เครือข่ายระดับต�ำบล อ�ำเภอ จังหวัด ท�ำให้ สั ง ค ม ต ร ะ ห นั ก ใ น คุ ณ ค ่ า แ ล ะ ประโยชน์
สามารถขยายแนวคิดอนรุ กั ษ์ไดอ้ ย่างกวา้ งขวาง ของภูมิปัญญาไทยและทรัพยากรธรรมชาติ
รวมถึงช่วยจุดประกายให้มีผู้หันมาสนใจ ศึกษา
ส�ำหรับครูมงคลชัย นอกจากจะเป็น ภูมิปัญญาไทยอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้
ผสู้ บื สานและพฒั นาองคค์ วามรกู้ ารแพทยแ์ ผนไทย ภมู ปิ ญั ญาไทยไดร้ บั การอนรุ กั ษแ์ ละสบื ทอดมากขนึ้
แลว้ ยงั ชใ้ี หล้ กู ศษิ ยเ์ หน็ ความส�ำคญั ของการอนรุ กั ษ์ คนในชุมชนรู้คุณค่าของทรัพยากรใกล้ตัวและ
ครูเน้นว่าสมุนไพรและแพทย์แผนไทยเป็นของ สามารถน�ำไปประกอบเปน็ อาชพี หลกั อาชพี เสรมิ
คู่กัน หากป่าถูกท�ำลาย สมุนไพรย่อมมีโอกาส และต่อยอดได้ เม่ือคนหรือบุคลากรมีศักยภาพ
สูญพันธุ์ จึงต้องอนุรักษ์ป่า ชุมชนเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ ย่อมสามารถช่วย
พฒั นาสงั คมและประเทศชาติ การด�ำเนนิ การของ
จะเห็นได้ว่า นอกจากครูท้ัง ๓ ท่าน ครูจึงได้ท้งั พัฒนาบคุ ลากร ไดอ้ นุรักษ์ และก่อเกดิ
จะเป็นผู้สั่งสมองค์ความรู้จนเกิดความเช่ียวชาญ ประโยชน์ต่อมหาชนชาวไทย ครูท้ัง ๓ จึงนับ
ท�ำให้ศาสตร์ภูมิปัญญาไทยยังคงอยู่ ท่านยัง เปน็ ตวั อยา่ งของผทู้ สี่ ามารถด�ำเนนิ งานตามแนวทาง
ถ่ายทอดความรู้ให้ชุมชน ส่งผลให้ชุมชนเห็น ของโครงการอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรมพชื อนั เนอ่ื งมาจาก
ประโยชน์ เกดิ ความเขา้ ใจคณุ คา่ ของภมู ปิ ญั ญาไทย พ ร ะ ร า ช ด�ำ ริ ส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ ท พ รั ต น ร า ช สุ ด า ฯ
และทรัพยากรมากข้ึน ได้มีส่วนร่วมคิด สยามบรมราชกมุ ารี (อพ.สธ.) ได้อยา่ งนา่ ช่นื ชม
ร่วมปฏบิ ตั ิ สามารถน�ำไปเลยี้ งชีพ พึง่ พาตนเองได้
ซ่ึงเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง ตรงตามเป้าหมาย
และวตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ อพ.สธ. ทต่ี ้องการ
เห็นประชาชนเข้าใจ เห็นความส�ำคัญ ร่วมคิด
ร่วมปฏิบัติ จนเกิดประโยชน์ต่อมหาชนชาวไทย
นอกจากครทู ง้ั ๓ ไดช้ ว่ ยสบื สานภมู ปิ ญั ญาไทยแลว้

“ภมู ปิ ญั ญาไทย” เปน็ รากฐานทางวฒั นธรรม “นวตั กรรม” น�ำสกู่ ารพฒั นา การถอดบทเรยี น

การต่อยอดสร้างสรรค์นวัตกรรมของครูภูมิปัญญาไทยท้ัง ๓ ท่าน นับเป็นตัวอย่างส่วนหน่ึงของ
ครูภูมิปัญญาไทยท่ีสามารถน�ำองค์ความรู้ภูมิปัญญาไทยมาต่อยอด สร้างสรรค์จนเกิดเป็นนวัตกรรม
ช่วยเพิ่มคุณค่าและมูลค่าได้อย่างสอดรับกับการด�ำเนินชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ ทั้งยังช่วยสร้างงาน
สร้างอาชีพ สร้างรายได้ รวมถึงช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชน นับเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน

172

ถอดบทเรยี น

สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด

ในวงกว้าง ในขณะเดียวกันยังช่วยอนุรักษ์สืบสานให้ทรัพยากร ภูมิปัญญาไทยยังคงอยู่ แนวคิด
วิธีการในการสร้างสรรค์นวัตกรรม รวมถึงเคล็ดลับปัจจัยสู่ความส�ำเร็จของครูภูมิปัญญาไทยแต่ละท่าน
ย่อมเป็นแนวทางให้ผู้สนใจหรือชุมชนที่สนใจน�ำไปประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทของตน
รวมถึงตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากร ภูมิปัญญา ซ่ึงปรากฏชัดอยู่ในแต่ละพื้นถิ่น แต่ละภูมิภาคของ
ประเทศไทย เพียงแต่เปิดใจ หันกลับไปมอง ไปส�ำรวจ ลองไปเรียนรู้จากครูภูมิปัญญาไทยหรือ
ปราชญช์ าวบา้ น แลว้ ลงมอื ปฏบิ ตั ิ ทา่ นอาจเปน็ ผหู้ นงึ่ ซงึ่ สามารถคดิ พฒั นาตอ่ ยอดจนประสบความส�ำเรจ็
และได้ช่ือว่าเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม ตลอดจนอนุรักษ์สืบสานทรัพยากร วัฒนธรรม
และภูมิปัญญา ซึ่งนับเป็นมรดกของชาติ เฉกเช่นครูท้ัง ๓ ท่าน ครูบุญเลิศ ไทยทัตกุล
ครูจนิ ดา บษุ สระเกษ และ ครมู งคลชัย เสเล

173

ถอดบทเรยี น

การต่อยอด

บรรณานกุ รมสรา้ งสรรคน์ วตั กรรม

ส่งิ พิมพ์
พยตั วุฒริ งค.์ (2555). การจัดการนวัตกรรมจากแนวคิดสกู่ ารปฏิบตั ทิ ่ีเปน็ เลศิ . กรุงเทพฯ:
ส�ำนกั พมิ พ์แหง่ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย.
พิสฐิ โอง่ เจริญ.(๒๕๖๐). ถอดบทเรียน : การบรหิ ารโครงการภาครัฐ. กรุงเทพฯ: ทูเกเตอร์ เอ็ดดูเทนเนอร.์
ราชบัณฑติ ยสถาน. (25๕๔). พจนานกุ รมฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 25๕๔. กรงุ เทพฯ:
ศิรวิ ฒั นาอนิ เตอร์พรนิ้ ท์.
ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาต.ิ (2546). ค่มู ือการสรรหาและคัดเลอื กครูภมู ิปัญญาไทย.
กรุงเทพฯ: 21 หา้ งหุน้ ส่วนจ�ำกัดภาพพมิ พ์.
_______________. (25๔๕). พระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๓ และท่ีแก้ไขเพิ่มเตมิ
(ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕. กรุงเทพฯ: ว.ี ที. ซี. คอมมิวนิเคชนั่ .
ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ. (๒๕๖๑). ยุทธศาสตรช์ าติ พ.ศ. ๒๕๖๑

– ๒๕๘๐. กรงุ เทพฯ: ส�ำนักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาต.ิ
_______________. (๒๕๖๑). ยุทธศาสตรช์ าติ พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ (ฉบับย่อ). กรงุ เทพฯ:
ส�ำนกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาต.ิ
ส�ำนักงานโครงการอนุรักษพ์ ันธกุ รรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ
สยามบรมราชกมุ าร.ี (๒๕๕๙). แผนแมบ่ ท โครงการอนรุ กั ษพ์ ันธกุ รรมพชื อนั เนอื่ งมาจาก
พระราชด�ำริ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี (อพ.สธ.) ระยะ ๕ ปที ีห่ ก

(ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๕๙ – กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖๔). กรงุ เทพฯ: สยามพริน้ ท์ จ�ำกัด.
ส�ำนกั งานนวัตกรรมแหง่ ชาติ. (๒๕๔๙). พลวัตรนวตั กรรม. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงานนวตั กรรมแหง่ ชาติ
กระทรวงวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี
_______________. (๒๕๔๘). สดุ ยอดนวัตกรรมไทย. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
กระทรวงวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
ส�ำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา. (25๖๐). ๕ ครภู มู ปิ ญั ญาไทย ตามรอยพระยคุ บาทอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรมพชื .

กรงุ เทพฯ: เจเค พรนิ้ ท์ แอนด์ แอ็ดเวอร์ไทซ่งิ .
_______________. (2547). ครภู มู ปิ ัญญาไทย รุน่ ท่ี ๓ ภาคกลางและภาคตะวันออก. กรงุ เทพฯ:
โรงพิมพช์ ุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
_______________. (25๕๒). ครูภมู ปิ ัญญาไทย รุ่นที่ ๖ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรงุ เทพฯ:
โรงพมิ พช์ ุมชนสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย.
_______________. (25๖๑). ครูภมู ิปญั ญาไทย รุ่นท่ี ๙. กรุงเทพฯ: เจเค พรนิ้ ท์ แอนด์
แอด็ เวอรไ์ ทซิง่ . กรุงเทพฯ:
_______________. (2551). คมู่ อื การสรรหาและคดั เลอื กครูภมู ิปัญญาไทย.กรงุ เทพฯ: ๒๑ เซน็ จูร่ี จ�ำกัด.

174

ถอดบทเรยี น

สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด

ส�ำนักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา. (25๕๑). นโยบายส่งเสรมิ ภูมิปัญญาไทยในการจัดการศึกษา.
กรงุ เทพฯ: พมิ พด์ ีการพิมพ์ จ�ำกดั .

________________. (25๖๐). แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙. กรงุ เทพฯ: พรกิ หวานกราฟฟคิ จ�ำกดั .
_______________. (๒๕๕๙). แผนแมบ่ ท โครงการอนรุ กั ษ์พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ระยะ ๕ ปที ีห่ ก
(ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ – กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖๔) ของส�ำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
กรงุ เทพฯ:
_______________. (25๖๓). มาตรฐานการศกึ ษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑. กรงุ เทพฯ: ๒๑ เซน็ จรู ่ี จ�ำกดั .
ศุภวลั ย์ พลายน้อย. (2553) นานาวิธวี ิทยาการถอดบทเรียนและการสงั เคราะห์ความรู้. กรุงเทพฯ:
มูลนธิ ิสยาม กัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชยจ์ �ำกดั (มหาชน).
กฎหมาย
พระราชบญั ญตั ิสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑. (2541, 24 มีนาคม). ราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม 115
ตอนที่ 15 ก. หนา้ 32.
พระราชบญั ญตั วิ ชิ าชพี การแพทยแ์ ผนไทย พ.ศ. ๒๕๕๖. (2556, 1 กมุ ภาพนั ธ)์ . ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 130

ตอนท่ี 10 ก. หน้า 1.
เว็บไซต์
โครงการอนรุ กั ษ์พนั ธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี.

โครงการอนุรักษ์พันธกุ รรมพชื อนั เนอ่ื งมาจากพระราชด�ำริ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ
สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.). (ออนไลน)์ . แหล่งท่มี า http://www.rspg.or.th/information/
index.htm/. คน้ เมื่อ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๒.
ส�ำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา. โครงการอนุรักษ์พนั ธกุ รรมพืชอนั เนื่องมาจากพระราชด�ำริ
สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ของส�ำนกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา
(อพ.สธ. – สกศ.) . (ออนไลน์) แหลง่ ที่มา http://www.onec.go.th/. ค้นเม่อื ๑๐ ตุลาคม
๒๕๖๒.
บทสัมภาษณ์
จนิ ดา บุษสระเกษ. ครภู มู ิปัญญาไทย ร่นุ ท่ี ๖. สมั ภาษณ,์ กมุ ภาพนั ธ์ – เมษายน 25๖๓.
บญุ เลิศ ไทยทตั กลุ . ครูภมู ิปัญญาไทย รุน่ ที่ ๓. สัมภาษณ์, เมษายน – กรกฎาคม 25๖๓.
มงคลชยั เสเล. ครภู มู ิปญั ญาไทย รนุ่ ที่ ๙. สมั ภาษณ,์ กรกฎาคม – สงิ หาคม 25๖๓.

175

ถอดบทเรยี น

การต่อยอด

คณะผจู้ ัดทำ�สรา้ งสรรคน์ วตั กรรม

ที่ปรึกษา เลขาธิการสภาการศึกษา
ดร.อ�ำ นาจ วิชยานุวัติ (๑ ตลุ าคม ๒๕๖๓ - ปจั จบุ นั )
เลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา
ดร.สภุ ทั ร จ�ำ ปาทอง (๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๑ – ๓๐ กนั ยายน ๒๕๖๓)
รองเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา
ดร.อษุ ณยี ์ ธโนศวรรย์ ผอู้ �ำ นวยการส�ำ นกั มาตรฐานการศกึ ษาและพฒั นาการเรยี นรู้
นายส�ำ เนา เนอ้ื ทอง

ผู้ทรงคณุ วุฒิให้ข้อคิดเห็น และพิจารณารายงาน
นายพรชัย จฑุ ามาศ รองผู้อำ�นวยการ
โครงการอนุรกั ษ์พันธกุ รรมพชื อันเนื่องมาจากพระราชด�ำ ริ
สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ดร.ปิยรษั ฎ์ ปริญญาพงษ์ เจริญทรพั ย ์ เลขานุการคณะกรรมการ
โครงการอนรุ ักษพ์ ันธกุ รรมพืชอันเนอ่ื งมาจากพระราชด�ำ ริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี
ดร.รวชิ ตาแก้ว ภาคีสมาชกิ สำ�นกั งานราชบณั ฑติ ยสภา
อาจารยม์ หาวิทยาลยั ราชภัฏสวนสนุ ันทา
นายตรวี ทิ ย์ วินชิ สำ�เภาทพิ ย์ นักวิเคราะหน์ โยบายและแผนชำ�นาญการพิเศษ
สำ�นกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพ่ือประสานงาน
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำ�ริ (กปร.)
ดร.ปริชัย ดาวอุดม อาจารย์ประจ�ำ หลกั สูตรปรัชญาดษุ ฎบี ัณฑิต
สาขาพัฒนศึกษาศาสตร์ บณั ฑติ วิทยาลัย
มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ

สัมภาษณ์ วิเคราะห์ เรียบเรียง จัดท�ำ รายงาน และบรรณาธิการ
ดร.วัลภา เลก็ วฒั นานนท์ ผูอ้ �ำ นวยการกล่มุ พัฒนานโยบายด้านการมสี ว่ นรว่ มและ
สมชั ชาการศกึ ษา
นางสาวทัศน์วลยั เนียมบุบผา นักวิชาการศึกษาช�ำ นาญการ

176

ถอดบทเรยี น

สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด

ผูใ้ ห้ข้อมลู ครูภมู ปิ ัญญาไทย รุน่ ท่ี ๓ ดา้ นเกษตรกรรม
นายบญุ เลศิ ไทยทตั กลุ ครภู ูมิปัญญาไทย รุ่นท่ี ๖ ดา้ นกองทุนและธรุ กจิ ชมุ ชน
นางจินดา บุษสระเกษ (การออมทรัพยเ์ พือ่ การผลิต)
ครูภมู ปิ ัญญาไทย รนุ่ ท่ี ๙ ด้านการแพทย์แผนไทย
นายมงคลชัย เสเล (เครื่องดงึ หลงั แบบพกพา)


พิสจู น์อกั ษรและศิลปกรรม นกั วชิ าการศึกษาชำ�นาญการ
นางสาวทศั น์วลัย เนยี มบุบผา นักวิชาการศึกษาปฏบิ ตั ิการ
นางสาววรากร สายแก้ว นกั วชิ าการศึกษาปฏิบตั กิ าร
นางฐติ วิ รดา แหว้ เพ็ชร นักวิชาการศึกษาปฏบิ ตั ิการ
นางสาวสิริกานต์ แกว้ คงทอง นกั วิชาการศึกษาปฏบิ ัติการ
นายศัพทสร ทองด ี ผู้ช่วยนกั วิชาการ
นางสาวลทั ธพรรณ เดชสุภา

ผ้รู ับผิดชอบโครงการ ผู้อำ�นวยการกลุม่ พัฒนานโยบายด้านการมีสว่ นรว่ ม
ดร.วัลภา เล็กวฒั นานนท์ และสมชั ชาการศึกษา
นักวชิ าการศกึ ษาช�ำ นาญการพิเศษ
นางสาวกรกมล จึงส�ำ ราญ นกั วชิ าการศกึ ษาช�ำ นาญการ
ดร.ปยิ ะมาศ เมิดไธสง นกั วชิ าการศึกษาชำ�นาญการ
นางสาวทศั น์วลัย เนยี มบุบผา นกั วชิ าการศึกษาปฏิบตั ิการ
นางสาววรากร สายแกว้ นักวิชาการศึกษาปฏบิ ัติการ
นายเอกพล ดวงศรี นักวชิ าการศึกษาปฏิบัติการ
นางสาวนริศรา ใจคง นกั วชิ าการศึกษาปฏิบัติการ
นางสาวสิริกานต์ แกว้ คงทอง ผู้ชว่ ยนักวิชาการ
นางสาวบศุ รา บุญเกิด ผู้ชว่ ยนักวชิ าการ
นางสาวลัทธพรรณ เดชสุภา

หน่วยงานรบั ผิดชอบ
กลมุ่ พฒั นานโยบายด้านการมสี ว่ นรว่ มและสมชั ชาการศึกษา
ส�ำ นกั มาตรฐานการศกึ ษาและพัฒนาการเรยี นรู้
สำ�นักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
โทร. ๐ ๒๖๖๘ ๗๑๒๓ ต่อ ๒๕๒๑ โทรสาร ๐ ๒๒๔๓ ๑๑๒๙

177



รวมเอกสารวชิ าการ
ส�ำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรยี นรู้

ส�ำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ – ปัจจบุ นั

โครงการอนุรกั ษ์พันธุกรรมพืชอนั เน่ืองมาจากพระราชดำ�ริ
สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี
สนองพระราชดำ�ริ โดย
สำ�นักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

สำ�นักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ

๙๙/๒๐ ถนนสุโขทัย เขตดสุ ิต กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐
โทรศัพท์ ๐ ๒๖๘๘ ๗๑๒๓ ต่อ ๒๕๒๑ โทรสาร ๐ ๒๒๔๓ ๑๑๒๙

Website : www.onec.go.th


Click to View FlipBook Version