ในแต่ละเรื่องมาช่วยขับเคล่ือนงานด้านต่าง ๆ ถอดบทเรยี น
ครูจินดาได้ร่วมท�ำงานเป็นกรรมการ ท�ำเก่ียวกับ
เครือข่ายเกษตร โฮมสเตย์ ได้มีโอกาสพบกับ สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
แกนน�ำและพาแกนน�ำศึกษาดูงานในชุมชน
โครงการน้ีท�ำให้ครูได้มีโอกาสเรียนรู้กับเพื่อน ๆ หลักวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถ่ิน สามารถ
ท่ีมีความเช่ียวชาญแต่ละเร่ือง เช่น การท�ำ น�ำความรู้ไปแก้ปัญหาได้ตรงตามปัญหาที่แท้จริง
หมี่โคราชแบบด้ังเดิม สูตรอาหารโคราชโบราณ ด�ำเนินชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เป็นตน้ โดยมีหลักสูตรให้เรียน มีการสอบ การสอบจะ
เน้นให้แก้ปัญหา ถ้าเจอวิกฤตจะแก้ไขอย่างไร
๑4) มูลนิธิราชประชาสมาสัย ใน การฝึกอบรมจะมีเป็นระดบั ผ่านระดับ ๑ ถึงจะ
พระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิมุ่งด�ำเนินการเรื่อง ฝกึ อบรมต่อในระดับ ๒ และ ๓ ผู้เข้ารับการอบรม
จติ อาสาการเฝ้าระวังเด็กกลุ่มเสี่ยง เปราะบาง ต ้ อ ง ก ลั บ ไ ป ถ ่ า ย ท อ ด ค ว า ม รู ้ ใ ห ้ เ ค รื อ ข ่ า ย
เด็กก�ำพร้า ยาเสพติด เด็กเกเร ฯลฯ ครูจินดา ครูได้เข้าร่วมแต่ไม่ได้ด�ำเนินการตอ่ เนอ่ื งเพราะ
ได้มีโอกาสท�ำงานร่วมกับมูลนิธิ และได้จัด ไม่ค่อยมีเวลา อย่างไรก็ตามครูก็ได้เรียนรู้เรื่อง
กิจกรรมให้เด็กกลุ่มเส่ียงในชุมชน โดยมูลนิธิ ศาสตร์พระราชา การพึ่งพาตนเอง ได้หัด
มาให้ความรู้เก่ียวกับการจัดกิจกรรมและการดูแล วิเคราะห์ข้อมูลว่าสิ่งใดใช่หรือไม่ใช่ ได้ฝึกเรื่อง
สขุ ภาพ การคิด ฯลฯ
๑5) เครือข่ายพลังปัญญา จะเน้น ๑6) ส�ำนกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา
พัฒนาศักยภาพของประชาชนและผู้น�ำชุมชน (สกศ.) ครูจินดาได้รับองค์ความรู้จากส�ำนักงาน
ด้วยศาสตร์พระราชา โดยมุ่งเน้นสร้างปัญญาให้ เลขาธิการสภาการศึกษา รวมถึงได้รู้จักและเป็น
ผู้น�ำชุมชน คิดให้ทันสมัยตามหลักเหตุและผล เครอื ขา่ ยครภู มู ปิ ญั ญาไทย มโี อกาสไดแ้ ลกเปลยี่ น
ความรู้นอกจากนี้ สกศ. ยงั มกี ารตดิ ตามผล และมี
เวทีให้แสดงผลงาน เช่น ร่วมจัดนิทรรศการ
เก่ียวกบั การอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ
๔.๒ การเพ่ิมพูนแคลวะากมารรู้จฝึกากอบสรถมาบันการศึกษา
ครูจินดาได้ศึกษาปริญญาตรี
ท่ี “สถาบันอาศรมศิลป์ สาขา
ผู้ประกอบการสังคม” เมื่ออายุ
๖๐ ปี ครกู ลา่ วว่า “เปน็ การเรียน
ในส่ิงที่ท�ำ ท�ำในสิ่งท่ีเรียน”
ครูเลือกศึกษาให้สอดคล้องกับ
การประกอบอาชพี จากการศกึ ษา
ที่อาศรมศิลป์ ครูได้เรียนรู้เรื่อง
กระบวนการคิด และชอบเรียน
วิชากระบวนทัศน์ ซึ่งเน้นวิธีคิด
การปฏบิ ตั ิ รวมถงึ มีการฝึกให้ท�ำรายงาน ซ่ึงครูก็ได้น�ำความรู้เก่ียวกับการปลูกผักหวานป่ามาจัดท�ำ
เปน็ รายงาน
99
ถอดบทเรยี น ๑) การศึกษาดูงานท่มี ลู นธิ ฉิ อื จี้ ประเทศ
ไต้หวัน จัดโดยศูนย์คุณธรรม ครูได้ศึกษาดูงาน
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม โครงการเกี่ยวกับการออมเงินวันละเล็กละน้อย
(๕๐ สตางค์ / ๑ บาท) ทุกวัน ของสมาชิก
นอกจากความรู้จากการศึกษาจาก จากเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ น้ีสามารถน�ำมาสร้าง
สถาบันอาศรมศิลป์แล้ว ครูยังได้ความรู้จาก โรงเรียน โรงพยาบาลได้ เมื่อครูเห็นดังน้ันก็คิดว่า
การเข้ารับการฝึกอบรมจากหลักสูตรต่าง ๆ ประเทศไทยควรน�ำแนวคิดนี้มาช่วยพัฒนา
เช่น หลักสูตร “กระบวนการเสริมสร้างผู้น�ำ ชาวบ้านให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีข้ึน มีสวัสดิการ
นักประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม” ในโครงการ มีหลักประกันในยามเจ็บป่วย เสียชีวิตหรือ
การเสริมสร้างความพร้อมแก่ท้องถิ่นจาก ประสบภยั พบิ ตั ิ ฯลฯ เมอ่ื กลบั มาจงึ ไดร้ ว่ มกบั ทมี งาน
ส�ำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา หลักสูตร “ผู้น�ำ ขับเคล่ือนโครงการ “กองทุนออมวันละบาท”
ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ใ น ข บ ว น อ ง ค ์ ก ร ชุ ม ช น ” เปน็ ต�ำบลแรกในอ�ำเภอหนองบุญมาก
จากคณะประสานงานองค์กรชุมชน สถาบัน
พัฒนาองค์กรชุมชน และมูลนิธิสัมมาชีพ ๒) การศกึ ษาดงู านทป่ี นี งั ประเทศมาเลเซยี
หลักสูตร “คนไทยสุจริตเพ่ือถวายพ่อหลวง กับส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม
๙๐ พรรษา ร่นุ ท่ี ๖” จาก มลู นธิ พิ ฒั นาทรัพยากร สุขภาพ (สสส.) ครูจินดาไปศึกษาดูงานเรื่อง
มนุษย์เพ่ือสังคมและส่ิงแวดล้อม เป็นต้น วิถีชีวิต สื่อ ศิลปะ ซึ่งน�ำเสนอในรูปแบบ
คล้าย ๆ ถนนคนเดินได้อย่างน่าสนใจ ครูคิดว่า
๔.๓ การศึกษาดงู าน ศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ของไทยก็มีคล้าย ๆ กัน
จึ ง จุ ด ป ร ะ ก า ย ว ่ า จ ะ ก ลั บ ม า จั ด แ ส ด ง
การศึกษาดูงาน เป็นส่วนหนึ่งท่ีช่วย ศิลปวัฒนธรรมไทยที่ประเทศไทยบ้าง
จุดประกายความคิดให้ครูจินดาในการท�ำงาน
ดงั ตวั อย่างท่ีโดดเด่น ดังน้ี “เห็นก็ปิ๊ง ๆ ไอเดีย คิดว่าเมืองไทยก็มี
ท�ำไมไม่ออกโชว์ เขาเอาเพลงกล่อมลูกมาโชว์
เราก็มี กลับมาเลยน�ำมาท�ำบูธภูมิปัญญา
ลานความรู้ ตลาดภูมิปัญญา แบบชอปปิงไอเดีย
หมู่ไหนมีภูมิปัญญาเร่ืองใดก็ให้น�ำมาแสดง”
๓) ศกึ ษาดูเครอื ขา่ ยองค์กรชุมชน จังหวดั
เชียงราย เรอื่ ง ธนาคารความดี และการลดปัญหา
ความเหลือ่ มล�้ำเรือ่ งทอ่ี ยอู่ าศยั น�ำมาใชช้ ่วยเหลอื
คนในชุมชนท่ยี ังไม่มที อ่ี ยูอ่ าศยั
๔) ศึกษาดูงานศูนย์รวมน�้ำใจธนาคาร
หมู่บ้าน” ของครูมุกดา อินต๊ะสาร ที่จังหวัด
พะเยา ครูมุกดามีช่ือเสียงเร่ืองการแก้ปัญหา
สังคม ปัญหาความยากจน ครูจินดาศึกษาดูงาน
เกี่ยวกับหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง การท�ำ
โฮมสเตย์เพ่ือน�ำกลับมาใช้ในการพัฒนาชุมชน
100
ร๔ัก.๔การกเารยีรนเหรู้ตน็ ลคอวดาชมวี สิต�ำคญั และ ถอดบทเรยี น
ค รู จิ น ด า เ ป ็ น ผู ้ เ ห็ น ค ว า ม ส�ำ คั ญ กั บ การตอ่ ยอด
การเรียนรู้ตลอดชีวิต จึงเรียนรู้อยู่เสมอ ครูบอก สรา้ งสรรคน์ วตั กรรม
ว่าการเรียนรู้ไม่มีท่ีส้ินสุด มีส่ิงให้เรียนรู้อยู่เสมอ
ดังน้ัน แม้ว่าในวัย ๖๐ ปี ซึ่งเป็นวัยเกษียณ คค๖ณร.กอะาบทรค�สำรงนาวั บันแสลคนะณกนุ าะขรกอรรงว่รมมเกปาน็ ร
ครจู นิ ดายงั ตดั สนิ ใจศกึ ษาตอ่ ทส่ี ถาบนั อาศรมศลิ ป์
และในปัจจุบัน แม้จะอายุ ๖๔ ปีแล้ว ครูจินดา ในระดบั ตา่ ง ๆ
ยังสนใจเข้ารับการอบรมต่าง ๆ เช่น การใช้
คอมพิวเตอร์ การใช้สื่อออนไลน์ การรู้ทันส่ือ “ครอบครัว” นับว่ามีบทบาทส�ำคัญใน
เป็นต้น การสนับสนุนการท�ำงานของครู การที่เฟื่องฟ้า
สามารถน�ำมาท�ำเป็นไม้ดัดท่ีมีราคาได้ส�ำเร็จ
๕.ประสกบารกลงามรอื ณท�ำ์ เพราะสามีของครูมีความสามารถในการท�ำลวด
ดัดต้นไม้ และมีความคิดสร้างสรรค์ จึงสามารถ
ประสบการณ์เป็นปัจจัยส�ำคัญอีกส่ิงหน่ึง ประดิษฐ์เป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ ส่วนการท�ำงาน
ที่ท�ำให้ครูประสบความส�ำเร็จ ต้ังแต่วัยเด็ก ครูได้ เครือข่ายต้องทุ่มเทใช้เวลาลงพื้นท่ีต่าง ๆ มากซึ่ง
มีโอกาสเรยี นรู้จากบิดา ซึ่งพาคิด พาท�ำ ไดล้ งมอื ครอบครัวเข้าใจ และให้การสนับสนุน จึงเป็น
ปฏิบัติ จนมีความรู้เร่ืองการเพาะปลูก แปรรูป แรงใจให้ครูด�ำเนินงานต่าง ๆ ได้ และการมี
มีประสบการณ์ด้านการค้าขายจากการเปิดวิก โอกาสเป็นประธาน ที่ปรึกษา คณะกรรรมการ
ลิเกของพ่อ ท�ำให้สามารถเข้าใจงานด้านกองทุน คณะท�ำงาน ฯลฯ ทั้งในชุมชนและในหน่วยงาน
การท�ำธุรกิจชุมชนได้ไม่ยาก ประสบการณ์ได้ ต่าง ๆ เป็นส่วนส�ำคัญที่ท�ำให้ครูมีโอกาสได้รู้จัก
ช่วยสร้างพ้ืนฐานทักษะอาชีพ การเปิดโลกกว้าง ผนู้ �ำชมุ ชนทม่ี คี วามรู้ ประสบการณ์ ความเชยี่ วชาญ
ออกไปเรียนรู้นอกชุมชนท�ำให้ได้ประสบการณ์ ในดา้ นตา่ ง ๆ ท้ังภาครัฐ เอกชน ท�ำให้ครูสามารถ
เช่นกัน นอกจากนี้ การลองผิดลองถูก แสวงหา เชอื่ มประสานและขยายเครอื ขา่ ย รเิ รม่ิ น�ำโครงการ
เรียนรู้จากผู้รู้ ลงมือท�ำ หาทางแก้ไข ค้นคว้า ใหม่ ๆ งบประมาณ ตลอดจนความช่วยเหลือมา
เพ่ิมเติมจนสามารถท�ำได้ ไม่ว่าจะเป็นการปลูก พัฒนาชุมชน รวมถึงมีโอกาสแลกเปล่ียนเรียนรู้
เฟ่ืองฟ้า การปลกู ผักหวานป่า การบรหิ ารกองทนุ กับคณะกรรมการ ได้ท้ังเพ่ือนและก�ำลังใจใน
หรือการเป็นวิทยากรให้ความรู้ชุมชนอื่น ๆ การท�ำงาน รวมถึงครูยังได้เป็นตัวแทนน�ำเสนอ
ล้วนเกิดจากประสบการณ์การท�ำงานท่ีส่ังสม ปัญหาของชาวบ้านต่อภาครัฐ และมีโอกาสศึกษา
จนเกดิ เปน็ ความเชย่ี วชาญ ดูงาน ได้ลงพ้ืนที่ไปสร้างความรู้ ความเข้าใจ
เป็นพี่เล้ียงให้ชาวบ้านในอ�ำเภอต่าง ๆ เป็นต้น
ครูเล่าถึงการท�ำงาน ดงั น้ี
101
ถอดบทเรยี น
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม
“....ได้เป็นคณะกรรมการจังหวดั ทำ� ให้รับรู้หลายเร่อื ง เร่อื งสวสั ดกิ ารกเ็ ป็นคณะทีเ่ รียกวา่
“12 อรหันต์” เป็นตัวแทนภาคประชาชน.... คนส่วนใหญ่เรียก “เจ้าแม่” มีหน้าที่ช่วยชาวบ้าน
เป็นที่ปรึกษา เป็นพี่เล้ียง ท�ำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ธนาคาร พัฒนาชุมชน สสว. สจ. ฯลฯ
เปน็ ตวั แทนชาวบา้ นเขา้ ไปพดู คยุ กบั หนว่ ยงาน ชว่ ยตอบคำ� ถามทช่ี าวบา้ นอาจตอบไมไ่ ด้ นคี่ อื การทำ� งาน
ระดบั จงั หวัด ส่วนในระดับภาค มกี ารด�ำเนินงานเร่อื งยทุ ธศาสตร์ การวางแผนกำ� หนดปฏทิ นิ งานแตล่ ะปี
ซึง่ จะเห็นการขบั เคลอ่ื นงานทีก่ วา้ งและลึกย่งิ ขึน้ การท�ำงานยังมรี ะดับต่าง ๆ สมาชิกเปน็ ชาวบ้านล้วน ๆ
”ท�ำงานร่วมกับภาครัฐ ซ่ึงฉันก็มีหน้าที่ประสานช่วยเหลือให้งานท�ำได้ส�ำเร็จ
๗. แนวคิด วธิ ีการท�ำงาน
ครจู ินดามีบทบาทในการบริหารจัดการ แต่จุดเด่นของชุมชนก็ยังมี คือ มีทรัพยากร
สามารถสร้างเครือข่ายในระดับต่าง ๆ ได้เป็น ธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีคนเก่งในชุมชน และมี
จ�ำนวนมาก แนวคิด วิธีการท�ำงานของครูจึงเป็น ปราชญช์ าวบา้ นเปน็ จ�ำนวนมาก จงึ เปน็ จดุ เรมิ่ ตน้
ส่ิงที่น่าสนใจย่ิง ดังสามารถสรุปแนวคิดและ รวบรวมคนเก่งของชุมชนมาร่วมท�ำงานเครือข่าย
วธิ กี ารท�ำงานของครูได้ ดงั น้ี จัดท�ำ “แผนแม่บทชุมชนพึ่งพาตนเอง”
มีแกนน�ำถ่ายทอดองค์ความรู้ให้คนในชุมชนน�ำ
๗.๑ การจดั ท�ำแผนแมบ่ ทชมุ ชน ทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อย่างรู้คุณค่า โดยไป
หลงั จากท่คี รูจนิ ดาได้มโี อกาสเรียนรู้ ศึกษาเรียนรู้จากชุมชนอื่น เช่น ชุมชนไม้เรียง
ของครูประยงค์ รณรงค์ น�ำแนวทางมาปรับใช้
เรื่อง การท�ำแผนแม่บทชุมชน เหมือนเป็น ทุกหมู่บ้านในต�ำบลบ้านใหม่ ร่วมใจกันค้นหา
การเปิดโลกของครู เพราะท�ำให้ได้ทราบจุดเด่น จุดเด่นในแต่ละหมู่บ้าน จัดท�ำเป็นศูนย์เรียนรู้
จุดอ่อนของชุมชน ครูและแกนน�ำผู้ร่วมเรียนรู้ ตามจุดเด่นของตน จัดฐานเรียนรู้หมุนเวียน
ต่างต้องตระหนกกับความจริงที่ว่าชุมชนน้ี เช่น ศูนย์เรียนรู้เฟื่องฟ้า ป่าชุมชน ปราสาทหิน
ก�ำลังจะเป็น “ชุมชนท่ีล่มสลาย” เพราะชาวบ้าน ธนาคารขยะ ฯลฯ จากการปรับตัวและพัฒนา
ยากจนและมีหนี้สินจ�ำนวนมาก ภายใต้วิกฤตน้ัน ในท่ีสุด “ต�ำบลบ้านใหม่” ก็ได้รับการยกย่องให้
แผนแม่บทชุมชนยังช้ีทางออก คือ แม้มีจุดอ่อน
102
เป็นหนึ่งใน ต�ำบลต้นแบบของภาคตะวันออก ถอดบทเรยี น
เฉียงเหนือ เพราะประสบความส�ำเร็จในการแก้
ปญั หาความยากจน สามารถสรา้ งงาน สรา้ งรายได้ สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด
พึ่งพาตนเองได้ ส่งผลให้ต�ำบลต่าง ๆ ในอ�ำเภอ
หนองบญุ มาก จงั หวัดตา่ ง ๆ ในภาคอีสาน รวมถงึ ชาวบ้าน ไปให้ค�ำแนะน�ำหรือน�ำคนท่ีมีความรู้ใน
จังหวัดอ่ืน ๆ กว่า ๒๐ จังหวดั สนใจมาศกึ ษาดงู าน ด้านที่ชุมชนต้องการไปให้ค�ำปรึกษา ครูจึงได้รับ
รวมถงึ รองนายกรฐั มนตรี นายไพบลู ย์ วฒั นศริ ธิ รรม ความเช่อื ถือและศรัทธาจากชุมชน
มาเย่ียมชม และมีสื่อมวลชนหลายแขนง
๗.๔ การท�ำงานเปน็ ทมี
นท�มีำเสงนาอนข๗เา่คว.รเ๒ปอื น็ ขจก�า่ ำานยวรนคมัดากเลือกและสร้าง
ครูจินดาให้ความส�ำคัญกับทีมงาน
เคล็ดลับที่ท�ำให้การสร้างเครือข่าย และเครอื ข่ายมาก การท�ำงานประสบความส�ำเรจ็
ของครูประสบความส�ำเร็จ คือ การเลือกคนดี เพราะท�ำงานเปน็ ทมี ครรู วู้ า่ ใครเกง่ อะไร จะชกั ชวน
คนเก่ง คนมใี จมาท�ำงาน เพราะหากมใี จท�ำงานก็ มาชว่ ยงานดา้ นนน้ั เพอื่ รว่ มพฒั นาชมุ ชน ครบู อกวา่
พร้อมจะเรียนรู้ พร้อมจะทุ่มเทเสียสละให้กับงาน สนุกกับการท�ำงานเพราะเหมือนท�ำงานกับเพื่อน
นอกจากน้ี ตอ้ งพจิ ารณาว่า แต่ละคนมคี วามถนัด บางครั้งเหมือนการลงแขกช่วยกัน เม่ือต�ำบล
ความสามารถ ความสนใจ ความช�ำนาญในเรอื่ งใด ของครูมีงาน คนต�ำบลอื่นมาช่วย พอต�ำบลอ่ืน
และจดั คนใหเ้ หมาะสมกบั หน้าท่ี ความรบั ผดิ ชอบ มีงาน ครูก็ไปช่วย ดังค�ำพูดของครูท่ีเก่ียวข้อง
ดังหลักการท�ำงานและคัดเลือกคน ที่ครูเล่าไว้ กบั การสร้างเครอื ข่าย ทวี่ ่า
ดงั นี้
“...ตอนแรกไม่รู้ว่า เรามีต้นทุนอะไร
“ . . . ก า ร คั ด ก ร อ ง ค น ก็ เ ช ่ น เ ดี ย ว กั บ
กระบวนการท�ำงานน่ันแหละ ต้องมาด้วยใจ พอท�ำแผนแม่บทชุมชน มีการส�ำรวจข้อมูล
ช่วยเหลือสังคม จึงจะด�ำเนินต่อไปได้ เรื่องการ ท�ำให้รู้ต้นทุน วัฒนธรรม ประเพณี รู้ว่าแต่ละ
จดั การองคก์ รนบั วา่ สำ� คญั เนอ่ื งจากทจ่ี รงิ แลว้ ตอ้ ง หมู่บ้านของเรามีภูมิปัญญาอะไร เห็นคนเก่งคนดี
ดำ� เนนิ การใหถ้ กู คน ถา้ สะเปะสะปะจะเหนอ่ื ย หรอื ก็ไปท�ำงานกับเขา ชวนเขามาเป็นทีมงานเรา
ท�ำกับผู้ที่ยังไม่เข้าใจ ยังไม่มีจิตส�ำนึก ผล คือ ทำ� ให้มีพลัง ทำ� คนเดยี วก็จะไม่เทา่ ไหร่ พอทำ� งาน
เหนด็ เหนอื่ ยมาก แตถ่ า้ หากรแู้ ละเขา้ ใจการทำ� งาน แบบเครือข่ายจะเข้มแข็งขึ้น แบ่งงานกันท�ำ
ก็จะรู้ว่าเขาเก่งอะไร จะช่วยเติมเต็มส่ิงใด เราขยายผลส่ิงท่ีบ้านใหม่ท�ำได้ไปทั้งอ�ำเภอ
เหมือนให้เขาได้รับเครื่องมือ น่ีคือเรื่องส�ำคัญ จากไม่มีสวัสดิการอะไร ตอนน้ีทุกต�ำบลมี
ทช่ี ว่ ยต่อ๗ยอ.ด๓องกค์การร”ถา่ ยทอดความรู้ ”สวัสดิการ ...
การท�ำงานและการสร้างเครือข่ายของ 103
ครูจินดาน้ัน จะสอนงานให้ทีมงานและเป็น
วทิ ยากรใหค้ วามรแู้ กช่ มุ ชน การทค่ี รเู ปน็ กรรมการ
ในคณะท�ำงานตา่ ง ๆ นับเป็นการถา่ ยทอดความรู้
เช่นกัน เพราะต้องสอนงาน พาลงมือปฏิบัติ
ครูท�ำงานเชิงรุก จะลงพ้ืนที่ไปพบกับผู้น�ำชุมชน
ถอดบทเรยี น หรือเข้ามาร่วมเป็นทีมงานล้วน
ต้องอาศัยเทคนิควิธี ทั้งท�ำให้ดู
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม เป็นตัวอย่าง เช่น การรณรงคใ์ ห้
ปลูกเฟื่องฟ้า โดยช้ีให้เห็นว่า
และสง่ ๗ต.อ่ ๕ การเตรียมผู้สบื ทอด ครมู ชี วี ติ ฐานะความเปน็ อยดู่ ขี นึ้
จากการปลูกเฟื่องฟ้า เมื่อเห็น
ครูจินดาให้ความส�ำคัญกับการหา ตัวอย่าง ชาวบ้านก็พร้อมและ
ผ้สู บื ทอดงาน ดังน้นั งานด้านต่าง ๆ แม้ในชว่ งตน้ อยากมาเรียนรู้ เป็นเครือข่าย
ครูจะเป็นประธาน เป็นแกนน�ำ แต่เม่ือเห็นว่า กับครู ครูจะให้ค�ำแนะน�ำอย่าง
โครงการน้ัน ทีมงานเร่ิมเก่ง ครูจะเริ่มลดบทบาท สม�่ำเสมอ แสดงความจริงใจ
และใหโ้ อกาสทมี งานดแู ลตอ่ ไป ครจู ะไปชว่ ยเหลอื ลงพื้นท่ีอย่างต่อเน่ือง รวมถึง
ต�ำบลข้างเคียงหรือโครงการอ่ืนต่อไป ขยายผล ให้ค�ำชมและให้ก�ำลังใจทีมงาน
ไปเร่ือย ๆ เช่น เร่ิมแรกครูดูแลกองทุนในต�ำบล เมื่อได้รับงบประมาณก็แบ่งปันให้ต�ำบลอื่น ๆ
ต่อมาดูแลกองทุนระดับอ�ำเภอ เช่น กองทุน ด้วย เวลาที่มีผู้บริหารจากหน่วยงานต่าง ๆ ไป
สวัสดิการเพ่ือนสตรี อ�ำเภอหนองบุญมาก ศึกษาดูงาน ก็พาไปดูงานของเครือข่าย ซ่ึงช่วย
บรหิ ารงานจนมสี มาชิก ๖,๐๐๐ กวา่ คน หรอื งาน สร้างก�ำลังใจให้เครือข่ายอ่ืน ๆ นอกจากน้ียังมี
ด้านพฒั นาชุมชน เมอื่ ต�ำบลบ้านใหม่ได้เป็นต�ำบล การถอดบทเรยี นกจิ กรรมตา่ ง ๆ เพอ่ื น�ำมาพฒั นางาน
ต้นแบบ ครูจินดาเป็นแกนน�ำคนหนึ่งที่เป็น และเมอ่ื ไดเ้ รยี นรเู้ รอื่ งใดใหม่ ๆ เชน่ การรเู้ ทา่ ทนั
วิทยากรให้แกนน�ำจากต�ำบลอื่น เม่ือต�ำบลอ่ืน การเปล่ียนแปลงในยุคปัจจุบัน จะน�ำมาถ่ายทอด
เรียนรู้งานแล้วก็น�ำไปปรับใช้กับต�ำบลของตน ให้เครือข่าย และน�ำมาเป็นปัจจัยในการวางแผน
ปจั จบุ นั หลายต�ำบลด�ำเนนิ งานประสบความส�ำเรจ็ ด�ำเนินการ เช่น การบริหารกองทุน เมื่อได้รู้ว่า
บางต�ำบลสามารถต่อยอดให้เกิดโครงการใหม่ ๆ ช่วงใดมีคนป่วย มีคนตายมากก็น�ำมาปรับ
ทห่ี ลากหลายย่ิงขึ้น ส่วนการเพาะเฟื่องฟ้าของครู การบริหารกองทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ปัจจบุ ันได้ใหล้ ูกเขยและลกู สาวด�ำเนนิ การ เป็นต้น นอกจากนี้ ครูยังให้เกียรติและยกย่อง
ผู้อื่นเสมอ สนับสนุน เปิดโอกาสให้ทีมงานมีเวที
๗.๖ มเี ทคนิค แสดงความสามารถ แสดงผลงาน เม่ือทีมงาน
และเครือขา่ ยไดฝ้ กึ ฝนบ่อยขน้ึ กจ็ ะเกง่ ขนึ้ เปน็ ต้น
“เทคนิค” คือ เคล็ดลับหน่ึงของ “การให้ก�ำลังใจทีมงาน ต้องมีเทคนิค
ความส�ำเร็จ ครูจินดาก็เช่นกัน การจะท�ำให้คน ดว้ ยคำ� ชมพวกเขา อย่างแต่ก่อนน้ัน 2 - 3 คนท่ี
เหน็ วา่ โครงการตา่ ง ๆ มปี ระโยชน์ ใหค้ วามรว่ มมอื โทรศัพท์มาหา เพราะยังไม่เก่ง คิดไม่ออก แต่
หลังจากพวกเขาได้พัฒนาตนเองแล้ว กลับเก่งขึ้น
104 อยา่ งยง่ิ บางทา่ นเก่งกวา่ เราเสียอกี เราก็ปลมื้ ใจ”
สุดท้ายค�ำบอกเล่าของครูจินดาต่อไปนี้
สามารถสรุปแนวคิด การหาความรู้ ตลอดจน
แนวทางการด�ำเนนิ งานของครูได้เป็นอย่างดี
ถอดบทเรยี น
การต่อยอด
“ สรา้ งสรรคน์ วตั กรรม
จากความไมร่ ู้ ไมร่ วู้ า่ จะทำ� อะไร ไปตอ่ อยา่ งไร แตไ่ ดร้ บั แนวคดิ จากนทิ าน นบั วา่
เปน็ นิทานมูลค่าหลายล้านนะ ขณะนั้นเพิ่งรับต�ำแหน่งประธานฯ หลวงพ่อเทศน์เร่ือง
แม่ลิงกับลูกลิง มีลูกชัง - ลูกรัก ท่านเล่าถึงการเลี้ยงดูลูกที่แตกต่างกันของแม่ลิง
หลวงพ่อกล่าวว่าลูกรัก ลิงจะเอาไว้ข้างหน้า (ไว้ในอก) แต่ลูกชังเอาไว้ข้างหลัง คือ
ถา้ เปน็ ลกู รกั จะปอ้ นอาหาร ขณะทล่ี กู ชงั ตอ้ งหากนิ เอง ลกู ชงั จงึ รจู้ กั แหลง่ นำ�้ แหลง่ อาหาร
แตล่ กู รกั กลบั ไมร่ ู้ เพราะรอแมป่ อ้ น ตอ่ มาแมล่ งิ ถกู ยงิ ตาย จากนนั้ เพยี งไมน่ านปรากฏวา่
ลูกรักก็ตาย แต่ลูกชังกลับไม่ตาย เร่ืองนี้รับฟังแล้วได้แง่คิด คล้ายกับคนทุกวันน้ี
หากเป็นลูกรัก คือ ได้แต่รอรับฟังจากพัฒนาชุมชนมาบอก โดยที่ไม่เรียนรู้จากท่ีอื่น
ย่อมไม่รู้อะไรเลย เม่ือเขากลับไปเราก็ตาย จากนิทานเรื่องน้ีท�ำให้ได้คิดว่าเราต้องอยู่
ให้ได้เหมือนลูกชังที่สามารถพึ่งตนเองได้ เมื่อไม่มีคนช่วยเหลือแล้ว คิดได้อย่างน้ัน
ใครชวนไปไหน ก็ไปเรียนรู้ด้วย จึงเร่ิมรู้วิธีการว่าท�ำอย่างไรเพ่ือให้ประสบความส�ำเร็จ
โดยเข้าหาผ้รู ู้ หาผทู้ ีท่ �ำส�ำเร็จ การออกไปข้างนอกมากขึน้ ท�ำให้ฉันได้เพ่อื น ได้เรม่ิ เรยี นรู้
จึงสนุกกับงาน เม่ือมีเครือข่ายแล้ว เราจึงท�ำส่วนงานของเรา เรียนรู้จากผู้ท่ีรู้ จากนั้น
น�ำมาต่อยอดในชุมชนของเรา แต่เม่ือมาถึงจุดหน่ึง ต้องเร่ิมสร้างผู้น�ำ ให้มีผู้รู้สืบต่อ
”จากเรา... นี่คือการท�ำงาน ทุกอย่างฉันจะมอบให้มีผู้ช่วยท�ำงาน เรื่องพันธุกรรมพืช
กเ็ ชน่ กัน คือไมก่ ระจุกทฉี่ นั คนเดยี ว...
การด�ำเเผนยนิ ปกจั จาัยรสใ�ดำคัญๆทปค่ี รรูคะดิ สวา่บจคะทว�ำาใหม้ ส�ำเรจ็
ครูจินดาตระหนักว่าการท�ำงานให้ส�ำเร็จขึ้นกับหลายองค์ประกอบ บางอย่างควบคุมไม่ได้
เพราะเป็นปัจจยั ภายนอก โดยเฉพาะการสรา้ งเครือขา่ ย การพฒั นาชมุ ชน สิ่งทีค่ รูคดิ ว่าเปน็ ปจั จยั ส�ำคญั
ในการท�ำงานใหส้ �ำเรจ็ มีดังตอ่ ไปนี้
๑. ผู้น�ำ ผู้น�ำมีบทบาทส�ำคัญมาก ถ้าโครงการหรือกิจกรรมใดที่ผู้น�ำเข้าใจ สนับสนุนย่อมมี
โอกาสส�ำเร็จสูง หลายโครงการหรือกองทุนเกิดข้ึนได้เพราะการผลักดันของผู้น�ำ หากผู้น�ำไม่ให้
ความส�ำคัญ โครงการหรือกจิ กรรมนั้นกจ็ ะขับเคลื่อนไดช้ ้า หรอื ไมส่ ามารถขบั เคล่อื นได้ การปรับเปลยี่ น
ผนู้ �ำ นับเปน็ อีกปจั จยั หน่ึงทีอ่ าจท�ำใหก้ ารท�ำงานสะดดุ หรอื ไม่ต่อเนอื่ ง เพราะต้องมาเรม่ิ เรียนรใู้ หม่ หรือ
ผนู้ �ำอาจมีความสนใจในด้านอ่นื
๒. ความเขา้ ใจ เหน็ ความส�ำคญั รวมถงึ ความรว่ มมอื ของชมุ ชนและผเู้ กยี่ วขอ้ ง การด�ำเนนิ การใด ๆ
ต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจให้ตระหนักถึงความส�ำคัญ เห็นประโยชน์ ความจ�ำเป็น จึงจะสามารถ
ขบั เคลอ่ื นงานได้ เช่น การหันมาปลูกพืชแบบผสมผสาน การปลูกเฟื่องฟ้า หรือปลูกผักหวานป่า เม่ือ
ปลกู แลว้ เหน็ ผลวา่ ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ มคี วามเปน็ อยู่ทีด่ ีขนึ้ จรงิ ชาวบ้านกห็ ันมาปลกู ด้วยตนเอง
105
ถอดบทเรยี น งบประมาณ เป็นปัจจัยส�ำคัญที่จะ
ท�ำให้กจิ กรรมโครงการตา่ ง ๆ ประสบ
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม ผลส�ำเร็จ การสนับสนุนน้ัน นอกจาก
องค์ความรู้แล้ว การสนับสนุน
๓. การมีต้นแบบท่ีดี การมีต้นแบบท่ีดี งบประมาณที่อาจไม่ต้องมากแต่
นับเป็นปัจจัยส�ำคัญ เหมือนเป็นทางลัดใน เพียงพอให้ด�ำเนินการได้ก็จะช่วย
การเดินสู่ความส�ำเร็จโดยไม่ต้องเร่ิมต้นจากศูนย์ เ ป ็ น จุ ด เ ร่ิ ม ต ้ น ใ ห ้ โ ค ร ง ก า ร ห รื อ
ส�ำหรับครูจินดาเอง ก่อนท�ำส่ิงใดท่ียังไม่มีความรู้ กิจกรรมนั้น ๆ เกิดขน้ึ ได้จริง
จะเสาะแสวงหาความรู้จากผู้รู้ก่อน เพื่อให้มี
แนวทาง แล้วน�ำมาปฏิบัติจนประสบความส�ำเร็จ ๖. ความพร้อมท่ีจะสร้าง
เมื่อประสบความส�ำเร็จ ครกู พ็ รอ้ มเปน็ ต้นแบบให้ เครือข่าย การท�ำงานมีเพียง “ใจ”
คนในชมุ ชนไดม้ แี นวปฏบิ ตั ติ าม เพราะ “ต้นแบบ” อาจไม่พอ ต้องมีความพร้อมท่ีจะ
เป็นส่ิงส�ำคัญท่ีจะช่วยให้ทราบว่าควรเริ่มตรงไหน สร้างเครือข่าย พร้อมท่ีจะเรียนรู้
มีข้อควรระมัดระวังท่ีจุดใด และสามารถน�ำไป พร้อมที่จะท�ำงานด้วย จึงต้องเตรียม
ประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับบริบทของตน ความพร้อมในการสร้างเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น
เรื่องขององค์ความรู้ วิธีการด�ำเนินการ
๔. การมีทีมงานท่ีดี ในการท�ำงาน การจัดหาแหล่งทุน บุคคลากร การศึกษา
พัฒนาชุมชนน้ัน ไม่สามารถท�ำด้วยตัวคนเดียวได้ กฎระเบียบท่ีเกี่ยวข้อง เป็นต้น จะขับเคล่ือนได้
การท�ำงานเป็นทีมเป็นส่ิงจ�ำเป็น การมีทีมงานที่ดี มากหรือน้อยก็ข้ึนอยู่กับความพร้อมของชุมชน
จะท�ำให้การท�ำงานขับเคล่ือนไปได้อย่างรวดเร็ว ๗. โอกาสและเวทีแสดงความสามารถ
ทีมงานท่ีประสบความส�ำเร็จ คือ ทีมงานที่มีใจ โอกาสและเวทีนับเป็นทั้งก�ำลังใจและปัจจัย
จะท�ำงาน มีความเสียสละ เข้าใจวัตถุประสงค์ ส�ำคัญในการท�ำงาน การมีโอกาสและเวที
ในการด�ำเนินกิจกรรมน้ัน ๆ ถ้าเป็นผู้มีความรู้ ให้แสดงความสามารถจะเสริมสร้างให้ทีมงาน
ความสามารถ ความเชยี่ วชาญ หรือประสบการณ์ มีประสบการณ์ มีจุดมุ่งหมาย มีความภาคภูมิใจ
ในเร่ืองน้ัน ๆ ก็จะสามารถท�ำให้การด�ำเนินงาน กับงานท่ีท�ำ มีโอกาสแลกเปล่ียนเรียนรู้ ได้ทราบ
ประสบผลส�ำเรจ็ มากขึ้น ผลการตอบรบั (feedback) จากผูเ้ ขา้ รว่ มชมงาน
ท้งั ยงั เปน็ โอกาสทจ่ี ะขยายผล ต่อยอดหรือพฒั นา
๕. การสนับสนุนองค์ความรู้และ โครงการให้ประสบผลส�ำเร็จยิ่งข้ึน ครูจินดา
งบประมาณ การสนับสนุนของภาคส่วนต่าง ๆ เปรียบให้ฟังว่าชุมชนท่ีด�ำเนินการในเร่ืองเดียวกัน
โดยเฉพาะภาครัฐ ท้ังในเรื่ององค์ความรู้และ ประสบความส�ำเร็จเหมือนกัน แต่ชุนชนหน่ึง
มีโอกาสได้แสดงความสามารถ ได้ถ่ายทอด แต่
106 อีกชุมชนไม่มีโอกาส ชุมชนท่ีมีโอกาสจะสามารถ
พฒั นาได้มากกวา่
๘. ความต่อเน่ือง การสืบทอด
ความต่อเนื่อง และการสืบทอดเป็นปัญหาของ
หลาย ๆ โครงการและหลายชมุ ชน เพราะโครงการ
อาจล้มหรือสูญหายไปได้ หากขาดความต่อเน่ือง
หรือขาดผู้สืบทอด บางโครงการ เมอื่ ผรู้ บั ผดิ ชอบ
โยกย้ายหรือเจ็บป่วยล้มตาย หรือไม่มี ถอดบทเรยี น
ผดู้ �ำเนนิ การตอ่ โครงการนั้น ๆ ก็จะหยุด
ชะงักหรือล้มไป ดังน้ัน เม่ือครูจินดาริเริ่ม สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
หรือเคยเป็นแกนน�ำในโครงการใดไว้
เมอื่ กรรมการหรอื คนในชุมชนสามารถด�ำเนิน เรื่อง การปลูก การต่อก่ิง ตัดแต่งเฟื่องฟ้า ฯลฯ
การเองได้ กจ็ ะมอบใหแ้ ตล่ ะแหง่ ด�ำเนนิ การตอ่ ทั้งภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติ แต่ครูทราบดีว่า
นักเรียนเรียนเรื่องเดิม ๆ ก็จะเบ่ือ จึงใช้เทคนิค
ถกา่ ายรทสอืบดสาน น�ำเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจสลับด้วย เช่น การจัด
ครูจินดาไดถ้ ่ายทอดความรู้ สวนถาด สวนหย่อมย่อส่วน ซึ่งนักเรียนก็สนุกใน
ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ การเรียนรู้ ดังค�ำพูดบางส่วนของครูจินดาท่ีแสดง
และตามอัธยาศัย ด้วยการบรรยาย ถงึ ความทุ่มเทในการให้ความรู้กับนกั เรยี น
สาธิต ลงมือท�ำให้ดูเป็นต้นแบบตัวอย่าง พาคิด
พาท�ำ ให้ค�ำแนะน�ำ รวมท้ังครูยังเน้นการท�ำงาน “ ตอนน้ันเฟื่องฟ้าก�ำลังขายดี แต่เรา
ประสานบ้าน วัด โรงเรียน ดังเช่นในสถานศึกษา
ครูได้ประสานกับครูในโรงเรียนเพื่อไปถ่ายทอด เลือกไปสอนเด็ก เฟื่องฟ้าขายวันหนึ่ง ๔,๐๐๐ –
ความรู้ให้เด็กเยาวชน ซึ่งโรงเรียนก็ยินดีจัดชั่วโมง ๕,๐๐๐ บาท ก็ได้ แต่เราเลือกเอาแค่ชั่วโมงละ
ให้สอน เช่น ในช่วงท่ีปลูกเฟื่องฟ้าประสบ ๘๐ บาท ไปสอนเด็กแล้วปล่อยสวนท้ิง สนุกกับ
ความส�ำเร็จ ครูได้กลายเป็นครพู เิ ศษสอนนกั เรียน
ในโรงเรยี นประจ�ำจงั หวัด ถงึ ๑ ภาคเรยี น สอนท้ัง ”การเอาความรู้ไปสอน
ครูจินดาต้ังเป้าหมายว่าจะไปสอนใน
โรงเรียนเพื่อถ่ายทอดเร่ืองพันธุกรรมพืช เช่น
พืชสมุนไพรในครัวเรือน การท�ำขนมไทยท�ำ
น�้ำเพื่อสุขภาพ ท�ำลูกประคบ เพาะกล้าต้นไม้
โดยมีทีมงานไปสอนด้วย ครูเห็นว่าเป็นสิ่งท่ีท�ำ
ประโยชน์ให้สังคม เป็นการน�ำความรู้เข้า
สถานศึกษา ปัจจุบันสอนในโรงเรียนใกล้บ้าน
3 โรงเรยี น โดยสอนมาอย่างต่อเนื่อง
107
ถอดบทเรยี น
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม
ส�ำหรับการถ่ายทอดความรู้ให้ชุมชน เป็นส่ิงที่ครูจินดาด�ำเนินการมาอย่างสม่�ำเสมอ คือ
เป็นวิทยากรให้ความรู้ในชุมชนต่าง ๆ ให้ชาวบ้านเกิดการพัฒนา นอกจากน้ี การเป็นกรรมการต่าง ๆ
นบั เปน็ การถา่ ยทอดความรเู้ ชน่ กนั เพราะกรรมการจงั หวดั ตอ้ งลงพน้ื ทใ่ี หค้ วามรู้ ไปสง่ เสรมิ ชาวบา้ นหมตู่ า่ ง ๆ
โดยเฉพาะเปน็ ประธานเครอื ขา่ ยขบวนองคก์ รชุมชน ที่ดแู ล ๔ อ�ำเภอ ๔๓ ต�ำบลในจงั หวัดนครราชสีมา
จงึ ตอ้ งลงพน้ื ทไี่ ปดแู ลชาวบา้ น ใหค้ วามรู้ พาคดิ พาท�ำ ครเู ลา่ วา่ บางวนั ไปพบชาวบา้ นถงึ ๕ ต�ำบล ความรู้
ที่น�ำไปถ่ายทอด ได้แก่ การจดแจ้งสภาองค์กรชุมชน การแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตร การบริหารกองทุน
ฯลฯ แต่สิ่งทคี่ รูภาคภมู ใิ จมากทีส่ ุด คือ การเผยแพรโ่ ครงการในพระราชด�ำริ ดังทค่ี รกู ลา่ วว่า
“ ฉันภูมิใจที่ได้มีส่วนน�ำแนวพระราชด�ำริต่าง ๆ ไปเผยแพร่ขยายผล ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การสร้างชุมชนเข้มแข็ง การเปลี่ยนจากการปลูกพืชเชิงเด่ียว
เปน็ การปลกู พชื แบบผสมผสานตามแแนวพระราชดำ� รขิ องในหลวงรชั กาลท่ี ๙ ธนาคารสมอง
ตามแนวพระราชด�ำริของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช
สร้างจิตส�ำนึกอนุรักษ์ตามแนวพระราชด�ำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งโครงการต่าง ๆ
ได้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนได้อย่างมาก และฉันก็ภูมิใจท่ีได้ท�ำ
เพ่ือตอบแทนคุณแผ่นดิน
”.
ท้ังน้ี การให้ความรู้ในแต่ละชุมชนนั้น ครูจะพิจารณาตามความสนใจและ
ความต้องการของชุมชน เช่น บางชุมชนชอบค้าขาย บางแห่งต้องการทราบเรื่อง
สวสั ดกิ ารชมุ ชน บางท่ีต้องการทราบวิธีสร้างกลุ่มองค์กรเข้มแข็ง ครูจะแนะน�ำใน
เรื่องนนั้ ๆ ดังตวั อย่างต่อไปนี้
“กลมุ่ องคก์ รจะเขม้ แขง็ ตอ้ งมี ๔ ก คอื ๑) กองทนุ เมอ่ื จะทำ� กลมุ่ องคก์ ร
มิใช่รอการสนับสนุนจึงเกิดได้ แต่ต้องเป็นกองทุนของตนเอง ที่ลงหุ้นเงินของตน
จึงจะรู้สึกว่าตนเป็นเจ้าของ ก็จะช่วยกันสร้างสรรค์ แบ่งปัน ขยายผล และมี
การตรวจสอบให้เกดิ ความโปร่งใส ๒) กจิ กรรม ตอ้ งไมท่ ำ� เชงิ เด่ียว ต้องผสมผสาน
วัฒนธรรม เศรษฐกิจชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี เช่น ท�ำกลุ่มอาชีพ
แต่ไม่เรยี นรูเ้ ร่อื งอนื่ กม้ หน้าก้มตาท�ำและขายในรปู แบบเดิม ๆ กจ็ ะไม่เติบโตหรือ
ไปไม่รอด เพราะปัจจุบันก็ต้องเรียนรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดจ�ำหน่ายทาง
สอ่ื ออนไลน์ เปน็ ตน้ ๓) กรรมการ หวั ใจสำ� คญั ของกรรมการ ตอ้ งเปน็ คนดี คนเกง่
มกี ารเรยี นรู้ พฒั นาทกั ษะของตนใหก้ า้ วทนั สมยั มกี ารจดั การความรู้ เปน็ แบบอยา่ งทดี่ ี
มีคนรุ่นใหม่สืบทอด ๔) กฎระเบียบ เม่ือก่อต้ังกลุ่มต้องมีกฎกติกาให้ชัดเจน
ยตุ ธิ รรม รบั รรู้ ว่ มกนั เชน่ เมอ่ื ผลผลติ ขายไดก้ ำ� ไรผลู้ งหนุ้ ไดก้ ่ี % ผู้ผลิตได้ก่ี %
”คนขายได้กี่ % โดยไม่เลือกปฎิบัติ ด�ำเนินการดังนี้กลุ่มองค์กรก็จะเข้มแข็ง
108
นอกจากการสอน โดยเป็นวิทยากรใน ถอดบทเรยี น
พื้นท่แี ลว้ บางครง้ั หนว่ ยงานต่าง ๆ ในจังหวดั อืน่
ก็เชิญครูไปเป็นวิทยากรเช่นกัน เช่น เครือข่าย สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
อบต. ต่าง ๆ รวมถึงบ้านและสวนของครูเอง
ก็นับเป็นแหล่งเรียนรู้ท่ีมีผู้มาศึกษาดูงานการปลูก
เฟื่องฟ้า การปลูกผักหวานป่า การปลูกพืช
ผสมผสาน ฯลฯ ครูยังมีศูนย์การเรียนภูมิปัญญา
ที่ต้ังอยู่บ้านใหม่อุดม ต�ำบลบ้านใหม่ ซ่ึงผู้สนใจ
สามารถแวะเวยี นไปหาความรูไ้ ด้
การถา่ ยทอดอกี รปู แบบหนง่ึ ทค่ี รดู �ำเนนิ การ
อย่างสม�่ำเสมอ คือ การน�ำผู้สนใจจากภาครัฐ
และเอกชนเย่ียมชมการด�ำเนินงานด้านต่าง ๆ
จากเครือข่ายของครู ท้ังเรื่องกองทุนหมู่บ้าน
การชว่ ยเหลอื ชาวบา้ น การปลกู เฟอ่ื งฟา้ ผกั หวานปา่
การปลกู ไมด้ อกจากพลงั งานแสงอาทติ ย์ ฯลฯ
ส่งิ ทคี่ รูวางแผนและคาดหวัง
สิ่งที่ครูจินดามุ่งหวังจะด�ำเนินการต่อไป เพราะเห็นปัญหาของเด็กบางส่วนท่ีต่ืนมาอยู่
ในอนาคตมี ๕ เร่ืองหลกั คือ กับโทรศัพท์ ติดเกม ไม่กระตือรือร้น เหมือนอยู่
ไปวัน ๆ หรือบ้างก็ติดยาเสพติด จึงต้องการ
1. งานที่เก่ียวกับการสร้างพื้นท่ีชุมชน พัฒนาเด็กเยาวชนให้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า
เขม้ แข็งโดยขยายไปในอ�ำเภอข้างเคยี ง รู้จักวางแผนอนาคตของตนเอง โดยจะร่วมกับ
สถาบันส่ือเด็กและเยาวชนจัดกิจกรรมต่าง ๆ
2. แผนในการสร้างเครือข่ายอนุรักษ์ เพ่อื พัฒนาเดก็ และเยาวชน
พนั ธุกรรมพืช
๕. โครงการ amazing ชุมชน เป็น
๓. การพัฒนากองทุนสวัสดิการเพื่อน โครงการที่วางแผนจะน�ำท่องเที่ยวในชุมชนตาม
สตรี อ�ำเภอหนองบุญมาก โดยเตรียมสร้าง แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ โดยเฉพาะภูมิปัญญาท้องถ่ิน
คนรุ่นใหม่สานต่องานจากคนรุ่นเก่า ต่าง ๆ ท่มี ีอยู่ในทุกหมบู่ า้ น
๔. การจดั แผนพัฒนาเดก็ และเยาวชนให้
รู้จักวางรากฐานชีวิต ใหม้ ที กั ษะในการใชช้ วี ติ แบบ
มคี ณุ คา่ คดิ เปน็ ท�ำเปน็ มที ักษะการเป็นพลเมอื ง
109
ถอดบทเรยี น
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม
มสี ๔ง่ิ ทเรอื่ี่ตงอ้ หลงักกคาอื รได้รบั การสนับสนุน
๑. เวทีน�ำเสนอผลงาน ในการพัฒนางานต่าง ๆ นั้นเม่ือท�ำส�ำเร็จก็ต้องการมีเวทีท่ีจะน�ำเสนอ
ผลงาน เพอ่ื เผยแพรค่ วามรู้ ดงั นน้ั หากไดร้ บั การสนบั สนนุ ในดา้ นเวทนี �ำเสนอหรอื แสดงผลงาน กจ็ ะท�ำให้
คนท�ำงานมกี �ำลงั ใจ และมโี อกาสมากขึ้น บางคนท�ำไดด้ ี มีวธิ กี ารและผลิตภัณฑ์ท่ีดีแต่ขาดโอกาส กท็ �ำให้
ไมส่ ามารถขบั เคลอ่ื นไดด้ เี ทา่ ทค่ี วร โอกาสจงึ เปน็ สงิ่ ส�ำคญั นอกจากน้ี ควรมกี ารผลกั ดนั ใหค้ รภู มู ปิ ญั ญาไทย
เข้าสู่สถานศึกษา มหาวิทยาลัย รวมถึงควรส่งเสริมให้ภูมิปัญญาไทยและเร่ืองการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตไิ ด้รับการเผยแพร่ผ่านส่ือต่าง ๆ เพ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจและช่วยกระตุ้นให้เกิด
กระแสอนุรกั ษม์ ากขนึ้ ดังท่คี รูกลา่ วไวว้ า่
“...เกี่ยวกับครูภูมิปัญญาไทย น่าจะยังมีรุ่นต่อ ๆ ไป บางครั้งก็สร้างก�ำลังใจแก่คนท�ำงาน
เราไมไ่ ดน้ กึ ถึงตนเอง แต่นกึ ถงึ ผ้ทู ี่ควรได้รับการยกยอ่ ง ควรจดั เปน็ มหกรรมเรอ่ื งภมู ปิ ญั ญาไทยและจดั แสดง
ผลงานทางภูมิปัญญา ให้ครูภูมิปัญญาไทยได้พบปะกันหรอื จดั ในลกั ษณะเดยี วกบั งาน ‘ทรัพยากรไทย
ชาวบ้านไทยได้ประโยชน์’ ก็ได้ ต้องส่ือสารให้ชุมชนและสังคมได้รับรู้ เปรียบด่ังต้นทนุ ของแผน่ ดนิ
ครหู ลายทา่ นเกดิ ขน้ึ ชดั เจนแลว้ เช่น ครูประยงค์ ครูเลี่ยม ครูจันทร์ที เป็นต้น แต่คนอ่ืน ๆ ที่ครูเหล่าน้ี
สร้างไว้ยังไม่เกิดขึ้น คนรุ่นหลังยังต้องสืบสานต่อไป จึงควรมีการส่งเสริม ฉันเองท�ำงานน้ีก็ไม่คาดหวัง
เพอ่ื ตนเองแต่อย่างใด คาดหวังเพียงสังคมได้ประโยชน์ บางคร้ังเราก็ถอยตนเองเพื่อผลักดันผู้ท่ีเราปั้น
”ใหเ้ ดนิ ไปขา้ งหนา้
๒. การสนับสนุนความรู้เร่ืองการปลูกพืช โดยมากชาวบ้านในชุมชนยังท�ำอาชีพเกษตรกร
เป็นหลัก และบางส่วนยังประสบปัญหาและขาดความรู้ เช่น พืชเป็นโรคจะท�ำอย่างไร ปลูกมะละกอ
ท�ำอย่างไรจะใหม้ รี สหวาน ฯลฯ ส่งิ เหล่านย้ี ังต้องการการสนบั สนนุ ดา้ นเทคนคิ และความรู้อกี มาก
110
๓. ควรมีการสนับสนุนเรื่องปรัชญา ถอดบทเรยี น
ของเศรษฐกิจพอเพียงให้มากขึ้น เพราะปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อน�ำมาปฏิบัติแล้ว สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
เหน็ ผลอย่างแท้จริง แต่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจ
หากมีการส่งเสริมให้น�ำไปใช้ให้มากข้ึน จะช่วย ในสมัยก่อนท่ีมีวิชาหน้าท่ีพลเมือง ควรสอนให้
ประเทศไทยได้อกี มาก เด็กรกั นวลสงวนตวั เพราะปัจจบุ ันมปี ัญหา “เดก็
หญิงแม่” มากข้ึน ส่วนใหญ่ยังขาดความพร้อม
๔. ควรมีหลักสูตรเกี่ยวกับศีลธรรมใน และความรใู้ นการเลย้ี งลกู หากโรงเรยี นมกี ารปลกู ฝงั
โรงเรียน ควรเพ่ิมการปลูกฝังค่านิยมที่ดีเหมือน ให้รักนวลสงวนตัวมากข้ึน ก็จะช่วยให้เด็ก
มีค่านิยมท่ีดี รู้จักหน้าที่ ลดปัญหาเด็กหญิงแม่
ท้ังหน่วยงานควรมีการท�ำเรื่องคู่มือพ่อแม่ เพื่อให้
พ่อแมม่ อื ใหม่มแี นวทางเล้ยี งลกู ไดอ้ ย่างเหมาะสม
เสยี งสะทอ้ นจากเครอื ข่ายของครู
ครูมีเครือข่ายเป็นจ�ำนวนมากทั้งเครือข่ายในต�ำบลเดียวกันท่ีเป็นทีมงานช่วยพัฒนาชุมชน
และเครือข่ายแกนน�ำจากต�ำบลอ่ืน ๆ ที่ครูจินดาเคยเป็นวิทยากรให้ค�ำแนะน�ำ ซ่ึงขณะนี้ก็ยังท�ำงาน
รว่ มกันอยู่ ไดส้ ะท้อนถึงครจู นิ ดา ดังน้ี
สในมตฤ�ำบทลยั บเ้าคหนรใือวหขังม่าเ่หยรผ่ือขูย้สงอืบภบิ งทูมคกอิปรดูจลัญดินาญูแดงลาา
เ ป ็ น ค น ต�ำ บ ล เ ดี ย ว กั น กั บ ค รู จิ น ด า
จึงมาเป็นทีมงานของครู ครูสอนท�ำลูกประคบ
สอนให้รู้จักสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ช่วงหลัง
ครูไม่ค่อยมีเวลา จึงให้มาช่วยงานเร่ืองเยาวชน
และภูมิปัญญา เช่น ช่วยสอนการท�ำสมุนไพร
ลูกประคบให้เด็กและเยาวชน ช่วยงาน
กองทุนออมวันละบาท ช่วยเก็บเงินเข้า
กองทุนสวัสดิการเพ่ือนสตรี อ�ำเภอหนองบุญมาก
จุดเด่นของครูจินดา คือ เป็นผู้น�ำชุมชน
เป็นผู้ที่เร่ิมน�ำโครงการต่าง ๆ ท้ังโครงการ
บ้านพอเพียง ออมวันละบาท ฯลฯ มาถ่ายทอดให้
ชาวบ้านในหมู่ต่าง ๆ ในต�ำบลบ้านใหม่ เพื่อให้ช่วยกัน
พัฒนาต�ำบลให้ดียิ่งขึ้น เวลาขาดแคลนเร่ืองใดในชุมชน
เช่น อุปกรณ์ ครกู ็จะหามาให้
111
ถอดบทเรยี น
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม
สแก�นำรนา�ำใญนต�ปำบรละหนสอางทบุนไนทายก
รู้จักกับครูจินดาเพราะท�ำงานด้วยกัน ครูเป็นคน
ท่ีจริงจังกับงาน เป็นผู้พาไปของบประมาณพัฒนาชุมชน
จากแหล่งต่าง ๆ อยู่เสมอ ถ้าครูจินดาไม่ช่วยแนะน�ำ ตอนนี้
กค็ งไมร่ ู้จกั แหล่งงบประมาณตา่ ง ๆ ไมร่ ้วู ธิ พี ฒั นากลมุ่ แม่บ้าน
ค�ำแนะน�ำของครูมีหลากหลาย เช่น ครูเป็นแกนน�ำหลักใน
การติดตามความก้าวหน้าของกองทุนสวัสดิการเพ่ือนสตรี
อ�ำเภอหนองบญุ มาก ครไู ดแ้ นะน�ำกองทนุ นใี้ หต้ �ำบลหนองบนุ นาก
รู้จัก ช่วยให้คนต�ำบลเข้าถึงสวัสดิการมากขึ้น แนะน�ำการแต่งต้ัง
คณะกรรมการต�ำบลว่าต้องด�ำเนินการเช่นไร ส่งเสริมให้ชาวบ้าน
อนุรักษ์พืชชนิดต่าง ๆ ก่อนจะสูญพันธุ์ ครูจินดาเป็นที่ยอมรับนับถือ
เพราะเป็นคนขยนั มักมีข่าวดมี าใหช้ มุ ชน เช่น งบประมาณและโครงการ
พัฒนาใหม่ ๆ คนในชุมชนรักและให้ความร่วมมือ ส่วนตนเองน้ัน ขณะนี้
เป็นแกนน�ำดูแลเรื่องการอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรมพชื ถนดั เรอ่ื งการท�ำอาหารและนำ�้ สมนุ ไพรโดยเฉพาะการท�ำ
นำ�้ มลั เบอรี่ สามารถแปรรปู มลั เบอรเ่ี ปน็ ผลติ ภณั ฑต์ า่ ง ๆ เชน่ ทอฟฟ่ี ขนม ฯลฯ ซง่ึ ไดถ้ า่ ยทอดใหช้ มุ ชน
ทงั้ ยงั เปน็ ผแู้ ทนของต�ำบลหนองบนุ นาก รบั ผดิ ชอบประสานงานตา่ ง ๆ กบั คนในต�ำบล เชน่ ประสานงาน
ใหค้ วามรู้เร่อื งกองทนุ ออมวันละบาท กองทุนสวสั ดกิ ารเพื่อนสตรี อ�ำเภอหนองบุญมาก เปน็ ตน้
เกลอี้ยดีตงก�ำแนันคตล�ำบนลกหรนอะงโไทม้ไกผ่
รู้จักครูจินดาเพราะท�ำงานช่วยเหลือชุมชน
เช่นเดียวกัน ครูจินดาท�ำงานหลายต�ำแหน่ง หลายเร่ือง
ทั้งเร่ืองงบประมาณท่ีมาจากส่วนกลาง ในระดับจังหวัด
ระดับภาค จึงได้ร่วมมือกันท�ำงานเพื่อชุมชน โดยเฉพาะ
เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การเขียนแผนของบประมาณ
ในการด�ำเนนิ งานดา้ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ ตน้ ส�ำหรบั จดุ เดน่
ของครจู นิ ดา คอื ครรู วู้ ิธีผกู ใจคนในสงั คม สามารถเชอ่ื มโยงดงึ คน
และมวลชนได้ทุกระดับ ต้ังแต่ระดับล่างกระทั่งถึงส่วนจังหวัด
และเปน็ ทร่ี กู้ นั ดวี า่ การท�ำงานของครนู นั้ ครูจะให้ความช่วยเหลือทุกต�ำบล
ไม่ได้ช่วยเหลือเฉพาะต�ำบลของตน ส่วนโครงการท่ีก�ำนันเกลี้ยงเป็นแกนน�ำด�ำเนินการในปัจจุบัน ได้แก่
โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ เกษตรผสมผสาน เกษตรแปลงใหญ่ การบริหารจัดการน�้ำบาดาล
การปลกู มนั ส�ำปะหลงั หอน้�ำที่กระจายน�ำ้ ให้ชุมชน เปน็ ต้น
112
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด
แลก�นำพน�อำในงตศ�ำบรลพสารระภีอนิ ทร์
รู้จักครูจินดาต้ังแต่ พ.ศ. 2536 เพราะเป็น
คณะกรรมการระดบั อ�ำเภอดว้ ยกนั ไดเ้ รยี นรเู้ รอ่ื งการบรหิ าร
จดั การ การท�ำบญั ชี การประสานงานตา่ ง ๆ จากครจู นิ ดา
จุดเด่นของครูจินดา คือ สามารถประสานงานแต่ละต�ำบล
ให้หลอมรวมกัน ส�ำหรับตนเองเป็นแกนน�ำในต�ำบลสารภี
โครงการที่โดดเด่น คือ “บ้านพอเพียง” เป็นโครงการท่ีช่วย
ซ่อมแซมบ้านแก่ผู้พิการ ผู้ยากไร้ ส่วนโครงการอื่น ๆ ได้แก่
โรงสีชุมชน โรงน้�ำดื่ม ร้านค้าสหกรณ์ชุมชน ฯลฯ ผลจากการด�ำเนินงาน ปัจจุบันต�ำบลสารภี
ได้รับรางวัลท่ี 2 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ อ.ป๋วย อ๊ึงภากรณ์ ด้านสวัสดิการชุมชน
บทสรุปการสร้างสรรค์นวัตกรรม
จากการถอดบทเรียน “ครูจินดา บุษสระเกษ” จะเห็นได้ว่า ครูเป็นผู้มีวิสัยทัศน์และทุ่มเท
ท�ำงานให้ชุมชนอย่างเต็มก�ำลังความสามารถ ปณิธานของครู คือ ต้องการยกระดับชีวิตของคนในชุมชน
สร้างหลักประกันความมั่นคง ให้มีอาชีพ มีสวัสดิการ ด�ำเนินชีวิตอย่างมีความสุข รวมถึงให้ความส�ำคัญ
กับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ทรัพยากรธรรมชาติ และภูมิปัญญาไทย กว่า 25 ปี ท่ีครูมุ่งมั่นท�ำงาน
เพอื่ สรา้ งชมุ ชนเขม้ แขง็ โดยนอ้ มน�ำศาสตรพ์ ระราชามาเปน็ แนวทางจดั ท�ำโครงการตา่ ง ๆ ปลี ะไมน่ อ้ ยกวา่
20 โครงการ และแม้ปัจจุบันครูจะก้าวสู่วัย 65 ปี แต่ครูชอบท่ีจะเรียนรู้ เปิดรับส่ิงใหม่ รวมถึงพร้อม
ปรับการท�ำงานให้เข้ากับยุคสมัย ผลงาน มุมมอง แนวคิด วิธีกาารด�ำเนินโครงการต่าง ๆ ของครูจึง
สอดคล้องกับการด�ำเนินชีวิตในศตวรรษท่ี 21 ครูเป็นทั้งผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมและเป็นผู้ขับเคลื่อน
ให้เกิดนวัตกรรมในชุมชนด้วย “พลังเครือข่าย” เป็นสิ่งท่ีครูให้ความส�ำคัญและเห็นว่าการสร้าง
เครือข่ายเป็น “นวัตกรรมแห่งการสร้างคน” คน ๆ เดียว แม้มีความสามารถเพียงใดก็ไม่สามารถจะ
ท�ำให้ชุมชนท่ีอาจเรียกได้ว่าใกล้ “ล่มสลาย” ด้วยปัญหาหนี้สินให้ฟื้นข้ึนมาได้ หรือแม้แต่จะท�ำกิจกรรม
ใดก็ยากท่ีจะส�ำเร็จ แต่หากสามารถสร้างเครือข่าย ท�ำให้คนในชุมชนเห็นความส�ำคัญ หันมาช่วยกัน
พัฒนาชุมชน สร้างสังคมแห่ง “การให้” ได้ ย่อมน�ำสู่ความส�ำเร็จ ครูจินดานับเป็นแกนน�ำคนหน่ึง
ในชุมชนที่มีบทบาทช่วยท�ำให้ “ต�ำบลบ้านใหม่” พัฒนาแบบก้าวกระโดดจนเป็นต�ำบลต้นแบบของ
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื จากมีหนี้ท�ำใหห้ มดหน้ี จากไร้บ้านท�ำให้มบี า้ น จากติดลบ ถกู เอารดั เอาเปรียบ
ให้กลบั สามารถลมื ตาอ้าปาก มงี าน มีรายได้ มีอาชีพ พึง่ พาตนเองได้ ดว้ ยแนวทางอนรุ กั ษ์และเห็นคณุ คา่
ของทรพั ยากรพน้ื ถน่ิ ทง้ั ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละภมู ปิ ญั ญาพนื้ บา้ นอนั เปน็ รากทางวฒั นธรรม ซง่ึ สามารถ
ชว่ ยเสรมิ ศกั ยภาพใหช้ มุ ชนได้ ดงั สามารถสรปุ การสรา้ งสรรคน์ วตั กรรมและการน�ำ “พลงั เครอื ขา่ ย” ต่อยอด
นวัตกรรม สร้างสรรคช์ มุ ชนของครไู ด้ ดังนี้
✿ ครูจินดา ผู้ริเริ่มท�ำให้ “เฟื่องฟ้า”
กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่ขึ้นชื่อประจ�ำอ�ำเภอ
หนองบุญมาก ท�ำให้การปลูกเฟื่องฟ้าพลิกชีวิต
คนในชุมชน จากหนี้สินรุมเร้าให้กลับมามีฐานะ
เลี้ยงตนเองได้ แม้การปลกู เฟอื่ งฟา้ จะไมใ่ ช่สิง่ ใหม่
113
ถอดบทเรยี น ✿ ด้านการ
อนุรักษ์พันธุกรรมพืช
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม และภมู ิปญั ญาทอ้ งถิน่
ครูเป็นแกนน�ำส�ำคัญท่ีช่วยขับเคล่ือน
แต่ ณ ที่ต�ำบลบ้านใหม่แห่งนี้ ครูเป็นผู้ริเริ่ม ให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติ
ลองผดิ ลองถูก สัง่ สมประสบการณ์ พฒั นาตอ่ ยอด ภูมิปัญญาท้องถิ่น และท�ำใหช้ าวบ้านมชี ีวติ ทด่ี ขี น้ึ
จากต้นเฟื่องฟ้าทั่วไป พัฒนาต่อยอดให้เป็น โดยประสานความร่วมมือกับเครือข่ายทั้งภาครัฐ
“เฟื่องฟ้าแฟนซี” เป็นเฟื่องฟ้าที่มีหลากสีใน ภาคเอกชน น�ำกจิ กรรมโครงการตา่ ง ๆ มาพัฒนา
ต้นเดียวกัน และยังเป็นผู้ริเร่ิมน�ำเฟื่องฟ้ามาดัด ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม “ปลูกป่าชุมชน”
เป็นรูปทรงต่าง ๆ ซึ่งสามารถเพ่ิมมูลค่าได้ “ครอบครัวตู้เย็น” “เครือข่ายภูมิปัญญา”
เป็นอย่างมาก เฟื่องฟ้าได้กลายเป็นไม้ประดับ “ซุปเปอร์มาร์เก็ตหลังบ้าน” “ธนาคารพันธุ์พืช”
มีราคาท่ีใช้ตกแต่งสถานท่ีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น “บ้านภูมิปัญญา” “เครือข่าย ๓ ดี” ฯลฯ
โรงแรม รีสอร์ท หน่วยงาน ฯลฯ ท้ังยังส่งออก นอกจากน้ียังมีการแปรรูปผลผลิตด้านการเกษตร
ต่างประเทศ เฟื่องฟ้าจึงนับเป็นผลผลิตที่มีราคา เป็น อาหาร ขนม น้�ำสมุนไพร ของใช้ ของเล่น
และจ�ำหน่ายได้ตลอดทั้งปี ที่ส�ำคัญครูถ่ายทอด ฯลฯ เพ่ือเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต รวมถึงได้ส่งเสริม
ค ว า ม รู ้ ใ ห ้ ชุ ม ช น ท�ำ ใ ห ้ ชุ ม ช น มี ค ว า ม รู ้ ให้สร้างตราสินค้าของต�ำบลเพ่ือสร้างความเป็น
ความสามารถ มีทักษะในการประกอบอาชีพ เอกลกั ษณ์
มาจวบจนทุกวันนี้ นับเป็นการด�ำเนินการ
ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนา การด�ำเนินกิจกรรมเหล่านี้ นับเป็น
และเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ท่ีมุ่งเน้นให้คน การต่อยอดสร้างสรรค์ อนุรักษ์ทรัพยากร
มีทักษะ ส่งเสรมิ การเรยี นร้ตู ลอดชีวิต วัฒนธรรมและภูมิปัญญา โดยเฉพาะกิจกรรม
“บ้านภูมิปัญญา” ท่ีค้นหาจุดดี จุดเด่นของ
✿ ด้านสวัสดิการของชุมชน ครูเป็น หมู่บ้านมาน�ำเสนอถ่ายทอด นอกจากช่วย
ผู้บริหารกองทุนหมู่บ้านจนประสบความส�ำเร็จ อนรุ กั ษภ์ ูมปิ ัญญาทอ้ งถิน่ สบื ทอดสลู่ ูกหลานแล้ว
และได้ริเร่ิมจัดตั้งกองทุนใหม่ที่แม้จะมีท่ีอื่น ยังช่วยเพิ่มรายได้ และครูยังส่งแสริมให้ต่อยอด
แต่ไม่เคยมีในหมู่บ้านนี้ซ่ึงสามารถตอบโจทย์ สู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหรือจัดท�ำเป็น
ความต้องการของชุมชน เช่น กองทุนออม โฮมสเตย์อกี ด้วย
วันละบาท จากการจัดท�ำกองทุนระดับหมู่บ้าน
ขยายผลสู่การจัดท�ำกองทุนระดับอ�ำเภอ คือ จะเห็นได้ว่า แนวคิดของครูไม่ใช่คิด
“กองทนุ สวสั ดกิ ารเพอื่ นสตรี อ�ำเภอหนองบญุ มาก” เชิงเด่ียวแต่เป็นการคิดเช่ือมโยงผสมผสาน
ซง่ึ ครเู ปน็ แกนน�ำรเิ รมิ่ กอ่ ตง้ั ท�ำใหส้ ามารถชว่ ยเหลอื กิ จ ก ร ร ม ห นึ่ ง ก ่ อ ใ ห ้ เ กิ ด ผ ล ห ล า ย ป ร ะ ก า ร
คนทั้งอ�ำเภอ ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า ๖,๐๐๐ คน จากกิจกรรมหนึ่งต่อยอดสู่อีกกิจกรรมหน่ึง และ
แต่ละกิจกรรมท�ำได้จริง รวมถึงสอดคล้องกับ
114 การด�ำเนินชีวติ ในศตวรรษที่ ๒๑ ทั้งยังสอดรบั กับ
ยุทธศาสตร์ชาติที่ส่งเสริมการเกษตรสร้างมูลค่า
ซึ่งให้ความส�ำคัญกับการเพ่ิมผลิตภาพการผลิต
เชงิ ปรมิ าณและมลู คา่ เปน็ เกษตรอตั ลกั ษณพ์ น้ื ถนิ่
เกษตรแปรรูป และยังต่อยอดไปถึงการท่องเท่ียว
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
เชิงวัฒนธรรม และสอดรับกับยุทธศาสตร์ด้าน เหตกุ ารณไ์ มค่ าดฝนั หรอื ภยั จากโรคอบุ ตั ใิ หมต่ า่ ง ๆ
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมให้อนุรักษ์ และครูยังเป็นผู้ท่ีมีคุณลักษณะพึงประสงค์ของ
ทรัพยากรธรรมชาติ เพ่ิมพ้ืนท่ีสีเขียว คนไทยยุค ๔.๐ คือเป็น “พลเมืองท่ีเข้มแข็ง”
มีจิตอาสา รักชาติ รักท้องถิ่น แม้ทุกวันนี้ ครูยัง
✿ นวัตกรรมสร้างเครือข่าย การที่ครู ท�ำงานเพื่อสังคมทุกวัน โดยมุ่งส่งเสริมให้คน
เป็นท่ียอมรับนับถือ ได้รับความไว้วางใจให้ดูแล รกั ทอ้ งถิน่ รักชาติ สามัคคปี รองดอง ครูภมู ิใจทมี่ ี
ทุกข์สุขชาวบ้านกว่า ๔๓ ต�ำบล เป็นที่ปรึกษา บทบาทในการสร้าง “คน” ให้เป็น“พลเมืองท่ี
กรรมการ คณะท�ำงานต่าง ๆ กว่า ๔๐ ต�ำแหน่ง เข้มแข็ง” ของชุมชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า อายุไม่ได้
ครูย่อมมีภารกิจมากมาย แต่ครูท�ำสิ่งเหล่านี้ได้ ท�ำให้ครูหยุดท่ีจะเป็น “ผู้เรียนรู้” และ
เพราะมีเครือข่ายท่ีเข้มแข็งช่วยขับเคล่ือนงาน “ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม” ครูให้ความส�ำคัญ
ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงระดับจังหวัด เครือข่าย ต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต เม่ือไม่รู้ส่ิงใด
มีทั้งภาครัฐและเอกชน ซ่ึงเกิดจาการสร้างความรู้ จะหาค�ำตอบ สิ่งนี้ท�ำให้ครูสามารถเพาะเฟื่องฟ้า
ความเขา้ ใจ ใหเ้ หน็ ถงึ ความจ�ำเปน็ และความส�ำคญั เพาะผกั หวานปา่ บรหิ ารกองทุนได้ส�ำเรจ็ และยงั
ในการร่วมด�ำเนินงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชน ถ่ายทอดให้คนในชุมชน ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิต
ครูใช้หลักการจัดการความรู้ ความจริงใจ พาคิด ที่ดีขึ้น ในด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมนั้น
พาท�ำ ใหก้ �ำลงั ใจ เมอ่ื เครอื ขา่ ยสามารถด�ำเนนิ งาน ครูมีคุณลักษณะของผู้ประกอบการ มีความคิด
เองได้ ก็จะส่งเสริมให้เป็นผู้น�ำขับเคล่ือนต่อไป สร้างสรรค์ ทักษะบูรณาการข้ามศาสตร์
เพราะครูเช่ือว่าความเจริญแบบยั่งยืนของชุมชน เก่งท้ังด้านเกษตร ค้าขาย การบริหารกองทุน
จะเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนใน การถ่ายทอดส่ือสาร การประสานงานติดต่อ
ชุมชนที่เห็นคุณค่าและช่วยกันพัฒนาชุมชน ท�ำให้มีเครือข่ายจ�ำนวนมาก แม้ทุกวันนี้ ครูมี
โครงการต่าง ๆ มากมาย แต่ครูก็ไม่เคยหยุดคิด
ครูจินดายังนับเป็นตัวอย่างของผู้ที่ให้ พฒั นา จงึ มีโครงการใหม่ ๆ เกดิ ขน้ึ อย่างตอ่ เนอ่ื ง
ความส�ำคัญเรื่องการอนรุ ักษท์ รัพยากร วัฒนธรรม ท่ีส�ำคัญโครงการท่ีเกิดขึ้นไม่ใช่ท�ำเพื่อตนเอง
และภูมิปญั ญาเป็นอย่างมาก กิจกรรมตา่ ง ๆ ท่คี รู แตท่ �ำเพอื่ สังคม ครูจินดาจึงไมไ่ ด้เปน็ ตวั อยา่ งของ
สนับสนุนล้วนเป็นการต่อยอดสร้างสรรค์ให้เกิด ผู้ท่ีสามารถต่อยอดสร้างสรรค์นวัตกรรมเท่านั้น
การอนุรักษ์ ครูรณรงค์ให้คนในชุมชนศึกษาและ แต่เป็นแบบอย่างของผู้อุทิศตนบ�ำเพ็ญประโยชน์
รักษาพันธุกรรมพืช รวมถึงพชื พื้นถน่ิ ต่าง ๆ ไมใ่ ห้ ตอ่ สังคมอยา่ งแทจ้ รงิ
สญู หาย มโี ครงการแจกพนั ธพ์ุ ชื สง่ เสรมิ ใหช้ าวบา้ น
เพาะปลูกพืชพันธุ์ต่าง ๆ เพ่ือสร้างความม่ันคง
ทางอาหาร ท�ำให้พ่ึงพาตนเองได้ ไม่ว่าจะเกิด
115
ถอดบทเรยี น
กสราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม
ส่งิ ทคี่ รจู ินดาฝากไว้
“ประเทศไทยเป็นประเทศท่ีมีต้นทุนเยอะมาก แต่ไม่ค่อยเอาต้นทุนของเรามาเผยแพร่
ประชาสัมพันธ์ ท�ำให้ขาดโอกาส เราควรหาโอกาสเผยแพร่ให้ลูกหลาน ให้สังคมรู้ การเป็นวิทยากร
นับเป็นวิธีหน่ึงท่ีจะช่วยเผยแพร่ ยิ่งถ้าสามารถสร้างเครือข่ายให้เข้มแข็ง ประเทศชาติจะอยู่ได้
แต่การจะสืบทอดภูมิปัญญา ต้องสร้างคนรุ่นใหม่ อย่างค�ำกล่าวท่ีว่า อยุธยาไม่สิ้นคนดี เราต้องค้นหา
คนที่จะสานงานต่อจากเรา ไม่ใช่ให้จบอยู่ท่ีรุ่นเรา ต้องมีรุ่นต่อ ๆ ไปที่จะท�ำเหมือนท่ีเราเคยท�ำ
เขาจะได้ท�ำประโยชน์ เป็นต้นทุนให้ประเทศชาติ จึงขอฝากทุกภาคส่วน ช่วยสนับสนุนผู้ที่ก�ำลัง
ด�ำเนินงานอยู่ ส่วนหนึ่งคือ ให้เขามีเวทีแสดงผลงานท่ีเขาก�ำลังด�ำเนินการอยู่ และขอฝากเรื่อง
การด�ำเนินชีวิตตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
เห็นได้ชัดจากสถานการณ์ปัจจุบันท่ีมีไวรัสโคโรนา (โควิด ๑๙) ระบาด ต้องกักตัวอยู่บ้าน หลายคน
ต้องกักตุนอาหาร บางแห่งก็ขาดแคลนอาหาร แต่ที่น่ีไม่ต้องกักตุนเลย เรามีพืช มีผลไม้ปลูกไว้ทานเอง
บทเรียนน้ีสอนให้เราเห็นว่าศาสตร์พระราชาช่วยเราได้อย่างแท้จริง น่ีคือความมั่นคงด้านอาหาร
ส่ิงน้ีสามารถท�ำให้ไทยเป็นครัวโลก เป็นคลังอาหาร ท�ำให้เราพ่ึงพาตนเองได้ และยังเพ่ิมพ้ืนที่สีเขียว
ให้โลก จึงอยากรณรงค์เร่ืองการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมชุมชนให้ด�ำเนินงานตาม
”ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สร้างจิตส�ำนึกอนุรักษ์ค่ะ
116
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
ข้อมูลตดิ ตอ่ ครูจนิ ดา บุษสระเกษ
• บา้ นเลขท่ี ๓ หมู่ ๒ บา้ นใหมอ่ ดุ ม ต�ำบลบา้ นใหม่ อ�ำเภอหนองบญุ มาก จงั หวดั นครราชสมี า ๓๐๔๑๐
เบอรโ์ ทรศพั ท์ ๐๙ ๖๗๙๒ ๕๔๙๕
• ศนู ยก์ ารเรยี นภมู ปิ ญั ญา 349/1 หมู่ 4 ต�ำบลหนองหวั แรต อ�ำเภอหนองบญุ มาก จงั หวดั นครราชสมี า
3041๐ เบอรโ์ ทรศพั ท์ ๐๙ ๓๕๑๐ ๔๕๙๘
• E-mail [email protected]
แผนทโ่ี ดยสงั เขป
117
หมอมือเปล่า
การนวดผู้รังสรรค์นวัตกรรม
การประดิษฐ์
เครื่องดึงหลังแบบพกพา
คถอรดมู บงทคเลรยี ชนัย เสเล
ครูภมู ปิ ญั ญาไทย รุ่นที่ ๙
ด้านการแพทยแ์ ผนไทย
(เครอ่ื งดงึ หลงั แบบพกพา)
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
คเคดสา้รเรนภู ลกมููมาปิ รงญั แคญพทลาไยทชแ์ ยผยั นรนุ่ไททยี่ ๙
เคร่อื งดงึ หลงั แบบพกพา
“นวดไทย” ไดร้ บั การยกยอ่ งขนึ้ ทะเบยี นให้
เปน็ มรดกโลกดา้ นมรดกทางวฒั นธรรมทจ่ี บั ตอ้ งไมไ่ ด้
ของมนุษยชาติ ประจ�ำปี ๒๕๖๒ จากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ
หรอื ยูเนสโก นับเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย “นวดไทย” นับเป็นศาสตร์หน่ึงในการแพทย์
แผนไทย ส�ำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา (สกศ.) ตระหนกั ถงึ ความส�ำคญั จงึ มีการสรรหาและยกยอ่ ง
“ครูภูมิปัญญาไทยด้านแพทย์แผนไทย”มาแล้ว ๙ รุ่น และในรุ่นท่ี ๙ น้ี มีครูภูมิปัญญาไทยท่ีมีความรู้
ความเช่ียวชาญด้านการนวดไทยท่านหน่ึงที่มีความโดดเด่น สามารถน�ำองค์ความรู้ด้านการแพทย์
แผนไทยมาคิดค้น “เทคนิคการนวดกดจุดเกาะกล้ามเน้ือ” ได้ประสบความส�ำเร็จ จนได้รับฉายา
“หมอมือเปล่า” รวมถึงยังเป็นนักคิดที่สามารถน�ำองค์ความรู้มาประดิษฐ์ “เครื่องดึงหลังแบบพกพา”
ได้ส�ำเร็จ จนได้รับการจดอนุสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา นับเป็นความก้าวหน้าอีกข้ันหนึ่ง
ของภูมิปัญญาไทย แนวคิด วิธีการ ปัจจัยความส�ำเร็จของครู จึงเป็นเร่ืองท่ีน่าศึกษาค้นคว้า เป็นที่มา
ของการถอดบทเรียนครูภูมิปัญญาไทยท่านน้ี “ครูมงคลชัย เสเล”
รู้จกั ครนู กั คิด นกั ประดษิ ฐเ์ จ้าของฉายา “หมอมือเปล่า”
ครูมงคลชยั เสเล เกดิ วนั ท่ี ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๖ ท่ีจงั หวัดขอนแกน่ มพี ่ีนอ้ ง ๓ คน ครเู ป็น
บุตรคนที่ ๒ ของนายบุญยังกับนางค�ำใฮ เสเล บิดาเป็นหมอพ้ืนบ้าน รักษาชาวบ้านที่อ�ำเภอชุมแพ
จงั หวดั ขอนแกน่ หลงั ส�ำเรจ็ การศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ จากโรงเรียนบ้านสัมพันธ์ อ�ำเภอชุมแพ
จังหวัดขอนแก่น บิดาสนับสนุนให้ย้ายไปศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ท่ีศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน
วัดนากลาง จังหวัดหนองบัวล�ำภู และได้บรรพชาเป็นสามเณร เรียนทางธรรมะจนจบนักธรรมชั้นเอก
ที่ส�ำนักเรียนวัดนากลาง หลังส�ำเร็จการศึกษา เริ่มประกอบอาชีพขับรถรับจ้างส่งของ แต่หลังเลิกงาน
จะศึกษาเรียนรู้เร่ืองการนวดอย่างสม่�ำเสมอ และบริการนวดแบบไม่คิดค่าใช้จ่าย อยา่ งไรกต็ าม ขณะนน้ั
การนวดไทยยงั ไมไ่ ดร้ บั การยอมรบั เปน็ อาชพี ดงั นนั้ นอกจากจะขบั รถรบั จา้ งแลว้ ครจู งึ ประกอบอาชพี คา้ ขายดว้ ย
ซึ่งครูก็ได้เห็นถึงความไม่แน่นอนของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ได้เห็นคนเจ็บป่วยที่ท�ำมาหาเงินมาทั้งชีวิต
แล้วต้องกลับมาขายไร่ขายนาเพ่ือน�ำเงินมารักษาตัว ด้วยความสนใจในเรื่องแพทย์แผนไทย
โดยเฉพาะการนวดไทยมาตั้งแต่เด็ก กอปรกับการนวดไทยเริ่มได้รับการยอมรับ สามารถประกอบ
เป็นอาชีพ มีหลักสูตร มีใบประกอบวิชาชีพ มีการจัดอบรมโดยส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
119
ถอดบทเรยี น เวลาจ�ำกดั ครจู งึ ตดั สนิ ใจลาออกมาดแู ลรบั สง่ บตุ ร
ซึ่งก�ำลังอยู่ในวัยเรียน ในช่วงต้นมีผู้ป่วยเก่าของ
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม ครูติดต่อให้ครูนวด ครูจึงรับนวดเม่ือมีเวลาว่าง
ต่อมาเม่ือการนวดไทย การนวดเพ่ือรักษา
ครูจึงตัดสินใจศึกษาวิชาแพทย์แผนไทยหลักสูตร เป็นท่ียอมรับมากขึ้น และสามารถเปิดนวดรักษา
ต่าง ๆ อย่างจริงจัง ได้แก่ หลักสูตรการนวดไทย ได้อย่างถูกกฎหมาย ครูจึงเปิดคลินิก ช่ือ
๑๕๐ ชั่วโมง จากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ต่อมา “พฤกษาคลนิ กิ การแพทย์แผนไทย”
ได้สมัครเป็นผู้ช่วยแพทย์แผนไทยที่โรงพยาบาล
ชุมแพ จังหวัดขอนแก่น และได้ศึกษาต่อ ในการรับนวดที่บ้านครูพบว่า มีผู้ป่วย
หลักสูตรผู้ช่วยแพทย์แผนไทย ๓๗๒ ชั่วโมง ปวดหลังจ�ำนวนมาก ครูจึงเริ่มคิดประดิษฐ์เครื่อง
จากส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ดึงหลัง เพื่อช่วยในการรักษา ต่อมาได้พัฒนา
หลังจากนั้นศึกษาหลักสูตรวิชาชีพแพทย์แผนไทย ต่อยอดจนสามารถประดิษฐ์ “เคร่ืองดึงหลังแบบ
๔ หลักสูตร คือ หลักสูตรการผดุงครรภ์ไทย พกพา” ได้ส�ำเร็จในปี ๒๕๕๖ ซึ่งปัจจุบันจด
หลักสูตรการนวดไทย หลักสูตรเภสัชกรรมไทย อนุสิทธบิ ัตรเรยี บรอ้ ยแล้ว นอกจากน้ี ครูไดค้ ดิ คน้
และหลักสูตรเวชกรรมไทย จากโรงเรียนมหาบุญ “เทคนิคการกดจุดเกาะกล้ามเน้ือ” ซึ่งช่วย
การนวดไทย จังหวัดนครราชสีมา และสอบได้ ลดระยะเวลาในการนวดและผลการรักษามี
ใบประกอบวชิ าชีพดา้ นการแพทยแ์ ผนไทย ประสิทธิภาพ จนได้ฉายา “หมอมือเปล่า”
ครูได้ถ่ายทอดความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยใน
หลังจากท่ีครูท�ำงานที่โรงพยาบาลชุมแพ รปู แบบตา่ ง ๆ ทง้ั เปน็ วทิ ยากรบรรยาย เปดิ หลกั สตู ร
จังหวัดขอนแก่น ครบ ๒ ปี ได้ย้ายไปท�ำงานที่ อบรม และผลิตสื่อให้ความรู้เรื่องการนวด
โรงพยาบาลชลบุรี จังหวัดชลบุรี ในแผนก เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ ฯลฯ จากการท่ี
ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย ภายหลังได้ย้ายมาท�ำงาน ครูถ่ายทอดองค์ความรู้และสามารถน�ำความรู้
ท่ี โรงพยาบาลบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ด ้ า น ก า ร แ พ ท ย ์ แ ผ น ไ ท ย ม า พั ฒ น า ต ่ อ ย อ ด
ซ่ึงเป็นโรงพยาบาลเดียวกันกับที่ภรรยาของครู จนค้นพบเทคนิควิธี และสิ่งประดิษฐ์ที่เป็น
ท�ำงานอยูใ่ นแผนกแพทยแ์ ผนไทย ประโยชน์ต่อสังคม ในปี ๒๕๖๑ ครูมงคลชัย
จึงได้รับการยกย่องให้เป็นครูภูมิปัญญาไทย
ครูมงคลชัย สมรสกับนางสุริสา มีบุตร รุ่นท่ี ๙ ด้านการแพทย์แผนไทย จากส�ำนักงาน
๒ คน เปน็ ชาย ๑ คน เป็นหญิง ๑ คน หลังจาก เลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
ท�ำงานท่ีโรงพยาบาลบางบ่อ จงั หวดั สมทุ รปราการ
ประมาณ ๒ ปี การท�ำงานในโรงพยาบาลท�ำให้มี รางวลั โดดเด่น
พ.ศ. ๒๕๖๐ รางวลั Prestigious Thai -
120 Myanmar Relations Award 2017 จาก
สมาคมอาเซียนแห่งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๖๑ ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ ๙
ด้านการแพทย์แผนไทย จากส�ำนักงานเลขาธิการ
สภาการศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ
พ.ศ. ๒๕๖๑ ผทู้ รงคณุ วฒุ หิ นว่ ยแพทยอ์ าสา
มลู นิธิสิรินธรราชวทิ ยาลยั ในพระราชูปถมั ภ์
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
พแนรอ้วมคอิดนวุริธกั กี ษา์ทรคครัพิดรแยูมบางกบครผวสลัฒมชนผธสัยรารนเมสรแังลเสละรภรมู คิป์สัญง่ิ ปญระาดขิษอฐง์
การประดษิ ฐ์คิดคน้ สิ่งใหม่ เป็นเรอื่ งที่ทา้ ทายเสมอ เพราะต้องใชเ้ วลา ใช้ทนุ ทรัพย์ ใชค้ วามทมุ่ เท
ความทา้ ทายนน้ั มที ง้ั ทเ่ี กดิ ขึ้นจากตนเอง และเกิดขึ้นจากสังคม เกิดจากตัวเอง คือ จะมีความพยายาม
ท่ีจะท�ำต่อหรือจะถอดใจ เพราะจุดหมายปลายทางก็ไม่ทราบว่าเม่ือไหร่จะส�ำเร็จ ท้าทายจากสังคม คือ
เม่ือท�ำได้ส�ำเร็จแล้ว จะเป็นที่ยอมรับหรือไม่ คนจะเชื่อถือหรือไม่ ดังน้ันการประดิษฐ์คิดค้นส่ิงใหม่จึง
ไม่ได้เกิดข้ึนโดยง่าย แต่ “ครูมงคลชัย” เป็นผู้หน่ึงที่สามารถก้าวผ่านความท้าทายเหล่าน้ีมาได้
ครูสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ท้ังด้านเทคนิคการนวด และเครื่องมือที่ช่วยในการนวดแบบใหม่ ตลอดจน
ยังคงไม่หยุดคิดพัฒนาสิ่งใหม่ ครูท�ำได้อย่างไร ครูมีวิธีคิดค้นพัฒนา เผชิญปัญหาอุปสรรคและก้าวมาสู่
ความส�ำเร็จในวันน้ีได้อย่างไร จะน�ำเสนอโดยแบ่งเป็น ๒ หัวข้อ ดังนี้ ๑. เส้นทางการเป็นแพทย์
แผนไทย และ ๒. การต่อยอดสรา้ งสรรคน์ วตั กรรม
๑.เส้นทางการเป็นแพทย์แผนไทย
ครูมงคลชัยสนใจเรื่องการนวดไทยมาต้ังแต่เด็ก เนื่องจากทั้งบิดาและคุณปู่ของครูเป็นหมอยา
พื้นบ้านท่ีเรียกว่า “หมอยารากไม้” รักษาด้วยสมุนไพร เม่ือชาวบ้านมีอาการวิงเวียน มีไข้ เป็นลม
ผิดส�ำแดง ฯลฯ จะมาขอค�ำแนะน�ำ ซึ่งบดิ าของครูจะแนะน�ำวา่ ต้องใช้รากไม้ชนิดใดน�ำไปตม้ รบั ประทาน
และเน่ืองจากบิดาเป็นหมอพื้นบ้านจึงมีความรู้ท้ังเรื่องสมุนไพรและการนวดไทย ความรู้เหล่าน้ัน
ได้ถ่ายทอดมาให้ครูมงคลชัยโดยไม่รู้ตัว ดังท่ีครูกล่าวว่า
“ ปเู่ ปน็ ผใู้ หญบ่ า้ น หลงั จากผมเกดิ เทา่ ทจ่ี ำ� ความได้ พอ่ จะใชใ้ หผ้ มเหยยี บหลงั บา้ ง เหยยี บขาบา้ ง
คือ สอนโดยที่เราไม่รู้สึกตัวว่าพ่อสอน สอนถ่ายทอดผ่านการจับจุดต่าง ๆ ตามรา่ งกาย นำ� เทา้ ของผม
”ไปวาง เมอื่ มกี ารประชมุ หม่บู ้าน ผมกบ็ รกิ ารเหยยี บนวดแก่ชาวบ้านฟรี ได้รบั ค�ำชม ผมก็ดีใจแลว้
การท่ีครูคลุกคลีกับการนวดไทยมาต้ังแต่เด็ก และมีบิดาเป็นแรงบันดาลใจ ท�ำให้ครูสนใจเรื่อง
การนวดไทยโดยเฉพาะการนวดจับเส้นประเภทเคลด็ ขดั ยอก ครใู หเ้ หตผุ ลวา่ ชอบการรกั ษาด้วยการนวด
จับเส้น เพราะเป็นโรคที่ไร้เช้ือโรคจึงเร่ิมเรียนรู้ด้วยตนเองจากการอ่านต�ำราแพทย์แผนไทยอย่าง
หลากหลาย ไมว่ า่ จะเปน็ ต�ำราวดั โพธิ์ ต�ำราแพทยแ์ ผนไทย ต�ำราการฝงั เขม็ แบบจนี ต�ำรากายวภิ าคศาสตร์
และสรีรวิทยา ฯลฯ แล้วลองนวดตามและสังเกตอาการเรื่อยมา แม้มีความสนใจ แต่ยังไม่สามารถ
นวดไทยเป็นอาชีพ เนื่องจากการนวดไทยในสมัยนั้นยังไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย
ต่อมาเม่ือการนวดไทยได้รับการยอมรับ สามารถประกอบเป็นอาชีพ ครูจึงเข้าเรียนหลักสูตร
121
ถอดบทเรยี น น�ำศาสตร์ทั้งสองมาอธิบายหรือตอบค�ำถาม
โรคร่วมกันได้หรือไม่ เช่น โรคเช่นน้ีเป็น
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม อ ย ่ า ง ไ ร ใ น มุ ม ม อ ง ทั้ ง จ า ก นั ก ก า ย ภ า พ บ� ำ บั ด
หมอออร์โธปิดิกส์ หมอนวดไทย ฯลฯ ผมจึง
การนวดไทยและการแพทย์แผนไทยหลักสูตร ศึกษาจากเพ่ือน ศึกษาจากต�ำราท่ีเขาเรียนจบ
ต่าง ๆ จนได้รับใบประกอบวิชาชีพ หลังจาก แล้วน�ำมาอ่านบ้างดูรูปภาพบ้าง ขอฟังความเห็น
มีประสบการณ์การนวดในร้านนวดและที่บ้านมา
นานพอสมควร ครูจึงคิดว่าควรแสวงหาความรู้ ”บา้ งด้วยความเป็นเพื่อนกันครับ
และหาประสบการณ์การรักษาผู้ป่วยเพิ่มเติมใน
หน่วยงานของรัฐ คือโรงพยาบาล จึงตัดสินใจ การท่ีครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพ่ือน
สมัครท�ำงานเป็นผู้ช่วยแพทย์แผนไทยด้าน นักกายภาพบ�ำบัดที่โรงพยาบาลบางบ่อ ท�ำให้ครู
การนวดท่ี “โรงพยาบาลชุมแพ” ณ ที่แห่งน้ี มีมุมมองที่กว้างข้ึน เข้าใจหลักกายวิภาคศาสตร์
ท�ำให้ครูได้เรียนรู้ศาสตร์ใหม่ ศาสตร์ของ มากข้ึน รวมถึงส่งผลให้มีความลึกซ้ึงในศาสตร์
การแพทย์แผนปัจจุบัน ครูเล่าว่า ท่ีน่ีครูได้เกิด การนวดมากยงิ่ ขนึ้ ดงั ทคี่ รกู ลา่ ววา่ “ท�ำใหร้ เู้ ขา รเู้ รา
กระบวนการเรียนรู้ มีทักษะเพิ่มเติม ได้รู้จักกับ รู้ศาสตร์ รูค้ วามคิด สามารถคิดเชื่อมโยงได”้
นักกายภาพบ�ำบัด เร่ิมรู้จักศาสตร์กายภาพบ�ำบัด
ของการแพทย์แผนปัจจุบัน เรียนรู้การนวดแบบ ในช่วงแรก ครูจะสนใจศึกษาเฉพาะด้าน
ตะวนั ตก ส่งผลให้ครูได้เปดิ โลกทศั น์มากข้ึน การนวดไทยรักษาเพื่อการบ�ำบัดเท่านั้น ไม่สนใจ
ดา้ นการรกั ษาดว้ ยสมนุ ไพรนกั แมว้ า่ บดิ าของครเู ปน็
เส้นทางการเรียนรู้ของครูยังก้าวต่อไป หมอยา แตจ่ ดุ เปลย่ี นทหี่ กั เหใหค้ รหู นั กลบั มาสนใจ
หลังจากท�ำงาน ๒ ปี ครูตัดสินใจยา้ ยไปท�ำงานใน การรกั ษาดว้ ยสมนุ ไพร มสี าเหตดุ งั ทคี่ รเู ลา่ ตอ่ ไปนี้
แผนกผู้ช่วยแพทย์แผนไทย ที่ “โรงพยาบาล
ชลบุรี จังหวัดชลบุรี” ซ่ึงท่ีนี่มีแพทย์เฉพาะทาง “จดุ พลกิ ผนั ทผี่ มเปลย่ี นมาใชส้ มนุ ไพร
หลากหลาย ครูมีโอกาสได้นวดและสอบถาม
ข้อสงสัยต่าง ๆ จากแพทย์เฉพาะทาง เช่น ท�ำไม ทั้งทพ่ี ่อของผมใช้มานาน แต่ผมไม่ยอมรับ เพราะ
อาการนี้นวดแล้วไม่หาย โรคนี้เก่ียวกับการนวด ตอนน้ันยังค้นหาข้อมูลไม่พบว่าสมุนไพรนั้น ๆ
อย่างไร ฯลฯ ซึ่งท่านเหล่านั้นก็อธิบายให้ฟัง มฤี ทธิ์อย่างไร เมอื่ ไม่ม่นั ใจก็ยอ่ มไมใ่ ช้ เร่ิมใช้เม่ือ
ท�ำให้ครมู คี วามรมู้ ากย่ิงข้ึน ภรรยาเป็นโรคเบาหวาน ประกอบกับเราเองมา
เรยี นเพ่ิมเติม แพทย์แผนไทยครบท้ัง ๔ ด้าน คือ
ครเู รมิ่ ศกึ ษาดา้ นกายภาพบ�ำบดั อยา่ งจรงิ จงั ดา้ นการผดงุ ครรภไ์ ทย เภสชั กรรมไทย การนวดไทย
มากขนึ้ เม่อื ยา้ ยมาท�ำงานที่ “โรงพยาบาลบางบอ่ และเวชกรรมไทย ในการเรียนท�ำให้ได้รู้ว่าใน
จงั หวดั สมทุ รปราการ” ทน่ี ค่ี รสู นทิ สนมคุ้นเคยกับ สมัยสมเด็จพระนารายณม์ หาราช หรอื เมอ่ื 600 –
เพื่อนซึ่งเป็นนักกายภาพบ�ำบัดจึงขอต�ำราของ 700 ปี ก่อนน้ี ใช้สมุนไพรต�ำรับอะไร แก้โรคใด
นกั กายภาพบ�ำบดั มาเรียนรู้ ดงั ทีค่ รเู ล่าวา่ จึงน�ำข้อมูลเก่ียวกับสมุนไพรตัวนั้น คือ ชื่อทาง
“ผมเริ่มขอต�ำราจากนักกายภาพบ�ำบัด ”วิทยาศาสตร์และสารส�ำคัญ น�ำมาค้นคว้าข้อมูล
เพ่ือน�ำมาเรียนรู้ เพ่ือเทียบเคียงว่าสิ่งท่ี จากงานวิจัยทุกแห่งทั่วโลก
นักกายภาพฯ เรียน กับสิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาจาก
ต�ำราการนวดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นต�ำราวัดโพธิ์
ต�ำราการนวดไทย ค�ำสอนของพ่อ ฯลฯ มี
ความใกล้เคียงหรืออธิบายร่วมกันได้หรือไม่
เพราะเท่าท่ีสังเกต การท�ำงานของผมจะขัดกับ
แพทย์แผนปัจจุบันอยู่มาก จึงคิดว่า จะมีวิธีการ
122
ด้วยเหตุนี้ ครูจึงเร่ิมรักษาด้วยสมุนไพร ถอดบทเรยี น
แต่จะใช้เฉพาะสมุนไพรท่ีมีผลงานวิจัยทาง
วิชาการรับรองและมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเคย สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
ใช้รักษาได้ผลแล้วเท่าน้ัน และต้องไม่พบประวัติ
ว่ามีผลขา้ งเคียง อนั ตรายต่อผู้ปว่ ย ก ร ะ ดู ก เ สื่ อ ม ก ร ะ ดู ก ทั บ เ ส ้ น โร ค ก ลุ ่ ม
ออฟฟิศซินโดรม เป็นต้น การรักษามีทั้งการนวด
ส�ำ ห รั บ เ ส ้ น ท า ง ก า ร เ ป ิ ด ค ลิ นิ ก ข อ ง รกั ษาจบั เส้น และจา่ ยยาสมุนไพร
ครูมงคลชัยนั้น เกิดข้ึนหลังจากที่ครูลาออกจาก
โรงพยาบาลบางบ่อเพ่ือมาดูแลบุตร ครูได้ศึกษา
การแพทย์แผนไทยเพ่ิมเติม และรักษาผู้ป่วย
มาอย่างต่อเนื่อง คร้ันการนวดแผนไทยได้รับ
การยอมรับมากขึ้น และการเปิดคลินิกท�ำได้
ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อครูมีความพร้อม คือ
มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย รวมถึง
ได้ศึกษากฎหมายและสามารถท�ำตามข้อก�ำหนด
ต่าง ๆ ในการเปิดคลินิกการแพทย์แผนไทย
ได้แล้ว ในปี ๒๕๖๐ ครูจึงตัดสินใจเปิดคลินิก
ชื่อว่า “พฤกษาคลินิกการแพทย์แผนไทย”
ท่ีหมู่บ้านพฤกษา ๑๕ จังหวัดสมุทรปราการ
คลินิกเปิด 08.00 – 22.00 น. ทุกวัน ยกเว้น
วันพฤหัสบดี โรคท่ีมีผู้มารักษาเป็นจ�ำนวนมาก
จะเก่ียวกับปวดหลัง ปวดคอ ข้อ เข่า เส้นเอ็น
123
ถอดบทเรยี น
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม
กแคเสพวา้นทรายทเมแ์ปาทผ็นงน้าไททายย
แม้การการนวดไทย
จะเป็นภูมิปัญญาพ้ืนบ้านท่ี
สืบทอดกันมาเป็นเวลานาน
แต่ในสมัยก่อนการนวดไทย
ยั ง ไ ม ่ ไ ด ้ รั บ ก า ร ย อ ม รั บ
เป็นอาชีพ การสืบสานมัก
เป็นการบอกต่อ ถ่ายทอดรุ่น
สู่รุ่น เรียนรู้จากประสบการณ์ ความรู้ยังอยู่กระจัดกระจายตามบุคคลและแหล่งต่าง ๆ ยังไม่มี
การจัดท�ำเป็นหลักสูตรและถ่ายทอดเป็นระบบเช่นปัจจุบัน ดังนั้นแม้ครูมงคลชัยจะมีความสนใจและมี
ความช�ำนาญด้านการนวดไทย ก็ยังไม่สามารถประกอบเป็นอาชีพหลักได้ เช่นเดียวกับการเปิดคลินิก
แพทย์แผนไทย เบ้ืองต้นพบอุปสรรค คือ ไม่มีกฎหมายรองรับ จึงเสี่ยงต่อการท�ำผิดกฎหมายได้ รวมถึง
เรื่องของการได้รับการยอมรับเช่ือถือในสังคม เพราะยังไม่มีการรับรองใด ๆ จากภาครัฐ โดยมากจะใช้
ความเชื่อถือส่วนบุคคล เสียงร�่ำลือ และ
การบอกตอ่ แต่เมื่อภาครัฐเร่มิ มีกฎหมายรองรบั
เช่น พระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
พ.ศ. ๒๕๕๖ พระราชบัญญัติสถานพยาบาล
พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นต้น มีหลักสูตรอบรม
อย่างชัดเจน หนทางในการประกอบอาชีพ
แพทย์แผนไทยอย่างท่ีใจรักของครูจึงเป็นจริง
สามารถท�ำได้ เพราะเมื่อภาครัฐรองรับท�ำให้
เกิดมาตรฐาน เกิดความน่าเช่ือถือ และมี
กฎหมายรองรบั ความทา้ ทายล�ำดบั ตอ่ ไปของครู
คือ การหมั่นศึกษาหาความรู้ด้านการแพทย์
แผนไทย จนสามารถสอบได้ใบประกอบวชิ าชีพ
และการด�ำเนินการตามข้อก�ำหนดต่าง ๆ ตาม
กฎหมาย ส่งผลให้สามารถเปิดคลินิกแพทย์
แผนไทยได้ในท่ีสุด ส่ิงเหล่าน้ีต้องใช้
ความอตุ สาหะพยายาม ต้องศึกษาองค์ความรู้
รอบด้าน ท้ังการแพทย์แผนไทยและกฎหมาย
ตา่ ง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
124
๒สร.้ากงาสรรตรอ่คยน์ อวดัตกรรม ถอดบทเรยี น
ครูมงคลชัยส่ังสมประสบการณ์ ศึกษา
เรียนรู้จนได้เป็นแพทย์แผนไทย และเปิดคลินิก สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
เป็นของตนเอง และด้วยความที่ครูเป็นนักคิด
ทไี่ มเ่ คยหยดุ นงิ่ สามารถคดิ วเิ คราะหแ์ บบผสมผสาน ท่ีมีอาการปวดหลังแต่ไม่ต้องการผ่าตัด โดยเฉพะ
ท�ำให้สามารถสร้างสรรค์ส่ิงประดิษฐ์ใหม่ท่ีได้รับ ผู้ป่วยสูงอายุท่ีการผ่าตัดอาจมีความเส่ียง และ
การจดอนุสิทธิบัตร รวมถึงต่อยอดนวัตกรรม ผู้ป่วยบางรายก็ไม่สามารถรักษาด้วยการนวดได้
ที่น่าสนใจอย่างหลากหลาย ดังจ�ำแนกผลงาน ครูจึงฉุกคิดถึงภูมิปัญญาพ้ืนบ้านที่บิดาของครูเคย
การสรา้ งสรรค์นวัตกรรมของครูได้ ๓ กลมุ่ ดังนี้ ใชร้ ักษาอาการปวดหลงั นัน่ คอื “การดึงหลงั ดว้ ย
ผ้าขาวม้า” ด้วยเหตุน้ีครูจึงกลับไปศึกษาเรื่อง
๒.๑ การประดษิ ฐเ์ ครอื่ งดงึ หลงั แบบพกพา การยดื การดึงหลังด้วยผ้าขาวม้าจากบิดาของครู
๒.๒ การพฒั นาเทคนคิ กดจดุ เกาะกลา้ มเนอ้ื แลว้ น�ำกลับมาใช้
๒.๓ การคน้ คดิ ต�ำรายาสมนุ ไพรสตู รเฉพาะ
วิธีการ คือ ใช้ผ้าขาวม้าแบบขันชะเนาะ
๒เค.๑รือ่กางรดปงึ รหะดลษิ ังฐแ์ บบพกพา ผกู ผา้ ขาวมา้ ไวท้ ขี่ อ้ เทา้ คนไข้ ปลายสว่ นหนงึ่ มดั กบั
ไม้ขัดกับขอบประตู ออกแรงดันที่บานประตู
แนวคดิ
กดท่ีกระดกู สนั หลงั เปน็ การรกั ษาอาการ
ห ลั ง จ า ก ที่ ค รู ม ง ค ล ชั ย ล า อ อ ก จ า ก ปวดหลัง โดยบิดาของครูได้มาช่วย
โรงพยาบาล ครูรบั นวดบ�ำบดั รกั ษาท่บี ้าน มผี ู้ป่วย ในชว่ งแรก การรักษาแม้จะได้ผล แต่วิธีนี้
เกา่ ตดิ ตามมารกั ษากบั ครู การรกั ษาทบี่ า้ นแตกตา่ ง ยังมีปัญหาเร่ืองการปรับองศา ควบคุม
จากท่ีโรงพยาบาล ซึ่งมีทั้งนักกายภาพบ�ำบัด แรงไม่ได้ ไม่เหมาะกับพ้ืนท่ีแคบ ต้องใช้
และหมอออร์โธปิดิกส์ ท�ำให้การรักษาที่บ้าน คนช่วยหลายคน เหมาะกับคนหนุ่มสาว
มีข้อจ�ำกัดท้ังเร่ืองของอุปกรณ์และบุคลากร แต่ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้ใช้ต้องมี
อยา่ งไรกต็ าม เนอื่ งจากครตู อ้ งการชว่ ยเหลอื ผปู้ ว่ ย ความช�ำนาญ อกี ทง้ั การรกั ษาเชน่ นถ้ี า่ ยทอด
ได้ยากเพราะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ
เฉพาะตัว เป็นสาเหตุให้ครูคิดและริเร่ิม
ประดิษฐ์ “เครอ่ื งดงึ หลัง” ในเวลาตอ่ มา
125
ถอดบทเรยี น กระบวนการพัฒนา “เคร่ืองดึงหลัง”
ด�ำ เ นิ น ต ่ อ ม า จ น ส า ม า ร ถ เ ค ล่ื อ น ย ้ า ย ไ ด ้ ใ น
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม เคร่ืองดึงหลัง รุ่นท่ี ๑๘ สาเหตุท่ีพัฒนาให้เคร่ือง
เคลอ่ื นยา้ ยได้ เกดิ จากแรงจงู ใจทพี่ ระอาจารยร์ ปู หนง่ึ
วธิ กี าร อาพาธ ไมส่ ามารถเขา้ มารบั การรกั ษาได้ ครจู งึ คดิ วา่
หากท�ำใหเ้ ครอ่ื งดงึ หลงั พกพาได้ จะสะดวก ไม่ต้อง
ครูใช้ความรู้เร่ืองกายวิภาคศาสตร์และ ใช้เตียง ไม่ยุ่งยาก จงึ เรมิ่ คดิ หาวิธี โดยการเปลี่ยน
สรีรวิทยาเป็นฐานการคิดประดิษฐ์เคร่ืองดึงหลัง วัสดทุ ่ใี ช้ เชน่ ท�ำจากไม้ จากเหล็ก เปล่ียนเปน็ ท�ำ
ครูออกแบบและส่งให้โรงกลึงเป็นผู้ผลิต ใช้เวลา จากสเตนเลส อะลมู เิ นยี ม ท�ำให้น�ำ้ หนักลดลง ครู
คดิ คน้ และพฒั นากวา่ ๒๐ รนุ่ จงึ สามารถประดษิ ฐ์ ยังคงพฒั นาตอ่ ยอด ลดขนาดรอกให้เล็กลงเพื่อให้
“เครื่องดึงหลังแบบพกพา” ได้เช่นในปัจจุบัน น้�ำหนักเบาขึ้น จนในท่ีสุดปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ครูก็
โดยในรนุ่ แรก ๆ เปน็ รนุ่ ทไ่ี มส่ ามารถเคลอ่ื นยา้ ยได้ สามารถประดิษฐ์ “เครื่องดึงหลังแบบพกพา”
เร่ิมต้นจากการท�ำเคร่ืองดึงหลังแบบติดเตียง ได้ส�ำเร็จในรุ่นที่ ๒๑ เคร่ืองสามารถพกพาได้
ใช้การมัดโยงแต่ยังหมุนไม่ได้ ต่อมาเป็นเครื่อง มีนำ�้ หนกั ไม่มาก ประมาณ ๖ กโิ ลกรัม แก้ปัญหา
ดึงหลังแบบติดเตียงที่สามารถหมุนได้ ล้อหมุน กระดูกสันหลังทบั เสน้ ประสาท หมอนรองกระดกู
มีลักษณะคล้ายกงจักร หรือกระด้งใหญ่ ๆ สันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาทได้ ครูได้น�ำไป
ใช้งานได้ดีแต่มีขนาดใหญ่ กินพื้นที่ จึงพัฒนาต่อ จดสิทธิบัตร และได้รับอนุสิทธิบัตรเลขท่ี
ใหข้ นาดเลก็ ลง เปน็ รอกหมนุ ดว้ ยมอื ปรบั องศาได้ “๑๖๒๖๕” ณ วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓
และมีการพัฒนาอีกหลายรุ่น อุปกรณ์ที่ใช้ผลิต สิ่งนี้นับเป็นความภาคภูมิใจของครู หลังจาก
ก็ปรับเปลี่ยนหลายรูปแบบ ท้ังท�ำมาจากผ้า อุตสาหะ ค้นคว้า ทดลองมากว่า ๑๐ ปี
เข็มขัด เข็มขัดนิรภัย ฯลฯ เคร่ืองรุ่นแรก ๆ ดังแนวคิดในการผลิตเครื่องดึงหลังของครู
จะท�ำจากไม้ ท�ำจากเหล็กท่อนยาว ซ่ึงมีน�้ำหนัก ดังต่อไปน้ี
ท�ำให้เคลื่อนย้ายล�ำบาก การปรับแต่ละรุ่น
มีการปรับเปล่ียนอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึง
มีการสอบถามความคิดเห็นจากผู้ป่วย และน�ำ
ความคิดเห็นเหล่าน้ันมาเป็นส่วนในการปรับปรุง
พัฒนา เช่น ปรับวัสดุที่ใช้ ปรับขนาดความสูงต�่ำ
สน้ั ยาว ปรบั วธิ ีการยึด โยง ปรับองศา ฯลฯ
“ผมตอ้ งการสรา้ งอปุ กรณด์ งึ หลัง เพอื่ ชว่ ยคลายเส้น และทำ� ใหข้ ้อตอ่ ลดแรง
ดนั ของหมอนรองกระดูก มิใหก้ ดเส้นประสาท เพอ่ื บรรเทาอาการปวด
ผมทราบขอ้ มูลกายวภิ าคศาสตร์ ข้อต่อ การกม้ เงย ทราบองศาทเ่ี หมาะสม
จงึ ใชท้ กั ษะการคำ� นวณและจนิ ตนาการ สงั เกตโครงสรา้ ง นำ� กายวภิ าคเขา้ มาชว่ ยวา่
”จะเรยี งอยา่ งไร องศาเทา่ ใด ซ่งึ ต้องใช้การสังเกต และขอ้ มลู มากพอสมควร
126
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
ภาพอนุสทิ ธบิ ตั ร
127
ถอดบทเรยี น
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม
ภาพตัวอยา่ งเครอ่ื งดงึ หลังบางรุ่น
ตวั อยา่ ง
เคร่อื งดงึ หลังรนุ่ แรก ๆ
เปน็ แบบติดเตียง
ท�ำจากเหลก็
มตี ัวหมุนแบบกงจกั ร
เคร่ืองดงึ หลังแบบตดิ เตยี งทพ่ี ฒั นาใหม้ รี อกหมนุ ด้วยมือ ยงั คงท�ำจากเหลก็
128
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
เครอ่ื งดงึ หลงั ทส่ี ามารถเคลอื่ นทไี่ ดร้ นุ่ กอ่ น ๆ โครงสรา้ งยงั เปน็ เหลก็ ท�ำใหม้ นี ำ�้ หนกั มาก
เครอื่ งดงึ หลงั แบบพกพารนุ่ ปจั จบุ นั
ท�ำจากสเตนเลส นำ�้ หนกั ไมม่ าก ปรบั องศาได้
และไดร้ บั การจดอนสุ ทิ ธบิ ตั ร
129
ถอดบทเรยี น
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม
ครูอธิบายการใช้งานเคร่ืองดึงหลังแบบพกพาไว้ดังน้ี ชั่งน้�ำหนักของผู้ป่วย เม่ือผู้ป่วยนอน
ที่เตียงจะมีเข็มขัดรัดไว้ท่ีบริเวณหน้าท้องและสะโพก ต้ังเคร่ืองดึงหลังไว้ปลายเตียง เชือกของเคร่ือง
ดึงหลังจะผูกติดกับเข็มขัด หมุนรอกให้องศาก้นลอยสูงจากพ้ืน ตามน้�ำหนักของผู้ป่วย โดยปกติจะต้ังไว้
ที่ “มุมมาตรฐาน” ซ่ึงสามารถใช้ได้กับทุกคน เพราะเป็นมุมท่ีปลอดภัยสูงสุด เกิดจากการตัดมุม
90 องศาให้เหลือ 45 องศา เป็นมุมมาตรฐานของกระดูกแต่ละคน เหตุที่ต้องวัดเพราะแต่ละ
ข้อต่อจะเคลื่อนแตกต่างกัน เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ กระดูกแต่ละคนทรุดแตกต่างกัน หลังจากน้ัน
คา้ งไวป้ ระมาณ ๑ ชวั่ โมง กลา้ มเนอื้ จะคอ่ ย ๆ ยดื คลายตวั ชว่ ยคลายเสน้ ลดแรงดนั ของหมอนรองกระดกู
มิให้กดเส้นประสาท ท�ำให้หายปวด จุดเด่นของเครื่องนี้ คือ ถ้าตึงไปหรือหย่อนไป ผู้ป่วยสามารถ
บอกหมอให้ปรับใหไ้ ด้ เพราะเคร่ืองนสี้ ามารถปรับองศา ปรับทิศทางการดึงได้
130
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
อยา่ งไรกต็ าม แม้จะไดร้ บั การจดอนุสิทธิบัตรแล้ว แต่ครูยังมีแนวคิดพัฒนารนุ่ ตอ่ ไปในอนาคต
ให้ผู้ป่วยสามารถใช้เครื่องได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันเครื่องดึงหลังมีต้นทุนอยู่ประมาณเครื่องละ
5,000 - 6,000 บาท ครูยังไม่ได้คิดท่ีจะผลิตเพื่อจ�ำหน่าย แต่ประดิษฐ์ไว้ส�ำหรับลูกศิษย์บางส่วน
ที่ต้องการใช้งาน และแม้จะมีชาวต่างประเทศเคยมาสอบถามขอซ้ือแต่ครูไม่ขาย และบอกเขาไปว่า
“น่ีคือผลงานของคนไทย ใหเ้ ปน็ ผลงาน
ของแพทย์แผนไทย ผมคนท�ำก็ภูมิใจ
เพราะเป็นสิ่งประดิษฐ์ของไทย”
จากความส�ำเร็จในการประดิษฐ์
เครื่องดึงหลังแบบพกพา ครูจึงได้รับ
การคัดเลือกให้ได้รับรางวัล Prestigious
Thai - Myanmar Relations Award
2 0 1 7 จ า ก ส ม า ค ม อ า เซี ย น แ ห ่ ง
ประเทศไทยในฐานะแพทย์แผนไทยผู้มี
ความเชีย่ วชาญพิเศษ
นอกจากเครื่องดึงหลังแบบพกพาแล้ว ครูยังคิดค้น “เคร่ืองดึงคอแบบพกพา” เพ่ือรักษา
คนที่มีอาการปวดคอ การดึงคอต้องได้องศาพอดีเม่ือยกกระดูกคอข้ึน ดังที่ครูเล่าเกี่ยวกับแนวคิด
แนวทางในการประดิษฐ์และวิธีการ ดงั นี้
131
ถอดบทเรยี น ก๒.ด๒จกุดาเรกพาฒั ะนกาเลท้าคมนคิเนื้อ
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม แนวคิด
“แนวคดิ ในการประดิษฐ์ คือ ตอ้ งการ จากประสบการณ์และการศึกษาต�ำรา
การนวดตา่ ง ๆ มากมาย ท�ำให้ครูเกิดความสงสัย
ช่วยเหลือผู้ป่วย หากเราเข้าใจโครงสร้างด้าน และต้ังค�ำถามว่า ท�ำไมแต่ละต�ำรามักมีช่ือเรียก
กายวิภาคศาสตร์ ย่อมจะเข้าใจหลักการของ จุดต่าง ๆ ในร่างกายแตกต่างกันไป และต้อง
เครื่อง เกิดจากองค์ความรู้ที่มี มีการสังเกตที่มา นวดกดจุดจ�ำนวนมากเพื่อรักษาอาการเดียว
ของอาการปวดว่าเกิดการเสื่อมหรือทรุดอย่างไร ซ่ึงการนวดมาก ๆ อาจเกิดการระบมได้ ครูจึง
ผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะใดบ้างหรือไม่ หลังจากน้ัน เร่ิมคิดว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะกดเพียงบางจุด
ค้นหาว่าวิธีใดจะช่วยได้ หาข้อมูลว่าจะท�ำ ที่จ�ำเป็น แล้วสามารถรักษาอาการปวดให้หายได้
กายภาพอยา่ งไร มขี อ้ ดี ขอ้ เสยี อะไรบ้าง จะแกไ้ ข หรือจะท�ำอย่างไรจึงจะสามารถบอกช่ือจุด
อย่างไร ดูในเชิงเปรียบเทียบ เมื่อได้แนวทางแล้ว แล้วทุกคนเข้าใจตรงกันว่าจุดน้ันอยู่ตรงไหน
ก็จะสเก็ตช์ภาพส่งต่อให้โรงงานทดลองผลิต ต้องกดทบ่ี รเิ วณใด
โดยผมไปน่ังคุม แจ้งแบบท่ีต้องการโดยละเอียด
ส�ำหรับการใช้เคร่ืองดึงคอ จะมีการค�ำนวณ วิธีการ
อัตราส่วนน�้ำหนักตัวต่อการดึงได้ก่ีกิโลกรัม
การดึงแต่ละคนแตกต่างกัน แล้วแต่อาการ จากข้อสงสัยดังกล่าว ครูจึงผสมผสาน
ต้องตรวจว่ามีข้อใดเส่ือมบ้าง มีหินปูนหรือไม่ ภูมิรู้แบบไทยกับหลักกายวิภาคศาสตร์ ซ่ึงมี
และสอบถามความรู้สึกของคนไข้ ขณะดึง การเรียกจุดต่าง ๆ ในร่างกายแบบสากล โดยน�ำ
หลักกายวิภาคศาสตร์มาอธิบายการกดจุดต่าง ๆ
”ใช้เวลาดึงไม่ถึง ๕ นาที เพราะเม่ือพูดช่ือจุดไปแล้ว ทุกคนสามารถเข้าใจ
ตรงกัน และเป็นวิธีท่ีครูสามารถถ่ายทอดให้กับ
เครอ่ื งดงึ คอแบบพกพา เปน็ อกี เครอ่ื งหนงึ่ ลกู ศิษยไ์ ดอ้ ย่างชดั เจน
ท่ีครูเคยยื่นขออนุสิทธิบัตร แต่ยังต้องมีการ
ปรับแก้ด้านเอกสาร จึงยังไม่ได้ด�ำเนินการต่อ ในส่วนของการคิดค้นเทคนิคการกด
อยา่ งไรกต็ าม ครไู มเ่ คยหยดุ คดิ พฒั นา จงึ ยงั คดิ คน้ จุดน้ัน เกิดข้ึนจากการที่ครูศึกษาต�ำราต่าง ๆ
เคร่ืองมอื ต่าง ๆ เพือ่ ใชใ้ นการนวดอย่างตอ่ เนือ่ ง ทั้งต�ำราไทยและต่างประเทศ รวมถึงภูมิปัญญา
พ้ื น บ ้ า น ศึ ก ษ า ห ลั ก ก า ย วิ ภ า ค ศ า ส ต ร ์
132 เทียบเคียงองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย
กับหลักการแพทย์แผนปัจจุบัน ผสมผสานกับ
ประสบการณ์ที่ส่ังสม น�ำมาประมวลจนตกผลึก
เป็นวิธีการนวดของตนเอง ท�ำให้สามารถคิดค้น
“เทคนิคกดจุดเกาะกล้ามเนื้อ” ได้ส�ำเร็จ
จุดเด่นของการกดจุดเกาะกล้ามเนื้อ คือ ไม่ต้อง
กดหลายจุด เน้นจุดท่ีจ�ำเป็น ไม่ต้องใช้แรงมาก
ท้ังยังช่วยลดระยะเวลาในการนวด การกดจุด
จ ะ ใ ช ้ รั ก ษ า ทุ ก ส ่ ว น ข อ ง ร ่ า ง ก า ย ที่ เ กี่ ย ว กั บ
การเคล็ดขัดยอกและเส้นเอ็น หรือบริเวณ
ขอ้ ตอ่ ตา่ ง ๆ เชน่ ขอ้ เทา้ ขอ้ เขา่ ขอ้ ศอก ข้อไหล่ ถอดบทเรยี น
ข้อหลัง ข้อซี่โครง ข้อกระดูก ไหปลาร้า
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
ส�ำหรับเสียงสะท้อนจากผู้ป่วยส่วนใหญ่
คือ มีอาการดีข้ึนและนวดไม่ค่อยเจ็บ ท�ำให้มี แต่รับประทานมากก็มีผลกระทบ อาจเกิดแผลใน
คนไข้มารักษาจ�ำนวนมาก รวมถึงครูยังได้รับ กระเพาะ หลอดเลอื ดแดงหดตวั ไตพัง แนะนำ� ว่า
ฉายาในวงการและจากคนไข้ว่า “หมอมือเปล่า” หากรับประทาน 3 - 7 วนั ยงั ไม่ทุเลา ตอ้ งรีบหา
ครไู ดเ้ ลา่ ถงึ ที่มาของฉายาน้ี ไว้ดังนี้ วิธีใหม่ เช่น แนะน�ำให้ปรับพฤติกรรม โดย
ยกตัวอย่างพฤติกรรมท่ีควรหลีกเล่ียง ได้แก่
ท่าทางการยกและดันสิ่งของ การก้มเงย
การนั่งท�ำงาน การเดินท่ีผิดวิธี ฯลฯ ส่ิงเหล่านี้
ล้วนส่งผลต่ออาการปวด การเจ็บเส้นเอ็น
หลังจากผมแนะน�ำ ผู้ปว่ ยจึงรู้ว่าหมอทา่ นนี้ แมไ้ ม่
ใช้ยาก็รักษาหาย รู้จักเรียนรู้ที่จะหลบเลี่ยง
ใช้ร่างกายให้ถูกท่วงท่า ฯลฯ ผู้ป่วยเห็นผล
ในทางท่ีดีโดยไม่ต้องใช้ยา ผมกล่าวว่าใช้มือเปล่า
ก็หายได้ เพราะไม่ใช่เชื้อโรค เป็นเพียงพฤติกรรม
ซำ้� ๆ ของเรา แตเ่ ราไม่ทราบ”
“ผู้เป็นหมอมือเปล่าได้นั้น ต้องรู้จัก ต๒.�๓ำรากยาารสค้นมคุนิดไพรสูตรเฉพาะ
ตน้ เหตวุ ธิ ี หมายถึง ไมใ่ ช่โรคไขห้ รอื ติดเชอ้ื แตเ่ ปน็
โรคเกย่ี วกับขอ้ ต่อ เอน็ เส้นพลิก เส้นแพลง เชน่ น้ี แนวคดิ
จึงเรยี ก หมอมอื เปล่า ผู้ทม่ี ารกั ษา เขามกั ถามผม
ถึงยาท่ีใช้ ผมตอบว่าไม่มี และได้แจกแจงให้เขา สมุนไพรแม้จะมีประโยชน์ แต่บางชนิด
ฟังว่าแม้จะมียาแก้ปวด คลายกล้ามเนื้อแบบ ก็มีผลข้างเคียง หากรับประทานมากเกินไป
สมุนไพร บอกสรรพคุณว่าช่วยยับยั้งอะไร นานเกินไป หรือไม่มีความรู้อย่างถ่องแท้ และ
ถึงแม้บิดาของครูจะเป็น “หมอยาพื้นบ้าน” แต่
สูตรยาที่บอกต่อมีจ�ำนวนมาก สูตรยาที่ใช้รักษา
โรคเดียวกันจากต�ำราต่าง ๆ มีทั้งเหมือนและ
แตกต่างกัน ครูเช่ือในหลักฐานเชิงประจักษ์
มีงานวิจัยรองรับ มีบทพิสูจน์ที่ชัดเจน ครูศึกษา
อย่างจริงจัง เพราะต้องการท่ีจะปรุงยาสมุนไพร
ท่มี ีรกั ษาไดผ้ ลและมีความปลอดภัยในระยะยาว
วิธกี าร
ครูมงคลชัย ทุ่มเทกับการศึกษาเรียนรู้
จนส�ำเร็จหลักสูตรการแพทย์แผนไทยครบทั้ง
๔ ดา้ น คอื ดา้ นเวชกรรมไทย เกยี่ วกบั การตรวจโรค
การหาสาเหตุของการเกิดโรค การวางแผน
การรกั ษาโรค และการใชย้ าสมนุ ไพรหรอื แผนไทย
รักษาโรค ด้านเภสัชกรรมไทย เก่ียวกับการปรุง
133
ถอดบทเรยี น สามารถท่ีจะปรุงยา และเมื่อเปิดคลินิกจึงริเร่ิม
ปรุงยาสมุนไพรสูตรเฉพาะของตนเองข้ึน เพ่ือใช้
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม บ�ำบัดรักษาผู้ป่วยที่มารักษาท่ีคลินิกของครู ดังท่ี
ครูเล่าถงึ วธิ ีการท่ีใช้ในการปรุงยาของครูไว้ ดังนี้
ยาสมุนไพร ด้านการผดุงครรภ์ไทย เกี่ยวกับ
การดูแลสขุ ภาพแม่และเด็ก ทั้งกอ่ น ระหวา่ งและ
หลังคลอด และ การนวดไทย เก่ียวกับการนวด
พื้นฐาน การนวดเพ่ือสุขภาพ นวดเพื่อการรักษา
บรรเทาอาการของผู้ป่วย เป็นต้น เมื่อมีความรู้ก็
“ผมคดิ คน้ ยาด้วยการผสมผสานความรู้ ทง้ั จากท่ีศกึ ษาเล่าเรยี น ศึกษาจากตำ� รา
ภูมปิ ญั ญาพ้ืนบา้ น งานวจิ ยั ประยกุ ต์ใช้กับแนวทางทางวิทยาศาสตร์ โดยจะพจิ ารณาวา่
เป็นสมุนไพรไทยหรือไม่ มีเอกสารงานวิจัยรับรองหรือไม่ มีผลต่อร่างกายอย่างไร มีพิษ
ต่อไตหรือไม่ เป็นสมุนไพรที่ถูกพิสูจน์ทางการแพทย์หรือเคยทดลองในหนู ทดลองใช้
ในคลินิกและคนแล้วหรือไม่ ใช้ยานี้เป็นเวลานานเท่าใด มีการจดสิทธิบัตรแล้วหรือไม่
วิเคราะห์สมุฏฐานแห่งโรคหรือสาเหตุของโรค พิจารณาว่าควรต้องจ่ายยาในปริมาณ
เท่าใด มีวิธีสกัดยาอย่างไร ราคาสูงหรือไม่ ฯลฯ ต้องดูท้ังหมด สมุนไพรท่ีได้รับ
การยอมรับแล้ว บางตัวผมก็น�ำภูมิปัญญามาต่อยอด เพ่ิมชนิดของสมุนไพรเข้าไปอีก
”๑ - 2 ชนิด เพ่อื ใหผ้ ลทีด่ ขี น้ึ เป็นตน้ ...
ค รู ม ง ค ล ชั ย ไ ด ้ ป รุ ง ย า ไ ว ้ ห ล า ย ช นิ ด ล�ำไส้อาจเกิดแผล สมุนไพรหลักท่ีใช้ในการปรุง
จำ� แนกเปน็ กล่มุ ใหญ่ ๆ ได้ ดงั นี้ ยากลุ่มน้ี อาทิ ขม้ินชัน เน่ืองจากขม้ินชันช่วยลด
อาการทอ้ งอดื ทอ้ งเฟอ้ ได้ ปจั จบุ นั พบวา่ ขมนิ้ ชนั
๑. กลุ่มยาลดไขมัน ยาแก้ท้องอืด ยังช่วยท�ำให้เช้ือในกระเพาะและทางเดินอาหาร
ท้องเฟ้อ โรคกระเพาะอาหาร โรคทางล�ำไส้ ลดจ�ำนวนลง ส�ำหรับตัวอยา่ งยาในกลุม่ นี้ เช่น
ผปู้ ว่ ยโรคเกย่ี วกบั เสน้ ตอ้ งทานยาคลายกลา้ มเนอ้ื
ในปริมาณมาก ส่งผลต่อกระเพาะอาหารและ
134
“สมุนไพรยารักษาโรคแผลใน ถอดบทเรยี น
กระเพาะ” ท�ำจาก “เปล้าน้อย”
มี ส า ร ส� ำ คั ญ ช ่ ว ย รั ก ษ า แ ผ ล ใ น สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
กระเพาะอาหารได้ ญี่ปุ่นเคยน�ำ
เปล้าน้อยไปจดสิทธิบัตรเร่ือง นอกจากการคิดค้นสูตรยาเฉพาะแล้ว
สารส�ำคัญช ่ ว ย รั ก ษ า แผลใน ครูยังคิดประดิษฐ์อุปกรณ์ท่ีช่วยลดขั้นตอน
กระเพาะอาหารมานานกว่า ๒๖ ปี ในการปรุงยาให้ง่ายข้ึน เช่น ท�ำเคร่ืองสกัดแยก
ป ั จ จุ บั น ข า ด สิ ท ธิ บั ต ร แ ล ้ ว จึ ง แอลกอฮอล์ออกจากตัวยา สามารถกล่ันเพ่ือน�ำ
น�ำกลับมาใช้ได้เพราะถือเป็น น้�ำมันหอมระเหยมาใช้งาน ซ่ึงในอนาคต เมื่อ
สาธารณะแลว้ มโี อกาสไปตา่ งจงั หวดั ครมู แี นวคดิ เชญิ ชวนชาวบา้ น
“สมุนไพรลดคอเลสเตอรอล” ปลกู พชื แล้วสกัดน�้ำมันหอมระเหยในแบบต่าง ๆ
มีหลายชนิด เช่น น�้ำมันงาขาว โดยวิธีสกัดเย็น ส่งจ�ำหนา่ ยเพือ่ เพมิ่ รายได้แกช่ าวบ้าน เปน็ ตน้
ซ่ึงช่วยลดได้ท้ังไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอล ส�ำหรับการผลิต ครูจะคัดเลือกโรงงาน
เบาหวาน ความดัน มีวิตามินอีสูง ช่วยป้องกัน ทมี่ มี าตรฐานและมคี วามเชยี่ วชาญเปน็ ผผู้ ลติ ดงั นี้
หลอดเลอื ดแตก ช่วยลดรอยเห่ียวย่น มีแคลเซียม
สูงกว่านม 6 เท่าและสูงกว่าผัก 20 เท่า ผู้ที่ “ผมเปน็ คนคิดสูตรยา ปรุงยาเองตาม
ผวิ พรรณงาม มกั รบั ประทานงาขาวคกู่ บั มะเขอื เทศ
2. กลุ่มยาโรคเก่ียวกับสตรี เช่น มะเร็ง อัตราส่วน จ้างโรงงานผลิต เนื่องจากโรงงาน
เต้านม ผิวพรรณไม่ผ่องใส ฯลฯ สมุนไพรหลัก มีเครื่องมือมาตรฐาน สามารถสืบค้นสมุนไพรใน
ที่ใช้ในการปรุงยากลุ่มนี้ อาทิ รากสามสิบ เร่ืองล�ำดบั เวลา (Timeline) ได้วา่ น�ำมาจากท่ใี ด
ว่านชักมดลูก ส�ำหรับตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ และปลูกท่ีใด รวมถึงยังมีข้อมูลเกษตรกร
“สมุนไพรลดฝ้า กระ ผิวสดใส” เช่น สมุนไพร ผู้ปลูกพืชด้วย โรงงานที่ผมใช้ อยู่จังหวัดลพบุรี
ทีส่ กัดจากมะเขอื เทศ อีกโรงงานหนึ่งอยู่จังหวัดปทุมธานี เป็นโรงงานที่
๓. กลุ่มยาบรรเทาอาการปวดเม่ือย ผลิตด้านนี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว ผมพิจารณาเลือก
เคลด็ ขดั ยอก สมนุ ไพรหลกั ทใ่ี ชใ้ นการปรงุ จากผลิตภัณฑ์ใหม่และสด เมื่อหมดก็สั่งใหม่
ยากลุ่มนี้ อาทิ ไพล เถาวัลย์เปรียง ส�ำหรับ เพราะค�ำนึงถึงเรื่องการหมดอายุ ผมต้องดูว่า
ตัวอย่าง ยาในกลุ่มนี้ เช่น น�้ำมันนวด โรงงานเก็บไว้เท่าใด ผมสั่งซ้ือสมุนไพรทุกชนิด
ท�ำจากไพล ผ่านบริษัทท่ีได้มาตรฐาน มี GAP (Good
Agricultural Practices) ซ่ึงคือ แนวทางใน
การปฏิบัติที่ดีต่อเกษตรกรเพ่ือให้ได้ผลผลิต
ท่ีมีคุณภาพ ปลอดภัยท้ังผู้ผลิตและผู้บริโภค
ผมสามารถรู้ Timeline สมุนไพรน้ันว่าเก็บมา
แล้วก่ีวันและอยู่กับเราต่อได้ก่ีเดือน ผมต้องค�ำนึง
ถึงเร่ืองความเสื่อมด้วย เพราะในฐานะเภสัช
”เราต้องการนั ตีได้ ตอ้ งรลู้ ึกจึงอธิบายไดค้ รับ
135
ถอดบทเรยี น
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม
สรปุ ความทตา้น่อทยวาอยตั ดแสลกระ้ารผงลรสกรมรารคด์ �ำเนินการ
เส้นทางนักคิด นักประดิษฐ์มักยากเย็นเสมอ เช่นเดียวกับครูมงคลชัย กว่าที่ครูจะสามารถ
ประดิษฐ์เคร่ืองดึงหลังแบบพกพาประสบความส�ำเร็จจนได้จดอนุสิทธิบัตร ก็ต้องผ่านการลองผิดลองถูก
พัฒนามาหลายต่อหลายรุ่น จากรุ่นท่ีเคลื่อนย้ายไม่ได้ ต้องอยู่ติดเตียง ใช้เหล็กสูงยาว หนัก ผูกเชือก
ระโยงระยาง ใช้พื้นที่มาก คิดออกแบบปรับแก้รุ่นแล้วรุ่นเล่า กว่าจะได้เคร่ืองที่สมบูรณ์ ต้องพัฒนา
มากว่า ๒๐ รุ่นใช้เวลาเกือบ ๑๐ ปี นอกจากน้ียังต้องศึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับส่ิงประดิษฐ์อีกด้วย
ดงั ทีค่ รเู ล่าถึงการพฒั นาเคร่อื งดึงหลังแบบพกพาก่อนจะประสบความส�ำเรจ็ ในวันนว้ี ่า
“การคิดค้นเครื่องดึงหลังน้ี ต้องเผชิญปัญหาหลายอย่าง เช่น ปัญหาเร่ืองการยืด จะท�ำอย่างไร
ใหเ้ ครอื่ งดงึ หลงั ปรบั การยดื ไดต้ ามตอ้ งการ แตก่ แ็ กป้ ญั หาไปทลี ะเปลาะ ยงั มปี ญั หาจากการทเ่ี ราคดิ อะไร
ก็ไหล ๆ ไปเรื่อย ๆ ส่งผลให้การประดิษฐ์ การออกแบบไม่ทันความคดิ ของเรา การทำ� ตอ้ งสง่ ไปใหโ้ รงงาน
ชว่ ยผลติ แต่บางคร้ังใช้ได้ 1 - 2 สัปดาห์ก็เปล่ียนแล้ว เม่ือความคิดใหม่ตกผลึก ในเมื่อเป็นของยาก
ถ้าถามว่าท้อไหม ไม่เคยท้อ คิดเพียงว่าท�ำเพื่อคนป่วย ถ้าของมันง่าย ก็คงมีมานานแล้วในโลกนี้ และ
ครอบครัวมีสว่ นส�ำคญั ท่ีทำ� ให้เครื่องดึงหลังนสี้ �ำเร็จ”
อย่างไรก็ตาม แม้ครูจะสามารถประดิษฐ์เคร่ืองดึงหลังแบบพกพาได้ประสบความส�ำเร็จแล้ว
แตป่ ัญหาท่ีตอ้ งเผชิญ กลับกลายเปน็ เรื่องของ “ความใหม”่ “เป็นสงิ่ ที่ไม่เคยมีมากอ่ น” จงึ ยงั ไมส่ ามารถ
น�ำไปใช้ในวงกว้าง ส่งผลให้ยังไม่เกิดการสืบทอดหรือต่อยอดเท่าท่ีควร ดังท่ีครูสะท้อนปัญหา และ
เสนอแนะการแก้ปัญหาไวด้ งั น้ี
“เคยน�ำองค์ความรู้เข้าสู่การแพทย์แผนไทย เพื่อให้การแพทย์แผนไทยมีอุปกรณ์นี้ไว้ใช้เพ่ือเป็น
หน้าเป็นตา พยายามผลักดันอยู่ แต่ยังไม่ส�ำเร็จ เน่ืองจากยังไม่เคยมีมาก่อน ต�ำรายังไม่มี ประเด็นไม่ได้
อยู่ที่เครื่องใช้ไม่ได้หรือไม่ได้ผล แต่ต่างฝ่ายต่างกังวลว่าหยิบใช้แล้วจะเกิดปัญหาฟ้องร้องในภายหลัง
เพราะเป็นส่ิงประดิษฐ์ใหม่ ซงึ่ ผมเขา้ ใจจดุ นี้ อยา่ งไรกต็ าม ในปจั จบุ นั กฎหมายเปิดโอกาสให้การแพทย์
แผนไทยสามารถประดษิ ฐอ์ ุปกรณ์ได้ จึงเสนอแนะว่า ถ้าน�ำไปบรรจุในต�ำราการเรียนหรือหลักสูตรของ
การแพทย์แผนไทย อาจเป็นวิชาเลือก ให้เลือกเรียนตามความสนใจ แล้วก�ำหนดให้บุคคลที่จะใช้เคร่ือง
ต้องเป็นแพทย์แผนไทยที่ได้เรียนวิธีการใช้เคร่ืองตามที่หลักสูตรกำ� หนดไว้ ถา้ ไมไ่ ดเ้ รยี นจบหลกั สตู รนยี้ อ่ ม
ไมม่ สี ทิ ธนิ์ ำ� ไปใช้ เชน่ นี้ สงิ่ ประดษิ ฐใ์ หม่ ๆ หรือองค์ความรูใ้ หม่ ๆ ก็สามารถเกดิ ขนึ้ ตอ่ ยอดพัฒนาได้”
“ความใหม่” น้ี ในช่วงต้นยังส่งผลต่อผู้มารักษา เพราะเป็นสิ่งใหม่ คนไข้ไม่เคยเห็นเครื่องมือ
ลกั ษณะเชน่ นี้มากอ่ น ท�ำใหเ้ กิดความไม่แนใ่ จ บางคนกลัวไม่กลา้ ทดลองใช้เครอื่ งรักษา แตก่ าลเวลาและ
ผลการรักษาเป็นเครื่องพิสูจน์ เม่ือรักษาแล้วเห็นผล หายปวด จึงเกิดการบอกต่อ ปากต่อปาก
จนปัจจบุ นั เปน็ ทย่ี อมรบั มีผูม้ ารักษาเปน็ จ�ำนวนมาก
136
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด
ปจั จยั ความส�ำเร็จของครู
การประดิษฐ์สร้างสรรค์สิ่งใหม่ โดยเฉพาะสิ่งไม่เคยมีมาก่อน เช่น เครื่องดึงหลังแบบพกพา
ไม่ใช่สิ่งง่ายแต่ครูมงคลชัยท�ำได้ และยังสามารถน�ำสิ่งประดิษฐ์ก้าวสู่การจดอนุสิทธิบัตรได้ส�ำเร็จ รวมถึง
ครูไม่เคยหยุดคิด ยังคงพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ และเทคนิควิธีในการนวดต่อไป ครูท�ำได้อย่างไร ส่ิงใดเป็น
แรงบนั ดาลใจและปจั จยั ส�ำคญั ทชี่ ว่ ยผลกั ดนั ขบั เคลอ่ื นใหค้ รสู ามารถพฒั นางาน และสรา้ งสรรคส์ งิ่ ใหม่ ๆ
จากการถอดบทเรียนสามารถสรุปได้ดังน้ี
๑. มมุ มอง แนวคดิ อุปนสิ ยั ของครมู งคลชัย
ความโดดเด่นอย่างหน่ึงของครูมงคลชัย คือ ครูเป็นคนที่มีความสงสัยใคร่รู้ ครูจะไม่เชื่อสิ่งใด
โดยง่าย ต้องมีหลักฐานพิสูจน์อย่างชัดเจน ครูจึงย้�ำเสมอว่าครูจะเช่ือในข้อมูลเชิงประจักษ์ และเมอ่ื มี
ขอ้ สงสยั ครจู ะไมห่ ยดุ เพยี งแคค่ วามสงสยั แตจ่ ะคน้ ควา้ หาค�ำตอบ พสิ จู นใ์ หเ้ หน็ จรงิ สงิ่ เหลา่ นน้ี บั เปน็ คณุ สมบตั ิ
ของนกั ประดษิ ฐค์ ดิ คน้ จะเหน็ ไดว้ า่ แนวคดิ ในการศกึ ษาสมนุ ไพรของครู เปน็ การศกึ ษาในเชงิ ลกึ ครจู ะศกึ ษา
โครงสร้างของสมุนไพรต่าง ๆ การออกฤทธิ์ การเกิดพิษ ศึกษาให้รู้ลึกในระดับสามารถแยกโครงสร้าง
สมนุ ไพรได้ เปน็ ตน้ เพอ่ื ใหเ้ กดิ การรลู้ กึ รจู้ รงิ เชน่ เดยี วกบั การคดิ คน้ เทคนคิ การนวดกดจดุ เกาะกลา้ มเนอ้ื
กม็ ที มี่ าจากความสงสยั เมอื่ มคี �ำถาม บางคนเลอื กทจ่ี ะปลอ่ ยผา่ นแตค่ รเู ลอื กทจี่ ะหาค�ำตอบดว้ ยการคน้ ควา้
ซึง่ น�ำสูก่ ารคน้ พบ ดงั ทค่ี รูเลา่ ถึงทมี่ าของเทคนิคการกดจุดไวว้ า่
“การกดจดุ เรม่ิ จากความไมเ่ ชอื่ ในสงิ่ ทอี่ ธบิ ายในเชงิ วชิ าการไมไ่ ด้ เชน่ อาการกระดกิ นว้ิ เทา้ ไมไ่ ด้
เรยี กว่า “ลมท�ำให้เท้าตาย” ซ่ึงอธิบายตอ่ ไม่ไดว้ า่ ลมอะไร ลมนีม้ าจากไหน การคดิ ค้นเทคนคิ การกดจดุ
จงึ เกดิ จากการศกึ ษาภมู ปิ ญั ญาพืน้ บ้าน ตำ� ราต่าง ๆ รวมถึงหลกั กายวิภาคศาสตรแ์ ละจากประสบการณ์
”ท่ีผ่านมา น�ำความเข้าใจท้งั หมดมาตกผลกึ เป็นวิธกี ารนวดของตวั เอง
เมื่อค้นพบเทคนิคแล้ว ครูก็พร้อมที่จะให้ พร้อมที่จะถ่ายทอด จึงเปิดสอน จนมีผู้สนใจ
ด้านการนวดไทยท้ังผู้ท่ีท�ำงานในประเทศไทยและต่างประเทศมาเรียนกับครูจ�ำนวนมาก และเมื่อ
มาเรียนกบั ครแู ลว้ หากมขี ้อสงสยั ยงั สามารถกลับมาสอบถามครูได้เสมอ
ครูยังเป็นผู้มีความมุ่งมั่น อดทน พากเพียร ช่างสังเกต มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบค้นคว้า
รักการประดษิ ฐ์ กลา้ ที่จะคดิ และเมอื่ คดิ แลว้ กก็ ลา้ ที่จะทดลองท�ำสงิ่ ตา่ ง ๆ รวมถึงมีจินตนาการ จะเห็น
ไดว้ ่าการทีค่ รูประดษิ ฐ์เครื่องดึงหลังแบบพกพาไดป้ ระสบความส�ำเรจ็ นอกจากต้องมีความรู้ ความเขา้ ใจ
เชิงลึกเก่ียวกับระบบต่าง ๆ ของร่างกายแล้ว เม่ือต้องท�ำส่ิงประดิษฐ์ท่ีไม่เคยมีมาก่อน ครูต้องใช้
จนิ ตนาการ ตอ้ งมคี วามคดิ สรา้ งสรรคใ์ นการออกแบบเครอ่ื งดงึ หลงั เพอ่ื ใหส้ ามารถบอกความตอ้ งการแกโ่ รงงาน
ทชี่ ว่ ยผลติ ได้ ครใู ชเ้ วลาพฒั นาเครอื่ งมากวา่ ๒๐ รนุ่ ใชเ้ วลากวา่ ๑๐ ปี พฒั นารนุ่ แลว้ รนุ่ เลา่ มาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
โดยใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัว เวลากว่า ๑๐ ปี ไม่ใช่เวลาน้อย ๆ แต่ครูไม่ย่อท้อ ไม่หยุดคิดพัฒนา สิ่งน้ีแสดง
ใหเ้ หน็ ถงึ ความมงุ่ มน่ั ทมุ่ เทของครู เมอื่ ท�ำรนุ่ แรก ๆ แลว้ พบปญั หาอปุ สรรคดา้ นตา่ ง ๆ เชน่ เครอ่ื งหนกั ไป ใหญไ่ ป
เครอื่ งมอื ทใ่ี ชม้ คี วามยงุ่ ยากซบั ซอ้ นเกนิ ไป ฯลฯ กค็ อ่ ย ๆ แกป้ ญั หา ปรบั พฒั นา แทนทจี่ ะทอ้ แทแ้ ละลม้ เลกิ
ครูยังใช้การประเมินผล ส�ำรวจ สอบถามความคิดเห็นจากผู้ป่วย ฯลฯ แล้วน�ำกลับมาเป็นข้อมูลใน
การปรับแก้ พัฒนา จนในท่ีสุดครูก็ประดิษฐ์เคร่ืองดึงหลังแบบพกพาได้ส�ำเร็จน�ำไปสู่การจดอนุสิทธิบัตร
อยา่ งไรกต็ าม ครูยังคงคิดพัฒนาเครื่องให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งอาจได้เห็นเครื่องดึงหลังแบบพกพา
รนุ่ ใหม่ ๆ ในอนาคต
137
ถอดบทเรยี น “สว่ นใหญเ่ มื่อผมพบกบั พอ่ กส็ นทนากนั
เรอ่ื งการรกั ษากบั ทา่ นเสมอ ทำ� หนุ่ ไม้ หนุ่ ฟางขน้ึ มา
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม ฝึกกดจุดและแลกเปล่ียนกัน ท�ำดูว่าได้ผลเหมือน
ในต�ำราหรือมีข้อขัดแย้งหรือไม่ เป็นต้นเหตุของ
๒. มตี ้นแบบ โรคน้ัน ๆ หรอื ไม่ ...”
ครูมงคลชัยมีบิดาเป็นต้นแบบ เนื่องจาก ๓. ครอบครวั และทมี งาน
บดิ าของครเู ปน็ หมอพน้ื บา้ น มคี วามรเู้ รอ่ื งการนวด ครูมงคลชัยให้ความส�ำคัญกับครอบครัว
แผนโบราณและสมุนไพร ท่านได้ถ่ายทอดความรู้ และทมี งาน บนเสน้ ทางการประดษิ ฐค์ ดิ คน้ ของครู
ให้ครูในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งท่ีครูรู้ตัวและไม่รู้ตัว ภรรยามีส่วนอย่างมากโดยการสนับสนุนครู
โดยพาครูไปตามสถานท่ีต่าง ๆ ให้ได้ลองนวด ทุกทาง การคิดค้นเครื่องดึงหลังแบบพกพา
ให้ผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ครูมักได้รับค�ำชมว่านวดดี ภรรยากน็ ับเปน็ ผู้ช่วยคนส�ำคัญ ดังท่ีครูเล่าว่า
ท�ำใหค้ รดู ใี จ เกดิ ประสบการณท์ ด่ี ี เปน็ การเสรมิ แรง
บวก และส่งผลให้ครูเกิดความสนใจเรื่อง “ตอนท่ีผมเริ่มท�ำเครื่องดึงหลัง ภรรยา
การนวดแผนไทยมาตง้ั แตว่ ัยเด็ก เมื่อครเู ตบิ โตขน้ึ เป็นคนช่วยออกแบบผ้าและเย็บผ้า ผมเพียง
และประกอบอาชีพแพทย์แผนไทยอย่างจริงจัง ล�ำพังคงไม่สามารถเย็บได้ วันหน่ึง ๆ ก็คิดได้
บิ ด า ข อ ง ค รู ยั ง เ ป ็ น ที่ ป รึ ก ษ า ที่ ค รู ส า ม า ร ถ หลายเวอร์ชั่น ถ้าจ้างเย็บท้ังหมดย่อมไม่ไหว
แ ล ก เ ป ล่ี ย น ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ไ ด ้ อ ย ่ า ง ต ่ อ เ น่ื อ ง การออกแบบต้องลองผิดลองถูก เคร่ืองท่ีพัฒนา
ตลอดจนจุดเร่ิมต้นของการคิดเคร่ืองดึงหลัง ได้รุน่ แรก ๆ ทำ� จากเหลก็ หนกั และเป็นสนิมได้”
แบบพกพาก็เริ่มมาจากการดึงหลังด้วยผ้าขาวม้า
ซ่ึงเป็นภูมิปัญญาพ้ืนบ้านท่ีครูต้องกลับไปศึกษา
กับบิดา รวมถึงบิดาของครูก็ยังมาช่วยงานท่ีร้าน
ในชว่ งเรม่ิ แรก ดงั ทค่ี รพู ดู ถงึ บิดาไวว้ า่
138
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด
ก า ร ท่ี ค รู หั น ม า ส น ใ จ รั ก ษ า ด ้ ว ย พื ช
สมนุ ไพร กเ็ พราะตอ้ งการรกั ษาภรรยา ครจู งึ ศกึ ษา
เร่ืองสมุนไพรอย่างจริงจัง และเม่ือเปิดคลินิก
ครอบครัวยิ่งมีบทบาทส�ำคัญ เพราะภรรยาเป็น
แพทย์แผนไทย สามารถช่วยบริหาร ช่วยรักษา
และช่วยงานต่าง ๆ ในคลินิกได้ บุตรธิดาก็สนใจ
ด้านแพทย์แผนไทย คลินกิ ของครู “พฤกษาคลนิ กิ
การแพทย์แผนไทย” ปัจจุบันมีทีมงานหลัก คือ
ตัวครู ภรรยา ลูกชาย น้องเขย และลูกศิษย์
ของครู ทุกคนนวดรักษาได้ จึงสามารถรองรับ
ลูกค้าจ�ำนวนมากได้ ท�ำให้การด�ำเนินงานเป็นไป
ด้วยความราบร่ืน เพราะมีครอบครัวและทีมงาน
ท่ีดีช่วยสนับสนุนการท�ำงาน
139
ถอดบทเรยี น ต�ำราง๔าน.๒วจิ ศยั ึกตษา่ างหๆาความร้จู าก
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม ครูมงคลชัยเป็นนักอ่านที่ศึกษาต�ำรา
รวมถึงงานวิจัยหลากหลายแขนงทั้งต�ำราไทย
๔. การศกึ ษาหาความรู้ และต�ำราต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นต�ำราวัดโพธ์ิ
ความรู้เป็นรากฐานของความส�ำเร็จ ต�ำราฝังเข็มแบบจีน ต�ำรายาไทยต่าง ๆ สนใจ
ครูมงคลชัยหมั่นศึกษาหาความรู้ทั้งจากสถาบัน องคค์ วามรภู้ ูมิปัญญาพ้ืนบ้าน และยังศึกษาต�ำรา
การศึกษา จากต�ำรา งานวิจัย ตลอดจนสอบถาม แพทยแ์ ผนปจั จบุ นั เพอ่ื ใหต้ กผลกึ ทางความรู้ โดยมี
จากผู้รู้ ผู้เช่ียวชาญ เพ่ือให้ได้ความรู้ท่ีถูกต้อง การสังเกตลักษณะอาการปวด เช่น ถ้าปวดแขน
แบบนี้ ต�ำราแตล่ ะเลม่ กล่าวว่าอยา่ งไร มีวธิ รี ักษา
สชัดถเจานบดัน๔ังนก.ี้๑ารศศึกึกษษาาหาความรู้จาก อย่างไร เหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร
ส�ำหรบั ยาสมนุ ไพรจะศกึ ษาสรรพคณุ ความเหมอื น
ครูได้เข้าศึกษาในสถาบันการศึกษา ความต่าง เทคนิคการรกั ษา ผลการรกั ษาวา่ ได้ผล
ท่ีสอนด้านการแพทย์แผนไทยโดยเฉพาะ ดังเช่น มากน้อยเพียงใด มีผลข้างเคียงหรือไม่ ฯลฯ
หลักสูตรการนวดไทย ๑๕๐ ช่ัวโมง หลักสูตร รวมถงึ ศกึ ษาศาสตรส์ มยั ใหม่ เชน่ กายวภิ าคศาสตร์
ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย ๓๗๒ ชั่วโมง ฯลฯ ท้ังยัง สรีรวิทยา น�ำความรู้ที่ได้เหล่านี้มาผสมผสาน
ศึกษาหลักสูตรวิชาชีพแพทย์แผนไทยครบทั้ง ประมวลจนตกผลึก
๔ ด้าน คือ หลักสูตรการผดงุ ครรภไ์ ทย หลกั สูตร
การนวดไทย หลักสูตรเภสัชกรรมไทย หลักสูตร ดจาว้ กย๔ผก.๓รู้าแู้รศเลรกึ ะยีษกนาารหรตู้ าพลคฒั อวนาดมาชตรวี ู้นติ เอง
เวชกรรมไทย ตลอดจนสอบได้ใบประกอบวิชาชพี
ด้านการแพทย์แผนไทย แม้ในปัจจุบันครูก็ยัง การหาความรู้จากผู้รู้ คือ เคล็ดลับ
สนใจเรียนและเข้าสอบด้านการแพทย์แผนไทย ความส�ำเร็จหนึ่งของครูมงคลชัย เมื่อไม่รู้
เมอ่ื มีหลักสตู รใหม่ ๆ ก็ต้องค้นคว้าสอบถาม นอกจากศึกษา
หาความรจู้ ากบดิ าของครแู ลว้ ดว้ ยความทค่ี รู
ชื่นชอบการนวดมาต้ังแต่เด็ก เมื่อมีโอกาส
ได้พบผู้รู้ แพทย์แผนไทยหรือแพทย์
แผนปัจจุบันที่มีความสามารถ ครูจะสังเกต
ศึกษา เรียนรู้ และสอบถามเมื่อมีข้อสงสัย
ประกอบกบั การศกึ ษาต�ำราจนเกดิ ความเขา้ ใจ
แล้วน�ำมาประยุกต์ใช้ หม่ันเรียนรู้ เสาะหา
ความรู้ใหม่ ๆ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
ท�ำให้ครูมีแนวคิดและสามารถประดิษฐ์
สิ่งใหม่ ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเคร่ืองมือใน
การดึงหลัง การนวด หรือการปรุงยา
สมุนไพร
140
เ๕ศ.รกษาฐรกนจิ ้อพมอนเพ�ำปยี งรมชั าญปารขะอยงกุ ตใ์ ช้ ถอดบทเรยี น
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งเปน็ แนวทาง สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
ทค่ี รนู �ำมาใชใ้ นการด�ำเนนิ ชวี ติ เชน่ การเปดิ คลนิ กิ
ครจู ะด�ำเนนิ การแบบคอ่ ยเปน็ คอ่ ยไป โดยพจิ ารณา ในโรงพยาบาลต่าง ๆ ครูได้พบและรักษาคนไข้
ความพร้อมของตน หรือในการปรุงยาจ�ำหน่าย ในหลายกรณี ได้เห็นวิธีรักษาทั้งการแพทย์
ในคลินิก ครูต้ังใจที่จะจ�ำหน่ายในราคาท่ีไม่สูง แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบัน ได้ฝึกฝน
เกนิ ไป เพ่ือให้คนไข้เข้าถึง ในการผลิตยาสมุนไพร จนเกิดความเช่ียวชาญ ประสบการณ์ที่ผ่านมา
จะเลือกโรงงานและปริมาณการผลิตที่เหมาะสม ท�ำให้ครูสามารถน�ำมาใช้วิเคราะห์ แยกแยะ
ไม่ผลิตจ�ำนวนมากจนเกินไป เพื่อให้ยาใหม่ หาแนวทางรักษาผู้ป่วยที่มีอาการแตกต่างกันได้
ไม่เก่าเก็บ ผลิตตามความต้องการและเงินลงทุน โดยใช้เวลาไมน่ าน
นอกจากน้ี ครยู งั สอนลกู ศษิ ยใ์ หร้ จู้ กั เลอื กสมนุ ไพร
อย่างคุ้มค่า ยาสมุนไพรบางตัวราคาสูงเพราะใช้ “การลองผิดลองถูก” เป็นส่วนส�ำคัญ
สมุนไพรจากต่างประเทศ ครูก็แนะให้ใช้สมุนไพร ในการประดิษฐ์คิดค้นส่ิงต่าง ๆ เช่น ในการผลิต
ไทย ดังทคี่ รกู ลา่ ววา่ เคร่ืองดึงหลังแบบพกพา ครูต้องลองผิดลองถูก
นับครั้งไม่ถ้วน ทดลองใช้วัสดุต่าง ๆ ค้นหา
“ เม่ือเรียนไประยะหน่ึงก็รู้ว่าเมื่อหา มุมองศาท่ีเหมาะสม ฯลฯ เครื่องดึงหลัง จึงมี
การพัฒนากว่า ๒๐ รุ่น แต่ละรุ่นต้องผ่าน
สมุนไพรชนิดนี้ไม่ได้ ก็น�ำอีกชนิดทดแทนได้ การประเมินจากคนไข้ ว่าใช้ได้ผลดีเท่าท่ีคาดหวัง
สมุนไพรบางชนดิ นำ� เขา้ จากตา่ งประเทศ ราคาสงู ถงึ หรือไม่ แล้วน�ำมาปรับปรุงพัฒนาต่อยอดเรื่อยมา
1,000 - 2,000 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งบางชนิด จนประสบความส�ำเร็จ คือ ใช้ได้ดี พกพาสะดวก
สามารถค้นหาได้ในป่าบ้านเรา เหตุใดต้องใช้ รักษาเห็นผล
ราคาแพงในเม่ือโครงสร้างเดียวกัน ออกฤทธ์ิ
กปทารี่คระรดสเคู �ผบำิดเยคนวปวนิา่ าจั จกมจะาสัยทร�ใ�ำำดเใรห็จๆ้
”เหมือนกัน บรรเทาอาการปวดเหมือนกัน
ครมู งคลชยั ใหค้ วามส�ำคญั กบั “ครอบครวั ”
นอกจากน้ี ทุกปีครูจะน�ำลูกศิษย์จัด “ความพยายามไม่ท้อแท้” “ท�ำในส่ิงท่ีชอบ
โรงทาน บริการนวดให้ชุมชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ที่อยากท�ำ” “ความเมตตา” และ “การรู้ให้ลึก
เปน็ การท�ำใหล้ กู ศษิ ยร์ จู้ กั เผอื่ แผ่ มนี ำ�้ ใจ เสียสละ รู้ให้จริง” ซึ่งครูถือว่าเป็นปัจจัยส�ำคัญที่ท�ำให้
และท�ำเพอ่ื ผอู้ นื่ ทงั้ ยงั เปน็ การประชาสมั พนั ธแ์ ละ การท�ำงานประสบความส�ำเร็จหรือไม่ส�ำเร็จ ดังที่
ใหค้ วามรเู้ รอ่ื งการนวดไทยอกี ดว้ ย ครูกล่าวไว้ ดังน้ี
ก๖.ารปลรอะงสผบดิ กลาอรณงถ์ ูก “ครอบครัวมีความส�ำคัญมาก ท้ังภรรยา
“ประสบการณ์”เป็นปัจจัยส�ำคัญสู่ พ่อ แม่ พ่ีน้อง บุตร เพราะหากผมท�ำคนเดียว
ความส�ำเร็จของครูมงคลชัย เนื่องจากครูมี ภรรยาหรือพ่ีน้องไม่ร่วมด้วยแล้ว คงไม่ส�ำเร็จ
ความสนใจเร่ืองการนวดไทยมาตั้งแต่เด็ก รวมถึง การท�ำงานต้องมีการลองผิดลองถูก ต้องอาศัย
ได้ติดตามบิดาไปที่ต่าง ๆ ท�ำให้ครูมีพ้ืนฐาน ความเห็นพ้องจากครอบครัว รวมถึงเราต้องไม่
การนวด และมีประสบการณ์จากการท�ำงาน ท้อแท้ ไม่คาดหวังรายได้ ความร�่ำรวยที่เกิดจาก
141
ถอดบทเรยี น การสอนเป็นคอร์ส ครูจะเก็บค่าเล่าเรียนเพียง
ครั้งเดียว หลังจากน้ัน ผู้เรียนสามารถมาเรียน
สกราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม หรือสอบถามเพ่ิมเติมภายหลังได้โดยไม่เสีย
คา่ ใช้จา่ ย การสอนของครู เนน้ สอนเรื่องจุดตา่ ง ๆ
การท�ำงานของเรา ท�ำเพราะอยากท�ำ เม่ือไม่ ในร่างกายตามหลักกายวิภาคศาสตร์ เพราะเป็น
คาดหวงั จึงไม่ท้อถอย และสนุกกับงาน ท�ำเพราะ ชื่อเรียกท่ีเป็นสากล ท�ำให้เข้าใจตรงกันว่าจุดน้ัน
อยากช่วยเหลือ อยากพัฒนา มีเมตตาต่อผู้อื่น คืออวัยวะ ข้อต่อ หรือกล้ามเนื้อ ฯลฯ อะไร
ในความเมตตาก็ต้องมีองค์ความรู้ท่ีศึกษา อยู่บริเวณใด เทคนิคการกดจุดเกาะกล้ามเนื้อ
อย่างรอบด้านถึงข้อดีข้อเสีย มีข้อมูลครบ รู้รอบ ของครูยังเป็นที่เล่าขานกันว่าไม่เจ็บ ครูจะสอน
เช่นน้ีย่อมน�ำไปสู่ผลส�ำเร็จ” การใช้เครื่องดึงหลังแบบพกพาให้ลูกศิษย์ท่ีสนใจ
ในการสอนจะใช้วิธีการอธิบาย สาธิต ให้จับคู่
ครูได้แสดงให้เห็นถึงความต้ังใจจริงใน ผลัดกันทดลองลงมือปฏิบัติ ครูเปิดคลินิกเป็น
การพยายามชว่ ยเหลือคนไข้ จากการทมุ่ เทคดิ คน้ ศูนย์เรยี นรู้ ผู้สนใจสามารถมาศึกษาเร่ืองการนวด
พัฒนาเครื่องดึงหลังแบบพกพากว่า 10 ปี ต�ำราสมุนไพร รวมถึงวิธีการรักษาโรคต่าง ๆ ได้
ครูท�ำด้วยใจท่ีอยากช่วยคนอ่ืน ใช้ทุนทรัพย์ของ รายละเอียดการถา่ ยทอด ดังที่ครูเล่าไว้ ดังน้ี
ตนเอง และแม้เม่ือมีชาวต่างชาติขอซ้ือลิขสิทธ์ิ
ครูก็ไม่ขาย เพราะคิดว่าจะเก็บนวัตกรรมด้าน “เทคนิคการนวด การกดของผมนน้ั ไมม่ ี
ภูมิปัญญาไทยที่เพียรคิดค้นน้ีให้เป็นประโยชน์ ในต�ำรา ผมเรียนรู้ว่า การนวดไม่จ�ำเป็นต้องเจ็บ
ต่อคนไทยโดยไม่สนใจผลประโยชน์ด้านช่ือเสียง มากมาย เพียงจับไว้แล้วบิดให้ตรงร่องหรือมุม
เงินทองท่ีจะไดร้ ับ กห็ ายปวด โดยไมต่ อ้ งนวดแรง ๆ ในการสอนจะเรมิ่
สอนให้ความรู้เกี่ยวกับหลักกายวิภาคศาสตร์
การสืบสานถา่ ยทอด ระบบประสาททั้งหมดท่ีเก่ียวข้องกับข้อต่อต่าง ๆ
ครูมงคลชัยได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ การดึง การยืด เรียนรู้ว่าส่ิงใดไม่สมควรดึง
“การกดจดุ เกาะกลา้ มเนอื้ ” แกผ่ สู้ นใจ ทงั้ เปดิ สอน
เป็นคอร์ส ๆ ละ ๓ - ๔ วัน และถ่ายทอดทาง
ส่ือออนไลน์ เช่น YouTube Facebook รวมถึง
เปน็ วทิ ยากรใหผ้ สู้ นใจ เชน่ บคุ ลากรทางสาธารณสขุ
ร้านนวดแผนไทย โรงพยาบาล ฯลฯ ส�ำหรับ
142
หรือสามารถดึงได้ ทุกปีผมจะจัดโรงทานขึ้น ถอดบทเรยี น
เป็นการรวบรวมศิษย์เก่าเพื่อมาให้บริการนวดแก่
ประชาชนโดยไม่เก็บค่าบริการ เช่น ในงานกฐิน สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
ลกู ศษิ ยท์ เ่ี ขา้ รว่ มจะไดท้ บทวนการนวดแบบตา่ ง ๆ
ทพ่ี วกเขาเคยเรยี น รวมถงึ สาธติ การนวดแบบใหม่ ๆ การให้ข้อมูลถึงแก่นแท้ ปฏิบัติให้ดู และ
ให้ชม ลูกศิษย์คนไหนมีเวลาว่างก็สามารถเข้าดูที่ ใ ห ้ ผู ้ เ รี ย น ล ง มื อ ป ฏิ บั ติ ด ้ ว ย ต น เ อ ง จ น เ กิ ด
คลนิ กิ เพอ่ื ไขขอ้ ขอ้ งใจได้ โดยใหเ้ ขาเปน็ ผชู้ ว่ ยนวด ความเข้าใจ ส�ำหรับแนวทางอนุรักษ์สืบทอด
มีลูกศิษย์ท่ีประจ�ำอยู่ในต่างประเทศสนใจมาเรียน ครูชี้ให้เห็นว่า ถ้าผู้เรียนเข้าใจ เห็นประโยชน์
เป็นจ�ำนวนมากเช่นกัน เพราะต่างประเทศมี น�ำไปปฏิบัติแล้วเห็นผลจริง ผู้เรียนจะเห็น
การแข่งขันสูงมาก หมอท่านใดไม่เก่งจริงอยู่ไม่ได้ ความส�ำคัญและเกิดการอนุรักษ์ด้วยตนเอง
ชาวตะวันตกไมน่ ยิ มการนวดทเ่ี จบ็ เขาจงึ สนใจมา โ ด ย ท่ี ไ ม ่ ต ้ อ ง มี ใ ค ร ม า บั ง คั บ ดั ง ที่ ค รู ใ ห ้
เรยี นเทคนิคการนวดของผม” รายละเอยี ดวธิ กี ารสอน และแสดงแนวคดิ เกย่ี วกบั
นอกจากการนวดแล้ว ครูยังให้ความรู้ การอนุรักษ์สืบทอดไว้ดังนี้
เรื่องยาสมุนไพร โดยเน้นใช้วิธีการอธิบาย
ด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ เพ่ือให้ทราบสรรพคุณ “การสอน ใชก้ ารนำ� ความเปน็ จรงิ หลกั ฐาน
และวิธีการใช้ที่ถูกต้อง ดังท่ีครูยกตัวอย่าง เชิงประจักษ์เข้ามาอธิบายอย่างไม่ปิดบัง ท�ำให้ดู
วธิ ีการสอนไวด้ งั น้ี ทำ� ให้เห็น ให้เปน็ ทีป่ ระจกั ษ์ หากว่าดจี รงิ ตามทีไ่ ด้
รู้มาหรือตกผลึกแล้ว ผู้เรียนรู้จะสืบทอดเอง
“เร่ืองสมุนไพรจะใชก้ ารอธบิ าย ใหข้ อ้ มูล สรปุ วา่ ตอ้ งเปน็ ของจรงิ ทอ่ี ธบิ ายได้ เปน็ สงิ่ ทถี่ กู ตอ้ ง
เชิงประจักษ์ให้ทราบว่าสมุนไพรนั้น ๆ มีฤทธ์ิ มีหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่มีข้อขัดแย้งท้ังใน
อย่างไร ยาแต่ละชนิดใช้รักษาโรคอะไรบ้าง แพทยแ์ ผนปัจจุบัน แพทยแ์ ผนไทย แพทยแ์ ผนจนี
พร้อมแจกแจงสรรพคุณ เช่น ต้องผ่านการฆ่าเช้ือ หากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษม์ ไี ดถ้ งึ ขนั้ นนั้ การสบื ทอด
หรือดองเหล้า กระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลา ย่อมเกิดข้ึนเอง การอนุรักษ์ก็เช่นกัน เมื่อเขา
ก่ีวัน หากสกัดแอลกอฮอล์แล้ว น�ำไปใช้อย่างไร ใช้เป็น เห็นประโยชน์ ก็จะเกิดความสนใจศึกษา
มีเทคนิคท�ำให้ละลายในน�้ำหรือน�้ำมันอย่างไร เรียนรู้เองโดยไม่ต้องบอก เช่น ทราบว่าสมุนไพร
ปั่นด้วยความเร็วเท่าไหร่ สารใดสกัดจากพืช เช่น ชนิดนี้ช่วยรักษาโรคได้ ก็จะรักษาไว้ รวมถึงส่งให้
ชะเอมเทศ จะท�ำให้น้�ำมันเข้ากับน�้ำได้ ต้องปั่น ญาติพี่น้อง บุตรหลาน พ่อแม่รักษา ไม่ตัดท้ิง
ด้วยความเร็วเท่าใดจึงเป็นระดับนาโนที่ใช้เองได้ การอนรุ กั ษจ์ ะตามมาเองเชน่ เดยี วกบั การถา่ ยทอด
โดยไม่ต้องซื้อหา ก็สอนลึกประมาณน้ีครับ ความรู้ท่ีผมท�ำส่ือลงใน Youtube Facebook
โดยมากเน้นยกหลักฐานเชิงประจักษ์ ท่ีคนทั่วไป สอนวิธีกดจุด เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน
ไม่ได้เรียนรู้ถึงขั้นน้ัน” หรือบุคคลทั่วไปที่สนใจ ให้ได้ความรู้เบื้องต้น
เป็นการลองกดตามจุด แล้วเห็นผลว่าหายปวด
จ ะ เ ห็ น ไ ด ้ ว ่ า ห ลั ก ก า ร ส อ น ข อ ง ค รู ท่านใดสนใจก็จะเป็นผู้ติดต่อเข้ามาเอง”
เป็นหลักการท่ีน่าสนใจ ไม่ว่าครูจะสอนเร่ือง
การนวด สอนสมุนไพร หรือสอนเร่อื งใด ๆ ครูให้ ด ้ า น ก า ร สื บ ท อ ด อ ง ค ์ ค ว า ม รู ้
ความส�ำคัญอย่างย่ิงกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ก า ร ด�ำ เ นิ น ง า น ข อ ง ค รู ม ง ค ล ชั ย ต ่ อ ไ ป นั้ น
ครูไม่กังวลเพราะครอบครัวของครูมีความรู้และ
ความสนใจดา้ นแพทยแ์ ผนไทย ภรรยาของครูเปน็
แพทยแ์ ผนไทย และลูกชายปจั จบุ นั เปน็ ผ้ชู ว่ ยของ
ครูท่ีคลินิก ส�ำหรับลูกสาวมีความสนใจด้าน
การแพทย์แผนไทย ปจั จบุ นั ศกึ ษาแพทยแ์ ผนไทย
ท่ีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ครูได้เล่าให้ฟัง
ด้วยความภาคภูมใิ จว่า
143
ถอดบทเรยี น ๑แสลิ่ง.ปะกกราะารดรจเิษดั รฐทียค์ �นำดิหกคลาน้ักรสใสหอตู มนร่/เตก�ย่ีำรวากับ
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม เมื่อมีการคิดค้นส่ิงใหม่ท่ีมีประโยชน์
ต่อการแพทย์แผนไทย อาจเป็นส่ิงประดิษฐ์ เช่น
“ ขณะนี้ ลูกชายท�ำได้เหมือนพ่อ ที่ครูคิดเครื่องดึงหลังแบบพกพา ฯลฯ ครูเห็นว่า
ค ว ร มี ก า ร จั ด ท�ำ เ ป ็ น ห ลั ก สู ต ร ท า ง เ ลื อ ก ใ ห ้
รับคนไข้ได้เช่นเดียวกับพ่อ เพราะเราถ่ายทอดให้ ผู้สนใจได้ศึกษา เม่ือมีหลักสูตร มีต�ำรา มีการจัด
ทุกวัน ผมสอนลูกชายและลูกศิษย์ว่า เกิดมา การเรียนการสอนชัดเจน ผนู้ �ำไปใชไ้ ด้ คือ ผู้ทีผ่ า่ น
ชีวิตหนึ่ง การเป็นหมอนวด หมอจับเส้น มิใช่ การอบรมก็ม่ันใจและสามารถใช้ได้อย่างถูกวิธี
พบกรณีเดยี วกนั ทง้ั ชวี ิต กรณีตา่ ง ๆ กัน ย่อมแก้ เป็นอีกมุมมองใหม่ท่ีจะเป็นทางเลือกของแพทย์
อาการต่างกัน ไม่ใช่แบบเดียวกันทุกคน ขอให้ แผนไทย ซึ่งครูก็ยินดีที่จะถ่ายทอด ดังท่ีครู
ให้ความคิดเหน็ ไวว้ า่
”ดูไว้นะ เขาต่นื เตน้ และพยายามศึกษา...
“ขอฝากผเู้ กยี่ วขอ้ ง ชว่ ยจดั ทำ� หลกั สตู ร
ส�ำหรบั ลกู สาวของครู สอบเขา้ มหาวทิ ยาลยั
ได้หลายสถาบัน แต่ท่ีเลือกเรียนการแพทย์ หรือต�ำราเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์คิดค้นใหม่ ๆ
แผนไทย ด้วยเหตผุ ลที่ครูอดปล้มื ใจไม่ได้วา่ อาจจะเป็นหลักสูตรทางเลือกที่อยู่ในการแพทย์
แผนไทยประยุกต์ ไม่ใช่หลักสูตรบังคับ เน่ืองจาก
“เหตผุ ลทเ่ี ลอื กเรยี นการแพทยแ์ ผนไทย ตอนน้ีอะไรที่เป็นของใหม่ ต่างคนต่างกังวล
แต่เม่ือมีการจัดท�ำให้ถูกต้องตามระบบ ตามหลัก
เธอบอกพ่อว่า ตอนอยู่โรงเรียน เขารู้ว่าหนูลูกพ่อ วิชาการ ผมว่าจะเกิดประโยชน์กับท้ังบุคลากร
เมอื่ ครคู อเคลด็ ตกหมอน เปน็ ไข้ กเ็ ขา้ มาถามหนู ด้านการแพทย์แผนไทย ตลอดจนบุคคลท่ัวไปท่ี
หนูถามพ่อแม่ต่อ เมื่อหนูน�ำไปทดลองนวด เข้าใช้บริการ เพราะมีความปลอดภัย ไม่อยากให้
ปรากฏวา่ ครหู ายปวด ลกู สาวเขาจงึ ประทบั ใจและ ค�ำว่า “ของใหม่” หรือเพราะไม่เคยมีมาก่อน
เร่ิมซึมซับ เมื่อเขามีส่ิงท่ีไม่เข้าใจ เขามักถามผม เป็นอุปสรรคของการพัฒนา “ของใหม่” ในวันน้ี
แล้วน�ำสง่ิ ทพ่ี ่อสอนไปปฏิบตั ิ เกดิ ความประทบั ใจ จะเปน็ “ของเกา่ ” ในวนั ขา้ งหนา้ ถา้ มกี ารถา่ ยทอด
สนใจเรียนตามแนวทางพ่อ ด้วยเหตุผลท่ีว่า ท�ำเป็นหลักสูตรหรือต�ำรา จะเป็นแนวทางให้เกิด
ได้ประกอบอาชีพ มีใบประกอบวิชาชีพ ถ้าไม่ การประดิษฐ์คิดค้นต่อยอด “ส่ิงใหม่” ขึ้นมาอีก
ท�ำงานราชการก็สามารถเปิดบริการได้เอง และ ในอนาคต และถ้ามีมหาวิทยาลัยใกล้ ๆ บ้าน
”ยงั ไดช้ ว่ ยเหลอื สงั คม ลกู ผมเหน็ ประโยชนค์ รบั ”เชิญไปสอนฟรี ผมกย็ ินดี
สแล่ิงะทคีค่ าดรหูววางั งแผน
สิ่งที่ครูมงคลชัยวางแผนจะด�ำเนินการ
ในอนาคต คือ การพัฒนาเคร่ืองมือท่ีใช้ใน
การนวดต่าง ๆ ให้ทันสมัยมากข้ึน ส�ำหรับเร่ือง
ที่ครูคาดหวงั และต้องการการสนับสนนุ มี ๒ เรอื่ ง
หลัก คือ
144
ถอดบทเรยี น
สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั อ่ กยรอรมด
๒. การอนรุ กั ษพ์ ันธุพ์ ชื “ เรื่ อ ง น้ี ส� ำ คั ญ แ พ ท ย ์ แ ผ น ไ ท ย
ครูมงคลชัยเห็นว่าปัจจุบันต้นไม้และ อาศัยสมุนไพร สมุนไพรเกิดตามธรรมชาติ
พืชพันธุ์หลายชนิดถูกตัดโค่น สมุนไพรหลายชนิด จากประสบการณ์ที่ผมสังเกต สมุนไพรท่ีเคยมี
เริ่มหายาก บางชนิดใกล้สูญพันธุ์และบางชนิด กลายเป็นไม่มีแล้ว เกิดการแผ้วถางท�ำไร่ ท่ียังมี
สูญพันธุ์ไปแล้ว สาเหตุหลักเกิดจากความไม่รู้ ก็กลายเป็นเขตอนุรักษ์ เพราะหากไม่มีเขต
จึงตัดโค่น ซึ่งโทษชาวบ้านไม่ได้ เพราะเขาไม่รู้ว่า อนุรักษ์ ย่อมไม่เหลือพืชสมุนไพรอย่างแน่นอน
ต้นไม้น้ัน ๆ คือต้นไม้อะไร มีประโยชน์อย่างไร เพราะคนไม่รู้ครับ ผมพบสมุนไพรบางต้นมีอายุ
ความรบู้ างอยา่ งอยใู่ นต�ำรา แตไ่ มไ่ ดม้ กี ารถา่ ยทอด นับร้อยปี สอบถามบิดา ท่านบอกว่าเกิดมาก็เห็น
สู่สาธารณชนอย่างจริงจัง ส่ิงที่ควรท�ำ คือ ตน้ ไม้นแ้ี ล้ว อายุของบดิ า 70 ปี นั่นเทา่ กบั ตน้ ไม้
ควรมีการจัดท�ำเว็บไซต์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ อายุร่วมร้อยปี ผมก�ำชับให้บิดาแจ้งผมด้วยหากมี
สมุนไพรพ้ืนบ้านในแต่ละจังหวัด บอกประโยชน์ ใครจะตัด แผ้วถาง เร่ืองการอนุรักษ์ ผมเห็นว่า
สรรพคุณของสมุนไพร วิธีปลูก วิธีรับประทาน ควรอนุรักษ์สมุนไพรอย่างยิ่งครับ ภูมิประเทศที่
ฯลฯ ควรมีการจัดอบรมอาสาสมัครสาธารณสุข แตกตา่ ง ตัวยาท่ีไดย้ อ่ มต่างกันดว้ ย ดินฟ้าอากาศ
ในพนื้ ท่ี แล้วลงพ้ืนที่ให้ความรูอ้ ยา่ งทัว่ ถงึ ต่อเน่อื ง และสารอาหารท่ีต่างกัน ส่งผลให้ตัวยาไม่
ให้มีการสอนในโรงเรียน ทุกจังหวัดมีการอนุรักษ์ เหมอื นกนั โดยมากคนตดั เพราะไมร่ วู้ า่ ตน้ นสี้ ำ� คญั
ท�ำสวนสมุนไพร แหล่งเรียนรู้ ช่วยกันปลูก ไม่รู้ว่าต้นไม้บางต้นสะสมสารอาหารที่เป็นตัวยา
เพ่ิมเติม ถ้าสามารถประชาสัมพันธ์อย่างเพียงพอ มานับร้อยปี กลับน�ำไปท�ำถ่านเผาฟืนเสีย ในเมื่อ
ประชาชนจะรู้ว่าเม่ือต้องการหาข้อมูลเก่ียวกับ ชาวบ้านไม่รู้ ย่อมโทษพวกเขามิได้ เขานึกว่า
พืชสมุนไพร ต้องหาที่ไหน รู้ว่าพืชสมุนไพร ไม้ธรรมดา หากหมอยาเห็นแล้วน้�ำตาไหล
มีประโยชน์ น�ำมาใช้แล้วเห็นผล เขาก็จะเห็น หมอยาที่ท�ำยาจ�ำหน่ายก็จะไม่ตัดหมด โดยตัดก่ิง
คุณค่าด้วยตนเอง การอนุรักษ์ก็ย่อมจะเกิดขึ้น ไว้ส�ำหรับตัดแบ่งแจกจ่ายแก่ผู้ป่วย ผู้ที่ไม่มีเงิน
ครูยังได้เล่าถึงประสบการณ์ตรงของตนท่ีรู้สึก ซ้ือยา ซึ่งจะประหยัดงบประมาณไปอย่างมาก
เสยี ดายสมนุ ไพรไทยทห่ี ลายชนดิ เรมิ่ สญู พนั ธไ์ุ ปวา่ การอนุรักษ์ไม่ใช่ว่าห้ามตัดเสียเลย ต้องให้ความรู้
อย่างแท้จริง ถ้าอนุรักษ์แบบน้ี คนจะปลูกเพราะ
สามารถรกั ษาโรคให้เขาได้ เชน่ ตน้ หญ้าบางตน้ ใช้
รกั ษาไขมนั พอกตับและกระตนุ้ การท�ำงานของตับ
บางตน้ ชว่ ยต้านทานเบาหวาน เป็นต้น”
145
ถอดบทเรยี น ครูมงคลชัยตอกย้�ำให้เห็นประโยชน์ของ
สมุนไพร การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
สกราา้รงตสอ่ รยรคอน์ ดวตั กรรม 2019 ท�ำให้คนเร่ิมหันกลับมามองของใกล้ตัว
ท่ีมีคุณค่าเช่นสมุนไพรไทย ครูยังชี้ให้เห็นว่า
แนวทางการอนุรักษ์อย่างย่ังยืน นอกจาก ฟ้าทะลายโจร แล้ว ยังมีสมุนไพร
คือ การให้รู้ถึงคุณค่าและประโยชน์ของพืชพันธุ์ อีกหลากชนิดท่ีมีประโยชน์ เช่น หญ้าหนวดแมว
และสมนุ ไพรนนั้ ๆ การท�ำใหช้ าวบา้ นรวู้ า่ สมนุ ไพร ปลูกง่าย ช่วยรักษาโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
มีประโยชน์ มีพืชท่ีมีสรรพคุณครอบจักรวาล น่ิวในไต ดอกค�ำฝอย ช่วยลดคอเลสเตอรอล
ช่วยรักษา ป้องกันโรคอยู่แทบทุกพ้ืนที่ จะเกิด แต่ราคาค่อนข้างสูง ถ้าให้ราคาถูกลง เช่น
การอนุรักษ์ไว้เอง ย่ิงมีข้อมูล งานวิจัยรองรับ กระเจยี๊ บ กระทอื เป็นสมุนไพรในกลุ่มขงิ ขา่ มีทง้ั
มีผู้รับประทานหรือใช้แล้วเห็นผลจริง ชาวบ้าน กระทือบ้าน กระทือไพร ช่วยลดไขมัน ในต�ำรา
ย่อมอนุรักษ์ได้เองโดยไม่ต้องบังคับ หน่วยงาน การแพทย์แผนไทยระบุว่า ช่วยกระตุ้นน้�ำนมของ
ต่าง ๆ ไม่ต้องจัดสรรงบประมาณเข้าไปเพื่อปลูก สตรีคลอดใหม่ ๆ ในทางวิทยาศาสตร์ก็ระบุ
ดูแลรดน�้ำ ซึ่งเสียเงินมหาศาลและไม่ย่ังยืน สรรพคุณลดไขมันต่าง ๆ เป็นต้น ครูเห็นว่า
ถ้าเนน้ การใหค้ วามร้ทู ี่แท้จรงิ ความรูเ้ ชงิ ประจักษ์ หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องควรส่งเสริมให้มีการปลูก
สอนวิธีรับประทาน วิธีต้มให้เป็นยา มีเว็บไซต์ พืชสมุนไพรที่มีข้อมูลอ้างอิง มีหลักฐานทาง
ถ่ายทอดข้อมูลสมุนไพรพื้นบ้าน ท�ำให้ทราบว่า วิทยาศาสตร์ มีผลวิจัยแล้วว่าพืชชนิดนั้น ๆ
หมอพ้ืนบ้านใช้สมุนไพรอย่างไร ฯลฯ ซ่ึงสามารถ รกั ษาโรคได้ ไวเ้ ปน็ พชื ประจ�ำบา้ น เพอื่ ใหค้ นเขา้ ถงึ
น�ำ ไ ป ป ฏิ บั ติ ไ ด ้ ต า ม ค ว า ม ส น ใ จ ข อ ง บุ ค ค ล ได้ง่าย และควรให้ค�ำแนะน�ำ เรื่องการบริโภค
ถ้าชาวบ้านรู้ มีข้อมูล ย่อมเกิดการอนุรักษ์ ว่าควรใช้วิธีใด ปริมาณเท่าใดท่ีเหมาะสม เช่นนี้
และปลูกเพิ่ม เช่นนี้จึงจะเกิดความยั่งยืน จะช่วยให้คนไทยมีสุขภาพดีและสมุนไพรได้รับ
การอนรุ ักษ์
ก“ไาวควรรกรสิ (คสั วัCายั ดิโไรOทคทคอVัศโยน้นรIนสDพนรุ ก์คู่กัาัฒ-า้รษ2วนวั1ก์ ไ9โ0ากับล)แ1ลกล9”ะ
ครูยังแนะว่า ประเทศไทยมีพืชสมุนไพร
“ยคุ ปจั จบุ นั ไม่นา่ เชอ่ื ว่าโลกของเราจะ หลากหลาย นอกจากจะชว่ ยตา้ นโรคภยั ไขเ้ จบ็ แลว้
เกิดโรคโควิด 19 จึงมองเห็นความไม่แน่นอน ถ้ามีการส่งเสริมอย่างจริงจัง ก็จะสามารถน�ำมา
ของยาที่มนุษย์ผลิต เห็นความไม่แน่นอน ประกอบอาหาร ซง่ึ มปี ระโยชนต์ อ่ สขุ ภาพ อาจออก
ของมนุษย์ ท้ังที่วิทยาศาสตร์ก้าวไกลมาก เป็นแคมเปญ “อาหารเป็นยา” “ยาต้านไวรัส”
แต่เม่ือต้องเผชิญเชื้อโรคน้ี ก็พบว่ามนุษย์ยัง เป็นอีกส่วนหน่ึงท่ีจะเสริมนโยบาย “ครัวไทยสู่
‘เอาไม่อยู่’ ปรากฏการณ์ราคาฟ้าทะลายโจร ครัวโลก” ดังแนวคิดที่ครูกล่าวไว้ ดังน้ี
ข้ึนสูงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บ่งบอกว่า
มนุษยห์ วนกลับมาพึ่งพาสมุนไพร”
(ครูมงคลชยั เสเล)
146
“นโยบายครัวไทยสคู่ รัวโลก สามารถเช่ือม ถอดบทเรยี น
กบั เรอ่ื งสมนุ ไพรได้ เพราะสมนุ ไพรไทยหลายชนดิ
เช่น หอมแดง ฟ้าทะลายโจร ขม้ินชัน เป็นต้น สรา้ งสรรกคาน์ รวตตั ่อกยรอรมด
มสี ารตอ่ ตา้ นอนมุ ลู อสิ ระ สรา้ งธาตเุ หลก็ ตา้ นไวรสั
ฆ่าเช้ือได้หลายตัว ใช้มาแล้วเป็นเวลานานท้ังใน นอกจากน้ียังมีสมุนไพรหลายชนิดใน
งานวิจัย หลอดทดลอง ใช้กับคนจริง ๆ เพียงแต่ ประเทศไทยทม่ี ปี ระโยชน์ รกั ษาโรคได้ คนไทยไมร่ ู้
ยังไม่มีผู้หยิบจับมาท�ำเป็นอาหาร ถ้ามีขึ้นมา แต่ชาวต่างประเทศเห็นประโยชน์ เข้ามาศึกษา
ย่อมจะก้าวข้ึนเป็นเบอร์หน่ึงได้ กระแสครัวไทยสู่ น�ำไปเปน็ ยา หากประเทศมวี จิ ยั สง่ เสรมิ อยา่ งจรงิ จงั
ครวั โลกจะจุดติดง่าย เกดิ ผลงานได้เร็ว โดยอาศยั จดสิทธิบัตร ย่อมเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ
ความรู้เชิงประจักษ์ท่ีมีอยู่แล้ว หากมีหน่วยงาน เป็นอย่างมาก ครูได้ยกตัวอย่าง “เปล้าน้อย”
เขา้ มาท�ำอาหารเป็นยา ใหค้ วามรูว้ า่ การต้านไวรัส เป็นสมุนไพรท่ีปลูกมากทางใต้ ช่วยรักษาเรื่อง
ต้องทานอาหารสัดส่วนเท่าใด เช่น หอมแดง กระเพาะได้ ญปี่ นุ่ สามารถน�ำไปคดิ คน้ เปน็ สตู รญป่ี นุ่
ขมน้ิ ชนั ต้องใชป้ ริมาณเทา่ ไหร่ต่อวัน ปรงุ เป็นเมนู จดสิทธิบัตรเรื่องสารส�ำคัญท่ีช่วยรักษาแผลใน
อาหารเพ่ือต้านไวรัส สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย กระเพาะอาหาร ญป่ี นุ่ มาตง้ั โรงงานในเมอื งไทย ผลติ
แข็งแรง ถ้าท�ำได้เช่นน้ี แนวคิดน้ีจุดติดแน่นอน” และส่งสารสกัดไปยังประเทศญี่ปุ่น สร้างรายได้
จ�ำนวนมาก ปจั จบุ นั อายสุ ทิ ธบิ ตั รหมดแลว้ จงึ เปน็
สาธารณะ สามารถน�ำเปลา้ นอ้ ยมาใชแ้ กอ้ าการดา้ น
กระเพาะอาหารได้ ดงั นน้ั การอนรุ กั ษแ์ ละพฒั นา
จึงนับเป็นเร่ืองทต่ี ้องให้ความส�ำคญั เปน็ อยา่ งยิ่ง
เสียงสะทอ้ นของลูกศษิ ย์และคนไข้
ครูมงคลชัยมีลูกศิษย์และคนไข้จ�ำนวนมาก แนวคิด วิธีการสอน วิธีการรักษา สิ่งท่ีลูกศิษย์ได้
เรียนรู้ และผลการรกั ษา สามารถสะท้อนผ่านลกู ศิษย์และคนไขข้ องครูบางสว่ นไดด้ งั ตอ่ ไปนี้
ณัฐนรี วิเศษสงิ
ลูกศิษยข์ องครูมงคลชัย ประกอบอาชพี นวดแผนไทย
เปน็ คนจงั หวดั กาญจนบรุ ี แตม่ าท�ำงานทก่ี รงุ เทพฯ ประกอบอาชพี
นวดแผนไทยมาประมาณ ๑๐ ปี โดยเรมิ่ ตน้ จากเปน็ พนกั งานในรา้ นสปา
เคยเรียนแพทย์แผนไทย หลักสูตรของวัดธรรมมงคล และหลักสูตรของ
วดั โพธ์ิ รวมถงึ เคยไปนวดแผนไทยในตา่ งประเทศ เชน่ ประเทศเลบานอน
ประมาณ ๔ ปี รจู้ กั ครมู งคลชยั จาก Youtube เพราะเหน็ วา่ ครสู อนนวด
แผนไทยและสามารถนวดรักษาอาการได้ จึงสนใจไปเรียนและไปรักษา
เพราะขณะนัน้ มอี าการบาดเจบ็ ท่ไี หลข่ วา กระดกู ซน้ เพือ่ นทเ่ี ปน็ หมอนวด
ชว่ ยนวดให้ แตพ่ ลาดท�ำใหข้ อ้ ตอ่ บดิ จงึ ปวดแขนมาก เมอ่ื ไปรกั ษากบั ครมู งคลชยั
ครงั้ แรก สงั เกตวา่ กรรมวธิ ขี องครแู ตกตา่ งจากทเ่ี คยเหน็ ครใู ชว้ ธิ ปี ระคบดว้ ยเจลเยน็
แล้วใช้วิธีหมุนให้เข้าล็อกโดยไม่รู้ตัว จากนั้น ขยับข้อต่ออยู่ครู่เดียวก็เข้าล็อก รักษาคร้ังแรก
ยกแขนขน้ึ ได้ การรกั ษาดเู หมอื นเปน็ เทคนคิ ของทา่ น ไมเ่ หมอื นทวั่ ไปจงึ เรมิ่ ศรทั ธาครู หลงั จากกลบั จาก
ต่างประเทศจึงเข้าเรยี นกับครู เน้นเร่ืองเทคนิคการนวด
147
ถอดบทเรยี น
กสราา้รงตส่อรยรคอน์ ดวตั กรรม
วิธสี อนของครู เร่ิมจากสอบถามอาการผู้ป่วย เชน่ สาเหตุทเี่ รมิ่ ปวด ปวดบรเิ วณใด อาการทปี่ วด
เป็นแบบใด ครูจะสอนเทคนิคการกดจุดท่ีสอดคล้องกับอาการท่ีเป็น เช่น อาการแบบนี้ ต้องกดจุดใด
และสอนเทคนิคการกดจุดทั้งตัว โดยเร่ิมจากข้อเท้า เข่า แขน ข้อศอก ไหล่ หลัง คอ เป็นต้น ครั้งแรก
ทเี่ รยี นครจู ะใหเ้ รยี นรเู้ กย่ี วกบั หลกั กายวภิ าคศาสตร์ ชจี้ ดุ ตา่ ง ๆ พรอ้ มกบั อธบิ ายชอื่ เรยี ก และชใ้ี หเ้ หน็ วา่
เมื่อกดจุดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น มีสัญญาณไปถึงอีกจุดหน่ึงหรือไม่ เพื่อให้เห็นอาการในภาพรวม
เม่ืออธิบายแล้ว ครูจึงสาธิตเทคนิคให้ดู จากน้ันให้ผู้เรียนจับคู่กัน ผลัดกันนวด ครูสังเกตการณ์
เป็นรายบุคคล หากคนใดปฏบิ ัตไิ ม่ถูกตอ้ ง ครจู ะนวดให้ชมอีกครัง้ โดยสาธิตตอ่ หน้าทุกคนท่ีเรียนเพื่อรบั รู้
ร่วมกัน คล้ายการจับมือสอนโดยตรง นอกจากการนวดแล้ว ครูยังได้ประดิษฐ์เครื่องดึงหลังที่ใช้แก้
ปวดเมอื่ ยบรเิ วณขาหรอื หลงั ดฉิ นั ไดเ้ รยี นและไดน้ �ำไปใชก้ บั คณุ พอ่ ซงึ่ เปน็ กระดกู ทบั เสน้ ซง่ึ เคยนวดอยา่ งไร
ก็ไม่หาย หลังจากน�ำเครื่องดึงหลังเข้าช่วย ผลคือ อาการดีขึ้นอย่างมาก จากเคยเดินไม่ได้ก็หายปวด
ส�ำหรับผู้ที่ปวดขา เมื่อใช้เครื่องนี้ช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ต้องใช้เวลา นอกจากเครื่องดึงหลังยังมี
เคร่ืองดึงคอและมียาสมุนไพร มีสเปรย์แก้ปวด ปกติในการนวดของครูไม่ต้องใช้ยาใด ๆ แต่ส�ำหรับ
คนที่ยังนวดไมช่ �ำนาญ อาจใช้สเปรยช์ ว่ ยฉดี บรรเทาปวดได้
หลังจากเรียนจบแล้ว หากมีเร่ืองที่ไม่เข้าใจหรือพบปัญหา สามารถโทรศัพท์สอบถามครูได้และ
สามารถไปเรียนกับครูอีกได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ครูมงคลชัยจะมีส่ิงใหม่ ๆ มาสอนอยู่เสมอ
ถึงเป็นอาการเดิมของผู้ป่วยแต่จะมีการสอนเทคนิคใหม่ ๆ เพิ่มข้ึน หรือแม้เทคนิคเป็นเรื่องเดิม
การเข้าเรียนแต่ละครั้งก็ได้สิ่งใหม่เสมอ อย่างไรก็ตาม หากเป็นคนที่ไม่เคยเรียนด้านแพทย์แผนไทยหรือ
การนวดมาก่อนเลย ก็สามารถเรียนได้ ในความคิดส่วนตัว คดิ วา่ การทไี่ ม่มีพืน้ ฐานแล้วมาเรียนกบั ครเู ลย
กด็ ี จะได้รับเทคนคิ วธิ ีของครูโดยไมส่ บั สนกบั ความรูเ้ ดิม
การนวดแผนไทยท่ัวไปจะกดลงไปธรรมดา ๆ ส่วนวิธีของครูจะมีการยืด ยก ขยับให้เข้ารูป
กดลงไปโดยไม่ต้องให้ร้สู กึ เจ็บ ช่วยผ่อนแรงผู้นวดไดม้ าก วิธกี ารยืด ยังให้เข้าถึงจุดไดล้ ึกกว่า ท�ำให้ค้นหา
จดุ ทกี่ ดลงไปไดง้ า่ ยกวา่ เทคนคิ ท่นี �ำไปใช้บอ่ ย ๆ หลังจากได้เรยี นกับครู คอื การแก้อาการปวดเขา่ เพราะ
เมื่อกลับต่างจังหวัด ชาวไร่ชาวนามีอาการปวดเข่าจากการยืนและเดินเป็นเวลานาน รวมถึงยกของหนัก
ซ่ึงเทคนิคของครูช่วยเหลือชาวบ้านได้ผลจริง ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาประกอบอาชีพอิสระนวดแผนไทย
ตามบ้านและรับจ้างตามร้าน ซึ่งลูกค้าตอบรับเป็นอย่างดี เขาชอบ เขาไม่เคยเห็นการนวดลักษณะน้ี
นวดแล้วกไ็ ดผ้ ล การนวดก็ไม่ตอ้ งใช้แรงนวดมากเหมือนแตก่ ่อน ส�ำหรับตนเองน้นั ครมู งคลชัยคือทห่ี น่ึง
ครูคิดเร็วมาก ลูกค้ามีอาการท่ีแตกต่างกันในแต่ละวัน แต่ครูสามารถใช้วิธีการรักษาท่ีเหมาะกับโรค
จุดเด่นของครู คือ รู้ลึก รู้จริง รักษาได้จริง ท่ีส�ำคัญ คือ ไม่เจ็บและใช้เวลานวดไม่นาน วิธีรักษา
ไมก่ ี่ขัน้ ตอนก็ท�ำใหส้ บายตวั ได้
148