ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่
แผนการจดั การเรียนรู
เทคโนโลยี
(วิทยาการคาํ นวณ)
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ๕
ปก ารศึกษา ๒๕๖๓
กลมุ สาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
นางสาวเตชินี คศภ.1ริ มย
ตําแหนง ครู
โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
สํานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา นครศรธี รรมราช
สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร
คำนำ
แผนการสอน/การเรียนรูฉบับน้ี จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงคเพื่อใหครูผูสอนรายวิชาวิทยาการคำนวณ (ว
31283) ไดมเี อกสารทีบ่ งบอกแนวทางการเรยี นการสอน/การเรียนรูที่เปนระบบสอดคลองสัมพันธกัน รวมทั้งแสดง
ข้ันตอนกระบวนการเรียนการสอน/การเรียนรูท่เี ปนระบบสอดคลองสมั พนั ธกันทุกเรื่อง และกอ ใหเกิดสัมฤทธิผ์ ลท่ีดี
แกทกุ ฝาย
แผนการสอน/การเรียนรเู ลม นม้ี ีทั้งหมด ๔ บทเรยี น 10 กิจกรรม ใชเ วลาในการสอน/การเรียนรทู ้งั หมด ๔๐
ชั่วโมง มีการวดั ประเมินผลตามสภาพจริงหลากหลายวิธี และมีการสอบกลางภาคและปลายภาค วิธีการสอน/การ
เรยี นรไู ดย ึดหลกั ผเู รียนเปนสำคญั โดยใชกระบวนการสอนแนวคิดของ CIPPA Model และผสมผสาน โดยใชวิธีการ
บรรยาย อภิปราย ถามตอบ สาธติ แบงกลุมทำกิจกรรม เปนตน กิจกรรมที่มอบหมายใหน กั เรียนทำเนน การมีสว น
รวม การแสดงความคดิ เหน็ นำเสนอผลงานแบบเปน กลุม หรอื ทีม สำหรับการใชแผนการสอน/การเรียนรูเลมนี้ให
ไดผ ลท่ีสมบูรณท ่สี ุด ตอ งเปน ผทู ่ีมีความรทู างดา นการสอนในรายวิชาดังกลา วอยูบางพอสมควรจึงจะทำใหแผนการ
สอน/การเรยี นรทู ี่จดั ทำข้นึ น้มี ีประสทิ ธภิ าพมากยิง่ ขน้ึ
ขอขอบคุณผูที่มีสวนเกี่ยวของทุกฝายทุกทาน ที่มีสวนชวยทำใหแผนการสอน/การเรียนรูเลมนี้มีความ
สมบูรณ
เตชินี ภิรมย
โรงเรยี นปลายพระยาวิทยาคม
4 มิถนุ ายน ๒๕63
1
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐานวิทยาศาสตร
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
ศึกษาหลักการของวิทยาการขอมูล และหลักการคิดเชิงออกแบบเพื่อเพิ่มมูลคาใหบ ริการหรือ ผลิตภัณฑ
วิธีการเก็บขอมูลและเตรยี มขอมูล การวิเคราะหขอมูล การประมวลผลขอ มลู เครื่องมอื ทางเทคโนโลยี สารสนเทศ
ทีใ่ ชในการประมวลผลขอมูล การจัดเก็บขอมลู การนำเสนอขอมูล การแปลงขอมูลใหเปนภาพ การเลือกใชขอมูล
จากฐานขอ มลู ขนาดใหญ การใชป ระโยชนจากขอ มูลและตวั อยา งกรณีศกึ ษา
ตัวช้ีวัด
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) รวบรวม วิเคราะหขอมลู และใชความรูดานวิทยาการคอมพิวเตอร
สื่อดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศในการ แกปญหาหรือเพิ่มมูลคาใหกับบริการหรือผลิตภัณฑที่ใชในชีวิตจริงอยาง
สรา งสรรค
รวมทัง้ หมด 1 ตัวชวี้ ัด
ผลการเรียนรูที่คาดหวงั
1. คนหา และรวบรวมขอมูลจากแหลงขอมูลบนเว็บไซตเพื่อแกปญหา และใชประโยชนจากขอมูลที่อยู
รอบตัวไดถ ูกตอ ง
2. อธิบายความหมาย ความสำคัญ กระบวนการวิทยาการขอมูลของวิทยาการขอมูล และหลักการของ
แนวคิดเชิงออกแบบ และประยุกตการคิดเชงิ ออกแบบกบั วทิ ยาการขอมูลในการแกป ญหา
3. สำรวจขอมลู เพอื่ ทำความเขาใจ รปู แบบ ความสมั พนั ธ และผลลัพธเ ชงิ พรรณนาเบื้องตน เกี่ยวกับขอมูล
4. อธิบายหลกั การวิเคราะหข อมลู เชงิ พรรณนา และเลอื กใชคาสถิติทเี่ หมาะสมในการวิเคราะหข อมูลเชงิ พรรณนา
5. ใชโปรแกรมสำเร็จรูป หรอื โปรแกรมภาษาเพื่อวิเคราะหขอมูลเชิงพรรณนา และอธิบายผลการวเิ คราะหขอมูลเชิง
พรรณนา
6. อธิบายหลักการวิเคราะหขอมลู เชิงทำนายโดยใชตวั เลข ทำนายคาโดยใชสมการเชิงเสน และคำนวณคา
ความคลาดเคลอื่ นในการทำนาย
7. ใชโปรแกรมสำเร็จรูป หรือโปรแกรมภาษาในการทำนายเชิงตัวเลข อธิบายผลการทำนายเชิงตัวเลขและ
อธิบายหลกั การทำนายเชิงหมวดหมูดว ยวธิ ี K-NN
8. อธิบายหลกั การและจุดประสงคของการทำขอมลู ใหเ ปนภาพ เลือกใชวิธีการทำขอ มลู ใหเ ปนภาพไดอยาง
เหมาะสม และใชกระบวนการวิทยาการขอ มูลเพมิ่ มูลคา ใหกบั บริการหรอื ผลติ ภัณฑ
9. นำเสนอขอ มูลดวยภาพ และเลา เรื่องราวจากขอมูลไดเหมาะสมกับเน้อื หา
2
โครงสรา ง
การแบง เวลารายชั่วโมงการจดั การเรยี นรู
กจิ กรรม สอดคลองกบั เวลาในการจัด
ที่
รายการจดั การเรยี นรู เน้อื หาใน กจิ กรรม
หนงั สอื (ช่ัวโมง)
1 ขอมลู มีคณุ คา บทที่ 1 1
2 รจู ักกบั วิทยาการขอมูล
3 แนวคดิ เชงิ ออกแบบ บทท่ี 1 1
4 การรวบรวมขอ มูล
5 การสำรวจขอ มลู บทท่ี 1 1
6 การวิเคราะหเชิงพรรณนา
บทที่ 2 3
สอบกลางภาคเรียน
รวมจำนวนชั่วโมง บทท่ี 2 1
7 การทำนายเชิงตวั เลข
8 การทำนายเชิงหมวดหมู บทท่ี 3 2
9 การทำขอมูลใหเปนภาพ
10 โครงงานวทิ ยาการขอมลู 1
สอบปลายภาคเรยี น
รวมจำนวนช่ัวโมง 10
รวม บทท่ี 3 2
บทที่ 3 2
บทท่ี 4 1
บทท่ี 4 4
1
10
20
กำหนดการสอน
ครัง้ ท่ี เรอ่ื ง จำนวนช่วั โมง วนั เดอื น ป ผสู อน
๑ ขอมูลมคี ณุ คา 1
๒ รจู กั กบั วทิ ยาการขอมลู 1 1-7 ตุลาคม 2563 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย
๓ แนวคดิ เชงิ ออกแบบ 1
๔ การรวบรวมขอ มลู 3 8-14 ตลุ าคม 2563 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย
๕ การสำรวจขอมลู 1
๖ การวิเคราะหเ ชงิ พรรณนา 2 15-21 ตุลาคม 2563 นางสาวเตชนิ ี ภริ มย
1
สอบกลางภาคเรยี น 2 22–28 ตุลาคม 2563 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย
๗ การทำนายเชิงตัวเลข 2
๘ การทำนายเชงิ หมวดหมู 1 29 ตลุ าคม – 4 กันยายน 2563 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย
๙ การทำขอ มลู ใหเปน ภาพ 4
๑๐ โครงงานวิทยาการขอ มลู 1 5 – 11 กันยายน 2563 นางสาวเตชินี ภิรมย
สอบปลายภาคเรยี น 12 – 18 กนั ยายน 2563
19 – 25 กันยายน 2563 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย
26 กันยายน – 2 ตลุ าคม 2563 นางสาวเตชินี ภิรมย
10 – 16 ตลุ าคม 2563 นางสาวเตชินี ภิรมย
17 – 23 ตลุ าคม 2563 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย
24 – 30 ตลุ าคม 2563
3
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๑ เวลา 1 ชว่ั โมง
ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี ๕
กจิ กรรมที่ 1 ขอมลู ใกลต ัว
รายวชิ า เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
1. ตัวช้วี ดั
รวบรวม วิเคราะหขอมูล และใชความรูดานวิทยาการคอมพิวเตอร สื่อดจิ ิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศ
ในการแกป ญ หาหรือเพิ่มมูลคา ใหก ับบรกิ ารหรือผลติ ภณั ฑที่ใชในชวี ติ จรงิ อยา งสรางสรรค
2. สาระการเรยี นรู
2.1 ยคุ ของขอมูลและสารสนเทศ
2.2 ประโยชนหรอื คณุ คา ของขอมลู
3. จุดประสงค ใหผ เู รยี นสามารถ
3.1 ใชประโยชนจากขอมูลที่อยูรอบตวั
3.2 คนหา และรวบรวมขอ มูลจากแหลง ขอมลู บนเวบ็ ไซตเพ่ือแกปญหา
3.2 สือ่ สารและนำเสนอขอ มูลผลลัพธใ นรูปแบบของตนเอง
4. ทกั ษะและกระบวนการ
4.1 ทักษะการสืบคน ขอมูล
4.2 ทกั ษะการแกป ญ หา
4.3 ทกั ษะการส่ือสารและรวมมอื
5. ความรเู ดมิ ทน่ี กั เรียนตอ งมี
-
6. สาระสำคญั
ยุคของขอมูลและสารสนเทศ เปนยุคของการใชขอมูล ที่มีอยูจำนวนมหาศาล มาสรางมูลคาใหเกิด
ประโยชนก บั บุคคล หรอื องคกร การจะใชป ระโยชนจ ากขอ มูลเพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพการทำงาน หรอื การใชช ีวติ
ของตนเอง จะตอ งนำขอมูลท่ีเก็บรวบรวมดวยตนเอง หรืออาจนำขอมูลทุติยภมู ิที่มผี ูรวบรวมหรือสรุปไวแลว
มาผานกระบวนการประมวลผลขอมูลใหเปนสารสนเทศ นอกจากนีก้ ารนำเสนอขอมูลดวยภาพ และเรื่องราว
บนพืน้ ฐานของขอมูล จะทำใหผูอ น่ื เขา ใจ เหน็ ความสำคญั และคณุ คา ของขอ มลู
7. สื่อและอุปกรณ
7.1 ใบกิจกรรม
ใบกจิ กรรมท่ี เร่อื ง เวลา (นาท)ี
45
1.1 ใคร ๆ ก็สามารถใชข อมลู ได
7.2 ใบความรู
-
7.3 อ่นื ๆ
หนงั สือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 5 ของ
สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
8. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
8.๑ ซ่ือสัตยส ุจรติ
8.๒ มีวินัย
8.๓ ใฝเรียนรู
8.๔ มงุ มั่นในการทำงาน
8.๕ มจี ติ สาธารณะ
9. การบูรณาการ
9.๑ บูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เตรียมความพรอ มดานวัสดุ อุปกรณสอดคลองกับงานไดอยา งถูกตองและใชว สั ดุ อุปกรณอยางคุมคา
ประหยัดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
9.๒ บูรณาการคณุ ลักษณะ ๓D
Democracy ดา นการสงเสรมิ ประชาธิปไตย (โรงเรยี นสจุ ริต)
รวมทำงานกลุม และแสดงความคดิ เห็นตอการแสดงคำตอบของเพ่ือนอยา งมเี หตุผล
Decency ดา นการสงเสรมิ ใหม ีคุณธรรม จรยิ ธรรม และความเปนไทย
- นักเรยี นทำแบบฝกหัด อยา งซื่อสตั ย
- ปฏิบตั ติ นอยางมมี ารยาทในการศกึ ษาบทเรยี น
- ตรงตอ เวลา
- อยใู นระเบยี บวนิ ยั
- ความรบั ผดิ ชอบ
Drug-Free ดา นการสรา งภูมิคมุ กนั ภัยจากยาเสพติดทกุ ชนิด (โรงเรยี นสขี าว)
สามารถสังเกตเห็นไดจ ากพฤตกิ รรมหางไกลยาเสพตดิ
9.๓ บรู ณาการทักษะศตวรรตท่ี ๒๑ (๓Rs ๗C ๒L)
๓Rs ประกอบดว ย
(R) Reading (อา นออก)
(W) Riting (เขียนได)
(A) Rithemetics (คดิ เลขเปน )
๗C ประกอบดวย
Critical thinking & problem solving (ทักษะดานการคิดอยางมวี ิจารณญาณ และทกั ษะในการแกป ญหา)
Creativity & innovation (ทกั ษะดานการสรา งสรรค และนวัตกรรม)
Cross-cultural understanding (ทักษะดานความเขาใจตา งวัฒนธรรม ตา งกระบวนทัศน)
Collaboration, teamwork &leadership (ทักษะดานความรว มมือ การทำงานเปนทีม และภาวะผูนำ)
Communications, information & media literacy (ทักษะดา นการส่ือสาร สารสนเทศ และรูเทาทนั ส่ือ)
Computing &ICT literacy (ทักษะดานคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร)
Career & learning skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนร)ู
๒L ประกอบดว ย
Learning (ทักษะการเรยี นรู)
Leadership (ทักษะการเปน ผูน ำ)
10. แนวทางการจดั การเรยี นรู
10.1 การจัดเตรียม
10.1.1 ใบกิจกรรมท่ี 1.1 ใคร ๆ ก็สามารถใชข อมูลได ตามจำนวนกลุม
10.1.2 แบบประเมินการเรียนรูของตนเอง ตามจำนวนผูเ รียน
10.2 ขั้นตอนการดำ เนนิ การ
10.2.1 ผสู อนนำเขาสูบทเรียนโดยใหผูเรียนพิจารณาภาพจากคำถามชวนคิด “รายไดเฉลีย่
ตอครัวเรือน” ในหนังสือเรียน แลว ถามผูเรียนวา “นักเรียนดูภาพนี้แลว สามารถอธิบายสภาพเศรษฐกิจของ
ประเทศไทยไดอยางไรบาง และหากเปน ผูบรหิ ารประเทศจะวางนโยบายในการพัฒนาประเทศอยางไร” และชี้
ใหน กั เรียนเห็นประโยชนข องผลลัพธขอ มูล (data product)
10.2.2 ผูเรียนศึกษาหัวขอ ที่ 1.1 ยุคของขอมูลและสารสนเทศ ในหนังสือเรียนแลวผูสอน
ตั้งคำถามเพือ่ ตรวจสอบความเขาใจ เชนเหตุใดขอมูลจึงมีคาด่ังน้ำมันดิบ การที่เราแชรขอมลู ของตนเอง เชน
ภาพสวนตัว อเี มล การโพสตข อความ จะมผี นู ำขอ มลู ของเราไปใชป ระโยชนต ออยางไรไดบ าง
10.2.3 แบงผูเรียนออกเปนกลุม กลุมละ 4 คน ผูเรียนแตละกลุมทำใบกิจกรรมที่ 1.1
ใคร ๆ ก็สามารถใชขอ มลู ได
10.2.4 ผูสอนใหผูเรียนแตละกลุมออกมานำเสนอโปรแกรมรักสุขภาพ และผูเรียนรวมกัน
โหวตวากลุม ใดเลาเรอื่ งราวไดน า สนใจ นา เชอ่ื ถือ และเขา ใจไดง าย
10.2.5 ผูสอนใหผูเรียนชวยกันยกตัวอยางเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการใชข อมูลเพื่อเพ่ิม
ประสิทธิภาพในการทำงาน หรือการใชชวี ิตประจำวัน
10.2.6 ผูสอนและผูเรียนรวมกันสรุปความรูจากการทำกิจกรรม และการใชประโยชนจาก
ขอมูลและประเมนิ ตนเองโดยใชแ บบประเมนิ การเรยี นรูข องตนเอง
11. การวัดและประเมนิ ผล
11.1 ประเมนิ จากใบกจิ กรรม
11.2 แบบประเมนิ การเรียนรขู องตนเอง
12. สื่อและแหลง ขอมูล
12.1 http://www.dms.moph.go.th/dmsweb/cpgcorner/heartex.pdf
12.2 http://oorrunningblog.blogspot.com/2014/09/how-long-should-i-run-10k.html
12.3 http://www.lokehoon.com/app.php?q_id=calculate_bmr_tdee
13. ขอเสนอแนะ
13.1 ผูสอนอาจใชกระดานแสดงความคดิ เหน็ ออนไลน เชน Padlet เพ่ือเกดิ การแลกเปลีย่ นเรียนรู
และกระตนุ ความสนใจผเู รยี นผา นส่อื การสอนในรปู แบบตา ง ๆ
13.2 กิจกรรมนี้ตองการใหนักเรียนเขาใจหลักการเบื้องตนของการใชประโยชนจากขอมูล และ
นำเสนอผลลพั ธข องขอมลู จากความรูเดิมของผเู รยี น จากนน้ั จงึ เชอ่ื มโยงผูเรยี นใหเขาใจหลักการของวิทยาการ
ขอ มูลในการเรยี นรูค ร้ังตอไป
๑4. บนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู
ผลการจดั กิจกรรม
.......น...กั ..เ.ร..ยี ..น..ท..ั้ง..ห..ม..ด..ม...คี ..ว..า.ม..ร..ู.เ..ข.า..ใ.จ..เ..ก..ี่ย..ว.ก...บั ..ข..อ..ม..ลู...(.K..)..ส..า..ม..า..ร..ถ..ใ.ช..ป..ร..ะ..โ.ย..ช...น..จ..า.ก...ข..อ ..ม..ลู ..ท..ีอ่..ย..รู..อ..บ..ต...ัว...เ.พ...อ่ื ..ส..ือ่ ..ส..า..ร..แ.ล...ะ.น...ำ.เ..ส..น..อ......
...ข..อ..ม..ลู..ผ..ล..ล..พั...ธ..ใ.น..ร..ปู ..แ..บ...บ..ข..อ..ง..ต..น..เ.อ..ง...(.P.)....ม..สี ..ว ..น..ร..ว .ม...ใ.น..ก..า..ร..ค..น..ห..า...แ..ล..ะ..ร..ว..บ..ร..ว..ม..ข..อ..ม..ลู..จ..า..ก..แ..ห..ล..ง..ข..อ..ม..ูล..บ...น..เ.ว..็บ..ไ.ซ..ต... .(.A..)................
ปญหา/อปุ สรรค
.......ม...นี ..กั ..เ.ร..ีย..น...3...ค..น...ไ..ม..น ..ำ..ห..น..งั..ส..ือ..เ.ร..ยี ..น..ม..า...จ..งึ..ต..อ..ง..ด..กู ..บั ..เ.พ...ื่อ..น............................................................................................
.............................................................................................................................................................................
แนวทางในการแกไขปญ หา
.......ว..า..ง.เ..ง.่อื..น...ไ.ข...ข..อ..ต..ก..ล..ง..ใ.น...ก..า..ร.น...ำ.ห..น...งั .ส..อื...เ.ร.ีย..น...ม..า.ใ..ช..ป..ร..ะ..ก..อ..บ..ก..า..ร..เ.ร..ยี ..น.............................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................
(นางสาวเตชินี ภริ มย)
ตำแหนง ครูปฏิบัติการสอนคอมพวิ เตอร
ความคิดเห็นหัวหนา กลมุ สาระฯ
.........โ.ด..ย..ร..ว..ม..ข..อ..ง.ก...า.ร..จ..ดั..ก..จิ..ก..ร..ร..ม..เ.น..น..ผ...ูเ.ร.ยี..น...เ.ป..น..ส..ำ..ค..ัญ...ไ.ด...ด..ี .แ..ล..ะ..ก..า..ร.ใ..ช..เ.ท..ค..โ.น...โ.ล..ย..ปี..ร..ะ..ก..อ..บ...ก..า.ร..เ.ร..ีย..น..ก..า..ร..ส..อ..น..ม..คี...ว.า..ม................
...เ.ห..ม..า..ะ..ส..ม..ส..อ..ด...ค..ล..อ ..ง.ก..นั.............................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................
( นางสาวจริยา ยงกำลงั )
ตำแหนง หวั หนากลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ใบกิจกรรมท่ี 1.1
ใคร ๆ กส็ ามารถใชข อมูลได
1. ชื่อ-สกุล เลขท่ี
2. ชื่อ-สกุล เลขที่
3. ชอ่ื -สกุล เลขท่ี
4. ชอ่ื -สกุล เลขท่ี
อา นสถานการณท เี กี่ยวกบั การใชขอ มูลตอไปน้ี และตอบคำถาม
จาวาจึงคน หาขอ มลู และพบขอมูลดงั กราฟ ซ่งึ เปนผลจากการศกึ ษาวิจัย และวเิ คราะหขอ มลู ทุติยภมู ิ
ทมี่ ผี จู ัดเกบ็ รวบรวมไว โดยพบวา การวิง่ ท่ใี หประโยชนส ูงสดุ ตอสขุ ภาพน้ัน จะตองวิง่ จนทำ ใหอตั ราการเตน
ของหวั ใจ (Heart Rate) อยรู ะหวาง 70 - 80% ของอตั ราการเตน ของหัวใจสูงสดุ (Maximum Heart
Rate) และตองว่งิ ตดิ ตอกนั อยา งนอย 30 นาที
1. ขอมลู อะไรบา ง จากสถานการณข า งตน ท่จี ะชว ยใหจ าวาพัฒนาการวิ่งของตนเองได
2. ถา นกั เรยี นตอ งการลดนำ้ หนัก และใชข อ มลู จากกราฟขางตน ควรจะวิ่งใหไ ดอตั ราการเตนของ
หัวใจเปน ครั้ง/นาที จึงจะเทากับ 70% ของอัตราการเตนของหัวใจสูงสดุ
3. ใหน กั เรียนทดสอบดว ยการวิ่งจรงิ หรอื หาขอมลู เพม่ิ เตมิ วาการวิง่ ดว ยความเร็วระดบั ใดหรือ
ลกั ษณะใด จงึ จะทำ ใหอตั ราการเตน ของหวั ใจ อยรู ะหวาง 70-80% ของอัตราการเตนของหัวใจสูงสุด แลว
บนั ทกึ ขอมลู ลงในตารางตอไปน้ี
4. แตล ะกลมุ เลือกสมาชิกมา 1 คน จากนั้นสอบถามความตองการของเพื่อนคนนั้นวา ตองการลดน้ำ
หนกั หรือปรบั ปรุงตนเองใหม สี ขุ ภาพดีข้นึ จากการว่ิง แลวจัดโปรแกรมรกั สุขภาพโดยแนะนำ วธิ ีการออกกำลัง
กายดวยการวิ่ง และการรับประทานอาหารใหเพื่อนคนดังกลาว โดยโปรแกรมแนะนำ การออกกำลังกายจะ
ประกอบดวย
4.1 โซนการออกกำ ลังที่เหมาะสม และขอมูลการเผาผลาญแคลอรี ไขมัน คารโบไฮเดรท หรือ
โปรตีน
4.2 อาหารทค่ี วรรบั ประทานใน 1 วนั (3 มื้อ) โดยระบุองคป ระกอบของสารอาหารแตละชนิด เชน
ไขมัน คารโ บไฮเดรท หรอื โปรตนี วามีก่ีเปอรเซน็ ต
ขอ มลู ปรมิ าณแคลอรีท่รี างกายใชตอวัน
ขอ มูลคาพลังงานในการทำกจิ กรรม
5. นำเสนอโปรแกรมรกั สุขภาพที่จดั ทำ ใหเพอื่ นในกลุม โดยใชข อมลู ในขอ 1-3 และออกแบบการนำ
เสนอในรปู แบบท่ีเขา ใจไดงายโปรแกรมรกั สุขภาพ
แผนการจดั การเรียนรูท ่ี 2 เวลา 1 ชว่ั โมง
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี ๕
กิจกรรมที่ 2 รูจักกบั วิทยาการขอมูล
รายวชิ า เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
1. ตวั ช้ีวัด
รวบรวม วิเคราะหขอมูล และใชความรูดานวิทยาการคอมพิวเตอร สือ่ ดจิ ิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศ
ในการแกป ญหาหรือเพ่มิ มลู คา ใหก ับบริการหรือผลิตภณั ฑที่ใชในชวี ติ จรงิ อยา งสรา งสรรค
2. สาระการเรยี นรู
2.1 ความหมายและบทบาทของวทิ ยาการขอมลู
2.2 หลักการและกระบวนการวทิ ยาการขอมลู
3. จุดประสงค ใหผ ูเรยี นสามารถ
3.1 สำรวจและเหน็ ตวั อยา งของการใชวทิ ยาการขอมลู จากแหลง เรยี นรู หรอื เว็บไซตตา ง ๆ
3.2 อธิบายความหมายและความสำคัญของวทิ ยาการขอ มูล
3.3 อธบิ ายกระบวนการวทิ ยาการขอมูล
4. ทักษะและกระบวนการ
4.1 ทักษะการรูสารสนเทศ
4.2 ทักษะการแกป ญ หา
4.3 ทักษะการส่ือสารและรวมมอื
5. ความรูเดิมทน่ี ักเรียนตอ งมี
-
6. สาระสำคัญ
“วิทยาการขอมูล” เปนการศึกษาถงึ กระบวนการ วธิ กี าร หรือเทคนคิ ทนี่ ำขอ มูลจำนวนมหาศาล มา
ประมวลผล เพอ่ื ใหไ ดองคความรู เขา ใจปรากฏการณ สามารถตีความ ทำนายหรอื พยากรณ คนหารูปแบบหรือ
แนวโนมจากขอมลู เพอ่ื นำ มาวเิ คราะหตอ ยอดและแนะนำ ทางเลอื กทเ่ี หมาะสมในการตัดสนิ ใจ
กระบวนการวิทยาการขอมูลประกอบดวย การตั้งคำถาม การเก็บรวบรวมขอมูล การสำรวจขอมูล
การวิเคราะหขอ มลู การสือ่ สารและการทำผลลพั ธใ หเ ปน ภาพ เพอื่ เผยแพรขอ มูลสผู ูใชกลุม เปาหมาย
7. ส่ือและอุปกรณ
7.1 ใบกจิ กรรม
ใบกิจกรรมท่ี เร่ือง เวลา (นาที)
2.1 ขอมูลเปลย่ี นมุมมอง 10
2.2 ขอมลู ชวยชมุ ชนและโลก 10
อยา งไร
2.3 (ก) เวลาของฉัน 50
2.3 (ข) Surprise!!!
2.3 (ค) ฝน
2.4 (ง) ไดโนเสาร
7.2 ใบความรู
-
7.3 อนื่ ๆ
- หนังสือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นมธั ยมศึกษาป
ท่ี 5 ของสถาบันสงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
- วีดทิ ศั นอ าชพี นักวทิ ยาศาสตรข อมูล โดย Kenan Institute Asia
https://www.youtube.com/watch?v=Au65nEnQEZA
- วีดิทศั นอาชีพนักวิทยาศาสตรขอ มลู โดย สสวท.
https://www.facebook.com/ipst.thai/videos/483657335467347/
- แหลงเรยี นรูอ อนไลนเกี่ยวกบั วทิ ยาการขอ มลู https://tuvalabs.com
8. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
8.๑ ซอ่ื สตั ยสจุ ริต
8.๒ มีวินัย
8.๓ ใฝเรยี นรู
8.๔ มงุ มน่ั ในการทำงาน
8.๕ มีจติ สาธารณะ
9. การบูรณาการ
9.๑ บูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เตรียมความพรอมดานวัสดุ อุปกรณส อดคลองกับงานไดอยางถกู ตอ งและใชว สั ดุ อุปกรณอยางคุมคา
ประหยัดตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
9.๒ บูรณาการคุณลกั ษณะ ๓D
Democracy ดา นการสง เสริมประชาธิปไตย (โรงเรียนสุจริต)
รว มทำงานกลุม และแสดงความคิดเหน็ ตอการแสดงคำตอบของเพื่อนอยา งมเี หตุผล
Decency ดานการสง เสรมิ ใหม คี ุณธรรม จรยิ ธรรม และความเปนไทย
- นักเรยี นทำแบบฝกหดั อยา งซ่ือสัตย
- ปฏิบตั ติ นอยา งมีมารยาทในการศกึ ษาบทเรยี น
- ตรงตอ เวลา
- อยใู นระเบยี บวินัย
- ความรบั ผิดชอบ
Drug-Free ดานการสรางภูมิคมุ กนั ภัยจากยาเสพติดทกุ ชนิด (โรงเรยี นสีขาว)
สามารถสงั เกตเห็นไดจากพฤตกิ รรมหา งไกลยาเสพตดิ
9.๓ บรู ณาการทกั ษะศตวรรตที่ ๒๑ (๓Rs ๗C ๒L)
๓Rs ประกอบดวย
(R) Reading (อานออก)
(W)Riting (เขยี นได)
(A)Rithemetics (คดิ เลขเปน )
๗C ประกอบดว ย
Critical thinking & problem solving (ทกั ษะดานการคดิ อยา งมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแกป ญหา)
Creativity & innovation (ทักษะดา นการสรา งสรรค และนวตั กรรม)
Cross-cultural understanding (ทักษะดา นความเขาใจตา งวฒั นธรรม ตางกระบวนทศั น)
Collaboration, teamwork &leadership (ทกั ษะดา นความรวมมือ การทำงานเปน ทีม และภาวะผนู ำ)
Communications, information & media literacy (ทกั ษะดานการส่ือสาร สารสนเทศ และรูเทาทันส่ือ)
Computing &ICT literacy (ทกั ษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร)
Career & learning skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนร)ู
๒L ประกอบดว ย
Learning (ทักษะการเรยี นรู)
Leadership (ทกั ษะการเปนผนู ำ)
10. แนวทางการจดั การเรยี นรู
10.1 การจดั เตรียม
10.1.1 ใบกจิ กรรมท่ี 2.1 ขอมูลเปลยี่ นมุมมอง ตามจำนวนกลมุ
10.1.2 ใบกจิ กรรมท่ี 2.2 ขอ มลู ชวยชมุ ชนและโลกอยา งไร ตามจำนวนกลมุ
10.1.3 ใบกิจกรรมท่ี 2.3 (ก) เวลาของฉัน
2.3 (ข) Surprise!!!
2.3 (ค) ฝน
2.3 (ง) ไดโนเสาร ตามจำนวนกลมุ
10.1.4 แบบสอบถามนกั วิทยาศาสตรข อ มลู แบบออนไลน
10.2 ข้นั ตอนการดำเนนิ การ
10.2.1 ผูสอนนำเขาสูบทเรียนโดยเปดวีดิทัศน “นักวิทยาศาสตรขอมูล” เพื่อสรางแรง
บันดาลใจในการเรียนรูเกี่ยวกับวทิ ยาการขอมูลใหก บั ผูเรียน และตั้งคำถามวา นักวิทยาศาสตรขอมูล คือใคร
ทำหนาทีเ่ กี่ยวกับอะไร รูอะไรเก่ียวกบั นกั วิทยาศาสตรขอ มูลบาง
10.2.2 ผูสอนใหผูเรียนทำ แบบสอบถามออนไลน
เพอื่ ตรวจสอบคุณลกั ษณะการเปน นกั วิทยาศาสตรขอมลู ของตนเอง
10.2.3 แบงผูเรียนออกเปนกลุม กลุมละ 4 คน
ศึกษาหวั ขอท่ี 1.2 วิทยาการขอ มลู ในหนังสอื เรียน และใหแตล ะคนใน
กลมุ ศึกษากรณศี ึกษาคนละ 1 ตัวอยา ง จากนน้ั ใหผลดั กนั เลา ให
เพอื่ นในกลมุ ฟง
10.2.4 ผูเรียนในแตละกลุมชวยกันทำ ใบกิจกรรมที่ 2.1 ขอมูลเปลี่ยนมุมมอง และใบ
กิจกรรมที่ 2.2 ขอ มูลชวยชมุ ชนและโลกอยา งไร
10.2.5 ผูสอนสุมผูเรียนนำเสนอคำตอบของใบกิจกรรมที่ 2.1 และ 2.2 จากนั้นรวมกัน
สรปุ ความหมาย บทบาท และความสำคัญของวทิ ยาการขอมลู
10.2.6 ผูเ รยี นศกึ ษาหัวขอที่ 1.3 กระบวนการวทิ ยาการขอมลู ในหนงั สอื เรยี น
10.2.7 ผสู อนใหผ ูเรยี นแตล ะกลุมรว มกนั ทำกจิ กรรมเกยี่ วกบั แนวคิดของวิทยาการขอมลู
โดยเลอื กทำ เรอ่ื งใดเรือ่ งหนึง่ ดงั น้ี
1. ใบกจิ กรรมท่ี 2.3 (ก) เวลาของฉัน
2. ใบกจิ กรรมที่ 2.3 (ข) Surprise!!!
3. ใบกจิ กรรมท่ี 2.3 (ค) ฝน
4. ใบกจิ กรรมที่ 2.3 (ง) ไดโนเสาร
10.2.8 ผูสอนสุมผูเรียนนำเสนอใบกิจกรรมใหครบทุกกิจกรรม และสรุปแนวคิด
กระบวนการวทิ ยาการขอ มูลรว มกบั ผเู รยี น
11. การวัดและประเมินผล
11.1 ประเมินจากใบกจิ กรรม
11.2 สงั เกตพฤตกิ รรมจากการทำงานกลมุ
12. ส่อื และแหลงขอ มลู
12.1 https://www.amstat.org
12.2 https://tuvalabs.com
12.3 https://www.kaggle.com/grubenm/austin-weather#austin_weather.csv
13. ขอเสนอแนะ
13.1 กจิ กรรมนี้มจี ำนวนใบกิจกรรมและใชเ วลาในการดำเนนิ การคอนขา งมาก จงึ ควรควบคมุ เวลา
ในการทำกจิ กรรม
13.2 สำหรับเปาหมายของใบกิจกรรมที่ 2.3 ตอ งการใหนักเรยี นเขาใจหลกั การเบื้องตนของ
กระบวนการวิทยาการขอมลู โดยการฝก ปฏิบัตจิ ากกิจกรรม
-ใบกจิ กรรมที่ 2.3 (ก) เวลาของฉนั เปนหลกั การเบ้ืองตนของวธิ กี ารวเิ คราะหเ ชิงทำ
นายแบบเชงิ ตัวเลข
- ใบกจิ กรรมท่ี 2.3 (ข) Surprise!!! เปนหลักการเบ้อื งตน ของวธิ ีการวเิ คราะหเ ชงิ ทำ
นายแบบ decision tree (สำ หรบั decision tree ไมมกี ารกลาวถงึ ในหนงั สือเรยี น กจิ กรรมนจ้ี งึ อาจ
เปนกจิ กรรมใหเ ลือกทำ เพ่ิมเตมิ หรือไมจ ำ เปน ตองกลา วถึงทมี่ า เพยี งใหนกั เรียนปฏิบัติเพอ่ื
ฝก กระบวนการของแนวคดิ เชิงคำ นวณดา นวทิ ยาการขอมลู )
- ใบกจิ กรรมที่ 2.3 (ค) ฝน เปน หลกั การเบ้ืองตนของวธิ กี ารวิเคราะหเ ชงิ ทำ นายแบบ K-NN
- ใบกจิ กรรมท่ี 2.3 (ง) ไดโนเสาร เปน หลกั การเบือ้ งตน ของการทำ ขอมลู ใหเ ปน ภาพ
(visualization)
๑4. บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นรู
ผลการจัดกิจกรรม
........น..ัก..เ..ร.ีย..น...ท..ั้ง.ห...ม..ด..ม..ีค..ว..า..ม..ร..ู .เ.ข..า..ใ.จ..เ.ก..ีย่..ว..ก..บั..ว..ทิ...ย..า.ก..า..ร..ข..อ..ม..ลู.....(.K.)..ส...า.ม..า..ร..ถ..อ..ธ..บิ ..า..ย..ค..ว..า.ม...ห..ม..า..ย..แ..ล..ะ..ค..ว..า.ม...ส..ำ..ค..ญั ..ข..อ..ง..ว..ทิ ..ย..า..ก..า..ร.....
...ข..อ...ม..ลู ...(.P.)....ม..สี ..ว ..น..ร..ว .ม...ใ.น..ก..า..ร..ส..ำ.ร..ว..จ..แ..ล..ะ..ส..บื..ค...น ..ต..วั..อ..ย..า ..ง.ข..อ..ง..ก..า..ร.ใ..ช..ว ..ทิ ..ย..า..ก..า.ร..ข..อ..ม..ลู..จ..า..ก..แ..ห...ล..ง .เ.ร..ยี..น..ร..หู..ร..ือ..เ.ว..บ็...ไ.ซ..ต..ต..า..ง...ๆ...(.A..)........
ปญหา/อุปสรรค
..........-....................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
แนวทางในการแกไขปญหา
..........-....................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............. ........................................
(นางสาวเตชนิ ี ภริ มย)
ตำแหนง ครูปฏบิ ตั ิการสอนคอมพวิ เตอร
ความคดิ เห็นหัวหนา กลมุ สาระฯ
........โ.ด..ย..ร..ว..ม..ข..อ..ง..ก..า..ร.จ..ดั...ก..จิ ..ก..ร.ร..ม..เ..น..น ..ผ..ูเ.ร..ยี ..น..เ.ป...น..ส..ำ..ค..ญั ...ไ.ด..ด..ี.แ..ล..ะ..ก..า..ร..ใ.ช..เ.ท...ค..โ.น..โ..ล..ย..ปี ..ร..ะ..ก..อ..บ..ก..า..ร..เ.ร.ยี...น..ก..า..ร.ส..อ..น...ม..คี ..ว..า.ม.................
..เ.ห...ม..า..ะ.ส...ม..ส..อ..ด..ค..ล..อ..ง..ก..นั .............................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................................
( นางสาวจรยิ า ยงกำลงั )
ตำแหนง หวั หนากลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
แบบสอบถามนักวิทยาศาสตรขอ มูล
คุณมีความเปนนกั วทิ ยาศาสตรขอ มูลมากนอยเพยี งใด
วิธกี าร
1. ใหนกั เรยี นประเมินตนเองจากขอ คำถาม โดยใหคะแนนตนเองตง้ั แต 0 - 10 ในแตล ะขอ
คะแนน 0 หมายถึง ไมม เี ลย คะแนน 10 หมายถึง มีมากทส่ี ุด
2. แปลผลจากคะแนนรวมทง้ั หมดดังน้ี
คะแนน 100 - 130 -> มีคุณสมบตั ิเหมาะสมทจ่ี ะเปนนักวทิ ยาศาสตรขอ มูลสงู มาก
คะแนน 80 - 99 -> มคี ุณสมบตั เิ หมาะสมที่จะเปน นักวทิ ยาศาสตรข อมลู มาก
คะแนน 60 - 79 -> มคี ณุ สมบัตเิ หมาะสมทจ่ี ะเปน นกั วิทยาศาสตรข อมลู ปานกลาง
คะแนน 40 - 59 -> มีคณุ สมบัติเหมาะสมท่ีจะเปนนกั วทิ ยาศาสตรข อ มลู นอย
คะแนน 20 - 39 -> มีคุณสมบตั เิ หมาะสมท่จี ะเปนนกั วิทยาศาสตรข อมลู นอ ยมาก
คะแนน 0 - 19 -> ขาดคณุ สมบัตเิ หมาะสมทีจ่ ะเปน นักวิทยาศาสตรข อมูล
ขอคำถามท่ใี ชวดั ในแตล ะดา น
1. นักสืบคน และเจาะหาขอมูล
1. อยากรเู ร่อื งใหม ๆ ทยี่ ังไมเ คยรูมากอน
2. ชอบคน หาขอ เทจ็ จริงของเร่ืองราวตาง ๆ ทสี่ นใจ
3. รสู กึ ดีเมื่อเปนผคู น เจอส่งิ ใหม ๆ
4. ชอบคนหาอะไรแปลกใหมม าใหเพ่อื นดู
2. นักวิเคราะห
5. สามารถมองในมมุ ทแ่ี ตกตางจากเพื่อนคนอ่นื ได
6. ชอบหาเหตุผลถึงทมี่ าที่ไปของเรอื่ งราวตาง ๆ
7. สามารถเชอ่ื มโยงหาความสมั พันธของส่ิงตา ง ๆ ได
3. นักสือ่ สาร
8. สามารถเลาเรือ่ งตา ง ๆ ใหผอู นื่ เขาใจไดโ ดยงาย
9. สามารถแปลงขอ มลู ในรูปแบบของขอความ หรอื ตวั เลข ใหเ ปนภาพเพื่อใหเ ขาใจไดง า ย
10. ชอบอาสาเปนคนนำเสนองานกลุม
4. ผูใหคำปรกึ ษาท่เี ช่ือถือได
11. กอ นจะตดั สนิ ใจในเรื่องใด ๆ มกั จะตองคน หาขอมลู ประกอบเสมอ
12. จะไมเช่ือขอมลู หรือขาวสารใด ๆ ทไ่ี มมขี อมลู หรือหลักฐานรองรบั
13. กอ นจะพดู หรือสง ตอขอมลู อะไรออกไป จะตอ งหาขอมลู หรือหลกั ฐานกอนเสมอ
ใบกจิ กรรมที่ 2.1
ขอมูลเปลี่ยนมุมมอง
1. ชื่อ-สกลุ เลขที่
2. ชือ่ -สกุล เลขที่
3. ชอ่ื -สกุล เลขที่
4. ชอ่ื -สกลุ เลขที่
2. นกั เรยี นสามารถตีความขอ มลู จากกราฟไดอยางไร
1. ช่อื -สกลุ ใบกิจกรรมท่ี 2.2
2. ชื่อ-สกลุ ขอมูลชวยชุมชนและโลกอยางไร
3. ชื่อ-สกุล
4. ชอ่ื -สกลุ เลขที่
เลขท่ี
เลขท่ี
เลขท่ี
1.2 สำรวจบริเวณพื้นที่ที่เปนภูมิลำเนาของนักเรียน หรือเลือกพื้นที่ที่สนใจวาเหมาะสำหรับทำ
การเกษตร เพาะปลูก หรอื เลี้ยงสตั วช นิดใด อธบิ ายเหตผุ ลประกอบ
1. ช่อื -สกุล ใบกิจกรรมที่ 2.3 (ก)
2. ช่อื -สกลุ เวลาของฉนั
3. ชอ่ื -สกุล
4. ช่อื -สกุล เลขที่
เลขท่ี
เลขท่ี
เลขที่
2. โรงเรยี นไดเ ก็บรวบรวมขอมลู การใชเ วลาของนักเรียนใน 1 สปั ดาห ดงั ตาราง
ตารางขอมูลการใชเ วลาของนักเรียน
1. ชื่อ-สกุล ใบกิจกรรมท่ี 2.3 (ข)
2. ชื่อ-สกลุ Surprise !!!
3. ชอื่ -สกุล
4. ชื่อ-สกลุ เลขที่
เลขท่ี
เลขท่ี
เลขที่
1. ชอ่ื -สกลุ ใบกจิ กรรมท่ี 2.3 (ค)
2. ชื่อ-สกลุ ฝน
3. ชอ่ื -สกุล
4. ช่อื -สกุล เลขท่ี
เลขท่ี
เลขที่
เลขที่
ใบกิจกรรมท่ี 2.3 (ง)
ไดโนเสาร
1. ชือ่ -สกลุ เลขที่
2. ช่อื -สกลุ เลขท่ี
3. ชอ่ื -สกุล เลขท่ี
4. ช่อื -สกุล เลขที่
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 3 เวลา 1 ชวั่ โมง
ชนั้ มัธยมศึกษาปท ี่ ๕
กจิ กรรมท่ี 3 แนวคิดเชิงออกแบบ
รายวชิ า เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
1. ตัวช้ีวดั
รวบรวม วเิ คราะหขอมูล และใชความรูดานวิทยาการคอมพิวเตอร สื่อดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศ
ในการแกปญหาหรือเพมิ่ มูลคา ใหก บั บรกิ ารหรือผลิตภัณฑท ี่ใชใ นชีวติ จรงิ อยางสรา งสรรค
2. สาระการเรียนรู
2.1 แนวคดิ เชิงออกแบบ
2.2 การนำ แนวคดิ เชงิ ออกแบบมาใชกบั กระบวนการวทิ ยาการขอมลู
3. จดุ ประสงค ใหผ เู รยี นสามารถ
3.1 อธิบายหลกั การของแนวคดิ เชงิ ออกแบบ
3.2 ประยกุ ตการคดิ เชงิ ออกแบบกบั วิทยาการขอมูลในการแกปญหา
4. ทกั ษะและกระบวนการ
4.1 ทกั ษะการคิดเชิงออกแบบ
4.2 ทักษะการคิดสรา งสรรค
4.3 ทกั ษะการแกป ญหา
4.4 ทกั ษะการสอื่ สารและรวมมอื
5. ความรเู ดิมท่ีนกั เรียนตอ งมี
-
6. สาระสำคญั
การใชวิทยาการขอมูลใหเ กิดประโยชนสูงสุดตอผูใชงานนัน้ ตองอาศัยแนวคิดเชิงออกแบบ (design
thinking) หลักการพื้นฐานของแนวคิดเชิงออกแบบ ไดแก การมองในมุมของผูใช การลองผิดลองถูก การ
เรียนรผู า นการทดลองกบั กลุม ผูใชจ รงิ การทำซำ้ และปรับปรุง
7. สือ่ และอปุ กรณ
7.1 ใบกิจกรรม
ใบกจิ กรรมท่ี เรือ่ ง เวลา (นาที)
40
3.1 คิดแบบนักออกแบบ 40
2.2 โครงงานวทิ ยาการขอ มลู ของฉนั
7.2 ใบความรู
- ใบความรูที่ 3.1 เร่ือง เกมเปายิงฉบุ
7.3 อื่น ๆ
- หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นมัธยมศึกษาป
ท่ี 5 ของสถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
- สลากแบง กลุมผูเรียน ออกเปน กลมุ ผซู อื้ กลุม ผูขาย และกลมุ นกั วทิ ยาศาสตรข อ มูล
- บตั รคำ ถามสำ หรบั นักวิทยาศาสตรข อมูล ในการสมั ภาษณผ ซู ้ือ
- บัตรคำ ถามสำ หรับนกั วทิ ยาศาสตรข อมูล ในการสัมภาษณผขู าย
- แบบฟอรม การเกบ็ ขอ มลู ผูซ ้ือ
- แบบฟอรม การเกบ็ ขอมลู ผขู าย
- เกมเปา ยิง ฉุบกับ Markov
- แบบทดสอบบทท่ี 1 ขอมูลมคี ณุ คา
8. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
8.๑ ซือ่ สตั ยสุจริต
8.๒ มวี ินยั
8.๓ ใฝเรยี นรู
8.๔ มงุ มัน่ ในการทำงาน
8.๕ มจี ติ สาธารณะ
9. การบูรณาการ
9.๑ บรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เตรียมความพรอ มดานวัสดุ อุปกรณสอดคลองกับงานไดอยางถกู ตองและใชวัสดุ อุปกรณอยางคุมคา
ประหยัดตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
9.๒ บรู ณาการคณุ ลักษณะ ๓D
Democracy ดา นการสง เสรมิ ประชาธิปไตย (โรงเรยี นสจุ ริต)
รวมทำงานกลุม และแสดงความคิดเหน็ ตอการแสดงคำตอบของเพ่ือนอยา งมเี หตผุ ล
Decency ดา นการสง เสริมใหมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และความเปน ไทย
- นักเรยี นทำแบบฝกหดั อยางซ่อื สตั ย
- ปฏิบตั ติ นอยางมีมารยาทในการศกึ ษาบทเรยี น
- ตรงตอ เวลา
- อยใู นระเบยี บวนิ ัย
- ความรบั ผดิ ชอบ
Drug-Free ดา นการสรางภมู ิคมุ กันภยั จากยาเสพติดทกุ ชนิด (โรงเรยี นสขี าว)
สามารถสงั เกตเหน็ ไดจากพฤตกิ รรมหางไกลยาเสพตดิ
9.๓ บูรณาการทักษะศตวรรตท่ี ๒๑ (๓Rs ๗C ๒L)
๓Rs ประกอบดว ย
(R) Reading (อานออก)
(W) Riting (เขียนได)
(A) Rithemetics (คดิ เลขเปน)
๗C ประกอบดวย
Critical thinking & problem solving (ทกั ษะดานการคิดอยา งมวี ิจารณญาณ และทกั ษะในการแกปญหา)
Creativity & innovation (ทักษะดา นการสรางสรรค และนวัตกรรม)
Cross-cultural understanding (ทักษะดา นความเขาใจตา งวฒั นธรรม ตา งกระบวนทศั น)
Collaboration, teamwork &leadership (ทกั ษะดา นความรว มมือ การทำงานเปน ทีม และภาวะผนู ำ)
Communications, information & media literacy (ทักษะดา นการสือ่ สาร สารสนเทศ และรูเทา ทนั ส่ือ)
Computing &ICT literacy (ทักษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร)
Career & learning skills (ทกั ษะอาชีพ และทักษะการเรียนร)ู
๒L ประกอบดว ย
Learning (ทักษะการเรียนรู)
Leadership (ทักษะการเปนผนู ำ)
10. แนวทางการจดั การเรยี นรู
10.1 การจัดเตรยี ม
10.1.1 ใบกิจกรรมท่ี 3.1 คิดแบบนกั ออกแบบ ตามจำนวนกลุม
10.1.2 ใบกจิ กรรมท่ี 3.2 โครงงานวิทยาการขอ มูลของฉัน ตามจำนวนกลุม
10.1.3 บัตรคำถามสำหรับนักวิทยาศาสตรขอมูล ในการสัมภาษณผูซื้อ ตามจำนวน
นกั วิทยาศาสตรขอมลู
10.1.4 บัตรคำถามสำหรับนักวิทยาศาสตรขอมูล ในการสัมภาษณผูขาย ตามจำนวน
นักวิทยาศาสตรขอมลู
10.1.5 แบบฟอรมการเก็บขอ มลู ผซู ้ือ ตามจำนวนนักวิทยาศาสตรข อมลู
10.1.6 แบบฟอรมการเก็บขอ มลู ผูขาย ตามจำนวนนักวิทยาศาสตรขอ มลู
10.1.7 แบบทดสอบบทท่ี 1 ขอมลู มคี ณุ คาแบบออนไลน
10.2 ขนั้ ตอนการดำเนนิ การ
10.2.1 ผูสอนนำ เขาสูบทเรียนโดยเปดเว็บไซต CODAP และหาอาสาสมัครเลนเกม
Markov และหลงั จากเพอ่ื นเลน จนจบเกม ผสู อนตั้งคำถาม เชน
- นกั เรียนคดิ วา การเปา ยงิ ฉบุ ของ Dr.Markov เปน การสมุ หรือไม เพราะเหตุใด
- นกั เรยี นคดิ วา นกั เรยี นจะสามารถเปา ยงิ ฉุบ ชนะอยางตอเนอื่ งโดยไมแพเ ลย ไดหรือไม
- เว็บไซตนช้ี ว ยการเรยี นรวู ทิ ยาการขอมูลอยา งไร
- ในมมุ มองของนักเรียนคิดวาเว็บไซตน ้ใี ชง านงา ยหรือไม มแี นวคิดการออกแบบอยา งไร
- มีจุดใดบางในเว็บไซตนีท้ ่ตี องการปรบั ปรงุ เพือ่ ชวยใหน กั เรยี นเรยี นรไู ดดีขน้ึ
10.2.2 ผูเ รียนศกึ ษาหวั ขอที่ 1.4 การคดิ เชิงออกแบบ สำหรับวทิ ยาการขอ มูลในหนงั สือเรียน
10.2.3 แบงผูเรียนออกเปน 3 กลุม ไดแก (1) กลุมผูซื้อ (2) กลุมผูขาย (3) กลุม
นักวทิ ยาศาสตรข อ มูล โดยการจบั สลาก
10.2.4 จัดกลุมใหมโดยใหแตละกลุม มีผูซื้อ 2 คน ผูขาย 2 คน และนักวิทยาศาสตรขอมูล
2 คนใหนกั เรียนแตล ะกลมุ แสดงบทบาทสมมติตามสลากทจ่ี ับได
10.2.5 ผูสอนแจกบตั รคำถามสำหรับนักวทิ ยาศาสตรขอมูล ในการสัมภาษณผ ูซื้อ บัตรคำ
ถามสำหรับนักวิทยาศาสตรขอมูล ในการสัมภาษณผูขาย แบบฟอรมการเก็บขอมลู ผูซื้อ และแบบฟอรมการ
เกบ็ ขอมูลผูขาย ใหแกนกั เรยี นที่แสดงบทบาทเปน นักวิทยาศาสตรขอมูล คนละ 1 ชุด (1 ชุด ประกอบดวย 2
บัตรคำถาม และ 2 แบบฟอรม)
10.2.6 ผูเรยี นแตละกลุมทำใบกิจกรรมที่ 3.1 คิดแบบนักออกแบบ เพอื่ ฝกทักษะการคิด
เชิงออกแบบ ใหไดสิ่งที่ดีขึ้น เชน การเพิ่มมูลคาใหกับบริการหรือผลิตภัณฑ โดยนักวิทยาศาสตรขอมูล
สัมภาษณผูซื้อ และผูขาย ตามบัตรคำถามและกรอกลงในแบบฟอรมขางตน พรอมทั้งออกแบบบริการหรือ
ผลติ ภณั ฑ ลงในใบกจิ กรรมท่ี 3.1
10.2.7 ใหสมาชกิ แตละคนของแตล ะกลมุ นำเสนอคำตอบในใบกิจกรรมที่ 3.1 ตามบทบาท
ท่ตี นเองไดร ับ
10.2.8 ผูส อนและผูเ รยี นรว มกันสรุปการใชแ นวคิดเชงิ ออกแบบทีเ่ หมาะสมกับสถานการณ
ในใบกิจกรรมท่ี 3.1
10.2.9 แบงผูเรียนออกเปนกลุม กลุมละ 4 คน ทำใบกิจกรรมที่ 3.2 โครงงานวิทยาการ
ขอมลู ของฉัน โดยใหเลอื กหัวขอ ทแี่ ตละกลมุ สนใจ ในประเดน็ ทีก่ ำหนด
10.2.10 ผูเรียนทำแบบทดสอบบทท่ี 1 ขอ มูลมีคณุ คา เพอ่ื ประเมินความเขา ใจ
11. การวดั และประเมินผล
11.1 ประเมินจากใบกจิ กรรม
11.2 สงั เกตพฤตกิ รรมจากการทำงานกลุม
11.3 แบบทดสอบบทท่ี 1 ขอมลู มีคุณคา
12. สอื่ และแหลงขอ มูล
12.1 https://hbr.org/2018/03/what-happens-when-data-scientists-and-design
ers-work-together
12.2 https://www.livetiles.nyc/3-fun-design-thinking-starter-projects-classroom
12.3 https://codap.concord.org/releases/latest/static/dg/en/cert/index.htm
l?url=https://concord-consortium.github.io/codap-data/SampleDocs/Mathe
matics/Probability/markov/Markov_Sample.json
13. ขอ เสนอแนะ
13.1 ผสู อนอาจใหผ เู รียนศึกษาเว็บไซต CODAP เพ่มิ เติม โดยใชใ บความรูท ี่ 3.1 เกมเปา ยิงฉุบ
เพ่ือศกึ ษาความรเู ร่ืองวิทยาการขอมูล
13.2 เน่ืองจากผูเรียนอาจยังไมสามารถเลือกหัวขอโครงงานวิทยาการขอมูลที่สนใจ จึงเปนไปไดที่
ผูเรียนอาจมีการเปล่ียนแปลงหวั ขอของตนเองในภายหลัง ผสู อนจงึ อาจแนะนำในการเลือกหวั ขอโครงงานของ
ผเู รียนอกี ครงั้ เมื่อผเู รียนมปี ระสบการณจ ากการเรยี นวิชานมี้ ากข้นึ
3.1 อธิบายหลักการของแนวคิดเชงิ ออกแบบ
3.2 ประยกุ ตก ารคดิ เชงิ ออกแบบกบั วิทยาการขอมลู ในการแกป ญ หา
๑4. บันทกึ ผลการจัดการเรยี นรู
ผลการจดั กจิ กรรม
........น..กั..เ..ร.ยี..น...ท..้งั .ห...ม..ด..ม..คี..ว..า..ม..ร..ู .เ.ข..า..ใ.จ..เ.ก..่ีย..ว..ก..บั..ห...ล..กั ..ก..า..ร.แ..น...ว..ค..ดิ ..เ.ช..ิง..อ..อ..ก..แ..บ..บ.....(.K..)..ส..า.ม...า.ร..ถ..อ..ธ..บิ..า..ย..ห..ล...ัก..ก..า.ร..แ..น..ว..ค..ดิ..เ..ช..งิ .อ..อ..ก..แ..บ...บ.....
...แ..ล...ะ.ก...า.ร..ป..ร..ะ..ย..กุ..ต..ก..า..ร..ค..ิด..เ.ช..ิง..อ..อ..ก..แ..บ..บ...ก..บั ..ว..ิท..ย..า..ก..า..ร.ข..อ...ม..ูล..ใ.น..ก..า..ร..แ..ก..ป..ญ...ห..า...(.P..)...ม..สี..ว..น..ร..ว..ม..ใ.น...ก..า.ร..แ..ส..ด..ง..ค..ว..า..ม..ค..ดิ ..เ.ห..น็....(.A..)...........
ปญ หา/อปุ สรรค
........ใ.บ...ก..จิ ..ก..ร..ร.ม..ม...ีจ..ำ.น...ว.น...ม..า..ก...เ.ว..ล..า.เ..ร.ีย..น...ส..ำ.ห...ร.ับ...ก..า.ร..จ..ดั..ก...จิ .ก..ร..ร..ม..ไ..ม..เ .พ..ยี..ง..พ..อ.........................................................................
........น..กั ..เ..ร.ีย..น...จ..ำ.น..ว..น...ห..น..่งึ ..ไ.ม..เ.ข..า..ใ.จ...ใ.บ..ก..ิจ..ก..ร..ร..ม..ใ.น..แ..บ...บ..ฟ..อ...ร.ม ..ก..า..ร..เ.ก..็บ..ข...อ.ม...ูล..ผ..ูซ..อ้ื ...แ..ล..ะ..ผ..ขู..า..ย.....................................................
แนวทางในการแกไขปญ หา
........ผ..ูส..อ..น..เ.ล...ือ..ก..จ..ดั ..ก..จิ ..ก..ร..ร.ม...ใ.ห..เ.พ...ีย..ง.พ...อ...แ..ล..ะ..เ.ห...ม..า.ะ..ส..ม..ก..ับ...เ.ว..ล..า.........................................................................................
.......ผ..ูส..อ..น..อ..ธ..ิบ...า.ย..ท...ว.น...ห..ล..า..ย...ๆ...ค..ร..ง้ั...แ..ล..ะ..น..ัก..เ.ร..ยี..น..ร..ว..ม..ก..นั...แ..น..ะ..น..ำ..เ.พ..ือ่..น..ร..ว..ม..ช..นั้...เ.ร.ยี..น...............................................................
ลงชื่อ..................... .................................
(นางสาวเตชินี ภริ มย)
ตำแหนง ครปู ฏิบัตกิ ารสอนคอมพวิ เตอร
ความคิดเหน็ หวั หนา กลมุ สาระฯ
.......โ..ด..ย..ร..ว.ม...ข..อ..ง.ก..า..ร..จ..ัด..ก..จิ..ก..ร..ร..ม..เ.น..น..ผ..ูเ..ร.ยี..น...เ.ป..น..ส..ำ..ค..ญั...ไ.ด..ด...ี .แ..ล..ะ..ก..า.ร..ใ.ช..ก...จิ ..ก..ร.ร..ม..ป...ร.ะ..ก..อ...บ..ก..า..ร.เ.ร..ยี..น..ก...า.ร..ส..อ..น..เ..ห..ม..า..ะ..ส..ม................
..ส..อ..ด..ค..ล..อ..ง..ก..นั..ก..ับ...จ..ดุ ..ป..ร..ะ..ส..ง.ค..ก..า..ร..เ.ร..ยี ..น..ร..ู ......................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ......................................................
( นางสาวจรยิ า ยงกำลัง )
ตำแหนง หัวหนา กลุม สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ใบความรูที่ 3.1
เกมเปา ยงิ ฉุบ
ใบกิจกรรมที่ 3.1
คดิ แบบนักออกแบบ
1. ชอ่ื -สกุล เลขท่ี
2. ชอ่ื -สกุล เลขที่
3. ชื่อ-สกลุ เลขที่
4. ช่ือ-สกุล เลขท่ี
อานสถานการณดังนี้
“กลุม แมบ า นในชมุ ชนแหงหน่ึง ตองการหารายไดพ เิ ศษโดยขาย ไกย า งสมตำ ”
1. ใหน ักเรียนทเ่ี ปนนักวิทยาศาสตรข อ มลู สมั ภาษณผ ซู ้ือ และผขู าย โดยใชค ำถามในแบบฟอรมทีก่ ำหนดให
2 ใหนกั วทิ ยาศาสตรขอมูล รวบรวมขอ มูลท่ไี ดจากผูซ้อื และผูขาย
3 ใหส มาชกิ ในกลมุ ชวยกันออกแบบสนิ คา จากขอ มลู ทีเ่ ก็บรวบรวมได
4 นำเสนอสนิ คา ตามหัวขอตอไปนี้
- ใครคอื กลมุ เปาหมาย
- จุดเดนของผลิตภัณฑ ท่ีคดิ วาเปนทีถ่ กู ใจของผซู อื้ เพราะอะไร
- แนวทางการทำ ใหผลิตภณั ฑนี้ขายดีขนึ้ ไดอยางไร
- ขอ มูลเพิ่มเตมิ มอี ะไรบางและหาไดจากทีใ่ ด
ภาพรางการออกแบบสนิ คา
ใบกิจกรรมที่ 3.2
คิดแบบนักออกแบบโครงงานวทิ ยาการขอมูลของฉัน
1. ชอื่ -สกุล เลขที่
2. ชื่อ-สกลุ เลขท่ี
3. ชื่อ-สกลุ เลขที่
4. ชื่อ-สกุล เลขท่ี
ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ เลือกประเดน็ ใดประเดน็ หนง่ึ ตอไปน้ี
ใหสมาชิกในกลุม รวมกันอภิปรายในประเดน็ ท่ีเลือก โดยพิจารณาจากมุมมองของผูท่เี กี่ยวขอ ง หรอื ผู
ไดร บั ผลกระทบทุกกลุม เพอ่ื ตดั สินใจเลือกหวั ขอโครงงานและเขียนเคา โครงโครงงาน
1. ประเดน็ ที่เลือกคือ
2. ผูทเี่ กี่ยวขอ งมใี ครบาง
3. มุมมองของผทู ่ีเก่ยี วของหรอื ผไู ดร บั ผลกระทบ
1. ช่อื -สกลุ ใบกิจกรรมท่ี 2.2
2. ชื่อ-สกลุ ขอมูลชวยชุมชนและโลกอยางไร
3. ชื่อ-สกุล
4. ชอ่ื -สกลุ เลขที่
เลขท่ี
เลขท่ี
เลขท่ี
1.2 สำรวจบริเวณพื้นที่ที่เปนภูมิลำเนาของนักเรียน หรือเลือกพื้นที่ที่สนใจวาเหมาะสำหรับทำ
การเกษตร เพาะปลูก หรอื เลี้ยงสตั วช นิดใด อธบิ ายเหตผุ ลประกอบ