หนวยการเรยี นรูที่ 2 การออกแบบข้นั ตอนการทำงาน และการเขยี นโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
หนาใหม โดยคำสั่งการทำงานใดก็ตามถา ตองการใหอ ยูภายใตก ารทำงานของ else เดียวกัน
จะตอ งยอหนา ใหมท ุกครง้ั และการทำงานของ else จะจบเมอื่ ไมม ีการตอยอหนา ใหม
เชนเดยี วกับการทำงานของ if”
12. นักเรียนสงั เกตและศกึ ษาตัวอยา งการเขยี นคำสง่ั ควบคุมโครงสรางการทำงานแบบ Double
Selection ในหนงั สอื เรยี นเพ่ือคำนวณสว นลดราคาสนิ คาตามเงื่อนไขท่กี ำหนดให จากนั้น
ใหน ักเรียนลงมอื ปฏิบตั ติ ามโดยออกแบบขนั้ ตอนการทำงานของโปรแกรมและเขียนคำส่ัง
ควบคมุ การทำงานดว ยภาษาไพทอน
13. ครสู ุมนกั เรียน 13 คน เพือ่ อธิบายการทำงานของโปรแกรมตามหนงั สือเรยี นใหน กั เรียนเขาใจ
เพม่ิ มากขึ้น
14. ครเู ปดโอกาสใหนักเรียนซักถามขอ สงสัย และครูใหความรูเ พิม่ เตมิ ในสว นนั้น
15. นกั เรียนทำใบงานที่ 2.7.2 เร่อื ง การทำงานแบบ Double Selection โดยใหน กั เรยี น
ออกแบบขนั้ ตอนการทำงานของโปรแกรม และเขียนโปรแกรมภาษาไพทอนตามการทำงาน
แบบ Double Selection
ขั้นสอน ชั่วโมงท่ี 2
ขัน้ ที่ 2 สำรวจคน หา (Exploration)
16. ครทู บทวนเนือ้ หาการเรยี นเมื่อชว่ั โมงทแ่ี ลวเกีย่ วกับโครงสรา งการทำงานแบบ Double
Selection
17. นกั เรยี นศกึ ษาการทำงานแบบ Multiple Selection จากหนงั สือเรยี นหรือสืบคน จาก
อนิ เทอรเ น็ตทเ่ี คร่ืองคอมพวิ เตอรของตนเอง โดยใหนักเรยี นสงั เกตการเขยี นผังงานและคำสั่ง
ภาษาไพทอน
18. ครอู ธิบายเพิม่ เตมิ เพื่อใหน ักเรียนเขา ใจเพมิ่ มากขึน้ เก่ียวกบั การทำงานแบบ Multiple
Selection วา “การทำงานแบบ Multiple Selection เปน การทำงานของโปรแกรมท่ีตองมี
การพิสูจนเง่ือนไขหลายเงือ่ นไข โดยการพิสจู นจ ะเร่ิมจากเง่ือนไขแรกกอ น หากผลของ
การพสิ ูจนเง่ือนไขเปน จริง จะทำตามคำสง่ั ทก่ี ำหนดให และไมพสิ จู นเ ง่ือนไขตอไป แตถาผล
ของการพสิ จู นเง่ือนไขเปน เทจ็ จะตอ งพสิ จู นเ ง่อื นไขอื่นตอ ไป ซง่ึ จะมีการทำงานในลักษณะ
ดงั กลา วไปเร่ือย ๆ จนกระทัง่ ถงึ เง่อื นไขสดุ ทายทีไ่ มต องพิสูจน เนื่องจากถา ไมมีเงื่อนไขใด
เปน จริงเลย กจ็ ะตรงกบั เงื่อนไขสดุ ทา ยโดยอตั โนมัติ”
19. นกั เรยี นสงั เกตและศึกษาตวั อยา งการเขยี นคำสั่งควบคุมโครงสรางการทำงานแบบ Multiple
Selection ในหนังสอื เรียนเพ่ือคำนวณเกรดโดยการปอนคะแนนซ่ึงเปน เลขจำนวนเต็มทาง
แปนพมิ พแ ลวแสดงผลเกรดออกทางหนา จอตามเง่อื นไขทก่ี ำหนดให จากนั้นใหนักเรียนลงมือ
ปฏิบตั ิตามโดยออกแบบขน้ั ตอนการทำงานของโปรแกรมและเขียนคำสั่งควบคมุ การทำงาน
ดว ยภาษาไพทอน
20. ครสู ุมนกั เรียน 16 คนเพ่ืออธิบายการทำงานของโปรแกรมตามหนังสอื เรยี นใหน กั เรียนเขา ใจ
เพม่ิ มากขึน้
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวังหนิ วิทยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 2 การออกแบบขน้ั ตอนการทำงาน และการเขยี นโปรแกรมดว ยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
ขัน้ ที่ 3 อธบิ ายความรู (Explanation)
21. ครทู บทวนโครงสรา งการทำงานของโปรแกรมทงั้ 3 รูปแบบคอื โครงสรา งการทำงานแบบ
Single Selection Double Selection และ Multiple Selection
22. เปด โอกาสใหน ักเรยี นภายในชัน้ เรยี นอภปิ รายรวมกนั เก่ยี วกับโครงสรา งการทำงานของ
โปรแกรมและใหน กัเรยี นซักถามขอ สงสยั และครูใหความรูเพิ่มเติมในสว นนั้น
ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเขาใจ (Elaboration)
23. นักเรยี นทำกจิ กรรมทสี่ อดคลองกับเนอื้ หา โดยใหผเู รยี นฝก ปฏิบตั เิ พอ่ื พัฒนาความรูและทกั ษะ
การเรียนรใู นศตวรรษท่ี 21 จากหนงั สอื เรียน
Note
วัตถุประสงคข องกิจกรรมเพ่อื ใหนกั เรยี น
- มที กั ษะการสื่อสารรวมกับเพือ่ นในชน้ั เรยี นเกยี่ วกบั โครงสรา งการทำงานของ
โปรแกรม
- มที กั ษะการสบื คนขอมูล โดยใหน กั เรยี นแตละคนสบื คนขอมลู จากอินเทอรเน็ต
เพื่อสบื เสาะหาความรตู ามหวั ขอทไ่ี ดร ับมอบหมาย
- มีทักษะการสงั เกต โดยใหนักเรยี นสงั เกตการเขียนคำส่ังควบคมุ การทำงานแบบ
Single Selection Double Selection และ Multiple Selection จากหนงั สอื เรียน
เพอื่ นำไปปรบั ใชใ นการเรียนไดอยา งเหมาะสม
- มีทักษะการคดิ วิเคราะห โดยใหน กั เรยี นพจิ ารณาเนื้อหาจากการสืบคนหรือศึกษา
ขอ มลู จากแหลงขอมลู ตาง ๆ เชน หนังสือเรียน อินเทอรเ น็ต เปน ตน
ขั้นสรุป
ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
1. ครูประเมินผลนักเรียนจากการสังเกตการตอบคำถาม ความสนใจในการเรียน และ
การทำใบงาน
2. ครตู รวจสอบความถูกตองของผลลัพธการทำใบงานท่ี 2.7.1 และ ใบงานท่ี 2.7.2
3. นกั เรยี นและครูรวมกันสรปุ เกี่ยวกับโครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำวา “โครงสรา งแบบเลือก
ทำเปน ลักษณะการทำงานของโปรแกรมท่มี ีกระบวนการทำงานทีจ่ ะตองมีการตัดสนิ ใจ หรอื
ตอ งมีการพสิ จู น ตรวจสอบผา นเงอ่ื นไขใด ๆ”
4. ครทู บทวนคำถามประจำหัวขอกับนักเรยี นวา “นกั เรยี นรหู รือไมว าโปรแกรมที่มีโครงสรา งการ
ทำงานแบบเรียงลำดบั ตางจากโครงสรา งการทำงานแบบเลือกทำอยา งไร”
(แนวตอบ : นกั เรยี นตอบตามประสบการณของตนเอง โดยคำตอบขึ้นอยูกบั ดุลยพนิ ิจของ
ครผู ูส อน เชน โครงสรา งการทำงานแบบเรยี งลำดบั เปนการทำงานแบบเสนตรงไปขา งหนาไมมี
การยอนกลบั แตโ ครงสรางการทำงานแบบเลือกทำ เปนการทำงานแบบท่จี ะตองมีการตัดสินใจ
หรอื ตอ งมีการรพิสจู น ตรวจสสอบผานเงอื่ นไขใด ๆ เสยี กอน เปนตน)
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หินวิทยาคม
หนวยการเรยี นรทู ่ี 2 การออกแบบขนั้ ตอนการทำงาน และการเขยี นโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
5. นกั เรยี นตรวจสอบความรู ความเขา ใจดวยตนเองจากหนังสือเรียน โดยพิจารณาขอความวา ถกู
หรือผดิ หากนักเรยี นพจิ ารณาขอความไมถกู ตอ งใหน กั เรียนกลับไปทบทวนเนอ้ื หาตามหัวขอที่
กำหนดให
6. ครมู อบหมายใหน ักเรียนทำแบบฝก หัดประจำหนว ยการเรียนรทู ่ี 2 โดยใหบ นั ทกึ ลงในสมุด
ประจำตัว และทำชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เร่ือง การออกแบบข้ันตอนการทำงาน และ
การเขียนโปรแกรมดวยภาษา Python เพือ่ ตรวจสอบความเขา ใจของนักเรยี น และนำมาสง
ในชวั่ โมงถัดไป
7. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียนหนวยการเรียนรูที่ 2 เรือ่ ง การออกแบบขั้นตอนการทำงาน
และการเขียนโปรแกรมดวยภาษา Python เพื่อวัดความรทู ี่นักเรยี นไดร ับหลังจากผา น
กระบวนการเรยี นรู
7. การวัดและประเมินผล
รายการวัด วธิ ีวัด เครื่องมอื เกณฑก ารประเมนิ
7.1 ประเมินระหวางการจดั กิจกรรม - ใบงานท่ี 2.7.1
การเรียนรู - ใบงานท่ี 2.7.2 รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
1) การทำงานแบบ Single - ตรวจใบงานที่ 2.7.1 - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม รอยละ 60 ผานเกณฑ
Selection การทำงานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2
2) การทำงานแบบ Double - ตรวจใบงานที่ 2.7.2 - แบบประเมิน ผานเกณฑ
Selection คณุ ลกั ษณะ ระดบั คุณภาพ 2
3) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม อันพงึ ประสงค ผา นเกณฑ
รายบุคคล การทำงานรายบุคคล
- แบบทดสอบหลังเรียน ประเมินตามสภาพจริง
4) คณุ ลักษณะอันพึงประสงค - สังเกตความมวี ินัย
- แบบประเมินชน้ิ งาน ระดบั คุณภาพ 2
ความรับผิดชอบ /ภาระงาน (รวบยอด) ผานเกณฑ
ใฝเ รียนรู และมุง ม่นั
ในการทำงาน
7.2 การประเมินหลังเรียน
1) แบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบ
หนวยการเรยี นรูที่ 2 หลังเรียน
เร่อื ง การออกแบบขั้นตอน
การทำงาน และการเขยี น
โปรแกรมดว ยภาษา Python
2) การประเมนิ ช้นิ งาน - ตรวจชิ้นงาน/ภาระ
/ภาระงาน (รวบยอด) งาน (รวบยอด)
เรื่อง การออกแบบขนั้ ตอน
การทำงาน และการเขยี น
โปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวังหินวิทยาคม
หนว ยการเรยี นรูท ่ี 2 การออกแบบข้นั ตอนการทำงาน และการเขียนโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
8. สื่อ/แหลงการเรียนรู
8.1 ส่อื การเรียนรู
1) หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 หนวยการเรียนรู
ท่ี 2 เรอ่ื ง การออกแบบขัน้ ตอนการทำงาน และการเขยี นโปรแกรมดวยภาษา Python
2) ใบงานท่ี 2.7.1 เร่ือง การทำงานแบบ Single Selection
3) ใบงานที่ 2.7.2 เรอ่ื ง การทำงานแบบ Double Selection
4) เคร่ืองคอมพวิ เตอร
8.2 แหลงการเรียนรู
1) หองคอมพวิ เตอร
2) อนิ เทอรเน็ต
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวังหินวทิ ยาคม
หนวยการเรียนรทู ี่ 2 การออกแบบขัน้ ตอนการทำงาน และการเขียนโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 7 โครงสรางการทำงานแบบเลอื กทำ
ใบงานท่ี 2.7.1
เรื่อง การทำงานแบบ Single Selection
คำชี้แจง : ใหนักเรียนออกแบบขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมและเขียนโปรแกรมภาษาไพทอน เพ่ือ
ตรวจสอบอายุ ถาอายุ 1-15 ป ใหแสดงขอ ความวา คณุ ยงั เปนเดก็ อยู และใหแสดงผลดังน้ี
***********************************************************
การตรวจสอบอายุ
***********************************************************
ช่อื นกั เรยี น : <<input>>
อายุ : <<input>>
***********************************************************
คณุ ยังเปนเดก็ อยู หรอื ไมแ สดงขอ มูลใดๆ
***********************************************************
1. การออกแบบข้นั ตอนการทำงานของโปรแกรม รหสั จำลอง
ภาษาธรรมชาติ
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภริ มย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วทิ ยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 2 การออกแบบขัน้ ตอนการทำงาน และการเขียนโปรแกรมดว ยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
การออกแบบลำดับขน้ั ตอนการทำงานโดยใชผงั งาน
START
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนวยการเรยี นรูท ่ี 2 การออกแบบข้ันตอนการทำงาน และการเขียนโปรแกรมดว ยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
2. การเขียนคำสัง่ ควบคุมการทำงานดว ยภาษาไพทอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หินวทิ ยาคม
หนวยการเรียนรทู ่ี 2 การออกแบบขั้นตอนการทำงาน และการเขยี นโปรแกรมดวยภาษา Python เฉลย
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรางการทำงานแบบเลอื กทำ
ใบงานที่ 2.7.1
เรอ่ื ง การทำงานแบบ Single Selection
คำชี้แจง : ใหนักเรียนออกแบบขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมและเขียนโปรแกรมภาษาไพทอน เพ่ือ
ตรวจสอบอายุ ถา อายุ 1-15 ป ใหแ สดงขอ ความวา คณุ ยังเปนเดก็ อยู และใหแ สดงผลดังนี้
***********************************************************
การตรวจสอบอายุ
***********************************************************
ชอ่ื นกั เรียน : <<input>>
อายุ : <<input>>
***********************************************************
คณุ ยังเปน เด็กอยู หรอื ไมแ สดงขอมลู ใดๆ
***********************************************************
1. การออกแบบข้นั ตอนการทำงานของโปรแกรม
ภาษาธรรมชาติ รหสั จำลอง
1. เร่ิมทำงาน 1. START
2. นำเขา ขอ มลู ชอ่ื นกั เรียน 2. INPUT name
3. นำเขาขอมลู อายุ 3. INPUT age
4. ตรวจสอบอายุวาอายนุ อยกวาหรอื เทา กบั 15 4. IF (age<=15) THEN
จรงิ หรือไม 5. OUTPUT “คณุ ยงั เปนเดก็ อย”ู
5. ถาจริง ใหแสดงขอ ความ “คุณยงั เปนเด็กอยู” 6. STOP
6. ถา ไมจริง ใหจบการทำงาน
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 2 การออกแบบขน้ั ตอนการทำงาน และการเขยี นโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
การออกแบบลำดับขั้นตอนการทำงานโดยใชผ ังงาน
START
name No
age
age<=15
Yes
“คณุ ยังเปน เดก็ อยู”
STOP
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 2 การออกแบบขัน้ ตอนการทำงาน และการเขียนโปรแกรมดว ยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรางการทำงานแบบเลอื กทำ
2. การเขียนคำส่ังควบคมุ การทำงานดว ยภาษาไพทอน
.1..............p..r.i.n...t.(.“..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.”...)..................................................
.2..............p..r.i.n...t.(.“....................ก..า..ร..ต...ร..ว..จ..ส..อ...บ..อ...า..ย..ุ”..)...................................................................................................
.3..............p..r.i.n...t.(.“..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.”...)..................................................
.4...............n..a..m....e...=....i.n...p..u..t..(.“..ช...อ่ื ..น...ัก..เ.ร..ยี...น...:...”..)...........................................................................................................
.5...............a..g.e....=....i.n..t..(.i.n..p...u..t..(.“..อ..า..ย...ุ .:..”...).)...................................................................................................................
.6...............p..r.i.n...t.(.“..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.”...)..................................................
.7...............if...(.a..g..e....<..=....1...5..)..:......................................................................................................................................
.8............................p...r.i.n...t.(.“..ค...ณุ ...ย..ัง..เ..ป..น...เ.ด..็ก...อ..ย...ู”..)........................................................................................................
.9...............p..r.i.n...t.(.“..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.”...)..................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หินวิทยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 2 การออกแบบข้ันตอนการทำงาน และการเขยี นโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
ใบงานที่ 2.7.2
เรอื่ ง การทำงานแบบ Double Selection
คำช้ีแจง : ใหน กั เรียนออกแบบข้นั ตอนการทำงานของโปรแกรมและเขยี นโปรแกรมภาษาไพทอน
เพ่ือคำนวณหาภาษี ตามเงอ่ื นไข ดงั นี้
- ถารายไดไมเกิน 500,000 บาท เสียภาษี 5%
- ถา รายไดเกนิ 500,000 บาท เสียภาษี 10%
โดยใหแสดงผลดังนี้
***********************************************************
การคำนวณภาษี
***********************************************************
ชอ่ื พนกั งาน : <<input>>
รายได : <<input>>
***********************************************************
ภาษี : <<output>>
รายไดสุทธิ : <<output>>
***********************************************************
1. การออกแบบข้นั ตอนการทำงานของโปรแกรม
ภาษาธรรมชาติ รหสั จำลอง
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภริ มย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 2 การออกแบบขัน้ ตอนการทำงาน และการเขยี นโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
การออกแบบลำดับขั้นตอนการทำงานโดยใชผงั งาน
START
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวังหินวทิ ยาคม
หนวยการเรยี นรูท ่ี 2 การออกแบบข้ันตอนการทำงาน และการเขยี นโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
2. การเขียนคำสัง่ ควบคุมการทำงานดว ยภาษาไพทอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวังหนิ วทิ ยาคม
หนว ยการเรยี นรูที่ 2 การออกแบบขั้นตอนการทำงาน และการเขียนโปรแกรมดวยภาษา Python เฉลย
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 7 โครงสรางการทำงานแบบเลอื กทำ
ใบงานที่ 2.7.2
เร่ือง การทำงานแบบ Double Selection
คำช้ีแจง : ใหน ักเรียนออกแบบข้นั ตอนการทำงานของโปรแกรมและเขยี นโปรแกรมภาษาไพทอน
เพอื่ คำนวณหาภาษี ตามเงอ่ื นไขดงั นี้
- ถารายไดไ มเกิน 500,000 บาท เสยี ภาษี 5%
- ถา รายไดเ กนิ 500,000 บาท เสียภาษี 10%
โดยใหแสดงผลดังนี้
***********************************************************
การคำนวณภาษี
***********************************************************
ชอ่ื พนกั งาน : <<input>>
รายได : <<input>>
***********************************************************
ภาษี : <<output>>
รายไดส ทุ ธิ : <<output>>
***********************************************************
1. การออกแบบขน้ั ตอนการทำงานของโปรแกรม
ภาษาธรรมชาติ รหสั จำลอง
1. เริ่มทำงาน 1. START
2. นำเขาขอมลู ชอ่ื พนักงาน 2. INPUT name
3. นำเขา ขอ มูลรายได 3. INPUT salary
4. ตรวจสอบรายได ถาไมเ กนิ 500,000 บาท 4. IF (salary<=500000) THEN
ใหทำขอ 5 และถาเกิน 500,000 บาท ใหทำขอ 5. COMPUTE tax = salary * .05
6 6. COMPUTE tax = salary * .1
5. คำนวณภาษี = รายได * 5% 7. OUTPUT tax
6. คำนวณภาษี = รายได * 10% 8. COMPUTE netsalary = salary - tax
7. แสดงภาษี 10. OUTPUT netsalary
8. คำนวณหารายไดสุทธิ = รายได – ภาษี 11. STOP
10. แสดงรายไดส ทุ ธิ
11. จบการทำงาน
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภริ มย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วทิ ยาคม
หนวยการเรยี นรทู ่ี 2 การออกแบบขน้ั ตอนการทำงาน และการเขยี นโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
การออกแบบลำดับขั้นตอนการทำงานโดยใชผังงาน
START
Yes name No
salary
tax = salary * .05 tax = salary * .1
salary<=5000
tax
netsalary = salary - tax
netsalar
y
STOP
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวังหนิ วิทยาคม
หนวยการเรยี นรูที่ 2 การออกแบบขนั้ ตอนการทำงาน และการเขียนโปรแกรมดว ยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรางการทำงานแบบเลอื กทำ
2. การเขยี นคำส่ังควบคมุ การทำงานดว ยภาษาไพทอน
...1..............p..r..i.n..t.(..“..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..”..)................................................
...2..............p..r..i.n..t.(..“...............................ก...า.ร...ค..ำ..น..ว..ณ....ภ...า.ษ...ี”...).......................................................................................
...3..............p..r..i.n..t.(..“..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..”..)................................................
...4...............n..a..m....e....=....in...p..u...t.(.“...ช..อื่ ..พ...น...ัก..ง..า..น....:..”..)........................................................................................................
...5...............s..a..l.a..r.y....=....f.l.o...a..t.(.i.n...p..u...t.(.“..ร..า..ย...ไ.ด... .:..”...).).....................................................................................................
...6...............i.f..(.s..a..l..a..r.y...<...=....5..0..0...0..0..0..)...:......................................................................................................................
...7.............................t.a..x....=....s.a..l..a..r.y...*......0..5..................................................................................................................
...8...............e..l.s..e....:....................................................................................................................................................
...9.............................t.a..x....=....s.a..l..a..r.y...*......1....................................................................................................................
...1..0.............p..r..in...t.(..“..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..”..)................................................
11. print(“ภาษี : %.2f บาท” %tax)
..............................................................................................................................................................................
12. netsalary = salary – tax
..............................................................................................................................................................................
13. print(“รายไดส ทุ ธิ : %.2f บาท” %netsalary)
...1..4.............p..r..in...t.(..“..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..”..)................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวังหนิ วทิ ยาคม
หนว ยการเรียนรทู ่ี 2 การออกแบบขั้นตอนการทำงาน และการเขียนโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรางการทำงานแบบเลอื กทำ
ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เร่ือง การออกแบบข้ันตอนการทำงาน และการเขยี นโปรแกรมดว ยภาษา Python
คำชีแ้ จง : ใหน ักเรยี นออกแบบขน้ั ตอนการทำงานของโปรแกรมและเขียนโปรแกรมภาษาไพทอน
เพื่อคำนวณหาคาคอมมิชชันจากยอดขายสนิ คา ตามเง่ือนไขดังน้ี
- ยอดขายตัง้ แต 1 - 200,000 บาท ไดคอมมชิ ชนั 5%
- ยอดขายต้ังแต 200,001 – 500,000 บาท ไดคอมมิชชนั 7%
- ยอดขายตงั้ แต 500,001 – 800,000 บาท ไดคอมมชิ ชัน 10%
- ยอดขายตัง้ แต 800,001 – 1,000,000 บาท ไดคอมมิชชัน 12%
โดยใหแสดงผลดังน้ี
***********************************************************
การคำนวณคา คอมมชิ ชัน
***********************************************************
ช่อื พนกั งาน : <<input>>
ยอดขาย : <<input>>
***********************************************************
คาคอมมชิ ชัน : <<output>>
***********************************************************
1. การออกแบบขน้ั ตอนการทำงานของโปรแกรม
ภาษาธรรมชาติ รหสั จำลอง
การออกแบบลำดับขน้ั ตอนการทำงานโดยใชผังงาน
START
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนว ยการเรยี นรูท่ี 2 การออกแบบขั้นตอนการทำงาน และการเขียนโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 7 โครงสรางการทำงานแบบเลอื กทำ
2. การเขียนคำสง่ั ควบคุมการทำงานดวยภาษาไพทอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนวยการเรยี นรทู ่ี 2 การออกแบบขนั้ ตอนการทำงาน และการเขียนโปรแกรมดว ยภาษา Python
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เฉลย
เร่อื ง การออกแบบขั้นตอนการทำงาน และการเขียนโปรแกรมดว ยภาษา Python
คำชี้แจง : ใหน ักเรียนออกแบบขน้ั ตอนการทำงานของโปรแกรมและเขียนโปรแกรมภาษาไพทอน
เพอ่ื คำนวณหาคาคอมมชิ ชันจากยอดขายสนิ คา ตามเงื่อนไขดงั น้ี
- ยอดขายต้งั แต 1 - 200,000 บาท ไดคอมมชิ ชนั 5%
- ยอดขายตง้ั แต 200,001 – 500,000 บาท ไดคอมมิชชนั 7%
- ยอดขายต้งั แต 500,001 – 800,000 บาท ไดคอมมชิ ชัน 10%
- ยอดขายตงั้ แต 800,001 – 1,000,000 บาท ไดคอมมิชชัน 12%
โดยใหแ สดงผลดงั นี้
***********************************************************
การคำนวณคา คอมมิชชนั
***********************************************************
ชอ่ื พนกั งาน : <<input>>
ยอดขาย : <<input>>
***********************************************************
คา คอมมชิ ชนั : <<output>>
***********************************************************
1. การออกแบบขน้ั ตอนการทำงานของโปรแกรม
ภาษาธรรมชาติ รหัสจำลอง
1. เริม่ ทำงาน 1. START
2. นำเขาขอมลู ช่อื พนักงาน 2. INPUT name
3. นำเขาขอมลู ยอดขาย 3. INPUT sale
4. ตรวจสอบ ถา ยอดขายนอยกวาหรือเทา กับ 4. IF sale <= 200000 THEN
200,000 บาท จริง ใหท ำขอ 4.1 ถาเปนเทจ็ ให 4.1 COMPUTE commission = sale * .05
ทำ ELSE IF sale >= 200001 AND sale <=
ขอ 4.2 500000 THEN
4.1 คำนวณคา คอมมชิ ชนั = ยอดขาย * 5% 4.2 COMPUTE commission = sale * .07
4.2 ตรวจสอบ ถา ยอดขายมากกวาหรือเทากบั ELSE IF sale >=500001 AND sale <=
200,001 บาท และนอ ยกวา หรอื เทา กับ 800000 THEN
500,000 บาท จริง ใหท ำขอ 4.3 ถาเปน เทจ็ 4.3 COMPUTE commission = sale * .1
ใหทำขอ 4.4 ELSE
4.3 คำนวณคาคอมมิชชัน = ยอดขาย * 7% 4.4 COMPUTE commission = sale * .12
4.4 ตรวจสอบ ถา ยอดขายมากกวาหรอื เทากบั 5. OUTPUT commission
500,001 บาท และนอยกวา หรือเทากับ 6. STOP
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 2 การออกแบบขั้นตอนการทำงาน และการเขียนโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
800,000 บาท จรงิ ใหทำขอ 4.5 ถา เปนเท็จ
ใหทำขอ 4.6
4.5 คำนวณคา คอมมชิ ชนั = ยอดขาย * 10%
4.6 คำนวณคา คอมมชิ ชัน = ยอดขาย * 12%
5. แสดงคาคอมมชิ ชนั
6. จบการทำงาน
การออกแบบลำดับข้นั ตอนการทำงานโดยใชผงั งาน
START
name
sale Yes commission = sale*.05
Yes
sale<=200000
commission = sale*.07
No
Yes
(sale>=200001) and
(sale<=500000) commission = sale*.1
No
(sale>=500001) and
(sale<=800000)
No
commission = sale*.12
commission
STOP
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วทิ ยาคม
หนวยการเรยี นรทู ่ี 2 การออกแบบขน้ั ตอนการทำงาน และการเขยี นโปรแกรมดว ยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 7 โครงสรางการทำงานแบบเลอื กทำ
2. การเขียนคำสงั่ ควบคุมการทำงานดวยภาษาไพทอน
...1..............p..r..i.n..t.(..“..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..”..)................................................
...2..............p..r..i.n..t.(..“...................ก...า..ร..ค..ำ..น...ว..ณ...ค..า..ค...อ..ม...ม..ชิ..ช...ัน..”...).....................................................................................
...3..............p..r..i.n..t.(..“..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..”..)................................................
...4...............n..a..m....e....=....i.n..p..u...t.(.“...ช..อ่ื ..พ...น...ัก..ง..า..น....:..”...).......................................................................................................
...5...............s..a..l.e....=....in...t.(..in...p..u...t.(.“..ย...อ..ด...ข..า..ย....:..”..).).........................................................................................................
...6...............i.f..(..s.a..l..e...<...=....2..0..0..0...0..0..)...:.........................................................................................................................
...7.............................c..o..m....m....i.s.s..i.o..n....=....s..a..l.e....*.....0..5.....................................................................................................
...8...............e..l.i.f...(.(.s..a..l.e....>...=..2..0...0..0..0..1..)...a..n...d...(..s.a..l..e...<...=....5..0..0..0...0..0..).)...:............................................................................
...9.............................c..o..m....m....i.s.s..i.o..n....=....s..a..l.e....*.....0..7.....................................................................................................
10. elif ((sale >=500001) and (sale <= 800000)) :
..............................................................................................................................................................................
11. commission = sale * .1
..............................................................................................................................................................................
12. else :
..............................................................................................................................................................................
13. commission = sale * .12
...1..4.............p..r..i.n..t.(..“..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..”..)................................................
...1..5.............p..r..i.n..t.(..“..ค..า..ค...อ..ม...ม..ชิ..ช...นั ....:..%......2..f..บ...า..ท...”...%....c..o..m....m....i.s.s..i.o...n..)..........................................................................
...1..6.............p..r..i.n..t.(..“..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..*..*.*..*..”..)................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนวยการเรยี นรูที่ 2 การออกแบบขั้นตอนการทำงาน และการเขยี นโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
คำชี้แจง: ใหผ ูสอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว ขดี ลงในชอ งที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน
3 21
1 ความถกู ตอ งของเน้ือหา
2 ความคิดสรา งสรรค
3 วิธีการนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใชประโยชน
5 การตรงตอเวลา
รวม
ลงช่อื ...................................................ผูประเมิน
............/................./...................
เกณฑก ารใหค ะแนน ให 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลองกับรายการประเมินสมบรู ณช ัดเจน ให 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคลองกบั รายการประเมินเปนสว นใหญ ให 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลองกับรายการประเมนิ บางสว น
เกณฑการตัดสินคณุ ภาพ
ชวงคะแนน ระดับคุณภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช
ต่ำกวา 8 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 2 การออกแบบขัน้ ตอนการทำงาน และการเขยี นโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
คำชแ้ี จง : ใหผ สู อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวางเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลวขดี ลงในชอ งท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
3 21
1 การแสดงความคดิ เห็น
2 การยอมรบั ฟงความคดิ เห็นของผูอ่ืน
3 การทำงานตามหนา ที่ท่ีไดรบั มอบหมาย
4 ความมีน้ำใจ
5 การตรงตอเวลา
รวม
เกณฑก ารใหคะแนน ลงชอื่ ...................................................ผูประเมนิ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยางสมำ่ เสมอ ............/.................../................
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอยครัง้
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให 3 คะแนน
ให 2 คะแนน
ให 1 คะแนน
เกณฑการตดั สินคณุ ภาพ
ชวงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช
ตำ่ กวา 8 ปรับปรุง
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หินวิทยาคม
หนว ยการเรยี นรูที่ 2 การออกแบบข้ันตอนการทำงาน และการเขยี นโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ
คำช้ีแจง : ใหผูสอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวางเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลวขีด ลงในชอ งที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
การมี
ลำดบั ท่ี ชื่อ–สกลุ การแสดง การยอมรบั การทำงาน ความมี สว นรวมใน รวม
ของนักเรียน ความ ฟงคนอื่น ตามท่ีไดรบั น้ำใจ 15
คดิ เห็น มอบหมาย การ คะแนน
ปรับปรงุ
ผลงานกลมุ
321321321321321
ลงชื่อ...................................................ผปู ระเมิน ให 3 คะแนน
............./.................../............... ให 2 คะแนน
ให 1 คะแนน
เกณฑการใหค ะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยางสมำ่ เสมอ
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบอยคร้ัง
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครัง้
เกณฑการตัดสนิ คณุ ภาพ
ชวงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช
ตำ่ กวา 8 ปรับปรุง
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หินวทิ ยาคม
หนวยการเรยี นรทู ่ี 2 การออกแบบข้นั ตอนการทำงาน และการเขียนโปรแกรมดวยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรางการทำงานแบบเลอื กทำ
แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค
คำชี้แจง : ใหผสู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวางเรยี นและนอกเวลาเรียน แลวขีด ลงในชอ งท่ี
ตรงกับระดับคะแนน ระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ 32 1
อันพึงประสงคด า น รายการประเมิน
1. รกั ชาติ ศาสน 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ งเพลงชาติได
กษัตรยิ 1.2 เขารวมกิจกรรมทส่ี รา งความสามัคคปี รองดอง และเปน ประโยชนตอ
โรงเรยี น
1.3 เขา รวมกจิ กรรมทางศาสนาที่ตนนบั ถอื ปฏบิ ัติตามหลักศาสนา
1.4 เขารวมกจิ กรรมท่เี ก่ียวกบั สถาบนั พระมหากษัตรยิ ต ามท่โี รงเรียนจัดขึน้
2. ซอ่ื สตั ย สจุ ริต 2.1 ใหขอ มลู ท่ถี ูกตอ งและเปนจรงิ
2.2 ปฏบิ ัติในสิ่งทถ่ี กู ตอ ง
3. มวี ินยั รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ ตกลง กฎเกณฑ ระเบยี บ ขอ บังคบั ของครอบครวั
มีความตรงตอ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตางๆ ในชวี ิตประจำวนั
4. ใฝเรยี นรู 4.1 รจู กั ใชเ วลาวา งใหเ ปน ประโยชน และนำไปปฏบิ ตั ไิ ด
4.2 รจู ักจดั สรรเวลาใหเหมาะสม
4.3 เชื่อฟงคำสั่งสอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ ตแ ยง
4.4 ต้ังใจเรียน
5. อยูอ ยา งพอเพยี ง 5.1 ใชท รพั ยสินและสิง่ ของของโรงเรยี นอยางประหยดั
5.2 ใชอุปกรณก ารเรยี นอยา งประหยดั และรคู ณุ คา
5.3 ใชจ ายอยางประหยัดและมีการเก็บออมเงิน
6. มุง มัน่ ในการทำงาน 6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทำงานท่ีไดรับมอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไมท อ แทตอ อุปสรรคเพ่ือใหงานสำเรจ็
7. รกั ความเปน ไทย 7.1 มจี ิตสำนึกในการอนุรักษว ฒั นธรรมและภมู ิปญ ญาไทย
7.2 เห็นคณุ คา และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 รจู กั ชวยพอแม ผปู กครอง และครทู ำงาน
8.2 รจู ักการดแู ลรกั ษาทรพั ยส มบตั แิ ละส่ิงแวดลอมของหองเรียนและ
โรงเรียน
เกณฑการใหคะแนน ลงช่ือ..................................................ผปู ระเมนิ
พฤติกรรมที่ปฏิบตั ชิ ดั เจนและสมำ่ เสมอ ............/.................../................
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ิชัดเจนและบอ ยครั้ง
พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ตั ิบางครัง้ ให 3 คะแนน ชว งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ให 2 คะแนน 51–60 ดมี าก
ให 1 คะแนน 41–50 ดี
30–40 พอใช
ตำ่ กวา 30 ปรับปรุง
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หินวทิ ยาคม
หนวยการเรยี นรทู ี่ 2 การออกแบบข้นั ตอนการทำงาน และการเขียนโปรแกรมดว ยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรา งการทำงานแบบเลอื กทำ
แบบประเมินชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
ว 4.2 ม.2/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีใชต รรกะและฟงกช นั ในการแกป ญหา
รายการ ดมี าก (4) เกณฑการประเมนิ (ระดบั คุณภาพ) ปรบั ปรุง (1) ระดับ
ประเมิน คณุ ภาพ
ใชคำสง่ั รับขอมลู ทาง ดี (3) พอใช (2) ไมส ามารถใชคำสั่งรบั
1. คำสง่ั รบั ขอมลู ทาง แปนพิมพไดถ ูกตองดี ขอ มูลทางแปนพมิ พได ดีมาก
แปนพมิ พ มาก ใชค ำสงั่ รบั ขอ มูลทาง ใชคำสง่ั รบั ขอมลู ทาง ถูกตอ ง
แปน พิมพไ ดถ กู ตองดี แปน พมิ พถกู ตองพอใช ดี
2. คำสง่ั ในการแสดงผล ใชคำสง่ั แสดงผลขอมูล ใชคำสั่งแสดงผลขอมูล ใชคำสั่งแสดงผลขอ มูล ไมส ามารถใชคำส่ัง พอใช
3. การทำงานแบบเลอื กทำ ไดถูกตองดมี าก ไดถูกตอ งดี ไดถ กู ตอ งพอใช แสดงผลขอมลู ได
4. ความสมบูรณของผลงาน ถูกตอง ปรับปรุง
เขียนโปรแกรมการ เขียนโปรแกรมการ เขียนโปรแกรมการ
ทำงานแบบเลือกทำได ทำงานแบบเลอื กทำได ทำงานแบบเลือกทำได ไมสามารถเขยี น
ถูกตอ งดมี าก ถูกตองดี ถูกตองพอใช โปรแกรมการทำงาน
ผลงานมคี วามครบถวน ผลงานมีความครบถวน ผลงานมีความครบถว น แบบเลือกทำไดถกู ตอ ง
สมบรู ณด มี าก สมบรู ณคอนขางดี สมบูรณด เี ปน บางสวน
ผลงานมีความครบถว น
สมบูรณนอย
5. สงงานตรงเวลา สง ภาระงานภายในเวลา สง ภาระงานชากวา สง ภาระงานชากวา สง ภาระงานชา กวา
กำหนด 2 วนั กำหนดเกิน 3 วนั ข้นึ ไป
ทก่ี ำหนด กำหนด 1 วนั
เกณฑก ารตัดสินคณุ ภาพ
ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
16 - 20 ดีมาก
12 - 15 ดี
6 - 11 พอใช
1 - 5 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หินวทิ ยาคม
หนวยการเรยี นรูท ี่ 2 การออกแบบข้นั ตอนการทำงาน และการเขียนโปรแกรมดว ยภาษา Python
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 7 โครงสรางการทำงานแบบเลอื กทำ
9. บันทึกผลการจัดการเรียนรู
ผลการจัดกจิ กรรม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญหา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
แนวทางในการแกไขปญหา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ......................................................
(นางสาวเตชินี ภิรมย)
ตำแหนง ครปู ฏิบตั กิ ารสอนคอมพวิ เตอร
ความคดิ เห็นหวั หนากลุม สาระฯ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ......................................................
(นางสาวจรยิ า ยงกำลัง)
ตำแหนง หัวหนา กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร
หนว ยการเรียนรทู ่ี 3
ระบบคอมพวิ เตอร
เวลา 5 ชัว่ โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ช้วี ดั
ว 4.2 เขาใจและใชแ นวคิดเชิงคำนวณในการแกปญหาท่ีพบในชวี ิตจรงิ อยางเปนขัน้ ตอนและเปน ระบบ
ใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารในการเรยี นรู การทำงาน และการแกป ญหาไดอยางมี
ประสิทธภิ าพ รเู ทาทัน และมีจรยิ ธรรม
ว 4.2 ม.2/3 อภิปรายองคประกอบและหลกั การทำงานของระบบคอมพิวเตอร และเทคโนโลยี
การสอ่ื สาร เพ่ือประยุกตใชง านหรอื แกปญหาเบ้ืองตน
2. สาระการเรียนรู
2.1 สาระการเรียนรแู กนกลาง
1) องคป ระกอบและหลกั การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร
2) เทคโนโลยีการสื่อสาร
3) การประยกุ ตใชงานและการแกป ญ หาเบ้อื งตน
2.2 สาระการเรยี นรูทองถิน่
(พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา)
3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ระบบคอมพวิ เตอร หมายถึง การทำงานของคอมพิวเตอรที่มีสวนตางๆ มาทำงานรว มกนั เพอื่
ใหบ รรลุเปา หมายในการทำงานอยางมรี ะบบ ประกอบไปดว ยหนว ยตาง ๆ ทำงานรวมกนั อยา งเปนระบบ
คอื หนวยรบั ขอมลู หนวยประมวลผลกลาง หนว ยความจำหลัก หนว ยความจำสำรอง และหนว ยแสดงผล
ขอมลู และในปจ จุบนั เทคโนโลยีดา นการสือ่ สารไดเขา มามีบทบาทตอการดำรงชวี ิตของมนุษยม ากขน้ึ
ซ่งึ องคป ระกอบของการสื่อสารขอมูลประกอบไปดว ยขอมูลขาวสาร ผสู งสาร ส่อื กลาง ผรู บั สาร และ
โปรโตคอล นอกจากน้ันระบบเครอื ขา ยในปจ จบุ นั ยังแบงเปน เครือขายสว นบคุ คล เครอื ขายทองถนิ่
เครือขายระดับเมอื ง และเครือขา ยระดบั ประเทศ
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี นและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
สมรรถนะสำคัญของผูเ รยี น คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี ินยั รบั ผิดชอบ
- ทกั ษะการส่ือสาร
- ทักษะการแลกเปลี่ยนขอมูล 2. ใฝเรียนรู
2. ความสามารถในการคิด 3. มงุ มน่ั ในการทำงาน
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห
3. ความสามารถในการแกป ญหา
- ทกั ษะการสงั เกต
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภริ มย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนว ยการเรยี นรูที่ 3 ระบบคอมพิวเตอร
สมรรถนะสำคัญของผเู รียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
4. ความสามารถในการใชท ักษะชีวติ
- ทกั ษะการทำงานรวมกัน
5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
- ทักษะการสบื คน ขอมลู
5. ชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- ช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เร่อื ง ระบบคอมพวิ เตอร
6. การวัดและการประเมินผล วิธีวดั เครือ่ งมือ เกณฑก ารประเมนิ
รายการวัด - แบบประเมนิ ช้นิ งาน ระดับคุณภาพ 2
6.1 การประเมนิ ช้ินงาน/ภาระงาน - ตรวจชิ้นงาน/ภาระ /ภาระงาน (รวบยอด) ผา นเกณฑ
(รวบยอด) เรอ่ื ง ระบบ งาน (รวบยอด) - แบบทดสอบกอนเรยี น ประเมนิ ตามสภาพจริง
คอมพวิ เตอร
6.2 การประเมินกอนเรยี น - ใบงานที่ 3.1.1 รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
- ตรวจแบบทดสอบ - ใบงานที่ 3.1.2 รอยละ 60 ผานเกณฑ
- แบบทดสอบกอนเรียน กอ นเรียน - ใบงานท่ี 3.2.1 รอยละ 60 ผา นเกณฑ
หนวยการเรยี นรูท่ี 3 - ใบงานที่ 3.2.2 รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
- ใบงานที่ 3.3.1 รอยละ 60 ผา นเกณฑ
เรื่อง ระบบคอมพิวเตอร - ใบงานที่ 3.3.2 รอยละ 60 ผา นเกณฑ
6.3 ประเมินระหวางการจัดกิจกรรม - ใบงานที่ 3.3.3 รอยละ 60 ผา นเกณฑ
การเรยี นรู - ใบงานที่ 3.3.4 รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
1) องคป ระกอบของฮารดแวร - ตรวจใบงานที่ 3.1.1
2) ประเภทของซอฟตแวร - ตรวจใบงานท่ี 3.1.2
3) หลักการทำงานของระบบ - ตรวจใบงานท่ี 3.2.1
คอมพวิ เตอร
4) ขน้ั ตอนการทำงานของระบบ - ตรวจใบงานท่ี 3.2.2
คอมพิวเตอร
5) องคป ระกอบของการส่ือสาร - ตรวจใบงานที่ 3.3.1
ขอ มลู
6) ทิศทางการสือ่ สารขอมลู - ตรวจใบงานท่ี 3.3.2
7) สือ่ กลางของการสื่อสาร - ตรวจใบงานที่ 3.3.3
ขอ มลู
8) ประเภทของระบบเครือขาย - ตรวจใบงานท่ี 3.3.4
9) ประเภทของคอมพิวเตอร - ตรวจใบงานที่ 3.4.1 - ใบงานที่ 3.4.1 รอยละ 60 ผา นเกณฑ
10) การแกป ญ หาคอมพวิ เตอร - ตรวจใบงานที่ 3.4.2 - ใบงานที่ 3.4.2 รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
11) การนำเสนอผลงาน - ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2
ผลงาน การนำเสนอผลงาน ผา นเกณฑ
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วทิ ยาคม
หนว ยการเรยี นรูท่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร
รายการวัด วิธวี ดั เครื่องมอื เกณฑก ารประเมนิ
12) พฤตกิ รรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผา นเกณฑ
รายบุคคล - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
13) พฤตกิ รรมการทำงานกลุม การทำงานกลุม การทำงานกลุม ผานเกณฑ
14) คณุ ลักษณะอันพึงประสงค - สงั เกตความมีวินัย - แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2
6.4 การประเมนิ หลังเรียน ความรับผดิ ชอบ คณุ ลกั ษณะ ผานเกณฑ
ใฝเรียนรู และมงุ มน่ั อันพงึ ประสงค ประเมนิ ตามสภาพจริง
- แบบทดสอบหลงั เรียน ในการทำงาน - แบบทดสอบหลังเรียน
หนว ยการเรยี นรูที่ 3 - ตรวจแบบทดสอบ
เร่ือง ระบบคอมพิวเตอร หลงั เรียน
7. กิจกรรมการเรียนรู
นักเรียนทำแบบทดสอบกอ นเรยี นหนวยการเรียนรูท่ี 3 ระบบคอมพิวเตอร
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วทิ ยาคม
หนว ยการเรยี นรูที่ 3 ระบบคอมพิวเตอร
เรื่องท่ี 1 : องคป ระกอบของระบบคอมพวิ เตอร 1 ช่วั โมง
วธิ ีการสอนโดยเนนรปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู 5Es (5Es Instructional Model)
ขนั้ นำ
ขน้ั ท่ี 1 กระตุนความสนใจ (Engagement)
1. ครูถามคำถามประจำหัวขอวา“นกั เรียนรูหรอื ไมวา หากระบบคอมพวิ เตอรข าดสวนประกอบ
สว นใดสว นหน่งึ ไประบบคอมพิวเตอรย ังจะสามารถทำงานตอ ไปไดห รอื ไม”
2. ครอู ธิบายเพื่อเชอ่ื มโยงเขา สบู ทเรยี นวา “ระบบคอมพวิ เตอรหมายถึงการทำงานของ
คอมพิวเตอรทีม่ ีสวนตาง ๆ ท่ที ำงานรวมกนั เพื่อใหบ รรลเุ ปาหมายในการทำงานไดอ ยาง
มีระบบและมปี ระสทิ ธิภาพ”
ขัน้ สอน
ขัน้ ที่ 2 สำรวจคนหา (Exploration)
1. นกั เรยี นสบื คน ขอมูลเกี่ยวกบั องคป ระกอบของระบบคอมพิวเตอรจากหนงั สือเรียน หรอื
จากอนิ เทอรเนต็ ทเ่ี ครื่องคอมพิวเตอรข องตนเอง
2. นกั เรียนศึกษาเน้ือหาเร่ืองฮารดแวรจ ากหนังสือเรยี นหรอื สบื คน เพิม่ เตมิ จากอินเทอรเ น็ต
ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายความรู (Explanation)
3. ครูอธิบายกบั นักเรียนถึงองคป ระกอบทางดานฮารดแวร
4. นกั เรียนศกึ ษาความรเู สริมจากเนอ้ื หาเพอ่ื ขยายความรขู องผเู รียน (Com Sci Focus)
เรื่อง ความสำคัญของ CPU
5. นกั เรียนทำใบงานที่ 3.1.1 เร่อื ง องคป ระกอบของฮารด แวร โดยใหน กั เรียนพจิ ารณา
อปุ กรณตาง ๆ จากนน้ั เตมิ ชื่ออปุ กรณและบอกหนา ท่ีลงในตารางใหสมบรู ณ
6. ครูสมุ นักเรยี น 2-3 คน ออกมานำเสนอหนา ช้นั เรยี น พรอ มกบั อภปิ รายรวมกันในหองเรยี น
7. นกั เรียนศึกษาเน้ือหาเร่ืองซอฟตแวร บคุ ลากร ขอมลู สารสนเทศ และกระบวนการ
จากหนังสอื เรยี น
8. ครูอธิบายกบั นักเรยี นเก่ยี วกับเร่ืองซอฟตแ วรเพ่อื ใหน กั เรยี นเขา ใจมากยิง่ ขน้ึ
9. ครสู ุมนกั เรยี น 2-3 คนออกมาอภปิ รายเกย่ี วกบั องคป ระกอบของระบบคอมพวิ เตอร ไดแ ก
บุคลากร ขอมลู สารสนเทศ และกระบวนการ
ข้ันท่ี 4 ขยายความเขาใจ (Elaboration)
10. นกั เรยี นทำใบงานท่ี 3.1.2 เรอ่ื ง ประเภทของซอฟตแวร โดยใหน ักเรยี นสืบคน ขอมูลจากทาง
อนิ เทอรเน็ตเพ่ืออธบิ ายหนาที่การทำงานและยกตัวอยา งซอฟตแ วรต ามประเภทที่กำหนดให
11. ครูสมุ นักเรียน 2-3 คน ออกมานำเสนอหนาช้นั เรยี น พรอ มกับอภิปรายรว มกันในหอ งเรยี น
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภริ มย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนว ยการเรยี นรูที่ 3 ระบบคอมพิวเตอร
ขั้นสรปุ
ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
1. ครปู ระเมนิ ผลนกั เรียนจากการสงั เกตการตอบคำถาม ความสนใจในการเรยี น และ
การทำใบงาน
2. ครตู รวจสอบความถูกตองของการทำใบงานท่ี 3.1.1 และ ใบงานท่ี 3.1.2
3. นกั เรียนและครแู ละนักเรยี นรว มกันสรปุ เกีย่ วกบั องคป ระกอบของระบบคอมพิวเตอรว า
“เพื่อใหบ รรลุเปา หมายในการทำงานอยางมรี ะบบและมีประสทิ ธภิ าพจะตองอาศยั การทำงาน
ของระบบคอมพวิ เตอร ทปี่ ระกอบดวย ฮารดแวร ซอฟตแ วร บคุ ลากร ขอ มูลสารสนเทศ และ
กระบวนการ”
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วทิ ยาคม
หนวยการเรยี นรูท ่ี 3 ระบบคอมพิวเตอร
เรอ่ื งที่ 2 : หลกั การทำงานของระบบคอมพิวเตอร 1 ชั่วโมง
วธิ กี ารสอนโดยเนน รปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู 5Es (5Es Instructional Model)
ขน้ั นำ
ขัน้ ที่ 1 กระตุนความสนใจ (Engagement)
1. ครทู บทวนความรูเดิมของนกั เรียนเกีย่ วกับองคประกอบของระบบคอมพวิ เตอรท ปี่ ระกอบไป
ดว ยองคประกอบสำคญั 5 สว น คือ ฮารดแวร ซอฟตแ วร บคุ ลากร ขอมูลสารสนเทศ และ
กระบวนการ
2. ครถู ามคำถามประจำหวั ขอวา “นักเรียนรหู รอื ไมว า ถาเปรยี บคอมพิวเตอรเปน รางกายมนุษย
จะเปรียบหนวยประมวลผลกลางไดก บั อวยั วะใด”
3. ครทู บทวนความรูเดิมของนกั เรยี นเกยี่ วกบั อปุ กรณตา ง ๆ ของคอมพิวเตอร โดยสมุ นกั เรียน
ออกมาเขยี นอปุ กรณต าง ๆ หนาช้ันเรยี น
4. นกั เรียนและครอู ภปิ รายรว มกันเกย่ี วกับอุปกรณต า ง ๆ ทตี่ วั แทนออกมาเขยี นบนกระดาน
หนา ช้นั เรียน
ข้ันสอน
ขน้ั ที่ 2 สำรวจคน หา (Exploration)
1. นักเรียนศกึ ษาเน้อื หาเกีย่ วกับหลกั การทำงานของระบบคอมพวิ เตอรจ ากหนังสอื เรยี น หรือ
สบื คนจากอนิ เทอรเน็ตทเี่ คร่ืองคอมพิวเตอรข องตนเอง
ขนั้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู (Explanation)
2. ครอู ธบิ ายหลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอรและหนา ท่ีการทำงานของหนว ยตาง ๆ
3. นกั เรยี นทำใบงานที่ 3.2.1 เร่อื ง หลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอร โดยใหนักเรยี นนำ
คำที่กำหนดใหไปเติมลงในหนวยตา ง ๆ ตามหลกั การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร
4. ครูสมุ นกั เรียน 2-3 คน ออกมานำเสนอหนา ชนั้ เรยี น พรอมกบั อภปิ รายรวมกนั ในหองเรียน
5. นกั เรียนศึกษาเกย่ี วกบั หลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอรจากหนงั สือเรียนหรือสบื คน
เพม่ิ เติมจากอนิ เทอรเนต็
6. ครูสมุ นักเรยี น 3-4 คน ออกมาอธบิ ายหลักการทำงานของระบบคอมพวิ เตอรหนาช้นั เรียน
ขัน้ ที่ 4 ขยายความเขา ใจ (Elaboration)
7. ครูเปดโอกาสใหนักเรยี นซักถามขอ สงสยั โดยครใู หความรูเพม่ิ เติมในสว นน้ัน
8. นกั เรียนทำใบงานที่ 3.2.2 เรอ่ื ง ข้นั ตอนการทำงานของระบบคอมพิวเตอร โดยใหนกั เรียน
บอกขัน้ ตอนการทำงานของระบบคอมพวิ เตอรตามลำดับท่ีถูกตองและอธบิ ายหนา ท่ีการทำงาน
ของแตล ะขั้นตอนโดยละเอยี ด
9. ครูสมุ นักเรียน 2-3 คน ออกมานำเสนอหนา ชน้ั เรียน พรอ มกับอภิปรายรว มกนั ในหอ งเรียน
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วทิ ยาคม
หนว ยการเรยี นรูที่ 3 ระบบคอมพิวเตอร
ขั้นสรปุ
ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
1. ครปู ระเมนิ ผลนักเรียนจากการสงั เกตการตอบคำถาม ความสนใจในการเรียน และ
การทำใบงาน
2. ครตู รวจสอบความถูกตองของการทำใบงานที่ 3.2.1 และ ใบงานท่3ี .2.2
3. นักเรียนและครูรวมกนั สรุปเก่ียวกบั หลักการทำงานของระบบคอมพวิ เตอร
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวังหนิ วิทยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร
เรอ่ื งท่ี 3: เทคโนโลยกี ารสื่อสาร 2 ชั่วโมง
วธิ กี ารสอนโดยเนน รปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู 5Es (5Es Instructional Model)
ขนั้ นำ
ขน้ั ท่ี 1 กระตนุ ความสนใจ (Engagement)
1. ครูทบทวนเน้อื หาการเรียนจากชว่ั โมงทีผ่ า นมาเกยี่ วกับหลักการทำงานของระบบคอมพวิ เตอร
2. ครูทบทวนความรูของนักเรียนโดยตัง้ คำถามวา“ปจ จุบนั มเี ทคโนโลยใี ดท่ีเขา มาชวยเหลือใน
การสอ่ื สารบาง” โดยครคู อยบันทกึ คำตอบของนักเรียนลงบนกระดานหนา ชัน้ เรยี น
3. ครถู ามคำถามประจำหัวขอวา“นกั เรียนรูหรอื ไมวา ขอดขี องการนำเทคโนโลยเี ขา มาชวยเหลือ
ในการสอื่ สารนั้นมีอะไรบา ง”
ขนั้ สอน
ข้นั ที่ 2 สำรวจคนหา (Exploration)
1. นกั เรยี นแบง กลุม กลมุ ละ 3-4 คน หรอื ตามความเหมาะสม และใหแ ตล ะกลุมสบื คนขอมูล
จากอินเทอรเ นต็ ท่ีเครื่องคอมพิวเตอรข องตนเองเก่ียวกับองคประกอบของการส่ือสารขอ มลู
หรือศกึ ษาจากหนังสอื เรียน จากนั้นใหแตละกลมุ ออกมานำเสนอหนาชั้นเรียน พรอมพดู คุย
เพ่อื แลกเปล่ยี นความคิดเห็นกับเพือ่ นในชน้ั เรยี น
2. ครอู ธบิ ายเพ่มิ เตมิ กบั นักเรียนเกีย่ วกบั องคป ระกอบขอมูลขาวสาร ซง่ึ เปนองคป ระกอบสำคัญ
ของการสอื่ สารขอ มลู
3. นักเรยี นศึกษาพฒั นาการของการส่อื สารขอมูลท่สี ามารถแบง ออกไดเปน 3 ยุคจากหนังสอื เรียน
4. ครสู ุมนกั เรียน 3 คนออกมาอภิปรายหนาชั้นเรียนเกย่ี วกบั การสื่อสารขอ มลู พรอมยกตัวอยา ง
การสอื่ สารในแตล ะยุคไดอยา งเหมาะสม
5. ครเู ปด โอกาสใหน ักเรียนซักถามขอสงสัย โดยครูใหความรเู พ่ิมเติมในสวนน้ัน
6. นกั เรยี นทำใบงานที่ 3.3.1 เร่อื ง องคป ระกอบของการสื่อสารขอมูล
7. ครูสมุ นักเรียน 2-3 คน ออกมานำเสนอหนา ช้นั เรียน พรอ มกบั อภปิ รายรว มกันภายในหอ งเรียน
8. ครูทบทวนเน้ือหาการเรียนจากชัว่ โมงที่ผา นมาเก่ียวกับองคประกอบของการสือ่ สารขอมูล และ
พัฒนาการของการส่อื สารขอมลู
9. นกั เรยี นศกึ ษาเน้อื หาเกีย่ วกับทศิ ทางการสือ่ สารขอมูลทีส่ ่ือสารขอ มลู จากผสู ง สารไปยงั ผูรบั สาร
โดยผา นตัวกลาง และสามารถจำแนกทิศทางการสอื่ สารออกเปน 3 รปู แบบ
10. ครสู มุ นกั เรยี น 3-4 คน ออกมาอธบิ ายเกย่ี วกบั ทิศทางการสอ่ื สารขอมลู ท้งั 3 รปู แบบ
11. นกั เรียนทำใบงานที่ 3.3.2 เร่ือง ทศิ ทางการสอื่ สารขอมูล
12. ครูสมุ นักเรยี น 2-3 คน ออกมานำเสนอหนา ช้นั เรียน พรอมกบั อภปิ รายรว มกันภายในหองเรยี น
13. นกั เรยี นแบงกลมุ (กลุม เดมิ ) เพื่อศึกษาเนอื้ หาเกย่ี วกับส่ือกลางของการส่อื สารขอมลู ผา นระบบ
เครอื ขาย และพิจารณาถงึ ขอดี – ขอ เสยี ของประเภทสายสญั ญาณในแตล ะแบบจากหนงั สือ
เรยี นตามหวั ขอท่ีกำหนดให
14. ครอู ธบิ ายเพ่ือเชอื่ มโยงความรูสูชวี ติ ประจำวนั (Com Sci in Real Life)
15. นกั เรยี นพิจารณาคุณสมบัตแิ ละการนำไปใชง านของส่ือกลางประเภทสายสัญญาณ
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภริ มย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 ระบบคอมพวิ เตอร
16. นกั เรียนศกึ ษาความรูเสรมิ จากเนอื้ หาเพ่ือขยายความรขู องผเู รยี น (Com Sci Focus)
เรอ่ื ง หนวยวัดความเรว็ ของคอมพวิ เตอร
ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายความรู (Explanation)
17. ครอู ธิบายเพม่ิ เตมิ กับนักเรียนเกย่ี วกบั ส่อื กลางของการสื่อสารขอมลู ผา นระบบเครือขาย
18. นักเรียนทำใบงานท่ี 3.3.3 เรื่อง ส่อื กลางของการสื่อสารขอมลู
19. ครสู ุมนักเรยี น 2-3 คน ออกมานำเสนอหนา ช้ันเรยี น พรอมกับอภิปรายรว มกันภายในหองเรียน
20. นกั เรยี นศึกษาเน้ือหาเกี่ยวกบั ประเภทของระบบเครือขา ยจากหนังสอื เรียน
21. ครูสมุ นักเรียน 3-4 คน ออกมาอธิบายประเภทของระบบเครือขา ยหนา ชน้ั เรยี น
22. ครอู ธิบายเพอื่ เช่อื มโยงความรูสูชวี ิตประจำวัน (Com Sci in Real Life) เร่ือง ระบบเครือขา ย
ในสถานศึกษา
23. ครูอธิบายเพมิ่ เตมิ เกีย่ วกบั เครือขา ย WAN
ข้ันที่ 4 ขยายความเขาใจ (Elaboration)
24. นกั เรยี นทำใบงานท่ี 3.3.4 เรื่อง ประเภทของระบบเครือขาย
25. ครสู มุ นักเรียน 2-3 คน ออกมานำเสนอหนาชั้นเรยี น พรอ มกบั อภิปรายรว มกันภายในหองเรยี น
ขั้นสรุป
ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
1. ครปู ระเมนิ ผลนกั เรียนจากการสังเกตการตอบคำถาม การนำเสนอหนา ช้ันเรยี น ความสนใจ
ในการเรยี น และการทำใบงาน
2. ครตู รวจสอบความถูกตองของผลการทำใบงานที่ 3.3.1, ใบงานท่ี 3.3.2, ใบงานที่ 3.3.3
และใบงานที่ 3.3.4
3. นกั เรียนและครรู ว มกนั สรปุ เก่ียวกบั เทคโนโลยกี ารส่ือสารวา “ในปจจบุ ันเทคโนโลยีเขา มามี
บทบาทสำคัญในการดำรงชีวติ ของมนุษยม ากขึน้ โดยเฉพาะในดา นการสื่อสาร ไดม ีการพฒั นา
อปุ กรณต าง ๆ เขามาชว ยเหลือในการส่ือสาร เชน โทรศัพท คอมพิวเตอร เปนตน ”
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวังหินวิทยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร
เรื่องท่ี 4: การประยกุ ตใชงานและการแกป ญ หาเบ้ืองตน 1 ช่ัวโมง
วธิ ีการสอนโดยเนนรปู แบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู 5Es (5Es Instructional Model)
ขนั้ นำ
ข้นั ที่ 1 กระตนุ ความสนใจ (Engagement)
1. ครทู บทวบความรูเดมิ จากชั่วโมงที่ผานมา
2. นักเรยี นแบง กลุม (กลุมเดมิ ) และใหคน หาวา คอมพวิ เตอรแ บงออกเปนกี่ประเภท และแตละ
ประเภทเหมาะกบั การทำงานประเภทใด จากนั้นใหแตล ะกลมุ ออกมานำเสนอหนา ชนั้ เรยี น
พรอ มพูดคยุ แลกเปลยี่ นความคดิ เห็นกับเพอื่ นรว มช้ัน
ขัน้ สอน
ขั้นท่ี 2 สำรวจคน หา (Exploration)
1. นกั เรียนศกึ ษาประเภทของคอมพิวเตอรท แี่ บงออกเปน 5 ประเภท จากหนังสือเรยี น หรือ
สบื คน เพิม่ เติมจากอินเทอรเน็ตทีเ่ ครอื่ งคอมพิวเตอรข องตนเองโดยใหนกั เรยี นพจิ ารณาถึง
ลกั ษณะการทำงานและการใชงาน
2. ครูอธบิ ายเพ่ิมเตมิ เกยี่ วกับการใชงานระบบคอมพวิ เตอร
3. นกั เรยี นทำใบงานที่ 3.4.1 เรอ่ื ง ประเภทของคอมพวิ เตอร
4. ครูสมุ นักเรยี น 2-3 คน ออกมานำเสนอหนา ชั้นเรยี น พรอมกบั อภิปรายรวมกันในหองเรียน
5. ครถู ามกระตนุ ความคิดของนักเรียนวา “ถา เครื่องคอมพวิ เตอรข องนกั เรยี นเสียหรือมปี ญ หา
นกั เรยี นสามารถแกไขเองไดหรอื ไม”
6. นกั เรยี นศกึ ษาเน้อื หา เรื่อง ปญหาและการแกไขการใชง านระบบคอมพวิ เตอร จากหนังสอื เรยี น
และสงั เกตปญหาทเ่ี กิดขน้ึ และการแกปญหาจากตวั อยา งในหนงั สือเรยี น
ขัน้ ท่ี 3 อธิบายความรู (Explanation)
7. ครูสมุ นักเรียน 3-4 คน ออกมาอธบิ ายถึงปญหาทเี่ กิดกับคอมพิวเตอรและวิธกี ารแกปญ หา
คอมพวิ เตอรทน่ี กั เรยี นพบในเบอื้ งตน พรอ มกับอภปิ รายรว มกนั ในช้นั เรียน
8. ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ เก่ยี วกับปญ หาและการแกไขการใชงานระบบคอมพวิ เตอร
ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเขาใจ (Elaboration)
9. นกั เรียนทำกิจกรรมทส่ี อดคลอ งกบั เนื้อหา โดยการตอบคำถามเพอื่ พัฒนาความรูและทักษะ
การเรยี นรู (Com Sci Activity) เก่ียวกับระบบคอมพวิ เตอรลงในสมุดประจำตวั
10. นกั เรียนทำใบงานท่ี 3.4.2 เร่ือง การแกปญหาคอมพวิ เตอร
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภริ มย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนว ยการเรยี นรูที่ 3 ระบบคอมพวิ เตอร
ขั้นสรุป
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
1. ครูประเมินผลนักเรียนจากการสังเกตการตอบคำถาม การนำเสนอหนาชน้ั เรยี น และ
การทำใบงาน
2. ครตู รวจสอบความถูกตอ งของผลการทำใบงานที่ 3.4.1 และ ใบงานท่ี 3.4.2
3. นักเรียนและครูรวมกนั สรุปเกี่ยวกับการประยุกตใชง านและการแกป ญหาเบอ้ื งตน
4. นกั เรยี นตรวจสอบความรู ความเขาใจดว ยตนเองจากหนังสือเรยี น โดยพจิ ารณาขอ ความวา ถกู
หรือผดิ หากนกั เรียนพิจารณาขอ ความไมถ ูกตอ งใหนักเรียนกลับไปทบทวนเนื้อหาตามหัวขอ ที่
กำหนดให
5. นกั เรยี นทำแบบฝกหัดประจำหนวยการเรยี นรูท ี่ 3 โดยใหบ ันทกึ ลงในสมุดประจำตวั และ
ทำชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง ระบบคอมพิวเตอร เพ่อื ตรวจสอบความเขาใจ และ
นำมาสง ในช่ัวโมงถดั ไป
6. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนหนว ยการเรยี นรูท ี่ 3 เร่ือง ระบบคอมพวิ เตอร เพอ่ื วัดความรู
ท่นี กั เรยี นไดร บั หลงั จากผานการเรียนรู
8. ส่ือ/แหลง การเรียนรู
8.1 สอื่ การเรยี นรู
1) หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 หนว ยการเรียนรทู ่ี 3
เรอ่ื ง ระบบคอมพวิ เตอร
2) ใบงานท่ี 3.1.1 เรอ่ื ง องคป ระกอบของฮารด แวร
3) ใบงานท่ี 3.1.2 เรอ่ื ง ประเภทของซอฟตแวร
4) ใบงานท่ี 3.2.1 เร่ือง หลักการทำงานของระบบคอมพวิ เตอร
5) ใบงานที่ 3.2.2 เรอื่ ง ข้ันตอนการทำงานของระบบคอมพวิ เตอร
6) ใบงานที่ 3.3.1 เร่อื ง องคป ระกอบของการส่อื สารขอ มูล
7) ใบงานท่ี 3.3.2 เรอ่ื ง ทศิ ทางการสื่อสารขอมลู
8) ใบงานท่ี 3.3.3 เรือ่ ง ส่ือกลางของการสือ่ สารขอมูล
9) ใบงานท่ี 3.3.4 เรอื่ ง ประเภทของระบบเครือขา ย
10) ใบงานท่ี 3.4.1 เรอ่ื ง ประเภทของคอมพิวเตอร
11) ใบงานที่ 3.4.2 เรอื่ ง การแกป ญหาคอมพวิ เตอร
12) เครื่องคอมพิวเตอร
8.2 แหลงการเรยี นรู
1) หองคอมพวิ เตอร
2) อินเทอรเนต็
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวังหนิ วิทยาคม
หนวยการเรยี นรทู ี่ 3 ระบบคอมพิวเตอร
แบบทดสอบกอ นเรยี น
หนวยการเรียนรูท ี่ 3
คำชแี้ จง : ใหนกั เรยี นเลือกคำตอบที่ถูกตองท่ีสุดเพียงขอเดียว
1. ขอ ใดเปน อุปกรณท ่ีทำหนา ทใ่ี นการรบั ขอมลู 6. ขอใดไมใชอ งคประกอบของการสื่อสารขอมลู
ก. ปรนิ ตเตอร ก. ขอมลู ขาวสาร ข. ผูสง สาร
ข. แปนพิมพ ค. สอ่ื กลาง ง. ผูตรวจสอบสาร
ค. จอภาพ 7. การถา ยทอดรายการทีวี เปนการส่อื สารรูปแบบใด
ง. ลำโพง ก. ทิศทางเดยี ว
2. ขอ ใดเปนอุปกรณประเภทหนว ยความจำสำรอง ข. กึ่งสองทิศทาง
ก. แรม ข. รอม ค. สองทิศทาง
ค. ฮารด ดิสก ง. ซพี ียู ง. ทศิ ทางครึ่ง
3. ขอใดเปน อุปกรณท ที่ ำหนา ท่ใี นการแสดงผล 8. ขอ ใดไมใ ชส ือ่ กลางประเภทไรส าย
ขอมูล ก. อนิ ฟราเรด
ก. จอภาพ ข. แฟลชไดรฟ
ข. ไฟเบอรออปติก
ค. แผนซดี ี ง. เมาส
ค. ไมโครเวฟ
4. ขอใดคอื ซอฟตแวรจ ัดการฐานขอ มลู
ง. คล่นื วทิ ยุ
ก. Microsoft Word
9. การเชอื่ มตอ ระหวางทวปี เอเชยี กับทวปี อเมรกิ า
ข. Microsoft Excel
ควรใชการเช่อื มตอประเภทใด
ค. Microsoft Access
ก. เครือขา ยสวนบคุ คล
ง. Microsoft PowerPoint
ข. เครอื ขายทอ งถิ่น
5. ขอ ใดคือหนาท่ขี อง Input Unit
ค. เครือขายระดบั เมือง
ก. นำขอมลู ทร่ี ับมาเก็บไวใ นหนว ยความจำ
ง. เครือขายระดับประเทศ
เพอื่ ประมวลผล
10. คอมพวิ เตอรป ระเภทใดท่ีมีขนาดใหญทีส่ ุด
ข. รับขอ มูลและคำสัง่ จากผใู ชเ ขาสู
และมีราคาแพงท่ีสุด
เครอื่ งคอมพวิ เตอร
ก. Personal Computer
ค. จดั เกบ็ ขอมูล
ข. Mainframe Computer
ง. แสดงผลลพั ธทปี่ ระมวลผลเรยี บรอ ยแลว
ค. Super Computer
ง. Workstation Computer
เฉลย 1. ข 2. ค 3. ก 4. ค 5. ข 6. ง 7. ก 8. ข 9. ง 10. ค
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หินวทิ ยาคม
หนวยการเรยี นรทู ่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร
แบบทดสอบกอ นเรยี น
หนวยการเรียนรูท่ี 3
คำชแ้ี จง : ใหนักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกตองท่ีสุดเพียงขอเดียว
1. ขอใดเปนอุปกรณที่ทำหนา ทใ่ี นการรบั ขอมลู 6. ขอใดไมใชองคประกอบของการสอื่ สารขอมลู
ก. ปรนิ เตอร ก. ขอ มูลขาวสาร
ข. จอภาพ ข. การประมวลผล
ค. ลำโพง ค. ส่อื กลาง
ง. เมาส ง. ผูรบั สาร
2. ขอ ใดเปน อปุ กรณป ระเภทหนวยความจำสำรอง 7. วิทยสุ อ่ื สารของตำรวจ เปนการสอ่ื สารรูปแบบใด
ก. เมมโมรีการด ข. รอม
ก. ทิศทางเดียว ข. กึ่งสองทศิ ทาง
ค. แรม ง. ซพี ียู
ค. สองทศิ ทาง ง. ทิศทางครง่ึ
3. ขอใดเปนอุปกรณท ี่ทำหนา ทใี่ นการแสดงผลขอ มูล 8. ขอ ใดไมใชสื่อกลางประเภทไรสาย
ก. แผนซีดี
ก. อนิ ฟราเรด
ข. แฟลชไดรฟ
ข. คลืน่ วทิ ยุ
ค. ปรนิ เตอร
ค. ดาวเทียมสอ่ื สาร
ง. เมาส ง. โคแอกเชยี ล
4. ขอใดคอื ซอฟตแวรเพื่อการคำนวณ
9. การเช่ือมตอระหวางกรุงเทพกบั เชยี งใหม
ก. Microsoft Word
ควรใชการเชื่อมตอ ประเภทใด
ข. Microsoft Excel
ก. เครอื ขายสว นบคุ คล
ค. Microsoft Access
ข. เครือขายทอ งถิ่น
ง. Microsoft PowerPoint
ค. เครือขายระดบั เมอื ง
5. ขอ ใดคอื หนา ทีข่ อง Output Unit
ง. เครอื ขายระดบั ประเทศ
ก. นำขอมูลทร่ี ับมาเก็บไวใ นหนวยความจำ
10. คอมพวิ เตอรประเภทใดทนี่ ิยมใชในสำนักงาน
เพ่อื ประมวลผล
ก. Personal Computer
ข. รับขอมูลและคำสงั่ จากผใู ชเ ขา สู
ข. Mainframe Computer
เครื่องคอมพิวเตอร
ค. Super Computer
ค. จดั เก็บขอ มลู
ง. Workstation Computer
ง. แสดงผลลัพธทป่ี ระมวลผลเรยี บรอ ยแลว
เฉลย
1. ง 2. ก 3. ค 4. ข 5. ง 6. ข 7. ข 8. ง 9. ค 10. ก
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วทิ ยาคม
หนวยการเรยี นรทู ่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 1 องคประกอบของระบบคอมพวิ เตอร
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 1
องคประกอบของระบบคอมพิวเตอร
เวลา 1 ชัว่ โมง
1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
1.1 ตวั ชว้ี ดั
ว 4.2 ม.2/3 อภปิ รายองคประกอบและหลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอร และเทคโนโลยี
การส่ือสาร เพอ่ื ประยุกตใ ชง านหรือแกป ญหาเบอ้ื งตน
2. จุดประสงคก ารเรยี นรู
1. อธบิ ายองคประกอบของระบบคอมพวิ เตอรไดถ ูกตอง (K)
2. อธบิ ายการทำงานของหนวยตา ง ๆ ของฮารด แวรไ ดถูกตอง (K)
3. บอกอุปกรณทใี่ ชท ำหนาที่ในแตละหนว ยไดถูกตอ ง (K)
4. เลอื กใชงานซอฟตแวรใ หส อดคลองและเหมาะสมกับความตอ งการได (P)
5. สนใจใฝเรยี นรใู นการศกึ ษาและนำไปใชใ นชีวิตประจำวันไดอยา งเหมาะสม (A)
3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรทู องถ่ิน
พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
สาระการเรยี นรแู กนกลาง
- องคป ระกอบและหลกั การทำงานของระบบ
คอมพิวเตอร
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ระบบคอมพวิ เตอร หมายถึง การทำงานของคอมพวิ เตอรท่ีมีสว นตา ง ๆ มาทำงานรวมกัน เพื่อ
ใหบรรลุเปาหมายในการทำงานอยางมีระบบ ซง่ึ ระบบคอมพิวเตอรจ ะประกอบไปดว ยองคป ระกอบสำคัญ
5 สวน คอื ฮารดแวร ซอฟตแ วร บุคลากร ขอมลู สารสนเทศ และกระบวนการ
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภริ มย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 ระบบคอมพวิ เตอร
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 1 องคประกอบของระบบคอมพิวเตอร
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ รยี นและคุณลกั ษณะอันพึงประสงค
สมรรถนะสำคญั ของผูเรยี น คุณลักษณะอันพงึ ประสงค
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ
- ทกั ษะการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ รยี นรู
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห 3. มุงมั่นในการทำงาน
3. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
- ทกั ษะการสบื คน ขอ มลู
6. กิจกรรมการเรยี นรู
วธิ กี ารสอนโดยเนนรูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู 5Es (5Es Instructional Model)
30 นาทแี รก
ขน้ั นำ
ขั้นท่ี 1 กระตุนความสนใจ (Engagement)
1. นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ นเรยี นหนว ยการเรยี นรูที่ 3 เรอ่ื ง ระบบคอมพวิ เตอร เพอื่ วัดความรู
เดมิ ของนกั เรียนกอ นเขา สกู ิจกรรม
2. ครถู ามคำถามประจำหวั ขอวา“นกั เรยี นรูหรอื ไมว า หากระบบคอมพิวเตอรขาดสว นประกอบ
สวนใดสวนหนงึ่ ไประบบคอมพวิ เตอรยังจะสามารถทำงานตอไปไดหรือไม”
(แนวตอบ : นักเรยี นตอบตามความคดิ เหน็ ของตนเอง โดยคำตอบข้นึ อยกู ับดุลยพินจิ ของ
ครผู สู อน เชน ระบบคอมพิวเตอรไมส ามารถใชงานได ระบบคอมพิวเตอรสามารถใชง านได
แตไ มมีประสิทธภิ าพ เปน ตน)
3. ครอู ธิบายเพอ่ื เช่อื มโยงเขา สบู ทเรียนวา “ระบบคอมพิวเตอรห มายถงึ การทำงานของ
คอมพิวเตอรท่มี สี ว นตาง ๆ ที่ทำงานรว มกัน เพอื่ ใหบรรลเุ ปา หมายในการทำงานไดอยาง
มรี ะบบและมปี ระสิทธภิ าพ”
ขัน้ สอน
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจคนหา (Exploration)
1. ครูทบทวนความรเู ดิมของนกั เรียนโดยเขยี นคำวา “องคป ระกอบของระบบคอมพวิ เตอร”
ลงบนกระดานหนาชน้ั เรียนและใหน ักเรยี นแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับองคประกอบของระบบ
คอมพวิ เตอรว า ประกอบไปดวยอะไรบา ง จากนนั้ ครจู ดบันทึกคำตอบของนกั เรยี นลงบน
กระดานหนาชั้นเรียน
2. นกั เรยี นสืบคน ขอมลู เกีย่ วกบั องคป ระกอบของระบบคอมพิวเตอรจากหนังสือเรียนรายวิชา
พน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 หนวยการเรยี นรทู ี่ 3 เรือ่ ง
ระบบคอมพิวเตอร หรอื จากอนิ เทอรเน็ตที่เครือ่ งคอมพิวเตอรของตนเอง
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หินวิทยาคม
หนวยการเรยี นรทู ี่ 3 ระบบคอมพิวเตอร
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 1 องคป ระกอบของระบบคอมพิวเตอร
3. นักเรียนภายในชั้นเรียนรว มกันแสดงความคิดเหน็ และตรวจสอบความถูกตองของคำตอบ
บนกระดานหนาชนั้ เรยี น
4. ครูเนนยำ้ กบั นักเรียนเก่ยี วกับองคป ระกอบของระบบคอมพิวเตอรวา“องคป ระกอบของระบบ
คอมพิวเตอรป ระกอบดวยองคป ระกอบสำคญั 5 สวน ดงั นี้
1) ฮารดแวร คือ สวนของอุปกรณค อมพวิ เตอร และอุปกรณต อ พว งตา ง ๆ
2) ซอฟตแ วร คือ สว นของโปรแกรมทีเ่ ปน คำสง่ั ในการควบคมุ การทำงานของ
เครอื่ งคอมพวิ เตอร
3) บคุ ลากร คือ ผปู ฏบิ ัติหนา ท่เี ก่ียวกบั คอมพวิ เตอรเพือ่ ปอนขอมลู หรือใชงานคอมพวิ เตอร
4) ขอมลู สารสนเทศ คือ ขอมูลดิบทมี่ ีจำนวนมาก ซึ่งอาจอยูในรูปของตวั เลข ตัวอกั ษรหรือ
สัญลกั ษณต า ง ๆ
5) กระบวนการ คือ กระบวนการทำงานเพื่อใหไดผลลัพธตามตอ งการ”
5. นกั เรยี นศกึ ษาเนื้อหาเรื่องฮารดแวรจากหนังสอื เรียนหรือสบื คน เพมิ่ เติมจากอนิ เทอรเนต็
ขนั้ ที่ 3 อธบิ ายความรู (Explanation)
6. ครอู ธิบายกับนักเรียนถึงองคป ระกอบทางดานฮารดแวรว า“องคป ระกอบทางดา นฮารด แวร
ประกอบไปดวย 4 หนวย ไดแก หนวยรบั ขอมลู หนว ยแสดงผลขอ มลู หนว ยเก็บขอมลู และ
หนวยประมวลผลกลาง ซง่ึ แตละหนวยจะมหี นา ที่การทำงานที่มีลกั ษณะทีแ่ ตกตางกัน”
7. ครูอธบิ ายเพิม่ เติมเกี่ยวกับฮารด แวรวา “การใชฮ ารดแวรน ้นั มีหลกั ในการเลือกใช คือ
1) วเิ คราะหว ตั ถปุ ระสงคข องการใชงาน ควรวเิ คราะหวา เปน การใชง านในสำนักงาน
งานนำเสนอทวั่ ไป งานประมวลผล หรอื งานส่ือประสม
2) ควรเลือกคอมพวิ เตอรต ามลักษณะของการใชงาน ถา เปน งานนอกสถานท่ที ีต่ องใช
คอมพิวเตอรติดตามผูใช มีการเคล่ือนท่ีหรือเคลอื่ นยายบอ ยก็ควรเลอื กใช
คอมพวิ เตอรโ นตบุก หรอื แท็บเล็ตคอมพิวเตอร แตถ าเปน งานในสถานท่ี หรือ
ใชในสำนกั งานก็ควรเปนเครื่องคอมพิวเตอรท่จี ดั เปนชุด”
8. นักเรยี นศกึ ษาความรูเ สริมจากเนือ้ หาเพอ่ื ขยายความรูข องผูเรียน (Com Sci Focus)
เรอ่ื ง ความสำคัญของ CPU วา “CPU เปน อปุ กรณทม่ี คี วามสำคัญและจำเปนตอการทำงาน
ของเคร่ืองคอมพวิ เตอรเ ปนอยางมาก ซงึ่ อาจจะเรียกไดวา CPU เปน สมองของคอมพวิ เตอร
ถาหากคอมพวิ เตอรปราศจาก CPU แลว คอมพวิ เตอรจ ะไมสามารถทำงานได เน่ืองจาก
CPU เปนตวั ควบคมุ การทำงานของอุปกรณตา ง ๆ ไมวาจะเปน อุปกรณค อมพิวเตอรเอง
หรอื อปุ กรณตอพว งภายนอก”
9. นักเรยี นทำใบงานที่ 3.1.1 เรือ่ ง องคประกอบของฮารด แวร โดยใหนกั เรยี นพจิ ารณา
อุปกรณต าง ๆ จากนน้ั เตมิ ชอื่ อุปกรณและบอกหนาทีล่ งในตารางใหส มบูรณ
10. ครสู มุ นักเรยี น 2-3 คน ออกมานำเสนอหนา ชน้ั เรยี น พรอ มกบั อภิปรายรว มกันในหองเรยี น
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวังหินวทิ ยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3 ระบบคอมพิวเตอร
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 1 องคประกอบของระบบคอมพิวเตอร
30 นาทีถดั ไป
ขั้นสอน
ขน้ั ที่ 3 อธิบายความรู (Explanation)
11. ครทู บทวนเน้ือหาการเรียนเม่ือชัว่ โมงท่แี ลว เกย่ี วกับองคป ระกอบของระบบคอมพวิ เตอร
12. นกั เรยี นศกึ ษาเนือ้ หาเรอื่ งซอฟตแ วร บุคลากร ขอมลู สารสนเทศ และกระบวนการ
จากหนงั สือเรียน
13. ครอู ธบิ ายกบั นักเรยี นเกีย่ วกบั เร่ืองซอฟตแวรเพื่อใหนกั เรยี นเขา ใจมากยงิ่ ขึน้ วา“ซอฟตแวร
แบงออกเปน 2 ประเภท ไดแก
1) ซอฟตแวรระบบ คอื โปรแกรมทีใ่ ชควบคุมการทำงานของเครอื่ งคอมพิวเตอรให
ทำงานประสานกัน เชน ระบบปฏิบัติการวนิ โดวส รวมถงึ โปรแกรมทีต่ ิดต้งั มาพรอมกับ
ระบบปฏิบตั กิ ารไมวา จะเปน โปรแกรมจดั การไฟล โปรแกรมรักษาหนาจอ เปนตน
2) ซอฟตแวรประยุกต คือ โปรแกรมท่ีพฒั นาข้นึ มาเพ่ือใชง านตามความตอ งการตาง ๆ
ของผใู ช แบงเปนโปรแกรมที่พฒั นามาใชง านทว่ั ๆ ไป เชน โปรแกรม Microsoft Word,
Microsoft Excel, Microsoft PowerPoint เปน ตน รวมถงึ โปรแกรมทท่ี ำงานเฉพาะดา น
เชน โปรแกรมคำนวณภาษี โปรแกรมสต็อกสินคา โปรแกรมลงทะเบยี นเรยี น เปน ตน”
14. ครูสมุ นักเรยี น 2-3 คนออกมาอภปิ รายเก่ยี วกบั องคป ระกอบของระบบคอมพวิ เตอร ไดแก
บคุ ลากร ขอมลู สารสนเทศ และกระบวนการ
ขน้ั ที่ 4 ขยายความเขา ใจ (Elaboration)
15. นกั เรยี นทำใบงานที่ 3.1.2 เร่อื ง ประเภทของซอฟตแ วร โดยใหนกั เรียนสืบคน ขอ มูลจากทาง
อนิ เทอรเนต็ เพื่ออธิบายหนา ท่ีการทำงานและยกตัวอยางซอฟตแ วรต ามประเภทท่ีกำหนดให
16. ครสู มุ นักเรยี น 2-3 คน ออกมานำเสนอหนา ชั้นเรยี น พรอมกบั อภปิ รายรวมกันในหอ งเรียน
Note
วัตถปุ ระสงคของกิจกรรมเพือ่ ใหน กั เรียน
- มที ักษะการสืบคนขอมลู โดยใหน ักเรียนแตละคนสบื คน ขอมลู จากอนิ เทอรเ น็ต
เพอ่ื สบื เสาะหาความรตู ามหวั ขอ ที่ไดรบั มอบหมาย
- มีทักษะการคิดวเิ คราะห โดยใหนักเรียนพจิ ารณาเนอื้ หาจากการสืบคนหรือศึกษา
ขอมลู จากแหลง ขอมูลตาง ๆ เชน หนังสอื เรียน อินเทอรเ น็ต เปนตน
- มที กั ษะการสื่อสาร โดยใหนักเรยี นอภิปรายความรรู ว มกับเพอื่ นในชัน้ เรียนเกยี่ วกบั
องคป ระกอบของระบบคอมพิวเตอร
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หินวิทยาคม
หนว ยการเรยี นรูที่ 3 ระบบคอมพวิ เตอร
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 1 องคป ระกอบของระบบคอมพวิ เตอร
ขน้ั สรปุ
ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
1. ครปู ระเมินผลนักเรียนจากการสังเกตการตอบคำถาม ความสนใจในการเรียน และ
การทำใบงาน
2. ครตู รวจสอบความถูกตองของการทำใบงานที่ 3.1.1 และ ใบงานที่ 3.1.2
3. นักเรยี นและครแู ละนักเรยี นรว มกันสรุปเกี่ยวกบั องคป ระกอบของระบบคอมพวิ เตอรวา
“เพ่ือใหบ รรลุเปาหมายในการทำงานอยา งมรี ะบบและมปี ระสิทธิภาพจะตองอาศยั การทำงาน
ของระบบคอมพิวเตอร ที่ประกอบดวย ฮารดแวร ซอฟตแ วร บคุ ลากร ขอ มลู สารสนเทศ และ
กระบวนการ”
7. การวดั และประเมินผล วิธวี ดั เครอ่ื งมอื เกณฑการประเมิน
- ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบกอนเรยี น ประเมนิ ตามสภาพจริง
รายการวัด กอนเรยี น
7.1 การประเมนิ กอนเรยี น - ใบงานที่ 3.1.1 รอยละ 60 ผานเกณฑ
- ตรวจใบงานท่ี 3.1.1 - ใบงานท่ี 3.1.2 รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
- แบบทดสอบกอนเรยี น - ตรวจใบงานที่ 3.1.2 - แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2
หนว ยการเรยี นรูท่ี 3 - ประเมนิ การนำเสนอ การนำเสนอผลงาน ผา นเกณฑ
เร่ือง ระบบคอมพิวเตอร ผลงาน - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2
7.2 ประเมินระหวา งการจดั กิจกรรม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ผา นเกณฑ
การเรยี นรู การทำงานรายบุคคล - แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2
1) องคประกอบของฮารดแวร - สังเกตความมวี ินยั คุณลักษณะ ผา นเกณฑ
2) ประเภทของซอฟตแ วร ความรับผดิ ชอบ อนั พงึ ประสงค
3) การนำเสนอผลงาน ใฝเ รยี นรู และมุงม่ัน
ในการทำงาน
4) พฤตกิ รรมการทำงาน
รายบุคคล
5) คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู โรงเรยี นวังหินวิทยาคม
หนวยการเรยี นรทู ี่ 3 ระบบคอมพวิ เตอร
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 1 องคป ระกอบของระบบคอมพวิ เตอร
8. ส่ือ/แหลงการเรยี นรู
8.1 สือ่ การเรียนรู
1) หนังสือเรียนรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 หนวยการเรียนรทู ี่ 3
เรอ่ื ง ระบบคอมพิวเตอร
2) ใบงานท่ี 3.1.1 เร่อื ง องคป ระกอบของฮารด แวร
3) ใบงานที่ 3.1.2 เรือ่ ง ประเภทของซอฟตแ วร
4) เครือ่ งคอมพิวเตอร
8.2 แหลงการเรยี นรู
1) หอ งคอมพวิ เตอร
2) อนิ เทอรเ น็ต
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 1 องคประกอบของระบบคอมพิวเตอร
ใบงานท่ี 3.1.1
เร่อื ง องคประกอบของฮารด แวร
คำช้ีแจง : ใหน กั เรยี นพจิ ารณาภาพอปุ กรณต าง ๆ จากน้นั ใหเ ตมิ ชอื่ อุปกรณแ ละบอกหนาทล่ี งในตาราง
ใหสมบูรณต ามหมายเลขของอุปกรณท่กี ำหนดให
17
6
3
5
หมายเลข 2 4
1 ช่อื อุปกรณ หนา ที่
2
3
4
5
6
7
แผนการจดั การเรียนรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนว ยการเรียนรทู ่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร เฉลย
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 1 องคป ระกอบของระบบคอมพวิ เตอร
ใบงานท่ี 3.1.1
เร่ือง องคป ระกอบของฮารด แวร
คำชแ้ี จง : ใหนกั เรยี นพิจารณาภาพอุปกรณต า ง ๆ จากนน้ั ใหเ ติมชอ่ื อุปกรณและบอกหนาท่ลี งในตาราง
ใหส มบูรณต ามหมายเลขของอุปกรณท่ีกำหนดให
17
6
3
หมายเลข 2 5
1
ชื่ออุปกรณ 4
2 ซดี /ี ดีวดี ี (CD/DVD)
หนา ที่
ปรินตเตอร (Printer) สำหรบั อา น/เขียนขอมูลจากแผน ซีดี
เปนอุปกรณห นวยแสดงผลโดยการพิมพขอมูลออกเปน
3 เคส (Case) ตัวอกั ษร ตวั เลขและรูปภาพ
เปนสว นที่บรรจุอปุ กรณคอมพวิ เตอรไวภ ายใน เชน
4 คียบ อรด (Keyboard) ซีพยี ู หนว ยความจำ และอุปกรณบนั ทึกขอ มูล
5 เมาส (Mouse) สำหรบั ปอ นขอ มลู ตาง ๆ เขา สคู อมพิวเตอร
เปน อุปกรณส ำหรบั ใชช ีต้ ำแหนง และใชเ ลือกไอคอน
6 ลำโพง (Speaker) ตาง ๆ ทอี่ ยบู นหนาจอภาพคอมพิวเตอร
7 จอภาพ (Monitor) ใชส งขอมลู ท่ีอยูในลักษณะของเสียงตา ง ๆ ใหผ ใู ชง าน
ไดยนิ
เปน สว นทีใ่ ชแสดงผลขอมลู ตาง ๆ ใหผใู ชมองเหน็ และ
รับรู ขณะท่ีเครอื่ งคอมพวิ เตอรท ำงาน
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม
หนวยการเรียนรูท ่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 1 องคประกอบของระบบคอมพิวเตอร
ใบงานท่ี 3.1.2
เรือ่ ง ประเภทของซอฟตแ วร
คำชแ้ี จง : ใหนกั เรยี นสบื คน ขอมูลจากอนิ เทอรเ นต็ เพื่ออธิบายหนาท่กี ารทำงานและยกตัวอยา งซอฟตแวร
ตามประเภททกี่ ำหนดให
ประเภท หนาทก่ี ารทำงาน ตัวอยางซอฟตแวร
1. ระบบปฏิบตั กิ าร
2. ซอฟตแ วรประมวลคำ
3. ซอฟตแวรนำเสนองาน
4. ซอฟตแ วรต ารางคำนวณ
5. ซอฟตแ วรจ ดั การฐานขอ มลู
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภิรมย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วทิ ยาคม
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 ระบบคอมพวิ เตอร
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 1 องคป ระกอบของระบบคอมพวิ เตอร
ใบงานท่ี 3.1.2 เฉลย
เร่ือง ประเภทของซอฟตแ วร
คำชแ้ี จง : ใหน ักเรยี นสืบคน ขอมลู จากอนิ เทอรเ นต็ เพือ่ อธบิ ายหนา ทก่ี ารทำงานและยกตวั อยางซอฟตแ วร
ตามประเภททกี่ ำหนดให
ประเภท หนา ท่กี ารทำงาน ตวั อยา งซอฟตแวร
1. ระบบปฏบิ ัติการ ควบคมุ การประสานงานระหวางซอฟตแวรก ับ - ระบบปฏบิ ัตกิ ารดอส
อปุ กรณคอมพวิ เตอรต า ง ๆ - ระบบปฏบิ ัตกิ ารวินโดวส
- ระบบปฏบิ ัตกิ ารแมคอนิ ทอช
- ระบบปฏบิ ตั ิการลนี ุกซ
- ระบบปฏบิ ัติการแอนดรอยด
2. ซอฟตแวรประมวลคำ เปน ซอฟตแ วรท่อี อกแบบสำหรบั การพิมพ - Microsoft Word
เอกสาร สามารถแกไข เพม่ิ แทรก ลบ และ - PageMaker
จัดรปู แบบเอกสารไดอยา งดี เอกสารท่ีพมิ พ
และจดั เกบ็ ไฟล สามารถแกไ ข และพิมพออก
ทางเครอ่ื งพิมพไ ด
3. ซอฟตแวรนำเสนองาน เปน ซอฟตแวรทช่ี วยใหก ารนำเสนอทำไดงา ย - Microsoft PowerPoint
สะดวกรวดเร็ว และมคี วามนาสนใจมากยิง่ ข้นึ - Open Office
สามารถสรา งสไลดท ่ปี ระกอบดว ย ตัวอกั ษร - Harvard Graphic
รูปภาพ กราฟ แผนภูมิ ตาราง ภาพเคลื่อนไหว
และเสยี ง สามารถตกแตงและนำเสนอสไลด
ดว ยรปู แบบตา ง ๆ ได
4. ซอฟตแวรต ารางคำนวณ เปน ซอฟตแ วรทช่ี วยในการคิดคำนวณ - Microsoft Excel
สามารถสง่ั ใหค ำนวณตามสูตรหรอื เงอ่ื นไขท่ี - Pladao Office
กำหนด หรอื สามารถสรางคำสั่งหรอื สูตรเพ่ือ
ใชง านเฉพาะได
5. ซอฟตแ วรจ ดั การฐานขอมลู ชว ยในการเก็บรวบรวมขอ มลู การประมวลผล - Microsoft Access
ขอมลู การสรางรายงานผล หรอื สรุปผลของ - Obsolete
ขอ มลู ทผ่ี านการประมวลแลว - SQL
- Oracle
แผนการจดั การเรยี นรู เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 นางสาวเตชนิ ี ภริ มย ครู โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม