The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ สพป.อด.2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ห้องหนังสือ(ครูโบ้), 2020-08-01 00:59:49

สาระท้องถิ่น เรื่องจังหวัดอุดรธานี 2563

โรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ สพป.อด.2

ประกาศโรงเรยี นบ้านโนนสมบรู ณ์
เร่ือง ให้ใช้หลักสูตรท้องถ่นิ โรงเรียนบา้ นโนนสมบูรณ์
พุทธศกั ราช ๒๕๖๓ (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐)
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

------------------------------------------------
ตามท่ีโรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ ได้ประกาศใช้หลักสูตรท้องถิ่นโรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์
พุทธศกั ราช ๒๕๕๓ โดยเรมิ่ ใชห้ ลักสูตรดังกลา่ วกบั นกั เรียนทุกระดบั ชั้นในปกี ารศกึ ษา ๒๕๕๑ ต่อมาใน
ปีการศึกษา ๒๕๕๕ โรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ ได้เพิ่มรายวิชาเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วน
ของรฐั มนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ เพอื่ ให้ผเู้ รียนพัฒนาทกั ษะกระบวนการคิด วิเคราะห์ มีเวลาในการ
ทากิจกรรมเพ่ือพฒั นาความรู้ ความสามารถและทักษะ การปลกู ฝงั คุณธรรมจริยธรรม การสร้างวนิ ยั การมี
จิตสานึกรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม ยดึ ม่ัน ในสถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และมีความภาคภูมิใจในความ
เป็นไทย ตลอดจนการเรียนการสอนในวิชาประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง รวมถึงการสอนศีลธรรมแก่
นักเรียน และในปีการศึกษา ๒๕๖๑เพ่ือให้สอดคล้องตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เร่ือง การบริหาร
จัดการเวลาเรียน และปรับมาตรฐานและตัวช้ีวัด สอดคล้องกับ คาส่ังสพฐ. ที่ ๑๒๓๙/๖๐ และประกาศ
สพฐ.ลงวนั ที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๑ โรงเรียนบา้ นโนนสมบูรณ์ ไดด้ าเนินการจัดทาหลักสูตรท้องถน่ิ โรงเรียน
บา้ นโนนสมบรู ณ์ พุทธศักราช ๒๕๖๓ (ฉบับปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ) เป็นที่เรยี บร้อยแลว้

จึงประกาศให้ใช้หลักสูตรท้องถิ่นโรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ทง้ั นี้ หลักสูตรทอ้ งถน่ิ โรงเรยี นบ้านโนนสมบรู ณ์ ได้รบั ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงประกาศให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษา ต้ังแต่บัดน้ีเป็น
ต้นไป

ประกาศ ณ วนั ที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

( นายสารวย ภหู ม่ืน ) (นายปัญญาพิพฒั ษ์ บารุง)
ประธานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน ผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านโนนสมบูรณ์

คำนำ

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณติ ศาสตร์วทิ ยาศาสตร์และสาระภูมิศาสตร์กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม (ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตามคาสั่ง
กระทรวงศึกษาธิการ ท่ี สพฐ. 1239/2560 ลงวันท่ี 7 สิงหาคม 2560 คาส่ังสานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพื้นฐาน ที่ 30/2561 ลงวันท่ี 5 มกราคม 2561 ให้เปล่ียนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และ
ตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) โดยมีคาสั่งให้
โรงเรียนดาเนินการใช้หลักสูตรในปีการศึกษา 2561 โดยให้ใช้ในช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 และ 4 และปี
การศกึ ษา 2562 โดยใหใ้ ชใ้ นช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2 และ 5 ตงั้ แตป่ ีการศึกษา 2563 เป็นต้นไป ใหใ้ ช้ ในทุก
ชั้นเรียนให้เปน็ หลักสูตรแกนกลางของประเทศโดยกาหนดจดุ หมายและมาตรฐานการเรยี นรู้เป็น เปา้ หมาย
และกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพ และ มีทักษะการ
เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สอดคล้องกับนโยบาย และเป้าหมายของสานักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ัน
พื้นฐาน

โรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ ทาการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคม
ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) โดยมีการกาหนดวิสัยทัศน์จุดหมาย สมรรถนะ
สาคญั คณุ ลักษณะอันพึงประสงคม์ าตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวดั และโครงสรา้ งเวลาเรยี น ตลอดจนเกณฑ์
การวัดประเมินผลให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้เปิดโอกาสให้โรงเรยี น กาหนดทิศทางในการ
จัดทาหลักสูตรการเรียนการสอนแต่ละระดับตามความพร้อมและจุดเน้น โดยมี กรอบแกนกลางเป็น
แนวทางที่ชัดเจนเพ่ือตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 มีความพร้อมในการก้าวสู่ สังคมคุณภาพ มีความรู้
อย่างแทจ้ รงิ และมีทกั ษะในศตวรรษท่ี 21

ขอขอบคุณผู้ท่ีมีส่วนร่วมจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 บุคลากรของโรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ ชุมชน ตลอดจนผู้ปกครอง และ
นักเรียน ซ่งึ ช่วยใหห้ ลกั สตู รมคี วามสมบรู ณ์และเหมาะสมต่อการจัดการศกึ ษาเพ่ือเด็กและเยาวชน

สำรบญั หนำ้
เรอ่ื ง
1
ความนา 3
การประเมนิ คณุ ภาพสาระการเรียนร้ทู ้องถ่นิ 12
การนากรอบสาระการเรยี นร้รู ะดบั ท้องถิน่ สู่การพฒั นาหลักสูตรสถานศกึ ษา 22
ขอบเขตสาระการเรยี นรทู้ ้องถิ่น 33
กลมุ่ สาะการเรียนรภู้ าษาไทย 45
กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ 49
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 54
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 62
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 70
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ 79
กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี 86
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ 92
ผลการเรยี นรู้ 93
ภาคผนวก

1

สว่ นท่ี 1

ควำมนำ

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จัดทาขึ้นสาหรับท้องถิ่นและ
สถานศึกษาได้นาไปใช้เป็นกรอบและทิศทางในการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา และจัดการเรียนการสอน
เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยทุกคนในระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานให้มีคุณภาพด้านความรู้และทักษะท่ี
จาเป็นสาหรับการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรู้เพ่ือพัฒนาตนเองอย่าง
ต่อเน่ืองตลอดชีวิต มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดท่ีกาหนดไว้จะช่วยทาให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องในทุก
ระดบั เหน็ ผลคาดหวังท่ีต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนทีช่ ัดเจนตลอดแนว ซ่งึ จะสามารถช่วยให้
หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องในระดับท้องถ่ินและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสตู รได้อย่างม่ันใจ ทาให้การจัดทา
หลักสตู รในระดับสถานศกึ ษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพยิ่งข้ึน อกี ท้ังยังช่วยให้เกิดความชดั เจนเร่ือง
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังน้ันในการพัฒนา
หลักสูตรในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติจนกระท่ังถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการ
เรียนรู้และตัวชี้วดั ที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน รวมทง้ั เป็นกรอบทิศทางในการจัด
การศึกษาทุกรูปแบบและครอบคลุมผ้เู รียนทุกกลุ่มเป้าหมายในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน การจัดหลักสูตร
การศึกษาข้ันพื้นฐานจะประสบความสาเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวังได้ ทุกฝ่ายที่เก่ียวข้องท้ังระดับชาติ
ชุมชนครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทางานอย่างเป็นระบบ และต่อเน่ือง ในการ
วางแผน ดาเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพ่ือพัฒนาเยาวชนของชาติไปสู่
คณุ ภาพตามมาตรฐานการเรยี นร้ทู ี่กาหนดไว้

จุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาเยาวชนสู่ศตวรรษท่ี 21 ในหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 การบริหารจดั การหลักสูตรในยคุ ปัจจบุ นั ซึ่ง มีการกระจายอานาจสู่
ท้องถ่ินและสถานศึกษา ให้มีส่วนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจในการพัฒนาหลักสูตรของตนเอง ครอบคลุมหลาย
มิติเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่ายในท้องถ่ิน และต้องอาศัยองค์ประกอบปัจจัยเก้ือหนุนต่างๆ มากมาย เพื่อ
การปรบั ปรุงพฒั นาการเรยี นการสอนให้ได้ผลดีและมีประสทิ ธิภาพสูงสดุ การกาหนดกรอบหลักสูตรท้องถ่ิน
เป็นสาระสาคัญประการหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษาใน
โรงเรียน เห็นแนวทางในการดาเนินงานในการจดั ทาหลักสูตรสถานศึกษา การจดั การเรียนการสอน รวมทั้ง
การส่งเสริม และดูแลด้านคุณภาพสอดคล้องกับสภาพ และความต้องการของชุมชนท้องถ่ิน โดยมีการ
กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและเกณฑ์ในการพัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น และสามารถ
ตรวจสอบคุณภาพของผู้เรียนในระดับท้องถิ่น เพื่อกาหนดกรอบทิศทางในการจัดการเรียนการสอนเพื่อ
พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถอันเป็นพื้นฐานจาเป็นในท้องถ่ินและโลกปัจจุบัน กรอบเป้าหมาย

2

จุดเน้นท่ีกาหนดสาระการเรยี นร้ทู ้องถน่ิ ตอ้ งมงุ่ เน้นผเู้ รยี นเป็นสาคญั บนพน้ื ฐานความเช่ือวา่ ทกุ คนสามารถ
เรยี นรู้และพฒั นาตนเองได้

เต็มตามศักยภาพ ผู้เรียนมีโอกาสเรียนรู้เร่ืองราวของชุมชน ท้องถ่ิน ซ่ึงเป็นสภาพแวดล้อมในชีวิต
จริงของตนทาให้เกิดความตระหนัก เห็นคุณค่า สานึกรักผูกพันกับท้องถิ่น มีความภาคภูมิใจในบรรพบุรุษ
ถิ่นฐานบ้านเกิดเป็นสมาชิกที่ดีของชุมชน ตลอดจนสามารถแก้ปัญหา พัฒนาชีวิต อาชีพ ครอบครัวและ
สังคมของตนเองได้ตามควรแก่ฐานะ และเป็นบุคคลท่ีมีความรอบรู้เก่ียวกับท้องถ่ินในแง่มุมต่างๆ ทั้งด้าน
เศรษฐกิจ สงั คม วัฒนธรรมฯลฯ อย่างชดั เจน

โรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ เป็นสถานศึกษาที่เปิดสอนต้ังแต่ระดับช้ันอนุบาลปีที่ 1 ถึง ระดับ
มัธยมศึกษาท่ี 3 สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 วิถีชีวิตของชาวจังหวัด
อุดรธานี ทั้งในด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ บุคคลสาคัญ ศิลปวัฒนธรรมประเพณี วิถีการดารงชีวิต
ทรัพยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม ตลอดจนผลผลิตสาคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของคนจังหวัดอุดรธานี โรงเรียน
บ้านโนนสมบูรณ์ จึงมีความมุ่งม่ันท่ีจะจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้ประสบการณ์เกี่ยวกับท้องถิ่นจาก
แหล่งเรยี นรู้ และภมู ิปัญญาท้องถน่ิ ทหี่ ลากหลายตามบริบทสถานศึกษาและสอดคล้องกับวยั ความสามารถ
และความสนใจของผู้เรียน ท่ีสอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชน
สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น เร่ือง จังหวัดอุดรธานี จึงเป็นหลักสูตรท่ีโรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ พัฒนาขึ้นตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560 ) โดยกาหนดขอบข่าย
ของสาระการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับท้องถ่ิน โดยกาหนดเป้าหมายการเรียนรู้ และการออกแบบหน่วยการ
เรยี นรูแ้ บบบรู ณาการ 8 กลมุ่ สาระ เพอื่ พฒั นาผเู้ รยี นทุกระดับชั้นให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ คณุ ลกั ษณะอันพึ
ประสงค์ มีเจตคติที่ดีและมีความรักความภาคภูมิใจในท้องถิ่ น ตระหนักและเห็นคุณค่าของ
ทรพั ยากรธรรมชาติ ร่วมอนุรักษท์ รัพยากรของจัวหวดั อดุ รธานี ให้คงอยู่ตอ่ ไป สามารถดารงชีวิตอยใู่ นสังคม
ได้อยา่ งมีความสุข เติบโตเป็นสมาชิกที่ดขี องชมุ ชน สังคมและประเทศชาติ

3

ส่วนที่ 2

กำรประเมนิ คุณภำพสำระกำรเรยี นรู้ท้องถน่ิ

วสิ ัยทัศน์

สาระท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี พุทธศักราช 2562 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 มุ่งพฒั นาผู้เรยี นทุกคนได้เรยี นรภู้ ูมิหลัง วิถีการดารงชีวิต เศรษฐกิจสังคมศิลปวฒั นธรรม
ขนบธรรมเนยี มประเพณีและทรัพยากรของจังหวัดอุดรธานี เพอ่ื ปลกู ฝังให้เยาวชนจงั หวัดอุดรธานี มีความ
รัก ความภาคภูมิใจในฐานะพลเมอื งจงั หวัดอุดรธานี และเป็นกาลงั สาคัญในการบารงุ รักษาใหย้ ง่ั ยนื ต่อไป

จุดหมำย

สาระท้องถ่ินโรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข และมี
ศักยภาพในการพัฒนาตนเองตลอดชีวิตดงั น้ี

1.มีคุณธรรม จริยธรรมตามหลักศาสนา และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเองมีวินัย
ปฏบิ ัติตนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

2.มคี วามรู้ความภาคภูมิใจ และดาเนนิ ชีวิตตามขนบธรรมเนียมประเพณีอนั ดีงาม ของบรรพชนคน
เมอื งอดุ รธานี

3.มีสขุ ภาพกายสขุ ภาพจติ ทีด่ ี มีสขุ นิสัยและรักการออกกาลังกาย

4.มีจิตสานึกท่ีดี มีความรักแผ่นดินถ่ินเกิดจังหวัดอุดรธานี เป็นพลเมืองที่ดีของชุมชนและของชาติ
ยึดม่ันในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบ อบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็ นประมุข

5.มีจติ สานกึ ในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถ่ินจังหวัดอุดรธานี การอนุรกั ษ์และพัฒนา
สิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะ ที่มุ่งทาประโยชน์ และสร้างสิ่งท่ีดีงามในชุมชนท้องถ่ิน และอยู่ร่วมกันอย่างมี
ความสุข

สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น

1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับ และการส่งและวัฒนธรรม
ใชภ้ าษาท้องถน่ิ และภาษากลางในการสื่อสารแลกเปลีย่ นข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์อันเป็นประโยชน์
ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม สร้างความเข้าใจอันดีด้วยการสื่อสารอย่างมีเหตุผลและมีประสิทธิภาพ ใน
สังคมทอ้ งถนิ่ และสังคมชาติ

4

2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความองค์ความรู้ หรือ
สารสนเทศเพ่ือการตัดสนิ ใจเกี่ยวกบั ตนเอง สังคมทอ้ งถนิ่ และสังคมชาติ

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆท่ีเผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และ
การเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและ
แก้ปัญหา และมีการตัดสินใจท่ีมีประสิทธิภาพ โดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ต่อตนเอง สังคมและ
ส่งิ แวดลอ้ ม

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการ นากระบวนการต่างๆไปใช้ในการ
ดาเนนิ ชีวิตประจาวนั การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง การเรยี นรู้ตอ่ เน่ือง การทางาน และการอยูร่ ว่ มกนั ในสงั คมด้วย
การสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่างๆ อย่างเหมาะสม
การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเล่ียงพฤติกรรมไม่พึง
ประสงคท์ สี่ ่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่นื

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การ
ทางานการแกป้ ญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถกู ตอ้ งเหมาะสมและมคี ุณธรรม

เป้ำหมำย/จดุ เน้น

1.1 พฒั นาผู้เรียนให้มคี วามรคู้ วามเข้าใจเก่ยี วกับท้องถ่ินของตนในทุกๆด้าน
1.2 พัฒนาผู้เรยี นให้มีความสานึกท่ดี มี ีความรักและหวงแหนท้องถน่ิ
1.3 สง่ เสริมใหผ้ ู้เรยี นสามารถนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและภมู ิปัญญาท้องถ่ินมาประยุกต์
ใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้
1.4 พัฒนาผู้เรียนให้มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม
1.5 มีทกั ษะการดารงชวี ิตอยใู่ นสังคมอย่างมีความสขุ

คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์
หลักสูตรทอ้ งถิ่นจังหวดั อดุ รธานี พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน

พทุ ธศักราช 2551 มงุ่ พฒั นาผู้เรียนให้มคี ณุลกั ษณะพึงประสงคเ์ พื่อสามารถอยู่ร่วมกับผูอ้ ่ืนในสังคมได้อย่าง
มคี วามสขุ ในฐานะพลเมอื งของจังหวัดอดุ รธานีดงั น้ี
1. รักชาติ ศาสนากษัตริย์
2. ซือ่ สตั ย์สจุ รติ

5

3. มวี นิ ยั
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยู่อย่างพอเพยี ง
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มีจิตสาธารณะ
ตวั ชวี้ ดั สำคญั
1.1 พัฒนาผเู้ รียนใหม้ คี วามร้คู วามเข้าใจเกยี่ วกบั ท้องถิน่ ของตนในทกุ ๆด้าน

1) มีความรู้ความเข้าใจในท้องถ่ินของตนทง้ั ในระดบั หมบู่ ้าน ตาบล อาเภอ จังหวดั
2) ดูแลสภาพแวดล้อมท้องถนิ่ ของตนใหส้ ะอาดปลอดภัยน่าอยู่
3) มีความรู้ความเขา้ ใจและเจตคตทิ ด่ี ีต่อการทางานอาชพี ในทอ้ งถิน่
4) มที ักษะพน้ื ฐานในการทางานและการประกอบอาชีพในท้องถิ่น
5) มสี ว่ นรว่ มในการป้องกนั แก้ไขปัญหาของท้องถิน่
1.2 พฒั นาผู้เรียนให้มคี วามสานึกที่ดมี ีความรกั และหวงแหนทอ้ งถิน่
1) มีความเขา้ ใจในการสื่อสารภาษาถิน่
2) มีส่วนร่วมในการทะนบุ ารุงโบราณสถานโบราณวัตถุและศิลปวัตถขุ องท้องถ่ิน
3) มสี ว่ นร่วมในการอนุรกั ษ์และสบื ทอดศลิ ปะ วัฒนธรรม ดนตรี นาฏศิลป์ของท้องถิ่น
4) มีจิตสาธารณะทมี่ ุ่งทาประโยชนแ์ ละสร้างสิง่ ที่ดงี ามในสังคมและท้องถ่นิ
5) นาผลติ ภัณฑ์ในอดีตของท้องถน่ิ มาประยุกตใ์ ช้ประโยชน์ให้สอดคล้องกับวิถชี วี ติ และสงั คม
ปัจจบุ ัน
1.3 สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รียนสามารถนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ินมาประยุกต์
ใช้ในชวี ิตประจาวันได้
1) มกี ารสง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรียนเห็นความสาคัญในการศึกษาคน้ คว้าและสบื ค้นความร้จู ากปรัชญาต่างๆ
2) มีการสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รียนเหน็ ความสาคญั ในการศึกษาคน้ ควา้ และสบื ค้นความรูจ้ ากแหล่งเรียนรู้
ภูมิปัญญาท้องถ่นิ
3) มกี ารนาภูมปิ ัญญาของท้องถ่นิ มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวนั
4) นาผลิตภัณฑใ์ นอดตี ของท้องถน่ิ มาประยุกตใ์ ช้ประโยชน์ห้สอดคล้องกบั วิถีชวี ติ และสงั คม
ปจั จบุ นั
1.4 พัฒนาผู้เรยี นใหม้ ีคุณธรรมจรยิ ธรรม
1) เปน็ คนใจบุญ เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนา มีจิตใจเอ้ือเฟื้อเผ่อื แผ่ มเี มตตากรุณา ชว่ ยเหลือ
ผูอ้ ื่นตามความเหมาะสม

6

2) นาหลักธรรมทางศาสนามาใช้ในการดารงชีวติ
3) มีสมั มาคารวะ ออ้ นน้อม ถ่อมตน
4) มคี วามเสียสละเพ่ือสว่ นรวม
5) มวี ินยั มจี ติ สาธารณะ
1.5 มีทกั ษะการดารงชวี ติ อยู่ในสังคมอยา่ งมคี วามสุข
1) ดารงชวี ิตภายใตห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
2) มวี จิ ารณญาณในการดารงชวี ิต
3) มีทักษะในการแก้ปญั หา
4) มีทักษะในการปฏเิ สธ
5) ปรบั ตัวเขา้ กบั สภาพแวดล้อม
6) มีทักษะในการใช้เทคโนโลยี
7) มีทักษะในการรวมกลุ่มสร้างเครอื ข่ายสมั พันธ์กบั บคุ คลอนื่
8) ดแู ลสุขภาพของตนเองอย่างสํมา่ เสมอ รักการออกกาลงั กาย
9) รบั ประทานผักพ้นื บ้านอาหารท้องถนิ่ ท่เี ปน็ ประโยชน์ตอ่ รา่ งกาย
10) ร่าเรงิ ยิ้มแย้ม แจม่ ใส มองโลกในแง่ดีมคี วามมนั่ คงในอารมณ์

แนวทำงกำรวดั และประเมินผล

การนาผลการประเมินไปใช้เพื่อพัฒนาผู้เรียน เพ่ือการปรับปรุงการเรียนการสอน จาแนกตาม
ระยะเวลาของการประเมินเป็น 3 ระยะ ดงั น้ี

1. กำรประเมินผลกอ่ นกำรเรยี นกำรสอน เป็นการประเมินผลยอ่ ยที่มีจุดมุ่งหมาย เพ่อื ศึกษาพ้นื ฐานความรู้
ของผู้เรียนว่า มีเพียงพอที่จะเรียนรู้ในเรื่องท่ีจะเรียนต่อไปหรือไม่ อย่างไร เป็นการประเมินผลเพ่ือจัด
ตาแหน่ง และเพ่ือการวนิ ิจฉยั ผลการประเมนิ สามารถนามาใช้ประโยชน์ ดังน้ี

1.1 จัดผู้เรียน ผู้สอนสามารถนาข้อมูลที่เปน็ ผลของการประเมินมาใชจ้ าแนกผ้เู รยี นออกเป็นกลุ่มๆ
ไดโ้ ดยการจัดผู้เรยี นทม่ี ีความรู้หรือขดี ความสามารถใกลเ้ คยี งกันไวด้ ว้ ยกนั เพอื่ ประโยชนใ์ นการจดั การเรียน
การสอนใหเ้ หมาะสมสอดคล้องกับผเู้ รียนแต่ละกลุ่ม

1.2 จัดสอนซ่อมเสริม ผสู้ อนสามารถนาขอ้ มูลทีเ่ ป็นผลของการประเมินมาจดั สอน ซ่อมเสริม ให้แก่
ผู้เรียนในส่วนที่ผู้เรียนยังขาดตกบกพร่องอยู่ จนมีความรู้เพียงพอท่ีจะเรียนต่อไปได้ เช่น สอนตัวต่อตัว
ระหว่างผูส้ อนกบั ผเู้ รยี น สอนเปน็ กล่มุ ย่อยสาหรับผเู้ รียนท่มี ปี ญั หาเหมือน ๆ กัน

1.3 วางแผนการสอน ผู้สอนสามารถนาข้อมูลที่เป็นผลของการประเมินมาใช้เป็นแนวทาง ในการ
จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนท่ีเหมาะสมกบั ความสามารถของผเู้ รียนได้

7

2. กำรประเมินผลระหว่ำงกำรเรียนกำรสอน เป็นการประเมินผลย่อยท่ีมีจุดมุ่งหมาย เพ่ือศึกษาผลการ
เรียนรู้ และการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมด้านต่างๆ ของผู้เรียน เป็นการประเมินผลในแต่ละหน่วยย่อยของ
เนื้อหาโดยมุ่งปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน ให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่กาหนดไว้ ผลการประเมิน
สามารถนามาใช้ประโยชน์ ดังนี้

2.1 ปรับปรุงการเรยี นของผู้เรยี น ผลท่ีได้จากการประเมินทาให้ทราบความรู้ ความสามารถในการ
เรียนรู้ของผู้เรียน ว่าผ่านจุดประสงค์ท่ีกาหนดไว้หรือไม่ มีข้อบกพร่องอะไรท่ี จะต้องแก่ไขปรับปรุงเพื่อ
พฒั นาการเรยี นใหด้ ขี ึ้น

2.2 ปรับปรุงการสอนของผู้สอน ผลที่ได้จากการประเมินสามารถใช้เป็นแนวทางใน การวางแผน
การสอนของผู้สอนให้เหมาะสม และสอดคล้องกับการเรียนรู้ของผู้เรียน เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้
ความสามารถสูงสดุ

2.3 จัดสอนซ่อมเสริม ผลที่ได้จากการประเมินจะทาให้ผู้สอนทราบว่าผู้เรียนรู้หรือไม่รู้ อะไรมี
ข้อบกพร่องอย่างไร จะนาข้อมูลท่ีเป็นผลจากการประเมินมาพิจารณาจัดสอนซ่อมเสริมให้ เช่น ให้ผู้เรียนท่ี
เรียนเก่งชว่ ยสอนผูเ้ รยี นท่ยี ังไม่บรรลจุ ดุ ประสงค์ เป็นต้น

2.4 พัฒนาคุณลักษณะด้านคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมของผู้เรียนผลการประเมินจะทาให้
ทราบว่าผู้เรียนมีคุณลักษณะด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม ท่ีกาหนดไว้หรือไม่หากพบว่า ผู้เรียนมี
พฤตกิ รรมท่ีเป็นคุณลกั ษณะที่ไมเ่ หมาะสม ผสู้ อนจะได้วางแนวทางแกไ้ ข

3. กำรประเมินผลเมื่อสิ้นสุดกำรเรียนกำรสอน เป็นการประเมินผลสรุป ซ่ึงมีจุดมุ่งหมาย เพื่อสรุป
ผลการเรียนรู้ของผู้เรียนในแต่ละรายวิชา เพื่อใช้ตัดสินว่าผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถใน เน้ือหาวิชาท่ีได้
เรยี นไปแลว้ มากนอ้ ยเพียงใด ผลของการประเมนิ สามารถนามาใชป้ ระโยชน์ ดังนี้

3.1 ปรับปรุงการเรียนของผู้เรียน ผลของการประเมินจะทาให้ผู้เรียนทราบระดับความรู้
ความสามารถของตนเองวา่ มมี ากน้อยเพยี งใด มีขอ้ บกพร่องอะไรทย่ี ังต้องแก้ไขปรับปรงุ อกี

3.2 ปรบั ปรงุ การสอนของผสู้ อน ผลของการประเมนิ จะทาให้ผู้สอนทราบว่า การสอนของตนบรรลุ
จุดมุ่งหมายของหลกั สตู รหรือไม่ มากน้อยเพยี งใด และยงั นาไปสู่การปรบั ปรุงวิธีสอนให้ เหมาะสมสอดคล้อง
กบั กิจกรรมการเรียนการสอน และผ้เู รยี นได้มากทส่ี ดุ

3.3 จัดสอนซ่อมเสริม ผลของการประเมินใช้ประกอบการตัดสินว่า จะให้ผู้เรียนเลื่อนไปเรียน
ช้ันท่สี ูงกว่าหรอื ไม่ ซึง่ ผสู้ อนอาจพิจารณาจัดสอนซ่อมเสรมิ ใหแ้ ก่ผเู้ รียน เชน่ ให้ทากจิ กรรม เพิม่ เติม โดยทา
ท่ีบา้ นหรอื ท่ีโรงเรยี น แล้วแตค่ วามเหมาะสม

8

3.4 ตาแหน่งผู้เรียน ผลการประเมินทาให้ทราบว่าความรู้ ความสามารถหรือ คุณลักษณะของ
ผู้เรียนอยู่ในตาแหน่งใดของกลุ่มเมื่อเปรียบเทียบกัน เป็นการจาแนกผู้เรียนตาม ความรู้ ความสามารถ

3.5 เปรียบเทียบพัฒนาการของผู้เรียน ผลของการประเมินทาให้ทราบว่า ผู้เรียนแต่ละคน
หรือแต่ละห้อง มีพัฒนาการข้ึนจากเดิมมากน้อยเพียงใดประโยชน์ท่ีได้จากการนาผลประเมินไปใช้ เพื่อ
ปรับปรุงการเรียนการสอนนั้น การประเมินผล ย่อยจะมีประโยชน์ต่อการเรียนการสอนมากกว่าการ
ประเมินผลสรุป เพราะผู้เรียนมีโอกาสแก้ไข ปรับปรุงผลการเรียนของตนเองเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง
การนาผลการประเมินไปใช้ เพื่อการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษามี เป้าหมาย
ดงั นี้

3.5.1 เพ่ือการพัฒนามาตรฐานการศึกษา เป็นการยืนยันผลและการสร้างความมั่นใจว่าการเรียน
การสอนในสถานศึกษาเพ่ือนาไปสูก่ ารพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน

3.5.2 เพื่อการจัดทาแผนปรับปรุงคุณภาพการศึกษา โดยอาศัยข้อมูล และผลการประเมินมาช่วย
ในการตัดสินใจเพอ่ื นาไปสู่การประกนั คุณภาพ

3.5.3 เพื่อการรายงานคุณภาพประจาปี โดยพิจารณาผล สรุปจากการตรวจสอบ และทบทวน
คุณภาพภายใน เพอื่ เป็นข้อมลู ย้อนกลบั สาหรบั การปรบั ปรุง และพัฒนา

3.5.4 เพอ่ื ประเมนิ ประสิทธภิ าพการดาเนินงานของระบบประกันคุณภาพ โดยอาศยั ผลจากการวัด
และประเมินเพ่ือการตรวจสอบประสิทธิภาพของการดาเนินงาน และคุณภาพการจัดการศึกษา ตามระบบ
ประเมินคุณภาพท่กี าหนด

รปู แบบกำรประเมนิ คุณภำพ
กำรประเมนิ ระดบั สถำนศกึ ษำ

1. กำรประเมินในช้ันเรียน การประเมินคุณภาพนักเรียนตามสาระการเรียนรู้ท้องถ่ินจังหวัด
อดุ รธานีและตามจุดเน้นคุณภาพนักเรียนด้านสมรรถนะสาคญั และคุณลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผเู้ รียนทุก
วิชา ทุกชั้นเรียน โดยใช้วิธีการ/เคร่ืองมือวัดและประเมินผลอยา่ งหลากหลายควบคู่ไปกับการเรียนการสอน

2. กำรประเมินในระดับสถำนศึกษำ การประเมินคุณภาพนักเรียนตามสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
จังหวัดอุดรธานี และตามจุดเน้นคุณภาพนักเรียนด้านสมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
ผ้เู รยี น สถานศกึ ษาพจิ ารณาถึงการประเมนิ ในภาพรวม เพื่อตดั สินผลการพัฒนาผเู้ รียนเม่ือจบภาคเรียนหรือ
ปีการศึกษา โดยใช้เคร่ืองวัดและประเมินผลเป็นแบบทดสอบภาคความรู้หรือภาคปฏิบตั ิ ตามท่ีสถานศึกษา
กาหนด

9

แนวทำงในกำรวัดและประเมินผลผู้เรยี นตำมกรอบหลักสตู รระดับท้องถิน่

ตวั ชว้ี ดั /เปำ้ หมำย/ หวั ข้อเรื่อง/เนื้อหำสำระ วธิ ีกำรวัดและ เครอื่ งมอื กำรวดั และประเมนิ ผล
จดุ เนน้ ประเมินผล
- ประวัตศิ าสตร์หมูบ่ า้ น ตาบล 1. ทดสอบ แบบทดสอบ
1.มคี วามรู้ความเขา้ ใจใน อาเภอ 2.วดั ความรู้ ความเขา้ ใจ 1. ปรนยั ชนดิ 3 ตวั เลือก หรือ
ทอ้ งถนิ่ ของตนในทุกๆ - สภาพแวดลอ้ มท้องถ่ิน และวเิ คราะห์ เขียน ชนิด 4 ตวั เลือก และเตมิ คา จับคู่
ดา้ น - อาชีพในชมุ ชน เชน่ การทานา แผนผังความคดิ 2. อตั นัย เขยี นเรียงความ เร่ือง
, การทาไร่ , การทอผ้า , การ 3. ให้นกั เรยี นสืบคน้ และ ชมุ ชนของฉัน หรอื อื่นๆ แบบตรวจ
เลี้ยงสัตว์ , ปลูกผกั ฯลฯ จดั ทารายงาน เรยี งความ
- ปญั หาในชมุ ชน เชน่ ปญั หา 1. ตรวจดคู วามเรียบร้อย
สงั คม ,ปญั หาสขุ ภาพ ความถกู ต้องและครอบคลุมของ
เน้ือหา
2. ตรวจความถกู ต้องของ
ขน้ั ตอนการเขยี นเรยี งความ
3. ตรวจการอา้ งอิงถงึ แหล่งที่มา
ของข้อมลู

ตวั ช้ีวดั /เปำ้ หมำย/ หัวข้อเรือ่ ง/เนอ้ื หำสำระ วธิ ีกำรวัดและ เคร่อื งมอื กำรวดั และประเมินผล
จดุ เน้น
ประเมินผล แบบทดสอบ
2. มคี วามสานึกท่ดี ีมี 1.แบบปรนยั ชนิด 3 ตัวเลือก หรือ
ความรกั และหวงแหน - ภาษาทอ้ งถิ่น เชน่ ปริศนาคา 1. ทดสอบ 4 ตัวเลือกและหรือ เตมิ คา
ทอ้ งถิน่ 2. แบบอัตนัยเขยี นเรยี งความ
ทาย , ผญา , นิทานก้อม , วัดความรู้ ความเขา้ ใจ เร่ือง คนใน ชุมชนบา้ นฉนั หรือ
อืน่ ๆ
สภุ าษิต , คาพงั เพย ฯลฯ และการคิดวิเคราะห์ แบบสังเกต
1. การมสี ว่ นรว่ มในการอภปิ ราย
- โบราณสถาน โบราณวตั ถุ เชน่ 2. อภิปรายและเขยี น 2. การอภิปรายในประเด็นที่
กาหนด
แหล่งอารยธรรมโบราณบา้ น รายงานสรุปการ 3. มีแนวการคดิ แบบคิดวเิ คราะห์
คดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ
เชียง , วดั ปา่ บา้ นตาด , พระ อภปิ ราย 4. รว่ มอภิปรายอย่างมีวนิ ัย

พุทธบาทบัวบก ฯลฯ 3. คน้ ควา้ /สัมภาษณ์

- การละเล่นเดก็ เช่น หมาก แลว้ วิเคราะหจ์ ากนนั้

เก็บ , เตน้ เชอื ก ,ว่ิงเปี้ยว , โปง้ นามาอภิปรายในช้ัน

แปะ ฯลฯ เรยี นพร้อมทั้งเขียน

- นาฏศลิ ป์ และ ดนตรี เช่น รายงานสรุปผลการ

หมอลากลอน , ลาเซ้ิงบ้งั ไฟ อภิปราย

ฯลฯ

10

- ภูมปิ ัญญาชาวบา้ น เช่น ทอ และปฏิบตั ติ ามหนา้ ท่ีใน
เส่อื , เคร่ืองมือและวธิ ีการจบั การร่วมอภิปรายแบบตรวจการ
สตั วน์ ้า , อาหารพนื้ บา้ น ฯลฯ เขยี นรายงานสรุป
1. ตรวจความถูกต้องของ
3. มคี วามสามารถนา - โครงการในพระราชดารใิ น - จดั ทาโครงงานฝึก เนอ้ื หาและเน้ือความรทู้ ีส่ รุป
หลักปรชั ญาของ ท้องถิน่ อาชีพตามภูมิปัญญา 2. ตรวจวธิ กี ารเขียน
เศรษฐกิจพอเพียงและ - การสง่ เสรมิ การปลูกผักปลอด ทอ้ งถิ่น แบบตรวจการเขียน
ภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ มา สารพิษ การทาเกษตรอนิ ทรยี ์ - ทาโครงงานแลว้ จดั รายงานโครงงาน
ประยกุ ตใ์ ช้ใชวี ติ ประจา - ภูมปิ ัญญาชาวบ้าน เชน่ นทิ รรศการแลกเปลยี่ น - พจิ ารณา
วัน เครอ่ื งมอื และวธิ ีการจบั สตั ว์บก เรยี นรู้ 1. ความเป็นมา
เชน่ หน่วง (ดกั แย)้ , กับ (ดัก 2. วตั ถุประสงค์
ตัวช้ีวดั /เปำ้ หมำย/ หนู),บ่วง(ดักนก) หรือ 3.วธิ ีการศกึ ษา/คน้ ควา้ /แสวงหา
จุดเนน้ หตั ถกรรมไม้ไผ่ ข้อมูล
4.การวเิ คราะห์ขอ้ มูล
4. มคี ุณธรรมจริยธรรม หัวข้อเรือ่ ง/เนือ้ หำสำระ วิธีกำรวัดและ 5.การสรุปผลการศึกษาแบบ
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผลการจัดนิทรรศการ
- พิจารณา
1. ความถูกต้องของเนื้อหาความรู้
2. ข้นั ตอนในการดาเนินกิจกรรม
เครอื่ งมือกำรวัดและประเมนิ ผล

- ประเพณบี ุญประทาย - ค้นคว้า / สัมภาษณ์ แบบสงั เกต
ขา้ วเปลือก (ตักบาตรขา้ วสาร) แล้วนามาอภปิ รายในช้นั 1. การมีส่วนรว่ มในการอภปิ ราย
- ประเพณีแจกขา้ ว อุทศิ สว่ น เรยี นพร้อมท้ังเขียนสรปุ 2. การอภปิ รายในประเด็นท่ี
กุศลใหแ้ กบ่ รรพบุรุษ -สังเกต กาหนด
- วนั สาคญั ทางศาสนา
- การเสียสละเพอื่ สว่ นรวม 3. มแี นวการคิดแบบคิดวิเคราะห์
- จิตสาธารณะ คิดอยา่ งมีวิจารณญาณ
4. ร่วมอภปิ รายอยา่ งมวี ินัย
และปฏิบัติตามหนา้ ทใี่ น
การรว่ มอภิปรายแบบตรวจการ

11

5. มที กั ษะการดารงชวี ติ - หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ 1. ทดสอบ แบบทดสอบ
อย่ใู นสังคมอย่างมี พอเพียง วดั ความรู้ ความเข้าใจ 1.แบบปรนยั ชนดิ 3 ตัวเลอื ก หรอื
ความสขุ - วิจารณญาณในการดารงชีวติ และการคิดวเิ คราะห์ 4 ตวั เลือกและหรือ เติมคา
- ทักษะในการแกป้ ัญหา 2. อภปิ รายและเขียน 2. แบบอัตนยั เขยี นเรยี งความ
- ทกั ษะในการปฏเิ สธ รายงานสรุปการ เรอื่ ง คนใน ชุมชนบา้ นฉัน หรือ
- ปรับตัวเข้ากบั สภาพแวดลอ้ ม อภปิ ราย อ่ืนๆ
- ทกั ษะในการใช้เทคโนโลยี 3. คน้ คว้า/สมั ภาษณ์ แบบสังเกต
- ทกั ษะในการรวมกลมุ่ สร้าง แล้ววเิ คราะห์จากน้ัน 1. การมสี ่วนรว่ มในการอภิปราย
เครือข่ายสมั พันธก์ ับบคุ คลอน่ื นามาอภิปรายในชัน้ 2. การอภปิ รายในประเดน็ ที่
- ดูแลสุขภาพของตนเองอยา่ ง เรยี นพร้อมทัง้ เขียน กาหนด
สํมา่ เสมอ รกั การออกกาลงั กาย รายงานสรปุ ผลการ 3. มแี นวการคิดแบบคดิ วิเคราะห์
- รับประทานผักพ้ืนบ้านอาหาร อภิปราย คดิ อย่างมวี ิจารณญาณ
ทอ้ งถิ่นทีเ่ ป็นประโยชน์ต่อ 4. ร่วมอภปิ รายอยา่ งมวี ินยั
รา่ งกาย และปฏิบัติตามหนา้ ทใ่ี น
- รา่ เรงิ ยม้ิ แย้ม แจ่มใส มอง การร่วมอภิปรายแบบตรวจการ
โลกในแงด่ ีมคี วามมั่นคงใน เขยี นรายงานสรปุ
อารมณ์ 1. ตรวจความถูกต้องของ
เนื้อหาและเน้ือความรูท้ ีส่ รุป
2. ตรวจวธิ กี ารเขยี น

หมำยเหตุ วิธีการวัดและประเมนิ ผลมหี ลากหลายวิธี สามารถออกแบบการประเมนิ เป็นการทดสอบ การ
สงั เกตการสมั ภาษณ์การประเมนิ ช้นิ งาน/ภาระงาน ตามความเหมาะสมกบั วัตถุประสงคและเป้าหมายของ
การวดั และประเมนิ ผลในครง้ั นน้ั ๆ

12

ส่วนที่ 3

กำรนำกรอบสำระกำรเรียนรู้ระดบั ทอ้ งถิน่ ส่กู ำรพัฒนำหลักสูตรสถำนศกึ ษำ

แนวกำรจัดโครงสร้ำงเวลำเรยี น

โครงสร้างเวลาเรียนของกรอบหลักสูตรท้องถ่ินจังหวัดอุดรธานี พุทธศักราช 2563 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ ได้ดาเนินการตามศักยภาพ
ความพร้อมและจุดเน้นของสถานศึกษาท้ังระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ดังน้ี

1. บูรณาการสาระการเรียนรู้ท้องถ่ินจังหวัดอุดรธานี กับสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระตาม
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

2. กาหนดสาระการเรียนรูท้ ้องถิน่ จงั หวดั อุดรธานี เป็นกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น

กำรจัดกำรเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสาคัญในการนากรอบหลักสูตรท้องถ่ินจังหวัดอุดรธานี

พุทธศักราช 2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สู่การเรียนรู้และการ
ปฏิบัติจริงให้เกิดผลกับผู้เรียน ตามจุดหมาย สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ที่
กาหนดในหลกั สูตรท้องถิ่นจงั หวัดอดุ รธานี พทุ ธศกั ราช 2563
1.หลักกำรจดั กำรเรียนรู้

เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามจุดหมาย สมรรถนะสาคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอัน
พึงประสงค์ ตามหลักสูตรท้องถ่ินจังหวัดอุดรธานี พุทธศักราช 2563 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 โดยยึดหลักผู้เรียนสาคัญที่สุด เช่ือว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และ
พัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชนท์ เ่ี กิดกบั ผู้เรยี น กระบวนการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรยี น สามารถพฒั นาตาม
ธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และพัฒนาการทางสมอง เน้นให้
ความสาคญั ทง้ั ความรู้และคณุ ธรรม
2.กระบวนกำรเรยี นรู้

การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ สถานศึกษาต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายเน้น
การมีส่วนร่วมโดยนาภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้บรรลุผลตามเป้าหมายของกรอบหลักสูตรทองถิ่นจังหวัอุดร
ธานี กระบวนการเรียนรู้ท่ีจาเป็นได้แก่ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้าง ความรู้
กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และกระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติจริง กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง
กระบวนการพัฒนาคุณลักษณะนิสัยกระบวนการเหลา่ นเี้ ปน็ แนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับ
การฝึกฝน พฒั นาเพอ่ื ช่วยใหผ้ ู้เรียนเกิดการเรียนรูไ้ ด้ดี บรรลเุ ป้าหมายของหลกั สตู ร ดังนัน้ ผู้สอนจงึ จาเป็น

13

ต้องทาความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ และเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้หลักสูตรท้องถิ่นของโรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ กาหนดสาระการเรียนรู้
ท้องถน่ิ เร่อื ง งหวัดอุดรธานี ออกเป็น 2 กล่มุ คือ
1.กลมุ่ ท่ี 1 ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 1-6
2.กล่มุ ที่ 2 ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 1-3

เวลำเรยี น ชนั้ ประถมศึกษำปีที่ 1 – 6

กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ เวลำเรียน (ชั่วโมง) หมำยเหตุ
ภาษาไทย
คณติ ศาสตร์ 12 สาระการเรียนรทู้ ้องถ่นิ เรอ่ื ง
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
สังคมศึกษา ศาสนา และ 10 “จงั หวดั อุดรธานี” เป็นการจดั
วฒั นธรรม
ประวตั ศิ าสตร์ 6 โครงสร้างเวลาเรียนโดยการ
ศลิ ปะ
สขุ ศึกษาและพลศึกษา 4 สอดแทรกเป็นหนว่ ยการเรยี นรูอ้ งิ
การงานอาชีพ
ภาษาตา่ งประเทศ มาตรฐานไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน
4 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั
- กิจกรรมเพ่ือสงั คมและ
สาธารณะประโยชน์ 2 พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551
รวม
4

4

4

2

50

14

ชั้นมัธยมศกึ ษำปที ่ี 1 – 3

กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ เวลำเรียน (ชั่วโมง) หมำยเหตุ
ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ 8 สาระการเรียนรทู้ ้องถ่ิน เรื่อง
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
สังคมศึกษา ศาสนา และ 8 “จงั หวัดอุดรธานี” เปน็ การจดั
วัฒนธรรม
ประวัตศิ าสตร์ 6 โครงสร้างเวลาเรียนโดยการ
ศลิ ปะ
สุขศึกษาและพลศึกษา 6 สอดแทรกเป็นหนว่ ยการเรียนรู้อิง
การงานอาชีพ มาตรฐานไวใ้ นหลักสตู รสถานศกึ ษา
ภาษาตา่ งประเทศ
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน 2 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ัน
4 พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551
- กิจกรรมเพื่อสงั คมและ
สาธารณะประโยชน์ 4
รวม
4

6

2

50

หนว่ ยกำรเรียนรู้

ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 1 จังหวัดอุดรธานี 1
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 2 จงั หวดั อุดรธานี 2
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 จังหวัดอุดรธานี 3
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 จังหวดั อดุ รธานี 4
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 จังหวัดอุดรธานี 5
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6 จงั หวัดอดุ รธานี 6
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 จังหวัดอุดรธานี 7
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จังหวัดอดุ รธานี 8
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 จังหวัดอุดรธานี 9
การกาหนดหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน ของสาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน เร่ือง จังหวัดอุดรธานี เป็น
ลักษณะการบูรณาการแบบสหวิทยาการ 8 กลุ่มสาระ 9 รายวิชา ท่ีสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และ
ตวั ช้ีวัดช้ันปี ท่กี าหนดไวใ้ นหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐานพทุ ธศักราช 2551 เช่อื มโยงกับความคิด
รวบยอดหลัก (Core Concept) ตามแนวทางการออกแบบการเรยี นร้แู บบยอ้ นกลบั (Backward Design)

15

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ของสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น เร่ือง จังหวัดอุดรธานี ได้นามาตรฐานการ

เรียนรู้และตัวช้ีวัดชั้นปีตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 มาวิเคราะห์เพื่อกาหนด
เป้าหมายการเรียนรู้ ท่ีต้องการให้เกิดข้ึนกับผู้เรียนในด้านความรู้ ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะสาคัญ เม่ือสิ้นสุดหน่วยการเรียนรู้ตามความคิดรวบยอดหลัก
(Core Concept) ดงั น้ี
1. จังหวัดอุดรธำนี

กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้สงั คมศกึ ษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม (ประวัตศิ ำสตร์)
มาตรฐาน ส 4.1

เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทาง
ประวัติศาสตร์ มาวิเคราะหเ์ หตุการณ์ ต่างๆอยา่ งเป็นระบบ
มาตรฐาน ส 4.3

เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความภมู ใิ จและธารงความเป็นไทย
2. วถิ ชี ีวติ คนอุดรธำนี

กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย
มาตรฐาน ท 5.1

เข้าใจและแสดงความคิดเห็นวิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ ค่าและนามา
ประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ จรงิ

กล่มุ สำระกำรเรียนรู้สังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม
มาตรฐาน ส 2.1

เขา้ ใจและปฏิบัติตนตามหนา้ ท่ีของการเป็นพลเมืองดีมีค่านิยมทดี่ งี าม และธารงรักษาประเพณีและ
วฒั นธรรมไทยดารงชวี ิตอยรู่ ่วมกนั ในสังคมไทยและสังคมโลกอยา่ งสนั ติสุข
มาตรฐาน ส 5.2

เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์
วัฒนธรรม และมจี ติ สานึกอนรุ กั ษ์ ทรัพยากรและส่งิ แวดลอ้ มเพ่ือการพฒั นาท่ยี ั่งยนื

กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้กำรงำนอำชพี
มาตรฐาน ง 1.1

เข้าใจการทางานมีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะการจัดการทักษะ
กระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรมลักษณะวิสัยใน
การทางาน มีจติ สานกึ ในการใชพ้ ลังงาน ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมเพ่อื การดารงชีวิตและครอบครัว

16

3. สถำนที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยว
กลมุ่ สำระภำษำตำ่ งประเทศ

มาตรฐาน ต 4.1
สามารถใชภ้ าษาตา่ งประเทศตามสถานการณต์ ่างๆท้งั ในสถานศกึ ษาชมุ ชนและสงั คม

มาตรฐาน ต 4.2
สามารถใช้ภาษาตา่ งประเทศเปน็ เคร่อื งมือในการเรยี นรู้ การทางาน การประกอบอาชพี การสร้าง

ความร่วมมือและการอยรู่ ่วมกันในสงั คม
กลุ่มสำระวทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์)

มาตรฐาน ว 8.2

เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอน และเป็นระบบ
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธภิ าพ
ร้เู ทา่ ทนั และมจี รยิ ธรรม
4. ทรัพยำกรธรรมชำตจิ งั หวัดอดุ รธำนี

กลมุ่ สำระวิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 1.1

เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับส่ิงมีชีวิต และ
ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศการถ่ายทอดพลังงานการเปลี่ยนแปลง
แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบท่ีมีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อมแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาส่ิงแวดล้อมรวมทั้งนาความรู้ไป
ใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 3.2

เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลกและบน
ผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปล่ียนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อส่ิงมีชีวิตและ
ส่ิงแวดล้อม

กล่มุ สำระกำรเรียนรู้สังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม
มาตรฐาน ส 5.1

เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกันใช้แผนท่ีและ
เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ตลอดจนใช้
ภมู ิสารสนเทศอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

17

5. ศิลปวัฒนธรรมและประเพณที ้องถน่ิ
กลมุ่ สำระศิลปะ

มาตรฐาน ศ 1.2
เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ท่ี

เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญั ญาทอ้ งถิ่น ภมู ิปญั ญาไทยและสากล
มาตรฐาน ศ 2.2

เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของดนตรีที่เป็น
มรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปญั ญาท้องถ่นิ ภมู ิปัญญาไทยและสากล
มาตรฐาน ศ 3.3

เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่
เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ ภมู ิปญั ญาไทยและสากล
6. กำรละเลน่ พ้นื บำ้ นประจำจงั หวดั อดุ รธำนี
มาตรฐาน พ 3.2

รักการออกกาลังกาย การเลน่ เกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเปน็ ประจาอย่างสํมา่ เสมอมวี ินัย เคารพ
สิทธิกฎ กติกา มีน้าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขันและชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา
มาตรฐาน พ 4.1

เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดารงสุขภาพการป้องกันโรคและการสร้าง
เสรมิ สมรรถภาพเพอ่ื สขุ ภาพ
7.วรรณกรรม วรรณคดี นทิ ำนพน้ื บำ้ น

กลุ่มสำระกำรเรียนรูภ้ ำษำไทย
มาตรฐาน ท 1.1

ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้ และความคิด เพ่ือนาไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดาเนินชีวิต
และมนี สิ ัยรกั การอา่ น
มาตรฐาน ท 1.2

ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราวในรูปแบบต่างๆ
เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ท 3.1

สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิดความรสู้ ึกในโอกาสต่างๆ
อย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์

18

มาตรฐาน ท 5.1
เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนามา

ประยุกต์ใช้ในชีวิตจรงิ
8. ของดีเมืองอดุ รธำนี

กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้คณติ ศำสตร์
มาตรฐาน ค 1.1

เข้าใจถงึ ความหลากหลายของการแสดงจานวนและการใช้จานวนในชวี ติ จรงิ
มาตรฐาน ค 1.2

เขา้ ใจถงึ ผลที่เกดิ ข้ึนจากการดาเนินการของจานวน และความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งการดาเนินการต่างๆ
และสามารถใชก้ ารดาเนนิ การในการแก้ปัญหาได้
มาตรฐาน ค 5.2

ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้ เก่ียวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล
มาตรฐาน ค 6.1

มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์
และการนาเสนอ การเชอ่ื มโยงความรู้ตา่ งๆทางคณิตศาสตร์และเช่ือมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ และมี
ความคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์

กลุม่ สำระกำรเรียนรูก้ ำรงำนอำชพี
มาตรฐาน ง 1.1

เข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางานทักษะการจัดการ ทักษะ
กระบวนการแกป้ ัญหา ทักษะการทางานรว่ มกนั และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคณุ ธรรม และลักษณะนิสัย
ในการทางาน มจี ิตสานึกในการใช้พลงั งาน ทรัพยากรและสง่ิ แวดลอ้ ม เพื่อการดารงชีวิตและครอบครัว
มาตรฐาน ง 4.1

เข้าใจมที ักษะท่ีจาเปน็ มปี ระสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใชเ้ ทคโนโลยีเพือ่ พัฒนาอาชพี มี
คุณธรรม และมีเจตคติท่ีดตี ่ออาชพี
ทักษะเฉพำะวิชำ
1.กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย
มาตรฐาน ท 1.1 กระบวนการอ่าน รกั การอ่าน
มาตรฐาน ท 2.1 กระบวนการเขียน การเขียนเร่ืองราวในแบบตา่ งๆ รายงานการศึกษาค้นคว้า
มาตรฐาน ท 3.1 การฟัง การดู การพดู แสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก
มาตรฐาน ท 5.1 การแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์ เห็นคุณค่า

19

2.กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้คณิตศำสตร์
มาตรฐาน ค 1.2 การแกป้ ัญหา การคาดการณ์
มาตรฐาน ค 5.2 การใช้วธิ กี ารทางสถิติ
มาตรฐาน ค 6.1 การแกป้ ัญหา การสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์ ความคิดรเิ ร่ิมสร้างสรรค์
3.กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 1.2 การจาแนก การสื่อสาร สิง่ ที่เรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การนาความรไู้ ปใช้
มาตรฐาน ว 2.2 การจัดการทรพั ยากรธรรมชาติ

มาตรฐาน ว 8.2 การเข้าใจ เหน็ คณุ คา่ การสืบคน้ ข้อมูล การส่อื สาร

4.กลมุ่ สำระกำรเรียนรสู้ งั คมศกึ ษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม
มาตรฐาน ส 2.1 การเป็นพลเมอื งดธี ารงรักษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย
มาตรฐาน ส 4.2 การสร้างสรรคว์ ัฒนธรรม มีจติ สานกึ การอนุรักษ์
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความหมายเวลา วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ และเช่ือมโยง
คณติ ศาสตร์กบั ศาสตร์อนื่ ๆ และมคี วามคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์
5. กล่มุ สำระกำรเรียนรูส้ ุขศกึ ษำและพลศึกษำ
มาตรฐาน พ 3.2 การออกกาลงั กาย
มาตรฐาน พ 4.1 ทักษะการดารงชวี ติ การสร้างเสริมสขุ ภาพ
6.กลมุ่ สำระกำรเรียนร้ศู ลิ ปะ
มาตรฐาน ศ 1.2 การสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์ วจิ ารณ์ เปรยี บเทยี บ
มาตรฐาน ศ 2.2 การเข้าใจความสมั พันธเ์ ห็นคุณคา่
มาตรฐาน ศ 3.2 การวิเคราะห์ ความสมั พนั ธ์
7. กลุ่มสำระกำรเรยี นร้กู ำรงำนอำชีพ
มาตรฐาน ง 1.1 การคิดสร้างสรรค์ การทางานรว่ มกนั จติ สานึกการใช้ทรัพยากร
8.กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ
มาตรฐาน ต 4.1 การใชภ้ าษา ตามสถานการณต์ ่างๆ
มาตรฐาน ต 4.2 การสงั เกต คิดวเิ คราะห์ สงั เคราะห์

20

สำระกำรเรยี นรู้

สาระการเรียนรู้ท้องถิน่ จงั หวัดอุดรธานี ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะ หรอื กระบวนการเรียนรู้
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ซึ่งกาหนดให้ผู้เรียนได้ศึกษา โดยแบ่งสาระการเรียนรู้เกี่ยวกับจังหวัด
อดุ รธานี ออกเป็น 7 ดา้ น 33 สาระยอ่ ย ดงั นี้

ด้ำนที่ 1 ประวัตคิ วำมเปน็ มำของจงั หวัดอุดรธำนี ประกอบด้วยสำระย่อย 1 สำระ
สาระที่ 1 ประวตั ิความเปน็ มาของจังหวัดอุดรธานี

ด้ำนที่ 2 สภำพภมู ศิ ำสตร์ลักษณะภูมิประเทศ ประกอบด้วยสำระย่อย 5 สำระ
สาระท่ี 1 ที่ต้งั
สาระท่ี 2 อาณาเขต
สาระท่ี 3 ลักษณะภมู ปิ ระเทศ
สาระที่ 4 สภาพภมู ิอากาศ
สาระที่ 5 สภาพเศรษฐกิจ

ด้ำนที่ 3 อำชีพ ประกอบด้วยสำระย่อย 4 สำระ
สาระท่ี 1 อาชีพเกษตรกรรม
สาระที่ 2 ธุรกจิ การท่องเที่ยว
สาระที่ 3 อาชีพหัตถกรรม
สาระที่ 4 แรงงานต่างชาติ

ดำ้ นท่ี 4 ขนบธรรมเนยี มประเพณีวัฒนธรรมท้องถน่ิ ประกอบด้วยสำระยอ่ ย 11 สำระ
สาระที่ 1 ประเพณสี ิบสองเดือน (ฮตี สิบสอง)
สาระที่ 2 งานเทศกาลประจาปที งุ่ ศรีเมือง
สาระท่ี 3 ประเพณบี ุญบงั้ ไฟล้าน อาเภอเพญ็
สาระท่ี 4 ประเพณีลอยกระทง
สาระที่ 5 ประเพณีงานมรดกโลกบ้านเชียง อาเภอหนองหาน
สาระที่ 6 ประเพณีแจกข้าว
สาระท่ี 7 ประเพณบี ุญประทายข้าวเปลือก
สาระท่ี 8 ประเพณสี ู่ขวัญบ้านสู่ขวัญเมอื ง
สาระท่ี 9 ภาษาถน่ิ
สาระท่ี 10 ศลิ ปะการแสดงและการละเลน่ พน้ื บา้ น
สาระท่ี 11 วรรณกรรมพ้ืนบา้ น

21

ดำ้ นที่ 5 สถำนทสี่ ำคญั ประกอบด้วยสำระย่อย 5 สำระ
สาระที่ 1 วัดท่สี าคัญ
สาระที่ 2 แหล่งธรรมชาติ
สาระท่ี 3 พระธาตแุ ละสง่ิ ศกั ด์สิ ทิ ธ์ิ
สาระที่ 4 แหลง่ เศรษฐกิจ
สาระท่ี 5 พิพิธภัณฑ์

ดำ้ นท่ี 6 บคุ คลสำคญั ประกอบด้วยสำระยอ่ ย 5 สำระ
สาระที่ 1 กรมหลวงประจกั ษ์ศลิ ปาคม อาเภอเมืองอดุ รธานี
สาระท่ี 2 หลวงตามหาบัวญาณสมั ปนั โน วัดป่าบ้านตาด อาเภอเมืองอุดรธานี
สาระท่ี 3 หลวงพ่อทูล วัดปา่ บา้ นค้อ อาเภอบ้านผือ
สาระท่ี 4 หลวงปู่ทองใบ ปภสั สโร วดั ภยู า่ อู่ อาเภอบา้ นผือ
สาระท่ี 5พระอุดมญาณโมลี วัดโพธสิ มภรณ์ อาเภอเมืองอุดรธานี

ดำ้ นที่ 7 สภำพปญั หำและแนวโนม้ กำรพฒั นำทอ้ งถน่ิ ประกอบด้วยสำระย่อย 2 สำระ
สาระท่ี 1 สภาพปญั หาท้องถิ่น
สาระท่ี 2 แนวโนม้ การพฒั นาท้องถิ่นจากบรบิ ทและกระแสของประชาคมโลก

22

ขอบเขตสำระกำรเรียนรทู้ อ้ งถน่ิ
จงั หวดั อุดรธำนี

ดำ้ นท่ี 1 ประวตั ิควำมเปน็ มำของจังหวดั อดุ รธำนี
สำระท่ี 1 ประวัติควำมเป็นมำของจังหวัดอดุ รธำนี
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีพบว่า บริเวณพื้นที่ที่เป็นจังหวัดอุดรธานีในปัจจุบัน

เคยเป็นถิ่นท่อี ย่ขู องมนษุ ย์มาตง้ั แตส่ มัยก่อนประวตั ิศาสตร์ ประมาณ 5,000-7,000 ปี จากหลกั ฐานทค่ี ้นพบ
ทบ่ี า้ นเชียง อาเภอหนองหาน และภาพเขียนสบี นผนงั ถ้าทอี่ าเภอบา้ นผือเป็นส่งิ ท่ีแสดงให้เหน็ เป็นอยา่ งดีจน
เป็นที่ยอมรับในวงการศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดีระหว่างประเทศว่า ชุมชนที่เป็นถ่ินที่อยู่ ของ
มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่จังหวัดอุดรธานีมีอารยธรรมความเจริญในระดับสูงและอาจถ่ายทอดความ
เจริญนี้ไปสู่ประเทศจีนก็อาจเป็นได้ โดยเฉพาะอย่างย่ิงเคร่ืองป้ันดินเผาสีลายเส้นที่บ้านเชียง อาเภอหนอง
หานน้นั ซงึ่ สันนิษฐานว่าอาจเป็นเครอ่ื งป้นั ดินเผาสีลายเส้นทเ่ี ก่าแก่ทสี่ ดุ ในโลกหลังจากยุคความเจริญท่ีบ้าน
เชียงแล้ว พ้ืนที่ท่ีเป็นจังหวัดอุดรธานีก็ยังเป็นท่ีอาศัยของมนุษย์สืบต่อมาอีกจนกระทั่งสมัยประวัติศาสตร์
ของประเทศไทย นับต้ังแต่สมัยทวาราวดี (พ.ศ. 1200-1600) และสมัยสุโขทัย(พ.ศ.1800-2000) จาก
หลักฐานท่ีพบคือใบเสมาสมัยทวาราวดี ลพบุรี และภาพเขียนปูนบนผนังโบสถ์ท่ีปรักหักพังบรเิ วณเทือกเขา
ภูพาน ใกล้วดั พระพุทธบาทบวั บก อาเภอบ้านผือ แต่ท้งั นีย้ ังไม่ปรากฎหลักฐานชือ่ จังหวัดอุดรธานีปรากฎใน
ประวัติศาสตร์แต่อย่างใดต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี พ้ืนท่ีท่ีจังหวัดอุดรธานีปรากฏใน
ประวัติศาสตร์เม่ือราวปีจอ พ.ศ.๒๑๑๗ พระเจ้ากรุงหงสาวดีได้ทรงเกณฑ์ทัพไทยให้ไปช่วยตีกรุงศรีสัตนาค
นหตุ (เวียงจนั ทน์) โดยให้สมเดจ็ พระมหาธรรมราชากับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยกทพั ไปช่วยรบ แต่เม่ือ
กองทัพไทยมาถึงเมืองหนองบัวลาภูซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองเวียงจันทน์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ประชวรด้วยไข้ทรพิษจึงยกทัพกลับไม่ต้องรบพุ่งกับเวียงจันทน์และเมืองหนองบัวลาภูนี่เอง สันนิษฐานว่า
เป็นเมืองที่มีความเจริญมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอานาจในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีน้ัน จังหวัด
อุดรธานีได้เกี่ยวข้องกับการศึกสงครามกล่าวคือในระหว่าง พ.ศ.2369-2371 ได้เกิดกบฏเจ้าอนุวงศ์ยกทัพ
เข้ามายึดเมืองนครราชสีมา ซ่ึงมีผู้นาคือคุณหญิงโม(ท้าวสุรนารี) กองทัพเจ้าอนุวงศ์ได้ถอยทัพมาตั้งรับที่
เมืองหนองบัวลาภู และต่อมาได้สู้กับกองทัพไทยและชาวเมืองหนองบัวลาภูจนทัพเจ้าอนุวงศ์แตกพ่ายไป
กระทั่งในปลายสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4ประมาณ พ.ศ.2411 ได้เกิดความวุ่นวายใน
มณฑลลาวพวนเนื่องมาจากพวกฮ้อซึ่งกองทัพไทยได้ยกขึ้นไปปราบจนสงบได้ช่ัวคราวในปี พ.ศ.2428 สมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพวกฮ้อได้รวมตัวก่อการร้ ายกาเริบเสิบสานข้ึนอีกในมณฑลลาว
ฝั่งซ้ายแม่นน้าโขงและมีท่าทีจะรุนแรงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้พระเจ้าบรม
วงศ์เธอกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ และเจ้าหม่ืนไวยวรนาถเป็นแม่ทัพใหญ่ฝา่ ยเหนือ
ไปทาการปราบปรามพวกฮ้อ ในเวลาน้นั เมอื งอดุ รธานียงั ไม่ปรากฏชอื่ เพียงแต่ปรากฏชื่อบ้านหมากแข้งหรือ
บ้านเดื่อหมากแข้งสังกัดเมืองหนองคาย ข้ึนการปกครองกับมณฑลลาวพวน และกรมหม่ืนประจักษ์ศิลปา

23

คมแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้เดินทัพผ่านบ้านหมากแข้งไปทาการปราบปรามพวกฮ้ อจนสงบภายหลังจากการ
ปราบปรามพวกฮ้อสงบแล้ว ไทยมีกรณีพิพาทกับฝร่ังเศสเน่ืองจากฝร่ังเศสต้องการลาวเขมร ญวณ เป็น
อาณานิคมเรียกว่า“กรณีพิพาท ร.ศ.112 (พ.ศ.2436)” ด้วยพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวท่ีทรงยอมเสียสละดินแดนสว่ นน้อยเพื่อรักษาประเทศไว้ จึงทรงยอมเสียสละดินแดน
ฝ่ังซ้ายแมํ่น้าโขงให้แก่ฝรั่งเศสและตามสนธิสัญญาท่ีทาข้ึนระหว่างประเทศ มีเง่ือนไขห้ามประเทศสยามตั้ง
กองทหารและป้อมปราการในรัศมี 25 กิโลเมตรของฝ่ังแม่ํน้าโขง ดังนั้นหน่วยทหารไทยท่ีต้ังประจาอยู่ที่
เมืองหนองคายอันเป็นเมืองศูนย์กลางของหวั เมืองหรือมณฑลลาวพวน ซึ่งมีกรมหม่นื ประจักษ์ศิลปาคมเป็น
ข้าหลวงใหญ่สาเร็จราชการ จาต้องอพยพเคลื่อนย้ายลึกเข้ามาจนถึงหมู่บ้านแห่งหน่ึงชื่อบ้านเด่ือหมากแข้ง
(ซง่ึ เปน็ ทีต่ ้ังจังหวดั อุดรธานีปัจจบุ ัน) หา่ งจากฝง่ั แม่นา้ โขงกว่า 50 กโิ ลเมตรเม่อื ทรงพิจารณาเห็นว่าหมู่บ้าน
แห่งน้ีมีชัยภูมิเหมาะสมเพราะมีแหล่งน้าดีเช่น หนองนาเกลือ(หนองประจักษ์ในปัจจุบัน) และหนองํน้าอีก
หลายแห่งรวมท้ังห้วยหมากแข้ง ซ่ึงเป็นลาห้วยน้าใสไหลเย็นกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมทรงบัญชาให้ตั้ง
ศูนยท์ หารลาวพวนและก่อตง้ั กองทหารข้ึน ณ หมู่บ้านเดื่อหมากแข้งจึงพอเหน็ ไดว้ ่าเมืองอดุ รธานไี ด้อุบัติขึ้น
โดยบังเอญิ เพราะเหตุผลทางการเมอื งระหว่างประเทศมากกว่าเหตุผลทางการคา้ การคมนาคม หรือเหตผุ ล
อื่นดัง เช่น หัวเมืองสาคัญต่างๆ ในอดีตอย่างไรก็ตาม“อุดร”มาปรากฏช่ือเมืองเมื่อ พ.ศ.2450 (พิธีตั้งเมือง
อุดรธานี 1 เมษายน ร.ศ.127 พ.ศ.2450) โดยพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร“โพธ์ิเนติโพธ์ิ”พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีกระแส พระบรมราชโองการให้จัดต้ังเมืองอุดรธานีขึ้นท่ีบ้านหมากแข้งอยู่ใน
การปกครองของมณฑลอุดร หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มา
เป็นระบอบประชาธิปไตย เม่ือวันที่ 21 มิถุนายน 2475 แล้วได้มีการปรับปรุงระเบียบบริหารราชการ
แผ่นดินยกเลิกการปกครองในระบบมณฑลในส่วนภมู ิภาคยังคงเหลือเฉพาะจังหวดั และอาเภอเท่านั้นมณฑล
อดุ รจงึ ถกู ยกเลิกไปเหลอื เพียง “จงั หวดั อุดรธานี”เทา่ น้นั

24

ด้ำนท่ี 2 สภำพภูมิศำสตร์ลักษณะภูมปิ ระเทศ
จังหวัดอดุ รธานมี ลี กั ษณะทางภมู ิศาสตร์ประกอบดว้ ย ๔ องคป์ ระกอบหลกั ได้แก่ ท่ตี ้งั อาณาเขต

ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ และสภาพภูมอิ ากาศ มรี ายละเอยี ดดงั ต่อไปน้ี
สำระท่ี 1 ที่ตงั้
ต้ังอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย บริเวณเส้นรุ้งที่ 17 องศาเหนือ เส้นแวง

ท่ี 103 องศาตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ระยะทาง 564
กิโลเมตร มีพ้ืนท่ีประมาณ 11,730,302 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 7,331,437.75 ไร่ คิดเป็นร้อยละ
2.29 ของพื้นท่ีทั้งประเทศมากเป็นอันดับ 4 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเป็นอันดับ 11 ของประเทศ
จงั หวัดอดุ รธานี มี 20 อาเภอ ไดแ้ ก่ อาเภอเมืองอุดรธานี อาเภอกุดจับ อาเภอหนองหาน อาเภอหนอง
แสง อาเภอหนองวัวซอ อาเภอกุมภวาปี อาเภอเพ็ญ อาเภอโนนสะอาด อาเภอบ้านผือ อาเภอไชย
วาน อาเภอทุ่งฝน อาเภอสร้างคอม อาเภอศรีธาตุ อาเภอบ้านดุง อาเภอวังสามหมอ อาเภอนน้าโสม
อาเภอพบิ ลู ยร์ ักษ์ อาเภอนายูง อาเภอ กแู่ กว้ และ อาเภอประจักษ์ศิลปาคม

สำระท่ี 2 อำณำเขต
ติดกบั จงั หวัดต่างๆ จานวน 6 จังหวัดดงั น้ี
ทิศเหนอื ติดกบั จงั หวัดหนองคาย
ทศิ ใต้ ตดิ กับจงั หวดั ขอนแกน่ และจงั หวัดกาฬสนิ ธ์ุ
ทิศตะวนั ออก ติดกบั จังหวดั สกลนคร
ทศิ ตะวันตก ติดกับจังหวัดหนองบัวลาภูและจังหวดั เลย

สำระที่ 3 ลกั ษณะภูมิประเทศ
ประกอบด้วยทรัพยากรภเู ขา ทรี่ าบลุ่ม มีรายละเอียดดงั ต่อไปน้ี
3.1 ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพื้นท่ีป่าของจังหวัดอุดรธานีมีประมาณ 2,908,723.50
ไร่ (39%) ของพืน้ ท่ีจงั หวัดอดุ รธานีทัง้ หมด มีสภาพสมบูรณ์จานวน 903,970.91 ไร่ คิดเป็นร้อยละ
15.74 ของพ้ืนที่จังหวัด ปัจจุบันสภาพเสื่อมโทรมจากการถูกทาลายเข้าครอบครองบุกรุกตัดไม้ทาลายป่า
เพื่อทาการเกษตรในเขตลุ่มํน้าโขง (ป่านายูง น้าโสม) ส่งผลให้เกิดอุทกภัยเป็นประจาปัญหาดินเส่ือมสภาพ
จากการถูก ชะล้างและการเผาทาลายวชั พชื นอกจากนยี้ ังมีปัญหาดินเค็มและดินเสียในระดับต่างๆ จานวน
1,111,983 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 15.17 ของพ้นื ทจี่ งั หวดั
3.2 พื้นท่ีทาการเกษตรมีจานวน 3,695,807 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 50.41 ของพ้ืนที่จังหวัดในขณะท่ีมี
พน้ื ที่ระบบชลประทานจานวน 321,415 ไร่ หรือคดิ เปน็ ร้อยละ 8.69 ของพืน้ ทที่ าการเกษตร
3.3 ทรัพยากรดิน ดินจังหวัดอุดรธานีมีด้วยกัน 3 ประเภท คือ ดินเค็มดินทรายและดินต้ืนดิน
เค็มโดยพื้นท่ีดินเค็มท้ังหมดอยู่ในท่ีราบครอบคลุมพ้ืนท่ี 5,561.60 ตารางกิโลเมตร (3,476,000 ไร่)

25

คิดเป็นร้อยละ 47.41 ของพ้ืนท่ีจังหวัดครอบคลุมพ้ืนท่ี 16 อาเภอจากท้ังหมด 20 อาเภอและอาเภอท่ีไม่มี
ดินเคม็ เลย ไดแ้ ก่ อาเภอวงั สามหมอ อาเภอนน้าโสมและอาเภอนายงู

3.4 พ้ืนที่ป่าของจังหวัดอุดรธานีมีประมาณ 2,908,723.50 ไร่ (39.4%) ของพื้นที่จังหวัด
อดุ รธานที งั้ หมด มสี ภาพสมบูรณ์ จานวน 903,970.91 ไร่ คดิ เปน็ ร้อยละ 15.74 ของพน้ื ทจ่ี ังหวดั ปัจจุบันมี
สภาพเสอ่ื มโทรมจากการถูกทาลาย เข้าครอบครองบุกรุกตัดไม้ทาลายปา่ เพื่อทาการเกษตรในเขตลุ่มํน้าโขง
(ป่านายูง น้าโสม) ส่งผลให้เกิดอุทกภัยเป็นประจา ปัญหาดินเส่ือมสภาพจากการถูกชะล้างและการเผา
ทาลายวัชพืช นอกจากน้ียังมีปัญหาดินเค็มและดินเสียในระดับต่างๆ จานวน 1,111,983 ไร่

3.5 ทรัพยากรแร่จังหวดั อดุ รธานี มีทรพั ยากรแร่ทม่ี ีมลู ค่าทางเศรษฐกจิ สูงหลายชนดิ ไดแ้ ก่
ถ่านหนิ ท่ีตาบลบา้ นผือ อาเภอบา้ นผอื และตาบลห้วยทราย อาเภอนายูง
ดินขาวท่ีตาบลโนนทอง อาเภอนายงู
แบรไ์ รต์ทตี่ าบลนาแค อาเภอนายูง
ทองคาท่ีตาบลบา้ นเพ่ิมและตาบลนาแค อาเภอนายงู
โปรแตชทอี่ าเภอประจกั ษศ์ ิลปาคมและอาเภอเมืองอุดรธานเี ป็นอตุ สาหกรรมชนดิ หินปูน

3.6 แหลง่ กา๊ ซธรรมชาติ ได้มีการสารวจแหล่งกา๊ ซธรรมชาติภฮู ้อม พนื้ ทร่ี วม 232.20 กิโลเมตร
ตั้งอยู่ในพืน้ ที่อาเภอหนองแสง อาหนองววั ซอ อเภอาเภอโนนสะอาด จังหวดั อดุ รธานี

สำระที่ 4 สภำพภูมอิ ำกำศ
แบ่งออกเป็น 3 ฤดู ได้แก่ ฤดรู อ้ นฤดฝู นและฤดูหนาว อากาศรอ้ นอบอ้าวในฤดรู อ้ น และหนาวเย็น
มากในฤดหู นาว เดอื นท่ีมอี ากาศร้อนอบอ้าวมากทีส่ ุดคือเดือนเมษายน และหนาวเย็นท่ีสดุ ในเดือนมกราคม
อุณหภูมิต่าสุดรายปี 9.8 องศาเซลเซียส สูงสุดรายปี 42.50 องศาเซลเซียส เฉล่ียรายปี 27.20 องศา
เซลเซยี ส ปริมาณนา้ เฉลย่ี 11,423.1 มิลลิเมตรต่อปี ความชนื้ สมั พทั ธ์ 70%
สำระท่ี 5 สภำพเศรษฐกิจ
จังหวดั มีการขับเคลอ่ื นในภาคเศรษฐกิจ เพือ่ ใหเ้ กดิ ความเติบโตของธุรกจิ ด้านต่างๆ และพยายามที่
จะดูแลธุรกิจในทุกๆ กลุ่ม จังหวัดอุดรธานีเป็นเมืองใหญ่และสาคัญเมืองหน่ึงของภาคอีสานตอนบน เป็น
ประตูสู่อินโดจีน ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศไทย-ลาว ทั้งด้านการศึกษาการท่องเท่ียว
จงั หวัดอดุ รธานีเป็นจังหวัดที่มีแหลง่ ท่องเทยี่ วทเี่ ปน็ แหล่งธรรมะ ไดแ้ ก่ วัดปา่ บา้ นตาด วดั ป่าบา้ นค้อ วดั ป่า
ภูพระบาท วัดป่าภูก้อน อ่ืนๆ ซ่ึงเป็นแหล่งที่ประชาชนชาวไทยมานมัสการเป็นประจา ตลอดจนมี
โบราณสถานบ้านเชียงที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก วนอุทยานภูฝอยลม ทะเลบัวแดงถือเป็น
ทะเลสาบนา้ จดื ซึ่งล้วนทารายไดใ้ หก้ ับชาวจังหวัดอุดรธานี เป็นจานวนมากในแต่ละปี
เกษตรกรรม : อาชีพของประชากรชาวไทยสว่ นใหญ่เน้นอาชีพเกษตรกรรม และเกษตรกรอุดรธานี
จานวนมากเน้นการดารงชีวิตตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ทางจังหวัดอุดรธานีและหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด

26

ไดร้ ่วมกันขบั เคลื่อนปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงสู่การปฏิบัติการดารงชวี ติ ท่ีพอเพียง จะทาใหว้ ิถีชีวิตดีขึ้น
สามารถสร้างรายได้ในครวั เรอื นเพมิ่ เติมได้

หัตถกรรม : จังหวัดอุดรธานีมีแหล่งหัตถกรรมสินค้าพ้ืนเมืองที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัดมากมาย
เช่น แหล่งทอผ้าพื้นเมือง หมู่บ้านนาข่า อาเภอเมืองจังหวัดอุดรธานี ผ้าขิดหนองวัวซอ ผลิตภัณฑ์ ต่างๆ
เครื่องปั้นดินเผา เครื่องจักสาน ตลอดจนจากสมุนไพร เช่น น้ายาล้างจานแซมพูสระผม ปุ๋ยชีวภาพต่างๆ

ผ้าทอ : ผ้าทอของจังหวัดอุดรธานีมีหลากหลายด้วยลวดลายสสี ันที่พัฒนาใหม่อยู่เรอ่ื ยๆ ที่นิยมกัน
เป็นเอกลักษณ์คือผ้าหมี่ขิดซ่ึงการทอผ้าหม่ีขิด เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่คนไทยได้สืบทอดกันมานานและ
แพร่หลายในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างย่ิงในจังหวัดอุดรธานีซ่ึงทอผ้าหมี่ขิดมากกว่าท้องถ่ินอ่ืนๆ
คาว่า“ขิด”เป็นภาษาพ้ืนบ้านของภาคอีสานมาจากคาว่า “สะกิด” หมายถึงการงัดช้อนข้ึนการสะกิดข้ึน
คาว่า “ผ้าขิด” จึงเป็นการเรียกขานช่ือผ้าตามกระบวนการทอ คือผู้ทอใช้ไม้เก็บขิดสะกิดช้อนเครือเส้นยืน
ขน้ึ เปน็ จังหวะตามลวดลายตลอดหน้าผ้า และพุ่งกระสวยสอดเสน้ พุง่ พเิ ศษและเส้นพุ่งเข้าไปตลอดแนวเครือ
เส้นยืนท่ีถูกงัดช้อนข้ึนนั้น ช่วงจังหวะของความถี่ห่างเครือเส้นยืนถูกกาหนดไว้ด้วยไม้เก็บขิด จึงเกิดเป็น
ลวดลายขิดข้ึนวิธีการทอผ้าแบบขิดจึงเป็นรูปแบบของการทอผ้าที่สร้างลวดลายขณะทอผ้าบนก่ี (หูก)
ทะเลบัวแดง เป็นทะเลสาบน้าจืดขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในอาเภอกุมภวาปี กับบางส่วนใน
พ้ืนที่อาเภอประจักษ์ศิลปาคมของจังหวัดอุดรธานี ความอุดมสมบูรณ์ของบึงหนองหานถือเป็นต้นแบบท่ี
น่าสนใจ ต่อการศึกษาระบบนิเวศน์วิทยา เพราะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างพืชพรรณและสัตว์
กลับคืนมาเป็นผลิตผลให้ชาวบ้านได้เก็บเก่ียว เล้ียงชีพ และหล่อเล้ียงชุมชนจนเป็นภาพวิถีชีวิตของชาว
หนองหานมานานปี กาลเวลาผ่านไปวิถีชาวบ้านกลายเป็นความงดงามตามธรรมชาติ ในยุคท่ีผู้คนโหยหา
ส่ิงที่เลือนหายในขณะที่ความอุดมสมบูรณ์ของบึงหนองหานยังคงอยู่ วงจรชีวิตของ “บัวแดง” หรือ “บัว
สาย” ท่ีบึงหนองหานจึงเปน็ ประจักษ์พยานถงึ ความอดุ มสมบูรณ์ทีค่ วรคา่ แก่การศึกษาน่ันจงึ เป็นเหตผุ ลท่ีว่า
ทาไมบัวแดงที่บึงหนองหานจึงงอกงามท่ัวท้องน้าไปไกลสุดลกู หูลูกตานับเป็นหม่ืนๆ ไร่ (ซ่ึงยังไม่ถึงครึ่งของ
บึงเลยด้วยซ้า) เพื่อท่ีการชมทุ่งทะเลบัวแดง แหล่งชมทุ่งดอกไม้ตามธรรมชาติท่ีใหญ่ท่ีสุดในประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์ OTOP : จากโครงการหนึ่งตาบลหนึ่งผลิตภัณฑ์เป็นโครงการต่อเน่ืองและได้รับการสนับสนุน
อยา่ งดจี ากหน่วยงานต่างๆ ในจงั หวัดซ่ึงผลิตภัณฑ์ OTOP มีมากมายหลายประเภทเช่น ผลติ ภัณฑ์ประเภท
อาหาร ไดแ้ ก่น้าพริกปลารา้ กล้วยตาก กล้วยอบ ประเภทของใช้ ได้แก่ ของทีร่ ะลึก เคร่ืองตกแต่ง ชดุ แต่ง
บ้าน กระติบข้าวรูปแบบสวยงาม ประเภทเคร่ืองด่ืม ได้แก่ ํน้าผลไม้ ตามฤดูกาล ประเภทผ้า เครื่อง
แตง่ กาย มีหมบู่ า้ นทข่ี นึ้ ช่อื ของจงั หวดั ซึง่ เป็นผลิตภณั ฑ์ที่ได้มาตรฐาน มผช.

27

ดำ้ นที่ 3 อำชีพ
อาชีพในทอ้ งถ่นิ ลว้ นเปน็ อาชีพท่ีทารายไดใ้ ห้กับท้องถน่ิ ดังนี้
สำระท่ี 1 อำชีพเกษตรกรรม : การทานา การปลูกอ้อย การปลูกมันสาปะหลัง ระบบเกษตร

อินทรีย์ และระบบเกษตรกรรมยง่ั ยนื
สำระที่ 2 ธุรกิจกำรท่องเที่ยว : จังหวัดอุดรธานีมีแหล่งท่องเท่ียวที่เป็นทั้งแหล่งดั้งเดิมและแหล่ง

ท่องเที่ยวใหม่เป็นทั้งแหลง่ ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรมลว้ นสรา้ งรายได้ให้แก่ท้องถ่ิน ชุมชนจากผู้มา
ท่องเที่ยว

สำระที่ 3 อำชพี ทอผำ้ พ้ืนเมือง : ผ้าทอพนื้ เมอื งอดุ รธานีเรียกว่าผ้าหมี่ขดิ มีสสี ันลวดลายมากมาย
สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นชุมชนปีละมากๆ ผ้าพ้ืนเมืองเสื้อผ้าสาเร็จรูปส่งไปขายต่างประเทศ เช่น ประเทศ
ในแถบยุโรป (สเปน อังกฤษ อิตาลี เยอรมัน) แถบอเมริกา แคนนาดา แถบเอเชีย (ญ่ีปุ่น จีน สิงคโปร์
ไต้หวัน เป็นตน้ ) ซง่ึ เป็นสนิ คา้ เศรษฐกจิ ของประเทศอีกดว้ ย

สำระที่ 4 อำชีพหัตถกรรม งำนฝีมือของใช้จำกวัสดทุ ้องถิ่น : จาหน่ายเป็นของที่ระลึก เช่น ชุด
แต่งบ้าน จานรอง ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดปาก เคร่ืองจักสานจากไม้ไผ่เป็นสินค้า OTOP ท่ีมีช่ือเสียงเป็นท่ี
ยอมรับท่วั ไป มีตลาดท้งั ในและต่างประเทศ เช่น สเปน สงิ คโปร์ เยอรมนั สหรัฐอเมริกา ญี่ป่นุ อินเดีย
เปน็ ต้น

สำระที่ 5 แรงงำนต่ำงชำติ : เป็นแรงงานที่ไปทางานต่างชาติ ทั้งแถบเอเชียยุโรปอ่ืนๆ นาเงินเข้า
ประเทศปลี ะมากๆ

ด้ำนท่ี 4 ขนบธรรมเนียมประเพณวี ัฒนธรรมท้องถ่ิน
โดยทวั่ ไปชาวจังหวัดอุดรธานมี ีขนบธรรมเนยี มประเพณีท้องถน่ิ เหมือนกบั ชาวอสี านในท้องถิ่นอ่ืนๆ

เป็นต้นวา่ ในรอบปีจะมกี ารทาบุญตามประเพณีสิบสองเดือนทเี่ รียกว่าฮตี สิบสอง อยู่ครบทุกเดือน แต่จะมี
การปรับหรือตัดข้ันตอนในการประกอบพิธีกรรมบางส่วนออกตามสภาพสังคม และเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ใน
ปัจจุบัน สาหรับขนบธรรมเนียมประเพณีเก่ียวกับการกินการอยู่ การแต่งกาย กิริยามารยาทและประเพณี
เก่ยี วกบั ชีวติ ทีเ่ ป็นแบบเฉพาะของชาวอสี านไว้อย่างชัดเจน

สำระท่ี 1 ประเพณีสบิ สองเดือน (ฮีตสิบสอง)

คือจารตี ทป่ี ฏิบตั ิกนั มาในแต่ละเดอื นตรงกบั ทางภาคกลาง ว่าประเพณี ๑๒ เดอื น ได้แก่

เดือนอ้าย เป็นช่วงอากาศหนาวชาวบา้ นจะจัดสถานที่แล้วนิมนตพ์ ระสงฆ์เข้ากรรม
เดือนยี่ ทาบุญคนู ลานบวงสรวงเจ้าแม่โพสพ
เดือนสาม ทาบญุ ขา้ วจ่ใี นวันมาฆบูชา

28

เดอื นสี่ ทาบญุ มหาชาติเรยี กว่า “บุญผะเวส” (พระเวสสนั ดร)
เดือนหา้ ทาบุญตรุษสงกรานต์
เดือนหก ทาบุญวสิ าขบชู าและบุญบัง้ ไฟ
เดอื นเจ็ด ทาบญุ ตดิ ปตี ดิ เดอื น เรยี กว่า ทาบุญเบิกบ้านและทาพธิ เี ล้ยี งมเหศักดห์ิ ลักเมือง

เลีย้ งผีบา้ น
เดือนแปด ทาบญุ เขา้ พรรษาเหมือนกบั ภาคกลางมีการถวายเทยี นพรรษา
เดือนเกา้ ทาบญุ ข้าวประดับดิน
เดอื นสบิ ทาบญุ ข้าวสาก (สลากภตั )
เดอื นสิบเอด็ ทาบุญออกพรรษา
เดือนสิบสอง ทาบุญกฐินเพ่ือบูชาพญานาค
สำระที่ 2 งำนเทศกำลประจำปีทุ่งศรเี มือง
เป็นงานประจาปีท่ีทางจังหวัดจัดข้ึนในช่วงวันท่ี 1-15 ธันวาคมของทุกปี ลักษณะคล้ายๆ กับงาน
เทศกาลของจังหวัดต่างๆ ซึ่งมักจะจัดรวมกับงานกาชาด มีมหรสพความบันเทิงต่างๆ หลากหลายประเภท
มกี ารแขง่ ขนั การประกวดการผลิตงานหัตถกรรมและการละเลน่ พ้ืนเมอื งต่างๆ
สำระที่ 3 งำนบญุ บั้งไฟล้ำน อำเภอเพ็ญ
ประเพณบี ุญบงั้ ไฟล้าน อาเภอเพ็ญ เปน็ ประเพณีท่จี ดั สบื ทอดกันมาแต่โบราณ ตรงกับวันเพ็ญเดือน
๖ ของทุกปี โดยมีความเช่ือว่าเป็นการทาบุญขอฟ้าขอฝนบนบานศาลกล่าวพระศรีมหาธาตุ พระ
คู่บ้านคู่เมืองของชาวบ้านธาตุ ให้ชาวบ้านมีความร่มเย็นเป็นสุขและลูกหลานที่เดินทางไปทางาน
ต่างประเทศ เป็นการสนับสนุนให้เกิดเงินสะพัดเข้ามาในบ้านธาตุ ในการจับจ่ายซื้อสินค้าและยังเป็นการ
รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม รักษาไว้ซ่ึงภูมิปัญญาท้องถ่ิน เป็นการส่งเสริมแหล่งท่องเท่ียวอีก
ทางหนงึ่ ประเพณบี ัง้ ไฟล้านเป็นประเพณที ี่คนอีสานอนุรักษ์เป็นอยา่ งดี มีการจัดงานเปน็ ประจาทกุ ปี
สำระที่ 4 ประเพณลี อยกระทง
จังหวัดอุดรธานีมีการสืบสานประเพณีเก่าแก่อย่างประเพณีลอยกระทงเพื่อแสดงความกตัญญูต่อ
แม่คงคา และเป็นการปลูกจิตสานึกช่วยกันอนุรักษ์แหล่งํน้าให้คงความสะอาด จังหวัดอุดรธานีจึงจัดงาน
ลอยกระทงอย่างย่ิงใหญ่ ในวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปี ท่ีสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม อาเภอ
เมือง อดุ รธานี โดยมีกิจกรรมคือ การทาขบวนแห่กระทงอย่างสวยงาม ขบวนแห่ เจ้าปนุ เถ้ากง ขบวนแห่
สิงโต ขบวนแห่มังกร ประกวดนางนพมาศและหนูน้อยนพมาศ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง และ
การแสดงมหรสพต่างๆ
สำระที่ 5 ประเพณงี ำนมรดกโลกบ้ำนเชียง
อาเภอหนองหาน มีการจัดงานเป็นประจาทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกจติ สานึกให้ กับบุคคล
ทุกเพศ ทุกวัย ให้เกิดความภาคภูมิใจและมีจิตสานึกร่วมกันในการอนุรักษ์ดูแลป้องกัน แหล่งโบราณคดี

29

วัฒนธรรมบ้านเชียงให้เป็นแหล่งในการศึกษาหาความรู้เพื่อให้องค์ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมสมัยก่อน
ประวัติศาสตร์ท่ีบ้านเชียงคงอยู่ตลอดไป กจิ กรรมภายในงานนอกจากจะมีการบรรยายทางวิชาการเกี่ยวกับ
สถานการณ์ บ้านเชยี งในปจั จุบนั แลว้ ยังมีการแสดงนิทรรศการความสาคัญของบ้านเชยี งเป็นแหล่งค้นคว้า
ทางประวัตศิ าสตร์ทสี่ าคญั แห่งหน่งึ ของโลก

สำระที่ 6 ประเพณีแจกขำ้ ว
เปน็ การทาบญุ อุทิศสว่ นกุศลให้แก่บรรพบรุ ุษท่ีลว่ งลบั ไปแลว้ เปน็ ประเพณีในทกุ จงั หวดั ของภาค
ตะวันออกเฉยี งเหนือ
สำระที่ 7 ประเพณบี ญุ ประทำยขำ้ วเปลือก
เป็นการตักบาตรขา้ วสาร ทาในเทศกาลออกพรรษา
สำระท่ี 8 ประเพณสี ่ขู วญั บ้ำนสู่ขวัญเมือง
เป็นประเพณีของจงั หวดั อุดรธานีทจ่ี ัดขน้ึ เพ่ือแสดงความกตัญญแู กบ่ รรพบรุ ษุ ทสี่ รา้ งบา้ นแปลง
เมอื ง จัดในวันที่ 18 มกราคมของทกุ ปี
สำระท่ี 9 ภำษำถ่นิ
เป็นภาษาพื้นบ้านที่อนุรักษไ์ ว้ให้ลกู หลานซ่งึ เปน็ เอกลกั ษณ์ของแต่ละท้องถิ่น
สำระที่ 10 ศลิ ปะกำรแสดงและกำรละเล่นพน้ื บำ้ น
กจิ กรรมการแสดงพ้นื บ้านทโี่ ดดเด่นของจงั หวัดอดุ รธานีภาคอสี าน ได้แก่ ราเซิ้ง หมอลา ราวง
มาตรฐาน
สำระที่ 11 วรรณกรรมพื้นบ้ำน
วรรณกรรมพืน้ บา้ นของจงั หวดั อดุ รธานีทีค่ น้ พบ ไดแ้ ก่ ท้าวสะลนุ ก้นุ อุสาบารส ผาแดง นางไอ่
นางอินถวา เชยี งงาม เชยี งมัง นางเพญ็

ดำ้ นท่ี 5 สถำนทีส่ ำคญั
แหลง่ ทีเ่ ปน็ สถานท่ีสาคญั ของจงั หวดั อุดรธานที ่คี วรศึกษาเกี่ยวกับท่ตี ง้ั ประวัติความเป็นมาและ

ความสาคัญของสถานที่สาคัญที่เปน็ วัด แหล่งธรรมชาติ พระธาตุ และสถานท่ีศักดิ์สทิ ธิ์ แหล่งเศรษฐกจิ
พพิ ธิ ภณั ฑ์ ดังนี้

สำระท่ี 1 วดั ทสี่ ำคญั
เช่น วัดกู่แก้ว วัดป่าโนนทองอินทร์ อาเภอกู่แก้ว วัดกู่แก้ววราราม อาเภอไชยวาน วัดถ้าผาดา
อาเภอน้าโสม วัดป่าบ้านค้อ อาเภอบ้านผือ วัดโพธิสมภรณ์ วัดมัชฌิมาวาส วัดป่าบ้านตาด อาเภอเมือง
อุดรธานี วัดป่าภูก้อน อาเภอนายูง วัดพระแท่น อาเภอพิบูลย์รักษ์ วัดศรีธาตุประมัญชา (วัดป่าแมว)
อาเภอศรธี าตุ เป็นตน้

30

สำระท่ี 2 แหลง่ ธรรมชำติ
เช่น ถ้าสิงห์ อ่างเก็บน้าห้วยหลวง อาเภอกุดจับ น้าตกนางริน อาเภอโนนสะอาด
นา้ ตกยงู ทอง อาเภอนา้ โสม ภฝู อยลมวนอทุ ยาน ธารงาม อาเภอหนองแสง วนอุทยานวงั สามหมอ อาเภอวัง
สามหมอ สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม อาเภอเมืองอุดรธานี อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
อาเภอนา้ โสม อุทยานแหง่ ชาตินายูง-น้าโสม อาเภอนายูง พน้ื ทชี่ มุ่ น้าหนองหานต้นกาเนิดลานา้ ปาว อาเภอ
กุมภวาปี ทะเลบัวแดงทะเลสาบน้าจืดที่ใหญ่และมีระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ อาเภอกุมภวาปี สะพานหิน
ตาบลท่าลี่ อาเภอกุมภวาปี
สำระที่ 3 พระธำตแุ ละสถำนท่ีศักด์ิสิทธิ์
เช่น คาชะโนด อาเภอบ้านดุง พระธาตุดอนแก้ว พระธาตุบ้านเดียมอาเภอกุมภวาปี พระธาตุศรี
ธาตุประมัญชา อาเภอศรีธาตุ พระธาตุนางเพ็ญ อาเภอเพ็ญ อนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม
ศาลหลกั เมอื งอุดรธานี ศาลเจ้าปยู่ า่ พระธาตโุ พนทอง อาเภอเมอื งอุดรธานี พระพุทธบาทบัวบก พระพุทธ
บาทบัวบาน อาเภอบา้ นผอื ศาลปู่โสม อาเภอน้าโสม
สำระที่ 4 แหลง่ เศรษฐกิจ
เช่น นาเกลอื สินเธาว์ อาเภอบ้านดงุ หมูบ่ า้ นนาข่า อาเภอเมืองอุดรธานี วีทแี หนมเนือง อาเภอ
เมืองอุดรธานี
สำระท่ี 5 พพิ ธิ ภัณฑ์
เช่น พิพธิ ภัณฑ์เมืองอุดรธานี อาเภอเมืองอุดรธานี พิพิธภัณฑ์ สถานแห่งชาตบิ ้านเชียง อาเภอ
หนองหาน ศาสนสถานทั้งวัดไทย จนี ญวณ อืน่ ๆ

ด้ำนที่ 6 บุคคลสำคญั
สาระที่ 1 กรมหลวงประจักษ์ศลิ ปาคม อาเภอเมืองอดุ รธานี
สาระที่ 2 หลวงตามหาบวั ญาณสัมปนั โน วัดป่าบา้ นตาด อาเภอเมอื งอดุ รธานี
สาระท่ี 3 หลวงพ่อทลู วดั ปา่ บ้านค้อ อาเภอบ้านผือ
สาระท่ี 4 หลวงปทู่ องใบ ปภัสสโร วดั ภูยา่ อู่ อาเภอบา้ นผือ
สาระที่ 5 พระอุดมญาณโมลี วดั โพธิสมภรณ์ อาเภอเมอื งอดุ รธานี

31

ด้ำนท่ี 7 สภำพปัญหำและแนวโนม้ กำรพัฒนำทอ้ งถิ่น
สำระที่ 1 สภำพปญั หำทอ้ งถิ่น
*การอพยพแรงงานออกนอกพ้ืนที่ ส่งผลใหส้ ัดสว่ นประชากรผสู้ ูงอายุจานวนมาก สว่ นใหญเ่ กิดจาก

แรงงานหนุ่มสาว ทาให้อัตราพ่ึงพาสูงและมีผลทาให้เกิดปัญหาด้านสังคมอ่ืนๆ ตามมาปั ญหาระบบ
ครอบครัวและจิตสานึกทางสังคมอ่อนแอ ทาให้เกิดภัยคุกคามทางวัฒนธรรมตะวันตก เป็นต้น

*การเคลอื่ นย้ายแรงงานต่างด้าว (ลาว เวียดนาม จีน พมา่ ) และการย้ายถิน่ ของชาวตะวนั ตก
ทง้ั ทถ่ี กู ต้องและไม่ถกู ต้องตามกฎหมาย

*การลักลอบค้ายาเสพติด เน่ืองจากเป็นจังหวัดที่มีพ้ืนท่ีติดต่อกับชายแดนประเทศเพ่ือนบ้าน
สปป.ลาว จึงมกี ารลกั ลอบนายาเสพติดเข้ามา

สำระท่ี 2 แนวโน้มกำรพฒั นำท้องถิน่ จำกบริบทและกระแสของประชำคมโลก
แนวโน้มการพัฒนาท้องถิ่นจากบริบทและกระแสของปร ะชาคมโลก ท่ี มีความห่วงใยต่ อก า ร
เปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อม และการใช้พลังงานทางเลือกทดแทนน้ามันเชื้อเพลิง ประกอบกับศักยภาพ
ของจังหวัดอุดรธานีท่ีมีท่ีตั้งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภูมิภาค/กลุ่มประเทศอนุภาคลุ่มแม่ ํน้าโขง
ประชาชนในจงั หวดั มศี ลิ ปวฒั นธรรมและประเพณีอันดีงาม มีพืน้ ทีท่ าการเกษตรจานวนมากและมีแหล่งน้า
ทพ่ี ร้อมสาหรับการพฒั นาและจดั การเพื่อสนับสนุนการผลิตของภาคเกษตรกรรมให้มีประสิทธิภาพการผลิต
เพิ่มสูงข้ึนได้ จังหวัดอุดรธานีจงึ ได้รว่ มกับทุกภาคส่วนกาหนดวิสยั ทัศน์การพัฒนาจังหวัดอุดรธานี ปี พ.ศ.
2558 – 2561 ดงั น้ี
“เมอื งนา่ อยู่ ศูนย์กลางการค้าการลงทุนของอนุภูมิภาคลุ่มํนา้ โขง”
*จังหวัดอุดรธานีเป็นศูนย์กลางของภาคอีสานตอนบนและเป็นประตูสาคัญสู่อินโดจีน เป็น
ศูนย์กลางการคมนาคมทางบกและทางอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และกลุ่มประเทศ
อนุภาคลุ่มแมํ่นา้ โขง (GMS) รวมท้ังยงั เปน็ ศนู ย์กลางการลงทุนและแหลง่ พานักสนิ ค้า
*มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติท่ีเป็นพลังงานแก่สธรรมชาติ (ภูฮ้อม) และแร่ธาตุท่ีสาคัญ (โปรแตช)
จานวนมาก
*มีแหล่งท่องเที่ยวท่ีสาคัญมากมาย ทั้งที่เป็นแหล่งท่องเท่ียวมรดกโลกแหล่งท่องเท่ียวธรรมชาติ
แหล่งทอ่ งเท่ียวทางวฒั นธรรม และศาสนา
*มีสถาบันการศึกษาท่ีมีคุณภาพจากภายนอกเข้ามาให้บริการทางการศึกษาหลายมหาวิทยาลัย
เช่นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัย
รามคาแหงมหาวทิ ยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชและอื่นๆ

32

*มีกระแสนิยมวัฒนธรรมตะวันตกเพ่ิมขึ้น ทาให้มีโอกาสพัฒนาสินค้าและบริการบนพื้นฐาน
วัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เช่น การนวดแผนไทย อาหารท้องถ่ิน ขณะเดียวกันการตื่นตัวด้าน
สงิ่ แวดล้อมและสุขภาพสง่ ผลใหต้ อ้ งเพิม่ ความเข้มงวดด้านมาตรฐานและคุณภาพผลติ ภณั ฑ์มากข้ึน

33

กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ ภำษำไทย

34

สำระกำรเรยี นร้ทู ้องถิน่
“จังหวดั อดุ รธำนี”

กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
ช้ันประถมศึกษำปีที่ 1

นทิ ำนพ้นื บ้ำน วรรณกรรมและวรรณคดี

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตัวชีว้ ัดช้นั ปี สำระกำรเรยี นร้ทู ้องถ่ิน
มาตรฐาน ท 1.1 ป1/3 ตอบคาถาม การอา่ นจบั ใจความสาสาคัญ
ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้ เกีย่ วกบั เรื่องที่อ่าน เกีย่ วกับวรรณคดี วรรณกรรม
และความคดิ เพ่ือนาไปใช้ตดั สินใจ นิทานพ้ืนบ้านภาคอีสาน เรอ่ื ง
แกป้ ัญหาในการดาเนินชวี ติ และมนี สิ ัยรัก ป1/2. เขียนสือ่ สารดว้ ย ตานานจงั หวดั อดุ รธานี
การอ่าน คาและประโยคง่ายๆ
มาตรฐาน ท 2.1 การเขยี นสือ่
ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร -คาที่เรยี นรู้จากท้องถิน่
เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี น -คาท่ีเรียนรู้จากนิทานพนื้ บ้าน
เร่อื งราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงาน
ข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษา
คน้ คว้าอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

มาตรฐาน ท 3.1 ป1/3. พูดแสดงความ การจบั ใจความและพูดแสดงความ
สามารถเลอื กฟังและดูอยา่ งมี คิดเหน็ และความรู้สกึ คิดเห็น ความร้สู กึ จากนทิ าน
วจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ จากเร่ืองท่ีฟังและดู พ้ืนบ้านท่ีอ่าน เร่อื ง ตานานจังหวดั
ความคดิ และความรสู้ กึ ในโอกาสตา่ งๆ อดุ รธานี
อย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์

มาตรฐาน ท 5.1 ป1/1 บอกข้อคดิ ที่ได้ ตานานจงั หวัดอดุ รธานี

เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ จากการอา่ นหรอื การฟัง

วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ ง วรรณกรรมร้อยแกว้

เหน็ คณุ ค่าและนามาประยุกต์ใช้ในชีวิต และร้อยกรองสาหรบั

จริง เด็ก

35

สำระกำรเรยี นร้ทู ้องถิน่
“จังหวดั อดุ รธำนี”

กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ 2

นทิ ำนพน้ื บ้ำน วรรณกรรมและวรรณคดี

มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวชีว้ ัดช้นั ปี สำระกำรเรยี นร้ทู ้องถ่ิน
มาตรฐาน ท 1.1 ป2/3 ตอบคาถาม การอา่ นจบั ใจความสาสาคัญ
ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้ เกยี่ วกบั เรื่องที่อ่าน เกีย่ วกับวรรณคดี วรรณกรรม
และความคดิ เพ่ือนาไปใช้ตัดสินใจ นิทานพ้ืนบ้านภาคอีสาน เรอ่ื ง
แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชวี ติ และมนี สิ ัยรัก ป2/2. เขียนสือ่ สารดว้ ย ตานานจงั หวดั อดุ รธานี
การอา่ น คาและประโยคง่ายๆ
มาตรฐาน ท 2.1 การเขยี นสือ่
ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี นส่ือสาร -คาที่เรยี นรู้จากท้องถิน่
เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขยี น -คาท่ีเรียนรู้จากนิทานพนื้ บ้าน
เรื่องราวในรปู แบบต่างๆ เขียนรายงาน
ขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษา
คน้ ควา้ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

มาตรฐาน ท 3.1 ป2/3. พูดแสดงความ การจบั ใจความและพูดแสดงความ
สามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมี คดิ เหน็ และความรู้สกึ คิดเห็น ความร้สู กึ จากนทิ าน
วจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ จากเร่ืองท่ีฟังและดู พ้ืนบ้านท่ีอ่าน เร่อื ง ตานานจังหวดั
ความคดิ และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อดุ รธานี
อย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์

มาตรฐาน ท 5.1 ป2/1 บอกข้อคดิ ที่ได้ ตานานจงั หวัดอดุ รธานี

เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น จากการอา่ นหรอื การฟัง

วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่าง วรรณกรรมร้อยแกว้

เหน็ คณุ ค่าและนามาประยุกต์ใช้ในชีวิต และร้อยกรองสาหรบั

จริง เด็ก

36

สำระกำรเรียนรทู้ อ้ งถิ่น
“จงั หวดั อดุ รธำนี”

กล่มุ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย
ช้นั ประถมศกึ ษำปีท่ี 3

นทิ ำนพืน้ บ้ำน วรรณกรรมและวรรณคดี

มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวชีว้ ดั ชน้ั ปี สำระกำรเรียนรทู้ อ้ งถ่ิน
มาตรฐาน ท 1.1 ป2/3 ตอบคาถาม การอา่ นจับใจความสาสาคัญ
ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้ เก่ยี วกบั เรอื่ งทีอ่ ่าน เกีย่ วกับวรรณคดี วรรณกรรม
และความคดิ เพื่อนาไปใช้ตดั สนิ ใจ นิทานพ้ืนบ้านภาคอสี าน เรื่อง
แกป้ ัญหาในการดาเนินชีวติ และมนี ิสยั รกั ป2/2. เขยี นส่อื สารด้วย ตานานจังหวดั อุดรธานี
การอ่าน คาและประโยคงา่ ยๆ
มาตรฐาน ท 2.1 การเขียนเรื่องสน้ั จาก
ใช้กระบวนการเขียนเขยี นสื่อสาร ประสบการณ์ เร่ือง ตานานจงั หวดั
เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขยี น อดุ รธานี
เรื่องราวในรปู แบบต่างๆ เขยี นรายงาน
ขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษา
ค้นคว้าอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

มาตรฐาน ท 3.1 ป2/3. พดู แสดงความ การพูดเล่าเร่ืองจากการไปทัศน
สามารถเลอื กฟังและดูอยา่ งมี คดิ เหน็ และความรูส้ กึ ศึกษาแหลง่ เรียนรใู้ นจังหวัดอุดรธานี
วจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ จากเร่อื งท่ีฟงั และดู
ความคดิ และความร้สู กึ ในโอกาสตา่ งๆ
อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์

มาตรฐาน ท 5.1 ป2/1 บอกข้อคดิ ที่ได้ ตานานจังหวดั อุดรธานี

เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น จากการอ่านหรอื การฟัง

วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่าง วรรณกรรมร้อยแกว้

เหน็ คณุ ค่าและนามาประยุกต์ใชใ้ นชีวิต และรอ้ ยกรองสาหรับ

จริง เด็ก

37

สำระกำรเรยี นรทู้ ้องถิ่น
“จังหวดั อุดรธำนี”

กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย
ชัน้ ประถมศึกษำปีท่ี 4

นทิ ำนพนื้ บำ้ น วรรณกรรมและวรรณคดี

มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตวั ชีว้ ดั ชั้นปี สำระกำรเรียนรู้ท้องถนิ่

มาตรฐาน ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ อง ป 4/6 บอกความหมายของ - ภาษาถ่ิน (หมวดเครือญาต)ิ
เชน่
ภาษาและหลักภาษาไทย การ สานวน
- ภาษาอสี าน
เปลย่ี นแปลงภาษา และพลัง - ภาษาไทพวน
- ภาษาภูไท
ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษา ป 4/7 เปรยี บเทยี บภาษาไทย - ภาษาญ้อ
- สานวนสภุ าษิตอสี าน
ภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ มาตรฐานกบั ภาษาถ่ินได้

สำระกำรเรียนรทู้ อ้ งถิ่น
“จงั หวดั อดุ รธำนี”

กลุม่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย
ชั้นประถมศึกษำปที ่ี 5

นิทำนพืน้ บ้ำน วรรณกรรมและวรรณคดี

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตัวชวี้ ัดชนั้ ปี สำระกำรเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น

มาตรฐาน ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของ ป 5/3 เปรยี บเทียบภาษาไทย ภาษาถิน่ (หมวดอาหาร
หมวดเครือ่ งใช้ ในการ
ภาษาและหลักภาษาไทย การ มาตรฐานกบั ภาษาถ่นิ ได้ ประกอบอาชีพ) เชน่
- ภาษาท้องถน่ิ อีสาน
เปล่ยี นแปลงภาษา และพลัง - ภาษาทอ้ งถนิ่ ไทพวน
- ภาษาท้องถิ่นภูไท
ของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษา

ภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ

38

สำระกำรเรยี นร้ทู อ้ งถิ่น
“จังหวดั อดุ รธำนี”

กลมุ่ สำระกำรเรยี นรูภ้ ำษำไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษำปีท่ี 6

นิทำนพน้ื บำ้ น วรรณกรรมและวรรณคดี

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตัวชวี้ ดั ชน้ั ปี สำระกำรเรียนร้ทู อ้ งถิน่
มาตรฐาน ท 1.1 ป6/3 อา่ นเร่ืองสัน้ ๆ อย่าง
ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้ หลากหลาย โดยจับเวลาแลว้ ถาม การอ่านจบั ใจความจากส่อื ต่างๆ
และความคดิ เพ่ือนาไปใชต้ ดั สนิ ใจ เกี่ยวกับเรอื่ งท่ีอ่าน - นทิ านและเพลงพืน้ บา้ น
แก้ปัญหาในการดาเนินชีวิตและมนี สิ ัยรัก (ให้เลือกในท้องถ่นิ ของตนเอง
การอ่าน ป 6/4 แยกข้อเท็จจรงิ และ และอาเภอใกลเ้ คียง)
ข้อคิดเหน็ จากเร่ืองที่อา่ น - ผาแดง นางไอ่ เชียงคา
มาตรฐาน ท 4.1 ป 6/5 อธิบายการนาความรแู้ ละ เชยี งงาม เชียงมงั เจ้าปู่
เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาไทยและหลกั ความคิด จากเรื่องทีอ่ ่านไป กระหม่อมปอมหวั (อ.หนอง
ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของ ตัดสนิ ใจแก้ปัญหา ในการดาเนิน หาน)
ภาษาไทย และพลังของภาษา ภมู ปิ ญั ญา ชีวติ - ตานานคาชะโนด
ทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ พระยาอือลือ เจ้าปศู่ รีสทุ โธ
สมบตั ิของชาต ป6/2 ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกับ (อ.บา้ นดุง)
กาลเทศะและบคุ คล - ตานานหลวงพอ่ ทองคา
(อ.ทุ่งฝน)
- ตานานศรีธาตุพยานรัก
(อ.ศรธี าตุ)
- ตานานรกั วังสามหมอ
(อ.วังสามหมอ)

ภาษาถิน่ (หมวดการใช้
ภาษาถน่ิ ทเ่ี หมาะสมกับ
กาลเทศะและบุคคล)
- ภาษาพ้ืนบา้ นอีสาน
- ภาษาพ้นื บา้ นไทพวน
- ภาษาพื้นบา้ นภูไท
- สภุ าษิตภาษาอีสาน
- ผญา

39

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตวั ช้วี ัดชน้ั ปี สำระกำรเรียนรู้ทอ้ งถนิ่
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความ ป 6/1 แสดงความคิดเห็นจาก
คิดเหน็ วิจารณค์ ดี และวรรณกรรมไทย วรรณคดีหรอื วรรณกรรมที่อ่าน วรรณคดีและวรรณกรรม
อย่างเห็นคุณคา่ และ - นิทานพืน้ บา้ นท้องถิ่น
นามาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจริง ป 6/2 เลน่ นิทานพน้ื บ้านทอ้ งถิ่น ตนเองและ ท้องถน่ิ อนื่
ตนเอง และนิทานพน้ื บ้านของ (ใหเ้ ลอื กในท้องถ่ินของตนเอง
ท้องถิ่นอืน่ และอาเภออื่น) เช่น
- ผาแดง นางไอ่ เชียงคา
ป 6/3 อธิบายคุณคา่ ของ เชยี งงาม เชียงมัง เจา้ ปู่
วรรณคดีของวรรณกรรมทอี่ า่ น กระหม่อม ปอมหัว (อ.หนอง
และนาไป หาน)
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตจริง - ตานานคาชะโนด
พระยาอือลือ เจ้าปู่ศรีสทุ โธ
ป 6/4 ท่องจาบทอาขยานตามที่ (อ.บ้านดุง)
กาหนดและบทร้อยกรองท่มี ี - อุษาบารส ท้าวสะลุ่นกุ้น
คุณค่าตามความสนใจ (อ.บ้านผอื )
- นางเพญ็ (อ.เพญ็ )
- บทอาขยานทานองสรภัญญะ

40

สำระกำรเรียนรู้ท้องถ่ิน
“จังหวัดอุดรธำนี”

กลมุ่ สำระกำรเรยี นรูภ้ ำษำไทย
ช้นั มธั ยมศกึ ษำปที ่ี 1

นิทำนพื้นบ้ำน วรรณกรรมและวรรณคดี

มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวชี้วัดชั้นปี สำระกำรเรียนรูท้ อ้ งถ่ิน

มาตรฐาน ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ อง ม 1/2 จบั ใจความสาคัญจาก การอ่านจบั ใจความสาคญั จากสอ่ื ท่ี
แนะนาสถานทส่ี าคญั ในชมุ ชนของตน
ภาษาและหลกั ภาษาไทย การ เร่อื ง
- บ่อเสวย
เปลี่ยนแปลงภาษา และพลงั ทอ่ี ่าน - บา้ นเชียง
- คาชะโนด
ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษา - ปรางค์กแู่ ก้ว อ่นื ๆ
การอ่านจับใจความสาคัญจากสื่อที่
ภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ แนะนาสถานที่สาคญั ในชมุ ชนของตน
- บอ่ เสวย
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี น ม 1/2 เขียนส่ือโดยใชถ้ ้อยคา - บา้ นเชียง
เขียนสอ่ื สาร เขียงเรยี งความ ยอ่ ความ ถกู ต้องชัดเจน เหมาะสม และ - คาชะโนด
และเขียนเรื่องราวใน สละสลวย - ปรางค์ก่แู กว้ อ่ืนๆ
รปู แบบตา่ ง ๆ เขยี นรายงานข้อมลู
สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า ม 1/5 พดู รายงานเร่อื งหรือ การพูดรายงานการศึกษา
อยา่ งมีประสิทธภิ าพ ประเดน็ ที่ศึกษาค้นควา้ จากการ คน้ ควา้ เกีย่ วกับสถานท่ีสาคัญใน
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดู ฟัง การดูและการสนทนา ชมุ ชน และ ท้องถน่ิ ของตน
อย่างมวี จิ ารณญาณ และการพดู แสดง
ความรู้ ความคดิ และความร้สู กึ ในโอกาส - บอ่ เสวย
ตา่ งๆอยา่ งมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ - บ้านเชยี ง
- คาชะโนด
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความ ม 1/1 สรุปเนื้อหาวรรณคดีและ - ปรางค์กู่แก้ว อน่ื ๆ
คดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรม วรรณกรรมท่ีอา่ น
ไทยอย่างเหน็ คุณคา่ และนามาประยุกต์ใช้ สรุปวรรณกรรมแต่ละท้องถ่ิน
ในชีวติ จริง เกีย่ วกับ

- ศาสนา
- ประเพณี
- พิธกี รรม

41

สำระกำรเรียนรู้ทอ้ งถิน่
“จงั หวดั อดุ รธำนี”

กลุ่มสำระกำรเรียนร้ภู ำษำไทย
ช้นั มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 2

นิทำนพื้นบ้ำน วรรณกรรมและวรรณคดี

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตวั ชวี้ ัดช้นั ปี สำระกำรเรียนร้ทู อ้ งถ่นิ
มาตรฐาน ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียน ม 2/4 เขียนย่อความ
เขยี นสอื่ สาร เขียงเรียงความ ยอ่ ความ เขยี นย่อความจากส่อื ตา่ งๆ
และเขียนเรื่องราวใน เช่น นิทาน คาสอน บนั ทกึ
รปู แบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมลู เหตุการณ์ทเี่ กี่ยวกบั ท้องถ่ิน
สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า ของตน เชน่ เชียงมัง
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ หลวงปพู่ บิ ูลย์ เหตุการณ์ทาง
ประวัตศิ าสตรใ์ นชุมชน
เหตกุ ารณ์ทางประวตั ิศาสตร์
จงั หวัดอุดรธานียุคตา่ งๆ เชน่

- กอ่ นยคุ ประวตั ศิ าสตร์
- ยคุ ประวัติศาสตร์
- ยุคกรุงศรีอยุธยา
- ยคุ รัตนโกสินทร์
- ยุคสงครามเวยี ดนาม :
คา่ ยรามสูรย์ (คา่ ยพระยา
สนุ ทรธรรมธาดา) ฯลฯ

42

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตัวชี้วัดช้ันปี สำระกำรเรียนร้ทู ้องถิน่
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดู ม 2/5 พดู รายงานเร่ืองหรือ
อยา่ งมวี ิจารณญาณ และการพดู แสดง ประเด็นที่ศึกษาคน้ คว้าจากการ การพูดรายงานการศกึ ษา
ความรู้ ความคดิ และความรู้สึกในโอกาส ฟงั การดูและการสนทนา ค้นควา้ แหล่งเรียนรู้ตา่ ง ๆ
ต่างๆอย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์ ในชมุ ชนและท้องถนิ่ ของตน เช่น
เชียงมัง หลวงปพู่ ิบูลย์ เหตุการณท์ าง
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความ ป 5/2 วเิ คราะหแ์ ละวิจารณ์ ประวัตศิ าสตร์ในชุมชน เหตกุ ารณท์ าง
คดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรม วรรณคดีและวรรณกรรมท้องถนิ่ ประวตั ศิ าสตร์ จงั หวดั อุดรธานียคุ ตา่ ง
ไทยอย่างเห็นคุณคา่ และนามาประยุกต์ใช้ ท่ีอา่ นพร้อมยกเหตุผลประกอบ ๆ
ในชวี ิตจรงิ เช่น
- ก่อนยุคประวตั ศิ าสตร์
- ยุคประวตั ศิ าสตร์
- ยคุ กรงุ ศรีอยธุ ยา :
- ยุครตั นโกสนิ ทร์ :
(การปราบกบฏฮ้อ และ
เหตุการณ์ รศ.๑๑๒ ปี พ.ศ.
๒๔๓๖ กรมหลวงประจกั ษ์
อพยพผู้คนมาท่ีอุดร)
- ยคุ สงครามเวยี ดนาม :
ค่ายรามสูรย์ (ค่ายพระยา
สุนทรธรรมธาดา) (๒๕๗๔ –
๒๕๑๘) อืน่ ๆ

การวเิ คราะหค์ ุณค่าและ
ขอ้ คิดจากวรรณกรรมท้องถิ่น
ของตน เชน่
- อษุ า-บารส (อาเภอบา้ นผอื )
- ท้าวสะลุ่นกุ้น (อาเภอบ้านผือ)
- นางเพญ็ (อาเภอเพ็ญ)
- พระยาอือลอื (อาเภอบ้านดุง)
- เชยี งคา (อาเภอหนองหาน) อืน่ ๆ

43

สำระกำรเรยี นรู้ท้องถ่ิน
“จังหวัดอุดรธำนี”

กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย
ช้นั มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 3

นทิ ำนพน้ื บ้ำน วรรณกรรมและวรรณคดี

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตัวชว้ี ดั ช้ันปี สำระกำรเรียนรูท้ อ้ งถน่ิ
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก้ ระบวนการ ม 3/4 อา่ นเร่ืองต่างๆแลว้ เขียน
เขียน เขยี นสอ่ื สาร เขียงเรียงความ กรอบแนวคิด ผงั ความคิด บันทกึ -การอ่านจบั ใจความตานาน (ทอ้ งถิ่น) เช่น
ยอ่ ความ และเขยี นเรื่องราวใน ยอ่ ความและรายงาน ผาแดง - นางไอ่ อุษา-บารส (อาเภอบ้าน
รูปแบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมลู ผอื ) ท้าวสะลนุ่ กนุ้ (อาเภอบา้ นผอื ) นางเพญ็
สารสนเทศและรายงานการศึกษา ป 3/4 เขียนย่อความ (อาเภอบ้านผือ) พระยาอือลอื (อาเภอบา้ น
คน้ คว้าอยา่ งมีประสิทธิภาพ ดุง) เชียงคา (อาเภอหนองหาน)

มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการ - การอา่ นจบั ใจความเก่ียวกับ
เขยี น เขียนส่อื สาร เขียนเรียงความ ประวัติบคุ คลสาคัญในท้องถนิ่
ย่อความ และเขียนเร่ืองราวใน เช่น หลวงปู่จันทร์ (อาเภอไชยวาน)
รปู แบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูล
สารสนเทศและรายงานการศึกษา หลวงปูพ่ รม (อาเภอบ้านดุง)
ค้นคว้าอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ หลวงปู่ฝาง (อาเภอบ้านดุง)
พระภาวนาวิสทุ ธาจารย์
(อาเภอบ้านดงุ )
พระครกู ิตตอิ ุดมญาณ (อาเภอกแู่ ก้ว)
- การเขียนยอ่ ความตานาน
(ทอ้ งถน่ิ ตน) เช่น ผาแดง-นางไอ่ (อาเภอ
หนองหาน)
- อุษา-บารส (อาเภอบา้ นผือ)
- ท้าวสะลนุ่ กุ้น (อาเภอบ้านผือ)
- นางเพญ็ (อาเภอเพญ็ )
- พระยาอือลือ (อาเภอบา้ นดุง)
- เชียงคา (อาเภอหนองหาน)

- ประวัติบคุ คลสาคญั ในท้อง
ถ่ิน เช่น หลวงปบู่ ญุ จันทร์ หลวงปพู่ รม
(อาเภอบ้านดงุ ) หลวงป่ฝู าง (อาเภอบ้านดุง)
พระภาวนาวิสุทธาจารย์(อาเภอบ้านดงุ )
พระครกู ิตติอุดมญาณ (อาเภอก่แู กว้ )

44

มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตวั ชว้ี ดั ชนั้ ปี สำระกำรเรยี นรู้ท้องถ่ิน
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟงั ม 3/3 พดู รายงานเร่ืองหรือ การพดู รายงานการศึกษา
และดูอย่างมวี ิจารณญาณ และการ ประเด็นท่ี ศึกษาคน้ ควา้ จากการ ค้นคว้า เกี่ยวกับภมู ิปัญญา
พดู แสดงความรู้ ความคิด และ ฟังการดู และการสนทนา ท้องถน่ิ ปราชญ์ ชาวบา้ น
ความรสู้ ึกในโอกาสตา่ งๆอย่างมี
วิจารณญาณและสร้างสรรค์ ม 3/1 สรุปเน้อื หาวรรณคดแี ละ สรปุ เนอ้ื หาจากเกยี่ วกบั ศาสนา ประเพณี
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดง วรรณกรรมท้องถิน่ ในระดบั ที่ยาก (ฮตี ) เชน่ ผาแดง - นางไอ่ (หนองหาน)
ความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละ ยงิ่ ขน้ึ อษุ า - บารส (อาเภอบ้านผือ)
วรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณคา่ และ
นามาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาจรงิ

45

กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้คณติ ศำสตร์

46

กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้คณติ ศำสตร์
ช้นั ประถมศกึ ษำปีที่ 1

มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตัวช้ีวดั ช้ันปี สำระกำรเรยี นร้ทู ้องถน่ิ

สำระที่ 1 จำนวนและกำรดำเนนิ กำร

มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจถึงความ ป1/1 เขียนและอ่านตวั เลขฮินดู การนาเสนอขอ้ มูล (ตวั อย่างข้อมูล) เช่น

หลากหลายของการแสดงจานวนและ อารบิก และตัวเลขไทยแสดง - จานวนของประชากรของโรงเรยี น ตาบล

การใช้จานวนในชวี ิตจรงิ ปริมาณของสงิ่ ของหรือจานวน อาเภอของทอ้ งถิน่ ทต่ี นเองอาศยั อยู่

นบั ทไี่ ม่เกนิ หนงึ่ ร้อยและศูนย์ - จานวนแหล่งท่องเทยี่ วในท้องถิน่ ท่ีตนเอง

อาศยั อยู่

มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพนื้ ฐาน สำระที่ 2 กำรวดั และเรขำคณิต
เกี่ยวกบั การวดั วัดและคาดคะเน ป 1/1 วดั และเปรียบเทียบความ - การวัดความยาวโดยใชห้ นว่ ยทีไ่ ม่ใช้
ขนาดของส่งิ ท่ีต้องการวัดและ ยาวเป็นเซนตเิ มตร เป็นเมตร หนว่ ยมาตรฐาน
นาไปใช้
ขอ้ นว้ิ คืบ ศอก วา ฝา่ เท้า ก้าว

ป1/2 วดั และเปรียบเทียบ - การตวงโดยใช้หน่วยท่ไี มใ่ ช้หนว่ ย
น้าหนัก มาตรฐาน
เป็นกิโลกรัม และเป็นขดี กา กอบ หม่นื แสน กระบงุ กระทอ

กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์
ช้ันประถมศกึ ษำปีท่ี 2

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตวั ช้ีวดั ชั้นปี สำระกำรเรยี นรทู้ อ้ งถ่นิ

สำระที่ 1 จำนวนและกำรดำเนนิ กำร

มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจถึงความ ป 2/2 เปรยี บเทยี บและ การนาเสนอขอ้ มลู (ตวั อย่างข้อมูล) เช่น

หลากหลายของการแสดงจานวนและ เรยี งลาดับจานวนนบั ไม่เกนิ หน่ึง - จานวนของประชากรของโรงเรียน ตาบล

การใชจ้ านวนในชีวิตจริง พันและศูนย์ อาเภอของท้องถน่ิ ทต่ี นเองอาศัยอยู่

- จานวนแหล่งท่องเทยี่ วในท้องถ่ินทต่ี นเอง

อาศัยอยู่


Click to View FlipBook Version