The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ห้องหนังสือ(ครูโบ้), 2020-08-01 00:47:06

หลักสูตรสถานศึกษา ระดับประถมศึกษา

ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นโนนสมบรู ณ์ พทุ ธศักราช 2563. 97

คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

พ 15101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 เวลา 80 ชว่ั โมง

..............................................................................................................................................................

ศึกษาความสาคัญ และวิธีดูแลรักษาของระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายท่ีมีผลต่อสุขภาพ
การเจริญ เติบโต และพัฒนาการ การเปล่ียนแปลงทางเพศและการดูแลตนเอง การวางตัวที่
เหมาะสมกับเพศ และลักษณะของครอบครัวท่ีอบอุ่นตามวัฒนธรรมไทย พฤติกรรมท่ีพึงประสงค์
และไม่พึงประสงค์ ความสาคัญของการปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติ แหล่งข้อมูลข่าวสาร วิธี
ค้นหา และการใช้ข้อมูลข่าวสารในการสร้างเสริมสุขภาพ การเลือกซื้ออาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ในท้องถิ่น โรคและการป้องกันโรคในท้องถิ่น โรคฟันผุ และโรคปริทันต์ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้
สารเสพติด ผลกระทบและการปฏิบัติตนเพ่ือความปลอดภัยจากการใช้ยา และสารเสพติด อิทธิพล
ของสือ่ ที่มตี อ่ พฤติกรรมและสขุ ภาพ อนั ตรายและการปอ้ งกันจากการเลน่ กีฬา

ศึกษาการจัดรูปแบบการเคลื่อนไหวร่างกาย แบบผสมผสาน การปฏิบัติกิจกรรมทางกาย
ท้ังแบบอยู่กับที่ เคล่ือนที่ และใช้อุปกรณ์ประกอบตามแบบที่กาหนด เกมนาไปสู่กีฬาและกิจกรรม
แบบผลัดที่มีการตี เขี่ย รับ–ส่งส่ิงของ ขว้าง และว่ิง การเคลื่อนไหวในเรื่องการรับแรง การใช้แรง
และความสมดุล ทักษะกลไกท่ีส่งผลต่อการปฏิบัติกิจกรรมทางกายและเล่นกีฬา การออกกาลังกาย
การเล่นเกม การเล่นกีฬาไทย และกีฬาสากล หลักการและกิจกรรมนันทนาการ ประเภทบุคคลและ
ทีมที่เหมาะสมกับวัย เรียนรู้กฎ กติกา วิธีการรุกและวิธีป้องกัน สิทธิของตนเองและผู้อื่น ความ
แตกต่างระหว่างบุคคล การทดสอบและการปรับปรงุ สมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบ สถาน
บรกิ ารทางสขุ ภาพและสมรรถภาพ

โดยใช้วิธีอธบิ าย อภิปราย ซกั ถาม สบื คน้ หาข้อมูล สารวจ วิเคราะห์ บนั ทกึ รายงาน ฝึก
ปฏิบัติแบ่งกลุ่ม แข่งขัน เล่นเกม ทดสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถคิด แสดงออก
และตดั สินใจ ด้วยการเคารพสิทธขิ องตนเองและผู้อื่น ตามกฏ กติกา และเล่นเกม กีฬาไทย กีฬาสากล
ได้ทั้งประเภทบุคคลและทีมท่ีเหมาะสมกับวัยอย่างสม่าเสมอ เลือกวิธีปฏิบัติใน การเล่นกีฬาอย่าง
หลากหลาย มีสุนทรียภาพในการเล่นกีฬาและการทางาน มีน้าใจนักกีฬา มีความเป็นผู้นาและผู้
ตามท่ีดี ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน คานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล เห็นคุณค่าของการออกกาลัง
กายและสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันและหลีกเล่ยี งปัจจยั เส่ียงต่อสุขภาพ นาความรูไ้ ปปฏิบัตแิ ละใชใ้ ห้
เกดิ ประโยชน์ สร้างเสริมสมรรถภาพทางกายของตนอย่างสม่าเสมอและปลอดภัย เพื่อใหเ้ ป็นกิจนิสัย
ในชวี ิตประจาวันอยา่ งมีประสิทธภิ าพ

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นโนนสมบรู ณ์ พทุ ธศักราช 2563. 98

มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด ป.5/5 ป.5/6
พ 1.1 ป.5/1 ป.5/2
พ 2.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/5
พ 3.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5
พ 3.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4
พ 4.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4
พ 5.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4

รวมทั้งหมด 6 มาตรฐาน 25 ตัวชว้ี ัด

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ พทุ ธศักราช 2563. 99

คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน

พ 16101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 80 ช่ัวโมง

..............................................................................................................................................................

ศึกษาความสาคัญและวิธีดูแลรักษาของระบบสืบพันธ์ุ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบ
หายใจที่มีผลต่อสุขภาพ การเจริญเติบโตและพัฒนาการ ความสาคัญของการสร้างและรักษา
สมั พันธภาพกับผู้อ่ืน ปัจจัยท่ีช่วยให้การทางานกลุ่มประสบความสาเรจ็ พฤติกรรมเส่ียงท่ีนาไปสู่การ
มีเพศสัมพันธ์ การติดเช้ือเอดส์ และการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ความสาคัญ การป้องกันและการ
แก้ไขปัญหาของส่ิงแวดล้อมท่ีมผี ลต่อสุขภาพ โรคติดต่อในชุมชน การปอ้ งกันและผลกระทบท่ีเกิดจาก
การระบาดของโรคในท้องถิ่น พฤติกรรมท่ีแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสุขภาพของส่วนรวม ภัย
ธรรมชาติ ผลกระทบจากความรุนแรง และการปฏิบัติตนเพ่ือความปลอดภัยจากภัยธรรมชาติที่มีต่อ
ร่างกาย จติ ใจ และสงั คม สาเหตขุ องการตดิ สารเสพตดิ ทกั ษะการสือ่ สารให้ผ้อู ืน่ หลีกเล่ียง
สารเสพติด

ศกึ ษาการเคล่ือนไหวรว่ มกบั ผูอ้ น่ื แบบผลดั ในลกั ษณะผสมผสาน การร่วมกจิ กรรมทางกาย
การพฒั นาทกั ษะการเคล่ือนไหวในเร่อื งการรับแรง การใช้แรง และความสมดลุ การเล่นเกม การเลน่
กีฬาไทย กีฬาสากล ประเภทบุคคลและประเภททีม การใช้ข้อมูลด้านทักษะกลไกเพ่ือปรับปรุงและ
เพิ่มพูนความสามารถในการปฏิบัติกิจกรรมทางกายและเล่นกีฬา การนาความรู้และหลักการของ
กิจกรรมนันทนาการไปใช้เป็นฐานการศึกษาหาความรู้ ประโยชน์และหลักการออกกาลังกายเพ่ือ
สุขภาพ สมรรถภาพทางกายและการสร้างเสริมบุคลิกภาพ การเล่นท่ีใช้ทักษะการวางแผน การ
เพิ่มพูนทักษะอย่างเป็นระบบจากการเล่นกีฬาประเภทบุคคลและประเภททีมท่ีช่ืนชอบ ตามกฎ
กติกา กลวิธีการรุกและการป้องกัน การสร้างความสามัคคีและความมีน้าใจนักกีฬาในการเล่นเกม
และกีฬา วธิ ีทดสอบ การสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบสมรรถภาพ
ทางกาย สถานบรกิ ารทางสุขภาพและสมรรถภาพ

โดยใช้วิธีอธิบาย อภิปราย ซักถาม สืบค้นหาข้อมูล สารวจ วิเคราะห์ จาแนก บันทึก
รายงาน ฝกึ ปฏิบตั ิ แบ่งกลุ่ม แขง่ ขัน เลน่ เกม ใช้ทักษะการวางแผน ทดสอบ เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความ
เขา้ ใจ กล้าตัดสินใจ ดว้ ยการเคารพสิทธขิ องตนเองและผู้อื่น ตามกฏ กตกิ า การเลน่ กีฬาทั้งประเภท
บุคคลและทีม มีความสามัคคี มีสุนทรียภาพในการเล่นกีฬาและการทางาน มีน้าใจนักกีฬา มีความ
เป็นผู้นาและผู้ตามที่ดี ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน เห็นคุณค่าของการออกกาลังกายและการสร้างเสริม
สุขภาพ สร้างเสริมสมรรถภาพทางกายของตนอย่างสม่าเสมอและปลอดภัย เพื่อให้เป็นกิจนิสัยใน
ชวี ิตประจาวนั อย่างมีประสิทธิภาพ

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโนนสมบรู ณ์ พุทธศักราช 2563. 100

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
พ 1.1 ป.6/1 ป.6/2
พ 2.1 ป.6/1 ป.6/2
พ 3.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4 ป.6/5
พ 3.2 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4 ป.6/5 ป.6/6
พ 4.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4
พ 5.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3

รวมท้ังหมด 6 มาตรฐาน 22 ตัวชวี้ ดั

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นโนนสมบูรณ์ พุทธศักราช 2563. 101

คาอธบิ ายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านโนนสมบรู ณ์ พทุ ธศักราช 2563. 102

คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน

ศ11101 ศลิ ปะ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ศู ิลปะ

ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง

...............................................................................................................................................................

ศกึ ษา อภิปรายเกย่ี วกับรูปร่าง ลักษณะและขนาดของส่ิงต่าง ๆ รอบตัวในธรรมชาตทิ ี่มนุษย์
สร้างข้นึ บอกความรสู้ กึ ทม่ี ีต่อธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มรอบตวั ระบงุ านทัศนศิลป์ในชีวิตประจาวัน
เพ่ือให้มีทักษะพ้ืนฐานในการใช้วัสดุ อุปกรณ์ ในการวาดภาพและสร้างงานทัศนศิลป์ ศึกษาการ
กาเนิดของเสียง บอกระดับเสียง อตั ราความเร็วของจังหวะ อ่านบทกลอนประกอบจังหวะ รอ้ งเพลง
ประกอบจังหวะ บอกเพลงท่ีใช้ในชิตประจาวัน เพลงกล่อมเด็ก บทเพลงประกอบการละเล่น เพลง
สาคัญ ( เพลงชาติไทย เพลงสรรเสริญพระบารมี ) เล่าท่ีมาของบทเพลงในท้องถิ่น (เพลงหมอลา)
ระบุควาน่าสนใจของบทเพลงในท้องถ่ิน เพ่ือให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมดนตรี การร้องเพลง การเคาะ
จังหวะ การเคล่ือนไหวประกอบบทเพลงอย่างสุนกสนาน ศึกษา บอกการเป็นผู้ชมที่ดี การแสดง
นาฏศิลป์ ระบุวธิ ีเล่นและกติกาการละเล่นของเดก็ ไทย เพื่อการเลียนแบบธรรมชาติ การเลียนแบบ
คน สัตว์ สิ่งของ ใช้ภาษาท่าและการประดิษฐ์ท่าประกอบเพลง การแสดงประกอบเพลงท่ีเก่ียวกับ
ธรรมชาติสตั วเ์ หน็ คณุ คา่ นาฏศิลป์ มีสมรรถนะ คา่ นิยม 12 ประการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ
นาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปใช้ในชีวิตประจาวนั

รหัสตวั ชี้วัด
ศ 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5
ศ 1.2 ป.1/1
ศ 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5
ศ 2.2 ป.1/1, ป.1/2
ศ 3.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
ศ 3.2 ป.1/1, ป.1/2

รวมทั้งหมด 6 มาตรฐาน 18 ตัวช้ีวัด

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นโนนสมบรู ณ์ พทุ ธศักราช 2563. 103

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ศ12101 ศลิ ปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ

ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง

................................................................................................................................................................

ศึกษา บรรยาย รูปร่าง รูปทรงในธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม บอกความสาคัญของงาน

ทศั นศลิ ป์ อภิปรายงานทัศนศิลปใ์ นทอ้ งถิ่น ระบุทัศนธาตทุ ่อี ยู่ในสงิ่ แวดล้อม บอกความสาคัญของงาน

ทัศนศิลป์ในชีวิตประจาวนั อภิปรายเกี่ยวกับงานทัศนศิลป์ในท้องถ่ิน เน้น วิธีการสร้างงาน และวัสดุ

อปุ กรณ์ท่ใี ช้ เพ่ือให้สร้างงานทัศนศิลป์ต่าง ๆ โดยใช้ทัศนธาตุ ท่ีเนน้ เส้น รปู ร่าง ในงานวาด งานปั้น

และงานพิมพ์ภาพ มีทักษะในการใช้วัสดุอุปกรณ์สร้างงานทัศนศิลป์ 3 มิติ ภาพปะติดจาก

กระดาษ วาดภาพถ่ายทอดเรื่องราว เช่นการวาดภาพลายเส้นเขียนสีในโบสถ์ประจาหมู่บ้าน สร้าง

งานโครงสร้างเคลื่อนไหวและเห็นคุณค่าของงานศิลปะ ศึกษา จาแนกสีสันของเสียงเคร่ืองดนตรี

เสียงมนุษย์ บอกความหมายและความสาคัญของเพลงปลุกใจ เพลงสอนใจ ลักษณะของเสียงร้องใน

บทเพลง ลักษณะเสยี งเคร่ืองดนตรีท่ีใช้ใน บทเพลง เพ่ือให้ฝึกโสตประสาทการจาแนกเสียงสูง - ต่า

ดัง - เบา ยาว - ส้ัน การเคล่ือนไหวประกอบเนื้อหาในบทเพลง การเล่นเครื่องดนตรีประกอบ

เพลง การขับร้อง การแสดงกิจกรรมดนตรีกับโอกาสสาคัญในโรงเรียน วันสาคัญของชาติและเห็น

คุณค่าของดนตรี ศึกษา ระบุมารยาทในการเข้าชมการแสดง การเข้าชมหรือมีส่วนร่วมการละเล่น

พื้นบ้าน วิธีการเล่น กติกา ที่มาของการละเล่นพื้นบ้าน การละเล่นพื้นบ้าน เพื่อการเคล่ือนไหว

อย่างมีรูปแบบการน่ัง การยืน การเดิน การประดิษฐ์ท่าการเคล่ือนไหวอย่างมีรูปแบบ เพลงที่

เกยี่ วกับสิง่ แวดล้อม หลักและวิธกี ารปฏิบัตนิ าฏศิลป์ การใช้ภาษาท่าส่ือความหมายแทนอากับกิริยา

การฝึกนาฏยศัพท์ในส่วนลาตัว การใช้ภาษาท่าและนาฏยศัพท์ประกอบจังหวะ เห็นคุณค่าของ

นาฏศิลป์ มีสมรรถนะ ค่านิยม 12 ประการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และนาหลักปรัชญาของ

เศรษฐกจิ พอเพยี งไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ศ 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8
ศ 1.2 ป.2/1, ป.2/2
ศ 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5
ศ 2.2 ป.2/1, ป.2/2
ศ 3.1 ป.2/1, ป.2/2ศ 3.2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 รวมท้ังหมด 6 มาตรฐาน 25 ตัวชี้วัด

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านโนนสมบูรณ์ พุทธศักราช 2563. 104

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ศ13101 ศิลปะ กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ

ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3 เวลา 40 ช่วั โมง

................................................................................................................................................................

ศึกษา บรรยาย รูปร่าง รูปทรงในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและงานทัศนศิลป์ ระบุวัสดุ

อุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างงานทัศนศิลป์ประเภทงานวาด งานป้ัน งานพิมพ์ภาพ จาแนกทัศนธาตุของ

สิ่งต่าง ๆ เช่น เส้น สี รูปร่าง รูปทรง พื้นผิวในธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อมและงานทัศนศิลป์ เล่าถึง

ท่ีมาของงานทัศนศิลป์ในท้องถิ่น อธิบายเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์และวิธีการสร้างงานทัศนศิลป์ใน

ท้องถ่ิน (สีย้อมผ้าจากพืชในท้องถิ่น เช่นต้นคราม แก่นขนุน ลูกตะโก และดินเหนียวใช้ปั้นหม้อ)

บรรยายเหตุผลและวิธีการในการใช้วัสดุ อุปกรณ์ เทคนิค วิธีการในการออกแบบสร้างงานทัศนศิลป์

และจัดกลุ่มของภาพตามทัศนธาตุ เพ่ือให้มีทักษะพื้นฐานในการวาดภาพระบายสี การใช้วัสดุ

อุปกรณ์ในงานปั้น การใช้เส้น รูปร่าง รูปทรง สีและพ้ืนผิววาดภาพถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก

และเห็นคุณค่าของงานทัศนศิลป์ ศึกษา ระบุรูปร่างลักษณะของเครื่องดนตรี เสียงของดนตรี

ลักษณะเสียงร้องของดนตรีในท้องถิ่น ภาษาและเนื้อหาในบทร้องของดนตรีในท้องถ่ิน เคร่ืองดนตรี

และวงดนตรีในท้องถิ่นดนตรีในชีวิตประจาวัน ดนตรีในวาระสาคัญ บอกบทบาทหน้าท่ีของ เพลง

ชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงประจาโรงเรียนเพ่ือใช้สัญลักษณ์แทนคุณสมบัติของเสียง สูง

ต่า ดัง เบา ยาว สั้น สัญลักษณแทนรูปแบบจังหวะ การขับร้องเด่ียวลหมู่ การบรรเลงเครื่อง

ดนตรปี ระกอบเพลง การเคล่อื นไหวตามอารมณ์ของเพลงการแสดงความคิดเห็ฯเก่ียวกับคุณภาพเสียง

ร้อง เสียงดนตรี การใช้ดนตรีในงานร่ืนเริง การฉลองวันสาคัญของชาติและเห็นคุณค่าของ ดนตรี

ศึกษา บูรณาการนาฏศิลป์กับสาระการเรียนรู้อ่ืน ๆ ระบุลักษณ์เด่นและเอกลักษณ์ของการแสดง

นาฏศิลป์ อธิบายความสาคัญท่ีมาของการแสดงนาฏศิลป์ที่กล่าวถึงสิ่งที่เคารพ เพื่อการ เคล่ือนไหว

ในรูปแบบราวงมาตรฐาน เพลงพระราชนิพนธ์ สถานการณ์ส้ัน ๆ สถานการณ์ท่ีกาหนดให้การฝึก

ภาษาท่าสื่ออารมณ์ของมนุษย์ การฝึกนาฏยศัพท์ในส่วนขา เปรียบเทียบบทบาทหน้าที่ของผู้แสดง

ผู้ชมและการมีส่วนร่วม เหน็ คุณค่าของนาฏศลิ ป์ มีสมรรถนะ ค่านิยม 12 ประการ คุณลักษณะอันพึง

ประสงค์ และนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ศ 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านโนนสมบรู ณ์ พทุ ธศักราช 2563. 105

ศ 1.2 ป.3/1, ป.3/2
ศ 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7
ศ 2.2 ป.3/1, ป.3/2
ศ 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5
ศ 3.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3

รวมทั้งหมด 6 มาตรฐาน 29 ตัวช้ีวัด

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโนนสมบรู ณ์ พทุ ธศักราช 2563. 106

คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

ศ14101 ศิลปะ กล่มุ สาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 เวลา 80 ช่ัวโมง

................................................................................................................................................................

ศึกษา เปรียบเทียบรูปลักษณะของรูปร่าง รูปทรงในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและงาน

ทศั นศิลป์อภิปรายเก่ียวกับอิทธิพลของสวี รรณะอุ่นและสวี รรณะเย็นที่มีต่ออารมณ์ของมนุษย์ จาแนก

ทัศนธาตุของส่ิงต่าง ๆ ในธรรมชาตสิ ่ิงแวดล้อมและงานทัศนศิลปโ์ ดยเนน้ เรอ่ื งเส้น สี รปู ร่าง รปู ทรง

พ้นื ผิวและพน้ื ที่วา่ ง มีทกั ษะพ้ืนฐานในการใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์สร้างสรรคง์ านพมิ พ์ภาพ มีทักษะพ้ืนฐานใน

การใช้วัสดุ อุปกรณ์สร้างสรรค์งานวาดภาพระบายสี บรรยายลักษณะของภาพโดยเน้นเรื่องการจัด

ระยะ น้าหนักและแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสีโดยใช้สีวรรณะอุ่นและสีวรรณะเย็น ถ่ายทอด

ความรู้สึกและจินตนาการ เปรียบเทียบความคิดความรู้สึก ท่ีถ่ายทอดผ่านงานทัศนศิลป์ของตนเอง

และบุคคลอ่ืน เลือกใชว้ รรณะสีเพอื่ ถา่ ยทอดอารมณ์ ความรู้สึกในการสรา้ งงานทัศนศิลป์ เปรยี บเทียบ

รูปลักษณะของรูปร่าง รูปทรงในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและงานทัศนศิลป์ อภิปราย เก่ียวกับอิทธิพล

ของสีวรรณะอุ่นและสีวรรณะเย็นท่ีมีตอ่ อารมณ์ของมนุษย์จาแนกทัศนธาตุของสงิ่ ต่าง ๆ ในธรรมชาติ

ส่ิงแวดล้อมและงานทัศนศิลปโ์ ดยเนน้ เร่อื งเสน้ สี รูปรา่ ง รปู ทรง พนื้ ผิว และพื้นที่ว่าง มีทักษะพ้ืนฐาน

ในการใช้วัสดุ อุปกรณ์สร้างสรรค์งานพิมพ์ภาพมีทักษะพื้นฐานในการใช้วัสดุ อุปกรณ์สร้างสรรค์งาน

วาดภาพระบายสี บรรยายลักษณะของภาพโดยเเน้น เร่ืองการจัดระยะ ความลึก น้าหนักและแสงเงา

ในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใช้สีวรรณะอุ่นและสีวรรณะเย็น ถ่ายทอดความรู้สึกและจินตนาการ

เปรียบเทียบความคดิ ความรสู้ กึ ท่ีถ่ายทอดผ่านงานทศั นศิลป์ของตนเองและบุคคลอื่น เลือกใช้วรรณะ

สีเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกในการสร้างงานทัศนศิลป์ บอกประโยคเพลงอย่างง่าย จาแนก

ประเภทของเครื่องดนตรีทใ่ี ชใ้ นเพลงท่ีฟงั ระบุทศิ ทางการเคลื่อนที่ขน้ึ – ลงงา่ ย ๆ ของทานอง รูปแบบ

จังหวะและความเร็ว ของจังหวะในเพลงที่ฟังอ่าน เขียนโน้ตดนตรีไทยและสากล ร้องเพลงโดยใช้

ช่วงเสียงที่เหมาะสมกับตนเอง ใช้และเก็บเคร่ืองดนตรีอย่างถูกต้องและปลอดภัย ระบุว่าดนตรี

สามารถใช้ในการส่อื เรื่องราว ระบุวา่ ดนตรีสามารถใช้ในการสื่อเรอื่ งราวระบวุ ่าดนตรสี ามารถใช้ในการ

สอื่ เรอ่ื งราว บอกประโยคเพลงอย่างง่ายจาแนกประเภทของเครื่องดนตรีที่ใช้ในเพลงท่ีฟัง ระบทุ ิศทาง

การเคลื่อนท่ีข้ึน – ลงง่าย ๆ ของทานอง รูปแบบจังหวะและความเร็วของจังหวะในเพลงที่ฟัง อ่าน

เขียนโน้ตดนตรีไทยและสากล ร้องเพลงโดยใช้ช่วงเสียงท่ีเหมาะสมกับตนเอง ใช้และเก็บเครื่องดนตรี

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นโนนสมบรู ณ์ พทุ ธศักราช 2563. 107

อย่างถกู ต้องและปลอดภยั ระบุว่าดนตรีสามารถใชใ้ นการสือ่ เรือ่ งราว ระบุทักษะพน้ื ฐานทางนาฏศิลป์
และการละครท่ีใช้ส่ือความหมายและอารมณ์ระบุทักษะพ้ืนฐานทางนาฏศิลป์และการละครที่ใช้ส่ือ
ความหมายและอารมณ์ ใช้ภาษาท่าและนาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครง่าย ๆ ในการถ่ายทอด
เรื่องราว แสดงการเคล่ือนไหว ในจังหวะต่าง ๆ ตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลป์เป็นคู่ และหมู่
เล่าส่ิงที่ชื่นชอบในการแสดง โดยเน้นจุดสาคัญของเรื่องและลักษณะเด่นของตัวละคร อธิบายประวัติ
ความเป็นมาของนาฏศิลป์ หรือชุดการแสดงอย่างง่าย ๆ เปรียบเทียบการแสดงนาฏศิลป์กบั การแสดง
ที่มาจากวัฒนธรรมอ่ืน มีสมรรถนะ ค่านิยม 12 ประการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และนาหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ศ 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8 , ป.4/9
ศ 1.2 ป.4/1, ป.4/2
ศ. 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7
ศ 2.2 ป.4/1, ป.4/2
ศ 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5
ศ 3.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4

รวมทั้งหมด 6 มาตรฐาน 29 ตวั ช้ีวัด

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นโนนสมบรู ณ์ พทุ ธศักราช 2563. 108

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ศ15101 ศิลปะ กลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เวลา 80 ช่ัวโมง

................................................................................................................................................................

ศึกษา บรรยายเกี่ยวกับจังหวะตาแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ท่ีปรากฏในส่ิงแวดล้อม และงาน

ทศั นศิลปเ์ ปรยี บเทียบความแตกต่างระหวา่ งงานทัศนศลิ ป์ ที่สร้างสรรค์ดว้ ยวัสดุอปุ กรณแ์ ละ วธิ ีการท่ี

ต่างกันวาดภาพ โดยใช้เทคนิคของแสงเงา น้าหนัก และวรรณะสี สร้างสรรค์งานปั้นจาก ดินน้ามัน

หรือดินเหนียว โดยเน้นการถ่ายทอดจินตนาการสร้างสรรค์งานพิมพภ์ าพ โดยเน้น การจัดวางตาแหน่ง

ของส่ิงต่าง ๆ ในภาพระบปุ ญั หาในการจัดองค์ประกอบศิลป์ และการส่ือความหมายในงานทัศนศิลป์ของ

ตนเอง และบอกวิธีการปรับปรุงงานให้ดีขึ้น บรรยายประโยชน์และคุณค่าของงานทัศนศิลป์ที่มีผลต่อ

ชีวิตของคนในสังคมระบุ และบรรยายเกี่ยวกับลักษณะรูปแบบของงาน ทัศนศิลป์ในแหล่งเรียนรู้

หรือนิทรรศการศิลปะอภิปรายเกี่ยวกับงานทัศนศิลป์ที่สะท้อนวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ในท้องถ่ิน

ระบุองค์ประกอบดนตรีในเพลงที่ใช้ในการส่ืออารมณ์ จาแนกลักษณะของเสียงขับร้องและเคร่ือง

ดนตรีที่อยู่ในวงดนตรีประเภทต่าง ๆ ใช้เคร่ืองดนตรีบรรเลงจังหวะ และทานอง ร้องเพลงไทยหรือ

เพลงสากลหรือเพลงไทยสากลท่ีเหมาะสมกับวัย ด้นสดง่าย ๆ โดยใช้ประโยคเพลงแบบถามตอบ ใช้

ดนตรีร่วมกับกิจกรรมในการแสดงออกตามจินตนาการ อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีกับ

ประเพณีในวัฒนธรรมต่าง ๆ อธิบายคุณค่าของดนตรีท่ีมาจากวัฒนธรรมที่ต่างกัน บรรยาย

องค์ประกอบนาฏศิลป์ แสดงท่าทางประกอบเพลงหรือเรื่องราวตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลป์

โดยเนน้ การใช้ภาษาท่า และนาฏยศัพท์ในการส่ือความหมายและการแสดงออก มสี ่วนร่วมในกลุ่มกับ

การเขียน เค้าโครงเรื่องหรือบทละครสน้ั ๆ เปรียบเทียบการแสดงนาฏศิลป์ ชุดต่าง ๆ บอกประโยชน์

ท่ีได้รับจากการชมการแสดง เปรียบเทียบการแสดงประเภทต่าง ๆ ของไทย ในแต่ละท้องถิ่นระบุ

หรือแสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลป์พ้ืนบ้านท่ีสะท้อนถึงวัฒนธรรมและประเพณี มีสมรรถนะ ค่านิยม 12

ประการ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ และนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านโนนสมบรู ณ์ พุทธศักราช 2563. 109

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ศ 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7
ศ 1.2 ป.5/1, ป.5/2
ศ 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7
ศ 2.2 ป.5/1, ป.5/2
ศ 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6
ศ 3.2 ป.5/1, ป.5/2

รวมท้ังหมด 6 มาตรฐาน 26 ตัวชว้ี ัด

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านโนนสมบูรณ์ พทุ ธศักราช 2563. 110

คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

ศ16101 ศิลปะ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ศู ิลปะ

ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 เวลา 80 ชั่วโมง

...............................................................................................................................................................

ศึกษา ระบุสีคู่ตรงข้าม และอภิปรายเก่ียวกับการใช้สีคู่ตรงข้ามในการถ่ายทอดความคิดและ

อารมณ์อธบิ ายหลักการจัดขนาดสัดส่วนความสมดุลในการสร้างงานทัศนศิลป์สร้างงานทัศนศิลป์จาก

รปู แบบ 2 มิติ เป็น3 มิติ โดยใช้หลกั การ ของแสงเงาและน้าหนัก สร้างสรรค์งานปั้น โดยใชห้ ลักการ

เพ่ิมและลด สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์โดยใช้หลักการ ของรูปและพ้ืนที่ว่าง สมดุล สร้างงานทัศนศิลป์

เปน็ แผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ เพ่ือถา่ ยทอดความคิดหรอื เร่ืองราว เกย่ี วกบั เหตุการณ์

ตา่ ง ๆ บรรยายบทบาทของงานทัศนศิลป์ ที่สะทอ้ นชีวิตและสังคมอภิปรายเกย่ี วกับอิทธิพลของ ความ

เชื่อความศรัทธาในศาสนาที่มผี ลต่องานทัศนศิลป์ในท้องถิ่น ระบุ และบรรยายอิทธิพลทางวัฒนธรรมใน

ทอ้ งถิ่นทม่ี ีผลต่อการสร้างงานทัศนศิลป์ของบคุ คล จาแนกประเภทและบทบาทหน้าที่ เครอื่ งดนตรไี ทย

และเครื่องดนตรีท่ี มาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ อา่ น เขียนโน้ตไทยและโนต้ สากลทานองง่าย ๆ ใช้เคร่ือง

ดนตรีบรรเลงประกอบ การร้องเพลง ด้นสด ท่ีมีจังหวะและทานองง่าย ๆ บรรยายความรู้สึกท่ีมีต่อ

ดนตรี แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับทานอง จังหวะการประสานเสียง และคุณภาพเสียงของเพลงที่ฟัง

อธิบายเร่ืองราวของดนตรีไทย ในประวัติศาสตร์ จาแนกดนตรีท่ีมาจากยุคสมัยที่ต่างกัน อภิปราย

อิทธิพลของวัฒนธรรม ต่อดนตรีในท้องถิ่น สร้างสรรค์การเคลื่อนไหวและการแสดงโดยเน้นการ

ถา่ ยทอดลีลาหรืออารมณ์ ออกแบบเครื่องแต่งกาย หรืออุปกรณ์ประกอบการแสดงอยา่ งงา่ ย ๆ แสดง

นาฏศิลป์และละครง่าย ๆ บรรยายความรู้สึกของตนเองท่ีมีต่องานนาฏศิลป์และการละครอย่าง

สร้างสรรค์แสดงความคิดเห็นในการชมการแสดง อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์และการ

ละครกับสิ่งที่ประสบ ในชีวิตประจาวัน อธิบายสงิ่ ทีม่ ีความสาคญั ตอ่ การแสดงนาฏศิลป์และละคร ระบุ

ประโยชนท์ ี่ไดร้ ับจากการแสดงหรอื การชมการแสดงนาฏศิลป์ละคร มีสมรรถนะ ค่านิยม 12 ประการ

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปใช้ในชวี ิตประจาวัน

มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ศ 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7

ศ 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นโนนสมบรู ณ์ พุทธศักราช 2563. 111

ศ 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ศ 2.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ศ 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ศ 3.2 ป.6/1, ป.6/2

รวมท้ังหมด 6 มาตรฐาน 27 ตัวชวี้ ัด

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นโนนสมบูรณ์ พุทธศักราช 2563. 112

คาอธิบายรายวิชา
กลุม่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านโนนสมบูรณ์ พทุ ธศักราช 2563. 113

คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน

ง11101 การงานอาชีพ กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ

ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง

...............................................................................................................................................................

อธบิ ายวิธีการแต่งกายการจัดเกบ็ สิ่งของเคร่อื งใช้บนโต๊ะ ตู้ ชน้ั การหยบิ จบั และใชข้ องใช้
สว่ นตวั การแตง่ กายด้วยตนเอง การใช้อุปกรณใ์ นการประกอบอาหาร การใช้อุปกรณ์ในการดูแล
รักษาพืช การใช้อุปกรณ์วัดระยะและตัดกระดาษ การพับกระดาษเป็นของเล่น บอกข้อมูลท่ีสนใจ
และแหล่งขอ้ มูลใกลต้ วั

ฝึกปฏิบัติใช้วัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาหาร ใช้อุปกรณ์ในการดูแลรักษาพืช ใช้อุปกรณ์
วัดระยะและตัดกระดาษ พับกระดาษเป็นของเล่น โดยใช้ทักษะกระบวนการทางานอย่างเป็น
ข้ันตอน การจัดการกระบวนการแก้ปัญหา การทางานร่วมกัน การแสวงหาความรู้ มีความรู้ความ
เขา้ ใจ ในการทางานเพือ่ ชว่ ยเหลอื ตนเอง และร้จู กั สร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง

เพื่อให้ผู้เรียนเกิดเจตคติที่ดีต่อการทางาน มีความกระตือรือร้นและตรงเวลาในการทางาน
ตลอดจนนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวันได้ มีสมรรถนะ ค่านิยม 12 ประการ คุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ และนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั

มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ง 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3

ง 2.1 ป.1/1, ป.1/2

รวมทั้งหมด 2 มาตรฐาน 6 ตวั ชว้ี ดั

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ พุทธศักราช 2563. 114

คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

ง12101 การงานอาชีพ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง

..............................................................................................................................................................

อธิบายบทบาทและหน้าทขี่ องสมาชิกในบ้าน อธิบายวธิ ีการและประโยชน์ของการกวาดบา้ น
การล้างจาน การจัดวางเสื้อผ้า การเก็บเสื้อผ้า การเก็บรองเท้า การช่วยครอบครัวเตรียม
และประกอบอาหาร การเพาะเมล็ด การดูแลแปลงเพาะกล้า การทาของเล่นและประดิษฐ์ของใช้
สว่ นตัว

ฝึกปฏิบัติกวาดบ้าน ล้างจาน จัดวางเส้ือผ้า เก็บเสื้อผ้า เก็บรองเท้า ช่วยครอบครัวเตรียม
และประกอบอาหาร เพาะเมล็ด ดูแลแปลงเพาะกล้า ทาของเล่นและประดิษฐ์ของใช้ส่วนตัวโดยใช้
ทักษะกระบวนการทางานอย่างเป็นขน้ั ตอน การจดั การกระบวนการแกป้ ญั หา การทางานรว่ มกัน การแสวงหาความรู้
ใหม้ ีความรู้ความเข้าใจในการทางานเพือ่ ช่วยเหลือตนเองและครอบครัว เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์และเครอื่ งมือ
ในการทางานอย่างเหมาะสมกบั งาน ตลอดจนรูจ้ ักสรา้ งองค์ความรดู้ ้วยตนเอง

เพื่อให้ผู้เรียนเกิดเจตคติท่ีดีต่อการทางาน มีความประหยัดและปลอดภัยในการทางาน
ตลอดจนนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน มีสมรรถนะ ค่านิยม 12 ประการ คุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ และนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปใช้ในชวี ิตประจาวนั

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ง 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3

ง 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3,

รวมท้ังหมด 2 มาตรฐาน 6 ตัวชวี้ ัด

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโนนสมบรู ณ์ พทุ ธศักราช 2563. 115

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

ง13101 การงานอาชีพ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3 เวลา 40 ชั่วโมง

...............................................................................................................................................................

ศึกษา อธิบายวิธีการและประโยชน์การทางาน เพื่อช่วยเหลือตนเอง ครอบครัวและส่วนรวม

ใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมือ ตรงกับลกั ษณะงาน ทางานอย่างเป็นขนั้ ตอนตามกระบวนการทางานด้วย

ความสะอาด ความรอบคอบ และอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม สร้างของเล่นของใช้อย่างง่าย โดยกาหนด

ปัญหาหรือความต้องการ เลือกใช้สิ่งของเคร่ืองใช้ในชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์ มีการจัดการ

ส่ิงของเครอ่ื งใช้ด้วยการนากลับมาใช้ซ้า มีสมรรถนะ ค่านิยม 12 ประการ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

และนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน

มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ง 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3

ง 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3

รวมทั้งหมด 2 มาตรฐาน 6 ตวั ช้ีวดั

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ พุทธศักราช 2563. 116

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

ง14101 การงานอาชีพ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี

ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 เวลา 80 ชว่ั โมง

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษา อธิบายเหตุผลในการทางานให้บรรลุเป้าหมาย ทางานบรรลุเป้าหมายท่ีวางไว้ อย่าง

เป็นขนั้ ตอน ดว้ ยความขยนั อดทนรบั ผิดชอบ และซ่ือสตั ย์ ปฏบิ ตั ิตนอย่างมีมารยาท ในการทางานใช้

พลังงานและทรัพยากรในการทางานอย่างประหยัด และอธิบายความหมายและความสาคัญของอาชีพ มี

สมรรถนะ ค่านิยม 12 ประการ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ และนาหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ไปใช้ในชีวิตประจาวัน

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ง 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4

ง 2.1 ป.4/1

รวมท้ังหมด 2 มาตรฐาน 10 ตัวช้ีวัด

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นโนนสมบูรณ์ พทุ ธศักราช 2563. 117

คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน

ง15101 การงานอาชีพ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ

ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5 เวลา 80 ชั่วโมง

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษา อธิบายเหตุผลการทางานแต่ละข้ันตอนถูกต้องตามกระบวนการทางานใช้ทักษะการ

จัดการในการทางาน อย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิดสร้างสรรค์ ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทใน

การทางานกับสมาชิกในครอบครัว มีจิตสานึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและ

คุ้มค่า มสี มรรถนะ คา่ นิยม 12 ประการ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจ

พอเพยี งไปใช้ในชีวติ ประจาวนั

มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ง 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4

ง 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4,ป.5/5

รวมทั้งหมด 2 มาตรฐาน 10 ตัวช้ีวัด

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นโนนสมบรู ณ์ พทุ ธศักราช 2563. 118

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ง16101 การงานอาชีพ กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ

ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 เวลา 80 ชว่ั โมง

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษา อภิปรายแนวทางในการทางานและปรับปรุงการทางานแต่ละข้ันตอน ใช้ทักษะการ

จัดการในการทางาน และมีทักษะการทางานร่วมกัน ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาท ในการทางานกับ

ครอบครัวและผู้อื่น อธิบายส่วนประกอบของระบบเทคโนโลยี สร้างสิ่งของเครื่องใช้ตามความสนใจ

อย่างปลอดภัย โดยกาหนดปัญหา หรือความต้องการ สารวจตนเองเพื่อวางแผนในการเลือกอาชีพ ระบุ

ความรู้ ความสามารถ คุณธรรมท่ีสัมพันธ์กับอาชีพท่ีสนใจ มีสมรรถนะ ค่านิยม 12 ประการ

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ และนาหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ง 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3

ง 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3

รวมท้ังหมด 2 มาตรฐาน 10 ตัวชว้ี ดั

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นโนนสมบรู ณ์ พุทธศักราช 2563. 119

คาอธิบายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านโนนสมบรู ณ์ พุทธศักราช 2563. 120

คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน

อ11101 ภาษาองั กฤษ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เวลา 160 ชั่วโมง

………………………………………………………………………………………………………………….………………………….

เข้าใจและใช้ภาษาอังกฤษส่ือสาร แลกเปล่ียนและนาเสนอข้ อมูลข่าวสาร สร้าง
ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ในเร่ืองท่ีเก่ียวกับตนเอง บุคคล สัตว์ และเรื่องใกล้ตัว มีทักษะการใช้
ภาษาอังกฤษใน การฟัง พูด อ่าน เขียน ในสถานการณ์ต่างๆที่เกิดข้ึนในห้องเรียนและสถานศึกษา
ตามหัวเรื่องท่ีเก่ียวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เคร่ืองดื่ม และ
นันทนาการ ภายในวงคาศัพท์ประมาณ 150-200 คา (คาศัพท์ท่ีเป็นรูปธรรม) คาสั่งท่ีใช้ใน
ห้องเรียน ตัวอักษร (letter names) เสียงตัวอักษรและสระ (letter sounds) และการสะกดคา
หลักการอ่านออกเสียง คา กลุ่มคา และความหมาย เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน บทอ่าน
เกยี่ วกับเร่ืองใกล้ตัว หรือนิทานท่มี ีภาพประกอบ บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอ
โทษ และประโยค/ข้อความท่ใี ชแ้ นะนาตนเอง คาและประโยคที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกย่ี วกับตนเอง
บุคคล ใกล้ตัว และเร่ืองใกล้ตัว มีความรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา คาศัพท์
เกย่ี วกับเทศกาลสาคัญของเจา้ ของภาษา

มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ต 1.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3 , ป1/4
ต 1.2 ป.1./1, ป.1/2, ป.1/3 , ป1/4
ต 1.3 ป.1/1
ต 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
ต 2.2 ป.1/1
ต 3.1 ป.1/1
ต 4.1 ป.1/1
ต 4.2 ป.1/1
รวมท้ังหมด 8 มาตรฐาน 16 ตัวชวี้ ดั

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นโนนสมบูรณ์ พุทธศักราช 2563. 121

คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

อ12101 ภาษาอังกฤษ กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 2 เวลา 160 ชวั่ โมง

..............................................................................................................................................................

เข้าใจและใช้ภาษาอังกฤษส่ือสาร แลกเปล่ียนและนาเสนอข้อมูลข่าวสาร สร้างความสัมพันธ์
ระหว่างบุคคล มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการฟัง พูด อ่าน เขียน ในสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นใน
ห้องเรียนและสถานศึกษา ตามหัวเรื่องท่ีเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว
อาหาร เคร่ืองด่ืม และนันทนาการ ภายในวงคาศัพท์ประมาณ 250 - 300 คา (คาศัพท์ที่เป็น
รูปธรรรม) คาส่ัง และคาขอร้องที่ใช้ในห้องเรียน ประโยคเด่ียว (simple sentence) และการสะกดคา
หลักการอ่านออกเสียง คาศัพท์ สานวน และประโยคที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง บอกความ
ต้องการ คาและประโยคท่ีใช้ใน การพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคลใกล้ตัว และเรื่องใกล้ตัว บท
อ่านเกี่ยวกับเร่ืองใกล้ตัว หรือนิทานท่ีมีภาพประกอบ บทสนทนาท่ีใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ
ขอโทษ และประโยค/ข้อความท่ีใช้แนะนาตนเองมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา คาศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลสาคัญของเจ้าของภาษาปฏิบัติกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม ระบุ
ตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย และใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อรวบรวม
คาศพั ทท์ ีเ่ กย่ี วขอ้ งใกลต้ ัว

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ต 1.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4
ต 1.2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4
ต 1.3 ป.2/1
ต 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3
ต 2.2 ป.2/1
ต 3.1 ป.2/1
ต 4.1 ป.2/1
ต 4.2 ป.2/1

รวมท้ังหมด 8 มาตรฐาน 16 ตัวชว้ี ดั

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นโนนสมบูรณ์ พทุ ธศักราช 2563. 122

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

อ13101 ภาษาอังกฤษ กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ

ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 เวลา 160 ชั่วโมง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….

เข้าใจและใช้ภาษาอังกฤษส่ือสาร แลกเปล่ียนและนาเสนอข้อมูลข่าวสาร สร้างความสัมพันธ์
ระหว่างบุคคล มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการฟัง พูด อ่าน เขียน ในสถานการณ์ต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนใน
ห้องเรียนและสถานศึกษา ตามหัวเรื่องท่ีเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรยี น ส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร
เครื่องดื่ม และนันทนาการ ภายในวงคาศัพท์ประมาณ 350 -450 คา (คาศัพท์ที่เป็นรูปธรรรม) คาศัพท์ที่
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน คาสั่งและคาขอร้องท่ีใช้ ในห้องเรียน ประโยคเดี่ยว (simple
sentence) ) การสะกดคา การใช้พจนานุกรม หลกั การอา่ น ออกเสียง เน้นหนัก-เบา ในคา ตามระดับ
เสียงสูง-ต่า อ่านออกเสียงคา สะกดคา อ่านกลุ่มคา ประโยคเด่ียว และบทพูดเข้าจังหวะ (chant) ง่าย ๆ
ถูกต้องตามหลักการอ่านออกเสียง คาศัพท์ สานวน และประโยคท่ีใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
แนะนาตนเอง บอกความต้องการ คาและประโยคที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคลและเรื่อง
ใกล้ตัว บทอ่านเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตวั หรอื นิทานท่ีมีภาพประกอบ บทสนทนาท่ีใช้ในการทักทาย กล่าวลา
ขอบคุณ ขอโทษ จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สัตว์ และส่ิงของตามที่ฟังหรืออ่าน ใช้ภาษาใน
การฟัง/พูด ในสถานการณ์ง่าย ๆ ท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียนและใช้ภาษาต่างประเทศในการรวบรวมคาศัพท์
ที่เก่ียวข้องใกล้ตัวจากส่ือต่างๆ มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา คาศัพท์
เกี่ยวกับเทศกาลสาคัญของเจ้าของภาษา ปฏิบัติกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม ระบุตัวอักษรและเสียง
ตัวอักษรของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย และใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อรวบรวมคาศัพท์ท่ีเกี่ยวข้อง
ใกล้ตวั

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
1.1 ป.3/1, ป.ต 3/2, ป.3/3, ป3/4
ต 1.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป3/4, ป.3/5
ต 1.3 ป.3/1, ป.3/2
ต 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
ต 2.2 ป.3/1
ต 3.1 ป.3/1
ต 4.1 ป.3/1
ต 4.2 ป.3/1
รวมทั้งหมด 8 มาตรฐาน 18 ตัวชว้ี ัด

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นโนนสมบรู ณ์ พทุ ธศักราช 2563. 123

คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

อ14101 ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 เวลา 80 ช่ัวโมง

…………………………………………………………………………………………………………………………..…………………

เข้าใจและใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร แลกเปล่ียนและนาเสนอข้อมูลข่าวสาร สร้างความสัมพันธ์

ระหว่างบุคคล ในเร่อื งท่ีเก่ียวกับตนเอง บคุ คล สัตว์ และเรื่องใกลต้ ัว มีทกั ษะการใช้ภาษาองั กฤษใน การ

ฟัง พูด อ่าน เขียน ในสถานการณ์ต่างๆท่ีเกดิ ขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา ตามหัวเร่อื งท่ีเก่ยี วกับตนเอง

ครอบครัว โรงเรียน สงิ่ แวดล้อม อาหาร เครื่องด่ืม เวลาว่างและนันทนาการ สขุ ภาพและสวัสดิการ การซอ้ื -

ขาย และลมฟ้าอากาศ ในวงคาศัพท์สะสมประมาณ 550-700 คา (คาศัพท์ท่ีเป็นรูปธรรมและนามธรรม) ใช้

ประโยคเดี่ยวและประโยคผสม สญั ลักษณ์ เครื่องหมาย และสือ่ ความตามบริบทตา่ งๆ เข้าใจขอ้ ความที่เป็น

ความเรียงใน การสนทนาในบริบทที่หลากหลายมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับวัฒนธรรมทางภาษา และ

ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา ตามบริบทของข้อความที่พบ ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ

นาเสนอและสบื ค้นข้อมูลความรใู้ นกลุ่มสาระการเรียนรูอ้ นื่

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ต 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
ต 1.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5
ต 1.3 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ต 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ต 2.2 ป.4/1, ป.4/2
ต 3.1 ป.4/1
ต 4.1 ป.4/1
ต 4.2 ป.4/1

รวมท้ังหมด 8 มาตรฐาน 20 ตัวชว้ี ัด

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ พุทธศักราช 2563. 124

คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

อ15101 ภาษาองั กฤษ กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ

ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 เวลา 80 ช่ัวโมง

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เข้าใจและใช้ภาษาอังกฤษส่ือสาร แลกเปลี่ยนและนาเสนอข้อมูลข่าวสาร สร้างความสัมพันธ์
ระหว่างบุคคล ในเรอื่ งที่เกยี่ วกับตนเอง บุคคล สัตว์ และเรื่องใกล้ตวั มีทกั ษะการใช้ภาษาอังกฤษในการฟัง
พูด อ่าน เขียน ในสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา ตามหัวเรื่องท่ีเก่ียวกับตนเอง
ครอบครวั โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องด่ืม เวลาว่างและนนั ทนาการ สขุ ภาพและสวัสดิการ การซอ้ื -
ขาย และลมฟ้าอากาศ ในวงคาศพั ท์สะสมประมาณ 750-950 คา (คาศัพท์ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม) ใช้
ประโยคเดย่ี วและประโยคผสม สัญลักษณ์ เคร่ืองหมาย และส่ือความตามบริบทต่างๆ เขา้ ใจข้อความท่ีเป็น
ความเรยี งใน การสนทนาในบรบิ ทท่ีหลากหลาย มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เก่ยี วกับวฒั นธรรมทางภาษา และ
ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษาตามบริบทของข้อความที่พบ มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ
นาเสนอและสบื ค้นขอ้ มลู ความร้ใู นกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อ่นื

มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ต 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ต 1.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5
ต 1.3 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3
ต 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3
ต 2.2 ป.5/1, ป.5/2
ต 3.1 ป.5/1
ต 4.1 ป.5/1
ต 4.2 ป.5/1

รวมท้ังหมด 8 มาตรฐาน 20 ตัวช้ีวดั

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านโนนสมบรู ณ์ พทุ ธศักราช 2563. 125

คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

อ16101 ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ

ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6 เวลา 80 ชั่วโมง

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เข้าใจและใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร แลกเปลี่ยนและนาเสนอขอ้ มูลข่าวสาร สร้างความสัมพันธ์
ระหว่างบุคคล ในเร่ืองท่ีเกี่ยวกับตนเอง บุคคล สัตว์ และเรื่องใกล้ตัว มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ ในการ
ฟัง พูด อ่าน เขียน ในสถานการณ์ต่างๆทเี่ กดิ ข้ึนในห้องเรียนและสถานศึกษา ตามหัวเรือ่ งท่ีเกยี่ วกบั ตนเอง
ครอบครัว โรงเรียน ส่ิงแวดล้อม อาหาร เคร่ืองดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพ และสวัสดิการ การ
ซื้อ -ขาย และลมฟ้าอากาศ ในวงคาศัพท์สะสมประมาณ 550-700 คา (คาศัพท์ที่เป็นรูปธรรมและ
นามธรรม) ใช้ประโยคเดี่ยวและประโยคผสม สัญลักษณ์ เคร่ืองหมาย และสื่อความตามบริบทต่างๆ
เข้าใจข้อความที่เป็นความเรียงในการสนทนาในบริบทท่ีหลากหลาย มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ
วัฒนธรรมทางภาษา และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา ตามบริบทของข้อความที่พบ มีความสามารถ
ในการใช้ภาษาอังกฤษ นาเสนอและสืบค้นข้อมูลความรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่นื

มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ต 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป6/4
ต 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
ต 1.3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ต 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ต 2.2 ป.6/1, ป.6/2
ต 3.1 ป.6/1
ต 4.1 ป.6/1
ต 4.2 ป.6/1

รวมทั้งหมด 8 มาตรฐาน 20 ตวั ชวี้ ัด

126

คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม

อ 11201 ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ใช้คาสั่งทีใ่ ช้ในห้องเรียน ตัวอกั ษร เสียงตวั อักษร สระ การสะกดคา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง

ประโยคบอกความต้องการเกี่ยวกับตนเอง ประโยค ให้ข้อมูลเกยี่ วกับตนเอง คาส่งั ที่ใช้ในห้องเรยี น

ข้อความท่ใี ช้ในการพดู ใหข้ ้อมูลเก่ียวกบั ตนเอง และเร่ืองใกลต้ ัว คา ท่ีมีความหมายสัมพันธก์ ับส่งิ ตา่ งๆ

ใกลต้ ัว อาหาร เคร่ืองดื่ม วัฒนธรรมเจา้ ของภาษาแสดงกิริยา การขอบคณุ ขอโทษ การพูดแนะนา

ตนเอง การใช้ภาษาในการฟัง พูด อา่ นในสถานการณท์ เี่ กดิ ขึ้นในห้องเรยี น โดยใช้กระบวนการสืบ

เสาะหาความรู้ การสืบคน้ ข้อมลู และมีทักษะทางสังคม มีวิถขี องระบอบประชาธิปไตย ซื่อสัตย์

ใฝเ่ รียนรู้ แสดงออกถึงความเปน็ ไทย

เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถส่อื สารสิ่งท่เี รียนรู้ และ นาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ ใน

ชีวติ ประจาวัน

ผลการเรียนรู้

1. ปฏิบัตติ ามคาสงั่ คาขอร้องท่ีฟัง
2. อ่านออกเสียงตัวอักษร คา กลมุ่ คา ประโยคงา่ ยๆ และ บทพดู เขา้ จงั หวะงา่ ยๆ ถูกต้องตาม

หลักการอ่าน
3. บอกความหมายของคาและกลุม่ คาท่ีฟังตรงตามความหมายตอบคาถามจากการฟังหรืออ่าน

ประโยคบทสนทนาหรือนิทานง่ายๆ

รวมทั้งหมด 3 ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นโนนสมบรู ณ์ พทุ ธศักราช 2563. 127

คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม

อ 12201 ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ

ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง

……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ใชค้ าสั่งท่ใี ชใ้ นห้องเรียน ตวั อักษร เสียงตวั อักษร สระ การสะกดคา การอ่านออกเสียงคา

กลมุ่ คา บทอ่าน บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองคา ประโยคบทอ่านบทสนทนา ประโยค

ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ข้อความที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง และเร่ืองใกล้ตัว คาที่มี

ความหมายสัมพันธ์กับส่ิงต่างๆ ใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม วัฒนธรรมเจ้าของภาษาแสดงกิริยา การ

ขอบคุณ ขอโทษ การพูดแนะนาตนเอง กิจกรรมทางภาษการร้องเพลง การใช้ภาษาในการฟัง พูด

อา่ นในสถานการณ์ท่ีเกิดขึ้นในห้องเรียน โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและ

มีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบประชาธิปไตย ซ่ือสัตย์ ใฝ่เรียนรู้ แสดงออกถึงความเป็นไทย

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้ และ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ใน

ชีวิตประจาวัน

ผลการเรียนรู้
1. ปฏิบัตติ ามคาสัง่ คาขอร้องท่ีฟัง
2. อา่ นออกเสยี งตัวอกั ษร คา กลุ่มคา ประโยคง่ายๆ และ บทพดู เขา้ จงั หวะงา่ ยๆ ถูกต้องตาม

หลักการอ่าน
3. บอกความหมายของคาและกลุ่มคาที่ฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟงั หรืออา่ น

ประโยคบทสนทนาหรือนิทานงา่ ยๆ
4. พดู โต้ตอบด้วยคาส้ันๆ งา่ ยๆ ในการสื่อสารระหวา่ งบุคคลตามแบบท่ีฟงั ใช้คาสั่งและคาขอรอ้ ง

งา่ ยๆ บอกความตอ้ งการง่ายๆ ของตนเอง พดู ขอและใหข้ อ้ มลู เกี่ยวกับตนเองและเพื่อน
5. บอกความรู้สึกของตนเองเก่ียวกบั ส่ิงตา่ งๆ ใกล้ตวั หรือกิจกรรมตา่ งๆ ตามแบบท่ฟี ัง

พดู ให้ขอ้ มูลเกย่ี วกับตนเองและเรอื่ งใกลต้ วั จดั หมวดหมู่คาตามประเภทของบคุ คล สตั ว์
และส่งิ ของตามท่ีฟังหรอื อ่าน
6. พดู และทาทา่ ประกอบ ตามมารยาทสังคม/วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา บอกช่ือและคาศัพท์
งา่ ยๆ เกยี่ วกบั เทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลองและชวี ติ ความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เขา้ ทาง
ภาษาและวัฒนธรรมท่เี หมาะกบั วยั

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านโนนสมบูรณ์ พุทธศักราช 2563. 128

คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม

อ 13201 ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ

ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3 เวลา 40 ชว่ั โมง

…………………………………………………………………………………………………………………..………………………..

ใชค้ าสงั่ ทีใ่ ชใ้ นห้องเรยี น ตวั อักษร เสียงตัวอักษร สระ การสะกดคา การอ่านออกเสียงคา

กลุม่ คา บทอา่ น พดู เข้าจงั หวะ บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูลเกย่ี วกบั ตนเองคา เลือกระบุภาพ ตรง

ความหมาย บทสนทนา ให้ขอ้ มูลเก่ียวกับตนเอง ประโยคบอกความต้องการเก่ียวกบั ตนเอง

คา คาสง่ั ที่ใชใ้ นห้องเรียน ข้อความที่ใช้ในการพดู ให้ขอ้ มูลความรู้สกึ เกย่ี วกับตนเอง และเรอื่ งใกล้

ตวั วัฒนธรรมเจ้าของภาษาแสดงกิรยิ า การขอบคุณ ขอโทษ การพูดแนะนาตนเอง การใชภ้ าษาใน

การฟงั พดู อ่านในสถานการณท์ ่เี กดิ ขนึ้ ในห้องเรียนโดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบคน้

ข้อมูลและมที ักษะทางสงั คม มวี ถิ ขี องระบอบประชาธปิ ไตย ซ่ือสัตย์ ใฝเ่ รียนรู้ แสดงออกถึงความ

เป็นไทย

เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสงิ่ ทีเ่ รียนรู้ และ นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ใน

ชีวติ ประจาวัน

ผลการเรียนรู้

1. ปฏบิ ตั ิตามคาสงั่ คาขอร้องท่ีฟัง

2. บอกความหมายของคาและกลุ่มคาที่ฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่าน

ประโยคบทสนทนาหรอื นิทานง่ายๆ

3. พดู โต้ตอบด้วยคาสน้ั ๆ ง่ายๆ ในการสือ่ สารระหว่างบคุ คลตามแบบทฟ่ี ัง ใช้คาส่ังและ

คาขอรอ้ งง่ายๆ

4. บอกความต้องการงา่ ยๆ ของตนเอง พูดขอและให้ขอ้ มลู เกยี่ วกบั ตนเองและเพื่อน บอก

ความร้สู ึกของตนเองเกี่ยวกบั สิ่งต่างๆ ใกล้ตวั หรือกจิ กรรมตา่ งๆ ตามแบบท่ฟี งั

5. พดู ให้ขอ้ มลู เกี่ยวกบั ตนเองและเร่อื งใกลต้ ัว จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบคุ คล สัตว์

และสิ่งของตามท่ฟี งั หรอื อา่ น

6. พดู และทาทา่ ประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา

7. บอกชอ่ื และคาศัพท์งา่ ยๆ เก่ียวกบั เทศกาล/วนั สาคญั /งานฉลอง และชีวติ ความเปน็ อยู่

ของเจ้าของภาษา เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมที่เหมาะกับวยั

8. บอกความแตกตา่ งของเสียงตัวอกั ษร คา กลุ่มคา และประโยคงา่ ยๆ ของภาษาองั กฤษ

และภาษาไทย

9. ฟัง/พูดในสถานการณ์งา่ ยๆ ที่เกดิ ข้ึนในหอ้ งเรยี น

รวมท้ังหมด 9 ผลการเรยี นรู้

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นโนนสมบรู ณ์ พุทธศักราช 2563. 129

คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม

อ 14201 ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ

ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 เวลา 40 ช่ัวโมง

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปฏิบัติตามคาส่ัง คาแนะนา คาขอร้องท่ีใช้ในห้องเรียน พูดเข้าจงั หวะ บทสนทนา ประโยค

ให้ขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเองคา เลือกระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ตรงความหมาย ตอบคาถามจากการฟังและ

อ่าน บทสนทนา พูด เขียนให้ข้อมูลโต้ตอบเกี่ยวกับตนเอง ส่ือสารระหว่างบุคคล ประโยคบอกความ

ต้องการเก่ียวกับตนเอง คาส่ังท่ีใช้ในห้องเรียน ข้อความที่ใช้ในการพูด เขียน แสดงความต้องการของ

ตนเอง ให้ขอ้ มลู ความรู้สกึ เกยี่ วกับตนเอง และเรอ่ื งใกล้ตัว วัฒนธรรมเจ้าของภาษาแสดงกิริยา

การขอบคุณ ขอโทษ การพดู แนะนาตนเอง คาศพั ท์เก่ยี วกับเทศกาลเจา้ ของภาษา กิจกรรมทางภาษา

การร้องเพลง ศึกษา การใช้ภาษาในการฟัง พูดทาท่าประกอบอย่างสภุ าพ เข้ารว่ มกจิ กรรมทาง

ภาษา อ่าน พดู ในสถานการณท์ เี่ กดิ ข้ึนในห้องเรียนโดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ การสืบค้น

ข้อมลู และมที ักษะทางสังคม มวี ถิ ขี องระบอบประชาธิปไตย ซือ่ สัตย์ ใฝ่เรยี นรู้ แสดงออกถึงความ

เป็นไทย

เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สารสง่ิ ที่เรียนรู้ และ นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ในชีวิตประจาวนั

ผลการเรียนรู้
1. ปฏบิ ตั ิตามคาสัง่ และคาขอรอ้ ง
2. อ่านออกเสียงตวั อักษร คา กลมุ่ คา ประโยคงา่ ยๆ และ บทพดู เขา้ จงั หวะงา่ ยๆ ถกู ต้องตาม

หลักการอ่าน
3. บอกความหมายของคาและกลุ่มคาท่ีฟงั ตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรอื อ่าน

ประโยคบทสนทนาหรอื นิทานง่ายๆ
4. พูดโตต้ อบด้วยคาสั้นๆ ง่ายๆ ในการส่ือสารระหว่างบุคคลตามแบบทฟี่ ัง ใช้คาสั่งและคาขอรอ้ ง

งา่ ยๆ บอกความตอ้ งการงา่ ยๆ ของตนเอง
6. พูดขอและใหข้ ้อมลู เก่ียวกับตนเองและเพื่อน บอกความรู้สึกของตนเองเกยี่ วกับสง่ิ ต่างๆ ใกล้ตวั

หรอื กิจกรรมต่างๆ ตามแบบทฟ่ี ัง
7. พูดใหข้ ้อมลู เกยี่ วกบั ตนเองและเร่ืองใกล้ตัว จดั หมวดหมคู่ าตามประเภทของบคุ คล สตั ว์

และสง่ิ ของตามทฟี่ ังหรืออ่าน

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นโนนสมบูรณ์ พุทธศักราช 2563. 130

8. พดู และทาทา่ ประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกชอ่ื และคาศัพท์
ง่ายเกยี่ วกบั เทศกาล/วนั สาคญั /งานฉลอง และชวี ติ ความเปน็ อยขู่ องเจ้าของภาษา เขา้ รว่ ม
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่เี หมาะกบั วัย

9. บอกความแตกตา่ งของเสยี งตัวอักษร คา กลุ่มคา และประโยคง่ายๆ ของภาษาภาษาอังกฤษ
และภาษาไทย

10. ฟงั /พดู ในสถานการณ์งา่ ยๆ ท่ีเกิดขึ้นในหอ้ งเรยี น

รวมทัง้ หมด 9 ผลการเรียนรู้

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นโนนสมบูรณ์ พุทธศักราช 2563. 131

คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

อ 15201 ภาษาอังกฤษ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 เวลา 40 ช่วั โมง

……………………………………………………………………………………………………………………..……………………

ปฏิบตั ิตามคาสงั่ คาแนะนา คาขอร้อง คาแนะนาง่ายๆ ทใ่ี ช้ในหอ้ งเรียน การสะกดคา
การอ่านออกเสียง บทสนทนา ประโยค ใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกับตนเองคา เลือกระบภุ าพ หรือสัญลกั ษณ์
ตรงความหมายของประโยค ตอบคาถามจากการฟงั และอ่าน บทสนทนา นทิ านง่ายๆ ประโยค
พดู เขียนให้ข้อมลู โต้ตอบเก่ยี วกบั ตนเอง แสดงความรู้สึก สื่อสารระหว่างบคุ คล ใช้ถอ้ ยคา นา้ เสยี ง
และกริ ยิ า ประโยคบอกความตอ้ งการเกี่ยวกับตนเองคา คาสง่ั ที่ใช้ในหอ้ งเรยี น ข้อความทใ่ี ช้ในการ
พูด เขยี น แสดงความต้องการของตนเอง ให้ขอ้ มลู ความรู้สึกเกย่ี วกับตนเอง และเร่อื งใกลต้ วั บอก
ความเหมอื นความแตกตา่ ง ระหวา่ งการออกเสยี งประโยคชนิดตา่ งๆ แสดงความคดิ เห็นง่าย ๆ โดย
ใชค้ าศพั ท์เหมาะสมกับวยั การใชภ้ าษาในการฟัง พูดทาท่าประกอบอย่างสุภาพ เขา้ ร่วมกิจกรรม
ทางภาษา อ่าน พูด ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนโดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้
การสืบค้นข้อมูลและมที ักษะทางสงั คมมวี ิถขี องระบอบประชาธิปไตยซ่ือสตั ย์ ใฝเ่ รียนรู้ แสดงออก
ถึงความเป็นไทย

เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สารสิ่งทีเ่ รียนรู้ และ นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ในชีวิตประจาวัน

ผลการเรียนรู้
1. ปฏบิ ัติตามคาสั่ง คาขอรอ้ งทฟี่ งั
2. อา่ นออกเสียงตัวอักษร คา กล่มุ คา ประโยคงา่ ยๆ และ บทพูดเขา้ จังหวะง่ายๆ ถกู ต้องตามหลัก

การอ่าน
3. บอกความหมายของคาและกลมุ่ คาที่ฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่าน

ประโยคบทสนทนาหรอื นทิ านงา่ ยๆ
4. พูดโต้ตอบดว้ ยคาสัน้ ๆ งา่ ยๆ ในการสื่อสารระหวา่ งบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คาสั่งและคาขอร้อง

งา่ ยๆ บอกความต้องการงา่ ยๆ ของตนเอง
5. พดู ขอและให้ข้อมูลเก่ยี วกับตนเองและเพ่ือน
6. บอกความรูส้ กึ ของตนเองเกี่ยวกับสิง่ ตา่ งๆ ใกล้ตัวหรอื กิจกรรมตา่ งๆ ตามแบบท่ีฟัง
7. พูดใหข้ อ้ มูลเก่ยี วกบั ตนเองและเรอ่ื งใกล้ตัว จดั หมวดหม่คู าตามประเภทของบุคคล สัตว์

และส่ิงของตามทฟี่ งั หรืออ่าน
8. พูดและทาท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านโนนสมบูรณ์ พทุ ธศักราช 2563. 132

9. บอกชอ่ื และคาศัพท์งา่ ยๆ เก่ียวกบั เทศกาล/วันสาคญั /งานฉลอง และชีวติ ความเปน็ อยขู่ อง
เจา้ ของภาษา เขา้ รว่ มกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมทีเ่ หมาะกบั วัย

10. บอกความแตกตา่ งของเสยี งตัวอกั ษร คา กลุม่ คา และประโยคงา่ ยๆ ของภาษาองั กฤษ
และภาษาไทย

11. ฟงั /พดู ในสถานการณง์ ่ายๆ ท่เี กดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรยี น
12. ใช้ภาษาองั กฤษเพื่อรวบรวมคาศพั ท์ทเ่ี กยี่ วข้องใกล้ตัว
13. มที ักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (เนน้ การฟัง-พดู ) สอื่ สารตามหวั เรอ่ื งเกยี่ วกับตนเอง ครอบครัว

โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เคร่ืองด่ืม และเวลาว่างและนันทนาการ ภายใน
วงคาศพั ทป์ ระมาณ 300-450 คา (คาศัพท์ทเี่ ป็นรูปธรรม)
14. ใชป้ ระโยคคาเดียว (One Word Sentence) ประโยคเดี่ยว (Simple Sentence) ในการ
สนทนาโต้ตอบตามสถานการณ์ในชวี ติ ประจาวนั

รวมทั้งหมด 14 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นโนนสมบูรณ์ พุทธศักราช 2563. 133

คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ

อ 16201 ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 40 ช่ัวโมง

.............................................................................................................................................................

ปฏิบัติตามคาส่ัง คาแนะนา คาขอร้อง คาแนะนาง่ายๆ ที่ใช้ในห้องเรียน การสะกดคา การ
อ่านออกเสียง คา กลุ่มคา บทอ่าน บทกลอนสัน้ ๆ บทสนทนา ประโยคถูกต้องตามหลักการอ่าน ให้
ขอ้ มลู เกี่ยวกบั ตนเองคา เลือกระบภุ าพ หรือสญั ลักษณ์ หรือเคร่ืองหมายตรงความหมายของประโยค
ข้อความส้ันๆ ตอบคาถามจากการฟงั และอ่าน บทสนทนา พดู เขยี นให้ข้อมลู โต้ตอบเกย่ี วกบั ตนเอง
แสดงความรสู้ ึก สื่อสารระหว่างบคุ คล เขียนภาพ แผนผัง และแผนภมู ิ ตารางแสดงข้อมลู ต่างๆ ใช้
ถ้อยคา นา้ เสียง และกิริยา ประโยคบอกความต้องการเก่ยี วกับตนเองคา คาส่ังทใี่ ช้ในห้องเรยี น
ข้อความทใ่ี ชใ้ นการพูด เขียน แสดงความต้องการของตนเอง ให้ข้อมลู ความรู้สกึ เกี่ยวกบั ตนเอง และ
เร่อื งใกลต้ วั ใช้คาสง่ั คาขอรอ้ ง และให้คาแนะนา บอกความเหมือน ความแตกตา่ ง ระหว่างการออก
เสียงประโยคชนิดต่างๆ กิจกรรมทางภาษา การร้องเพลง การเล่านิทานประกอบท่าทาง พดู วาด
ภาพแสดงความสัมพนั ธ์ของส่ิงตา่ งๆ แสดงความคดิ เหน็ ง่ายๆโดยใช้คาศัพท์เหมาะสมกับวยั การใช้
ภาษาในการฟงั พูดทาทา่ ประกอบ และนาเสนอดว้ ยการพดู เขยี นอย่างสุภาพ เขา้ รว่ มกิจกรรมทาง
ภาษา อ่าน พดู ในสถานการณท์ ี่เกิดขึ้นในห้องเรยี น และสถานศกึ ษาโดยใช้กระบวนการสืบเสาะหา
ความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทกั ษะทางสังคม มวี ถิ ีของระบอบประชาธิปไตย ซื่อสตั ย์ ใฝ่
เรียนรู้ แสดงออกถงึ ความเป็นไทย

เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสง่ิ ที่เรียนรู้ และ นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ ใน
ชวี ิตประจาวนั

ผลการเรียนรู้
1. ปฏบิ ัติตามคาส่งั คาขอร้องท่ีฟัง
2. อา่ นออกเสียงตวั อักษร คา กลมุ่ คา ประโยคงา่ ยๆ และ บทพูดเขา้ จังหวะงา่ ยๆ ถูกตอ้ งตามหลกั
การอา่ น
3. บอกความหมายของคาและกลุ่มคาท่ีฟงั ตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรอื อ่าน
ประโยคบทสนทนาหรือนทิ านง่ายๆ
4. พูดโต้ตอบดว้ ยคาสั้นๆ ง่ายๆ ในการส่อื สารระหว่างบคุ คลตามแบบท่ฟี งั ใช้คาสัง่ และคาขอร้อง
งา่ ยๆ บอกความต้องการง่ายๆ ของตนเอง
5. พูดขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเพ่ือน
6. บอกความรูส้ กึ ของตนเองเกีย่ วกับสิ่งตา่ งๆ ใกล้ตวั หรือกิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟัง

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นโนนสมบูรณ์ พุทธศักราช 2563. 134

7. พดู ให้ข้อมลู เก่ียวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว จดั หมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สตั ว์ และ
สิ่งของตามที่ฟงั หรอื อา่ น
8. พูดและทาทา่ ประกอบ ตามมารยาทสังคม/วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
9. บอกชอ่ื และคาศัพท์ง่ายๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง และชีวติ ความเปน็ อยขู่ องเจ้าของ
ภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมทเี่ หมาะกับวัย
10. บอกความแตกต่างของเสียงตวั อกั ษร คา กลุ่มคา และประโยคงา่ ยๆ ของภาษาองั กฤษและ
ภาษาไทย
11. ฟงั /พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกดิ ขึน้ ในห้องเรยี น
12. ใช้ภาษาอังกฤษ เพอื่ รวบรวมคาศัพท์ที่เกย่ี วข้องใกลต้ ัว
13. มีทกั ษะการใช้ภาษาอังกฤษ (เนน้ การฟงั -พดู ) ส่ือสารตามหวั เรือ่ งเกยี่ วกบั ตนเอง ครอบครัว
โรงเรียน ส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เคร่ืองดื่ม และเวลาว่างและนันทนาการ ภายในวงคาศัพท์
ประมาณ 300-450 คา (คาศัพทท์ ีเ่ ป็นรูปธรรม)
14. ใช้ประโยคคาเดียว (One Word Sentence) ประโยคเด่ียว (Simple Sentence) ในการ
สนทนาโตต้ อบและเขียนตามสถานการณ์ในชีวิตประจาวัน

รวมทั้งหมด 14 ผลการเรียนรู้

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นโนนสมบูรณ์ พทุ ธศักราช 2563. 135

กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน

โรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ ได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยมุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จาก
ประสบการณ์ตรง ได้ฝึกปฏิบัติจริงและค้นพบความถนัดของตนเอง สามารถค้นคว้าหาความรู้
เพิ่มเติมตามความสนใจจากแหล่งเรียนรู้ท่ีหลากหลาย บาเพ็ญประโยชน์เพ่ือสังคม มีทักษะในการ
ดาเนินงาน ส่งเสริมให้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ สังคม ศีลธรรม จริยธรรม ให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจ
ตนเอง สามารถวางแผนชีวิตและอาชพี ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาการ
เรียนรู้อย่างรอบด้านเพ่ือความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม
เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศลี ธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลกู ฝังให้สรา้ งจิตสานึกของการทาประโยชน์
เพอื่ สังคม สามรถจกั การตนเองได้และอยู่ร่วมกับผู้อืน่ อย่างมีความสุข โรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ ได้จัด
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน โดยแบ่งออกเป็น 3 ลกั ษณะ ดังนี้

1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์
ส่ิงแวดล้อม สามารถตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และ
อาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากน้ียังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็น
กิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน โดยนักเรียนทุกคน
ต้องเข้าร่วมกจิ กรรมแนะแนว 40 ช่ัวโมงตอ่ ปีการศกึ ษา

2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมท่ีมุ่งพัฒนาระเบียบวินัย ความเป็นผู้นา ผู้ตามท่ีดี ความ
รับผิดชอบ การทางานร่วมกัน รู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การ
ช่วยเหลือแบ่งปันเอื้ออาทรและสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และ
ความสนใจของผู้เรียน ให้ได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติตามแผนประเมินและปรับปรุงการทางานเน้นการทางานรวมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสม
และสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษาและท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียน
ประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วม กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี
30 ช่ังโมงต่อปีการศึกษา กิจกรรมชุมนุม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรม ชมรม 40 ช่ังโมง
ต่อปกี ารศึกษา

3. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้
เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชนและท้องถ่ินตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความ
รับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละการมีจิตสาธารณะ เช่น กจิ กรรมอาสาพฒั นาต่างๆ กิจกรรม
สร้างสรรค์สังคม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ 10 ชั่วโมง
ตอ่ ปกี ารศึกษา

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ พุทธศักราช 2563. 136

โครงสร้างและอัตราเวลาจัดกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น

กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ป. 6
ป. 1 ป. 2 ป. 3 ป. 4 ป. 5 40
1. กิจกรรมแนะแนว 40 40 40 40 40 30
2. กจิ กรรมลูกเสอื – เนตรนารี 30 30 30 30 30 40
3. กิจกรรมชมรม 40 40 40 40 40
10
4. กิจกรรมเพื่อสังคม และ 10 10 10 10 10
สาธารณประโยชน์
120 120 120 120 120 120
เวลาเรียนรวม

การดาเนินการกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น

1. กจิ กรรมแนะแนว
วตั ถุประสงค์
1. เพอ่ื ผู้เรยี นคน้ พบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักละเหน็ คณุ คา่ ในตนเอง
และผู้อนื่
2. เพือ่ ให้ผเู้ รียนแสวงหาความรจู้ ากขอ้ มลู ข่าวสาร แหล่งเรียนรู้ ทั้งด้านการศกึ ษา อาชพี สว่ นตัว
สังคม เพื่อนาไปใช้ในการวางแผน เลือกแนวทางการศึกษาอาชพี ได้อยา่ งเหมาะสมสอดคล้อง
กับศักยภาพของตนเอง
3. เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนไดพ้ ัฒนาบุคลิกภาพ และรบั ตัวอยใู่ นสงั คมไดอ้ ย่างมีความสขุ
4. เพอื่ ให้ผู้เรียนมีความรู้ มที กั ษะ มคี วามคิดสร้างสรรค์ ในงานอาชีพและมีเจตคติทด่ี ตี ่ออาชีพ
สุจริต
5. เพื่อใหผ้ ู้เรยี นมีคา่ นยิ มท่ีดีงามในการดาเนินชีวติ สรา้ งเสริมวินัย คุณธรรมและจรยิ ธรรมแก่
นักเรียน
6. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนมจี ิตสานกึ ในการรบั ผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นโนนสมบรู ณ์ พุทธศักราช 2563. 137

แนวการจัดกจิ กรรม โรงเรียนบา้ นโนนสมบูรณ์ ไดจ้ ดั กจิ กรรมแนะแนวเพ่ือช่วยเหลอื และ
พฒั นาผู้เรียน ดังน้ี

1. จัดกจิ กรรมเพื่อให้ครไู ดร้ ู้จกั และชว่ ยเหลือผ้เู รยี นมากขึ้น โดยใช้กระบวนการทางจติ วทิ ยา
การจดั บรกิ ารสนเทศ โดยให้มีเอกสารเพ่ือใชใ้ นการสารวจข้อมลู เก่ยี วกบั ตัวผเู้ รยี น ดว้ ยการ
สังเกต สัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม การเขยี นประวัติ การพบผูป้ กครองก่อนและระหวา่ ง
เรียน การเยีย่ มบ้านนกั เรยี น การใหค้ วามช่วยเหลอื ผเู้ รยี นเรือ่ งสขุ ภาพจติ เศรษฐกจิ
การจดั ทาระเบยี นสะสม สมุดรายงานประจาตัวนกั เรียน และบตั รสุขภาพ

2. การจดั กจิ กรรมพฒั นาวุฒิภาวะทางอารมณ์ โดยทาแบบทดสอบเพอื่ รูจ้ ักและเข้าใจตนเอง
มที ักษะในการตดั สนิ ใจ การปรับตวั การวางแผนเพือ่ เลอื กศกึ ษาตอ่ เลอื กอาชีพ

3. การจดั บริการให้คาปรึกษาแกผ่ เู้ รยี นรายบุคคล และรายกลมุ่ ในด้านการศกึ ษา อาชีพ
และส่วนตวั โดยมีผ้ใู หค้ าปรกึ ษาทม่ี คี ณุ วุฒิ และมีความเชย่ี วชาญในเรือ่ งการใหค้ าปรึกษา
ตลอดจนมหี อ้ งใหค้ าปรกึ ษาทเ่ี หมาะสม
3.1 ชว่ ยเหลือผู้เรยี นท่ปี ระสบปัญหาด้านการเงนิ โดยการให้ทนุ การศกึ ษาแก่ผเู้ รยี น
3.2 ตดิ ตามเกบ็ ขอ้ มลู ของนักเรียนทส่ี าเร็จการศกึ ษา

2. กจิ กรรมนักเรียน
2.1 กจิ กรรมลูกเสือ
กิจกรรมกจิ กรรมลกู เสอื - เนตรนารี
ผู้เรียนในระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1-6 ทุกคน ได้ฝึกอบรมวิชาลูกเสือ - เนตรนารี เพ่ือ

ส่งเสริมหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่งเสริมความ
สามัคคี มีวินัย และบาเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม โดยดาเนินการจัดกิจกรรมตามข้อกาหนดของ
คณะกรรมการลูกเสอื แห่งชาติ

วัตถุประสงค์
พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.2551 มาตรา 8 ได้กาหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม
เพื่อพัฒนาลูกเสือท้ังทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรมให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ
และช่วยสร้างสรรค์สังคม เพ่ือให้เกิดความสามัคคี และความเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้เพ่ือความสงบสุข
และความม่งั คงของประเทศชาตติ ามแนวทางดังต่อไปน้ี

1. ให้มนี ิสยั ในการสงั เกต จดจา เช่ือฟัง และพึ่งตนเอง
2. ให้มีความซ่ือสตั ย์สุจริต มีระเบยี บวนิ ยั และเห็นอกเหน็ ใจผู้อน่ื
3. ให้รู้จกั บาเพ็ญตนเพ่อื สาธารณประโยชน์
4. ใหร้ ู้จกั ทาการฝีมือและฝึกฝนการทากจิ กรรมต่างๆตามความเหมาะสม
5. ให้รูจ้ ักรกั ษาและส่งเสรมิ จารีตประเพณี วัฒนธรรม และความม่งั คงชองชาติ

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ พุทธศักราช 2563. 138

แนวการจดั กจิ กรรม
กจิ กรรมลกู เสือ – เนตรนารี ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 – 3

เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ-เนตรนารี และจัดกิจกรรมให้ศึกษา
วเิ คราะห์ วางแผน ปฏิบัติกจิ กรรมตามฐาน โดยเนน้ ระบบหมู่ สรปุ ผลการปฏบิ ัติกจิ กรรม ปิดประชุม
กอง โดยให้ผู้เรียนศกึ ษาและฝกึ ปฏบิ ตั ใิ นเรอ่ื ง

1. เตรียมลูกเสือสารอง นิยายเร่ืองเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจการลูกเสือสารอง การทา
ความเคารพเป็นหมู่ (แกรนด์ฮาวล์) การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว
เบื้องตน้ คาปฏญิ าณ กฎ และคตพิ จน์ของลูกเสือสารอง

2. ลูกเสือสารองดาวดวงที่ 1 2 และ 3 อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การ
ค้นหาธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง การ
บันเทิง การผูกเง่ือน คาปฏิญาณ และกฎของลูกเสือสารอง โดยใช้กระบวนการทางาน กระบวนการ
แก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเริม สรา้ งสรรค์ กระบวนการฝึก
ปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้มี
ความรู้ ความเข้าใจในกจิ กรรมลูกเสอื -ยุวกาชาด สามารถปฏบิ ัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจนข์ อง
ลูกเสือสารอง –เนตรนารี มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟัง และพ่ึงตนเอง ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบ
วินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น บาเพ็ญตนเพ่ือสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ
และศีลธรรม ทั้งนี้โดยไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิการเมืองใด ๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

หมายเหตุ - เมอื่ ผู้เรียนผ่านการทดสอบในข้อ 1 แล้ว จะได้รับเครอื่ งหมายลูกเสอื สารอง
- เมอ่ื ผู้เรยี นไดป้ ฏบิ ัติกจิ กรรมและผ่านการสอบแลว้ จะไดร้ ับเคร่ืองหมายดาว

ดวงท่ี 1 2 และ 3 ตามลาดบั
- สาหรบั วิชาพเิ ศษ ให้ใช้ขอ้ บงั คับคณะลูกเสอื แห่งชาตวิ ่าดว้ ยการปกครอง

หลักสตู ร และวิชาพเิ ศษลูกเสือสารอง (ฉบบั ที่ 10) พ.ศ. 2522 กจิ กรรมลกู เสือ–เนตรนารี
กิจกรรมลูกเสอื – เนตรนารี ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 – 6

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลกู เสือ-

ยุวกาชาด และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐาน โดยเน้นระบบหมู่

สรุปผลการปฏิบตั กิ ิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยใหผ้ เู้ รยี นศกึ ษาและฝึกปฏิบตั ิในเรื่อง

1. ลูกเสือตรี ความรู้เกี่ยวกับขบวนการลูกเสือ คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญกิจกรรม

กลางแจ้ง ระเบียบแถว

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นโนนสมบรู ณ์ พทุ ธศักราช 2563. 139

2. ลูกเสือโท การรู้จักดูแลตนเอง การช่วยเหลือผู้อ่ืน การเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ
ทักษะในทางวชิ าลูกเสือ งานอดิเรกและเรอื่ งที่นา่ สนใจ คาปฏญิ าณ และกฎของลูกเสอื ระเบียบแถว

3. ลูกเสือเอก การพึ่งตนเอง การบริการ การผจญภยั วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว โดย
ใช้กระบวนการทางาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการ
คิดริเร่ิม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิปัญญา
ท้องถนิ่ ได้อยา่ งเหมาะสม เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ - ยวุ กาชาด สามารถปฏิบัติ
ตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสามัญ – ยุวกาชาด มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง
และพึ่งตนเอง ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้ อื่น บาเพ็ญ ตนเพื่อ
สาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ทั้งน้ีโดยไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิ
การเมืองใด ๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ

หมายเหตุ - เม่ือผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรม และผ่านการทดสอบแล้ว จะได้รับเคร่ืองหมาย
ลูกเสือตรี ลกู เสือโท และลูกเสอื เอก ตามลาดบั

- สาหรับวิชาพิเศษ ให้ใช้ข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติว่าด้วยการปกครอง
หลกั สูตร และวชิ าพิเศษลกู เสอื สามัญ (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2525

2.2 กิจกรรมชมรม
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ใหผ้ ้เู รียนได้ปฏบิ ัติกจิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการของตน
2. เพอ่ื ให้ผู้เรียนไดพ้ ฒั นาความรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์ ให้เกดิ
ประสบการณท์ งั้ ทางวชิ าการและวชิ าชพี ตามศกั ยภาพ
3. เพอ่ื ส่งเสริมให้ผู้เรียนใชเ้ วลาใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ ตนเองและสว่ นรวม
4. เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รยี นทางานรว่ มกับผู้อ่นื ไดต้ ามวถิ ีประชาธปิ ไตย
แนวการจดั กิจกรรม
การจัดกิจกรรมตามความสนใจ ผู้เรียนสามารถเลือกเข้าเป็นสมาชิกชมรม วางแผนการ

ดาเนินกิจกรรมร่วมกัน โดยมีชมรมที่หลากหลาย เหมาะสมกับเพศ วัย และความสนใจของผู้เรียน
ประกอบด้วย

1. ชมรมรักษภ์ าษา
2. ชมรมคณิตศาสตร์
3. ชมรมวิทยาศาสตร์
4. ชมรมภาษาอังกฤษ
5. ชมรมคอมพวิ เตอร์

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านโนนสมบูรณ์ พทุ ธศักราช 2563. 140

6. ชมรมมารยาทไทย
7. ชมรมดนตรีไทย
8. ชมรมกีฬา

3. กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์
วัตถปุ ระสงค์
1. เพ่ือให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และ

ประเทศชาติ
2. เพ่ือให้ผู้เรียนออกแบบกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความ

ถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร
3. เพอื่ ให้ผู้เรียนพฒั นาศกั ยภาพในการจัดกจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ไดอ้ ย่างมี

ประสทิ ธภิ าพ
4. เพ่ือให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม

ตามคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
5. เพอ่ื ให้ผเู้ รียนมีจิตสาธารณะและใช้เวลาวา่ งให้เกิดประโยชน์
แนวการจัดกิจกรรม
การจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกจิ กรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทา

ประโยชน์ตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความ
รับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งทาประโยชน์ต่อครอบครวั ชุมชนและสังคม
กิจกรรมสาคัญ ได้แก่ กิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม กิจกรรมดารงรักษา สืบ
สาน ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กิจกรรมพฒั นานวัตกรรมและเทคโนโลยี

เวลาเรียนสาหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในส่วนกิจกรรมเพ่ือสังคม
และสาธารณประโยชน์ จดั สรรเวลาใหผ้ ู้เรยี นระดับประถมศึกษาปที ี่ 1-6 รวม 6 ปี จานวน 60 ช่วั โมง
(เฉลี่ยปลี ะ 10 ช่ัวโมง)

การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ในระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 เป็น
การจัดกิจกรรมภายในเวลาเรียน โดยใหผ้ ู้เรียนรายงานแสดงกรเข้าร่วมกิจกรรมลงในสมดุ บนั ทึก และ
มผี ู้รบั รองผลการเข้าร่วมกิจกรรมทกุ คร้ัง

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโนนสมบรู ณ์ พทุ ธศักราช 2563. 141

แนวทางการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน
โรงเรยี นบา้ นโนนสมบรู ณ์ กาหนดแนวทางในการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนดงั น้ี
1. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรายกจิ กรรม มแี นวทางปฏบิ ัติดงั นี้
1.1 การตรวจสอบเวลาเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียน ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 80 ของเวลา

เรยี นตลอดปีการศึกษา
1.2 ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของ

ผู้เรียน ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกผลการเรียนรู้ และผ่านทุกผลการเรียนรู้ โดยแต่ละผลการ
เรยี นรู้ผ่านไมน่ อ้ ยกล่าร้อยละ 50 หรอื มคี ุณภาพในระดบั 1 ขนึ้ ไป

1.3 ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ช้ินงานของผู้เรียน
ตามเกณฑ์ ข้อ 1.1 และข้อ 1.2 ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “ผ” ผ่านการประเมินกิจกรรมและ
นาผลการประเมนิ ไปบันทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน

1.4 ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานไม่
เป็นไปตามเกณฑ์ ข้อ 1.1 และข้อ 1.2 ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “มผ” โรงเรียนต้องจัดซ่อม
เสริมให้ผเู้ รียนทากจิ กรรมในส่วนท่ผี ู้เรยี นไม่ได้เข้ารว่ มหรือไมไ่ ดท้ าจนครบถ้วน แล้วจึงเปล่ียนผลการ
เรียนจาก “มผ” เปน็ “ผ” และนาผลการประเมินไปบันทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรยี น

2. การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนเพอื่ การตัดสนิ มแี นวปฏบิ ตั ิดังนี้
2.1 กาหนดให้ผ้รู ับผดิ ชอบในการรวบรวมข้อมูลเก่ียวกบั การร่วมกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน

ของผู้เรียนทกุ คนตลอดระดบั การศึกษา
2.2 ผู้รับผิดชอบสรปุ และตัดสินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเปน็ รายบุคคล

ตามเกณฑท์ ่ีโรงเรียนกาหนด ผู้เรยี นจะต้องผา่ นกจิ กรรม 3 กิจกรรมสาคญั ดงั น้ี
2.2.1 กิจกรรมแนะแนว
2.2.2 กิจกรรมนักเรียน ไดแ้ ก่
1. กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี
2. กิจกรรมชุมนุม
2.2.3 กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์

2.3 การนาเสนอผลการประเมินต่อคณะกรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรม
พฒั นาผเู้ รียน

2.4 เสนอผู้บริหารโรงเรียนพิจารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่าน
เกณฑก์ ารจบแต่ละระดบั การศกึ ษา

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านโนนสมบรู ณ์ พุทธศักราช 2563. 142

เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโนนสมบูรณ์ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2562) ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนดเกณฑ์สาหรับการจบการศึกษา
ดงั นี้

เกณฑก์ ารจบระดับประถมศึกษา
1. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จานวน 5,040 ชั่วโมง และรายวิชาเพิ่มเติมจานวน 480
ชั่วโมง และมีผลการประเมินรายวชิ าพ้นื ฐานผ่านทกุ รายวชิ า
2. ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพ้ืนฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา
กาหนด
3. ผู้เรยี นต้องมีผลการประเมนิ การอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขียน ระดบั “ผ่าน” ข้นึ ไป
4. ผู้เรียนมีผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดบั “ผ่าน” ขนึ้ ไป
5. ผู้เรยี นตอ้ งเข้าร่วมกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นและได้รับการตัดสนิ ผลการเรียน “ผา่ น”

ทุกกิจกรรม

การจดั การเรยี นรู้

การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสาคัญในการนาหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของผ้เู รียน เปน็ เป้าหมายสาหรับพัฒนาเดก็ และเยาวชน

ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรร
กระบวนการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตร 8 กลุ่ม
สาระการเรียนรู้ รวมท้ังปลูกฝังเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเป็น
สมรรถนะสาคญั ให้ผู้เรียนบรรลตุ ามเปา้ หมาย

1. หลักการจัดการเรยี นรู้
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะ
สาคัญ และคุณลักษณะอันพงึ ประสงคต์ ามที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน โดย
ยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสาคัญท่ีสุด เช่ือว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึด
ประโยชน์ท่ีเกิดกับผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตาม
ธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คานึงถึงความแตกต่างระหวา่ งบุคคลและพัฒนาการทางสมองเน้นให้
ความสาคญั ทงั้ ความรู้ และคณุ ธรรม

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นโนนสมบรู ณ์ พุทธศักราช 2563. 143

2. กระบวนการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ท่ี
หลากหลาย เป็นเครื่องมือที่จะนาพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ท่ีจาเป็น
สาหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด
กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จาก
ประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทาจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย
กระบวนการเรียนรู้การเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนสิ ัย
กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา
เพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังน้ัน ผู้สอน จึง
จาเป็นต้องศึกษาทาความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัด
กระบวนการเรียนรไู้ ด้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
3. การออกแบบการจัดการเรยี นรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด สมรรถนะ
สาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึง
พจิ ารณาออกแบบการจัดการเรยี นรู้โดยเลอื กใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัด
และประเมนิ ผล เพอื่ ใหผ้ เู้ รียนไดพ้ ัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลตุ ามเป้าหมายทกี่ าหนด
4. บทบาทของผสู้ อนและผ้เู รยี น
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผเู้ รยี นมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผสู้ อนและผเู้ รียนควร
มีบทบาท ดงั นี้

4.1 บทบาทของผู้สอน
1) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนาข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการ

จดั การเรยี นรู้ ท่ีท้าทความสามารถของผู้เรียน
2) กาหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะ

กระบวนการ ทีเ่ ป็นความคิดรวบยอด หลกั การ และความสมั พันธ์ รวมท้งั คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
3) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล

และพัฒนาการทางสมอง เพื่อนาผเู้ รยี นไปส่เู ปา้ หมาย
4) จัดบรรยากาศท่ีเออื้ ต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลอื ผู้เรียนใหเ้ กดิ การเรยี นรู้
5) จัดเตรียมและเลือกใช้ส่ือให้เหมาะสมกับกิจกรรม นาภูมิปัญญาท้องถิ่น

เทคโนโลยที ี่เหมาะสมมาประยุกตใ์ ช้ในการจดั การเรยี นการสอน

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านโนนสมบูรณ์ พทุ ธศักราช 2563. 144

6) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับ
ธรรมชาติของวชิ า
และระดับพัฒนาการของผู้เรยี น
7) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสรมิ และพัฒนาผเู้ รียน รวมทั้งปรับปรุง
การจดั การเรียนการสอนของตนเอง
4.2 บทบาทของผเู้ รียน
1) กาหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรยี นรู้ของตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรู้ เขา้ ถึงแหลง่ การเรยี นรู้ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ขอ้ ความรู้
ตั้งคาถาม คดิ หาคาตอบหรอื หาแนวทางแก้ปญั หาด้วยวิธีการต่างๆ
3) ลงมือปฏบิ ัตจิ ริง สรุปส่ิงทไี่ ด้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนาความรู้ไปประยุกต์ใชใ้ น
สถานการณต์ ่างๆ
4) มีปฏสิ ัมพนั ธ์ ทางาน ทากิจกรรมร่วมกับกลุ่มและครู
5) ประเมนิ และพฒั นากระบวนการเรยี นร้ขู องตนเองอยา่ งต่อเนื่อง

สอื่ การเรียนรู้

สื่อการเรยี นรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรยี นเข้าถึง
ความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อ
การเรียนรู้มีหลากหลายประเภท ทั้งส่ือธรรมชาติ ส่ือสิ่งพิมพ์ ส่อื เทคโนโลยี และเครือข่าย การเรียนรู้
ต่างๆ ที่มีในท้องถิ่น การเลือกใช้ส่ือควรเลือกให้มีความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และลีลาการ
เรียนรทู้ ่หี ลากหลายของผู้เรยี น

การจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทาและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุง
เลือกใช้อยา่ งมีคุณภาพจากส่ือต่างๆ ที่มีอยู่รอบตวั เพอื่ นามาใช้ประกอบในการจดั การเรยี นรู้ท่ีสามารถ
ส่งเสริมและส่ือสารให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้
ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง สถานศึกษา เขตพื้นท่ีการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มี
หน้าทจ่ี ดั การศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน ควรดาเนินการดังน้ี

1. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่าย
การเรียนรู้ท่ีมีประสิทธิภาพท้ังในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์การเรียนรู้ ระหวา่ งสถานศกึ ษา ท้องถิ่น ชุมชน สงั คมโลก

2. จัดทาและจัดหาสื่อการเรียนรู้สาหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน
รวมทัง้ จัดหาสง่ิ ที่มอี ย่ใู นทอ้ งถิน่ มาประยุกต์ใช้เป็นสอ่ื การเรียนรู้

3. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคณุ ภาพ มคี วามเหมาะสม มคี วามหลากหลาย สอดคล้อง กับ
วิธกี ารเรียนรู้ ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหว่างบคุ คลของผู้เรยี น

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นโนนสมบูรณ์ พทุ ธศักราช 2563. 145

4. ประเมินคณุ ภาพของสือ่ การเรียนรทู้ ่ีเลอื กใช้อย่างเปน็ ระบบ
5. ศึกษาคน้ ควา้ วจิ ัย เพือ่ พฒั นาสอื่ การเรียนรใู้ ห้สอดคลอ้ งกับกระบวนการเรยี นรขู้ องผู้เรียน
6. จัดให้มีการกากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเก่ียวกับส่ือและการใช้สื่อ
การเรียนรเู้ ป็นระยะๆ และสมา่ เสมอ
ในการจัดทา การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ท่ีใช้ในสถานศึกษา ควร
คานึงถึงหลักการสาคัญของส่ือการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้
การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัย
ไม่กระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขัดต่อศีลธรรม มีการใช้ภาษาที่ถูกต้อง รูปแบบการนาเสนอท่ีเข้าใจ
งา่ ย และนา่ สนใจ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรยี นต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการ คือ การ

ประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพ่ือตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้
ประสบผลสาเร็จนั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัดเพื่อให้บรรลุตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็น
เป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับช้ันเรียน ระดับ
สถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็น
กระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรยี นโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ
ความก้าวหน้า และความสาเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการ
ส่งเสรมิ ใหผ้ ูเ้ รียนเกิด การพัฒนาและเรยี นรู้อยา่ งเต็มตามศักยภาพ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับช้ันเรียน ระดับ
สถานศกึ ษา ระดับเขตพ้นื ที่การศกึ ษา และระดับชาติ มีรายละเอยี ด ดงั นี้

1. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลท่ีอยู่ในกระบวนการจัดการ
เรียนรู้ ผู้สอนดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมิน
อย่างหลากหลาย เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมิน
ช้ินงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิด
โอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพ่ือน ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณีท่ีไม่ผ่านตัวชี้วัด
ให้มกี ารสอนซอ่ มเสริม

การประเมินระดับชนั้ เรียนเป็นการตรวจสอบวา่ ผู้เรียนมีพฒั นาการความก้าวหน้าในการ
เรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรอื ไม่ และมากน้อยเพียงใด มีส่ิงท่ีจะต้อง
ได้รับการพัฒนาปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียน
การสอนของตนดว้ ย ทั้งน้ีโดยสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวช้ีวัด

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นโนนสมบรู ณ์ พุทธศักราช 2563. 146

2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินท่ีสถานศึกษาดาเนินการเพื่อตัดสินผล
การเรียนของผูเ้ รียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน คุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากน้ีเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ของ
สถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด
รวมทั้งสามารถนาผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการ
ประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพ่ือการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ
หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ
สถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อ
คณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พน้ื ฐาน ผู้ปกครองและชุมชน

3. การประเมินระดับเขตพนื้ ที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดบั เขตพื้นที่
การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูล
พ้ืนฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพ้ืนที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถ
ดาเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผู้เรยี นด้วยข้อสอบมาตรฐานทจี่ ดั ทาและดาเนนิ การโดย
เขตพ้ืนท่ีการศึกษา หรือด้วยความรว่ มมือกับหน่วยงานต้นสังกัด ในการดาเนินการจัดสอบ นอกจากนี้
ยงั ได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมินระดับสถานศึกษาในเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา

4. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมนิ คุณภาพผู้เรียนในระดบั ชาตติ ามมาตรฐานการ
เรยี นรตู้ ามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน สถานศึกษาต้องจดั ใหผ้ ู้เรยี นทุกคนท่ีเรียน ในช้นั
ประถมศึกษาปีที่ 3 ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 เข้ารบั การประเมนิ ผลจากการประเมนิ ใช้เป็นข้อมูลใน
การเทยี บเคียงคุณภาพการศกึ ษาในระดับตา่ ง ๆ เพือ่ นาไปใช้ในการวางแผนยกระดบั คุณภาพการจดั
การศกึ ษา ตลอดจนเปน็ ข้อมูลสนบั สนนุ การตัดสนิ ใจในระดบั นโยบายของประเทศ

ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบ
ทบทวนพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแล
ชว่ ยเหลือ ปรบั ปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความ
แตกต่างระหว่างบุคคลท่ีจาแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนท่ัวไป กลุ่ม
ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่า กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปัญหาด้าน
วินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่ม
พิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการ
ดาเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบความสาเร็จ
ในการเรยี น


Click to View FlipBook Version