The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนลูกเสือ ม2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Manasay Hajida-oh, 2022-06-14 18:07:28

แผนการสอนลูกเสือ ม2

แผนการสอนลูกเสือ ม2

แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

วิชาลกู เสือ เนตรนารี

กลุ่มกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2/2

นายมะนาเซ หะยีดาโอ๊ะ

ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการ

โรงเรยี นบกู ติ ประชาอุปถมั ภ์

สานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษานราธวิ าส
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

กำหนดการจดั กิจกรรมโฮมรูม
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 2/2

ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565

สัปดาห์ วันที่ เร่ือง จำนวน หมาย
ท่ี (คาบ) เหตุ
1
2 23-พ.ค.-65 ปฐมนเิ ทศ ประวัติลกู เสอื ไทย 1
3 30-พ.ค.-65 หน้าทพี่ ลเมือง การพฒั นาตนเอง 1
4 6-ม.ิ ย.-65 การเยยี่ มหนว่ ยงาน 1
5 13-มิ.ย.-65 การเดนิ ทางสำรวจ การเย่ยี มหนว่ ยงาน 1
6 20-มิ.ย.-65 การแสดงออกทางศิลปะ หน้าที่ของลกู เสอื ตามวิถปี ระชาธิปไตย 1
7 27-ม.ิ ย.-65 หน้าที่ของลกู เสือตามวิถีประชาธิปไตย 1
8 4-ก.ค.-65 รวม สงิ่ ดี ๆ ของฉนั 1
9 11-ก.ค.-65 คู่ครองในฝัน 1
10 18-ก.ค.-65 คู่ครองในฝัน 1
11 25-ก.ค.-65 คิดอย่างไรไมเ่ ป็นทุกข์ 1
12 1-ส.ค.-65 การเตรียมตัวก่อนสำรวจ 1
13 8-ส.ค.-65 การเตรียมตวั ก่อนสำรวจ 1
14 15-ส.ค.-65 กจิ กรรมระหว่างการเดินทาง 1
15 22-ส.ค.-65 การรวบรวมข้อมูลและการรายงาน 1
16 29-ส.ค.-65 การรวบรวมข้อมลู และการรายงาน 1
17 5-ก.ย.-65 การแสดงออกทางศลิ ปะ 1
18 12-ก.ย.-65 การแสดงออกทางศลิ ปะ 1
19 19-ก.ย.-65 การแสดงออกทางศลิ ปะ 1
20 26-ก.ย.-65 ทบทวน 1
3-ต.ค.-65 1
20

แผนการจัดกิจกรรมลูกเสอื สามัญรุ่นใหญ่(เครื่องหมายลูกเสือช้นั พเิ ศษ) ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2

หน่วยที่ 1 สาระสาคญั ของการลูกเสือ เวลา 1 ชั่วโมง
แผนการจดั กิจกรรมที่ 1 เรอ่ื ง ปฐมนเิ ทศ

1.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ลกู เสือสามารถอธบิ ายเก่ียวกับกระบวนการเรยี นรูห้ ลกั สตู รลูกเสือช้ันพเิ ศษได้

2. เนอื้ หา
ช้แี จงกระบวนการเรยี นรู้ หลักสูตรเครอ่ื งหมายลกู เสือชน้ั พเิ ศษ

3. สอื่ การเรียนรู้

3.1 เพลงวนั น้ยี ินดี
3.2 ใบความรู้ เรอ่ื ง หลักสตู รเครื่องหมายลูกเสอื ช้นั พิเศษ
3.3 เรื่องสัน้ ทเ่ี ป็นประโยชน์เรือ่ ง “ ลกู เสอื ผล เดชมณี ”

4. กิจกรรม
4.1 พิธเี ปิดประชุมกอง (ชักธงขึ้น สวดมนต์ สงบนง่ิ ตรวจ แยก)
4.2 เพลงวนั นย้ี นิ ดี
4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1)ผูก้ ํากับลกู เสอื แนะนํา ช้แี จง ความสําคัญของหลักสตู รเครอื่ งหมายลกู เสอื ชนั้ พเิ ศษ
ให้กับลูกเสอื

2) ผ้กู าํ กับลูกเสอื แจกใบความรู้ เรือ่ งหลกั สูตรเคร่อื งหมายลกู เสือชั้นพเิ ศษ
3) ลูกเสือแต่ละหมู่ช่วยกนั ศกึ ษาจากใบความรู้ เร่อื ง หลกั สตู รเครอ่ื งหมายช้นั พเิ ศษ
4) ลกู เสือแตล่ ะหมสู่ ่งตัวแทนนาํ เสนอเกณฑก์ ารได้รับเครอ่ื งหมายลกู เสอื ชน้ั พิเศษ
5) ผูก้ าํ กบั ลูกเสอื และลกู เสอื รว่ มกันสรปุ รายละเอยี ดของการได้รบั เครอื่ งหมายลูกเสอื
ช้นั พเิ ศษ
4.4 ผกู้ ํากบั ลกู เสอื เลา่ เรอื่ งส้ันทีเ่ ป็นประโยชน์เร่อื ง “ ลูกเสอื ผล เดชมณี ”
4.5 พธิ ีปิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอื่ งแบบ ชกั ธงลง เลิก)

5. การประเมนิ ผล

แบบประเมินการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุม่ ของลกู เสอื

14 ค่มู อื สง่ เสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื สามญั ร่นุ ใหญ่ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2

ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กจิ กรรมท่ี 1

เพลงวันนี้ยนิ ดี

วันน้ยี นิ ดี ทีเ่ ราไดม้ าพบกนั (ซํ้า)
ยนิ ดี ยนิ ดี ยนิ ดี มาเถดิ มา เรามาร่วมสนกุ
ปลดเปลื้องความทกุ ข์ ใหม้ ันสน้ิ ไป
มาเถดิ มา เรามาร่วมจติ
ช่วยกันคดิ ทาํ ใหก้ ารลูกเสือเจริญ

ค่มู ือสง่ เสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลูกเสือทกั ษะชีวติ ในสถานศึกษา ลูกเสือสามัญรนุ่ ใหญ่ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 15

ใบความรู้
เรือ่ ง หลกั สูตรเคร่ืองหมายลูกเสอื ช้นั พิเศษ

ลักษณะเครอื่ งหมาย
เปน็ รปู ส่เี หล่ยี มจตั รุ สั ขนาดดา้ นละ 1 ซม. ตามแบบพน้ื สกี ากภี ายในมีรูปช่อชัยพฤกษส์ ีขาว

2 ชอ่ โคง้ เขา้ หากัน ปลายชอ่ ชัยพฤกษ์มตี ราเครอ่ื งหมายหัวลกู ศรสีขาว ระหวา่ งช่อชยั พฤกษ์ มีหน้า
เสือสที อง เครอ่ื งหมายน้ี ติดทกี่ ง่ึ กลางกระเปา๋ เส้อื ข้างขวา

เครอื่ งหมายลกู เสือชน้ั พิเศษ

เกณฑ์การไดร้ ับเครอื่ งหมายลูกเสอื ชน้ั พิเศษ
1. ได้รบั เคร่ืองหมายลูกเสอื โลกมากอ่ น
2. สอบวชิ าพนื้ ฐานระดับลูกเสอื ชัน้ พิเศษได้ 5 วิชา คือ วชิ าการเดนิ ทางสํารวจ วชิ าบริการ

และวิชาอน่ื อีก 3 วิชา ซง่ึ ลกู เสอื เป็นผู้เลอื ก
3. ผ่านการฝึกอบรมวิชาความคิดริเรมิ่ (Initiative Course) ซึ่งประกอบดว้ ยการเดนิ ทางไกล

ไปอยคู่ า่ ยพกั แรมเปน็ เวลา 1 คืน การไปอยคู่ า่ ยพกั แรมตอ้ งเดินไปยังทอ้ งถน่ิ ที่ลกู เสือไมค่ ุ้นเคย
จาํ นวนลูกเสอื สามญั รุ่นใหญ่ทจี่ ะไปอยคู่ า่ ยพกั แรม ควรแบง่ เปน็ ชดุ ชุดละ 4 คน การเดนิ ทางไกลตอ้ ง
มีระยะทางอย่างนอ้ ย 8 กิโลเมตร และในระหวา่ งการเดินทางใหส้ มมตุ ิว่ามเี หตฉุ ุกเฉนิ เกดิ ขน้ึ อยา่ ง
น้อย 5 อยา่ ง เชน่ ช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภัย หรอื มผี ู้ติดอยู่ในทส่ี ูง การใช้เขม็ ทศิ การปฏิบัตงิ านในเวลา
กลางคนื การแปลรหัส และเหตฉุ ุกเฉินทางน้าํ เปน็ ตน้ เหตฉุ กุ เฉนิ เช่นวา่ น้ีให้เวน้ ระยะหา่ งกัน
พอสมควร และลูกเสอื จําเปน็ ตอ้ งมคี วามรูใ้ นเรื่องแผนทแี่ ละเข็มทิศ จึงจะสามารถเดนิ ทางไปถึง
จดุ หมายปลายทางไดก้ ารฝกึ อบรมวิชาความคดิ รเิ ร่มิ น้ีต้องมีลักษณะเปน็ การทดสอบอยา่ งจริงจังใน
เรอื่ งความตง้ั ใจจริงความคดิ รเิ รม่ิ และการพึง่ ตนเอง (Self-reliance)

4. คณะกรรมการดาํ เนินงานของกองและผู้กํากบั ลูกเสอื เหน็ วา่ เป็นผู้ท่สี มควรไดร้ บั
เครอื่ งหมายลกู เสือชนั้ พิเศษ

5. ได้รบั อนุมตั จิ ากเลขาธกิ ารสาํ นกั งานลูกเสอื แห่งชาติ (อา้ งองิ จากโครงสร้างสาํ นกั งาน
ลูกเสอื แห่งชาติ ตาม พ.ร.บ. 2551) หรอื ผอู้ าํ นวยการลกู เสอื จงั หวัดแล้วแตก่ รณี

16 ค่มู อื สง่ เสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสือสามญั รนุ่ ใหญ่ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2

9

เรือ่ งส้ันที่เปน็ ประโยชน์
เรอื่ ง “ ลกู เสือผล เดชมณี ”

เม่อื พ.ศ. 2514 ตาํ บลนา้ํ เปรี้ยวจงั หวดั ฉะเชงิ เทรา เยน็ วันหนึ่งขณะทลี่ ูกเสอื ผล เดชมณี
พายเรอื กลบั จากโรงเรยี นได้เห็นเรอื หางยาวแลน่ มาด้วยความเร็วสงู และพงุ่ เขา้ ชนเรอื ของเดก็ หญงิ
สาํ ลซี ่ึงพายนําหนา้ เรอื ของลกู เสอื ผล เดชมณี จนทาํ ใหเ้ ดก็ หญิงสําลจี มนา้ํ หายไปลกู เสอื ผลเหน็
ดังนั้นจงึ ถอดเสอื้ ผา้ กระโดดจากเรือแลว้ ดาํ นาํ้ หาจนพบ และนาํ ตัวเด็กหญงิ สาํ ลีขนึ้ มาปฐมพยาบาล
จนกระทง่ั ฟน้ื จากสลบส่วนเรือหางยาวลํานนั้ ถกู ชาวบ้านสกดั จบั และสง่ ใหเ้ จ้าหน้าทต่ี ํารวจดาํ เนินคดี
ตอ่ ไป

ความนไี้ ดท้ รงทราบถงึ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวรชั กาลปัจจุบนั จงึ โปรดเกลา้ ฯให้เบิกตวั
ลูกเสือผล เดชมณี เขา้ เฝฺาในวนั ที่ 1 กรกฎาคม 2514 และพระราชทานเหรยี ญลกู เสอื สรรเสริญช้นั
ที่ 3 ให้

เร่ืองน้สี อนให้รูว้ า่ : การทาํ ความดคี วามดนี ั้นยอ่ มไดร้ บั ผลตอบแทน

ทีม่ าของเรื่อง : ธาํ รง วฒั นวิกย์กรรม์ : 2538 : 76

คมู่ อื สง่ เสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสือสามญั รุ่นใหญ่ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 17

10

แบบประเมนิ การเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ ของลกู เสอื

เรือ่ ง......................................................................................

กลมุ่ ท่ีุุุุ..ช้นั ุุุุุุ

รายการประเมินการเขา้ รว่ มกจิ กรรม

ลาดับ ช่ือ-สกลุ ความสามัคคี การแสดง ความมี ความตง้ั ใจ เขา้ ใจในการ รวม ผลการ
ท่ี ความคดิ เห็น ระเบยี บวนิ ัย ในการ ได้รบั ประเมนิ
ทางาน เครอ่ื งหมายฯ

4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20 ผ่าน ไม่

เกณฑ์ ผา่ น
เกณฑ์

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

ลงชื่อ.................................................ผ้ปู ระเมิน

(........................................................)

เกณฑ์การประเมินคุณภาพคะแนน
ประเมนิ การเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่มของลกู เสอื ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ รอ้ ยละ 80 ข้นึ ไป

ผ่านเกณฑ์

รายการประเมนิ คุณภาพ

4321

การเข้าร่วมกิจกรรม อธิบายเนอ้ื หาได้ อธิบายเน้อื หาได้ อธิบายเนื้อหาไดต้ าม ไมส่ ามารถ

กลมุ่ ของลกู เสือ ตามประเด็น ตามประเดน็ ที่ ประเดน็ ท่กี าํ หนด อธิบายเน้ือหาได้
ทีก่ ําหนดครบถว้ น กาํ หนดได้บางส่วน บางส่วนแตย่ ังไม่ ตามประเดน็

และใหค้ วามร่วมมือ และใหค้ วามรว่ มมอื ชัดเจนและให้ความ ทกี่ าํ หนดและไม่
ในการทํากจิ กรรม ในการทํากจิ กรรม ร่วมมือในการทํา ให้ความร่วมมือใน

โดยไม่ต้องตกั เตอื น โดยมีการตกั เตอื น กจิ กรรมโดยมีการ การทาํ กิจกรรม
เปน็ บางคร้ัง ตักเตอื นเป็นบางครัง้

18 คูม่ ือสง่ เสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชวี ิตในสถานศึกษา ลกู เสอื สามญั ร่นุ ใหญ่ ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 2

11

แผนการจัดกิจกรรมลกู เสือสามญั รุ่นใหญ่(เคร่ืองหมายลกู เสอื ชน้ั พิเศษ) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2

หน่วยที่ 2 หนา้ ทพี่ ลเมือง เวลา 1 ชวั่ โมง
แผนการจัดกิจกรรมท่ี 2 ประวตั ิการลกู เสอื ไทย

1.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ลูกเสอื สามารถอธิบายประวัตกิ ารลกู เสอื ไทยและวธิ ดี ําเนนิ การของขบวนการลูกเสอื ได้

2. เนอื้ หา
2.1 ประวตั กิ ารลูกเสอื ไทย

2.2 วธิ ีดําเนินการของขบวนการลกู เสอื

3. สือ่ การเรียนรู้

3.1 เพลงวชริ าวธุ ราํ ลกึ
3.2 ใบความรู้เร่ือง ประวัติการลกู เสือไทยและวธิ ีดําเนนิ การของขบวนการลกู เสอื

3.3 เรอ่ื งสน้ั ทเ่ี ป็นประโยชน์เรอื่ งไกก่ บั สุนัขจง้ิ จอก
4. กจิ กรรม

4.1 พิธเี ปดิ ประชุมกอง (ชักธงขน้ึ สวดมนต์ สงบน่งิ ตรวจ แยก)
4.2 เพลง วชิราวธุ รําลกึ
4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงค์การเรียนรู้

1) ผ้กู ํากับลูกเสอื แจกใบความรู้ใหก้ ับลกู เสอื เรอื่ ง ประวตั ิการลูกเสอื ไทยและ

วิธีดาํ เนินการของขบวนการลูกเสอื แตล่ ะหมู่รว่ มกันศกึ ษาจากใบความรู้
2) ผูก้ ํากับลกู เสอื บรรยายประวตั ิการลกู เสอื ไทย และวธิ ดี ําเนนิ การของขบวนการลูกเสือ

โดยย่อและลูกเสอื จดบนั ทกึ
3) ผู้กาํ กบั ลกู เสอื ให้ลูกเสอื ซกั ถามขอ้ สงสยั เกี่ยวกบั เนื้อหาท่ีฟังและจากการศกึ ษา

ใบงานเรื่อง ประวัตกิ ารลกู เสอื ไทยและวิธีดาํ เนนิ การของขบวนการลูกเสอื ทไี่ ดร้ บั
4) ผกู้ ํากบั ลูกเสอื และลูกเสือร่วมกันสรปุ เกีย่ วกบั ความรทู้ ไ่ี ด้รับจากการฟังบรรยายและ

จากการศกึ ษาใบความรู้
4.4 ผกู้ าํ กบั ลกู เสอื เล่าเร่ืองส้นั ท่ีเป็นประโยชน์เรื่องไกก่ ับสุนัขจง้ิ จอก
4.5 พิธปี ดิ ประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเครื่องแบบ ชกั ธงลง เลิก)

5. การประเมนิ ผล
แบบประเมินการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ ของลกู เสอื

คมู่ อื ส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ลกู เสือสามญั รุ่นใหญ่ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 19

12

ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กจิ กรรมท่ี 2

เพลงวชิราวธุ ราลกึ

วชริ าวุธพระมงกุฎฏเกล้า เจ้าประชา
กอ่ กําเนิดลกู เสอื มา ข้าเลอ่ื มใส
พวกเราลูกเสอื เชอื้ ชาตไิ ทย
เทอดเกยี รติพระองค์ไว้ ด้วยภกั ดี
ลูกเสอื รําลกึ นึกพระคุณ เทอดบูชา
ปปฏฏญิ ญิ ญาาณณ รักกษตั ริย์ ชาติ ศาสนศ์ รี

มาเถดิ ลกู เสือ สรา้ งความดี
เพอื่ ศักดศ์ิ รี ลูกเสือไทย ด่งั ใจปอง

20 คมู่ อื ส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลกู เสอื ทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2

13

ใบความรู้
เรอ่ื ง ประวัตกิ ารลูกเสือไทยและวธิ ดี าเนินการของขบวนการลูกเสือ

การลกู เสอื ได้อุบตั ิขน้ึ เป็นแห่งแรกของโลก โดยลอรด์ เบบาเเดดนนโเพาเอเวลลลล์ ์(Lord Baden Powell) ที่
ประเทศองั กฤษ เม่อื ปี พ.ศ. 2450 (ค.ศ. 1907) สืบเนือ่ งจากการรบกับพวกบัวร์ (Boar) ในการรักษาเมอื ง
มาฟคิ ิง (Mafeking) ที่อาฟรกิ าใตใ้ นปี พ.ศ. 2442 ซึ่งบี พี ได้ต้ังกองทหารเดก็ ใหช้ ว่ ยสอดแนมการรบ
จนรบชนะข้าศึกเมือ่ กลับไปประเทศองั กฤษ ในปี พ.ศ. 2450 จึงได้ทดลองนําเดก็ ชาย 20 คน ไปอยู่

คา่ ยพกั แรมทีเ่ กาะบราวนซ์ ี Browmsea Islands) ซงึ่ ไดผ้ ลดตี ามทค่ี าดหมายไว้ ปี พ.ศ. 2451
บี พี จงึ ไดต้ งั้ กองลูกเสือขน้ึ เปน็ คร้งั แรกของโลก ท่ปี ระเทศองั กฤษ

พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยูห่ วั เมอ่ื พระชนมายไุ ด้ 13 พรรษา ไดเ้ สด็จไปทรงศกึ ษา
ณ ประเทศองั กฤษ ทวีปยโุ รป ระหว่างทท่ี รงศกึ ษาอย่นู ั้น ได้ทรงทราบเรื่องการส้รู บเพอ่ื รักษา
เมอื งมาฟคิ ิง (Mafeking) ของ ลอรด์ เบบาเเดดนน โเพาเอเวลลลล์ (Lord Baden Powell) ซง่ึ ได้ตั้งกองทหารเด็ก

เปน็ หน่วยสอดแนมชว่ ยรบในการรบกบั พวกบวั ร์ (Boar) จนประสบผลสาํ เร็จ และได้ต้งั กองลกู เสอื ข้นึ
เปน็ คร้งั แรกของโลก ทปี่ ระเทศองั กฤษ เมื่อ พ.ศ. 2450 เมือ่ พระองคเ์ สดจ็ นวิ ัติสูป่ ระเทศไทย
กไ็ ดท้ รงจัดตัง้ กองเสอื ปูา (Wild Tiger Corps) ข้ึน เมอ่ื วนั ที่ 6 พฤษภาคม 2454 มีจดุ มุ่งหมาย
เพ่ือฝกึ หัดใหข้ า้ ราชการและพลเรอื นไดเ้ รียนรวู้ ิชาทหาร เพ่อื เป็นคุณประโยชน์ต่อบ้านเมอื ง
รจู้ ักระเบยี บวนิ ยั มีความจงรกั ภักดตี ่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ ์ ต่อจากนน้ั อกี 2 เดอื น

กไ็ ดพ้ ระราชทานกําเนดิ ลูกเสอื ไทยข้นึ เม่ือวนั ที่ 1 กรกฎาคม 2454 ด้วยทรงมีพระราชปรารภวา่
เม่อื ฝกึ ผูใ้ หญ่เปน็ เสือปูา เพือ่ เตรยี มพรอ้ มในการชว่ ยเหลือชาติบ้านเมอื งแลว้ เหน็ ควรท่จี ะมีการฝึก
เด็กชายปฐมวยั ใหม้ คี วามรทู้ างเสือปาู ดว้ ย เม่ือเตบิ โตข้ึนจะได้รจู้ กั หน้าท่แี ละประพฤติตนใหเ้ ปน็
ประโยชน์ตอ่ ชาตบิ ้านเมอื งจากนั้น ทรงตัง้ กองลกู เสอื กองแรกขึน้ ที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง (โรงเรยี น
วชิราวุธ ในปจั จุบนั ) และจดั ตัง้ กองลกู เสอื ตามโรงเรยี น ต่าง ๆ ให้กาํ หนดข้อบงั คับลกั ษณะปกครอง

ลูกเสอื ขนึ้ รวมทั้งพระราชทาน คาํ ขวัญใหล้ กู เสอื วา่ “เสียชีพ อย่าเสียสัตย์ ” ผทู้ ไี่ ดร้ บั ยกยอ่ งวา่ เปน็
ลูกเสือไทยคนแรก คือ นายชัพท์ บนุ นาค ซ่ึงตอ่ มา ไดร้ ับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “นายลิขติ สารสนอง”

พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยหู่ ัว พระบดิ าแหง่ การลกู เสอื ไทย ทรงสถาปนา
ทกุ วนั ที่ 1 กรกฎาคมของทกุ ปี ถอื เปน็ วนั สาํ คญั ของชาวลูกเสอื ไทยท่วั ประเทศ เพราะตรงกับวนั
คลา้ ยวันสถาปนาคณะลกู เสือแห่งชาติ

ลูกเสือโลก ถอื กาํ เนดิ ขนึ้ โดยทา่ นลอรด์ บบาเดน เพาาเเววลลลล์ ์ ( บ.ี พ.ี ) เปน็ ผ้กู ่อตั้งกิจการลกู เสอื
ครัง้ แรกทป่ี ระเทศองั กฤษ เมอื่ ปี พ.ศ.2450 โดยมจี ุดประสงคเ์ พอ่ื เตรียมคนไว้เปน็ ทหาร และฝึกใหค้ น
บําเพ็ญประโยชน์เพือ่ สงั คมหลังจากนน้ั กจิ การลูกเสอื กเ็ รมิ่ แพร่ขยายเข้าไปในประเทศยโุ รปที่ไม่มี
พระราชบัญญัตเิ กณฑท์ หาร กระทง่ั แพร่ขยายเขา้ ไปในประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ต้ังกองลกู เสอื ข้นึ

เป็นประเทศท่ี 2 เมื่อกจิ การลกู เสอื แพรห่ ลายขนึ้ ในปี พ.ศ.2451 ท่านลอร์ด บาเดน เพาเวลล์

คู่มอื ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื สามญั ร่นุ ใหญ่ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 21

14

จึงได้แตง่ หนงั สือฝกึ อบรมลกู เสือขนึ้ เพ่ือใชป้ ระโยชนใ์ นการเรียนการสอน โดยหนังสอื เลม่ ดังกล่าวมี
ชื่อว่า “Scouting For Boys” และคําว่า “Scout” ซงึ่ ใชเ้ รยี กแทน “ลูกเสอื ” มีความหมายตามตัวอกั ษร คอื

S : Sincerityหมายถงึ ความจรงิ ใจ มีนา้ํ ใสใจจรงิ ตอ่ กัน
C : Courtesyหมายถึง ความสภุ าพออ่ นโยน เป็นผ้มู ีมารยาทดี

O : Obedienceหมายถงึ การเช่อื ฟัง อ่อนนอ้ มถ่อมตน อยใู่ นโอวาท
U : Unityหมายถึง ความเป็นนา้ํ หนง่ึ ใจเดยี วกนั รู้รกั สามคั คี
T : Thriftyหมายถงึ ความมัธยสั ถ์ ใช้ทรพั ยากรอย่างประหยดั

สําหรับในประเทศไทยเอง กิจการลูกเสอื เริม่ ต้นขนึ้ เมื่อพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว
รชั กาลที่ 6 ทรงมพี ระบรมราชองคก์ ารโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนากองเสอื ปูาขน้ึ กอ่ น เม่ือวนั ที่
1 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 เพอ่ื ฝกึ อบรมข้าราชการพลเรือน ใหเ้ รยี นรูว้ ิชาการด้านทหาร เพือ่ เปน็ กาํ ลัง

สํารองในยามเกิดศึกสงคราม และเพอ่ื บาํ เพ็ญประโยชนต์ อ่ ประชาชนในยามสงบ เชน่ ช่วยปราบปราม
โจรผู้ร้าย เปน็ ต้น นอกจากน้ี ยังทรงเห็นวา่ ลกู เสอื จะชว่ ยใหค้ นไทยรจู้ กั รักชาติ มีมนษุ ยธรรม มี
ความเสยี สละ สามัคคี และมคี วามกตญั ํูกระทง่ั อีก 2 เดือนถดั มา เมือ่ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้า
เจ้าอยหู่ ัวทรงเหน็ วา่ กิจการเสอื ปาู เจรญิ กา้ วหนา้ ม่นั คงดีแลว้ พระองค์จึงมีพระบรมราชโองการจดั ตั้งกอง
ลกู เสือขน้ึ ในวันที่ 1 กรกฎาคม ซง่ึ ถอื เปน็ ประเทศที่ 3 ของโลกท่ีจดั ต้ังกองลกู เสอื ขนึ้ ตอ่ จากประเทศ

อังกฤษ และสหรัฐอเมรกิ า โดยผทู้ ไี่ ดช้ อื่ ว่าเปน็ ลกู เสือไทยคนแรก คือ “นายชัพพ์ บุนนาค”จากนนั้
นานาชาติในยโุ รปจงึ จดั ตง้ั กองลกู เสอื ของตนขน้ึ บา้ ง ทําใหล้ กู เสอื กลายเปน็ องคก์ ารสากล และมี
ความสมั พนั ธก์ ันทั่วโลก โดยถือว่าลกู เสือทั่วโลกเปน็ พีน่ อ้ งกันหมด

ลกู เสอื กองแรกของไทยกอ่ ตง้ั ขน้ึ ที่โรงเรยี นมหาดเล็กหลวงเรยี ก เรยี กว่า “ลูกเสอื กรุงเทพฯ ที่ 1”
กอ่ นทีจ่ ะขยายตวั ไปจดั ต้ังตามโรงเรียน และสถานท่ตี ่าง ๆ โดยพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู่ วั
พระราชทานคตพิ จน์ เพอื่ ใหเ้ ดก็ ท่ีจะเขา้ ประจําการในกองลูกเสอื ได้ปฏิญาณตนวา่ “เสยี ชีพอยา่ เสียสัตย์”
ในสมยั น้นั กจิ การลกู เสือไทยเลอ่ื งลอื ไปยงั นานาชาติวา่ “พระเจา้ แผ่นดนิ สยามทรงใฝพู ระทัยในกจิ การ

ลูกเสือเปน็ อยา่ งยงิ่ ” ถึงกับทําให้กองลูกเสอื ท่ี 8 ของประเทศองั กฤษ ได้มหี นงั สอื ขอพระราชทานนาม
ลกู เสือกองน้วี ่า “กองลกู เสอื ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ แผน่ ดนิ สยาม” ซึง่ พระองค์ทรงพระกรณุ าโปรด
เกล้าฯ พระราชทานใหต้ ามความประสงค์ และลูกเสือกองนีไ้ ด้ตดิ เคร่ืองหมายช้างเผือกทีแ่ ขนเส้ือทง้ั
สองขา้ ง และยงั ปรากฏฎอยู่ตราบเท่าทกุ วนั นหี้ ลงั จากทรงสถาปนากจิ การลกู เสือขึน้ มาแลว้ ได้ทรงโปรด
เกล้าฯ ใหต้ ราข้อบงั คับลกั ษณะการปกครองลูกเสอื และต้งั สภากรรมการจดั การลูกเสอื แห่งชาตขิ ึน้ โดย

พระองค์ ทรงดํารงตาํ แหนง่ สภานายก ต่อมาทกุ คร้ังทพี่ ระองคเ์ สดจ็ ไปยังจงั หวัดใดกต็ ามก็จะทรง

22 ค่มู อื สง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสือสามญั รุน่ ใหญ่ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2

15

โปรดเกล้าฯ ให้กระทาํ พธิ ีเข้าประจํากองลูกเสือประจาํ จงั หวัดนน้ั ๆ ให้ดว้ ยและหลังจาก
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั สวรรคต พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยู่หัว รัชกาลท่ี 7
กไ็ ดท้ รงฟน้ื ฟกู จิ การลกู เสอื อกี ครั้ง โดยในปี พ.ศ.2470 พระองค์โปรดเกล้าฯ ใหม้ กี ารชุมนุมลกู เสือ
แหง่ ชาติขึ้นเปน็ ครง้ั แรกในบรเิ วณพระราชอุทยานสราญรมยแ์ ละจดั ใหอ้ บรมลูกเสอื หลายร่นุ กระท่ัง

รุ่นสดุ ท้ายในปี พ.ศ.2475 ไดเ้ กิดการเปล่ียนแปลงการปกครองขึ้น กิจการลูกเสอื จึงไดร้ ับการปรบั ปรงุ ใหม่
โดยรฐั บาลได้จัดตง้ั หนว่ ยยวุ ชนทหาร และรบั เด็กทเ่ี คยเป็นลกู เสอื มาแลว้ มาฝกึ วชิ าทหาร ส่วน
กิจการลกู เสือกข็ ยายให้กว้างขวางขน้ึ โดยมีการจัดตั้งกองลกู เสอื เหลา่ เสนาและลูกเสือเหลา่ สมทุ ร
เสนาขน้ึ เพอื่ ฝกึ ร่วมกบั ยวุ ชนทหาร ทําใหก้ จิ การลูกเสอื ซบเซาลงบ้างในยคุ น้ี

ในปี พ.ศ.2490 กจิ การลูกเสอื กลับมาฟนื้ ฟูอีกคร้งั หลังจากทางราชการได้จัดชุมนมุ ลูกเสอื แหง่ ชาติ
และส่งเจ้าหนา้ ท่ีในกองลกู เสือไปรบั การฝึกอบรมวิชาลูกเสอื ตามมาตรฐานสากล และตามแบบนานาประเทศ
กระทั่งมมี พี ระราชบญั ญตั ลิ ูกเสอื บังคบั ใช้ โดยคณะกรรมการลกู เสอื แหง่ ชาตเิ ป็นผบู้ ริหาร
วัตถปุ ระสงค์ของขบวนการลูกเสือได้รับการปรบั ปรงุ และเน้นให้เหน็ ชัดเจนรัดกมุ ย่งิ ขน้ึ มคี วามวา่

“คณะลูกเสอื แห่งชาติมีวตั ถุประสงค์เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งทางกาย สตปิ ญั ญา จติ ใจ และศลี ธรรม ให้
เปน็ พลเมอื งดี มคี วามรับผิดชอบสร้างสรรคส์ ังคมใหม้ ีความเจริญกา้ วหน้า เพอ่ื ความสุขและความ
มน่ั คงของประเทศชาติ” การกาํ หนดวนั สถาปนาลกู เสือแหง่ ชาตเิ พอื่ เป็นการระลึกถงึ พระบาทสมเด็จ
พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยูห่ ัว ผู้ทรงกอ่ ตั้งกิจการลกู เสือไทยให้พัฒนารุ่งเรอื ง มาจวบจนทุกวันนี้ ทางราชการ
จงึ กําหนดให้ทกุ วนั ที่ 1 กรกฎาคมของทุกปเี ปน็ “วนั คล้ายวันสถาปนาคณะลกู เสอื แหง่ ชาติ” หรอื “วัน

ลูกเสอื ”โดยในวนั นีบ้ รรดาลูกเสอื ไทยจะจัดกจิ กรรมท่เี ปน็ การระลกึ ถึงพระมหากรณุ าธคิ ณุ ของ
พระองคท์ า่ น รวมทง้ั นาํ พวงมาลาไปถวายบงั คมท่พี ระบรมรูปฯ สถานพระบรมราชานุสรณ์ และจดั ให้มี
การสวนสนามในโรงเรียน หรอื สถานทีต่ า่ ง ๆ เชน่ ณ สนามศุภชลาศัย หรือสนามกฬี าแห่งชาติ ทีท่ ุก
ทๆท่ี ปุกี จๆะมปีเีหจละมา่ ลเี หูกลเส่าอืลูกจาํเสนือวจนำ�กนววา่ นหกมวืน่าหคมนืน่มคารนว่ มมาเรดว่ นิ มสเดวนิ สวนนาสมนเาพมอ่ื เแพสื่อดแงสคดวงาคมวเคามารเคพารแพละแกลละา่ กวล่าว
ทบทวนคาํ ปฏิญาณต่อองค์พระประมขุ คณะลกู เสือแหง่ ชาติ เพอื่ ประกาศความเป็นลูกเสอื อยา่ งแทจ้ ริง

คมู่ อื สง่ เสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสือสามัญรุ่นใหญ่ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 23

16

ลูกเสอื สารอง : อายุ 8-11 ปี เทียบชั้นเรียน ป.1-ป.4 มคี ตพิ จนค์ ือ ทาํ ดที ส่ี ุด (DO YOUR BEST)
ลูกเสือสามัญ : อายุ 12-13 ปี เทียบชนั้ เรยี น ป.5-ป.6 มคี ตพิ จนค์ อื จงเตรียมพร้อม (BE PREPARED)
ลกู เสือสามญั รนุ่ ใหญ่ : อายุ 15-17 ปี เทยี บชนั้ เรยี น ม.1-ม.3 มีคตพิ จนค์ อื มองไกล (LOOK WIDE)
ลกู เสือวสิ ามญั : อายุ 17-23 ปี เทียบชน้ั เรยี น ม.4-ม.6 มคี ติพจนค์ อื บรกิ าร (SERVICE)
ลูกเสือชาวบ้าน : อายุ 15-18 ปี มีคตพิ จน์คอื เสียชพี อย่าเสยี สัตย์

ส่วนผหู้ ญงิ ให้เรียกว่า “เนตรนารี” และแบง่ ประเภทเหมือนลกู เสอื
ปี พ.ศ. 2463ได้จดั ส่งผู้แทนคณะลูกเสือไทย จาํ นวน 4 คน ไปร่วมงานชมุ นุมลกู เสือโลก
ครงั้ ท่ี 1 (1st World Scout Jamboree) ซ่งึ จดั เป็นครง้ั แรกของโลก ณ อาคารโอลมิ เปีย กรุงลอนดอน
ประเทศองั กฤษ
ปี พ.ศ. 2465คณะลกู เสือไทย ไดส้ มัครเข้าเป็นสมาชกิ ของสมชั ชาลกู เสอื โลก ซง่ึ ขณะนนั้
มีสมาชกิ รวมท้ังสนิ้ 31 ประเทศ ประเทศทง้ั 31 ประเทศนี้ นบั เปน็ สมาชกิ รุ่นแรก หรือสมาชิก
ผกู้ ่อการจดั ตงั้ (Foundation Members) สมัชชาลูกเสอื โลกข้นึ มา
ปี พ.ศ. 2467ได้จดั ส่งผแู้ ทนคณะลกู เสือไทย 10 คน ไปร่วมงานชมุ นมุ ลูกเสอื โลก ครัง้ ที่ 2
ณ ประเทศเดนมาร์ก
ปี พ.ศ. 2468พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฏฎเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว เสด็จสวรรคต เมอื่ วันที่ 24 พฤศจกิ ายน
2468
ปีพ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911)พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หัว รัชกาลท่ี 6
ทรงก่อตัง้ กจิ การลกู เสือไทย เมอื่ วนั ท่ี 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454
ปี พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920) ส่งผแู้ ทนคณะลูกเสือไทยไปร่วมงานชมุ นุมลกู เสือโลก ครัง้ ที่ 1
ณ ประเทศอังกฤษ
ปี พ.ศ. 2465 (ค.ศ. 1922)คณะลูกเสอื แหง่ ชาติ เข้าเป็นสมาชิกสมชั ชาลกู เสอื โลก
ปี พ.ศ. 2467 (ค.ศ. 1924) ส่งผ้แู ทนคณะลูกเสือไทยไปรว่ มงานชมุ นมุ ลกู เสือโลก คร้งั ที่ 2
ณ ประเทศเดนมารก์
ปี พ.ศ. 2470 (ค.ศ. 1927) จัดงานชมุ นมุ ลกู เสอื แห่งชาติ คร้งั ท่ี 1 (1st National
Jamboree)
ปี พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956) เปน็ สมาชิกของสาํ นักงานลกู เสือภาคตะวันออกไกล
ซึ่งเพิ่งจดั ต้ังขน้ึ ขณะนนั้ มีประเทศสมาชิกอยู่ 10 ประเทศ
ปี พ.ศ. 2504 (ค.ศ. 1961) เฉลมิ ฉลองครบรอบ 50 ปีการลูกเสอื ไทย
ปี พ.ศ. 2505 (ค.ศ. 1962) เปน็ เจา้ ภาพจดั การประชมุ ผบู้ งั คับบัญชาลูกเสือ
ภาคตะวันออกไกล ครัง้ ท่ี 3 (3rd Far East Scout Conference) ณ ศาลาสันตธิ รรม

24 คมู่ ือสง่ เสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลูกเสือทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลูกเสอื สามญั รนุ่ ใหญ่ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 2

17

1. ยุคกอ่ ตั้ง (พ.ศ. 2454 – 2468)รวม 14 ปอี ยูใ่ นรชั กาลท่ี 6
1 พฤษภาคม พ.ศ. 2454ทรงจัดตง้ั กองเสอื ปูา(Wild Tiger Corps) เพอ่ื ใหข้ ้าราชการและ

พลเรอื นได้มีโอกาสฝกึ หัดวชิ าทหารเพื่อเป็นคณุ ปปรระะโโยยชชนนต์ ์ต่ออ่ตตนนเอเองแงลแะลบะบา้ น้าเนมเือมงอื ใงนใอนนั อทันี่จทะจ่ี ทะ�ำทใาํหใ้ ห้
รู้จกั ระเบยี บวินยั มกี ําลังใจ กาํ ลงั กายเขม้ แขง็ มีความจงรักภักดตี ่อสถาบนั ชาติ ศาสนา และ
พระมหากษตั รยิ ์

1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454ทรงสถาปนาลกู เสอื ไทย โดยตราข้อบงั คบั ลกั ษณะปกครองลกู เสอื
และจดั ตงั้ กองลกู เสอื ข้นึ ตามโรงเรยี น และสถานทีอ่ นั สมควร และพระราชทานคําขวัญใหก้ ับลกู เสือไว้
วา่ “เสยี ชพี อยา่ เสียสตั ย์”จากนน้ั ได้ต้งั สภากรรมการกลางจัดการลูกเสือแหง่ ชาตขิ ้นึ
โดยพระองคท์ รงดาํ รงตาํ แหนง่ สภานายกและหลงั จากนนั้ พระมหากษตั ริย์องคต์ ่อมาทรง
เปน็ สภานายกสภาลกู เสือแห่งชาติตลอดมาจนถึงปี พ.ศ. 2490 ในยคุ นม้ี ีเหตุการณ์สําคญั ๆ เชน่
พ.ศ. 2454 - ตง้ั ลูกเสอื กองแรกที่ โรงเรยี นมหาดเลก็ ( คอื โรงเรยี นวชิราวุธปจั จบุ นั ) เปน็ กองลกู เสือ
ในพระองค์ เรยี กวา่ กองลกู เสือกรุงเทพฯ ที่ 1

ปี พ.ศ. 2458พระราชทานเหรียญราชนยิ มใหแ้ กล่ กู เสือโท ฝาฺ ย บญุ เลยี้ ง
(ตอ่ มาเป็นขนุ วรศาสน์ดรุณกจิ )

ปี พ.ศ. 2459ตั้งโรงเรยี งผกู้ ํากบั ลกู เสอื ในพระบรมราชูปถัมภข์ นึ้ ณ สโมสรเสอื ปาู
จังหวัดพระนคร หลกั สตู ร 2 เดอื น เปดิ ได้ 4 ปกี ล็ ม้ เลิก

ปี พ.ศ. 2463ส่งผู้แทนลูกเสอื ไทย 4 คน ไปร่วมงานชมุ นุมลกู เสอื โลกคร้งั ที่ 1

(World Scout Jamboree) ณ โคลัมเบีย กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมี นายสวัสด์ิ สุมติ ร
เปน็ หวั หน้าคณะ

ปี พ.ศ. 2465คณะลูกเสือไทยสมคั รเข้าเปน็ สมาชกิ ของสมัชชาลูกเสอื โลก เปน็ กลุ่มแรก
มปี ระเทศต่างๆ รวม 31 ประเทศ และถือเปน็ สมาชิกผ้กู อ่ ต้ัง (Foundation Members) ขององคก์ าร
ลูกเสอื โลก

ปี พ.ศ. 2467ส่งผูแ้ ทนคณะลูกเสอื ไทย 10 คน ไปรว่ มงานชุมนมุ ลกู เสอื โลกครั้งท่ี 2
ณ ประเทศ เดนมารก์ โดยพระยาภรตราชา เปน็ หวั หน้าคณะ

ปี พ.ศ. 2468การลูกเสอื ไทยสูญเสยี พระผูพ้ ระราชทานกาํ เนิดลกู เสอื ไทยรัชกาลที่ 6

2. ยคุ สง่ เสริม (พ.ศ.2468 – 2482)สมัยรัชกาลที่ 7 จนถงึ สงครามโลกคร้งั ท่ี 2 ยคุ น้ีแบ่งออกเป็น 2 ตอน คอื
2.1 กอ่ นเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัชการที่ 7 ยังทรงเปน็ สภานายกสภากรรมการ

กลางจัดการลูกเสือแห่งชาตอิ ยู่

ปี พ.ศ. 2470มีการชมุ นมุ ลกู เสือแหง่ ชาติ ครงั้ ท่ี 1 (1st National Scout Jamboree)
ณ พระราชอุทยาน สราญรมย์ กรงุ เทพฯ และกําหนดใหม้ ีงานชมุ นมุ ลกู เสือแหง่ ชาติคร้ังตอ่ ไปในทกุ ๆ 3 ปี

ปี พ.ศ. 2472สง่ ผ้แู ทนไปรว่ มชมุ นมุ ลกู เสอื โลกครั้งท่ี 3 ณ ประเทศองั กฤษ

คู่มอื ส่งเสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสอื สามญั รุ่นใหญ่ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 25

18

ปี พ.ศ. 2473มกี ารชมุ นมุ ลกู เสอื แหง่ ชาตคิ รัง้ ท่ี 2 ณ พระรามราชนิเวศน์ จงั หวัดเพชรบุรี
ซ่งึ มีคณะลกู เสือต่างประเทศจากญ่ีปูนุ มารว่ มงานดว้ ย โดยจัดหลกั สูตร 2 เดือน ดาํ เนนิ การได้ 2 ปี
กล็ ม้ เลิก เพราะเปลย่ี นการปกครอง

2.2 ภายหลงั การเปลยี่ นแปลงการปกครอง รัชกาลที่ 7 ก่อนสละราชสมบัติและรชั กาล
ที่ 8 จนถงึ สงครามโลกครัง้ ที่ 2 (พ.ศ. 2475 – 2482)

ปี พ.ศ. 2475หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้จัดตั้ง “ลกู เสอื สมุทรเสนา” ขน้ึ อกี หน่งึ เหล่า โดย
จดั ตั้งกองลูกเสอื เหล่าสมุทรเสนาในจังหวดั แถบชายทะเลเพ่ือใหเ้ ดก็ ในทอ้ ง ถ่นิ มีความรู้
ความสามารถในวิทยาการทางทะเล

ปี พ.ศ. 2476 ตั้งกรมพลศึกษาขน้ึ ในกระทรวงศึกษาธิการ โดยมกี องลูกเสอื อยใู่ นกรมพลศกึ ษา
และสง่ ผ้แู ทนไปรว่ มชมุ นุมลกู เสอื โลกครั้งที่ 4 ประเทศฮังการี โดยมนี ายอภัย จนัุ ทวิมล เปน็ หัวหนา้

- ได้จัดทาํ ตราคณะลูกเสือแหง่ ชาตขิ ้ึน เพอ่ื ให้สอดคล้องกับหลักสากล ทค่ี ณะลกู เสอื ต่างๆ
ทั่วโลก ต่างกม็ ีตราคณะลกู เสอื ของตนเองทงั้ สนิ้ โดยจัดทําตราเปน็ รปู (Fleur de lis) กับ รูปหนา้ เสอื
ประกอบกนั และมีตวั อักษรคาํ ขวญั อยู่ภายใต้วา่ “เสยี ชีพอย่าเสยี สตั ย์” และ ประกาศ ใช้ตราประจํา
คณะลูกเสอื แห่งชาติ และกฎลูกเสอื 10 ขอ้

- เปิดการฝกึ อบรมวชิ าผกู้ าํ กับลกู เสอื ซึ่งเรยี กในทางราชการวา่ การฝกึ อบรม
วิชาพลศกึ ษา (ว่าด้วยลูกเสอื ) ประจําปี 2478 เป็นเวลา 1 เดือน

- ประกาศตั้งลกู เสือสมุทรเสนา พ.ศ. 2479 ประกาศใชห้ ลักสตู รลูกเสอื เสนา
และสมุทรเสนา

- พระราชบญั ญัติธง พ.ศ. 2479 กําหนดลกั ษณะธงประจาํ กองคณะลูกเสอื แหง่ ชาติ
และธงประจาํ กองลูกเสอื

ปี พ.ศ. 2482 พระราชบัญญตั ลิ กู เสอื ขึ้นสงิ่ สาํ คญั คือใหค้ ณะลกู เสือแห่งชาตมิ สี ภาพเป็นนติ ิ
บคุ คลได้ จัดต้ังสภากรรมการกลางจัดการลกู เสอื แหง่ ชาติ จังหวดั ลูกเสอื อาํ เภอลกู เสอื
และ แบง่ ลูกเสือออกเป็น 2 เหล่า คือ ลกู เสอื เสนา และลูกเสอื สมุทรเสนา

- มีพระราชบญั ญตั ิใหท้ รพั ยส์ นิ กองเสือปาู เปน็ ของคณะลกู เสอื แห่งชาติ
- รฐั บาลได้จัดต้ัง “ยวุ ชนทหาร” ขีน้ มาซอ้ นกับกจิ การลกู เสือ การฝึกยุวชนทหาร
แตกตา่ งจากการฝึกลกู เสือ โดยเป็นการฝกึ เยาวชนของชาตใิ นทางทหารอยา่ งแท้จรงิ

3. ยคุ ประคบั ประคอง (พ.ศ. 2483 – 2489) ระยะน้ีลกู เสอื ซบเซาลงมาก เนอื่ งจากอยภู่ าวะสงคราม
ปี พ.ศ. 2485 มกี ารออกพระราชบัญญัติลกู เสอื (ฉบบั ปี พ.ศ. 2485) มีสาระสําคญั คอื

กาํ หนดใหพ้ ระมหากษัตริย์ ทรงดาํ รงตาํ แหน่งบรมราชูปถมั ภค์ ณะลกู เสอื แหง่ ชาติ
ปี พ.ศ. 2488 สงครามโลกครงั้ ที่ 2 สน้ิ สดุ การลูกเสือเร่มิ ฟ้ืนฟทู ัว่ โลก
ปี รชั กาลที่ 8 เสดจ็ นิวัติสู่พระนคร และถูกลอบปลงพระชนม์

26 คมู่ อื ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชีวติ ในสถานศึกษา ลกู เสอื สามญั รนุ่ ใหญ่ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2

19

4. ยคุ ก้าวหน้า (พ.ศ. 2489 – 2514) เร่มิ ต้น รชั กาลท่ี 9 แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คอื
4.1 ระยะเรมิ่ กา้ วหนา้ (พ.ศ. 2489 – 2503)

ปี พ.ศ. 2496 เร่มิ ดาํ เนินการสร้างคา่ ยลกู เสือวชริ าวุธ ตาํ บลบางพระ อาํ เภอศรรี าชา
จังหวัดชลบุรี

ปี พ.ศ. 2497 มีการชุมนุมลกู เสอื แหง่ ชาตคิ รั้งที่ 3 ณ สนามกีฬาแหง่ ชาติ
ปี พ.ศ. 2500 ส่งผู้แทนจากประเทศไทยไปร่วมชุมนุมลูกเสือโลกครั้งที่ 9
ณ ประเทศองั กฤษ เพื่อเฉลมิ ฉลองอายุครบ 100 ปี ของลอรด์ บเบาเดน โเพาเอเอลลลล์ ์

ปี พ.ศ. 2501
- เปดิ การฝึกอบรมวชิ าผู้กํากับลูกเสอื สํารอง ขนั้ ความรู้เบอื้ งต้นเปน็ ครั้งแรกในประเทศไทย
- จัดตงั้ กองลกู เสอื สาํ รองกองแรกขึ้นในประเทศไทย 5 สิงหาคม 2501

ปี พ.ศ. 2503
- เปิดการฝกึ อบรมวิชาผกู้ าํ กับลูกเสอื สาํ รอง ขนั้ วูดแบดจ์ ครั้งท่ี 1

ณ พระตาํ หนักอ่าวศลิ า จังหวัดชลบรุ ี
- ส่งผู้แทนไปรว่ มประชมุ สมชั ชาลูกเสอื โลกครัง้ ที่ 2 ณ ประเทศพมา่

4.2 ระยะกา้ วหน้า (2504 – 2514)
ปี พ.ศ. 2504

- มกี ารชุมนมุ ลกู เสอื แห่งชาติ ครั้งที่ 4 ณ สวนลมุ พินี พระนคร เพ่ือเฉลมิ ฉลอง
ท่คี ณะลกู เสอื ไทยมีอายคุ รบ 50 ปี

- เปิดการฝึกอบรมวชิ าผกู้ าํ กบั ลกู เสอื สามญั ขนั้ วูดแบดจ์ รนุ่ ที่ 1 ณ คา่ ยลูกเสอื วชิราวธุ
- วางศิลาฤกษ์ศาลาวชริ าวธุ

ปีพ.ศ. 2505 พลเอกถนอม กิตติขจร รองนายกรัฐมนตรี เปิดคา่ ยลกู เสอื วชริ าวธุ
- 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 รชั กาลท่ี 9 ทรงประกอบพธิ ีเปดิ ศาลาวชริ าวธุ ปี พ.ศ. 2506
- เปดิ การฝกึ อบรมผกู้ ํากับลกู เสอื วิสามญั ขัน้ วดู แบดจ์ รุ่นท่ี 1 ณ ค่ายลูกเสือวชริ าวุธ
- จดั ต้ังกองลกู เสอื วสิ ามญั วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2506
- ไดม้ ีการฝกึ อบรมลกู เสอื ชาวบา้ นขนึ้ ครง้ั แรก ณ อาํ เภอดา่ นชา้ ง จังหวดั เลย โดยกอง

กํากับการตาํ รวจตระเวนชายแดน เปน็ ผ้รู ิเริม่ ดาํ เนนิ การ ซงึ่ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัวฯทรงรบั
กิจการลกู เสอื ชาวบา้ นไวใ้ นพระบรมราชานุเคราะห์

- ส่งผแู้ ทนคณะลูกเสอื ไทยเขา้ ไปรว่ มการประชมุ ลกู เสือโลกครง้ั ท่ี 13 ณ ประเทศญ่ีปูุน

5. ยุคประชาชน (พ.ศ.2514–ปัจจบุ นั ) เนอื่ งจากปี 2514 เปน็ ปที ี่มกี ารฝกึ อบรมลกู เสือชาวบ้านเป็นครงั้ แรก
ปี พ.ศ. 2516

- รับกิจการลูกเสอื ชาวบา้ นเปน็ สว่ นหนง่ึ ของคณะลูกเสอื แห่งชาติ
- กระทรวงศึกษาธิการมคี าํ ส่งั ใหน้ าํ วชิ าลูกเสอื เขา้ อยหู่ ลกั สตู รโรงเรียน
- มีการจดั ตง้ั กองลกู เสอื วสิ ามัญขนึ้ ในโรงเรยี น

คมู่ ือส่งเสริมและพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลูกเสอื สามัญรุ่นใหญ่ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 27

20

- รัชกาลท่ี 9 ทรงประกอบพิธีเปิดการชมุ นมุ ลกู เสอื แหง่ ชาติ คร้ังที่ 8 ณ คา่ ยลกู เสอื วชริ าวธุ

ปี พ.ศ. 2518
- สง่ ผ้แู ทนไปร่วมการประชมุ ลูกเสือโลก ครงั้ ท่ี 14 ณ ประเทศเดนมารก์
- สง่ ผ้แู ทนเข้าร่วมประชุมสมัชชาลูกเสอื โลก ครั้งท่ี 14 ณ ประเทศเดนมาร์ก
- นายแพทย์ บญุ สม มารต์ นิ ไดร้ ับเลอื กตัง้ เปน็ กรรมการลกู เสือโลกจากการประชมุ

สมชั ชาลกู เสอื โลก คร้งั ที่ 28 ณ เมอื งดาการ์ ประเทศเซเนกัล

ปี พ.ศ. 2536 เปน็ เจา้ ภาพจดั การประชมุ สมชั ชาลกู เสอื โลก ครัง้ ท่ี 13 ณ กรงุ เทพฯ
( 33rd World Scout Conference)

ปี พ.ศ. 2544 จัดงานชมุ นุมลกู เสอื แห่งชาติ คร้ังท่ี 16 / งานชมุ นมุ เตรยี มงานชมุ นมุ ลกู เสอื โลก

ครงั้ ท่ี 20 (16th National Jamboree / Pre 20th Scout Jamboree, 2003) เพอื่ เฉลมิ ฉลองครบรอบ
90 ปี คณะลกู เสอื ไทย

28 ธันวาคม 2544 เป็นเจา้ ภาพจัดงานชุมนมุ ลกู เสอื โลก คร้งั ท่ี 20 (20th 7 ,dik8, 2547
World Scout Jamboree, 2003) ณ บรเิ วณหาดยาว ฐานทพั เรือสตั หีบ อําเภอสตั หบี จงั หวัดชลบุรี
ซึ่งมเี ยาวชนลกู เสือชาย – หญิง กวา่ 30,000 คน จาก 151 ประเทศท่ัวโลกมารว่ มงาน

5-9 ธันวาคม 2546จดั งานชมุ นุมลกู เสือมูฮิบบาห์ (12th Muhibbah Jamboree)
ณ คา่ ยลูกเสอื ไทยเฉลมิ พระเกยี รติ จังหวดั ตรงั มีลูกเสอื ไทย จํานวน 1,266 คน และลูกเสือ
ตา่ งประเทศในแถบชายแดนภาคใต้ไดแ้ ก่ มาเลเซยี 15 คน ศรีลงั กา 4 คน และสหรัฐอเมรกิ า 6 คน
เขา้ รว่ มงานท้งั ส้นิ 1,736 คน

20-24 กรกฏาคม 2547 จดั งานชมุ นมุ ผู้บังคบั บัญชาลกู เสอื ครงั้ ท่ี 3 (INDABA)
ณ คา่ ยลกู เสอื วชริ าวุธ อาํ เภอศรรี าชา จังหวัดชลบุรี มผี บู้ งั คบั บัญชาลูกเสือเข้ารว่ มงานชมุ นมุ ฯ
จํานวน 3,500 คน

*หมายเหตใุ นสมัยรัชกาลท9่ี ได้มกี ารจดั ตั้งคา่ ยลูกเสือระดบั จังหวัดและระดบั อาํ เภอ
ท่วั ประเทศ เพ่อื เป็นท่ีฝกึ อบรมลูกเสอื และผบู้ งั คับบญั ชาลกู เสอื

28 คู่มอื สง่ เสริมและพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ลูกเสอื สามัญรนุ่ ใหญ่ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2

21

เร่อื งสัน้ ท่ีเป็นประโยชน์
เรือ่ ง ไกก่ ับสุนขั จ้ิงจอก

สนุ ขั จงิ้ จอกตัวหนงึ่ คอยเดนิ วนเวียนอยู่ใกล้ๆ กบั เลา้ ไก่ สร้างความหวาดกลวั ใหก้ ับลกู ไก่
มาก ไก่ตวั หนึง่ จงึ บนิ ขนึ้ ไปอยู่บนร้ัวและเฝาฺ จบั ตาดูสนุ ขั จงิ้ จอกด้วยความหวาดกลวั เม่ือใดทเ่ี จา้
สนุ ัขจิ้งจอกขยบั ตวั เขา้ มาใกล้ มนั ก็จะบนิ หนไี ปอย่างรวดเร็ว ทาํ ใหไ้ กต่ ัวอนื่ ๆ เยาะเยย้ ถากถางใน
การกระทาํ ของมัน และดหู มนิ่ ว่ามนั ขีข้ ลาด

เจ้าไกไ่ ดฟ้ งั ดังนนั้ ก็ตอบออกไปว่า “เจ้าจะเรยี กขา้ วา่ อยา่ งไรกไ็ ด้แตส่ ําหรบั ขา้ เองรู้จกั พษิ
สงของสุนขั จิง้ จอกดี และขา้ แน่ใจว่า ถา้ มีสกั ครง้ั หน่งึ ทเี่ จา้ ไดเ้ ผชญิ หนา้ กับสนุ ขั จิ้งจอกเช่นเดยี วกับที่
ข้าเคยนัน้ พวกเจา้ ก็อาจจะมสี ภาพไม่ผิดไปจากข้าอย่างแนน่ อน”

เรือ่ งน้สี อนให้รู้วา่ : การยอมรบั ว่าตนเปน็ คนขลาด แต่รจู้ ักระวังภัย ดีกว่าเสแสรง้ เป็นคนกลา้ หาญ
แล้วต้องพบจดุ จบในภายหลงั

ทม่ี าของเร่อื ง : แฮปปี้คดิ ส.์ 100 นทิ านอีสป.2548 : 10

ค่มู ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื สามญั รุน่ ใหญ่ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 29

22

แบบประเมนิ การเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ ของลกู เสอื

เรอ่ื ง......................................................................................

กลุม่ ท่ีุุุุ..ชัน้ ุุุุุุ

รายการประเมนิ การเขา้ รว่ มกิจกรรม

ลาดบั ชื่อ-สกลุ ความสามัคคี การแสดง ความมี ความตงั้ ใจ อธบิ าย รวม ผลการ
ที่ ความคดิ เหน็ ระเบียบวนิ ัย ในการ ประวัติการ ประเมนิ
ทางาน ลูกเสอื ไทยฯ

4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20 ผ่าน ไม่
ผา่ น

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

ลงชื่อ.................................................ผูป้ ระเมิน

(........................................................)

เกณฑก์ ารประเมนิ คณุ ภาพคะแนน
ประเมินการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่มของลกู เสือผา่ นเกณฑ์การประเมนิ รอ้ ยละ 80 ขน้ึ ไป

ผ่านเกณฑ์

รายการประเมนิ คณุ ภาพ

43 2 1

การเขา้ รว่ มกจิ กรรม อธิบายเน้ือหาได้ อธบิ ายเนอื้ หาได้ อธิบายเนอ้ื หาไดต้ าม ไมส่ ามารถ

กลุม่ ของลูกเสอื ตามประเด็น ตามประเด็นที่ ประเดน็ ที่กาํ หนด อธบิ ายเนอื้ หาได้ตาม
ที่กาํ หนดครบถว้ น กําหนดไดบ้ างส่วน บางสว่ นแตย่ งั ไม่ ประเดน็

และให้ความรว่ มมือ และใหค้ วามร่วมมอื ชดั เจนและใหค้ วาม ท่กี าํ หนดและไม่
ในการทํากจิ กรรม ในการทํากจิ กรรม รว่ มมือในการทาํ ให้ความรว่ มมือในการ

โดยไมต่ อ้ งตักเตือน โดยมีการตกั เตอื น กจิ กรรมโดยมกี าร ทาํ กิจกรรม
เป็นบางครงั้ ตักเตือนเปน็ บางครง้ั

30 คู่มอื สง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสอื สามญั รุ่นใหญ่ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2

23

แผนการจัดกิจกรรมลูกเสือสามญั ร่นุ ใหญ่(เคร่ืองหมายลกู เสอื ชัน้ พิเศษ) ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 2
หน่วยที่ 2 หนา้ ท่ีพลเมือง

แผนการจดั กจิ กรรมที่ 3 เร่อื ง การพฒั นาตนเอง เวลา 1 ชั่วโมง

1.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ลกู เสอื สามารถเปน็ แบบอย่างและแนะนําผอู้ นื่ ใหม้ ีความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และ

เทดิ ทนู สถาบันพระมหากษตั ริย์ได้
2 . ลกู เสอื สามารถแปลความหมายและปฏบิ ตั ติ นตามคา่ นยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการได้

2. เน้อื หา
1. การปฏิบัติตนท่ีแสดงออกถึง ความรักชาติ การยึดม่ันในศาสนา การเทิดทูนสถาบัน

พระมหากษตั ริย์
2.ค่านยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ

3. ส่ือการเรยี นรู้
3.1 ใบความรู้ท่ี 1 เร่อื ง สถาบันหลกั ทค่ี วรเทิดทูน
3.2 ใบงานท่ี 1 เร่ือง สถาบันหลกั ทคี่ วรเทดิ ทนู
3.3 ใบความรูท้ ่ี 2 เรือ่ ง คา่ นยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ
3.4 ใบงานท่ี 2 เรอื่ ง คา่ นิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการ
3.5 ใบความร้ทู ่ี 3 เร่ือง ระบบการปกครองทอ้ งถ่นิ ของประเทศไทย
3.6 ใบงานที่ 3 เรือ่ ง ระบบการปกครองทอ้ งถ่นิ ของประเทศไทย
3.7 ใบความรู้ท่ี 4 เรอ่ื ง การช่วยเหลือเพือ่ นบ้าน
3.8 ใบงานที่ 4 เร่ือง การช่วยเหลือเพอ่ื นบ้าน
3.9 ใบความรทู้ ี่ 5 เร่อื ง หนา้ ทพี่ ลเมือง
3.10 ใบงานท่ี 5 หนา้ ทีพ่ ลเมือง
3.11 เรื่องสั้นท่เี ปน็ ประโยชน์เร่อื ง เทวดากับอฐู ผโู้ ง่เขลา

4. กิจกรรม
4.1 พิธีเปิดประชมุ กอง (ชกั ธงข้นึ สวดมนต์ สงบนิ่ง ตรวจ แยก)
4.2 เพลง อยา่ เกียจครา้ น
4.3 กจิ กรรมตามจุดประสงค์การเรียนรู้

1) ผู้กํากับลูกเสอื และลูกเสอื รว่ มกันสนทนาถึงเรือ่ ง 3 สถาบันหลักทคี่ วรเทิดทนู และ
เรือ่ งคา่ นยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ

2) ผ้กู ํากบั ลูกเสอื แจกใบความรู้ และใบงานใหก้ ับลกู เสอื ตามทก่ี ําหนดใหแ้ ตล่ ะหมูแ่ ละ
ให้รว่ มกนั อภิปรายกลุ่ม

3) ลกู เสอื แตล่ ะหมชู่ ว่ ยกันศกึ ษาใบความรูแ้ ละใบงาน แลว้ นําเสนอต่อทป่ี ระชุมใหญ่
4) ผกู้ าํ กับลกู เสอื และลกู เสอื ร่วมกันสรุปบทเรียนใหเ้ ปน็ ในทศิ ทางเดยี วกัน

คมู่ อื สง่ เสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสือสามัญรนุ่ ใหญ่ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 31

24

4.4 ผ้กู ํากบั ลูกเสือเลา่ เรอื่ งทีเ่ ปน็ คติสอนใจ เรอื่ ง เทวดากับอฐู ผู้โงเ่ ขลา
4.5 พิธีปิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครือ่ งแบบ ชักธงลง เลิก)

5. การประเมนิ ผล
แบบประเมนิ การเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ ของลูกเสอื

32 คมู่ อื ส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2

25

ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมที่ 3

เพลง

เพลงอย่าเกียจคร้าน
อย่าเกยี จครา้ นการทํางาน นะพวกเรา

งานหนกั งานเบา เหนอื่ ยแล้วเราพกั ผอ่ นกห็ าย
ไมท่ าํ งาน หลบหลกี งาน ด้วยเกียจคร้าน
เอาแต่สบาย แกจ่ นตาย ขอทาํ นายว่าไมเ่ จรญิ
แกจ่ นตาย ขอทํานายว่าไม่เจรญิ

คมู่ อื สง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสอื สามัญรุ่นใหญ่ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 33

26

ใบความรู้ที่ 1

เรอื่ ง 3 สถาบนั หลักท่คี วรเทิดทนู

สถาบนั ชาติ

ความรักชาติ ชาติ หมายถงึ แผน่ ดินทม่ี ีประชาชนยึดครอง มอี าณาเขตทแ่ี นน่ อน มีการ
ปกครองเป็นสัดสว่ น มผี ูน้ ําเป็นผปู้ กครองประเทศและประชาชนทั้งหมด ด้วยกฎหมายทีป่ ระชาชน
ในชาตนิ ั้นกาํ หนดขน้ึ เชน่ ประเทศไทย มอี าณาเขต มีเนอ้ื ทีป่ ระมาณ 513,115 ตารางกโิ ลเมตร
มปี ระชากรประมาณ 66.7 ลา้ นคน (พ.ศ. 2555) มกี ารปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมี
พระมหากษัตริยท์ รงเป็นพระประมขุ มีศาสนาพทุ ธ เป็นศาสนาประจําชาติ มีวฒั นธรรม
ขนบธรรมเนยี ม และจารตี ประเพณี เป็นเอกลักษณ์ประจําชาติของตนเอง สืบทอดกันมาจาก
บรรพบุรุษเปน็ เวลายาวนาน ผทู้ ีม่ ีความรักชาติ จะช่วยกันปกปอฺ งรกั ษาชาติ ไม่ให้ศตั รูมารุกราน
หรือทํารา้ ย ทาํ ลาย เพือ่ ใหล้ ูกหลานได้อยอู่ าศัยต่อไป และทํานุบาํ รงุ บา้ นเมืองใหเ้ จรญิ รงุ่ เรือง
ใหอ้ ยรู่ ว่ มกนั ด้วย ความสงบสขุ สืบไป ส่วนผู้ที่ไมร่ กั ชาติ ก็จะผู้ท่คี ิดไมด่ ตี อ่ ชาติ เปดิ โอกาสใหผ้ ู้อนื่
เข้ามาทาํ ร้าย ทาํ ลาย แล้วยึดครองประเทศชาติ สรา้ งความแตกแยกให้คนในชาติ นําความเสอ่ื มเสยี
มาใหป้ ระเทศชาติ บ้านเมอื ง

สถาบันศาสนา

จากการศึกษาประวตั ิความเป็นมาของศาสนาพบว่าศาสนาเกดิ จากความตอ้ งการด้านจติ ใจ
ของมนษุ ย์ เพอื่ สรา้ งความรู้สกึ ม่นั คงและปลอดภัยทางดา้ นจติ ใจ กลา่ วคือ มนษุ ย์สมยั กอ่ นมคี วามรู้
ความสามารถจาํ กดั ขาดความรคู้ วามเขา้ ใจในเร่ืองของปรากฏฎการณ์ธรรมชาติ จงึ คิดวา่ เหตุการณ์
ตา่ งๆทเี่ กดิ ข้ึนในชวี ติ และสง่ิ แวดลอ้ มของตนนน้ั เช่น ฝนตก ฟฺาผ่า นํ้าท่วม แผน่ ดนิ ไหว โรคระบาด
เป็นต้น เกิดจากอํานาจลึกลบั และสงิ่ ศักดสิ์ ิทธ์ิ มนุษยจ์ งึ พากนั กราบไหว้บูชา เซน่ สรวง เพอื่ หวงั จะให้
ดวงวญิ ญาณอํานาจลกึ ลับ หรือสิ่งศักด์สิ ทิ ธิ์นนั้ พงึ พอใจ จะไดช้ ว่ ยคมุ้ ครองปกปฺองรักษาพวกตน ซ่ึง

ความคดิ เชน่ นไี้ ด้ทําใหเ้ กดิ ระบบความเชอ่ื ต่างๆ และสถาบนั ศาสนาขน้ึ ในทส่ี ดุ กลมุ่ สงั คมในสถาบัน
ศาสนา ท่ีสําคัญไดแ้ ก่ คณะสงฆ์ และกลุ่มผปู้ ฏบิ ตั ิธรรม โดยมตี าํ แหน่งหรอื สถานภาพทางสงั คม

34 คู่มอื สง่ เสรมิ และพัฒนากิจกรรมลกู เสือทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ลูกเสอื สามัญรนุ่ ใหญ่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

27

ตา่ งๆ กนั ตา่ งมีบทบาทหน้าทเ่ี ก่ียวขอ้ งสมั พันธก์ ันตามสถานภาพทางสังคมดังกลา่ วเปน็ แบบแผน
พฤตกิ รรมในการประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นของสมาชกิ โดยทว่ั ไปแบบแผนพฤติกรรมในการปฏิบัตขิ อง
สมาชกิ ในสังคม ยอ่ มเปน็ ไปตามหลกั ธรรมของศาสนาทต่ี นนบั ถอื และเป็นไปตามประเพณที าง
ศาสนานน้ั ๆ กจิ กรรมของประเพณที างศาสนามีความสําคัญในการสร้างความร้สู กึ เป็นอนั หนงึ่ อัน
เดยี วกนั ของสมาชกิ ในสังคมสร้างความเป็นปกึ แผน่ ใหแ้ ก่สงั คมสร้างเสรมิ และถา่ ยทอดวฒั นธรรมแก่
สังคมควบคุมสมาชิกให้ปฏิบตั ิตามบรรทัดฐานของสงั คมสนองความตอ้ งการทางจิตใจแก่สมาชิกเมอื่
สมาชกิ เผชิญกับปญั หาต่าง ๆ

สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์
ประเทศไทยมพี ระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ ของประเทศตลอดมา พระมหากษตั ริยข์ องไทย

ไดท้ รงปกครองแผ่นดนิ ด้วยทศพธิ ราชธรรม ไดท้ รงบาํ บัดทุกขบ์ าํ รุงสุขของประชาชน ไดท้ รงทาํ นุ
บาํ รงุ บ้านเมืองให้มคี วามเจรญิ มั่นคงกา้ วหนา้ ในด้านตา่ งๆ บางพระองคไ์ ดท้ รงกอบกเู้ อกราชของชาติ
ดว้ ยความกล้าหาญและเสียสละ อาทิ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช บาง
พระองคไ์ ด้ทรงดําเนนิ วเิ ทโศบายทีช่ าญฉลาดทาํ ให้ประเทศไทยสามารถรกั ษาเอกราชอธิปไตยไว้ได้
จนทุกวนั น้ี เชน่ พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว พระปยิ มหาราชชาตไิ ทยของเรามีการ
วิวฒั นาการมาตง้ั แตเ่ รมิ่ รวมชาตริ วมแผ่นเดิน กอ่ รา่ งสรา้ งเมอื งตั้งแต่ อดตี จนมาเปน็ ประเทศชาตทิ ุก
วนั นี้กเ็ พราะสถาบันพระมหากษตั รยิ ส์ ถาบันพระมหากษัตรยิ ์ยังเปน็ สถาบันทอ่ี ย่ใู นหวั ใจของ
ประชาชน เป็นสถาบันทเ่ี คารพ สกั การะเหนอื เกล้าเหนอื กระหม่อมของปวงชนชาวไทยทกุ ๆ คน ผใู้ ด
หรอื ใครจะมาล่วงเกนิ พระราชอาํ นาจไมไ่ ด้ ในสมยั สโุ ขทยั สถาบันพระมหากษัตรยิ เ์ ปรียบเสมอื นพอ่
ของประชาชน ทรงเปน็ สมมตุ เิ ทพหรอื เป็นเทวดาโดยสมมตุ แิ ละทรงมพี ระราชอํานาจในการปกครอง
ทรง เปน็ องค์อธิปัตยส์ งู สดุ ในการปกครองบา้ นเมอื ง ทรงปกครองบ้านเมอื งด้วยหลกั ธรรมะโดยมี
ทศพิธราชธรรม แแลละะธธรรรมมะหลกั สําคัญต่างๆ ในการปกครองจนทาํ ใหไ้ พรฟ่ ฺาประชาราษฎร์อยเู่ ย็นเปน็
สขุ ทรงครองราชย์ปอฺ งเมอื ง ทาํ นุบํารุงบา้ นเมอื ง ศาสนา และสังคมมาจนถงึ ทกุ วันน้ี แมว้ ่าประเทศ
ไทยจะมรี ูปการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย พระราชอาํ นาจของสถาบันพระมหากษัตรยิ ก์ ็มทิ รง
เส่ือมถอย แต่สถาบนั พระมหากษตั รยิ ก์ ลบั เปน็ ทเี่ คารพสักการะจากประชาชนมากเชน่ เดิมไมม่ ี
เปลีย่ นแปลง

คูม่ ือส่งเสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทกั ษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสือสามญั ร่นุ ใหญ่ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 35

28

ใบความรทู้ ่ี 2
เร่อื ง ค่านยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ

1.มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
ซงึ่ เป็นสถาบนั หลกั ของชาตใิ นปจั จุบนั ทุกชาตจิ ะพัฒนาได้หากเสาหลกั หรอื สถาบนั หลกั ของ

ชาติเข้มแขง็ ด้วยความรกั อยา่ งถกู วธิ ีของคนในชาติ สถาบนั หลกั ของชาตมิ คี วามเขม้ แข็งอยา่ งสมดลุ ดี
งาม ชาตบิ ้านเมอื งสงบคนรักในความเปน็ ไทยและชาติของเรา พรอ้ มไปกบั ยึดมั่นในหลกั ธรรมคาํ สอน
ของศาสนาขดั เกลาใจคนมคี ุณธรรม และยดึ มน่ั ในการเคารพรกั พร้อมทัง้ เทดิ ทนู สถาบนั
พระมหากษตั ริยไ์ ว้อยูเ่ หนือสง่ิ ใด
2. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน

มีอดุ มการณ์ในสง่ิ ทด่ี งี ามเพอ่ื ส่วนรวม เรอื่ งนีส้ รุปได้สัน้ ๆวา่ คนไทยตอ้ งมคี า่ นยิ มจิต
สาธารณะ ซอ่ื สตั ย์ไมค่ ดโกงไมเ่ อาเปรียบคนอนื่ เสยี สละเพือ่ ส่วนรวมไม่เหน็ แกต่ วั อดทน และมี
อดุ มการณ์ตอ่ สว่ นรวม จิตสํานกึ น้ีใครเหน็ ใครกช็ ม
3. กตัญํู ตอ่ พอ่ แม่ ผู้ปกครอง ครบู าอาจารย์

ขอ้ นี้เป็นคุณลักษณะเด่นของคนไทยทุกยุคสมยั อย่แู ล้วท่ีแสดงถงึ การรูจ้ กั บุญคุณ ปฏิบตั ิตาม
คําสั่งสอน แสดงความรัก ความเคารพ ความเอาใจใส่ รกั ษาช่ือเสียง และตอบแทนบุญคุณของพอ่
แม่ ผูป้ กครอง และครอู าจารย์
4. ใฝูหาความรู้ หม่ันศกึ ษา เล่าเรียน ทางตรงและทางอ้อม

ประเทศชาติจะพฒั นาได้บคุ ลากรของคนในชาติตอ้ งมีคณุ ภาพ ไมว่ า่ จะเปน็ ทางวิชาการและ
ทางทกั ษะความสามารถ คนในชาติมีปญั ญามีความรู้ คนในชาตอิ กี ส่วนกส็ นับสนนุ ในภมู ิปัญญา
ความรขู้ องคนไทยด้วยกนั เพอื่ สร้างคา่ นยิ มใฝรู ู้ใฝูเรยี น เชดิ ชคู นมีปญั ญหาให้มากกวา่ คนมที รพั ยส์ ิน
เงนิ ตรา
5. รกั ษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอนั งดงาม

เรามีวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามมากมายทดั เทยี มระดับโลก เพราะบูรพกษัตริย์ของไทยแต่
โบราณรกั ษาส่งิ เหล่านไี้ ว้ เรื่องนี้สอดคล้องกบั สถาบันหลักของชาตทิ ง้ั หมด ทัง้ สถานทที่ ั้งท่ีสรา้ งเอง
และธรรมชาติ ส่งิ ของท่ีประดษิ ฐ์อยา่ งประณีตโดยคนในชาตเิ รา บคุ คลสาํ คัญ รวมไปถึงหนงั สอื และ
องคค์ วามรู้ ภมู ิปญั ญาชาตไิ ทยเรา มารกั ษา ทาํ นุบาํ รงุ สร้างสรรคข์ น้ึ มาแสดงถึงการเห็น
คุณค่า ความสาํ คญั ภาคภูมิใจ อนรุ กั ษ์ สืบทอดวฒั นธรรม
6. มศี ีลธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี ่อผู้อื่น

เผ่ือแผแ่ ละแบง่ ปนั มจี ิตใจโอบออ้ มอารี ช่วยเหลือผู้อ่นื เทา่ ทช่ี ว่ ยได้
7. เข้าใจ เรยี นรู้ การเป็นประชาธปิ ไตยทถ่ี กู ต้อง

การปฏบิ ตั ิตนตามหน้าท่แี ละสทิ ธขิ องตนเอง เคารพสทิ ธขิ องผ้อู นื่ ภายใตก้ ารปกครองตาม
ระบอบประชาธิปไตย

36 ค่มู อื ส่งเสรมิ และพัฒนากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 2

29

8. มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย
ผ้นู อ้ ยรูจ้ กั การเคารพผู้ใหญ่ คนไทยต้องซมึ ซาบ จากการเข้าแถว เคารพในการมรี ะเบียบวนิ ัย

จะสร้างการเรยี นรู้ไปถงึ การเคารพบุคคลอืน่ จากน้นั เรากจ็ ะหนกั แน่นในการเคารพกฎหมาย

9. มสี ติ รู้ตัว ร้คู ดิ รู้ทา การดาเนนิ ชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตผุ ล
มภี ูมคิ มุ้ กนั ในตัวทด่ี ีรู้ปฏบิ ัติ ตามพระราชดาํ รสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 9

10. รู้จกั ดารงตนอย่โู ดยใช้หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ตามพระราชดาํ รัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวรชั กาลท่ี 9 รจู้ กั อดออมไว้ใชเ้ ม่ือยาม

จําเปน็ มไี วพ้ อกินพอใช้ ถ้าเหลอื กแ็ จกจา่ ย จาํ หนา่ ย และขยายกิจการ เม่อื มคี วามพรอ้ ม โดยมี
ภูมิคมุ้ กนั ทีด่ ี เศรษฐกจิ พอเพยี งไมไ่ ดเ้ ป็นการขดั แย้งกบั การเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ อย่างทฝ่ี าู ยไม่
หวงั ดจี งใจโจมตี แต่เป็นการพยุงการเตบิ โตเศรษฐกิจในแต่ละการพฒั นาใหม้ กี ารเติบโตท่เี ปน็ ไปอยา่ ง
ยัง่ ยืน ไม่ใชก่ ารเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกจิ ทห่ี วอื หวา แจกรถ ปลดหนี้ ใหบ้ ้าน แบบทีร่ ฐั บาลทีแ่ ล้ว
เพาะเชือ้ เอาไว้
11. มคี วามเขม้ แข็งทงั้ ร่างกายและจิตใจ

ไม่ยอมแพต้ อ่ อํานาจฝูายตาํ่ หรอื กิเลส มคี วามละอาย เกรงกลัวต่อบาป ตามหลกั ของศาสนา
ยํ้าตรง "ไมย่ อมแพ้ตอ่ อาํ นาจฝาู ยตํา่ หรือกเิ ลส มีความละอาย เกรงกลัวตอ่ บาป" ตัวอย่างผา่ นไป
หมาดๆ กรณีผวู้ า่ การรถไฟคนทีแ่ ลว้
12. คานึงถึงผลประโยชนข์ องสว่ นรวม และตอ่ ชาติ

มากกวา่ ผลประโยชนส์ ่วนตน เป็นการปฏิบัตติ นและให้ความรว่ มมือในกจิ กรรมทเี่ ป็น
ประโยชนต์ อ่ สว่ นรวม และประเทศชาติ หากคนไทยยึดมน่ั ตามคา่ นยิ มชาตทิ เ่ี นน้ ท้ังเรอ่ื งการพฒั นา
ตวั เองทั้งในดา้ นความสามารถ ทง้ั คุณธรรม ศลี ธรรม เพือ่ รว่ มมือกนั ทาํ ให้ชาตบิ า้ นเมอื งและสว่ นรวม
ดีขึน้ เหล่าน้ีล้วนดที ั้งนน้ั สิ่งเหลา่ นีล้ ้วนยงิ่ ต้องเผยแพรใ่ หข้ ้นึ ใจ ให้ฝงั ใจ วันใดคนไทยเขม้ แขง็ ชาติ
เรากจ็ ะเขม้ แขง็

คมู่ อื ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลูกเสอื สามญั ร่นุ ใหญ่ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 37

30

ใบความรู้ที่ 3

เรอ่ื ง ระบบการปกครองทอ้ งถนิ่ ของประเทศไทย

การปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ หรือการปกครองท้องถน่ิ เป็นรูปแบบการปกครองท่จี าํ เปน็ และมี
ความสําคัญในทางการเมอื งการปกครองของชมุ ชนต่าง ๆ เฉพาะอยา่ งยิ่งชมุ ชนท่ีมกี ารปกครองระบบ
ประชาธิปไตย ซ่งึ กลา่ วในทางทฤษฎแี ละแนวความคดิ ทางปกครอง จะเห็นได้ว่า รัฐบาลซง่ึ เปน็ กลไก
ในการบริหารการปกครองของรัฐนน้ั ย่อมมภี าระหน้าทอี่ ย่างมากมายในการบริหารประเทศให้
ประชาชนไดร้ ับความสขุ ความสะดวกสบายในการดาํ รงชีวิต (Well Being) อีกทงั้ ความมน่ั คง
แหง่ ชาติทง้ั ในทางการเมือง เศรษฐกจิ และสงั คม (National Security) แตย่ ่อมเป็นไปไมไ่ ดท้ รี่ ฐั บาลจะ
ดูแลและจดั ทาํ บริการให้กบั ประชาชนไดท้ ัว่ ถึงทุกชมุ ชนของประเทศ เพราะอาจจะเกดิ ปญั หาเกีย่ วกบั
ความล่าชา้ ในการดาํ เนนิ งาน การทอี่ าจจะไมส่ นองตอบต่อความตอ้ งการของแต่ละชุมชนได้ และ
รวมท้งั ขอ้ จาํ กดั เกย่ี วกบั งบประมาณ (Budget) และตัวบุคคลหรอื เจา้ หนา้ ทีด่ ําเนนิ งานใหท้ ่วั ถงึ ได้ เมอ่ื
เป็นดงั น้ี การลดภาระของรัฐบาลโดยการใหป้ ระชาชนได้เขา้ มามีส่วนรว่ มในการปกครองตนเองเพือ่
การสนองตอบตอ่ ความตอ้ งการของชมุ ชน จะไดเ้ กดิ ความสะดวก รวดเร็ว และตรงกบั ความมงุ่
ประสงค์ของชมุ ชนน้นั ๆ จงึ เป็นผลให้การปกครองท้องถิน่ มบี ทบาทและความสาํ คัญเกดิ ข้นึ

รปู แบบการปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ สาํ หรบั การปกครองทอ้ งถิ่นของไทยในปัจจุบนั มี 2 รูปแบบ
ดว้ ยกนั คือ

1. รูปแบบการปกครองท้องถ่ินทัว่ ไป ไดแ้ ก่
1) องค์การบริหารส่วนจังหวดั (อบจ.) มีโครงสรา้ งการบรหิ าร คอื สภาองค์การ

บริหารส่วนจังหวัด และนายกองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั โดยมผี วู้ า่ ราชการจงั หวัดเป็นผกู้ ํากบั ดแู ล
2) เทศบาล มีโครงสร้างการบรหิ าร คอื สภาเทศบาล และนายกเทศมนตรี โดยมีผ้วู า่

ราชการจงั หวัดเปน็ ผู้กํากบั ดแู ล
3) องค์การบริหารสว่ นตําบล (อบต.) มีโครงสรา้ งการบรหิ าร คือ สภาองคก์ ารบริหาร

ส่วนตาํ บล และนายกองค์การบรหิ ารส่วนตําบล โดยมีนายอาํ เภอเป็นผู้กํากบั ดูแล
2. รูปแบบการปกครองท้องถิ่นรปู แบบพิเศษ ซ่ึงมีฐานะเป็นทบวงการเมือง และนิตบิ คุ คล โดยใน

ประเทศไทยมีอยู่ 2 แหง่ คือ
1) กรุงเทพมหานคร มีโครงสรา้ งการบรหิ าร คอื ผวู้ า่ ราชการกรงุ เทพมหานคร สภา

กรุงเทพมหานคร และสภาเขต
2) เมอื งพัทยา มโี ครงสร้างการบรหิ าร คอื สภาเมืองพทั ยา นายกเมอื งพัทยา

การปกครองท้องถนิ่ ของไทยในปัจจบุ ันมหี ลายรปู แบบแตกตา่ งกันออกไปตามความ
เหมาะสมกบั สภาพของแต่ละทอ้ งถน่ิ โดยในสภาวการณ์ทีเ่ กิดการเปลย่ี นแปลงท้งั ทางด้านเศรษฐกจิ
สังคม การเมือง ไดท้ าํ ใหป้ ระชาชนมคี วามตนื่ ตวั และมคี วามรคู้ วามเข้าใจในการปกครองตนเองมาก
ย่งิ ขึน้ โดยเฉพาะการรับรขู้ ่าวสารและการมีสว่ นรว่ มทางการเมอื งในรูปแบบต่าง ๆ ประกอบกบั การ
พัฒนาของประเทศได้ทาํ ให้ทอ้ งถ่นิ มคี วามเจริญข้นึ เปน็ ลําดบั จึงจําเปน็ อยา่ งยิ่งทจี่ ะต้องปรับปรงุ

38 ค่มู ือสง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสอื สามัญรุ่นใหญ่ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2

31

รปู แบบการปกครองท้องถ่ินไทยที่มอี ยใู่ นปจั จุบนั ให้เหมาะสมกบั สภาพเศรษฐกิจ สังคม และการเมอื ง
ทเ่ี ปลี่ยนแปลงไป เพอื่ ให้หนว่ ยการปกครองท้องถ่นิ สามารถปฏิบตั ิหนา้ ทข่ี องตนได้อยา่ งเต็มทแี่ ละมี
ประสทิ ธิภาพ สามารถตอบสนองความตอ้ งการของประชาชนในทอ้ งถิ่นและเสรมิ สร้างการมสี ่วนรว่ ม
ของประชาชนในการปกครองตนเองใหม้ ากทส่ี ดุ อันเปน็ เปาฺ หมายสําคญั ของการกระจายอาํ นาจการ
ปกครอง แตท่ ง้ั น้ี การที่จะเปลยี่ นแปลงรูปแบบโครงสรา้ ง อาํ นาจหน้าที่ของหน่วยการปกครอง
ท้องถิ่นรูปแบบใดก็ตาม จําเป็นจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมท้งั ทางด้านเศรษฐกจิ สงั คม
การเมือง ตลอดจนขดี ความสามารถทางด้านการบริหารบคุ คล การเงนิ และการคลงั ของท้องถ่ิน
เหลา่ นนั้ ประกอบกันดว้ ย

ท่ีมา : สวิ าพร สขุ เอยี ด สถาบันพระปกเกล้า (http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=การ
ปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ )

คมู่ ือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลกู เสือสามัญรนุ่ ใหญ่ ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2 39

32

ใบความรู้ 4

เรื่อง การช่วยเหลือเพ่ือนบ้าน

การอยู่ร่วมกันในสังคม จําเป็นอย่างย่ิงที่จะต้องมีน้ําใจไมตรีท่ีดีต่อกัน จึงจะอยู่กันได้
อย่างสนั ตสิ ุขความมนี าํ้ ใจเปน็ เรอ่ื งที่ทกุ คนทําได้ โดยไม่ต้องใช้เงินทองมากมายเพียงแต่แสดงความ
เมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ โดยการช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เป็นการแสดงน้ําใจได้ เช่นการพา
เด็กหรือผู้สูงอายุข้ามถนน หรือการสละที่น่ังบนรถโดยสารให้หญิงมีครรภ์ เป็นต้น ก็นับว่าเป็นการ
แสดงนาํ้ ใจการแสดงความมนี ้ําใจจึงไมใ่ ช่วัดกันด้วยเงิน บางคนมีเงินมากอาจแล้งน้ําใจก็ได้ บางคน
เป็นเศรษฐแี ต่ตระหน่ถี ่ีเหน่ยี ว ไม่ยอมสละเงนิ โดยไม่รับผลประโยชน์ตอบแทน

ความมนี ํ้าใจนัน้ ตรงกนั ข้ามกบั ความเห็นแกต่ วั มักจะคดิ แตป่ ระโยชน์ส่วนตัวมากอ่ น และ
ความมีนาํ้ ใจตรงกันขา้ มกบั ความอจิ ฉาริษยา คนท่อี จิ ฉาริษยาคนอนื่ ย่อมปรารถนาท่จี ะเหน็ ความวบิ ตั ิ
ของผูท้ ีไ่ ดด้ กี ว่า แต่คนมีน้ําใจนั้นเม่ือเหน็ คนอนื่ ดีกวา่ จะมมี ุทติ าจิต แสดงความยนิ ดีด้วยอย่างจริงใจ
ผ้มู ีนาํ้ ใจนน้ั เมอื่ เห็นคนอ่ืนไดด้ กี วา่ จะมีมุทิตาจิตแสดงความยินดีด้วยความจริงใจ ผู้มีนํ้าใจจะนึกถึง
ผูอ้ ื่น และจะพยายามช่วยผอู้ น่ื ที่ด้อยโอกาสกว่า ผมู้ ีนาํ้ ใจจงึ เปน็ ท่ีรักและตอ้ งการของคนเราอาจฝกึ ฝน
ตนเองใหเ้ ปน็ คนมีน้ําใจได้ ดงั น้ี
1. จงเอาใจเขามาใสใ่ จเรา คิดถงึ หวั อกของคนอื่น และแสดงต่อผู้อ่นื เหมือนทีเ่ ราตอ้ งการใหค้ นอืน่

แสดงตอ่ เรา จงทําดตี อ่ คนอืน่ โดยไม่หวังผลตอบแทน ไม่ว่าความดนี ั้นจะเป็นเพียงสิง่ เลก็ นอ้ ยหรอื
สิง่ ยิง่ ใหญก่ ต็ าม
2. จงเปน็ ผใู้ หม้ ากกว่าผูร้ บั
3. จงแสดงนาํ้ ใจกบั คนรอบขา้ ง เชน่ เม่อื เวลาไปเทยี่ วในทไี่ กลหรอื ใกล้กต็ ามควรมีของฝากมาถึง
คนทเ่ี รารจู้ กั และญาตมิ ติ รของเรา อันเปน็ การแสดงความมนี า้ํ ใจต่อกนั ไม่จาํ เป็นจะตอ้ งใช้เงนิ
มากมาย
4. จงเสยี สละกาํ ลังทรัพย์ สติปัญญา กําลังกาย และเวลาให้แก่ผเู้ ดือดรอ้ นที่ตอ้ งการพึง่ พาอาศัยเรา
โดยเป็นการกระทําทไี่ ม่หวังผลตอบแทน
5. จงมนี ิสัยเออื้ เฟือ้ ชว่ ยเหลอื เก้ือกลู ตอ่ เพื่อนบ้าน เชน่ ไปรว่ มงานพธิ ตี ่าง ๆ เชน่ งานแตง่ งาน
งานศพ หรืองานอ่ืน ๆ
6. จงให้ความรกั แกค่ นอนื่ ๆ และใหค้ วามร่วมมอื เมือ่ เขาขอรอ้ งหรอื รวู้ ่าเขากําลังลําบากต้องการ
ความช่วยเหลอื

การฝกึ ฝนตนเองใหเ้ ปน็ คนมีนาํ้ ใจ นอกจากจะทําใหเ้ ราจติ ใจทด่ี งี ามเบิกบานแจม่ ใส
ผิวพรรณผ่องใสใบหน้าอม่ิ เอิบแลว้ ยงั ทาํ ใหม้ ติ รสหายมาก ใครกอ็ ยากคบหาสมาคมด้วย เพราะความ
มีนํา้ ใจแสดงถงึ ความมีเมตตา กรุณา ตอ่ เพอ่ื นมนุษย์ และความเมตตานี้เองจะเป็นกําแพงปอฺ งกนั ภยั
ให้เราได้

ทม่ี า : ศริ ิจนั ทร์ สขุ ใจ พยาบาลวชิ าชพี โรงพยาบาลจิตเวชขอนแกน่ ราชนครินทร์

40 คูม่ ือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลกู เสือทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสือสามัญรนุ่ ใหญ่ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 2

33

ใบความรทู้ ่ี 5
เรอื่ ง หน้าที่พลเมอื ง

ความหมายของประชาธปิ ไตย
ประชาธิปไตย หมายถึง การปกครองทีป่ ระชาชนมีอํานาจสงู สุด ประชาชนทกุ คนมีสทิ ธิ

หนา้ ท่ี และความรับผิดชอบตอ่ สงั คมประเทศชาติโดยเท่าเทยี มกนั ทง้ั ในดา้ นการปกครองและการ
ดําเนินชีวติ

ประชาธิปไตย เป็นทั้งระบอบการปกครองและวิถกี ารดําเนนิ ชีวติ ของประชาชน
1. ในแงข่ องการปกครอง ประชาธิปไตยเปน็ การปกครองท่ีสนองความต้องการพื้นฐานของ
มนุษย์ ซึง่ ตอ้ งการมสี ิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ตลอดจนไดร้ ับการยอมรบั ในศักดิศ์ รคี วามเป็น
มนษุ ย์
2. ในแง่ของการดําเนนิ ชีวติ ผู้คนในสังคมประชาธปิ ไตย จะต้องปฏบิ ตั ิต่อกนั ใหส้ อดคลอ้ งกบั
หลกั การของระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือ ตอ้ งยอมรับว่ามนุษยท์ กุ คนมีความเสมอภาคเท่าเทียม
กัน ต้องเคารพในสิทธแิ ละเสรภี าพของบคุ คลอนื่ ตลอดจนตอ้ งมีหนา้ ที่และความรับผิดชอบตอ่
ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ
ลกั ษณะสาคัญของประชาธิปไตย

ระบอบประชาธปิ ไตยมลี กั ษณะสาํ คญั ดงั น้ี
1. อาํ นาจการปกครองประเทศเปน็ ของประชาชนและประชาชนตอ้ งมีส่วนร่วมในการ
ปกครอง ดังตวั อยา่ ง

 การใช้สิทธอ์ิ อกเสียงเลอื กตงั้

 การชมุ นมุ ทางการเมอื งอย่างสงบโดยปราศจากอาวุธ

 การแสดงความคิดเหน็ วพิ ากษว์ จิ ารณ์การทํางานของรัฐบาลและข้าราชการ
2. การยดึ หลกั กฎหมายและนติ ธิ รรม ระบอบประชาธปิ ไตย ต้องมรี ัฐธรรมนญู เป็นหลัก
กฎหมายสูงสดุ ในการปกครองประเทศ ประชาชนมหี นา้ ทต่ี อ้ งเคารพกฎหมายบ้านเมือง และรฐั บาลมี
หน้าท่ตี อ้ งบังคับใช้กฎหมายต่อประชาชนอย่างเสมอภาคเทา่ เทยี มกนั
3. ประชาชนมีสทิ ธิ เสรภี าพ และความเสมอภาคกันตามกฎหมาย ระบอบ
ประชาธปิ ไตยเน้นให้ประชาชนตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและเคารพสทิ ธิ เสรภี าพ และความเสมอภาค
ของบุคคลอืน่ เช่น การเปิดวทิ ยฟุ งั เพลงเป็นสทิ ธแิ ละเสรภี าพทเี่ ราจะทาํ ได้ แตต่ ้องไม่เปิดเสยี งดังจน
ก่อความเดอื ดรอ้ นรําคาญตอ่ ผ้อู น่ื
4. การยอมรบั การตัดสินใจของฝูายเสียงข้างมาก ระบอบประชาธิปไตยตดั สนิ ปัญหา
โดยยึดถือเสยี งข้างมากหรอื เสยี งส่วนใหญ่เปน็ เกณฑ์ เช่น การออกกฎหมายของรัฐสภา หรือการลง

คมู่ ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสอื สามญั รุ่นใหญ่ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 41

34

มตใิ นทปี่ ระชุม เป็นต้น เมอื่ เสยี งส่วนใหญต่ ดั สนิ ใหเ้ ปน็ ไปในทางใด ฝูายเสยี งขา้ งนอ้ ยกต็ อ้ งยอมรับ
และปฏบิ ัตใิ หเ้ ป็นไปตามนน้ั
หลักการสาคัญของประชาธปิ ไตย

ระบอบประชาธปิ ไตยมหี ลกั การสาํ คัญ ดังน้ี
1. อาํ นาจอธปิ ไตย เป็นอาํ นาจสงู สดุ ในการปกครองประเทศ อาํ นาจอธปิ ไตยเป็นอาํ นาจ
ของประชาชน แบง่ ออกเป็น 3 ฝูาย ไดแ้ ก่ อํานาจนติ บิ ญั ญัติ อํานาจบรหิ าร และอาํ นาจตลุ าการ
ประชาชนเจ้าของประเทศไม่สามารถใช้อาํ นาจอธปิ ไตยท้ัง 3 โดยตรงได้ เนอ่ื งจาก
ประชากรของประเทศมีจํานวนมาก จงึ ต้องมอบอํานาจสูงสดุ ในการปกครองประเทศใหแ้ ก่ตวั แทน
ดงั น้ี

 อํานาจนิตบิ ญั ญตั ิ ผู้ใชอ้ ํานาจแทนประชาชน คอื รัฐสภา

 อาํ นาจบรหิ าร ผ้ใู ช้อาํ นาจแทนประชาชน คือ คณะรัฐมนตรี (รัฐบาล)

 อํานาจตุลาการ ผูใ้ ช้อํานาจแทนประชาชน คอื ศาล
2. การใช้อํานาจอธปิ ไตยจะตอ้ งเปน็ ไปตามท่ีรฐั ธรรมนญู กาํ หนด หมายถึง การใช้
อาํ นาจนิตบิ ญั ญัติ อาํ นาจบริหาร และอํานาจตลุ าการ ตอ้ งเป็นไปตามที่กาํ หนดไว้ในรัฐธรรมนญู ไม่ใช้
นอกเหนอื จากน้ีโดยเดด็ ขาด เพอ่ื ให้เกิดความบริสุทธิย์ ุติธรรมอย่างแทจ้ รงิ
3. สทิ ธิเสรภี าพของประชาชนจะได้รบั การคุ้มครองตามกฎหมายรฐั ธรรมนูญ ทง้ั น้ี
รัฐธรรมนญู จะกําหนดสทิ ธิ เสรภี าพ และหนา้ ทข่ี องประชาชนไว้อยา่ งชดั เจน ตัวอยา่ งเช่น

 สิทธิ ได้แก่ สทิ ธใิ นการครอบครองทรพั ยส์ นิ สทิ ธิในการศกึ ษาเล่าเรียน สทิ ธิใน
การออกเสียงเลอื กตงั้ และสทิ ธิในการมอบมรดก ฯลฯ

 เสรีภาพ ไดแ้ ก่ เสรีภาพในการเดนิ ทาง การพูด การเขยี น การต้ังถ่นิ ฐาน ฯลฯ

 หนา้ ที่ ได้แก่ หน้าทใี่ นการเสียภาษอี ากร การปอฺ งกนั ประเทศ ฯลฯ
4. ประมขุ ของประเทศในระบอบประชาธิปไตย คือ พระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดี
แต่การใช้อํานาจหรอื การปฏิบัติใดๆ จะต้องอยู่ภายใตข้ อบเขตกฎหมายรฐั ธรรมนญู

การใช้อานาจอธิปไตยของปวงชนในระบอบประชาธิปไตย
การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย ประชาชนมีสว่ นร่วมในการปกครองและใชอ้ าํ นาจ

อธิปไตยในการปกครองประเทศได้ 2 กรณี ดังนี้
1. การใชอ้ ํานาจอธปิ ไตยโดยตรง หมายถึง ประชาชนทาํ หน้าที่ดา้ นนิตบิ ญั ญัติ บริหาร

หรอื ตลุ าการด้วยตนเอง ไมม่ ผี ู้แทน โดยประชุมรว่ มกัน ณ สถานท่ีแห่งใดแห่งหนง่ึ เปน็ ลกั ษณะการ
ปกครองของนครรัฐเลก็ ๆ สมัยโบราณทม่ี ปี ระชากรไมม่ ากนกั เชน่ นครรัฐกรีกโบราณ ในปัจจบุ ันไม่
พบลักษณะเชน่ น้ีอกี แลว้

42 คู่มือส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลูกเสือทกั ษะชวี ติ ในสถานศึกษา ลกู เสอื สามัญรุน่ ใหญ่ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2

35

2. การใช้อํานาจอธิปไตยโดยทางอ้อมหรือมีผู้แทน เป็นรูปแบบการปกครองระบอบ
ประชาธปิ ไตยในปจั จบุ นั เนือ่ งจากแต่ละประเทศมีจาํ นวนประชากรมาก ประชาชนทุกคนจึงไม่อาจใช้
อํานาจอธิปไตยด้วยตนเองได้ จึงต้องมีผู้แทนที่มาจากการเลือกต้ังหรือตามวิธีที่กําหนดไว้ใน
รัฐธรรมนญู ทาํ หน้าทแ่ี ทน เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะรฐั มนตรี เปน็ ต้น

สรุปสาระสาคัญ : การดาเนนิ ชวี ิตตามวิถสี งั คมประชาธิปไตย
คณุ ลักษณะสาํ คญั ของการอย่รู ว่ มกันในสงั คมประชาธิปไตย

การอยูร่ ว่ มกันในสังคมประชาธิปไตยอย่างมคี วามสขุ ผ้คู นจะต้องยึดหลักปฏบิ ตั ิ 6 ประการ
ดังนี้

1. ต้องเคารพกฎหมายของบา้ นเมอื งโดยเคร่งครดั
2. ต้องเคารพในสิทธิและเสรภี าพของบคุ คลอ่นื การใชส้ ทิ ธแิ ละเสรภี าพของตนเองจะต้อง
ไมล่ ะเมดิ สิทธขิ องผอู้ น่ื หรอื ทาํ ใหผ้ ู้อ่นื ได้รับความเดอื ดรอ้ น
3. ตอ้ งมีความรับผดิ ชอบต่อหน้าที่ ท้ังต่อตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสังคม
ประเทศชาติ
4. ต้องมีคุณธรรมและจรยิ ธรรมในการดาํ เนินชีวติ ประจําวันและการปฏิบัติตอ่ ผอู้ ่ืน เชน่ มี
ความซอื่ สัตย์สจุ รติ ตรงต่อเวลา และมีวินยั ในตนเอง เปน็ ตน้
5. ต้องมีนิสยั เปน็ นกั ประชาธปิ ไตย เชน่ มเี หตผุ ล รบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผูอ้ ื่น ยกย่องให้
เกยี รตผิ ู้อืน่ และเหน็ แกป่ ระโยชนส์ ่วนร่วมมากกวา่ ประโยชน์สว่ นตน
6. ตอ้ งมีความกระตอื รือร้น สนใจ และเอาใจใสต่ ่อปญั หาของสว่ นรวม เพอื่ เขา้ มามีสว่ นร่วม
แกไ้ ขปัญหาและพัฒนาสังคมให้เจริญกา้ วหนา้ ยิ่งขน้ึ

แนวทางการปฏบิ ัติตนเป็นพลเมอื งดีตามวถิ ีสงั คมประชาธปิ ไตย
การประพฤติปฏิบตั ติ นเปน็ “พลเมืองดี” เปน็ ปจั จัยสําคัญผลักดนั ให้สงั คมประชาธิปไตย

มคี วามเจริญก้าวหนา้ แนวทางการปฏิบตั ิตนเปน็ พลเมอื งดี ดงั นี้
1. การมีส่วนรว่ มในกระบวนการประชาธปิ ไตย พลเมืองดคี วรรว่ มมอื กนั ทาํ งานเพือ่

แกไ้ ขปัญหาหรอื พัฒนาเศรษฐกิจ สงั คม และการเมืองของประเทศใหเ้ จรญิ ก้าวหนา้ ตามกระบวนการ
ของระบอบประชาธปิ ไตย ซงึ่ “รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550” ท่ใี ชอ้ ยใู่ นปจั จบุ ัน ได้
ให้สิทธิแกป่ ระชาชนรวมตวั กนั หรือร่วมมือกนั กระทํา ดังน้ี

 การชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธ เพอ่ื แสดงความคิดเหน็ หรอื เรียกรอ้ งให้
รัฐบาลหรอื หน่วยราชการแกไ้ ขปญั หาตา่ งๆ ทสี่ ่งผลกระทบต่อประชาชน

คมู่ อื สง่ เสริมและพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลูกเสอื สามัญรุ่นใหญ่ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 43

36

 การจัดตั้งพรรคการเมือง เพอ่ื ดําเนนิ การทางการเมอื งให้เป็นไปตาม

แนวนโยบายหรืออุดมการณ์ของกลุ่มตน

 การจัดตัง้ มลู นิธิ สมาคม สหกรณ์ กล่มุ อาชีพ ฯลฯ เพ่ือรว่ มมอื กันปกปอฺ งและ

รักษาผลประโยชนข์ องกลมุ่ คณะตน

การมีส่วนร่วมในกจิ กรรมทางสงั คม พลเมอื งดตี ้องสนใจ เอาใจใส่ และมสี ่วนร่วมรบั ผดิ ชอบ
แกไ้ ขปญั หาสงั คม หรอื เข้ารว่ มกจิ กรรมพัฒนาสงั คมตามโอกาสสมควร ได้แก่ การรว่ มมอื ปอฺ งกันสา
สธาธราณรภณยั ภตยั า่ ตง่าๆง ขๆอขงทอง้อทงถอ้ งน่ิ ถหิน่ รหือรชอื ุมชชมุ นชนเชเน่ ช่นไฟไไฟหไมห้ มน้ ํ้านท�ำ้ ว่ทมว่ มแลแะลขะาขดาแดคแลคนลนแแหหลลง่ น่งนา้ํ �ำ้ เปเป็นน็ ตตน้ ้น
การรว่ มมอื ปฺองกนั และแกไ้ ขปญั หาสังคมที่สง่ ผลกระทบตอ่ สวัสดภิ าพความปลอดภยั ของสมาชิกใน
ชมุ ชน เช่น การแพร่ระบาดของยาเสพตดิ ให้โทษ และอาชญากรรม เป็นต้น

การรว่ มมอื สร้างความสามคั คตี ่อหมคู่ ณะ สรา้ งความสมานฉนั ทร์ ะหว่างประชาชนในท้องถน่ิ
หรอื ชมุ ชน โดยไม่แบง่ แยกเชอ้ื ชาติ ศาสนา หรือฐานะทางเศรษฐกิจ
การเข้าร่วมกิจกรรมด้านอนรุ กั ษ์ศลิ ปะ วฒั นธรรม ประเพณี และภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ
การดูแลรักษาสาธารณสมบัติและคณุ ภาพของสง่ิ แวดล้อมในท้องถิ่นหรอื ชุมชน
การร่วมมอื ดูแล ศาสนสถาน วดั วาอาราม พระพุทธรูป และภาพจิตรกรรมฝาผนงั ในพระอโุ บสถ
ปอฺ งกนั มใิ หถ้ ูกโจรกรรมหรอื ทําใหเ้ กดิ ความเสยี หายการร่วมมอื ซอ่ มแซม บํารุงรักษาถนน คณุ ภาพ
ของแหล่งนา้ํ ตามธรรมชาตแิ ละบ่อนํ้าบาดาลของหมบู่ า้ น ขุดลอกคูคลอง ฯลฯ
การรว่ มมอื รกั ษาคณุ ภาพของส่ิงแวดล้อมมใิ หเ้ กิดปญั หามลพษิ เช่น รณรงค์ไมใ่ หท้ ้ิงขยะ เศษอาหาร
หรือสิ่งปฏกิ ูลตา่ งๆ ลงในแมน่ ํา้ ลาํ คลองการรว่ มมอื ดูแลรกั ษาแหลง่ ทรพั ยากรธรรมชาติให้อยใู่ นสภาพ
สมบรู ณ์ เช่น พ้นื ทปี่ าู ไม้ หาดทราย ฯลฯ

บทบาทและหน้าท่ีของพลเมอื งดีตอ่ ทอ้ งถ่นิ ชมุ ชน หรือประเทศชาติ
บุคคลทเ่ี ปน็ “พลเมืองดี” ตอ้ งมบี ทบาทและหนา้ ทต่ี อ่ ทอ้ งถน่ิ ชมุ ชน หรือประเทศชาติ ดังนี้

ประกอบอาชีพสจุ รติ ใช้สทิ ธ์อิ อกเสยี งเลอื กตงั้ ทุกครง้ั รักษาความสามคั คีในหมคู่ ณะ
ชว่ ยอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรม ประเพณี และศลิ ปะอันดงี ามของชาติ ช่วยเหลือคนพิการ เดก็ กาํ พร้า และคน
ยากจนให้มีรายได้ ชว่ ยพฒั นาความเจริญกา้ วหน้าของท้องถนิ่ หรอื ชุมชนในด้านตา่ งๆ ให้ความ
ร่วมมอื กบั ทางราชการหรอื องคก์ รภาคเอกชน ในการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ของประชากร แกไ้ ขปัญหา
ดา้ นส่งิ แวดลอ้ มและความเสอื่ มโทรมของทรพั ยากรธรรมชาติ

สรุปสาระสาคญั : สิทธิ เสรภี าพ และหน้าที่ของปวงชนชาวไทย
ความหมายของสิทธิ เสรภี าพ และหน้าที่
สิทธิ หมายถึง อาํ นาจหรอื ความสามารถของคนเราท่ีจะทาํ ส่งิ ใดๆ ไดโ้ ดยชอบธรรม หรอื ทาํ

ในส่งิ ทีถ่ กู ตอ้ งตามกฎเกณฑท์ สี่ ังคมกาํ หนด และรวมถงึ ประโยชนท์ ีค่ นเราพึงไดต้ ามกฎหมายใหก้ าร
คุ้มครอง

44 คูม่ ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสือทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลูกเสอื สามญั ร่นุ ใหญ่ ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 2

37

ตวั อยา่ ง เชน่ สิทธใิ นการเข้ารับการศกึ ษา สิทธใิ นการเปน็ เจา้ ของบ้านและทดี่ นิ สิทธใิ น
ครอบครวั สิทธิในการออกเสียงเลอื กต้งั และสทิ ธิในการรับบริการจากโรงพยาบาลของรฐั

เสรีภาพ หมายถึง สภาวะทบี่ คุ คลมีอสิ ระไมอ่ ยภู่ ายใตก้ ารครอบงําของบุคคลอนื่ สามารถที่
จะคิด พูดหรอื กระทําในสง่ิ ท่ตี นพอใจได้ ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย ทั้งน้จี ะต้องไมล่ ะเมดิ สทิ ธิของ
คนอื่น หรอื ทําให้ผอู้ ่นื ไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ น

ตัวอยา่ ง เชน่ เสรีภาพในการพดู การเขยี น การพมิ พ์โฆษณา และเผยแพรห่ นงั สือหรอื
สง่ิ พมิ พ์ ในทส่ี าธารณะ โดยขอ้ ความทพ่ี ิมพอ์ อกไปนน้ั จะตอ้ งไมล่ ะเมดิ หรือทาํ ใหผ้ ้อู น่ื ได้รบั ความ
เดือดรอ้ น เสรภี าพในการเดินทางท่องเท่ยี ว เสรีภาพ ในการประกอบอาชพี และเสรีภาพในการตั้งถนิ่
ฐาน เป็นต้น

หน้าที่ หมายถงึ สง่ิ ท่บี ุคคลจะตอ้ งปฏิบตั ิ ถ้าละเวน้ ไม่ปฏบิ ัตจิ ะทาํ ใหเ้ กดิ ความเสียหายต่อ
ตนเอง หรอื สว่ นรวม หรืออาจมคี วามผดิ ตามกฎหมายได้ เช่น หนา้ ที่เขา้ รบั ราชการทหารของ
ชายไทย หนา้ ที่เสียภาษอี ากรของบคุ คลผู้มรี ายได้
สทิ ธิ เสรภี าพ และหนา้ ทขี่ องชาวไทยต่อครอบครัว

สทิ ธิ เสรีภาพ และหนา้ ทีข่ องชาวไทยต่อครอบครัว

1. สิทธแิ ละเสรีภาพในครอบครวั

 บคุ คลมสี ทิ ธิและเสรภี าพท่จี ดั การกบั ครอบครวั ของตน เช่น จะมีบตุ รกี่คน จะตง้ั ชอ่ื ให้
ลกู อย่างไร หรอื จะดาํ เนนิ ชีวิตสว่ นตัวอย่างไร ย่อมเป็นสิทธขิ องบุคคลนนั้ ใครจะมาลว่ งละเมดิ ไมไ่ ด้

 เด็ก เยาวชน และบุคคลในครอบครวั มสี ทิ ธ์ไิ ดร้ ับการคมุ้ ครองโดยรัฐ มใิ หม้ กี าร
ละเมิด หรอื ใช้ความรนุ แรง หรอื การปฏบิ ตั ไิ ม่เปน็ ธรรมภายในครอบครวั เช่น การลงโทษทบุ ตอี ย่าง
ทารุณโหดร้ายจากผ้ใู หญห่ รอื สามที ําร้ายรา่ งกายภรรยา เปน็ ตน้ ซง่ึ กรณดี ังกลา่ วเจ้าหนา้ ทขี่ องรฐั จะ
เขา้ แทรกแซงได้

2. หน้าทข่ี องบุคคลตอ่ ครอบครวั

 สมาชกิ ในครอบครวั มคี วามรกั สามคั คีต่อกัน แสดงออกทางกายและวาจาดว้ ยความ
อ่อนโยน มเี มตตา เป็นมติ ร และเอื้ออาทรตอ่ กนั คอยช่วยเหลือเอาใจใสซ่ ง่ึ กันและกัน

 บดิ า มารดา ตอ้ งเล้ียงดบู ตุ รด้วยความรักและความเอาใจใส่ ให้การอบรมส่ังสอนบุตร
ให้อยู่ในกรอบของศีลธรรมอนั ดงี าม และสนับสนุนใหเ้ ขา้ รับการศกึ ษาอยา่ งเต็มกาํ ลงั ความสามารถ

 บุตร มีหน้าที่เคารพเช่อื ฟงั และอยูใ่ นโอวาทของบดิ า มารดา และญาตผิ ใู้ หญใ่ น
ครอบครวั ตั้งใจศึกษาเลา่ เรยี น และคอยชว่ ยเหลืองานบ้าน ตลอดจนประพฤติตนไมใ่ หเ้ ส่อื มเสยี
ชอื่ เสียงของวงศต์ ระกูล
สิทธิ เสรภี าพ และหน้าทขี่ องชาวไทยตอ่ ท้องถนิ่ ชมุ ชนหรอื สังคม

คูม่ ือส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทักษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสอื สามัญรุ่นใหญ่ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 45

38

สทิ ธิ เสรภี าพ และหนา้ ที่ของชาวไทยตอ่ ทอ้ งถ่ิน ชุมชนหรอื สังคม

1. สทิ ธิ และเสรีภาพในทางสังคม

 บุคคลมสี ทิ ธแิ ละเสรีภาพในเคหสถาน ในฐานะทีเ่ ป็นเจ้าของบา้ นย่อมได้รับการ
เคารพในสิทธขิ องตนผ้ใู ดจะเขา้ ไปอาศยั ครอบครอง หรอื บุกรุกไมไ่ ด้ แมแ้ ต่เจา้ หนา้ ท่ตี าํ รวจจะเขา้ ไป
ตรวจค้นยอ่ มต้องมหี มายค้นทอี่ อกโดยศาล

 บุคคลมสี ทิ ธแิ ละเสรีภาพในการติดตอ่ ส่ือสารถึงกันโดยวิธีการทีช่ อบดว้ ยกฎหมาย
 บคุ คลมีสทิ ธิและเสรภี าพในการเดนิ ทาง และเลอื กถ่นิ ฐานท่ีอยไู่ ด้
 บคุ คลมีสทิ ธิและเสรภี าพในการชมุ นมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธ
 บุคคลมสี ทิ ธแิ ละเสรภี าพในการนับถือศาสนา
 บุคคลมีสทิ ธิเสมอภาคกนั ในการเขา้ รับการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานไมน่ อ้ ยกวา่ 12 ปี
 บุคคลมีสทิ ธิและเสรภี าพในการรวมตัวจัดตัง้ เปน็ สมาคม สหพนั ธ์ สหกรณ์ กลมุ่
เกษตรกร และอ่ืนๆ
 บุคคลมีสทิ ธแิ ละเสรีภาพในการเลอื กประกอบอาชีพทีไ่ ม่ขดั ตอ่ กฎหมาย
2. หนา้ ท่ขี องบคุ คลต่อทอ้ งถิ่น ชุมชน หรือสงั คม
 บคุ คลมหี น้าทใ่ี ห้ความมอื กบั รฐั ท้องถนิ่ หรือชมุ ชน ดูแลรกั ษาสาธารณสมบัติ
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อมภายในทอ้ งถน่ิ หรอื ชมุ ชนของตนให้อยใู่ นสภาพดีเสมอ
 บคุ คลมหี นา้ ทเี่ คารพกฎระเบียบและปฏบิ ตั ิตามกฎหมายของทอ้ งถ่นิ ได้แก่ เทศ
บญั ญตั ิ ข้อบงั คบั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาํ บล (อบต.) หรอื ข้อบญั ญตั ิกรงุ เทพมหานคร เปน็ ต้น
 บคุ คลมหี น้าทลี่ งคะแนนเสียงเลือกตัง้ สมาชกิ สภาทอ้ งถน่ิ เช่น เทศบาล องคก์ าร
บรหิ ารส่วนตาํ บล (อบต.) หรือเลือกตั้งผูบ้ รหิ ารของทอ้ งถนิ่ เชน่ ผวู้ า่ ราชการกรุงเทพมหานคร เป็น
ตน้
 บุคคลมหี นา้ ท่รี ่วมมือกบั รัฐ เอกชน ทอ้ งถน่ิ หรอื ชมุ ชน สบื สานภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ
และอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมและประเพณอี นั ดงี ามของท้องถ่นิ ใหค้ งอยู่สืบไป
 บคุ คลมหี น้าทใี่ หค้ วามรว่ มมอื กบั รัฐ ท้องถน่ิ หรือชุมชน พัฒนาความเจริญของ
ทอ้ งถิ่นหรอื ชมุ ชนในด้านตา่ งๆ เชน่ ซ่อมและสร้างสะพาน ถนน บอ่ นา้ํ บาดาล เสาไฟฟาฺ ฯลฯ
3. หน้าทีข่ องบคุ คลตอ่ ประเทศชาติ
 บคุ คลมหี นา้ ทปี่ ฏิบัติตามกฎหมายของบา้ นเมือง
 บุคคลมหี นา้ ทไี่ ปใชส้ ทิ ธิออกเสยี งเลือกตง้ั
 บคุ คลมหี นา้ ที่ปอฺ งกันประเทศ

46 ค่มู ือส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสือทักษะชวี ิตในสถานศึกษา ลูกเสอื สามญั รุ่นใหญ่ ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 239

 บคุ คลผมู้ ีรายไดม้ หี นา้ ที่ตอ้ งเสียภาษีอากรให้รฐั
 บุคคลมหี นา้ ท่ชี ว่ ยเหลือราชการตามสมควร
 บคุ คลมหี นา้ ทีเ่ ข้ารบั การศึกษาอบรมในระดับการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
 บุคคลมหี น้าทพ่ี ิทกั ษ์ ปกปอฺ งและสืบสานศิลปวฒั นธรรมของชาตแิ ละภมู ปิ ญั ญา

ทอ้ งถ่นิ
 บคุ คลมหี น้าทอ่ี นรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อ

คมู่ อื สง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชีวิตในสถานศึกษา ลูกเสอื สามญั รุ่นใหญ่ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 47

40

ใบงานที่ 1
เรอ่ื ง สถาบันหลักท่ีควรเทิดทนู

ใหล้ กู เสอื อภปิ รายกล่มุ โดยรว่ มกนั ใหค้ ํานยิ ามความหมายของสถาบนั หลกั ของประเทศ

สถาบันชาติ
นยิ าม
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

สถาบันศาสนา
นยิ าม
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

สถาบันพระมหากษัตริย์
นยิ าม
.................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
สรปุ
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

48 คู่มอื ส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลูกเสอื สามญั รนุ่ ใหญ่ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2

41

คาตอบใบงานท่ี 1
เร่ือง สถาบนั หลักทคี่ วรเทดิ ทนู

ใหล้ ูกเสอื อภิปรายกลุ่มโดยรว่ มกนั ใหค้ าํ นยิ ามความหมายของสถาบันหลักของประเทศ

คาตอบ
สถาบนั หลกั เป็นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคท์ ่แี สดงออกถึงการเป็นพลเมอื งดขี องชาติ

ธํารงไวซ้ งึ่ ความเปน็ ชาติ ศรทั ธา ยดึ มน่ั ในศาสนา และเคารพเทดิ ทนู สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ เดก็ ท่มี ี
ความรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ จะเปน็ เด็กทีแ่ สดงออกถงึ การเปน็ พลเมืองดขี องชาติ มคี วามสามคั คี
ปรองดอง ภมู ใิ จ เชดิ ชูความเปน็ ไทย ปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ศาสนาทีต่ นนับถือ และแสดงความ
จงรักภกั ดีต่อสถาบันพระมหากษัตรยิ ์

สถาบนั ชาติ
นยิ ามแผ่นดินทีม่ ีประชาชน มอี าณาเขตทแ่ี นน่ อน มกี ารปกครองเป็นสดั สว่ น มีผนู้ ําเป็น
ผ้ปู กครองประเทศและประชาชนทัง้ หมด ด้วยกฎหมายทีป่ ระชาชนในชาตินนั้ กําหนดขึน้ เชน่
ประเทศไทย มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมขุ มี
ศาสนาพทุ ธ เป็นศาสนาประจาํ ชาติ มวี ัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารตี ประเพณี เป็นเอกลกั ษณ์
ประจําชาติของตนเอง สืบทอดกันมาจากบรรพบรุ ุษเปน็ เวลายาวนาน ผูท้ ่ีมคี วามรักชาติ จะชว่ ยกัน
ปกปอฺ งรักษาชาติ ไมใ่ หศ้ ตั รมู ารุกรานหรือทํารา้ ยทําลาย เพอื่ ให้ลกู หลานไดอ้ ยอู่ าศยั ต่อไปใหอ้ ยู่
รว่ มกันดว้ ยความสงบสุขสืบไป
สถาบันศาสนา

นยิ ามคําสอนขององค์พระศาสดาแตล่ ะพระองค์ ศาสนาทกุ ศาสนามไี วเ้ พื่อสอนใหม้ นษุ ย์

ลพะชชั่วั่ว ประพฤตดิ ี ผู้ทร่ี กั ศาสนา จะเปน็ ผ้ทู น่ี ําคาํ สอนของแตล่ ะศาสนาไปประพฤตปิ ฏิบัตใิ น
ชวี ติ ประจาํ วนั ละความชัว่ กระทําแตค่ วามดี และทาํ จิตใจให้สะอาดปราศจากเรือ่ งเศร้าหมอง คือ
ความโลภ ความโกรธ ความหลง สว่ นผูท้ ่ีไม่รักศาสนา จึงเป็นผู้ทไี่ มน่ ําคาํ สอนของศาสนานนั้ ไป
ประพฤตปิ ฏิบัติ ไมล่ ะความชว่ั ไม่ประพฤตดิ ี ไมช่ ําระจติ ใจใหส้ ะอาดปราศจากกเิ ลส ปลอ่ ยใหค้ วาม
โลภ ความโกรธ ความหลงครอบงาํ จิตใจ

สถาบันพระมหากษตั ริย์
นยิ ามพระเจา้ แผน่ ดิน ผเู้ ปน็ พระประมุขของประเทศ มีหนา้ ทปี่ กครองประชาชนพลเมอื งใน
ประเทศนัน้ ใหอ้ ยดู่ มี สี ขุ ตามกฎหมาย ตามครรลองคลองธรรมจารตี ประเพณีวัฒนธรรมของชาตนิ ั้นๆ
เช่น ประเทศไทยมพี ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั ฯ ทรงเปน็ พระประมุข ทรงปกครองแผน่ ดนิ โดยธรรม
เพ่อื ประโยชนส์ ขุ แหง่ มหาชนชาวสยาม ทรงใหแ้ นวพระราชดําริเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางใน
การดาํ เนนิ ชวี ติ ของปวงชนชาวไทย นาํ ความเจรญิ รุ่งเรืองความผาสุกมาสพู่ สกนิกรถ้วนหนา้ มคี วาม
เปน็ อยูอ่ ยา่ งรม่ เย็นเป็นสขุ มคี วามรู้รกั สามคั คกี ลมเกลยี ว เราควรประพฤติตนเปน็ คนดถี วายเป็น
พระราชกุศล และถวายความจงรักภกั ดแี ดพ่ ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวฯ

คู่มือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลกู เสือสามญั รุ่นใหญ่ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 49

42

สรุป
สถาบนั ทงั้ 3 นม้ี บี ุญคณุ ตอ่ เราอยา่ งมาก เพราะชาติ คอื แผน่ ดนิ ท่ีเราอยูอ่ าศัย ศาสนา

คือ คาํ สอนขององค์พระศาสดาแตล่ ะพระองคท์ ส่ี อนให้เราทกุ คนเป็นคนดี และพระมหากษตั ริย์ คือ
ผู้ปกครองบา้ นเมืองโดยธรรม เพือ่ ความสงบสขุ ของพสกนิกรชาวไทย เราทุกคนจงึ ควรรกั ชาติ รกั

ศาสนา รักพระมหากษตั รยิ ์ ด้วยใจอันบริสทุ ธ์ิ ยดึ ม่ันและปฏบิ ัติตามหลกั ธรรม เพื่อการอยรู่ ว่ มกัน
อย่างสนั ติสุข

50 คูม่ อื ส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลกู เสือทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสือสามัญร่นุ ใหญ่ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 2

43

ใบงานท่ี 2
เรื่อง ค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ

ใหล้ กู เสอื ช่วยกันนยิ ามความหมาย คา่ นยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ

1.ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
นยิ าม
.................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................

2. ซื่อสัตย์ เสยี สละ อดทน
นิยาม
.................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

3.กตัญํูต่อพอ่ แม่ ผ้ปู กครอง ครบู าอาจารย์
นิยาม
.................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

4.ใฝูหาความรู้ หมนั่ ศกึ ษาเลา่ เรียนทง้ั ทางตรง และทางออ้ ม
นยิ าม

.................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

5.รกั ษาวฒั นธรรมประเพณไี ทย

นยิ าม
.................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

คูม่ อื ส่งเสรมิ และพฒั นากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ลกู เสอื สามัญรนุ่ ใหญ่ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 51

44

6. มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์
นยิ าม
.................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

7.เข้าใจเรยี นรู้การเปน็ ประชาธปิ ไตย
นิยาม
.................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
8. มีระเบยี บวินัย เคารพกฎหมาย ผูน้ อ้ ยรู้จกั การเคารพผูใ้ หญ่
นิยาม
.................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
9. มสี ติรูต้ ัว รคู้ ิด รู้ทา
นยิ าม
.................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
10. รู้จักดารงตนอยู่โดยใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
นิยาม
.................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................

52 คู่มอื สง่ เสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชวี ิตในสถานศกึ ษา ลกู เสอื สามัญรนุ่ ใหญ่ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 2

45

11. มคี วามเขม้ แขง็ ท้ังร่ายกาย และจติ ใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออานาจฝาู ยตา่ หรอื กิเลสมีความ
ละอายเกรงกลัวตอ่ บาปตามหลักของศาสนา
นยิ าม

.................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
12. คานงึ ถึงผลประโยชนข์ องส่วนรวม และของชาติมากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง
นยิ าม
.................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ค่มู อื ส่งเสรมิ และพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ลกู เสือสามญั รนุ่ ใหญ่ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 53

46

แนวการตอบใบงานท่ี 2

เร่อื ง ค่านยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ
ให้ลกู เสอื ชว่ ยกนั นยิ ามความหมาย ค่านยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ
1.ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์

นยิ าม การประพฤตปิ ฏิบัติตนทแ่ี สดงถึงความสํานึกและภาคภูมิใจความเป็นไทยปฏิบตั ิตาม
หลักศาสนาที่ตนนบั ถือ และจงรักภกั ดตี อ่ สถาบันพระมหากษตั ริย์
2. ซ่ือสตั ย์ เสยี สละ อดทน

นยิ าม การประพฤติปฏิบัติตนท่แี สดงถงึ การยึดมนั่ ในความถกู ต้อง ประพฤติตนตามความ
เป็นจรงิ ต่อตนเองและผูอ้ ่นื ละความเห็นแก่ตวั รจู้ กั แบ่งปันช่วยเหลอื สงั คมและบคุ คลทค่ี วรให้ รูจ้ กั
ควบคมุ ตัวเองเม่อื ประสบกบั ความยากลําบากและสิ่งท่ีกอ่ ให้เกดิ ความเสียหาย มีอดุ มการณใ์ นส่งิ ทด่ี ี
งามเพอ่ื ส่วนรวม

3.กตญั ํตู อ่ พอ่ แม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์

นิยาม การประพฤติทแ่ี สดงถงึ การรจู้ กั บญุ คณุ ปฏบิ ัตติ ามคําสงั่ สอน แสดงความรัก ความ
เคารพ ความเอาใจใส่ รกั ษาช่อื เสียง และตอบแทนบญุ คุณของพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครอู าจารย์
4.ใฝูหาความรู้ หมน่ั ศกึ ษาเลา่ เรยี นทัง้ ทางตรง และทางออ้ ม

นยิ าม การประพฤตปิ ฏบิ ัติตนท่ีแสดงถึงความต้งั ใจเพียรพยายามในการศกึ ษาเลา่ เรียน
แสวงหาความรูท้ ั้งทางตรงและทางออ้ ม
5.รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทย

นิยาม การปฏิบตั ิตนท่แี สดงถึงการเห็นคุณค่า ความสําคัญ ภาคภมู ิใจ อนรุ กั ษ์ สืบทอด
วฒั นธรรมและประเพณีไทยอนั ดงี าม

6. มีศลี ธรรม รักษาความสัตย์
นยิ าม การประพฤตปิ ฏบิ ตั ิตน โดยยึดมนั่ ในคาํ สัญญา มีจิตใจโอบออ้ มอารี ช่วยเหลอื ผ้อู ่นื

เท่าท่ีช่วยได้ ทัง้ กาํ ลังทรพั ย์ กาํ ลังกาย และกําลังสติปัญญา
7.เข้าใจเรียนรกู้ ารเป็นประชาธปิ ไตย

นิยาม การแสดงถึงการมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ปฏบิ ัติตนตามหนา้ ท่แี ละสทิ ธิของตนเอง
เคารพสทิ ธิผอู้ ่ืนภายใตก้ ารปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ
8. มีระเบยี บวินัย เคารพกฎหมาย ผ้นู ้อยร้จู ักการเคารพผใู้ หญ่

นยิ าม การปฏบิ ัตติ นตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคบั และกฎหมายไทย มีความ
เคารพและนอบนอ้ มตอ่ ผู้ใหญ่
9. มีสตริ ู้ตัว รู้คดิ รทู้ า

นิยาม การประพฤตปิ ฏิบัติตนอยา่ งมสี ตริ ูต้ ัว รู้คิด รทู้ ําอยา่ งรอบคอบ ถูกตอ้ ง เหมาะสมและ
นอ้ มนาํ พระราชดาํ รัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั รชั กาลท่ี 9 มาเปน็ หลกั ปฏิบัตใิ นการดาํ เนนิ
ชวี ิต

54 ค่มู ือสง่ เสริมและพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ลกู เสอื สามัญร่นุ ใหญ่ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2

47

10. รู้จกั ดารงตนอยโู่ ดยใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
นิยาม การดาํ เนินชวี ิตอยา่ งพอประมาณ มเี หตผุ ล มภี มู คิ ุ้มกนั ในตัวทีด่ ี มีความรู้

มคี ณุ ธรรม และปรบั ตวั เพื่ออยใู่ นสังคมไดอ้ ย่างมีความสุข ตามพระราชดํารัสของพระบาทสมเดจ็
พระเจา้ อยูห่ วั
11. มีความเข้มแข็งท้ังร่างกาย และจติ ใจ ไมย่ อมแพ้ต่ออานาจฝาู ยตา่ หรอื กิเลสมีความ
ละอายเกรงกกลลัวัวตตอ่ อ่บบาปาปตตามามหหลกัลขักอขงอศงาศสานสานา

นิยาม การปฏบิ ตั ิตนใหม้ ีรา่ งกายสมบูรณแ์ ขง็ แรงปราศจากโรคภยั และมจี ิตใจท่ี
เข้มแขง็ มีความละอาย เกรงกลวั ตอ่ บาป ไมก่ ระทําความชัว่ ใด ๆ ยดึ มน่ั ในการทาํ ความดีของ
ศาสนา
12. คานงึ ถึงผลประโยชน์ของสว่ นรวม และของชาติมากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง

นิยาม การปฏบิ ัติตนและให้ความรว่ มมอื ในกจิ กรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสว่ นรวม และ
ประเทศชาติ ยอมเสยี สละประโยชน์ส่วนตนเพื่อรกั ษาประโยชน์ของส่วนรวม

(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยให้อยูใ่ นดลุ ยพนิ ิจของครูผู้สอน)

คมู่ อื สง่ เสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศกึ ษา ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 55

48

ใบงานท่ี 3

เรื่อง ระบบการปกครองท้องถ่นิ ของประเทศไทย
1. ระบบการปกครองทอ้ งถ่นิ ของประเทศไทยมลี ักษณะอย่างไร
คาตอบ
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

2. การปกครองทอ้ งถน่ิ ของนักเรียนมลี ักษณะอย่างไร และมีความสําคญั ตอ่ สภาพความเปน็ อยขู่ อง
ประชาชนอย่างไร

คาตอบ
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

56 ค่มู อื สง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมลกู เสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ลูกเสอื สามัญรุ่นใหญ่ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2

49

แนวการตอบ ใบงานที่ 3

เร่อื ง ระบบการปกครองทอ้ งถ่นิ ของประเทศไทย

1. ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศไทยมลี กั ษณะอย่างไร

แนวคาตอบ
รูปแบบการปกครองทอ้ งถิน่ ทั่วไป ได้แก่

1) องคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั (อบจ.) มโี ครงสร้างการบริหาร คือ สภาองคก์ ารบริหารสว่ น
จงั หวัด และนายกองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัด โดยมผี วู้ า่ ราชการจังหวัดเปน็ ผ้กู าํ กบั ดแู ล

2) เทศบาล มีโครงสร้างการบรหิ าร คือ สภาเทศบาล และนายกเทศมนตรี โดยมีผ้วู ่าราชการ

จงั หวัดเป็นผู้กาํ กับดแู ล
3) องค์การบริหารสว่ นตาํ บล (อบต.) มโี ครงสร้างการบรหิ าร คอื สภาองค์การบริหารส่วน

ตําบล และนายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาํ บล โดยมนี ายอําเภอเปน็ ผู้กาํ กบั ดแู ล
รูปแบบการปกครองทอ้ งถิน่ รูปแบบพเิ ศษ ซงึ่ มฐี านะเปน็ ทบวงการเมอื ง และนติ ิบคุ คล โดย

ในประเทศไทยมอี ยู่ 2 แหง่ คอื
1) กรงุ เทพมหานคร มีโครงสรา้ งการบรหิ าร คอื ผูว้ ่าราชการกรงุ เทพมหานคร สภา

กรุงเทพมหานคร และสภาเขต
2) เมืองพทั ยา มีโครงสรา้ งการบริหาร คอื สภาเมืองพทั ยา นายกเมอื งพัทยา

2. การปกครองทอ้ งถิน่ ของนกั เรียนมลี กั ษณะอยา่ งไร และมคี วามสําคญั ตอ่ สภาพความเปน็ อยขู่ อง
ประชาชนอยา่ งไร

แนวคาตอบ (พิจาณาจากคําตอบ)

คมู่ อื ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวติ ในสถานศึกษา ลกู เสือสามัญรุ่นใหญ่ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 57

50

ใบงานท่ี 4
เรอื่ ง การช่วยเหลือเพอื่ นบา้ น

ผู้มีนาํ้ ใจในการช่วยเหลอื ผูอ้ น่ื มลี ักษณะอย่างไร

แนวคาตอบ
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

58 คู่มอื สง่ เสรมิ และพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทักษะชวี ิตในสถานศึกษา ลูกเสอื สามัญรุน่ ใหญ่ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2

51

แนวการตอบ ใบงานท่ี 4
เรอ่ื ง การช่วยเหลอื เพอื่ นบ้าน

1. ผมู้ นี าํ้ ใจในการช่วยเหลอื ผอู้ นื่ มลี กั ษณะอยา่ งไร
แนวคาตอบ

1. เอาใจเขามาใสใ่ จเรา คดิ ถึงหวั อกของคนอื่น และแสดงต่อผอู้ ่ืนเหมอื นที่เราตอ้ งการใหค้ นอน่ื แสดง
ตอ่ เรา จงทําดตี อ่ คนอืน่ โดยไม่หวังผลตอบแทน ไมว่ า่ ความดนี ัน้ จะเป็นเพียงสงิ่ เลก็ น้อยหรือสง่ิ
ยิ่งใหญก่ ็ตาม

2. เป็นผู้ใหม้ ากกว่าผรู้ บั
3. แสดงน้าํ ใจกับคนรอบข้าง เช่น เม่อื เวลาไปเทีย่ วในที่ไกลหรือใกลก้ ็ตามควรมขีคอา่ ขงฝอางกฝมาากถมงึ าคถนงึ คน

ท่ีเรารู้จักและญาติมิตรของเรา อันเป็นการแสดงความมีนํ้าใจต่อกัน ไม่จําเป็นจะต้องใช้เงิน
มากมาย
4. เสยี สละกาํ ลังทรัพย์ สติปัญญา กาํ ลงั กาย และเวลาให้แกผ่ ู้เดือดร้อนทต่ี อ้ งการพงึ่ พาอาศัยเราโดย
เปน็ การกระทําทไี่ มห่ วงั ผลตอบแทน
5. มนี สิ ัยเออ้ื เฟ้อื ช่วยเหลือเกือ้ กลู ตอ่ เพือ่ นบ้าน เชน่ ไปร่วมงานพธิ ตี า่ ง ๆ เช่น งานแตง่ งาน งานศพ
หรืองานอน่ื ๆ
6. ให้ความรักแก่คนอื่น ๆ และให้ความร่วมมอื เมอื่ เขาขอร้องหรือรูว้ ่าเขากําลังลําบากต้องการความ
ช่วยเหลือ

ค่มู ือสง่ เสริมและพฒั นากจิ กรรมลูกเสือทกั ษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสอื สามัญรนุ่ ใหญ่ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 59

52

แนวการตอบ ใบงานท่ี 5

เรื่อง หน้าท่ีพลเมอื ง

1. จงอธบิ ายความหมายของประชาธปิ ไตย
คาตอบ
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

2. จงอธบิ ายของสิทธิ เสรภี าพและหนา้ ท่ี
แนวคาตอบ
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

60 คมู่ อื ส่งเสริมและพฒั นากิจกรรมลกู เสือทักษะชีวติ ในสถานศกึ ษา ลูกเสอื สามญั รนุ่ ใหญ่ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2

53

แนวการตอบ ใบงานที่ 5
เร่อื ง หน้าที่พลเมอื ง

1. จงอธิบายความหมายของประชาธิปไตย
แนวคาตอบ

ประชาธิปไตย หมายถึง การปกครองท่ีประชาชนมีอํานาจสูงสุด ประชาชนทุกคนมีสิทธิ
หน้าท่ี และความรับผิดชอบต่อสังคมประเทศชาติโดยเท่าเทียมกัน ทั้งในด้านการปกครองและการ
ดําเนินชวี ิต

ประชาธิปไตย เป็นทง้ั ระบอบการปกครองและวถิ กี ารดําเนนิ ชวี ติ ของประชาชน
1. ในแงข่ องการปกครอง ประชาธิปไตยเป็นการปกครองท่ีสนองความต้องการพ้ืนฐานของ

มนุษย์ ซึ่งต้องการมีสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ตลอดจนได้รับการยอมรับใน
ศกั ดศ์ิ รีความเป็นมนษุ ย์
2. ในแงข่ องการดําเนนิ ชวี ติ ผู้คนในสงั คมประชาธปิ ไตย จะตอ้ งปฏบิ ัติตอ่ กนั ใหส้ อดคล้องกบั
หลักการของระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือ ต้องยอมรับว่ามนุษย์ทุกคนมีความเสมอภาคเท่าเทียม
กัน ต้องเคารพในสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ตลอดจนต้องมีหน้าท่ีและความรับผิดชอบต่อ
ครอบครวั สงั คม และประเทศชาติ

2. จงอธบิ ายของสทิ ธิ เสรภี าพและหนา้ ท่ี
แนวคาตอบ

สทิ ธิ หมายถงึ อาํ นาจหรอื ความสามารถของคนเราท่ีจะทาํ สิง่ ใดๆ ได้โดยชอบธรรม หรือทาํ
ในส่งิ ทถ่ี กู ตอ้ งตามกฎเกณฑท์ ส่ี ังคมกาํ หนด และรวมถึงประโยชนท์ ค่ี นเราพงึ ได้ตามกฎหมายใหก้ าร
คุม้ ครอง

ตัวอยา่ งเช่น สทิ ธใิ นการเขา้ รับการศึกษา สทิ ธิในการเป็นเจา้ ของบา้ นและท่ดี นิ สทิ ธิใน
ครอบครัวสิทธิในการออกเสียงเลอื กตั้ง และสทิ ธใิ นการรับบริการจากโรงพยาบาลของรัฐ

เสรีภาพ หมายถงึ สภาวะทบ่ี คุ คลมอี ิสระไม่อยภู่ ายใตก้ ารครอบงาํ ของบุคคลอืน่ สามารถท่จี ะ
คดิ พดู หรอื กระทําในสง่ิ ที่ตนพอใจได้ ภายใตข้ อบเขตของกฎหมาย ท้ังนจ้ี ะตอ้ งไม่ละเมดิ สิทธขิ องคน
อื่น หรอื ทาํ ให้ผ้อู น่ื ไดร้ บั ความเดือดรอ้ น

คมู่ ือสง่ เสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสอื ทกั ษะชีวิตในสถานศึกษา ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 61

54


Click to View FlipBook Version