The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thatchakorn.yulin, 2020-04-26 00:11:05

การเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีมือถือ (ทร 03039)

สาระทักษะการเรียนรู้

4. เปนการสรางระบบงานแบบบรรณาธิการกิจ ( Self – Publication ) สือสังคมจะชวย ทาใหเกิดการจัด
ระบบงานดวยตนเองในการแลกเปลียนขอมูลขาวสารและสารสนเทศดวยกันของกลุม ผูเรียน สงผลตอการ
ปรับปรงุ และพัฒนางานใหดขี ึ้นและเปนระบบ
5. เกิดความคดิ สรา งสรรค ( Creativity ) สือ่ สังคมในรปแบบตางๆจะกอใหเกิด ความคิดสรางสรรคในการ
นําเสนอเนือ้ หาสาระ รวมทั้งรปู แบบท่ีนาสนใจในหลายลกั ษณะท่คี ิดข้นึ มา
( ง ).คณุ ประโยชนใ นดา นการบรหิ ารจัดการ ( Management and Administration Benefits ) ไดแ ก
1. เปนการสรางระบบการสะทอนผลขอ มูลยอ นกลบั ที่งาย ( Ease of Feedback ) ทัง้ ผสู อนและผูเ รียนสามรถ
สะทอนผลยอนกลับระหวางกันไดงาย สะดวกและรวดเร็ว
2. เปนการสรางชองทางหรือสรางทางเลือกในการสรางประสบการณทางการเรียนรู( Tracking Student
Learning ) ซ่ึงรปแบบที่มีความหลากหลายของสือโซเชียลมีเดียทาใหผูเรียนสามารถที่จะกาหนดวิธีคิด วิธี
สบื คนขอ มูลทางการเรียนรูตามชอ งทางทส่ี ่ือกาหนดไว
3. การเขาถึงแหลงขอมูลโดยไมตองพ่ึงพาการเรียนในช้ันเรียนปกติ ( Accessibility Off-Campus ) เปน
ประโยชนทเ่ี กิดข้นึ ทั้งกับผูเรียนและผสู อนในการเขา ถึงแหลง ขอ มลู ทางการเรียนในบรบิ ทตาง ๆ ทม่ี ีอยู
4. ชวยสรางระบบการสือสารกับกลุมผูปกครองนกเรียน ( Communication with Parents ) สือสังคมจะ
ชวยทําใหเกิดระบบการติดตามตรวจสอบ จากผูปกครองท่ีตองการทราบผลความกาวหนา ในการเรียนรูของ
นกั เรยี นโดยใชส่อื สังคมเปน ตวั ชวยดังกลา ว
5. เกดิ ความงายและสะดวกในการทาํ งานของผูเรียน ( Easy Submission of Student Work ) การเรียนรูใน
โลกของส่ือยุคสังคมออนไลนจะชวยอํานวยความสะดวกใหกับผูเรียนไดมาก ลงทุนนอย แตไดปริมาณและ
คุณภาพของงานท่ีมาก
6. เกิดการสรางเครือขายหรือองคการทางสังคมท่ีกวางใหญ ( Organisation ) กลาวได วาการเชื่อโยงขอมูล
ขาวสารของผูใชสือสังคมในรปแบบตางๆจะกอใหเกิดการสรางสังคมในโลกยค ออนไลน เชน สังคม Social
network , Wikis , Bookmarks เหลานีเ้ ปน ตน

กฎเกณฑและแนวปฏบิ ตกิ ารใชส่อื โซเชยี ลมเี ดีย ( Social Media Roles of Engagement )
เน่ืองจากสื่อสังคมหรือ Social Media เปนสื่อท่ีทรงพลังและมีอิทธิพลตอสังคมคอนขางสูงในปจจุบัน ดังน้ัน
ในทางปฏิบัตเิ พ่อื กอใหเกดิ คุณภาพและประสิทธภิ าพสงู สดุ สาหรบการนามาใชใน การเรียนการสอนนั้น ผูใชส อื สงั
คมตอ งคานึงถึงกฎเกณฑและแนวปฏิบัติตอการใชสือโซเชียลมีเดียใน ประเด็นสาคัญบางประการดังนี้ ( NSW
Department of Education & Training , 2011 : online )

1. ตอ งรูถงึ แนวนโยบายขององคการ/หนว ยงาน ตอ การใชสอ่ื โซเชยี ลมีเดยี เพ่ือการพัฒนางาน

2. ตอ งตระหนกในการใชสือโซเชยี ลมเี ดียวา สอื ดงั กลา วน้จี ะเปน สอื ทม่ี รี ปแบบและลักษณะของระบบการทาํ งาน
แบบผสมผสาน ท้งั การประสานงานและประสานคนในองคก าร
3. ตอ งมีความชดั เจนในการกาํ หนดบทบาทหนาท่ี เพื่อวเิ คราะหค วามสัมพนธใ นประเด็นหรือสาระท่ีเกิดข้ึนจาก

การใชส ่อื โซเชยี ลมเี ดีย
4. คาํ นงึ อยูเสมอวา ขัน้ ตอนการดาเนนิ งานจะทาอะไรกอ น-หลังในการใชส่อื สงั คมทุกครั้ง

5. คํานึงถึงหลักสาคญั ของการใหเกียรติและการยอมรับในขอมูลปฐมภูมิของผูเปนเจาของหรือ เปนลิขสิทธ์ิ
หรือสทิ ธบิ ตั รท่นี ามาใชใ นโลกแหง สงั คมออนไลน
6. พงึ ใชสอื่ โซเชียลมเี ดียอยางระมัดระวงั และสุขมรอบคอบ ( Use Discretion )
7. ใชส่อื โซเชยี ลมีเดยี แบบกลั ยาณมิตร มีความสุภาพเรียบรอ ยและมมี ารยาทในการใช
8. การผลติ เนือ้ หาสาระหรอื สอื่ ใหตรงตามสมรรถนะ ความรคู วามสามารถของผูใช
9. การเช่อื มโยงสือ่ ความหมายเพื่อการโตตอบระหวางกัน ควรคํานึงถึงธรรมชาติแหงความเปนเพื่อนมนุษย
ดว ยกนั อยา งเหมาะสมตามอัตภาพ
10. ตองยอมรบั ในขอผดิ พลาดท่ีเกดิ ข้นึ และรีบดาเนนิ การปรบั ปรงุ แกไ ขขอ ผดิ พลาดเหลา นน้ั

แนวคิดในกาํ รปรบั ใชส อื่ โซเชียลมีเดยี เพ่อื กํารเรยี นรู
ดร.แว็กเนอร ( Ronald Wagner , Ph.D. ) แหง California University of Pennsylvania ประเทศ
สหรัฐอเมริกา ไดใหแ นวคดิ เก่ยี วกบั การใชสือ่ โซเชียลมีเดยี ในการเรยี นรปู ระเภท Facebook และ Twitter ซึ่ง
เปน ส่ือกระแสหลักท่ีกาลงั เปน ท่ีนยิ มกันอยา งกวางขวาง ไวอยา งนาสนใจและมีประโยชนต อการนานมาปรับใช
ในการเรยี นการสอนดงั ตอ ไปน้ี ( Wagner , 2011 : online )
แนวคดิ 5 ประกาํ รสําหรบั Facebook เพือ่ กํารเรียนกํารสอน
1. ใช Facebook เสมือนหน่ึงเปนการสรางระบบบริหารจัดการความรู (Use as Learning Management
Systems : LMS )
2. ใช Facebook เพอื่ เปน แหลง สาหรบั การสบื คน อา งองิ ( Reference Citations )
3. ใชสาหรบั การประกาศหรอื ประชาสมั พันธ ( Announcements )
4. ใชในการส่อื สารขอความภายหลงั การสอนหรือจบบทเรียนในชัน้ เรียน ( Post Class Notes )
5. ใชในการอภิปรายกลุมเชิงสรางสรรค ( Create Group Discussions ) แนวคิด 5 ประกํารสําหรับ
Twitter เพอื กาํ รเรียนกํารสอน
1. Twitter เปน ส่อื สรางองคความรตู างๆของการเรยี นรใู นประเดน็ ทส่ี นใจสาหรบั ผเู รยี น
2. ใช Twitter ในการถามตอบขอ สงสัยสนั้ ๆ ( Quiz ) หรอื ซกั ถามประเด็นปญ หาที่ผูเรียนสนใจ
3. เปน แนวทางในการเสริมสรางมโนทัศน ( Track a Concept ) โดยใช Twitter เปนตวเชอ่ื มโยงแนวคดิ ทีน่ า
เสนอของผูเรยี น – ผสู อน
4. เปนส่ือเช่ือมโยงดานเวลา ( Track Time ) โดยสื่อ Twitter สามารถเชื่อมโยงดานเวลา รวมทั้งการกา
หนดเวลาไดเ หมาะสมสาหรับผูใช
5. เปนสอื ท่ชี ว ยกาหนดปฏิทินหรือตารางการเรียนรู ( Learning Diary ) โดยผูเรียนสามารถจัดการและ
เกบ็ รวบรวมองคค วามรูจากการใช Twitter ไดอยา งเปน ระบบตอเน่อื ง


Click to View FlipBook Version