ยู ฮี โ ล โ ป ดิ ด ์ ( E u h e l o p o d i d s )
คน้ พบฟอ์ซลิ ทีอ่ ำเภอคำมว่ ง จงั หวดั กำฬ์ินธุ เป็นฟนั ๒ ซ่ี
รปู ร่ำงเหมอื นล่วิ หรือชอ้ นลักษณะใกลเ้ คยี งกบั ทพ่ี บใน
ประเทศจนี กนิ พชื ขนำดใหญม่ ำก หัวเล็ก จมูกซอื้ ์งู
และคอทป่ี ระกอบดว้ ยขอ้ กระดกู ๑๗-๑๙ ขอ้
ยำวถึง ๑๐-๒๗ เมตร
เป็นไดโนเ์ำรทม่ี คี อยำวท่์ี ดุ ในบรรดำ์ัตวทเ่ี คยมมี ำ
ถิน่ กำเนดิ จำกประเทศจนี ชว่ งปลำยยคุ จแู ร์ซกิ
๑
ภู เ วี ย ง โ ก ซ อ รั ์ ์ิ ริ น ธ ร เ น ๒
(Phuwiangosaurussirindhornae)
มีควำมหมำยวำ่ “์ัตวเลือ้ ยคลำนยกั ษแห่งภเู วยี ง”
พบกระดกู จำกหลำยแหลง่ ในภำคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
โดยเฉพำะแหลง่ วัด์ักกะวนั ภกู ุ้มขำ้ ว อำเภอ์ห์ั ขนั ธ
จังหวดั กำฬ์ินธุ (ปัจจบุ นั เปน็ ทตี่ งั้ ของพพิ ธิ ภณั ฑ์ริ นิ ธร
ศูนยศึกษำ วจิ ยั และพพิ ธิ ภณั ฑไดโนเ์ำรภูกมุ้ ขำ้ ว)
ในหมวด หนิ เ์ำบวั อำยุรำวยคุ ครเี ทเชยี ์ตอนต้น
ประมำณ ๑๓๐ ลำ้ นปีมำแลว้ เปน็ ไดโนเ์ำร
กนิ พชื คอยำว เดิน ๔ เท้ำ หัวเลก็ หำงยำว
ควำมยำวประมำณ ๑๕-๒๐ เมตร
อิ ์ ำ น โ น ซ อ รั ์ อ ร ร ถ วิ ภั ช น ชี
(Isanosaurus attavipatchi)
เปน็ ไดโนเ์ำรกนิ พชื ์กลุ ใหม่ พบฟอ์ซลิ ทจี่ งั หวดั ชยั ภมู ิ
ในหมวดหินนำ้ พอง มอี ำยใุ นชว่ งปลำยยุคไทรแอ์ซกิ ประมำณ
๒๑๐ ล้ำนปมี ำแลว้ เป็นชน้ิ ์ว่ นของกระดกู ์ว่ นตน้ ขำ
ซึง่ ยังไมเ่ คยพบท่ไี หนมำกอ่ น
ลกั ษณะอิ์ำนโนซอรั์ มีขนำดใหญ่เดนิ ๔ เท้ำ
ยำวประมำณ ๑๒-๑๖ เมตร ์ว่ นหลังจะรำบตรง
ขำหน้ำและขำหลงั ยำวเทำ่ กนั ์่วนหำงจะแขง็
และยก์งู จำกพน้ื
๓
ซู โ น ซู คั ์ ไ ท ย แ ล น ด ดิ คั ์ ๔
(Sunosuchus thailandicus)
เปน็ จระเขท้ ม่ี รี ปู ร่ำงแปลกไปจำกจระเขธ้ รรมดำทว่ั ๆ
ไปซงึ่ ค้นพบทจี่ งั หวดั หนองบวั ลำภู ฟอ์ซลิ ทพี่ บ
เป็น์่วนของขำกรรไกรลำ่ ง ยำวถึง ๑.๑๔ เมตร
ทำใหป้ ระมำณไดว้ ำ่ ควำมยำวของลำตัว
จะยำวถงึ ๘ เมตร
มีฟนั เปน็ ลกั ษณะของ์ตั วกนิ ปลำใหญ่ ๆ เป็นอำหำร
และมลี ักษณะคลำ้ ยจระเข้ ตระกลู ซโู นซคู ั์ทเ่ี คยพบ
ในแคว้นทง้ั ของประเทศจนี แต่เปน็ คนละพนั ธกุ นั
จึงไดช้ อื่ ใหมว่ ำ่ ซูโนซคู ์ั ไทยแลนดดคิ ั์
์ ย ำ ม โ ม ไ ท รั น นั ์ อี ์ ำ น เ อ น ซิ ์ ( S i a m o t y r a n n u s i s a n e n s i s )
เปน็ ไดโนเ์ำรเทอรโรพอด บรรพบรุ ุษเกำ่ แกข่ องที-เรก็ ซ นำตวั ยำวประมำณ ๖.๕ เมตรพบกระดกู
เปน็ ครัง้ แรก ท่ีภปู ระตตู หี มำ อทุ ยำนแหง่ ชำติภูเวยี ง จังหวัดขอนแก่น
ในเน้ือหนิ ทรำยแดง หมวดหนิ เ์ำขัว ยคุ ครีเทเชยี ์ตอนตน้
ช้นิ ์่วนกระดกู ประกอบดว้ ยกระดกู ์ะโพก ๑ ชิ้น ons
กระดกู เชงิ กรำนดำ้ นซำ้ ย ท่วี ำงตัวฝงั อยใู่ ตก้ ระดกู ์นั หลงั
ลกั ษณะของกระดกู เปรยี บเทยี บไดก้ บั ของไดโนเ์ำร วงศไทรนั โนซอรดิ ี
(Tyrannosauridae) ลักษณะไมเ่ คย มีรำยงำนกำรค้นพบจำกทใ่ี ด ๆ
ในโลกมำก่อน จงึ เปน็ ์กลุ และชนดิ ใหม่ คอื ์ยำมโมไทรนั น์ั อ์ิ ำนเอนซ์ิ
๕
์ ย ำ ม โ ม ซ อ รั ์ ์ุ ธี ธ ร นิ ( S i a m o s a u r u s s u t e e t h o r n i )
เป็นไดโนเ์ำรพนั ธใุ หม่ ทพ่ี บในประเทศไทย และเปน็ กำรใหเ้ กยี รติ แก่ นำยวรำวุธ ์ธุ ีธร
ทีม่ ์ี ว่ น์ำคัญในกำรคน้ พบฟอ์ซลิ พบฟอ์ซลิ คร้ังแรกทภ่ี เู วยี ง และอีกหลำยแหง่ ตอ่ มำ
เช่น ท่ีภูกมุ้ ขำ้ ว ภผู ำโง ภูนำขำม วัด์ักกะวนั
จงั หวัดกำฬ์นิ ธุ ควำมยำวประมำณ ๗ เมตร
เปน็ ไดโนเ์ำรพนั ธกุ นิ เน้อื มีปำกแคบ
และยำวเหมอื นปำกจระเข้ ฟนั มลี ักษณะ
เปน็ รูปทรงกรวยปลำยแหลม มแี นวร่อง
และ์นั เรยี ง์ลบั กนั ตลอดรอบฟนั เดิน์องขำ
๖
ชิ ต ต ะ โ ก ซ อ รั ์ ์ั ต ย ำ รั ก ษ กิ ( P s i t t a c o s a u r u s s a t t a y a r a k i )
ไดโนเ์ำรขนำดเล็ก ปำกเหมอื นนกแกว้ คน้ พบฟอ์ซลิ ของซิตตะโกซอร์ั ที่จังหวดั ชยั ภมู ิ
เป็นฟอ์ซลิ ์่วนกรำม ในชั้นหนิ ยคุ ครีเทเชยี ์ อำยุประมำณ ๑๐๐ ลำ้ นปี
จำกกำรวจิ ยั พบควำมแตกตำ่ ง จำกทเ่ี คยพบมำกอ่ น จึงจัดเปน็ ชนิดใหม่
และใหช้ อ่ื เป็นเกยี รติแกน่ ำยนเรศ ์ัตยำรักษ ผคู้ น้ พบ
เปน็ ไดโนเ์ำรกนิ พชื ขนำดเลก็ มจี งอยปำกแหลมคม
ขำหนำ้ เล็ก ขำหลังใหญ่กวำ่ เดินดว้ ย ๒ เทำ้ หลงั มำกกวำ่
ควำมยำวจำกหวั ถงึ หำงประมำณ ๑ เมตรเทำ่ นนั้
๗
ค อ ม พ ซ อ ก น ำ ธั ์ ( C o m p s o g n a t h u s ) ๘
ไดโนเ์ำรท่ตี วั เล็กท์่ี ุดในโลก ขนำดตัวเทำ่ ไกล่ ำตวั ยำว
ประมำณ ๗๐ เซนตเิ มตร และ และมนี ้ำหนัก เพียง ๓ กโิ ลกรมั
ในประเทศไทย พบเศษกระดกู ๒ ชิ้น ของกระดกู แข้งดำ้ นซำ้ ย
และกระดกู น่องดำ้ นขวำมคี วำมยำวประมำณ ๓ เซนตเิ มตร
ในเนอ้ื หนิ ทรำยหมวดหนิ เ์ำขวั ยคุ ครีเทเชยี ์ตอนตน้
ลกั ษณะคล้ำยกระดกู ไก่ หรือกระดกู ของนก
พบท่ีภปู ระตหู มำ ในอุทยำนแหง่ ชำติภูเวยี ง
จงั หวดั ขอนแก่น ในฟอ์ซลิ ์ว่ นที่เปน็ กระเพำะอำหำร
ของคอมพซอกนำธ์ั ยงั พบวำ่ มชี นิ้ ์ว่ นของกระดกู ์ตั วเลก็ ๆ
ท่ีคอมพซอกนำธ์ั จบั กนิ ยงั อยู่ เป็นฟอ์ซลิ ดว้ ยเหมอื นกนั
อิ กั ว โ น ด อ น ( I g u a n o d o n )
ไดโนเ์ำรกนิ พชื ขนำดใหญ่ ทีม่ ีกระดกู เชงิ กรำนแบบนก ค้นพบฟอ์ซลิ
เปน็ ฟนั หลำยซจี่ ำกชนั้ หนิ หมวดโคกกรวด ท่ีจงั หวดั อุบลรำชธำนี
ยคุ ตน้ ครีเทเชยี ์ มขี นำดใหญ่ และยำวถงึ ๗-๑๐ เมตร ขำหลังใหญ่
แขง็ แรง มี ๓ น้วิ ลกั ษณะโครงร่ำงหนกั อุย้ อำ้ ย เดิน ๒ เท้ำ
หรอื ๔ เท้ำ จมูกยำว มีน้วิ โปง้ ทแ่ี หลมคมเปน็ อำวธุ ทน่ี ่ำกลัว์ำหรบั กำร
ตอ่ ์ูใ้ นระยะประชดิ ตวั น้ิวทีเ่ หลอื เปน็ กบี จงึ ใชเ้ ดนิ ไดด้ ว้ ย ์่วนหวั มลี ักษณะ
คลำ้ ยมำ้ มขี นำดคอ่ นขำ้ งใหญ่ จงอยปำก์ว่ นบนใชเ้ ลม็ พชื และฟันจำนวนมำก
บนกรำม ๒ ข้ำงใช์้ ำหรับบดเค้ียวอำหำร ขำหลังมขี นำดใหญ่ มีพลังมหำศำล
เพื่อรองรบั ร่ำงกำย ทง้ั ไหล่ แขน น้วิ มือแขง็ แรง เลบ็ คลำ้ ยตะขอ ์ำมำรถแบกรบั นำ้ หนกั ไดพ้ อ์มควร
เดือยแหลมตรงน้วิ หวั แมม่ อื ์ำมำรถทำร้ำยศตั รไู ด้
๗
โปรซอโรพอด (Prosauropods)
ไดโนเ์ำรทเี่ กำ่ แกท่ ่ี์ดุ ของไทย คน้ พบในปี พ.ศ. ๒๕๓๕
ในเขตอำเภอน้ำหนำว จังหวัดเพชรบรู ณ ในชั้นหินหมวดน้ำพอง
เปน็ ชน้ั หนิ ยคุ ไทรแอ์ซกิ ตอนปลำย อำยปุ ระมำณ ๒๐๐ ล้ำนปี
เป็นฟอ์ซลิ ทเี่ กำ่ แก่ที์่ ดุ ของบรเิ วณแหง่ นี้ เมื่อเปรยี บเทียบ กบั
แหลง่ อนื่ ๆ ทั่วโลก พบว่ำท่ปี ระเทศไทยมขี นำดใหญม่ ำก
อำจยำวถึง ๘ เมตร ลักษณะของโปรซอโรพอด เดินได้
ทั้ง ๒ เทำ้ และ ๔ เทำ้ หัวเลก็ คอยำว ขำหน้ำเล็กกวำ่
ขำหลัง เป็นไดโนเ์ำรกนิ พชื ฟนั มีรอยหยกั แบบเล่อื ยอยำ่ งหยำบ
มีคอยำว นวิ้ มเี ล็บที่แหลมคม
๘
์ เ ต โ ก ซ อ รั ์ ( S t e g o s a u r u s )
(ก้ิงกำ่ มหี ลงั คำ) ช้ิน์ว่ นท่พี บเป็นฟอ์ซลิ ์ว่ นของกระดกู ์นั หลัง พบที่ภพู ำน ในอำเภอคำมว่ ง
จงั หวดั กำฬ์ินธุ เปน็ ไดโนเ์ำรกนิ พืช มีแผน่ เกลด็
มลี กั ษณะท่โี ดดเดน่ คอื มีขำหนำ้ ์นั้ และปำกเล็ก
เรยี งบนหลงั ยำวไปจนถึงปลำยหำง แผน่ เกล็ดนม้ี ไี วข้ ศู่ ตั รู
ซ่งึ มเี ์น้ เลอื ดเปน็ จำนวนมำก และไมไ่ ดม้ ไี ว์้ ำหรบั ปอ้ งกนั ตวั
เพียงอย่ำงเดยี ว แตม่ ไี วเ้ พอื่ ชว่ ยในกำรควบคมุ อณุ หภมู ขิ องรำ่ งกำย
อีกดว้ ย นอกจำกนม้ี นั ยงั มหี นำมแหลมท่ีปลำยหำง ซ่ึงเอำไว้
ปอ้ งกนั ตัวจำกไดโนเ์ำรกนิ เนอื้ ในยุคนัน้ ไดด้ ี รูปร่ำงดนู ำ่ กลัว
แต์่ มองเล็กกว่ำถ่ัวเขยี วและหนักไมถ่ ึง ๗๐ กรัม ลำตัวยำว ๙
เมตรหนกั ๒-๓ ตัน อำศยั อยยู่ ุคจแู ร์ซกิ
๙
กำรค้นพบซำกไดโนเ์ำร์ตั วดกึ ดำบรรพในประเทศไทย เกดิ ขน้ึ ครง้ั แรกใน
พ.ศ. ๒๕๑๙ ต่อมำใน พ.ศ. ๒๕๒๔ และ พ.ศ. ๒๕๒๕ มีกำร์ำรวจพบ
กระดกู ์ว่ นตำ่ ง ๆ อีกจำนวนมำก จึงมกี ำรเร่มิ ตน้ กำรค้นซำกดกึ ดำบรรพของ
ไดโนเ์ำรอยำ่ งจรงิ จังในเวลำตอ่ มำ
ปัจจุบนั ไดค้ ้นพบไดโนเ์ำร์ำยพนั ธุ
ตำ่ ง ๆ มำกมำย ทั้งพันธกุ นิ พชื
และพนั ธกุ นิ เนือ้
๑๐
ขอขอบคุณที่มำ
เรื่องไดโนเ์ำรในประเทศไทย
ผู้แต่งอศั วิน อรณุ แ์ง
์ำนกั พิมพบรษิ ัทพมิ พดี จำกดั ปีทพ่ี ิมพ ๒๕๕๔ จำนวน ๑๐ หนำ้
์อ่ื ฉบบั นจี้ ดั ทำขนึ้ เพอ่ื กำรศกึ ษำเทำ่ น้ัน
เพอื่ ใช้ในกจิ กรรม์ง่ เ์ริมกำรอำ่ นหนัง์อื ๓ ภำษำ
ในรำยวิชำภำษำไทย ระดับชัน้ ประถมศกึ ษำตอนปลำย (ป.๔-๖)
จดั ทำโดย
์ำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย และงำนห้อง์มุด ฝำ่ ยกำรศกึ ษำประถมศกึ ษำ
โรงเรยี นภเู ก็ตไทยหวั อำเซียนวทิ ยำ
Thank you !