The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้
วิชากิจกรรมแนะแนว
ก23901
แผนการจัดการเรียนรู้ (ปิยธิดา แสงทอง)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by guide, 2022-09-06 12:46:44

แผนการจัดการเรียนรู้วิชากิจกรรมแนะแนว ก23901

แผนการจัดการเรียนรู้
วิชากิจกรรมแนะแนว
ก23901
แผนการจัดการเรียนรู้ (ปิยธิดา แสงทอง)

เรื่อง รวมไอเดยี ลดการบลู ลี่ กลั่นแกล=งกัน
พรอ= มนำเสนอหนา= ชน้ั เรยี น

ขั้นสรปุ
6. ครแู ละนกั เรยี นรว8 มกนั สรุปและอภปิ รายผล เพ่ือรณรงคยM ตุ ิการบลู ล่ีในโรงเรียน สงั คม และ

ประเทศชาติ
7. สอ่ื และแหลOงการเรียนรู5

- ใบความรู= เรอื่ ง Stop Bullying หยุดการกล่ันแกลง= ยุติความรุนแรงในสังคม
- วิดีทัศนM เรื่อง ผลกระทบของการบลู ล่ี
8. ช้นิ งานและภาระงาน
- งานกลมุ8 ถอดบทเรียน “การบลู ล-่ี Bully”
- กิจกรรมกลุ8ม เรื่อง รวมไอเดีย ลดการบลู ล่ี กลนั่ แกล=งกนั
9. การวดั และการประเมินผล

รายการประเมนิ วธิ ีการวดั ผล เครื่องมอื ท่ใี ช5 เกณฑ-การประเมิน

ดา5 นความรู5 นกั เรยี นร=จู กั เขา= ใจ เหน็ - การรว่ ม - งานกลุม8 ถอดบทเรยี น - ผ8านเกณฑMในระดบั ดี
คณุ คา8 ในตนเอง และพัฒนาตนเองได= กจิ กรรมกลมุ่
เตม็ ตามศกั ยภาพ “การบลู ล-ี่ Bully” รวมไอ ขนึ้ ไป
เดยี ลดการบลู ล่ี กลนั่
แกลง= กัน

ด5านคณุ ลกั ษณะ นกั เรียนสามารถ - การสังเกต - แบบสังเกตพฤติกรรม - ผา8 นเกณฑMในระดับดี
1) มวี นิ ยั - การสังเกต การเรยี นร=ู ข้ึนไป
2) ใฝfเรยี นร=ู
ด5านสมรรถนะสำคญั นักเรียนมี - แบบประเมินสมรรถนะ ผ8านเกณฑMในระดับดี
1) ความสามารถในการคดิ สำคญั ขน้ึ ไป

บนั ทึกหลงั แผนการจดั การเรียนร.ู

ผลการจดั การเรียนรู5
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....

ปYญหาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………

ขอ5 เสนอแนะ/วธิ กี ารแกไ5 ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………

(ลงชอื่ ) ………..............………….................….…….. ผู=สอน
(นางสาวปbยธดิ า แสงทอง)

............/..................... /..................

ขอ5 เสนอแนะของหัวหนา5 กลOมุ สาระการเรียนร5ู
¨ มอี งคMประกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถกู ต=องตามหลกั วิชาการ
¨ มีกิจกรรมการเรยี นร=ูเนน= ผู=เรียนเปนq สำคญั ใชส= ือ่ และแหลง8 เรยี นรท=ู ่หี ลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวดั และประเมินผลสอดคลอ= งกบั จดุ ประสงคMและกระบวนการจดั การเรียนร=ูโดยใช=วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
¨ แผนการจัดการเรยี นรูน= ำไปสก8ู ารปฏิบตั ิไดส= อดคลอ= งกบั หลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผู=เรยี นและชมุ ชน

ลงชอ่ื .....................................................
(นายณรงคศM กั ดิ์ บุญพ8มุ )
หัวหน=างานแนะแนว

วนั ท่ี ......... เดือน ................ พ.ศ. .............
ข5อเสนอแนะของหัวหนา5 งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา

¨ มอี งคปM ระกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถกู ต=องตามหลกั วิชาการ
¨ มกี จิ กรรมการเรยี นรเ=ู นน= ผู=เรียนเปนq สำคญั
¨ มีการใช=ส่อื และแหลง8 เรยี นร=ูหลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวัดและประเมินผลครอบคลุมพฤตกิ รรมพุทธิพิสัย จิตพิสัย ทกั ษะพสิ ัย

ลงชอ่ื .....................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ)M

หัวหนา= งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วันที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ5 เสนอแนะของผ5บู รหิ ารสถานศึกษา
¨ ใชจ= ัดกิจกรรมการเรียนการสอนได=
¨ ขอใหน= เิ ทศ ติดตามผลการใช=แผนการจดั การเรยี นรู= เพื่อนำไปพัฒนางานต8อไป

ลงชือ่ .....................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชารี)

รองผอู= ำนวยการกลุ8มบริหารวิชาการ
วันท่ี ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............

Stop Bullying

หยดุ การกล่นั แกลง? ยตุ คิ วามรุนแรงในสงั คม

Bullying ป#ญหาทสี่ ง+ ผลกระทบ ทางลบ ทง้ั กบั ผูท) กี่ ระทำ และ ผ)ถู กู กระทำ

การกลนั่ แกลง7 กนั ไมใ+ ช+เรื่องล7อเลน+ อกี ต+อไป แตเ+ ปน@ ภยั ร7ายที่ใกลต7 ัวเราและเปน@ อันตราย
มากกว+าที่คาดคิด

ป(ญหาการกล่นั แกล3งของคนในสงั คม ไม1ว1าจะเกิดข้นึ ในกล1ุมเพื่อน สงั คมทีท่ ำงาน หรอื บน
โลกออนไลนมC เี กิดขึน้ ทุกวนั และเปน[ ปญ( หาทก่ี ำลงั ได3รับความสนใจเป[นอยา1 งมาก หลายคนอาจมอง
วา1 การกลน่ั แกล3งเป[นเรื่องธรรมดา เป[นเรื่องสนกุ สนานกันในกลมุ1 เพ่ือน แตป1 (จจบุ นั ป(ญหานี้ไดส3 ง1 ผล
กระทบทางลบทั้งกบั ผู3ทีก่ ระทำและผู3ถูกกระทำ การกลั่นแกลง3 กนั ไมใ1 ชเ1 รื่องล3อเลน1 อกี ตอ1 ไป แต1เป[น
ภยั รา3 ยท่ใี กล3ตัวเราและเป[นอนั ตรายมากกว1าที่คาดคดิ

การกลั่นแกล)ง (Bullying) หมายถงึ พฤตกิ รรมทไ่ี มเ1 ป[นทยี่ อมรบั ในสังคม

โดยพฤตกิ รรมนน้ั เป[นความต้งั ใจกระทำให3ผอู3 ื่นไดร3 ับความทกุ ขCความเจ็บปวด เพือ่ ให3ตนเองรส3ู กึ
มอี ำนาจ หรือมพี ลงั เหนอื กว1าผูอ3 นื่ อกี ท้งั การกระทำดังกล1าวจะเกดิ ขน้ึ ซำ้ ๆ อยา1 งต1อเน่อื งและมี
ระยะเวลายาวนาน

ปจ( จบุ นั ระดับความรุนแรงของพฤตกิ รรมการกลน่ั แกล3งไดท3 วคี ูณมากขนึ้ กว1าในอดีต
จากขอ3 มลู กรมสุขภาพจิตซ่ึงเผยแพร1เม่ือตน3 ทีแ่ ล3ว ระบวุ า1 มีเดก็ นกั เรียนโดนกลน่ั แกลง3 ในโรงเรยี น
ถึง 600,000 คน เมอื่ คดิ เป[นอัตราส1วนแล3วเท1ากบั ประมาณ 40% ถือเป[นอนั ดับ 2 ของโลก
รองจากประเทศญ่ปี eนุ นอกจากระดบั ความรนุ แรงท่เี พม่ิ ข้นึ แลว3 วธิ ีการกล่นั แกล3งก็เปลย่ี นไปจากใน
อดีตทเ่ี คยใช3 เช1น การล3อเลียนชอื่ พ1อแม1 การเรียกชอ่ื สมมติหรือปมดอ3 ยของเพอื่ น การไมใ1 ห3เข3าร1วม
กล1มุ เล1นหรือทำกจิ กรรม และการตบหัวหรอื การชกตอ1 ยเบาๆ พฤติกรรมดงั กลา1 วเหล1านเ้ี ป[นวธิ ี
ด้งั เดมิ ท่ีใชใ3 นการกลั่นแกลง3 แตส1 ำหรบั ในปจ( จุบัน สื่อ (Media) และเทคโนโลยี (Technology)
มบี ทบาทสำคัญและเกีย่ วข3องกับพฤตกิ รรมการกลั่นแกล3งของคนในยุคป(จจบุ ัน

สำหรับในประเทศไทย พบว1า กลุม1 เยาวชนมากกว1าร3อยละ 50 มีพฤตกิ รรมกลั่นแกลง3 ผา1 น
โลกไซเบอรแC ละคุกคามผอู3 ่ืนผา1 นสื่ออิเลก็ ทรอนิกสC







วธิ กี ารรับมือเม่ือถูก Bully เรม่ิ จากการเปลยี่ นทัศนคติของตวั เอง เราไม1ใช3ผแ3ู พ3 เราไมใ1 ชค1 น
อ1อนแอ และเราไมไ1 ด3ทำอะไรผิด การโดนแกลง3 ส1วนมากเหยอื่ มักจะโดนซำ้ ๆ ไม1ไดโ3 ดนเพยี งแคค1 รงั้
เดียวแน1นอน แล3วเราจะทำอย1างไรเพ่ือหยดุ การกระทำเหล1านน้ั

• วางแผน บอกกบั ตวั เองว1าจะเข3มแข็งและลุกข้ึนส3ู
• เข3าไปพูดกันด3วยเหตุผล ว1าเพราะอะไรถงึ ทำกับเราแบบน้ี บอกเคา3 ไปวา1 เราไมช1 อบ
• รายงานผ3ใู หญแ1 บบลับๆ อยา1 กลัวทจ่ี ะขอความช1วยเหลือ
• แสดงความกล3าหาญอาจจะใช3คำพูดสน้ั ๆ เชน1 หยุดนะ!, จะฟzองครูนะ!, มันไมเ1 ท1เลยนะ!

การทผี่ ู3ยืนมือเขา3 มาชว1 ยในกรณีทเ่ี ดก็ แกล3งกนั ต3องใชค3 วามละมุนละม1อมและจติ วิทยาที่สงู มาก
เพราะเรอื่ งเหล1านี้จะส1งผลต1อทัศนคติของเด็กในอนาคต แน1นอนถา3 เราเปลย่ี นทีถ่ ูกแกลง3 ให3เขม3 เขม็
ขน้ึ มาได3 และเปล่ยี นเด็กทแี่ กล3งคนอน่ื ใหห3 ยดุ การกระทำเหลา1 น้นั ลง จะทำใหเ3 ดก็ ได3เรยี นรูจ3 ากการ
กระทำเหล1านี้ และเตบิ โตเป[นผูใ3 หญ1ที่ดีขนึ้ มาได3

“ไมตP ีตราวPาเดก็ เปSน เหยอื่ รบั ฟUงและคอยถามไถดP ว. ยความจริงใจ”
กรณที ี่ลูกเป[นฝาe ยถกู แกล3ง : ให3ช1วยวางแผนและคอยสนับสนนุ เคา3 คอยถามความคบื หนา3 เรื่อยๆ
กรณที ี่ลูกเป[นฝาe ยไปแกล3งผอู3 ื่น : บอกลกู ว1าส่ิงท่ีทำอยูไ1 ม1ใช1เรือ่ งทถ่ี กู ตอ3 ง เราควรเห็นอกเห็นใจ
ผูอ3 ่ืนไม1กลนั่ แกลง3 ใคร ตวั เราเองก็ไมส1 บายใจที่เค3าทำเร่ืองแบบนี้ ใหห3 ยดุ พฤตกิ รรมเหลา1 นี้ซะ และ
ไม1วา1 ยงั ไง เราจะยงั อย1ขู 3างเคา3 เสมอ

ข้นั ตอนท่ผี .ใู หญPควรทำเมอื่ เด็กถกู Bully
รับฟง( > เรยี นร3ไู ปพอ3 มกัน > สอนให3เตบิ โต > เปล่ยี นแปลง > อย1ดู 3วยกันอย1างเขา3 ใจ

JUST KIDDING แค+ล-อเลน+

ประโยคสนุกๆ ท่คี นฟง> อาจไมสB นกุ ดว" ย

สำหรับครู
ควรทำอย-างไร....

เนน= feedback ทีท่ ำให=เดก็ สมั ผสั ไดว= า8 เราอ8านของเขาทุกบรรทัด และรส=ู ึกตามไปกับเขา สอื่ สารกบั
เขาดว= ยความจรงิ ใจแบบรายบคุ คล ไมใ8 ช8เปนq การตอบแบบรวมๆ

หลายครง้ั การทเ่ี ด็กคนหนงึ่ ถกู Bully หรอื เปqนผ=ู Bully คนอ่นื ก็เกดิ มาจากความร=ูสกึ ที่พวกเขาขาด
ความนบั ถือในตนเอง (Low self-esteem) ไม8รส=ู กึ มตี ัวตนในที่ๆตวั เองอย8ู “ครู” สามารถช8วยพวกเขาไดโ= ดย
การออกแบบกจิ กรรมงา8 ยๆ เช8น การชวนคดิ ชวนคุยเกี่ยวกบั เรอ่ื งราวของบุคคลที่เปqนแรงบันดาลใจตา8 งๆใน
สงั คม ท้งั ในและต8างประเทศ ให=เห็นถงึ ที่มา ท่ไี ป วิธีคิดของคนเหล8านัน้ ผา8 นการรว8 มคดิ ร8วมคุยกนั จากน้ันก็ให=
โจทยคM ำถามเกี่ยวกบั ชีวิต ความฝนä ความตั้งใจ ของพวกเขา เช8น “งานอดิเรก และความชอบของพวกเขาใน
ปäจจบุ นั มีอะไรบา= ง ลองเลา8 ให=ครฟู งä หนอ8 ย” และเม่ือพวกเขาสง8 มา ครูก็ทำหน=าท่ี feedback พวกเขาใน
รปู แบบเสรมิ พลงั (empower) แบบรายบุคคล เพอ่ื ใหพ= วกเขาไดส= มั ผัสถึงความมีตวั ตน ในสายตาของครู แบบ
ท่ีเขาคอื เขา ไมใ8 ชเ8 พียงนักเรยี นคนหน่งึ ในชัน้ เรยี น

PERMA

ใหค# ิด...

สรา# งความตระหนกั ….

**Stop Bullying

Bullying คือ

ประเภทของการกล่ันแกล"ง

ผลกระทบท่เี กิดขน้ึ



แผนการจัดการเรียนรูท. ี่ 5

รายวชิ า กจิ กรรมแนะแนว รหสั วิชา ก23901 กลม8ุ กิจกรรมพัฒนาผู=เรียน
หน8วยการเรยี นรูท= ี่ 1 เรอื่ ง การรจ=ู ัก เขา= ใจ รัก และเห็นคณุ คา8 ในตนเองและผอ=ู ่นื เวลา 6 ชวั่ โมง
เร่ือง การสร=างสมั พันธภาพทดี่ ี เวลา 1 ช่วั โมง

ระดับชนั้ มัธยมศึกษาป^ท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1/2565
ครผู =สู อน ครูปbยธดิ า แสงทอง โรงเรียนหนองบวั พิทยาคาร
...................................................................................................................................................................................................

1. จุดประสงคก- ารเรยี นรู5
- ผ=ูเรยี นรจ=ู ัก เขา= ใจ เห็นคุณคา8 ของผอ=ู ่ืน และปฏิบตั ิตนต8อผอ=ู ่ืนอยา8 งเหมาะสม
2. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค-

- ใฝเf รียนรู=
- มุง8 ม่ันในการทำงาน
3. สมรรถนะสำคัญของผเู5 รยี น

- ความสามารถในการคดิ
4. สาระสำคญั
ผ=เู รยี นร=จู กั และเข=าใจตนเอง เหน็ คณุ ค8าของตนเองและผ=ูอื่น พัฒนาตนเองอยา8 งตอ8 เน่ือง และสามารถ

ใชช= ีวติ อยู8ร8วมกบั ผ=อู ืน่ ในสังคมไดอ= ย8างมคี วามสขุ
5. สาระการเรียนรู5
- ผเ=ู รียนสามารถสร=างสมั พันธภาพทด่ี ีกับผอู= ่นื ได=

6. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู5
ขั้นนำ
1. ครูและนักเรยี นรว8 มกันสนทนากนั ถึงประสบการณกM ารคบเพอ่ื นๆทั้งในอดตี และปäจจบุ นั

2. ครูเล8าถงึ ประสบการณกM ารมเี พ่อื นท่ดี ใี นสมยั วยั เดก็ วัยร8ุน วยั ผู=ใหญ8 ทยี่ งั คงพ่ึงพาอาศัย
คอยเกื้อหนุนซ่งึ กันและกนั อยเู8 สมอ
ขั้นสอน

3. ครใู หน= ักเรยี นสำรวจเพือ่ นรอบตัว พรอ= มเลา8 ถึงสถานการณทM ไ่ี ด=ทำความรจ=ู กั กนั ครง้ั แรก
4. ครูใหน= ักเรยี นศกึ ษา ใบความรู= เร่ือง ส่อื สารดี ดว= ยวธิ สี รา= งสัมพันธภาพ พรอ= มอธบิ ายถึงจุดเริ่มตน=
ของการมเี พ่ือนคือการสร=างสัมพนั ธภาพในรูปแบบตา8 งๆดว= ยความจริงใจ

5. ครูนำเสนอบทความเรอ่ื งเพอื่ นและการสร=างสัมพันธภาพ ของ David W. Johnson ดังน้ี
ถ=าทา8 นต=องการเพือ่ น จงเปqนเพื่อนของผู=อ่ืน
ถ=าท8านต=องการความหว8 งใย จงใหค= วามหว8 งใยผอ=ู นื่

ถ=าท8านตอ= งการคำปลอบโยน จงใหค= ำปลอบโยนผอ=ู ่ืน

6. ครใู หน= ักเรยี นทำใบงาน เรอ่ื ง เครือข8ายมิตรภาพทด่ี ีของฉนั โดยให=นักเรยี นได=สำรวจเพ่อื นรอบตัว
ต้ังแตอ8 ดีตถึงปäจจุบัน พร=อมบอกถงึ วธิ กี ารสร=างสมั พันธภาพของตนเองทีท่ ำให=เพอ่ื นประทบั ใจ

ข้นั สรุป
7. ครแู ละนักเรยี นรว8 มกนั สรปุ และอภิปรายผล ถึงวธิ ีการสรา= งสัมพันธภาพทีด่ ี รวมถึงวธิ กี ารคบเพอ่ื น

ทด่ี แี ละการปฏิบัติตนเปนq กลั ยาณมติ รกับคนรอบข=างเพ่ิมเติม
7. สอ่ื และแหลงO การเรยี นร5ู

- ใบความร=ู เรอ่ื ง ส่อื สารดี ดว= ยวธิ สี รา= งสัมพันธภาพ
8. ชนิ้ งานและภาระงาน

- ใบงาน เรื่อง เครือขา8 ยมิตรภาพทดี่ ขี องฉัน
9. การวดั และการประเมนิ ผล

รายการประเมิน วธิ กี ารวดั ผล เคร่ืองมือที่ใช5 เกณฑ-การประเมิน

ด5านความรู5 นักเรยี นรจ=ู ัก เข=าใจ เหน็ - การทาํ ใบงาน - ใบงาน เร่อื ง เครือขา8 ย - ผา8 นเกณฑMในระดับดี
คณุ คา8 ในตนเอง และพฒั นาตนเองได= มติ รภาพท่ีดขี องฉนั ขน้ึ ไป

เต็มตามศักยภาพ

ด5านคณุ ลกั ษณะ นกั เรียนสามารถ - การสงั เกต - แบบสังเกตพฤติกรรม - ผ8านเกณฑใM นระดบั ดี

1) ใฝเf รยี นรู= การเรียนร=ู ขนึ้ ไป
2) ม8ุงม่นั ในการทำงาน

ดา5 นสมรรถนะสำคัญ นักเรยี นมี - การสงั เกต - แบบประเมินสมรรถนะ ผา8 นเกณฑใM นระดบั ดี
สำคัญ ขนึ้ ไป
1) ความสามารถในการคิด

บันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู.

ผลการจดั การเรยี นรู5
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....

ปญY หาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………

ขอ5 เสนอแนะ/วธิ ีการแก5ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………

(ลงชื่อ) ………..............………….................….…….. ผ=ูสอน
(นางสาวปbยธดิ า แสงทอง)

............/..................... /..................

ขอ5 เสนอแนะของหัวหนา5 กลOมุ สาระการเรียนร5ู
¨ มอี งคMประกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถูกต=องตามหลกั วิชาการ
¨ มีกิจกรรมการเรยี นร=ูเนน= ผู=เรียนเปนq สำคญั ใช=สอื่ และแหลง8 เรยี นรท=ู ่หี ลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวดั และประเมินผลสอดคลอ= งกบั จดุ ประสงคMและกระบวนการจดั การเรียนร=ูโดยใชว= ธิ กี ารท่ีหลากหลาย
¨ แผนการจัดการเรยี นรูน= ำไปสก8ู ารปฏิบตั ิได=สอดคลอ= งกบั หลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผู=เรยี นและชมุ ชน

ลงชอ่ื .....................................................
(นายณรงคศM กั ดิ์ บุญพ8มุ )
หัวหน=างานแนะแนว

วนั ท่ี ......... เดือน ................ พ.ศ. .............
ข5อเสนอแนะของหัวหนา5 งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา

¨ มอี งคปM ระกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถกู ต=องตามหลกั วิชาการ
¨ มกี จิ กรรมการเรยี นรเ=ู นน= ผู=เรียนเปนq สำคญั
¨ มีการใช=ส่อื และแหลง8 เรยี นร=ูหลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวัดและประเมินผลครอบคลุมพฤตกิ รรมพทุ ธิพิสัย จิตพิสัย ทกั ษะพสิ ัย

ลงชอ่ื .....................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ)M

หัวหนา= งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............
ขอ5 เสนอแนะของผ5บู รหิ ารสถานศึกษา
¨ ใชจ= ัดกิจกรรมการเรียนการสอนได=
¨ ขอใหน= เิ ทศ ติดตามผลการใช=แผนการจดั การเรยี นรู= เพือ่ นำไปพัฒนางานต8อไป

ลงชือ่ .....................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชารี)

รองผอู= ำนวยการกลุ8มบริหารวิชาการ
วันท่ี ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............

เพอ่ื นมคี วามจำเป[นต1อคนเรา เพราะเราไม1สามารถอย1ู
อย1างโดดเดี่ยวเพียงลำพงั ได3 โดยเฉพาะวยั รุ1นจะให3ความสำคัญ
กับเพอ่ื นเปน[ อย1างมาก การไดอ3 ยกู1 ับเพื่อนวัยเดยี วกนั จะทำให3
วัยรน1ุ มผี ู3ทคี่ อยรว1 มทุกขCรว1 มสขุ ปรับทกุ ขC เพราะต1างก็มปี ญ( หา
คลา3 ยกัน วยั รน1ุ จึงมีความปรารถนาที่จะมีสมั พนั ธภาพทีด่ กี ับ
เพอ่ื น เพราะจะนำมาซง่ึ การยอมรบั นบั ถือ ความสมัครสมาน
สามคั คี รว1 มมอื กนั และช1วยเหลือเกื้อกลู กันจนส1งผลถึงอนาคต

การสรา. งเสรมิ สมั พนั ธภาพกบั เพื่อนมแี นวทางในการปฏบิ ตั ดิ ังน้ี
1. ร3ูจกั ตนเองและรูจ3 ักคนอน่ื นกั เรยี นต3องมีความเขา3 ใจในความตอ3 งการตนเองและ
ของเพ่อื น ยอมรับสภาพความเปน[ จรงิ ของตน ไม1ยดึ ถือขอ3 บกพร1องใดๆ ในรา1 งกายของตนเป[น
ปมด3อยจนขาดความมน่ั ใจการคบหากบั ผู3อื่น และยอมรับความแตกตา1 งในตัวเพื่อนกับตนเอง
ไมอ1 จิ ฉาริษยาเพือ่ นทม่ี ฐี านะดกี ว1าหรือมคี วามสามารถมากกวา1 และไมย1 กตนข1มทา1 นหรือดถู กู
เหยยี ดหยามเพ่อื นทด่ี อ3 ยกวา1 ตน แต1ให3ยินดีกับความสำเรจ็ ของเพือ่ น และคอยชว1 ยเหลอื สนบั สนนุ
เพ่ือนหากมีโอกาส
2. มมี นุษยสัมพันธCทดี่ ี ร3จู ักพูด รจ3ู กั ฟ(ง เรียนร3ูทจ่ี ะพดู เรอ่ื งตา1 งๆ ในจังหวะทีเ่ หมาะสม
เปดÄ โอกาสใหเ3 พ่ือนได3แสดงความคิดเห็นและรับฟง( ความคดิ เหน็ ของเพอ่ื น เอาใจใส1ในตวั เพื่อนและ
ใหค3 วามสำคญั กบั เพื่อนด3วยความบริสุทธใC จ ตลอดจนมคี วามซ่อื สตั ยCและจรงิ ใจตอ1 เพอื่ น
3. มองโลกในแง1ทีเ่ ป[นจรงิ ไม1มองในแงด1 จี นเกนิ ไป อันอาจถูกหลอกลวงและคดโกงได3แตไ1 ม1
ควรมองคนในแง1ร3ายจนเกินไป เพราะจะทำใหเ3 ป[นคนใจแคบ ไมร1 จู3 กั การใหอ3 ภัย
4. มนี ้ำใจเป[นนักกีฬา ยอมรับผดิ เมอ่ื รู3ว1าตนผิด ปฏิเสธในสิ่งท่ตี นไม1สามารถทำได3 เมอ่ื ให3
สญั ญาอยา1 งไรไวก3 ับใครก็ต3องพยายามทำตามสัญญานน้ั ให3ดที ี่สุด นอกจากนี้ยังต3องร3จู ักเสยี สละ
และใหอ3 ภัยแก1เพ่อื นเม่อื เกิดขอ3 ผิดพลาด โดยทำความเข3าใจถงึ สาเหตทุ ่ีทำให3เกดิ ข3อผิดพลาดน้นั
และร1วมมือกนั ปรับปรุงแกไ3 ขตามเหตกุ ารณCท่ีเกิดขึ้นต1อไป
5.รจู3 ักแนะนำและชักชวนเพ่ือนปฏิบตั กิ ิจกรรมทีด่ มี ีประโยชนC เชน1 เล1นกีฬา เลน1 ดนตรี
เรยี นภาษาองั กฤษ เรียนคอมพวิ เตอรC เข3รว1 มในกิจกรรมพัฒนาต1างๆ ในชมุ ชน โดยเลือกความ
สนใจและมีความเหมาะสมกบั ตนเอง จะไดเ3 ป[นการใชเ3 วลาว1างใหเ3 กิดประโยชนC

เพื8อนท8ีดี คือคนที8เข้าใจ (ไม่ใช่คนท8ีตามใจ)

เพอ$ื นทด$ี ี คอื ผทู้ ม$ี คี วามเป็น “บณั ฑติ ”
ไมจ่ าํ เป็นตอ้ งหมายถงึ คนทไ$ี ปไหนมาไหนกบั เราตลอดเวลา
ไมไ่ ดห้ มายถงึ เฉพาะเพอ$ื นทพ$ี บปะสงั สรรคเ์ ฮฮากบั เราเป็นประจาํ
ไมใ่ ชค่ นทค$ี อยยกยอ่ งสรรเสรญิ ใหเ้ รารสู้ กึ เลศิ ลอย

ในยามทเ$ี ราไดก้ ระทาํ สงิ$ ทไ$ี มส่ มควร หรอื เกดิ ความผดิ พลาดในการดาํ เนิน
ชวี ติ
เพอ$ื นทด$ี มี กั จะ “ชใQี หเ้ หน็ โทษและภยั ” จากสง$ิ เหลา่ นนัQ ชว่ ยชแQี นะหาหนทางแกไ้ ข
ไมซ่ Qาํ เตมิ ไม่ “เพง่ โทษ” เพอ$ื ใหไ้ ดอ้ ายหรอื เอาความผดิ และ เป็นผทู้ เ$ี กบ็ รกั ษา
ความลบั ของมติ รไดเ้ ป็นอยา่ งดี ในความเป็นเพอ$ื นทด$ี ตี ่อกนั นนัQ
เมอ$ื ใดทเ$ี กดิ ความขดั แยง้ ระหวา่ งกนั เพอ$ื นยอ่ มไมโ่ กรธกนั นาน และยอมใหอ้ ภยั กนั
ไดโ้ ดยไมม่ เี งอ$ื นไข ในชวี ติ คนเราลว้ นมเี พอ$ื น แต่กม็ กั เป็นเพอ$ื นในแบบ “คนรจู้ กั ” เสยี
เป็นสว่ นใหญ่ ใครโชคดไี ดม้ เี พอ$ื นทด$ี ไี วเ้ ป็นกลั ยาณมติ รจงึ ควรรกั ษามติ รภาพไวใ้ ห้
ยงั$ ยนื

สว่ นการจะมเี พอ$ื นทด$ี เี ป็นจาํ นวนมาก จาํ นวนน้อย หรอื ไมม่ เี ลยนนัQ
ขนQึ อยกู่ บั ตวั เราเองวา่ … “เราเป็นเพอ$ื นทด$ี กี บั ใครหรอื เปลา่ ”

การสร)างสัมพนั ธภาพท่ดี ีในแบบฉบับของฉัน :

คาํ ชี&แจง : ให้นักเรียนระบชุ 9ือเพื9อน ข้อมลู ส่วนตวั ข้อดีของเพ9ือนที9ดีของตนเองตามความเป็น
จริง

มิตรภาพท8ีดีของ
ฉัน

แผนการจดั การเรียนร.ทู ่ี 6

รายวิชา กิจกรรมแนะแนว รหสั วชิ า ก23901 กลุม8 กิจกรรมพัฒนาผ=เู รยี น
หน8วยการเรียนรทู= ี่ 1 การรจู= ัก เข=าใจ รกั และเห็นคณุ ค8าในตนเองและผ=ูอน่ื เวลา 6 ช่วั โมง
เรือ่ ง การคน= หาและสร=าง Passion ใหก= ับชีวติ เวลา 1 ชวั่ โมง

ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาป^ท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1/2565
ครูผ=สู อน ครูปbยธดิ า แสงทอง โรงเรยี นหนองบัวพิทยาคาร
...................................................................................................................................................................................................

1. จดุ ประสงคก- ารเรยี นรู5
- ผ=เู รียนสามารถคิดวเิ คราะหM ตัดสนิ ใจแก=ปญä หา และวางแผนด=านการศกึ ษา
2. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค-

- ใฝfเรียนรู=
- มุ8งมนั่ ในการทำงาน
3. สมรรถนะสำคญั ของผูเ5 รยี น

- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใช=ทักษะชีวติ
4. สาระสำคญั

- ผู=เรยี นสามารถคิดวิเคราะหM ตดั สนิ ใจแก=ปäญหา และวางแผน ดา= นการศกึ ษาต8อ ดา= นอาชพี ใน
อนาคต และด=านการใช=ชีวติ ได=อยา8 งเหมาะสม
5. สาระการเรยี นร5ู

- ผเู= รียนสามารถคน= หาและสร=าง Passion ใหก= ับชวี ติ ของตนเองไดอ= ยา8 งมีประสิทธภิ าพ
6. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู5
ขน้ั นำ

1. ครใู หน= ักเรียนทบทวนตนเองถงึ สงิ่ ท่ีนักเรียนชอบทำ หรือวางแผนทจี่ ะทำในอนาคต พร=อมส8มุ ให=
ตอบคำถาม สงั เกตแววตาแห8งความสขุ และความตืน่ เต=นในการตอบคำถาม
ขน้ั สอน

2. ครอู ธบิ ายวา8 หากใครมสี ่ิงเหล8าน้ันอยู8ในใจแลว= แสดงวา8 นกั เรยี นมี Passion ของตนเอง ซ่ึงแต8ละคน
อาจจะมีความเหมือน คลา= ย หรือแตกตา8 งกัน และ Passion อาจจะเปล่ียนแปลงไปตามสภาพสงั คมและ
กาลเวลา แต8ต=องอยู8บนพ้ืนฐานความเปqนจรงิ ไมใ8 ชส8 งิ่ เพอ= ฝäน

3. ครูให=นักเรยี นทุกคนค=นหา Passion ของตนเอง ถงึ ความใฝfฝนä สูงสุดในชีวิต โดยการคดิ วิเคราะหM
อ=างองิ จากลักษณะความเปqนตวั เอง ความชอบ ความถนดั ความสนใจ ความสุข ความปรารถนา สิ่งแวดลอ= ม
รอบตัวทเ่ี ปล่ยี นแปลงไปในยคุ ปจä จบุ นั ตา8 งๆ โดยใชค= ำถามกระตุ=น ให=คิด และยกตัวอยา8 งให=เกิดความนา8 สนใจ

4. ครูใหน= ักเรยี นตอบคำถามถงึ ความใฝฝf นä ของตนเอง ตามความสมคั รใจ พร=อมบอกถึงแรงบนั ดาลใจที่
จะชว8 ยผลักดนั ใหค= วามใฝfฝนä นัน้ เปqนจริงมากทสี่ ุด โดยใช=กระบวนการ Active Learning แลกเปลี่ยน
ประสบการณM โดยการพดู การเขยี น การอภปิ รายกบั เพ่ือนๆ

5. ครูใหน= กั เรยี นศึกษาใบความรู= เรื่อง การสร=าง Passion ส8คู วามฝäนให=สำเร็จ
6. ครูใหน= ักเรยี นทำ สมดุ เลม8 เล็ก I wanna be…. คนละ 1 เล8ม เพอ่ื บอกถึง Passion และความใฝfฝäน
สูงสดุ ของตนเอง
ขัน้ สรุป
7. ครูและนกั เรยี นร8วมกนั อภปิ รายแนวทางในการวางแผนและนำตนเองไปส8ูความสำเร็จในอนาคต
7. สื่อและแหลOงการเรยี นรู5
- ใบความร=ู เรอ่ื ง การสร=าง Passion สค8ู วามฝนä ให=สำเรจ็
8. ชน้ิ งานและภาระงาน
- สมุดเล8มเลก็ I wanna be….
9. การวัดและการประเมินผล

รายการประเมนิ วิธกี ารวดั ผล เคร่ืองมอื ท่ใี ช5 เกณฑ-การ
- การตรวจ ประเมนิ
ดา5 นความรู5 นกั เรยี นสามารถคิด สมดุ เลม8 เล็ก
วิเคราะหM ตดั สินใจแก=ปญä หา และ - การรว8 มกจิ กรรม - สมุดเลม8 เล็ก I wanna be…. - ผ8านเกณฑMใน
วางแผนดา= นการศกึ ษา - การสังเกต - กิจกรรมการเรยี นรูใ= น ระดบั ดขี ึ้นไป
ด5านคุณลกั ษณะ นกั เรยี นสามารถ ห=องเรยี น
1) ใฝfเรียนร=ู - การสังเกต
2) มุง8 ม่นั ในการทำงาน - แบบสงั เกตพฤติกรรมการ - ผา8 นเกณฑใM น
ดา5 นสมรรถนะสำคัญ นักเรียนมี เรยี นร=ู ระดบั ดีขึ้นไป
1) ความสามารถในการคดิ
2) ความสามารถในการใช=ทักษะชีวติ - แบบประเมนิ สมรรถนะ ผา8 นเกณฑMใน
สำคัญ ระดับดีขนึ้ ไป

บันทกึ หลังแผนการจดั การเรียนร.ู

ผลการจดั การเรียนรู5
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....

ปญY หาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………

ขอ5 เสนอแนะ/วธิ ีการแกไ5 ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………

(ลงชอื่ ) ………..............………….................….…….. ผ=สู อน
(นางสาวปbยธิดา แสงทอง)

............/..................... /..................

ขอ5 เสนอแนะของหัวหนา5 กลOมุ สาระการเรียนร5ู
¨ มอี งคMประกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถกู ต=องตามหลกั วิชาการ
¨ มีกิจกรรมการเรยี นร=ูเนน= ผู=เรียนเปนq สำคญั ใชส= ือ่ และแหลง8 เรยี นรท=ู ่หี ลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวดั และประเมินผลสอดคลอ= งกบั จดุ ประสงคMและกระบวนการจดั การเรียนร=ูโดยใช=วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
¨ แผนการจัดการเรยี นรูน= ำไปสก8ู ารปฏิบตั ิไดส= อดคลอ= งกบั หลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผู=เรยี นและชมุ ชน

ลงชอ่ื .....................................................
(นายณรงคศM กั ดิ์ บุญพ8มุ )
หัวหน=างานแนะแนว

วนั ท่ี ......... เดือน ................ พ.ศ. .............
ข5อเสนอแนะของหัวหนา5 งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา

¨ มอี งคปM ระกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถกู ต=องตามหลกั วิชาการ
¨ มกี จิ กรรมการเรยี นรเ=ู นน= ผู=เรียนเปนq สำคญั
¨ มีการใช=ส่อื และแหลง8 เรยี นร=ูหลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวัดและประเมินผลครอบคลุมพฤตกิ รรมพุทธิพิสัย จิตพิสัย ทกั ษะพสิ ัย

ลงชอ่ื .....................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ)M

หัวหนา= งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วันที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ5 เสนอแนะของผ5บู รหิ ารสถานศึกษา
¨ ใชจ= ัดกิจกรรมการเรียนการสอนได=
¨ ขอใหน= เิ ทศ ติดตามผลการใช=แผนการจดั การเรยี นรู= เพื่อนำไปพัฒนางานต8อไป

ลงชือ่ .....................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชารี)

รองผอู= ำนวยการกลุ8มบริหารวิชาการ
วันท่ี ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............

“ ชีวติ คือการเรียนรู้ตวั เอง ตลอดชีวติ ทดลองและลงมือทาํ อย่างต่อเน;ือง …
แล้วจะพบความกบั ความสําเร็จในทกุ ช่วงชีวติ ”

Passion คือ สิ่งทช่ี อบ หลงใหล เปqนดั่งแรงบนั ดาลใจ ให=นำไปสู8ความสขุ และพฒั นาตอ8 ใหก= ลายเปqน
ประสบความสำเร็จในชีวติ คลา= ยกับการต้งั เปาá หมาย แตม8 ีการเปลยี่ นแปลงได=ตามกาลเวลา ???
***เพราะเหตใุ ดคนส8วนใหญ8 ค=นหา Passion ไมเ8 จอตลอดชวี ติ

ไมเ# คยคิด / ไมเ# คยค+นหา / ไม#เปด0 ใจ / ไมเ# คยลองผิดลองถูก / ไมเ# คยทำสิง่ ใหม# / กลัวผิดพลาด
การสรา5 ง Passion ให5กบั ชวี ิต ดอี ยOางไร????

เคยรู*สกึ วา/ เราใชช* ีวติ ไปวันๆ อยา/ งไมม/ ีความหมายหรอื เปลา/ หรอื มาเรียนทกุ วันๆ แต/รส*ู กึ ตวั เองได*ว/าเรียนไปง้ันๆ แต/
Passion มนั ไม/มี การใชช* ีวิตไปวันๆอยา/ งไม/มีเปาL หมายน้นั น/าเปMนห/วงนะ เพราะวา/ มนั จะทำใหเ* ราเสียเวลาไปกบั แต/ละวนั และ
อีกอย/างมันไม/ไดช* ว/ ยใหเ* ราเรยี นไดด* ี หรอื เปLาหมายชวี ิตชัดเจนขน้ึ เลย…อารมณแU บบวา/ เรียนไป ใช*ชีวิตไปวนั ๆ

HENRI JUNTTILA ได*เขยี นเกี่ยวกบั 11 วิธีงา/ ยๆทชี่ ว/ ยให*เราหา Passion เจอ และ สามารถนำตวั เองส/คู วามสำเร็จ?
1. Ask Your Higher Self (ถามตัวเองตอนใจสงบ)
เวลาท่เี รามปี fญหาอะไรต/างๆหากจิตใจเราว/ุนวายเรามักหาคำตอบไดไ* ม/ดเี ทา/ ตอนทเ่ี ราจติ ใจสงบ จิตใจสงบนนั้ กอ* ทำได*
ง/ายๆโดยการน่งั สมาธิและนับลบหายใจเข*าออก การถามตวั เองเกย่ี ว Passion ของเรากอ* เชน/ กนั หากเราทำจิตใจให*สงบแลว*
เราอาจจะไดค* ำตอบมากมายท่เี ราเองอาจไม/เคยนกึ ถงึ มาก/อน หากเริม่ ทำตอนแรกๆมันอาจจะไม/ได*ผลทันทีและหากเรา
พยายามไปเรอื่ ยๆแลว* เห็นผลแนน/ อน
2. Listen to Your Heart (ฟงI วJาหวั ใจเราเองบอกอะไรเรา)
บางทีใจของเรารู*เก่ียวกบั ตัวเราดีกว/าความคดิ ของเรา เพราะฉะนั้นลองถามใจตวั เองแลว* ดวู /ามีส่งิ ไหนบ*างทที่ ำแลว*
เรารสู* ึกตน่ื เตน* บางทสี ่ิงทค่ี อยหยุดไมใ/ ห*เราทำถามหวั ใจนั้นมนั คอื การกลวั ความล*มเหลว แตใ/ นโลกนม้ี คี นทั่วไปมากมายท่ี
ประสบความสำเร็จ โดยการเลือกทำงาน หางาน จากในสิ่งท่ตี นชอบและมี Passion (เคยไดย* ินท่ีเคา* บอกกันม๊ัยวา/ ทำอะไรแลว*
มันจะออกมากดหี ากเราทำมนั จาก Passion ของเรา)
3. Look into the Past ยอS นกลับไปดูในอดตี
ลองยอ* นกลบั ไปดใู นอดีตว/าตอนเด็กๆ เราชอบทำอะไร แลว* ลองนกึ ดูวา/ เคยทำอะไรมาบา* งแลว* รสู* ึกต่นื เตน* อย/างเช/น
อาจจะเปMนชอบการเขียน ชอบการสอนเพือ่ น ชอบการต/อเลโก* (สรา* งตกึ สรา* งบา* น) ชอบรอ* งเพลง ชอบเรียนภาษา เปMนตน*
4. Brainstorm (คดิ คิด กับ คิด)
หากระดาษเปลา/ ๆ มาหนง่ึ ใบ และพยายามหาคำตอบใหไ* ดม* ากท่สี ดุ วา/ ‘What is My Passion?’ เขยี นให*หมดทกุ สง/

ทุกอย/างท่นี กึ ได* พยายามหาให*ไดซ* ัก 20 – 30 อยา/ ง คำตอบแรกๆอาจจะง/ายแบบไม/ต*องคดิ เยอะเลย หลังๆอาจจะยากหน/อย
ต*องพยายามหน/อย แตร/ ู*ไหมวา/ คำตอบหลังๆท่ีคดิ ได*เนย่ี สิ มันมาจากใจตัวเองเลย ซงึ่ มกั จะเปนM Passion ของตัวเราเอง

5. Consult Your Fears (หนั เขาS หาความกลวั ของเราเอง)
นึกดซู วิ /ามสี ่งิ อะไรบ*างทเ่ี ราไม/กล*าทำ แต/วา/ เราอยากทำ ตัวอยา/ งเช/น อยากทำ Blog แต/กลวั ไมม/ คี นตดิ ตาม อยาก
เป~ดรา* นอาหารแต/กลวั ไม/มีลกู คา* อยากเขยี นหนงั สอื แต/กลวั คนไมช/ อบเรือ่ งทเี่ ราเขยี น เปMนตน* เราลองขา* มผา/ นความกลัว
เหลา/ น้ันไป แลว* ลองลงมอื อย/างจริงจัง มนั อาจจะเปMน Passion ท่ีเราไม/เคยนกึ ถงึ มากอ/ น
6. What Comes Easy to You? (นึกถึงส่ิงท่เี ราเปkนมอื โปรสุดๆ)
ทุกๆคนมพี รสวรรคUต/างๆทไี่ ม/เหมอื นกัน พรสวรรคเU หล/าน้ีเปนM สิง่ ทเ่ี ราทำไดด* สี ดุ ๆโดยธรรมชาติเลย ถ*ายังนกึ ไม/ออก
ใหล* องนกึ ดวู า/ สงิ่ ท่ีเราได*รับคำชมบ/อยๆเลย หรอื ส่งิ ท่ีคนชมว/าเรามพี รสวรรคUบ/อยๆ นน้ั คืออะไร มนั อาจเปนM Passion ที่เราไม/
เคยคดิ ว/ามันจะทำใหม* ันเปMนจรงิ ได*มากอ/ น

7. What Would You Do If … (ถามตัวเองวJา “เราจะทำอะไรถาS ...)
คำถามในการหา Passion ตัวเองมีตัวอย/างเช/น “เราจะทำอะไรถา* เราได*เงิน 1 ล*านบาทในบัญชขี องเราในตอนนี้”

หรอื “ถา* เราจบ ม.3....เราจะทำอะไรไดบ* า* ง?” “หากเรามกี ารเงนิ บา* นพรอ* ม ครอบครัวพรอ* ม ทกุ ๆอย/างพร*อมแล*ว เราจะทำ
อะไรกบั ชีวติ ” คำถามเหล/านน้ี ัน้ มอี ทิ ธพิ ลในการหา Passion เรามากๆเลย

8. What Do You Like? (เราชอบทำอะไร)
เมือ่ เรากำลงั คน* หา Passion ของตัวเราเอง ใหด* วู า/ เราชอบทำอะไร หรือให*นกึ ถงึ สิ่งท่เี ราอยากเรียนรเู* กยี่ วกบั มัน

เสมอๆ ตวั อย/างเช/น การชอบอ/านหนงั สือและเรยี นร*ูเก่ียวกบั การพัฒนาตนเอง บวกกบั ความสนใจทางด*านธรุ กจิ น่เี ปMนสิง่ หนง่ึ
ที่คนเราสามารถนำ Passion ของตวั เองมาเปMนการเล้ียงชีพตนเอง

9. Eliminate Excuses (กำจดั ขSออSางใหตS วั เอง)
กำจดั ข*ออ*างตา/ งๆใหส* ิ้นซาบ เพราะหากเราคน* หา Passion อะไรแล*ว เราต*องทำมันให*ถึงทส่ี ุด เพ่ือชวี ิตของเราเอง

ใหว* นั หน*าและในการทำความฝนf เราให*สำเร็จ

10. Make the Choice (เลือกเปลย่ี นชีวิตในทางทดี่ ีขึ้น)
หากเราเลอื กท่จี ะใหช* ีวิตมคี วามสขุ มี Passion แล*ว จงทำทกุ ส่งิ ทกุ อย/างใหถ* ึงทีส่ ดุ มสี ิ่งเดียวทเี่ ราจะต*องเอาชนะ

ใหไ* ด* ซงึ่ ก*อคอื ตวั เราเอง การเปลยี่ นแปลงตัวเองในทางที่ดนี ้ันเริม่ จากก*าวเลก็ ๆหลายๆกา* วจนกลายเปนM การเปลี่ยนแปลงอัน
ย่งิ ใหญ/

11. Never Give Up (อยJายอมแพS)
สุดทา* ยซงึ่ สำคัญท่ีสดุ คอื “อย/ายอมแพ”* คนหลายๆคนไม/สามารถทำตาม passion ของพวกเคา* ได*อยา/ งสำเรจ็

เนอื่ งจากเคา* ยอมแพก* ันซะก/อน ทีจ่ ะประสบความสำเร็จ คนที่ประสบคามสำเรจ็ ที่ทำตาม Passion ตนเองน้ัน ลม* แลว* ล*มอกี
แต/ไมเ/ คยยอมแพ* สูต* /อไปจนประสบความสำเร็จ

***เพราะฉะน้ันทกุ อยา/ งมันขน้ึ อย/ูกบั ตวั เราเองวา/ เราอยากใช*ชวี ติ แบบมี passion ทำในสิ่งที่เรารัก ใหป* ระสบความสำเรจ็
หรอื ไม/ จำไว*ว/าชีวติ เปMนของเรา เรารบั ผดิ ชอบทุกความคิดและการกระทำด*วยตนเอง...คน* หา Passion ของตัวเองให*เจอ
แลว* ลงมือทำมันซะ // อย/าปลอ/ ยให*ความเปMนตวั เอง สญู พันธUไุ ปเสยี ก/อน เพราะสุดท*าย ความฝfนและความจรงิ มันก็อยูใ/ น
Passion น่แี หละ...****

สมดุ เลPมเลก็ I wanna be…. I wanna be…

ปก >>> ออกแบบใหSเปนk ตวั เองท่ีสดุ By : KruPiyatida
หนาS ท่ี 1-2 >>> บอกถงึ ความเปkนตวั เองใหSมากที่สุด

- *ประวตั สิ Jวนตวั
- ลกั ษณะนสิ ยั บุคลกิ ภาพ
- ความสุข ฯลฯ

หนาS ที่ 3 >>> เครือขาJ ยบคุ คลทม่ี ีผลตJอชวี ิต
*เพื่อน พJอแมJ ครู แฟน

หนSาที่ 4 >>> บอกถึง Passion ของตนเอง
หนSาท่ี 5 >>> บอกถึงความใฝèฝนI สูงสุด
หนSาท่ี 6 >>> แรงบันดาลใจ

- ประสบการณê/บคุ คลตนS แบบ
- ความชอบ/ความสนใจพเิ ศษ

แผนการจัดการเรยี นรู.ท่ี 7

รายวิชา กจิ กรรมแนะแนว รหัสวชิ า ก23901 กล8มุ กจิ กรรมพัฒนาผ=ูเรยี น
หนว8 ยการเรียนร=ูท่ี 2 การวางแผนดา= นการศึกษา อาชีพ และสังคม เวลา 8 ชว่ั โมง
เรอื่ ง การวางแผนการเรียนตอ8 หลังจบ ม.ต=น เวลา 1 ชวั่ โมง

ระดับช้นั มัธยมศึกษาป^ท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1/2565
ครูผสู= อน ครูปbยธิดา แสงทอง โรงเรยี นหนองบัวพทิ ยาคาร
...................................................................................................................................................................................................

1. จดุ ประสงคก- ารเรยี นรู5
- ผ=ูเรียนสามารถคดิ วิเคราะหM ตัดสินใจแก=ปäญหา และวางแผนดา= นการศึกษา
2. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค-

- ใฝfเรยี นรู=
- ม8งุ ม่ันในการทำงาน
3. สมรรถนะสำคัญของผูเ5 รียน

- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใช=ทักษะชวี ิต
4. สาระสำคญั

- ผ=เู รียนสามารถคดิ วเิ คราะหM ตัดสินใจแก=ปäญหา และวางแผนด=านการศึกษาตอ8 ด=านอาชพี
ในอนาคต และดา= นการใช=ชวี ติ ไดอ= ย8างเหมาะสม
5. สาระการเรียนร5ู

- ผูเ= รียนสามารถเตรยี มตัวเรียนตอ8 หลังจบชน้ั มธั ยมศึกษาป^ท่ี 3
6. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู5
ขัน้ นำ

1. ครทู บทวนบทเรยี นในช่ัวโมงท่แี ลว= เรือ่ ง ความสำคัญของการทดสอบการศึกษาระดับชาติ
ข้ันพน้ื ฐาน (O-net) เพื่อกระต=นุ ให=นกั เรียนเห็นความสำคญั ของการสอบและการนำคะแนนไปใช=ในการเรียนต8อ
ในระดับที่สูงข้ึน

2. ครูและนักเรียนร8วมกนั สนทนาถงึ การเรยี นต8อหลังจบช้ันมธั ยมศึกษาปท^ ี่ 3 และสมุ8 ถามเพือ่
ตรวจสอบว8านกั เรียนแตล8 ะคนมีขอ= มูลในการเรยี นต8อมากน=อยเพียงใด
ขนั้ สอน

3. ครใู ห=ขอ= มลู ที่ถกู ต=องในเร่ืองการเรียนตอ8 หลังจบชนั้ มัธยมศึกษาป^ที่ 3 ท้งั แผนการเรยี นโรงเรยี นเดมิ
และแผนการเรียนท่ัวไปสถาบนั อ่นื ๆ ท้ังสายสามญั และสายอาชีพเพื่อเปนq แนวทางในการตดั สินใจเลือกสายการ
เรยี นในอนาคต

4. ครใู หน= กั เรยี นศกึ ษาใบความร=ู เร่ือง เตรียมตัวส8กู ารเรียนต8อในอนาคต

5. ครูให=นกั เรียนแบง8 กล8มุ 4-6 คน แลกเปล่ียนเรยี นรแู= ละรว8 มกันวางแผนการเรียนต8อหลงั จบ
ชั้นมัธยมศึกษาป^ที่ 3 และชมวิดีทัศนM เรื่องเสน= ทางชีวิตหลังจากจบ ม.3 www.trueplookpanya.com

6. นักเรียนทำ Mind mapping เรอ่ื ง วางแผนการเรียนตอ8 ..รอความสำเรจ็ และนำเสนอหนา= ชนั้ เรียน
ขนั้ สรปุ

7. ครูและนักเรยี นร8วมกันอภปิ รายแนวทางในการนำตนเองไปสค8ู วามสำเร็จ โดยการรูจ= ักการวาง
แผนการเรยี นต8อในระดบั ที่สูงข้นึ
7. ส่ือและแหลOงการเรยี นรู5

- ใบความรู= เรื่อง เตรียมตัวสกู8 ารเรียนต8อในอนาคต
- เสน= ทางการศึกษาหลงั จบ ม.3 www.trueplookpanya.com
8. ชน้ิ งานและภาระงาน
- Mind mapping เร่ือง วางแผนการเรียนตอ8 ..รอความสำเรจ็
9. การวัดและการประเมินผล

รายการประเมนิ วธิ กี ารวัดผล เครอื่ งมอื ท่ีใช5 เกณฑ-การ
- การตรวจ Mind - Mind mapping เร่อื ง วาง ประเมนิ
ด5านความรู5 นักเรยี นสามารถคิด mapping แผนการเรียนต8อ..รอความสำเร็จ - ผา8 นเกณฑMใน
วิเคราะหM ตัดสนิ ใจแกป= äญหา - การร8วมกิจกรรม - กจิ กรรมการเรียนรู=ในหอ= งเรยี น ระดบั ดขี ึน้ ไป
และวางแผนด=านการศกึ ษา - การสังเกต - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนร=ู
ดา5 นคุณลักษณะ นักเรยี น - ผา8 นเกณฑใM น
สามารถ - การสงั เกต - แบบประเมนิ สมรรถนะสำคัญ ระดับดขี ้นึ ไป
1) ใฝเf รยี นรู=
2) ม8งุ ม่ันในการทำงาน ผา8 นเกณฑMใน
ดา5 นสมรรถนะสำคญั นักเรยี นมี ระดบั ดขี ึ้นไป
1) ความสามารถในการคิด
2) ความสามารถในการใช=ทักษะ
ชีวิต

บันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู.

ผลการจดั การเรยี นรู5
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....

ปญY หาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………

ขอ5 เสนอแนะ/วธิ ีการแก5ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………

(ลงชื่อ) ………..............………….................….…….. ผ=ูสอน
(นางสาวปbยธดิ า แสงทอง)

............/..................... /..................

ขอ5 เสนอแนะของหัวหนา5 กลOมุ สาระการเรียนร5ู
¨ มอี งคMประกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถกู ต=องตามหลกั วิชาการ
¨ มีกิจกรรมการเรยี นร=ูเนน= ผู=เรียนเปนq สำคญั ใชส= ือ่ และแหลง8 เรยี นรท=ู ่หี ลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวดั และประเมินผลสอดคลอ= งกบั จดุ ประสงคMและกระบวนการจดั การเรยี นร=ูโดยใช=วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
¨ แผนการจัดการเรยี นรูน= ำไปสก8ู ารปฏิบตั ิไดส= อดคลอ= งกบั หลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผู=เรยี นและชมุ ชน

ลงชอ่ื .....................................................
(นายณรงคศM กั ดิ์ บุญพุ8ม)
หัวหน=างานแนะแนว

วนั ท่ี ......... เดือน ................ พ.ศ. .............
ข5อเสนอแนะของหัวหนา5 งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา

¨ มอี งคปM ระกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถกู ต=องตามหลกั วิชาการ
¨ มกี จิ กรรมการเรยี นรเ=ู นน= ผู=เรียนเปนq สำคญั
¨ มีการใช=ส่อื และแหลง8 เรยี นร=ูหลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวัดและประเมินผลครอบคลุมพฤตกิ รรมพุทธิพิสัย จิตพิสัย ทกั ษะพสิ ัย

ลงชอ่ื .....................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ)M

หัวหนา= งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วันที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ5 เสนอแนะของผ5บู รหิ ารสถานศึกษา
¨ ใชจ= ัดกิจกรรมการเรียนการสอนได=
¨ ขอใหน= เิ ทศ ติดตามผลการใช=แผนการจดั การเรยี นรู= เพื่อนำไปพัฒนางานตอ8 ไป

ลงชือ่ .....................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชารี)

รองผอู= ำนวยการกลุ8มบริหารวชิ าการ
วันท่ี ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............

.... สายไหนใชOเรา ทางหลักทมี่ ีแคO 2 สายใหเ5 ลือก

• สายแรก สายสามัญ ปลายทางมหาวทิ ยาลัย เปนq การศึกษาเพ่ือเพ่มิ พูนความรู= และทกั ษะ
เฉพาะดา= นท่สี ามารถนำไปประกอบอาชีพ และเปqนพ้นื ฐานสำหรับการศกึ ษาตอ8

• สายทสี่ อง สายอาชีพ ปลายทางส8ูอาชพี เปqนการศกึ ษาทม่ี งุ8 สง8 เสริมใหผ= เู= รียนได=พัฒนาการเรียนร=แู ละ
ทกั ษะวิชาชพี รวมทง้ั มคี วามสามารถริเร่มิ ประกอบการและเปนq พ้นื ฐานสำหรับการศึกษาตอ8 สายไหนทไ่ี ปสง8 เรา
ยังจดุ หมายปลายทางทเี่ ราฝนä แล=วถา= ตอ= งเลอื กระหว8างสายสามญั กบั สายอาชพี ขอ= ดีขอ= เสียของแต8ละสายเปqน
อยา8 งไร ไปตดิ ตามกนั เลย

หลกั สตู รสายสามญั

จัดการเรียนการสอนใน 8 กลุม2 สาระการเรยี นรหู6 ลกั และสาระเพ่ิมเติม เพ่ือเปน? การพัฒนาผเ6ู รียนให6มี
ความรู6ความสามารถใหค6 รบทกุ ดา6 น ตามลำดับขัน้ ประกอบดว6 ย ภาษาไทย, คณติ ศาสตรP, วิทยาศาสตรP,
ภาษาต2างประเทศ, สังคม ศาสนา วัฒนธรรม, สขุ ศกึ ษาและพละศกึ ษา, การงานอาชพี และเทคโนโลยี,
ศลิ ปะ ฯลฯ

แผนการเรียน แต,ละโรงเรยี นมีแบง, แผนการเรยี นหลกั ๆ มีดังน้ี

วทิ ย-- คณิต ศลิ ปu - คำนวณ
ศลิ ปu – ภาษา ไทย – สังคม

ü ขอ= ดีสายสามญั
- ได=ความรพ=ู ืน้ ฐานทัว่ ไปมากกว8าสายอาชีพ (เนน= ทฤษฎมี ากกวา8 การปฏบิ ัติจรงิ )
- สามารถเลอื กเขา= ศกึ ษาตอ8 ในระดับมหาวิทยาลัยได=ทั่วประเทศ หลากหลายโครงการ คณะ และสาขา
- มีโอกาสเปqนนักเรียนแลกเปล่ยี นได=ในตา8 งประเทศ หรอื กิจกรรมอ่นื ๆ ได=มากกวา8 สายอาชีพ
- สงั คมการเรยี น สงั คมเพ่ือนจะกว=างและสามารถเชอื่ มตอ8 กนั ได=หลากหลายสาขา

ü ข=อเสียของการเรยี นสายสามัญ
- ความรเ=ู ฉพาะดา= นอาจไม8แน8นเท8าสายอาชพี (ในบางกรณี)
- เรียนจบ ม.6 ถา= ไมต8 อ8 ปริญญาตรี จะไม8มคี วามหมาย เพราะวฒุ ิ ม.6 หางานทำค8อนข=างยาก และ
เงินเดอื นนอ= ยกว8า ทัง้ ทใ่ี ช=เวลาเรยี นเท8ากัน
- สายสามัญสว8 นใหญ8จะไมเ8 จอวชิ าชวี ิต เจอแต8บทเรยี นและตำรา

หลักสตู รสายอาชีพ

หลักสตู รประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เป?นระดับการฝกX วชิ าชีพระดบั พื้นฐานในงานสายอาชพี
สาขาตา2 งๆ ซงึ่ ผ6ูทเี รยี นจบสามารถนำความรูท6 ี่ได6ไปประกอบอาชพี ได6

หลักสตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ช้ันสงู (ปวส.) เปน? ระดบั ความร6ูท่ีสงู ขึน้ จาก ปวช. โดยเน6น
ความรูเ6 ฉพาะด6านมากยง่ิ ขึน้ ทำใหผ6 เู6 รยี นมีความรค6ู วามชำนาญพิเศษมากขนึ้

ü ข=อดีของการเรยี นสายอาชพี
- มีความรู=เฉพาะด=านคอ8 นข=างแน8น ถ=าคนท่เี ลือกเรยี นต8อในสาขาที่เรียนมาจะไดเ= ปรียบกว8าสายสามญั เมอ่ื เขา=
ไปเรียนในระดบั มหาวทิ ยาลยั
- ถา= ไม8เรยี นต8อในระดบั มหาวทิ ยาลยั ก็สามารถทำงานไดเ= ลย ทั้งภาครัฐท่มี ีเปดb สอบราชการหรอื ภาคเอกชน
และสามารถทำงานไปด=วย เรยี นต8อไปด=วยควบค8ูกันได=

ü ข6อเสยี การเรียนสายอาชพี
- มีข6อจำกัดในการศึกษาตอ2 มหาวทิ ยาลัย เพราะมหาวิทยาลยั หลายๆแห2ง ไม2ค2อยมีคณะ/สาขาวชิ า

ทีเ่ ปดa รับเดก็ สายอาชีพ
- วิชาการพ้ืนฐานและทฤษฎอี าจไมแ2 นน2 และละเอยี ดเท2าสายสามัญ

ü เหตผุ ลท่ีเลือกเรียนสายอาชพี
- ชอบเรียนภาคปฏิบตั ิมากกว2าภาคทฤษฎี
- เป?นท่ตี อ6 งการของตลาดแรงงาน จบออกมามงี านทำทันที
- การเรยี นไมย2 าก การแข2งขนั ไม2สูง ค2าใชจ6 า2 ยในการศกึ ษาไมส2 ูงมากนัก
- ได6รับอิทธพิ ลจากผู6ปกครอง ญาติ เพ่อื น
- สถานศกึ ษามีหลกั สตู รให6เลือกหลากหลาย
- เรียนตามเปfาหมายท่ตี ัง้ ไว6

ü เหตผุ ลท่ไี ม2เลอื กเรียนสายอาชพี
- โอกาสกา6 วหนา6 ในอนาคตจำกัด เพราะวุฒิไม2สูง ทำงานระดบั แรงงาน
- ปgญหาความรุนแรง ยกพวกตีกนั โดนลกู หลง
- หางานทำยาก เพราะหลาย ๆ บรษิ ทั รับปรญิ ญาตรีขน้ึ ไป
- ค2านยิ มของสังคม ทำใหเ6 ดก็ ร6สู กึ ว2าสงั คมไม2ยอมรบั /ร6สู กึ ไมน2 2าภาคภูมิใจ

ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม หลกั สูตรท่เี ปดg สอนในระดับ ปวช.

สาขาวชิ าช2างยนตP สาขาวิชาชา2 งกลโรงงาน
สาขาวิชาช2างเชอื่ มโลหะ สาขาวิชาชา2 งไฟฟfากำลงั
สาขาวิชาช2างอิเล็กทรอนกิ สP สาขาวิชาช2างก2อสรา6 ง
สาขาวชิ าสำรวจ สาขาวิชาชา2 งเขยี นแบบเคร่ืองกล
สาขาวิชาช2างซ2อมบำรุง สาขาวิชาช2างพมิ พP
สาขาวชิ าเทคนคิ แวน2 ตาและเลนสP สาขาวิชาช2างตอ2 เรือ
สาขาวิชาชา2 งโทรคมนาคม สาขาวิชาชา2 งเคร่อื งมือวัดและควบคุม
สาขาวิชาโยธา สาขาวชิ าอุตสาหกรรมยาง
สาขาวิชาเมคคาทรอนิกสP สาขาวชิ าเครอื่ งกลเกษตร
สาขาวิชาชา2 งเทคนิคคอมพวิ เตอรP สาขาวชิ าสถาปgตยกรรม
สาขาวิชาช2างซ2อมบำรุงเรือ สาขาวิชาช2างเครื่องทำความเยน็ และปรบั อากาศ
สาขาวิชาเทคโนโลยีฟอกหนัง สาขาวิชาช2างเครอ่ื งเรอื นและตกแต2งภายใน

ประเภทวิชาพาณิชยกรรม
สาขาวิชาการบญั ชี สาขาวชิ าการตลาด
สาขาวชิ าการเลขานุการ สาขาวชิ าคอมพิวเตอรPธรุ กิจ
สาขาวชิ าธุรกจิ สถานพยาบาล สาขาวชิ าการประชาสัมพันธP
สาขาวิชาธุรกิจคา6 ปลีก สาขาวชิ าภาษาตา2 งประเทศ
สาขาวชิ าโลจิสตกิ สP สาขาวิชาการจดั การสำนักงาน
สาขาวิชาการจดั การด6านความปลอดภยั สาขาวิชาธุรกิจการกีฬา
ประเภทวิชาศิลปกรรม
สาขาวิชาวจิ ิตรศิลปj สาขาวชิ าการออกแบบ
สาขาวชิ าศลิ ปหตั ถกรรม สาขาวชิ าศิลปกรรมเซรามิก
สาขาวิชาศลิ ปหัตถกรรมรูปพรรณเครื่องถมและเคร่อื งประดบั
สาขาวชิ าถ2ายภาพและมัลตมิ เี ดีย สาขาวิชาเทคโนโลยศี ิลปกรรม
สาขาวิชาคอมพิวเตอรกP ราฟกa สาขาวชิ าอุตสาหกรรมเคร่ืองหนัง
สาขาวชิ าเครื่องประดบั อญั มณี สาขาวิชาช2างทองหลวง
สาขาวชิ าการพิมพสP กรีน สาขาวชิ าออกแบบนเิ ทศศิลปj
ประเภทวชิ าคหกรรม

สาขาวิชาแฟช่ันและส่งิ ทอ สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ

สาขาวชิ าคหกรรมศาสตรP สาขาวชิ าธุรกจิ เสริมสวย
สาขาวชิ าธรุ กิจคหกรรม ประเภทวชิ าเกษตรกรรม

สาขาวิชาเกษตรศาสตรP
ประเภทวชิ าประมง
สาขาวชิ าเพาะเลยี้ งสตั วPนำ้ ประเภทวิชาอุตสาหกรรมทอ2 งเทย่ี ว
สาขาวชิ าการโรงแรม สาขาวชิ าการท2องเท่ยี ว
ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรมสิ่งทอ
สาขาวชิ าเทคโนโลยีสิ่งทอ สาขาวชิ าเคมีสงิ่ ทอ
สาขาวชิ าเทคโนโลยเี คร่ืองน2งุ หม2
ประเภทวชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สาขาวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศ สาขาวชิ าคอมพวิ เตอรโP ปรแกรมเมอรP
ประเภทวชิ าอุตสาหกรรมบนั เทิงและดนตรี
สาขาวิชาอตุ สาหกรรมบันเทิง สาขาวชิ าการดนตรี
สาขาวิชาการสรา6 งเครอื่ งดนตรไี ทย

ทัง้ นท้ี งั้ 2 สาย สามารถศกึ ษาต8อถึงระดบั สงู สดุ ไดเ= หมือนกัน คอื ระดบั ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาโท
ปริญญาเอก ซงึ่ เปนq การพฒั นาการศึกษาตามลำดับขั้น สำหรับผส=ู นใจศึกษาต8อระดบั สูงขนึ้ ไป เพอื่ ยกระดับ
ความร=ูความสามารถ นกั เรยี นจบช้นั ม.3 สามารถเลือกเรยี นได=ทง้ั สายสามญั และสายอาชพี ค8ะ

การตดั สนิ ใจเลือกสายการศึกษาตอ8 ควรเลือกโดยมีขอ= มูลประกอบท่นี า8 เชอ่ื ถอื ได= เศรษฐกจิ ครอบครัว
ครูอาจารยM เพอ่ื น ถือว8าเปนq ผู=มอี ทิ ธพิ ลต8อการตัดสนิ ใจ และท่ีสำคัญท่ีสุดคือตวั เราเอง ตอ= งรูจ= กั หาข=อมลู รจู= ัก
ตวั เอง ถึงความชอบ ความสนใจ ความต=องการในอนาคตของตนเอง เพอื่ วางแผนออกแบบเส=นทางการศึกษา
ตอ8 ใหเ= หมาะสมกับตวั เรามากที่สุด

(ทกุ แผนการเรียน เรยี นพ้ืนฐานที่คลา* ยกัน รวมทั้งภาษาองั กฤษ เกาหลี จนี ญ่ปี นุà )
1. แผนการเรียน พลศกึ ษา : เน*นวิทยาศาสตรUการกีฬา กตกิ าการแข/งขันกฬี า และการเลน/ กีฬาประเภทต/างๆ เช/น

ฟุตบอล วอลเลยUบอล บาสเกตบอล กรฑี า ตะกร*อ ฯลฯ รวมถงึ การ

2. แผนการเรยี น วทิ ยU – คณติ : เนน* วทิ ยาศาสตรU ฟ~สกิ สU เคมี ชีววทิ ยา และคณิตศาสตรU
3. แผนการเรยี น ภาษาอังกฤษ : เน*นภาษาองั กฤษ และวฒั นธรรมอาเซยี น
4. แผนการเรียน ภาษาจนี : เน*นภาษาองั กฤษ และวัฒนธรรมอาเซยี น

5. แผนการเรยี น ภาษาญป่ี ุนà : เน*นภาษาองั กฤษ และวัฒนธรรมอาเซยี น

6. แผนการเรยี น ภาษาเกาหลี: เนน* ภาษาองั กฤษ และวฒั นธรรมอาเซียน
**เป~ดรับสมคั รในรอบปกติ ชว/ งเดือน มีนาคม ของทกุ ปí นกั เรียนตอ* งเลอื กแผนการเรยี น/เตรียมเอกสาร/และสอบตาม
ข้นั ตอน
7. แผนการเรยี น EIS : English integrated study เนน* การเรียนการสอนโดยการบูรณาการใช*ภาษาองั กฤษจดั กจิ กรรม

การเรยี นการสอนใน 4 สาระวิชา คือ คณิตศาสตรU วทิ ยาศาสตรU คอมพิวเตอรU และภาษาอังกฤษ

* ใหผ* *เู รยี นเรียนร*ภู าษาท่ีสองจากภาษาแม/ สัญลกั ษณตU /างๆ หรือเรยี นร*จู ากสง่ิ แวดลอ* มใกล*ตัว
* ใหค* ุณครูผ*สู อนและนักเรียนมีปฏสิ ัมพนั ธโU ดยการใช*ภาษาอังกฤษในห*องเรียน (Classroom English)
* ให*นักเรยี นไดฝ* öกฝนทกั ษะและใชว* ธิ กี ารทางคณิตศาสตรทU ีเ่ หมาะสมในการวเิ คราะหแU ละแก*โจทยทU างคณติ ศาสตรU
ท่เี ปนM ภาษาอังกฤษ จะสง/ เสริมให*เรียนร*ูและเข*าใจภาษาองั กฤษง/ายและเร็วข้นึ
*ให*นกั เรยี นไดฝ* กö ฝนทกั ษะการอา/ นและการเขยี นภาษาองั กฤษ โดยใชก* ระบวนการเรียนรแ*ู บบวิทยาศาสตรU
คอื การสงั เกต การเปรยี บเทยี บ การจำแนกกล/ุม การเช่อื มโยงความรู* และการสรุปผลแบบอ*างอิง จะสง/ เสรมิ ให*
ผ*เู รียนอา/ น เขียนและเขา* ใจภาษาอังกฤษที่อ/านไดเ* รว็ ขน้ึ

8. แผนการเรยี น Smart Science : โครงการหอ* งเรยี นพเิ ศษวทิ ยาศาสตรU หลักสตู รสสวท. เนน* ด*านวทิ ยาศาสตร,

คณติ ศาสตรU และคอมพวิ เตอรU

**เปด~ รับสมัคร กOอนรอบปกติ ชว/ งเดอื น กมุ ภาพนั ธU ของทกุ ปí คัดเลอื กนักเรยี นท่ีคะแนนผ/านเกณฑU หอ* งละ35คนเทา/ นนั้

9. แผนการเรยี น เพชรบัวพทิ ยU
**เปด~ รับสมคั รนักเรยี นทีส่ นใจสมคั รเรียน ขณะเรยี นอยู/ช้ันมธั ยมศึกษาปทí ่ี 4 โดยมีเปLาหมายเรยี นต/อมหาวิทยาลยั
ด*านวิทยาศาสตรUสขุ ภาพ เช/น หมอ พยาบาล เภสชั เทคนคิ การแพทยU เปนM ตน*





Mind mapping เรือ่ ง วางแผนการเรียนตอP ..รอความสำเรจ็

คำชี้แจง : ให.แตPละกลPมุ รPวมกนั แลกเปลีย่ นเรยี นรู.และวางแผนการเรยี นตPอ
หลงั จบชนั้ มัธยมศกึ ษาปทl ี่ 3 โดยมรี ายละเอยี ดดังน้ี

1. ช่ือ – สกลุ
2. แผนการเรียนไหนท่ีใชPเรา
3. นกั เรียนจะตPอยอดแผนการเรียนของตนเองสูคP วามสำเร็จไดอ. ยPางไร
4. คณะ/มหาวทิ ยาลยั ที่ใฝsฝนU

5. อาชพี ในอนาคต

แผนการจดั การเรยี นร.ูที่ 8

รายวิชา กิจกรรมแนะแนว รหสั วิชา ก23901 กล8ุม กจิ กรรมพฒั นาผูเ= รียน
หนว8 ยการเรยี นรู=ท่ี 2 การวางแผนด=านการศกึ ษา อาชพี และสังคม เวลา 8 ชวั่ โมง
เรอ่ื ง การเก็บหน8วยกิต Pre-degree ระดบั ป.ตรี เวลา 1 ชวั่ โมง

ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาป^ที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1/2565
ครผู ู=สอน ครูปbยธิดา แสงทอง โรงเรยี นหนองบัวพิทยาคาร
...................................................................................................................................................................................................

1. จุดประสงค-การเรยี นรู5
- ผเ=ู รียนสามารถคิดวเิ คราะหM ตัดสนิ ใจแกป= ญä หา และวางแผนด=านการศกึ ษา
2. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค-

- ใฝfเรียนร=ู
- มง8ุ มนั่ ในการทำงาน
3. สมรรถนะสำคัญของผ5ูเรยี น

- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใชท= ักษะชวี ติ
4. สาระสำคญั

- ผ=ูเรียนสามารถคดิ วิเคราะหM ตดั สนิ ใจแก=ปญä หา และวางแผนด=านการศกึ ษาตอ8 ด=านอาชีพ
ในอนาคต และดา= นการใช=ชีวิตได=อย8างเหมาะสม
5. สาระการเรียนรู5

- ผเ=ู รียนสามารถวางแผนการเรียนเก็บหนว8 ยกิต Pre-degree ระดับ ป.ตรี ในระหว8างที่เรียนชั้นมธั ยม
ปลาย หรือ ปวช. ควบค8ูกนั ได=อย8างมปี ระสิทธภิ าพ ทำให=ประหยัดคา8 ใช=จา8 ยและเวลาในการศกึ ษาต8อ
6. การจัดกจิ กรรมการเรยี นร5ู

ข้ันนำ
1. ครูกล8าวเปดb ประสบการณMโลกกว=างทางการศกึ ษา โดยให=นักศึกษาไดเ= ขา= มาแนะแนวทาง
เพอื่ สรา= งแรงบนั ดาลใจใหก= ับนกั เรียนในการเรยี นต8อในระดบั ทส่ี ูงขน้ึ

ข้ันสอน
2. ครใู ห=ข=อมูลเบือ้ งต=นในวางแผนการเรียนเกบ็ หน8วยกติ Pre-degree ระดบั ป.ตรี
3. ครูให=นักเรียนฟäงการแนะแนวจากนกั ศกึ ษารน8ุ พีท่ ่ีเรียนเก็บหนว8 ยกติ Pre-degree ระดบั ป.ตรี

มหาวิทยาลยั รามคำแหง
4. ครูใหน= กั เรยี นศกึ ษา ใบความร=ู เรื่อง การเรยี นเกบ็ หน8วยกติ (Pre-degree) พรอ= มศึกษาข=อมูล
รายละเอยี ดต8างๆ เพ่มิ เติมจาก แผน8 พับ การเรยี น ป.ตรี หลักสูตร Pre-degree ม.รามคำแหง

5. นักเรียนแบง8 กลุ8ม 4 - 6 คน ระดมสมองสรุปองคคM วามรท=ู ีไ่ ดจ= ากรบั ฟงä การแนะแนว ศกึ ษาใบความรู=
และข=อมลู จากผ8านพบั แล=วนำไปสรุปเปqน Mind mapping เร่ือง การเรยี น ป.ตรี หลกั สูตร
Pre-degree ทางเลือกเพอ่ื อนาคต

ขัน้ สรุป
6. ครูและนักเรียนร8วมกนั อภิปรายถงึ การเรยี นต8อในอนาคต ให=ประสบความสำเรจ็ ในสายการเรียนที่

ตนเองสนใจ พรอ= มทงั้ บอกแนวทางในการเรียน ป.ตรี หลักสูตร Pre-degree เพือ่ ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา
แตต8 อ= งมีความมุง8 มัน่ ตัง้ ใจ และวางแผนการเรียนอยา8 งมีลำดบั ข้ันตอน
7. ส่ือและแหลงO การเรียนร5ู

- ใบความร=ู เรอื่ ง การเรยี นเกบ็ หนว8 ยกติ (Pre-degree)
- แผน8 พับ การเรยี น ป.ตรี หลักสูตร Pre-degree ม.รามคำแหง
- รับฟäงการแนะแนวจากนักศกึ ษา ม.รามคำแหง
8. ช้นิ งานและภาระงาน
- Mind mapping เร่ือง การเรียน ป.ตรี หลักสตู ร Pre-degree ทางเลือกเพอื่ อนาคต
9. การวดั และการประเมินผล

รายการประเมนิ วิธกี ารวัดผล เคร่ืองมอื ทใ่ี ช5 เกณฑ-การ
- การตรวจ Mind - Mind mapping เรอ่ื ง การเรยี น ประเมิน
ดา5 นความร5ู นักเรยี นสามารถคิด mapping ป.ตรี หลักสตู ร Pre-degree - ผ8านเกณฑMใน
วเิ คราะหM ตดั สนิ ใจแกป= äญหา - การรว8 มกจิ กรรม ทางเลือกเพือ่ อนาคต ระดบั ดขี ้ึนไป
และวางแผนด=านการศกึ ษา - การสังเกต - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นร=ู
ดา5 นคณุ ลักษณะ นักเรียน - ผา8 นเกณฑMใน
สามารถ - การสงั เกต - แบบประเมินสมรรถนะสำคญั ระดับดีขน้ึ ไป
1) ใฝเf รียนร=ู
2) มุง8 มัน่ ในการทำงาน ผ8านเกณฑMใน
ดา5 นสมรรถนะสำคัญ นกั เรียนมี ระดับดีขน้ึ ไป
1) ความสามารถในการคิด
2) ความสามารถในการใชท= ักษะ
ชีวติ

บันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู.

ผลการจดั การเรยี นรู5
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....

ปญY หาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………

ขอ5 เสนอแนะ/วธิ ีการแก5ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………

(ลงชื่อ) ………..............………….................….…….. ผ=ูสอน
(นางสาวปbยธดิ า แสงทอง)

............/..................... /..................

ขอ5 เสนอแนะของหัวหนา5 กลOมุ สาระการเรียนร5ู
¨ มอี งคMประกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถกู ต=องตามหลกั วิชาการ
¨ มีกิจกรรมการเรยี นร=ูเนน= ผู=เรียนเปนq สำคญั ใชส= ือ่ และแหลง8 เรยี นรท=ู ่หี ลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวดั และประเมินผลสอดคลอ= งกบั จดุ ประสงคMและกระบวนการจดั การเรียนร=ูโดยใช=วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
¨ แผนการจัดการเรยี นรูน= ำไปสก8ู ารปฏิบตั ิไดส= อดคลอ= งกบั หลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผู=เรยี นและชมุ ชน

ลงชอ่ื .....................................................
(นายณรงคศM กั ดิ์ บุญพ8มุ )
หัวหน=างานแนะแนว

วนั ท่ี ......... เดือน ................ พ.ศ. .............
ข5อเสนอแนะของหัวหนา5 งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา

¨ มอี งคปM ระกอบของแผนครบถว= น สมบรู ณM และถกู ต=องตามหลกั วิชาการ
¨ มกี จิ กรรมการเรยี นรเ=ู นน= ผู=เรียนเปนq สำคญั
¨ มีการใช=ส่อื และแหลง8 เรยี นร=ูหลากหลาย เหมาะสม
¨ มกี ารวัดและประเมินผลครอบคลุมพฤตกิ รรมพุทธิพิสัย จิตพิสัย ทกั ษะพสิ ัย

ลงชอ่ื .....................................................
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ)M

หัวหนา= งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วันที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ5 เสนอแนะของผ5บู รหิ ารสถานศึกษา
¨ ใชจ= ัดกิจกรรมการเรียนการสอนได=
¨ ขอใหน= เิ ทศ ติดตามผลการใช=แผนการจดั การเรยี นรู= เพื่อนำไปพัฒนางานต8อไป

ลงชือ่ .....................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชารี)

รองผอู= ำนวยการกลุ8มบริหารวิชาการ
วันท่ี ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............

การเรียนเกบ็ หน+วยกิต

(Pre-degree)

ทบั ทิม อัญรินทร- ธรี าธนนั พฒั น-
เข=าเรยี นระบบ Pre-degree ขณะศึกษาอยช8ู ั้น ม.4 และหลงั จากจบชั้น ม. 6
ไดเ= ทยี บโอนหน8วยกจิ มาศึกษาต8อชนั้ ปริญญาตรี คณะมนษุ ยศาสตรM มหาวิทยาลยั รามคำแหง

การเรียน Pre-degree คืออะไร ?

Pre-degree เปน[ หลกั สูตรทเ่ี ปดÄ โอกาสให3เรยี นปรญิ ญาตรลี 1วงหน3า โดยใช3วุฒิ ม.3

และกำลงั ศึกษาอยู1ในระดบั ชั้นม.ปลาย หรอื ปวช. ปวส. และ กศน. จากน้นั เม่อื จบการศกึ ษาชน้ั
ม.6 จงึ จะสมคั รเป[นนักศกึ ษาภาคปกติ โดยเทยี บโอนหนว1 ยกิตที่สะสมไว3ตอนเรยี น Pre- degree
เพ่ือเรยี นตอ1 จนครบตามหลกั สูตรและสำเร็จการศกึ ษา

สำหรบั ข3อดีของระบบ Pre-degree น้นั ทำให3เด็กทีม่ ีศักยภาพและอยากจะเรยี นมโี อกาส
ได3เรียนอยา1 งเตม็ ที่ และหลักสตู รน้ยี งั ชว1 ยเสรมิ ในการเรยี นระดับชัน้ ม.ปลาย ของเด็กดว3 ย


Click to View FlipBook Version