เรยี นรเู้ รอ่ื ง H T
เดือน กรกฎาคม 2564
เรอ่ื งท่ี 1
ขนั้ ตอนการผลิตน้าประปาของ กปภ.
คุณภาพนา้ ประปา มคี วามสาคญั กบั กปภ. อย่างไร?
ตำมคำ่ นิยมองคก์ ร “ มุ่ง – มนั่ – เพื่อปวงชน ”
กปภ. ผลิตน้ำประปำเพื่อให้ลูกคำ้ ไดร้ ับน้ำประปำที่มีคุณภำพตำมมำตรฐำน กปภ.
เหมำะแก่กำรอุปโภคและบริโภคไดอ้ ยำ่ งปลอดภยั ตอ่ สุขอนำมยั
กปภ. ใส่ใจในคุณภำพ มีกำรทดสอบและควบคุมคุณภำพในทุกข้นั ตอนกำรผลิต
ต้งั แต่แหล่งน้ำดิบ ซ่ึงเป็ นวตั ถุดิบสำคญั กระบวนกำรผลิตน้ำในแต่ละข้นั ตอน กำรใช้
สำรเคมีปรับปรุงคุณภำพน้ำใหเ้ หมำะสม จนถึงมำตรของลูกคำ้ ในระบบจ่ำย
2
การกาหนดแนวทางปฏิบตั ิ
ในกระบวนการผลิตน้าประปา
และควบคมุ คณุ ภาพน้า
กปภ. จัดทำคู่มือกระบวนกำรผลิต
นำ้ ประปำและควบคมุ คณุ ภำพนำ้ เพ่ือให้
ผเู้ กย่ี วขอ้ งทกุ คนถือปฏิบตั อิ ย่ำงเคร่งครดั
ซ่ึงสำมำรถศึกษำไดต้ ำม QR ที่แนบมำนี้
3
เกณฑก์ ำหนดกำรควบคมุ คณุ ภำพนำ้ ในกระบวนกำร
ผลติ -จำ่ ยนำ้ (ระบบ Conventional)
• น้ำดิบ • นำ้ หลงั เติมสำรตกตะกอน • นำ้ ก่อนกรอง • น้ำหลังกรอง • นำ้ ประปำ • น้ำในระบบจ่ำย
pH 5.0-9.0 pH 6.5-8.5 pH 6.5-8.5 Turbidity ≤ 4 NTU pH 6.5-8.5 pH 6.5-8.5
สกี ลนิ่ ธรรมชำติ Turbidity ≤ 10 NTU Mn ≤ 0.3 mg/l Turbidity ≤ 4 NTU Turbidity ≤ 4 NTU
เหล็ก ≤ 0.3 mg/l สปี รำกฏ ≤ 15 unit สปี รำกฏ ≤ 15 unit
Mn ≤ 0.3 mg/l Mn ≤ 0.3 mg/l
คลอรีน 0.6-2.5 mg/l คลอรีน ≥ 0.2 mg/l
ไมพ่ บโคลิฟอร์ม ไม่พบโคลฟิ อรม์
แบคทเี รยี แบคทีเรยี
4
การกวนเรว็ และกวนชา้
กำรกวนเร็วหรือกำรสรำ้ งตะกอน (Coagulation) และกำรกวนชำ้ หรือกำรรวม
ตะกอน (Floculation) เป็ นกระบวนกำรสำคญั ในระบบผลิตนำ้ ประปำ โดยกำรใชส้ ำรเคมี
เชน่ สำรสม้ สำร PACl ในปริมำณท่เี หมำะสม ชว่ ยใหเ้ กดิ กำรตกตะกอนไดเ้ ร็วขน้ึ
รำยละเอียดขนั้ ตอนกำรตกตะกอน ศึกษำเพิ่มเติมไดจ้ ำกคมู่ อื ฯ ภำคทฤษฎี หนำ้ 22-50
Static Mixer
5
กำรหำปริมำณสำรเคมที เี่ หมำะสม
กำรทดสอบจำรเ์ ทสต์ (Jar Test) เป็ นกำรทดสอบหำปริมำณสำรเคมีที่เหมำะสม
ในกำรสรำ้ งตะกอนดว้ ยเคร่ืองจำรเ์ ทสต์ (Jar Tester) ซ่ึงจำลองสภำวะท่ีเกิดขึ้นในระบบ
ผลิตน้ำประปำ โดยควำมเร็วใบพัดของจำร์เทสต์ และระยะเวลำในกำรกวน ท้ัง
กระบวนกำรกวนเร็วและกวนชำ้ ตอ้ งคำนวณใหส้ อดคลอ้ งกบั ค่ำ Velocity Gradient (G)
ตลอดจนปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อกำรสรำ้ งตะกอนดว้ ย จึงจะทำใหผ้ ลของกำรทดสอบ
จำรเ์ ทสต์ นำไปใชใ้ นกำรเตรียม-จ่ำยสำรเคมใี นกระบวนกำรผลติ ไดอ้ ย่ำงมีประสิทธิผล
ก ำ ร ท ด ส อ บ จ ำ ร์ เ ท ส ต์ ต้อ ง ท ำ ก ำ ร
ทดสอบทกุ วัน โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งหำก
คณุ ภำพนำ้ ดิบเกิดกำรเปล่ียนแปลงขึ้น
ในแต่ละช่วงเวลำ จะตอ้ งทำกำรทดสอบ
เพื่อหำชนิด และปริมำณสำรเคมีท่ี
เหมำะสมในช่วงเวลำน้ันๆ สำหรับเป็ น
บรรทัดฐำนสำหรับกำรควบคมุ กำรใช้
สำรเคมีตำมชว่ งเวลำตำ่ งๆ ดว้ ย
6
กำรหำปริมำณสำรเคมที ี่เหมำะสม
• กปภ. กำหนดกำรทดสอบจำรเ์ ทสตค์ วำมถี่อย่ำงนอ้ ย 1 ครั้ง/วนั โดยใช้
เครื่องจำร์เทสต์ และบันทึกขอ้ มลู ในแบบฟอรม์ รำยงำนผลกำรทดสอบ
จำรเ์ ทสต์
สำหรบั กำรเตรยี ม-จ่ำยสำรเคมใี นกระบวนกำรผลิตนำ้ ประปำ ศึกษำเพิ่มเตมิ ไดจ้ ำกค่มู อื ฯ ภำคทฤษฎี หนำ้ 108-111 7
การกรอง (Filtration)
กำรกรอง (Filtration) เป็ นกำรแยกส่ิงปนเปื้ อน
ขนำดเล็กท่ีแขวนลอยในนำ้ หลังผ่ำนกำรตกตะกอนแล้ว
กปภ. ใชก้ ำรกรองชนิดกรองเร็ว (Rapid Sand Filtration)
ซ่ึงมักกำหนดใหน้ ำ้ ก่อนกรองควรมีค่ำควำมขุ่นต่ำกว่ำ
10 NTU แต่หำกคณุ ภำพน้ำบำงแห่งพบว่ำมีสำหร่ำย
ขนำดเล็ก จำเป็ นตอ้ งกำจัดใหไ้ ดม้ ำกที่สดุ ในกระบวนกำร
ตกตะกอน โดยกำหนดใหค้ วำมข่นุ น้ำก่อนกรองไม่เกิน
10 NTU เพ่ือป้ องกันกำรอดุ ตนั ท่ีหนำ้ ทรำยกรอง ในกำร
ป ฏิ บั ติ ง ำ น จ ะ ต ้อ ง ท ำ ค ว ำ ม ส ะ อ ำ ด ชั้ น ก ร อ ง ดั ง ก ำ ร
ปฏบิ ตั งิ ำนทีก่ ำหนดไว้
ศึ ก ษ ำ ร ำ ย ล ะ เ อี ย ด เ พ่ิ ม เ ติ ม ไ ด ้จ ำ ก คู่มื อ ฯ
ภำคทฤษฎี หนำ้ 51-57
แบบจำลองทรำยกรอง
8
การฆา่ เช้ือโรค (Disinfection)
ก ำรก ำจัด เชื้อ โรค เป็ น อี ก ขั้น ต อน ท่ีมีค วำม สำคั ญ
ในกระบวนกำรผลิตนำ้ ประปำเพรำะในนำ้ ธรรมชำติมีจลุ ินทรีย์
ปนเปื้ อนอย่มู ำก กำรตกตะกอนและกำรกรอง ไม่สำมำรถกำจัด
เชื้อโรคไดท้ ั้งหมดจึงจำเป็ นตอ้ งมีระบบกำจัดเช้ือโรค เพื่อใหไ้ ด้
นำ้ ประปำที่สะอำดปรำศจำกเช้ือโรค เหมำะแก่กำรอปุ โภคบริโภค
อยำ่ งแทจ้ ริง
สำรเคมีท่ีใชก้ ันอย่ำงแพร่หลำยในกำรกำจัดเช้ือโรคใน
ระบบประปำ คอื คลอรีน (ผงปูนคลอรีน หรือคลอรีนเหลว)
•กปภ. กาหนดคา่ คลอรนี ในน้าประปา ณ ถงั น้าใส 0.6-2.5 mg/l และควบคมุ ใหค้ ลอรนี คงเหลือ ณ ปลาย
เสน้ ท่อไมน่ อ้ ยกว่า 0.2 mg/l
9
ถงั น้าใส และระบบสบู จา่ ยน้า
ถังน้ำใส ทำหน้ำท่ีเก็บสำ รอง กปภ. ใชร้ ะบบสบู จำ่ ยนำ้ 2 ประเภท คือ
นำ้ ประปำ ทวั่ ไปจะออกแบบใหบ้ รรจนุ ำ้ ที่ 1. หอถังสงู เป็ นกำรควบคมุ แรงดนั นำ้ ในระบบจ่ำย
ผลิตไดป้ ระมำณ 6-8 ชวั่ โมง และเพ่ือให้ นำ้ ประปำ กำรปล่อยจำกท่ีสงู ดว้ ยแรงโนม้ ถ่วงของโลก
ระยะเวลำในกำรทำปฏิกิริยำของคลอรีน ควำมสงู ของหอถังสงู ตอ้ งสงู เพียงพอที่จะทำใหม้ ีแรงดัน
ในกำรฆ่ำเช้ือโรค (Contact time) มี นำ้ ในระบบจำ่ ยนำ้ ประปำเป็ นไปตำมทีก่ ำหนด
ประสิทธิภำพสงู สดุ (องค์กำรอนำมัย 2. เคร่ืองสบู นำ้ แรงสงู นอกจำกสบู นำ้ จำกถังนำ้ ใส
โลก; WHO แนะนำปริมำณสำหรับ เพ่ือสง่ ขน้ึ หอถังสงู แลว้ อำจสบู จำ่ ยนำ้ ผำ่ นเสน้ ทอ่ โดยตรง
กำรฆ่ำเช้ืออย่ำงมีประสิทธิภำพท่ี 99% ทง้ั นชี้ นดิ ของเคร่ืองสบู นำ้ ตอ้ งสมั พนั ธก์ ับอำคำรโรงสบู
ตอ้ งมีคลอรีนอิสระคงเหลือ 0.5 mg/l
และมีระยะเวลำสมั ผสั คลอรีนไม่นอ้ ยกว่ำ 10
30 นำที ที่ pH <8 และควำมขนุ่ <1 NTU)
แนวทางปฏิบตั ิงานในกระบวนการถงั น้าใสและระบบสบู จ่ายน้า
• ควรสงั เกตวำ่ นำ้ ในถงั นำ้ ใสมกี ำรหมนุ เวียนทวั่ ถึงตลอดทง้ั ถงั
• ควรควบคมุ ปริมำณกำรจ่ำยคลอรีน (Concentration) และระยะเวลำในกำรสัมผัส (Contact time)
ใหเ้ หมำะสม เพื่อใหก้ ำรฆำ่ เชอ้ื โรคดว้ ยคลอรีน มปี ระสทิ ธิภำพสงู สดุ
• ควรควบคมุ แรงดนั นำ้ ตน้ ทำง จำกระบบสบู จำ่ ยนำ้ ใหไ้ มน่ อ้ ยกว่ำ 1 บำร์ และสำหรบั แรงดนั นำ้ ปลำย
ทอ่ ใหไ้ มน่ อ้ ยกวำ่ 0.5 บำร์ หรือตำมที่ กปภ.สำขำ กำหนด
• ตรวจสอบปริมำณตะกอนทีส่ ะสมในถังนำ้ ใส และลำ้ งถังนำ้ ใสตำมที่ กปภ.สำขำ กำหนด
• ตรวจสอบสภำพควำมสมบรู ณข์ องถงั นำ้ ใส และบำรงุ รกั ษำระบบสบู จำ่ ยนำ้ ตำมระบบ PM
สำหรบั ในกระบวนกำรถงั นำ้ ใสและระบบสบู จำ่ ยนำ้ ศึกษำเพิ่มเตมิ ไดจ้ ำกค่มู อื ฯ ภำคทฤษฎี หนำ้ 58-64
11
การกาจดั ตะกอน (Sludge Disposal)
เมอื่ นำ้ ที่ผำ่ นกระบวนกำรสรำ้ งตะกอนเขำ้ สถู่ งั ตกตะกอน ตะกอนขนำดใหญ่จะตกดว้ ย
แรงโนม้ ถ่วงของโลกลงไปสะสมท่ีบริเวณกน้ ถัง จึงจำเป็ นตอ้ งระบำยออกส่สู ระพักตะกอน หรือ
ระบบกำจดั ตะกอน รวมถึงนำ้ ทิ้งจำกกำรลำ้ งยอ้ นดว้ ย
แนวทำงกำรจัดกำรตะกอนส่วนใหญ่ คือ
กำรขดุ ลอกสระพักตะกอน เพ่ือรองรับตะกอน
ที่เกิดขึ้นจำกกระบวนกำรผลิตนำ้ ประปำ แต่
หำกพ้ืนที่มีขนำดไม่เพียงพอต่อกำรขดุ สระพัก
ตะกอนเพ่ิมจะพิจำรณำทำงเลือกอ่ืนๆ ที่
เหมำะสม เช่น เครื่องอัดกรอง (Filter press)
สำยพำนรีดนำ้ (Belt press) ในกำรจัดกำร
ตะกอนตอ่ ไป
12
แนวทางปฏบิ ตั ิในการปรบั ความถ่ี 13
ของการระบายตะกอนในถงั ตกตะกอน
• ในช่วงนำ้ ดิบมีควำมข่นุ สงู (ปริมำณตะกอนมำก) ตอ้ ง
ควบคมุ ควำมสงู ของตะกอนไม่ใหต้ ะกอนสะสมเกินกว่ำ
ท่ีกำหนด (ไมค่ วรเกนิ 30-50 ซม. จำกระดบั กน้ ถัง)
• ในช่วงน้ำดิบมีควำมขุ่นต่ำ (ปริมำณตะกอนน้อย)
แมค้ วำมสูงของตะกอนจะไม่มำก แต่หำกท้ิงไว้นำน
เกินไป ตะกอนจะอดั ตวั แนน่ ทำใหร้ ะบำยออกยำก ดงั นน้ั
จึงควรระบำยตะกอนตำมที่กำหนดก่อนเกิดกำรอัดตัว
แนน่ จนระบำยไมอ่ อก
• หำกตะกอนมกี ลน่ิ ใหเ้ พ่มิ ควำมถ่ีในกำรระบำยตะกอน
• ควรล้ำงถังตกตะกอนอย่ำงน้อยปี ละ 2 คร้ัง และ
ตรวจสอบควำมชำรุด /เสียหำยของอุปกรณ์ใน
ถงั ตกตะกอน
• หำกมีตะกอนลอยในถังตกตะกอน ตอ้ งตักทิ้ง หรือ
ระบำยทิ้ง เพรำะตะกอนลอยมกั จะไมจ่ มตวั ลงส่กู น้ ถัง
สำหรบั กระบวนกำรตกตะกอนและกำรกำจดั ตะกอน ศึกษำเพ่มิ เตมิ ไดจ้ ำกค่มู อื ฯ ภำคทฤษฎี
หนำ้ 42-51 และ 64-73 ตำมลำดบั
14