The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

01-รายงานวิจัย google site-Thangamol

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thangamol.p, 2022-09-27 22:49:33

วิจัยในชั้นเรียน

01-รายงานวิจัย google site-Thangamol

หนา้ 0

หน้า 1

ชอ่ื ผลงานวจิ ยั การพฒั นาบทเรยี นออนไลน์ผ่านเวบ็ ไซตด์ ว้ ยโปรแกรม Google Site รายวชิ า ภาษาอังกฤษ 1

เรือ่ ง Present Simple Tense รหสั วิชา อ1102 สาหรับนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษา

ปที ี่ 1 โรงเรยี นวัดโบสถ์ศึกษา

ช่อื ผู้วจิ ัย นางสาวธารกมล พลู หนา่ ย

ตาแหน่ง ครชู านาญการพเิ ศษ

วฒุ กิ ารศกึ ษา ปรญิ ญาโท วิชาเอก บริหารการศึกษา

สถานศกึ ษาท่ตี ิดตอ่ โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา 528 หมู่ 4 อาเภอวดั โบสถ์ จังหวัดพษิ ณโุ ลก 65160

ปีทที่ าการวจิ ัย ปีการศกึ ษา 2/2564

ประเภทงานวิจัย วจิ ัยในช้ันเรยี น

บทคัดยอ่

การวิจัยคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาภาษาอังกฤษ 1
เร่ือง Present Simple Tense รหัสวิชา อ21102 สาหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดโบสถ์
ศึกษา ก่อนและหลังการได้รับการจัดการเรียนรู้ และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้
บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม Google Site รายวิชาภาษาอังกฤษ 1 เรื่อง Present Simple
Tenseกลุ่มตัวอย่างท่ีใชในการวิจัยคือ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียน
วัดโบสถ์ศึกษา จานวน 62 คน ที่ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling) เครื่องมือท่ีใช้ในการ
วิจัย ไดแ้ ก่ 1) บทเรียนคอมพวิ เตอร์ผ่านเวบ็ ไซต์ดว้ ยโปรแกรม Google Site รายวชิ าภาษาอังกฤษ 1 เรอื่ ง Present
Simple Tenseและ 2) แบบสารวจความพึงพอใจของผู้เรียนท่ีมีตอ่ บทเรยี นคอมพวิ เตอรผ์ ่านเวบ็ ไซต์ด้วยโปรแกรม
Google Site รายวิชาภาษาอังกฤษ 1 เรื่อง Present Simple Tense สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่
ค่าเฉลี่ย ( X ) ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบสมมติฐาน โดยใช้สถิติทดสอบ Pair sample t-test
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ 1 เรื่อง Present Simple
Tense หลังได้รบั การจดั การเรียนรสู้ ูงกว่าก่อนการจัดการเรยี นรู้อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิตทิ ่ีระดบั 0.05 2) ความพึง
พอใจของนักเรียน ที่มีต่อการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม Google Site รายวิชา
ภาษาอังกฤษ 1 เรื่อง Present Simple Tense ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า
นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงอยู่ในระดับมาก ( X = 4.40, S.D.= 0.76) รองลงมาคือ เน้ือหามีความเหมาะสมกบั
นักเรียน อยู่ในระดับมาก ( X = 4.10, S.D.= 0.72) และการเรียนการสอนมีกิจกรรมท่ีมุ่งเน้นให้นักเรียนมสี ว่ น
รว่ ม อยใู่ นระดบั มาก ( X = 3.98, S.D.= 0.90)

หน้า 2

บทนา

การจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ เป็นวิธีการหน่ึงที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาการ
เรียนรู้ของนักเรียน นักเรียนสามารถใช้เวลาใดก็ได้ สถานที่ใดก็ได้ ข้ึนอยู่กับความพร้อมของนักเรียน โดยไม่จากัด
การปฏิสัมพันธ์ไว้แต่เพียงในห้องเรียน ผู้สอนสามารถให้ผลย้อนกลับแก่นักเรียนได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงเวลา
เรียน (พัทธพล ฟุ้งจันทึก, 2553) ซ่ึงการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันได้นาโปรแกรมสาเร็จรูปโปรแกรม
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน การเรียนการสอนทางไกลและ การเรียนการสอนผ่านเครือข่ายออนไลน์ (ทิศนา แขมมณี ,
2556) เข้ามาเป็นสื่อช่วยในการเรียน การสอนให้มีคุณภาพมากย่ิงขึ้น Google Site เป็นแอพพลิเคชันออนไลนห์ น่งึ
ท่ีช่วยในการเรียนการสอนของครูโดยสามารถเชื่อมโยงเนื้อหา แหล่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไฟล์ เสียง วีดิโอ ที่
นกั เรียนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้ง่าย และไมว่ า่ จะอยู่ทไี่ หน เวลาใด ก็สามารถเกิดการเรียนรดู้ ว้ ยตนเองได้

นักการศึกษาเชื่อว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา จะช่วยให้การจัดการเรียนการสอนมี
ประสิทธิภาพย่ิงขึ้น เพราะนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษาต่างก็ผ่านระบบ การผลิตที่มีขั้นตอนและได้
จัดระบบอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ีสาคัญท่ีสุดคือนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษาเน้นบทบาทผู้เรียนให้ผู้เรียน
เป็นศูนย์กลางในการเรียนการสอน ในการจัดการเรียนการสอนนั้นจาเป็นอย่างย่ิงท่ีผู้สอนจะต้องมีการวิเคราะห์
ลักษณะและความต้องการของผู้เรียน แต่ละคนเพื่อจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะสมแก่ผู้เรียนการใช้
บทเรียน e-Learning จะช่วยให้ผู้สอนสามารถแก้ปัญหาในเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคลได้ โดยการจัด
โปรแกรม การเรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรยี นตามความสามารถและ
ความถนดั ของตน ถนอมพร เลาหจรัสแสง (2545, 2) กล่าวว่า การสรา้ งบทเรียนอเิ ลก็ ทรอนิกสบ์ นระบบเครือข่าย
จะช่วยให้นักศึกษาสามารถศึกษาได้ตามความต้องการ อย่างไม่จากัดทั้งเวลาและสถานท่ีโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาท่ีมี
ความซับซ้อนยากต่อการทาความเข้าใจในระยะเวลาอันจากัด การเรียนทางอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-Learning ถือ
เป็นวิธีการเรียนการสอนทางเลือก (alternative way of learning) ผู้เรียนสามารถเรียนด้วยตนเองผ่านทางสื่อ
อิเล็กทรอนิกส์ ใช้การนาเสนอภาพกราฟิกวิดีโอ ภาพเคล่ือนไหว ภาพสามมิติ ฯลฯ นอกจากน้ียังเป็นวิธีการหน่ึงใน
การสร้างสิง่ แวดล้อมทางการเรียนใหม้ ีประสิทธิภาพยง่ิ ข้ึนและมีข้อได้เปรียบกว่าการเรียนร้โู ดยวธิ ีท่ีผู้สอนใชส้ ่ือ การ
เรยี นการสอนแบบเดิมท่ีนยิ มใชเ้ อกสารประกอบการบรรยายในชั้นเรียน หรือการบรรยาย โดยปากเปล่าส่ือการเรียน
การสอนอเิ ล็กทรอนิกส์ช่วยให้ผูเ้ รียนเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา ตามความต้องการของผ้เู รยี นสามารถปฏิสัมพันธ์ได้
หลากหลายรูปแบบ เช่น e-mail, Web board เป็นต้น ในด้านผู้สอนสามารถปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาวิชาได้สะดวก
รวดเร็วลดการใช้กระดาษเอกสารประกอบการบรรยาย ซ่ึงมีผูศ้ กึ ษาและทดลองใช้แลว้ สามารถพฒั นานักเรียนได้เป็น
อย่างดี ยุทธณา อาจหาญ (2551, 111) ได้ทาการวิจัยเรอ่ื งการพัฒนาบทเรยี น e-Learning วชิ าฟิสิกส์ เรอ่ื งแสง
และการมองเห็นช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ผลการวิจัยพบว่าผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมี
นัยสาคัญทางสถติ ิที่ระดับ .01 นักเรยี นทเี่ รยี นดว้ ยบทเรยี น e-Learning มคี วามคงทนในการเรยี นรู้ และเจตคติของ
นักเรยี นต่อบทเรยี น e-Learning โดยรวมอยใู่ นระดับ มากทส่ี ดุ

จากท่ีกล่าวมาข้างต้นจะเหน็ วา่ มีผูท้ ่ีทาการวิจัยการใชบ้ ทเรียน e-Learning ในการจัด การเรียนการสอน
หลากหลายสาขาวิชาและพบว่าบทเรียน e-Learning มีคุณค่าต่อการเรียนการสอนควรนามาใช้เพ่ือก่อให้เกิดการ
เรียนรู้และช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ซ่ึงบทเรียน e-Learning มีความเหมาะสมกับ

หน้า 3

สภาพการเรียนการสอนในปัจจุบันเป็นอย่างย่ิงเพราะเป็นการจัดการเรียนการสอนท่ียึดผู้เรียนเป็นสาคัญ คานึงถึง
ความแตกต่างระหว่างบคุ คลและชว่ ยใหผ้ ลสมั ฤทธิท์ างการเรียนสูงข้นึ

ในปัจจุบันภาษาอังกฤษนับว่าเป็นภาษาท่ีสองรองจากภาษาไทย การเรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษใน
ประเทศไทยมีมาอย่างยาวนานโดยมีอยู่ในหลักสูตรต้ังแต่ปีพุทธศักราช 2503 ในระดบั ชน้ั ประถมศึกษา มธั ยมศึกษา
และมหาวิทยาลัย แต่อย่างไรก็ตามผลการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนไทยทุกระดับยังไม่อยู่ในมาตรฐานท่ีพึง
พอใจ ในมุมมองของนักเรยี นไทยไวยากรณเ์ ป็นเรื่องย่งุ ยาก และ ซับซ้อนนกั เรยี นไทยที่เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษา
ที่สองหรือภาษาต่างประเทศจะพบว่า การเรียนภาษาที่หนึ่ง และ ภาษาท่ีสองนั้นแตกต่างกัน การเรียนภาษาท่ีหน่ึง
เป็นการเรยี นรู้แบบธรรมชาตใิ นขณะที่การเรยี นภาษาทสี่ องเปน็ การเรียนรโู้ ดยการสอน ผเู้ รยี นจาเปน็ ตอ้ งร้กู ฎเกณฑ์
จึงสามารถผลิตภาษาออกมาได้ (สพุ รรณรัตน์ วงั ใน, 2546: 2-4)

ขัน้ ตอนการสอนไวยากรณภ์ าษาองั กฤษตามแนวคดิ ทฤษฎคี อนสตรัคตวิ ิสต์ท่ีผู้วิจยั สร้างข้ึน มดี งั ต่อไปน้ี
1) ข้ันกระตุ้นความสนใจ เป็นขั้นดึงดูดความสนใจผู้เรียนด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจเตรียมพร้อมในการเข้าสู่บทเรียน
โดยผู้วิจัยใช้กิจกรรม เช่น เกม วิดีโอเพลงภาษาอังกฤษที่มีเนื้อหาเก่ียวข้องกับเรื่องที่เรียน ขั้นตอนนี้จะช่วยดึงดูด
ความสนใจและกระตุ้นผู้เรียนให้อยากเรียนรู้สอดคล้องกับข้ันนาของ Driver and Bell (อ้างถึงใน ไพจิตร สะดวก
การ, 2539) ที่กล่าวไว้ว่า ข้ันนี้เป็นข้ันท่ีผู้เรียนจะรับรู้ถึงจุดมุ่งหมาย และมีแรงจูงใจในการเรียนบทเรียน 2) ขั้น
ทบทวนความรู้เดิมข้ันน้ีจะทบทวนความรู้ที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนแล้วโยงความรู้เดิมนั้นเข้าสู่บทเรียน ใหม่ที่ผู้เรียน
กาลังจะเรียนซึ่งเป็นขั้นท่ีผู้เรียนแสดงออกถึงความรู้ความเข้าใจเดิมที่มีอยู่เกี่ยวกับเร่ืองท่ีจะเรียนซ่ึงจะทาให้เกิด
ความขดั แย้งทางปญั ญา (Driver and Bell อ้างถงึ ในไพจติ ร สะดวกการ. 2539) เป็นไปตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัค
ติวิสต์ 3) ขั้นสอนแบบอุปนัยเพื่อสร้างแนวความคิดใหม่หลังจากเกิดความขัดแย้งทางปัญญาในข้ันนี้ผู้สอนจะ
ยกตัวอย่างประโยคของเรื่องท่ีสอนมาจานวนหนึ่งเพ่ือให้ผู้เรียนสร้างแนวความคิดเกี่ยวกับกฎเกณฑ์หรือโครงสร้าง
ทางไวยากรณ์ในเร่ืองนั้นและช่วยกันสรุปกฎเกณฑ์หรือโครงสรา้ งทางไวยากรณ์นั้นอีกครั้งรวมไปถึงสอนความรู้หรอื
บริบททางสังคมที่เกยี่ วข้องกับการใช้ไวยากรณ์น้ัน ๆ ขั้นตอนนีผ้ ู้เรยี นเรมิ่ สรา้ งองค์ความรู้ใหม่ขนึ้ มา จะทาใหผ้ ู้เรียน
สามารถเข้าใจกฎได้เปน็ วธิ กี ารเรียนรูภ้ าษาด้วยการได้รบั ขอ้ มลู ป้อนเขา้ กฎเกณฑ์ และรปู แบบของภาษา จะชัดเจน
(Thornbury, 2001: 49-57) 4) ขั้นการฝึกฝนผ่านกิจกรรมแลกเปล่ียนความคิด เป็นขั้นท่ีให้ผู้เรียนฝึกฝนการใช้
ภาษาผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องทาร่วมกันหรอื แลกเปล่ียนความคิดกันเพ่ือช่วยให้ผู้เรียนตกผลึกความรู้น้นั เน่ืองจาก
ผู้เรียนได้ท้ังฝึกภาษาและเรียนรู้บริบทของการใช้ไวยากรณ์เรื่องนั้น ๆ โดยข้ันตอนนี้ได้มาจากแนวคิดของ Vgotsky
ที่ว่า “ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมีบทบาทสาคัญในการพัฒนาด้านพุทธิปัญญา” 5) ขั้นทบทวนความรู้ใหม่ หลังจากท่ี
ผู้เรียนตกผลึกความรู้แล้วผู้สอนทบทวนบทเรียนเพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีความแม่นยาในบทเรียนน้ันมากย่ิงขึ้นพร้อมจะ
นาไปใช้ขั้นน้ีนับเป็นหัวใจสาคัญเพราะผู้เรียนจะสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่ชัดเจนขึ้นมา (บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์,
2540) 6) ขั้นประยุกต์ใช้ในข้ันน้ีผู้เรียนนาความรู้ที่เรียนมาท้ังหมดมาใช้ กล่าวคือผู้เรียนสามารถสร้างประโยคจาก
ไวยากรณเ์ ร่ืองที่เรียนและใช้ส่ือสารกับผู้อื่นได้ โดยใหผ้ ้เู รยี นทากิจกรรมท่ีได้ใช้การสื่อสารเพ่ือให้บรรลุเป้าหมายของ
การสอนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ คือ ผู้เรียนสามารถใช้ไวยากรณ์ถูกต้องและ
เหมาะสมเป็นองค์ประกอบในการสื่อสารได้ เป็นขั้นตอนท่ีผู้เรียนมีโอกาสใช้แนวคิดหรือความรู้ความเข้าใจที่
พฒั นาขน้ึ มาใหม่ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ (Driver & Bell,1986)

หนา้ 4

จากสาเหตุดังกล่าวผู้ศึกษาจึงไดส้ ร้างการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอรผ์ ่านเวบ็ ไซต์ด้วยโปรแกรม Google
Site รายวิชาภาษาอังกฤษ 1 เรื่อง Present Simple Tense ขึ้นเพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถศึกษาเรียนรู้ได้ด้วย
ตนเองและเป็นไปตามความสามารถของแต่ละคน เปน็ การสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล นักเรียนไมจ่ าเป็นต้อง
เรียนพร้อมกันในชั้นเรียนอีกทั้งยังสามารถศึกษาหาความรู้ ในบทเรียนได้อย่างไม่จากัดเวลา สถานท่ีและยังช่วย
แก้ปญั หาทพ่ี บในระหว่างเรียนได้ เชน่ ชว่ ยแบ่งเบาภาระการสอนของครูผสู้ อนในกรณที ่ีมนี ักเรยี นเป็นจานวนมากใน
ช้ันเรียน ช่วยให้นักเรียนท่ีไม่ได้เข้าเรียนเรียนได้ทันเพ่ือน ช่วยให้นักเรียนท่ีเรียนช้าได้เรียนรู้ตามความสามารถของ
ตนเอง ดังนั้นผู้ศึกษาในฐานะผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ 1 อ21102 ภาคเรียนที่ 2 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 เห็น
ความสาคัญของการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม Google Site ท่ีจะทาให้ผู้เรียนมี
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงขึ้นจึงได้ทาการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์
ดว้ ยโปรแกรม Google Site สาหรับนักเรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 เพือ่ แกไ้ ขปญั หาดังกล่าว

วัตถุประสงคข์ องการวจิ ัย
1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนในรายวิชาภาษาอังกฤษ 1 เรื่อง Present Simple Tense

ของนกั เรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 1 โรงเรียนวัดโบสถ์ศกึ ษา ก่อนและหลังการจดั การเรยี นรู้
2. เพ่ือศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม

Google Site รายวิชาภาษาอังกฤษ 1 เร่ือง Present Simple Tenseของนักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรยี นวัด
โบสถศ์ ึกษา
สมมติฐาน

1. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนในรายวิชา รายวิชาภาษาอังกฤษ 1 เรื่อง Present Simple Tenseของ
นักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรยี นวัดโบสถ์ศึกษา หลงั การจัดการเรียนรสู้ ูงกว่ากอ่ นได้รับการจดั การเรยี นรู้

2. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม
Google Site รายวิชาภาษาองั กฤษ 1 เรอื่ ง Present Simple Tenseอยูใ่ นระดบั มาก

แนวคิด ทฤษฎี กรอบแนวคดิ
ผ้วู ิจยั ได้กาหนดกรอบแนวคดิ ในการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นโดยใชก้ ารจัดการเรยี นรู้ การจัดการ

เรยี นรู้แบบทฤษฎีสรา้ งสรรค์ความรู้ เป็นลกั ษณะการเรยี นการสอนทีค่ รอบคลุม องค์ประกอบสาคัญ ได้รับการจัดไว้
เปน็ ระเบยี บ ตามหลักปรชั ญา ทฤษฎหี ลกั การแนวคดิ หรอื ความเช่อื ต่าง ๆ โดยประกอบด้วย กระบวนการหรอื
ข้ันตอนสาคัญในการเรียนการสอนรวมท้งั วธิ สี อนและ เทคนิคการสอนต่าง ๆ ทีส่ ามารถช่วยให้สภาพการเรียนการ
สอนนน้ั เปน็ ไปตามฤทษฎแี ละหลกั การ ซ่ึงการจดั การเรยี นรู้แบบทฤษฎสี ร้างสรรค์ความรู้ ประกอบด้วย 1) การสรา้ ง
การเรียนรู้ 2) การเรยี นรเู้ ปน็ ผลทีเ่ กิดจากการแปลความหมายตามประสอบการณ์ของแตล่ ะคน 3) การเรยี นรู้เกิด
จากการลงมือกระทา 4) การเรียนรู้ทีเ่ กิดจากการรว่ มมือ และ 5) การเรียนรทู้ ี่เหมาะสม

ผ้วู ิจยั ได้กาหนดกรอบแนวคิดการพฒั นาบทเรียนคอมพิวเตอร์ผา่ นเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม Google Site
ของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 โดยมีกรอบแนวคดิ ในการวิจัยดงั น้ี

หนา้ 5

ตวั แปรอิสระ การจัดการเรยี นรูด้ ว้ ยบทเรยี น ตัวแปรตาม
คอมพิวเตอรผ์ ่านเว็บไซต์ คอมพิวเตอร์ผา่ นเวบ็ ไซต์ดว้ ย ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชา
ด้วยโปรแกรม Google Site ภาษาอังกฤษ 1 เรื่อง Present
โปรแกรม Google Site
Simple Tense

ความพงึ พอใจต่อการจัดการเรียนร้โู ดยใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอร์
ผ่านเวบ็ ไซต์ด้วยโปรแกรม Google Site

ภาพประกอบท่ี 1 โครงสร้างกรอบแนวคดิ

วิธดี าเนินการวจิ ยั
ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง

ประชากร คอื นักเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนวัดโบสถศ์ กึ ษา
จานวน 109 คน

กลมุ่ ตวั อยา่ ง คือ นักเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 โรงเรียนวดั โบสถศ์ กึ ษา
จานวน 62 คน โดยการสุม่ แบบงา่ ย (Simple random sampling)

เคร่อื งมอื ท่ีใชใ้ นการทดลอง
1. บทเรียนคอมพวิ เตอร์ผา่ นเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม Google Site รายวชิ าภาษาองั กฤษ 1 เรอ่ื ง

Present Simple Tense
2. แบบประเมินความพงึ พอใจต่อการจดั การเรียนรโู้ ดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอรผ์ ่านเวบ็ ไซต์ดว้ ยโปรแกรม

Google Site รายวชิ าภาษาอังกฤษ 1 เรอ่ื ง Present Simple Tense

ผลการวจิ ัย
ผ้วู ิจยั ไดน้ าเสนอผลการวจิ ัยเปน็ 2 ตอน ดงั น้ี
ตอนที่ 1 ผลการเปรยี บเทียบผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ในรายวิชาภาษาองั กฤษ 1 เรื่อง Present

Simple Tense ของนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา ก่อนและหลงั การจัดการเรยี นรู้
ตอนที่ 2 ผลการศกึ ษาความพึงพอใจต่อการจดั การเรยี นรโู้ ดยใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอร์ผา่ นเว็บไซตด์ ว้ ย

โปรแกรม Google Site รายวชิ าภาษาอังกฤษ 1 เรื่อง Present Simple Tense

หนา้ 6

ผลการวิจัย
ตอนท่ี 1 ผลการเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นในรายวิชาภาษาอังกฤษ 1 เรอ่ื ง Present Simple Tense
ของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรยี นวัดโบสถ์ศกึ ษา ก่อนและหลังการจัดการเรยี นรู้ ปรากฏดังตารางท่ี 1

ตารางท่ี 1 ผลการเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนในรายวชิ าภาษาอังกฤษ 1 เร่ือง Present Simple Tense
ของนักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนวัดโบสถ์ศกึ ษา กอ่ นและหลังการจดั การเรียนรู้

คา่ เบย่ี งเบน
คะแนน จานวน (n) คะแนนเต็ม ค่าเฉลี่ย ( X ) มาตรฐาน (S.D.) t-test
กอ่ นเรยี น 62 20 4.31 1.65 29.79*
หลังเรียน 62 20 15.24 2.41
* มนี ัยสาคญั ทางสถิติทรี่ ะดับ 0.05

จากตารางที่ 1 พบว่า ผลการเปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นหลงั ได้รบั การจัดการเรียนรสู้ งู กวา่ กอ่ น
ไดร้ ับการจัดการเรยี นรู้ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิตทิ รี่ ะดบั 0.05 ซึ่งสอดคลอ้ งกบั สมมติฐานท่ีต้งั ไว้
ตอนท่ี 2 ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการจดั การเรียนรโู้ ดยใช้บทเรยี นคอมพิวเตอรผ์ า่ นเวบ็ ไซตด์ ว้ ยโปรแกรม
Google Site รายวชิ าภาษาอังกฤษ 1 เรื่อง Present Simple Tenseของนกั เรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียน
วดั โบสถศ์ กึ ษา ปรากฏผลดงั ตารางท่ี 2

ตารางท่ี 2 ความพึงพอใจต่อการจดั การเรยี นรโู้ ดยใชบ้ ทเรียนคอมพวิ เตอรผ์ ่านเวบ็ ไซต์ด้วยโปรแกรม Google Site

รายวิชาภาษาอังกฤษ 1 เรือ่ ง Present Simple Tense

ขอ้ ท่ี รายการประเมิน คา่ เฉลย่ี S.D. ระดบั ความ
ด้าน 1 คาแนะนาในการใชบ้ ทเรียน พงึ พอใจ
X

1 คาแนะนาในการใช้บทเรียนมีความชดั เจน 3.85 0.79 มาก

2 คาแนะนาในบทเรียนสะดวกต่อการใช้ 3.87 0.82 มาก

3 คาแนะนาในบทเรียนช่วยใหเ้ ข้าใจวิธกี ารเรียนเพ่ือบรรลุ 3.66 0.96 มาก

วัตถปุ ระสงค์

4 นกั เรียนเขา้ ใจการใช้บทเรียนไดด้ ้วยตนเองโดยไม่ต้องมผี ้แู นะนา 3.19 0.97 ปานกลาง

คา่ เฉลย่ี รวม 3.64 0.89 มาก

ดา้ น 2 เนื้อหาในบทเรยี น

1 เน้อื หามีความเหมาะสมกับนักเรียน 4.10 0.72 มาก

2 เน้ือหาทาใหน้ ักเรียนสามารถเรยี นได้ตามความแตกตา่ งระหวา่ ง 3.56 1.00 มาก

บุคคล เชน่ เรียนร้ชู า้ เรยี นรู้เรว็

3 ภาษาทใ่ี ชใ้ นบทเรียนเขา้ ใจงา่ ย 3.52 1.00 มาก

4 เนื้อหาในบทเรียนใหท้ ง้ั ความรแู้ ละความเพลิดเพลนิ น่าสนใจ 3.44 1.02 ปานกลาง

หน้า 7

(ตารางท่ี 2 ต่อ)

ข้อท่ี รายการประเมนิ ค่าเฉลย่ี S.D. ระดบั ความ
พงึ พอใจ
X 1.06 ปานกลาง
0.94
5 นักเรียนสามารถอ่านและทาความเข้าใจในเนื้อหาไดด้ ว้ ยตนเอง 3.40 0.94 มาก
0.94 มาก
6 ความเหมาะสมของจานวนข้อสอบและความยากงา่ ยของข้อสอบ 3.52 มาก
0.94
7 กจิ กรรมในเนื้อหามีความเหมาะสม 3.73 0.98 มาก
มาก
ค่าเฉล่ียรวม 3.61 0.94
0.76 มาก
ดา้ น 3 การออกแบบบทเรียน 1.13 ปานกลาง
0.96 ปานกลาง
1 ขนาด รปู แบบ และสขี องตวั อักษรมคี วามเหมาะสม 3.94
0.93 มาก
2 ภาพกราฟิก ภาพเคลอ่ื นไหว สถานการณ์จาลองและวีดโี อ 4.08 0.95
มาก
การทดลองในบทเรียนมคี วามเหมาะสม 1.02 มาก
0.93
3 บทเรยี นชว่ ยเพ่มิ ทักษะในการศึกษาคน้ คว้าสาหรบั นักเรียน 3.79 1.14 ปานกลาง
1.12 มาก
4 นกั เรียนได้ลงมือปฏิบัตจิ รงิ 4.40 0.97 มาก
1.06
5 บทเรียนช่วยแกป้ ัญหาการเรียนไม่ทนั เพ่อื นได้ 3.48 1.11 ปานกลาง
1.00 มาก
6 บทเรียนช่วยแกป้ ญั หาบางเนื้อหาที่ไม่สามารถมองเหน็ 3.65 0.97
0.90 ปานกลาง
ไดจ้ ริงให้สามารถมองเหน็ ได้ชัดเจน 1.06 ปานกลาง
0.88
7 บทเรียนใหค้ วามรเู้ กีย่ วกับเนื้อหาได้เช่นเดยี วกับการเรียนจากครู 3.69 1.00 มาก
มาก
คา่ เฉลีย่ รวม 3.86 มาก
มาก
ด้าน 4 การเก็บบันทึกข้อมูลและการจดั การในบทเรยี น มาก
มาก
1 บทเรยี นทาใหน้ ักเรียนศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเองมากขน้ึ 3.45

2 นกั เรียนสามารถเรียนรู้เนื้อหาจากบทเรียนได้สะดวกรวดเร็ว 3.69

3 นกั เรยี นสามารถศึกษาบทเรยี นไดท้ กุ สถานท่ี ทุกเวลา 3.82

4 บทเรียนช่วยใหน้ กั เรยี นมีสมาธิในการเรียนนานขนึ้ 3.18

5 กจิ กรรมในบทเรยี นกระตุน้ ความสนใจให้นกั เรยี นอยากเรยี น 3.60

6 เรียนแล้วเกิดความเข้าใจในเน้ือหาได้ง่าย 3.34

7 นักเรยี นสามารถเลือกเรยี นเนื้อหาไดต้ ามความสนใจ 3.32

8 มีความสะดวกเมื่อต้องการเรียนเนอ้ื หาในบทเรยี นซ้า 3.69

9 สามารถย้อนกลับ เขา้ - ออก บทเรียนไดง้ ่าย 3.95

10 การเรียนการสอนมีกิจกรรมท่ีมุง่ เนน้ ใหน้ ักเรยี นมสี ว่ นร่วม 3.98

11 นักเรียนชอบกิจกรรมในบทเรียน 3.60

12 นักเรยี นสามารถฝึกปฏิบตั ิตามตวั อยา่ งในบทเรียนได้ 3.69

13 ตวั อย่างในบทเรยี นช่วยให้เกิดความเขา้ ใจไดง้ า่ ย 3.60

หน้า 8

(ตารางที่ 2 ต่อ) ค่าเฉลี่ย S.D. ระดบั ความ
พงึ พอใจ
ข้อที่ รายการประเมนิ X 0.84
0.88 มาก
14 บทเรียนทาใหท้ ราบความก้าวหนา้ ในการเรยี นด้วยตนเอง 3.69 1.05 มาก
15 บทเรยี นสามารถแจ้งผลการทาแบบฝึกหัดได้ทนั ที 3.53 มาก
16 บทเรยี นทาให้นักเรยี นและครู มปี ฏสิ ัมพนั ธ์ตอ่ กนั เช่น การตอบ 3.76
มาก
ขอ้ ซักถาม การแจง้ ขา่ วสาร 3.79 1.01 มาก
17 นกั เรียนชอบสอื่ การสอนในรูปแบบน้ี 3.55 1.10 มาก
18 นกั เรยี นมีความสุข สนุก เพลิดเพลินตอ่ การเรยี น 3.89 0.99 มาก
19 นักเรียนไดป้ ระโยชนจ์ ากการใช้บทเรียนนี้ 3.64 0.97 มาก
3.68 0.97
คา่ เฉล่ียรวม
คา่ เฉล่ียรวมทั้งหมด

จากตาราง 2 แสดงผลการศึกษาความพงึ พอใจของนักเรียนทมี่ ีตอ่ การเรียนดว้ ยบทเรยี นคอมพวิ เตอร์
ผ่านเว็บไซตด์ ้วยโปรแกรม Google Site รายวชิ าภาษาองั กฤษ 1 เร่ือง Present Simple Tenseพบวา่ ความพึง

พอใจของนกั เรยี นโดยรวมอยู่ในระดบั มาก ( X = 3.68, S.D.= 0.97) เมื่อแยกเป็นรายดา้ นปรากฏผลดงั น้ี
ดา้ นท่ี 1 คาแนะนาในการใช้บทเรียน

คะแนนเฉลย่ี สงู สดุ คือ ข้อ 2 คาแนะนาในบทเรียนสะดวกต่อการใช้ ( X = 3.87, S.D.= 0.82)
คะแนนเฉลี่ยตา่ สดุ คอื ขอ้ 4 นกั เรียนเขา้ ใจการใชบ้ ทเรยี นไดด้ ว้ ยตนเองโดยไมต่ ้อง มีผู้แนะนา

( X = 3.19, S.D.= 0.97)
ด้านที่ 2 เน้อื หาในบทเรยี น

คะแนนเฉลย่ี สูงสดุ คอื ข้อ 1 เน้ือหามีความเหมาะสมกบั นักเรียน( X = 4.10, S.D.= 0.72)
คะแนนเฉล่ียตา่ สดุ คอื ข้อ 5 นกั เรยี นสามารถอ่านและทาความเขา้ ใจเนื้อหาได้ด้วยตนเอง
( X = 3.40, S.D.= 1.09)
ดา้ นท่ี 3 การออกแบบบทเรียน
คะแนนเฉลี่ยสงู สดุ คอื ข้อ 4 นักเรยี นได้ลงมือปฏิบัตจิ รงิ ( X = 4.40, S.D.= 0.76)

คะแนนเฉล่ียตา่ สุด คอื ขอ้ 5 บทเรยี นชว่ ยแกป้ ญั หาการเรียนไมท่ ันเพือ่ นได้ ( X = 3.48, S.D.= 1.13)
ด้านที่ 4 การเก็บบันทึกข้อมลู และการจดั การในบทเรยี น

คะแนนเฉลีย่ สงู สุด คือ ข้อ 10 การเรียนการสอนมีกิจกรรมท่มี งุ่ เน้นให้นักเรยี นมีส่วนรว่ ม

( X = 3.98, S.D.= 0.90)
คะแนนเฉลย่ี ต่าสดุ คือ ขอ้ 4 บทเรียนช่วยให้นักเรยี นมีสมาธใิ นการเรียนนานขึน้

( X = 3.18, S.D.= 1.12)

หน้า 9

สรุปผลการวิจัย
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม Google Site รายวิชาภาษาอังกฤษ 1 เรื่อง

Present Simple Tenseของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา จานวน 62 คน ผลการวิจัย
พบว่า

1. ผลการเปรียบเทียบผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาภาษาอังกฤษ 1
เร่ือง Present Simple Tenseก่อนการจัดการเรียนรู้ ( X =4.31) และหลังการจัดการเรียนรู้ ( X =15.24) ซึ่ง
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้ อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ี
ระดบั .05 ซ่งึ สอดคลอ้ งกบั สมมติฐานท่ีตง้ั ไว้

2. ผลการประเมินความพึงพอใจพบว่า ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์ด้วย
โปรแกรม Google Site รายวิชาภาษาอังกฤษ 1 เรื่อง Present Simple Tenseในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เม่ือ
พิจารณาเป็นรายข้อพบว่า นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง อยู่ในระดับมาก ( X = 4.40, S.D.= 0.76) รองลงมา คือ
เน้ือหามีความเหมาะสมกับนักเรียน อยู่ในระดับมาก ( X = 4.10, S.D.= 0.72) และการเรียนการสอนมีกิจกรรมท่ี
มงุ่ เน้นให้นกั เรยี นมสี ว่ นร่วม อยใู่ นระดับมาก ( X = 3.98, S.D.= 0.90)

อภปิ รายผลการวจิ ัย
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม Google Site รายวิชาภาษาอังกฤษ 1 เร่ือง

Present Simple Tense อภปิ รายผลการวจิ ัยได้ ดงั น้ี
ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาภาษาอังกฤษ 1

เรอ่ื ง there is/there are ก่อนการจัดการเรียนรู้ ( X =4.31) และหลังการจดั การเรียนรู้ ( X =15.24) ซง่ึ ผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี นหลังไดร้ บั การจดั การเรยี นรสู้ งู กว่าก่อนไดร้ บั การจดั การเรียนรู้ อย่างมีนัยสาคัญทางสถติ ทิ ่รี ะดับ .05 ซ่ึง
สอดคลอ้ งกับงานวจิ ัยของ เพชราวลัย ถิระวณฐั พงค์ (2556) ไดพ้ ัฒนาบทเรยี นอิเลก็ ทรอนกิ ส์ เรือ่ ง การใช้นวัตกรรม
Google Apps. For Education มาเป็นตัวช่วยในการเรียนการสอนคะแนนเฉล่ียจากการทดสอบหลังเรียนสูงกว่า
คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นั่นคือ บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์มีผลทา
ให้คะแนนเฉลย่ี จากการทดสอบหลงั เรียนสงู กวา่ คะแนนเฉล่ียจากการสอบก่อนเรยี น ซึ่งจะเห็นได้วา่ เมือ่ นาบทเรียนที่
ผ่านสื่อออนไลน์มาใช้จะทาใหม้ ีผลการเรยี นท่เี พ่มิ สูงข้ึนอย่างเหน็ ได้ชัด

ผลการประเมินความพึงพอใจ พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อบทเรยี นคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์
ด้วยโปรแกรม Google Site รายวิชาภาษาอังกฤษ 1 เร่ือง there is/there are ในภาพรวมอยู่ในระดับมากเมื่อ
พิจารณาเป็นรายข้อพบว่า นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง อยู่ในระดับมาก ( X = 4.40, S.D.= 0.76) รองลงมาคือ
เน้ือหามีความเหมาะสมกับนักเรียน อยู่ในระดับมาก ( X = 4.10, S.D.= 0.72) และการเรียนการสอนมีกิจกรรมท่ี
มุ่งเน้นให้นักเรียนมีส่วนร่วม อยู่ในระดับมาก ( X = 3.98, S.D.= 0.90) เนื่องจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์
ด้วยโปรแกรม Google Site ทาให้นักเรียนเรียนรู้เนื้อหาได้อย่างมีความสุข สนุกสนาน น่าสนใจศึกษาเรียนรู้ ซึ่ง
สอดคล้องกับงานวิจัยของ ปริญญา อินทรา. (2556) ได้สร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
เรื่อง วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น สาหรับนักเรียนระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 พบว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

หนา้ 10

ท่ีมีรูปแบบน่าสนใจ มีความชัดเจน มีรูปแบบดึงดูดใจผู้เรียน จะสามารถดึงดูดผู้เรียนให้เกิดความสนใจท่ีจะศึกษา
และทาความเข้าใจในเนื้อหาได้ดียิ่งข้ึน ส่งผลทาให้ผู้เรียนเกิดความพึงพอใจในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนอยู่ใน
ระดับมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อมีการนาสื่อท่ีมีรูปแบบท่ีสามารถดึงดูดความสนใจผู้เรียนมาใช้ประกอบการจัดการ
เรยี นการสอนจะทาให้ผเู้ รยี นมีความสุข และสนกุ กับการเรียนรูอ้ ยา่ งไมเ่ บ่ือหนา่ ย

ขอ้ เสนอแนะ
การพฒั นาบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ผา่ นเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม Google Site รายวชิ าภาษาอังกฤษ 1 เรือ่ ง

Present Simple Tense รหสั วชิ า อ21102 สาหรบั นกั เรยี นระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนวดั โบสถ์ศกึ ษา มี
ขอ้ เสนอแนะดังนี้

1. บทเรยี นคอมพิวเตอร์ผ่านเวบ็ ไซต์ด้วยโปรแกรม Google Site สามารถนาไปปรบั เนอ้ื หาเพอื่
ประยุกต์ใช้ในรายวิชาอืน่ ๆ ได้ เพื่อดึงดดู ความสนใจของผู้เรยี น

2. ระบบอินเทอรค์ วรมีความเร็ว 1.1 Mbps เปน็ ข้ันตา่ เพื่อไมใ่ ห้เกิดปญั หาเวลานักเรียนเข้าสู่บทเรียน
คอมพิวเตอรผ์ ่านเวบ็ ไซตด์ ้วยโปรแกรม Google Site

หน้า 11

เอกสารอา้ งอิง

ถนอมพร เลาหจรสั แสง. (2545). Design e-Learning: หลักการออกแบบและการสรา้ งเวบ็ เพื่อ
การเรยี นการสอน. กรุงเทพฯ : อรุณการพิมพ์.

ทิศนา แขมมณี. (2556). ศาสตร์การสอน องค์ความรเู้ พอ่ื การจัดกระบวนการเรียนรูท้ ม่ี ปี ระสิทธภิ าพ.
(พิมพค์ รั้งท่ี 17). กรุงเทพฯ: จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บญุ ชม ศรีสะอาด. (2554). การวจิ ัยเบ้ืองต้น (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรงุ เทพมหานคร : สวุ รี ยิ าสาส์น.
ปรญิ ญา อินทรา. (2556). การสร้างและหาประสิทธภิ าพบทเรยี นคอมพวิ เตอรช์ ่วยสอน เร่อื ง วงจร

อเิ ล็กทรอนกิ ส์เบ้ืองตน้ สาหรบั นักเรียนระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์
อตุ สาหกรรมมหาบัณฑิต สาขานวัตกรรมและเทคโนโลยที างการศกึ ษา, คณะครุศาสตร์
อตุ สาหกรรม, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร.
พทั ธพล ฟุ้งจันทกึ . (2553). การพัฒนาบทเรยี นคอมพวิ เตอรผ์ ่านเว็บ วชิ า ฮารด์ แวร์และยูทิลติ เ้ี บอ้ื งต้น.
วทิ ยานิพนธม์ หาบณั ฑิต. มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ พระนครเหนอื , กรุงเทพมหานคร.
เพชราวลยั ถริ ะวณัฐพงศ.์ (2556). การพัฒนาบทเรียนอเิ ล็กทรอนกิ ส์ เรือ่ ง การใชน้ วัตกรรม
Google Apps. For Education สาหรบั นักศึกษาระดบั ปรญิ ญาตร.ี สืบค้นเมือ่ วันท่ี 3 ตุลาคม, 2562,
จากชื่อเว็บไซต์ : http://www.kmutt.ac.th/jif/public_html
ยุทธณา อาจหาญ. (2551). การพฒั นาบทเรียนอีเลริ ์นน่ิง (e-Learning) วชิ าฟิสกิ ส์ เร่ืองแสงและการ

มองเห็น ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5. ปรญิ ญาครศุ าสตรมหาบณั ฑิต, สาขาเทคโนโลยีและ
ส่ือสารการศึกษา, บณั ฑิตวทิ ยาลยั , มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสกลนคร.

หน้า 12

ภาคผนวก

- ตารางคะแนนผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรยี น

- แสดงรายละเอียดการหาคา่ t-test

ตารางที่ 3 การเปรียบเทยี บผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นก่อนเรยี นและหลังเรยี น

คนท่ี คะแนนกอ่ นเรยี น คะแนนหลังเรยี น ผลตา่ ง (ผลต่าง)2
(X1) (X2) (D = X2-X1) D2
81
15 14 9 81
49
25 14 9 144
81
33 10 7 81
121
47 19 12 121
121
54 13 9 100
81
65 14 9 169
25
76 17 11 100
81
87 18 11 49
169
96 17 11 64
169
10 6 16 10 169
16
11 5 14 9 144
121
12 5 18 13 25
64
13 7 12 5 289
49
14 4 14 10

15 5 14 9

16 5 12 7

17 4 17 13

18 6 14 8

19 5 18 13

20 7 20 13

21 8 12 4

22 4 16 12

23 6 17 11

24 6 11 5

25 3 11 8

26 3 20 17

27 8 15 7

หน้า 13

ตารางท่ี 3 (ต่อ) คะแนนกอ่ นเรียน คะแนนหลงั เรยี น ผลต่าง (ผลตา่ ง)2
(X1) (X2) (D=X2-X1) D2
คนท่ี 5 12 49
4 18 7 196
28 7 18 14 121
29 7 14 11 49
30 5 13 7 64
31 2 15 8 169
32 5 16 13 121
33 3 13 11 100
34 2 16 10 196
35 2 17 14 225
36 2 18 15 256
37 3 10 16 49
38 5 17 7 144
39 5 17 12 144
40 3 14 12 121
41 5 14 11 81
42 5 15 9 100
43 3 15 10 144
44 3 16 12 169
45 3 18 13 225
46 3 17 15 196
47 3 17 14 196
48 3 17 14 196
49 3 14 14 121
50 3 18 11 225
51 3 14 15 121
52 3 14 11 121
53 11
54

หน้า 14

ตารางที่ 3 (ต่อ) คะแนนก่อนเรยี น คะแนนหลังเรยี น ผลตา่ ง (ผลต่าง)2
(X1) (X2) (D=X2-X1) D2
คนที่ 2 16 196
3 19 14 256
55 3 16 16 169
56 3 12 13 81
57 3 16 9 169
58 3 14 13 121
59 3 13 11 100
60 2 15 10 169
61 267 945 13 7924
62 4.31 15.24 678 -
รวม 1.65 2.41 - -
เฉลย่ี -
S.D.

สมมตฐิ านในการวิจัยคือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผูเ้ รียนหลงั การจดั การเรียนรสู้ ูงกวา่ ก่อนการจัดการ
เรยี นรู้ โดยใชบ้ ทเรยี นคอมพิวเตอร์ผา่ นเวบ็ ไซต์ด้วยโปรแกรม Google Site รายวชิ า ฟสิ กิ สเ์ พม่ิ เติม 3 เร่อื ง คลนื่
เสียง อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติทร่ี ะดบั .05 มีข้ันตอนในการวเิ คราะห์ t-test ดังนี้

ขัน้ ท1ี่ การต้ังสมมติฐานหลักและสมมติฐานรอง

H0 : 2  1
H1 : 2 > 1
โดย 1 คือ คะแนนสอบก่อนเรียน

2 คือ คะแนนสอบหลังเรียน

จากสมการ t  D

n D2   D2

n 1

t  678
62(7924)  (678)2
62 1

หนา้ 15

t  678
491288  459684
61

t  678
31604
61

t  678
518.1

t  678
22.76

t  29.79

ขั้นท่ี 2 เปดิ ตารางหาค่าวิกฤตของ t (บุญชม ศรสี ะอาด, 2554)

เม่อื df = n-1 (n คือจานวนนักเรียนเท่ากบั 62 คน)

จะได้วา่ df = 62 – 1

ดังน้ัน df = 61

ระดบั นยั สาคัญที่ .05 และเป็นกรณี Dependent Sample พบว่าคา่ วกิ ฤติของ t จากตาราง เท่ากบั 1.6702

ขน้ั ท่ี 3 เปรยี บเทยี บค่า t ที่คานวณไดจ้ ากข้นั ท่ี 1 คือ 29.79 กบั ค่าวกิ ฤตของ t จากตาราง คอื 1.6702 ค่า t ที่
คานวณได้มคี า่ มากกว่าคา่ วิกฤตของ t จงึ ปฏเิ สธสมมตฐิ านหลักที่วา่ H0 : 2  1 และยอมรบั สมมติฐานตรงข้าม
ที่ว่า H1: 2 > 1 น่นั คือ ค่าเฉลย่ี หลังเรียนมีคา่ มากกว่าค่าเฉล่ียก่อนเรยี น

สรุปได้ว่า ผลการสอนโดยใช้ บทเรียนคอมพวิ เตอร์ผ่านเวบ็ ไซต์ด้วยโปรแกรม Google Site รายวิชา ฟสิ กิ ส์เพิ่มเติม
3 เร่ือง คล่นื เสียง ทาใหผ้ ลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนสงู ขึ้น อย่างมนี ยั สาคัญท่รี ะดับ .05 เม่ือเทียบกบั ก่อนการเรยี น

หน้า 16

ตารางแจกแจง t

หน้า 17

ตวั อย่างการพฒั นาบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเวบ็ ไซตด์ ้วยโปรแกรม Google Site
รายวิชา ภาษาอังกฤษ 1 เรื่อง Present Simple Tense

หน้า 18

แบบประเมนิ ความพึงพอใจของนกั เรียน

หนา้ 19

หนา้ 20

หนา้ 21

หนา้ 22

หนา้ 23

หนา้ 24

หนา้ 25

หนา้ 26

หนา้ 27

หนา้ 28

หนา้ 29

หนา้ 30

หนา้ 31


Click to View FlipBook Version