The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sorwichtar, 2022-10-10 03:09:22

article_20110209134824

article_20110209134824

แหล่งเรียนรูท้ างธรณีวิทยาจงั หวดั สุพรรณบุรี

จังหวัดสพุ รรณบุรี มีพ้ืนท่ปี ระมาณ 5,380 ตารางกิโลเมตร ในปัจจุบันมีเขตการปกครอง 10
อาเภอ ตดิ ต่อกบั 7 จังหวัด จังหวัดสพุ รรณบุรี ต้งั อยู่ในบริเวณขอบแอ่งภาคกลางด้านตะวันตกในบริเวณท่ี
เรียกว่าภาคกลางตอนล่าง ซ่ึงครอบคลุมพ้ืนท่ตี ้ังแต่ต้นแม่นา้ เจ้าพระยาบริเวณอาเภอปากนา้ โพ จังหวัด
นครสวรรค์ ลงมาทางใต้จนออกทะเลท่จี ังหวัดสมุทรปราการ บางคร้ังจึงเรียกว่าท่รี าบลุ่มเจ้าพระยาหรือ
แอ่งเจ้าพระยา มลี ักษณะเป็นท่รี าบกว้าง มคี วามลาดเอยี งต้งั แต่ 15 เมตร เหนือระดับทะเลบริเวณจังหวัด
ชัยนาท ลงมาจนถึง 2.5 เมตร ท่จี ังหวัดอยุธยา และสูงประมาณ 1.5 เมตรท่กี รุงเทพฯ และ0.5 เมตรท่ี
จังหวัดสมุทรปราการ ระยะทางยาวจากจังหวัดชัยนาทถึงปากแม่นา้ เจ้าพระยาท่ีจังหวัดสมุทรปราการ
ประมาณ 200 กิโลเมตร และส่วนท่ีกว้างท่ีสุดของท่รี าบแนวตะวันออก - ตะวันตกบริเวณจังหวัด
นครปฐม-จังหวัดฉะเชิงเทรา ประมาณ 120 กโิ ลเมตร

แผนท่ธี รณวี ิทยาของตะกอนยุคควอเทอร์นารี บริเวณ่ีราบภาคกลางตอนล่าง (จาก ธรณีวิทยา
ประเทศไทย, กรมทรัพยากรธรณี, 2542: อ้างองิ จาก พิสิทธ์ิ ธรี ดิลก, 2529)

ภมู สิ ณั ฐาน (geomorphology) โดยทว่ั ไปของจังหวัดสพุ รรณบุรีประกอบไปด้วยลักษณะแผ่นดนิ
แบบ 1) พ้ืนท่ภี เู ขา (mountainous landform) ทางด้านตะวันตกซ่ึงต่อเน่ืองอยู่ในแนวเทอื กเขาด้าน
ตะวันตกของประเทศ 2) พ้ืนท่ลี าดเชิงเขา (hill slope landform) เป็นพ้ืนท่บี ริเวณรอยต่อระหว่างภเู ขากบั
ท่รี าบลุ่ม มีความลาดเอียงไปทางตะวันออก 3) ท่รี าบนา้ ทว่ มถงึ (flood plain landform ) เป็นพ้ืนท่รี าบ
ลุ่มสองฟากฝ่งั แม่นา้ ทา่ จีน และ 4) พ้ืนท่แี บบเนินเขาเต้ยี ๆ และเขาโดด (monadnock landform)
กระจายตัวอยู่บางบริเวณ โดยในพ้ืนท่บี ริเวณขอบแอง่ ซ่ึงเป็นท่สี งู ทางตะวันตก มที ้งั หินแขง็ และตะกอนท่ี
ยังไม่แขง็ ตวั ซ่ึงสว่ นหน่ึงเป็นต้นกาเนิดของตะกอนท่สี ะสมตวั ในบริเวณท่รี าบลุ่มดงั กล่าว

การลาดบั ช้นั หิน (STRATIGRAPHY)

1. พ้ นื ทีภ่ ูเขา และภูเขาโดด (mountainous and monadnock landform)

พ้ืนท่ภี เู ขาในเขตจังหวัดสพุ รรณบุรี เป็นส่วนของแนวเทอื กเขาซับซ้อนทางตะวันตกของประเทศ
ท่ตี ่อเน่ืองลงมาทางตอนเหนือจากจังหวัดอุทยั ธานี ผ่านทางตะวันตกของจังหวัดสพุ รรณบุรี โดยเฉพาะทาง
ตะวันตกของอาเภอด่านช้าง และทางทศิ ตะวันตกของอาเภออ่ทู อง ต่อเน่ืองเข้าไปในเขตพ้ืนท่จี ังหวัด
กาญจนบุรี พ้ืนท่ภี เู ขามกั มีความสูงต้ังแต่ระดบั 100 เมตร จากระดบั ทะเลปานกลาง จุดสงู สดุ ท่ยี อดเขา
เทวดา ในเขตอาเภอด่านช้าง สงู ประมาณ 1,123 เมตร บริเวณพ้ืนท่ภี เู ขาในเขตจังหวัดสพุ รรณบุรีพบว่ามี
หินปรากฏให้เหน็ ท้งั ชนิดหินตะกอน หินแปร และหินอคั นี โดยมีลาดับหินจากท่มี อี ายุแก่สดุ ไปหาอ่อน
ตามการลาดบั ช้ันหินของประเทศไทย ดงั น้ี

1.1 หินแปรยคุ แคมเบรียน-ออรโ์ ดวิเชียน หรือ แคมโบร-ออรโ์ ดวิเชียน (cambro-
ordovician rocks)

หินแปรเกดิ จากการแปรรูปของหินช้ัน และหรือหินอัคนี ภายใต้อิทธพิ ลของความร้อนหรือความ
กดดัน หรือท้งั สองอย่าง หินแปรส่วนใหญ่มักแสดงการเรียงตัวของผลึกแร่อย่างชัดเจน หินแปรยุคแคม
โบร-ออร์โดวิเชียน อายุราว 505 ล้านปี ในพ้ืนท่จี ังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบไปด้วยหินอ่อนและหินไมกา
ชีสต์ พบอยู่ตามขอบแนวเทอื กเขาทางตะวันตกของอาเภออู่ทอง ซ่ึงเป็นพ้ืนท่มี ีการทาเหมืองหิน และพบ
ทางตอนเหนือของอาเภอด่านช้าง เป็นต้น หินกลุ่มมีการจัดไว้ให้อยู่ในหมวดหินอ่อนอู่ทอง (U-THONG
MARBLE)

1.2 หินตะกอนและหินแปรยุคออรโ์ ดวิเชียน (ordovician rocks)

เป็นหินท่มี ีอายุราว 505-438 ล้านปี มีช่ือจัดอยู่ในกลุ่มหินทุ่งสง (THUNG SONG GROUP)
ประกอบไปด้วยหินปูนสีเทาอมดา สีดา และมีเน้ือดิน หินปูนเหล่าน้ีมักถูกแปรสภาพกลายเป็นหินอ่อน
และหินแคลซิลิเกต ท่มี เี น้ืออมเขียว ในเน้ือหินมักเหน็ ร้ิวขนาน และลายแถบช้ันบางสอี ่อนสลับสเี ข้ม จึงมัก
พบว่าปะปนกันอยู่ระหว่างเน้ือหินตะกอนและหินแปร หินยุคออร์โดวิเชียนพบเหน็ ท่วั ไปบริเวณภเู ขาทาง
ตะวันตกของอาเภออู่ทอง ซ่ึงเป็นบริเวณแหล่งท่องเท่ยี วหลายแห่ง เช่นบริเวณวัดเขาพระศรีสรรเพชรญา
ราม วัดเขาถา้ เสอื และเขาดีสลัก เป็นต้น ในอาเภอด่านช้างพบบริเวณเข่ือนกระเสยี ว และพ้ืนท่ที างตะวันตก
ท่ตี ่อเน่ืองเข้าไปในเขตจังหวัดกาญจนบุรี

1.3 หินยุคไซลูเรียน-ดีโวเนยี น (Silurian-Devonian rocks)

ประกอบด้วยหินตะกอนก่งึ หินแปร ชนิดหินควอร์ตไซต์ และหินทรายสีนา้ ตาลอ่อน พบบริเวณ
ภเู ขาทางตะวันตกของอาเภอด่านช้าง ส่วนหินแปรช่ึงมีลักษณะโครงสร้างแบบชีสต์ และหินไนส์ พบใน
บริเวณเขาโดดบริเวณอาเภอเดิมบางนางบวช หินแปรกลุ่มน้ีมีอายุประมาณ 438-360 ล้านปี มีช่ือเรียก
เป็นหมวดหินกาญจนบุรี (KANCHANABURI FORMATION)

1.4 หินยคุ ดีโวนยี น-คารบ์ อนเิ ฟอรสั (Devonian-Carboniferous rocks)

เป็นกลุ่มหินตะกอนท่ปี ระกอบด้วยหินทรายและหินดินดานเป็นส่วนใหญ่ มีขอบเขตการกระจาย
ตวั ทางตะวันตกของอาเภอด่านช้างบริเวณเขาปลักหมู กลุ่มหินน้ีมอี ายุประมาณ 408-286 ล้านปี

1.5 หินยคุ เพอรเ์ มยี น (Permian rocks)

เป็นหินปูน มชี ่ือเรียกเป็นหมวดหินปูนไทรโยค (Sai Yok Limestone) หินเหล่าน้ีพบทางตะวันตก
ของอาเภอด่านช้าง บริเวณเขาปลักหมู หินปูนเป็นหินตะกอนท่สี ะสมตัวในทะเลนา้ ต้ืนจึงสามารถพบซาก
ดึกดาบรรพ์หรือฟอสซิล (fossil) ของพลับพลึงทะเล (crinoid) และฟิ วซูลินิด (fusulinid) บ่งบอกอายุ
ประมาณเพอร์ เมียนตอนล่างถึงตอนกลาง (ประมาณ 286-270 ล้านปี )

2. พ้ นื ทีล่ าดเชิงเขา (hill slop landform)

บริเวณรอยต่อระหว่างภเู ขากับท่รี าบลุ่ม เป็นบริเวณท่มี ีความลาดเอียงไปทางตะวันออก รวมเอา
พ้ืนท่ลี าดตะพัก ครอบคลุมพ้ืนท่ดี ้านตะวันตกของจังหวัดสพุ รรณบุรีเป็นแนวยาว ต้งั แต่อาเภอด่านช้าง
อาเภอหนองหญ้าไซ ตะวันตกเฉียงเหนือของอาเภอดอนเจดยี ์ ลงมาทางตะวันตกของอาเภออทู่ อง และ
ตะวันตกของอาเภอสองพ่ีน้อง ขนานเป็นตะพักด้านตะวันตกของแม่นา้ ทา่ จีน หรือแม่นา้ สพุ รรณบุรี
บริเวณน้ีสะสมตวั ด้วยตะกอนร่วนบางบริเวณอดั แน่น จัดเป็นตะกอนยุคควอเทอร์นารี และตะกอนปัจจุบัน
ประกอบไปด้วยทรายหยาบปนกรวดสลับกบั ทรายเป็นช้ันหนา การเรียกช่ือกลุ่มตะกอนเรียกตามลักษณะ
สณั ฐานธรณวี ิทยาท่สี ะสมตัว เช่นตะกอนเศษหินเชิงเขา (colluvium) เกดิ จากการกดั เซาะผุพังของหินใน
บริเวณน้ันและสะสมตัวอยู่ในบริเวณเชิงเขาไม่ไกลจากตัวภเู ขามากนัก ตะกอนนา้ พารูปพัด (alluvial fan)
เกดิ จากทางนา้ บนภเู ขาท่มี ีปากแม่นา้ เปิ ดสทู่ ่รี าบภาคกลาง เม่อื นา้ พร้อมตะกอนไหลลงมาตามความลาด
ชันของภเู ขาลงสทู่ ่รี าบทาให้ความเรว็ ของนา้ เปล่ียน ตะกอนท่ถี ูกพัดพามาจะแผ่กระจายออกทบั ถมกนั อยู่
บริเวณขอบท่รี าบ มีลักษณะคล้ายพัดท่กี างออก เช่นเนินตะกอนนา้ พารูปพัดดอนเจดีย์ เป็นต้น
นอกจากน้ียังประกอบไปด้วยตะกอนตะพักลานา้ (terrace deposits) เป็นกลุ่มตะกอนท่เี กดิ จากการเปล่ียน
แนวการไหลและลดระดบั ลงของทางนา้ ทาให้เกิดแนวตะพักเป็นช้ัน ๆ

3. พ้ นื ทีร่ าบน้าท่วมถงึ (flood plain landform)

เป็นพ้ืนท่รี าบลุ่มแผ่กว้างสองฟากฝ่ังแม่นา้ ทา่ จีน เป็นพ้ืนท่สี ะสมของตะกอนธารนา้ พา (fluvial
deposits) ซ่ึงเป็นตะกอนท่เี กดิ จากการพัดพามาสะสมตัวโดยแม่นา้ ลาคลองและธารนา้ โดยเฉพาะจากแม่
นา้ ทา่ จีนในช่วงฤดูนา้ หลาก กระแสนา้ จะพาตะกอนมาสะสมตัวตามแนวขอบตล่ิงและทว่ มท้นเข้าไปสอง
ฟากลานา้ เกดิ เป็นท่รี าบกว้างเรียกว่า ท่รี าบนา้ ทว่ ม (flood plain) ตะกอนส่วนมากจะเป็นทรายเมด็ เลก็
ทรายแป้ ง และดนิ เหนียว เม่อื ตะกอนจากนา้ หลากสะสมตัวกนั มากข้นึ ทางนา้ เดมิ ท่เี คยมีขนาดกว้างกจ็ ะ
แคบเข้าจนมีขนาดเลก็ และในท่สี ดุ กจ็ ะตีบหายไปเหลือแต่ท่รี าบกว้าง และอาจท้งิ ร่องรอยของทางนา้ เดิม
เอาไว้เป็นบึงหรือทะเลสาบรูปโค้ง เช่น ทะเลสาบรูปแอก (oxbow lake) เป็นต้น

แผนท่ธี รณวี ิทยาจังหวัดสพุ รรณ

แผนท่แี สดงตาแหน่งธรณพี ิบตั ภิ ัยดนิ ถล่ม

พ้ นื ทีแ่ หล่งแร่

แหล่งแร่ท่พี บในพ้ืนท่จี ังหวัดสพุ รรณบุรีมที ้งั ชนิดท่เี ป็น แร่โลหะ รัตนชาติ แร่และหิน
อตุ สาหกรรม และปิ โตรเลียม พ้ืนท่แี หล่งแร่ท่มี คี ุณค่าทางเศรษฐกจิ มีดังน้ีคอื แร่ดบี ุก-ทงั สเตน จานวน 3
พ้ืนท่ี (19.34 ตารางกโิ ลเมตร) หินคาร์บอเนต (หินปูน หินปูนโดโลไมต์ โดโลไมต์) 2 กลุ่มพ้ืนท่ี
(91.85 ตารางกโิ ลเมตร) หินแกรนิตชนิดหินประดบั 1 พ้ืนท่ี (2.74 ตารางกโิ ลเมตร) ดนิ ขาว 1 พ้ืนท่ี
(1.14 ตารางกโิ ลเมตร) ปิ โตรเลียม (นา้ มนั ) 2 พ้ืนท่ี (296.6 ตารางกโิ ลเมตร) และทรายสาหรับ
อตุ สาหกรรมกอ่ สร้าง 2 พ้ืนท่ี (582.44 ตารางกโิ ลเมตร) รายละเอยี ดของแหล่งแร่แต่ละชนิดมดี ังน้ี

ดบี ุก

แหล่งแร่ดีบุก มี 3 พ้ืนท่ี เน้ือท่รี วม 19.34 ตารางกโิ ลเมตร มีรายละเอียดของพ้ืนท่ตี ่างๆดงั น้ี
พ้ืนท่ที ่ี 1 แหล่งแร่ดีบุกบ้านทุง่ มะกอก ตาบลองค์พระ อาเภอด่านช้าง จังหวัดสพุ รรณบุรี มเี น้ือท่ี
ประมาณ 5.99 ตารางกโิ ลเมตร เป็นแหล่งแร่ดีบุกชนิดทุติยภมู ิ แร่ดีบุกเกดิ สะสมตวั ในช้ันกะสะบริเวณ
ลานแร่พลัดเชิงเขา (colluvial deposit)
พ้ืนท่ที ่ี 2 แหล่งแร่ดีบุกเขาโคกตุงกุง อาเภอด่านช้าง จังหวัดสพุ รรณบุรี มเี น้ือท่ปี ระมาณ 0.25,
0.51 และ 3.23 ตารางกโิ ลเมตร ตามลาดบั เป็นแหล่งแร่ชนิดทุติยภมู ิ มีความสมบูรณข์ องแร่ดีบุก
ประมาณ 0.7 - 2.1 ช่ัง/ลูกบาศกห์ ลา (สรุ พล อุดมพรวิรัตน์, 2526 ข)
พ้ืนท่ที ่ี 3 แหล่งแร่ดบี ุกตาบลจระเข้สามพัน อาเภออู่ทอง จังหวัดสพุ รรณบุรี มเี น้ือท่ปี ระมาณ
9.36 ตารางกโิ ลเมตร เป็นแหล่งแร่ดบี ุกชนิดทุติยภมู ิ มคี วามสมบูรณข์ องแร่ดีบุกประมาณ 0.5-17.5
กรัม/ลูกบาศกเ์ มตร (สรุ พล อดุ มพรวิรัตน์, 2531; การุณ ต้นธงชัย และคณะ, 2539)

หินคารบ์ อเนต

แหล่งหินคาร์บอเนต ซ่ึงประกอบด้วยหินปูน หินปูนโดโลไมต์ และโดโลไมต์ อยู่รวมกนั ซ่ึงไม่ได้
แยกพ้ืนท่อี อกจากกนั แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มพ้ืนท่ี รวมเน้ือท่ี 91.85 ตารางกโิ ลเมตร มีปริมาณทรัพยากร
สารองประมาณ 180 ล้านเมตริกตนั มีรายละเอียดของกลุ่มพ้ืนท่ตี ่างๆ เรียงลาดับตามความสาคัญดงั น้ี

กลุ่มพ้ืนท่ที ่ี 1 แหล่งหินปูนยุคออร์โดวิเชียน บริเวณอาเภออู่ทอง จังหวัดสพุ รรณบุรี ซ่ึงเป็นแหล่ง
หินปูนสาหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างแหล่งใหญ่แหล่งหน่ึงของประเทศ ประกอบด้วยภเู ขาหินปูนจานวน 21
พ้ืนท่ี เช่น เขานกจอด เขาทุง่ ดินดา เขาวง เขาพระ เขาทอก เขาดสี ลัก เขาชายธง และเขาโกปิ ดทอง มพี ้ืนท่ี
รวมกนั ท้งั หมดประมาณ 51.65 ตารางกโิ ลเมตร มปี ริมาณทรัพยากรสารองประมาณ 100 ล้านเมตริกตัน

กลุ่มพ้ืนท่ที ่ี 2 แหล่งหินปูนยุคออร์โดวิเชียน บริเวณอาเภอด่านช้าง จังหวัดสพุ รรณบุรี
ประกอบด้วยภเู ขาหินปูนจานวน หลายพ้ืนท่ี เช่น เขาหินแดง เขาถา้ หมี เขาตะเภา เขาพุข่อย และเขาพุ
อเี หน็ มพี ้ืนท่รี วมกนั ท้งั หมดประมาณ 40.20 ตารางกโิ ลเมตร มีปริมาณทรัพยากรสารองประมาณ 80
ล้านเมตริกตัน

หินแกรนติ

แหล่งหินแกรนิตชนิดหินประดับ มี 1 พ้ืนท่ี บริเวณบ้านพุนา้ ร้อน อาเภอด่านช้าง จังหวัด
สพุ รรณบุรี มเี น้ือท่ปี ระมาณ 2.74 ตารางกโิ ลเมตร หินแกรนิตมีสขี าว เน้ือละเอยี ดปานกลาง มีปริมาณ
ทรัพยากรสารองประมาณ 3.5 ล้านเมตริกตนั

ดินขาว

แหล่งดินขาวมี 1 พ้ืนท่ี บริเวณเขตตดิ ต่อระหว่างอาเภอด่านช้าง จังหวัดสพุ รรณบุรีและอาเภอบ้าน
ไร่ จังหวัดอทุ ยั ธานี มีเน้ือท่ปี ระมาณ 0.69 ตารางกโิ ลเมตร มีปริมาณทรัพยากรสารองประมาณ 2 ล้าน
เมตริกตนั

ปิ โตรเลียม

พ้ืนท่แี หล่งปิ โตรเลียมพบนา้ มนั ในแอ่งเทอร์เชียรีจานวน 2 พ้ืนท่ี คอื แหล่งนา้ มันอู่ทอง และ
กาแพงแสน มีเน้ือท่รี วมกนั ประมาณ 295.3 ตารางกโิ ลเมตร มีพ้ืนท่แี ปลงสารวจปิ โตรเลียม 1 แปลง เน้ือ
ท่ี 1,327 ตารางกโิ ลเมตร คลุมล้อมรอบพ้ืนท่แี หล่งนา้ มนั ท้งั สอง รายละเอยี ดของแหล่งนา้ มันแต่ละพ้ืนท่ี
มีดงั น้ี

พ้ืนท่ที ่ี 1 แหล่งนา้ มันอู่ทอง อยู่ในเขตตดิ ต่อระหว่างอาเภออทู่ อง และอาเภอเมือง จังหวัด
สพุ รรณบุรี คลุมพ้ืนท่ี 193.6 ตารางกโิ ลเมตร คดิ เป็นร้อยละ 1.08 ของพ้ืนท่ที ้งั หมดระวาง จากการเจาะ
สารวจ พบนา้ มนั ท่มี คี ุณค่าในเชิงพาณิชย์ในช้ันหินทราย จานวน 2 ช้ัน ท่รี ะดบั ความลึกเฉล่ียประมาณ
1,125 และ1,315 เมตร และพบร่องรอย ของนา้ มนั ท่รี ะดบั ความลึกต้ังแต่ 800 เมตร ไปจนถึง 2,500
เมตร (ศุภฤกษ์ สติ ะหิรัญ และสังคม บุญบูรณ์, 2535)

พ้ืนท่ที ่ี 2 แหล่งนา้ มนั กาแพงแสน อยู่ในเขตติดต่อระหว่างอาเภอกาแพงแสน จังหวัดนครปฐม
และอาเภอสองพ่ีน้อง จังหวัดสพุ รรณบุรี คลุมพ้ืนท่ี 101.7 ตารางกโิ ลเมตร คิดเป็นร้อยละ 0.57 ของ
พ้ืนท่ที ้งั หมดระวาง

ทรายสาหรบั อุตสาหกรรมก่อสรา้ ง

แหล่งทรายสาหรับอตุ สาหกรรมก่อสร้างมี 3 พ้ืนท่ี มีเน้ือท่รี วมกนั ประมาณ 582.44 ตาราง
กโิ ลเมตร มปี ริมาณทรัพยากรสารองประมาณ 7,300 ล้านเมตริกตนั รายละเอยี ดของแหล่งทรายแต่ละ
พ้ืนท่มี ีดังน้ี

พ้ืนท่ที ่ี 1 แหล่งทรายบริเวณอาเภอศรีประจันต์ และอาเภอเมือง จังหวัดสพุ รรณบุรี มเี น้ือท่ี
ประมาณ 531.9 ตารางกโิ ลเมตร

พ้ืนท่ที ่ี 2 แหล่งทรายบริเวณอาเภอสองพ่ีน้อง จังหวัดสุพรรณบุรี มเี น้ือท่ปี ระมาณ 25.77 ตาราง
กโิ ลเมตร

พ้ืนท่ที ่ี 3 แหล่งทรายบริเวณอาเภอเดมิ บางนางบวช จังหวัดสพุ รรณบุรี ติดต่อกบั อาเภอหันคา
จังหวัดชัยนาท มเี น้ือท่ปี ระมาณ 7.74 ตารางกโิ ลเมตร

ทรัพยากรแร่จงั หวัดสุพรรณบรุ ี

สานกั ทรพั ยากรแร่ กรมทรพั ยากรธรณี
Bureau of Mineral Resources, Department of Mineral Resources

อุทยานแห่งชาติพุเตย

LLss LLss SSnnSSnnSSnn SSnn 101°15'
LLss SSnn
GGrr((DDss)) 15°00'

 SSnn
SSnn SSdd

LLss

LLss LLss   อาเภอเดิมบางนางบวช
LLss
 LLssLLssอาเภอด่านช้าง อาเภอสามชุก

SSnn LLss  

อาเภอหนองหญ้าไซ



SSnn

อาเภอดอนเจดยี ์ SSnn SSnn

 อาเภอศรีประจนั ต์ 


SSdd

Agg อาเภอเมืองสุพรรณบรุ ี


LLss
1OOiill
SSnn 

Agg 

Agg  อาเภอบางปลาม้า

   อาเภออ่ ูทอง
SSnn
LLss



SSnn

LLss

99°30' LLssLLss อาเภอสองพ่ีน้อง

14°15' 

SSdd

2OOiill SSdd

สัญลักษณ์ พืน้ ท่ที ่กี าหนดเป็ นแหล่งหนิ อุตสาหกรรม  ตาแหน่งประทานบตั ร ชนิดแร่ กรมทรัพยากรธรณี
AAgggg หินปนู  ตาแหน่งขดุ ตกั และ/หรือ ดดู ทราย (กอ่ สร้าง) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
พืน้ ท่แี หล่งแร่ Agg - หิ นอุ ตสาหกรรมก่ อสร้ าง
GGrr--DDss หินแกรนิตชนิดหินประดบั ตาแหน่งพบแร่   ที่ตงั ้ จงั หวดั อาเภอ Gr-Ds - หิ นแกรนิ ต ชนิ ดหิ นประดั บ อภชิ ยั ชวเจริญพันธ์ : อธิบดกี รมทรัพยากรธรณี
LLss หินปนู Sn - ดี บุ ก Ls - หิ นปู น
เขตจงั หวดั (โดยประมาณ) Sd - หิ นทราย เสถยี ร สุคนธ์พงเผ่า : ผ้อู านวยการสานักทรัพยากรแร่
SSdd ทราย เขตอาเภอ (โดยประมาณ) Sn - ดี บุ ก 2550
SSnn ดีบกุ เขตอทุ ยานแห่งชาติ (โดยประมาณ)
ถนน เชยี งใหม่
แม่นา้ คลอง ห้วย
อุดรธานี

อุบลราชธานี

กรุงเทพมหานคร

ชุมพร







จุดศึกษาที่ 2: แหล่งน้ามนั ดิบอู่ทอง ต. สวนแตง อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี
ท่ตี ้งั ตาแหน่งพิกดั 0592300 E, 1581000 N แผนท่ภี มู ปิ ระเทศ 1: 50000 ระวางอาเภออู่

ทอง ( 4937 I)
ประเด็นศึกษา: กาเนิดและพลงั งานจากปิโตรเลยี ม (petroleum )- เช้อื เพลงิ ซากดึกดาบรรพ์ (fossil
fuel)

ปิ โตรเลียม คือสารประกอบไฮโดรคาร์บอนด์ ซ่ึงหมายถึงนา้ มนั ดบิ และกา๊ ซธรรมชาติ มีกาเนิดมา
จากส่งิ ท่มี ชี ีวิตท่ดี ารงชีวิตอยู่เม่ือหลายรอ้ ยลา้ นปี ก่อน ซ่ึง อยู่กระจัดกระจายท่วั ไป ท้งั บนบก และในทะเล
เม่ือส่งิ ท่มี ีชีวิตเหล่าน้ีตายลงจะเน่าเป่ื อยผุพัง และย่อยสลายโดยมบี างสว่ นสะสมรวมตัวอยู่กบั ตะกอนดนิ
เลนในสภาพแวดล้อมท่เี หมาะสม เม่อื ผวิ โลกเกดิ การเปล่ียนแปลงในเวลาต่อมาสว่ นของช้ันตะกอนน้ีจะจม
ตวั ลงเร่ือย ๆ พร้อม ๆ กบั การเปลยี่ นแปลงสารอินทรีย์ จากกรดฟุลวิค ไปเป็นฮิวมนิ เป็นคโี รเจน และ
เป็นปิ โตรเลียมในท้ายท่สี ดุ

หินท่มี ปี ริมาณสารอนิ ทรีย์ หรือคโี รเจน สะสมอยู่ในปริมาณมากพอท่สี ามารถจะให้ กาเนิด
ปิ โตรเลียมได้ เรียกว่า หินตน้ กาเนิด (Source Rock) เม่อื หินต้นกาเนิดได้รับ พลังงานความร้อน และ
ความกดดันภายใต้ช้ันหินท่จี มตัวลงเร่ือย ๆ คีโรเจนจะแปรสภาพ กลายเป็นนา้ มันดิบ ซ่ึงหากยังคงได้รับ
ความร้อน และความกดดันต่อเน่ือง นา้ มันดิบจะ แตกตวั กลายเป็นกา๊ ซธรรมชาติ หรืออาจจะแปรสภาพ
กลายเป็นกา๊ ซเลยกไ็ ด้ ท้งั น้ีข้ึนอยู่กบั สว่ นประกอบของคโี รเจน

แหล่งนามนั ดิบอู่ทอง : เกดิ ในช้นั หินท่ี โครงสรา้ งกกั เก็บปิ โตรเลยี มแบบต่าง ๆ
ความลึกประมาณ1,000-2,000 เมตร
ยุคเทอร์เชียรี (ประมาณ 25-15 ล้าน
ปี ) ในแอง่ สพุ รรณบุรี ซ่งึ เป็นช้นั หนิ
ทรายสลบั หินโคลนซ่ึงเกดิ ทบั ถมบรเิ วณ
ทางนา้ ปากแม่นา้ ทะเลสาบ และ
ตะกอนนา้ พา

นา้ มนั ดบิ ท่เี กดิ ในช้นั บ่อสบู นา้ มนั ดบิ อ่ทู อง
หินดนิ ดาน(หินต้นกาเนดิ )ข้นึ จะแทรก
ซึมเข้าไปอยู่ในช้นั หินท่มี ชี ่องว่างหรอื ปิ โตรเลยี มเป็นทรพั ยากรพลงั งานท่สี าคญั สร้างความเจริญเตบิ โต
ความพรนุ (หินกกั เกบ็ ) ซ่งึ มโี ครงสร้าง ทางเศรษฐกจิ ให้แก่โลกตลอดช่วงศตวรรษท่ผี ่านมา โลกใช้
ธรณวี ทิ ยาท่เี หมาะสมเช่นโครงสร้าง ปิ โตรเลียมเป็นเช้อื เพลิงพ้ืนฐานในการผลติ ในระบบอตุ สาหกรรม
ประทุนคว่าหรือโครงสร้างรอยเล่อื น เป็นวตั ถดุ บิ และผลติ ภณั ฑเ์ คมี ต่าง ๆ
(โครงสร้างกกั เกบ็ ปิ โตรเลียม) และมี
หินท่มี คี วามซมึ ได้ต่าปิ ดก้นั (หนิ ปิ ดก้นั )
ไมใ่ ห้นา้ มนั ดบิ ไหลซมึ ออกมาได้ เม่อื มี
การสารวจพบจงึ สามารถผลติ นาขนึ ้ มา
ใช้ประโยชน์ได้

จุดศึกษาที่ 3: สวนสมเด็จย่า อาเภออู่ทอง จงั หวดั สุพรรณบุรี
ท่ตี ้งั พิกดั 0592300 E, 1581000 N แผนท่ภี มู ปิ ระเทศ 1: 50000 ระวางอาเภออทู่ อง ( 4937 I)
ประเด็นศึกษา:- การฟ้ื นฟูและปรบั สภาพสภาวะแวดลอ้ มภายหลงั การใชป้ ระโยชน์พ้ืนที่

- สายแร่ควอตซข์ นาดใหญ่แทรกตดั เขา้ มาในหินอคั นีชนิดหินแกรนิต

ภมู ิทศั น์และสภาพพ้ืนท่ภี ายหลังการทาเหมือง บริเวณเหมอื งหินปูนเกา่ ท่หี ยุดดาเนินกจิ การแล้ว
จัดทาเป็นพ้ืนท่สี นั ทนาการ มีการปลูกต้นไม้ จัดสวนหย่อม และเป็นสระนา้

พ้ืนท่ดี ้านหลังเป็นภเู ขาหินแกรนิตยุคไทรแอสซิก มสี ายแร่ควอตซ์หรือแร่เข้ยี วหนุมาน (quartz)
แทรกตดั เข้ามา แร่ควอตซ์ มสี ตู รทางเคมี SiO2 ซ่ึงเป็นแร่ประกอบหินท่สี าคญั เช่นในหินแกรนิต แร่
ควอตซ์มสี ีหลายสี มีค่าความแขง็ 7 ขูดกระจกเป็นรอย นาไปใช้ในอตุ สาหกกรม ถ้ามีความสวยงามมกั
นาไปใช้ทาเคร่ืองประดบั

จุดศึกษาที่ 4 : วดั ถ้าเสือ อาเภออู่ทอง จงั หวดั สุพรรณบุรี
ท่ตี ้ัง พิกดั 0590300 E, 1586200 N. แผนท่ภี มู ิประเทศ 1:50000 แผ่น ระวางอาเภออทู่ อง (4937 I)

ประเด็นศึกษา:- โครงสรา้ งทางธรณีวทิ ยาและร่องรอยทางธรณีประวตั ิทีป่ รากฏใหเ้ ห็นบนชนั้ หิน อัน
เนือ่ งมาจากการเปลยี่ นแปลงของเปลอื กโลกทีต่ ่อเนือ่ งยาวนานมาหลายรอ้ ยลา้ นปีและการเกิดถา้ ทีม่ ี
ความสมั พนั ธก์ บั โครงสรา้ งธรณีวทิ ยา

การเปล่ียนแปลงของเปลือกโลกบริเวณเขาถา้ เสอื ปรากฏในเน้ือหินปูนของกลุ่มหินทุง่ สงยุคออร์โด
วิเชียน อายุ 505-428 ล้านปี แสดงรอยช้ันหินคดโค้ง (fold) ร้ิวขนาน (foliation) และลักษณะช้ันบาง
หรือแผ่นบาง (lamina) ในเน้ือหิน เกดิ เน่ืองมาจากจากความเค้นของเปลือกโลก และการแปรสภาพของ
ช้ันหิน

หินปูนแปรสภาพเป็นหินแคลซิลิเกต และหิน
อ่อนบริเวณวัดถา้ เสอื มีร้ิวขนาน(ขวาบน)
ถา้ เสอื เกดิ ตามแนวโครงสร้างของรอยแตกในช้ัน
หินปูน (ซ้ายบน)

จุดศึกษาที่ 5: วดั เขาดสี ลกั อาเภออู่ทอง จงั หวดั สุพรรณบุรี
ท่ตี ้ัง พิกดั 0592729 E, 1599961 N แผนท่ภี มู ปิ ระเทศ มาตราส่วน 1: 50000 ระวางอาเภออู่

ทอง ( 4937 I)
ประเด็นศึกษา:-การใชป้ ระโยชนห์ ินทราย หินแกรนิตและหินอ่อนในงานก่อสรา้ ง สถาปัตยกรรม และภมู ิ
สณั ฐานธรณีวทิ ยาการสะสมตะกอนบริเวณทีร่ าบ ตะพกั และเชงิ เขา

วดั เขาดสี ลกั

จุดศึกษาที่ 6: เขานมนาง อาเภอเดมิ บางนางบวช จงั หวดั สุพรรณบุรี
ท่ตี ้งั พิกดั 0614916 E, 1643181 N ระวางอาเภอเดิมบางนางบวช ( 5038 IV)

ประเด็นศึกษา:-ลกั ษณะของหินแปร และแร่ประกอบหิน
:บึงฉวาก จากแผนทีภ่ มู ิประเทศมาตราส่วน1:50,000และภาพจากดาวเทียม

1) หินแปรอนั ดบั สงู ท่เี ป็นผลมาจากการแปรสภาพบริเวณไพศาล ชนิดหินไนสซ์ ่ึงแสดงร้ิวและ
แถบลายทางหยักคดโค้งห่าง ๆ และโครงสร้างรูปตา (augen) ไม่สม่าเสมอ และสภาพเรียงตวั แบบหิน
ชีสต์ (schistosity) ท่มี องไม่ชัดเจนเน่ืองจากมปี ริมาณของแร่ควอตซ์ และเฟลด์สปาร์มากกว่าแร่ไมกา

-หินไนสเ์ ป็นหินแปรเน้ือหยาบมักมกี ารเรียงตวั ของแร่เป็นช้ัน ๆ (gneissic texture) สลับกนั
ระหว่างแร่สขี าว เช่นแร่ควอตซ์และแร่เฟลด์สปาร์กบั แร่สเี ข้มเช่นแร่ฮอร์นเบลนดแ์ ละแร่ไบโอไทต์ มักมี
ลักษณะของแร่สขี าวเป็นเลนสร์ ูปตา (augen)

-หินชีสตม์ ักประกอบไปด้วยแร่ท่เี ป็นแผ่น ๆ เหน็ ได้ชัดเจน เช่นแร่ไมกา และคลอไรต์ และมีแร่ท่มี ี
ลักษณะเส้นใยปนอยู่ท่วั ไป ทาให้มีลักษณะเน้ือแบบชีสต์ (schistose texture)

2) ภมู ิสนั ฐานมุมสงู ของบึงฉวาก จากแผนท่ภี มู ิประเทศมาตราส่วน 1: 50000 และภาพจาก
ดาวเทยี ม

บึงฉวาง

เขานมนาง

หินแปรเกรดสงู บนเขานมนาง แสดงลักษณะ
(texture)ของหินไนสแ์ ละหินชีสต์

จุดศึกษาที่ 7: โรงงาน บริษทั ไทย อะโกร เอ็นเนอรย์ ี่ จากดั
ท่ตี ้ัง หมู่ท่ี 10 ถ. ด่านช้าง-สามชุก ต. หนองมะค่าโมง อ. ด่านช้าง จ. สพุ รรณบุรี
ประเด็นศึกษา:-พลงั งานทดแทน –กระบวนการผลติ เอทานอลบริสทุ ธิ

ปัจจุบัน การใช้พลังงานทดแทนเป็นยุทธศาสตร์ท่สี าคญั ของประเทศไทยและหลายๆ ประเทศท่วั
โลก พระปรีชาญาณของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลท่ี 9 ได้กอ่ ให้เกดิ องค์ความรู้พ้ืนฐานและมี
บทบาทต่อพัฒนาการในการผลิตเอทานอลจากผลิตผลทางการเกษตร เพ่ือเป็นแหล่งพลังงานทดแทนใน
ปัจจุบัน

บริษัท ไทย อะโกร เอน็ เนอร์ย่ี จากดั เป็นบริษัทแห่งแรกของประเทศไทยท่ผี ลิตเอทานอลเป็น
เช้ือเพลิงโดยใช้กากนา้ ตาลเป็นวัตถุดบิ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตท่ที นั สมัย แม่นยา มีประสทิ ธภิ าพ

เอทานอลท่ผี ลิตได้มีคุณสมบัติเป็นของเหลวใส ไม่มีสี มีค่าความเป็นกรดต่า ติดไฟง่าย เป็น
เช้ือเพลิงท่มี คี ่าออกเทนสงู มคี ุณสมบัติทางเคมีตรงตามมาตรฐานของกรมธุรกจิ พลังงาน สามารถนาไป
ผสมกบั นา้ มนั เบนซินในอตั ราท่เี หมาะสมเพ่ือผลิตนา้ มันแกส๊ โซฮอล์ 95 และนา้ มันแกส๊ โซฮอล์ 91 ซ่ึงใน
ปัจจุบันถอื ว่าเป็นเช้ือเพลิงสะอาด เผาไหม้ได้สมบูรณ์ ช่วยลดการเกดิ มลพิษจากไอเสยี และลดมลภาวะต่อ
ส่งิ แวดล้อม โดยไม่เกดิ ปัญหาต่อเคร่ืองยนต์

จุดศึกษาที่ 8: เขือ่ นกระเสียว ตาบลด่านชา้ ง อาเภอด่านชา้ ง จงั หวดั สุพรรณบุรีท่ตี ้งั พิกดั 0571933
E, 1640526 N แผนท่ภี มู ิประเทศมาตราสว่ น 1:50,000 ระวางอาเภอด่านช้าง ( 4938 IV)
ประเด็นศึกษา:- ธรณีวทิ ยาเขอื่ นกระเสียว

เข่อื นกระเสยี ว เป็นเข่ือนดินท่ยี าวท่สี ดุ ในประเทศไทย ก้นั ลาห้วยกระเสียว มีแกนสันเข่อื นด้านทศิ
ตะวันออกเป็นหินปูนยุคออร์โดวิเชียน ทางด้านตะวันตกเป็นหินทราย-หินควอร์ตไซต์ ยุคไซลูเรียน-ดีโว
เนียน

สนั เขื่อนกระเสยี วดา้ นตะวนั ออก

ภมู ิประเทศของอ่างเกบ็ นา้ เข่อื นกระเสยี ว (ขวาบน)
หินปูนบริเวณสนั เข่อื นด้านตะวันออก (ขวาล่าง)

จุดศึกษาที่ 9: หินแกรนติ วดั โป่ งคอม อาเภอด่านชา้ ง จงั หวดั สุพรรณบุรี
ท่ตี ้งั พิกดั 0560991 E, 1633163 N แผนท่ภี มู ิประเทศมาตราสว่ น 1:50,000 ระวางอาเภอด่านช้าง
( 4938 IV)
ประเด็นศึกษา :- ลกั ษณะหินทีแ่ ขง็ ตวั มาจากแมกมา ทีอ่ ย่สู ่วนลึกภายในโลก

หินอคั นีแทรกซอนเป็นหินท่แี ขง็ ตวั มาจากหินหนืด (magma) ซ่ึงอยู่ภายในเปลือกโลก มีได้ 2
ลักษณะ คือแขง็ ตวั ภายในเปลือกโลก ท่เี รียกว่า หินอคั นีแทรกซอน (intrusive rock) หรือหินอคั นีระดบั
ลึก (plutonic rock) และแขง็ ตัวภายนอกเปลือกโลก เรียกว่า หินอคั นีพุ (extrusive rock) หรือหินภเู ขาไฟ
(volcanic rock)

หินหนืดท่หี ลอมเหลวซ่ึงอยู่ภายในเปลือกโลกหรือ”แมกมา”เม่อื อณุ หภมู ลิ ดลงเน่ืองจากถูกดันข้นึ มา
ใกล้ผิวโลก ทาให้ความร้อนท่อี ยู่ภายในระบายให้แก่ช้ันหินท่อี ยู่รอบ ๆ ท่เี ยน็ กว่า การลดลงของอณุ หภมู ิจะ
มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป แร่ท่ลี ะลายในหินหลอมเหลวจึงเร่ิมตกผลึกอย่างช้า ๆ ทาให้ได้ผลึกเน้ือหยาบ
เช่นหินแกรนิต หินไดออไรต์ และหินแกบโบร เป็นต้น

วดั โป่ งคอม

หินโผล่ของหนิ แกรนติ ท่สี ระนา้ ข้างวัดโป่ งคอม (ขวาบน)
เน้อื หินแกรนติ เป็นเน้อื ผลึกสองขนาด (ขวาล่าง)

จุดศึกษาที่ 10: หินแปร: เขาช่องคบั อาเภอด่านชา้ ง จงั หวดั สุพรรณบุรี
ท่ตี ้ัง พิกดั 0566266 E, 1637873 N แผนท่ภี มู ปิ ระเทศมาตราส่วน 1:50,000 ระวางอาเภอด่านช้าง
( 4938 IV)
ประเด็นศึกษา:-ศึกษาลกั ษณะหินแปรและแร่ประกอบหิน อายแุ ละความสมั พนั ธก์ บั หินขา้ งเคียง

หินแปร: คือหินอคั นีหรือหินตะกอน หรือแม้กระท่งั หินแปรเอง ซ่ึงถูกแปรสภาพด้วยความร้อนและ
ความกดดันอย่างมหาศาล จนทาให้มีการแปรเปล่ียนรูปร่างของแร่เดมิ หรือมีการหลอมตวั ของแร่และหิน
เดมิ มกี ารตกผลึกใหม่จนกลายเป็นแร่ชนิดใหม่ มกี ารเรียงตวั ของแร่ และให้หินชนิดใหม่

จุดศึกษาประกอบด้วยหินแปรชนิดหินควอร์ตไซต์ สนี า้ ตาลอ่อน-ขาวอมนา้ ตาล ท่แี ปรสภาพมาจาก
หินทรายซ่ึงเป็นหินเดิมกอ่ นการแปรสภาพท่มี แี ร่ควอตซ์ปนอยู่มาก ซ่ึงพบเหน็ อยู่ร่วมกนั ในบริเวณน้ี หิน
มสี นี า้ ตาลอ่อน ช้ันหนาปานกลาง เน้ือหินแขง็

วดั เขาช่องคับ

บ่อหินด้านข้างวัดเขาช่องคบั (ขวาบน)
แสดงช้ันหินคอวร์ตไซตแ์ ละหินทราย(ขวาล่าง)


Click to View FlipBook Version