โครงสร้างการสอน วชิ า คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา……….. เวลา 120 ชว่ั โมง
โครงสรา้ งการสอน วิชา คณิตศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 2
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา……….. เวลา 120 ชวั่ โมง
หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก
1 เรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
มาตรฐาน ค 1.1 เข้ำใจควำม - กำรนบั เพ่ิมครัง้ ละเทำ่ ๆ
จำนวนนับไม่เกิน หลำกหลำยของกำรแสดงจำนวน กนั คือ กำรนับเพ่ิมจำก 16 10
1,000และ 0 ระบบจำนวน กำรดำเนินกำรของ จำนวนทเ่ี ริม่ ต้นครง้ั ละเท่ำ
จำนวน ผลที่เกิดขนึ้ จำกกำรดำเนินกำร ๆ กนั
สมบัติของกำรดำเนนิ กำร และนำไปใช้ - บอกจำนวนของส่ิงต่ำงๆ
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป. 2/1 บอกจำนวนของ ได้จำกกำรนับ
สง่ิ ต่ำง ๆ แสดงสิง่ ตำ่ ง ๆ ตำม - กำรนบั เพม่ิ ครง้ั ละเทำ่ ๆ
จำนวนท่กี ำหนด อำ่ นและเขียน กนั คอื กำรนบั เพ่ิมจำก
ตวั เลขฮินดูอำรบกิ ตวั เลขไทย จำนวนที่เรม่ิ ตน้ ครั้งละเท่ำ
ตัวหนังสือแสงจำนวนนบั ไม่เกิน ๆ กัน
1,000 และ 0 -จำนวนสำมหลกั ถำ้ เลข
ตัวชว้ี ดั ที่ ป. 2/2 เปรียบเทยี บจำนวน โดด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9
อยใู่ นหลักหน่วย มคี ่ำเปน็
นับไม่เกนิ 1,000 และ 0 โดยใช้ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ถำ้
อยู่ในหลักสิบ มคี ำ่ เปน็ 0
เครอ่ื งหมำย = * > < 10 20 30 40 50 60 70
80 90 และเลขโดด 1 2 3
ตวั ช้ีวดั ที่ ป. 2/3 เรียงลำดบั จำนวน 4 5 6 7 8 9 ถ้ำอยู่ในหลัก
นบั ไม่เกิน 1,000 และ 0 ตงั้ แต่ 3 ถงึ รอ้ ย มคี ่ำเปน็ 100 200
4 จำนวนจำกสถำนกำรณต์ ่ำง ๆ 300 400 500 600 700
800 900 ตำมลำดับ
-1,000 เปน็ จำนวนส่ีหลกั
เลขโดด 1 ในหลกั พันมีคำ่
1,000
-กำรเขยี นแสดงจำนวนใน
รปู กระจำยเป็นกำรเขยี น
ในรูปกำรบวกค่ำของเลข
โดดในหลกั ตำ่ ง ๆ ของ
จำนวนนัน้
โครงสร้างการสอน วิชา คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา……….. เวลา 120 ช่ัวโมง
หน่วย ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสาคัญ เวลา(ชม.) นา้ หนัก
ท่ี เรยี นร/ู้ เร่ือง / สปั ดาห์ คะแนน
1 จำนวนนบั ไม่ มาตรฐาน ค 1.1 เข้ำใจควำม -กำรเปรียบเทียบจำนวน
เกนิ 1,000และ หลำกหลำยของกำรแสดงจำนวน ระบบ สองจำนวนจะใช้คำวำ่
0 จำนวน กำรดำเนินกำรของจำนวน ผลท่ี เทำ่ กบั มำกกว่ำ นอ้ ย
เกิดขึน้ จำกกำรดำเนนิ กำร สมบตั ขิ องกำร กว่ำ ซึ่งแทนด้วย
ดำเนินกำร และนำไปใช้ เครือ่ งหมำย = < >
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป. 2/1 บอกจำนวนของส่งิ ตำมลำดับโดยพิจำรณำ
ตำ่ ง ๆ แสดงสิง่ ตำ่ ง ๆ ตำมจำนวนท่ี ดงั น้ี
กำหนด อ่ำนและเขยี นตวั เลขฮินดูอำ -จำนวนทมี่ ีจำนวนหลัก
รบิก ตัวเลขไทย ตวั หนงั สอื แสง มำกกวำ่ จะมำกกว่ำ
จำนวนนบั ไมเ่ กนิ 1,000 และ 0 จำนวนทมี่ ีจำนวนหลกั
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป. 2/2 เปรียบเทยี บจำนวนนบั น้อยกวำ่
ไมเ่ กนิ 1,000 และ 0 โดยใช้เคร่อื งหมำย
=*>< − จำนวนทมี่ ีจำนวน
หลักเทำ่ กันถำ้ เลขโดดใน
ตัวชว้ี ัดที่ ป. 2/3 เรยี งลำดับจำนวนนับไม่ หลักรอ้ ยมีค่ำมำกกวำ่
เกิน 1,000 และ 0 ต้งั แต่ 3 ถึง 4
จะมำกกวำ่ ถ้ำเลขโดด
จำนวนจำกสถำนกำรณต์ ่ำง ๆ
ในหลักรอ้ ยมีค่ำเท่ำกนั
จำนวนที่เลขโดดในหลัก
สบิ มคี ำ่ มำกกวำ่ จะ
มำกกวำ่ ถ้ำเลขโดดใน
หลกั ร้อย หลักสบิ มีค่ำ
เทำ่ กัน จำนวนที่เลขโดด
ในหลักหนว่ ยมคี ่ำ
มำกกว่ำจะมำกกว่ำ
โครงสรา้ งการสอน วิชา คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 2
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา……….. เวลา 120 ชว่ั โมง
หน่วยท่ี ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
1 เรยี นรู้ (ช่วั โมง) คะแนน
จำนวนนับไม่เกนิ มาตรฐาน ค 1.1 เขำ้ ใจควำม -กำรเรียงลำดบั จำนวน
1,000และ 0 อำจทำไดโ้ ดยหำจำนวนท่ี
หลำกหลำยของกำรแสดงจำนวน
ระบบจำนวน กำรดำเนนิ กำรของ มำกท่ีสดุ และน้อยทีส่ ุด
จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจำกกำรดำเนนิ กำร ก่อนจำกน้นั นำจำนวนมำ
สมบัติของกำรดำเนินกำร และนำไปใช้ เรยี งลำดบั จำกมำกไปน้อย
ตวั ช้ีวดั ท่ี ป. 2/1 บอกจำนวนของ หรอื จำกน้อยไปมำก
- จำนวนทห่ี ลักหน่วยเป็น
ส่งิ ตำ่ ง ๆ แสดงสิง่ ต่ำง ๆ ตำม
0 2 4 6 8 เปน็ จำนวนคู่
จำนวนท่กี ำหนด อำ่ นและเขียน
ตัวเลขฮนิ ดูอำรบกิ ตัวเลขไทย - จำนวนท่หี ลักหนว่ ยเปน็
1 3 5 7 9 เป็นจำนวนคี่
ตัวหนังสือแสงจำนวนนบั ไมเ่ กิน
-แบบรูปของจำนวนที่
1,000 และ 0
เพม่ิ ขนึ้ ทีละ 2ทีละ 5 หรือ
ตัวชวี้ ัดที่ ป. 2/2 เปรียบเทียบจำนวน ทลี ะ 100 เป็นชดุ ของ
นับไมเ่ กิน 1,000 และ 0 โดยใช้ จำนวนที่มคี วำมสมั พันธ์
เครื่องหมำย = * > < กันอยำ่ งต่อเน่ืองใน
ตัวช้วี ัดที่ ป. 2/3 เรยี งลำดบั จำนวน ลักษณะของกำรเพิ่มข้ึนที
นับไมเ่ กิน 1,000 และ 0 ตง้ั แต่ 3 ถึง ละ 2 ทลี ะ 5 หรือทีละ
4 จำนวนจำกสถำนกำรณต์ ำ่ ง ๆ
100
- แบบรูปของจำนวนที่
ลดลงทลี ะ 2 ทีละ 5 หรอื
ทีละ 100 เป็นชดุ ของ
จำนวนทมี่ ีควำมสมั พันธ์
กันอยำ่ งต่อเน่ืองใน
ลักษณะของกำรลดลงทีละ
2 ทลี ะ 5 หรอื ทลี ะ 100
โครงสรา้ งการสอน วชิ า คณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 2
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา……….. เวลา 120 ชั่วโมง
หน่วยที่ ช่ือหน่วยการ มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด สาระสาคัญ เวลา น้าหนัก
เรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
2 กำรบวกและกำร มาตรฐาน ค 1.1 เขำ้ ใจควำม -กำรบวกจำนวนสอง 20 15
ลบจำนวนนับไม่ หลำกหลำยของกำรแสดงจำนวน จำนวนอำจหำผลบวกได้
เกนิ 1,000 ระบบจำนวน กำรดำเนนิ กำรของ โดยใชเ้ ส้นจำนวน หรอื
จำนวน ผลท่เี กดิ ข้นึ จำกกำรดำเนินกำร แผน่ ตำรำงร้อย แผน่
สมบัติของกำรดำเนนิ กำร และนำไปใช้ ตำรำงสบิ และแผ่นตำรำง
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป. 2/4 หำค่ำของตัวไม่ หน่วย
ทรำบคำ่ ใน ประโยคสัญลกั ษณแ์ สดง - กำรหำผลบวกโดยกำรต้ัง
กำบวก และประโยคสญั ลักษณ์แสดง บวก ต้องเขยี นเลขโดดใน
กำรลบของจำนวนนับไม่เกนิ 1,000 หลักเดียวกันใหต้ รงกัน
และ 0 แลว้ จงึ นำจำนวนที่อยใู่ น
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป. 2/8 แสดงวธิ หี ำคำตอบ หลักเดยี วกนั มำบวกกัน
ของโจทย์ปญั หำ 2 ขน้ั ตอนของ
โดยเร่มิ จำกหลักหนว่ ย
จำนวนนับไมเ่ กิน 1,000 และ 0
หลักสบิ และหลกั รอ้ ย
ตำมลำดบั ถ้ำผลบวกใน
หลกั หน่วยเป็น 1 สบิ หรอื
มำกกว่ำ 1 สิบ ต้องทด 1
สิบ ไปรวมกบั จำนวนใน
หลักสิบ หรอื ถ้ำผลบวกใน
หลักสิบเปน็ 1 ร้อยหรือ
มำกกว่ำ 1 ร้อย ต้องทด 1
ร้อยไปรวมกับจำนวนใน
หลกั ร้อย
โครงสรา้ งการสอน วิชา คณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2
เวลา 120 ชวั่ โมง
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา………..
สาระสาคัญ
หน่วยที่ ช่อื หน่วยการ มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั เวลา นา้ หนัก
2 เรยี นรู้ -กำรบวกจำนวนสอง (ชัว่ โมง) คะแนน
จำนวนสำมำรถสลับท่ไี ด้
กำรบวกและกำร มาตรฐาน ค 1.1 เขำ้ ใจควำม ผลบวกยงั คงเทำ่ เดิม กำร
บวกจำนวนสำมจำนวนจะ
ลบจำนวนนบั ไม่ หลำกหลำยของกำรแสดงจำนวน บวกสองจำนวนใดก่อนก็
ได้ แลว้ บวกจำนวนท่ีเหลือ
เกนิ 1,000 ระบบจำนวน กำรดำเนนิ กำรของ ผลบวกเทำ่ กัน หำผลบวก
โดยกำรตั้งบวกทำไดโ้ ดย
จำนวน ผลที่เกดิ ข้ึนจำกกำรดำเนินกำร นำจำนวนในหลักเดยี วกัน
มำบวกกนั ถำ้ ผลบวกใน
สมบตั ิของกำรดำเนนิ กำร และนำไปใช้ หลักใดเป็นจำนวนสอง
ตัวชว้ี ัดท่ี ป. 2/4 หำคำ่ ของตัวไมท่ รำบ หลักให้ทดจำนวนในหลกั
สบิ ไปรวมกับจำนวนใน
คำ่ ใน ประโยคสญั ลักษณ์แสดงกำบวก หลักถัดไปทำงซ้ำย
-กำรลบจำนวนสองจำนวน
และประโยคสญั ลักษณ์แสดงกำรลบ อำจหำผลลบไดโ้ ดยใช้เส้น
จำนวน หรอื แผ่นตำรำง
ของจำนวนนับไมเ่ กนิ 1,000 และ 0 รอ้ ยแผน่ ตำรำงสบิ และ
แผ่นตำรำงหนว่ ย
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป. 2/8 แสดงวธิ หี ำคำตอบ -กำรหำผลลบของจำนวน
สองจำนวนโดยกำรตงั้ ลบ
ของโจทย์ปญั หำ 2 ขน้ั ตอนของ ตอ้ งเขียนเลขโดดในหลกั
จำนวนนบั ไมเ่ กิน 1,000 และ 0 เดยี วกนั ใหต้ รงกนั แลว้ จึง
นำจำนวนท่ีอยใู่ นหลกั
เดยี วกันมำลบกนั โดยเรม่ิ
จำกหลกั หนว่ ยหลักสบิ
และหลักรอ้ ย ตำมลำดับ
โครงสร้างการสอน วิชา คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2
เวลา 120 ชวั่ โมง
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา………..
สาระสาคญั
หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั เวลา น้าหนัก
2 เรยี นรู้ -กำรหำผลลบของจำนวน (ช่ัวโมง) คะแนน
สองจำนวนโดยกำรตัง้ ลบ
กำรบวกและกำร มาตรฐาน ค 1.1 เขำ้ ใจควำม ต้องเขยี นเลขโดดในหลัก
ลบจำนวนนบั ไม่ เดียวกันใหต้ รงกัน แล้วจงึ
เกนิ 1,000 หลำกหลำยของกำรแสดงจำนวน นำจำนวนทอ่ี ยใู่ นหลกั
ระบบจำนวน กำรดำเนนิ กำรของ เดยี วกนั มำลบกนั โดยเรมิ่
จำกหลักหน่วยหลักสบิ
จำนวน ผลท่ีเกิดข้นึ จำกกำรดำเนินกำร และหลกั รอ้ ย ตำมลำดบั
− ถ้ำเลขโดดในหลักหนว่ ย
สมบัติของกำรดำเนินกำร และนำไปใช้ ของตัวตงั้ มีคำ่ น้อยกว่ำเลข
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป. 2/4 หำค่ำของตัวไมท่ รำบ โดดในหลักหนว่ ยของตวั
ลบ ต้องกระจำยจำนวน
คำ่ ใน ประโยคสัญลักษณ์แสดงกำบวก จำกหลักสิบไปหลักหนว่ ย
− ถ้ำเลขโดดในหลักสบิ
และประโยคสัญลักษณ์แสดงกำรลบ ของตวั ตัง้ มคี ำ่ น้อยกวำ่ เลข
ของจำนวนนบั ไม่เกิน 1,000 และ 0 โดดในหลักสิบของตวั ลบ
ต้องกระจำยจำนวนจำก
ตวั ช้ีวดั ท่ี ป. 2/8 แสดงวธิ ีหำคำตอบ หลักร้อยไปหลักสบิ กำร
หำผลลบของจำนวนสำม
ของโจทย์ปญั หำ 2 ข้ันตอนของ จำนวนโดยกำรตัง้ ลบ ให้
จำนวนนบั ไมเ่ กนิ 1,000 และ 0 นำจำนวนสองจำนวนมำ
ลบกันกอ่ น แลว้ นำผลลบ
ไปลบกบั จำนวนทีเ่ หลือ
-กำรหำผลลบของจำนวน
สำมจำนวนโดยกำรต้งั ลบ
ใหน้ ำจำนวนสองจำนวน
มำลบกนั ก่อน แล้วนำผล
ลบไปลบกับจำนวนที่เหลือ
โครงสร้างการสอน วิชา คณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2
เวลา 120 ชัว่ โมง
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา………..
สาระสาคัญ
หน่วยท่ี ชือ่ หน่วยการ มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั เวลา นา้ หนัก
2 เรียนรู้ -ควำมสมั พนั ธข์ องกำร (ช่ัวโมง) คะแนน
บวกและกำรลบเมื่อ
กำรบวกและกำร มาตรฐาน ค 1.1 เข้ำใจควำม - จำนวนสองจำนวนบวกกัน
ลบจำนวนนับไม่ หลำกหลำยของกำรแสดงจำนวน ผลบวกทไี่ ด้ลบดว้ ยจำนวน
เกิน 1,000 ระบบจำนวน กำรดำเนินกำรของ ใดจำนวนหนง่ึ ในสอง
จำนวน ผลทีเ่ กดิ ข้ึนจำกกำรดำเนินกำร จำนวนนั้น ผลลบคือ
จำนวนอกี จำนวนหนง่ึ
สมบตั ิของกำรดำเนนิ กำร และนำไปใช้ -กำรหำคำ่ ของตัวไมท่ รำบ
ค่ำในประโยคสญั ลักษณ์
ตัวชว้ี ัดท่ี ป. 2/4 หำคำ่ ของตัวไมท่ รำบ กำรบวกและประโยค
สัญลกั ษณ์กำรลบ สำมำรถ
คำ่ ใน ประโยคสัญลักษณ์แสดงกำบวก ใชค้ วำมสัมพนั ธ์ของกำร
บวกและกำรลบ
และประโยคสญั ลักษณ์แสดงกำรลบ -กำรแก้โจทย์ปัญหำทำได้
โดย อำ่ นทำควำมเขำ้ ใจ
ของจำนวนนับไม่เกนิ 1,000 และ 0 ปัญหำ วำงแผนแก้ปญั หำ
หำคำตอบและตรวจสอบ
ตวั ชวี้ ัดที่ ป. 2/8 แสดงวิธหี ำคำตอบ ควำมสมเหตุสมผลของ
คำตอบ
ของโจทย์ปัญหำ 2 ข้นั ตอนของ -กำรสร้ำงโจทย์ปญั หำ
จำนวนนบั ไมเ่ กนิ 1,000 และ 0 ตอ้ งมีทง้ั สว่ นทโ่ี จทยบ์ อก
และสว่ นทีโ่ จทย์ถำม และ
โจทย์ปญั หำที่สรำ้ งต้องมี
ควำมเปน็ ไปได้
โครงสรา้ งการสอน วิชา คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 2
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา……….. เวลา 120 ช่ัวโมง
หนว่ ยที่ ช่อื หน่วยการ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสาคญั เวลา น้าหนัก
3 เรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
กำรวดั ควำมยำว มาตรฐาน ค 2.1 เข้ำใจพ้ืนฐำน -กำรวดั ควำมยำวหรอื 16 10
เกย่ี วกบั กำรวัด วดั และคำดคะเนขนำด ควำมสูงของสิ่งตำ่ ง ๆ เป็น
ของสิง่ ที่ต้องกำรวัดและไปใช้ เซนติเมตร อำจวำง
ตัวช้ีวัดท่ี ป.2/2 วัดและเปรียบเทียบ เครื่องมือวัดเรมิ่ ท่ี 0
ควำมยำวเป็นเมตร และเซนตเิ มตร หรือไม่เร่ิมท่ี 0 ก็ได้
ตัวชว้ี ดั ที่ ป.2/3 แสดงวธิ ีหำคาตอบ - กำรคำดคะเนควำมยำว
ของโจทย์ปญั หำ กำรบวก กำรลบ หรอื ควำมสงู เปน็ เมตรเป็น
เกี่ยวกบั ควำมยำวท่ีมี กำรบอกควำมยำวหรือ
ควำมสงู เปน็ เมตรให้
ใกล้เคียงกบั ควำมยำวหรือ
ควำมสูงจรงิ อำจเทยี บกับ
ควำมยำวหรอื ควำมสูง 1
เมตร โดยไม่ใชเ้ คร่ืองมือ
วัด
- กำรเปรยี บเทยี บควำม
ยำวเป็นเมตรและ
เซนติเมตรของส่งิ ตำ่ ง ๆ
สองส่งิ สิง่ ทีม่ ีควำมยำว
เป็นเมตรมำกกว่ำจะยำว
กว่ำ ถ้ำควำมยำวเปน็ เมตร
เท่ำกัน ส่งิ ท่ีมีควำมยำว
เป็นเซนตเิ มตรมำกกว่ำจะ
ยำวกวำ่
-กำรเปรยี บเทยี บควำม
ยำวท่ีมีหน่วยตำ่ งกนั ต้อง
เปลย่ี นหน่วยให้เป็นหนว่ ย
เดียวกันกอ่ นแลว้ นำมำ
เปรียบเทียบกัน
โครงสรา้ งการสอน วิชา คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา……….. เวลา 120 ช่วั โมง
หน่วยท่ี ชอื่ หน่วยการ มาตรฐาน/ตัวชี้วดั สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
3 เรียนรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน
4 กำรวัดควำมยำว มาตรฐาน ค 2.1 เข้ำใจพน้ื ฐำน -กำรหำผลบวกหรอื ผลลบ 16 15
เกีย่ วกบั กำรวดั วัดและคำดคะเนขนำด เกี่ยวกบั ควำมยำวเป็น 15
ของส่ิงที่ตอ้ งกำรวัดและไปใช้ เมตรและเซนติเมตร ทำได้
ตัวช้ีวัดท่ี ป.2/2 วัดและเปรียบเทียบ โดยนำควำมยำวที่เป็น
ควำมยำวเป็นเมตร และเซนติเมตร หนว่ ยเดยี วกันมำบวกหรือ
ตัวช้วี ดั ท่ี ป.2/3 แสดงวธิ ีหำคาตอบ ลบกัน
ของโจทยป์ ัญหำ กำรบวก กำรลบ -กำรหำผลบวกหรอื ผลลบ
เกี่ยวกบั ควำมยำวที่มี เกย่ี วกบั ควำมยำวเป็น
เมตรและเซนตเิ มตร ทำได้
โดยนำควำมยำวที่เปน็
หน่วยเดียวกนั มำบวกหรอื
ลบกนั
-กำรแก้โจทยป์ ญั หำทำได้
โดยอำ่ นทำควำมเขำ้ ใจ
ปญั หำ วำงแผนแกป้ ญั หำ
หำคำตอบ และตรวจสอบ
ควำมสมเหตสุ มผลของ
คำตอบ
สอบกลางภาคเรยี นที่ 1/......... สัปดาหท์ ่ี 10
การวัดน้าหนกั มาตรฐาน ค 2.1 เข้ำใจพนื้ ฐำน -กำรบอกน้ำหนกั ของสิ่ง
เกย่ี วกับกำรวัด วัดและคำดคะเนขนำด ตำ่ ง ๆ อำจบอกนำ้ หนัก
ของสง่ิ ทต่ี อ้ งกำรวดั และไปใช้ เปน็ กรัม เป็นกโิ ลกรมั และ
ตัวชีว้ ัดที่ ป.2/4 วดั และเปรยี บเทยี บ ขีดเปน็ กโิ ลกรัมและกรัม
นำ้ หนกั เป็นกโิ ลกรมั และกรัม กโิ ลกรัม -ควำมสัมพนั ธข์ องหน่วย
และขีด นำ้ หนัก
ตัวช้ีวัดที่ ป.2/5 แสดงหำคำตอบของ 1 กิโลกรัม เทำ่ กับ 10 ขีด
โจทย์ปัญหำ กำรบวก กำรลบเกี่ยวกับ 1 ขีด เท่ำกบั 100 กรัม
น้ำหนกั หน่วยเป็นกโิ ลกรัมและกรัม 1 กิโลกรัม เท่ำกับ 1,000
กรัม
โครงสร้างการสอน วชิ า คณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 2
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา……….. เวลา 120 ชั่วโมง
หนว่ ยท่ี ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก
4 เรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
การวดั นา้ หนัก มาตรฐาน ค 2.1 เข้ำใจพ้ืนฐำน -กำรเปรยี บเทียบน้ำหนัก
เกี่ยวกบั กำรวัด วดั และคำดคะเนขนำด เป็นกิโลกรมั และกรัมหรือ
ของสงิ่ ทต่ี ้องกำรวัดและไปใช้ กโิ ลกรัมและขีด สิ่งท่มี ี
ตัวชี้วดั ท่ี ป.2/4 วัดและเปรียบเทยี บ นำ้ หนกั กิโลกรัมมำกกว่ำ
นำ้ หนักเปน็ กิโลกรมั และกรัม กิโลกรัม จะหนักกว่ำ ถ้ำนำ้ หนกั
และขีด เปน็ กิโลกรัมเทำ่ กนั สิ่งทีม่ ี
ตัวชี้วัดที่ ป.2/5 แสดงหำคำตอบของ น้ำหนกั เป็นกรัมหรือเป็น
โจทย์ปัญหำ กำรบวก กำรลบเก่ียวกับ ขีดมำกกวำ่ จะมนี ำ้ หนกั
น้ำหนักหน่วยเป็นกิโลกรัมและกรัม มำกกว่ำ กำรเปรียบเทยี บ
กิโลกรมั และขดี น้ำหนักท่มี หี นว่ ยตำ่ งกัน
ต้องเปล่ยี นหนว่ ยใหเ้ ป็น
หนว่ ยเดยี วกัน
-กำรหำผลบวกหรือผลลบ
เกี่ยวกบั น้ำหนกั เป็น
กโิ ลกรมั และขีด หรือ
กโิ ลกรัมและกรัม ทำได้
โดยนำนำ้ หนกั ทีเ่ ปน็ หน่วย
เดียวกันมำบวกหรือลบกนั
-กำรหำผลบวกหรอื ผลลบ
เกยี่ วกบั น้ำหนักเป็น
กโิ ลกรัมและขดี หรอื
กิโลกรัมและกรมั ทำได้
โดยนำน้ำหนักที่เปน็ หน่วย
เดียวกันมำบวกหรือลบกนั
-กำรแกโ้ จทย์ปญั หำทำได้
โดย อ่ำนทำควำมเขำ้ ใจ
ปัญหำ วำงแผนแก้ปญั หำ
หำคำตอบและตรวจสอบ
โครงสร้างการสอน วิชา คณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 2
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา……….. เวลา 120 ชว่ั โมง
หนว่ ยที่ ช่อื หน่วยการ มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด สาระสาคญั เวลา น้าหนัก
5 เรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
การคณู มาตรฐาน ค 1.1 เขำ้ ใจควำม -สิ่งต่ำง ๆ ที่จดั เปน็ กล่มุ
16 20
หลำกหลำยของกำรแสดงจำนวน หรือเปน็ แถวท่ีแต่ละกลมุ่
ระบบจำนวน กำรดำเนนิ กำรของ หรอื แต่ละแถวมจี ำนวน
จำนวน ผลท่เี กดิ ขึ้นจำกกำรดำเนินกำร สมำชิกเท่ำกนั สำมำรถ
สมบตั ิของกำรดำเนนิ กำร และนำไปใช้ เขยี นในรปู กำรคูณของ
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป.2/5 หำค่ำของตัวไมท่ รำบ จำนวนสองจำนวน คือ
ค่ำใน ประโยคสญั ลักษณ์แสดงกำรคูณ จำนวนกล่มุ หรอื จำนวน
ของจำนวน 1 หลกั ตบั จำนวนไมเ่ กิน 2 แถวคูณกับจำนวนสมำชกิ
หลัก ในแตล่ ะกลุ่มหรอื จำนวน
ตวั ช้วี ดั ท่ี ป.2/8 แสดงวิธหี ำคำตอบ สมำชกิ ในแตล่ ะแถว ผล
ของโจทยป์ ญั หำ 2 ขั้นตอนของจำนวน คูณของจำนวนสองจำนวน
นับไม่เกิน1,000 และ 0 นนั้ คือ จำนวนสมำชิก
ท้งั หมด
- จำนวนใดคณู กับ 1 ผล
คูณเทำ่ กบั จำนวนนนั้ และ
จำนวนใดคูณกับ 0 ผลคณู
เทำ่ กบั 0
- กำรคูณจำนวน 1 หลัก
กบั จำนวน 1 หลกั หำผล
คูณโดยใชส้ ตู รคูณแม่ 2
แม่ 3 แม่ 4 แม่ 5 แม่ 6
แม่ 7 แม่ 8 หรอื แม่ 9
-จำนวน 1 หลกั คูณกับ
10 20 30 40 50 60 70
80 90 หำผลคณู โดยนำ
จำนวน 1 หลักนน้ั คูณกบั
123456789
ตำมลำดบั แล้วเติม 0
โครงสร้างการสอน วิชา คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา……….. เวลา 120 ช่วั โมง
หนว่ ยท่ี ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
5 เรียนรู้ (ช่วั โมง) คะแนน
การคูณ มาตรฐาน ค 1.1 เข้ำใจควำม - กำรหำผลคณู ของจำนวน
หลำกหลำยของกำรแสดงจำนวน 1 หลักกับจำนวน2 หลัก
ระบบจำนวน กำรดำเนินกำรของ โดยกำรต้งั คูณ ตอ้ งคณู ใน
จำนวน ผลท่ีเกดิ ข้ึนจำกกำรดำเนินกำร หลกั หน่วยก่อน แล้วคูณ
สมบตั ิของกำรดำเนนิ กำร และนำไปใช้ ในหลักสบิ ถ้ำผลคณู ใน
ตวั ชี้วดั ที่ ป.2/5 หำคำ่ ของตัวไมท่ รำบ หลกั ใดครบสบิ หรอื
ค่ำใน ประโยคสัญลักษณ์แสดงกำรคูณ มำกกวำ่ สบิ ใหท้ ดจำนวน
ของจำนวน 1 หลักตับจำนวนไมเ่ กิน 2 ทค่ี รบสบิ ไปหลักถัดไป
หลกั ทำงซำ้ ย
ตัวชีว้ ัดที่ ป.2/8 แสดงวิธีหำคำตอบ -ควำมรูส้ กึ เชิงจำนวน
ของโจทยป์ ัญหำ 2 ขนั้ ตอนของจำนวน เกยี่ วกับกำรคูณเปน็ กำร
นับไมเ่ กิน1,000 และ 0 บอกว่ำผลคณู ของจำนวน
สองจำนวนใดมีคำ่
มำกกว่ำกัน นอ้ ยกว่ำกัน
หรอื เทำ่ กนั โดยไมต่ ้องหำ
ผลคูณของสองจำนวนน้นั
-กำรหำค่ำของตัวไมท่ รำบ
คำ่ ในประโยคสญั ลักษณ์
กำรคูณ อำจใชส้ ตู รคณู
-กำรแกโ้ จทย์ปัญหำทำได้
โดยอ่ำนทำควำมเขำ้ ใจ
ปญั หำ วำงแผนแกป้ ญั หำ
หำคำตอบ และตรวจสอบ
-กำรสรำ้ งโจทย์ปัญหำตอ้ ง
มที งั้ ส่วนที่โจทยบ์ อกและ
ส่วนท่โี จทย์ถำม
นอกจำกน้ีโจทย์ปัญหำที่
สรำ้ งตอ้ งมีควำมเป็นไปได้
สัปดาห์ท่ี 1
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……1…/………... ชอ่ื ผ้สู อน ….……………………………….…….............
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 จานวนนบั ไมเ่ กนิ 1,000และ 0 เรอ่ื ง เตรยี มความพรอ้ ม
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน ผลท่ีเกิดข้ึน
จากการดาเนนิ การ สมบัติของการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวช้ีวัดท่ี ป. 2/1 บอกจานวนของสิ่งต่าง ๆ แสดงส่ิง ต่าง ๆ ตามจานวนท่ีกาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตัวเลขไทย ตัวหนงั สอื แสงจานวนนบั ไมเ่ กิน 1,000 และ 0
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การนบั เพ่มิ คร้งั ละเทา่ ๆ กนั คอื การนบั เพ่ิมจากจานวนท่ีเร่มิ ตน้ ครง้ั ละเท่า ๆ กนั
3.จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
นกั เรยี นสามารถนับและเปรียบเทียบจานวนได้
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
ใช้วธิ กี ารทีเ่ หมาะสมในการแกป้ ญั หา และคานวณหาคาตอบได้
ด้านคุณลกั ษณะ(A)
มวี ิจารณญาณในการคิดและตอบคาถามดว้ ยความมั่นใจ
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถนิ่
การนบั และการเปรียบเทียบจานวน พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
5. กจิ กรรมการเรียนรู้ คาบที่ 1
ข้ันนา
ขัน้ กระต้นุ ความสนใจ
1. นักเรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียนจานวน 10 ขอ้ เวลา 10 นาที
2. นกั เรยี นช่วยกันร้องเพลง นบั เลข เพอื่ ทบทวนความร้เู ดมิ
เพลงนบั เลข
ทานอง...อารย์ สู ลปิ ปง้ิ
หนง่ึ สอง สาม ส่ี (ซา้ ) ห้า หก เจ็ด (ซา้ )
อกี ท้ังแปดและเกา้ สบิ จาให้ดี (ซา้ )
ขัน้ สอน
ข้นั สารวจค้นหา
3. ใชข้ อ้ มูลในหนงั สือเรียนหน้าเปดิ บท เพื่อกระตุ้นความสนใจเกย่ี วกบั ผลไม้และจานวนผลไม้
ชนดิ ตา่ ง ๆ โดยใช้คาถาม เช่น
• ในภาพมีผลไม้อะไรบ้าง
• ผลไม้แต่ละชนิดมจี านวนเท่าไร
• ผลไมช้ นิดใดมีจานวนมากที่สุด
• ผลไม้ชนดิ ใดมีจานวนนอ้ ยท่ีสุด
4. สนทนาเกีย่ วกับการนาความร้เู รื่องการนับไปใชใ้ นการบอกจานวนของสิ่งต่าง ๆ ทม่ี จี านวนมาก เชน่ การนับจานวนผลไม้ใน
หนา้ เปดิ บท เราควรใช้การนับทลี ะ 100 ทีละ 10 ทลี ะ 5 หรือทลี ะ 2 เพอ่ื นาเขา้ สู่บทเรยี น
5. ครสู ุ่มใหน้ ักเรยี นแต่ละคนนาเสนอวธิ กี ารนบั จากน้ันครูถามว่า นักเรยี นมวี ิธีการนบั ผลไม้อยา่ งไร จนไดข้ ้อสรุปเกีย่ วกบั การ
นบั ทีละ 10 ทาใหน้ ับไดร้ วดเร็วข้ึน เม่ือได้ข้อสรุปเกย่ี วกบั วธิ กี ารนับแล้ว ครใู ห้นกั เรียนร่วมกนั ตรวจสอบ โดยการถาม - ตอบ
เกย่ี วกบั การเขียนแสดงจานวน การเปรียบเทยี บและเรยี งลา ดบั จานวนผลไม้ในแบบบันทึกกิจกรรม หากมนี ักเรยี นท่ีมีความรู้
พน้ื ฐานการนบั และการเขียนแสดงจานวนยงั ไมเ่ พยี งพอ
ขน้ั อธิบายความรู้
1. ใช้หนงั สือเรยี นหน้าเตรยี มความพร้อมเพ่ือตรวจสอบความรพู้ ืน้ ฐานของนักเรยี นเรือ่ งการนบั การเขียนแสดงจานวนดว้ ย
ตวั เลข ตวั หนังสือ การเปรยี บเทียบ และการเรยี งลาดบั จานวนนับไมเ่ กนิ 100 โดยทา กจิ กรรมสนกุ กบั จานวน เม่อื นกั เรยี นทา
กจิ กรรมเสร็จแลว้
ขัน้ สรุป
ขั้นขยายความเข้าใจ
1. ครูสุ่มให้นักเรยี นแต่ละคนนาเสนอวิธกี ารนับ จากนัน้ ครูถามว่า นกั เรยี นมีวธิ ีการนับผลไม้อยา่ งไร จนได้ข้อสรุปเกย่ี วกบั การ
นับทลี ะ 10 ทาใหน้ ับไดร้ วดเร็วข้ึน เมื่อได้ข้อสรปุ เกยี่ วกับวธิ ีการนบั แล้ว ครใู ห้นกั เรียนร่วมกันตรวจสอบ โดยการถาม - ตอบ
เกี่ยวกับการเขยี นแสดงจานวน การเปรียบเทียบและเรยี งลา ดบั จานวนผลไม้ในแบบบันทกึ กิจกรรม หากมีนักเรยี นที่มีความรู้
พ้นื ฐานการนบั และการเขียนแสดงจานวนยงั ไม่เพียงพอ
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครอู าจให้ทาแบบฝกึ หดั เตรียมความพร้อมในหนงั สอื แบบฝึกหัดหน้า 2
6. การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑก์ าร
ประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผล - ทดสอบ - คาถามกระตุน้ 70% ขนึ้ ไป ถอื ว่า
จุดประสงค์ - การสังเกต ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
ความร้คู วามเข้าใจ (K) ประเมิน
- การจาแนก แบบฝึกหัด 70% ขึน้ ไป ถือว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P) - การใหเ้ หตผุ ล ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
- การสรปุ ความรู้การปฏบิ ตั ิ
คุณลกั ษณะนิสยั (A) - สงั เกตพฤตกิ รรมขณะทางาน - แบบประเมนิ พฤตกิ รรม 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
รว่ มกับกลมุ่ ขณะ ทางานรว่ มกบั กลุ่ม ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
7. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
7.1 สอื่ การเรยี นรู้
1. หนงั สือพิมพ์
2. บัตรตัวเลข บตั รภาพจานวนต่าง ๆ
3. บัตรภาพลูกคดิ
4. หนงั สือเรียนสาระการเรียนรพู้ ้นื ฐาน คณติ ศาสตร์/สอื่ การเรียน ร้คู ณิตศาสตร์
7.2 แหล่งการเรียนรู้
. 1. บตั รภาพ
2. บตั รตัวเลข
8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................ ................................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครูผสู้ อน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 1
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนที่ ……1…/………... ช่ือผู้สอน ….……………………………….…….............
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 จานวนนับไม่เกนิ 1,000และ 0 เร่อื ง การนบั ทีละ 2
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน ผลที่เกดิ ขึ้น
จากการดาเนินการ สมบตั ขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวช้ีวัดท่ี ป. 2/1 บอกจานวนของส่ิงต่าง ๆ แสดงส่ิง ต่าง ๆ ตามจานวนท่ีกาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตวั เลขไทยตวั หนังสือแสงจานวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การนับเพ่ิมครง้ั ละเท่าๆ กนั คือ การนับเพ่มิ จากจานวนทเี่ ริ่มต้นครัง้ ละเทา่ ๆ กนั
3.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
นกั เรียนสามารถนับและเปรียบเทยี บจานวนได้
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
ใช้วิธกี ารทีเ่ หมาะสมในการแกป้ ญั หา และคานวณหาคาตอบได้
ด้านคุณลกั ษณะ(A)
มวี จิ ารณญาณในการคิดและตอบคาถามด้วยความมนั่ ใจ
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน
การนบั ทีละ 2 พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ คาบท่ี 1
ขนั้ นา
ข้ันกระตุ้นความสนใจ
ทบทวนการนบั ส่ิงของต่าง ๆ ทลี ะ 1 และทลี ะ 10 เป็นรายบคุ คลหรือรายกลุ่ม โดยใช้ส่ิงของหรือบัตรภาพส่ิงของต่าง
ๆ มาใช้ในการนับ โดยเร่ิมนับทีละ 1 จาก หน่ึง สอง สาม สี่ ห้า ... เก้า สิบ จากน้ันให้นับจานวนส่ิงของหรือบัตรภาพที่เป็น
กอง กองละ 10 จาก สิบ ย่ีสบิ สามสบิ สี่สิบ หา้ สบิ ... สบิ สิบ หรือ หนงึ่ รอ้ ย
ขน้ั สอน
ขัน้ สารวจค้นหา
1. เมื่อนกั เรียนทบทวนการนับทีละ 1 และทีละ 10 แลว้ ครยู กตวั อย่างการนบั สิ่งของตา่ ง ๆ ทีละ 2 เช่น เหรยี ญบาท 30
เหรียญ ตามหนังสอื เรยี นหนา้ 5 โดยการนบั ทีละ 2 จาก สอง ส่ี หก แปด สบิ สิบสอง ... สามสิบ
2. ครใู หน้ ักเรียนดภู าพโบในหนังสอื เรียนหน้า 6 แล้วชว่ ยกนั นบั ทลี ะ 2 พร้อมกัน จากน้ันครูใหน้ กั เรยี นฝึกการนับสง่ิ ของต่าง ๆ
ทีละ 2 โดยให้ดภู าพกบ๊ิ และแกว้ นา้ ในหนังสือเรยี นทีละภาพแล้วใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั นับทีละ 2 พรอ้ มกนั หากนักเรยี นคนใดยัง
นบั ไมค่ ล่อง ครอู าจให้ฝึกนับทีละ 2 เป็นรายบุคคล โดยใชส้ อ่ื ของจริง ครอู าจเริ่มต้นนบั สอง ส่ี ให้ แลว้ ให้นกั เรยี นนับต่อจน
ครบ
3. หลังจากนักเรียนฝึกจนครบทุกคนแลว้ ครใู ห้นักเรียนฝึกนบั และบอกจานวนขนมบ้าบิ่นในหนังสอื เรยี นหนา้ 7 พรอ้ มกนั ซง่ึ
การนบั จานวนขนมบา้ บิ่นจะเป็นการนบั ทีละ 10 ก่อน แล้วนับทีละ 2 แล้วบอกจานวนขนมบา้ บิ่นตามทน่ี บั ได้ ทานองเดียวกนั
ครูใหน้ ักเรียนฝึกนบั และบอกจานวนขนมตาล ซง่ึ การนบั จานวนขนมตาลจะเป็นการนับทีละ 10 กอ่ น ส่วนทเี่ หลือจะนับทีละ 2
และ นบั ทีละ 1 ตามลาดับ พรอ้ มทง้ั บอกจานวนขนมตาลท่ีนับได้
ข้ันสรปุ
ขนั้ ขยายความเข้าใจ
1. ครใู ห้นักเรยี นช่วยกนั นับจานวนขนมน้าดอกไม้แล้วบอกจานวน โดยครูใชค้ าถามว่า นักเรียนมีวิธีการนบั อย่างไร
2. ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันสรุปวา่ การนับขนมน้าดอกไม้อาจนบั ทลี ะ 10 กอ่ น ส่วนทเ่ี หลอื ก็นบั ทลี ะ 2 และนบั ทีละ 1
ตามลาดับ หรอื นับทีละ 10 ก่อน และสว่ นทีเ่ หลือก็นบั ทลี ะ 1
ขั้นตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียน โดยใหน้ ักเรียนแต่ละคนนบั ขนมทองหยอดพร้อมท้งั วงรอบภาพแสดงการนบั ทีละ 2
แล้วเขยี นตวั เลขแสดงจานวนท่นี บั ได้ หรือให้นกั เรียนแสดงการนับทลี ะ 10 กอ่ นแลว้ ส่วนที่เหลอื จึงนบั ทีละ 2 จากนนั้ ครูและ
นักเรียนรว่ มกันสรุปสงิ่ ที่ไดเ้ รียนรู้ จากนน้ั ให้นักเรียนทาแบบฝกึ หดั หนา้ 3 – 4 ถ้าพบวา่ มีนักเรียนคนใดนับทลี ะ 2 หรือนบั ที
ละ 10 ยงั ไม่คล่องใหน้ ักเรียนนาแบบฝกึ หัดมาฝึกนับเปน็ รายบุคคลกับครู
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
70% ขนึ้ ไป ถอื ว่าผ่าน
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) - ทดสอบ - คาถามกระตนุ้ ความคิด เกณฑ์การประเมิน
- การสงั เกต 70% ข้ึนไป ถือว่าผา่ น
เกณฑ์การประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - การจาแนก แบบฝึกหดั
- การให้เหตผุ ล
- ก า ร ส รุ ป ค ว า ม รู้ ก า ร
ปฏบิ ตั ิ
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) - สังเกตพฤติกรรมขณะทางาน - แบบประเมนิ พฤตกิ รรม 70% ขน้ึ ไป ถือวา่ ผ่าน
รว่ มกับกลุ่ม ขณะ ทางานรว่ มกบั กลุ่ม เกณฑ์การประเมิน
7. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนงั สือพิมพ์
2. บัตรตัวเลข บตั รภาพจานวนตา่ ง ๆ
3. บตั รภาพลกู คิด
4. หนังสอื เรยี นสาระการเรียนร้พู ้นื ฐาน คณิตศาสตร์/สอ่ื การเรียน รคู้ ณิตศาสตร์
7.2 แหล่งการเรียนรู้
. 1. บตั รภาพ
2. บัตรตัวเลข
8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 1
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1…/………... ช่ือผูส้ อน ….……………………………….…….............
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 จานวนนบั ไม่เกิน1,000และ 0 เรื่อง การนับทีละ 5
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน ผลทเ่ี กิดขึน้
จากการดาเนนิ การ สมบัตขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวช้ีวัดท่ี ป. 2/1 บอกจานวนของส่ิงต่าง ๆ แสดงสิ่ง ต่าง ๆ ตามจานวนที่กาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตวั เลขไทย ตัวหนงั สอื แสงจานวนนบั ไม่เกนิ 1,000 และ 0
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การนับเพ่มิ ครั้งละเท่าๆ กัน คอื การนับเพม่ิ จากจานวนท่เี ริ่มตน้ ครั้งละเท่า ๆ กนั
3.จุดประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
นบั และบอกจานวนของส่ิงต่าง ๆ โดยการนบั ทีละ 5 ได้
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
ใช้วิธกี ารท่ีเหมาะสมในการแกป้ ญั หา และคานวณหาคาตอบได้
ดา้ นคุณลักษณะ(A)
มีวิจารณญาณในการคิดและตอบคาถามดว้ ยความมนั่ ใจ
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
การนบั ทีละ 5 พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
5. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ 1
ขัน้ นา
ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1. ครใู ห้นกั เรียนทากิจกรรม สนกุ กับการนับทีละ 5 ตามรายละเอียดในหนงั สือเรยี นหน้า 9 เพื่อฝึกการนับทลี ะ 5 จากลกู อม
100 เม็ด โดยให้นักเรยี นจัดลูกอมเป็นกอง กองละ 5 เมด็ เมือ่ จดั เสร็จแล้วให้เร่มิ นับจากกองแรก 5 เมด็ ครใู ชค้ า ถามว่า
- มีอยู่ 5 เพ่ิมอีก 5 เปน็ เทา่ ไร
- นกั เรียนตอบ 10 ครแู ละนักเรียนเขียน 10 ลงในตาราง
ขั้นสอน
ขัน้ สารวจคน้ หา
1. ครใู ห้นักเรยี นทากิจกรรม สนุกกบั การนบั ทีละ 5 ตามรายละเอยี ดในหนงั สอื เรยี นหน้า 9 เพื่อฝึกการนบั ทลี ะ 5 จากลกู อม
100 เมด็ โดยให้นกั เรยี นจดั ลกู อมเป็นกอง กองละ 5 เม็ด เมื่อจัดเสร็จแลว้ ให้เร่มิ นบั จากกองแรก 5 เมด็ ครูใช้คา ถามวา่
- มอี ยู่ 5 เพมิ่ อกี 5 เป็นเท่าไร
- นักเรยี นตอบ 10 ครแู ละนักเรียนเขียน 10 ลงในตาราง
ครถู ามต่ออีกว่า มีอยู่ 10 เพิม่ อกี 5 เป็นเทา่ ไรแล้วเขยี นตัวเลขแสดงจานวนลงในตารางต่อเนอื่ งไปเรื่อย ๆ จนครบทุกกอง จะ
ได้ หา้ สิบ สิบห้า ยส่ี บิ ยี่สิบหา้ สามสบิ สามสบิ หา้ ส่ีสบิ สีส่ บิ หา้ ห้าสิบ ห้าสิบห้า หกสบิ หกสบิ หา้ เจ็ดสบิ เจ็ดสบิ ห้า แปดสบิ
แปดสิบห้า เกา้ สิบ เก้าสบิ ห้า หนง่ึ รอ้ ย ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปกจิ กรรมการนับสิง่ ของทีละ 5 โดยใหน้ ักเรยี นนับพรอ้ มกัน
ดังนี้ ห้า สิบ สิบหา้ ยส่ี ิบ ยสี่ ิบห้า สามสิบ สามสบิ หา้ สีส่ บิ ส่ีสิบห้า หา้ สิบ หา้ สิบหา้ หกสิบ หกสบิ ห้า เจ็ดสิบ เจด็ สบิ ห้า แปด
สบิ แปดสิบห้า เก้าสบิ เก้าสบิ ห้า หนง่ึ ร้อย
2. ครใู ห้นักเรยี นดูภาพในหนงั สอื เรยี น หนา้ 10 และให้นักเรียนชว่ ยกนั นับข้าวโพดอ่อนทีละ 5 พร้อมกัน แล้วบอกจานวน
ขา้ วโพดอ่อน จากนนั้ ให้นักเรียนชว่ ยกันนบั บวบทลี ะ 5 พร้อมกันแลว้ บอกจานวนบวบและชว่ ยกันนบั มะเขอื ม่วงทลี ะ 5 พร้อม
กนั แล้วบอกจานวนมะเขือม่วง
ข้ันอธิบายความรู้
3. ครูให้นกั เรยี นดูภาพในหนงั สือเรียน หน้า 11 และใหน้ ักเรยี นฝกึ นบั แคร์รอต มะเขือเทศและพริกหยวก ทีละ 5 พรอ้ มทง้ั
บอกจานวนเปน็ รายบุคคลหรือรายกลมุ่ ถ้าพบวา่ นักเรยี นคนใดยังนับทีละ 5 ไม่คล่อง ให้ฝึกนบั โดยใชส้ อ่ื ของจรงิ เปน็ รายบคุ คล
กับครู ครอู าจนับ ห้า สิบ นาก่อนเพือ่ ใหน้ ักเรียนเกิดความมั่นใจในการนบั
ขนั้ สรปุ
ขัน้ ขยายความเข้าใจ
4. ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี นโดยให้นักเรยี นแต่ละคนนบั หอมหัวใหญ่ มะระข้ีนก พรกิ ชฟี้ ้า พรอ้ มทัง้ วงรอบภาพ
แสดงการนบั ทลี ะ 5 แล้วเขียนตวั เลขแสดงจานวนทีน่ ับได้ ครูอาจสุ่มนักเรยี นให้นบั หอมหวั ใหญ่ มะระขี้นก พริกช้ีฟ้า และ
บอกจานวนเพอ่ื เป็นการตรวจสอบความถูกต้องจากนั้นครแู ละนักเรยี น
ร่วมกนั สรุปสิ่งทีไ่ ดเ้ รียนรู้
ขั้นตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียน โดยให้นักเรยี นแต่ละคนนบั ขนมทองหยอดพร้อมทงั้ วงรอบภาพแสดงการนบั ทลี ะ 5
แลว้ เขยี นตัวเลขแสดงจานวนท่ีนบั ได้ หรอื ให้นกั เรียนแสดงการนับทลี ะ 5 ก่อนแลว้ สว่ นทเี่ หลือจึงนบั ทีละ 5 จากนน้ั ครูและ
นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ส่ิงท่ีได้เรียนรู้ จากนน้ั ให้นักเรยี นทาแบบฝกึ หัด หน้า 5 – 6 ถา้ พบว่ามีนกั เรยี นคนใดนับทลี ะ 5 หรือนบั ที
ยังไม่คล่องให้นักเรียนนาแบบฝกึ หดั มาฝึกนบั เปน็ รายบุคคลกับครู
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ ผล
ทดสอบ - คาถามกระตุน้ ความคดิ 70% ข้ึนไป ถอื ว่าผ่าน
ความร้คู วามเข้าใจ (K) - การสงั เกต เกณฑ์การประเมิน
การจาแนก แบบฝึกหดั 70% ข้นึ ไป ถือว่าผ่าน
- เกณฑ์การประเมนิ
การใหเ้ หตผุ ล
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -
การสรุปความรู้การ
-
ปฏิบตั ิ
-
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A) - สงั เกตพฤตกิ รรมขณะ - แบบประเมนิ พฤติกรรม 70% ขึ้นไป ถือวา่ ผา่ น
ทางานรว่ มกับกลุม่ ขณะทางานรว่ มกับกล่มุ เกณฑ์การประเมิน
7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1. หนงั สือพมิ พ์
2. บตั รตวั เลข บัตรภาพจานวนต่าง ๆ
3. บตั รภาพลกู คดิ
4. หนงั สือเรียนสาระการเรียนรพู้ นื้ ฐาน คณติ ศาสตร์/ส่ือการเรยี น รู้คณติ ศาสตร์
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
. 1. บตั รภาพ
2. บัตรตวั เลข
8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 1
โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……1…/………... ชือ่ ผู้สอน ….……………………………….…….............
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 จานวนนบั ไมเ่ กิน1,000และ 0 เรอื่ ง จานวนนับไมเ่ กิน 200
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชวี้ ัด
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน ผลทีเ่ กดิ ข้ึน
จากการดาเนินการ สมบัตขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวช้ีวัดที่ ป. 2/1 บอกจานวนของสิ่งต่าง ๆ แสดงส่ิง ต่าง ๆ ตามจานวนที่กาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตวั เลขไทย ตัวหนังสอื แสงจานวนนบั ไมเ่ กนิ 1,000 และ 0
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
- บอกจานวนของสิง่ ตา่ งๆ ไดจ้ ากการนบั
- การนบั เพมิ่ คร้งั ละเท่าๆ กนั คอื การนับเพมิ่ จากจานวนท่ีเรมิ่ ต้นครั้งละเทา่ ๆ กัน
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
- นบั และบอกจานวนของสงิ่ ต่าง ๆ ไม่เกิน 200
- อ่านและเขยี นตัวเลขฮนิ ดูอารบกิ ตวั เลขไทยและตวั หนงั สือแสดงจานวนนบั ไมเ่ กนิ 200
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
ใช้วิธีการท่เี หมาะสมในการแกป้ ัญหา และคานวณหาคาตอบได้
ด้านคุณลักษณะ(A)
มวี ิจารณญาณในการคิดและตอบคาถามด้วยความมั่นใจ
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่
จานวนนับไมเ่ กนิ 200 พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ คาบที่ 1
ขน้ั นา
ข้นั กระตุ้นความสนใจ
1. ครูให้นักเรยี นนับมะพรา้ วท่ีจดั เปน็ กอง กองละ10 พรอ้ มกัน ตามหนังสือเรียนหน้า 13 โดยเร่มิ นับตอ่ จาก 100 หรอื 10 สิบ
จนครบทุกกอง ดงั น้ี 11 สบิ 12 สบิ 13 สบิ 14 สิบ 15 สิบ 16 สบิ 17 สบิ 18 สบิ 19 สบิ 20 สิบ ครแู นะนาวา่
- 11 สบิ คือ 10 สบิ กับ 1 สิบ หรือ 100 กับ 10 หรอื 110
- 12 สิบ คอื 10 สบิ กบั 2 สบิ หรอื 100 กับ 20 หรอื 120
- 13 สบิ คอื 10 สบิ กบั 3 สิบ หรือ 100 กบั 30 หรอื 130 ฯลฯ
- 20 สิบ คอื 10 สิบ กับ 10 สบิ หรือ 100 กบั 100 หรอื 200
- 20 สบิ หรือ 200 เขียนแสดงด้วยตัวเลขฮินดูอารบกิ 200 ตวั เลขไทย ๒๐๐ และตวั หนังสือสองร้อย ครูอาจ
ใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรมนบั นิ้วมือของนักเรียนแต่ละคนทีละ 10 ไปจนครบ 20 สบิ หรอื สองรอ้ ย
ขั้นสอน
ขั้นสารวจคน้ หา
2. ครูให้นกั เรียนดภู าพแผน่ ตารางรอ้ ย และแผ่นตารางสิบ ตามหนังสือเรยี นหนา้ 14 และ 15 ให้นกั เรียนนับและออก
เสียงนับพรอ้ มกัน เม่ือครูเห็นวา่ นักเรยี นสามารถนับแผน่ ตารางรอ้ ยและแผน่ ตารางสบิ ได้คลอ่ งแลว้ ครูอาจให้นกั เรียนทา
กจิ กรรมเปน็ กลุม่ กลุ่มละ 4 คน โดยแตล่ ะกลุ่มให้นักเรียนหนงึ่ คนออกมาตดิ แผน่ ตารางรอ้ ย แผ่นตารางสบิ แลว้ ใหเ้ พือ่ นใน
กลุ่มอีก 3 คนออกมาเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตวั หนงั สอื โดยแข่งขันคร้งั ละ 2 กล่มุ กลุม่ ใดสามารถเขียน
ตวั เลขฮนิ ดูอารบิก ตัวเลขไทย และตวั หนังสือเสร็จก่อนและถกู ต้องเปน็ ผูช้ นะ
3. จากนนั้ ให้นกั เรียนแต่ละกลมุ่ เขยี นตวั เลขฮนิ ดูอารบิก ตัวเลขไทย และตวั หนังสือแสดงจานวนของแผน่ ตารางร้อย
แผ่นตารางสิบ และแผ่นตารางหน่วย ในข้อ 1 และ 2 ทา้ ยหน้า 15 ลงในกระดาษทีค่ รูแจกให้ ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขั้นสรปุ
ขน้ั ขยายความเข้าใจ
ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี นโดยให้นกั เรยี นแตล่ ะคนเขยี นตวั เลขฮินดูอารบิกตวั เลขไทย และตัวหนงั สือแสดง
จานวนของแผน่ ตารางร้อย แผน่ ตารางสิบ และแผ่นตารางหน่วยทกี่ าหนดให้ ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ถ้า
พบว่านักเรียนคนใดเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตวั เลขไทยและตัวหนงั สอื แสดงจานวนไม่ถูกต้อง ให้แก้ไขใหมใ่ ห้ถูกตอ้ ง จากนัน้
ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรปุ ส่งิ ที่ไดเ้ รียนรู้
- สามารถบอกจานวนของส่งิ ต่าง ๆ ไดจ้ ากการนับ
- สามารถเขยี นตวั เลขฮินดอู ารบิก ตวั เลขไทยและตัวหนงั สือแสดงจานวน
ขั้นตรวจสอบผล
1. นักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง ถา้ พบวา่ นักเรียนคนใดเขยี นตัวเลขฮนิ ดูอารบิก ตัวเลขไทยและตัวหนังสือแสดง
จานวนไมถ่ ูกตอ้ ง ใหแ้ ก้ไขใหม่ใหถ้ ูกต้อง จากนั้นครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรปุ สง่ิ ที่ไดเ้ รยี นรู้
- สามารถบอกจานวนของสิ่งต่าง ๆ ได้จากการนับ
- สามารถเขียนตวั เลขฮินดอู ารบกิ ตวั เลขไทยและตัวหนงั สือแสดงจานวนจากนั้นให้นักเรียนทาแบบฝกึ หัด หนา้ 7 - 8
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครือ่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมินผล
70% ขน้ึ ไป ถอื ว่าผา่ น
ความร้คู วามเข้าใจ (K) - ทดสอบ - คาถามกระตุน้ ความคิด เกณฑ์การประเมิน
การสังเกต 70% ขนึ้ ไป ถอื วา่ ผา่ น
- เกณฑ์การประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - การจาแนก แบบฝึกหัด
- การใหเ้ หตผุ ล
- ก า ร ส รุ ป ค ว า ม รู้ ก า ร
ปฏบิ ตั ิ
คณุ ลกั ษณะนิสัย (A) - สังเกตพฤติกรรมขณะทางาน - แบบประเมนิ พฤติกรรม 70% ขน้ึ ไป ถือว่าผ่าน
ร่วมกับกลุ่ม ขณะ ทางานร่วมกับกล่มุ เกณฑ์การประเมิน
7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1. หนังสือพมิ พ์
2. บตั รตวั เลข บัตรภาพจานวนตา่ ง ๆ
3. บัตรภาพลูกคดิ
4. หนงั สอื เรยี นสาระการเรียนรู้พนื้ ฐาน คณติ ศาสตร์/สื่อการเรียน รคู้ ณติ ศาสตร์
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
. 1. บตั รภาพ
2. บตั รตวั เลข
8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
................................................................................................... .........................................................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ูส้ อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 1
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/………... ชอ่ื ผสู้ อน ….……………………………….…….............
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 จานวนนบั ไมเ่ กิน1,000และ 0 เรอ่ื ง จานวนนับไม่เกิน 201 ถึง 1,000
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลท่เี กิดขึ้น
จากการดาเนินการ สมบัตขิ องการดาเนินการ และนาไปใช้
ตัวช้ีวัดท่ี ป. 2/1 บอกจานวนของส่ิงต่าง ๆ แสดงสิ่ง ต่าง ๆ ตามจานวนท่ีกาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตัวเลขไทยตัวหนังสือแสงจานวนนบั ไม่เกิน 1,000 และ 0
ป.2/2 เปรียบเทียบจานวนนบั ไมเ่ กนิ 1,000 และ 0 โดยใช้เครอื่ งหมาย = * > <
ป.2/3 เรียงลาดับจานวนนบั ไมเ่ กนิ 1,000 และ 0 ตงั้ แต่ 3 ถงึ 4 จานวนจากสถานการณ์ตา่ ง ๆ
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
จานวนสามหลัก ถ้าเลขโดด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 อยู่ในหลักหน่วย มคี ่าเป็น 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ถา้ อยู่ในหลักสบิ
มคี า่ เป็น 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 และเลขโดด 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ถ้าอยูใ่ นหลักรอ้ ย มคี ่าเป็น 100 200 300 400
500 600 700 800 900 ตามลาดบั
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
-นับและบอกจานวนของสิ่งต่าง ๆ ไม่เกิน 1,000
-อ่านและเขียนตวั เลขฮินดูอารบกิ ตัวเลขไทย และตวั หนังสอื แสดงจานวนนับไม่เกนิ 1,000
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
ใช้วิธกี ารทเ่ี หมาะสมในการแก้ปญั หา และคานวณหาคาตอบได้
ด้านคุณลักษณะ(A)
มวี จิ ารณญาณในการคิดและตอบคาถามดว้ ยความม่นั ใจ
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนร้ทู อ้ งถิน่
จานวนนบั 201 ถงึ 1,000 พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้ คาบที่ 1
ขนั้ นา
ข้นั กระต้นุ ความสนใจ
1. ครทู บทวนความรเู้ ดิมโดยการใหน้ กั เรยี นนับจานวนและสนทนาเร่อื งคา่ ประจาหลกั ของหลักหน่วย และหลักสบิ แลว้ ให้
นกั เรยี นเปิดหนงั สอื เรียนหนา้ 17 จากภาพตน้ กลา้ ดาวเรอื ง ครใู ช้คาถามว่า มีตน้ กลา้ ดาวเรืองก่ีกระบะ กระบะละกตี่ น้
นักเรยี นตอบวา่ มี 10 กระบะ กระบะละ 100 ตน้ จากนนั้ ครูใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั นบั จานวนต้นกล้าดาวเรอื งทีละ 100 ดงั น้ี 1
รอ้ ย 2 รอ้ ย ... 10 รอ้ ย ดังนน้ั มีต้นกลา้ ดาวเรือง 10 ร้อย ตน้ ครแู นะนาว่า 10 ร้อย หรอื หนึง่ พัน เขยี นแสดงด้วยตวั เลขฮนิ ดู
อารบกิ 1,000 ตวั เลขไทย ๑,๐๐๐ และตัวหนงั สอื หน่ึงพัน และการเขยี นตวั เลขแสดงจานวนท่มี ากกว่าสามหลักนยิ มใช้
เครื่องหมายจุลภาค ( , ) คน่ั
ข้นั สอน
ขั้นสารวจคน้ หา
2. จากภาพแผ่นตารางร้อย แผน่ ตารางสบิ และแผ่นตารางหน่วยในหนังสือเรียนหน้า 18 และ 19 ใหน้ กั เรียนนบั และเขยี น
ตวั เลขฮนิ ดอู ารบิกตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวน เช่น ภาพแรก นักเรยี นนบั ได้ 200 กบั 1 หน่วย เขยี นเป็นตัวเลข
ฮินดอู ารบิก 201 ตวั เลขไทย ๒๐๑ และตัวหนงั สอื สองร้อยเอด็ จนครบทกุ ภาพ ครคู วรเน้นตรงภาพสุดทา้ ยนับแผน่ ตารางรอ้ ย
ได้ 10 ร้อย หรอื หนึ่งพัน อาจแสดงดว้ ยภาพ ดังนี้
3. ถา้ พบวา่ มนี ักเรียนนับและเขียนแสดงจานวนยังไม่คล่องและไม่ถูกต้อง ครูควรแก้ไขเป็นรายบคุ คลโดยให้นักเรยี นออกมานบั
และเขียนแสดงจานวนบนกระดาน
ขนั้ สรปุ
ขั้นขยายความเข้าใจ
4. ครตู รวจสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยใหน้ ักเรยี นแต่ละคนนับแผ่นตารางรอ้ ย แผ่นตารางสบิ
และแผ่นตารางหน่วย แล้วเขียนตวั เลขฮนิ ดูอารบิกตัวเลขไทย และตวั หนงั สือแสดงจานวน จากน้นั ครแู ละนักเรียนร่วมกนั
ตรวจสอบความถูกตอ้ งและสรุปสิง่ ท่ีไดเ้ รียนรู้
ขั้นตรวจสอบผล
1. นกั เรยี นสามารถบอกจานวนของสงิ่ ต่าง ๆ ไดจ้ ากการนบั • สามารถเขยี นตัวเลขฮินดูอารบกิ ตวั เลขไทย และตวั หนงั สือ
แสดงจานวนจากนัน้ ให้นักเรยี นทาแบบฝึกหดั หนา้ 9 – 10
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ วิธีการวดั ผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การประเมินผล
ทดสอบ - คาถามกระตุ้นความคิด 70% ขึน้ ไป ถอื วา่ ผา่ น
ความร้คู วามเข้าใจ (K) - การสงั เกต เกณฑ์การประเมิน
การจาแนก แบบฝึกหดั 70% ข้ึนไป ถือว่าผา่ น
- เกณฑ์การประเมนิ
การให้เหตุผล
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -
การสรุปความรู้การ
-
ปฏบิ ตั ิ
-
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) - สังเกตพฤตกิ รรมขณะทางาน - แบบประเมนิ พฤตกิ รรม 70% ขน้ึ ไป ถือว่าผา่ น
ร่วมกับกลมุ่ ขณะ ทางานรว่ มกับกลุ่ม เกณฑ์การประเมิน
7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1. หนงั สือพมิ พ์
2. บตั รตวั เลข บัตรภาพจานวนต่าง ๆ
3. บตั รภาพลกู คดิ
4. หนังสือเรียนสาระการเรียนร้พู ื้นฐาน คณติ ศาสตร์/ส่ือการเรียน รู้คณิตศาสตร์
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
. 1. บตั รภาพ
2. บัตรตวั เลข
8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครูผูส้ อน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ่ี 1
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี ……1…/………... ช่อื ผู้สอน ….……………………………….…….............
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 2 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 จานวนนบั ไม่เกนิ 1,000และ 0 เรอ่ื ง หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลักของจานวน
นบั ไมเ่ กิน 1,000
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชวี้ ัด
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลที่เกิดขนึ้
จากการดาเนนิ การ สมบัตขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวช้ีวัดท่ี ป. 2/1 บอกจานวนของส่ิงต่าง ๆ แสดงสิ่ง ต่าง ๆ ตามจานวนท่ีกาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตัวเลขไทยตัวหนังสือแสงจานวนนบั ไม่เกนิ 1,000 และ 0
ป.2/2 เปรยี บเทยี บจานวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0 โดยใช้เคร่อื งหมาย = * > <
ป.2/3 เรยี งลาดับจานวนนบั ไมเ่ กนิ 1,000 และ 0 ตงั้ แต่ 3 ถงึ 4 จานวนจากสถานการณ์ต่าง ๆ
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
• การเขยี นแสดงจานวนอาจเขียนเป็นตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย หรือตัวหนังสอื
• จานวนสามหลัก ถ้าเลขโดด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 อย่ใู นหลกั หน่วย มคี า่ เปน็ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ถา้ อย่ใู นหลกั
สบิ มคี า่ เปน็ 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 และเลขโดด 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ถ้าอยใู่ นหลักรอ้ ย มคี า่ เปน็ 100 200 300
400 500 600 700 800 900 ตามลาดับ
• 1,000 เปน็ จานวนสห่ี ลัก เลขโดด 1 ในหลกั พันมีคา่ 1,000
• การเขยี นแสดงจานวนในรปู กระจายเป็นการเขียนในรปู การบวกคา่ ของเลขโดดในหลักตา่ ง ๆ ของจานวนน้ัน
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
บอกหลัก คา่ ของเลขโดดในแตล่ ะหลักและเขยี นแสดงจานวนในรูปกระจาย
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชว้ ธิ ีการทเี่ หมาะสมในการแก้ปญั หา และคานวณหาคาตอบได้
ด้านคณุ ลกั ษณะ(A)
มวี จิ ารณญาณในการคิดและตอบคาถามด้วยความมน่ั ใจ
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน
หลกั คา่ ของเลขโดดในแตล่ ะหลกั ของจานวนนับไม่เกนิ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
1,000
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ คาบที่ 1
ข้นั นา
ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ
1. จากภาพปลาในหนังสือเรียนหนา้ 21 ครสู นทนากบั นักเรียนเกี่ยวกับภาพ เช่น
- มีปลานลิ ถุงละ 100 ตวั กีถ่ ุง
- มีปลานลิ ทง้ั หมดเท่าไร มปี ลาทองถุงละ 10 ตวั ก่ถี งุ
- มปี ลาทองทั้งหมดเท่าไร มีปลากัดขวดละ 1 ตวั กี่ขวด
- มีปลากัดทัง้ หมดเท่าไร
ครถู ามนักเรียนว่า แมข่ องขุนซื้อปลาท้ังหมดกต่ี ัว โดยนบั จานวนปลาทั้งหมดเปน็ 3 รอ้ ยกับ 1 สิบ กบั 2 เทา่ กบั 312 ตวั ครู
แนะนาว่า 312 เป็นจานวนสามหลกั
- 3 ในหลกั ร้อย มีคา่ 300
- 1 ในหลักสบิ มีคา่ 10 และ
- 2 ในหลกั หน่วย มีค่า 2
ขัน้ สอน
ข้นั สารวจคน้ หา
1. จากภาพปลาในหนงั สือเรยี นหน้า 21 ครสู นทนากบั นักเรียนเก่ียวกบั ภาพ เช่น
- มปี ลานิลถุงละ 100 ตวั กีถ่ ุง
- มีปลานลิ ท้ังหมดเท่าไร มปี ลาทองถุงละ 10 ตวั กถ่ี งุ
- มีปลาทองท้ังหมดเท่าไร มีปลากดั ขวดละ 1 ตวั กี่ขวด
- มีปลากดั ทัง้ หมดเทา่ ไร
ครถู ามนักเรียนวา่ แมข่ องขุนซอ้ื ปลาท้ังหมดก่ีตัว โดยนับจานวนปลาท้งั หมดเปน็ 3 ร้อยกบั 1 สบิ กบั 2 เทา่ กับ 312 ตวั ครู
แนะนาว่า 312 เปน็ จานวนสามหลัก
- 3 ในหลกั ร้อย มคี า่ 300
- 1 ในหลักสิบ มคี า่ 10 และ
- 2 ในหลกั หนว่ ย มคี ่า 2
2. จากภาพในหนงั สอื เรียนหน้า 22 ใหน้ ักเรียนนบั แผน่ ตารางร้อย แผน่ ตารางสิบและแผ่นตารางหนว่ ย และบอกวา่
ภาพแต่ละภาพมีกี่ร้อย กีส่ ิบ กีห่ นว่ ย พรอ้ มทง้ั บอกค่าประจาหลกั ของเลขโดดแต่ละตัว เชน่ ในภาพแรกนบั แผ่นตารางร้อย
แผ่นตารางสบิ และแผ่นตารางหน่วยได้ 6 รอ้ ย กบั 0 สบิ กับ 7 หนว่ ย หรอื 607 6 ในหลักร้อย มีคา่ 600 0 ในหลักสบิ มีคา่ 0
และ 7 ในหลกั หน่วย มคี ่า 7 จากนัน้ ครูแนะนาจานวนส่ีหลักคือ 1,000 หลกั พนั อย่หู ลักถัดไปทางซา้ ยของหลักร้อย เลขโดด 0
ในหลักรอ้ ย หลกั สิบ และหลักหนว่ ยมคี ่าเป็น 0 และ 1 ในหลักพัน มคี ่า 1,000
3. ครูใหน้ กั เรียนบอกคา่ ของเลขโดดในแต่ละหลกั ของ 423 ดงั น้ี 4 ในหลกั ร้อย มคี า่ 400 2 ในหลกั สบิ มคี ่า 20
และ 3 ในหลกั หน่วย มีคา่ 3 ครูแนะนาการเขียน 423 ในรูปกระจายได้ 423 = 400 + 20 + 3 ว่าเปน็ การเขียนในรปู การ
บวกค่าของเลขโดดในแตล่ ะหลักจากนัน้ ครูให้นักเรยี นเขยี น 590 และ 705
ในรปู กระจาย ตามหนงั สือเรยี นหน้า 23 และครูให้สังเกตว่าถา้ เลขโดดในหลกั ใดเปน็ 0 อาจละการเขียนเลขโดดนั้นได้ เช่น
705 = 700 + 5 ครยู กตวั อย่างจานวนอน่ื ๆ แล้วใหน้ ักเรยี นออกมาเขียนในรปู กระจายบนกระดานจากน้นั ครูใหน้ ักเรยี น
ช่วยกันเขียนแสดงจานวนในรูปกระจายในกรอบทา้ ยหนา้ 23
ข้ันสรุป
ขั้นขยายความเข้าใจ
4. ครตู รวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี นโดยให้นักเรียนเขยี นคา่ ของเลขโดดในแตล่ ะหลักและเขยี นแสดงจานวนในรปู
กระจาย จากนั้นครแู ละนักเรียนรว่ มกันตรวจสอบความถูกตอ้ งถา้ พบวา่ มีนักเรียนคนใดเขยี นคา่ ของเลขโดดในแตล่ ะหลักหรือ
เขยี นแสดงจานวนในรูปกระจายไมถ่ ูกต้อง ครูอาจแก้ไขเป็นรายบคุ คลโดยให้ฝกึ การเขยี นคา่ ของเลขโดดในแตล่ ะหลกั หรอื เขียน
แสดงจานวนในรูปกระจายกบั ครู ครูและนักเรียนร่วมกัน
- จานวนสามหลกั ถ้าเลขโดด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 อยู่ในหลกั หน่วยมีคา่ เป็น 0 1 2 3 4
5 6 7 8 9 อยู่ในหลักสบิ มีคา่ เปน็ 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 และเลขโดด 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ถ้าอยู่ในหลักร้อยมีค่า
เป็น 100 200 300 400 500 600 700 800 900 ตามลาดบั
- 1,000 เป็นจานวนสี่หลกั เลขโดด 0 ในหลักร้อย หลกั สบิ หลักหนว่ ย มีค่าเปน็ 0 เลขโดด 1 ในหลักพนั มีคา่ 1,000
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. นักเรยี นสามารถการเขยี นแสดงจานวนในรูปกระจายเป็นการเขียนในรูปการบวกค่าของเลขโดดในหลักตา่ ง ๆ ของ
จานวนนนั้ จากนนั้ ให้นกั เรียนทาแบบฝกึ หัด หนา้ 11 - 13
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ วธิ กี ารวัดผล เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) - ทดสอบ - คาถามกระตุ้นความคิด 70% ขึน้ ไป ถือวา่ ผ่าน
- การสงั เกต เกณฑ์การประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) - การจาแนก แบบฝกึ หดั 70% ขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ น
- การใหเ้ หตผุ ล เกณฑ์การประเมนิ
- การสรุปความรู้การ
ปฏบิ ตั ิ
คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) - สงั เกตพฤตกิ รรมขณะทางาน - แบบประเมนิ พฤติกรรม 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผ่าน
รว่ มกับกล่มุ ขณะ ทางานรว่ มกบั กลุ่ม เกณฑ์การประเมิน
7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1. หนงั สอื พมิ พ์
2. บตั รตวั เลข บัตรภาพจานวนตา่ ง ๆ
3. บตั รภาพลูกคิด
4. หนังสอื เรียนสาระการเรียนร้พู ้นื ฐาน คณิตศาสตร์/สือ่ การเรยี น รคู้ ณติ ศาสตร์
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
. 1. บตั รภาพ
2. บตั รตัวเลข
8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 2
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……1…/………... ช่ือผ้สู อน ….……………………………….…….............
กลุม่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 จานวนนบั ไม่เกนิ 1,000และ 0 เร่ือง การเปรียบเทียบจานวน (1)
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลทเ่ี กิดขนึ้
จากการดาเนินการ สมบตั ขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวชี้วัดท่ี ป. 2/1 บอกจานวนของส่ิงต่าง ๆ แสดงสิ่ง ต่าง ๆ ตามจานวนท่ีกาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตัวเลขไทยตวั หนงั สือแสงจานวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0
ป.2/2 เปรยี บเทียบจานวนนับไมเ่ กิน 1,000 และ 0 โดยใช้เครอื่ งหมาย = * > <
ป.2/3 เรยี งลาดบั จานวนนบั ไม่เกิน 1,000 และ 0 ต้ังแต่ 3 ถงึ 4 จานวนจากสถานการณต์ ่าง ๆ
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การเปรียบเทียบจานวนสองจานวนจะใชค้ าว่า เท่ากับ มากกว่า นอ้ ยกว่า ซงึ่ แทนด้วยเครื่องหมาย = < > ตามลาดับ
โดยพิจารณาดงั น้ี
− จานวนท่มี ีจานวนหลักมากกว่าจะมากกวา่ จานวนท่มี ีจานวนหลกั นอ้ ยกวา่
− จานวนทม่ี ีจานวนหลักเท่ากันถา้ เลขโดดในหลกั รอ้ ยมคี ่ามากกว่า จะมากกว่า ถ้าเลขโดดในหลกั รอ้ ยมีค่าเท่ากนั
จานวนท่เี ลขโดดในหลกั สบิ มีคา่ มากกวา่ จะมากกวา่ ถา้ เลขโดดในหลกั ร้อย หลกั สบิ มีค่าเทา่ กนั จานวนท่เี ลขโดดในหลักหนว่ ยมี
คา่ มากกว่าจะมากกว่า
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
เปรียบเทียบจานวนสองจานวนทมี่ จี านวนหลักไมเ่ ทา่ กัน
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชว้ ิธกี ารทเ่ี หมาะสมในการแกป้ ัญหา และคานวณหาคาตอบได้
ดา้ นคณุ ลักษณะ(A)
มวี ิจารณญาณในการคิดและตอบคาถามดว้ ยความมน่ั ใจ
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่นิ
การเปรยี บเทียบจานวน พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ คาบที่ 1
ขั้นนา
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. จากภาพในหนงั สือเรยี นหนา้ 25 ครใู ช้คาถามว่า ใบบัวมเี งนิ ในกระปุกออมสนิ เท่าไร และแกว้ ตามเี งนิ ในกระปุก
ออมสนิ เท่าไร
นักเรยี นตอบวา่ ใบบัวมเี งินในกระปุกออมสนิ 257 บาท แกว้ ตามเี งินในกระปุกออมสิน 89 บาท
จากนัน้ ครูถามวา่ ใครมเี งนิ ในกระปุกออมสินมากกวา่ กัน ครูแนะนาวิธกี ารเปรียบเทียบจานวนเงินดงั น้ี 257 เป็น
จานวนสามหลกั 89 เป็นจานวนสองหลกั ดังนน้ั 257 มากกวา่ 89 เพราะจานวนสามหลกั มีคา่ มากกวา่ จานวนสองหลกั ดังนน้ั
ใบบัวมเี งินในกระปุกออมสนิ มากกว่าแกว้ ตา
ข้นั สอน
ขั้นสารวจค้นหา
1. จากภาพในหนงั สอื เรียนหนา้ 25 ครูใชค้ าถามว่า ใบบัวมีเงินในกระปกุ ออมสนิ เท่าไร และแก้วตามีเงนิ ในกระปุก
ออมสินเทา่ ไร
นกั เรยี นตอบว่า ใบบัวมีเงนิ ในกระปุกออมสนิ 257 บาท แกว้ ตามีเงินในกระปุกออมสิน 89 บาท
จากน้ันครถู ามว่าใครมีเงินในกระปุกออมสนิ มากกว่ากัน ครูแนะนาวธิ ีการเปรียบเทียบจานวนเงินดังน้ี 257 เป็น
จานวนสามหลัก 89 เป็นจานวนสองหลัก ดังน้ัน 257 มากกว่า 89 เพราะจานวนสามหลักมีค่ามากกว่าจานวนสองหลัก ดงั นั้น
ใบบวั มีเงนิ ในกระปุกออมสนิ มากกว่าแกว้ ตา
2. ครใู หน้ ักเรยี นเปรยี บเทยี บ 624 กบั 1,000 แล้วถามนักเรียนว่า 624 เปน็ จานวนกี่หลกั และ 1,000 เปน็ จานวนก่ี
หลกั
นักเรียนตอบว่า 624 เปน็ จานวนสามหลัก และ 1,000 เปน็ จานวนส่ีหลกั ดังนนั้ 624 < 1,000 หรอื
1,000 > 624 เพราะจานวนสามหลกั มีค่าน้อยกวา่ จานวนสี่หลัก
จากนั้นครูให้นักเรียนเปรียบเทยี บ 90 กับ 319 จะไดว้ ่า 90 < 319 หรอื 319 > 90 เพราะจานวนสองหลกั มคี า่ น้อย
กวา่ จานวนสามหลัก จากการเปรยี บเทียบจานวนข้างต้น พบวา่ จานวนสองหลักมคี ่าน้อยกว่าจานวนสามหลัก และจานวนสาม
หลักมีคา่ น้อยกวา่ จานวนสห่ี ลัก ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ ว่า จานวนทม่ี ีจา นวนหลักน้อยกกว่าจะน้อยกว่าจานวนท่ีมีจานวน
หลกั มากกวา่ หรือจานวนที่มีจานวนหลักมากกว่าจะมากกวา่
จานวนทม่ี จี านวนหลกั น้อยกว่าครใู ห้นักเรียนชว่ ยกนั เปรียบเทียบจานวนโดยเติมเครื่องหมาย > หรอื < ตามหนังสือเรียนหน้า
27 และอธบิ ายเนน้ ยา้ ในการใสเ่ ครอ่ื งหมายว่า จานวนที่มีจานวนหลักมากกว่าจะมีค่ามากกวา่ จานวนทีม่ ีหลกั น้อยกวา่ หรือ
จานวนที่มจี านวนหลักน้อยกว่าจะมีค่านอ้ ยกว่าจานวนทีม่ ีจานวนหลักมากกว่า
ข้นั สรปุ
ขน้ั ขยายความเข้าใจ
4. ครตู รวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี นโดยให้นักเรยี นเตมิ เครื่องหมาย > หรอื < ตามหนังสือเรียนหนา้ 28 ครอู าจ
ถามนักเรยี นเป็นรายบุคคลถึงวิธีการเปรยี บเทียบจานวนสองจานวนที่มจี านวนหลักไม่เทา่ กัน โดยใหพ้ ิจารณาจากจานวนหลัก
ว่า ถา้ จานวนใดมีจานวนหลักมากกวา่ จะมากกว่า หรือจานวนใดมจี านวนหลักน้อยกว่าจะน้อยกวา่ การเปรียบเทียบจานวนสอง
จานวนทีม่ ีจานวนหลกั ไมเ่ ท่ากนั จานวนที่มจี านวนหลักมากกวา่ จะมากกว่าจานวนทมี่ จี านวนหลักน้อยกวา่
ข้ันตรวจสอบผล
1. นกั เรยี นสามารถการเปรียบเทียบจานวนสองจานวนทีม่ ีจานวนหลกั ไมเ่ ท่ากนั จานวนที่มีจานวนหลักมากกวา่
จะมากกว่าจานวนทีม่ ีจานวนหลกั นอ้ ยกว่าจากนน้ั ใหน้ กั เรียนทาแบบฝกึ หัด หนา้ 14 - 16
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผลจุดประสงค์ วิธีการวดั ผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑก์ ารประเมินผล
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) -ทดสอบ - คาถามกระตนุ้ ความคิด 70% ขึ้นไป ถือว่าผา่ น
-การสงั เกต เกณฑ์การประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -การจาแนก แบบฝกึ หดั 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่าผา่ น
-การใหเ้ หตผุ ล เกณฑ์การประเมนิ
-การสรุปความรกู้ ารปฏิบตั ิ
คุณลักษณะนสิ ยั (A) - สังเกตพฤตกิ รรมขณะทางาน - แบบประเมนิ พฤตกิ รรม 70% ขึ้นไป ถือว่าผ่าน
ร่วมกับกลุ่ม ขณะ ทางานร่วมกับกล่มุ เกณฑ์การประเมิน
7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรยี นรู้
1. หนังสอื พิมพ์
2. บตั รตัวเลข บัตรภาพจานวนตา่ ง ๆ
3. บัตรภาพลกู คิด
4. หนังสอื เรียนสาระการเรียนรพู้ ้ืนฐาน คณิตศาสตร์/สื่อการเรยี น รคู้ ณิตศาสตร์
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
. 1. บัตรภาพ
2. บตั รตัวเลข
8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 2
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……1…/………... ชอ่ื ผสู้ อน ….……………………………….…….............
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 จานวนนับไมเ่ กิน1,000และ 0 เร่ือง การเปรียบเทียบจานวน (2)
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลทเ่ี กดิ ขนึ้
จากการดาเนินการ สมบตั ขิ องการดาเนินการ และนาไปใช้
ตัวชี้วัดท่ี ป. 2/1 บอกจานวนของส่ิงต่าง ๆ แสดงสิ่ง ต่าง ๆ ตามจานวนที่กาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตวั เลขไทยตวั หนงั สือแสงจานวนนบั ไม่เกิน 1,000 และ 0
ป.2/2 เปรยี บเทยี บจานวนนบั ไมเ่ กนิ 1,000 และ 0 โดยใช้เคร่อื งหมาย = * > <
ป.2/3 เรียงลาดับจานวนนบั ไม่เกิน 1,000 และ 0 ตง้ั แต่ 3 ถงึ 4 จานวนจากสถานการณต์ ่าง ๆ
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การเปรียบเทยี บจานวนสองจานวนจะใชค้ าวา่ เท่ากบั มากกว่า น้อยกวา่ ซึง่ แทนดว้ ยเครอ่ื งหมาย = < > ตามลาดับ
โดยพิจารณาดังน้ี
− จานวนทมี่ จี านวนหลกั มากกว่าจะมากกวา่ จานวนที่มจี านวนหลกั นอ้ ยกวา่
− จานวนที่มจี านวนหลักเทา่ กันถา้ เลขโดดในหลักรอ้ ยมคี ่ามากกว่า จะมากกวา่ ถ้าเลขโดดในหลกั รอ้ ยมีค่าเทา่ กนั
จานวนทเ่ี ลขโดดในหลักสิบมีคา่ มากกว่าจะมากกวา่ ถ้าเลขโดดในหลักร้อย หลักสบิ มคี า่ เทา่ กัน จานวนทเี่ ลขโดดในหลักหนว่ ยมี
คา่ มากกว่าจะมากกว่า
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
เปรียบเทยี บจานวนสองจานวนท่ีมีจานวนหลักไมเ่ ทา่ กนั
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
ใช้วธิ ีการทเ่ี หมาะสมในการแกป้ ญั หา และคานวณหาคาตอบได้
ด้านคณุ ลกั ษณะ(A)
มวี ิจารณญาณในการคิดและตอบคาถามดว้ ยความม่ันใจ
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ ้องถิน่
การเปรยี บเทียบจานวน พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้ คาบที่ 1
ขั้นนา
ขน้ั กระตนุ้ ความสนใจ
1. จากภาพในหนงั สอื เรยี นหนา้ 29 ครูใช้คา ถามว่า ตน้ กล้าสะสมแสตมป์ได้ก่ดี วง ขนุ สะสมแสตมป์ไดก้ ่ีดวงนักเรยี นตอบวา่
ตน้ กลา้ สะสมแสตมป์ได้ 368 ดวง ขุนสะสมแสตมป์ได้ 612 ดวง ครถู ามต่อวา่ ใครสะสมแสตมปไ์ ด้มากกวา่ กนั
ขนั้ สอน
ขัน้ สารวจค้นหา
1. จากภาพในหนังสือเรยี นหนา้ 29 ครใู ชค้ า ถามว่า ตน้ กลา้ สะสมแสตมป์ได้กด่ี วง ขุนสะสมแสตมป์ได้กี่ดวงนักเรยี นตอบวา่
ต้นกลา้ สะสมแสตมป์ได้ 368 ดวง ขนุ สะสมแสตมป์ได้ 612 ดวง ครูถามต่อว่า ใครสะสมแสตมป์ได้มากกวา่ กัน จากนั้นครู
แนะนา การหาคาตอบโดยการเปรยี บเทียบ 368 กบั 612 พจิ ารณาจากค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก เร่ิมจากหลกั ทางซา้ ยสดุ
คอื หลักร้อยจะได้ 300 นอ้ ยกวา่ 600 ดงั นนั้ 368 < 612 หรอื 612 > 368 นักเรียนตอบคาถามไดว้ ่า ต้นกล้าสะสมแสตมปไ์ ด้
น้อยกว่าขุน ครแู ละนักเรยี นร่วมกันพจิ ารณาว่าในการเปรียบเทยี บจานวนสองจานวนให้พิจารณาจานวนที่มีคา่ ของเลขโดดใน
หลกั ซา้ ยสุดถา้ จานวนใดมคี ่าของเลขโดดในหลักซ้ายสดุ มากกว่าจานวนนั้นจะมากกว่า จากน้นั ครใู ห้นักเรยี นช่วยกนั
เปรียบเทียบ 685 กับ 558 และ 237 กับ 379โดยใชข้ อ้ สรุปท่ีไดจ้ ากขา้ งต้นจะได้ 685 > 558 หรอื 558 < 685 และ 237 <
379 หรือ 379 > 237 ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ วา่ ในการเปรยี บเทียบจานวนสามหลกั กับจานวนสามหลกั ให้เปรียบเทียบ
คา่ ของเลขโดดในหลักร้อยก่อน ถา้ จานวนใดมีคา่ ของเลขโดดในหลักร้อยมากกว่าจะมากกว่า
2. ครูให้นักเรยี นเปรยี บเทียบ 427 กบั 451 โดยให้นักเรยี นเปรียบเทยี บคา่ ของเลขโดดจากหลักทางซ้ายสดุ ก่อน จะไดว้ า่ 400
เท่ากับ 400 ดังนั้นจึงต้องพิจารณาค่าของเลขโดดในหลกั สิบ พบวา่ 20 นอ้ ยกวา่ 50 จะได้ 427 < 451 หรอื 451 > 427
จากน้ันครใู หน้ ักเรยี นชว่ ยกันเปรียบเทยี บจานวนในข้อ 1 – 4 ในกรอบทา้ ยหนา้ 30 พรอ้ มท้งั ชว่ ยกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปวา่ ในการเปรยี บเทียบจานวนสามหลกั กบั จานวนสามหลัก ถ้าเลขโดดในหลกั รอ้ ยมีคา่ เท่ากันให้
เปรยี บเทยี บคา่ ของเลขโดดในหลกั สิบ ถา้ จานวนใดมีคา่ ของเลขโดดในหลักสิบมากกวา่ จะมากกวา่
3. ครแู สดงการเปรียบเทียบ 897 กบั 893 โดยพิจารณาเลขโดดในหลกั ร้อย หลกั สิบ ของทั้งสองจานวนวา่ มีค่าเทา่ กนั ดงั นน้ั
จึงใหพ้ จิ ารณาค่าของเลขโดดในหลกั หน่วยจะได้ 7 มากกว่า 3 ดังนัน้ 897 > 893 หรือ 893 < 897 จากนนั้ ครใู ห้นักเรยี น
ชว่ ยกันเปรยี บเทยี บจานวนข้อ 1 - 4 ในกรอบท้ายหน้า 31 พร้อมทัง้ ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ครแู ละนกั เรยี นช่วยกันสรุปวา่ ใน
การเปรียบเทยี บจานวนสามหลกั กบั จานวนสามหลกั ถ้าเลขโดดในหลกั ร้อยมีค่าเทา่ กนั และเลขโดดในหลกั สบิ มีคา่ เท่ากันให้
เปรียบเทียบคา่ ของเลขโดดในหลกั หน่วยถ้าจานวนใดมีค่าของเลขโดดในหลักหนว่ ยมากกว่าจะมากกวา่
ข้ันสรุป
ขัน้ ขยายความเข้าใจ
4. ครตู รวจสอบความเข้าใจของนักเรียน โดยให้นักเรียนเปรียบเทยี บจานวนสามหลักสองจานวนและเตมิ เคร่อื งหมาย > หรอื
< ตามหนงั สือเรียนหนา้ 32 ครอู าจถามนักเรยี นเปน็ รายบุคคลถึงวธิ ีการเปรยี บเทียบจานวนสามหลกั สองจานวน โดยให้
พิจารณาว่า จานวนทมี่ คี า่ ของเลขโดดในหลักร้อยมากกวา่ จะมากกว่าถ้าเลขโดดในหลกั ร้อยมีค่าเท่ากัน จานวนท่ีมคี า่ ของเลข
โดดในหลักสบิ มากกว่าจะมากกว่า ถา้ เลขโดดในหลกั ร้อยมีค่าเท่ากันและเลขโดดในหลกั สิบมคี า่ เทา่ กัน จานวนที่มีค่าของเลข
โดดในหลกั หน่วยมากกวา่ จะมากกวา่ จากนั้นครูและนกั เรียนชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและสรปุ สงิ่ ท่ีได้เรยี นรู้
- การเปรยี บเทียบจานวนสามหลกั สองจานวน
- จานวนทม่ี คี า่ ของเลขโดดในหลักรอ้ ยมากกว่าจะมากกว่า
- ถา้ เลขโดดในหลักรอ้ ยมีคา่ เท่ากนั จานวนที่มีคา่ ของเลขโดดในหลกั สิบมากกว่าจะมากกว่า
- ถา้ เลขโดดในหลกั ร้อยมีคา่ เทา่ กนั และเลขโดดหลกั สิบมีค่าเท่ากัน จานวนท่ีมคี า่ ของเลขโดดในหลกั
หน่วยมากกว่าจะมากกว่า
ข้นั ตรวจสอบผล
1. นักเรียนสามารถการเปรยี บเทียบจานวนสองจานวนท่ีมีจานวนหลกั ไมเ่ ทา่ กัน จานวนทีม่ ีจานวนหลกั มากกว่า
จะมากกว่าจานวนที่มีจานวนหลักนอ้ ยกวา่ จากนน้ั ใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกหดั หนา้ 17 - 19
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผลจุดประสงค์ วธิ กี ารวัดผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมินผล
ความร้คู วามเข้าใจ (K) -ทดสอบ - คาถามกระต้นุ ความคดิ 70% ข้ึนไป ถอื วา่ ผา่ น
-การสงั เกต เกณฑ์การประเมิน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -การจาแนก แบบฝกึ หัด 70% ขน้ึ ไป ถือวา่ ผา่ น
-การใหเ้ หตผุ ล เกณฑ์การประเมิน
-การสรปุ ความรกู้ ารปฏบิ ัติ
คุณลักษณะนิสัย (A) - สังเกตพฤตกิ รรมขณะทางาน - แบบประเมนิ พฤติกรรม 70% ขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ น
รว่ มกับกลุ่ม ขณะ ทางานร่วมกับกลุ่ม เกณฑ์การประเมิน
7. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1. หนังสือพิมพ์
2. บตั รตวั เลข บัตรภาพจานวนต่าง ๆ
3. บตั รภาพลูกคดิ
4. หนงั สือเรยี นสาระการเรียนรู้พน้ื ฐาน คณิตศาสตร์/ส่อื การเรยี น รคู้ ณติ ศาสตร์
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
. 1. บตั รภาพ
2. บัตรตัวเลข
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................ ................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 2
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี ……1…/………... ช่ือผู้สอน ….……………………………….…….............
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 จานวนนับไม่เกิน1,000และ 0 เรือ่ ง การเรียงลาดับจานวน (1)
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน ผลที่เกิดขึน้
จากการดาเนินการ สมบตั ิของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตัวช้ีวัดที่ ป. 2/1 บอกจานวนของส่ิงต่าง ๆ แสดงสิ่ง ต่าง ๆ ตามจานวนท่ีกาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตวั เลขไทยตวั หนังสอื แสงจานวนนบั ไม่เกนิ 1,000 และ 0
ป.2/2 เปรียบเทยี บจานวนนับไมเ่ กิน 1,000 และ 0 โดยใช้เครอื่ งหมาย = * > <
ป.2/3 เรียงลาดบั จานวนนับไม่เกิน 1,000 และ 0 ตง้ั แต่ 3 ถงึ 4 จานวนจากสถานการณต์ ่าง ๆ
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การเรยี งลาดบั จานวน อาจทาไดโ้ ดยหาจานวนที่มากทส่ี ดุ และน้อยทสี่ ดุ กอ่ นจากนน้ั นาจานวนมาเรียงลาดับจากมาก
ไปนอ้ ย หรอื จากน้อยไปมาก
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
เรียงลาดบั จานวนสามจานวนจากน้อยไปมาก หรอื จากมากไปน้อย
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
ใช้วิธกี ารที่เหมาะสมในการแก้ปญั หา และคานวณหาคาตอบได้
ด้านคณุ ลักษณะ(A)
มีวจิ ารณญาณในการคิดและตอบคาถามด้วยความมั่นใจ
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถิน่
การเรยี งลาดบั จานวน พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 1
ขัน้ นา
ขน้ั กระตุน้ ความสนใจ
1. ครูสนทนากบั นกั เรียนเกีย่ วกับภาพในหนังสือเรียนหน้า 33 วา่ เป็นภาพอะไร
- มีหนังสอื อะไรบ้าง
- หนงั สือประวตั ิศาสตร์มีกเี่ ล่ม
- หนังสอื สารคดมี กี เี่ ล่ม
- หนังสือภูมิศาสตร์มกี เ่ี ล่ม
จากนั้นครตู ิดบัตรจานวน 132 214 และ 315 บนกระดาน โดยให้แต่ละหลกั ตรงกนั แลว้ ถามนักเรียนว่ามวี ธิ ี
เรียงลาดบั จานวนจากนอ้ ยไปมากได้อย่างไรใหน้ ักเรยี นพิจารณาเลขโดดในหลกั ร้อยของทั้งสามจานวนวา่ จานวนใดมคี ่าของ
เลขโดดในหลกั ร้อยมากทสี่ ดุ และจานวนใดมีค่าของเลขโดดในหลักร้อยนอ้ ยทีส่ ดุ จะได้ 315 มคี ่าของเลขโดดในหลักร้อยมาก
ทส่ี ุดและ132 มีคา่ ของเลขโดดในหลักร้อยน้อยทส่ี ุด ดังนนั้ 315 มากท่สี ุด และ 132 น้อยท่สี ุดแลว้ นามาเรียงลาดับจานวนจาก
น้อยไปมากได้ดงั น้ี 132 214 315 ดังนัน้ เรียงลา ดบั จานวนหนงั สือจากน้อยไปมากได้ 132 เล่ม 214 เล่ม 315 เล่ม
ขั้นสอน
ขัน้ สารวจคน้ หา
1. ครสู นทนากบั นักเรียนเกยี่ วกบั ภาพในหนังสือเรียนหน้า 33 วา่ เปน็ ภาพอะไร
- มีหนังสอื อะไรบ้าง
- หนงั สือประวัติศาสตรม์ ีกเ่ี ล่ม
- หนังสอื สารคดีมีกเี่ ล่ม
- หนังสอื ภูมศิ าสตร์มกี ่ีเล่ม
จากนัน้ ครตู ดิ บัตรจานวน 132 214 และ 315 บนกระดาน โดยให้แตล่ ะหลกั ตรงกัน แล้วถาม
นกั เรยี นวา่ มวี ธิ เี รียงลาดบั จานวนจากน้อยไปมากได้อย่างไรให้นักเรียนพิจารณาเลขโดดในหลกั ร้อยของทัง้ สามจานวนว่า
จานวนใดมีค่าของเลขโดดในหลักร้อยมากท่สี ดุ และจานวนใดมีคา่ ของเลขโดดในหลกั ร้อยนอ้ ยทส่ี ุด จะได้ 315 มคี ่าของเลขโดด
ในหลกั รอ้ ยมากท่ีสดุ และ132 มีคา่ ของเลขโดดในหลกั รอ้ ยน้อยที่สดุ ดงั นัน้ 315 มากที่สุด และ 132 นอ้ ยทส่ี ุดแลว้ นามา
เรยี งลาดบั จานวนจากนอ้ ยไปมากไดด้ งั นี้ 132 214 315 ดงั น้นั เรียงลา ดับจานวนหนงั สอื จากน้อยไปมากได้ 132 เลม่ 214
เล่ม 315 เลม่
2. ครอู ธิบายการเรียงลาดับ 632 414 475 จากมากไปน้อย โดยหาจานวนท่มี ากทส่ี ดุ และจานวน
ทน่ี ้อยทีส่ ุดกอ่ น จากการพจิ ารณาคา่ ของเลขโดดในหลักรอ้ ย หลักสบิ ตามหนงั สือเรียนหนา้ 34 จะได้ 632 มากทสี่ ดุ และ
414 น้อยท่ีสดุ ดังน้นั เรียงลาดับจากมากไปน้อยไดด้ ังน้ี 632 475 414 จากนั้นครูให้นักเรียนช่วยกนั เรียงลาดับ 763 925
796 จากมากไปนอ้ ย
3. ครตู ิดบตั รตัวเลข 862 539 865 บนกระดาน ให้แต่ละหลกั ตรงกัน แล้วถามนกั เรียนวา่ มวี ธิ ีเรียงลาดับจานวน
จากน้อยไปมากอย่างไร ใหน้ ักเรยี นพจิ ารณาค่าของเลขโดดในหลักร้อย จะได้ 539 นอ้ ยที่สดุ จากนนั้ พิจารณาเลขโดดในหลัก
ร้อย และเลขโดดในหลักสบิ ของ 862 และ 865 พบว่าเท่ากนั ดงั นัน้ จงึ พจิ ารณาคา่ ของเลขโดดในหลักหนว่ ย จะได้ 865
มากกวา่ 862 จึงไดว้ า่ 865 มคี ่ามากทสี่ ุด ครูให้นักเรียนเรียงลาดบั จานวนจากน้อยไปมากดังนี้ 539 862 865 จากนนั้ ครู
ให้นักเรียนชว่ ยกนั เรยี งลาดับ 239 182 233 จากนอ้ ยไปมาก โดยให้หาจานวนทมี่ ากทส่ี ดุ และจานวนทีน่ ้อยทีส่ ุดก่อน แล้วจงึ
นามาเรยี งลาดับ
ขน้ั สรุป
ขัน้ ขยายความเข้าใจ
4. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยให้นกั เรยี นเรียงลาดบั จานวนท่กี าหนดใหจ้ ากมากไปน้อย และจากนอ้ ยไป
มาก ตามหนังสอื เรียนหนา้ 36 โดยให้หาจานวนท่มี ากท่สี ุดและจานวนท่ีน้อยท่ีสุดก่อนแลว้ จงึ นามาเรียงลาดับครแู ละนักเรียน
ร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้องและร่วมกันสรุปสง่ิ ท่ีไดเ้ รยี นรู้ ถ้าพบวา่ มีนักเรียนคนใดเรียงลาดบั จานวนไม่ถูกต้องใหม้ าฝึก
เรียงลาดับจานวนกับครูเป็นรายบุคคล
- การเรยี งลาดบั จานวน 3 จานวน อาจทาไดโ้ ดยหาจานวนท่ีมากท่ีสดุ และน้อยที่สดุ กอ่ นจากน้นั นาจานวนมาเรียงลาดบั จาก
มากไปน้อยหรือจากน้อยไปมาก
ข้ันตรวจสอบผล
1. การเรยี งลาดบั จานวน 3 จานวน อาจทาได้โดยหาจานวนท่มี ากท่ีสุดและน้อยที่สุดก่อนจากน้นั นาจานวนมา
เรยี งลาดับจากมากไปน้อยหรือจากน้อยไปมากครูใหน้ กั เรยี นทาแบบฝึกหดั หน้า 20 - 21
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผลจุดประสงค์ วธิ กี ารวัดผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมินผล
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) -ทดสอบ - คาถามกระตนุ้ ความคิด 70% ข้ึนไป ถือวา่ ผา่ น
-การสงั เกต เกณฑ์การประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -การจาแนก แบบฝึกหดั 70% ขน้ึ ไป ถือวา่ ผ่าน
-การให้เหตุผล เกณฑ์การประเมิน
-การสรุปความรกู้ ารปฏบิ ตั ิ
คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) - สังเกตพฤติกรรมขณะทางาน - แบบประเมนิ พฤตกิ รรม 70% ขึ้นไป ถือวา่ ผ่าน
ร่วมกับกลุม่ ขณะ ทางานรว่ มกบั กลุ่ม เกณฑ์การประเมิน
7. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1. หนงั สอื พิมพ์
2. บตั รตวั เลข บตั รภาพจานวนตา่ ง ๆ
3. บัตรภาพลูกคิด
4. หนงั สอื เรยี นสาระการเรียนรูพ้ ้ืนฐาน คณิตศาสตร์/ส่ือการเรยี น รู้คณติ ศาสตร์
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
. 1. บตั รภาพ
2. บัตรตัวเลข
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................... .................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครูผสู้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 2
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1…/………... ชือ่ ผู้สอน ….……………………………….…….............
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 จานวนนับไมเ่ กิน1,000และ 0 เรอื่ ง การเรยี งลาดบั จานวน (2)
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลท่เี กิดข้นึ
จากการดาเนินการ สมบตั ิของการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวชี้วัดท่ี ป. 2/1 บอกจานวนของสิ่งต่าง ๆ แสดงสิ่ง ต่าง ๆ ตามจานวนท่ีกาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตัวเลขไทยตวั หนงั สือแสงจานวนนบั ไม่เกิน 1,000 และ 0
ป.2/2 เปรียบเทียบจานวนนบั ไมเ่ กิน 1,000 และ 0 โดยใช้เคร่อื งหมาย = * > <
ป.2/3 เรียงลาดบั จานวนนบั ไม่เกนิ 1,000 และ 0 ต้ังแต่ 3 ถงึ 4 จานวนจากสถานการณ์ต่าง ๆ
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
• จานวนที่หลักหนว่ ยเป็น 0 2 4 6 8 เปน็ จานวนคู่
• จานวนทหี่ ลกั หนว่ ยเปน็ 1 3 5 7 9 เปน็ จานวนคี่
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
บอกได้ว่าจานวนท่ีกาหนดใหเ้ ปน็ จานวนคู่หรือจานวนคี่
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชว้ ิธีการทีเ่ หมาะสมในการแก้ปญั หา และคานวณหาคาตอบได้
ด้านคุณลกั ษณะ(A)
มีวิจารณญาณในการคิดและตอบคาถามดว้ ยความมัน่ ใจ
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน
จานวนคู่ จานวนค่ี พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1
ขั้นนา
ข้ันกระตุ้นความสนใจ
1. ครูชูไมไ้ อศกรมี 2 อนั แลว้ แนะนาว่า ไมไ้ อศกรีม 2 อัน นามาจับคู่ได้พอดี ครูชูไมไ้ อศกรีม 3 อนั แลว้ แนะนาว่า
ไม้ไอศกรีม 3 อัน นามาจบั คู่ได้ไม่พอดี ครูแนะนา ว่า จานวนไม้ไอศกรมี ทีจ่ ับคู่ได้พอดีเป็นจานวนคแู่ ละ จานวนไมไ้ อศกรีมท่ี
จบั คูไ่ ด้ไม่พอดีเปน็ จานวนคีจ่ ากนั้นครูใหน้ ักเรียนออกมาหยบิ ไมไ้ อศกรีม 4 อันแล้วถามว่าจับคไู่ ด้พอดีหรือไม่ และให้บอกวา่ 4
เปน็ จานวนคู่หรือจานวนค่ี ครใู หน้ กั เรียนทากจิ กรรมเช่นนี้โดยใชไ้ ม้ไอศกรมี 5 อนั 6 อนั … 10 อัน จากนนั้ ครูชูไมไ้ อศกรมี 1
อนั แลว้ ถามนกั เรยี นวา่ สามารถจบั คู่ไม้ไอศกรีม 1 อนั ไดห้ รือไม่ นักเรียนตอบว่า จบั คูไ่ ม่ไดเ้ พราะมีอันเดยี ว ครูและนักเรยี น
ช่วยกันสรปุ วา่ 2 4 6 8 10 เป็นจานวนคู่ และ 1 3 5 7 9 เป็นจานวนคี่
ขัน้ สอน
ข้ันสารวจคน้ หา
1. ครชู ไู มไ้ อศกรมี 2 อัน แลว้ แนะนาว่า ไมไ้ อศกรีม 2 อัน นามาจบั คู่ไดพ้ อดี ครชู ูไม้ไอศกรมี 3 อนั แลว้ แนะนาว่า
ไมไ้ อศกรีม 3 อนั นามาจบั คู่ได้ไม่พอดี ครูแนะนา ว่า จานวนไมไ้ อศกรีมทจี่ ับคไู่ ด้พอดเี ป็นจานวนคแู่ ละ จานวนไม้ไอศกรมี ที่
จบั คไู่ ด้ไม่พอดเี ปน็ จานวนค่ีจากนนั้ ครูให้นักเรยี นออกมาหยิบไม้ไอศกรีม 4 อนั แลว้ ถามว่าจบั คไู่ ดพ้ อดหี รือไม่ และให้บอกวา่ 4
เป็นจานวนค่หู รือจานวนค่ี ครูให้นกั เรยี นทากิจกรรมเช่นนโ้ี ดยใชไ้ ม้ไอศกรมี 5 อนั 6 อนั … 10 อัน จากน้นั ครูชูไมไ้ อศกรีม 1
อนั แล้วถามนักเรยี นว่า สามารถจับค่ไู มไ้ อศกรีม 1 อันได้หรือไม่ นักเรยี นตอบวา่ จับค่ไู ม่ได้เพราะมีอนั เดยี ว ครูและนักเรยี น
ชว่ ยกันสรุปว่า 2 4 6 8 10 เป็นจานวนคู่ และ 1 3 5 7 9 เปน็ จานวนค่ี
2. ครแู บง่ นักเรียนเปน็ กลุ่ม ครูแจกอปุ กรณ์กลุม่ ละ 1 ชุด ให้นักเรียนทากิจกรรมจานวนค่หู รอื จานวนคตี่ ามหนงั สอื
เรียนหน้า 42 แลว้ ให้บนั ทกึ ผลการจบั คไู่ ม้ไอศกรีมและบอกวา่ จานวนใดเป็นจานวนคู่และจานวนใดเปน็ จานวนคี่ ซงึ่ จะได้ว่า
11 13 15 17 19 เป็นจานวนคีแ่ ละ 12 14 16 18 20 เปน็ จานวนคู่ ครูอาจใช้ส่งิ ของอืน่ ทีส่ ามารถหาไดง้ า่ ยแทนไม้ไอศกรมี
เชน่ หลอดกาแฟ ฝาน้าด่มื ให้นกั เรียนสังเกตว่า จานวนคเู่ ปน็ จานวนท่มี หี ลกั หน่วยเปน็ 0 2 4 6 8 และจานวนค่ีเป็นจานวนท่ี
มีหลกั หนว่ ยเปน็ 1 3 5 7 9
3. ครสู นทนากบั นักเรยี นว่าจานวน 1 ถึง 20 มีจานวนใดบ้างเป็นจานวนคู่ จานวนใดบา้ งเปน็ จานวนคี่ หรืออาจ
สนทนาถึงจานวนนกั เรียนในหอ้ ง จานวนนกั เรยี นชาย จานวนนักเรยี นหญงิ หรอื จานวนอนื่ ๆ ท่ีครยู กตวั อย่างมาตามความ
เหมาะสม พจิ ารณาจากตวั เลขที่อยู่ในหลกั หนว่ ยของจานวนนนั้ ๆ ถ้าหลกั หนว่ ยเป็น0 2 4 6 8 เปน็ จานวนคู่ ถา้ หลักหน่วย
เป็น 1 3 5 7 9 เปน็ จานวนค่ี ครใู ห้นกั เรยี นชว่ ยกนั บอกว่าจานวนทีก่ าหนดให้ในกรอบท้ายหน้า 43 เปน็ จานวนค่หู รอื จานวน
ค่ี เพราะเหตใุ ด จากน้นั ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง
ขัน้ สรุป
ขั้นขยายความเข้าใจ
4. ครตู รวจสอบความเข้าใจของนักเรยี นโดยให้นักเรียนเขยี นบอกวา่ จานวนที่กาหนดให้จานวนใดบ้างเปน็ จานวนคู่
และจานวนใดบา้ งเปน็ จานวนคี่ โดยครูถามเปน็ รายบุคคล และใหเ้ พื่อนในห้องร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องถา้ พบวา่ มี
นักเรยี นคนใดไมส่ ามารถบอกได้วา่ จานวนใดเปน็ จานวนค่หู รอื จานวนค่ี ให้ครแู ก้ไขให้ถูกตอ้ งทนั ที พร้อมทงั้ อธบิ ายเหตผุ ล
จากนัน้ ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ ส่ิงทไี่ ด้เรียนรู้ จานวนที่หลักหนว่ ยเปน็ 0 2 4 6 8 เป็นจานวนคู่ และจานวนท่ีหลักหน่วย
เป็น 1 3 5 7 9 เปน็ จานวนค่ี
ขั้นตรวจสอบผล
1. จานวนทหี่ ลักหน่วยเป็น 0 2 4 6 8 เป็นจานวนคู่ และจานวนทีห่ ลกั หน่วยเป็น 1 3 5 7 9 เปน็ จานวนคี่จากนั้นให้
นักเรยี นทาแบบฝึกหัด หน้า 24 - 26
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ วิธกี ารวัดผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ ผล
70% ข้นึ ไป ถอื วา่ ผ่าน
ความร้คู วามเข้าใจ (K) -ทดสอบ - คาถามกระตนุ้ ความคดิ เกณฑ์การประเมิน
70% ขึ้นไป ถอื วา่ ผ่าน
-การสังเกต เกณฑ์การประเมิน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -การจาแนก แบบฝึกหดั 70% ขึ้นไป ถือว่าผ่าน
เกณฑ์การประเมิน
-การใหเ้ หตผุ ล
-การสรุปความรูก้ ารปฏบิ ัติ
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) - สังเกตพฤตกิ รรมขณะทางาน - แบบประเมนิ พฤตกิ รรม
ร่วมกบั กลุ่ม ขณะ ทางานรว่ มกบั กล่มุ
7. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1. หนงั สือพมิ พ์
2. บตั รตวั เลข บัตรภาพจานวนตา่ ง ๆ
3. บตั รภาพลกู คดิ
4. หนงั สือเรียนสาระการเรียนรูพ้ ้นื ฐาน คณติ ศาสตร์/สื่อการเรยี น รคู้ ณิตศาสตร์
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
. 1. บตั รภาพ
2. บตั รตวั เลข
8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู สู้ อน ลงชือ่ ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 2
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……1…/………... ชอ่ื ผู้สอน ….……………………………….…….............
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 จานวนนับไมเ่ กิน1,000และ 0 เรื่อง การเรยี งลาดบั จานวน (2)
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชว้ี ดั
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลท่เี กิดข้นึ
จากการดาเนินการ สมบตั ิของการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวชี้วัดที่ ป. 2/1 บอกจานวนของสิ่งต่าง ๆ แสดงสิ่ง ต่าง ๆ ตามจานวนท่ีกาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตวั เลขไทยตวั หนงั สือแสงจานวนนบั ไม่เกนิ 1,000 และ 0
ป.2/2 เปรยี บเทียบจานวนนบั ไม่เกิน 1,000 และ 0 โดยใชเ้ ครือ่ งหมาย = * > <
ป.2/3 เรียงลาดบั จานวนนบั ไม่เกนิ 1,000 และ 0 ต้ังแต่ 3 ถงึ 4 จานวนจากสถานการณ์ต่าง ๆ
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
• จานวนทหี่ ลกั หนว่ ยเปน็ 0 2 4 6 8 เปน็ จานวนคู่
• จานวนทหี่ ลักหน่วยเป็น 1 3 5 7 9 เปน็ จานวนค่ี
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
บอกได้วา่ จานวนท่ีกาหนดใหเ้ ปน็ จานวนคหู่ รอื จานวนค่ี
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
ใช้วิธีการท่เี หมาะสมในการแก้ปญั หา และคานวณหาคาตอบได้
ดา้ นคุณลักษณะ(A)
มีวิจารณญาณในการคิดและตอบคาถามด้วยความม่นั ใจ
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่
จานวนคู่ จานวนค่ี พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ขั้นนา
ข้ันกระตุ้นความสนใจ
1. ครชู ไู มไ้ อศกรีม 2 อัน แลว้ แนะนาว่า ไมไ้ อศกรีม 2 อัน นามาจับคู่ได้พอดี ครชู ไู มไ้ อศกรีม 3 อนั แลว้ แนะนาว่า
ไม้ไอศกรมี 3 อนั นามาจับคู่ไดไ้ ม่พอดี ครูแนะนา วา่ จานวนไมไ้ อศกรีมทจี่ ับคูไ่ ด้พอดีเป็นจานวนคแู่ ละ จานวนไมไ้ อศกรีมท่ี
จบั คูไ่ ด้ไม่พอดเี ป็นจานวนคจี่ ากนั้นครูให้นักเรยี นออกมาหยบิ ไมไ้ อศกรมี 4 อันแลว้ ถามวา่ จับคู่ได้พอดหี รือไม่ และให้บอกว่า 4
เปน็ จานวนคหู่ รอื จานวนค่ี ครูให้นกั เรยี นทากจิ กรรมเชน่ น้โี ดยใชไ้ ม้ไอศกรมี 5 อัน 6 อัน … 10 อนั จากนัน้ ครชู ูไมไ้ อศกรีม 1
อนั แลว้ ถามนักเรยี นว่า สามารถจับคูไ่ มไ้ อศกรีม 1 อนั ได้หรือไม่ นกั เรียนตอบว่า จบั คู่ไม่ได้เพราะมีอนั เดียว ครแู ละนักเรียน
ช่วยกันสรปุ ว่า 2 4 6 8 10 เปน็ จานวนคู่ และ 1 3 5 7 9 เป็นจานวนคี่
ขัน้ สอน
ข้ันสารวจคน้ หา
1. ครชู ไู ม้ไอศกรีม 2 อัน แลว้ แนะนาว่า ไม้ไอศกรีม 2 อัน นามาจบั คู่ไดพ้ อดี ครูชไู มไ้ อศกรมี 3 อัน แลว้ แนะนาวา่
ไมไ้ อศกรมี 3 อนั นามาจับคู่ได้ไม่พอดี ครูแนะนา ว่า จานวนไมไ้ อศกรีมทจี่ บั คูไ่ ด้พอดีเป็นจานวนคแู่ ละ จานวนไม้ไอศกรมี ท่ี
จบั คไู่ ด้ไม่พอดเี ป็นจานวนคี่จากนั้นครูให้นักเรียนออกมาหยิบไม้ไอศกรมี 4 อนั แลว้ ถามวา่ จับคไู่ ดพ้ อดหี รือไม่ และให้บอกวา่ 4
เป็นจานวนคหู่ รือจานวนคี่ ครใู หน้ ักเรียนทากจิ กรรมเชน่ น้ีโดยใช้ไม้ไอศกรีม 5 อัน 6 อนั … 10 อัน จากน้ันครชู ูไมไ้ อศกรีม 1
อนั แล้วถามนกั เรียนวา่ สามารถจบั คไู่ มไ้ อศกรีม 1 อนั ไดห้ รือไม่ นักเรยี นตอบวา่ จับค่ไู ม่ได้เพราะมอี นั เดียว ครแู ละนักเรยี น
ชว่ ยกันสรุปวา่ 2 4 6 8 10 เปน็ จานวนคู่ และ 1 3 5 7 9 เป็นจานวนค่ี
2. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกล่มุ ครแู จกอปุ กรณ์กลุม่ ละ 1 ชดุ ใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรมจานวนคหู่ รอื จานวนคตี่ ามหนังสือ
เรียนหน้า 42 แลว้ ให้บันทึกผลการจับค่ไู มไ้ อศกรีมและบอกว่าจานวนใดเปน็ จานวนคแู่ ละจานวนใดเปน็ จานวนค่ี ซึ่งจะไดว้ ่า
11 13 15 17 19 เปน็ จานวนคี่และ 12 14 16 18 20 เป็นจานวนคู่ ครูอาจใชส้ ิ่งของอืน่ ที่สามารถหาไดง้ ่ายแทนไม้ไอศกรมี
เชน่ หลอดกาแฟ ฝาน้าดืม่ ให้นักเรยี นสงั เกตวา่ จานวนคเู่ ป็นจานวนทมี่ ีหลักหนว่ ยเปน็ 0 2 4 6 8 และจานวนค่ีเปน็ จานวนท่ี
มีหลกั หน่วยเป็น 1 3 5 7 9
3. ครูสนทนากบั นกั เรยี นวา่ จานวน 1 ถงึ 20 มีจานวนใดบ้างเปน็ จานวนคู่ จานวนใดบา้ งเปน็ จานวนคี่ หรืออาจ
สนทนาถงึ จานวนนกั เรยี นในห้อง จานวนนักเรียนชาย จานวนนกั เรยี นหญิง หรอื จานวนอ่ืน ๆ ทค่ี รยู กตัวอยา่ งมาตามความ
เหมาะสม พจิ ารณาจากตวั เลขทีอ่ ยู่ในหลกั หนว่ ยของจานวนนั้น ๆ ถา้ หลักหนว่ ยเปน็ 0 2 4 6 8 เป็นจานวนคู่ ถ้าหลกั หนว่ ย
เป็น 1 3 5 7 9 เป็นจานวนคี่ ครใู หน้ ักเรยี นช่วยกนั บอกว่าจานวนทก่ี าหนดให้ในกรอบท้ายหน้า 43 เป็นจานวนคูห่ รือจานวน
ค่ี เพราะเหตใุ ด จากน้นั ครแู ละนักเรียนรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง
ขัน้ สรุป
ขั้นขยายความเข้าใจ
4. ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี นโดยใหน้ ักเรยี นเขยี นบอกวา่ จานวนที่กาหนดใหจ้ านวนใดบ้างเปน็ จานวนคู่
และจานวนใดบา้ งเปน็ จานวนคี่ โดยครูถามเปน็ รายบุคคล และใหเ้ พื่อนในห้องร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้องถ้าพบวา่ มี
นักเรยี นคนใดไม่สามารถบอกไดว้ ่าจานวนใดเป็นจานวนค่หู รอื จานวนค่ี ใหค้ รูแกไ้ ขใหถ้ ูกต้องทนั ที พร้อมท้ังอธบิ ายเหตผุ ล
จากนัน้ ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ สง่ิ ที่ได้เรียนรู้จานวนทหี่ ลักหน่วยเปน็ 0 2 4 6 8 เปน็ จานวนคู่ และจานวนท่หี ลักหนว่ ย
เป็น 1 3 5 7 9 เปน็ จานวนคี่
ขั้นตรวจสอบผล
1. จานวนที่หลกั หนว่ ยเป็น 0 2 4 6 8 เปน็ จานวนคู่ และจานวนที่หลักหน่วยเปน็ 1 3 5 7 9 เปน็ จานวนคจ่ี ากน้ันให้
นักเรยี นทาแบบฝึกหัด หนา้ 24 - 26
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ วธิ กี ารวดั ผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ ผล
- คาถามกระตุ้นความคดิ 70% ขนึ้ ไป ถือวา่ ผา่ น
ความร้คู วามเข้าใจ (K) -ทดสอบ เกณฑ์การประเมนิ
แบบฝึกหดั 70% ขึน้ ไป ถือวา่ ผ่าน
-การสงั เกต เกณฑ์การประเมิน
- แบบประเมนิ พฤติกรรม
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -การจาแนก ขณะ ทางานร่วมกับกล่มุ 70% ขน้ึ ไป ถือวา่ ผา่ น
เกณฑ์การประเมิน
-การใหเ้ หตุผล
-การสรุปความรู้การปฏบิ ตั ิ
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) - สงั เกตพฤติกรรมขณะ
ทางานร่วมกบั กลุ่ม
7. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
7.1 ส่อื การเรียนรู้
1. หนงั สือพมิ พ์
2. บตั รตวั เลข บัตรภาพจานวนต่าง ๆ
3. บตั รภาพลูกคดิ
4. หนงั สือเรยี นสาระการเรียนรพู้ ืน้ ฐาน คณิตศาสตร์/สือ่ การเรยี น รู้คณิตศาสตร์
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
. 1. บตั รภาพ
2. บตั รตวั เลข
8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
........................................................................................................... .................................................
................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 2
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี ……1…/………... ชอื่ ผู้สอน ….……………………………….…….............
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 จานวนนับไม่เกนิ 1,000และ 0 เรอ่ื ง แบบรปู ของจานวนที่เพ่มิ ขึน้ ทีละ2และแบบรปู
ของจานวนที่ลดลงทีละ 2
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลทเี่ กิดขนึ้
จากการดาเนินการ สมบตั ิของการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวช้ีวัดที่ ป. 2/1 บอกจานวนของสิ่งต่าง ๆ แสดงสิ่ง ต่าง ๆ ตามจานวนท่ีกาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตวั เลขไทยตวั หนงั สือแสงจานวนนบั ไม่เกิน 1,000 และ 0
ป.2/2 เปรยี บเทียบจานวนนบั ไม่เกิน 1,000 และ 0 โดยใช้เครื่องหมาย = * > <
ป.2/3 เรยี งลาดบั จานวนนับไมเ่ กิน 1,000 และ 0 ต้ังแต่ 3 ถึง 4 จานวนจากสถานการณต์ ่าง ๆ
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
• แบบรูปของจานวนทเี่ พิม่ ขึ้นทลี ะ 2ทลี ะ 5 หรือทีละ 100 เปน็ ชดุ ของจานวนที่มีความสมั พนั ธ์กนั อย่างต่อเนื่องใน
ลักษณะของการเพิม่ ขน้ึ ทีละ 2 ทีละ 5 หรอื ทีละ 100
• แบบรปู ของจานวนทลี่ ดลงทีละ 2 ทีละ 5 หรือทีละ 100 เป็นชุดของจานวนท่ีมคี วามสมั พนั ธก์ ันอย่างตอ่ เนื่องใน
ลักษณะของการลดลงทีละ 2 ทีละ 5 หรอื ทลี ะ 100
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
บอกจานวนทีห่ ายไปในแบบรูปของจานวนทีเ่ พม่ิ ข้ึนทลี ะ 2 และแบบรูปของจานวนทล่ี ดลงทลี ะ 2 ได้
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชว้ ิธกี ารท่ีเหมาะสมในการแกป้ ญั หา และคานวณหาคาตอบได้
ด้านคุณลกั ษณะ(A)
มวี จิ ารณญาณในการคิดและตอบคาถามดว้ ยความมนั่ ใจ
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรียนรูท้ อ้ งถ่ิน
แบบรปู ของจานวนทีเ่ พ่ิมขนึ้ ทีละ 2 และแบบ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
รูปของจานวนทลี่ ดลงทลี ะ 2
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1
ข้ันนา
ข้นั กระตุน้ ความสนใจ
1. ครตู ิดบตั รตวั เลข 56 บนกระดานครทู บทวนการนบั เพ่ิมทลี ะ 2 โดยการถาม-ตอบ ถา้ เร่ิมจาก 56 นบั เพ่ิมทลี ะ 2
ได้ 58 60 62 64 ... ครตู ดิ บัตรจานวนที่นบั ได้บนกระดานแล้วใหน้ ักเรยี นสังเกตชุดของจานวน 56 58 60 62 64 ว่าเปน็ การ
เรียงจานวนในลักษณะอยา่ งไร นกั เรยี นตอบวา่ 56 58 60 62 64 เป็นจานวนที่เพิ่มขึ้นทลี ะ 2 ครูเขยี นเส้นโยงด้วยลูกศร + 2
แลว้ สรปุ ว่า 56 58 60 62 และ 64 เปน็ จานวนนบั ที่เพ่ิมข้ึนทีละ 2 ครูแนะนาความสมั พันธ์ที่ต่อเนอ่ื งกันในลักษณะของการ
เพิ่มขนึ้ ทีละ 2 น้ีวา่ เป็นแบบรูปของจานวนที่เพม่ิ ขึน้ ทลี ะ 2 ครูให้นกั เรยี นหาจานวนที่อยู่ถดั จาก 64 ว่าเป็นจานวนใด โดยใช้
การนบั เพิ่มทลี ะ 2 นกั เรยี นตอบวา่ 66 จากนัน้ ครูให้พจิ ารณาแบบรปู ของจานวน 245 247 249 251 แลว้ ให้หาว่าจานวน
ถัดไปคือจานวนใด เพราะเหตุใด นักเรียนตอบว่า จานวนถัดไปคือ 253 เพราะ 245 247 249 251 เปน็ แบบรปู ของจานวนที่
เพิ่มขน้ึ ทีละ 2 ดังนั้น เพมิ่ ขน้ึ 2 ได้ 253 ครูอาจยกตวั อยา่ งเพ่ิมเติม เช่น 143 145 147 …… 151 แล้วถามนักเรยี นวา่ จานวน
ท่ีหายไปคือจานวนใด พรอ้ มบอกเหตผุ ล ครใู ห้นกั เรยี นช่วยกันหาจานวนทหี่ ายไปในแบบรูปของจานวนตามหนงั สือเรียนทา้ ย
หนา้ 45
ข้ันสอน
ข้นั สารวจคน้ หา
1. ครูติดบตั รตวั เลข 56 บนกระดานครูทบทวนการนับเพ่ิมทีละ 2 โดยการถาม-ตอบ ถา้ เร่ิมจาก 56 นบั เพมิ่ ทลี ะ 2
ได้ 58 60 62 64 ... ครูตดิ บัตรจานวนทนี่ บั ได้บนกระดานแล้วใหน้ กั เรียนสงั เกตชุดของจานวน 56 58 60 62 64 ว่าเป็นการ
เรยี งจานวนในลกั ษณะอยา่ งไร นกั เรียนตอบวา่ 56 58 60 62 64 เปน็ จานวนที่เพิ่มขน้ึ ทีละ 2 ครเู ขียนเสน้ โยงดว้ ยลูกศร + 2
แล้วสรุปวา่ 56 58 60 62 และ 64 เปน็ จานวนนบั ทเ่ี พม่ิ ข้ึนทีละ 2 ครแู นะนาความสัมพันธ์ท่ีตอ่ เน่ืองกันในลักษณะของการ
เพมิ่ ขน้ึ ทีละ 2 นว้ี า่ เปน็ แบบรปู ของจานวนท่ีเพมิ่ ข้นึ ทลี ะ 2 ครูใหน้ กั เรยี นหาจานวนที่อยูถ่ ัดจาก 64 วา่ เปน็ จานวนใด โดยใช้
การนบั เพ่ิมทีละ 2 นักเรยี นตอบวา่ 66 จากน้ันครูใหพ้ จิ ารณาแบบรูปของจานวน 245 247 249 251 แลว้ ใหห้ าวา่ จานวน
ถดั ไปคือจานวนใด เพราะเหตุใด นกั เรยี นตอบวา่ จานวนถดั ไปคือ 253 เพราะ 245 247 249 251 เป็นแบบรูปของจานวนท่ี
เพม่ิ ขนึ้ ทลี ะ 2 ดังน้ัน เพมิ่ ข้ึน 2 ได้ 253 ครอู าจยกตัวอย่างเพ่ิมเติม เช่น 143 145 147 …… 151 แลว้ ถามนักเรยี นว่าจานวน
ท่หี ายไปคือจานวนใด พรอ้ มบอกเหตผุ ล ครใู หน้ กั เรียนช่วยกันหาจานวนท่ีหายไปในแบบรปู ของจานวนตามหนงั สือเรียนทา้ ย
หน้า 45
2. ครูตดิ บัตรตัวเลข 30 บนกระดาน ครูทบทวนการนับลดทีละ 2 โดยการถาม-ตอบ ถา้ เร่ิมจาก 30 นบั ลดทลี ะ 2 ได้
28 26 24 22 ... ครูติดบตั รตัวเลข 30 28 26 24 22 บนกระดาน แลว้ ถามนักเรยี นวา่ เป็นการเรียงจานวนในลักษณะอยา่ งไร
นกั เรียนตอบวา่ 30 28 26 24 และ 22 เป็นจานวนที่ลดลงทลี ะ 2 ครูเขยี นเส้นโยงดว้ ยลูกศร − 2 แลว้ สรุปวา่ 30 28 26
24 และ 22 เป็นจานวนนับที่ลดลงทลี ะ 2 ครแู นะนาความสมั พนั ธ์ทตี่ ่อเน่อื งกนั ในลักษณะของการลดลงทลี ะ 2 นวี้ า่ เป็นแบบ
รปู ของจานวนที่ลดลงทีละ 2ครูให้นักเรยี นหาจานวนที่อยู่ถัดจาก 22 วา่ เปน็ จานวนใดโดยใช้การนับลดทีละ 2 นักเรียนตอบวา่
20จากนัน้ ครูใหน้ ักเรียนพิจารณาแบบรปู ของจานวน 452 450 448 446 แล้วถามว่า จานวนถัดไปคือจานวนใดเพราะเหตใุ ด
นกั เรียนตอบวา่ จานวนถดั ไปคือ 444 เพราะ 452 450 448 446 เปน็ แบบรูปของจานวนทลี่ ดลงทีละ 2 ดังน้นั 446 ลดลง 2
ได้ 444 ครอู าจยกตวั อยา่ งเพ่ิมเติม เช่น 128 126 124 …… 120แลว้ ถามนักเรียนวา่ จานวนท่หี ายไปคืออะไร และบอกเหตผุ ล
ครใู หน้ กั เรียนชว่ ยกนั หาจานวนทหี่ ายไปในแบบรปู ของจานวนตามหนงั สอื เรยี นในกรอบทา้ ยหน้า 46
3. ครูติดบตั รโจทย์ 181 183 186 187 ....... บนกระดานแลว้ ใหน้ กั เรียนชว่ ยกันบอกจานวนท่ีหายไปในแบบรูปคอื
จานวนใด เพราะเหตุใด เม่ือพิจารณาแบบรปู น้ีเปน็ แบบรปู ของจานวนทเี่ พิม่ ขน้ึ ทลี ะ 2 ดงั นัน้ จานวนท่ีหายไปคือ 189 ครใู ห้