ไตรภูมิพระร่วง
มีหลายชื่อเรียกได้แก่ "ไตรภูมิพระร่วง" "เตภูมิกถา"
"ไตรภูมิกถา" "ไตรภูมิโลกวินิจฉัย" และ "เตภูมิโลกวินิจฉัย"
คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-book เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา
ภาษาไทย ท๓๑๑๐๑ ซึ่งคณะผู้จัดทำได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับไตรภูมิพระร่วง
และรวบรวมลงใน e-book เล่มนี้ โดยมีใช้การบรรยายแบบเนื้อเรื่องที่มีตัว
ละครคอยอธิบายข้อมูลความรู้ต่างๆ คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
e-book เล่มนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก้น้อย แก่ผู้ที่สนใจจะศึกษาเรื่องไตรภูมิ
พระร่วงในทุกเพศทุกวัย
ขอแสดงความนับถือ
(คณะผู้จัดทำ)
สารบัญ หน้า
๒
เรื่อง ๓
๔
ประวัติพญาลิไท ๗
ความเป็นมาของไตรภูมิพระร่วง
เนื้อหาสาระของไตรภูมิพระร่วง
บรรณานุกรม
ขมิ้นกับปูนเป็นเพื่อนกันแต่มักทะเลาะกันอยู่เป็นประจำ ทั้งสองได้รับมอบ
หมายในรายวิชาภาษาไทยให้ไปศึกษาเกี่ยวกับไตรภูมิพระร่วง ด้วยความไม่
ถูกกันจึงทำให้งานไม่คืบหน้าและมักเกี่ยงกันอยู่เสมอ
ซึ่งในวันนี้ทั้งสองต้องส่งสรุปเรื่องประวัติความเป็นมาของผู้แต่งเรื่อง
ไตรภูมิพระร่วง แม้ว่าชิ้นงานกลับยังไม่ไปไหน ทั้งสองก็ยังทำนิ่งเฉย ราวกับว่า
ไม่มีชิ้นงานนี้อยู่ตั้งแต่แรก
”ขมิ้น ปูน ไหนงานของพวกหนูจ้ะ” คุณครูประจำรายวิชาภาษาไทยเอ่ยถาม
”เอ่อ..คือ ต้องถามขมิ้นค่ะครู หนูบอกให้ขมิ้นไปทำมาก่อน ยังไม่เห็นแม้แต่งาน
เลย“ ปูนพูดเสร็จก็หันไปหาคุณครูอย่างช้า ๆ พร้อมทำหน้าตาน่าสงสาร
”ว่ายังไงขมิ้น ปูนว่าอย่างงั้น ไหนชิ้นงานของพวกหนู” คุณครูเอ่ยถามอีกครั้ง
”ปูนไม่เห็นจะเคยบอกว่าให้ไปทำมาก่อนเลย ทำไมถึงโยนงานมาแบบนี้ แค่ผู้
แต่งยังไม่รู้จักเลยเถอะ!“ ขมิ้นเอ่ยสวนกลับมา ทำให้ปูนที่มั่นใจอยู่ก่อนหน้า
หน้าซีดเผือก ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร
“อย่าพึ่งทะเลาะกัน ถ้ายังไม่มีงานส่งงั้นครูจะเลื่อนกำหนดส่งงานออกไปให้ก่อน
แต่ไหนลองอธิบายประวัติผู้แต่งให้ครูฟังหน่อยสิ ขมิ้นกับปูน“
“พญาลิไท หรือพระยาลิไท หรือพระศรีสุริยพงศ์รามมหาราชาธิราช หรือพระ
มหาธรรมราชาที่ 1 ทรงเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าเลอไท และเป็นพระ
นัดดาของพระเจ้ารามคำแหงมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ราชวงศ์
พระร่วง ครองกรุงสุโขทัย ก่อนขึ้นครองราชสมบัติทรงดำรงตำแหน่งอุปราช
ครองเมืองศรีสัชนาลัย ท่านทรงสามารถยกกองทัพมาปราบปรามศัตรูได้
หมดสิ้น และเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๖ แห่งราช
วงศ์พระร่วงเฉลิมพระนามว่า ศรีสุริยพงศ์รามมหาธรรมราชาธิราช“ ขมิ้น
กล่าวพรางยิ้มไปด้วย ส่วนปูนกลับยืนนิ่ง ไม่พูดอะไร
พูดจบคุณครูก็กล่าวชื่นชมขมิ้น จากนั้นจึงกำชับกำหนดการส่งงาน
ว่าครั้งหน้าต้องมีชิ้นงานมาส่ง หากไม่มีจะหักคะแนนของทั้งคู่ เมื่อขมิ้นได้ยิน
ดังนั้นก็เอ่ยขอบคุณคุณครู ก่อนที่คุณครูจะเดินจากไป
☆“ ไตรภูมิกภาหรือไตรภูมิพระร่วงเป็นวรรณกรรมสุโขทัย เป็นพระราช
นิพนธ์ของพระมหาธรรมราชาลิไท แต่งขึ้นในปี พ.ศ. ๑๘๘๘ ในขณะที่ทรง
☆ดำรงตำแหน่งเป็นพระมหาอุปราช
เป็นวรรณคดีในพุทธศาสนาเรื่องแรกที่แต่งขึ้นในประเทศไทย มี
ลักษณะเป็นวิทยานิพนธ์
☆เขียนโดยการค้นคว้ารวบรวมคัมภีร์ในพระพุทธศาสนากว่า ๓๐ เล่ม
☆ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๕๗ โดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุ
ภาพ“
จู่ ๆ ปูนก็กล่าวออกมาพร้อมกับทำหน้าตาเยาะเย้ยขมิ้นที่ตนสามารถ
พูดข้อมูลได้ออกมายาวเกินคาด แต่ก็เป็นเพียงการเย้ยหยันข่มคนอื่นไป
เพียงเท่านั้น เพราะปูนเปิดข้อมูลจากในอินเทอร์เน็ตไปด้วย จึงไม่แปลกที่จะ
พูดได้ยาวเช่นนี้ แต่ขมิ้นก็ไม่ยอมแพ้รีบหาข้อมูลจากเว็บไซต์แล้วบรรยาย
ออกมาทันที
“เริ่มต้นด้วยคาถานมัสการเป็นภาษาบาลี ต่อไปมีบานแพนกบอกชื่อผู้
แต่ง วันเดือนปีที่แต่ง บอกชื่อคัมภีร์ บอกความมุ่งหมายในการแต่ง แล้วจึง
กล่าวถึงภูมิทั้ง ๓ ว่า “อันว่าสัตว์ทั้งหลายย่อมจะเวียนวนไปมาและเกิดในภูมิ ๓
อันนี้แล” คำว่า “ไตรภูมิ” แปลว่า สามแดน คือกามภูมิ , รูปภูมิ , และอรูปภูมิ
ทั้ง ๓ภูมิแบ่งออกเป็น ๘ กันฑ์
๑. กามภูมิ มี ๖ กัณฑ์ คือ
๑.๑. นรกภูมิ เป็นแดนนรก
๑.๒. ดิรัจฉานภูมิ เป็นแดนของสัตว์ที่เจริญ
ตามขวาง
๑.๓. เปตภูมิ เป็นแดนของเปรตที่เคยเป็น
มนุษย์และทำความชั่วเกิดเป็นเปรต
๑.๔. อสุรกายภูมิ เป็นแดนของยักษ์มารหรือผี
ที่หลอกมนุษย์ให้ตกใจกลัว
๑.๕. มนุสสภูมิ เป็นแดนของมนุษย์
๑.๖. ฉกามาพจร เป็นแดนของเทวดาที่ยัง
เกี่ยวข้องในกาม มี ๖ ชั้น คือ จาตุมหาราชิก ,
ดาวดึงส์ , ยามะ , ดุสิต , นิมมานรดี , ปรนิม
มิตวสวดี
๒. รูปภูมิ มี ๑ กัณฑ์ คือ รูปาวจรภูมิ เป็น
แดนของพรหมที่มีรูป แบ่งเป็น ๑๖ ชั้น ตาม
ภูมิธรรม เรียกว่า โสฬสพรหม
๓. อรูปภูมิ มี ๑ กัณฑ์ คือ อรูปาวจรภูมิ เป็น
แดนของพรหมไม่มีรูป มีแต่จิต แบ่งเป็น ๔
ชั้นคุณค่า”
ขมิ้นกล่าวออกมาอย่างคล่องแคล่ว โดยทั้งสองอาจลืมไปว่างานนี้ไม่ใช่
เพียงอธิบายเรื่องไตรภูมิพระร่วงให้คุณครูฟัง แต่เป็นชิ้นงานที่ต้องมีการทำสรุป
ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครห้ามใคร ทั้งขมิ้นกับปูนก็กล่าวสวนกันไปมาอย่างไม่มีสิ้นสุด
“๑. ด้านศาสนา ไตรภูมิพระร่วงเป็นหนังสืออ่านยาก ตั้งแต่สมัยสุโขทัยตลอด
มาจนกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผู้ที่นำไตรภูมิไปสู่ชาวบ้านก็คือพระสงฆ์
โดยการเทศนา ทำภาษายากให้เป็นภาษาง่ายที่ชาวบ้านเข้าใจได้ โดยเฉพาะเนื้อ
เรื่องนั้นมีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับบาปบุญคุณโทษ การเกิด การ
ตาย เกี่ยวกับโลกทั้งสาม (ไตรภูมิ) ซึ่งทำให้คนสมัยกรุงสุโขทัยเข้าใจเรื่องชีวิต
ของตนเองมากขึ้น”
“๒.ด้านภาษา สำนวนโวหารในไตรภูมิ โดยเฉพาะพรรณนาโวหารนั้นประณีต
ละเอียดลออ จนทำให้นึกเห็นสมจริง ให้เห็นสภาพอันน่าสยองขวัญของนรก
สภาพอันรุ่งเรืองบรมสุขของสวรรค์ จนจิตรกรอาจถ่ายบทพรรณนานั้นลง
เป็นภาพได้ เราจะเห็นภาพฝาผนังของวิหารและโบสถ์ตามวัดต่างๆ ไป
(นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางภาษาระหว่างสมัยพ่อขุน
รามคำแหงกับสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท)“
“๓. ด้านสังคม มุ่งใช้คุณธรรมความดี”
”๔. ด้านอิทธิพลต่อกวียุคหลังกวียุคหลังได้ใช้ไตรภูมินี้เป็นแนวพรรณนาป่า
หิมพานต์ เขาพระสุเมรุ วิมานพระอินทร์ส่วนจิตรกรได้อาศัยความคิด ความ
เชื่อในไตรภูมิ เป็นแนวการสร้างสรรค์งานศิลปะ รวมความว่า ไตรภูมิพระร่วง
เป็นหนังสือเก่าชั้นวรรณคดีที่มีอิทธิพลต่อความคิดอ่านของคนไทยในเรื่อง
บาปบุญคุณโทษ ในด้านจิตรกรรมฝาผนังโบสถ์ต่างๆ และวรรณคดีตั้งแต่
สมัยสุโขทัยจนถึงสมัยปัจจุบัน หนังสือนี้แสดงให้เห็นพระปรีชาสามารถของ
พระยาลิไทในด้านศาสนา และใช้จริยธรรมในการบริหารบ้านเมือง และยัง
แสดงให้เห็นพระสติปัญญา ตลอดจนให้แนวคิดในเชิงปรัชญา สังคม และค่า
นิยมของสังคมเป็นอย่างดียิ่งตัวอย่างในไตรภูมิพระร่วงผลแห่งการทำบาป”
ทั้งสองสลับกันพูดไปมาจนล่วงเลยเวลามามากกว่า ๑ ชั่วโมง น่าแปลก
ใจที่ในวันนี้ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน มีเพียงกันโต้เถียงกันด้วยความรู้เพียง
เท่านั้น จนกระทั่งทั้งสองพูดจบและเหนื่อยจากการพูดเป็นอย่างมาก จึงขอ
พักรบ สงบศึกกันด้วยการนั่งพักอยู่ครู่หนึ่ง
”ไม่เหนื่อยหรืออย่างไร ขมิ้น” ปูนเอ่ยถามขมิ้นอย่างเหนื่อยล้า
”ไม่นะ เหนื่อยแล้วหรือไง ตอนเราทะเลาะกันเหนื่อยกว่านี้อีก“ ขมิ้นถามกลับ
”หึ…เอ๊ะ! เราต้องทำงานส่งคุณครูนี่ ที่เราพูดกันไปไม่มีประโยชน์เลย เอาเวลา
ไปเขียนสรุปยังจะดีกว่า โง่เสียจริง” ปูนทั้งสับสนและโกรธในเวลาเดียวกัน
”ฮ่า ๆ งั้นเรามาช่วยกันทำไหม ที่ฉันหาในเว็บไซต์เมื่อครู่ยังมีอยู่เลย เป็นข้อมูล
ที่ดีเลยทีเดียว” ขมิ้นกล่าวอย่างใจเย็น ทำให้ปูนที่โกรธอยู่เมื่อครู่ เย็นลงอย่าง
ไม่เคยเป็นมาก่อน
”อืม ก็เอาสิ ฉันก็เหนื่อยจะเถียงกับหล่อนแล้ว ขมิ้น”
จากนั้นทั้งสองก็ลงมือทำงานอย่างตั้งใจ ทำให้ชิ้นงานออกมาดีและได้
รับคำชื่นชมจากคุณครูเป็นอย่างมาก ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งสองที่เป็น
เหมือนสำนวนขมิ้นกับปูนในตอนแรก ตอนนี้คงเป็นเพียงแค่ในสำนวนแล้ว
บรรณานุกรม
”พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พญาลิไท).“[ม.ป.ป.][ออนไลน์].
แหล่งที่มา : http://www.digitalschool.club. สืบค้นวันที่ 10
กันยายน 2565.
”ไตรภูมิพระร่วง.”[ม.ป.ป.] [ออนไลน์].
แหล่งที่มา : http://www.digitalschool.club. สืบค้นวันที่ 10
กันยายน 2565.