“ ”ในขวดใบนบ้ี รรจอุ ะไร
สตรเคมีของน้ำ
“ ”เขียนไดอ้ ย่ำงไร
H2O
โครงสรำ้ งลวิ อสิ แบบ
“ เส้นของน้ำ
”เขียนได้อย่ำงไร
นกั เรียนคดิ วา่ รปู รา่ งโมเลกลุ ของน้าจะเป็ นอยา่ งไร
นักเรยี นคดิ วำ่ ....
นอกจำกควำมยำวพันธะและพลงั งำน
พันธะแลว้ มีขอ้ มลใดอีกที่ใชใ้ นกำรบอก
อธิบำยสมบตั ิของสำร
นอกจำกควำมยำวพันธะ
และพลังงำนพันธะแลว้
ยังมขี ้อมลท่ีใชใ้ น
กำรอธิบำยสมบตั ิของสำร
คอ รปรำ่ งโมเลกุล
(molecular shape)
รปร่ำงโมเลกลุ โคเวเลนต ์
By … Kru Aom
นักเรียนคิดวำ่ โมเลกลุ ของสำรโคเวเลนต ์
ตอ่ ไปนี.้ ...
น้ำ (H2O)
มรี ปร่ำงโมเลกุลตำ่ งกันหรอไม่ แกส๊ คำรบ์ อนไดออกไซด ์ (CO2)
อยำ่ งไร แอมโมเนยี (NH3)
โบรอนไตรฟลออไรด ์ (BF3)
รปทรงเรขำคณติ แบบตำ่ ง ๆ
นักเรยี นทำกิจกรรม
แบบเปรียบเทยี บ
กจิ กรรมท่ี 1 เร่อง
กำรผกลกโป่งติดกนั กับ
รปร่ำงโมเลกลุ โคเวเลนต ์
ในขนั้ ตอนที่ 1
ให้นักเรียนสบค้นขอ้ มลจำก
อินเตอรเ์ นตและเน้อหำ
ในหนงั สอเพิ่มเพ่อศึกษำ
ทฤษฎกี ำรผลกั ระหว่ำงค่
อิเล็กตรอนในวงเวเลนซ ์
(VSEPR theory)
เพ่อคำดคะเนรปรำ่ งโมเลกลุ
pp.180-184
กำรคำดคะเนรปร่ำงโมเลกลุ จำกโครงสรำ้ งลิวอสิ โดยอำศยั
กำรผลักกันของอเิ ล็กตรอนค่รว่ มพันธะและอเิ ล็กตรอน
ค่โดดเดี่ยวโดยใช้ หลกั กำรทฤษฎกี ำรผลักระหวำ่ งคอ่ ิเล็กตรอน
ในวงเวเลนซ ์ (VSEPR theory) นั้นมวี ่ำอยำ่ งไร
อเิ ล็กตรอน อเิ ล็กตรอน อเิ ล็กตรอน
คโ่ ดดเดีย่ ว ค่โดดเดีย่ ว ค่รว่ มพันธะ
กับ กบั กบั
อเิ ล็กตรอนค่ อเิ ล็กตรอนค่ อเิ ล็กตรอนค่
โดดเดย่ี ว ร่วมพันธะ ร่วมพันธะ
รปร่ำงโมเลกลุ ขนึ้ อยก่ บั ปัจจัย
ใดบำ้ ง
➢ จำนวนพันธะ
➢ จำนวนอิเล็กตรอน
คโ่ ดดเด่ยี วรอบอะตอมกลำง
รปรำ่ งโมเลกลุ โคเวเลนต ์ มิี 2 แบบิคอ
แบบท่ี 1 รปร่ำงโมเลกุล
โคเวเลนตท์ ี่อะตอมกลำง
ไมม่ ีอิเล็กตรอนคโ่ ดดเดีย่ ว
แบบท่ี 2 รปรำ่ งโมเลกลุ
โคเวเลนตท์ อี่ ะตอมกลำง
มีอเิ ล็กตรอนค่โดดเด่ียว
แบบท่ี 1 รปรำ่ งโมเลกลุ โคเวเลนตท์ ีอ่ ะตอมกลำง
ไม่มีอเิ ล็กตรอนคโ่ ดดเด่ียว น้ำ (H2O)
คำรบ์ อนไดออกไซด ์ (CO2)
แอมโมเนยี (NH3)
โบรอนไตรฟลออไรด ์ (BF3)
แบบท่ี 1 รปรำ่ งโมเลกลุ โคเวเลนตท์ อี่ ะตอมกลำง
ไมม่ ีอเิ ล็กตรอนคโ่ ดดเด่ียว
น้ำ (H2O)
คำรบ์ อนไดออกไซด ์ (CO2)
แอมโมเนยี (NH3)
โบรอนไตรฟลออไรด ์ (BF3)
แบบท่ี 1 รปรำ่ งโมเลกลุ โคเวเลนตท์ อี่ ะตอมกลำง
ไมม่ ีอเิ ล็กตรอนคโ่ ดดเด่ียว
น้ำ (H2O)
คำรบ์ อนไดออกไซด ์ (CO2)
แอมโมเนยี (NH3)
โบรอนไตรฟลออไรด ์ (BF3)
แบบที่ 2 รปร่ำงโมเลกลุ โคเวเลนตท์ ่อี ะตอมกลำง
มีอเิ ล็กตรอนคโ่ ดดเด่ยี ว น้ำ (H2O)
2 1 AB2E คำรบ์ อนไดออกไซด ์ (CO2)
SO2, O3
มมุ งอแอมโมเนยี (NH3)
2 2 AB2E2 โบรอนไตรฟลออHไH2ร2OดS2์,(BF3)
มมุ งอ
แบบที่ 2 รปร่ำงโมเลกลุ โคเวเลนตท์ ี่อะตอมกลำง
มีอิเล็กตรอนคโ่ ดดเดยี่ ว
น้ำ (H2O)
2 3 AB2E3 คำรบ์ อนไดออกไซด ์ (CO2)
XeF2
เสน้ ตแรองมโมเนยี (NH3)
แบบที่ 2 รปร่ำงโมเลกุลโคเวเลนตท์ ี่อะตอมกลำง
มีอิเล็กตรอนคโ่ ดดเดีย่ ว น้ำ (H2O)
คำรบ์ อนไดออกไซด ์ (CO2)
3 1 AB3E NH3,
พีระมิดฐำนสแำมอเมหลโยี่มมเนีย (NH3P)H3
3 2 AB2E โบรอนไตรฟลออไCรlFด3์ (BF3)
รปตวั ที
แบบท่ี 2 รปรำ่ งโมเลกุลโคเวเลนตท์ อ่ี ะตอมกลำง
มีอิเล็กตรอนคโ่ ดดเดย่ี ว น้ำ (H2O)
คำรบ์ อนไดออกไซด ์ (CO2)
4 1 AB4E SF4,
XeO2F2
ทรงสห่ี นำ้ บดิ เบ้ยี ว
4 2 AB4E2 โบรอนไตรฟลออXไeรFด4์ (BF3)
สี่เหลย่ี มแบนรำบ
แบบที่ 2 รปรำ่ งโมเลกุลโคเวเลนตท์ อี่ ะตอมกลำง
มีอิเล็กตรอนคโ่ ดดเดย่ี ว น้ำ (H2O)
คำรบ์ อนไดออกไซด ์ (CO2)
5 1 AB5E BrF5,
IF5
พีระมดิ ฐำนส่ีเหลีย่ ม
โบรอนไตรฟลออไรด ์ (BF3)
นักเรยี นทำกิจกรรม
แบบเปรียบเทยี บ
กจิ กรรมท่ี 1 เร่อง
กำรผกลกโป่งติดกนั กับ
รปร่ำงโมเลกลุ โคเวเลนต ์
ในขนั้ ตอนที่ 2
กำรผกลกโป่งตดิ กันมีควำมเหมอนกบั รปรำ่ งโมเลกลุ
โคเวเลนตอ์ ยำ่ งไรบำ้ ง
กำรผกลกโป่งติดกนั ในตอนท่ี 1 ลกโป่งใช้แทนกลุ่มหมอกอเิ ล็กตรอนค่รว่ มพันธะระหวำ่ ง
อะตอมกลำงกบั อะตอมท่ีล้อมรอบ เมอ่ นำมำผกขวั้ ตดิ กัน พบวำ่ ลกโป่งแต่ละลกผลักกนั เกดิ
กำรจัดตวั เป็ นรปรำ่ งตำ่ ง ๆ ที่มสี มมำตร โดยจำนวนลกโป่งมีผลตอ่ รปรำ่ ง แสดงว่ำเม่อจำนวน
อะตอมล้อมรอบมำกขนึ้ จะมีจำนวนพันธะมำกขนึ้ ซงึ่ อเิ ล็กตรอนในพันธะจะผลกั กนั ทำให้
รปรำ่ งโมเลกุลมีทศิ ทำงของพันธะอย่หำ่ งกันมำกท่สี ดุ เมอ่ เปรียบเทยี บกับรปทรงเรขำคณติ
สรปุ ไดว้ ่ำ ลกโป่งทพี่ ันติดกนั 2 3 4 5 และ 6 ลก มรี ปรำ่ งโมเลกุลเป็ นเส้นตรง สำมเหลี่ยม
แบนรำบ ทรงส่หี นำ้ พีระมดิ ค่ฐำนสำมเหล่ยี ม และทรงแปดหน้ำ ตำมลำดับ
กำรผกลกโป่งติดกนั มีควำมเหมอนกบั รปรำ่ งโมเลกุล
โคเวเลนตอ์ ยำ่ งไรบ้ำง
กำรผกลกโป่งติดกันในตอนที่ 2 ลกโป่งตำ่ งสใี ช้แทนอิเล็กตรอนคร่ ่วมพันธะและ
อิเล็กตรอนคโ่ ดดเด่ียว ซงึ่ รปร่ำงโมเลกลุ พิจำรณำจำกตำแหน่งของอะตอม
ทัง้ หมด และไม่นำตำแหน่งของอิเล็กตรอนคโ่ ดดเดย่ี วมำพิจำรณำ โดยแรงผลกั ท่ี
เกดิ จำกอิเล็กตรอนคโ่ ดดเดี่ยวจะสง่ ผลต่อมมุ ระหวำ่ งพันธะและรปรำ่ งโมเลกลุ
ซงึ่ โมเลกลุ ทปี่ ระกอบด้วยอะตอมลอ้ มรอบ 2 อะตอม และอเิ ล็กตรอนคโ่ ดดเดยี่ ว
2 ค่ รปรำ่ งโมเลกลุ ไม่เป็ นแบบเสน้ ตรงแตเ่ ป็ นมมุ งอ (มุมพันธะน้อยกวำ่ 180°)
เพรำะมีแรงผลกั จำกลกโป่งที่ใชแ้ ทนอเิ ล็กตรอนคโ่ ดดเดี่ยว)
กำรผกลกโป่งติดกันมีสงิ่ ใดที่ไม่สำมำรถเปรยี บเทยี บได้
กบั รปรำ่ งโมเลกุลโคเวเลนตแ์ ละเป็ นอย่ำงไร
1. รปร่ำงของตำแหน่งที่มีกลมุ่ หมอกอิเล็กตรอนหนำแนน่ ไม่เทำ่ กนั กับรปร่ำงของ
ลกโป่งแต่ละลก
2. อิเล็กตรอนคร่ ว่ มพันธะอำจมี 2 4 หรอ 6 อเิ ล็กตรอน แต่จำนวนอนุภำคใน
ลกโป่งแตล่ ะลกมีจำนวนหลำยอนภุ ำค
สรปุ ได้วำ่ ....
กำรคำดคะเนรปร่ำงโมเลกลุ จำกโครงสร้ำงลิวอสิ โดยอำศัย
กำรผลักกันของอเิ ล็กตรอนคร่ ่วมพันธะและอเิ ล็กตรอน
ค่โดดเดย่ี วโดยใช้ หลกั กำรทฤษฎีกำรผลักระหวำ่ งคอ่ ิเล็กตรอน
ในวงเวเลนซ ์ (VSEPR theory) ไดอ้ ย่ำงไร
อเิ ล็กตรอน อเิ ล็กตรอน อเิ ล็กตรอน
คโ่ ดดเดี่ยว ค่โดดเดีย่ ว คร่ ว่ มพันธะ
กบั กบั กับ
อเิ ล็กตรอนค่ อเิ ล็กตรอนค่ อเิ ล็กตรอนค่
โดดเด่ียว รว่ มพันธะ รว่ มพันธะ
รปร่ำงโมเลกลุ ขนึ้ อยก่ บั ปัจจัย
ใดบำ้ ง
➢ จำนวนพันธะ
➢ จำนวนอิเล็กตรอน
คโ่ ดดเด่ยี วรอบอะตอมกลำง
เม่อจำนวนอะตอมล้อมรอบหรอจำนวน
อิเล็กตรอนค่โดดเดี่ยวมำกขนึ้ ทำใหเ้ ป็ น
อย่ำงไร
➢ จะมีจำนวนพันธะมำกขนึ้ อิเล็กตรอนใน
พันธะจะผลกั กนั ทำให้รปร่ำงโมเลกลุ มี
ทศิ ทำงของพันธะอยห่ ำ่ งกันมำกทส่ี ดุ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจ....
พิจำรณำลกโป่งที่พันข้วั ติดกันโดยใชล้ กโป่ง
สีทห่ี นึ่ง 3 ลก และสีท่สี อง 1 ลก
ถ้ำโมเลกลุ ประกอบด้วยอะตอมลอ้ มรอบ 3 อะตอม และ
อิเล็กตรอนคโ่ ดดเดยี่ ว 1 ค่ ควรมรี ปรำ่ งโมเลกลุ เป็ นอยำ่ งไร
พรอ้ มท้งั ยกตัวอย่ำง
➢ รปรำ่ งโมเลกุลเป็ นแบบพีระมดิ ฐำนสำมเหล่ียม ตวั อยำ่ งเช่น
NH3 PH3
ตอบคำถำมได้วำ่ .... น้ำ (H2O)
มีรปร่ำงโมเลกลุ ตำ่ งกนั หรอไม่ คำรบ์ อนไดออกไซด ์ (CO2)
อย่ำงไร
แอมโมเนีย (NH3)
โบรอนไตรฟลออไรด ์ (BF3)
ตอบคำถำมไดว้ ่ำ.... มอี ะตอมลอ้ มรอบ 2 อะตอม มีจำนวน
2 พันธะ และอะตอมกลำงมีอเิ ล็กตรอน
น้ำ (H2O) ค่โดดเดย่ี วเหลอ 2 ค่จงึ มีรปร่ำงเป็ นมุมงอ
ตอบคำถำมได้ว่ำ.... มีอะตอมล้อมรอบ 2 อะตอม มีจำนวน
2 พันธะ ไมม่ ีอิเล็กตรอนคโ่ ดเดย่ี วเหลอ
แกส๊ คำรบ์ อนไดออกไซด ์ (CO2)
จงึ มรี ปรำ่ งเป็ นเสินตรง