The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระนางภัททากุณฑลเกสาเถรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by benyapha.packy, 2021-07-30 04:24:42

พระนางภัททากุณฑลเกสาเถรี

พระนางภัททากุณฑลเกสาเถรี

เรื่อง พระนางภัททากุณฑลเกสาเถรี

เสนอ
อาจารยเ์ บญญาภา เพ่มิ บญุ

จัดทาโดย
นางสาวมารสิ า บวรนิธนิ นท์ เลขที่ 4
มหาปชาบดีเถรีวทิ ยาลัยในพระสังฆราชูปถัมภ์

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564

พระนางภัททากุณฑลเกสาเถรี

เอตทัคคะ
พระนางเป็นผู้เลศิ กว่าภกิ ษณุ ีทั้งหลายด้านตรัสร้เู รว็ เพราะ
นางเป็นผู้มีปัญญามาก ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าเพียงบทเดียวก็
เป็นพระอรหันต์

นั่นคอื
“ผ้ใู ดกล่าวคาถาที่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
แม้ตั้ง ๑,๐๐๐ คาถา ผู้กล่าวคาถาที่
ประกอบด้วยประโยชน์ แม้เพียงคาถาเดียว
ยังผู้ฟังให้สงบระงับได้ ช่ือว่า ประเสรฐิ กว่าแล”

ประวัติ

พระภัททา กณุ ฑลเกสีเถรี

มีช่ือเดมิ ว่า ภัททา เป็นธิดาของเศรษฐีคนหน่ึงในกรุงราชคฤห์ เมื่ออายุได้
16 ปี บดิ ามารดาให้อยแู่ ต่บนปราสาทชั้นที่ 7 และให้ทาสีคนหน่ึงไว้คอยรับใช้

วนั หนง่ึ พวกราชบรุ ษุ จบั โจรไดค้ นหนง่ึ ซง่ึ ทาการโจรกรรมอยา่ งหนกั มโี ทษถงึ ประหารชวี ติ มดั มอื ไพล่
หลังเฆี่ยนด้วยหวาย 4 คร้ัง และกาลงั นาไปสูห่ ลักประหาร นางไดย้ ินเสียงออื้ องึ น้ัน จึงโผล่หนา้ ต่าง
ออกมาดู เมื่อเห็นโจรก็เกิดนึกรกั โจรคนน้นั ขน้ึ มา ต้องการไดโ้ จรมาเป็นสามี จงึ ทาทีเป็นไมย่ อมทาน
อาหาร นอนอยแู่ ตบ่ นเตียง เมอ่ื มารดาร้ขู ่าวจงึ มาถามถงึ สาเหตุ นางบอกความเป็นจริงนน้ั และกลา่ ว
กาชบั วา่ หากไมไ่ ดช้ ายคนนั้นมาเป็นสามตี นก็จะขอตายตามเขาไป มารดาหา้ มแล้วห้ามเล่า นางก็ยงั ยืนยัน
อยูเ่ ช่นเดมิ และมีอาการเพ่มิ มากขนึ้ ด้วยความรกั ในธดิ า บดิ ามารดาตอ้ งยอมนาเอาทรพั ย์หนึ่งพัน
กหาปณะ (1 กหาปนะ เท่ากับ 4 บาท) ไปหาราชบรุ ุษเพอื่ แลกกบั ชวี ิตของ โจรคนนน้ั โดยให้ฆา่ คนอื่นแทน
แลว้ นาโจรมาใหธ้ ดิ าตามความปรารถนา นางตอ้ งการใหส้ ามยี นิ ดี และรกั จงึ ตกแตง่ ดว้ ยเครือ่ งประดบั ทง้ั
ปวง จัดแจงอาหารอนั ดีรสดมี าให้

ตอ่ มาโจรไดห้ วนระลึกถงึ ความหลงั นกึ ถึงความสนกุ สนานกับเพ่อื นฝูงในขณะกนิ สรุ าอยูใ่ นปราสาทกิน
คนเดียวไมส่ นกุ ย่ิงคิดใจกย็ ง่ิ ฮึกเหิม ด้วยสันดานโจรจงึ คดิ จะฆ่าภรรยา แล้วเอาเครอ่ื งประดับไปขายเพ่อื ไป
กินสรุ ากบั เพ่อื น พอได้โอกาสทาทเี ป็นนอนซึมอย่แู ตบ่ นเตยี งไมย่ อมกินอาหาร เม่อื ภรรยาถามวา่ เปน็ โรคอะไร
ก็ตอบวา่ ไมไ่ ดเ้ ปน็ โรคอะไร ภรรยาถามวา่ บดิ ามารดาทาอะไรให้โกรธ ก็ตอบว่าเปล่า เมอ่ื ภรรยาถามตอ่ ว่า
ถา้ เป็นเช่นนัน้ อะไร จึงบอกวา่ ในวนั ที่ตนถูกจับตนไดบ้ นบานตอ่ เทวดาทส่ี งิ สถติ ย์อยบู่ น ภเู ขาท่ที ิ้งศพโจรที่ถกู
ประหารชวี ติ แลว้ ถ้ารอดชีวิตตนจกั ทาพลกี รรม และตนกร็ อดมาได้และมาอยกู่ บั เธอดว้ ยอานาจนนั้ นางจึง
กล่าวว่าอยา่ ได้วติ กไปเลยทา่ นต้องการสิ่งใด ฉันจักจัดทาพลกี รรมให้ และได้จัดแจงเครือ่ งทาพลีกรรมตามที่
โจรนนั้ บอก

เดินเวยี นประทกั ษณิ 3 รอบไหว้ท้งั ส่ีทิศแลว้ เข้าไปสวมกอดด้านหนา้ ดา้ นหลัง เมอื่ โจรกาลงั เผลอ นางกผ็ ลักโจรนน้ั ตก
ลงไปในเหว โจรนัน้ กระแทกโขดหนิ ตายอยา่ งอนาถ ในวนั รุ่งขน้ึ ได้เดนิ ทางไปยังภเู ขาพรอ้ มบรวิ ารเปน็ อันมาก เมอ่ื ถงึ เชงิ เขาโจรจงึ
พูดกบั นางว่า ตง้ั แตน่ ีไ้ ปเราจักไปกันเพียงสองคน ส่วนคนทเี่ หลอื ให้พวกเขากลับเถดิ นางกส็ ่ังใหบ้ รวิ ารกลับ แลว้ ถือเคร่ืองทาพลี
กรรมขน้ึ ไปบนภเู ขากบั โจรสองคน เมอ่ื ถึง ยอดเขานางจงึ บอกว่า นายท่านจงทาพลีกรรมเถดิ โจรจงึ พดู ว่าฉันไม่ได้มาเพราะจะทา
พลกี รรม แตฉ่ นั ลวงมาเพอ่ื ฆ่า แลว้ เอาเครอื่ งประดับและทรัพย์สมบตั ิแลว้ จะหนไี ป นางเกิดความกลวั จึงออ้ นวอนวา่ นาย ท้ังตวั
ฉันและเครือ่ งประดบั ของฉนั ก็เป็นของทา่ นด้วย ท่านอย่าทาอยา่ งน้เี ลย เมอ่ื โจรไม่ยอมนางจงึ กล่าวอีกวา่ ถา้ เช่นนั้นนายถอื เอา
เคร่อื งประดับและนึกวา่ ฉนั ตายแล้วหนีไปหรอื ให้ฉนั เป็นทาสรับใชท้ า่ นเถดิ เม่อื โจรไม่ยอมนางจงึ คดิ วา่ เรานี่หลงผิดไปปัญญามีไว้
กินก็ไม่ได้ ทแี่ ทป้ ญั ญามไี ว้เพื่อใช้พจิ ารณาเทา่ น้ัน ตอนนี้เรารู้แลว้ จะทาอย่างไรกับเขา นางกล่าวกบั โจรว่า นายตง้ั แต่วนั แรกทเ่ี รา
พบกนั จนถึงวนั นี้ ฉันอุปการะท่านมาตลอด วนั นี้ถา้ จะฆา่ ฉันจริง ๆ ขอให้ฉันไดท้ าอญั ชลกี รรมแกท่ ่านเถดิ เมื่อโจรยอมใหท้ าและ
ยืนอยู่บนภูเขา นางจึงเริม่ ทาอัญชลกี รรมดว้ ยการ

ครง้ั น้ัน นางคดิ วา่ ถา้ เรากลับบา้ นมารดาบิดากจ็ ะถามถงึ สามี ถา้ ท่านทง้ั สองรู้เร่อื งน้เี ขา้ ท่านต้องดุด่าวา่
เรา เราจะไมก่ ลับบ้าน นางจงึ ท้ิงเครือ่ งประดบั แล้วเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงอาศรมของพวกปรพิ าชก(นักบวชประเภท
หน่งึ ในสมัยนั้น) และบวชเปน็ ปริพาชิกาในทีน่ ัน้ โดยเจา้ สานกั เอาเสยี้ นตาลถอนผมนางออกเป็นหย่อม ๆ ก่อนจะ
บวชให้ ด้วยเหตุ ดังกลา่ วนางจงึ ไดร้ บั ชอื่ ใหม่วา่ "กณุ ฑลเกส"ี หมายความวา่ ผมู้ ีผมเปน็ หย่อม ๆ คล้ายตุ้มหู เม่อื
บวชแลว้ กถ็ ามถงึ วิธปี ฏบิ ตั ิ พวกปรพิ าชกจงึ บอกว่ามกี สิณ 10 และวาทะพันหนง่ึ (การโตต้ อบ 1,000 ข้อ) นางได้
เลอื กเรยี นวาทะพันหน่ึง จบแล้วพวกปริพาชกให้ก่งิ ไม้หวา้ แลว้ บอกนางวา่ เธอจงเท่ียวไปในชมพทู วปี โตว้ าทะกับคน
ทั่ว ๆ ไป หากแพผ้ ู้ใด ถ้าเปน็ คฤหสั ถ์ เธอกอ็ ยู่รบั ใช้เขา ถา้ เป็นบรรพชติ เธอก็บวชในสานกั ของพวกเขาเถดิ นางจงึ
ได้ชื่อวา่ ชมพปู ริพาชิกา

นางไดเ้ ดินทางเที่ยวถามปญั หากบั คนทีพ่ บเห็น ไม่มีใคร
สามารถปราบวาทะ นางได้ นางจงึ ก่อกองทรายและปักกง่ิ หว้าไว้
และประกาศวา่ ถา้ ใครสามารถกล่าวโต้ตอบกับเราได้ กจ็ งเหยียบ
กง่ิ หว้า ปรากฏวา่ ไม่มีใครกลา้ เขา้ ไปใกล้ท่ีนน้ั เลย นางจึงเท่ยี วไป
เร่ือย ๆ และ ก่อกองทรายปักกิ่งหวา้ เหมือนเดิม กไ็ ม่มใี ครกล้า
เขา้ ไปเหยียบอกี จนถงึ เมอื งสาวัตถกี ็ทาเหมอื นเดมิ อีกประกาศวา่
ถา้ ใครสามารถโต้ตอบวาทะกบั เราได้ ก็จงเหยยี บก่ิงไม้นี้ถา้
ไมเ่ ช่นนั้นก็จงอย่าเหยยี บเป็นอนั ขาด แล้วนางกเ็ ข้าไปหาอาหารใน
หมู่บ้าน เดก็ ๆ ยนื ลอ้ มดกู ิ่งไมอ้ ยอู่ ยากรวู้ ่าใครจะกลา้ เหยยี บ

เวลานัน้ พระสารีบุตรเถระเดินบิณฑบาตอยเู่ ห็นเหตกุ ารณน์ นั้ จงึ เขา้ ไปถาม เมือ่ รเู้ ร่ืองแล้วสั่งให้
เด็กทาลายก่ิงหวา้ นางชมพปู รพิ าชิกากลับมาเห็นเข้า จงึ ดเุ ดก็ เหลา่ น้ัน เด็ก ๆ จงึ ชไ้ี ปทพ่ี ระสารี
บุตรแลว้ บอกวา่ พระเถระรูปโนน้ ใหพ้ วกเราทา นางจงึ เขา้ ไปหาแล้วถามวา่ ทา่ นเจา้ ข้าท่านให้เด็ก
ทาลายกิ่งไมแ้ ละกองทรายหรือ พระสารีบตุ รเถระตอบว่าใช่ นางจงึ บอกว่า ถ้าเปน็ เชน่ นนั้ พระผู้เปน็
เจ้าตอ้ งโตต้ อบปญั หากบั เราในตอนบา่ ย นางจงึ ไปหาพระเถระท่สี านกั เพอ่ื โตต้ อบปัญหา ชาวเมอื ง
ตา่ งก็ลอื กระฉ่อนวา่ บัณฑติ 2 ทา่ นจะถามปญั หากนั จึงตามนางชมพูปริพาชิกามาเพ่ือจะฟัง นาง
จึงเริม่ ถามปญั หากบั พระเถระกอ่ น นางถามถงึ 1,000 ขอ้ ตามทไี่ ด้เรียนมา พระเถระกต็ อบ ไดห้ มด
แล้วกล่าวกบั นางว่า อาตมาจกั ถามปญั หากับท่านสกั หน่ึงข้อ นางตอบวา่ ถามเถิดทา่ น ถา้ ดฉี ันรกู้ ็
จักแกใ้ ห้

พระเถระจงึ ถามวา่ อะไรชื่อว่าหน่งึ นางชมพปู รพิ าชกิ าไม่สามารถ ตอบได้ จึงถามวา่ นน่ั ชื่อ
วา่ อะไร พระเถระตอบวา่ พุทธมนต์ นางกลา่ ววา่ ทา่ นจงให้พทุ ธมนตแ์ ก่ฉันบา้ งเถิด พระเถระบอก
ว่า ท่านตอ้ งบวชเหมอื นเราก่อน แล้วให้นางบวชในสานักของภกิ ษณุ ี และไดช้ อ่ื ใหมว่ ่า พระภัททา
กุณฑลเกสีเถรี แล้วแนะนาใหไ้ ปเฝา้ พระพทุ ธเจา้ ทเี่ ชตวนั มหาวิหาร เม่อื เข้าเฝา้ พระพทุ ธเจา้
พระองคท์ รงตรสั สอนว่า "คาพดู เพยี งคาเดียว ท่ีคนฟงั แล้วร้สู ึกสงบ ดกี วา่ คาพดู ทีไ่ ร้ประโยชนถ์ งึ
พันคา" และไดบ้ าเพญ็ เพียรทางจิตแลว้ บรรลุพระอรหนั ตเ์ พียง 2-3 วันเทา่ น้นั เอง นางได้รับการ
ยกย่องจากพระพทุ ธเจ้าวา่ เป็นเอตทคั คะในทางขิปปาภญิ ญา คอื ตรัสรู้ได้ฉบั พลัน

คณุ สมบตั ทิ ี่ควรถือเอาเป็นแบบอยา่ ง

1.รู้จักใช้ปัญญาในการแก้ไขปญั หาชีวติ จรงิ อยใู่ นวัยสาว นางไดต้ กอยใู่ นอานาจของความรัก เป็นดุจ
คนตาบอด เพราะความรัก แม้พอ่ แมท่ ักทว้ งอยา่ งไรก็ไม่ยอม แตเ่ มอ่ื มารู้ในภายหลังตนได้ผดิ พลาดไปแลว้
แทนทจ่ี ะตกกะไดพลอยกระโจนหรือประชดชวี ิต โดยวิธที ีโ่ ง่เขลาอย่างอืน่ แต่นางกลับใช้ปัญญาไตร่ตรอง
หาทางออกทดี่ ีกวา่ เดมิ โดยเอาความผิดความโงเ่ ขลาแตก่ ่อนน้นั มาเปน็ บทเรียน โดยตัดสนิ ออกบวช ซ่ึงเปน็
การแก้ปญั หาโดยการใชป้ ัญญาอย่างแท้จริง เมื่อบวชเปน็ ภิกษุณแี ลว้ เพยี งได้ฟังพทุ ธโอวาทสัน้ ๆ วา่
"คาพดู เพียงคาเดยี วที่คนฟังแลว้ รู้สึกสงบ ดกี ว่าคาพดู ท่ีไร้ประโยชนถ์ งึ พันคา"

2. เป็นผู้มีปฏิภานอยา่ งดียิ่ง หมายถึงไหวพริบในการแก้ปญั หาเฉพาะหน้าอยา่ งหนึง่ และ
ไหวพรบิ ในการโต้ตอบทันควันอกี อย่างหนง่ึ ประการแรกคือ เมื่อตอนสามีซงึ่ เป็นโจรลวงนางไป
ฆ่าเพอ่ื เอาเคร่อื งประดับอัน มีค่าทัง้ หมด นางจึงใชไ้ หวพรบิ แก้ ปญั หาเฉพาะหนา้ โดยกลา่ วกับ
สามีว่า นางไดซ้ อ่ื สัตยส์ ามตี ลอดมา วนั น้กี ็จะตายจากกนั ไปแลว้ ขอให้นางได้มโี อกาสแสดงความ
เคารพตอ่ สามเี ปน็ คร้งั สุดทา้ ยเถดิ เมื่อสามีของนางเผลอและยืนหนั หลงั ให้ นางจงึ ผลักสามตี กเหว

ตายประการท่สี อง การท่นี างได้รับความไวว้ างใจจากเจ้าสานักปรพิ าชกิ าใหเ้ ป็นตัวแทนในการประกาศลัทธิ
ของตน โดยส่งให้ไปโตว้ าทะกบั นักปราชญต์ า่ ง ๆ และสามารถเอาชนะไดม้ ากตอ่ มาก จนเปน็ ทเ่ี กรงขาม
ท่ัวไป


Click to View FlipBook Version