การสร้างแบบทดสอบ
วัดผลสัมฤทธิท์ างการเรียน
การสร้างแบบทดสอบ
วัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น
เสนอ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พิมพ์ปวณี ์ สุวรรณโณ
โดย
นางสาวอนสิ า นอิ บั ดลุ รอมัน 406028004
นายอัสรี บนิ มูซอ 406028006
นางสาวสวุ ยั บะห์ ดเี ยาะ 406028007
นายไรฟาน ปะดอ 406028025
นางสาวมรู ณี เจ๊ะกาเจร์ 406028027
นางสาวแวซง สามะอาลี 406028031
นกั ศกึ ษาช้นั ปที ่ี 3 สาขาภาษาอังกฤษและเทคโนโลยกี ารศกึ ษา
E-BOOK น้เี ปน็ สว่ นหนง่ึ ของรายวชิ า
การวดั และประเมนิ ผลการศกึ ษา (1104201)
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ยะลา
ก
คานา
รายงานฉบับน้ีเป็นสว่ นหนึ่งของรายวิชา
1104201 การวัดและประเมินผลการศกึ ษา การ
ค้นคว้าและเขยี นรายงานโดยมวี ัตถุประสงค์เพ่อื ให้
ทราบถงึ ขอ้ มลู ของ แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการ
เรียนตลอดจนการสร้างข้อสอบแบบเลือกตอบและ
การสรา้ งข้อสอบแบบถกู ผิด
การจัดทารายงานได้ทาการค้นคว้าหา
รวบรวมขอ้ มลู จากสื่อต่างๆ ผู้เูขียนรายงานหวงัวา่ ู
จะเปน็ ประโยชนแกผ่ สู้ นใจบา้ งตามสมควร
อนสิ ซาและคณะ
ข
สารบัญ
คานา ก
สารบัญ ข
แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน 1
ประเภทของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ูทางการเรยี น 2
ขั้นตอนการสรา้ งแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธู์ทางการเรยี น 9
การสร้างข้อสอบแบบเลอื กตอบ 11
การสร้างข้อสอบแบบถูกผดิ 23
สรุป 30
อา้ งองิ ค
ชอื่ สมาชกิ ง
1
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน
การวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนเป็นการวดั
ความสามารถทางสมองหรือวดั ด้านสตปิ ัญญาของ ผ้เู รียนว่ามี
ความสามารถมากนอ้ ยเพยี งใดหลังจากทีไ่ ด้รับประสบการณ์
จากการจดั การเรียนการสอน หรอื จากแหลง่ วทิ ยาการตา่ งๆ
ดงั นัน้ ในการวัดความสามารถเพอื่ ดคู วามเจริญงอกงามของ
ผู้เรียนและ ดปู ระสิทธิภาพการเรียนการสอนแล้ว แบบทดสอบ
นบั ว่าเปน็ เครื่องมอื ทีม่ ีความสาคัญมากทจ่ี ะทาให้ ทราบส่ิง
เหลา่ นัน้ ได้
2
ประเภทของแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทางการเรียนท่ีใช้อยู่ในปจั จบุ นั มีหลายแบบ
แตกตา่ งกนั ไป จะใชร้ ปู แบบใดกค็ วรพิจารณาถงึ จดุ ประสงคใ์ นการ
วัดเปน็ สาคัญ สาหรับแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น พอ
จาแนกได้ 2 แบบ ดงั นี้
1. แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นท่ีครสู ร้างขน้ึ เอง
2. แบบทดสอบมาตรฐาน
3
ประเภทของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธู์ทางการเรยี น
(ตอ่ )
(1) แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นทคี่ รสู รา้ งข้นึ เอง
1. ชนดิ ทผ่ี ู้สอบเปน็ ผ้ใู หค้ าตอบ ได้แก่
1.1 แบบทดสอบแบบอตั นัย หรอื ความเรยี ง (Subjective Test or Essay
Test) จาแนกออกเป็น
1.1.1 แบบจากัดคาตอบ (Restricted – response type)
1.1.2 แบบไมจ่ ากัดคาตอบ (Unrestricted – response type)
1.2 แบบทดสอบแบบเตมิ คาหรอื ตอบสน้ั (Completion or Short-Answer
Test)
4
ตวั อยา่ ง ชนดิ ท่ผี ู้สอบเปน็ ผู้ใหค้ าตอบ
5
ประเภทของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ู างการเรียน
(ตอ่ )
2. แบบทดสอบชนิดทใ่ี หผ้ ู้สอบเลอื กคาตอบ ไดแ้ ก่
2.1 แบบทดสอบแบบถูกผดิ (True – False Test)
2.2 แบบทดสอบแบบจบั คู่ (Matching Test)
2.3 แบบทดสอบแบบเลอื กตอบ (Multiple Choice Test)
6
ตวั อย่าง แบบทดสอบชนดิ ที่ใหผ้ ู้สอบเลอื กคาตอบ
7
ประเภทของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ูทางการเรยี น
(ตอ่ )
(2) แบบทดสอบมาตรฐาน
เปน็ ข้อสอบท่ีมุ่งวดั ผลสมั ฤทธิ์ของผู้เรียน ไดม้ ีการพฒั นาดว้ ยการวิ
เูคราะหท์ างสถิติมาแลว้ หลายครงั้ จนมีคุณภาพสมบรู ณ์อีกทง้ั ยงมั ี
เกณฑป์ กติ(normal) ไวส้ าหรบั เปรยี บเทียบคณุ ภาพต่าง ๆ ของ
นักเรียนต่างกล่มุ กันไดอ้ ีกด้วย
8
ตวั อย่าง แบบทดสอบมาตรฐาน
9
ข้นั ตอนการสรา้ งแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทู์ างการเรยี น
1. กาหนดจดุ มงุ่ หมายของการสอบใหแ้ น่ชัดว่าจะ
สอบเพอื่ อะไร สอบกับใคร ในระดับ ชั้นใด
2. กาหนดลกั ษณะของส่งิ ทจ่ี ะวัด
3. กาหนดชนิดของเคร่อื งมือท่ใี ชใ้ นการวดั
4. เขยี นข้อสอบ
5. ให้ผู้เช่ียวชาญพจิ ารณาตรวจสอบแกไ้ ข
10
ข้นั ตอนการสร้างแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทู์ างการเรียน
(ตอ่ )
6. การทดลองใช้ขอ้ สอบ
7. สรา้ งเกณฑใ์ นการแปลความหมายคะแนน
8. การเขยี นรายงานและคมู่ อื การใช
11
การสร้างขอ้ สอบแบบเลอื กตอบ
แบบทดสอบแบบเลอื กตอบเปน็ แบบทดสอบที่
ใหผ้ ้สู อบเลือกคาตอบเปน็ ข้อสอบทป่ี ระกอบด้วยคาถาม
และคาตอบหลายหลายคาตอบขอ้ สอบน้ีมี 2 ส่วนคอื
1. ตวั นาหรือตวั คาถาม ( stem ) เป็นขอ้ ความท่ี
เปน็ ตัวรา้ วใหผ้ ูส้ อบคดิ
2. ตัวเลือก ( choices ) เปน็ คาตอบหลายๆ
คาตอบ เพือ่ ให้ผู้สอบเลือกตอบอย่างใดอยา่ ง
หน่งึ มที งั้ ตวั ถูก และตัวลวง
12
ขอ้ สอบแบบเลอื กตอบทดี่ ีน้นั ตัวเลือกทุกตวั จะมี
นา้ หนกั พอๆ กนั ถา้ ดผู วิ เผนิ หรอื ไม่มคี วามรูใ้ นข้อ
นั้นจริงๆจะเห็นว่าถูกหมดทกุ ข้อและในการสอบแต่
ละคร้งั ตัวเลอื กแต่ละตัวจะมโี อกาสถูกเลือกพอๆกัน
นนั่ คือหากมีขอ้ สอบ 20 ขอ้ และมี 4 ตัวเลือก
โอกาสท่ีตัวเลอื ก ก ข ค หรือ ง จะถกู เลอื กจะ
เท่ากนั และคาตอบถูกควรจะกระจายกนั ไปทกุ
ตวั เลือกไมใ่ ชอ่ ยทู่ ี่ตวั ใดตวั หนงึ่
13
ตวั อยา่ ง
ขอ้ สอบระดบั ประถมศกึ ษา
14
ตวั อยา่ ง
ขอ้ สอบระดบั มธั ยมศกึ ษา
15
ตวั อยา่ ง
ขอ้ สอบระดบั อดุ มศกึ ษา
16
1. หลกั การเขยี นขอ้ สอบแบบเลอื กตอบดา้ นตวั คาถาม
1) เขียนคาถามใหเ้ ปน็ ประโยคคาถามท่ีสมบูรณ์
2) เขยี นคาถามใหก้ ะทัดรดั ชัดเจน ตรงจุด ไมใ่ ชค้ า
ฟุ่มเฟือย
3) ใช้ภาษาให้เหมาะสมกับระดบั ผูส้ อบ
4) คาถามควรเรา้ ใหผ้ ูส้ อบได้ใชค้ วามคดิ ไมค่ วรถาม
เฉพาะความจาทีไ่ ม่ใชส่ าระสาคญั ท่ีควรจดจา ควรถาม
ให้นาความจาไม่ใช้
17
1. หลกั การเขียนขอ้ สอบแบบเลือกตอบด้านตัวคาถาม
(ต่อ)
5) หลีกเลีย่ งการใช้คาถามปฏิเสธหรอื ปฏิเสธซ้อน
ถา้ จาเป็นตอ้ งใช้ควรขีดเส้นใต้หรอื พมิ พต์ วั หนา
ตรงคาปฏเิ สธนัน้
6) ไมค่ วรถามในสง่ิ ทเี่ ดก็ ท่องจาจนคลอ่ งปาก
7) ถามสง่ิ ทส่ี ามารถหาข้อยุตไิ ด้ตามหลกั
วิชาการ
8) ถามในส่งิ ท่ีดีหรอื เปน็ ประโยชน์
18
1. หลักการเขียนข้อสอบแบบเลือกตอบด้านตวั คาถาม
(ตอ่ )
9) คาถามแต่ละขอ้ ควรเปน็ อิสระขาดจากกนั และ
หลีกเลีย่ งท่แี นะคาตอบ
10) ควรใช้คาถามทีย่ ่วั ยุและชวนใหค้ ดิ ได้แก่ คาถามที่
ถามเรือ่ งใกลต้ วั พาดพงิ กบั ชวี ิตประจาวนั ของผู้เรยี น
นอกจากนนั้ การใช้รปู ภาพในการถามจะชว่ ยเรา้ ความ
สนใจได้เป็นอย่างดี
19
2. หลักการเขยี นขอ้ สอบแบบเลอื กตอบด้านตัวเลอื ก
1) คาถามข้อหนงึ่ q ตอ้ งมีคาตอบทถ่ี ูกต้องท่ีสุดเพยี ง
ตัวเลือกเดียวเทา่ น้ัน
2) เขยี นใหท้ ้งั ตัวถกู และตวั ผิดถูกผดิ ตามหลกั วชิ า
3) เขียนใหต้ ัวเลอื กเป็นอิสระจากกนั อยา่ ใหต้ วั เลือกใดเปน็
ส่วนหนึ่งหรอื สว่ นประกอบของตวั อืน่
4) 4) เขยี นตวั เลอื กให้กะทดั รัด ไมย่ ดื ยาวหรอื เพ่มิ คาทไี่ ม่
จาเป็น
5) ตวั เลือกตอ้ งมคี วามเป็นเอกภาพพัน เปน็ เร่ืองราว
เดียวกนั เปน็ พวกเดยี วกัน หรือประเภทเดียวกนั และมี
ทิศทางเดียวกัน
20
6) ตวั เลือกทถ่ี กู ไม่ควรยาวเกนิ ไป
7) ควรใช้ตวั เลือกที่ผเู้ รยี นรจู้ กั และเข้าใจ
8) จดั ตวั เลือกให้เป็นระบบ
9) หลกี เลี่ยงการเขยี นตัวถกู ใหพ้ ้องเสยี ง หรือมคี า
ข้อความท่ซี า้ กับตัวคาถาม
10) ควรวางตาแหนง่ ตวั ถูกอยา่ ง สุม่ ไมเ่ ปน็ ระบบที่
แนน่ อนตายตวั กระจายให้ตวั เลือกแตล่ ะตวั มีจานวนคร้งั
ทเ่ี ป็นตัวถูกเท่าๆกนั
11) หลีกเล่ยี งการแนะคาตอบโดยการใชค้ าขยายไม่
เหมาะสม
12) ตวั ลวงตอ้ งมโี อกาสเป็นไปได้
13) ไมค่ วรมีตัวเลือกประเภท ถกู หมดทุกข้อหรือไม่มขี ้อใด
ถกู
21
3. ข้อดแี ละขอ้ จากดั แบบสอบหลายตัวเลอื ก
แบบสอบหลายตวั เลือกมีขอ้ ดแี ละข้อจากดั ดังนี้
1. ข้อดขี องแบบสอบหลายตัวเลอื ก
1. เป็นข้อสอบลกั ษณะข้อดขี องขอ้ สอบแบบอื่นในดา้ นของ
ประสิทธภิ าพของการวดั กล่าวคอื สามารถวัดพฤตกิ รรม
ทางด้านความคดิ หรอื สตปิ ัญญาไดท้ ุกระดับ
2. วดั ไดค้ รอบคลมุ และหาขอ้ คาถามของข้อสอบเลือกตอบเปน็
การถามสน้ั q และเจาะจงสว่ นไดส้ ่วนหนึง่
3. มคี วามเปน็ ปรนยั สงู นั่นคอื ขอ้ สอบเลอื กตอบสามารถ
ตรวจใหค้ ะแนนตรงกนั ขอ้ คาถามเขา้ ใจตรงกนั การแปล
คะแนนก็ทาให้ตรงกนั ไดง้ า่ ย
2. ข้อจากัดของแบบสอบหลายตัวเลือก 22
1) สรา้ งได้ยาก เขยี นยาก อนั น้ีเปน็ ที่ยอมรับวา่ ถ้า
เขียนขอ้ สอบเลือกตอบให้ดีจรงิ ๆเขียนไดย้ ากมาก
2) วดั ความคดิ ลกึ ซง้ึ ไมไ่ ด้ เชน่ วัดความคดิ ริเริม่
สร้างสรรคท์ ล่ี กึ q ความสามารถในการ
ผสมผสานเร่ืองราว เป็นตน้
3) ไม่ส่งเสริมช่วยสรา้ งทกั ษะการเขียน
4) สน้ิ เปลอื งมาก โดยตอ้ งลงทนุ กระดาษหมึกและ
อปุ กรณอ์ น่ื ๆ
5) ส่งเสริมการเดา ขอ้ สอบเลอื กตอบคนไมม่ คี วามรกู้ ็
เดาได้คะแนน
23
การสรา้ งข้อสอบแบบถูกผดิ
ขอ้ สอบแบบถกู ผดิ เป็นข้อคาถามที่กาหนด
ข้อความใหผ้ เู้ รียนพจิ ารณาเลือกตอบสอง
ทางเลือก เช่นถกู -ผดิ ใช-่ ไม่ใช่ จรงิ -ไมจ่ รงิ
เหมือนกัน-ต่างกัน เป็นตน้ โดยใช้ความรู้ตามหลัก
วิชา เปน็ เกณฑพ์ จิ ารณา โดยมีหลกั ในการสรา้ ง
การตรวจใหค้ ะแนน ข้อดีและข้อจากัด
24
1. หลกั การสร้าง
1. ขอ้ ความจะต้องมคี วามหมายชัดเจน ไม่กากวม และไม่ควร
ใช้คาที่แสดงคณุ ภาพ เช่น มาก น้อย บ่อยq เป็นต้น ควร
เลือกคาที่แสดงปรมิ าณจะมีความหมายชดั เจนกวา่
ไม่ดี ฟุตบอลทมี ชาติไทยไดแ้ ชมป์ซเี กมซห์ ลายสมยั
ดี ฟตุ บอลทมี ชาติไทยไดแ้ ชมป์ซเี กมซ์ 10 สมยั
2. ข้อความทกี่ าหนดให้ตอ้ งตดั สินไดว้ ่าถกู จริงหรอื ผดิ จริงและ
เป็นสากล
ไมด่ ี ทองแดงจะหลอมเหลวทอี่ ณุ หภูมิ 1500 องศา
ดี ณ ระดบั น้าทะเล ทองแดงจะหลอมเหลวที่
อณุ หภูมิ 1500 องศา
25
1. หลักการสร้าง (ต่อ)
3. แตล่ ะข้อคาถามเว้นควรถามจดุ สาคญั เพียงเรอ่ื งเดยี ว
ไม่ดี อ.เบตง อยู่ในจงั หวดั ยะลา และอยใู่ ตส้ ดุ ของ
ประเทศไทย
ดี อ.เบตง อยใู่ นจังหวดั ยะลา
4. ไม่ควรสร้างขอ้ คาถามเชงิ ปฏิเสธ หรอื ปฏิเสธซ้อน เพราะ
จะทาใหผ้ ู้สอนเขา้ ใจผิด
ไม่ดี ถา้ เราไม่ออกไปตากแดด เรากจ็ ะไมด่ า
ดี ถ้าเราออกไปตากแดด จะทาให้ดา
26
ตวั อยา่ ง
ขอ้ สอบระดบั ประถมศกึ ษา
27
ตวั อยา่ ง
ขอ้ สอบระดบั มธั ยมศกึ ษา
28
1. หลกั การสรา้ ง
1. ข้อความจะตอ้ งมคี วามหมายชัดเจน ไม่กากวม และไมค่ วร
ใช้คาทแ่ี สดงคณุ ภาพ เช่น มาก น้อย บอ่ ยq เปน็ ต้น ควร
เลอื กคาท่แี สดงปริมาณจะมคี วามหมายชัดเจนกวา่
2. ข้อความทีก่ าหนดให้ต้องตดั สนิ ได้ว่าถกู จริงหรือผดิ จริงและ
เปน็ สากล
3. แตล่ ะขอ้ คาถามเว้นควรถามจดุ สาคญั เพยี งเรอื่ งเดยี ว
4. ไมค่ วรสร้างข้อคาถามเชิงปฏเิ สธ หรอื ปฏเิ สธซ้อน เพราะ
จะทาให้ผูส้ อนเข้าใจผิด
5. ควรหลีกเลีย่ งการลอกขอ้ ความจากหนังสือหรอื ตาราเรียน
โดยตรง เพราะจะสง่ เสรมิ การเรยี นแบบท่องจา
29
2. การตรวจใหค้ ะแนนของข้อสแบถูก-ผดิ
สามารถดาเนนิ การได้ ดังน้ี
1. ควรกาหนดคะแนนให้เท่ากันทุกขอ้ โดยปกตจิ ะให้
คะแนนขอ้ ทต่ี อบถกู 1 คะแนน ข้อท่ีตอบผดิ 0 คะแนน
2. ควรทาเฉลยคาตอบไวล้ ว่ งหน้าจะทาให้ตรวจได้งา่ ย
และรวดเร็ว
3. ตอ้ งตรวจใหค้ ะแนนด้วยความละเอียดรอบคอบและ
ครบถว้ นทุกขอ้
30
3. ขอ้ ดีและขอ้ จากัดของข้อสอบแบบถกู -ผิด ดังนี้
1. ข้อดีข้อสอบแบบถูก-ผิด
1. สร้างได้ง่าย รวดเร็วกว่าแบบทดสอบแบบ
อนื่ ๆและสรา้ งได้ทกุ วิชา
2. ขอ้ สอบแต่ละข้อใชเ้ วลาตอบนอ้ ย จึง
สามารถถามมากๆ ขอ้ ได้
3. วิธีการตอบง่ายต่อการเข้าใจเพราะมี
โอกาสเลอื กเพียงสองตวั เลือก
4. ประหยัดคา่ ใช้จา่ ย ในหนา้ หนงึ่ ๆ อาจพิมพ์
ขอ้ ความได้ถงึ 30 ข้อ
31
2. ข้อจากดั ขอ้ สอบแบบถูก-ผิด
1. เปดิ โอกาสใหเ้ ดาไดม้ ากเพราะให้เลือกอย่างใด
อยา่ งหนึง่ จากสองอยา่ ง
2. ไมส่ ามารถวินิจฉัยจุดบกพร่องหรือจุดออ่ นของ
ผเู้ รียนได้อย่างแทจ้ ริง
3. ถา้ ใช้แบบทดสอบถกู ผดิ บอ่ ยq อาจสรา้ งนสิ ัยการ
เรียนรู้ท่ีไม่เหมาะสมใหแ้ กน่ กั เรยี น
4. แบบทดสอบมกั ใชว้ ดั ความร้คู วามจามากกวา่
สมรรถภาพด้านอนื่ ๆ
32
สรุ ป
แบบทดสอบปรนยั เป็นแบบทดสอบทนี่ ิยมใชว้ ัด
พฤติกรรมด้านพทุ ธิพิสัยหรอื ด้านความรูค้ ดิ ของผเู้ รียน
ซง่ึ มีหลายประเภท เช่น แบบถูก ผิด แบบจบั คู่ และแบบ
เลือกตอบ ซงึ่ แบบทดสอบแตล่ ะประเภทต่างมหี ลกั การ
และวิธีการสรา้ ง รวมทัง้ ขอ้ ดีและขอ้ จากัดทต่ี า่ งกัน การ
ท่จี ะเลือกใช้แบบทดสอบประเภทใดนน้ั ผสู้ อนต้อง
คานงึ ถงึ เปา้ หมายหรือจดุ ประสงคข์ องการวดั
ค
อ้างองิ
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น (ออนไลน์). (2552). สบื ค้นจาก:
http://www.nanabio.com/Research/image%20research/resea
rch%20work/Achievement/Achievement03.html
ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น (ออนไลน)์ . (2559). สืบคน้ จาก:
http://kruoiysmarteng.blogspot.com/2016/08/achievement.
html
ง
สมาชกิ
1. นางสาวอนิสซา นอิ ับดลุ รอมนั 406028004
2. นายอัสรี บนิ มูซอ 406028006
3. นางสาวสวุ ยั บะห์ ดีเยาะ 406028007
4. นายไรฟาน ปะดอ 406028025
5. นางสาวมรู ณี เจ๊ะกาเจร์ 406028027
6. นางสาวแวซง สามะอาลี 406028031