ความเป็ นมาและความเป็ นไป
นายประกอบ บญุ รอด
~1~
ประวตั สิ ่วนตวั
ข้าพเจา้ ชอ่ื ประกอบ นามสกลุ บญุ รอด
เชอ้ื ชาติ ไทย สัญชาติ ไทย ศาสนา พุทธ สถานะภาพ สมรส
วันเกิด วันองั คาร ที่ 12 เดือนตลุ าคม พ.ศ. 2503 อายุ 61 ปี
ข้าพเจา้ เปน็ บตุ ร คนท่ี 1 มีพ่ีนอ้ งทง้ั หมด 5 คน ชาย 4 คน หญงิ 1 คน
ที่อยู่ปจั จุบนั ตาบลระวะ อาเภอระโนด จังหวัดสงขลา 90140
· บา้ นเลขท่ี 46 หมู่ 3 ซอยเทศบาล 4
· หมายเลขโทรศัพท์ 0824313404
อเี มลล์ - [email protected]
ประวตั ิการศกึ ษา
พ.ศ. 2514 สาเรจ็ การศึกษาระดับประถมศึกษาปีท่ี 4 จากโรงเรียนวัดทงุ่ บวั ตาบลเกาะใหญ่
อาเภอระโนด(ในขณะน้นั ) จงั หวัดสงขลา
พ.ศ.2517 สาเร็จการศึกษาระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 7 จากโรงเรียนวัดโตนดด้วน ตาบลเกาะใหญ่
อาเภอระโนด(ในขณะนั้น) จงั หวดั สงขลา
พ.ศ 2519 สาเรจ็ การศกึ ษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น(ม.ศ.3) จาก โรงเรียนระโนดวิทยา
อาเภอระโนด จงั หวัดสงขลา
พ.ศ.2522 สาเรจ็ การศึกษาระดับประกาศนยี บัตรวชิ าการศกึ ษา (ป.กศ) จากวทิ ยาลยั ครสู งขลา จ
สงขลา
พ.ศ.2524 สาเรจ็ การศกึ ษาประโยคครูพิเศษมัธยม(พ.ม.) ศึกษาด้วยตนเอง
พ.ศ.2526 ·สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิชาเอกบริหารการศกึ ษษ
มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช
พ.ศ.2537 สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท วิชาเอกบริหารการศกึ ษา จากมหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวิ
โรฒ ภาคใต้
ประวตั ิการทางาน
พ.ศ.2522 บรรจเุ ขา้ รับราชการคร้งั แรก ท่โี รงเรียนบ้านแหลมหาด อ.กระแสสินธุ์ จ สงขลา
พ.ศ.2527 ครู 2 โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 11 อ.ระโนด จ สงขลา
~2~
พ.ศ.2528 อาจารย์ 1 โรงเรยี นวดั พงั ตรี อ.ระโนด จ สงขลา
พ.ศ. 2530 ครใู หญโ่ รงเรยี นวัดคลองเปด็ อ.ระโนด จ.สงขลา
พ.ศ.2533 อาจารย์ใหญ่โรงเรยี นวัดแจง้ อ.ระโนด จ.สงขลา
พ.ศ.2538 อาจารย์ใหญโ่ รงเรยี นวัดเถรแก้ว อ.ระโนด จ.สงขลา
พ.ศ.2544 อาจารยใ์ หญ่โรงเรียนบ้านมาบบัว อ.ระโนด จ.สงขลา
พ.ศ.2549 อาจารย์ใหญ่โรงเรยี นวัดเถรแก้ว อ.ระโนด จ.สงขลา
พ.ศ.2562 อาจารย์ใหญโ่ รงเรียนชุมชนวัดสามบ่อ อ.ระโนด จ.สงขลา
1 ตุลาคม 2564 เกษียณอายรุ าชการ
ประวัติครอบครวั
พ.ศ.2525 สมรสกับนางสาวประไพ ขาวแท้ มีบตุ รธิดา 2 คน คอื
นายชวกรณ์ บุญรอด สมรสกับนางสาวนนั นภัทร์ ฤกษ์พิบลู ย์ มบี ตุ ร 1 คน
นางสาวปิยกาญจน์ บุญรอด สมรสกบั นายอนุชา คิว้ นาง มีธิดา 1 คน
~3~
บทนา
ต่อไปนี้ เป็นความคิดท่อี ยากจะเขียน และต้ังใจมาตลอดว่าในฐานะครูนา่ จะเขียนบทความ สาระหร
อะไรตา่ งๆบ้าง แต่จนแล้วจนรอด 42 ปีของการเป็นครู ก็ไมเ่ คยไดเ้ ขียนอะไรเปน็ ชิ้นเป็นอนั สกั ที
จะมีทีเ่ ขยี นมากท่สี ุดเห็นจะเป็น สมดุ หมายเหตุรายวัน ท่ตี ามระเบียบกาหนดวา่ ใหเ้ ขยี นทุกวัน แมก้ ระน้ันกย็ งั มี
หลายโอกาส ทต่ี อ้ งกลบั มาเขียนยอ้ นหลงั กัน เพราะเหตุลมื เขยี น เอาเป็นวา่ คร้งั นีต้ ้ังใจจะเขียนให้อ่าน เพราะ
เปน็ ช่วงมีเวลาทดลองเกษยี ณราชการในชว่ งโควด 19 กาลงั แพรร่ ะบาด และเหลือเวลาราชการอกี 12 วนั
จะมสี าระบ้าง ไม่มสี าระบา้ งกือว่าได้เขยี นแล้วตามเจตนารมณ์ ทา่ นท่อี ่านกข็ อให้อ่านเอาสาระบา้ งไมเ่ อาสาระ
บา้ งตามแต่ใจทา่ นกแ็ ลว้ กนั แต่ขอบอกก่อนว่าเร่อื งที่เขยี นตอ่ ไปน้เี ปน็ เรื่องจรงิ ไม่องิ นิยาย ลืมไปอีกอย่าง ท่ี
อยากเขยี นตรงน้ี เพราะจะได้ให้ตัวเองเปน็ พระเอกบ้าง ดังนนั้ เร่ืองต่อไปน้ีพระเอกจึงเป็นตวั ผมเอง เอาละนะ
มาติดตามต่อไป
เปิดตวั พระเอก
ถ้าในตวั ผมมีเมมโมร่ี หรอื การด์ ความจา ภาพแรกท่ยี ้อนหลงั ไปดูได้ คือภาพของตอนหวั รงุ่ ในคนื หนึ่ง
ท่ผี มอยใู่ นอ้อนแขนพ่อ พ่อสวมเส้อื ตัดยาง(กรีดยาง) มีกล่ินของนา้ ยางแหง้ ที่ตดิ เสอื้ พ่ออยู่ผสมกบั กลิ่นถ่านแก้ส
ที่พ่อใชจ้ ุดตะเกยี งแกส้ เพื่อให้แสงสว่างตอนไปตัดยาง บนหวั พอ่ ครอบดว้ ยกาบหมาก ทต่ี ัดเอามาขดเปน็ วง
พอดีกับหัว ใชเ้ หนบ็ โคมตะเกียงแกส้ สว่ นแมถ่ ือสัมภาระต่างๆ เพื่ออุ้มผมไปฝากบา้ นยาย (นา้ สะใภ้ของพ่อ
สามีของยายเป็นน้องของยา่ ) เพราะพ่อกบั แม่ตอ้ งไปตัดยาง ทงิ้ ผมไว้คนเดียวไม่ได้ ตอนหวั คา่ ผมไดน้ อนกบั
แม่กับพ่อท่บี ้าน พอไกข่ ันหวั รุ่งพ่อกบั แม่จะสวมเคร่ืองแบบตดั ยาง พร้อมสัมภาระ อุม้ ผมไปฝากบา้ นยาย เมือ่
ตัดยาง เก็บน้ายางเสร็จ แม่ก็มารับผมกลบั บ้าน คืนไหนไปถึงบา้ นยายแลว้ ผมงอแง ไม่ยอมนอนกบั ยาย แมจ่ ะ
บอกว่า ไปนอนถอะ เด๋ียวยายจะให้ดหู นังสี่จอ ท้ังท่ผี มไมเ่ ข้าใจ แตก่ ็ยอมไปนอนกบั ยายโดยดี (อันนี้แมเ่ ล่าให้
ฟงั ) พ่อกับแม่มผี มเปน็ ลูกคนแรก ผมเกดิ วนั ท่เี ทา่ ไหรเ่ ดือนอะไรยังเปน็ ที่ถกเถียงกนั (อันน้ีผมถึยงกบั ตัวเอง)
เพราะพ่อกบั แมก่ ็ไม่อยแู่ ล้ว แมบ่ อกวา่ ผมเกิด (แมเ่ กิดผมนนั่ แหละ) ในวันทาบญุ เดือนสิบ คือวันสารท แมม่ า
จากวัดแล้ว นอนพักผ่อน จๆู่ กป็ วดท้อง แต่นกึ วา่ คงเพราะกินตม้ กับแกงควั่ มากไป แตท่ ี่ไหนได้ พอหัวรุ่งเจ็บ
มากขน้ึ ต้องให้พ่อไปตามหมอตาแยมา (หมอตาแยประจาถิ่นที่นี่คือ ยายพร้อม แกทาคลอดเกือบจะทุกคน ถ้า
เป็นปจั จบุ นั คงได้วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ หรือเชี่ยวชาญแน)่ และแม่ก็ได้ลูกชายคนหวั ปีในคืนนนั้ ผมเชือ่ ว่า
แม่พูดจริง เพราะแม่เป็นคนคลอดเอง คงจาวันไดถ้ ูกต้อง แตพ่ ่อผ้ไู ปทาสูติบัตร ไปแจ้งนายทะเบียนไว้แลว้ นาย
ทะเบยี นทาตกหลน่ กว่าจะได้สูตบิ ตั ร กต็ อนผมอยชู่ น้ั ป.4 แลว้ และลงวันเกิด วนั ท่ี 12 ตุลาคม 253 เม่ือไป
ดปู ฏิทนิ 100 ปี วนั สารทเดอื นสบิ ปีนัน้ ตรงกบั วนั ท่ี 23 กันยายน 2503 สรุปว่าผมนา่ จะเกดิ วันที่ 23
กันยายน 2503 แต่นายทะเบยี นหรอื พ่อก็ไม่ทราบ ทีล่ งวันที่ผดิ ถา้ ลงไม่ผิดป่านนผ้ี มเกษยี ณไปตั้งแตป่ ที ่ี
แลว้
สภาพวิถชี วี ิต
ตอนทจ่ี าไดบ้ ้านท่ผี มอยู่ เป็นบ้านกั้นจาก มุงจาก มนี อกชานปูดว้ ยตน้ ไมก้ ลม (กลมบ้างคดบา้ ง)ตัดมา
ทั้งดนุ้ มาวางเรยี งกนั มัดดว้ ยเชอื กแน่นหนา พ่อเปน้ ลกู คนที่ 3 ของปู่ ในจานวน 4 คน (กบั ย่าคนที่ 1)
ต่อมาย่าเสียชวี ติ ปู่มีย่าใหม่ มีลูกกบั ย่าใหม่อีก 10 คน(ถ้าจาไม่ผดิ ) พ่อมีสมบตั ิมาชิ้นเดียวคือสวนประมาณ 6
ไร่ ท่อนบน เป็นสวนยางเก่า เรียกว่าปา่ ยางมีเหมาะกว่า เพราะในปา่ ยางมไี มผ้ ลอืน่ ๆสารพดั เชน่ ขนุน สะตอ
เนยี ง และไม้อน่ื ๆ แซมในป่ายาง ส่วนท่อนลา่ งลงไปถงึ ทะเล เปน็ นา ซ่งึ ทานาได้ปีละประมาณ 1 เกวียน คาด
~4~
เอาจากเลียงข้าว ปลี ะ 1000 เลยี ง สว่ นแม่ เป็นลกู คนแรกในจานวน 3 คน ของพ่อเฒ่า กับแมเ่ ฒ่า แล้วก็
เปน็ ไปแบบเดยี วกบั พ่อเลย คือ แมเ่ ฒ่าเสยี ชีวติ พ่อเฒา่ ได้แมเ่ ฒ่าใหม่ มีลูกอีก 9 คน (อันนีก้ ็ประมาณ
เหมือนกัน) สมบัติของแม่ คือสวนเน้ือทใ่ี กล้เคียงกับของพ่อ นอ้ ยกวา่ นดิ หน่อย มสี วน แต่ไม่มีตน้ ยาง เปน้ ท่ีตงั้
บ้าน และไมผ้ ลสารพัดรอบบ้าน
ชวี ติ คนเกาะใหญ่บา้ นแหลมชนั หมทู่ ี่ 6 ตาบลเกาะใหญ่ ต้ังแต่หัวบ้านถงึ ทา้ ยบ้าน เป็นญาติกนั
ทงั้ หมด ใชช้ ีวิตแบบสบายๆ ไม่เรง่ รีบไมต่ ้องแข่งขัน ข้าวมีกินจากการทานา ปลามีกินจากการหาปลาในทะเล
ใช้จา่ ยเงนิ น้อยมาก ขายยางได้สิบบาท ยสี่ ิบบาท พอถงึ วันนดั ก็ออกไปตลาดนัดทุ่งบัว ซ้ือส่งิ ของทจ่ี าเป้นทท่ี า
เองไมไ่ ด้ เช่น กะปิ หอม กะเทียม นา้ ผงึ้ (นา้ ตาลโตนด) ซ่งึ นา้ ผ้งึ น้ีเอามาใช้ทาขนมกนิ กันเวลาอยากกินของ
หวาน บางทไี มม่ ีเวลาทาขนม ก็เอาขา้ วเยน็ มาราดดว้ ยน้าผ้ึง กินพอหายอยากขนม แต่ไมไ่ ด้กนิ ขนมกไ็ ม่เปน็ ไร
เพราะมผี ลไม้สารพัดตามฤดกู าลกนิ ในการทาขนมสว่ นมากเป้นขนมกวน ตอ้ งใช้เวลามาก เร่มิ จากแช่
ขา้ วสาร เอาไปบด ขนึ้ มะพร้าว ขดู มะพร้าว ค้ันกะทิ เอาแป้งผสมกะทิ และน้าผ้งึ โหนด แล้วเอามาตง้ั ไปกวน
ดว้ ยไม้ฟน้ื จนส่วนผสมเหนยี มหนึบ จึงเอาไปเทใส่ถาด รอใหเ้ ยน็ ใชห้ างชอ้ นเขียวตดั เป็นชิ้นๆ กนิ ไดห้ ลายวัน
ชวี ิตท่เี รียบงา่ ย อาศัยกับคนท่ีรู้จัก ท่ามกลางญาติพ่นี ้อง มคี วามอบอุ่น คนภายนอก แทบจะไม่มีเข้าไป
ในแหลมชันเลย เพราะการเขา้ ไปมีได้สองทาง คือ ไปทางเรือ กบั เดินขา้ มเขา ไป คนไม่มธี ุระสาคญั จริงๆ จงึ
ไม่ค่อยเข้าไป และคนภายในก็ไม่คอ่ ยได้ออกไปสู่โลกภายนอก วถิ ึชวี ิตหนา้ ตัดยาง กต็ ัดยาง หน้าฝนนา้ มา ลง
ทะเล(ทาประมง) ดักไซ ทอดแห วางกดั ขายผลไม้ทสี่ วน ปลกู แตงโม ทานา หมนุ เวยี นสลบั กันไป ไม่
สบาย แตพ่ ออยู่พอกนิ ตามประสาคนชนบท ไม่ตอ้ งจ่ายคา่ นา้ (น้าบ่อ) ไม่ต้องจ่ายค่าไฟฟา้ (ไม่มีไฟฟ้า ใช้
ตะเกยี งน้ามนั ก๊าด น้ามันก๊าดขวดละ 1.50 บาท ใชเ้ ติมตะเกยี งได้ทัง้ เดือน) ไมต่ อ้ งจ่ายค่าแกส้ (ไม้ฟนื มที ัว่ ไป)
สาคัญทีส่ ุดคือมเี วลาอยู่ดว้ ยกันในครอบครัว
ชิวติ วัยเรียนประถมตน้
ชีวติ วัยเดก็ จะเปน็ อย่างไร ทาอะไร ผมจาไม่ค่อยได้ วา่ ก่อนทีจ่ ะเขา้ โรงเรียน ใช้ชวี ติ อยา่ งไรบา้ ง ภาพ
แรกของการไปโรงเรยี นคือ พ่อไปสง่ อย่าคิดนะวา่ พ่อจะพารถเครือ่ งไปสง่ สมัยนั้นรถถีบยังหายาก เดินนี่
แหละ พ่อพาเดินจากบา้ นต้องเดนิ ขนึ้ เขาไปทางป่ายาง ทางเดนิ เล็กๆพอเดินได้พ้ืนทางเดินมีก้อนหินใหญบ่ า้ ง
เลก็ บา้ ง มหี ลุมบา้ ง ตอไมบ้ ้าง พอผ่านเนนิ เขาออกทางราบ จะมที างเดินบนคนั นา แล้วเข้าสถู่ นนดิน จนถงึ
โรงเรยี น ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร แต่ใชเ้ วลาเดนิ นาน และทกุ คนเดินเหมือนกนั หมด ไมม่ ีใครมีพาหนะ
ยกเวน้ บางคนมีมา้ แต่มีน้อยคน พอเดินผ่านวดั ทุ่งบวั หน้าโรงเรียน ผมเงยหนา้ ขึน้ มองเห็นโรงเรียน เสยี ง
เด็กดงั เจ้ียวจ๊าว เดก็ วิ่งกันขวักไขว่ ตอนนั้นโรงเรยี นเขา้ แล้ว แตผ่ มกบั พ่อมาสายเพราะเป้นวันแรกที่มา
โรงเรยี น (สมัยกอ่ นไมม่ ีอนุบาล) รสู้ กึ ตนื่ เตน้ มาก ใจเตน้ ตึ่กๆ นหี่ รือโรงเรียน แลว้ พอ่ ก็พาไปพบครูประจาชนั้
ป.1 ครเู ลยี บ ภิรมศาสตรก์ ลุ ครูกร็ บั เขา้ นั่งเรียน แตม่ นั ต่ืนเต้นไม่เคยสมั ผัสมาก่อนในชวี ิต น่งั มา้ นั่งทาด้วยแผน่
กระดาน หอ้ งเรยี นหอ้ งเดียว แบ่งเป็นสองชั้น คือ ป.1 ก กับ ป.1 ข ก้ันกลางดว้ ยแผ่นปา้ ยแบบเดยี วกบั ป้าย
ปิดประกาศเวลาเลือกตงั้ แต่ไมม่ ีไม้อดั เขาใช้ไปเตยสานเป็นแผน่ เอามาปิดกั้นแทนไมอ้ ัด ผมกไ็ ด้เรยี น หัด
เขยี น หดั อา่ น ตอนเขียนใช้กระดานชนวนซง่ึ เขียนด้วยดนิ สอหิน เขยี นได้สองหน้า ถาคเช้าหน้าหนึ่ง อกี หนา้ ไว้
เขียนภาคบา่ ย เม่ือเขียนแล้วสง่ ครู ครูจะเขยี นดว้ ยชอล์ค ในกระดานของเราว่า ดี หรอื ดมี าก จรงิ ๆก็
ไมใ่ ชอ่ ่านออกว่าเขยี นอะไร แตพ่ อเหน็ เขยี นยาวๆ กด็ ีใจ และเกบ็ ไปอวดพอ่ กับแม่ทบี ้าน ไม่ยอมลบ การ
ลบกระดานชนวนนั้นใชน้ ้าลบกไ็ ด้ แต่ที่นยิ มกันคือการใชผ้ กั กะสัง หรือทีเ่ ราเรยี กกันวา่ ผกั สัง หักเปน็ ทอ่ นๆ
แลว้ เอามาถู แตบ่ างคนงา่ ยกว่าน้นั ใชน้ ้าลายลบ ก็สะดวกไปตามประสาเด็ก
~5~
ทโ่ี รงเรียนประถม วนั ไปโรงเรียนจะมีเพ่ือนสีห่ ้าคน ซ่ึงบ้านอยู่ใกล้กนั ตอนเช้าจะรอกันจนครบ แล้วเดนิ
ไปโรงเรยี นด้วยกัน ตามทางเดนิ แน่นอนท่ีสุดวา่ ไม่มใี ครมีรองเท้าสกั คน เดนิ ตนี เปล่าตลอดสีป่ ี ผมจาไดว้ า่
เส้ือนกั เรยี น ใชแ้ ค่ตวั เดยี วตลอดสี่ปี ตอนนัน้ ไมม่ เี สื้อแจก ไมม่ ีนมแจก ไมม่ ีอาหารกลางวนั แมใ่ ห้เงนิ มา 50
สตางค์ ใส่ถุงกางเกงรัดยางไว้ พอเทย่ี งเอาออกมาซอื้ ขา้ ว 25 สตางค์ ซ้ือขนม 25 สตางค์ วนั ไหรเผลอจ่าย
ไปเสียก่อน ตอนเทยี่ งก็อด ขนมที่แม่ค้าขาย ขนมชัน้ ขนมหนา้ ถั่วสามชิน้ 25 สตางค์ ขา้ วตม้ มัดห่อละ 25
สตางค์ ก็พออ่มิ ในงบหา้ สิบสตางค์ แตเ่ วลากลบั บ้านตอนเย็น ท้งั หิว ทัง้ เหนือย เลยต้องหาของวา่ งกนิ
ระหว่างทาง ผลไม้ป่าพวกเรารจู้ กั กันเกือบทุกชนดิ ยอดอะไรกนิ ได้ ผลอะไรกนิ ได้ เป็นการถ่ายอดร่นุ สรู่ ุน่
ทโี่ รงเรยี นมลี กู ฟุตบอลลูกเดียว ตอนเชา้ ต้องรอลกู ครูมาก่อน เขาจะถือกญุ แจโรงเรยี นมาเปดิ (ไม่มภี าร
โรง)พอเปิดประตูไดส้ กั บาน ก็เปดิ ได้ทุกหอ้ ง เด็กๆก็เอาลกู ฟตุ บอลลูกน้นั มาเตะกนั สนุกสนาน ใครจับได้กเ็ ตะ
โด่งไป ใครว่งิ เร็วกว็ ง่ิ ไปจบั ให้ไดก้ ่อนแลว้ จะไดเ้ ตะตอ่ ไป ก็สนุกสนานชว่ งเวลาก่อนเข้าแถว
พอสอบไล่ป 1 เสร็จผมกเ็ ลน่ อยบู ้าน ไม่ไดไ้ ปโรงเรียน ไม่ได้ไปฟงั ผลสอบ พอดพี ่ีสาว(ลูกลงุ )แกทราบมา
จากไหนไม่รู้ มาบอกแมว่ ่า ผมสอบได้ที่ 2 แม่ก็มาบอกผม ผมก็ถามแม่วา่ แมส่ อบไดท้ ่ี 2 เนยี่ ไดเ้ ล่อื นชนั้ ม่าย
แมก่ ็บอกวา่ ได้ และหลังจากนนั้ ผมกเ็ รียนจนถงึ ป.4 ช้ันป 2 เรียนกบั ครปู รียา มณีรัตน์ (ครแู ปลก) โดนตี
หลายคร้งั เพราะท่องสตู รคณู ไมจ่ า แกเรยี กนกั เรยี นไปท่องต่อหน้า เอาไม้บรรทดั ไมจ้ อ่ ทีน่อง ตดิ ขัดตรงไหนก็
เพย๊ี ะ เขา้ ไป พวกเราเลยจาสูตรคูณมาจนทกุ วนั น้ี ป.3 เรยี นกบั ครจู ิม ชมุ ทอง จาได้วา่ พอวันพฤหสั บดี
นกั เรียนทุกคนตอ้ งตแี บบบัญชีไวใ้ นสมุด เพือ่ ทาบัญชีรับจา่ ย เปน็ อะไรทตี่ ้องพถิ ีพถิ ันมากในการตีแบบฟอรม์
บญั ชี ป.4 เรียนกับครจู รัส ภริ มย์ศาสตรก์ ลุ และในวันศุกร์ทุกสปั ดาห์จะมีการสวดมนต์ไหวพ้ ระ และครูใหญ่
คือครูเจือ สิทธชิ ยั อบรมนักเรยี น มกั ใชเ้ วลานานๆ นกั เรยี นทน่ี ั่งประชมุ ซ่ึงน่งั พ้ืนในห้องพักครู บ่อยครั้งทปี่ วด
อจุ จาระแตไ่ ม่กล้าบอกครู เลยปล่อยเลอะเทอะ พอเลิกประชุมก็จะท้งิ ไวเ้ ป็นอนุสรณ์ ตลอดส่ีปที ท่ี ุ่งบัวผลการ
สอบทกุ ครงั้ ไม่เคยได้ท่ี 2 อีก ไดท้ ี่ 1 มาตลอด (ไม่ได้โม้)
ชีวิตวัยเรยี นประถมปลาย
จบช้นั ป.4 จากโรงเรียนวัดทงุ่ บวั ต้องไปเรียนตอ่ ชน้ั ป.5-7 ที่โรงเรียนวดั โตนดดว้ น ได้ถ่ายรูปคร้ังแรก
เพ่อื ขอใบสุทธิ ไปถ่ายที่บา้ นครอู รุ ัตน์ ทิพยสงคราม วนั ไปรับรูปถา่ ย (ถา่ ยสามรูป) เอามาดูถงึ กบั ตกใจ ทาไม
ตวั เองหน้าตาแบบนี้ ด้วยความท่ีไม่เคยเป็นหนา้ ตวั เอง จาไม่ได้ว่าเคยสอ่ งกระจกบ้างม้ัย แตต่ กใจหนา้ ตัวเอง
ไดใ้ บสทุ ธแิ ลว้ ก็ไปสมัครสอบเข้าเรียนชัน้ ป.5 ตอนนไ้ี ด้เส้อื นักเรยี นตวั ที่สองแลว้ ได้มาต้ังแต่วนั สอบไล่ ป.4
แมซ่ ื้อผา้ ใหใ้ ห้น้าตดั ให้ ตัวละ 3 บาท ใสไ่ ปสอบ การเดินทางจากบ้านไปโรงเรียนวดั โตนดดว้ น ใช้เสน้ ทางเดมิ
เพม่ิ ระยะทางไปอีกเท่าตัว แต่เป็นทางเดนิ บนถนนดิน ในชว่ งนัน้ เรม่ิ มีถมลูกรังบ้างแล้ว ตอนเรยี น ป.4 มีรถ
แทรคเตอร์เข้ามาไถทาทาง เสียงรถแทรคเตอร์ ที่พวกเราเรียกว่า รถดนุ ทาเอาพวกเราวิง่ ไปดูหมดทั้งโรงเรียน
การสอบเข้าเรียนชั้น ป.5 ผ่านไปดว้ ยดี ตอนประกาศผล มงี านสงกรานต์ทว่ี ดั ทงุ่ บวั พอดี ครูจ่า ชุมทองมา
ประกาศผลบนเวที จาไม่ไดแ้ นช่ ดั ว่าเปน็ เวทรี าวง หรอื โรงโนรา แต่ที่จาได้แม่นคือผมได้ข้นึ ปรากฏตัวบนเวที
ในฐานะทีส่ อบเขา้ ไดท้ ่ี 1 และในวันเปดิ เรยี น ครูใหญ่(ครจู าลอง ขวัญชื่น) ซื้อหนังสอื เรยี น ป.5 ให้ 1 ชดุ ยงั
ระลกึ ถึงพระคณุ ท่านมาจนบดั น้ี
ผมไมร่ วู้ า่ ชว่ งทเ่ี รยี นน้ันเราดแู ลสขุ ภาพกันอยา่ งไรบา้ ง แต่จาไดว้ า่ ตอน เรยี น ป.5 ครูพยอม ทิพย์สงคราม
สอนวิชาสุขศกึ ษา เก่ียวกบั สขุ บญั ญัติ 10 ประการ เนน้ เรื่องการแปรงฟัน แลว้ ให้นกั เรียนเอาแปรงสีฟันจาก
บ้านมาให้ครูดู เพ่ือยนื ยันวา่ มีแปรงสฟี นั ผมไมเ่ คยมีแปรงสฟี ัน แม่บอกว่าเอาของแม่ไป ก็เอามาใหค้ รดู ู
ท่ีน้คี รูให้แปรงให้ดู ก็เลยตอ้ งแปรงให้ครูดู ครคู งมองออกหรอกนะว่าใครเคยแปรงฟันหรือไมเ่ คยแปรงฟนั
~6~
การเรยี นที่โรงเรียนวัดโตนดดว้ นไดเ้ จอเพื่อนรุ่นพ่ี ที่อายุแก่กวา่ หลายๆปี ผมเปน็ คนตัวเลก็ แตเ่ พ่ือนๆ
เกรงใจ ไม่เคยมีใครรังแก ตอนเชา้ ๆ พวกเขามาก่อน ผมบา้ นไกลมาถงึ หลัง พวกเขาจะมารบั ทป่ี ระตโู รงเรียน
เพราะอะไรรมู้ ยั้ เขาตอ้ งการดูวา่ ผมทาการบ้านแบบไหน จะเอาไปดู การเดนิ ทางไปโรงเรยี นไกลขึ้น แตก่ ็ดี
หน่อยทีม่ รี องเท้า คงจะเป็นคู่แรกในชวี ิต เหน็ เพอ่ื นใส่รองเท้านกั เรียนตราบอล มเี ชือกผูกแบบแบนๆ อยากได้
แบบน้ัน แตแ่ มซ่ ื้อมาใหย้ ี่หอ้ อะไรไมร่ ู้ เชอื กผูกกลมๆ ไมห่ ุ้มหัวด้วย เลยไมช่ อบแต่ก็จาทนใส่ จริงๆแลว้ รองเท้า
ใส่จากบ้านก็จริง แตร่ ะหว่างทางต้องถอดหลายคร้ัง เพราะเม่ือเจอทางทีต่ ้องลุยนา้ กต็ ้องถอดรองเท้าห้วิ พอพน้
นา้ ไปก็สวมอีกที ตรงไหนเล่ียงได้ไมต่ อ้ งถอดก็เล่ยี ง ตรงไหนเลย่ี งไมไ่ ดก้ ต็ ้องถอด เดินทุกวนั เหน่อื ยมาก เพื่อน
เขามีจักรยานถบึ ไปโรงเรยี น ผมอยากไดต้ ้ังแต ป.5 จนเรียนจบก็ไม่ได้ เคยยืมรถจกั รยานเพอ่ื นหดั ถบี ตัง้
หลายครง้ั จนถบี เปน็ แลว้ แตย่ ังไมม่ ี วันไหนเดินมาโรงเรียนแลว้ มเี พอ่ื นถบี รถมาตามหลัง พวกเรา(หลายคน) ก็
จะวิง่ ตามจักรยาน จนหอบ แต่ก็ถงึ โรงเรยี นเร็วขน้ึ
ช่วงหน้าฝน เป็นชว่ งทล่ี าบากแสนสาหัส แตต่ อนน้ันไมไ่ ดร้ ้สู กึ อะไร การเดนิ ทางไปโรงเรยี นตอนหนา้
ฝน แม่จะซ้ือผ้ายางให้ คลุมหัวถงึ เทา้ ผกู รวบไวท้ ่ีคอแล้วกเ็ ดิน รองเทา้ ไม่ต้องสวม ทางเดินบนเขาไม่เปน็ ไรแต่
ทางเดินจากริมเขา มาถงึ ชายคลองทุ่งบัวเปน็ ถนนดิน มีหญ้าข้นึ แลว้ มวี วั ทีเ่ ขามาผูกไว้บนถนน เฉอะแฉะน้า
โคลน ขวี้ ัว กเ็ ดินเทา้ เปล่ากนั ทุกคน ไมม่ ีใครบน่ เลย
ในชว่ งสงกรานต์ ในวดั ท่งุ บัว จะมีงานสงกรานต์หลายๆวนั มีมหรสพ หลายอยา่ ง เชน่ หนงั ตลุง โนรา รา
วง หนังฉายกลางแปลง พวกเราจะเกบ็ สะสมเงนิ ไวเ้ ท่ียวงาน ในช่วงสอบไลป่ .5 เสรจ็ ผมก็คิดจะหาเงิน แต่ไม่
รวู้ ธิ ไี หนดี เดก็ แถวทงุ่ นา โตนดดว้ น เชงิ แส กาหรา โรง เขามนี า เขาจะออกเกบ็ ลูกข้าว คือข้าวท่ีงอกออกมา
หลังจากท่เี จ้าของนาเก็บเสรจ็ แล้ว หรือรวงข้าวท่ีตก ได้ขา้ วกเ็ อาไปขายโรงสี แตท่ ่ีแหลมชันไมม่ ี จึงหัดตัดยาง
ทงั้ ท่หี นา้ นน้ั เปน็ ชว่ งยางผลดั ใบ แต่ด้วยความอยากได้เงิน ก็ไปลองตดั ดู สองสามวันแต่น้ายางมนั ไม่ออก ไดม้ า
วนั ละเล็กนอ้ ย ก็เอามาทาขยี้ างขายได้ไม่กบ่ี าท พอดีน้าเขยแกจะทาไซดักกุ้ง แกต้องการลวดไม้เล็กๆ เพื่อไป
ทาแผงไซ เราเรียกทา โมล๊ะ (อา่ น ม ควบกล้อ กับ ล) คือลักษณะแผงท่ี เอาลวดไม้ท่ีเอามาตตี ิดกับไมย้ าว
ห่างกันช่องละประมาณ 5 ซม เอาไปวางกนั้ ทางเดนิ ของกงุ้ ปลา แกจา้ งใหต้ ดั ลวดไมเ้ ลก็ ๆ ตรงๆขนาดเทา่ หัว
แมม่ ือ ยาวประมาณ 150 ซม มัดรวมเปน็ มัดๆ มัดละ 100 ก้าน แกให้ราคา มัดละ 5 บาท ผมกพ็ ยายาม
ข้ึนเขา ตัดลวดไม้ใหไ้ ด้วนั ละมัด จนในที่สดุ ก็ได้ครบ สง่ งานตามสญั ญา.
กอ่ นจบป. 7 เขาใหเ้ ด็ก ป.7 ท้ังหมด ไปสอบรวมกันที่โรงเรยี นวดั เชงิ แส พ่อจงึ พาไปฝากไว้ทีบ่ า้ นนา้
นอ้ งของพ่อ พร้อมกับลูกพล่ี ูกนอ้ งอกี คน ชว่ งน้ันนา้ เจ้าของบ้านกาลังถงึ ฤดูเก็บขา้ ว เขาออกไปเก็บขา้ วทกุ
วนั ไปแตห่ วั รุง่ กลบั มามืดๆ มนี ้าอกี คนหุงขา้ วให้ แตก่ บั ข้าวไมม่ ี เราสองคนพ่นี ้อง ไดก้ ินแต่ขา้ วกับมะมว่ งจ้ิม
กะปิ จนวันสดุ ทา้ ยนา้ จงึ ได้ไปทอดแดหาปลามากินกนั แตผ่ ลสอบเรากผ็ า่ นจนได้ จบ ป.7 มาโดยทาสถิติท่ี
โรงเรยี นวดั โตนดด้วน ครองท่ี 1 มาทกุ คร้ังทุกปี
ในช่วงปดิ ภาคเรยี นชั้น ป.7 หลังจากสอบเสรจ็ ช่วงนั้นข้าวเรมิ่ สกุ คนทานาเยอะๆกจ็ ะหาตนชว่ ยเกบ็
ข้าว เรยี กวา่ ออกปากจา้ ง คือการจา้ งแต่ออกปากกลายๆ จะมคี นมารวบรวมคนแล้วหัวรร่งุ จะนัง่ เรอื ไป
ส่วนมากนาจะอยแู่ ถวโตนดด้วน เชิงแส ผมจะไปกบั แมด่ ้วย ชว่ ยเก็บกับแม่ แมผ่ กู เลียงให้ เขาให้ค่าจ้างเปน็
รายวัน ผู้ใหญว่ นั ละเท่าไหร่จาไมไ่ ด้ แต่ผมได้ 15 บาท ตอ่ วนั กเ็ ปน็ งานทสี นุก แมจ้ ะร้อน เจ้าของนาจะเลย้ี ง
ข้าวเชา้ เที่ยง บ่ายๆอาจจะมีขนมเท่ดิบ มาให้ซดชืน่ ใจ แตก่ ารไปเก็บขา้ วที่ขาดไม่ไดค้ ือแตงโม เวลารอ้ นๆหวิ
น้า ผ้าแตงโมกนิ แล้วชน่ื ใจ
~7~
ชีวติ วัยเรยี นมัธยม
เมอื่ เรียนจบ ป.7 พอ่ จะไม่ให้เรียนตอ่ แตด่ ว้ ยทนคาออ้ นวอนของเพอื่ บา้ นไม่ไหว จงึ ยอมให้ไปสอบเรยี น
ต่อทโ่ี รงเรียนระโนดวทิ ยา การเดนิ ทางไประโนดในช่วงนั้นไม่ไดส้ ะดวกสบายอย่างตอนน้ี ตอ้ งน่ังเรอื เล็ก(เรือ
พก) มีคนแจวออกไปรอเรอื ยนต์ (เพราะเรอื ยนต์เข้าถึงฝ่งั ไม่ได้) พอข้ึนเรือยนต์แลว้ ก็นัง่ เรืออีกสองสามชวั่ โมง
ถงึ ระโนด ไปนอนท่บี ้านน้าที่ใกล้คลองโภคา(คลองโพกพาก) รุง่ เชา้ เดินไปสอบทโ่ี รงเรียนระโนดวทิ ยา(ทเี ก่า)
ใกล้ๆตลาดตก แลว้ กลบั มานอนบ้านนา้ อกี คืน รุ่งเช้าจึงจะเดินทางกลบั ดว้ ยเรือยนต์ พอวนั ประกาศผลก็
ต้องมาระโนดอีกที เพือ่ มาดปู ระกาศผล ผลปรากฏวา่ ผมสอบได้ที่ 6 คนที่ 1 คอื วฒั นา ผาสกุ จากคลองแดน
กด็ ีใจ เตรยี มตัว ตงั้ ใจจะมาอาศัยบา้ นน้าคนเดิม แต่ไมท่ ราบเกิดอะไรขน้ึ น้าแกย้ายกลบั ไปเกาะใหญ่ จึงได้
อาศัยบา้ นของลงุ (พี่ของพ่อ) ซ่ึงแกมีบา้ นใกล้ๆบา้ นนา้ และลูกของลงุ กเ็ รียนทโี่ รงเรยี นราษฎรบ์ ารงุ เลยไดไ้ ป
อาศยั อยู่พักหนงึ่ ก่อนจะขยัยขยาย การมาอยู่มาเรยี นทร่ี ะโนดตอ้ งหงุ ข้าวทากับข้าวเอง เอาข้าวสารมาจาก
บ้าน เอาถา่ นหงุ ข้าวมาจากบ้าน เอาอาหารสดแห้งมาจากบ้าน มาทากินกนั เอง วันนั้นจาไดว้ ่าไม่มีปลา แต่มี
เคร่อื งแกง มีผักบงุ้ มนี ้าสม้ คิดจะแกงสม้ แกงสมั ไม่มีปลา ใสแ่ ตผ่ ักบงุ้ กล็ งมิทาแกงสมั หงุ ขา้ วกนิ เสรจ็
เรยี บร้อย หันไปทีเ่ จาไฟ นา้ ส้มยงั อยูใ่ นขวด ไมไ่ ด้ใสท่ ี แต่ก็อร่อยแล้ว
ตอ่ มา เพ่อื นท่ีเคยเรียนทีโ่ ตนดด้วนดว้ ยกนั บอกว่ามบี ้านทีเ่ ขาใหเ้ ด็กนักเรยี นอยู่ เสยี ค่าเชา่ เทอมละ
100 หงุ ข้าวกินเอง เปน็ รา้ นทาขนม อย่แถวไปรษณียร์ ะโนด(ปัจจุบันคือรา้ นขนมเปยี สงวนศรี)เจ้าของบ้านคอื
นา้ สอ่ ง คงสุข นา้ สงวน คงสุข แกเปิดเปน็ ร้านทาขนม มีขนมเปยี ขนมถ่ัวตดั ขนมเกาะอ่อน น้าสอ่ งแกเป็นคน
เกาะใหญ่ จึงรับนกั เรยี นจากเกาะใหญใ่ นฐานะเป็นลูกหลานมาอยู่ จ่ายแค่ค่านา้ คาไฟ ก็ไดย้ ้ายมาอยู่ทีน่ ี่ ขน
สัมภาระประจาตวั ประกอบด้วย หม้ออลมู ีเนียมเบอร 18 2 ลูก จาน ช้อน เส่อื หมอน เครือ่ งเรยี น เสื้อผา้
อ้งั โล่เลก็ ๆ เชา้ ๆกจ็ ะมีหม้อหงุ ขา้ วเรยี งรายของแตล่ ะคนลกุ ขน้ึ หงุ ข้าว เตรยี มกนิ ไปโรงเรยี น มเี พอื่ นๆจาก
เกาะใหญ่ มาอยู่ที่น่ีท้ังชาย หญงิ ประมาณ 8 คน เสรจ็ เรยี บรอ้ ยก็เดินทางไปเรยี น ตอยมศ.1 เรยี นทโี่ รงเรยี น
ระโนดวิทยาเกา่ (ทตี่ ้งั สวนบรู พาจารย์ปจั จบุ ัน) พอขึน้ ชัน้ ม.ศ.2 เขายา้ นท่เี รยี นไปทใี่ หม่ ท่ีตงั้ โรงเรียนระโนด
วทิ ยาปจั จุบนั แตส่ มยั นั้นเดก็ รว. เดนิ กันทกุ คน ตอนเช้าๆเดนิ กันเปน้ แถว ตอนเลิกเรียนก็เดนิ กันเป็นแถว
(จรงิ ๆแลว้ เดินกันเป้นกลุ่มๆนั่นแหละ)
การเดินทางช่วงนเ้ี ร่มิ มรี ถสองแถว วงิ่ จากเกาะใหญ่ มาระโนด ออกจากเกาะใหญเ่ ชา้ กลับช่วงบา่ ย
วันละ เท่ียวเดียว และเร่ิมมรี ถวง่ิ เขา้ ไปถงึ แหลมชนั เขาช่วยกันทาสะพานช่วงที่เป็นทางนา้ โดยใช้ต้นโตนดสอง
ต้นมาวางคกู่ นั ยึดติดกันด้วยเหล็กเสน้ พอให้ล้อรถเคลอื่ นไปได้ แต่สว่ นใหญ่ผมจะมาขึ้นรถทท่ี ุง่ บวั ในวนั
กลบั บ้านเสารอ์ าทติ ย์ จะกลับถงึ บา้ นเสาร์เยน็ เพราะรถออกบา่ ยวันเสาร์ ไปถงึ บา้ นกร็ ับตัดไมเ้ ผาถา่ น เตรียม
เสบียงตา่ ง ๆ เพื่อเอามากนิ ในชว่ งสปั ดาห์ทีอ่ ยู่ระโนด เข้าวันอาทิตย์ พ่อต้องออกมาส่ง เพราะต้องแบกข้าวสาร
หวิ้ ถุงถา่ น และกระเป๋าใส่ของจปิ าถะ ถ้ารถเต็ม เด็กผชู้ ายกจ็ ะไดข้ น้ึ ช้นั สอง คือบนหลงั คา นง่ั ชมววิ บนหลงั คา
ถนนสายระโนด เกาะใหญ่ ยังเปน้ ถนนดนิ บางครงั้ เปน้ โคลน เป้นหลุม เปน็ บ่อ กโ็ ยกเยกๆ ตลอดทาง จนถึงระ
โนด ลงจากรถต่างคนกแ็ บกและหิ้ว สะพพายกระเปา๋ เดนิ เข้าที่พัก ชว่ งบา่ ยเป้นโอกาสทีจ่ ะไดช้ ว่ ยเจ้าของบ้าน
ห่อขนมเปีย ตอบแทนท่เี ขาเอ้อื เฟื้อแก่เรา น้าสงวนแกเอาใจใส่พวกเรา ทุกหัวรงุ่ แกจะปลกุ ทกุ คนลุกขึน้ อา่ น
หนงั สือ บางทีลกุ ขนึ้ อา่ นแต่ตายลายดว้ ยความงว่ ง กย็ ังดีท่ีไดต้ น่ื เรว็ ทาภารกจิ อ่ืนๆได้ ลกุ มาตง้ั หม้อ(หุงขา้ ว)
แล้วอ่านหนงั สือ ผลดั กนั เขา้ ห้องนา้ อาบน้าแต่งตัว บางทีกอ่ นไปโรงเรยี นยังไดช้ ว่ ยเอาขนมเกาะออ่ นใส่ถงุ ได้
อีกถาดสองถาด บางวันหยดุ ทไี่ ม่กลับบ้าน ชว่ ยน้าทาขนม นา้ แกก็ใจดหี ุงข้าวเลีย้ ง กส็ บายไปอีกมื้อ ต้องอยู่
อย่างประหยดั เพราะแม่ใหม้ าจ่าย สองอาทิตย์ 35 บาท ค่ารถเสียแล้ว 3 บาท เหลอื ไว้จา่ ยกับขา้ ว ตอนเสบียง
หมด เสบยี งทีเ่ ตรยี มมาจากบ้านมักจะประกอบดว้ ย เคยเครอื่ ง (คั่วเคย) น้าพริกมะขาม ไขเ่ ป็ด สิ่งทเี่ อามา
จากบา้ นได้ก็เอามา เคยมีครง้ั หน่ึงวนั อาทติ ย์ไม่ได้กลับบ้าน มเี งินเหลือแปดบาท จะทายงั งยั ให้อญูร่ อดตลอด
~8~
หา้ วัน ตอ้ งวางแผน ไว้จา่ ยค่ารถ 3 บาท อกี ห้าบาทซ้ืออะไรใหก้ นิ กบั ข้าวได้ 5 วัน ลองไปดปู ลาแดงแดดเดยี ว
ซื้อห้าบาทได้มาสิบตวั นึกในใจว่ารอดแล้ว สบิ ตัวห้าวัน ยา่ งวันละสองตวั ก็อยูร่ อดมาได้ ในสถานการณ์การ
ประหยดั อีกทางรอดหนง่ึ คอื ผักบงุ้ หนา้ บ้านมผี กั บงุ้ ออกยอดสวย กล็ งไปเกบ็ มาผดั ซ้ือนา้ มนั 1 ชอ้ นห้าสบิ
สตางค์ ผัดหยอดน้าเกลอื ก็พอจะพาข้าวลงท้องได้ ถามวา่ ทโี่ งเรียนได้กินอาหารมั้ย คิดดูว่าเงินทไ่ี ด้มา ถ้า
กนิ มือ้ เทีย่ งอกี คงไมพ่ อ เลยไมก่ ินข้าวเทย่ี งตลอดสามปี พกั เทีย่ งเพ่ือนไปโรงอาหาร ผมไปหอ้ งสมดุ อ่านนิยาย
จนจาได้ เกือบทุกเรื่อง เสยี แต่วา่ ยงั เขยี นนยิ ายไม่ได้
ตอนปิดเทอม ม.ศ.2 พ่อพาไปออกทะเลทอดแห เขาเรียกวา่ การปักแพร่ (ภาษากลางไมท่ ราบเรียก
อะไร) วิธีการคอื เอาหัวทางมะพรา้ วหรอื เรยี กว่าหัวววั มาเหลาเกลาให้เกล้ียงไมม่ สี ่วนแหลมหรอื มุมทีจ่ ะเก่ยี ว
เน้ือแห แล้วนาไปปักในดนิ ใต้น้า ทาโพรงดนิ เพ่ือให้ก้งุ ปลาหลบคลืน่ ลมพลัด ในชว่ ง พค (ลมพลดั มสี องทาง
คอื ลมพลัดหลวง ตัดจากตะวันตกเฉยี งเหนือ และลมพลัดยา พดั จากตะวนั ตกเฉียงใต้ เราตอ้ งคิดก่อนวา่ จะ
ปักแพร่เพ่ือรับลมพลดั ไหน เมื่อลมพลดั นัน้ พดั มาอ่อนๆ กอ็ อกไป ปกั หลกั ไม้ เป็นชว่ งๆ ชว่ งละประมาณ
20 เมตร หรือมากกวา่ น้นั ตามกระแสลม แล้วเอาหัวทางมะพรา้ ว ไปปักในทิศทางใตล้ ม ห่างจากหลกั
ประมาณ 5 เมตร กอ่ นปักต้องหยุดเรอื โดยปักไมถ้ ่อผูกเรือใหห้ ยุด แลว้ เอาทางมะพร้าวดานา้ ลงไปปกั ทาเป็น
เพิง ใหส้ ตั วน์ า้ หลบ ตอนเย็นๆ เม่ือสมพลดั พัดมา กุ้งปลาก็จะหลบคลน่ื ในเพิงน้ัน พอลมสงบ ช่วงเช้า พ่อก็จะ
ขบั เรือ ออกไป หมายไวว้ า่ จดุ ไหนคือหลักเรมิ่ ต้น จะทาเครือ่ งหมายเห็นชัดๆ แล้วก้จะเร่ิมทอดแหให้คล่อม
เพิงน้ัน ก้งุ ปลาท่หี ลบคลื่นตัง้ แต่เมอ่ื คนื ก้ออกมาติดแห บางหลักก็หลายตวั บางหลักกไ็ ม่มี ชว่ งสายๆพอหวิ
พอ่ จะเอากงุ้ มายากบั มะนาวและหอมท่เี ตรยี มไป กนิ กบั ขา้ วหอ่ น้ากอ้ กินน้าทะเล บา่ ยๆกเ็ อากงุ้ ปลามาขาย
บางทีไดป้ ลาปักเป้า ถ้ามันติดแหขึ้นมา ต้องรีบจบั ตัวอย่าให้ปากมนั กัดแหได้ เพราะฟันมันคมมากจะกดั แห
ขาดเป็นช่องกวา้ ง ปลาชนิดนถี้ ้าคนร้จู ดั กนิ เอามาลอกหนังเอาจุดที่เป็นพิษออก ตม้ ยาเน้อื จะหวาน แต่ถ้าทา
ไมเ่ ป็นก็อาจจะเกิดอันตราย ออกทะเลกบั พ่อหลายครงั้ ชอบมาก เพราะได้ขับเรอื หางยาว พอ่ ใหข้ บั ใช้
เครอ่ื งสามแรง เร็วกว่าแจวออกไป พอเปิดเรียนชน้ั มศ.3 น่ังเรียนที่ระโนดวิทยา มองหนา้ ต่างออกไปเหน็
ทะเลสาบ เห็นเรือหาปลา ทาใหค้ ิดถึงพ่อ เพราะบริเวณท่ีมองไปนน้ั คิดว่าคงไม่ไกลจากท่พี ่อมาปักแพร่
เท่าไหร่ (อนั น้ีคดิ ไปเอง)
การคดิ ถึงบ้านเป็นส่ิงทที่ รมานใจมาก นงั่ เรยี นพอหันไปมองทะเล กค็ ิดถึงอยากจะกลบั บ้าน คิดถงึ
สถานที่ คิดถึงบุคคลคดิ ถงึ สารพดั ที่บา้ น อยากใหถ้ ึงวนั ศุกรเ์ รว็ ๆ คดิ ถงึ จนมคี ร้ังหนึ่ง เลิกเรยี นในวนั ศกุ ร์ อยาก
กลบั บา้ น แต่ไมม่ ีรถแลว้ จงึ ชวนกนั สีห่ า้ คน ชวนกนั ออกเดินเท้า เพราะคิดวา่ ยงั งัยต้องถึงกอ่ นที่จะรอโดยสารรถ
ในวันเสาร์ ตกลงกันแล้วกอ็ อกเดินมาตามถนน คิดวา่ คงไมไ่ กล แต่ทไี่ หนได้ เดนิ มาจนเหงื่อแตกแล้ว เพิง่ ถึง
มหาการตอนนนั้ เยน็ มากแลว้ แต่ดว้ ยความท่ีเดนิ กนั หลายคน กเ็ ดนิ กันต่อ จนมดื ค่ามาถึงบา้ นโรง มีเพ่อื นคน
หนง่ึ บอกว่า ทน่ี ่ีเขามบี า้ นญาติ เขาเรียกบา้ นพหี่ ลวง นอนบา้ นพีห่ ลวงหวา ทุกคนไม่มีใครขดั เลยไปบ้านพ่ี
หลวง ไปถึงเจ้าของบา้ นแปลกใจ แต่พอถามไถก่ นั เขา้ ใจแล้ว เขากห็ งุ ข้าว แกงคว่ั มะละกอสับ กับลกู กุง้ นา
ความรู้สกึ ว่าขา้ วมื้อน้นั อร่อยแบบไม่เคยกนิ มาก่อน แลว้ ทงั้ หมดกนอนท่ีนนั่ รุ่งเช้าก็ออกเดินตอ่ ถงึ เกาะใหญ่
ประมาณเท่ียงวันเสาร์ กับระยะทาง 25 กโิ ลเมตร
มาเรียนทร่ี ะโนดวทิ ยา ไมต่ ิดลาดับ1-10 เลย แต่ไดอ้ ยู่ห้อง 1 ตลอดสามปี ปแี รก ม.ศ.1 เรยี นทเี่ กา
มคี รูรสสคุ นธ์ (จานามสกลุ ไม่ได้) เป็นครูประจาชัน้ ม.ศ.2 ครูวิไล อิทธิไมยะ เป็นครปู ระจาช้ัน จาได้ตอย
ม.ศ 2 ได้นง่ั รถเมล์คร้งั แรกของบริษัทระโนดขนสง่ วนั ทไ่ี ปสง่ ครอู ารยี ์ ท่านย้ายไปสะเดา ไปถึงแค่ควิ รถที่
สงขลา แล้วกน็ งั่ รถกลบั ม.ศ.3 ครูภิญโญ เปยี คง เปน็ ครปู ระจาชน้ั ยังระลึกถึงพระคุณครู อาจารยท์ ุกท่าน
เสมอ แม้ท่านท่เี คยสอนแต่ไม่ได้เอย่ ช่ือ
~9~
ชวี ิตวัยรนุ่ เรียนครู
จบ ม.ศ.3 แลว้ ยงั เคว้งตว้าง ไม่มีทิศทางว่าจะไปทางไหนดี ดว้ ยเหตงุ ินก็ไม่มี ที่ปรกึ ษาก็ไม่มี แมเ่ คย
บอกวา่ เรียนอะไรก็ได้ให้ไดจ้ บเร็วๆ ได้ทางานเรว็ ๆ ครง้ั แรกคิดจะไปสอบเจ้าหน้าทอ่ี นามัย แต่ก็ได้แต่คดิ อยู่
ชว่ งนั้นกไ็ ปเกบ็ ขา้ วจา้ งกับแม่อยู่เรอ่ื ยๆ ต่อมาได้ขา่ วว่า(ได้ข่าวจากไหนจาไม่ได้) วค.สงขลา เขาเปดิ รับสมคั ร
สอบครตู าบล เลยไปสมัครสอบโควตา้ ของตาบลเกาะใหญ่ ซงึ่ มเี พ่ือนๆจากเกาะใหญ่ไปกัน 21 คน ไปพกั ที่
เดยี วกนั หลายคน คือบ้านพ่อของวารี สุขแสง ท่ีถนนวุฒิภมู ิ 2 สว่ นมากเป็นผ้หู ญงิ พอประกาศผล ปรากฏว่า
สอบติด 1 ใน 3น (เขารบั 3 คน ของตาบลเกาะใหญ่) สามคนนั้นคือ ผม จริญ ย่ีซ้าย (จรญิ ญา แกว้ ทอง) สาย
อามร สอนคง จึงเป็นอนั ว่าเป้าหมายเรมิ่ ชดั ขนึ้
วันไปรายงานตัวท่ี วค.สงขลา ไปกับรถหกล้อแม่ค้า บางนเรียกรถทุกหมู เกาะใหญ่ -สงขลา ไปพัก
บ้านนอ้ งสาวของป้าสะใภ้ ที่ถนนชยั มงคล ซอย 5 ตอนนั้นตดั กางเกง วค แล้ว กางเกงสีเทา เส้อื สีขาว มเี นค
ไทสเี ทาด้วย คิดว่าไปนอนบา้ นนา้ ก่อนสกั คนื แล้วรงุ่ เชา้ ไปรายงานตวั พอตกเยน็ นึกได้ วา่ ลืมทะเบยี นบ้าน
จาทายังงยั ดี พ่อยบอกวา่ พ่อกลับไปเอา พ่อก็ไปที่ท่าแพ มีรถระโนดตดิ แพอยหู่ ลายคัน จงึ ไดก้ ลับ ผมเลย
นอนบา้ นน้าคนื น้นั รุ่งเชา้ แตง่ ตวั สวมกางเกงขายาวครัง้ แรก รู้สกึ แปลกๆ คนข้างบา้ นพูดว่า คิดวา่ จะมารายงาน
ตวั ม.ศ 1 เนอื่ งจากผมตัวเลก็ ออกจากบ้านน้าทช่ี ยั มงคลเดินมาขึน้ รถทถี่ นนรามัญ หลังโรงพยาบาลสงขลา
เกา่ ชว่ งน้ันมรี ถตุ๊กๆ และรถเมล์รอบเมือง (ค่ารถไป วค รถตกุ๊ ๆ หน่ึงบาท ถา้ รถรอบเมอื ง ห้าสิบสตางค์) ไป
ถึง วค สงขลา แลว้ กย็ ังงง ๆ ทาอะไรไม่ค่อยถูก ก้อรอพอ่ อยู่พักหนึ่ง พ่อก็ตามไป และได้รายงานตวั เข้า
เรียน นกึ ๆก็สงสารพ่อท่ีอตุ ส่าหล์ าบากเดินทาง ทาได้ทกุ อยา่ ง แมว้ ่าพ่อจะไม่คอ่ ยประสีประสากบั การเข้าเมอื ง
มากนกั แตเ่ พ่ือลูกพอ่ ทาได้ ทุกอย่าง เสียดายไม่ไดต้ อบแทนบญุ คณุ พอ่ เลย
เปิดเทอมแรก ผมไปอาศยั กับน้าคนเดิม บา้ นทเี่ คยมาพักตอนมารายงานตวั คา่ อย่คู า่ กนิ รวมกนั เทอม
ละ 350 บาท เขาจดั ที่นอนใหท้ ใี่ นครัว เพราะบ้านแกกห็ ลงั เลก็ ๆ ขา้ งหนา้ ทท่ี ่นี ง่ั แคบๆ แลว้ เปน็ หอ้ งนอน
ห้องเดียว ด้านหลงั เปน็ ครวั มที างออกหลงั บ้าน กจ็ ัดการปเู สื่อจัดท่ที ี่ในครวั เช้ามาก็พับผ้าห่ม ม้วนเสือ่ เกบ็
ใช้เป็นทน่ี งั่ กนิ ข้าว แตด่ ้านหลงั ครัวน่สี ิ เป็นคอกหมู ส่งกลิ่นรบกวนอยตู่ ลอด แต่ก็พอทนได้ น้าผ้หู ญิงแกได้
แผงขายนา้ ผลไม้ที่โรงอาหารใน วค ดว้ ย แกบอกให้ไปกนิ แต่ไม่เคยไปรบกวนแกเลย อย่วู คค่อยดีขน้ึ หน่อย ได้
กินขา้ วเทยี่ งอยู่บ้าง ได้กนิ วนุ้ หน้ากะทิ ท่แี ม่ค้ารุนรถมาขายบ่อยๆ ถ้วยละก่ีบาท จาไม่ไดแ้ ล้ว และในชว่ งน้ี
เอง ท่ีเพอ่ื นเป้า จริญญา ย่ซี า้ ย ได้มาบอกเร่ืองการขอทนุ กันดารจาก อบจ สงขลา ก็เลยไดไ้ ปขอทุนกันดาร ซ่ึง
มีทนุ สามทนุ และ มีนกั ศึกษาครู 3 คน พอดี แต่การขอทุนต้องผา่ นศึกษาธกิ ารอาเภอ จงึ ต้องกลบั มาให้ศกึ าธิ
การอาเภอเซ็นชอื่ ด้วย ก็ตกเป็นหน้าที่ของพ่ออีก ทตี่ ้องเอาไปใหเ้ ซน็ ทั้งที่พ่อคงไมเ่ คยรู้จักเหน็ หนา้ และไม่
เคยข้ึนอาเภอ พอพ่อกลบั มาบา้ นแม่ถามวา่ เสียเงินมั้ย พ่อบอก 20 บาท ยงั นึกในใจว่าศึกษาธกิ ารอาเภอไม่
นา่ เอาเงนิ เราเลย หลังจากนั้นจงึ เอากลับไปท่ี อบจ.สงขลา ในใบสมคั รหรอื สัญญากจ็ าไม่ได้ บอกว่า ปดิ
อาการใหเ้ รยี บร้อยดว้ ย ด้วยความซอ้ื บื้อของผม ไปซื้อเอาแสตมป์ไปรษณีย์มาตดิ พอสง่ ใหเ้ จา้ หนา้ ที่บัดหวั
พดู วา่ อะไรก็ไมร่ ู้ ติดแสตมป์มาทาไม ผมเพง่ิ เข้าใจตรงนัน้ ว่า อากร กบั แสตมป์ มันคนละอยา่ งกนั ในทส่ี ุดก็
ผ่านการขอทนุ กนั ดาร อบจ สงขลา จา่ ยทนุ ใหเ้ ทอมละ 1250 บาท เบิกที่หอ้ งแนะแนว ทุกเทอม รวมสอง
ปี เปน้ เงนิ 5,000 บาท และบรรจุให้รบั ราชการ เม่ือเรียนจบ
ปดิ เทอมปีแรก ผมไมไ่ ด้กลบั บ้าน เพราะนา้ ชายท่ีผมอยบู่ ้านแกน้ัน แกมีอาชพี ก่อสรา้ ง แกถามวา่ ปิด
เทอมจะทางานม้ยั ผมก็อยากทางาน น้าจงึ ใหไ้ ปทางานก่อสรา้ งกับแก สร้างบา้ นแถวๆโรงเรียนเทศบาล 1
ปจั จุบันน้ี งานของผมคอื การปอกเปลือกเสาเข็ม และขดุ หลุม เสาเขม็ สมยั น้นั ใช้เสาไม้ขนาดเท่าขา ใชข้ วาน
ถากเปลือกออกใหเ้ กล้ียง ส่วนการขดุ หลุม เมื่อเขาตอกเสาเข็มเสร็จ กจ็ ะไปขุดหลมุ เพ่ือเมคอนกรีตฐานราก ที่
ลาบากมากคือ พืน้ ดนิ ทีส่ ร้างบ้านนั้น ขดุ ลงไปไม่ค่อยมีดนิ มีแตเ่ ศษแกว้ ลว้ นๆ เปน็ ขวดที่แตก ทางานไปไดแ้ ผล
~ 10 ~
ไป จากแกว้ บาด ส่วนมอื ก็พองแล้วพองอีก เขาให้ค่าแรงวนั ละ 20 บาท ทาได้ 1 งวด คอื 15 วัน ก็บอก
น้าวา่ ไดค้ า่ กินเทอมหน้าแลว้ ขอกลับบ้านก่อน แล้วกก็ ลับบา้ น
เปิดเทอมปที ี่สอง มญี าตจิ ากเกาะใหญ่ มาทางานที่สงขลา มาเชา้ บ้านอยู่ แกก็ชวนไปอยดู่ ว้ ย ทว่ี งั ขาว
ก็ดีกว่าเดิมเพราะมีเพื่อนเกา่ หลายคนมาอยู่ดว้ ยกนั น้าจะทางานชว่ งเย็นถึงดึก กลางวนั กอ้ ยู่บา้ น และว
เหตุการณร์ ุนแรงที่สดุ ในชีวิตผม ก็เกิดขึ้น ในวันอาทติ ย์ที่ ตน้ เดือนสงิ หาคม 2521 ขณะท่ีผมอยู่ทบ่ี ้านเชา้ ท่ี
วงั ขาว จู่ๆพอ่ ก็มาถึงบ้าน ถามพ่อว่าพ่อมาได้งยั พ่อบอกพ่อไปกรุงเทพมา (ช่วงน้ันน้องคนรองไปทางานเย็บ
ผา้ ที่ กรงุ เทพ) พ่อไปงานแตง่ งานของเถา้ แก่ ท่นี ้องชายทางานดว้ ย ขากลับมารถไฟลงหาดใหญ่ แล้วแวะมาหา
ผมกอ่ นทจ่ี ะไปข้ึนรถกลบั เกาะใหญ่ ผมเห็นพ่อสวมถุงเทา้ เป็นครั้งแรก ดว้ ยความไม่เคยพ่อจงึ สวมถงุ เท้าเอา
ขา้ งในออกข้างนอก พอ่ นั่งสักพักก็กลบั หลังจากนัน้ ผมกบั เพื่อนกน็ ง่ั สนุกสนานเฮฮากนั ในวันหยุด แล้วจๆู่ ก็มี
ใครคนหนึง่ มาบอกวา่ รถเกาะใหญช่ นท่ีประตูไชย มคี นเจบ็ และคนตาย ผมถามถึงพ่อ เขาบอกวา่ พ่อโดนไม้
แทงท่ีอก อาการหนัก เหมือนหวั ใจจะหยดุ เตน้ ชา ตอ้ื คดิ อะไรไม่ออก แตก่ ร็ ีบไปโรงพยาบาลสงขลา
เพราะอยูไ่ ม่ไกลกนั กับบ้าน ไปถึง ภาพแรกท่ีเปน้ พ้อนอนบนเตียงคนไข้ มผี า้ ก๊อตเตม็ ตวั สายเลือดสาย
น้าเกลอื ระโยงระยาง ผมเขา้ ไปเกาะเตยี งพอ่ แลว้ ก้วบู หมดสตไิ ป ความรู้สึกเหมือนดาด่งิ ลงในความมืด
ชั่วขณะ สักพักใหญ่กร็ สู้ ึกตัวข้ึนมา คนรอบขา้ งกาลังพยาบาล ใหด้ มยา บีบนวด เมือ่ สติคืนมา ผมเดินไปดพู ่อ
อกี คร้ัง พอ่ ลืมตา มองที่ขวดนา้ เกลือ พดู ออกเสยี งในคอ เอามาให้พ่อ ชีท้ ขี่ วดนา้ เกลือ เอามาต่ะลูก พ่อคง
หิวนา้ ผมร้องไห้อีกครัง้ จนดึก แม่มาถงึ (ตอนนน้ั แม่ทอ้ งน้องคนสุดท้องด้วย แตต่ ่อมาเขาเสียชวี ติ ในท้องแม)่
เราพากันออกมาร้องไห้ดว้ ยกันทหี่ น้าระเบียง แม่บอกว่าพ่อคงไม่อยกู่ ับเราแลว้ ผมคิดถึงนอ้ ง คิดถึงแมว่ ่าจะ
อยูก่ ันยงั งัยตอ่ ไปนี้ ดึกมากแล้วจึงกลับมานอนแต่ก็อยากให้ทกุ อย่างเปน้ แค่ความฝัน ที่ตืนเขา้ มาแล้วก็หายไป
แต่ความจริงก็คือความจริง รงุ่ เชา้ วนั ที่ 9 สิงหาคม 2521 พอ่ กจ็ ากพวกเราไป
หลงั งานศพพ่อ นอ้ งชายกลบั มาอยู่บ้านกับแมร่ ะยะหน่ึง ส่วนผม นา้ ย้ายบ้านไปอยู่เตาอิฐ กไ็ ปกนั
ทง้ั หมด น้าไปทางานตอนเย็น ผมจะไปกับน้าด้วย น้าไปทางานลอกหนังปลาหมึก ปลาหมกึ ที่เขาดองนา้ แข็งไว้
ท่แี พปลา ช่วงค่า เขาเอาออกมาจา้ งคนลอกหนังออก เหลือแต่เน้ือสีขาว ถ้าปลาหมึกตัวโต กกละ 50
สตางค์ เพราะลอกงา่ ย แตถ่ ้าตัวเล็ก กก ละ 1 บาท ผมก็ทางานด้วย ตัง้ แตเ่ ยน็ ถึงตหี น่งึ ได้เงินประมาณ 20
บาท และได้ไขป่ ลาหมึกมากินด้วย แต่อดนอนทาใหก้ ลางวนั ง่วงนอนมาก เพราะกลางวันต้องไปเรียนท่ี วค.
ดว้ ย แต่ตอ้ งอดทนสูเ้ พื่อชวี ติ เพื่อตวั เอง เพ่ือแม่
ในเดอื นตลุ าคม 2521 วค สงขลาให้เลือกโรงเรยี นทีจ่ ะฝกึ สอน ผมเลือกโรงเรียนวัดเจดยี ง์ าม เพราะ
เห็นวา่ อยูใ่ กลบ้ ้าน กลบั บ้านได้งา่ ย และมเี พื่อร่วมรุน่ มาฝกึ สอนที่เดียวกนั หลายคน รวมท้งั มพี ่ี ปก.ศ สูงด้วยนับ
สบิ คน ผูช้ ายทง้ั หมด นอนที่กฏุ ิพระ ไมเ่ ว้นแม้แต่เพ่ือนท่ีเปน็ มุสลิม สว่ นผุ้หญิงพกั ท่ีบ้านพกั ครู มคี รโู สภา
จนั ทรโชติ เปน็ ผู้ดแู ล ตอนนนั้ โรงเรียนวดั เจดียง์ าม มี ครปู ระสทิ ธิ์ ชูช่นื เปน็ อาจารย์ใหญ่ สว่ นผชู้ าย ครกู มล
ภญิ โญ เป็นผู้ดูแลใหค้ วามสะดวก ครูพเ่ี ล้ยี งของผม คือครูประถม พร้อมมูล เปน็ พ่อของครูบุญถนอม ภิญโญ
ภรรยาของครูกมล ภญิ โญ นัน่ เอง ผมได้สอนในช้นั ป.4 ซึง่ จนบัดนย้ี งั จาชือ่ ลูกศิษยร์ นุ่ แรกได้หลายคน แตจ่ า
หนา้ ไม่ค่อยได้แลว้ ป่านนีค้ งอายุ 50 กวา่ แลว้ ยงั ไม่ลมื ครทู กุ ทา่ นทีช่ ว่ ยเหลอื ตอนฝึกสอน
เมื่อสาเนจ็ การศึกษา ประกาศนยี บัตรวชิ าการศึกษา (ป.กศ.) ช่วงก่อนจะบรรจุ ผมไดก้ ลบั ไปอยู่บา้ นกะ
น้องชายคนรอง และแม่ ชว่ งนีย้ ังไม่รายได้อะไร เราสองคน (ผมกับนอ้ งชาย) จงึ ไปหากินโดยการทอดแห เรือ
เรามี แหเรามี โดยผมเป้นหวั หนา้ นอ้ งชายเปน็ รองหัวหน้า มีกันสองคน ทอดแหโดยการปกั พุ่ม เราจะลง
เรือออกไป ใกลช้ ายฝั่ง ซ่ึงเรียกวา่ “หัวโคลน” ในทะเลสาบจะมีพ้ืนทรายใกล้ๆชายฝัง่ แต่พอลึกออกไป จะ
เปน้ ดนิ โคลน ตรงรอยต่อระหวา่ งดนิ ทรายกบั ดินโคลน เรียกวา่ “หวั โคลน” จะตดั เอาตน้ ไม้ ขนาดเท่าข้อมือ
ยาว 2-3 เมตร ตรงยอดไมจ้ ะมีกงิ่ ก้านใบเปน็ พุ่ม เพ่อื ให้มองเหน็ ได้ง่ายในตอนกลางคืน จะปกั พมุ่ น้ีไว้ เป้น
~ 11 ~
แถว หา่ งกนั พอสมควร 20- 30 เมตร จะปักกี่พ่มุ ก็ได้ แตว่ ่นมากปักไว้แลว้ กท็ ้ิงไว้แบบนน้ั ตลอด หากใบไม้
ที่พุม่ ร่วง กห็ าส่งิ อน่ื มาติดแทนให้มองเหน็ พอโพลเ้ พล้ ก็จะเอาปลายขา้ ว หว่าน ในแถว ห่างจากพุ่ม
พอสมควร พอให้เหวยี่ งแหไปแล้วไม่ไปตดิ พมุ่ หว่านปลายข้าวไปทุกพุ่ม โดยน้องชายแจวเรือ ผมเปน็ คน
หวา่ น พอครบทุกพุ่มก็มาจอดเรือรอเวลา ประมาณ ครึง่ ช่ัวโมง กะว่ามีปลา กุ้งมากนิ ปลายข้าว กเ็ ร่มิ
ทอดแห คนแจวเรือตอ้ งแจวให้เกดิ เสียงน้อยที่สุด คนทอดแหขน้ึ ศอกเตรยี ม (ขน้ึ ศอก คือจับเนื้อแหส่วนหนง่ึ
วางบนศอกทง่ี อไว้ อีกข้างจบั เนอ้ื แหสว่ นท่สี องตรงนตี้ ้องจบั ลูกแหดว้ ย ส่วนท่สี ามของเนอ้ื แหปล่อยลงตรงๆ)
พอได้ระยะก็เหวีย่ งแห ใหค้ ลุมบรเิ วณทห่ี วา่ นปลายขา้ วไว้ ตอนนเ้ี ปน็ ตอนที่ต่ืนเต้นมาก เพราะถ้ามกี ุ้งมันจะ
กระแทกเน้ือแหจนร้สู กึ แลว้ กค็ อ่ ยๆรวบแหขึ้นมา ตอนนั้นจะกุ้งคนื ละประมาณ 1 กก 100 บาท
เรมิ่ ตน้ ชวี ติ ครู
ตอนใกลจ้ ะเปดิ เทอม ปีการศึกษา 2522 ซ่งึ ทราบอยู่แล้วว่า ปีนีไ้ ม่ต้องจากแม่ไปไหนอีกแลว้ จะได้
ทางานทบ่ี า้ น ไปเป็นครูทโี่ รงเรียนบา้ นแหลมหาด แต่ระยะทางระหวา่ งบ้านกับโรงเรยี นประมาณ 5 กิโลเมตร
ถา้ จะเดินคงไม่ไหว จะทายังงยั ดี เงินกไ็ มม่ ี โชคดีวนั น้นั ตาเสริญ มาทบ่ี ้าน (ตาเสริญเปน็ ลกู พ่ลี กู น้องกบั พ่อ
เฒ่า) แกถามสารทุกข์สุกดบิ แลว้ กบ็ อกว่า แกซอื้ ให้เอง ไปเอาตะทร่ี ะโนด ดีใจมากแกซื้อให้จริงๆ เป็น
จักรยานคันแรก ที่อยากไดต้ ัง้ แต่ ป.5 จนเรียนจบครถู งึ ได้สมหวงั
วันไปรับหนงั สือสง่ ตวั ไปโรงเรยี น ท่ีก่ิงอาเภอกระแสสินธ์ุ ตอนน้นั กิง่ อาเภอตงั้ อย่ใู นวดั เชิงแสใต้ ได้เจอ
ครูบรรจใุ หมอ่ ีกคนวุฒิ ป.กศ.สูง บรรจลุ งโรงเรยี นบา้ นแหลมหาดด้วย หลังจากเสร็จจากทกี่ ง่ิ อาเภอกเ็ ขา้
โรงเรยี นพร้อมกัน เพราะแกเปน็ คนต่างท้องที่ แกถามว่าไหนไปรถอะไร ตอบวา่ มีรถส่วนตัวมา(จกั รยาน) พาแก
มาทรี่ ถ แกว่าแกขอข่ีเอง ผมกน็ ่ังซ้อนทา้ ยสะพายกระเป๋าให้พี่แกดว้ ย ถนนจากเชิงแส มาถงึ แหลมหาด บางฃ่
วงเป้นถนนดนิ บางชว่ งเป็นลูกรงั บางช่วงเปน็ แมร่ ัง (กอ้ นหินใหญ่ๆ) และโดยเฉพาะทางขึ้นเขามแี ต่หนิ ลว้ นๆ
ทุลักทเุ ลกนั จนถงึ โรงเรยี น ปรากฏว่ากน้ พอง เพราะกระแทกกับลานท้ายรถ ท่ีกระแทกกระทนั้ ตามสภาพถนน
ตลอดทาง และนับแตบ่ ดั น้นั ก็เป็นจดุ เรม่ิ ตน้ ชีวติ ครู เม่ืออายุ 18 ปี 8 เดือน
ในปีแรก และปที ี่ สอง ไดร้ บั หนา้ ท่คี รปู ระจาชั้น ป.2 รบั งานสารยรรณ และการเงิน ซึ่งจากจดุ นเ้ี องทา
ใหไ้ ด้เรยี นรู้ หน้าที่เรียนรงู้ านในโรงเรียน พิมพด์ ีดคลอ่ ง เขียนอักษรทาสอื่ ได้
ตลุ าคม 2523 ได้อุปสมบททว่ี ดั ทงุ่ บัว เปน็ เวลา 15 วนั ช่วงปดิ ภาคเรียน
พัฒนาตนเอง
ในปีแรกทีเ่ ขา้ รับราชการ ไดส้ มัครสอบวิชาชดุ พ.ม. 2 ชดุ คอื วิชาครู กับภาษาไทย ปรากฏวา่ สอบผ่าน
หมดทงั้ สองชุด ซึง่ ถา้ ผา่ น 4 ชุดจะไดว้ ุฒิ พ.ม. แตก่ ารสอบเปดิ สอบปีละ สองครง้ั ดงั นั้นจงึ คิดวา่ ในครั้งที่
สองจะสอบอีก 2 ชดุ กผ็ า่ น แตป่ รากฏว่าการสอบในคร้งั ท่ี 2 สมคั รสอบสองชุด คือ สังคม กับวิทยาศาสตร์
สอบผา่ นแคว่ ิชาเดียวคอื สังคม ถ้าจะให้ครบต้องรอสอบ วิทยาศาสตรอ์ ีกในปถี ัดไป และต้องไปสอบในครัง้ ท่ี
สอง จงึ ตัดสนิ ใจอบรมภาคฤดูร้อน ทเ่ี รียกวา่ อศร. (ไม่ใชน่ า้ ส้มสายชูนะ) ในชุดวชิ าภาษาองั กฤษ และกผ็ ่าน
ไดป้ รับวฒุ ิ พ.ม. ในปีถัดมา
จากนัน้ พยายามพฒั นาตนเองเพ่ือใหไ้ ดป้ รญิ ญาตรี แต่การไปเรยี นต่อเป็นเรื่องลาบาก เหน็ ร่นุ พเ่ี ขาเรยี น
มสธ (มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช) จึงได้สมคั รเรยี น โดยเลอื กวิชาเอกบรหิ ารการศึกษา การเรียนต่อภาค
ต่อเน่อื ง จะเรยี น 12 ชดุ วชิ า จึงวางแผนว่าจะเรยี นภาคเรียนละ 3 วิชา ใช้เวลา 4 ภาคเรยี นจบ ก็ทาไดต้ าม
แผน และได้รบั เหรียญเกยี รตินยิ มอนั ดับ 1 คือการเรยี น มสธ มผี ลการเรียน 3 เกรด คือ U ไม่ผา่ S ผา่ น H
เกียรตนิ ิยมตลอดหลกั สูตรถ้าสอบได้เกรด H 9 ชุด จาก 12 ชดุ จะไดเ้ กียรติยมอันดับ 1 ถา้ ได้ H 6 ชุด จะได้
เกียรตยิ มอนั ดบั 2
~ 12 ~
สอบสายบริหาร
หลังจากจบปริญญาตรี มกี ารรับสมัครสอบ ครูใหญ่ จงึ ได้ลองสมัครสอบดู สมัครแลว้ ก็ไม่ได้อา่ น
หนังสอื เตรยี มตัวสอบ คงใชค้ วามรู้ทมี่ ีอยตู่ อนเรียน มสธ แตผ่ ลปรากฏวา่ สอบได้ จึงได้บรรจุเปน็ ครใู หญ่
โรงเรยี นวดั คลองเป็ด อ.ระโนด จ สงขลา เม่อื วันที่ 30 พฤษภาคม 2530 เปน็ ผู้บริหารทอี่ ายนุ ้อยท่สี ดุ ใน
ตอนนนั้ 27 ปี (ปจั จบุ นั เปน็ ผ้บู รหิ ารทีแ่ ก่ทีส่ ุดในสพป สงขลา) และได้ทาหน้าทส่ี ายบรหิ ารมาตง้ั แต่บดั นน้ั จน
ปัจจุบนั
ความภาคภูมิใจ
ในการทาหน้าทผ่ี บู้ รหิ ารโรงเรยี นมีความประทับใจ เรื่องหนง่ึ เกิดขนึ้ ในปีพ.ศ.2544 มีโรงเรียนหน่งึ ใน
อาเภอระโนด กาลังยา่ แย่ ทุกคนมองว่าปลอ่ ยไว้แบบน้นั ไม่ได้ เพราะขาดระบบทกุ อยา่ ง ผ้บู ริหารไมส่ นใจจะ
ปรบั ปรุงสงิ่ ตา่ ง ๆ ชาวบา้ นเริ่มไม่พอใจ คดิ จะเดนิ ขบวนขับไล่ ผู้บริหาร ครูขาดที่พึ่ง ตา่ งคนต่างทางานไม่มี
หลกั หนปอ.(หัวหน้าการประถมศกึ ษาอาเภอ) พยายามท่จี ะหาผบู้ รหิ ารส่งไปดแู ลโดยการย้ายสับเปลยี่ นกัน
แตไ่ ม่มใี ครยินยอม ตา่ งก็พูดเป็นเสียงเดยี วกนั วา่ ส่งไปกเ็ หมอื นไปตาย คนเหลา่ นั้น พยายามบา่ ยเบียงและ
เสนอชอื่ คนอ่นื ท่ีไมใ่ ชต่ ัวเองให้ไป มีบางคนเสนอชอื่ ผมเข้าไป หน.ปอ.เรยี กผมไปพบ และเอย่ ปากขอร้องผมรู้
ดวี า่ ภาระที่จะต้องไปทาคอื อะไร หนักหน่วงแคไ่ หน แต่มีส่ิงหนงึ่ ท่ีผุดขน้ึ มา คอื ความท้าทาย ผมมองว่าสิ่งนี้
เปน้ ความท้าทายความสามารถ ว่าจะทาได้มั้ย กร็ บั ปากว่าจะไป แต่ก็ท้ิงท้ายไวก้ ับหน.ปอ .วา่ ท่านต้องเป็น
แบค็ ใหผ้ ม ท่านกร็ บั ปาก
วนั แรกทช่ี าวบา้ นจากเถรแกว้ ไปส่งท่ีใหม่ เขาจัดขนมจนี เลยี้ ง แต่สภาพท่ีเปน็ หอ้ งพกั ครูมีอะไรต่างๆเต็ม
ทงั้ ที่พน้ื และขา้ งฝา ครูเอาโต๊ะไปนง่ั แทรกอยู่ท่ามกลางส่ิงตา่ งๆเหลา่ น้ัน ห้องเรยี นกระดานดาชารุดทกุ ห้อง
บางห้องประตเู หลอื ครง่ึ เดียว โรงอาหารปลวกเตม็ อาคารช่ัวคราวนา้ ขังเล้ียงปลาได้ บ่อนา้ ฝนขา้ งในมรี องเทา้
เก่าๆเต็ม ห้องส้วม หลังคามีครึ่งเดียว นี่แคส่ ภาพภายนอก แลว้ สภาพที่มองไม่เหน็ ละ่ สมดุ หมายเหตรุ ายวนั
ขึ้นเลม่ ใหม่ บัญชีการเงินไมมี มีแตข่ อ้ มูลจดไว้ พสั ดุ เอกสารจัดซอื้ เพ่นพ่านในหอ้ งเรียนที่เจ้าหน้าท่ีพัสดุ
ประจาชนั้ ไดค้ ดิ วางแผน ระยะส้ัน ระยะยาว เริ่มจากสง่ิ ที่เห็นชดั ก่อน สิ่งท่ีทาได้ก่อน จึงประชมุ ครูและป
รกึ าหารอื เรื่องตา่ งๆทกุ เรอื่ ง ครบู อกวา่ เขาไมอ่ ยากมสี ภาพแบบน้ี แต่ทาอะไรไม่ได้ เอาละแบบนก้ี ็ง่ายขน้ึ จงึ
ไดร้ ว่ มกบั ครกู าหนดแนวทางการปรับปรงุ ทุกดา้ น สภาพที่ชารุด ขอแรงภารโรงจากทุกโรงเรียนมาช่วยกัน
ปรับปรุง สว่ นท่ีของบไดก้ ็จดั ทาคาของบประมาณ และมีการประชุมสรุปทกุ วนั ในสัปดาห์แรก ในเรือ่ ง
ระบบงานเอกสาร ใหเ้ จ้าหนา้ ทจี่ ัดการจดั ทาบัญชีใหเ้ รียบร้อย และค่อยไปรบั ปรุงส่งิ ท่ีไมเ่ รียบร้อยให้เรียบร้อย
สรา้ งความสมั พันธ์กบั ชุมชน โดยออกเยยยี่ มบา้ นนักเรยี น อาศัยความร่วมมือกับกรรมการสถานศึกษา ในท่ีสดุ
สามารถผ่าการประเมนิ ผู้อานวยการสถานศึกษาเกณฑ์คณุ ภาพได้ เมื่อปี 2546 นับเป็นความภาคภมู ใิ จในชวี ิต
ราชการตาแหนง่ ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา.
ผดิ พลาดอย่างไรขออภยั ไว้ ณ ทีน่ ดี้ ว้ ย
ประกอบ บญุ รอด
19 กนั ยายน 2564