ขนุ ช้าง ขุนแผน
ตอน ขนุ ชา้ งถวายฎีกา
ท๓๓๑๐๑ ภาษาไทย ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปี ท่ี ๖
ประวัติความเปน็ มา
วรรณคดีเรอ่ื งขุนช้างขนุ แผน มีกวแี ต่งไวห้ ลายท่าน เกดิ ข้นึ ในช่วงปลายสมยั
อยุธยา และในสมัยรตั นโกสนิ ทร์ตอนต้น ตอนทีไ่ พเราะสว่ นใหญแ่ ตง่ ในสมยั
พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หล้านภาลยั (รัชกาลท่ี ๒)
เสภาเรือ่ งขุนช้างชนุ แผน ตอน ขนุ ช้างถวายฎีกา เปน็ เสภาตอนที่ ๓๕ ใน
บทเสภาเรือ่ งขุนชา้ งขนุ แผน ฉบับหอสมุดแห่งชาติ เป็นหนึง่ ใน ๘ ตอน ที่ไดร้ บั ยกย่อง
จากสมาคมวรรณคดี เมื่อปีพทุ ธศกั ราช ๒๔๗๔ วา่ แต่งดีเยี่ยม โดยเฉพาะกระบวน
กลอนที่ส่อื อารมณ์สะเทือนใจ
ลักษณะคาประพันธ์
แต่งเป็นกลอนเสภา
ลักษณะของกลอนเสภา เป็นกลอนสภุ าพใช้ขบั เป็นทานอง โดยมีกรับ เป็น
เคร่อื งประกอบจงั หวะ ลกั ษณะสัมผสั ของคาประพนั ธ์ คือ คาสุดท้ายของวรรคตน้ ส่ง
สมั ผัสไปยังคาใดคาหน่งึ ใน ๕ คาแรกของวรรคหลงั สัมผัสวรรคอื่นและสมั ผสั ระหว่าง
บทเหมือนกลอนสภุ าพ
เดิมสนั นษิ ฐานเบือ้ งต้นเปน็ เพียงนิทานขนาดยาว และแตง่ เปน็ กลอนเสภาเฉพาะ
บางตอนทีเ่ นน้ ความสนกุ สนานหรอื ความสะเทอื นอารมณ์
คณุ คา่ ด้านเนือ้ หา
ในยคุ สมยั หนึง่ ๆมกั นิยมเร่อื งราวทเ่ี ข้ากับยคุ สมัยนน้ั ๆ เรื่องราวและ
เนือ้ หาของวรรณคดจี ะไม่ตายตัวแตจ่ ะ เปลีย่ นไปตามสภาพการเปลีย่ นแปลง
ของสงั คม พฒั นาการของสงั คมจะเป็นเครือ่ งกาหนดเนื้อหาของวรรณคดี
คณุ ค่าด้านสังคม
แสดงใหเ้ ห็นภาพสังคมสมัยอดีต อาทิ
▪ ความรักระหวา่ งแมแ่ ละลูก
▪ สะท้อนค่านยิ มของครอบครวั ขนุ นางว่ามีความจงรกั ภกั ดตี อ่ พระมหากษัตริย์
▪ สะทอ้ นใหเ้ หน็ ชวี ติ วัฒนธรรม คา่ นยิ ม และความเชือ่ เชน่ ความเชือ่ โชคลาง
ความฝนั ความเชื่อเร่อื งโหราศาสตร์ ความเชือ่ เร่อื งไสยศาสตร์
▪ ความเช่อื ในกฎแหง่ กรรม
คุณค่าดา้ นสังคม
❖ ความรกั ของแม่ที่มีต่อลกู ❖ ความจงรักภักดีตอ่ พระมหากษัตริย์
วนั ทองประคองสอดกอดลูกรกั ซบพกั ตร์รอ้ งไห้ไม่เงยหนา้ คราน้ันพระองคผ์ ูท้ รงเดช ปิ่นปักนคั เรศเรืองศรี
เจ้ามาไยป่านนี้นี่ลกู อา เขารักษาอย่ทู ุกแหง่ ตาแหนง่ ใน เห็นสามราเขา้ มาอญั ชลี พระปรานีเหมือนลกู ในอุทร
ดว้ ยเดชะพระเวทวิเศษประสิทธิ์ เผอิญคิดรักใคร่พระทยั ออ่ น
❖ ความเชือ่ ในเรือ่ งไสยศาสตร์ เครือ่ งราง ของขลัง ตรสั ถามอย่างความราษฎร ฮ้าเฮ้ยดกู อ่ นอวี นั ทอง
ขนุ แผนเรียกวันทองเขา้ ห้องใน ไม่ไว้ใจจงึ เสกด้วยเวทมนตร์ ❖ ความเชื่อนิมิต ความฝัน
สีผึง้ สปี ากกินหมากเวทย์ ซึ่งวิเศษสารพัดแก้ขัดสน จะกล่าวถึงเจา้ จอมหม่อมขนุ ชา้ ง นอนครางหลบั กรนอยูป่ ่นเปื้อน
นา้ มนั พรายนา้ มันจันทนส์ รรเสกปน เคยคมุ้ ขงั บังตนแต่ไรมา
แล้วทาผงอิทธิเจเข้าเจิมพกั ตร์ คนเหน็ คนรักทักทุกหนา้ อัศจรรย์ฝันแปรแชเชือน วา่ ขีเ้ รอ้ื นขน้ึ ตวั ทวั่ ท้ังนน้ั
เสกกระแจะจวงจันทน์นา้ มนั ทา เสรจ็ แล้วก็พาวนั ทองไป หาหมอมารักษายาเข้าปรอท มนั กินปอดตบั ไตออกไหลล่ัน
ทงั้ ไส้นอ้ ยไสใ้ หญแ่ ลไสต้ ัน ฟนั ฟางก็หักจากปากตวั
คณุ คา่ ด้านวรรณศลิ ป์
แสดงใหเ้ หน็ ถึงศิลปะการประพนั ธ์ อาทิ
โวหาร บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร
กลวิธีการประพนั ธ์ สัมผัสอักษร สัมผัสสระ
ภาพพจน์ อปุ มา อปุ ลักษณ์ สทั พจน์ คาถามเชงิ วาทศิลป์
คณุ คา่ ดา้ นวรรณศิลป์
❖ อปุ มา จะทอดถมเทา่ ไรไม่รูส้ ึก ❖ คาถามเชิงวาทศลิ ป์
น้าลกึ เหลือจะหยงั่ กระท่ังดิน
จอกแหนแพเสาสาเภาใหญ่ ก็จ่อมจมสูญหายไปหมดส้นิ โอเ้ จา้ แก้วแววตาของพี่เอย๋ เจา้ หลบั ใหลกระไรเลยเปน็ หนกั หนา
เหมือนมหาสมทุ รสุดซึ้งซกึ ดังเพชรนิลเกิดข้นึ ในอาจม ดงั นิม่ น้องหมองใจไมน่ าพา ฤาขัดเคอื งคดิ ว่าพีท่ อดทง้ิ
อิฐผาหาหาบมาทุ่มถม
อีแสนถ่อยจัญไรใจทมิฬ
❖ รสวรรณคดี (พิโรธวาทัง)
❖ การเล่นเสียงพยัญชนะ สระ คราน้ันพระองค์ผทู้ รงภพ ฟงั จบแคน้ ค่ังด่ังเพลิงไหม้
อัดอึดฮึดฮัดดว้ ยขัดใจ เม่อื ไรตะวันจะลบั หล้า เหมือนดินประสิวปลิวตดิ กับเปลวไฟ ดดู ู๋เปน็ ได้อวี ันทอง
เข้าห้องหวนละหอ้ ยคอยเวลา จนสรุ ิยาเลี้ยวลับเมรไุ กร
จะวา่ รกั ขา้ งไหนไมว่ า่ ได้ น้าใจจะประดังเข้าท้งั สอง
ออกน่นั เขา้ นีม่ ีสารอง ยิ่งกวา่ ทอ้ งทะเลอนั ลา้ ลึก
ข้อคิดจากเรือ่ ง
➢ ความอาฆาตพยาบาท ความหุนหันพลนั แลน่ ทาให้เกดิ เร่อื งราวใหญ่โต จนทา
ใหน้ างวันทองตอ้ งโทษประหารชีวติ
➢ ครอบครัวท่พี ร้อมตอ้ งประกอบไปดว้ ยพอ่ แม่พน่ี ้อง ความรกั ของแม่ทม่ี ีต่อลูก
➢ ความลงั เล ไม่ตัดสินใจให้เดด็ ขาดไป ทาให้เกดิ ปญั หา
ประเด็นอื่น ฯลฯ...............นกั เรยี นคิดวา่ มีอีกหรอื ไม่