The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือเรียนหลักภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jatupol61.01, 2022-03-25 04:30:32

หนังสือเรียนหลักภาษาไทย

หนังสือเรียนหลักภาษาไทย

ไทย
เทศ

หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ ๓











หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย
สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓

มสาระการเรียนรู้ภาษาไท
๐ กลุ่
ฐาน ๒๕๕๑
ย๐
หลักสูตรแก
นกลางการศึ กษาขั้นพื้ น

โดย

เพจศัพท์ฮิตติดปาก ศัพท์ฮิต
ครูเจต & ครูแตงโม
ติดปาก

แนวทางการใช้หนังสือ

หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย เป็นองค์

ความรู้เรื่องหลักการใช้ภาษาไทยพร้อมทั้งแบบฝึกหัดทบทวนบทเรียนท้ายบทที่ทาง
ผู้จัดทำได้คัดสรรมาให้นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ได้ศึกษา โดยมีการ

พิจารณาจากสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ๔.๑ ซึ่งมี
จุดมุ่งหมายให้นักเรียนเข้าใจในธรรมชาติของภาษาและหลักการใช้ภาษาไทย
การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษารวมถึงการรักษา

ภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

เนื้อหาในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย

แบ่งออกเป็น ๖ บทเรียน ดังนี้

บทที่ ๑ การจำแนกและการใช้คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย
บทที่ ๒ การวิเคราะห์ประโยคซับซ้อน
บทที่ ๓ คำศัพท์ทางวิชาการและคำศัพท์ทางวิชาชีพ
บทที่ ๔ ระดับของภาษา
บทที่ ๕ การใช้คำทับศัพท์และศัพท์บัญญัติ
บทที่ ๖ โคลงสี่สุภาพ

คำนำ

หนังสือเรียนภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมธยมศึกษาปีที่ ๓ กลุ่ม

สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช

๒๕๕๑ เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชา การออกแบบและผลิตสื่อการศึกษากลุ่มสาระการ

เรียนรู้ภาษาไทย รหัสวิชา ๒๑๕๔๓๖๐๒ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้

เรียนให้สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง คล่องแคล่ว และเหมาะสมกับวัฒนธรรม

ไทย สามารถนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การใช้ภาษาไปใช้ติดต่อสื่อสาร

และเป็นเครื่องมือศึกษาหาความรู้ตลอดชีวิต ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติหรือ

สมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดวามเป็นเอกภาพและเสริมสร้างบุคลิกภาพของ

คนในชาติให้มีความเป็นไทย ใช้ในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจเพื่อความ

สัมพันธ์อันดีต่อกัน เพื่อพัฒนาความรู้กระบวนการคิดวิเคราะห์ การวิจารณ์ การ

สร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ความก้าวหน้า ทางวิทยาศาสตร์และ

เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันให้เจริญก้าวหน้า นอกจากนี้

ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี สุนทรียภาพ เป็น

สมบัติล้ำค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ สืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป ทั้งนี้

หนังสือเรียนภาษาไทยหลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ นี้ ทาง

คณะผู้จัดทำแบ่งเนื้อหาออกเป็น ๖ บท เพื่อให้คลอบคลุมตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้

แกนกลาง สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย

ขอขอบคุณอาจารย์ อาจิยา หลิมกุลอาจารย์ประจำรายวิชาที่ให้คำปรึกษาตลอด

จนชี้แนะให้หนังสือเรียน หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ออกมา

สมบูรณ์และสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือเรียน หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่นำไปศึกษาไม่มากก็น้อย หากมีข้อผิด

พลาดประการใดทางคณะผู้จัดทำต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

ผู้จัดทำ

สารบัญ

เรื่อง หน้า

บทที่ ๑ แว่นแคว้นแดนต่างประเทศ.................................................. ๑
แบบฝึกหัดชุดที่ ๑.๑................................................................ ๗
แบบฝึกหัดชุดที่ ๑.๒................................................................ ๘



บทที่ ๒ ซับซ้อนซ่อนเงื่อน................................................................... ๑๐
แบบฝึกหัดชุดที่ ๒.๑................................................................ ๑๖
แบบฝึกหัดชุดที่ ๒.๒............................................................... ๑๗



บทที่ ๓ แขนงนานาภาษาเฉพาะ....................................................... ๑๘
แบบฝึกหัดชุดที่ ๓.๑................................................................ ๒๐



บทที่ ๔ วิ่งไล่ไต่ระดับ.......................................................................... ๒๒
แบบฝึกหัดชุดที่ ๔.๑................................................................ ๒๘
แบบฝึกหัดชุดที่ ๔.๒............................................................... ๓๑



บทที่ ๕ ทับซ้อนป้อนศัพท์.................................................................. ๓๒
แบบฝึกหัดชุดที่ ๕.๑................................................................ ๓๖
แบบฝึกหัดชุดที่ ๕.๒............................................................... ๓๘



บทที่ ๖ เรียงถ้อยร้อยไทย.................................................................. ๓๙
แบบฝึกหัดชุดที่ ๖.๑................................................................ ๔๓



เฉลยแบบทดสอบ............................................................................... ๔๕
บรรณานุกรม....................................................................................... ๔๖

หนังสือนี้มีมากมายหลายชนิด
นำดวงจิตเริงรื่นชื่นสดใส
ให้ความรู้สำเริงบันเทิงใจ
ฉันจึงใฝ่ใจสมานอ่านทุกวัน

มีวิชาหลายอย่างต่างจำพวก
ล้วนสะดวกค้นได้ให้สุขสันต์

วิชาการสรรมาสารพัน
ชั่วชีวันฉันอ่านได้ไม่เบื่อเลย

บทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

บทที่ ๑

แว่นแคว้น

แดนต่างประเทศ

-คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ-

-๑-

คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ

การยืมคำภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย ทำให้
ภาษาไทยมีคำใช้มากขึ้น เป็นการแสดงให้เห็นว่าคนไทยมี

ความเปิดกว้าง เรียบง่าย และยืดหยุ่น สามารถนำคำภาษาอื่น

มาใช้ได้โดยไม่ต้องมาคิดสร้างคำใหม่

การยืมคำภาษาต่างประเทศมาใช้เกิดจากการติดต่อ

ระหว่างประเทศ ทั้งทางการทูต การค้า และการแลกเปลี่ยน

หรือถ่ายทอดวิทยาการต่างๆ รวมทั้งการถ่ายทอดวัฒนธรรม

และศาสนา ส่งผลให้ภาษาไทยมีคำยืมจากภาษาต่างประเทศ

หลากหลายภาษา ได้แก่ ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษา

เขมร ภาษาจีน ภาษาชวา-มลายู ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส

ภาษาโปรตุเกส ภาษาอาหรับ เป็นต้น

คำยืมภาษาบาลี-ภาษาสันสกฤต



ภาษาไทยยืมคำจากภาษาบาลี และภาษาสันสกฤต มาใช้

มากกว่าคำยืมจากภาษาต่างประเทศใดๆ คำยืมจากภาษาบาลี

และสันสกฤตที่นำมาใช้ในภาษาไทย สามารถแบ่งประเภทได้

ดังต่อไปนี้

๑. ใช้เป็นคำราชาศัพท์ คำราชาศัพท์หมายรวมถึงคำที่คน

ทั่วไปใช้กับพระสงฆ์ และพระสงฆ์ใช้ในหมู่พระสงฆ์ด้วยกันเอง

และยังหมายรวมถึงคำภาษาแบบแผนและคำสุภาพทั่วๆ ไป

ซึ่งใช้กับข้าราชการและสุภาพชนอีกด้วย

-๒-

คำยืมภาษาเขมร

ประเทศไทยได้รับอิทธิพลภาษาเขมรจากการค้า
การสงคราม การเมือง และวัฒนธรรม โดยมีลักษณะดังนี้

๑. คำเดียวโดด ๆ มักเป็นคำศัพท์ที่ต้องแปลความหมาย
๒. มักใช้พยัญชนะ จ ญ ร ล สะกด
๓. มักเป็นคำแผลง
๔. มีการสร้างคำโดยเติมคำหน้า เรียกว่าลงอุปสรรค

(บัง บัน บำ)
๕. นิยมนำมาเป็นคำราชาศัพท์
๖. คำ ๒ พยางค์ เหมือนอักษรนำและอักษรควบของไทย

ตัวอย่างคำที่ยืมมาจากคำภาษาเขมร เช่น กระทรวง กระบือ

ขนม เขนย เขม่า ปรุง เพลิง ควาญ กระแส ทบวง เดิน โคม

สำราญ สไบ เฉลียว ฉะเชิงเทรา กำเนิด กระโปรง ทลาย ทหาร

บำเรอ บรรทัด ผลาญ กระเพาะ ฉลอง สนิม สำเนา จรวด

ขจาย

คำยืมภาษาจีน

ในสมัยกรุงสุโขทัย ชาวจีนเข้ามาค้าขาย แลกเปลี่ยนศิลปะ

รวมถึงย้ายมาตั้งถิ่นฐานในสยาม จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ภาษาจีนจะ

เข้ามาปะปนกับภาษาไทย จนมีคำศัพท์จากภาษาจีนที่เราใช้

กันจนติดปากและยากที่จะหาคำอื่นมาแปลได้ คำยืมภาษาจีน

ที่ใช้อยู่ในภาษาไทยส่วนใหญ่มาจากภาษาจีนแต้จิ๋วและภาษา

จีนฮกเกี้ยน มีปรากฏในพจนานุกรม

-๓-

ตัวอย่างคำยืมที่มาจากภาษาจีน
กงสี กงเต็ก ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ เกาหลา กุ๊ย เก๊ เก๊ก เกี้ยว

กุยเฮง เก๊ก ก๋ง เก้าอี้ ขาก๊วย เข่ง จับกัง จับฉ่าย เจ๊ง เจี๋ยน เจ

เฉาก๊วย เซ้ง เซียน แซ่ เซ็งลี้ ซาลาเปา ซิ้ม ตะหลิว เต๋า ตุน ตุ๋น

แต๊ะเอีย เต้าหู้ เต้าฮวย เต้าเจี้ยว โต๊ะ ไต้ก๋ง ตังเก บ๊วย บะฉ่อ

บะหมี่ บู๊ ปุ้งกี๋ ปอเปี๊ ยะ แป๊ะเจี๊ยะ พะโล้ เย็นตาโฟ หวย ยี่ห้อ

ลิ้นจี่ ห้าง หุ้น เอี๊ยม โสหุ้ย เฮงซวย ฮวงซุ้ย ฮ่องเต้ อั้งโล่

คำยืมภาษาอังกฤษ

ภาษาอังกฤษสำหรับคนไทยทวีบทบาทมากขึ้นควบคู่กับ

ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยมีหลักการยืมคำต่าง ๆ

มาใช้ ดังนี้

๑. เปลี่ยนเสียงภาษาอังกฤษที่ไม่มีใช้ในภาษาไทยให้ออก

เสียงสะดวกขึ้น เช่น sign เป็น เซ็น

๒. ลากเข้าความเพื่อเปลี่ยนเสียงภาษาอังกฤษให้คุ้นหูคน

ไทยหรือแปลความหมายได้ด้วย เช่น coffee เป็น กาแฟ

๓. ใช้ตามคำเดิมโดยไม่เปลี่ยนรูปและเสียง เช่น fasion
เป็น แฟชั่น

๔. บัญญัติศัพท์โดยกำหนดคำภาษาไทยขึ้นใช้แทนคำภาษา

อังกฤษ เช่น bank บัญญัติว่า ธนาคาร

๕. ตัดคำให้สั้นลงเพื่อสะดวกในการออกเสียง เช่น

champion เป็น แชมป์

๖. เปลี่ยนความหมายของคำให้กว้าง แคบ หรือเปลี่ยนความ

หมายไป เช่น free ความหมายเดิม คือ อิสระ, ไม่ต้องเสียเงิน,
ว่างจาก ไทยใช้หมายถึง สะดวก, ได้เปล่า

-๔-

๒. ใช้เป็นศัพท์เฉพาะทางศาสนา ศัพท์เฉพาะเหล่านี้นิยม

สร้าง หรือยืมจากภาษาบาลีสันสกฤต

๓. ใช้ในการเขียนวรรณคดี ร้อยแก้วและร้อยกรอง
๔. ใช้ในภาษามาตรฐานหรือใช้เป็นคำสุภาพ ใช้ทั้งใน

ภาษาพูดและภาษาเขียน
๕. ใช้เป็นศัพท์บัญญัติ หรือศัพท์เฉพาะทางวิชาการ
๖. ใช้เป็นคำสามัญ คือคำในภาษาพูดที่ใช้สนทนากัน

ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
๗. ใช้เป็นชื่อเฉพาะ ชื่อวัน เดือน ดวงดาวและกลุ่มดาวบน

ท้องฟ้า เทพเจ้าทั้งชายและหญิง ตลอดจนชื่อบุคคล
ในประวัติศาสตร์ ตำนาน และเทพนิยายต่างๆ ชื่อสถานที่และ

อื่นๆ เช่น ชื่อจังหวัด อำเภอ แม่น้ำและภูเขา เป็นต้น

ตัวอย่างคำที่ยืมมาจาก
ตัวอย่างคำที่ยืมมาจาก

ภาษาบาลี เช่น กติกา
ภาษาสันสกฤต เช่น

ญาติ เถระ ทัพพี ทุกข์
ครรภ์ จักร ทรัพย์ เทศนา

บัญญัติ บัลลังก์ เมตตา
ธรรม ปรารถนา พยายาม

ราชินี ลัทธิ วนิพก
พิษ ภาษา พฤษภา ฤกษ์

วิญญาณ วินิจฉัย สมถะ
วิกฤต ศาล ศาสตร์

อุปภัมภ์ อาทิตย์





-๕-

คำยืมภาษาชวา-มลายู

ภาษาชวา ปัจจุบัน เรียก ภาษาอินโดนีเซีย ไทยยืมมาใช้ใน

วรรณคดีเรื่องดาหลังและอิเหนา เป็นลักษณะภาษาเขียน

ภาษามลายูหรือภาษามาเลย์ ปัจจุบันเรียกภาษามาเลเซีย
ปะปนในภาษาไทยเพราะมีพรมแดนติดต่อกัน มีความสัมพันธ์

ทางการค้า ศาสนา วัฒนธรรม มาช้านาน
การยืมคำภาษาชวา-มลายูมาใช้ในภาษาไทย

๑.ใช้ในการแต่งคำประพันธ์ เช่น บุหรง บุหลัน ระตู ปาหนัน

ตุนาหงัน เป็นต้น

๒.ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน เช่น กัลปังหา กุญแจ

กระดังงา ซ่าหริ่ม ประทัด เป็นต้น

๓.นำมาใช้ในความหมายคงเดิม เช่น ทุเรียน น้อยหน่า

บุหลัน เป็นต้น

คำยืมภาษาอื่น ๆ

คำที่มาจากภาษาพม่า เช่น หม่อง กะปิส่วย
คำที่มาจากภาษาฝรั่งเศส เช่น กงสุล กรัม คาสิโน
คำที่มาจากภาษาเปอร์เซีย เช่น ภาคี กุหลาบ ลูกเกด
คำที่มาจากภาษาอาหรับ เช่น กะลาสี การบูร ฝิ่ น โก้หร่าน
คำที่มาจากภาษาญี่ปุ่น เช่น กิโมโน เกอิชา คาราเต้ เคนโด้

ซามูไร ซากุระ
คำที่มาจากภาษาโปรตุเกส เช่น สบู่ ปิ่นโต กะละแม กะละมัง

จับปิ้ง บาทหลวง เหรียญ

-๖-

แบบฝึกหัดชุดที่ ๑.๑

คำชี้แจง : จงเลือกคำภาษาต่างประเทศของแต่ละภาษามาเติม

ในตารางให้ถูกต้อง

กัลปังหา ก๋วยจั๊บ กราฟ กระทรวง กิตติ

กระดังงา เขม่า คิมหันต์ แชมป์ แซ่
ไซเรน เต้าหู้ ตะหลิว ทรัพย์ บ๊วย

น้อยหน่า บำเรอ บุหลัน บรรทัด สัจจะ
ปาหนัน สนิม พยัคฆ์ พฤศจิกายน
มฤตยู เปอร์เซ็น โอกาส อวกาศ

บาลี
สันสกฤต

จีน
อังกฤษ
เขมร
ชวา-มลายู

-๗-

แบบฝึกหัดชุดที่ ๑.๒

คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมายกากบาท (X) ในคำตอบที่

ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

๑. เหตุใดจึงมีการยืมคำภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย

ก.เพราะในปัจจุบันมีคนนิยมใช้กันมาก

ข.เพราะมีวิทยากรเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย

ค.เพราะมีการติดต่อระหว่างประเทศทั้งด้านการทูต

การค้าขาย

ง.เพราะภาษาต่างประเทศมีมากจึงต้องนำมาใช้ในประเทศ

ไทยบ้าง

๒. สาเหตุที่ทำให้ภาษาต่างประเทศเข้ามาในภาษาไทย

มากที่สุด

ก.อิทธิพลทางภูมิศาสตร์ ข. อิทธิพลทางด้านการพาณิชย์

ค.อิทธิพลทางด้านการทูต ง. อิทธิพลทางด้านศิลปกรรม

๓. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้มีภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปน


ในภาษาไทย

ก. มีอาณาเขตใกล้เคียงติดต่อกัน

ข. นับถือสถาบันกษัตริย์เหมือนกัน

ค. มีการไปศึกษาต่อต่างประเทศ

ง. ความเจริญทางเทคโนโลยี

๔. ข้อใดเป็นคำที่มาจากภาษาต่างประเทศทุกคำ

ก.เกาเหลา ข้าวเปล่า ข. บันไดแก้วน้ำ

ค.ทุเรียน มะขาม ง. กัลปังหา กีตาร์

-๘-

๕. ข้อใดเป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษทุกคำ

ก.คอนเสิร์ต แท็กซี่ น็อต ข. เกียร์ ดีเซล จับกัง

ค.ทีวี บัดกรี ชอล์ก ง. จาระบี เรดาห์ สักหลาด

๖. ข้อใดเป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษทุกคำ

ก. กงสุล คาเฟ่ แท็กซี่ เทนนิส

ข. เรสเตอรองท์ บุฟเฟต์ บูเกต์ เบคอน

ค. ไวโอลิน เต็นท์ เกียร์ แบตเตอรี่

ง. เนกไท เครดิต แคชเชียร์ โชเฟอร์

๗. คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษในข้อใดเขียนถูกต้องทุกคำ

ก.เคนขึ้นแท็กซี่ไปคลีนิกเพื่ อเอ็กซเรย์กระดูก

ข.ดอนไปแบงก์เพื่ อแลกดอลล่าร์แล้วเลยเอาเช็คไปขึ้นบัญชี

ค.สปาเกตตีและมะกะโรนีที่เสริฟวันนี้ถูกปากมอสทั้งนั้น

ง.ก่อนไปพัทยาเจมส์เอารถไปซ่อมเบรกแล้วเปลี่ยนคลัตช์และ


แบตเตอรี่ใหม่

๘ .ข้อใดจำเป็นต้องใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ

ก.ผู้หญิงชอบขับรถเกียร์อัตโนมัติ เพราะง่ายดี

ข. นักเรียนโรงเรียนนี้เข้าคิวรอใช้บริการเสมอ

ค.เขาจับสลากได้เบอร์หนึ่ง จึงต้องพูดก่อน

ง. เขามีความรับผิดชอบ เพื่อจึงโหวตให้เป็นหัวหน้า

๙. คำในข้อใดมีคำที่มาจากภาษาจีน

ก.พิธี มุกดา สบู่ ข. ปิ่นโต โกดัง บุหงา

ค.ปั้ นหยา สบาย กุหลาบ ง. ตุนาหงันกะละมัง ลิ้นจี่

๑๐.ประโยคใดมีคำที่มาจากภาษาจีน

ก. อย่าลืมปิดไฟทุกครั้งก่อนนอน

ข.ฉันไม่ชอบเดินคนเดียวตอนเย็น

ค. คุณครูบอกให้จัดโต๊ะและเก้าอี้ให้เรียบร้อย

ง. มีพระห้อยคอแล้วรู้สึกเป็นสิริมงคล

-๙-

บทที่ ๒

ซับซ้อน
ซ่อนเงื่อน

-ประโยคซับซ้อน-

-๑๐-

ประโยคซับซ้อน

ประโยคซับซ้อน คือ การนำรูปประโยค ทั้งประโยคสามัญ

ประโยครวมและประโยคซ้อนมาขยายความให้ ซับซ้อนยิ่งขึ้น
ประโยคซับซ้อนเกิดจากประโยคที่แบ่งเป็นประโยคสามัญ

ประโยครวมและประโยคซ้อน จากประโยคทั้ง ๓ นี้ เพิ่มคำขยาย

หรือข้อความขยาย การรวมประโยคดังกล่าวเข้าด้วยกันทำให้กลาย
เป็นประโยคซับซ้อนขึ้น แต่สามารถ สื่อสารชัดเจนและสละสลวย

เพิ่มข้อความขยาย โดยมีหลักสำคัญ ดังนี้

๑ ตำแหน่งคำขยายในประโยค

การขยายความในประโยคภาษาไทยนั้น ส่วนขยายจะอยู่ด้านหลัง
ของข้อความที่จะไปขยาย เช่น

"ตำรวจจำนวนห้านายประจำสถานีตำรวจนครเชียงใหม่จับผู้ค้า
ยาบ้ารายใหญ่ที่ ทางการเคยทราบเบาะแสมาก่อนได้เมื่ อเช้าตอนสาย
วันอาทิตย์ที่ ๒๑ เดือนนี้เอง"
ประโยคนี้ประธาน คือ ตำรวจ

ส่วนขยาย คือ จำนวนห้านายประจำสถานีนครเชียงใหม่
ตัวแสดงหรือคำกริยา คือ จับ

ส่วนขยาย คือ ได้เมื่อเช้าตอนสายวันอาทิตย์ที่ ๒๑ เดือนนี้เอง
คำขยายกริยาเรียงไว้หลังกรรม หรือส่วนขยายกรรมเสมอ
กรรมในประโยคนี้ คือ ผู้ค้ายาบ้า
และส่วนขยายกรรม คือ รายใหญ่ที่ทำการเคยทราบเบาะแส

-๑๑-

*ข้อสังเกต คือ ส่วนขยายกริยาที่บอกช่วงเวลาสามารถนำไปเรียง

หน้าประธานในประโยคได้ด้วยประโยค ข้างต้นนี้เปลี่ยนแปลงได้ คือ
"เมื่อตอนสายวันอาทิตย์ที่ ๒๑ เดือนนี้เอง ตำรวจจำนวนห้านาย

ประจำสถานีตำรวจนครเชียงใหม่ จับผู้ค้า ยาบ้ารายใหญ่ที่ทางการ

ทราบเบาะแสมาก่อน"

๒ ข้อควรระวังในการวางคำขยาย

การเรียงคำขยายเพื่อไม่ให้ความกำกวม หรือความคลาด

เคลื่อน เพื่อให้สื่อสารได้ชัดเจน ควรให้คำขยาย อยู่ใกล้กับคำที่จะ

ไปขยาย ถ้าไม่เป็นเช่นนี้แล้วจะมีผลดังกล่าว เช่น
-ผู้หญิงที่ อุ้มลูกหมาหน้าตาคล้ายคุณพึ่งเดินออกไปเมื่ อครู่นี้ เอง
แก้ไขเป็น ผู้หญิงหน้าตาคล้ายคุณที่อุ้มลูกหมาเพิ่งเดินออกไป

เมื่ อครู่นี้ เอง
-หนังสือพิมพ์เป็นยามเฝ้ารัฐบาลที่ดี
แก้ไขเป็น หนังสือพิมพ์ที่ดีเป็นยามเฝ้ารัฐบาล

ประโยคความเดียวซับซ้อน

ประโยคความเดียวที่ซับซ้อนสามารถทำได้ ดังนี้
๑. ความซับซ้อนในภาคประธาน ตัวประธานมีส่วนขยายที่เป็นคำและ

กลุ่มคำทำให้ประโยคสามัญ มีข้อความซับซ้อนขึ้น
๑.๑ ประธานที่ขีดเส้นใต้ เป็นคำนำหน้าด้วยการหรือความ หรือคำ

อาการนาม ตามด้วยส่วนขยาย เช่น
-การเฝ้าติดตามความเคลื่ อนไหวของกลุ่มดาวยามค่ำคืนทำให้พบ
ดาวดวงใหม่
-ความขยันหมั่นเพียรอย่างยิ่งยวดเป็นผลให้ถึงจุดหมายปลายทาง

-๑๒-

๑.๒ ประธานที่ขีดเส้นใต้มีคำและกลุ่มคำขยายประธาน

ทำให้ความซับซ้อนเพิ่มขึ้น เช่น

-บ้านพักคนงานบริษัทหลังใหม่บนเนินเขาสร้างเสร็จแล้ว
-รถเมล์สาย ๔๐ คันสีแดงเข้มคาดสีเหลืองวิ่งเร็วมาก

๒. ความซับซ้อนในภาคแสดง
๒.๑ มีคำกริยาเป็นกลุ่มคำหลายคำ เช่น
-กระรอกตัวนั้นกระโดดไปที่ผลมะพร้าว มันพยายาม


กัด แทะ เคี้ยว และกลืนกินเนื้อมะพร้าว อย่างเอร็ดอร่อย
-คนป่ากลุ่มนั้นต่างกระโดดโลดเต้นร่ายรำและร้อง


เพลงไปตามจังหวะกลอง
๒.๒ มีคำกริยาเป็นส่วนขยายอยู่หลายแห่งในประโยค เช่น
-นักเรียนต่างขยันเตรียมตัวสอบไล่โดยทบทวนตำรำ


อ่านเนื้ อหาและสรุปประเด็นพร้อมกับท่องจำอย่างเข้าใจ
-เขาพยายามพายเรือลำเล็ก ๆ มาทางริมสระน้ำโดย

ไม่รีบร้อนนัก
*ข้อควรระวัง หากในประโยคมีประธานอย่างเดียว แต่คำกริยา

ประกอบหลายอย่าง ต้องใช้วิภาคสรรพนาม คือ คำว่าบ้าง หรือ

บาง มาช่วยเช่น

-ผู้โดยสารเข้าคิวกันซื้อตั๋วออกันขึ้นรถมองหาผู้นัดหมาย

และซื้อของฝากญาติมิตรแก้เป็นผู้โดยสารเข้าคิวกันซื้อตั๋วบ้าง

ออกันขึ้นรถบ้างมองหาคู่นัดหมายและบ้างซื้อของฝาก

ญาติมิตร

-๑๓-

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม
Tips & Tricks

วิภาคสรรพนาม คือ สรรพนามที่ใช้แทน

คำนาม ที่อยู่ข้างหน้าเพื่อจำแนกนามนั้น

ออกเป็นส่วน ๆ เป็นพวก ๆ เช่นเดียวกัน

แต่ทำกริยาโต้ตอบซึ่งกันและกันอยู่หรือ

เกี่ยวข้องกัน โดยนามแต่ละส่วนจะต้อง

ทำกิริยาอย่างเดียวกัน ได้แก่คำว่า
ต่าง บ้าง กัน

ประโยคความรวมซับซ้อน

ประโยคความรวมที่ซับซ้อน คือ ประโยคความรวมที่มีส่วนขยาย

เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีประโยคความรวมซ้อนกันหลายชั้น เช่น
-ปรีชาไม่ชอบเล่นฟุตบอลแต่เขาชอบพนันฟุตบอลดังนั้นเขามี

ปัญหาเรื่องการเงินและในที่สุดปรีชา หยุดการเรียนไปอย่างน่า

เสียดาย
“ดังนั้น” เป็นคำสันธานเชื่อมประโยคความรวมทั้ง ๒ คู่เข้าด้วย

กัน

-๑๔-

-บุญยืนเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ ฉันจึงรับเขามาเลี้ยงดูด้วย

ความรักและส่งบุญยืนเรียนหนังสือแต่ภายหลัง เด็กคนนี้ขาด

ความเชื่ อฟังฉันและไปคบเพื่ อนที่ เลวดังนั้นเขาจึงติดยาเสพติดไป

เมื่อเร็ว ๆ นี้เอง
“แต่” เป็นคำสันธานเชื่อมประโยคความรวมทั้งหมด

ประโยคความซ้อนซับซ้อน
ประโยคความซ้อนซับซ้อน คือ ประโยคความซ้อนที่มีประโยค


ย่อยมากกว่าหนึ่งประโยค โดยประโยคย่อยอาจเป็นนามานุประโยค
คุณานุประโยค หรือวิเศษณานุประโยคก็ได้

ประโยคซ้อนที่ซับซ้อน เช่น
-พระราชาองค์นี้ทรงทศพิธราชธรรมดียิ่ง ดังนั้นราษฎรจึงรัก


พระองค์จนพวกเขาสละชีพเพื่ อพระองค์ได้
ประโยคสามัญ = พระราชาองค์นี้ทรงทศพิธราชธรรมดียิ่ง
ประโยคซ้อน = ราษฎรจึงรักพระองค์จนพวกเขาสละชีพเพื่อ
พระองค์
คำเชื่อมระหว่างประโยคสามัญและประโยคซ้อน = ดังนั้น

-๑๕-

แบบฝึกหัดชุดที่ ๒.๑

คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาประโยคที่กำหนดให้ว่าเป็น

ประโยคสามัญ ประโยคความรวม หรือประโยคความซ้อน แล้ว

เขียนเติมหน้าประโยคให้ถูกต้อง

-๑๖-

แบบฝึกหัดชุดที่ ๒.๒

คำชี้แจง : ให้นักเรียนแยกองค์ประกอบของประโยคความรวม

ที่กำหนดให้ถูกต้อง

ตัวอย่าง

-๑๗-

บทที่ ๓

แขนงนานา
ภาษาเฉพาะ

-คำศัพท์ทางวิชาการ-
-คำศัพท์วิชาชีพ-



-๑๘-

คำศัพท์ทางวิชาการและคำศัพท์วิชาชีพ

คำศัพท์ทางวิชาการ หมายถึง คำศัพท์ที่กล่าวถึงหรืออธิบายเรื่อง

ราวที่เป็นความรู้ทางวิชาการแขนงต่าง ๆ ศัพท์วิชาการเป็นคำที่ผู้

ศึกษาวิชาการนั้น ๆ จะเข้าใจร่วมกันได้ดี ส่วนมากเป็นคำที่รับมา

จากภาษาต่างประเทศ

ตัวอย่างคำศัพท์ทางวิชาการ
-ศัพท์ภาษาไทย เช่น การเปรียบเทียบแบบอุปลักษณ์ จินตภาพ
-ศัพท์คณิตศาสตร์ เช่น เรขาคณิต องศา
-ศัพท์วิทยาศาสตร์ เช่น เอนไซม์ วิตามิน เซลล์
-ศัพท์สังคมศึกษา เช่น ชาติพันธ์ วัฒนธรรม
-ศัพท์สุขศึกษาและพลศึกษา เช่น สุขสมรรถนะ สรรถภาพทางกาย
-ศัพท์การงานอาชีพและเทคโนโลยี เช่น อุปกรณ์รับเข้า
หน่วยความจำหลัก หน่วยประมวลกลาง
-ศัพท์ศิลปะ (ดนตรี นาฏศิลป์ ทัศนศิลป์) เช่น คอนแชร์โต
กระบวนเพลง

คำศัพท์วิชาชีพ หมายถึง คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบ

อาชีพต่าง ๆ เช่น แพทย์ นักกฎหมาย ครู นักปกครอง

ตัวอย่างคำศัพท์ทางวิชาชีพ
-ศัพท์วิชาชีพครู เช่น การปฏิรูปการศึกษา ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
-ศัพท์ทันตแพทย์ เช่น โรคปริทันต์
-ศัพท์กฎหมาย เช่น คดีอาญา คดีแพ่ง
-ศัพท์แพทย์ เช่น อัลไซเมอร์ วัคซีน

-๑๙-

แบบฝึกหัดชุดที่ ๓.๑

คำชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านข้อความที่กำหนดให้ แล้วขีดเส้นใต้

คำศัพท์ทางวิชาการและวิชาชีพและจำแนกว่าเป็นคำศัพท์ทาง

วิชาการและวิชาชีพสาขาใด ในช่องว่างที่กำหนดให้
๑.สินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีอุปสงค์น้อยลง เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
๒.การติดตั้งเครือขข่าย อินเตอร์เน็ตในครัวเรือนยังไม่แพร่หลาย

ในต่างจังหวัด
๓.นักเรียนส่วนใหญ่ชอบเรียนเรขาคณิตมากกว่าสมการ
๔.ธนาคารจะปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่ อกระตุ้นเศรษฐกิจ
๕.คุณปู่มีปัญหาสายตาจึงต้องพบจักษุแพทย์ แพทย์แนะนำให้

ทำเลสิก
๖.ผู้ที่รักษาสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ มักไม่ปวดเป็นโรคมะเร็ง
๗.ต้นไม้ช่วยลดมลพิษได้ เพราะต้นไม้จะดูดคาร์บอนไดออกไซด์

และปล่อยออกซิเจนออกมาจากการกระบวนการสังเคราะห์แสง
๘.การศึกษาวรรณคดีและวรรณกรรมทำให้เห็นความงามด้าน

วรรณศิลป์
๙.ผู้ถือหุ้นทุกรายจะได้รับเงินปันผลจากบริษัทในช่วงเดือนมีนาคม
๑๐. หลังจากหาคำตอบที่คิดเป็นเปอร์เซ็นได้แล้วนักเรียนต้องนำ

มาทำเป็นแผนภูมิรูปวงกลมด้วย

-๒๐-

ศัพท์ภาษาและวรรณคดี ศัพท์วิทยาศาสตร์

ศัพท์ธุรกิจ ศัพท์ทางการแพทย์

ศัพท์ทางคณิตศาสตร์ ศัพท์เทคโนโลยี

-๒๑-

บทที่ ๔

วิ่งไล่
ไต่ระดับ

-ระดับของภาษา-

-๒๒-

ระดับของภาษา

การใช้ภาษาขี้นอยู่กับกาลเทศะ สถานการณ์ สภาวะแวดล้อม

และสัมพันธภาพระหว่างบุคคล ซึ่งอาจแบ่งเป็นระดับต่าง ๆ ได้

หลายลักษณะ ที่สำคัญแบ่งได้เป็น ๕ ระดับคือ

ภาพตัวอย่างการสื่ อสารในระดับพิธีการ
ภาพที่ ๑ การประชุมรัฐสภา
ภาพที่ ๒ การกล่าวเปิดงาน

๑.ระดับพิธีการ ใช้สื่อสารกันในที่ประชุมที่จัดขึ้นอย่าง

เป็นทางการ ได้แก่ การประชุมรัฐสภา การกล่าวอวยพร

การกล่าวต้อนรับ การกล่าวรายงานในพิธีมอบปริญญา

บัตร ประกาศนียบัตร การกล่าว สดุดีหรือการกล่าว เพื่อ

จรรโลงใจให้ประจักษ์ในคุณความดี การกล่าวปิดพิธี

เป็นต้น ผู้ส่งสารระดับนี้มักเป็น คนสำคัญหรือมีตำแหน่ง

สูง ผู้รับสารมักอยู่ในวงการเดียวกันหรือเป็นกลุ่มคนส่วน

ใหญ่ สัมพันธภาพระหว่างผู้ส่ง สารกับผู้รับสารมีต่อกัน

อย่างเป็นทางการ ส่วนใหญ่ผู้ส่งสารเป็นผู้กล่าวฝ่าย

เดียว ไม่มีการโต้ตอบ ผู้กล่าว มักต้องเตรียมบทหรือวาท

นิพนธ์มาล่วงหน้าและมักนำเสนอด้วยการอ่านต่อหน้าที่

ประชุม

-๒๓-

ภาพตัวอย่างการสื่ อสารในระดับทางการ
ภาพที่ ๑ การบรรยายในชั้นเรียน

ภาพที่ ๒ ตัวอย่างหนังสือทางราชการ

๒. ภาษาระดับทางการ ใช้บรรยายหรืออภิปรายอย่าง

เป็นทางการในที่ประชุมหรือใช้ในการเขียน ข้อความที่

ปรากฏต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ หนังสือที่ใช้

ติดต่อกับทางราชการหรือในวงธุรกิจ ผู้ส่งสาร และผู้รับ

สารมักเป็นบุคคลในวงอาชีพเดียวกัน ภาษาระดับนี้

เป็นการสื่อสารให้ได้ผลตามจุดประสงค์โดย ยึดหลัก

ประหยัดคำและเวลาให้มากที่สุด

-๒๔-

๓. ภาษาระดับกึ่งทางการ คล้ายกับภาษาระดับทางการ

แต่ลดความเป็นงานเป็นการลงบ้างเพื่ อให้เกิดสัมพันธภาพ

ระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสารซึ่งเป็นบุคคลในกลุ่มเดียวกัน

มีการโต้แย้งหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเป็นระยะ ๆ

มักใช้ในการประชุมกลุ่มหรือการอภิปรายกลุ่ม การบรรยาย

ในชั้นเรียน ข่าว บทความ ในหนังสือพิมพ์ เนื้อหามักเป็น

ความรู้ทั่วไปในการดำเนินชีวิตประจำวัน กิจธุระต่าง ๆ รวม

ถึงการปรึกษาหารือ ร่วมกัน

ภาพตัวอย่างการสื่ อสารในระดับกึ่งทางการ
ภาพที่ ๑ การประชุมกลุ่ม อภิปรายปรึกษาหารือ
ภาพที่ ๒ ตัวอย่างหนังสือพิมพ์ ข่าว บทความ

๔. ภาษาระดับไม่เป็นทางการ ภาษาระดับนี้มักใช้ในการ

สนทนาโต้ตอบระหว่างบุคคลหรือกลุ่ม บุคคล ไม่เกิน ๔-๕คน
ในสถานที่และกาละที่ไม่ใช่ส่วนตัว อาจจะเป็นบุคคลที่คุ้นเคย

กัน การเขียนจดหมาย ระหว่างเพื่อน การรายงานข่าวและการ

เสนอบทความในหนังสือพิมพ์ โดยทั่วไปจะใช้ถ้อยคำสำนวนที่

ทำให้ รู้สึกคุ้นเคยกันมากกว่าภาษาระดับทางการหรือภาษาที่

ใช้กันเฉพาะกลุ่ม เนื้อหาเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไปในการดำเนินชีวิต

ประจำวัน กิจธุระต่าง ๆ รวมถึงการปรึกษาหารือร่วมกัน

-๒๕-

ภาพตัวอย่างการสื่ อสารในระดับไม่เป็นทางการ
ภาพที่ ๑ การประชุมกลุ่มย่อยไม่เกิน ๔-๕ คน
ภาพที่ ๒ การเขียนจดหมาย บันทึกเรื่องราวทั่ว ๆ ไป

๕. ภาษาระดับกันเอง(ระดับปาก) ภาษาระดับนี้มักใช้กันใน

ครอบครัวหรือระหว่างเพื่อนสนิท สถานที่ใช้มักเป็น พื้นที่ส่วน

ตัว เนื้อหาของสารไม่มีขอบเขตจำกัด มักใช้ในการพูดจากัน

ไม่นิยมบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้น นวนิยายหรือเรื่อง

สั้นบางตอนที่ต้องการความเป็นจริง (การแบ่งภาษาดังที่กล่าว

มามิได้หมายความว่าแบ่งกันอย่างเด็ดขาด ภาษาระดับหนึ่ง

อาจเหลื่ อมล้ำกับอีกระดับหนึ่งก็ได้)

ภาพตัวอย่างการสื่ อสารในระดับกันเอง
การสื่อสารกันระหว่างเพื่อน หรือการสื่อสารภายในครอบครัว
ที่มีความเป็นกันเอง

-๒๖-

ข้อควรสังเกต

ข้อควรสังเกตเกี่ยวกับความลดหลั่นตามระดับภาษา
๑. ภาษาที่ใช้ในระดับพิธีการ ระดับทางการและระดับ

กึ่งทางการ คำสรรพนามที่ใช้แทนตนเอง
-คำสรรพนามบุรุษที่ ๑ มักใช้ กระผม ผม ดิฉัน ข้าพเจ้า
-คำสรรพนามที่ใช้แทนผู้รับสาร (สรรพนามบุรุษที่ ๒)
มักใช้ ท่าน ท่านทั้งหลาย
ส่วนภาษาระดับที่ไม่เป็นทางการและระดับกันเอง ผู้ส่ง


สารจะใช้สรรพนาม ผม ฉัน ดิฉัน กัน เรา หนู หรืออาจใช้คำ

นามแทน เช่น นิด ครู หมอ แม่ พ่อ พี่ ป้า ฯลฯ

๒. คำนาม คำนามหลายคำใช้เฉพาะภาษาระดับ
กึ่งทางการ ระดับไม่เป็นทางการและระดับกันเอง เท่านั้น
หากนำไปใช้เป็นภาษาระดับทางการจะต่างกันออกไป เช่น

โรงจำนำ – สถานธนานุเคราะห์
โรงพัก – สถานีตำรวจ
หมู – สุกร
ควาย – กระบือ
รถเมล์ – รถประจำทาง เป็นต้น
๓. คำกริยา คำกริยาที่แสดงระดับภาษาต่าง ๆ อย่าง
เห็นได้ชัด เช่น
ตาย อาจใช้ ถึงแก่กรรม เสีย ล้ม
กิน อาจใช้ รับประทาน บริโภค
๔. คำวิเศษณ์ บางคำใช้คำขยายกริยา มักใช้ในระดับ

ภาษาไม่เป็นทางการและระดับกันเองหรืออาจใช้ใน ภาษา

ระดับกึ่งราชการก็ได้ คำวิเศษณ์เหล่านี้มักเป็นคำบอกลักษณะ

หรือแสดงความรู้สึก เช่น
เปรี้ยวจี๊ด เย็นเจี๊ยบ วิ่งเต็มเหยียด ฟาดเต็มเหนี่ยว

-๒๗-

แบบฝึกหัดชุดที่ ๔.๑

คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมายกากบาท (X) ในคำตอบที่

ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

๑.สํานวนข้อใดชี้ให้เห็นว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่มีระดับ

ก. เชื้อไม่ทิ้งแถว แนวไม่ทิ้งตระกูล

ข. สําเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล

ค. มะพร้าวตื่นดก ยาจกตื่นมี

ง. คนยากว่าผี คนมีว่าศพ

๒.ภาษาระดับพิธีการใช้เนื่ องในโอกาสใด

ก. การประชุมกลุ่มหรืออภิปรายกลุ่ม

ข. การกล่าวรายงานในพิธีมอบปริญญาบัตร

ค. การเขียนจดหมายระหวางเพื่อน

ง. บทความในหนังสือพิมพ์บันเทิง

๓.ระดับภาษาที่ใช้ในการสื่ อสารนั้นขึ้นอย่กับข้อใด

ก. ผู้ส่งสาร ข. ผู้รับสาร

ค. ตัวบุคคลและโอกาส ง. ตัวสาร

๔.ประโยคในข้อใดไม่ใช่ภาษาพูด

ก. ฉันขอไปด้วยคนนะ

ข. ท่านต้องการไปเที่ยวเชียงใหม่ จริงหรือ

ค. ฉันไม่มีเงินในโทรศัพท์สักบาท

ง. เรื่องนี้เธอพอจะรู้แล้วใช่ไหม

-๒๘-

๕.ประโยคในข้อใดเป็นภาษาเขียน
ก. คุณแม่ซื้อคอมพิวเตอร์ให้ฉันเมื่อวาน
ข. เมื่อวานมีคนมาที่นี่เยอะแยะ
ค. พรุ่งนี้เจอกนแปดโมงเช้า
ง. เธอทํายังไงถึงเรียนเก่งมากๆ

๖.ข้อใดใช้ภาษาต่างระดับจากข้ออื่ น
ก. ขณะนี้กรณีดังกล่าวทางคณะกรรมการได้พิจารณา

เรียบร้อยแล้ว
ข. การฌาปนกิจนายสมพงษ์ หล่อทองกำหนดขึ้นในวันพรุ่งนี้
ค. เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอันตราย สติเท่านั้นที่สามารถประคอง

ชีวิตได้
ง. พวกเราได้ดําเนินการส่งเอกสารแล้วเสร็จ ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอน


การพิจารณา
๗.ข้อใดใช้ภาษาต่างระดับปนกัน

ก. คณะของกระผม รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติร่วมพิธีวิวาห์

ในครั้งนี้

ข. โรงภาพยนตร์คือสถานที่ ที่ห้ามนําสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงเข้าไป
ค. รถโดยสารประจําทางของบริษัทกวางดาวมีผู้นิยมใช้บริการ
จํานวนมาก
ง. บุตรของท่านได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทในสถานศึกษาครั้งที่สองแล้ว

ครับ
๘.ข้อใดใช้ภาษาระดับทางการ
ก. ในระยะนี้จะมีเต่ามาวางไข่ที่ชายฝั่ งทะเลวันละหลายตัว
ข. ในหน้าหนาวจะมีนักท่องเที่ยวมาชมทัศนียภาพที่นี่เป็นจํานวนมาก
ค. เขาได้สมัครสอบเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยที่

มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง
ง. เพื่อความสะดวกในการเบิกจ่าย อาจขออนุมัติถัวกันไปทุกรายการ


ก็ได้ -๒๙-

๙.ข้อความต่อไปนี้ใช้ภาษาระดับใด
“คุณเกษมเป็นผู้ที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีมีความรู้ความสามารถ และช่วย

สร้างความเจริญแก่หน่วยงานนี้มาไม่น้อย จนเป็นที่รักใคร่ของพวกเรา

ทุกคน เราเสียดายที่คุณเกษมจะไม่ได้ร่วมงานกับเราอีก แต่ก็ยินดีที่

ท่านได้เลื่ อนตําแหน่งมีความก้าวหน้าในอาชีพ”

ก. ระดับทางการ
ข. ระดับกึ่งทางการ
ค. ระดับสนทนา
ง. ระดับกนเอง
๑๐.การใช้ภาษาในข้อใดเหมาะสมที่จะใช้ในการเขียนรายงาน
ทางวิชาการ
ก. เคล็ดลับการทําต้มยํากุ้งให้อร่อยคือการใส่เนื้อสัตว์เมื่อนํ้าเดือด
ข. กีฬาช่วยขจัดความเครียด ทั้งยังช่วยเสริมสร้างจิตใจให้เข้มแข็ง
ค. หลังจากผ่าตัดได้ ๑ สัปดาห์ อาการป่วยของเขาก็ค่อยยังชั่วขึ้น
ง. การจราจรแถวสะพานปิ่นเกล้าติดขัดมาก โดยเฉพาะในเวลาเช้า

และเย็น

-๓๐-

แบบฝึกหัดชุดที่ ๔.๒

คำชี้แจง : ให้นักเรียนเปลี่ยนภาษาระดับกึ่งทางการที่กำหนด

ให้เป็นภาษาระดับทางการ

-๓๑-

บทที่ ๕

ทับซ้อน
ป้ อนศัพท์

-คำทับศัพท์-
-คำศัพท์บัญญัติ-




-๓๒-

คำทับศัพท์ และคำศัพท์บัญญัติ

คำทับศัพท์ และคำศัพท์บัญญัตินั้น มีความแตกต่างกัน
กล่าวคือ คำทับศัพท์ หมายถึง คำที่ถ่ายเสียงมาจากรูปคำในภาษา

อื่น และนำมาเขียนในรูปแบบของภาษาไทย เพื่อให้คนที่ใช้ภาษา

สามารถออกเสียงได้อย่างถูกต้อง ส่วนคำศัพท์บัญญัติ หมายถึง

คำที่ บัญญัติขึ้นเพื่ อใช้แทนคำต่างประเทศ

ประเทศไทยมีความสัมพันธ์กับต่างชาติ จากการติดต่อทำ
การค้า การทูต การสอนศาสนา ศิลปวัฒนธรรมมาช้านาน จึงมีการ

ยืมคำภาษาต่างประเทศมาใช้ อาจด้วยวิธีการทับศัพท์หรือสร้างคำ

ศัพท์ใหม่ขึ้นมาใช้ ทั้งในวงวิชาการและทั่วไป การศึกษาเรื่องการใช้

คำในภาษาไทย จะช่วยให้สามารถใช้คำทับศัพท์และศัพท์บัญญัติ

ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง

การยืมคำภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทยมี ๒ วิธีคือ ใช้

คำในภาษานั้นเลย ที่เรียกว่า “คำทับศัพท์” และการบัญญัติศัพท์
ขึ้นใหม่ ที่เรียกว่า “ศัพท์บัญญัติ”

คำทับศัพท์
คำที่ถ่ายเสียงมาจากรูปคำในภาษาอื่น และนำมาเขียนใน

รูปแบบของภาษาไทย เพื่อให้คนที่ใช้ภาษาสามารถออกเสียงได้

อย่างถูกต้อง หรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียงกับภาษาเดิม บางคำก็ใช้

ตามความสะดวกปากในการออกเสียง จนแทบจะกลมกลืนกับ

ภาษาไทย คำทับศัพท์นั้นยืมมาจากภาษาต่างประเทศหลายภาษา

เช่น ทมิฬ เปอร์เซียร์ อาหรับ ญี่ปุ่น โปรตุเกส ฝรั่งเศส ฮินดี พม่า

มอญ

-๓๓-

หลักเกณฑ์การทับศัพท์
๑. ถอดอักษรในภาษาเดิมพอควรแก่การแสดงที่มาของรูปศัพท์
๒. เขียนในรูปที่อ่านได้สะดวกในภาษาไทย
๓. คำทับศัพท์ที่ใช้มานานให้ใช้แบบเดิม เช่น เชิ้ต ก๊าซ แก๊ส
๔. ถ้าตัว T อยู่หน้าคำแทน ตัว “ท” ถ้าตัว T อยู่ท้ายคำแทน ตัว “ต”
๕. ถ้าตัว P อยู่หน้าคำแทน ตัว “พ” ถ้าตัว P อยู่ท้ายคำแทน ตัว “ป”

ศัพท์บัญญัติ
คำที่บัญญัติขึ้นใหม่ในภาษาไทย โดยราชบัณฑิตยสถานเป็นผู้รับรอง


เพื่อรองรับศัพท์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตามเทคโนโลยีและความก้าวหน้า
ด้านต่างๆ ของโลก ซึ่งมักจะเป็นคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ
การบัญญัติศัพท์ขึ้นใหม่มีหลัก ๒ ประการ คือ

๑. สร้างคำขึ้นมาใหม่ อาจจะใช้การแปลความหมายจากศัพท์เดิม

หรือหาคำใหม่มาแทน

๒. ถ้าหาคำไทยที่เหมาะสมไม่ได้ ก็สร้างคำใหม่โดยใช้คำภาษาบาลี

และสันสกฤต บางคำอาจใช้วิธีผูกคำแบบคำสมาสก็ได้ ซึ่งต้องเป็นคำที่มี

ใช้มาก่อน และสามารถออกเสียงได้ง่าย

ตัวอย่างการเขียนคำทับศัพท์

คำศัพท์ คำทับศัพท์ คำอธิบาย
Application แอปพลิเคชัน
Upload อัปโหลด เพราะตัว p พยัญชนะต้น

Update อัปเดต จะใช้ พ แต่หากเป็นตัว

สะกดจะใช้ ป
Clinic คลินิก ตัว c เมื่อเป็นพยัญชนะต้น

แทนด้วย ค แต่หากเป็น


-๓๔- ตัวสะกดจะแทนด้วย ก

คำศัพท์ คำทับศัพท์ คำอธิบาย

Facebook เฟซบุ๊ก สะกด ce แทนด้วย ซ

Digital ดิจิทัล และตัว k เมื่อเป็นตัว

Pattern แพตเทิร์น สะกดจะแทนด้วย ก
Post โพสต์ ตัว t เมื่อเป็นพยัญชนะต้น

Graphic กราฟิก แทนด้วย ท แต่หากเป็น

ตัวสะกดจะแทนด้วย ต
Like ไลก์ คำนี้มี p ตัวเดียว และเป็น

Link ลิงก์ ph ที่แทนด้วยตัว ฟ จึงไม่

สะกดว่า กราฟฟิก
Series ซีรีส์ -ตัว k ถ้าเป็นพยัญชนะต้น

จะแทนด้วย ค แต่หากเป็น

ตัวสะกดจะแทนด้วย ก
-มีการันต์เพราะไม่ได้ออก

เสียง k (ก)

คำนี้ลงท้ายด้วย s แต่ไม่

ได้ออกเสียงจึงแทนด้วย ส์

-๓๕-

แบบฝึกหัดชุดที่ ๕.๑

คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาประโยคที่กำหนดให้แล้วนำไป

คำที่กำหนดไปเติมลงในช่องว่างของแต่ละประโยคให้เหมาะสม

แอร์ ออกอากาศ ใบสั่งซื้อ ดวงตราไปรษณียากร
พรีเซนต์ ใหญ่พิเศษ เครื่องปรับอากาศ วีรบุรุษ
เป็นที่นิยม ตู้เซฟ การแสดงดนตรี แสตมป์ จัมโบ้
คอนเสิร์ต ป็อปปูลาร์ ฮีโร่ ออนแอร์ ตู้นิรภัย
ออร์เดอร์ นำเสนอ

๑.องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนครบริจาค........................................

ให้โรงเรียนบ้านห้วยหีบวิทยาคม จำนวน ๓ เครื่อง
๒.บริษัท ไปรษณีไทย จำกัด จำหน่าย ........................................... ที่ผลิต

ขึ้นเป็นชุดพิเศษ เนื่องในวันเฉลิมพระชนพรรษาพระบาทสมเด็จพระ-

วชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
๓.ตั้งแต่มีโควิดเนี่ยนะ ฉันก็ไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหนเลย โดยเฉพาะ

งาน........................................ ที่ฉันชอบก็ไม่จัด อยากไปแดนซ์หน้าเวที

เร็ว ๆ แล้ว
๔.จ่าแซม หรือนาวาตรี สมาน กุนัน ได้รับยกย่องให้

เป็น................................จากเหตุการณ์ที่ท่านเสียชีวิตในขณะกำลังช่วย

เหลือนักฟุตบอลเยาวชน ๑๓ คน

-๓๖-

๕.ซีซันนี้ ฟาร์มเฮ้าส์ มอบความสุขให้คุณแบบหอมกรุ่นจากเตาด้วย

ขนมปังไซซ์....................................
๖.สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง ๗ ประการ

งด......................................รายการภาพยนตร์เช้าวันเสาร์ เนื่องจากมี

รายการพิเศษสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – ๑๙
๗.คุณลูกค้าขา คุณลูกค้าขา ไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ พิมรี่พายสัญญา

ว่าทุก..................................ของคุณลูกค้า จะส่งถึงมือลูกค้าทุกคน

ภายใน ๓ วันอย่างแน่นอนค่ะ
๘.บริษัท ฮวงล้ำจำนำ จำกัด เป็นสถานธนานุบาล (โรงรับจำนำ) ที่มี

คุณภาพสังเกตได้จากมี .......................................คุณภาพพิเศษ สำหรับ

เก็บรักษาของ ของผู้นำมาจำนำไว้เป็นอย่างดี
๙.ใคร ๆ ก็รู้ว่าดาราคนนี้.........................................ที่สุดในวงการนักร้อง

เกาหลีแล้ว
๑๐.สิ่งที่สำคัญที่สุดในการ..........................................งาน คือการให้

เกียรติผู้ฟังโดยไม่อ่านสิ่งที่อยู่บนโปรแกรม PowerPoint แต่ควรพูด

จากความเข้าใจของตนเอง

-๓๗-

แบบฝึกหัดชุดที่ ๕.๒

คำชี้แจง : ให้นักเรียนจับคุ่คำยืมภาษาต่างประเทศที่ขีดเส้นใต้

กับคำบัญญัติให้ถูกต้อง

ลงคะแนนเสียง ยืนยัน
สลากกินแบ่งรัฐบาล จดบันทึก
ธนาคาร เครื่องพิมพ์ วิทยุ
โทรทัศน์ แป้นพิมพ์
คณิตกร

................................๑. แม่อย่าลืมกดคอนเฟิร์มของที่สั่งไปนะคะ
................................๒. พี่ไปแบงก์เพื่อนำเงินไปฝาก
................................๓. พี่กำลังโน๊ตรายการของที่จะต้องซื้อ
................................๔. คนขายลอตเตอรีส่วนใหญ่มักเป็นคนจังหวัดเลย
................................๕. เพื่อน ๆ ร่วมกันโหวตให้ตู่เป็นหัวหน้าห้อง
................................๖. พิธีกรรายการทีวีถูกปลดออกจากรายการเพราะ

พูดจาไม่ดี
................................๗. คนสมัยนี้ชอบฟังเพลงออนไลน์มากกว่าเรดิโอ
................................๘. ฉันอยากได้คอมพิวเตอร์เพื่อใช้เรียนออนไลน์
................................๙. พี่สาวฉันพึ่งซื้อคีย์บอร์ดมือสองมาจากเพื่อน
................................๑๐. ปรินเตอร์ของฉันกำลังส่งซ่อมอยู่

-๓๘-

บทที่ ๖

เรียงถ้อย
ร้อยไทย

-โคลงสี่สุภาพ-

-๓๙-

โคลงสี่สุภาพ

โคลงสี่สุภาพ เป็นโคลงชนิดหนึ่งที่กวีนิยมแต่งมากที่สุด
ด้วยเสน่ห์ของการบังคับวรรณยุกต์เอกโทที่ลงตัว ไพเราะสวยงาม คำ

ว่า สุภาพ หมายถึงคำที่มิได้มีรูปวรรณยุกต์

โคลงสี่สุภาพ มีมาตั้งแต่สมัยต้นอยุธยาในมหาชาติคำหลวง

โคลงนิราศหริภุญชัย โคลงมังทราตีเชียงใหม่ และลิลิตพระลอ โคลง

นิราศพระบาท กาพย์ห่อโคลงพระราชนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร
สมัยธนบุรี ได้แก่ โคลงยอพระเกียรติพระเจ้ากรุงธนบุรี
และลิลิตเพชรมงกุฎ ในสมัยรัตนโกสินทร์ วรรณกรรมที่ใช้โคลงสี่

สุภาพที่เด่นๆ ได้แก่ ลิลิตตะเลงพ่าย โคลงนิราศนรินทร์ โคลงนิราศ

สุพรรณ โคลงโลกนิติ

โคลงสี่สุภาพเป็นคำประพันธ์ที่กวีชอบแต่ง และผ่านการพัฒนา

มายาวนานจนมีฉันทลักษณ์ที่ลงตัว และเป็นแบบฉบับดังที่ยึดถือกัน

ในปัจจุบัน

แผนผังโคลงสี่สุภาพ

-๔๐-

ลักษณะบังคับของโคลงสี่สุภาพ
๑. คณะ
โคลงสี่สุภาพ ๑ บทมี ๔ บาท โดย ๑ บรรทัดคือ ๑ บาท และ


แต่ละบาทมี ๒ วรรค
บาทที่ ๑ บาทที่ ๒ และบาทที่ ๓ มีจำนวนคำเท่ากัน คือ วรรคหน้ามี
๕ คำ ส่วนวรรคหลังมี ๒ คำ
บาทที่ ๔ วรรคหน้ามี ๕ คำเช่นกัน แต่วรรคหลังจะมี ๔ คำ
รวมทั้งสิ้น ๑ บทจะมี ๓๐ คำ

๒. คำสร้อย
คำสร้อย คือคำที่แต่งท้ายบาทของโคลงตามข้อบังคับ เพื่อทำให้


ได้ใจความครบถ้วน ถ้าโคลงบาทใดได้ความครบถ้วนแล้ว ก็ไม่ต้อง

เติมคำสร้อย

-ตำแหน่งที่กำหนดให้เติมคำสร้อยคือ ท้ายบาทที่ ๑ และท้าย
บาทที่ ๓

-คำสร้อยต้องมีแห่งละ ๒ คำเสมอ โดยคำแรกเป็นคำสุภาพที่

ต้องการเสริมความให้สมบูรณ์ ส่วนคำหลังมักลงท้ายด้วยคำต่อไปนี้

“พ่อ แม่ พี่ รา แล เลย เอย นา นอ เนอ ฤๅ ฮา แฮ เฮย” และมีอีกคำหนึ่ง

ที่พบในโคลงโบราณ คือคำว่า “บารนี” ซึ่งใช้คำสร้อยได้ครบพยางค์โดย

ไม่ต้องเติมคำอื่ น

-๔๑-

๓. คำสัมผัส เอก โท และ คำตาย
โคลงสี่สุภาพบังคับรูปวรรณยุกต์ เอก โท คือ บังคับรูป


วรรณยุกต์เอก ๗ ตำแหน่ง รูปวรรณยุกต์โท ๔ ตำแหน่ง
(ตามแผนผัง) ในการแต่งโคลงสี่สุภาพ บางครั้งเมื่อไม่สามารถหาคำที่

มีรูปวรรณยุกต์เอก หรือรูปวรรณยุกต์โทมาใช้ในที่บังคับวรรณยุกต์

ตามแผนผังได้ จำเป็นต้องใช้คำ “เอกโทษ” หรือคำ “โทโทษ” คือ นำคำ

ที่ต้องการใช้ไปเปลี่ยนให้เป็นรูปวรรณยุกต์เอก หรือโท แต่ถ้าไม่จำเป็น

อย่างยิ่งแล้วก็ไม่ควรใช้ เพราะทำให้รูปคำเสีย และความหมายอาจ

เปลี่ยนไป เช่น ใช้คำว่า “ข้า” แทนคำว่า “ฆ่า” เป็นต้น และในอีกกรณี

หนึ่งคือ คำเอกและคำโทที่อยู่ติดกัน บางครั้งอาจสลับที่กันก็ได้
ในโคลงสี่สุภาพนั้น มีการใช้เสียง “คำตาย” แทนวรรณยุกต์เอกได้ทุก

แห่งที่บังคับรูปวรรณยุกต์เอก ไม่ว่าคำตายนั้นๆ จะมีเสียงวรรณยุกต์ใด

อาจเป็นคำตายเสียงเอก เช่น บาด จิต หรือคำตายเสียงโท เช่น วาด

ภาพ หรือคำตายเสียงตรี เช่น พบ รัก เป็นต้น

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม
Tips & Tricks

คำตาย คือ คำที่ประสมด้วยสระเสียง
สั้น และสะกดด้วยมาตราตัวสะกดแม่

กก กด กบ วิธีจำคำตาย ท่องว่า

“กบด” มีตัวสะกดในมาตราแม่ กก

กบ กด ประสมด้วยสระเสียงสั้น และ

ไม่มีตัวสะกด

-๔๒-

แบบฝึกหัดชุดที่ ๖.๑

คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมายกากบาท (X) ในคำตอบที่

ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

๑. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะบังคับของโคลงสี่สุภาพ
ก. สัมผัส ข. คำเอก ค. คำโท ง. คำไวพจน์

๒. โคลงสี่สุภาพบาทสุดท้ายวรรคหน้ามี ๕ คำ วรรคหลังซึ่ง
ต้องเขียนติดกันมีกี่คำ

ก. ๑ คำ ข. ๒ คำ ค. ๓ คำ ง. ๔ คำ
๓. โคลงสี่สุภาพ กำหนดให้มีคำเอก และคำโท กี่แห่ง

ก. คำเอก ๔ แห่ง คำโท ๗ แห่ง ข. คำเอก ๗ แห่ง คำโท ๔ แห่ง
ค. คำเอก 5 แห่ง คำโท ๔ แห่ง ง. คำเอก ๗ แห่ง คำโท ๗ แห่ง
๔. วรรณกรรมที่แต่งด้วยโคลง ที่เก่าแก่ที่สุด คือเรื่องใด
ก. ลิลิตพระลอ
ข. ลิลิตโองการแช่งน้ำ
ค. โคลงกำสรวลศรีปราชญ์
ง. โคลงยอพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์

ใช้คำประพันธ์ที่กำหนดให้ตอบคำถามข้อ ๕

สงสารเป็นห่วงให้ แหนขวัญ แม่ฮา
ขวัญแม่สมบูรณ์จันทร์ แจ่มหน้า
เกศินีนิลพรร โณภาส
งามเงื่ อนหางยูงฟ้า ฝากเจ้าจงดี
(นิราศนรินทร์คําโคลง)

-๔๓-


Click to View FlipBook Version