บันทึกรักการอ่าน
ชื่อ เด็กหญิง กวิสรา แผ่นทอง ชั้น ม.1/4 เลขที่ 23
เลขประจำตัวนักเรียน 36777
ปีการศึกษา 2565
โรงเรียนสารวิทยา
เด็กเลี้ยงแกะ
มีเด็กชายคนหนึ่งทำงานเลี้ยงแกะอยู่ในฟาร์ม วันหนึ่งเขา
เกิดเบื่อจึงแกล้งวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านแล้วร้องตะโกนว่า
“ช่วยด้วย ๆ หมาป่าเข้ามากินแกะแล้ว” เมื่อชาวบ้านได้ยิน
เช่นนั้นก็ถืออาวุธวิ่งไปช่วยไล่หมาป่า แต่พอไปถึงก็ไม่เจอ
หมาป่าเลยสักตัว เด็กเลี้ยงแกะก็หัวเราะเยาะเพราะว่า
เรื่องทั้งหมดเขาโกหกขึ้น และเจ้าเด็กเลี้ยงแกะก็ยังโกหก
เรื่องเดิมอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่งมีหมาป่าเข้ามา
กินแกะจริง ๆ เด็กเลี้ยงแกะวิ่งไปขอความช่วยเหลือก็ไม่มี
ใครมาช่วยเลย สุดท้ายแกะของเขาจึงถูกหมาป่ากินจน
หมดสิ้น
นิทานอีสป “เด็กเลี้ยงแกะ” สอนให้รู้ว่า : อย่าเป็นคนขี้
โกหกจนติดเป็นนิสัย เพราะทำให้เวลาพู ดความจริงไม่มี
ใครเชื่อ และการโกหกเพื่ อทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเป็นเรื่องไม่
ดี สักวันหนึ่งเรื่องทุกข์ใจนั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายเราเอง
ราชสีห์กับหนู
มีหนูตัวหนึ่งวิ่งผ่านมาเจอราชสีห์กำลังหลับอยู่ ด้วยความ
ไม่ระวังจึงเผลอไปปลุกมันตื่นขึ้น เจ้าราชสีห์จึงตะครุบเจ้า
หนูไว้ ทว่าเจ้าหนูร้องขอชีวิตและบอกว่ามันจะไม่ลืมบุญ
คุณเลยหากปล่อยมันไป ราชสีห์จึงยอมปล่อยหนูให้เป็น
อิสระ หลังจากนั้นวันหนึ่งราชสีห์ก็ได้เดินไปติดกับดักของ
นายพราน ในครั้งนี้เจ้าหนูวิ่งมาเห็นเข้า จึงได้ช่วยแทะ
เชือกจนราชสีห์หลุดออกมาได้ ราชสีห์จึงทราบซึ้งในน้ำใจ
และทั้งสองก็เป็นเพื่ อนกันตลอดมา
นิทานอีสป “ราชสีห์กับหนู” สอนให้รู้ว่า : เราไม่มีทางรู้ว่า
คนที่เราช่วยเอาไว้ในวันนี้ สักวันหนึ่งเขาอาจจะกลับมา
ช่วยเหลือเราในยามที่ยากลำบากได้ ดังนั้นเราไม่ควร
ตัดสินคนที่ภายนอก
สุนัขกับเงา
สุนัขตัวหนึ่งขโมยเนื้อก้อนหนึ่งมาจากชาวบ้าน มันวิ่งหนี
ข้ามสะพานและเจอเข้ากับเงาของตัวเองในน้ำ แต่มันไม่รู้
ว่าเป็นเงาตัวเอง มันจึงจ้องมองอยู่นาน “เอ๊ะ ทำไมเจ้า
หมาตัวนี้คาบก้อนเนื้อใหญ่กว่าเรา” เจ้าสุนัขสงสัย มัน
รู้สึกอิจฉาจึงจะแย่งชิ้นเนื้อมา แต่ปรากฏว่าทันทีที่มันอ้า
ปาก ก็ทำให้ชิ้นเนื้อร่วงหล่นลงไปในน้ำทันที
นิทานอีสป “สุนัขกับเงา” สอนให้รู้ว่า : ความโลภเป็นบ่อ
เกิดของหายนะ ให้ทุกข์กับท่านสุดท้ายนั้นทุกข์มันก็ต้อง
ย้อนกลับมาหาตัวเอง
ลูกหมูสามตัว
มีหมูสามพี่ น้องต้องออกไปอยู่กันตามลำพั ง พวกมันต่าง
แยกย้ายกันสร้างบ้าน ตัวหนึ่งสร้างบ้านจากฟาง ตัวหนึ่ง
สร้างบ้านจากไม้ และตัวสุดท้ายสร้างบ้านจากอิฐ และแล้ว
วันหนึ่งก็มีหมาป่าตัวหนึ่งเดินผ่านมา มันบุกเข้าบ้านหมูคน
โตและเป่าบ้านฟางแตกกระจาย หมูคนโตจึงรีบวิ่งไปที่
บ้านหมูคนกลางที่บ้านทำจากไม้ แต่หมาป่าก็กระโดดพั ง
ประตูเข้ามาจนบ้านไม้พั งทั้งหลัง จากนั้นหมูทั้งสองจึงหนี
ไปบ้านหมูคนเล็กสุด คราวหน้าเจ้าหมาป่าพั งประตูเข้ามา
ไม่ได้ มันกระโดดกระแทกประตูจนสลบไป จากนั้นหมูทั้ง
สองจึงได้ขอโทษที่เคยว่าน้องคนเล็กสุดเอาไว้ และสร้าง
บ้านอิฐอยู่กันอย่างสงบสุขตั้งแต่นั้นมา
นิทานอีสป “ลูกหมูสามตัว” สอนให้รู้ว่า : คนขี้เกียจทำ
อะไรก็ไม่เจริญ จะลงมือทำการใดทั้งทีควรทำให้ดีที่สุด
และไม่ควรดูถูกความคิดของผู้อื่นด้วย เพราะความคิดเรา
อาจจะไม่ได้ดีที่สุดเสมอไป
มดกับตั๊กแตน
มีมดครอบครัวหนึ่งพยายามสะสมอาหารไว้ให้มากที่สุด
ก่อนฤดูหนาว ในระหว่างที่ตั๊กแตนตัวหนึ่งได้แต่นั่งดูและ
นิ่งนอนใจ ทว่าเมื่อฤดูหนาวมาถึงเจ้าตั๊กแตนกลับไม่มี
อาหารกินเลยแม้แต่น้อย ทำให้สุดท้ายก็ต้องแบกหน้าไป
ขออาหารแบ่งจากมด แต่มดเองก็ไม่มีให้เช่นกัน สุดท้าย
เจ้าตั๊กแตนจึงต้องเดินไปขออาหารบ้านอื่นและหนาวตาย
นิทานอีสป “มดกับตั๊กแตน” สอนให้รู้ว่า : คนที่ไม่ยอม
ลำบากวันนี้ สุดท้ายวันหน้าก็ต้องพบกับลำบาก ต่างจาก
คนที่ยอมทำงานหนักวันนี้ ในท้ายที่สุดก็จะสำเร็จและสุข
สบาย
ม้าศึกกับนักรบ
นักรบคนหนึ่งเลี้ยงม้าศึกของเขาอย่างดีด้วยนมและ
ข้าวโพดที่มีประโยชน์ มันจึงมีแรงออกรบและพาชนะศึก
ทุกครั้ง ทว่าหลังจากที่เมืองไม่มีสงครามแล้ว นักรบก็ได้
เปลี่ยนมาให้ฟางและหญ้ากับม้าศึกแทน แถมยังเปลี่ยนมา
ใช้งานมันขนของหนักและทำไล่ทำนาอีกด้วย พอเกิดศึก
สงครามขึ้นอีกครั้ง นักรบจึงจะนำม้าไปออกรบอีกครั้ง
แต่คราวนี้ม้าศึกก็ได้กลายเป็นม้าที่อ่อนแอและไม่มีแรง
แม้แต่จะพานักรบขึ้นขี่หลังแล้ว
นิทานอีสป “ม้าศึกกับนักรบ” สอนให้รู้ว่า : อย่าทำดีกับผู้
อื่นเพื่ อหวังผลประโยชน์อย่างเดียว และเมื่อเขาหมด
ประโยชน์ก็ละเลยไม่สนใจ เพราะสังวันหนึ่งเขาอาจจะ
ตระหนักได้ และไม่ให้สิ่งใดตอบแทนกับเราอีกเลย
ลิงกับอูฐ
วันหนึ่งได้มีการจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้น พวกสัตว์ป่าทั้ง
หลายก็มารวมตัวกัน และในงานเลี้ยงก็มีเจ้าลิงตัวหนึ่งที่
เต้นรำอย่างสนุกสนาน ท่าเต้นของมันนั้นช่างพลิ้วไหวจน
สัตว์ทั้งหลายก็ต่างพากันชื่นชม เจ้าอูฐตัวหนึ่งหันไปเห็น
เข้ามันจึงเกิดอิจฉา จึงลุกขึ้นเต้นบ้าง ทว่าท่าเต้นของมัน
นั้นกับดูเก้ ๆ กัง ๆ จนทำให้สัตว์ป่าทั้งหลายพากันหัวเราะ
เจ้าอูฐจึงอับอายและหยุดเต้นในที่สุด
นิทานอีสป “ลิงกับอูฐ” สอนให้รู้ว่า : อย่าพยายามเป็น
เหมือนผู้อื่น เพราะคนเรานั้นเก่งไม่เหมือนกัน จงทำในสิ่ง
ที่ตัวเองถนัดและอยู่กับสิ่งเหล่านั้นจะดีที่สุด
ห่านกับไข่ทองคำ
มีตากับยายคู่หนึ่งเป็นชาวนาผู้ยากจน พวกเขาอยู่อย่าง
ยากลำบากกระทั่งวันหนึ่งห่ามของพวกเขาออกไข่เป็น
ทองคำ ตาจึงได้นำไข่ทองคำไปขายและได้เงินมาเป็นกอบ
เป็นกำ ทว่าหลังจากนั้นนับวัน ๆ ห่ามก็เริ่มออกไข่น้อยลง
ตาจึงได้ตัดสินใจจับห่านวิเศษตัวนั้นมาขว้านท้อง แต่
ปรากฏว่าในท้องของห่านตัวนั้นกลับไม่มีไข่ทองคำอยู่เลย
สุดท้ายสองตายายจึงร้องไห้เสียใจและกลับมายากจนดัง
เดิม
นิทานอีสป “ห่านกับไข่ทองคำ” สอนให้รู้ว่า : คนที่โลภมาก
สุดท้ายก็มักจะไม่เหลืออะไรเลย ไม่มีใครร่ำรวยได้เพี ยงแค่
ชั่วข้ามคืน อยากรวยก็จะต้องอดทนและพยายามเก็บออม
ทีละน้อย ยั่งยืนกว่าการเสี่ยงลงทุนเกินตัวและล้มเหลวไม่
เป็นท่า
อึ่งอางกับวัว
วันหนึ่งลูกอึ่งอ่างออกไปวิ่งเล่น เจ้าวัวเดินผ่านมาและ
เผลอเหยียบลูกอึ่งอ่างเข้า พวกมันจึงกลับไปฟ้องแม่ แม่
อึ่งอ่างบอกว่าจะไปจัดการกับเจ้าสัตว์ตัวนั้นให้ แต่ลูก ๆ
ก็ห้ามเอาไว้เพราะว่าสัตว์ตัวนั้นมันตัวใหญ่มาก แม่อึ่งอ่าง
คิดว่าตัวเองตัวใหญ่เทียบได้ จึงพองลมให้ใหญ่ขึ้นใหญ่
ขึ้น ทว่าก็ยังไม่ใหญ่เท่าวัวสักที สุดท้ายเจ้าอึ่งอ่างจึง
พองลมจนตัวแตกตาย
นิทานอีสป “อึ่งอ่างกับวัว” สอนให้รู้ว่า : อย่าฝืนทำอะไร
เกินตัว โดยที่ไม่นึกความสามารถของตัวเอง เพราะอาจ
ส่งผลร้ายกับเราได้ และจงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีที่ตัวเอง
เป็น โดยไม่เอาตนเองไปเทียบกับผู้อื่น
กระต่ายกับเต่า
กระต่ายตัวหนึ่งเห็นเจ้าเต่าเดินต้วมเตี้ยมผ่านมา มันจึงท้า
แข่งวิ่งด้วยความรำคาญใจ และเมื่อถึงวันแข่งเจ้า
กระต่ายก็วิ่งลิ่วนำหน้าไปไกล แต่ทว่ามันกับประมาทเพราะ
คิดว่าเจ้าเต่าไม่มีทางตามมาได้ มันจึงเผลอหลับใต้ต้นไม้
สุดท้ายปรากฏว่า พอตื่นมาเจ้าเต่าก็คว้าชัยชนะไปเสียแล้ว
นิทานอีสป “กระต่ายกับเต่า” สอนให้รู้ว่า : คนเก่งแต่
ประมาทมักแพ้ ให้กับคนที่ไม่เก่งแต่ขยันเสมอ จะทำอะไร
ต้องทำอย่างมุ่งมั่นและแน่วแน่ ถึงเราจะเก่งสู้คนอื่นไม่ได้
แต่ถ้าไม่ลดละความพยายามและกัดฟันสู้ สักวันก็จะสำเร็จ
ได้เหมือนอย่างเจ้าเต่าอย่างแน่นอน