http://www.phatthalung.police.go.th/webpage/Police%20rank.html
ุ
ั
การประชาสมพันธ์ยคดิจิทัล(PR in digital world)
การที่จะสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีทักษะทางด้านการสื่อสารทั้งภาพ เสียง
และการใช้ภาษา ความเข้าใจในสื่อและเทคโนโลยี จนสามารถบูรณาการ
ความรู้และทักษะต่าง ๆ ดังกล่าว เพื่อน าไปใช้ในการสร้างเนื้อหาทางการ
สื่อสาร (content) ที่สามารถสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กร ผ่านเครือข่าย
ประชาสัมพันธ์ที่ทรงประสิทธิภาพ จึงจะสามารถสร้างพลังแห่งการ
ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ในยุคปัจจุบันได้
แนวคิดเรื่องกลยุทธ์เกี่ยวกับสื่อออนไลน์ กลยุทธ์ (Strategy)
เป็นวิธีการที่องค์กรเลือกน ามาใช้ในการด าเนินการเพื่อให้บรรลุผล
ไปยัง เป้าหมายในอนาคตที่ก าหนดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่
ประชาชนต่างหันมานิยมใช้สื่อสังคม ออนไลน์หลายประเภทในการท า
กิจกรรมต่าง ๆ ทั้งเพื่อส่วนตัว สังคมธุรกิจ การงาน ฯลฯ กันมากขึ้น หาก
ขาด กลยุทธ์ วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ชัดเจนในการท าการสื่อสารไป
ยังกลุ่มเป้าหมายแล้ว ย่อมท าให้ขาด โอกาสที่จะได้รับผลสัมฤทธิ์เท่าที่ควร
การใช้กลยุทธ์ด้านการสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ มีดังนี้
1. สร้างทีมผู้รับผิดชอบช่องทางสื่อสังคมออนไลน์
2. วางแผนให้เหมาะสม ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลการสื่อสารออนไลน์
3. สร้างความแตกต่างในแต่ละช่องทางให้เหมาะสม
4. เฝ้าติดตามลูกค้าที่ต้องการจะสื่อสารกับองค์กรอยู่เสมอ
5. จัดการกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบนสื่อสังคม
6.เก็บรวบรวมข้อมูลสถิติเพื่อท าการวิเคราะห์ ประเมินผล คาดการณ์
ยุคดิจิทัลควรเสนอเนื้อหาแบบไหน
• ตรงประเด็น
• เนื้อหาไม่ยาวมากเกินไป
• ใช้ภาษาเข้าใจง่ายเหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย
• ตามเทรนด์/ความสนใจของกระแสสังคม
• สะท้อนเอกลักษณ์ขององค์กร
สิ่งที่ต้องค านึงถึงในการเขียน
1. เข้าใจเนื้อหา
2. กลุ่มเป้าหมาย และสื่อที่ใช้ เขียนสั้น กระชับ ชัดเจน สื่อสารเข้าใจง่าย
3. เสนอสาระส าคัญทีละประเด็น
4. การล าดับความคิดไปตามเหตุและผล หรือ หัวเรื่องใหญ่ ย่อย
5. เนื้อหาถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ ภาษาถูกต้อง เหมาะสม
กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ
6.ตรวจทานก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง
ุ
่
้
ิ
พฤติกรรมผูบรโภคขาวสารยคดิจิทัล
1. พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน
2. เสพรับข้อมูลข่าวสารตลอดเวลา ไม่อดทนรอ
3. ชอบ Social
4. ชอบโชว์ แชร์ Like Comment
5. เสพสื่อหลากหลาย
้
ั
สิ่งส าคญในการใชสื่อออนไลน์
• Content การมีเนื้อหาที่ดีจะจูงใจผู้บริโภค ข่าวสาร
• Connectivity การเชื่อมโยงเนื้อหาเข้า กับผู้คน/สัมพันธ์กับ
กลุ่มเป้าหมาย รวมถึง Engagement คือท าให้ผู้บริโภคข่าวสารมี ส่วนร่วม
ผู้ปฏิบัติงาน มีความเข้าใจในบริบทของการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
1. ได้ฝึกหัดทักษะในการเขียน ล าดับความคิด และสร้างประเด็นเนื้อหา
เชิงประชาสัมพันธ์ให้กับพนักงานในองค์กร
2. สร้างทักษะในการสื่อสารด้วยภาพ ความเข้าใจในการใช้ภาพนิ่ง
และภาพเคลื่อนไหวในเชิงประชาสัมพันธ์
3. ท าความเข้าใจกับคุณสมบัติต่าง ๆ ของสื่อสังคมออนไลน์ที่มีในปัจจุบัน
และสามารถใช้ได้อย่างเหมาะสม
ปัญหาของการถ่ายภาพเพื่อประชาสัมพันธ์
ปัญหาส่วนใหญ่ที่ท าให้องค์กร ไม่ได้ภาพถ่ายที่ดี หรือเหมาะสมกับ
การใช้งาน อาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ดังนี้
1.ช่างภาพ “ไม่กล้า” จัดท่าทางให้ผู้บริหาร ซึ่งอาจเป็นด้วยเหตุผล
ทางด้านล าดับขั้นการบังคับบัญชา ความอาวุโส หรือระบบเจ้าขุนมูลนายใด ๆ
ก็แล้วแต่ ท าให้ช่างภาพหลายคนไม่กล้าที่จะขยับ หรือจัดท่าทางให้ผู้บริหาร แต่
นี่คือเหตุผลส าคัญที่ท าให้ผู้บริหาร ขาดภาพถ่ายดี ๆ ด้วยเช่นกัน
ปัญหาของการถ่ายภาพเพื่อประชาสัมพันธ์
2.ทุกคนอยากเข้าเฟรมพร้อมกัน ท าให้บางครั้งภาพถ่ายเต็มไปด้วยคน
10-20 คน จนแทบมองไม่ออกว่าใครเป็นใคร ไม่รู้ใครส าคัญมาก ส าคัญน้อย
ยืนหัวสูงหัวต่ าสลับไปมาจนเลอะเทอะไปหมด
3.ความขี้เกียจของช่างภาพ คือ ท างานไปวัน ๆ ถ่าย ๆ ให้จบไป ขาด
ความคิดสร้างสรรค์ ก็เลยท าให้ภาพที่ได้หน้าตาเหมือนเดิมมาตลอดหลายสิบปี
ปัญหาของการถ่ายภาพเพื่อประชาสัมพันธ์
4.วัฒนธรรมดั้งเดิม ประเภทที่ต้องถ่ายเจ้านายนั่งหัวโต๊ะ หรือนั่งบนเก้าอี้
ทรงสูงในห้องท างาน จึงได้ภาพถ่ายที่ไม่ touch กับคนดู เกิดความห่างเหิน
หรือมีสีหน้าคร่ าเครียดจากการประชุม
5.ถ่ายภาพแบบไม่มีวัตถุประสงค์ ว่าจะถ่ายภาพแต่ละภาพไปใช้
ประโยชน์อย่างไร ใช้เพื่ออะไร
ฝากข้อคิดส าหรับช่างภาพ
ก่อนที่จะกดชัตเตอร์ ต้องคิดเสมอว่า
“ถ่ายเพื่ออะไร” จะเอาไปใช้ประโยชน์อะไร
การเตรียมความพร้อมในการท าข่าวเพื่อการประชาสัมพันธ์
1. จัดเตรียมข้อมูลส าหรับการท าข่าว/เขียนข่าว
2. เขียนข่างและรายละเอียดล่วงหน้าไว้ให้เรียบร้อย
3. การเตรียมความพร้อมในการท าข่าว/การแต่งกาย/ในอนุญาตสื่อมวลชน
(ถ้ามี) / ตรวจสอบอุปกรณ์
4. ส ารวจสถานที่บริเวณที่จะต้องมีการถ่ายภาพ/อุปกรณ์ องค์ประกอบ /การ
ให้สัมภาษณ์
5. ประสานงานแจ้งผู้เกี่ยวข้อง ในการบันทึกภาพนิ่ง/วีดีโอ หรือภาพเคลื่อนไหว
6. ประสานงานสื่อมวลชน ท้องถิ่น/สื่อหลัก
การเปรียบเทียบสื่อวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์
หนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์
1. เสียเวลามากในการผลิตและ 1. เสนอข่าวได้รวดเร็วได้ทันที 1.ไม่สามารถน าเสนอข่าวได้รวดเร็วเท่ากับ
จ าหน่ายกว่าจะถึงมือผู้รับกินเวลานาน วิทยุ เพราะมีข้อจ ากัดเรื่องภาพและการ
ตัดสัญญาณจากรายการปกติ
2. ไม่สามารถเสนอข่าว ขณะที่ 2. สามารถเสนอข่าวได้ในขณะที่ 2. เสนอข่าวได้เช่นเดียวกับวิทยุแต่อาจมี
เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น และสามารถ ปัญหาในการติดตั้งอุปกรณ์
ติดตามเหตุการณ์ได้ตลอดไปเท่าที่
จ าเป็น
3. สามารถออกได้มากที่สุดวันละครั้ง 3. เสนอข่าวได้บ่อยครั้ง อย่าง 3. เสนอข่าวได้น้อยกว่ารายการวิทยุ
แม้บางฉบับจะออกหลายครั้งในหนึ่งวัน น้อยที่สุดทุกต้นชั่วโมงวัย
แต่คนทั่วไปมักจะอ่านหนังสือพิมพ์วัน
ละครั้ง
การเปรียบเทียบสื่อวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์
หนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์
4. สามารถเสนอข่าวได้ละเอียดและ 4. เสนอข่าวเพียงย่นย่อ 4. แม้จะให้รายละเอียดได้มากกว่าวิทยุแต่
ลึกซึ้งกว่า ก็น้อยกว่าหนังสือพิมพ์
5. มีการน าเสนอภาพในขณะที่วิทยุไม่ 5. เร้าความสนใจมากกว่า 5. เร้าความสนใจผู้ชมมากที่สุดเพราะมีทั้ง
มี หนังสือพิมพ์ ภาพและเสียง
6. สามารถย้อนกลับไปอ่านซ้ าได้เมื่อ 6. ฟังได้ครั้งเดียวไม่สามารถ 6. ฟังได้ครั้งเดียวไม่สามารถย้อนกลับทั้ง
ไม่เข้าใจ ย้อนกลับได้ ภาพและเสียง
7. อ่านเมื่อไหร่ก็ได้แล้วแต่ความ 7. ต้องฟังตามเวลาที่ก าหนด 7. ต้องชมตามเวลาที่ก าหนด
สะดวกของผู้อ่าน 8. ขณะฟังวิทยุสามารถท า 8. ต้องตั้งใจชมและฟัง ยกเว้นต้องการ
8. ต้องการความตั้งอกตั้งใจในการอ่าน กิจกรรมอย่างอื่นไปด้วยได้ เพียงรับฟังอย่างเดียว
9. มีข้อจ ากัดเฉพาะผู้ที่สามารถอ่าน 9. สามารถรับฟังได้ทุกเพศทุกวัย 9. สามารถรับชมได้ทุกเพศทุกวัย
หนังสือได้
การมีความสัมพันธ์อันดีกับสื่อมวลชน
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อมวลชนเป็นปัจจัยส าคัญในการส่งเสริม
ความส าเร็จให้แก่งานประชาสัมพันธ์ ประชาชนจะเชื่อข่าวสารในสื่อมวลชนว่า
เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่การโฆษณา และหากองค์กรมีความสามารถในการ
จัดการประเด็น และสื่อสารได้อย่างเหมาะสม ข่าวสารเพื่อการประชาสัมพันธ์
นั้นจะมีความแนบแน่นเนียนไปเป็นเนื้อเดียวกันกับข่าว ระดับความน่าเชื่อถือก็
จะยิ่งเพิ่มขึ้นที่ส าคัญเมื่อค านวณค่าใช้จ่ายต่อหัวในการเสนอข่าวสารเพื่อไปยัง
กลุ่มเป้าหมายโดยการเสนอผ่านสื่อมวลชนพบว่าค่าใช้จ่ายจะต่ ากว่าการ
พยายามผลิตสื่อเพื่อเผยแพร่ไปยังกลุ่มเป้าหมายโดยหน่วยงานเอง
การมีความสัมพันธ์อันดีกับสื่อมวลชน
มีข้อน่าสังเกต สื่อมวลชนต้องการข่าวสาร ที่มีสาระ สามารถตีพิมพ์เป็น
ข่าวได้ ดังนั้นหากหน่วยงานต้องการสร้างความสัมพันธ์กับสื่อมวลชน
วิธีการที่ดีที่สุดคือ ต้องเสนอข่าวที่มีคุณค่า มีคุณภาพเสมอ การกินเลี้ยง
พบปะสังสรรค์กับสื่อมวลชนยังมีความส าคัญรองลงมาจาก การให้ข่าวที่มี
คุณภาพ เพราะแม้หน่วยงานจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อมวลชนเพียงใด
แต่ถ้าไม่สามารถมีข้อมูลที่ควรค่าแก่การเป็นข่าวได้ สื่อมวลชนก็คงไม่เป็น
มิตรกับเราได้ไม่นานนัก