ส่อื การเรียนการสอนวิชาสังคมศกึ ษา
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
สาระการเรยี นรู้
• หลักธรรมเกย่ี วเนื่องกับวันสาคญั ทางพระพุทธศาสนา
• หลักธรรมเกีย่ วเนือ่ งกับวันธรรมะสวนะและเทศกาลสาคัญ
• ศาสนพิธี
พระพุทธศาสนามีหลักธรรมเป็นจานวนมาก ท่ีมุ่ง
ประโยชน์สุขแกผ่ นู้ าไปปฏบิ ัติ
หลักธรรมท่ีมีความสอดคล้องกับวันสาคัญทาง
พระพทุ ธศาสนาท่สี าคัญและควรนาไปปรบั ใช้ มีดงั น้ี
ข้นึ ๑๕ ค่า เดอื น ๓ มกั เปน็ กมุ ภาพนั ธ์
- เเสดงโอวาทปาติโมกข์ หวั ใจพระพุทธศาสนา แกพ่ ระสงฆค์ รงั้ แรก ณ เวฬุวันวหิ าร กรุงราชคฤห์
- มีการประชมุ พระสงคค์ รั้งใหญ่ เรียกว่า “จาตรุ งคสันนิบาต” องค์ ๔ ดังนี้
๑. มภี กิ ษุ ๑๒๕๐ รปู มาประชมุ โดยมิได้นัดหมาย ๒. ภกิ ษทุ ้งั หมดเปน็ พระอรหนั ต์
๓. ภกิ ษุทั้งหมดเป็น “เอหภิ กิ ขุอปุ สัมปทา” ๔. เป็นวนั เพญ็ เดือนมาฆะ พระจันทรเ์ ตม็ ดวง
ขึ้น ๑๕ คา่ เดือน ๓ มักเป็นกมุ ภาพนั ธ์ (ตอ่ )
หลกั ธรรม คตธิ รรมท่เี ก่ยี วเนอ่ื งในวันมาฆบชู า
คอื โอวาทปาตโิ มกข์ หมายถงึ ธรรมป้องกนั เเก้ปญญ หาชวี ิต เพือ่ หลุดพน้
ประกอบดว้ ย หลกั การ ๓ อุดมการณ์ ๔ วธิ ีการ ๖
๑. หลักการ ๓ คือ ทาดี ละชั่ว ทาจติ ใจให้ผอ่ งใส
๒. อุดมการณ์ ๔ คือ อดทน ไม่เบียดเบยี น สงบ และนิพพาน
๓. วิธีการ ๖ คือ ไม่ว่าร้าย ไม่ทาร้าย อยู่สถานที่สงัด สารวมในปาติโมกข์ ฝึกให้จิต
สงบ และร้จู กั พอประมาณ
ข้นึ ๑๕ คา่ เดอื น ๓ มักเปน็ กมุ ภาพนั ธ์ (ตอ่ )
ความรูค้ วรจาเก่ียวกับวนั มาฆบชู า
- เปน็ วันท่ีพระพุทธเจา้ ส่งสาวกไปประกาศศาสนา
- เป็นวันท่ีพระพุทธเจ้าปลงพระชนมายุสังขาร ปลงพระทัยปรินิพพานว่า “ต่อเเต่นี้
อกี ๓ เดอื นพระองคจ์ ะปรนิ ิพพาน” ( ๓ เดือนกอ่ นวนั วสิ าขบชู าเดอื น ๖)
- วันมาฆบูชา คอื วนั พระธรรม
- วันมาฆบูชา คอื วันกตัญญเู เหง่ ชาติ
- เป็นวันพระสารีบุตรบรรลพุ ระอรหนั ต์
แนวทางปฏิบตั ใิ นวนั มาฆบชู า
ทาบญุ ฟงญ ธรรม รกั ษาศลี เวียนเทียน
ตักบาตร
พระพุทธศาสนามีหลักธรรมเป็นจานวนมาก ที่มุ่ง
ประโยชนส์ ุขแกผ่ ู้นาไปปฏบิ ัติ
หลักธรรมที่มีความสอดคล้องกับวันสาคัญทาง
พระพทุ ธศาสนาท่ีสาคัญและควรนาไปปรับใช้ มดี ังน้ี
ตรงกับวนั เพ็ญเดอื น ๖ ของทุกปี
เป็นวนั คลา้ ยวนั ประสูติ ตรัสรู้ และปรนิ พิ พานของพระพุทธเจา้
- ประสตู ิ ณ สวนลุมพินวี นั ระหว่างกรงุ กบลิ พสั ดกุ์ ับกรุงเทวทหะ ก่อนพทุ ธศักราช ๘๐ ปี
- ตรัสรู้ ไดอ้ รยิ สัจ ๔ ณ ริมฝ่ญงเเมน่ า้ เนรัญชรา กรุงราชคฤห์ เเคว้นมคธ ก่อนพทุ ธศักราช ๔๕ ปี
- ปรนิ ิพพาน ณ ใต้ตน้ สาระ กรุงกุสนิ ารา กอ่ นพทุ ธศักราช ๑ ปี
ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖ ของทกุ ปี (ต่อ)
หลกั ธรรม คตธิ รรมทเี่ กีย่ วเนอ่ื งในวันวสิ าขบชู า
๑. อริยสจั ๔ เป็นหลักธรรมท่ีพระพุทธเจ้าตรัสรู้
- ทกุ ข์ คอื ปญญ หาชีวติ
- สมทุ ยั คือ เหตุเเหง่ ปญญ หา ได้เเก่ ตณั หา ประกอบดว้ ยความยดึ มน่ั
- นโิ รธ คอื เเกป้ ญญ หาได้
- มรรค คือ ปฎิบัตเิ พ่ือดบั ทกุ ข์
๒. ความไม่ประมาท (อัปปมาทธรรม) เป็นหลักธรรมในวันที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน
คอื มสี ตเิ สมอ ระลึกไดว้ า่ ทาอะไร ร้ตู วั เสมอ
๓. ระลึกคณุ ของ พระปญญ ญาธคิ ณุ พระวสิ ุทธคิ ุณ พระกรณุ าธิคณุ
๔. ขนั ธ์ ๕ ปฏิจจสมปุ บาท
ตรงกบั วันเพญ็ เดือน ๖ ของทกุ ปี (ตอ่ ) ทาบุญ
ตักบาตร
ความรู้ควรจาและแนวทางปฏบิ ตั ิในวันวิสาขบชู า
ฟงญ ธรรม
๑. พิธีวิสาขบูชา ในไทยเริ่มมีการจัดงานมาตั้งเเต่สุโขทัย และฟื้นฟูขึ้นมาใหม่
สมัยรชั กาลท่ี ๒ แหง่ กรงุ รตั นโกสินทร์
๒. วนั สาขบูชา คือ วันสากลของโลก
๓. วนั วิสาขบชู า คอื วันสันตภิ าพโลก
๔. วนั วสิ าขบูชา คอื วันพระพทุ ธ
๕. วนั วิสาขบชู า คือ วนั สาคัญวันเเรกในพระพทุ ธศาสนา
รกั ษาศีล
เวียนเทยี น
พระพุทธศาสนามีหลักธรรมเป็นจานวนมาก ท่ีมุ่ง
ประโยชน์สุขแกผ่ นู้ าไปปฏบิ ัติ
หลักธรรมที่มีความสอดคล้องกับวันสาคัญทาง
พระพทุ ธศาสนาทีส่ าคัญและควรนาไปปรบั ใช้ มดี งั นี้
วนั เเรม ๘ คา่ เดอื น ๖
คือ วนั ถวายพทุ ธสรีระของพระพุทธเจ้า ณ มกุธพันธนเจดีย์
กรุงกุสนิ ารา สาลวโนทยาน แคว้นมลั ละ
งานราลึกถึง เช่น ที่วัดพระบรมธาตุ อาเภอทุ่งยั้ง จังหวัด
อุตรดติ ถ์ มีการจาลองเหตกุ ารณว์ นั ถวายพระเพลิง
ตรงกบั วนั เพญ็ เดือน ๖ ของทุกปี (ต่อ)
หลักธรรม คติธรรมท่ีเกย่ี วเนื่องในวันอฐั มีบูชา
๑. ความไม่ประมาท (อัปปมาทธรรม) คอื เปน็ ผู้มีสติอย่เู สมอว่ากาลงั
พูดหรอื คิดอะไร ระวังในการงานทกุ ชนิด
๒. บูชา ๒ คอื
- อามิสบชู า คือ การบูชาด้วยส่ิงของ
- ปฏิบัตบิ ชู า คอื การบูชาดว้ ยการทาดี ยดึ หลกั ธรรมคาสอน
พระพุทธศาสนามีหลักธรรมเป็นจานวนมาก ท่ีมุ่ง
ประโยชนส์ ขุ แก่ผู้นาไปปฏบิ ัติ
หลักธรรมที่มีความสอดคล้องกับวันสาคัญทาง
พระพทุ ธศาสนาท่ีสาคัญและควรนาไปปรับใช้ มดี ังนี้
ตรงกับวันเพญ็ เดอื น ๘ ของทุกปี
- เปน็ การบูชาในวันเพ็ญเดอื น ๘
- วนั ที่พระพทุ ธเจา้ แสดงปฐมเทศนา
- มพี ระสงฆเ์ กดิ ข้ึนองคแ์ รกในโลก คือ พระอัญญาโกณฑญั ญะ
- มพี ระรัตนตรยั ครบบริบรู ณ์
ตรงกบั วนั เพ็ญเดอื น ๘ ของทุกปี (ต่อ)
หลกั ธรรม คติธรรมทเ่ี กีย่ วเนื่องในวนั อาสาฬหบูชา
คือ ธัมมจักหกัปปวัตตนสูตร มีสาระสาคัญคือ การปฏิบัติตนในทางสุดโต่ง ๒ ทาง
ไดแ้ ก่ ทางหยอ่ นและทางตงึ
ซึ่งไม่ใช่หนทางพ้นทุกข์ แต่ควรดาเนินด้วยทางสายกลาง เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา
หรืออรยิ มรรค สรุปเป็น “ไตรสขิ า” ประกอบดว้ ย
- ศลี
- สมาธิ
- ปญญ ญา
พระพุทธศาสนามีหลักธรรมเป็นจานวนมาก ท่ีมุ่ง
ประโยชนส์ ุขแกผ่ ้นู าไปปฏบิ ัติ
หลักธรรมท่ีมีความสอดคล้องกับวันสาคัญทาง
พระพุทธศาสนาที่สาคัญและควรนาไปปรบั ใช้ มดี งั น้ี
วันพระ ๑ เดอื นมี ๔ วัน คือ
- ข้ึน ๘ ค่า
- เเรม ๘ ค่า
- ขึ้น ๑๕ คา่
- เเรม ๑๕ ค่าหรอื เเรม ๑๔ คา่
หลกั ธรรม คติธรรมทีเ่ ก่ียวเน่อื งในวนั อาสาฬหบชู า
๑. หลักธรรมสาคญั คือ กาเลนธมั มสากัจฉา หมายถงึ การสนทนาธรรมตามกาล
๒. บญุ กิรยิ าวตั ถุ ๓
- ทาน คือ การให้ อามิสทาน(ให้สิง่ ของ) ธรรมทาน(ความรู้) เเละ อภัยธาน(อโหสิกรรม)
- ศีล คือ รักษากาย วาจา ใจ รกั ษาศลี ๕ มีวนิ ยั เคารพกฎ
- ภาวนา คือ ฝึกจติ สมาธิ สวดมนต์ ฟญงธรรม ไม่ฟงุ้ ซ่าน
พระพุทธศาสนามีหลักธรรมเป็นจานวนมาก ท่ีมุ่ง
ประโยชนส์ ขุ แกผ่ ูน้ าไปปฏบิ ัติ
หลักธรรมที่มีความสอดคล้องกับวันสาคัญทาง
พระพทุ ธศาสนาที่สาคัญและควรนาไปปรับใช้ มีดงั น้ี
วันแรม ๑ ค่า เดอื น ๘
- พระภิกษุจะพกั อาศยั อยู่ในวดั ใดวัดหน่งึ เป็นเวลา ๓ เดอื น พรรษา
- พิธเี ข้าพรรษา เป็นพิธขี องพระสงฆโ์ ดยเฉพาะ คอื ผูกใจวา่ จะจาพรรษา ณ วัดเดยี ว
หา้ มจาพรรษาในกลด กลางเเจง้ โคนไม้ โพรงไม้ เเต่อนโุ ลมในถา้ ได้
- ส้นิ สดุ ถงึ วันขน้ึ ๑๕ คา่ เดือน ๑๑ หลังจากน้นั จะทอดกฐิน การทอดกฐินเร่มิ หลงั ออก
คอื ตง้ั แตว่ นั แรม ๑ คา่ เดือน ๑๑ จนถึงวันข้นึ ๑๕ เดอื น ๑๒ ดงั น้ัน
ทอดกฐินสนิ้ สดุ ในวันลอยกระทง
วนั แรม ๑ คา่ เดือน ๘
หลักธรรม คตธิ รรมท่เี กยี่ วเน่อื งในวันเขา้ พรรษา
๑. เพ่ือศกึ ษาพระธรรมวินยั ๓ หมวดใหญ่ เรียกวา่ สทั ธรรม ๓
- ปรยิ ัติสัทธรรม คือ ศึกษาเลา่ เรยี นคาสอน
- ปฏบิ ัติสัทธรรม คอื ปฏบิ ตั ติ ามหลกั ไตรสกิ ขา
- ปฏเิ วธสทั ธรรม คอื ข้อปฏบิ ัตพิ งึ เขา้ ถงึ ได้ด้วยการปฏิบัติ ไดแ้ ก่ มรรค ผล นพิ พาน
พระพุทธศาสนามีหลักธรรมเป็นจานวนมาก ที่มุ่ง
ประโยชน์สุขแกผ่ ู้นาไปปฏบิ ัติ
หลักธรรมที่มีความสอดคล้องกับวันสาคัญทาง
พระพุทธศาสนาท่ีสาคัญและควรนาไปปรับใช้ มีดังน้ี
- คือ พิธีปวารณากรรม คือ การเปิดโอกาสให้พระสงฆ์ตักเตือนกัน
พิธีกรรมท่ีทา เฉพาะพระสงฆ์เท่านั้นเเละทาทุกรูปตั้งเเต่ช้ันผู้ใหญ่จนถึงพระบวชใหม่ กาหนด
เเทน การทาอุโบสถสวดปาฏิโมกข์ตามปกติ
- พุทธศาสนิกชนจะมีการทาบุญตักบาตรเน่ืองในโอกาสเป็นวันคล้ายวันที่
พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรคช์ น้ั ดาวดึงส์ หลงั จากเสด็จไปโปรดพระพทุ ธมารดา
หลกั ธรรม คตธิ รรมท่ีเก่ยี วเน่ืองในวันออกพรรษา
หลกั ธรรมสาคัญท่ีพระสงฆพ์ งึ ปฏิบตั ใิ นวันนีเ้ รยี กวา่ อรยิ วงศ์ ๔ ไดแ้ ก่
- จีวรสันโดษ คอื พอใจในจีวรทีม่ ีอยู่
- ปณิ ฑปาตสนั โดษ คือ พอใจในอาหารท่ชี าวบ้านถวาย
- เสนาสนสันโดษ คอื พอใจในที่พักอาศัย
- ภานาปหานารามตา คือ ยนิ ดีในการทาบุญและกุศล
กิจกรรมทเี่ กี่ยวเนือ่ งในวนั ออกพรรษา
- กิจกรรมทเ่ี กี่ยวเน่ืองในวันออกพรรษา คอื ตักบาตรเทโวโรหณะ
- ตรงกับวันเเรม ๑ คา่ เดือน ๑๑ บางวัดอาจจัดในวันออกพรรษา คือ วันข้นึ ๑๕ คา่ เดอื น ๑๑
- ความสาคัญ คือ พระพทุ ธเจา้ เสดจ็ ลงจากดาวดึงส์เทวโลก หลกั จากจาพรรษาโปรด
พุทธมารดา ๓ เดอื น ณ ประตเู มืองสังกัสสะ เเควน้ โกศล ทาให้เทวโลก มนุษย์ ยมโลก
มองเหน็ กัน จงึ เรยี กวา่ วันพระเจ้าเปดิ โลก
ศาสนพิธี หมายถึง พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาซ่ึงเป็น
ขนบธรรมเนยี มท่ีถอื ปฏบิ ัตสิ ืบตอ่ กันมา
มี ๔ ประเภท ประกอบด้วย
- กศุ ลพธิ ี
- บญุ พิธี
- ทานพิธี
- ปกณิ กพิธี
๓.๑ ประเภทของพทุ ธศาสนพธิ ี
กุศลพธิ ี บญุ พธิ ี
พิธีกรรมต่างๆ อันเกี่ยวด้วยการอบรมความดีงาม พิธีทาบุญหรือทาความดี แบ่งออกได้เป็น ๒
ทางพระพุทธศาสนาเฉพาะตัวบุคคลแบ่งเป็น ๒ อย่าง ประเภท คือการทาบุญงานมงคล เป็นการทาบุญใน
คือ พิธีกรรมที่พุทธบริษัทพึงปฏิบัติในเบ้ืองต้น และ โอกาสและงานวันสาคัญ และการทาบุญงานอวมงคล
พธิ กี รรมทพ่ี ระสงฆ์พงึ ปฏบิ ตั ิ เป็นการทาบญุ เกี่ยวกับการตาย
อาทิ เข้าพรรษา เวียนเทยี น สวดมนต์ อุโบสถกรรม
ทานพธิ ี ปกิณกพธิ ี
พิธีถวายทานแด่พระสงฆ์ เรียกว่า ทานวัตถุ มี ๒ - พิธีทาบุญบาเพ็ญกุศลเน่ืองในวันสาคัญตลอดจน
อยา่ ง ไดแ้ ก่ ประเพณีต่าง ๆ
- ปาฏบิ คุ ลกิ ทาน คือ การถวายเจาะจงพระภิกษุ - เชน่ การทาบญุ ในพระราชพธิ ีฉัตรมงคล วนั เฉลมิ
- สงั ฆทาน คอื การถวายไมเ่ จาะจงพระภกิ ษุ พระชนมพรรษา วนั ขึน้ ปใี หม่ วันสงกรานต์
๓.๒ คณุ คา่ และประโยชน์ของศาสนพิธี
- เปน็ เคร่ืองยดึ เหน่ียวจติ ใจของศาสนิกชนใหใ้ ฝใ่ นคณุ งามความดี
พทุ ธศาสนพิธีช่วยให้จิตใจบริสทุ ธ์ิ ไม่ฟุง้ ซา่ น
- ทาให้เกิดความสามัคคี
เนอ่ื งจากเม่อื มีพธิ ตี ่าง ๆ ชาวพทุ ธกจ็ ะร่วมกันจัดแจงต่าง ๆ เพ่ือให้งานนนั้ สาเร็จลลุ ว่ งไปไดด้ ้วยดี
- มีสว่ นช่วยรักษาเอกลกั ษณข์ องชาติ
ศาสนพธิ ีมักจะผนวกเอาขนบประเพณีและศิลปกรรมเขา้ ดว้ ย อาทิ ศิลปะการแกะสลักเทยี นพรรษาทีม่ ีความวจิ ิตร
- กอ่ ให้เกดิ ความศรัทธาตอ่ พระพทุ ธศาสนา
เกดิ ความเชื่อม่นั ในหลกั การทาดีและได้รับแง่คิดท่ีดีจากการทากจิ กรรม
๓.๓ ศาสนพิธีเนื่องดว้ ยพุทธบัญญัติ
๑. พิธเี วยี นเทยี น มีระเบียบปฏิบัติ ดงั นี้
๑. เม่ือถึงเวลา วัดจะตีระฆังสัญญาณให้ ๒. พระภิกษุผู้เป็นประธานนาจุดธูป ๓. พระภิกษุผู้เป็นประธานเดินนาแถว
พุทธบริษัทมาประชุมพร้อมกันที่หน้า เทียนและนากล่าว “นโม…”พร้อม ไปทางขวามือของสถานท่ีเวียนเทียน
พระอุโบสถหรือลานพระเจดีย์ โดยภิกษุ กัน ๓ จบ และคาบูชาพระรัตนตรัย ในการเดินเวียนเทียนแต่ละรอบควร
แถวหน้า สามเณร ท้ายสุด คือ อุบาสก ตามแบบทก่ี าหนดไว้ ราลกึ ถงึ พระคณุ ของพระรัตนตรัย
และอบุ าสกิ า ทกุ คนถือดอกไม้ธปู เทียน
๓.๓ ศาสนพิธีเนือ่ งดว้ ยพทุ ธบญั ญัติ
๑. พธิ ีเวยี นเทยี น มรี ะเบยี บปฏิบัติ ดังน้ี
ลาดับการราลึกถึงพระรัตนตรัยในการเวียนเทียนแต่ละรอบ
เดนิ เวยี นรอบที่ ๑ เดินเวยี นรอบท่ี ๒ เดินเวียนรอบท่ี ๓
ให้ราลึกพระพุทธคุณ โดยการสวด ให้ราลึกพระธรรมคุณ โดยการ ให้ราลึกพระสังฆคุณ โดยการสวด
บท “อิตปิ โิ ส ภควา…” สวดบท “สวากฺขาโต ภควตา ธมโฺ ม…” บท “สปุ ฏปิ นฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ…”
เม่อื ครบ ๓ รอบ นาดอกไมธ้ ปู เทยี นไปปกญ บชู า แลว้ สวดมนตท์ าวัตร
พร้อมกัน หลังจากนน้ั ฟงญ พระธรรมเทศนา เป็นอันเสร็จพิธี
๓.๓ ศาสนพิธีเนื่องด้วยพทุ ธบัญญตั ิ
๒. พิธถี วายสงั ฆทาน
สังฆทาน หมายถึง ทานที่อทุ ศิ แกพ่ ระสงฆ์โดยมิไดเ้ จาะจงพระภกิ ษรุ ปู ใดรปู หนึ่ง
๓.๓ ศาสนพธิ เี นอ่ื งด้วยพทุ ธบัญญัติ
๒. พิธถี วายสงั ฆทาน มีระเบียบปฏิบัติ ดังนี้
เตรยี มภตั ตาหารและเครอื่ งไทยธรรมใหเ้ รียบร้อย
ระเบยี บปฏิบตั ิ นมิ นต์ภกิ ษกุ ร่ี ปู กไ็ ด้ แตต่ อ้ งไม่เจาะจงพระภกิ ษุรปู ใดรูปหน่งึ
ดังนี้ จดั สถานที่ นาภัตตาหารตง้ั ตรงหน้าพระสงฆ์ อาราธนาศลี แล้วกล่าวคาถวายสังฆทาน
กลา่ วคาถวาย พระสงฆ์ประนมมือ ผรู้ ่วมพิธกี ็จะรับ “สาธุ” พร้อมกันและประเคนถวาย
ขณะที่พระสงฆ์สวดวา่ “ยถา…” ให้ผู้ถวายกรวดนา้ กะใหพ้ อดีน้าลื่นไหลหมด
กราบลาพระสงฆ์ เสรจ็ พิธี
๓.๓ ศาสนพธิ เี นื่องด้วยพุทธบัญญัติ
๓. พธิ ีถวายผ้าอาบน้าฝน
ผา้ อาบนา้ ฝน หมายถึง ผ้าสาหรบั ผลดั เปล่ยี นอาบน้าของพระสงฆ์
กาหนดเวลาการถวายผ้าอาบน้าฝนจะเรม่ิ ตั้งแต่วันแรม ๑ ค่า เดือน ๗ จนถงึ
วนั ขึ้น ๑๕ คา่ เดือน ๘ แตส่ ว่ นมากนยิ มถวายในวนั ขึ้น ๑๕ คา่ เดือน ๘
๓.๓ ศาสนพิธีเน่ืองด้วยพุทธบญั ญตั ิ
๔. พิธีทอดกฐิน
ทอดกฐิน คืออะไร การนาผา้ กฐินไปวางไว้ต่อหน้าพระสงฆ์อย่างนอ้ ย ๕ รปู แล้วใหพ้ ระสงฆร์ ูปหน่งึ
ทไี่ ด้รบั เลอื กจากคณะสงฆโ์ ดยเอกฉนั ทเ์ ปน็ ผู้รับผา้ กฐนิ
การทอดกฐินเปน็ ประเพณีทีน่ ิยมทากันตง้ั แต่
วันแรม ๑ ค่า เดอื น ๑๑ ไปจนถงึ กลางเดอื น ๑๒
๓.๓ ศาสนพธิ เี นอ่ื งด้วยพุทธบัญญตั ิ
๔. พิธที อดกฐิน มีระเบยี บปฏบิ ตั ิ ดังนี้
สาระน่ารู้ คาว่า กฐิน แปลว่า กรอบไม้หรือสะดงึ สาหรบั ขงึ ผ้าเยบ็ จีวรของพระภิกษุ
แสดงความจานงต่อเจ้าอาวาสวัดนั้น ตก นาเคร่ืองกฐินไปถวายพระสงฆ์ที่วัด เมื่อกล่าวคาถวายจบแล้วพระสงฆ์รับ
ลงวันเวลาท่ีแน่นอนเพื่อการทอดกฐิน ตามวันเวลาท่ีกาหนด เมื่อพระภิกษุ พร้อมกันว่า “สาธุ” เจ้าภาพนาผ้า
และเจ้าภาพเตรยี มเคร่อื งกฐนิ ใหพ้ รอ้ ม สงฆ์ประชุมพร้อมกันแล้ว เร่ิมถวาย กฐินไปถวายพระสงฆ์รูปท่ีจะรับครอง
ผ้ากฐินด้วยการกล่าว “นโม…๓ จบ กฐิน ต่อจากนั้นจะเป็นพิธีสังฆกรรมที่
แลว้ กลา่ วคาถวายผา้ กฐิน พระสงฆ์ปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัย
ต่อไป
๓.๓ ศาสนพิธเี น่อื งด้วยพุทธบญั ญัติ
๕. พิธีปวารณา
การปวารณา คอื อะไร การท่พี ระสงฆเ์ ปิดโอกาสใหม้ กี ารวา่ กลา่ วตักเตอื นกัน เม่ือสงสยั ในความ
ประพฤติระหวา่ งท่อี ยรู่ ว่ มกันตลอดพรรษา ก็ใหม้ กี ารวา่ กลา่ วตกั เตือนกนั ได้
จัดเก่ยี วเนอ่ื งกับวนั ออกพรรษา คอื วันข้นึ ๑๕ ค่า เดือน ๑๑
สว่ นพุทธศาสนกิ ชนในวันนีอ้ าจมีการทาบุญตักบาตร สมาทานศลี
และฟงญ พระธรรมเทศนา เพอื่ อบรมกาย วาจา และใจ
๓.๔ ศาสนพิธที ีพ่ ระพทุ ธศาสนาไปเกยี่ วเนอื่ ง
๑. การทาบญุ เลย้ี งพระในงานมงคล มขี ั้นตอนในการปฏบิ ัติ ดังนี้
ข้นั ท่ี ๑ การเตรียมการ
• อาราธนาพระสงฆม์ าเจริญพระพุทธมนต์ นยิ มเป็นจานวนคี่
เช่น ๕ รูป ๗ รปู หรือ ๙ รูป
• เตรยี มทตี่ ้ังพระพทุ ธรูปพร้อมเคร่ืองบชู า
• ตกแต่งสถานท่ีบรเิ วณพธิ ี
• วงด้ายสายสิญจน์ทฐ่ี านพระพุทธรปู แลว้ โยงมาท่ีภาชนะสาหรบั น้ามนต์กไ็ ด้
• อญั เชิญพระพทุ ธรูปมาตงั้ บนที่บูชา
• ปูอาสนะสาหรบั พระสงฆ์
• เตรยี มเคร่ืองรบั รองพระสงฆ์ตามควรแกฐ่ านะ
• ตงั้ ภาชนะสาหรับทานา้ มนต์
๓.๔ ศาสนพิธที ีพ่ ระพทุ ธศาสนาไปเกย่ี วเนอื่ ง
๑. การทาบญุ เลย้ี งพระในงานมงคล มขี ัน้ ตอนในการปฏบิ ัติ ดังนี้
ข้ันที่ ๒ การดาเนินพธิ ี
• เมื่อพระสงฆม์ าถึงแลว้ นมิ นตพ์ ระสงฆน์ งั่ บนอาสนะ แลว้ ประเคนเคร่ืองรับรอง
• เจ้าภาพหรอื ผู้แทนจุดธปู เทยี นทโี่ ตะ๊ หมู่บูชา แล้วกราบเบญจางคประดษิ ฐ์
• อาราธนาศลี และรบั ศลี
• อาราธนาพระปริตร
• พระสงฆ์เจรญิ พระพุทธมนต์
• ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ เสร็จแลว้ ถวายเครือ่ งไทยธรรม
• พระสงฆ์อนุโมทนา ขณะท่ีพระสงฆ์ว่าบท “ยถา…” ให้เร่ิมกรวดน้าให้เสร็จก่อนจบบท
พอพระสงฆ์วา่ บท “สพพฺ ตี โิ ย…” ใหน้ ่ังประนมมอื รบั พรตลอดไปจนจบ
• พระสงฆป์ ระพรมนา้ พระพทุ ธมนต์ เป็นอันเสร็จพิธี
๓.๔ ศาสนพิธที พ่ี ระพุทธศาสนาไปเกี่ยวเนอื่ ง
๒. การทาบญุ เลีย้ งพระในงานอวมงคล
ข้อมูลเบือ้ งตน้ เก่ียวกบั งานอวมงคล
• การทาบญุ งานอวมงคล หมายถึง การทาบญุ เกย่ี วกับเรือ่ งการตาย
• งานอวมงคลนิยมทากนั อยู่ ๒ อย่าง คอื
- การทาบุญหนา้ ศพ หรอื ที่เรียกกันว่า ทาบุญ ๗ วัน ๕๐ วนั หรอื ๑๐๐ วนั
- การทาบุญอัฐิ หรือการทาบุญในวนั คล้ายวนั ตายของผ้ลู ว่ งลับ
๓.๔ ศาสนพธิ ีท่ีพระพุทธศาสนาไปเกีย่ วเนอื่ ง
๒. การทาบุญเลย้ี งพระในงานอวมงคล
ข้อปฏบิ ตั ิในงานอวมงคล
มขี นั้ ตอนและการปฏิบัตเิ หมือนกับการทาบุญเล้ียงพระในงานมงคล แตม่ ีขอ้ แตกต่างกัน คอื
- การอาราธนาพระสงฆส์ วดพระพุทธมนต์ นยิ มจานวน ๘ หรือ ๑๐ รปู แล้วแต่กรณี แตต่ ้องเป็นจานวนคู่
- การอาราธนาพระสงฆ์สาหรับทาบุญงานอวมงคลไม่ใช้คาว่า “ขออาราธนาเจริญพระพุทธมนต์” เหมือนอย่างทาบุญงาน
มงคล แต่ใช้คาวา่ “ขออาราธนาสวดพระพทุ ธมนต์”
- ไมต่ อ้ งวงด้ายสายสิญจน์ และไมต่ อ้ งตงั้ ภาชนะสาหรบั ทาน้ามนต์
- เตรียมสายโยงหรอื ภูษาโยงต่อจากศพหรืออฐั ิไว้เพอื่ ใช้บงั สกุ ลุ
- มีการจุดธูปเทยี นที่โต๊ะหมบู่ ชู ากบั การจุดธูปเทยี นทห่ี น้าศพ
- หลังจากพระสงฆ์ฉันเสรจ็ แล้วนิยมใหม้ กี ารบงั สุกุลแล้วจึงถวายไทยธรรมกรวดนา้ อทุ ศิ ส่วนกศุ ลตอ่ ไป
๓.๕ บทสวดมนตข์ องนักเรียน
๑. บทสวดมนตไ์ หว้พระประจาวนั ทกุ เชา้ หลงั เคารพธงชาติ
ผู้นานักเรียนจะนาสวดมนต์ บท “อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา” จนจบถึงบท
“สุปะฏปิ นญ โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมาม”ิ
๓.๕ บทสวดมนต์ของนักเรยี น
๒. บทสวดมนตไ์ หว้พระก่อนเลิกเรยี นในวนั สุดสปั ดาห์
บทนมัสการพระรัตนตรัย ข้ึนต้นด้วย “นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต
สมั มาสัมพุทธัสสะ” ว่า ๓ ครงั้
บทพระพทุ ธคณุ ขน้ึ ต้นดว้ ย “อิตปิ ิโส ภะคะวา” ไปจนจบถึง “พทุ โธ ภะคะวาต”ิ
คานมัสการพระพุทธคุณ ขึ้นต้นด้วย “องค์ใดพระสัมพุท ธวิสุทธสันดาน” จนถึง
“ญภาพนนั้ นิรนั ดร”
บทพระธรรมคุณ ขึ้นต้นด้วย “สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม” จนถึง “ปญจจัตตัง
เวทิตัพโพ วิญญูหีติ”
คานมสั การพระธรรมคณุ “ธรรมะคือคณุ ากร” จนถงึ “ด้วยจิตและกายวาจา”
บทพระสังฆคุณ ขึ้นต้นด้วย “สุปะฏิปญนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ” จนถึง “อะ
นุตตะรงั ปญุ ญกั เขตตงั โลกสั สาติ”
คานมสั การพระสังฆคณุ ขึ้นตน้ ด้วย “สงฆ์ใดสาวกศาสดา รับปฏิบัติมา” จนถึง “จง
ชว่ ยขจัดโพยภยั อันตรายใดใด จงดับและกลับเสื่อมสูญ”
๓.๖ พิธบี รรพชาอุปสมบท
๑. การบรรพชา
การบรรพชา หมายถึงอะไร
คือ การบวชเป็นเณร เป็นการลาจากชีวิตฆราวาสแล้วหันมาดาเนินชีวิตแบบ
สันโดษตามหลักอรยิ มรรคมีองค์ ๘ เพ่ือบรรลุถึงความหลุดพ้นจากกิเลสอันเป็นจุดหมาย
ปลายทางของชวี ติ คณุ สมบัติของผู้ที่จะบรรพชา
• เปน็ ชายมีอายุไมต่ า่ กวา่ ๗ ปบี ริบูรณ์
• ไม่เปน็ โรคติดตอ่ โรครา้ ยแรง
• เป็นผ้ทู ี่มอี วยั วะครบถ้วนสมบรู ณ์
• ไม่เปน็ ผู้ตอ้ งหา้ มตามพระวินัย
๓.๖ พิธบี รรพชาอุปสมบท
๑. การบรรพชา
ประโยชนข์ องการบรรพชา
• เยาวชนได้รับการอบรมเกี่ยวกับหลักธรรมเพ่ือเป็นแนวทางการ
ปฏิบัติตน
• เยาวชนไดร้ ับการฝึกอบรมกิรยิ ามารยาททั้งทางกาย วาจา และ
ใจให้สารวมเรยี บร้อย
• เยาวชนรจู้ กั ใชเ้ วลาวา่ งให้เป็นประโยชนอ์ ย่างค้มุ ค่า
• เปน็ การสบื ทอดประเพณีทางพระพทุ ธศาสนา
๓.๖ พิธบี รรพชาอุปสมบท คณุ สมบตั ิของผ้ทู จ่ี ะอปุ สมบท
๒. การอุปสมบท • เป็นชายมอี ายุครบ ๒o ปบี ริบรู ณ์
• ไมเ่ ป็นบคุ คลทห่ี า้ มบวช
การอปุ สมบท หมายถงึ อะไร • ไมต่ อ้ งโทษแผน่ ดนิ
• ถ้าเปน็ ขา้ ราชการต้องได้รบั อนุญาตจากต้นสงั กัด
คือ การบวชเป็นพระด้วยวิธีญัตติจตุตถกรรมวาจา อุปสัมปทา คือ • มคี ณุ สมบตั ิตามการปกครองของคณะสงฆ์
การอปุ สมบทโดยสงฆส์ วดประกาศและยอมรับเข้าหมู่ในท่ีประชมุ สงฆ์ • ได้รบั อนุญาตจากบิดามารดา
• ไม่เป็นโรคติดตอ่ มรี ่างกายสมบรู ณ์
๓.๖ พิธบี รรพชาอปุ สมบท
๒. การอุปสมบท
ประโยชนข์ องการอปุ สมบท
• ประโยชน์ต่อตนเอง ทาให้ได้เรียนรู้พระธรรมวินัย ส่งผลให้เป็น
ผ้มู ีความสารวมกาย วาจา และใจ อยใู่ นวนิ ยั
• ประโยชน์ต่อสังคม พระสงฆ์เป็นผู้ชี้แนะแนวทางการปฏิบัติตน
อย่างถูกตอ้ งและเหมาะสมให้แก่พุทธศาสนกิ ชน
• ประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา การอุปสมบทเป็นภิกษุเป็นการ
สืบทอดพระพุทธศาสนา โดยนาพระธรรมคาสอนของ
พระพุทธเจา้ ไปเผยแผแ่ ก่ประชาชนท่ัวไป