สัตว์ในนิยาย
ยูนิคอร์น (UNICORN) 1
เพกาซัส (pegasus) 2
ฟีนิกส์ (Pheonix) 3
ไคเมร่า (Chimera) 4
กริฟฟิน (Griffin) 5
ฮิปโปกริฟฟ์ (Hippogriff)
มังกร (Dragon) 6
นางเงือก (MERMAID)
แวมไพร์ (VAMPIRE) 7
เมดูซ่า (MEDUSA) 8
เอลฟ์ (ELF) 9
กินรี
ไซเรน (SIREN) 10
คนแคระ (DWARF) 11
เซนทอร์ (centaur) 12
อะธีนา (Athena)
13
อีคิดนา (Echidna) 14
ไลคาออน (Lycaon) 15
ฟอนส์ (faun) 16
ฮาร์พี (harpy) 17
18
แอโฟรไดที (Aphrodite) 19
20
21
ยูนิคอร์น (UNICORN)
สัตว์ในตำนานมีรูปร่างลักษณะเหมือนม้า สีขาวบริสุทธิ์ มีเขางอกอยู่
กลางหน้ าผาก ยูนิ คอร์น เกิดจากการประสมคำในภาษาละตินของคำว่า
Unus แปลว่า หนึ่ ง และ Cornu แปลว่า เขา เมื่อรวมกันจึงมีความหมาย
ว่า สัตว์ที่มีเขาเดียว ตามตำนานเล่าว่าสามารถพบยูนิ คอร์นได้ในบริเวณ
ป่าทางตอนเหนื อของทวีปยุโรป มันเป็นสัตว์ที่มีความฉลาด
เจ้าสัตว์ชนิ ดนี้ เป็นที่รู้จักมาอย่างยาว
นานโดยมีหลักฐานเป็นผลงาน
ศิลปะในยุคเมโสโปเตเมีย อีกทั้งยังเคยถูกกล่าวถึงโดยผู้มีชื่อเสียงใน
แวดวงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอริสโตเติล (Aristotle) นั กปราชญ์ชาวกรีก
โบราณผู้โด่งดังจูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar) แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่ง
จักรวรรดิโรมัน รวมไปถึงมาร์โค โปโล (Marco Polo) นั กเดินทาง
ชาวตะวันตกคนแรกที่ได้เดินทางบนเส้นทางสายไหม เป็นต้น
นอกจากนี้ มันยังได้ปรากฎในผลงานศิลปะของจิตกรชื่อดังมากมาย
เช่น ราฟาเอล (Raphael) ซัลบาโด ดาลี (Salvador Dali) เป็นต้น
1
เป็นสัตว์ในเทพปกรณัมกรีก เป็นม้าเพศผู้รูปร่างกำยำพ่วงพีสี
ขาวบริสุทธิ์ และมีปีกอันกว้างสง่างามเหมือนนกพิราบ
เพกาซัสเกิดมาจากนางกอร์กอน เมดูซ่า ซึ่งถูกวีรบุรุษเพอร์ซิอุ
สฟันคอ ในขณะที่เลือดจากลำคอพุ่งกระเซ็นนั้ น เพกาซัสก็
กระโจนออกมาจากลำคอของนาง เพกาซัสเป็นพี่ของคริสซา
ออร์ ซึ่งก็เกิดมาหลังจากนั้ น ไม่มีใครสามารถปราบเพกาซัสได้
เลย ตอนที่เพกาซัสเกิดมาใหม่ ๆ และออกวิ่งอย่างคึกคะนอง
นั้ น น้ำที่กระเซ็นจากรอยเท้าที่เพกาซัสวิ่งก่อให้เกิดน้ำพุ
สวยงามที่เหล่ากวีและศิลปินชื่นชมกันนั กหนา คือ น้ำพุฮิปโปค
รีนี ที่เป็นที่รู้จักในวรรณคดีกรีกโบราณ ว่ากันว่า หากใครได้
ดื่มน้ำพุนี้ แล้ว โอกาสที่จะเป็นกวีเอกอยู่แค่เอื้อม นอกจากนี้
แล้วเพกาซัสยังทำหน้ าที่คอยเก็บสายฟ้าให้ซุส
2
ฟีนิกส์ (Pheonix)
เป็นสิ่ งมีชีวิตที่คล้ายนกปรากฏในตำนานของหลายๆชาติใน
ลักษณะที่คล้ายกันแต่แตกต่างกันในบางรายละเอียด ชื่อนี้ ได้ระบุ
ขึ้นในตำนานของพวกอียิปต์โบราณก่อนในฐานะของสั ตว์เทพใน
ตำนานซึ่งคู่ควรแก่การบูชา ยกย่อง เคารพ เกี่ยวข้องกับเทพแห่ง
ไฟ ดังนั้ นจะสังเกตได้ว่าขนนกของฟีนิ กส์นั้ นจะออกเป็นประกาย
เหลืองทองคล้ายเปลวไฟ บ้างก็ว่าปกคลุมด้วยเปลวไฟทั้งตัวที
เดียว
นกฟีนิ กส์นี้ เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะ มีชีวิตยั่งยืนนิ รัน
ดร์(จะไปคล้ายกับนกหงศ์หยกของตำนานจีน ที่เชื่อว่าคู่กับมังกร
ไง อีกอย่างคือนกหงส์หยกของจีนมีลักษณะคล้ายนกฟีนิ กส์มาก
จนคิดว่าน่ าจะเป็นตัวเดียวกัน แต่แยกออกไปตามความเชื่อของ
แต่ละภูมิภาค
3
ไคเมร่า (Chimera)
เป็นสัตว์ในเทพนิ ยายกรีก ตามตำนานกรีก ไคมีร่าเป็นสัตว์เพศเมีย 3
หัว พ่อของไคมีร่าเป็นยักษ์ชื่อ Typhon และแม่เป็นครึ่งงูชื่อ Echidna
และในภาษากรีกโบราณ ไคมีร่าแปลว่า แพะเด็กเพศเมีย หรือบางแหล่ง
ว่า แพะเพศเมีย ตำนานไคมีร่า
มีตำนานกรีกเล่าว่าไคมีร่าทำความเสียหายให้ กับเมือง Lycia ดังนั้ น
พระราชา Iobates จึงหาคนที่จะกำจัดมัน และได้ Bellerophon เป็น
ผู้รับภารกิจ Bellerophon ไปจับม้าบินเพกาซัส และใช้มันในการสู้กับไค
มีร่า โดยบินขึ้น และต่อสู้กับไคมีร่า และในที่สุดเขาชนะ ซึ่งในเรื่องการ
ต่อสู้กับไคมีร่านี้ บ้างว่า เขายิงธนูลงมาใส่ไคมีร่า และฆ่ามันได้ บ้างว่า
เขาใช้ก้อนตะกั่วติดที่ปลายหอก แล้วขว้างเข้าไปในปากไคมีร่า เมื่อมัน
พ่นไพออกมาตะกั่วจึงละลายแล้วไหลลงคอไคมีร่า จึงทำให้มันตาย
4
กริฟฟิน (Griffin)
เป็นสัตว์ในเทพนิ ยาย มีร่างกายเป็นครึ่งนกอินทรี ครึ่งสิงโต โดย
ส่วนหัว ขาคู่หน้ าและปีก เป็นนกอินทรี ส่วนลำตัวและขาคู่หลังนั้ น
เป็นสิงโต และมีหางเป็นงู บางจำพวกก็มี หางของสิงโต ขนที่อยู่ข้าง
หน้ าเป็นสีแดง ส่วนขนปีกเป็นสีขาว ขนบนหลังเป็นสีดำ โดยจะ
อาศัยอยู่ในถ้ำตามภูเขา
ตามตำนานแล้ว กริฟฟินเป็นสัตว์เทพผู้พิทักษ์เหมืองทองคำ
(ดังนั้ นตัวจึงออกสีทองเกือบทั้งตัว) และทรัพย์สมบัติทั้งหลายแหล่
ที่เป็นทอง และเป็นผู้ลากรถม้าของพระอาทิตย์ (อพอลโล) กริฟฟิน
นั้ นมีกรงเล็บแหลมคม ดุร้ายแต่เชื่องต่อเจ้าของ เรื่องพละกำลังและ
ความไวนั้ นก็ไม่เป็นสองรองใคร
5
ฮิปโปกริฟฟ์ (Hippogriff)
มีพื้นเพอยู่ในยุโรป แต่ปัจจุบันพบได้ทั่วโลก มันมีหัวเป็นนกอินทรี ตัว
เป็นม้า เลี้ยงให้เชื่องได้ แต่ต้องกระทําโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้ น เมื่อเข้า
ใกล้ฮิปโปกริฟฟ์จะต้องมองสบตามันไว้ตลอด การโค้งคํานั บถือว่า
แสดงเจตนาดี ถ้าฮิปโปกริฟฟ์โค้งตอบก็เข้าใกล้มันได้อย่างปลอดภัย
ฮิปโปกริฟฟ์ขุดดินหาแมลงกิน แต่ก็กินนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม
ตัวเล็ก ๆ ด้วย ฮิปโปกริฟฟ์ที่ตั้งท้องจะสร้างรังบนดิน ซึ่งมันใช้วางไข่
ขนาดใหญ่และบอบบางเพียงหนึ่ งใบเท่านั้ น ไข่จะฟักเป็นตัวภายในยี่สิบ
สี่ชั่วโมง ลูกฮิปโปกริฟฟ์จะพร้อมบินภายในหนึ่ งสัปดาห์ แต่ต้องใช้เวลา
เป็นเดือน ๆ กว่าจะบินไปกับพ่อแม่เป็นระยะทางไกล ๆ ได้
6
มังกร (Dragon)
เป็นสัตว์วิเศษที่รู้จักกันในวรรณคดีของจีนและตะวันตก แม้จะใช้คำว่า
มังกร (dragon) เหมือนกัน แต่มังกรของจีนและตะวันตกนั้ นสื่อถึงสัตว์ต่าง
ชนิ ดกัน มังกรของจีนมีรูปร่างลักษณะจัดอยู่ในประเภท สัตว์เลื้อยคลาน
หรือ งู ไม่มีปีก แต่สามารถบินไปในอากาศได้ ส่วนมังกรของตะวันตกจะมี
ขา มีปีกพ่นไฟได้
มังกรในตำนานพื้นบ้านของยุโรป มักเป็นสัตว์ที่เฝ้าสมบัติและหวงทรัพย์สิน
เหล่านั้ น โดยมากมักจับเอาเจ้าหญิงแสนสวยไปขังไว้บนยอดปราสาท และ
เป็นอัศวินซึ่งเสมือนวีรบุรุษเข้ามาช่วยเจ้าหญิงและฆ่ามังกรนั้ นตาย
ตำนานมังกรของยุโรป ที่เป็นที่รู้จัก เช่น ซิคฟรีด (Siegfried) ในตำนานแร็
กนาร็อกของยุโรปเหนื อ ที่สังหารมังกรแล้วเลือดมังการอาบตัวทำให้เกิด
ความอมตะ ไม่มีวันตาย เป็นต้น
กระนั้ นมังกรของยุโรป ก็มักใช้เป็นตราสัญลักษณ์ของตระกูลขุนนาง อัศวิน
หรือประดับบนธงของบางประเทศ เวลส์ เป็นต้น เพราะถือเป็นการแสดงถึง
พลังอำนาจ
7
นางเงือก (MERMAID)
เป็นอมนุษย์ชนิ ดหนึ่ งตามความเชื่อนิ ยายปรัมปราเกี่ยวกับน้ำ โดย
เป็นจินตนาการเกี่ยวกับสัตว์น้ำ โดยมากจะเล่ากันว่าเงือกนั้ นเป็น
สัตว์ครึ่งมนุษย์ มี ส่วนครึ่งท่อนบนเป็นคน ส่วนครึ่งท่อนล่างเป็น
ปลา
ตามตำนานเกี่ยวกับเงือกนั้ นกล่าวไว้ว่าเทพโอนเนสเทพเจ้าแห่งท้อง
น้ำเทพเจ้าแห่งแสงสว่างและสติปัญญามีบุตรสาว และบุตรชาย ที่มีรูป
ร่างคล้ายปลา ให้ดูแลท้องน้ำในมหาสมุทรและปกครองทะเลทั้งหมด
เรื่องหนึ่ งที่น่ าประหลาดเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1608 มีคนพบคนครึ่งปลาก
ลุ่มใหญ่ออกมาปิดปากถ้ำที่เซ็นไอเว่ส์แถบชายฝั่ ง เบ็นโอเวอร์
เนื่ องจากเรือหลายลำได้รับคำสั่งให้ไปจับคนนอกศาสนาหรือเหล่าเพ
แกนมาทำโทษและจัดการฆ่าทิ้งศพลงทะเล
ความคิดเรื่องเงือกหรือสัตว์ครึ่งคนครึ่งปลานี้ ฝรั่งก็มีเหมือนกัน
แลมีทั้งเพศหญิงและชาย ที่เป็นเพศหญิงเรียกว่า Mermaid เพศชาย
เรียก Merman เป็นพวกเงือกน้ำเค็มอาศัยอยู่ในทะเลหรือตามเกาะ
แก่งต่างๆ Merหมายถึงทะเลส่วน Maid หมายถึงหญิงสาว ทางฝั่ ง
ทะเลตะวันตกของอังกฤษเรียกว่า Merry maidหมายถึงสาวรื่นเริง
ที่จินตนาการกันว่าชอบว่ายน้ำเล่นคลื่น ยามเดือนหงาย ก็จะขึ้นมา
นั่ งบนก้อนหินตามเกาะแก่งต่างๆหวีผมและร้องเพลงด้วยเสียงอัน
ไพเราะ
8
แวมไพร์ (VAMPIRE)
เป็นผีชนิ ดหนึ่ งตามความเชื่อของชาว ยุโรป ใน ยุคกลาง เชื่อว่าเป็น
ผีดิบ ที่มีรูปร่างหน้ าตาเหมือนมนุษย์ทั่วไป แต่มีฟันแหลมคม ดื่มเลือด
ของมนุษย์ด้วยกันเป็นอาหารเพื่อหล่อเลี้ยง โดยที่แวมไพร์จะมีชีวิตเป็น
อมตะ ไม่มีวันแก่และตาย จะปรากฏตัวได้แต่เฉพาะเวลากลางคืน เพราะ
กลางวันแพ้แสงแดด แวมไพร์จะหลบซ่อนอยู่ในโลงของตนหรือในหลุม
ในเวลากลางวัน สามารถแปลงร่างได้หลายแบบ เช่น ค้างคาว, นกฮูก,
หมาป่า, หมาจิ้งจอก, กบ, คางคก, แมลงเม่า, งูพิษ เป็นต้น สามารถ
กำบังกายหายตัวได้ ไม่มีเงาเมื่อกระทบกับแสงหรือสะท้อนในกระจก มี
แรงมากเหมือนผู้ชาย 20 คน รวมถึงสามารถบังคับสิ่งของให้เคลื่อนที่
ด้วยอำนาจของตนได้ด้วย สิ่งที่จะกำราบแวมไพร์ได้คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์
ทางศาสนา เช่น ไม้กางเขน , น้ำมนตร์ หรือแม้กระทั่งสมุนไพรกลิ่น
แรงบางชนิ ด
แวมไพร์มักมีการรายงานว่ามีลักษณะพอง มีเนื้ อหนั งเป็นสีม่วงหรือเข้ม
จากลักษณะนี้ ทำให้มีมีคุณสมบัติที่จะดื่ม เลือด ซึ่งเลือดมักจะซึมออกจาก
ปากหรือจมูกเมื่อพบในผ้าห่อศพหรือ โลงศพ และมักมีตาซ้ายเปิด มักแต่ง
ตัวในผ้าห่อศพจากผ้า ลินิ น และมีฟัน ผมและเล็บงอกออกมาเหมือนเขี้ยว
สั ตว์
9
เมดูซ่า (MEDUSA)
เป็นสัตว์ประหลาด กอร์กอน ทั่วไปอธิบายว่ามีใบหน้ ามนุษย์ มีงูพิษ
เป็นผม หากจ้องเธอโดยตรงจะถูกเปลี่ยนเป็นหิน แหล่งข้อมูลส่วน
มากอธิบายว่าเธอเป็นธิดาของ ฟอร์ซีส และ ซีโต แม้ว่า Hyginus
ทำให้เธอเป็นลูกสาวของกอร์กอนกับซีโต
เมดูซาเป็นธิดาของฟอร์ซีสและซีโต เป็นน้ องคนสุดท้อง มีพี่น้ อง 3 คน คือ
สเธโน่ ยูริอาลี เมดูซ่า พวกนางเป็นเทพสตรีที่ถือครองพรหมจรรย์ และบูชา
เทพีอธีน่ า เทพีแห่งภูมิปัญญาและกลยุทธุ์ในการทำศึก ซึ่งเทพีอธีน่ าได้อิจฉา
เมดูซ่าในเรื่องความงาม โดยเฉพาะเส้นผมของเมดูซ่า ซึ่งความงามของนาง
ก็ได้ถูกตาถูกใจมหาเทพ โพไซดอน เทพแห่งม้าและท้องทะเล ผู้สร้างพายุ
และบันดาลแผ่นดินไหว ในวันหนึ่ งขณะที่สามพี่น้ องกำลังบูชาเทพีอธีน่ าอยู่
ในวิหารพาเทนอลตามปกติ โพไซดอนได้ลักลอบเข้าไปในวิหารเพื่อจะ
กระทำชำเราเมดูซา เมื่อเทพีอธีน่ าซึ่งมีความเคืองส่วนตัวอยู่แล้วจึงได้ปรากฏ
แล้วกล่าวหานางว่าได้กระทำการลบหลู่นางโดยการสมสู่กับบุรุษ แถมยัง
เป็นในวิหารของเทพีอธีน่ า ซึ่งเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับเหล่าบุรุษ แต่
เนื่ องจากโพไซดอนเป็นเทพ ผู้คงความอมตะ เขาจึงรอดตัว แต่กรรมมาตก
อยู่ที่เมดูซ่าและพี่น้ อง โดยเทพีอธีน่ าได้สาปส่งเมดูซ่าให้เส้นผมกลายเป็นงู
และหากนางจ้องตาใครเขาผู้นั้ นจะกลายเป็นหิน
10
เอลฟ์ (ELF)
คือสิ่งมีชีวิตอมนุษย์ใน ตำนานนอร์ส และตำนานปรัมปราในกลุ่มประเทศ
เจอร์แมนิ ก ( สแกนดิเนเวีย และ เยอรมัน ) เมื่อแรกเริ่ม แนวคิดเกี่ยวกับ
พวกเอลฟ์คือ ชนเผ่าที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติและเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์
ภาพวาดของชนเหล่านี้ มักเป็นมนุษย์ทั้งชายและหญิงที่แลดูอ่อนเยาว์และ
งดงาม อาศัยอยู่ในป่า ในถ้ำ ใต้พื้นดิน หรือตามบ่อน้ำและตาน้ำพุ มักเชื่อ
กันว่าพวกเขามีชีวิตยืนยาวมาก
ไม่มีแหล่งข้อมูลใดอธิบายได้ชัดเจนว่าเอลฟ์คืออะไร แต่พวกเอลฟ์ดูจะเป็นที่
รู้จักในฐานะสิ่งมีชีวิตขนาดเดียวกันกับมนุษย์ มีพลังอำนาจมากและสวยงาม
มาก มีมนุษย์ที่มีชื่อเสียงหลายคนได้รับยกย่องให้เป็นเอลฟ์หลังจากเสียชีวิตไป
แล้ว เช่น กษัตริย์ โอลาฟ เกย์สตัด-เอลฟ์ (Olaf Geirstad-Elf) หรือ วีรบุรุษ
นาม โวลุนด์ (Völundr) ก็ถูกกล่าวขานว่าเป็น "ผู้เป็นใหญ่แห่งเอลฟ์" (vísi
álfa) หรือว่าเป็น "หนึ่ งในหมู่เอลฟ์" (álfa ljóði) ดังปรากฏในบทกวี
Völundarkviða ซึ่งในวรรณกรรมร้อยแก้วยุคหลังระบุว่าเขาเป็นโอรสของ
กษัตริย์แห่ง "ฟินนาร์" (Finnar) อันเป็นพลเมืองแถบขั้วโลกกลุ่มหนึ่ งที่เชื่อกัน
ว่ามีเวทมนตร์ (หมายถึงพวก ซามี (Sami)) ในมหากาพย์ไทเดรค ราชินี ชาว
มนุษย์ผู้หนึ่ งต้องประหลาดใจเป็นล้นพ้นเมื่อพบว่าคนรักของนางเป็นเอลฟ์
ไม่ใช่มนุษย์ นอกจากนี้ ในมหากาพย์ Hrolf Kraki กษัตริย์องค์หนึ่ งชื่อ เฮลกิ
(Helgi) ขืนใจนางเอลฟ์ตนหนึ่ งจนตั้งครรภ์ นางเอลฟ์ผู้นี้ กล่าวกันว่าคลุมร่าง
ด้วยผ้าไหมและเป็นสตรีที่สวยงามที่สุดเท่าที่คนเคยพบ
11
กินรี
เป็นสิ่งมีชีวิตนั กดนตรีครึ่งมนุษย์ครึ่งนกในศาสนาฮินดูและ
ศาสนาพุทธ ปรากฏเครื่องดนตรีโบราณของอินเดียที่เรียกว่า
กินรีวีณา และปรากฏใน อาทิปรวะ ของมหาภารตะและเชื่อว่า
อาศัยอยู่บนหิมาลัย
ในเอกสารของศาสนาพุทธ ปรากฏทั้งในชาดกและสัทธรรม
ปุณฑรีกสูตร ในธรรมเนี ยมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เชื่อ
ว่ากินนรและกินรีอาศัยอยู่ในหิมพานต์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน
การร่ายรำ ดนตรี และกวี ส่วนในธรรมเนี ยมเอเชียตะวันออก
นั กวิชาการ เอ็ดเวิร์ด เอช. ชัฟเฟอร์ ระบุว่ากินนรมักสับสน
กับ กาลวิณกะ ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตครึ่งมนุษย์ครึ่งนกเช่นกัน แต่
ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับกินนร
12
ไซเรน (SIREN)
ไซเรน มีเสียงอันไพเราะ รูปร่างที่งดงามรองจาก เงือก เล็กน้ อย มี
ความสามารถในการสะกดจิตให้ผู้อื่น ทำตามในสิ่งที่ตนเองต้องการ
เสี ยงของไซเรนไพเราะเพราะพริ้งจนทำให้คนที่เดินเรือผ่านมายัง
บริเวณใกล้เคียงที่ไซเรนอาศั ยอยู่หลงทางเข้ามาตามเสี ยงเพลงของ
ไซเรน ผู้ที่ทนฟังเสียงของนางไซเรนได้โดยไม่เสียสติจะได้รับปัญญาใน
การรู้จุดอ่อนของตน
เป็น ปีศาจ ใน เทพปกรณัมกรีก โดยปรากฏบทบาทอย่างยิ่งจาก
ตำนานเรื่อง เจสันและเรืออาร์โก และ โอดิสซีย์ ไซเรน มีลักษณะของ
สัตว์ผสม 3 อย่าง คือ คล้ายนาง เงือก มีขาเป็นครีบปลา มีปีกและเสียง
เหมือนนก แต่บ้างก็ว่า ไซเรน เป็น มนุษย์ ครึ่งนกเหมือน กินร กินรี ใน
วรรณคดีไทย
13
คนแคระ (DWARF)
เป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏในตำนานปรัมปราในกลุ่มประเทศเจอร์แมนิ ก (
สแกนดิเนเวีย และ เยอรมัน ) ปรากฏใน เทพนิ ยาย นิ ยายแฟนตาซี
และ เกมอาร์พีจี จำนวนมาก มักมีพรสวรรค์อันวิเศษโดยเฉพาะด้าน
เกี่ยวกับการเหมืองและการโลหะ
พวกเขาดูน่ าขบขันมากขึ้น มีความลึกลับมากขึ้น คนแคระเริ่มมีรูปร่าง
เตี้ยลงและน่ าเกลียดมากขึ้นตามภาพลักษณ์ในยุคใหม่ รวมถึงภาพการ
ใช้ชีวิตใต้พื้นดินของพวกเขาก็โดดเด่นยิ่งขึ้น คนแคระเป็นสิ่งมีชีวิต
มหัศจรรย์ที่มีทักษะด้านการโลหะอย่างวิเศษ มีชื่อเสียงในการสร้างของ
วิเศษในตำนานมากมาย แนวคิดเกี่ยวกับคนแคระใน ตำนานนอร์ส ยุค
หลังมีความแตกต่างจากตำนานดั้งเดิมมาก คนแคระในแนวคิดใหม่นี้
ไปปรากฏในเทพนิ ยายและนิ ทานพื้นบ้านในยุคหลังมากขึ้น (ดูเพิ่มเติม
ใน นิ ทานพื้นบ้านเยอรมัน และนิ ทานพื้นบ้านดัตช์) พวกเขากลายเป็น
สิ่งมีชีวิตซึ่งมีเวทมนตร์ ไม่สามารถมองเห็นได้ เป็นเจ้าแห่งมนตร์มายา
คำสาป และคำล่อลวง
14
เซนทอร์ (centaur)
เซนทอร์มีร่างส่วนบนเป็นมนุษย์ผู้ชาย แต่ส่วนลำตัวลงไปเป็นม้า
หนุ่ มที่มีกล้ามเนื้ อเป็นมัด ๆ สง่างาม อาศัยอยู่แถบภูเขาของอาคา
เดีย และเทสสาลีในประเทศกรีซ
เซนทอร์มีสองตระกูล โดยตระกูลหนึ่ งเกิดจาก อิคซอน
อันธพาลแห่งสวรรค์ที่ขึ้นชื่อ กับอีกตระกูลที่เกิดจากโค
รนั ส ฝ่ายหลังมีอุปนิ สัยดีแตกต่างจากฝ่ายแรกมาก
15
อะธีนา (Athena)
เป็นเทพเจ้าพรหมจรรย์แห่งปัญญา ความกล้า
แรงบันดาลใจ อารยธรรม กฎหมายและความ
ยุติธรรม การสงครามโดยชอบ คณิตศาสตร์
ความแข็งแกร่ง ยุทธศาสตร์ ศิลปะ งานฝีมือและ
ทักษะ ภาคโรมัน คือ มิเนอร์วา
มีการพรรณนาอะธีนาว่าทรงเป็นพระสหายร่วม
ทางผู้เฉลียวฉลาดของวีรบุรุษและเทพเจ้าอุปถัมภ์
การผจญภัยของวีรบุรุษ พระนางทรงเป็นเทพเจ้า
พรหมจรรย์ผู้อุปถัมภ์กรุงเอเธนส์ ชาวเอเธนส์ตั้งวิ
หารพาร์เธนอนบนอะโครโพลิสในกรุงเอเธนส์
(อะธีนาพาร์ธีนอส) เพื่อถวายเกียรติแด่พระนาง
16
อีคิดนา (Echidna)
ในตำนานเทพปกรณัมกรีกเป็นสตรีที่งดงาม แต่
ท่อนล่างเป็นงูขนาดยักษ์ เป็นภรรยาของไทฟอน
และมีลูกด้วยกันหลายตัวเช่นกัน เช่น เซอร์เบอรัส
สฟิงซ์ ไคเมร่า และไฮดรา นั บเป็นมารดาของเหล่า
อสูรกายที่มีชื่อเสียงอีกตนหนึ่ งและได้มีลูกกับซุส
คือไออาคอสซึ่งต่อมาเป็นกษัตริย์และผู้พิพากษาใน
นรกของฮาเดส อีคิดน่ าถูกยักษ์ร้อยตา อาร์กัส ซึ่ง
เป็นผู้รับใช้ของเฮร่าสั งหาร
อีคิดนายังถูกนำไปตั้งเป็นชื่อตัวกินมดประเภท
หนึ่ งด้วย
17
ไลคาออน (Lycaon)
เป็นสเป็คเตอร์ที่เฝ้าการข้ามฟากบึงแห่งความมืด โดย
ใช้ แพ เหมือนกับ อาเครอน ชารอน เมื่อ ดราก้อน ชิ
ริว , ซิกนั ส เฮียวกะ และ เจมินี่ คาน่ อน ผ่านนรกขุม
ที่ 4 ของ โทรลล์ อีวาน มาแล้ว ก็พบกับฟลีกีอัสกับแพ
ฟลีกีอัสจัดการทั้งชิริวกับเฮียวกะพร้อมกันด้วยท่า
ไม้ตาย ฮาวลิ่ง อินเฟอร์โน่ จนทั้งคู่สลบไป แต่คาน่ อน
ใช้ท่า กาแล็คเซี่ยน เอ็กโปรชั่น จัดการฟลีกีอัสได้ด้วย
ตัวเพียงคนเดียว โดยถีบชิริวและเฮียวกะลงแพไปก่อน
แล้วตัวค่อยกระโดดลงไปพายตาม ทิ้งร่างของฟลีกีอัส
ไว้ที่ริมฝั่ ง
18
ฟอนส์ (faun)
เป็นสัตว์ใน เทพปกรณัมโรมัน ท่อนบนจากศีรษะลงไปถึง
เอวเป็นมนุษย์แต่มีเขาและหูของ แพะ ท่อนล่างจากเอวถึง
เท้าเป็นแพะ อาศัยอยู่ในป่า มีความเกี่ยวข้องกับ เซเทอร์ ใน
ชาวโรมัน เชื่อว่า ฟอนสร้างความกลัวให้แก่มนุษย์ที่กำลังเดิน
ทางในสถานที่ที่เปลี่ยว และห่างไกลจากเมือง แต่สามารถช่วย
บอกทางให้แก่มนุษย์ที่กำลังหลง สิ่งนี้ พบได้ในนิ ทานเรื่อง
เซเทอร์และนั กเดินทาง (The Satyr and the Traveller) ซื่ง
ชื่อเรื่องใน ภาษาละติน คือ เฟานุส (Faunus; แปลว่า ฟอน ใน
ภาษาละติน) เดิมที ฟอนกับเซเทอร์เป็นสัตว์ที่ต่างกันมาก คือ
ฟอนเป็นสัตว์ครึ่งมนุษย์ครึ่งแพะ ส่วนเซเทอร์เป็นคนแคระที่
อัปลักษณ์ อ้วนล่ำสัน และมีขนมาก หรือบางทีเชื่อว่าเป็นคนป่า
มีหูและหางของม้าหรือลา นอกจากนี้ เคยเชื่อกันว่าเซเทอร์มี
เสน่ ห์กับมนุษย์เพศหญิงมากกว่าฟอน และฟอนไม่ฉลาด
เหมือนเซเทอร์
19
ฮาร์พี (harpy)
เป็นสิ่งมีชีวิตตาม ตำนานกรีก ซึ่งมีรูปกายเป็นมนุษย์ผู้
หญิง มีท่อนล่างอย่างนก และมี ปีก
กล่าวกันว่าแต่เดิมฮาร์ปีมีเพียงสองตนเท่านั้ น คือเอลโล
และโอไซพีเทส ธิดาแห่งเธามาส และโอเชียนิ ดนามอิเล็กต
ร้า (โอเชียนิ ดคือนิ มฟ์แห่งทะเล) เธามาสผู้นี้ เป็นโอรสของ
พอนทัสและไกอา ทั้งพอนทัสและไกอาต่างก็เป็นเทพเจ้า
โบราณของกรีก โดยพอนทัสเป็นเทพแห่งทะเล ส่วนไกอา
เป็นเทพแห่งพิภพ ฮาร์ปีทั้งสองเป็นพี่น้ องกับเทวีไอริส ซึ่ง
เป็นเทวีผู้ทำหน้ าที่นำสารให้กับเหล่าเทพเจ้าต่างๆ เช่นเดียว
กับเฮอร์เมส หากแต่เฮอร์เมสนั้ นขึ้นตรงต่อเทพบดีซูส ใน
ขณะที่ไอริสเป็นเทวีใต้บัญชาของเฮร่า เทวีไอริสยังมีปีกเป็น
นกเช่นเดียวกับอีรอส และมักถูกกล่าวถึงในลักษณะของ
สาวน้ อยมีปีก ถือคทานำสาร นอกจากนี้ ไอริสยังเป็นเทวี
พรหมจรรย์ และถือเป็นเทวีแห่งสะพานสายรุ้งอีกด้วย
20
แอโฟรไดที (Aphrodite)
เป็นพระเจ้าแห่งความรัก ความงาม สุขารมณ์
และการให้กำเนิ ด ภาคโรมัน คือ วีนั ส
มีนิ ยายว่าด้วยกำเนิ ดของพระนางมากกว่าหนึ่ ง
เรื่อง เฉกเช่นพระเจ้ากรีกโบราณหลาย
พระองค์ เทออกอเนี ยของฮีซิอัดระบุว่า
พระองค์ประสูติเมื่อโครนั สตัดอวัยวะเพศของ
ยูเรนั สแล้วโยนลงทะเล จากนั้ นพระองค์
กำเนิ ดขึ้นจากฟองสมุทร (aphros)
21
จัดทำโดย
ด.ญ. ปาณิสรา ธรรมสุทธิ์ เลขที่ 20 ม.1/6