วารสารวชิ าการ มหาวทิ ยาลัยหอการคา้ ไทย มนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ ปรมาภรณ์ ลมิ ป์เลิศเสถียร
ปที ี่ 38 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม - มีนาคม 2561
P hantai Narasingha: Reproduction in
Contemporary Thai Society
Paramaporn Limlertsathien1,*
Abstract
This article aims to study the reproduction of Phantai Narasingha in present Thai society.
The findings show that various forms of Phantai Narasingha reproduction can exemplify how
traditions are created by applying and interpreting the local history in the new contexts.
This reflects the condition of cultural dynamics which have been changed due to the social
contexts, particularly the contexts of tourism and capitalism. These changes can be seen through
the reproduction of amulets and films responding to the capitalism world or the organization of
provincial tourism festivals such as ‘City of Honesty’, ‘Wedding Ceremony’, and ‘Marathon for
Honesty’. Phantai Narasingha worship ceremony is another strategy used to create provincial
identity through local historical tales. It can be said that these activities are all responding to
the country’s tourism policy. Besides these, the reproduction of Phantai Narasingha has resulted
in the community development in various aspects as well as building up people’s awareness
which helps strengthen the community.
Keywords: Phantai Narasingha, reproduction, Thai society
1 Department of Thai Language, School of Humanities and Applied Arts, University of the Thai Chamber of Commerce,
Bangkok, Thailand.
* Corresponding author. E-mail: L.porama@ hotmail.com
ปีท่ี 38 ฉบบั ที่ 1 เดือนมกราคม - มีนาคม 2561 123
พันท้ายนรสงิ ห:์ การผลติ ซำ้� ในบริบทสังคมไทยร่วมสมัย
พั นทา้ ยนรสงิ ห:์ การผลติ ซ้�ำในบรบิ ทสงั คมไทย
รว่ มสมยั
ปรมาภรณ์ ลิมปเ์ ลิศเสถยี ร1,*
บทคดั ยอ่
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปรากฏการณ์การผลิตซ�้ำเร่ืองราวของพันท้ายนรสิงห์ที่เกิดขึ้น
ในสงั คมไทยปัจจุบนั ผลการศึกษา พบว่า การผลิตซ�ำ้ เรอ่ื งพันท้ายนรสงิ ห์ ในรูปแบบตา่ ง ๆ ในสังคมปจั จุบนั นน้ั
เปน็ การชใ้ี หเ้ หน็ วธิ คี ดิ ในการสรา้ งสรรคป์ ระเพณขี น้ึ โดยประยกุ ตจ์ ากประวตั ศิ าสตรท์ อ้ งถนิ่ มาตคี วามในบรบิ ทใหม่
ท้ังสะท้อนให้เห็นภาวะของการพลวัตทางวัฒนธรรมท่ีแปรเปล่ียนไปตามสังคมโดยเฉพาะอย่างย่ิงบริบท
การทอ่ งเท่ยี วและบรบิ ททนุ นิยม เห็นได้จากการผลิตซ้ำ� ในรูปของวัตถุมงคล ภาพยนตร์ ท่ตี อบสนองโลกทุนนิยม
หรือการจัดเทศกาลการท่องเท่ียวจังหวัดในรูปแบบ “นครแห่งความซื่อสัตย์” ที่มีท้ังงานวิวาห์ การว่ิงเพื่อ
ความซื่อสัตย์ พิธีบวงสรวงพันท้ายนรสิงห์ ลักษณะข้างต้นเป็นกลยุทธ์อย่างหน่ึงในการสร้างอัตลักษณ์ของ
จังหวดั ดว้ ยเรอื่ งเล่าประจ�ำทอ้ งถิ่น ซึ่งล้วนแลว้ แตต่ อบสนองนโยบายการทอ่ งเทยี่ วท้งั สน้ิ นอกจากนี้ การผลิต
ซ�้ำเร่ืองพันท้ายนรสิงห์ยังก่อให้เกิดการพัฒนาชุมชนในด้านต่าง ๆ ทั้งช่วยสร้างส�ำนึกอัตลักษณ์ท้องถ่ินของคน
ในชุมชนจนกลายเปน็ พลังส�ำคญั ที่ท�ำใหช้ มุ ชนแขง็ แกร่งข้นึ
ค�ำสำ� คญั : พันทา้ ยนรสงิ ห์ การผลติ ซ้ำ� สังคมไทย
1 สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และประยุกตศ์ ิลป์ มหาวทิ ยาลัยหอการคา้ ไทย กรุงเทพมหานคร
* Corresponding author. E-mail: L.porama@ hotmail.com
124 วารสารวิชาการ มหาวทิ ยาลัยหอการค้าไทย มนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์
ปรมาภรณ์ ลมิ ป์เลิศเสถียร
บทน�ำ โดยแบ่งประเด็นการน�ำเสนอ ออกเป็นหัวข้อต่าง ๆ
ดังน้ี
พนั ทา้ ยนรสงิ ห์ ถือเป็นบุคคลในประวตั ิศาสตร์
ทสี่ ำ� คญั คนหนงึ่ มปี รากฏชอ่ื ในพงศาวดารอยธุ ยาฉบบั 1. พันท้ายนรสิงหใ์ นบริบททางประวัตศิ าสตร์
ตา่ ง ๆ โดยระบตุ รงกนั วา่ พนั ทา้ ยนรสงิ หเ์ ปน็ นายทา้ ย เรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ อยู่ในประชุม
เรอื พระทน่ี งั่ เอกชยั ในรชั สมยั สมเดจ็ พระสรรเพชญท์ ี่ พงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม 2 เป็นเร่ือง
8 (พระเจา้ เสอื ) ตามหลกั ฐานชมุ นมุ พระนพิ นธส์ มเดจ็ พระราชพงศาวดารกรุงสยามจากต้นฉบับของบริติช
พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ มิวเซียม กรุงลอนดอน ประเทศองั กฤษ และ หนังสือ
(Damrong Rajanubhab, 1951) สรุปความได้ว่า พระราชพงศาวดาร ฉบับพิมพ์ ร.ศ. 120 ซ่ึงเป็น
พันท้ายนรสิงห์เป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงจังหวัด พงศาวดารที่พระเจ้าอัยยกาเธอ กรมสมเด็จพระ
อา่ งทอง เปน็ ทหารของพระเจา้ เสอื เมอื่ ปี พ.ศ. 2247 ปรมานุชิตชิโนรส ทรงเรียบเรียงโดยได้ใช้พระราช-
พระเจา้ เสอื เสดจ็ ทางคลองสนามชยั ถงึ ตำ� บลโคกขาม พงศาวดารฉบับสมเด็จพระนพรัตน์ วัดพระเชตุพน
พันท้ายนรสิงห์เป็นนายคัดท้ายได้ท�ำเรือพระท่ีน่ัง เปน็ ตน้ ฉบบั ในการชำ� ระเรยี บเรียง (Department of
เกยตลง่ิ จนหวั เรอื หกั ตามกฎหมายในสมยั นนั้ พนั ทา้ ย Education, 2007)
ต้องได้รับโทษถึงชีวิต แต่พระเจ้าเสือทรงอภัยโทษ Chitsa-nga (2014) ได้กลา่ วถึงเรอ่ื งราวของ
แต่อย่างไรก็ตาม พันท้ายนรสิงห์ได้ยืนยันที่จะรักษา พันท้ายนรสิงห์ ท่ีปรากฏในพระราชพงศาวดาร
พระราชกฤษฎีกาไว้ขอให้ประหารชีวิตตน พระเจ้า กรงุ ศรีอยุธยาฉบบั พระพนรัตน์ ว่าเปน็ เร่อื งท่ีถกู แตง่
เสอื จงึ โปรดเกลา้ ฯให้ประหารพนั ท้ายนรสิงห์ ปัจจบุ ัน เพิ่มขึ้นมาเมื่อคร้ังการช�ำระในสม้ยรัตนโกสินทร์
บรเิ วณทีป่ ระหารชวี ติ พันท้ายนรสิงห์ คอื บรเิ วณริม เพ่ือต้องการท�ำลายความชอบธรรมของราชวงศ์
คลองโคกขาม บา้ นพลูหลวง เร่ืองราวเกย่ี วกับพนั ทา้ ยนรสิงห์ได้ถูก
คนสมัยปัจจุบันรับรู้และยกย่องพันท้ายนรสิงห์ ดึงมาเพ่ือท�ำให้พระเจ้าเสือ ซ่ึงเป็นพระมหากษัตริย์
วา่ เปน็ ผทู้ มี่ คี วามซอ่ื สตั ย์ ยดึ มนั่ กฎของบา้ นเมอื งแม้ ในราชวงศบ์ า้ นพลหู ลวงนน้ั ดู “ขาดหลกั ธรรม” ในการ
จะตอ้ งแลกดว้ ยชวี ติ ดว้ ยคณุ ลกั ษณะสำ� คญั ดงั กลา่ ว ปกครอง เอาแตใ่ จตนเองฝกั ใฝท่ างโลกยี ์ แม้พันทา้ ย
จึงท�ำให้เร่ืองราวของพันท้ายนรสิงห์ถูกน�ำมาผลิตซ�้ำ นรสิงห์เป็นขุนนางระดับล่างก็ยังรู้จักกฎหมาย
ในหลายสมยั และในรปู แบบทแี่ ตกตา่ งกนั นอกจากนี้ บ้านเมือง เพราะฉะนั้น พันท้ายนรสิงห์จึงเป็นเร่ือง
ยงั เกดิ การตีความใหม่ หรือเกิดแนววถิ ปี ฏิบัติใหม่ใน ราวที่ถูกน�ำมาใช้เพ่ือลดพระเกียรติกษัตริย์ราชวงศ์
บรบิ ทสงั คมปจั จุบนั อกี ด้วย บ้านพลูหลวง ซึง่ เปน็ กลมุ่ อำ� นาจเกา่ นั้นเอง
บทความนี้จึงมุ่งศึกษาปรากฏการณ์การผลิต
ซ้�ำเรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ที่เกิดข้ึนในสังคมไทย 2. การผลิตซ�้ำจากโคลงภาพพระราชพงศาวดาร
ปัจจุบันว่า มีการผลิตซ�้ำในลักษณะใด หรือมีการน�ำ สกู่ ารสรา้ งแบบเรยี นและหนังสือการต์ ูน
เรอื่ งของพนั ทา้ ยนรสงิ หซ์ งึ่ ถอื เปน็ เรอื่ งเลา่ ในทอ้ งถนิ่ การผลิตซ�้ำ (Reproduction) เรื่องพันท้าย
มาปรบั ประยุกตใ์ ชใ้ นบริบทสงั คมไทยปจั จุบนั อยา่ งไร นรสิงห์ ในรูปแบบโคลงภาพพระราชพงศาวดาร
ปีที่ 38 ฉบับท่ี 1 เดอื นมกราคม - มนี าคม 2561 125
พันทา้ ยนรสงิ ห:์ การผลิตซำ�้ ในบริบทสังคมไทยร่วมสมัย
เกิดข้ึนโดยกระแสพระราชด�ำริของพระบาทสมเด็จ อยา่ งองอาจ ดงั นนั้ จงึ กลา่ วไดว้ า่ พนั ทา้ ยนรสงิ หย์ อม
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเลือกสรรเรื่องใน เสยี สละชวี ติ เพอื่ ปกป้องสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ซึ่ง
พงศาวดาร ให้ช่างเขียนรูปภาพประกอบโคลงท่ี เปน็ ตวั อยา่ งของขา้ ราชการทด่ี ี ควรมคี วามจงรกั ภกั ดี
เรยี บเรียงโดยพระยาศรสี ุนทรโวหาร (นอ้ ย อาจาร- และเสียสละต่อพระมหากษัตริย์ หรืออีกนัยหนึ่งคือ
ยางกรู ) เพอ่ื นำ� ไปประดบั พระเมรุ ในงานพระราชทาน แสดงให้เหน็ บทบาท หนา้ ที่ ของพลเมืองดี ทค่ี วรมี
เพลงิ ศพ สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจ้าฟ้าพาหรุ ดั มณีมยั ต่อระบอบสมบูรณาญาสิทธริ าชย์
กับพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าตรีเพ็ช- ดงั ท่ี Sornsuwan (2007) กลา่ วไวถ้ งึ บรบิ ททาง
รฒุ ม์ธ�ำรง เจ้าฟา้ ศริ ริ าชกกธุ ภณั ฑ์ และพระศพพระ สงั คมสมยั การสรา้ งโคลงภาพพระราชพงศาวดารนว้ี า่
อคั รชายาเธอพระองคเ์ จา้ เสาวภาคนารรี ตั น์ ทบ่ี รเิ วณ เกิดข้ึนท่ามกลางกระแสความสนใจในประวัติศาสตร์
ท้องสนามหลวง และต้องการใช้ประวัติศาสตร์เป็นเคร่ืองในการปลูก
ฝังอุดมการณ์ของรัฐ โดยมุ่งเน้นให้เห็นความส�ำคัญ
เน้ือหาในโคลงภาพพระราชพงศาวดาร มี ของ “รัฐชาติ” ทุกคนท่ีอยู่ภายใต้รัฐเดียวกัน ไม่ว่า
เนอ้ื หาทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั วรี บรุ ษุ ทางประวตั ศิ าสตรท์ ไี่ ดร้ บั จะเป็นขุนนางชน้ั ผ้นู อ้ ย สามญั ชน หรือผูห้ ญิง ล้วน
การเลือกสรรทั้งกษัตริย์และขุนนาง เช่น สมเด็จ มีหน้าที่ต่อรัฐ สามารถท�ำคุณกับบ้านเมืองโดยการ
พระนเรศวร สมเดจ็ พระสรุ โิ ยทยั และพนั ทา้ ยนรสงิ ห์ แสดงความรกั ชาตไิ ด้ โดยใชป้ ระวตั ศิ าสตรเ์ ปน็ เครอ่ื ง
ดงั นี้ แสดงตวั อย่างท่ีดีงามและปลูกฝงั ความคิดดังกลา่ ว
จากการศึกษาของธนพงศ์ จิตสง่า พบว่า
ภบู าลบำ� เหน็จให้ โทษถนอม ใจนอ มีการน�ำเร่ืองพันท้ายนรสิงห์มาสร้างเป็นแบบเรียน
พนั ไม่ยอมอยูย่ อม มอดมว้ ย หลายสมัย นับตง้ั แตส่ มยั จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม
พระโปรดเปลี่ยนโทษปลอม ฟนั รูป แทนพ่อ เป็นนายกรัฐมนตรี แบบเรียนวิชาภาษาไทยต้ังแต่
พนั กราบทลู ทดั ดว้ ย ท่านท้ิงฯ ประเพณีฯ ช่วง พ.ศ. 2483-ปัจจุบัน จึงมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อ
ภมู ีปลอบกลบั ตั้ง ขอบรร ไลยพอ่ สร้างแนวคิดชาตินิยม ที่เน้นเรื่องความยิ่งใหญ่ของ
จำ� สัง่ เพช็ ฌฆาฏฟัน ฟาดเกล้า “ชาติ” มุ่งปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ และ
โขนเรือกับหัวเรือพนั เสน้ ที่ ศาลแล ให้เห็นความส�ำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์
ศาลสบื กฤตคิ ณุ เคา้ คติไว้ในสยาม (Chitsa-nga, 2014)
นอกจากน้ี ในปัจจุบันยังมีการพิมพ์หนังสือ
(Poetry narrating royal chronicle paintings, การต์ นู เรื่องพันท้ายนรสิงหอ์ ีกด้วย การใชแ้ บบเรียน
1983, p. 64) และหนังสือการ์ตูนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นการ
“เลือกสรร” ของภาครัฐ และผู้ผลิตหนังสือเยาวชน
เนื้อเร่ืองที่เก่ียวกับพันท้ายนรสิงห์ สะท้อนให้ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมซึ่งเป็นนโยบายเศรษฐกิจ
เห็นคุณธรรมเร่ืองความซ่ือสัตย์ท่ีมีต่อกฎหมายของ สร้างสรรค์ของภาครัฐ ตามแผนแม่บทวัฒนธรรม
ชาตบิ า้ นเมอื งไดเ้ ปน็ อยา่ งดี แมว้ า่ พระเจา้ เสอื จะทรง แห่งชาติ พ.ศ. 2550-2559 ที่ใช้วัฒนธรรมสร้าง
ประทานอภัยโทษให้ แต่พันท้ายนรสิงห์ก็ไม่ยอมรับ
ในทางกลับกันยังคงยืนยันท่ีจะได้รับโทษประหาร
เพื่อรกั ษากฎและป้องกนั ค�ำครหาตอ่ พระมหากษัตริย์
126 วารสารวิชาการ มหาวทิ ยาลัยหอการคา้ ไทย มนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์
ปรมาภรณ์ ลิมป์เลิศเสถียร
มูลคา่ เพม่ิ ทางเศรษฐกจิ และคณุ ค่าทางสังคม ดังน้นั แทรกแนวคิดชาตินิยมให้กับประชาชนซึ่งเป็นการ
จะเหน็ ไดว้ า่ จากการนำ� เรอ่ื งพนั ทา้ ยนรสงิ หม์ าผลติ ซำ้� ผลิตซ้�ำที่มีวัตถุประสงค์ให้เยาวชนของชาติเป็น
ในรปู แบบของแบบเรยี นและการตนู ดงั กลา่ ว สะทอ้ น พลเมืองในอุดมคติตามแบบที่รัฐและคนในสังคม
ใหเ้ ห็นวิธีคดิ ของผู้สร้างไดส้ องมิติ มติ ิแรก คอื การ ท่ัวไปต้องการ น่ันคือ การเป็นพลเมืองดียึดม่ันใน
น�ำเร่ืองในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมาพัฒนาให้กลาย สถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์เฉกเช่น
เปน็ สนิ คา้ ทางวัฒนธรรม ส่วนมิติท่ีสอง ได้แก่ การ เดียวกบั วีรบรุ ษุ ในประวตั ศิ าสตร์
น�ำเร่ืองพันท้ายนรสิงห์มาเป็นเคร่ืองมือในการสอน
ภาพท่ี 1 ตัวอยา่ งหนงั สือการต์ นู พันทา้ ยนรสิงห์
3. การผลิตซ้�ำภาพยนตร์เรื่อง “พันท้ายนรสิงห์” ภาพลักษณ์ให้พันท้ายนรสิงห์ เป็นนายทหารผู้จงรัก
กับบรบิ ทของสงั คม และการเมือง ภักดี ท่ีพร้อมเคียงบ่าเคียงไหล่ และถวายชีวิตให้
ต�ำนานวีรบุรุษอมตะของคนไทย “พันท้าย กษัตริย์ที่ตนมอบความจงรักภักดีให้ ท้ังน้ี จะสังเกต
นรสงิ ห”์ ผา่ นการผลติ ซำ�้ ในรปู แบบของสอื่ ละครและ ได้จากข้อความในใบปิดภาพยนตร์ ที่โปรยข้อความ
ภาพยนตร์มาหลายสมัย เร่ิมจากการจัดแสดงละคร ส�ำคัญว่า “อยู่เพราะความจงรัก ตายเพราะความ
เวทีในยคุ แรก ในปี พ.ศ. 2487 และมีพัฒนาการดา้ น ภักดี” เพ่ือเน้นย้�ำให้เห็นความส�ำคัญของสถาบัน
การแสดงมาเป็นละครเวที ละครโทรทัศน์ จนกระทั่ง พระมหากษตั ริย์ไวอ้ ย่างครบถว้ น
มาในปี พ.ศ. 2558 ได้กลับมาเผยแพร่ในรูปแบบ การผลิตซ้�ำในคร้ังน้ีอยู่ในสมัยรัฐบาลของ
ภาพยนตร์อีกคร้ัง โดยมี หม่อมเจ้าชาตรเี ฉลมิ ยุคล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เม่ือบ้านเมืองตกอยู่
ก�ำกับการแสดง ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร ซึ่งทหารต้องมี
เน้ือเร่อื งพนั ท้ายนรสงิ หใ์ นปี พ.ศ. 2558 แมจ้ ะ อดุ การณส์ งู สดุ คอื ปกปอ้ ง รกั ษา ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
มีการเพ่ิมเร่ืองราวการประลองฝีมือเพื่อแย่งชิงหญิง ผนวกกับฐานะทางสังคมของผู้ก�ำกับภาพยนตร์ คือ
สาว เพ่ือสร้างอรรถรสให้เห็นปุถุชนวิสัยบ้างก็ตาม หมอ่ มเจา้ ชาตรีเฉลมิ ยุคล ทเ่ี ป็นผูค้ ร�่ำหวอดกับการ
แต่ผู้ก�ำกับยังคงแก่นเร่ือง “ความซื่อสัตย์” ไว้เป็น ผลิตภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ (Historical Film)
ประเด็นส�ำคัญที่สุด ดังจะเห็นได้จากการสร้าง เพ่ือเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์มาอย่าง
ต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาดงั กล่าว การผลติ ซ�ำ้ คร้ังน้ี
ปีท่ี 38 ฉบับท่ี 1 เดือนมกราคม - มนี าคม 2561 127
พนั ท้ายนรสิงห์: การผลติ ซำ�้ ในบริบทสงั คมไทยรว่ มสมัย
จงึ มนี ยั สำ� คญั ทางบรบิ ทสงั คมและการเมอื งอยา่ งเหน็ จากการรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับวัตถุมงคล
ไดช้ ดั เกย่ี วกบั พนั ทา้ ยนรสงิ หใ์ นปจั จบุ นั พบวา่ มจี ำ� นวนมาก
หากมองสภาพสังคม การเมือง ตั้งแต่ช่วง สว่ นใหญส่ รา้ งโดยคณะในนามวา่ “ศาลพนั ทา้ ยนรสงิ ห”์
พ.ศ. 2550 เปน็ ตน้ มา จะเห็นไดว้ า่ สังคมไทยได้เกดิ โดยสรา้ งครง้ั แรกในปี พ.ศ. 2519 ลกั ษณะเปน็ เหรยี ญ
วกิ ฤตกิ ารณก์ ารแตกแยกทางอดุ มการณค์ วามคดิ โดย ทองแดง มีรูปนูนพันท้ายนรสิงห์ โดยมีอนุภาคท่ี
เฉพาะประเด็นที่เก่ียวข้องสถาบันพระมหากษัตริย์ สำ� คญั คอื การถอื พาย ทำ� ใหเ้ รอื่ งเลา่ ของพนั ทา้ ยเปน็
ดังรายงานการวิจัยของ Limlertsathien (2016) ที่ รูปธรรมมากย่ิงขึ้น ส่วนด้านหลังของเหรียญเป็นรูป
สรปุ ว่า แนวคดิ ท่ีพบเป็นล�ำดับสดุ ท้าย คอื แนวคดิ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ส่ิงศักดิ์สิทธ์ิคู่บ้านคู่เมืองของ
เชิดชูสถาบนั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นแนวคิดที่พบ ชาวโคกขาม
เฉพาะในรอ้ ยกรองสมยั พ.ศ. 2550-2555 เปน็ ช่วง ในปีต่อ ๆ มา ทางคณะศาลพนั ทา้ ยนรสิงหก์ ็ได้
ที่ประเทศเกิดกระแสชาตินิยมจนเกิดวาทกรรม สรา้ งวตั ถมุ งคลพันทา้ ยนรสงิ หอ์ ยา่ งต่อเน่ือง เชน่ ปี
“คล่ังชาติ” หรือ “รักชาติ” การรักและยึดมั่นใน พ.ศ. 2547 ทางคณะศาลพันทา้ ยนรสิงหไ์ ด้จัดสร้าง
สถาบนั หลกั ของชาตนิ น้ั เปน็ สง่ิ ทท่ี กุ คนสามารถกระทำ� พระผงพันท้าย และสติ๊กเกอร์ เพื่อระลึกครบรอบ
ได้ แต่ควรต้องวิเคราะห์ข้อมูลให้ลึกซ้ึงว่ามีคนกลุ่ม 300 ปี พันทา้ ยนรสิงห์
ใดแสวงหาผลประโยชน์จากการปลุกกระแสให้รัก ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2556 ถอื เป็นปีท่มี ีการจัดสรา้ ง
ชาติหรือไม่ สญั ลักษณ์ ทเ่ี กย่ี วกบั พันทา้ ยนรสงิ ห์ในหลายรูปแบบ
มที ้งั เหรยี ญลักษณะต่าง ๆ ในชอ่ื รุ่นทว่ี า่ “รวย เพิ่ม
4. จากความซ่ือสัตย์ สู่วัตถุมงคลและพิธีกรรม: พูน” ธงแขวนหนา้ รถ ครอบแก้ว นอกจากน้ี ยังมรี ปู
จากโลกสามัญส่โู ลกศกั ดิสิทธิ์ พันท้ายนรสิงห์ในลักษณะเก๋งจีน จี้รูปหยดน�้ำ จี้รูป
เรอ่ื งราวของพนั ทา้ ยนรสงิ หถ์ กู นำ� มาผลติ ซำ�้ ใน หัวใจ นอกจากน้ี มีเสื้อที่ระลึก และสติ๊กเกอร์รูป
หลายสมยั และมรี ูปแบบทแ่ี ตกตา่ งกนั ดงั จะเหน็ ได้ พันท้ายนรสิงห์ติดรถ เพื่อท�ำให้ทันสมัยสอดรับกับ
จากแนวคิดเร่อื งความซอ่ื สตั ยไ์ ด้พลวัตมาสเู่ ร่อื งของ วัฒนธรรมประชานิยมมากยิง่ ขนึ้
“ความขลัง” “ความศักดิ์สิทธ์ิ” ซึ่งเป็นการตีความ จากการศึกษาวัตถุมงคลพันท้ายนรสิงห์
ใหม่ หรอื เกดิ แนววถิ ปี ฏบิ ตั ใิ หมใ่ นบรบิ ทสงั คมปจั จบุ นั สอดคล้องกับการศึกษาของ Sujchaya (2015) ที่
ทแ่ี ตกตา่ งไปจากเดมิ พบว่า วัตถุมงคลท่ีเกิดข้ึนใหม่ในช่วงหลังวิกฤติ
วัตถุมงคลและพิธีกรรมเป็นสัญลักษณ์อย่าง เศรษฐกิจ พ.ศ. 2553 เปน็ ตน้ มา มีการโฆษณาโดย
หนงึ่ ทท่ี ำ� ใหเ้ รอ่ื งเลา่ หรอื ตำ� นานทอ่ี ยใู่ นโลกศกั ดส์ิ ทิ ธิ์ ใช้ข้อมลู คตชิ นสองประเภท ประกอบการสรา้ งความ
เป็นรูปธรรมมากย่ิงข้ึน ผู้คนในสังคมจับต้องโลก น่าเช่ือถอื ได้แก่ ประเภทแรก เรื่องเล่าหรือต�ำนาน
ศกั ดิส์ ทิ ธไ์ิ ดอ้ ยา่ งแนบแน่น ในโลกสามัญ สญั ลกั ษณ์ ที่มา และประเภทที่สอง ความเชื่อในสรรพคุณของ
เหล่าน้ีจึงท�ำหน้าท่ีเป็นตัวเช่ือมระหว่างผู้นับถือและ วตั ถุมงคลและพธิ กี รรมหรอื วิธกี ารปฏบิ ตั ิบูชาแต่เดิม
ส่ิงศักดิ์สิทธ์ิให้หลอมรวมเป็นหน่ึงเดียวกัน ช่วยให้ คนไทยไม่นยิ มสร้างรปู เหมือนตวั บุคคล มกั สร้างเป็น
ผนู้ บั ถอื เกดิ ความสบายใจ และเชอ่ื มั่นในสง่ิ ศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิ พระพุทธรูปแทนตัวบุคคลไว้บูชา ตั้งแต่สมัยรัชกาล
ว่า มีอยูจ่ รงิ และสามารถชว่ ยเหลอื พวกเขาไดจ้ ริง
128 วารสารวิชาการ มหาวิทยาลยั หอการค้าไทย มนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์
ปรมาภรณ์ ลิมปเ์ ลิศเสถียร
ท่ี 4 เปน็ ต้นมา จงึ เร่มิ เปลยี่ นคตินิยมดงั กลา่ ว มกี าร นอกจากนี้ พนั ทา้ ยนรสงิ หใ์ นปจั จุบนั ไมเ่ พยี ง
สร้างรูปปั้น เหรียญเสมา และเหรียญที่ระลึก รูป แต่ช่วยเรื่องค้าขายเท่านั้น แต่ยังมีอ�ำนาจช่วยเหลือ
พระมหากษัตริย์ พระภิกษุ หรือพระเกจิอาจารย์ที่มี ผู้ที่นับถือในเรื่องต่าง ๆ อีกด้วย ซ่ึงจะเห็นได้จาก
ช่ือเสียง เพ่ือเป็นที่ระลึกและปกป้องคุ้มครอง เช่น เรื่องเล่าต่าง ๆ มากมายที่เก่ียวกับความศักดิ์สิทธิ์
รูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดอินทาราม ของพันท้ายนรสิงห์ เช่น การปรากฏตัวให้เห็นเม่ือ
วรวิหาร ปี พ.ศ. 2517 มคี นมาลบหลู่ หรือ การชว่ ยเหลอื ใหแ้ คลว้ คลาดจาก
การตง้ั ชอ่ื รนุ่ วตั ถมุ งคลพนั ทา้ ยนรสงิ ห์ เปน็ กรณี ภยันตราย หรือการขอเรอ่ื งยศ ต�ำแหน่ง เมอ่ื สง่ิ ท่ขี อ
ศกึ ษาทน่ี า่ สนใจ จะเหน็ ไดว้ า่ ในปี 2556 นี้ ไดป้ ลกุ เสก ส�ำเร็จตามความปรารถนา ผู้ท่ีมาบนบานก็จะน�ำไก่
วตั ถมุ งคลพันท้ายนรสิงห์โดยใหช้ ือ่ วา่ รุ่น รวย เพ่มิ มาถวาย ทัง้ นม้ี ีความเชื่อวา่ พันท้ายนรสิงห์ชอบเล่น
พูน สะท้อนให้เห็นการปะทะสังสรรค์ระหว่างส่ิง ไก่ชน ซึ่งในพงศาวดารไม่ปรากฏความเชื่อดังกล่าว
ศักด์ิสิทธ์ิกับโลกทุนนิยมสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี จาก ผู้ศึกษาสันนิษฐานว่าน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากละคร
การลงภาคสนามของผ้ศู ึกษา พบว่า มีร้านค้าจำ� นวน เกี่ยวกับพันท้ายนรสิงห์ ที่ผู้แต่งมักแต่งเติมเน้ือหา
มากมีรูปเคารพพันท้ายนรสิงห์ไว้บูชา โดยวางไว้บน ให้พระเจ้าเสือ และพันท้ายนรสิงห์ ชอบเล่นกีฬา
ห้งิ ตา่ งหาก เช่น รา้ นสม้ ตำ� อบุ ล ที่อยู่ในซอยพันทา้ ย ประเภทเดยี วกนั คอื ตไี ก่ ชกมวย ตามประสาชายไทย
นรสิงห์ เจา้ ของร้านได้กล่าววา่ “หากบชู าพ่อพันท้าย ด้วยเหตุนี้ ในบริเวณศาลพันท้ายนรสิงห์ในปัจจุบัน
จะช่วยใหค้ า้ ขายดีข้นึ ” จึงมีรปู ปนั้ ไกว่ างเรยี งรายอยูร่ อบศาลจำ� นวนมาก
ภาพที่ 2 บริเวณศาลพันท้ายนรสิงห์
(บันทกึ ภาพโดย: ปรมาภรณ์ ลิมปเ์ ลิศเสถยี ร เม่อื วนั ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559)
ปที ่ี 38 ฉบบั ที่ 1 เดือนมกราคม - มนี าคม 2561 129
พนั ท้ายนรสิงห:์ การผลิตซ�ำ้ ในบรบิ ทสังคมไทยร่วมสมัย
ดังน้นั สถานะของ “พันท้ายนรสงิ ห”์ ทผี่ กู ตดิ ข้อมูลทางคติชนอีกประเภทหน่ึงท่ีมีส่วนท�ำให้
อยู่กับความซอ่ื สัตย์ ในปัจจุบันไดเ้ พ่มิ ความเป็น “ส่ิง ประวัตศิ าสตร์ หรอื เรอื่ งเลา่ ตา่ ง ๆ เก่ียวกับพันทา้ ย
ศักดสิ์ ทิ ธ์”ิ ประจำ� ท้องถิ่น ในฐานะ “ผอู้ ารกั ษ์” และ นรสงิ หเ์ ดน่ ชดั เปน็ รปู ธรรมมากยงิ่ ขน้ึ นนั่ คอื พธิ กี รรม
“ผู้บันดาล” ทั้งความสุขและความร่�ำรวยให้กับผู้ที่ บวงสรวงพันท้ายนรสิงห์ ซึ่งภาครัฐเป็นผู้จัดข้ึนท่ี
นับถือ บริเวณศาลพันท้ายนรสิงห์ ต�ำบลโคกขาม อ�ำเภอ
เมอื ง จงั หวัดสมทุ รสาคร ในวันขึ้น 9 คำ่� และ 10 คำ่�
เดอื น 3
ภาพท่ี 3 งานบวงสรวงพันทา้ ยนรสิงห์
(บนั ทกึ ภาพโดย: ปรมาภรณ์ ลิมป์เลิศเสถียร เมื่อวนั ท่ี 17-18 กมุ ภาพนั ธ์ 2559)
จากพธิ บี วงสรวงพนั ทา้ ยนรสงิ ห์ กลา่ วไดว้ า่ เปน็ โยงเข้ากับสถานท่แี หง่ น้นั ซึง่ นอกจากจะอา้ ง “อดตี ”
ประเพณีสร้างสรรค์ ที่ประยุกต์พิธีกรรมที่มีอยู่เดิม ให้มีความสัมพันธ์กับปัจจุบัน ทุนทางวัฒนธรรมหรือ
โดยนำ� มาใชใ้ นบรบิ ทใหม่ เชน่ เพอ่ื การทอ่ งเทยี่ วและ วัตถดุ ิบทางวัฒนธรรม จงึ เป็นปัจจยั ส�ำคัญท่ีมสี ่วนใน
การผลิตซ�้ำ เพื่อสร้างความทรงจ�ำร่วมให้กับท้องถ่ิน การสร้างสรรคป์ ระเพณี โดยเฉพาะอย่างยงิ่ การอ้าง
ดังน้ัน พิธีกรรมไม่ใช่เร่ืองของปัจเจก หรือมีบทบาท หรือเชื่อมโยงระหว่างพ้ืนที่กับต�ำนานเพื่อสร้างความ
หน้าที่ตอบสนองความต้องการของบุคคลแต่เพียง ชอบธรรม เพ่มิ ความเก่าแก่แฝงด้วยความขลังให้กบั
อย่างเดียวอีกต่อไป แต่พิธีบวงสรวงพันท้ายนรสิงห์ พ้ืนที่แห่งน้ันให้กลายเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน
ในปัจจุบัน ได้น�ำ “วัตถุดิบทางวัฒนธรรม” ในอดีต ซึง่ เป็นปจั จัยหน่งึ ทกี่ อ่ ให้เกดิ ความสามัคคี ชว่ ยสรา้ ง
มาเป็นต้นทุน เพ่ือร้ือฟื้น เชื่อมโยงหรือสร้างคติ ความเข้มแข็งให้กับชุนชนในฐานะที่มีความทรงจ�ำ
ความเช่ือข้ึนมาใหม่ จนกลายเป็นพิธีกรรมเพ่ือ ร่วมกัน ท้ังนี้เพราะพิธีกรรมก่อให้เกิดความเป็น
ตอบสนองความตอ้ งการของสงั คมในปัจจุบนั อันหนึ่งอันเดียวกันในหมู่ผู้เข้าร่วม ดังค�ำกล่าวของ
พิธีกรรมบวงสรวงพันท้ายนรสิงห์เป็นพิธีกรรม Nathlang (2004, p. 334) ท่วี ่า “พิธีกรรมเปน็ กลไก
ทเี่ กดิ ขนึ้ จากความพยายามอา้ งองิ หรอื ความพยายาม ทางวฒั นธรรมในการ “รวมพลงั ” สมาชกิ ในสงั คมโดย
ในการสร้างอดีตที่มีความเป็นมาอันยาวนาน โดย เฉพาะในสังคมดั้งเดิมหรือสังคมประเพณี ต�ำนาน
130 วารสารวิชาการ มหาวทิ ยาลยั หอการค้าไทย มนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์
ปรมาภรณ์ ลมิ ป์เลิศเสถยี ร
ที่ใช้ในการอธิบายที่มาของพิธีกรรมซ่ึงมักเก่ียวข้อง คนในประเทศท่องเท่ียวในประเทศของตนตามการ
กับผู้มีอ�ำนาจเหนือธรรมชาติ จึงเป็นส่วนหน่ึงของ รณรงคข์ อง ททท.”
กลไกทางวฒั นธรรมทใ่ี ชใ้ นการสรา้ งขวญั กำ� ลงั ใจและ
เอกภาพใหส้ ังคม” 4.2 แนวคิด “ความซ่ือสัตย์” วิธีคิดของรัฐ
สรู่ าษฎร์
4.1 เรื่องเล่าพื้นบ้านกับการสร้างอัตลักษณ์ การจัดงานวิวาห์แห่งความซอ่ื สัตย์ขึน้ ที่บรเิ วณ
ของจงั หวดั ศาลพนั ทา้ ยนรสงิ ห์ จดั ขนึ้ เพอื่ สบื สานขนบธรรมเนยี ม
นบั ตง้ั แตป่ ี 2557 เปน็ ตน้ มา จากขอ้ มลู รายงาน ประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย สร้างความอบอนุ่ ความ
การประชุมของ Samutsakorn Province (2014) เขม้ แขง็ และความผกู พนั ระหวา่ งสามแี ละภรรยา จาก
ระบวุ า่ การทอ่ งเทย่ี วสมทุ รสาครไดม้ กี ารผลกั ดนั สรา้ ง การจดั ววิ าห์แหง่ ความซ่ือสัตยด์ งั กล่าว แสดงใหเ้ หน็
ภาพลกั ษณ์ จงั หวดั สมทุ รสาครใหเ้ ปน็ “นครแหง่ ความ การเล่ือนไหลของประเพณีราษฎร์ไปสู่ประเพณีของ
ซ่อื สตั ย์” โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ในปี 2559 ซ่งึ ได้มกี าร รัฐอย่างชัดเจน กล่าวคือ จากประเพณีการแต่งงาน
ผนวกกิจกรรมต่าง ๆ ไว้ด้วยกนั ใน “งานประจำ� ปีศาล ซ่ึงถือเป็นประเพณีระดับครอบครัวได้เปล่ียนเป็น
พนั ทา้ ยนรสงิ ห”์ ซง่ึ มที ง้ั งาน “ววิ าหแ์ หง่ ความซอื่ สตั ย์ การท่องเท่ียวท่ีเป็นงานระดับจังหวัดโดยการปรับ
สญั ญารกั จากนชี้ วั่ นริ นั ดร” และงาน “กจิ กรรมเดนิ -วงิ่ ประยุกต์มาจากทุนทางวัฒนธรรมประเภทเร่ืองเล่า
พันท้ายนรสิงห์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน เม่ือวันที่ 14 ดงั ที่ Nathlang (2015, p. 374) ไดก้ ล่าวไวว้ ่า
กุมภาพันธ์ 2559 พิธีกรรมจ�ำนวนมากจึงไม่ใช่พิธีกรรมระดับ
ดงั นั้น จะเห็นไดว้ ่า พนั ท้ายนรสงิ ห์ ทีม่ ปี ระวตั ิ ชมุ ชนอีกตอ่ ไป แต่กลายเป็นงานระดบั จังหวัด ผูจ้ ัด
ชีวิตน่าสนใจควรแก่การเป็นแบบอย่าง ถูกสร้างข้ึน งานกไ็ ม่ใช่ “คนใน” แต่ “คนนอก” ชุมชน การจัด
ให้กลายเป็น “วีรบุรุษประจ�ำจังหวัด” เพื่อดึงดูด ประเพณีพิธีกรรมจ�ำนวนมากทุกวันนี้ไม่ได้อยู่มือของ
นักท่องเท่ียว สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัด ชาวบา้ นอกี ตอ่ ไปแตจ่ ดั โดยองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บล
สอดคลอ้ งกับการศกึ ษาของ Meepakdee (2015) ที่ (อบต.) หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)
ศกึ ษาเรอื่ ง ตราประจ�ำจังหวดั มมุ มองจากสญั วทิ ยาสู่ ผู้เป็นประธานในพิธีกรรมแทนที่จะเป็นผู้ใหญ่ใน
มายาคติ ทไี่ ดก้ ลา่ วถงึ การสรา้ งตราประจำ� จงั หวดั กบั ระดบั หมู่บ้าน หมอขวัญ พ่อจารย์ หรือปู่จารย์ ก็เป็น
การทอ่ งเทยี่ ว ไวอ้ ยา่ งนา่ สนใจวา่ “ประเทศไทยอยใู่ น นายก อบต. นายก อบจ. ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือ
ชว่ งของการพฒั นาประเทศเพอ่ื ไปสปู่ ระเทศทม่ี คี วาม นายกรัฐมนตรี ท�ำใหป้ ระเพณีของราษฎร์ กลายเป็น
เจรญิ ในทกุ ดา้ น การเนน้ ในเรอ่ื งของการทอ่ งเทยี่ วเพอื่ ประเพณีของรัฐ นเ่ี ป็นปรากฏการณท์ ีเ่ ปน็ พลวัตของ
ใหไ้ ดม้ าซง่ึ รายไดน้ นั้ สง่ ผลตอ่ วถิ ชี วี ติ ของคนในพนื้ ท่ี ประเพณีพื้นบ้านพื้นถ่ินในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา
ดงั นน้ั ตราประจำ� จงั หวดั จงึ ถกู นำ� มาสรา้ งความหมาย ในแงน่ จ้ี งึ เหน็ ไดช้ ดั เจนวา่ วฒั นธรรมถกู นำ� มารบั ใช้
ในแง่ของการท่องเที่ยวเพ่ือชักจูงให้นักท่องเที่ยวเข้า การทอ่ งเท่ียว เศรษฐกิจ และการเมอื ง
มาท่องเที่ยวในประเทศ หรือจูงใจและสนับสนุนให้
ปที ี่ 38 ฉบบั ที่ 1 เดือนมกราคม - มีนาคม 2561 131
พนั ทา้ ยนรสงิ ห์: การผลติ ซำ�้ ในบรบิ ทสงั คมไทยร่วมสมยั
ภาพท่ี 4 ภาพประชาสมั พนั ธง์ านวิวาหแ์ หง่ ความซอื่ สตั ย์
(บันทึกภาพโดย: ปรมาภรณ์ ลิมปเ์ ลิศเสถยี ร เม่อื วันท่ี 17 กุมภาพันธ์ 2559)
บทสรปุ “การตีความใหม่” ในบริบททางสังคมปัจจุบันที่
แวดลอ้ มดว้ ยระบบทนุ นยิ มและการทอ่ งเทยี่ ว อนภุ าค
ความเชื่อเร่ืองพันท้ายนรสิงห์ เป็นอีกหน่ึง “ความซื่อสัตย์” ของเรื่องพันท้ายนรสิงห์จึงไม่ใช่มี
ตวั อยา่ งของการแสดงใหเ้ หน็ วธิ คี ดิ ในการสรา้ งสรรค์ ไวเ้ พยี งน�ำไป “สง่ั สอน” หรือ “เป็นตัวอยา่ ง” ให้กับ
ประเพณีขึ้นที่มีลักษณะของการผลิตซ�้ำ ความเช่ือ บุคคลอีกต่อไป แต่ถูกน�ำมาใช้เพ่ือรองรับนโยบาย
ประเพณี วิถปี ฏบิ ัตเิ ดิมในบริบทใหม่ เศรษฐกิจสรา้ งสรรค์ ของภาครัฐในสมัยน้ี
การผลติ ซำ�้ เรอื่ งพนั ทา้ ยนรสงิ หใ์ นสงั คมปจั จบุ นั อย่างไรก็ตาม คุณประโยชน์ประการหนึ่งท่ีได้
สะท้อนให้เห็นภาวะของพลวัตทางวัฒนธรรมที่แปร จากการผลิตซ�้ำเร่ืองพันท้ายนรสิงห์ นอกเหนือจาก
เปลี่ยนไปตามสังคมโดยเฉพาะอย่างย่ิงบริบทการ เรื่องการเพ่ิมมูลค่าทางเศรษฐกิจ คือ การก่อให้เกิด
ท่องเท่ียวและบริบททุนนิยม เห็นได้จากการผลิตซ้�ำ การพฒั นาชมุ ชนในด้านตา่ ง ๆ ท้ังองคป์ ระกอบทาง
ในรูปของวัตถุมงคล ภาพยนตร์ ที่ตอบสนองโลก วตั ถุ สถานท่ี สิง่ แวดล้อม และการสรา้ งองคค์ วามรู้
ทุนนิยม หรือ การจัดเทศกาลการท่องเที่ยวจังหวัด เกี่ยวกับวัฒนธรรมของคนในชุมชน ช่วยสร้างสำ� นึก
ในรปู แบบ “นครแหง่ ความซอ่ื สตั ย์” ท่ีมที ั้งงานววิ าห์ อัตลกั ษณท์ อ้ งถ่ินและเม่อื สังคม หรอื “คนนอก” รบั รู้
การวง่ิ เพอื่ ความซอ่ื สตั ย์ พธิ บี วงสรวงพนั ทา้ ยนรสงิ ห์ กันอย่างกว้างขวาง ก็ช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้
เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งในการสร้างอัตลักษณ์ของ กับคนในชุมชนถึงการมีตัวตนในฐานะท่ีเป็นชุมชน
จังหวดั ด้วยเรอ่ื งเล่าประจ�ำทอ้ งถิ่น ลว้ นแลว้ แต่ตอบ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ซึ่งจะช่วยตอกย�้ำความ
สนองนโยบายการท่องเท่ียวท้งั สน้ิ ทรงจ�ำร่วมและส�ำนึกในการมีอัตลักษณ์ร่วมกันของ
ดังน้ัน จะเห็นได้ว่า แนวคิด “ความซ่ือสัตย์” คนในชุมชนจนกลายเป็นพลังส�ำคัญที่ท�ำให้ชุมชน
ของพันท้ายนรสิงห์ ถูกขับเคลื่อนมาทุกยุคทุกสมัย แขง็ แกร่งขึ้น
ท้ังบริบททางการเมืองตามแนวคิดชาตินิยม จนมาสู่
132 วารสารวชิ าการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ปรมาภรณ์ ลิมปเ์ ลศิ เสถยี ร
บรรณานกุ รม Thailand: Academic Research Publications.
(in Thai).
Chaichana, Parichad. (2001). The commumication Nathlang, S. (2015). Synthesizing the dynamics
process in the Rrevitalization of the past: of traditions and rituals in Thai
The cases of Phra Suphankalaya and contemporary society. In S. Nathlang (Ed.),
Phantai Narasingha (Unpublished master’s Creative traditions in Thai contemporary
thesis). Dhurakitpundit University, Bangkok, society (pp. 357-382). Bangkok, Thailand:
Thailand. (in Thai). Sinrindhorn Anthropology Center. (in Thai).
Chitsa-nga, T. (2014). Panthai Narasingha in Nathlang, S. (Ed.). (2015). Thai urban tales
Thai historical context. Journal of Thai amidst the changing world. Bangkok,
Studies, 11(1), 81-126. (in Thai). Thailand: Sirindhorn Anthropology Center.
Damrong Rajanubhab, Prince. (1951). Gathering (in Thai).
the writing. Phra Nakhon, Thailand: Panthai Narasingha Foundation. (2007). Panthai
Klangwitaya. (in Thai). Narasingha amulets and souvenirs.
Department of Education. (2007). The royal Retrieved May 15, 2016, from http://www.
chronicles, R.E. 120 Edition (2nd ed.). sanpantainorasing.org/default.php?
Bangkok, Thailand: The Historical modules=project&data=list&view_id=51
Association. (in Thai). (in Thai).
Department of Fine Arts, Division of Literature Poetry narrating royal chronicle paintings.
and History. (1999). The golden jubilee (1983). Bangkok, Thailand: Amarin
collection of the royal chronicles: Vol. 2. Printing. (in Thai).
Bangkok, Thailand: Author. (in Thai). Sakorn News Online. Samutsakorn: The city of
Limlertsathien, P. (2016). The outstanding honesty. Retrieved June10, 2016 from
characteristics of political poem between http://www.sakhononline.com/news/?
2007 and 2012. University of the Thai p=14723 (in Thai).
Chamber of Commerce Journal, 36(1), Samutsakorn Province. (2014). Samutsakorn
61-177. (in Thai). Provincial Integrated Administration
Meepakdee, K. (2015). The provincial seals: Committee meeting minutes (1/2014).
From semiology to mythology. University Retrieved May 25, 2016, from http://www.
of the Thai Chamber of Commerce samutsakhon.go.th/data/kbg/meet1-57
Journal, 35(1), 125-143. (in Thai). (in Thai).
Nathlang, S. (2004). Folklore theory in urban Sornsuwan, A. (2007). The royal chronicles
legends and tales analysis. Bangkok, picture poems: A historical study. In
ปที ี่ 38 ฉบบั ที่ 1 เดอื นมกราคม - มีนาคม 2561 133
พนั ทา้ ยนรสงิ ห์: การผลิตซ�้ำในบริบทสังคมไทยร่วมสมัย
S. Yimprasert (Ed.), Stream of the past Nathlang (Ed.), Thai urban tales amidst
(pp. 125-173). Bangkok, Thailand: the changing world (pp. 71-155). Bangkok,
Chulalongkorn University. (in Thai). Thailand: Sirindhorn Anthropology Center.
Sujchaya, S. (2015). Folklore theory application (in Thai).
to amulet production nowadays. In S.
134 วารสารวชิ าการ มหาวิทยาลยั หอการคา้ ไทย มนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์