หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1
วธิ ีการทาง พัฒนาการของไทย
ประวัตศิ าสตร์ใน สมยั รตั นโกสนิ ทร์ใน
การศกึ ษาเรอ่ื งราว
ต่างๆ ทสี่ นใจ ด้านตา่ งๆ
เรือ่ งราวเหตุการณ์ ความสามารถ
สาคญั ทาง
ประวัตศิ าสตร์ ในการใชท้ ักษะ
ชีวติ
สมัยรัตนโกสนิ ทร์
ความรู้ ความสามารถ
ในการคดิ
สมรรถนะสาคัญ
คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ เรอ่ื งราวเหตุการณ์ ความสามารถ
สาคัญทางประวตั ิศาสตร์ ในการใช้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ เทคโนโลยี
ของไทยสมยั
รตั นโกสินทร์
รักชาติ มวี ินัย อยูอ่ ย่าง เขียนเอกสาร
ศาสน์ พอเพียง
กษตั รยิ ์ เกย่ี วกบั
มีจติ สาธารณะ จาแนก หัวข้อทสี่ นใจ
ซอื่ สัตย์สุจรติ
(
บอกความ
แตกต่าง
มุง่ มั่นในการ
ทางาน
โครงสรา้ งรายวชิ า จานวน 20 ชว่ั โมง
รหัสวิชา ส 23102 รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ 5 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3
ภาระงาน/ช้นิ งาน
สัดส่วนคะแนน ระหวา่ งเรยี น : ปลายภาค = 80 : 20 รวบยอด
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี มาตรฐานการเรียนรู้/ เวลา(ชั่วโมง) คะแนน บทความหน้าเดยี ว
30 ประวตั ิศาสตร์
ตัวชวี้ ัด
30 ทอ้ งถ่ินท่ีสนใจ/ผงั
1. เรอ่ื งราว ส 4.1 ม.3/1 10 กา้ งปลา (Fish
20 Bone Diagram)
เหตุการณ์สาคัญ ส 4.1 ม.3/2 20
100 ทดสอบ
ทางประวัตศิ าสตร์ ส 4.3 ม.3/1
ของไทยสมัย
รัตนโกสินทร์
2. ประวัติศาสตร์ ส 4.3 ม.3/2 10
ไทยสมยั ส 4.3 ม.3/3
รตั นโกสินทร์ ส 4.3 ม.3/4
กลางภาค การทดสอบ
ปลายภาค การทดสอบ
รวม 20
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรอื่ ง เรื่องราวเหตุการณ์สาคญั ทางประวัตศิ าสตร์ของไทยสมัยรัตนโกสินทร์
รหสั วิชา ส23102 ช่ือวชิ า ประวัตศิ าสตร์ 5 กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 คะแนน 30 คะแนน เวลา 10 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.1 เขา้ ใจความหมาย ความสาคัญของเวลาและยคุ สมัยทางประวัตศิ าสตร์ สามารถใชว้ ธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
วเิ คราะหเ์ หตุการณต์ ่างๆ อยา่ งเป็นระบบ
ส 4.3 เขา้ ใจความเปน็ มาของชาตไิ ทย วัฒนธรรม ภูมิปญั ญาไทย มคี วามรกั ความภมู ิใจและธารงความเป็นไทย
ตวั ชี้วดั วเิ คราะหเ์ ร่ืองราวเหตกุ ารณส์ าคญั ทางประวัตศิ าสตร์ได้อย่างมเี หตผุ ลตามวธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์
ส 4.1 ม.3/1 ใชว้ ิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ในการศึกษาเรื่องราวตา่ งๆ ทต่ี นสนใจ
ส 4.1 ม.3/2 วิเคราะหพ์ ฒั นาการของไทยสมยั รตั นโกสินทร์ในดา้ นตา่ งๆ
ส 4.3 ม.3/1
สาระสาคญั
การนาวิธีการทางประวัติศาสตร์มาใช้ในการศึกษาเหตุการณ์สาคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมีเหตุผลจะทาให้
เหตุการณ์นั้นๆมีความน่าเช่ือถือ และพัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ในด้านต่างๆ นั้น มีปัจจัยสาคัญที่ส่งผลต่อความ
ม่นั คงและความเจริญรุง่ เรอื งของไทย ทาใหร้ าชธานีมีความมั่นคงและเจริญรงุ่ เรอื ง และพัฒนาการของไทยในสมยั ปรบั ปรงุ และ
ปฏริ ปู ประเทศในดา้ นต่างๆ ทาให้ราชธานมี ีความมัน่ คงและเจริญรุ่งเรือง และส่งผลความมน่ั คงและความเจรญิ รงุ่ เรืองมาจนถึง
ปจั จุบัน
สาระการเรยี นรู้
- ความรู้ (นักเรียนตอ้ งรู้อะไรหรอื เน้ือหาท่ีสอนตามตวั ชีว้ ดั )
(1) เรอื่ งราวเหตกุ ารณส์ าคญั ทางประวตั ศิ าสตร์
(2) วิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ในการศึกษาเรอ่ื งราวตา่ งๆ ทสี่ นใจ
(3) พัฒนาการของไทยสมยั รตั นโกสนิ ทร์ในดา้ นตา่ งๆ
- ทกั ษะ/กระบวนการ (นกั เรยี นสามารถปฏิบตั อิ ะไรไดบ้ ้างตามตัวชว้ี ดั )
(1) จาแนก
(2) บอกความแตกตา่ ง
(3) เขียนเอกสารเกี่ยวกับ หัวขอ้ ทส่ี นใจ
- คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (นักเรยี นแสดงพฤตกิ รรมอะไรบา้ งตามตวั ช้วี ัด)
(1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
(2) ซ่ือสัตย์สุจรติ
(3) มวี ินยั
(4) อยู่อย่างพอเพียง
(5) มุง่ ม่ันในการทางาน
(6) มีจติ สาธารณะ
สมรรถนะสาคญั
(1) ความสามารถในการคิด
(2) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
(3) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21
3R
Reading (อา่ นออก) Writing (เขียนได้) Arithmetic (มที ักษะในการคานวณ)
8C
Critical Thinking and Problem Solving : มีทกั ษะในการคดิ วเิ คราะห์ การคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ
และแก้ไขปญั หาได้
Creativity and Innovation : คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชงิ นวัตกรรม
Collaboration Teamwork and Leadership : ความร่วมมอื การทางานเปน็ ทมี และภาวะผูน้ า
Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการสือ่ สาร และการรเู้ ท่าทนั สือ่
Cross-cultural Understanding : ความเขา้ ใจความแตกตา่ งทางวฒั นธรรม กระบวนการคดิ ข้ามวฒั นธรรม
Computing and ICT Literacy : ทกั ษะการใช้คอมพิวเตอร์ และการรู้เท่าทันเทคโนโลยี ซ่ึงเยาวชนใน
ยคุ ปจั จบุ นั มีความสามารถดา้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยอี ยา่ งมากหรือเปน็ Native Digital สว่ นคนร่นุ เกา่ หรือผู้สูงอายุ
เปรยี บเสมือนเปน็ Immigrant Digital แต่เราต้องไมอ่ ายท่ีจะเรียนรแู้ มว้ า่ จะสงู อายุแล้วกต็ าม
Career and Learning Skills : ทักษะทางอาชีพ และการเรียนรู้
Compassion : มีคณุ ธรรม มีเมตตา กรณุ า มีระเบียบวนิ ยั ซึ่งเปน็ คุณลกั ษณะพนื้ ฐานสาคัญของทักษะ
ขัน้ ต้นทัง้ หมด และเป็นคณุ ลกั ษณะทเี่ ด็กไทยจาเปน็ ต้องมี
โรงเรียนคณุ ธรรม สภุ าพ ซื่อสัตย์ จิตอาสา
วินัย
ชนิ้ งาน/ภาระงานรวบยอด (การประเมนิ ผลรวบยอดเมอ่ื จบหนว่ ยการเรยี นร)ู้
ผังก้างปลา (Fish Bone Diagram)/ บทความหนา้ เดียวประวัตศิ าสตรท์ อ้ งถิ่นท่ีสนใจ
การประเมินระหว่างจัดกิจกรรม (ประเมนิ เพ่ือพฒั นา)
สงิ่ ท่ปี ระเมิน วิธกี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
ตอบคาถาม ทาใบงานในเอกสารประกอบการเรียน แบบประเมินการตอบคาถาม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60
ตอบคาถามออนไลน์ ทาแบบทดสอบใน google form แบบประเมินการตอบคาถามออนไลน์ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80
ทักษะจาแนก สังเกตทกั ษะจาแนก แบบสังเกตทักษะจาแนก ผ่านเกณฑ์ ระดับ 2
บอกความแตกตา่ ง บอกความแตกตา่ ง บอกความแตกตา่ ง
สมรรถนะ สงั เกตสมรรถนะความสามารถใน แบบสังเกตสมรรถนะความสามารถใน ผ่านเกณฑ์ ระดับ 2
ความสามารถใน การคดิ ,ความสามารถในการใชท้ ักษะ การคิด,ความสามารถในการใช้ทกั ษะ
การคิด,ความสามารถ ชวี ติ ,ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ชีวิต,ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ในการใช้ทักษะ
ชีวติ ,ความสามารถใน
การใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลักษณะอนั พึง สังเกตคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ แบบสงั เกตคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์ ระดบั 2
ประสงค์) รกั ชาติ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ,ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ,ซื่อสตั ยส์ จุ รติ
ศาสน์ กษตั รยิ ์ ,มีวนิ ยั ,อยอู่ ยา่ งพอเพียง, มุ่งม่นั ในการ ,มีวินยั ,อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง, ม่งุ มน่ั ในการ
,ซอื่ สตั ยส์ จุ รติ ,มวี นิ ัย ทางาน ,มีจติ สาธารณะ ทางาน ,มีจติ สาธารณะ
อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง,
มงุ่ ม่นั ในการทางาน
,มีจติ สาธารณะ
กจิ กรรมการเรียนรู้ (ระบุเทคนคิ /วธิ สี อน/กระบวนการสอน)
ตัวชวี้ ัด ส 4.1 ม.3/1 วเิ คราะหเ์ ร่อื งราวเหตกุ ารณส์ าคญั ทางประวตั ิศาสตรไ์ ดอ้ ย่างมเี หตผุ ลตามวธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์
(4 ชว่ั โมง)
ตัวชว้ี ัด ส 4.1 ม.3/2 ใชว้ ิธีการทางประวตั ศิ าสตรใ์ นการศกึ ษาเรอื่ งราวต่างๆ ท่ีตนสนใจ (2 ชัว่ โมง)
วิธีสอนแบบกระบวนการกลมุ่ สัมพนั ธ์
ข้นั ที่ 1 นาเขา้ สู่บทเรยี น
1. หัวหนา้ ชั้น/ตวั แทนนกั เรียน บอกทาความเคารพครู และน่งั สมาธิก่อนเรียนอย่างพร้อมเพรียงกัน เพอ่ื เตรยี ม
ความพร้อมก่อนเรียน (บูรณาการคุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียน : ความสุภาพ) ซ่ึงในระหว่างท่ีนักเรียนนั่งสมาธิครูก็พูด
ปลูกฝังคุณธรรม จรยิ ธรรม ให้แก่นกั เรียน
2. กลา่ วชมเชยนักเรยี นที่ปฏิบัติ เรอื่ ง การวางรองเทา้ ใหเ้ ป็นระเบยี บตามขอ้ ตกลงของห้องเรียน
(บรู ณาการคุณธรรมอตั ลกั ษณ์ของโรงเรียน : ความมวี ินัย) รวมทั้งให้คาแนะนา และกาลงั ใจนักเรียนท่ียงั ปฏบิ ัติไม่ถกู ตอ้ งตาม
ข้อตกลง
3. นักเรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพ่ือประเมนิ ความรเู้ ดิม ครูแจ้งจดุ ประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ
4. นกั เรียนดภู าพหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ แลว้ ขออาสาสมคั รนักเรยี น บอกประเภทของหลกั ฐานทาง
ประวตั ศิ าสตรท์ ่ีครูนามาให้ดู จานวน 5 คน (บูรณาการคณุ ธรรมอตั ลักษณข์ องโรงเรียน : การมจี ิตอาสา)
5. นักเรียนชว่ ยกันวิเคราะหค์ วามน่าเชอ่ื ถอื ของหลักฐาน พร้อมแสดง เหตผุ ลประกอบ จากตวั อย่างหลกั ฐานทาง
ประวัตศิ าสตร์ทค่ี รูนามาใหด้ ู
6. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ความสาคญั ของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์
ขัน้ ท่ี 2 จัดการเรียนรู้
1. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ แลว้ ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุม่ รว่ มกันศึกษาความรูเ้ รือ่ ง
วิธกี ารทางประวัติศาสตรใ์ นการศกึ ษาเรอื่ งราวทางประวตั ศิ าสตรใ์ นหวั ข้อท่กี าหนดให้
2. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันวเิ คราะห์เน้ือหาทศ่ี ึกษา ผลัดกันแลกเปล่ียนและซักถามข้อสงสัยจนทุกคนมีความ
เข้าใจชัดเจนตรงกัน แล้วครูอธิบายความรู้เรื่อง วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เพิ่มเติมให้
นักเรยี นฟัง
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทา ใบงานที่ 1.1 เร่ือง ลาดับขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร์ แล้วร่วมกัน
ตรวจสอบความถูกต้อง เสร็จแล้วนาสง่ ครู
4. นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ ยกตัวอย่างกรณีตัวอย่างในการศึกษาเร่ืองราว เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์โดยใช้
วธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ ว่ามคี วามถูกตอ้ ง น่าเชื่อถอื มากนอ้ ยเพยี งใด พรอ้ มแสดงเหตผุ ลประกอบ โดยครูคอยอธบิ ายเพมิ่ เตมิ
5. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ทา ใบงานท่ี 1.2 เรื่อง วิเคราะห์ตวั อย่างเหตุการณท์ างประวัติศาสตร์ เสรจ็ แลว้ ร่วมกนั
ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของคาตอบ จากนัน้ นาส่งครตู รวจ
ขน้ั ที่ 3 สรปุ และนาหลักการไปประยกุ ตใ์ ช้
1. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สรปุ ความรู้เรอ่ื ง วิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ในการศึกษาเร่อื งราวทางประวัตศิ าสตร์
2. นักเรยี นทุกคนทา ใบงานที่ 1.3 เรอ่ื ง วิเคราะหเ์ หตกุ ารณ์ทางประวตั ศิ าสตร์
3. เม่ือทาเสรจ็ แลว้ ให้นกั เรยี นรวมกลมุ่ เดิม ผลดั กันอธบิ ายผลงานของตนเองในใบงานให้เพือ่ นฟงั พรอ้ มซกั ถาม ข้อ
สงสยั แลกเปลยี่ นความรู้กนั จากนน้ั ชว่ ยกนั คดั เลือกผลงานที่ดีทส่ี ดุ เพอ่ื เตรยี มนาเสนอผลงาน
ขั้นที่ 4 วัดและประเมนิ ผล
1.นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ออกมานาเสนอผลงานในใบงานท่ี 1.3 หน้าชน้ั เรยี น โดยครแู ละเพือ่ นนกั เรียนเปน็ ผู้ตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง และใหข้ ้อเสนอแนะ
2. นกั เรียนและครู รว่ มกันสรปุ ความรเู้ รือ่ ง วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตรใ์ นการศึกษาเรอ่ื งราวทางประวตั ิศาสตร์
3. มอบหมายภาระงาน พรอ้ มทั้งอธบิ ายการเขยี นบทความหน้าเดยี ว
4. นกั เรยี นแจง้ ช่ือเรอื่ งราวทางประวตั ิศาสตรท์ อ้ งถิ่นทีส่ นใจ ผา่ น http://padlet.com
5. นกั เรียนเขียน บทความหนา้ เดียว เร่อื ง ประวัตศิ าสตรท์ ้องถ่ินท่สี นใจ ลงในกระดาษท่ีครูแจกให้
ตัวชีว้ ัด ส 4.3 ม.3/1 วเิ คราะหพ์ ฒั นาการของไทยสมัยรตั นโกสนิ ทรใ์ นด้านตา่ งๆ (4 ชั่วโมง)
วิธีสอนแบบโมเดลซปิ ปา (CIPPA Model)
ขนั้ ที่ 1 ทบทวนความรู้เดิม
1. นกั เรยี นจบั คกู่ ับเพ่ือน แลว้ สง่ ตัวแทนออกมาจบั สลากบตั รคาเกีย่ วกบั การปกครองในสมยั อยธุ ยา คลู่ ะ 1 ใบ
2. นักเรียนแตล่ ะครู่ ่วมกันอภิปรายความร้เู ดิมเกี่ยวกบั บตั รคาท่ีจบั สลาก ไดว้ า่ มลี กั ษณะหน้าท่แี ละมคี วามสาคญั อย่างไร
ในการปกครองในสมัยอยุธยา
3. ขออาสาสมคั รนกั เรยี น แตล่ ะคู่ใหบ้ อกลักษณะหนา้ ท่ี และความสาคญั ของบัตรคาที่จับสลากได้
(บูรณาการคุณธรรมอตั ลกั ษณข์ องโรงเรียน : การมจี ิตอาสา)
ข้ันที่ 2 แสวงหาความรใู้ หม่
1. ให้นกั เรยี น 3 คู่ รวมกนั เป็นกล่มุ แลว้ ให้แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันศกึ ษาความรูเ้ รอื่ ง พฒั นาการดา้ นตา่ งๆ จากหนงั สือเรียน
หนงั สอื ค้นควา้ เพิ่มเติม ห้องสมุด และแหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ ในหวั ขอ้ ที่กาหนดให้ ดงั น้ี
- กลุม่ ท่ี 1 ศึกษาความรู้ เร่ือง พฒั นาการด้านการเมืองการปกครอง
- กลุม่ ท่ี 2 ศกึ ษาความรู้ เรอ่ื ง พฒั นาการดา้ นเศรษฐกจิ และดา้ นสงั คม
- กล่มุ ที่ 3 ศึกษาความรู้ เรอ่ื ง พฒั นาการด้านความสมั พันธร์ ะหว่างประเทศ
แลว้ บนั ทึกความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาลงในเอกสารประกอบการเรยี น
2.นักเรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ ท้งั นพ้ี จิ ารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดลุ ยพินจิ ของครูผสู้ อน เช่น
- นกั เรยี นคิดว่า เพราะเหตใุ ดในสมัยรตั นโกสินทร์ จงึ ยงั คงใช้รปู แบบการปกครองเชน่ เดยี วกบั ในสมยั อยุธยา
- เพราะเหตใุ ด เราจงึ ต้องสรา้ งความสมั พันธ์กบั ต่างประเทศ
- หากนักเรียนมีชีวติ อยู่ในสมัยรัตนโกสนิ ทรต์ อนต้น อาชีพใดทนี่ ักเรยี นสนใจ
- สภาพเศรษฐกจิ และสงั คมในสมยั รัตนโกสนิ ทรต์ อนต้นมีความเหมอื นหรอื แตกต่างจากปัจจุบันอย่างไร
ขน้ั ท่ี 3 ศึกษาทาความเข้าใจข้อมูล/ความร้ใู หม่ และเช่อื มโยงความร้ใู หมก่ ับความรเู้ ดิม
1. นกั เรยี นแตล่ ะคนู่ าความรเู้ ดมิ และความร้ใู หมท่ ่ไี ด้จากการศกึ ษา มาเปน็ พ้นื ฐานในการทาใบงาน ดงั นี้
- กล่มุ ท่ี 1 ศึกษาความรู้ เรอ่ื ง พัฒนาการด้านการเมืองการปกครอง
- กลมุ่ ท่ี 2 ศึกษาความรู้ เรื่อง พฒั นาการดา้ นเศรษฐกิจและดา้ นสงั คม
- กลมุ่ ที่ 3 ศึกษาความรู้ เรื่อง พัฒนาการดา้ นความสมั พนั ธร์ ะหว่างประเทศ
2. นกั เรยี นแตล่ ะคูร่ ว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของผลงานในใบงาน ทค่ี ขู่ องตนรับผิดชอบ หากมีขอ้ บกพรอ่ งให้ชว่ ยกนั
เติมเตม็ ใหส้ มบูรณ์
ขน้ั ท่ี 4 แลกเปล่ยี นความรคู้ วามเข้าใจกบั กลมุ่
1. นักเรยี นแตล่ ะคู่นาความรู้ทไี่ ด้จากการศึกษา และการทาใบงาน มาเลา่ ใหเ้ พ่ือนในกล่มุ ฟัง ผลดั กันซักถามขอ้ สงสัยและ
ผลัดกนั อธิบายจนทุกคนมคี วามเขา้ ใจชดั เจนตรงกัน
2. นกั เรยี นชว่ ยกนั เฉลยคาตอบในใบงานจากเอกสารประกอบการเรยี น
3. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
- ถา้ นกั เรียนอาศยั อยู่ในจงั หวดั นครปฐมในสมยั รตั นโกสินทร์ตอนตน้ จดั อยู่ในการบริหารราชการแผน่ ดินสว่ นใด
- ถา้ นักเรียนเปน็ พ่อคา้ ชาวตะวันตกเขา้ มาค้าขายในไทยต้องตดิ ต่อกบั หน่วยงานใด
- สภาพสงั คมในสมยั รตั นโกสนิ ทรต์ อนต้น มีลักษณะเปน็ อย่างไร
ขนั้ ท่ี 5 สรุปและจดั ระเบียบความรู้
1. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั สรปุ ความรู้เรื่อง พฒั นาการดา้ นต่างๆในสมัยรตั นโกสนิ ทร์ โดยการผงั กา้ งปลา (Fish
Bone Diagram)
2. นกั เรียนตอบคาถามกระต้นุ ความคิด
- ถา้ นักเรียนไดร้ บั การแต่งต้ังเป็นเจ้าเมอื งในหวั เมอื ง นักเรยี นจะไดร้ บั สิง่ ใดจากเมืองต่างชาติ
- ลักษณะความสัมพันธร์ ะหวา่ งไทยกบั จีนสมยั รัตนโกสินทร์ตอนต้นมลี กั ษณะเป็นอย่างไร
ขั้นที่ 6 ปฏบิ ัตแิ ละ/หรอื แสดงผลงาน
1. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงาน หน้าช้ันเรยี น
2. เพ่อื นกลุ่มอนื่ และครูรว่ มกันแสดงความคิดเห็นและให้ขอ้ เสนอแนะ
3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
- คนในสมัยรัตนโกสนิ ทร์ตอนต้นมบี ทบาททางเศรษฐกิจมากน้อยเพยี งใด
- เพราะเหตุใด จึงเรยี กสังคมไทยในอดตี วา่ เปน็ สังคมอุปถัมภ์
ขั้นท่ี 7 ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
1. นักเรยี นนาความรทู้ ีไ่ ด้จากการศึกษาไปประยุกต์ใชใ้ นการศึกษาประวัตศิ าสตรไ์ ทยสมยั รัตนโกสินทรต์ อ่ ไป
2. นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน
สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้
(1) สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น ประวตั ิศาสตร์ ม.3
2) เอกสารประกอบการเรยี นการสอน
3) ตวั อยา่ งหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์
4) บัตรภาพ
(2) แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องสมดุ
2) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
- http://www.maceducation.com/e-knowledge/2413117100/06.htm
- http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/.../11/.../Mean.html
ลงช่อื .................................................. (ครูผสู้ อน)
(นายธรี วฒั น์ ขรัวทองเขยี ว)
................/........................../....................
แบบสงั เกตพฤติกรรมแบบสงั เกตสมรรถนะ
คาช้แี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตสมรรถนะความสามารถในการคิด,ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต,ความสามารถ
ในการใชเ้ ทคโนโลยีของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งท่ีตรงกบั ระดบั
คะแนน
ลาดบั ท่ี ช่ือ – สกลุ ความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ รวม
ของนักเรยี น ในการคิด ในการใช้ทกั ษะ ในการใช้ 9
เทคโนโลยี คะแนน
ชวี ติ
321321321
ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมนิ
(นายธีรวฒั น์ ขรัวทองเขยี ว)
............/................./................
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
6 - 9 ดี
3 - 4 พอใช้
ตา่ กวา่ 3 ปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล
คาชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลาดับท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ที่ที่ไดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีน้าใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
(นายธีรวฒั น์ ขรัวทองเขยี ว)
............/................./................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
การมี
ลาดบั ที่ ชอ่ื – สกลุ การแสดง การ การทางาน ความมี ส่วนรว่ ม รวม
ของนกั เรยี น ความ ยอมรับฟัง ตามที่ นา้ ใจ ในการ 15
คิดเหน็ ไดร้ บั ปรับปรงุ คะแนน
คนอนื่ ผลงาน
มอบหมาย กลมุ่
321321321321321
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
(นายธีรวฒั น์ ขรวั ทองเขียว)
............/................./................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน
2 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ตา่ กวา่ 8 ปรับปรุง
แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงค์ดา้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาติ
กษัตรยิ ์ 1.2 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทีส่ รา้ งความสามัคคี ปรองดอง และเป็น
ประโยชน์ต่อโรงเรยี น
1.3 เข้ารว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทีต่ นนับถือ ปฏบิ ตั ิตามหลัก
ศาสนา
1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมท่เี ก่ยี วกับสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ตามท่ี
โรงเรยี นจดั ขนึ้
2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมูลท่ีถูกต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏิบัตใิ นสง่ิ ที่ถกู ต้อง
3. มีวินัย 3.1 ปฏิบตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับ
รบั ผดิ ชอบ 3.2 มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมตา่ ง ๆ ใน
ชวี ติ ประจาวัน
4. อยู่อย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิง่ ของของตนเองและสว่ นรวมอย่าง
ประหยดั
5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรู้คุณคา่
5.3 ใช้จา่ ยอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
5. มุ่งมั่นในการ 6.1 มคี วามต้งั ใจและพยายามในการทางานท่ไี ด้รับมอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ตอ่ อปุ สรรคเพื่อให้งานสาเร็จ
6. มีจติ สาธารณะ 8.1 อาสาทางาน ชว่ ยคิด ชว่ ยทากจิ กรรมเพื่อส่วนรวม
8.2 เขา้ ร่วมกิจกรรม เพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
ลงชือ่ ...................................................ผูป้ ระเมนิ
(นายธรี วฒั น์ ขรวั ทองเขยี ว)
............/................./................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
พฤติกรรมท่ีปฏิบัติชัดเจนและสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัตชิ ัดเจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมท่ปี ฏิบัติบางครัง้ ให้ 1 คะแนน
บนั ทกึ ผลหลังจัดการเรยี นรู้
ขั้นวางแผน ( P )
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ข้ันปฏบิ ตั กิ ารสอน ( A )
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ขัน้ สงั เกต (O)
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
1. ผเู้ รียนท่ีผ่านตัวช้ีวัดมีจานวน .................. คน คดิ เปน็ ร้อยละ.............................
2. ผู้เรยี นที่ไมผ่ ่านตัวชว้ี ดั มจี านวน ............ คน คดิ เป็นร้อยละ.............................
1) ................................................................สาเหตุ (ถา้ ทราบ) ...............................
2) ................................................................สาเหตุ ................................................
3. ผู้เรยี นทม่ี ีความสามารถพเิ ศษ ไดแ้ ก่
1) ........................................................................
2)..........................................................................
แนวทางการพัฒนา / ส่งเสรมิ
.................................................................................................................................................
ข้นั นาไปสกู่ ารปรบั ปรงุ แก้ไข ( R ).........................................................................................
+ บนั ทึกผลการบรู ณาการคุณธรรมอัตลักษณข์ องโรงเรยี น
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
(ลงช่ือ)
(นายธรี วฒั น์ ขรัวทองเขียว)
ตาแหนง่ ครู
................/.........................../....................
ความคิดเห็นของผ้บู ังคบั บัญชา
+ ความคิดเหน็ ของหวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
( ลงช่ือ )
()
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
+ ความคดิ เห็นของหัวหน้ากลมุ่ บริหารงานวิชาการ
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
( ลงช่อื )
(นางสาวหนนู อ้ ย ขวัญปาน)
หัวหนา้ กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการโรงเรียนคเู ต่าวทิ ยา
................/.........................../....................
+ ความคิดเห็นของผอู้ านวยการโรงเรียน
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
( ลงชื่อ )
(นางสาวผาสุขสันต์ ไหมทิพย์)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นคูเต่าวิทยา
.................../...................../......................
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2
ปจั จยั ทสี่ ่งผลต่อความ บทบาทของ
มนั่ คงและความ ไทยในสมยั
เจรญิ รุง่ เรอื งของไทยใน ประชาธิปไตย
สมยั รตั นโกสินทร์ภูมิ
ภูมิปัญญาและ ปญั ญาและวัฒนธรรม ความสามารถ
ในการใช้ทักษะ
วฒั นธรรมไทยสมัย ไทยสมัยรัตนโกสินทร์
รตั นโกสนิ ทร์และ และอิทธพิ ลตอ่ การ ชวี ติ
พัฒนาชาตไิ ทยบทบาท
อิทธิพลต่อการพฒั นา ของไทยในสมยั
ชาตไิ ทย
ประชาธิปไตย
ความรู้ ความสามารถ
ในการคดิ
สมรรถนะสาคญั
คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ ประวัติศาสตร์ไทย ความสามารถ
สมัยรตั นโกสินทร์ ในการใช้
เทคโนโลยี
ด้านทักษะ/กระบวนการ
รกั ชาติ
ศาสน์
กษัตริย์ ใฝเ่ รยี นรู้
รกั ความ จาแนก
เปน็ ไทย (
บอกความ
แตกต่าง
มุ่งมั่นในการ
ทางาน
การออกแบบหน่วยการเรียนรู้องิ มาตรฐานการเรยี นรู้ จานวน 20 ชัว่ โมง
รหสั วิชา ส 23102 รายวชิ าประวัติศาสตร์ 5 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3
ภาระงาน/ช้ินงาน
สัดสว่ นคะแนน ระหว่างเรยี น : ปลายภาค = 80 : 20 รวบยอด
หน่วยการเรยี นรู้ที่ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ เวลา(ชั่วโมง) คะแนน ผงั กา้ งปลา (Fish
30 Bone Diagram)/
ตวั ช้ีวดั บทความหน้าเดียว
30 ประวตั ศิ าสตร์
1. เรอ่ื งราว ส 4.1 ม.3/1 10 ท้องถนิ่ ทส่ี นใจ
20
เหตกุ ารณ์สาคัญ ส 4.1 ม.3/2 20 ทดสอบ
100
ทางประวัตศิ าสตร์ ส 4.3 ม.3/1
ของไทยสมัย
รตั นโกสนิ ทร์
2. ประวตั ศิ าสตร์ ส 4.3 ม.3/2 10
ไทยสมยั ส 4.3 ม.3/3
รัตนโกสินทร์ ส 4.3 ม.3/4
กลางภาค การทดสอบ
ปลายภาค การทดสอบ
รวม 20
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 เรอื่ ง ประวัตศิ าสตร์ไทยสมัยรตั นโกสินทร์
รหัสวิชา ส23102 ชอื่ วิชา ประวัติศาสตร์ 5 กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1 คะแนน 30 คะแนน เวลา 10 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.3 เข้าใจความเปน็ มาของชาติไทย วัฒนธรรม ภมู ิปญั ญาไทย มีความรัก ความภมู ใิ จและธารงความเปน็ ไทย
ตวั ชวี้ ัด
ส 4.3 ม 3/2 วเิ คราะห์ปัจจยั ท่สี ง่ ผลตอ่ ความมนั่ คงและความเจรญิ รุ่งเรืองของไทยในสมยั รัตนโกสนิ ทร์
ส 4.3 ม 3/3 วเิ คราะห์ภมู ปิ ญั ญาและวัฒนธรรมไทยสมยั รัตนโกสนิ ทรแ์ ละอิทธิพลต่อการพัฒนาชาตไิ ทย
ส 4.3 ม 3/4 วเิ คราะหบ์ ทบาทของไทยในสมัยประชาธปิ ไตย
สาระสาคัญ
พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ในด้านต่างๆ น้ัน มีปัจจัยสาคัญที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรือง
ของไทย ทาให้ราชธานมี ีความมัน่ คงและเจรญิ รุ่งเรือง และพัฒนาการของไทยในสมัยปรบั ปรุงและปฏิรปู ประเทศในด้านต่างๆ
ทาให้ราชธานีมีความม่ันคงและเจริญรุ่งเรือง และส่งผลความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรอื งมาจนถงึ ปจั จุบัน
สาระการเรียนรู้
- ความรู้ (นักเรียนตอ้ งรู้อะไรหรอื เน้ือหาท่สี อนตามตัวช้ีวดั )
(1) ปัจจยั ท่สี ง่ ผลต่อความม่ันคงและความเจรญิ รุ่งเรืองของไทยในสมัยรตั นโกสนิ ทร์
(2) ภูมปิ ญั ญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทรแ์ ละอิทธิพลตอ่ การพัฒนาชาตไิ ทย
(3) บทบาทของไทยในสมัยประชาธิปไตย
- ทักษะ/กระบวนการ (นักเรียนสามารถปฏิบตั ิอะไรได้บา้ งตามตวั ชว้ี ัด )
(1) จาแนก
(2) บอกความแตกตา่ ง
- คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (นักเรียนแสดงพฤติกรรมอะไรบ้างตามตวั ช้วี ดั )
(1) รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
(2) ใฝเ่ รยี นรู้
(3) มุง่ มั่นในการทางาน
(4) รักความเป็นไทย
สมรรถนะสาคญั
(1) ความสามารถในการคดิ
(2) ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
(3) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ทักษะในศตวรรษที่ 21
3R
Reading (อา่ นออก) Writing (เขยี นได)้ Arithmetic (มที กั ษะในการคานวณ)
8C
Critical Thinking and Problem Solving : มที ักษะในการคดิ วเิ คราะห์ การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ
และแกไ้ ขปญั หาได้
Creativity and Innovation : คดิ อย่างสรา้ งสรรค์ คดิ เชงิ นวตั กรรม
Collaboration Teamwork and Leadership : ความรว่ มมือ การทางานเปน็ ทีม และภาวะผูน้ า
Communication Information and Media Literacy : ทกั ษะในการสื่อสาร และการรเู้ ทา่ ทันส่อื
Cross-cultural Understanding : ความเขา้ ใจความแตกตา่ งทางวัฒนธรรม กระบวนการคดิ ขา้ มวฒั นธรรม
Computing and ICT Literacy : ทักษะการใช้คอมพวิ เตอร์ และการรูเ้ ท่าทนั เทคโนโลยี ซึ่งเยาวชนใน
ยคุ ปจั จบุ นั มีความสามารถดา้ นคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีอย่างมากหรอื เป็น Native Digital สว่ นคนรนุ่ เก่าหรอื ผสู้ ูงอายุ
เปรียบเสมอื นเป็น Immigrant Digital แต่เราต้องไมอ่ ายทจี่ ะเรียนรแู้ ม้ว่าจะสงู อายแุ ลว้ กต็ าม
Career and Learning Skills : ทักษะทางอาชีพ และการเรยี นรู้
Compassion : มีคณุ ธรรม มเี มตตา กรณุ า มรี ะเบยี บวนิ ยั ซง่ึ เป็นคณุ ลกั ษณะพ้นื ฐานสาคญั ของทักษะ
ข้ันต้นทัง้ หมด และเปน็ คณุ ลักษณะที่เดก็ ไทยจาเปน็ ตอ้ งมี
โรงเรียนคุณธรรม สุภาพ ซ่ือสตั ย์ จติ อาสา
วินัย
ชน้ิ งาน/ภาระงานรวบยอด (การประเมินผลรวบยอดเม่อื จบหนว่ ยการเรียนร)ู้
แบบทดสอบ
การประเมนิ ระหวา่ งจัดกจิ กรรม (ประเมนิ เพ่อื พัฒนา)
สง่ิ ทีป่ ระเมิน วิธีการ เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
ตอบคาถาม ทาใบงานในเอกสารประกอบการเรียน แบบประเมินการตอบคาถาม ผา่ นเกณฑ์ ร้อยละ 60
ตอบคาถามออนไลน์ ทาแบบทดสอบใน google form แบบประเมินการตอบคาถามออนไลน์ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80
ทักษะจาแนก สังเกตทักษะจาแนก แบบสังเกตทักษะจาแนก ผา่ นเกณฑ์ ระดบั 2
บอกความแตกตา่ ง บอกความแตกต่าง บอกความแตกต่าง
สมรรถนะ สงั เกตสมรรถนะความสามารถใน แบบสังเกตสมรรถนะความสามารถใน ผ่านเกณฑ์ ระดบั 2
ความสามารถใน การคิด,ความสามารถในการใชท้ ักษะ การคิด,ความสามารถในการใชท้ กั ษะ
การคดิ ,ความสามารถ ชีวติ ,ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ชีวติ ,ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
ในการใชท้ ักษะ
ชวี ิต,ความสามารถใน
การใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลักษณะอันพงึ สงั เกตคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ แบบสังเกตคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์ ระดบั 2
ประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์,ใฝเ่ รียนรู้ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์,ใฝเ่ รยี นรู้
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ม่งุ มั่นในการทางาน,รกั ความเป็นไทย ม่งุ มน่ั ในการทางาน,รกั ความเปน็ ไทย
,ใฝ่เรยี นรู้
มุ่งม่นั ในการทางาน
,รกั ความเปน็ ไทย
กิจกรรมการเรียนรู้ (ระบเุ ทคนิค/วิธีสอน/กระบวนการสอน)
ตวั ชว้ี ัด ส 4.3 ม 3/2 วิเคราะหป์ ัจจัยทสี่ ง่ ผลตอ่ ความมั่นคงและความเจรญิ รุง่ เรอื งของไทยในสมยั รตั นโกสินทร์ (3 ชว่ั โมง)
ข้นั นาเข้าส่บู ทเรียน
7. หวั หนา้ ชัน้ /ตวั แทนนักเรยี น บอกทาความเคารพครู และนัง่ สมาธิก่อนเรียนอย่างพร้อมเพรียงกนั เพื่อเตรียม
ความพร้อมก่อนเรียน (บูรณาการคุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียน : ความสุภาพ) ซ่ึงในระหว่างที่นักเรียนน่ังสมาธิครูก็พูด
ปลูกฝังคุณธรรม จรยิ ธรรม ใหแ้ ก่นักเรียน
8. กล่าวชมเชยนกั เรยี นท่ปี ฏบิ ัติ เร่อื ง การวางรองเทา้ ใหเ้ ปน็ ระเบียบตามข้อตกลงของหอ้ งเรียน
(บรู ณาการคุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรยี น : ความมีวินัย) รวมท้ังให้คาแนะนา และกาลังใจนักเรียนท่ียงั ปฏิบัติไม่ถกู ตอ้ งตาม
ขอ้ ตกลง
9. นักเรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพ่อื ประเมนิ ความรเู้ ดมิ ครูแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรูใ้ หน้ ักเรียนทราบ
ขน้ั สอน วิธสี อนแบบ K W L
ขั้นท่ี 1 K (What you know : ระดมสมองผู้เรยี นและรวบรวมข้อมลู จากประสบการณ์เดิม)
1. นักเรียนแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 5 คน โดยคละกันตามความสามารถ
2. แจกบตั รภาพความมนั่ คงและความเจรญิ รุ่งเรอื งของไทยในสมัยรตั นโกสนิ ทร์ ใหน้ ักเรียนกล่มุ ละ 1 ชุด แลว้ ให้
นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั ระดมความคดิ เกยี่ วกบั ปัจจยั ทีส่ ง่ ผลต่อความม่ันคงและความเจรญิ รุง่ เรืองของไทยในสมยั
รัตนโกสนิ ทร์ จากภาพท่ไี ดร้ ับ
3. นักเรยี นรว่ มกันบันทกึ ปจั จยั ที่ส่งผลต่อความมัน่ คงและความเจรญิ รุ่งเรืองของไทยในสมัยรตั นโกสนิ ทร์ จากภาพท่ี
ได้รบั ลงในกระดาษท่คี รูแจกให้
4. ขออาสาสมัครนักเรียน ออกมานาเสนอความคิด เกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของ
ไทยในสมัยรตั นโกสนิ ทร์ จากภาพทไ่ี ด้รับหน้าช้นั เรียน (บรู ณาการคณุ ธรรมอตั ลกั ษณข์ องโรงเรียน : การมีจิตอาสา)
5. เปิดโอกาสใหน้ ักเรียนในกลุ่มอนื่ ๆ ได้เพม่ิ เตมิ ในส่วนทแ่ี ตกตา่ งกันออกไป
ข้ันท่ี 2 W (What you want to know : วางแผนกจิ กรรมการเรยี นรู้ ประมวลขอ้ มูล สรุปผลตรวจสอบ เนื้อหา)
1. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ร่วมกันศกึ ษาความร้เู รือ่ ง ปจั จยั ทีส่ ง่ ผลต่อความม่นั คงและความเจริญรุ่งเรอื ง จากแหล่งข้อมลู
สารสนเทศ อย่างครา่ วๆ
2. ต้ังคาถามกระตุ้นนกั เรียน เชน่
- ปัจจัยใดทส่ี ง่ ผลตอ่ ความมั่นคงและความเจรญิ รุ่งเรืองของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์
- นักเรียนคดิ วา่ ยงั มปี จั จยั อ่นื ๆ อกี หรอื ไมท่ สี่ ่งผลตอ่ ความมั่นคงและความเจรญิ ร่งุ เรอื งของไทยในสมยั
รัตนโกสนิ ทร์
- หากปจั จุบันนไ้ี มม่ ีปัจจัยสาคัญทสี่ ่งผลต่อความม่นั คงและความเจรญิ รงุ่ เรอื งของไทยในสมัยรตั นโกสนิ ทร์ จะ
ส่งผลกระทบอย่างไรกับการใช้ชวี ิตในปจั จบุ ัน
3. นกั เรยี นเขียนคาถาม ลงในกระดาษท่ีครูแจกให้
4. นกั เรียนศกึ ษาความร้เู ร่ืองเดมิ อีกคร้ัง โดยอา่ นอย่างละเอยี ด และพยายามหาคาตอบในสิ่งที่ตนตัง้ คาถามไว้
ขั้นที่ 3 L (What you have learned : สะท้อนการเรยี นรู้ ระบสุ งิ่ ท่ีผ้เู รยี นได้เรียน)
1. นกั เรยี นเขยี นคาตอบทไ่ี ดล้ งในกระดาษทค่ี รแู จกให้ รวมทง้ั ข้อมลู อื่นๆ ท่ีศึกษาเพิ่มเตมิ แตไ่ มไ่ ดต้ ง้ั คาถามไว้
2. นกั เรยี นเขียนสรุปการเรียนรู้ทไี่ ดล้ งในเอกสารประกอบการเรียน (ตาราง K W L)
ขัน้ สรปุ
1. นักเรียนร่วมกนั แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ เรื่อง ปัจจยั ทส่ี ่งผลต่อความมน่ั คงและความเจรญิ ของไทยสมยั ปรบั ปรุงและ
ปฏริ ูปประเทศ
2. นักเรยี นสง่ เอกสารประกอบการเรียน (ตาราง KWL) เพอื่ ประกอบการประเมินระหวา่ งจัดกิจกรรม (ประเมินเพอื่
พัฒนา)
ตัวชว้ี ัด ส 4.3 ม 3/3 วเิ คราะหภ์ มู ปิ ญั ญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรตั นโกสนิ ทรแ์ ละอิทธิพลตอ่ การพฒั นาชาติไทย (3 ชั่วโมง)
ขน้ั นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1. หวั หน้าชนั้ /ตัวแทนนกั เรยี น บอกทาความเคารพครู และน่ังสมาธิก่อนเรียนอยา่ งพร้อมเพรียงกัน เพื่อเตรยี ม
ความพร้อมก่อนเรียน (บรู ณาการคุณธรรมอตั ลกั ษณ์ของโรงเรยี น : ความสภุ าพ) ซ่ึงในระหวา่ งทนี่ กั เรียนนัง่ สมาธคิ รู
ก็พดู ปลูกฝงั คุณธรรม จรยิ ธรรม ให้แก่นกั เรียน
2. กลา่ วชมเชยนักเรยี นที่ปฏบิ ตั ิ เรือ่ ง การวางรองเทา้ ใหเ้ ป็นระเบยี บตามขอ้ ตกลงของหอ้ งเรียน
(บูรณาการคุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียน : ความมีวินัย) รวมท้ังให้คาแนะนา และกาลังใจนักเรียนท่ียังปฏิบัติไม่
ถูกต้องตามข้อตกลง
3. แจง้ จุดประสงค์การเรยี นรู้ใหน้ กั เรยี นทราบ
ขนั้ สอน วธิ สี อนแบบโครงงาน
ขั้นท่ี 1 กาหนดปัญหาหรอื สารวจความสนใจ
1. นักเรียนแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ จากน้ันครูนาภาพตัวอยา่ งภมู ปิ ญั ญาไทย และภมู ปิ ญั ญา
ตา่ งชาติ มาให้นักเรยี นดู แลว้ ใหน้ กั เรียนวเิ คราะหภ์ าพ และตอบคาถาม
2. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ รว่ มกนั ศึกษาความรเู้ ร่อื ง ความหมายของภมู ปิ ัญญาและวัฒนธรรมไทย และปจั จัยพ้นื ฐานทม่ี ี
อิทธิพลต่อการสรา้ งสรรคภ์ มู ิปญั ญาและวฒั นธรรมไทย จากหนงั สอื ค้นควา้ เพิม่ เตมิ ห้องสมุด และแหล่งข้อมูล
สารสนเทศ
3. นกั เรยี นรับฟงั ขั้นตอนการทาโครงงานอยา่ งครา่ วๆ จากครู
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มสารวจความสนใจของสมาชิกในกลุ่มเก่ียวกับภูมิปัญญาหรือวัฒนธรรมไทย สมัยรัตนโกสินทร์ ท่ีมี
อทิ ธิพลต่อการพฒั นาชาตไิ ทย จากนัน้ เลือกภมู ปิ ญั ญามา 1 เร่อื ง เพือ่ ศึกษาและทาโครงงาน
ร่วมกัน เรอื่ ง ภมู ิปญั ญาหรือวฒั นธรรมไทยสมัยรตั นโกสินทร์ ที่มอี ทิ ธพิ ลตอ่ การพัฒนาชาตไิ ทย
ขน้ั ท่ี 2 กาหนดจดุ มุง่ หมายในการเรยี น
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ร่วมกันศึกษาความรเู้ รอื่ ง ตวั อย่างบคุ คลสาคญั ในการสรา้ งสรรค์ภมู ปิ ญั ญาและวฒั นธรรมไทยจาก
หนงั สือคน้ ควา้ เพ่มิ เติม หอ้ งสมุด และแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
2. นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ชว่ ยกันทาใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์กบั การอนุรกั ษภ์ ูมปิ ญั ญา
เพือ่ พัฒนาชาติไทย จากเอกสารประกอบการเรียน
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันกาหนดจุดมุ่งหมายในการทาโครงงานของกลุ่มตนเอง แล้วครูสุ่มเรียกนักเรียน 2-3 กลุ่ม
ออกมานาเสนอผลงานที่หน้าชั้นเรียน โดยครูและเพื่อนนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นแนวทางในการ
กาหนดจุดม่งุ หมายในการทาโครงงานใหถ้ กู ต้องและชัดเจนมากยิง่ ขน้ึ
ขน้ั ที่ 3 วางแผนและวิเคราะหโ์ ครงงาน
1. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั วางแผนการทาโครงงานตามจดุ มุ่งหมายท่ีกาหนดไวใ้ นขน้ั ท่ี 2 แล้วเขียนเคา้ โครง
ของโครงงานใหม้ อี งคป์ ระกอบครบถ้วน
2. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ สง่ ตัวแทนออกมานาเสนอเค้าโครงของโครงงานทหี่ น้าชน้ั เรียน โดยครูและเพ่อื นนกั เรียนร่วมกนั
แสดงความคดิ เห็นและให้ขอ้ เสนอแนะ จากนัน้ ครูให้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ นาข้อเสนอแนะท่ีได้ไปปรบั ปรงุ การทา
โครงงานของกลมุ่ ตนเองใหด้ ยี ิ่งข้ึน
ขน้ั ที่ 4 ลงมือปฏิบตั ิหรอื แก้ปัญหา
นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันสืบคน้ ขอ้ มลู ในการทาโครงงาน เรอ่ื ง ภมู ปิ ญั ญาหรอื วัฒนธรรมไทยสมยั รัตนโกสินทร์ ท่มี อี ทิ ธพิ ล
ตอ่ การพฒั นาชาติไทย ตามแผนงานท่ีได้กาหนดไว้ โดยครเู ป็นผสู้ งั เกต ติดตาม และคอยให้คาแนะนา
ขน้ั ท่ี 5 ประเมินผลระหวา่ งปฏิบัติงาน
นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานที่หน้าช้ันเรยี น โดยครแู ละเพ่อื นนักเรียนร่วมกนั ประเมนิ ผลงานลงในแบบ
ประเมินโครงงานและให้ข้อเสนอแนะ
ขั้นท่ี 6 สรุป รายงานผล และเสนอผลงาน
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานโครงงาน เรอื่ ง ภูมปิ ัญญาหรือวฒั นธรรมไทยสมยั รัตนโกสินทร์ ทีม่ ีอทิ ธพิ ล
ตอ่ การพัฒนาชาตไิ ทยท่ีหนา้ ช้ันเรยี น โดยให้ครอบคลุมประเด็นท่ีกาหนด
2. นักเรียนร่วมกนั สรปุ ถงึ ผลสาเร็จและข้อบกพรอ่ งของการทาโครงงาน เพือ่ เปน็ แนวทางในการพฒั นาการทางานใน
โอกาสต่อไป จากน้นั ครูและนักเรยี นชว่ ยกันคัดเลอื กผลงานท่ดี ที สี่ ุด นามาจัดป้ายนเิ ทศแสดงผลงานของนักเรยี น
ตวั ชี้วดั ส 4.3 ม 3/4 วเิ คราะห์บทบาทของไทยในสมัยประชาธิปไตย (4 ช่ัวโมง)
ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูใหน้ ักเรียนอา่ นคาประกาศของจอมพล ป. พบิ ลู สงครามในการให้ญี่ป่นุ เดินทางผา่ นไทยไปยังพม่า หรือใหน้ กั เรยี นดู
ภาพยนตรเ์ รื่อง ยวุ ชนทหาร เปิดเทอมไปรบ
2. ครูใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ ถ้านกั เรยี นอยใู่ นเหตุการณ์ดังกล่าว นักเรยี นจะทาอย่างไร
วิธสี อนแบบกระบวนการกลมุ่ สัมพนั ธ์
ขน้ั สอน วิธสี อนแบบโครงงาน
ขั้นที่ 1 จดั การเรยี นรู้
1. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ศึกษาความรู้เรื่อง พฒั นาการดา้ นความสัมพนั ธ์ระหวา่ งประเทศ และบทบาทของไทยสมยั
ประชาธิปไตยต่อสังคมโลก จากหนงั สอื เรียน และหนังสอื ค้นคว้าเพมิ่ เติม
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทาใบงานท่ี 2.2 เร่ือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากเอกสารประกอบการเรียน เสร็จ
แล้วช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง หากมขี ้อบกพร่องให้ช่วยกันแก้ไขและเพ่ิมเติมให้สมบรู ณ์ จากนน้ั นาส่งครู
ขน้ั ท่ี 2 สรปุ และนาหลกั การไปประยุกตใ์ ช้
1. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สรปุ ความร้เู ร่ือง พัฒนาการด้านความสมั พนั ธ์ระหว่างประเทศ
2. นักเรยี นทาใบงาน เรอ่ื ง ความสัมพันธ์ระหวา่ งประเทศ และใบงาน ที่ 2.3 เรอื่ ง บทบาทของไทย สมัยประชาธิปไตยตอ่
สงั คมโลก และใบงาน ท่ี 2.4 เร่ือง พระราชกรณียกจิ ท่สี าคัญ จากเอกสารประกอบการเรยี น เสรจ็ แลว้ นาสง่ ครู
ขนั้ ที่ 3 วัดและประเมินผล
1. ตัวแทนของแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอใบงาน จากน้นั ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกนั เฉลยคาตอบในใบงาน
2. นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 เรอ่ื ง ประวตั ศิ าสตรไ์ ทยสมัยรตั นโกสินทร์
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
(1) ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน ประวตั ิศาสตร์ ม.3
2) เอกสารประกอบการเรยี นการสอน
3) วีดิทศั น์เกยี่ วกับกรุงเทพมหานครในอดตี
4) บัตรภาพ
5) บตั รคา
(2) แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องสมุด
2) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
- http:// th.wikipedia.org/wiki/ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย
- http://www.thaigoodview.com/.../01/.../system%20rattanagosin01.html
- http://www.kullawat.net/jot5/index.htm
- http://www.thaigoodview.com/node/31228
- http:// www.chaoprayanews.com › ราชวงศจ์ ักรี
- http:// www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id...
- http://th.wikipedia.org/.../พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช
ลงชื่อ .................................................. (ครผู ูส้ อน)
(นายธีรวัฒน์ ขรัวทองเขียว)
................/........................../....................
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล
คาช้แี จง : ใหผ้ ูส้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งที่
ตรงกับระดบั คะแนน
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผู้อ่ืน
3 การทางานตามหนา้ ท่ีท่ีไดร้ บั มอบหมาย
4 ความมีน้าใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
(นายธรี วฒั น์ ขรวั ทองเขยี ว)
............/................./................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง
แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุม่
คาชแ้ี จง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
การมี
ลาดบั ท่ี ชื่อ – สกลุ การแสดง การ การทางาน ความมี ส่วนรว่ ม รวม
ของนกั เรยี น ความ ยอมรบั ฟัง ตามท่ี นา้ ใจ ในการ 15
คิดเหน็ ได้รับ ปรับปรุง คะแนน
คนอน่ื ผลงาน
มอบหมาย กลมุ่
321321321321321
ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมิน
(นายธรี วฒั น์ ขรัวทองเขียว)
............/................./................
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรับปรุง
แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
คาชแ้ี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงค์ดา้ น 321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติ
กษตั ริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทส่ี ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเป็น
ประโยชน์ต่อโรงเรยี น
1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบตั ิตามหลัก
ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมทเ่ี กี่ยวกับสถาบนั พระมหากษัตริย์ตามท่ี
โรงเรยี นจัดข้นึ
2. มวี นิ ัย 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบงั คับ
รับผิดชอบ 3.2 มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบตั กิ จิ กรรมตา่ ง ๆ ใน
ชีวิตประจาวนั
3. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จกั ใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ิได้
4.2 ศกึ ษาค้นควา้ ความรู้จากสอ่ื และเทคโนโลยีสารสนเทศ
อย่างสม่าเสมอ
4. มุ่งมนั่ ในการ 6.1 มีความตง้ั ใจและพยายามในการทางานทีไ่ ด้รับมอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ท้อแทต้ อ่ อปุ สรรคเพ่ือให้งานสาเร็จ
5. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรักษ์วฒั นธรรมและภูมิปัญญาไทย
7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบตั ิตนตามวฒั นธรรมไทย
ลงชื่อ...................................................ผูป้ ระเมนิ
(นายธีรวฒั น์ ขรัวทองเขียว)
............/................./................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ชิ ัดเจนและสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏิบัตชิ ดั เจนและบอ่ ยครัง้ ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ิบางคร้ัง
ชื่อ – สกลุ ……………………….……….……………………………..
ตาราง KWL เรอ่ื ง ปัจจยั ทส่ี ่งผลต่อความมน่ั คงและความเจริญร่งุ เรืองของไทยในสมยั รตั นโกสนิ ทร์
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้วี ัด
ส 4.3 ม 3/2 วิเคราะห์ปจั จยั ทส่ี ง่ ผลต่อความมัน่ คงและความเจริญร่งุ เรืองของไทยในสมัยรัตนโกสนิ ทร์
K W L
(ผู้เรยี นรู้อะไรบ้าง) (ผูเ้ รยี นตอ้ งการร้อู ะไรบา้ ง) (ผู้เรยี นไดเ้ รียนรู้อะไรบา้ ง)
บันทกึ ผลหลังจัดการเรยี นรู้
ขน้ั วางแผน ( P )
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ขนั้ ปฏบิ ัตกิ ารสอน ( A )
.......................................................................................... .....................................................................
...............................................................................................................................................................
ขัน้ สังเกต (O)
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
1. ผู้เรยี นท่ีผ่านตวั ชวี้ ัดมีจานวน .................. คน คดิ เป็นร้อยละ.............................
2. ผู้เรียนท่ีไมผ่ ่านตวั ชว้ี ดั มจี านวน ............ คน คิดเป็นรอ้ ยละ.............................
1) ................................................................สาเหตุ (ถ้าทราบ) ...............................
2) ................................................................สาเหตุ ................................................
3. ผูเ้ รียนทีม่ คี วามสามารถพิเศษ ไดแ้ ก่
1) ........................................................................
2)..........................................................................
แนวทางการพฒั นา / สง่ เสรมิ
...................................................................................... ...........................................................
ขน้ั นาไปสกู่ ารปรบั ปรงุ แก้ไข ( R ).........................................................................................
+ บนั ทกึ ผลการบูรณาการคณุ ธรรมอัตลักษณข์ องโรงเรียน
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
(ลงชอื่ )
(นายธีรวฒั น์ ขรวั ทองเขยี ว)
ตาแหน่ง ครู
................/.........................../....................
ความคิดเหน็ ของผู้บังคบั บัญชา
+ ความคิดเหน็ ของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
( ลงช่ือ )
()
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
+ ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลมุ่ บริหารงานวิชาการ
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
( ลงชื่อ )
(นางสาวหนนู อ้ ย ขวญั ปาน)
หวั หน้ากล่มุ บรหิ ารงานวชิ าการโรงเรยี นคเู ต่าวทิ ยา
................/.........................../....................
+ ความคิดเหน็ ของผอู้ านวยการโรงเรียน
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
( ลงช่ือ )
(นางสาวผาสขุ สนั ต์ ไหมทพิ ย์)
ผู้อานวยการโรงเรยี นคเู ตา่ วิทยา
.................../...................../......................