ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ว่าดว้ ยการจัดการศึกษาและประเมินผลการเรียนตามหลกั สตู รประกาศนียบัตรวิชาชพี
พ.ศ. 2562
โดยที่พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๖ และมาตรา ๙ กาหนดให้การจัดการ
อาชีวศึกษาและการฝกึ อบรมวชิ าชีพ ตอ้ งจดั ตามหลักสูตรท่ีคณะกรรมการการอาชีวศึกษากาหนด โดยใหส้ อดคลอ้ ง
กบั แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐
- ๒๕๗๙ กรอบคณุ วุฒแิ ห่งชาติ ฉบับปรบั ปรุง มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และเกณฑ์มาตรฐาน คุณวุฒิอาชีวศึกษาในแต่ละระดับ เพ่ือผลิตและพัฒนากาลังคนให้
สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการประกอบอาชีพอิสระ เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิด
ประสิทธิผล จึงสมควรออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรียน
ตามหลกั สตู ร
อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร จึงวางระเบยี บไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนเ้ี รยี กว่า “ระเบยี บกระทรวงศึกษาธกิ ารวา่ ด้วยการจัดการศกึ ษาและการประเมินผลการ
เรยี นตามหลกั สตู รประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ พ.ศ. ๒๕๖๒”
ขอ้ ๒ ระเบยี บนีใ้ หใ้ ช้บงั คบั ต้ังแตว่ ันถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็นต้นไป
ขอ้ ๓ ใหย้ กเลิก ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการวา่ ด้วยการจดั การศกึ ษาและการประเมนิ ผล การเรียนตาม
หลักสตู รประกาศนยี บตั รวิชาชีพ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๖ ลงวันท่ี 20 มิถนุ ายน พ.ศ. 2559
ขอ้ ๔ ใหใ้ ช้ระเบียบนบ้ี ังคบั แกส่ ถานศึกษาท่จี ดั การศึกษาตามหลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ
ขอ้ ๕ ในระเบยี บน้ี
“หลักสตู ร” หมายความว่า หลกั สูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ทคี่ ณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา กาหนด
“ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ” หมายความว่า การศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หลังจากจบ
การศกึ ษาระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ หรอื เทยี บเท่า ใช้อกั ษรย่อวา่ “ปวช.”
“สถานศึกษา” หมายความว่า วิทยาลัยหรือสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอ่ืนของรัฐและเอกชน
ทจี่ ัดการศกึ ษาตามหลกั สตู รประกาศนียบตั รวิชาชพี รวมถึงสถานศึกษาในสถาบันการอาชวี ศกึ ษา
“หัวหน้าสถานศึกษา” หมายความว่า ผู้อานวยการวิทยาลัยหรือหัวหน้าสถานศึกษาท่ีเรียกชื่ออย่างอ่ืน
ของรฐั และเอกชนทีจ่ ดั การศึกษาตามหลกั สูตรประกาศนียบัตรวิชาชพี
“หน่วยงานต้นสังกัด” หมายความว่า หน่วยงานที่มีสถานศึกษาท่ีจัดการศึกษาตามหลักสูตร
ประกาศนยี บตั รวิชาชีพอย่ใู นสังกดั หรือในความควบคมุ ดูแล
“ผู้เข้าเรียน” หมายความว่า ผู้มาสมัครเข้าเรียนในสถานศึกษา หรือสมัครฝึกอาชีพกับสถา น
ประกอบการท่ยี งั ไม่ได้ขึน้ ทะเบียนเปน็ นักเรยี น
“นักเรียน” หมายความวา่ ผทู้ ไ่ี ด้ขน้ึ ทะเบยี นเป็นนกั เรียนตามหลกั สตู รประกาศนียบัตรวิชาชพี
“ภาคเรียน” หมายความว่า ช่วงเวลาที่สถานศึกษาเปิดทาการสอน โดยกาหนดให้ ๑ ปี การศึกษา
แบง่ ออกเป็น ๒ ภาคเรยี น และใน ๑ ภาคเรียน มรี ะยะเวลาจัดการศึกษารวมการวดั ผล ๑๘ สัปดาห์
“ภาคเรียนฤดูร้อน” หมายความว่า ช่วงเวลาท่ีสถานศึกษาเปิดทาการสอนในช่วงปิดภาคเรียน
ตามระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ ว่าดว้ ยการเปิดภาคเรยี นฤดรู ้อนในสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธกิ าร
“การเรียนแบบเต็มเวลา (full-time)” หมายความว่า การจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนปกติ หรือ
ภาคฤดูรอ้ นทีใ่ ช้เวลาในช่วงของวนั ทาการ โดยนักเรยี นจะต้องลงทะเบยี นเรียนในแต่ละภาคเรยี น ตามเกณฑ์จานวน
หน่วยกิตมาตรฐานของการลงทะเบียนทีก่ าหนดสาหรับการเรยี นแบบเตม็ เวลา
“การเรียนแบบไม่เต็มเวลา (part-time)” หมายความว่า การจัดการเรียนการสอนนอกเหนือจาก
การเรียนการสอนภาคเรียนปกติที่ใช้เวลานอกเวลาของวันทาการ โดยนักเรียนจะต้องลงทะเบียนเรียน ในแต่ละ
ภาคเรยี นตามเกณฑ์จานวนหน่วยกติ มาตรฐานของการลงทะเบียนทกี่ าหนดสาหรับการเรยี น แบบไม่เตม็ เวลา
“สถานประกอบการ” หมายความวา่ บรษิ ทั ห้างหุ้นสว่ น ร้าน รัฐวิสาหกิจ หนว่ ยงานของรฐั และเอกชน
ทัง้ ในประเทศและตา่ งประเทศทีร่ ว่ มมอื กับสถานศกึ ษาเพ่อื จดั การอาชวี ศึกษา
“ผู้ปกครอง” หมายความว่า บิดา มารดา และบุคคลอน่ื ท่ีทาหนา้ ท่ีปกครองดแู ลและให้ความอปุ การะแก่
นักเรยี น และใหค้ ารับรองแก่สถานศึกษาหรือสถานประกอบการว่าจะปกครองดูแล ความประพฤติของนักเรียนใน
ระหว่างท่ีเรียนอยู่ในสถานศึกษา และฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพในสถานประกอบการ หรือฝึกอาชีพใน
การศึกษาระบบทวิภาคี
“การศกึ ษาในระบบ” หมายความวา่ การจัดการศึกษาวิชาชีพท่เี น้นการศกึ ษาในสถานศกึ ษาเปน็ หลัก โดย
มีการกาหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลา การวัดและการประเมินผล ท่ีเป็นเงื่อนไขของการ
สาเรจ็ การศกึ ษาท่ีแนน่ อน
“การศึกษานอกระบบ” หมายความว่า การจัดการศึกษาวิชาชีพที่มีความยืดหยุ่นในการกาหนด
จุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการศึกษา ระยะเวลา การวัดและการประเมินผลที่เป็นเงื่อนไขของการสาเร็จการศึกษา
โดยเน้ือหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคล
แตล่ ะกลุ่ม
“การศึกษาระบบทวภิ าค”ี หมายความวา่ การจดั การศึกษาวชิ าชพี ท่ีเกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษา
กับสถานประกอบการ ในเร่ืองการจดั หลกั สตู ร การเรียนการสอน การวัดและการประเมินผล โดยนักเรียนใช้เวลา
ส่วนหนึง่ ในสถานศกึ ษา และเรียนภาคปฏบิ ัติในสถานประกอบการ
“ผู้ควบคุมการฝึก” หมายความว่า ผู้ท่ีสถานประกอบการมอบหมายให้ทาหน้าท่ีประสานงานกับ
สถานศกึ ษาในการจดั การศึกษาระบบทวภิ าคี และรับผิดชอบดูแลการฝึกอาชีพของนักเรยี น ในสถานประกอบการ
“ครูฝึก” หมายความว่า ผู้ทาหน้าที่สอน ฝึก อบรมนักเรียนในสถานประกอบการ ตามหลักเกณฑ์ท่ี
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษากาหนด
“ครูนิเทศก์” หมายความว่า ครูท่ีสถานศึกษามอบหมายให้ทาหน้าที่นิเทศให้คาปรึกษา แนะนาแก่
นักเรยี นท่ฝี กึ อาชพี และฝกึ ประสบการณส์ มรรถนะวชิ าชพี
“ครทู ีป่ รกึ ษา” หมายความวา่ ครทู สี่ ถานศึกษามอบหมายให้ทาหนา้ ที่ใหค้ าแนะนา ใหค้ าปรกึ ษา ตดิ ตาม
ผลการเรียน และตักเตือนดแู ลความประพฤตขิ องนักเรยี น
“มาตรฐานวิชาชีพ” หมายความว่า ขอ้ กาหนดด้านสมรรถนะวชิ าชพี เพอ่ื ใชเ้ ป็นเกณฑใ์ นการกากับดูแล
ตรวจสอบและประกนั คุณภาพผสู้ าเร็จการศกึ ษา
“การประเมินมาตรฐานวิชาชีพ” หมายความว่า การทดสอบความรู้ ความสามารถ ตลอดจน ลักษณะ
นสิ ยั ในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวชิ าชีพ โดยใช้เคร่ืองมอื ท่ีเหมาะสมซ่ึงกาหนดเกณฑก์ ารตดั สินไว้ชัดเจน พร้อม
ทงั้ จัดดาเนินการประเมนิ ภายใตเ้ งื่อนไขท่ีเป็นมาตรฐาน
“คณะกรรมการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ” หมายความว่า คณะกรรมการผู้ทาหน้าท่ีรับผิดชอบในการ
อานวยการ ติดตามและกากบั ดแู ลการประเมนิ มาตรฐานวิชาชพี ของนักเรยี นในสถานศกึ ษา
ข้อ ๖ ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษารักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และให้มีอานาจ
ตีความและวินจิ ฉยั ปญั หาเกยี่ วกับการปฏบิ ตั ิตามระเบยี บน้ี
หมวดที่ 1
ผู้เขา้ เรยี นและสภาพนักเรยี น
----------------------------------------
ส่วนที่ 1
พื้นความรู้และคณุ สมบตั ขิ องผเู้ ขา้ เรียน
----------------------------------------
ข้อ ๗ ผูเ้ ขา้ เรียน ตอ้ งมีพน้ื ความรู้ สาเร็จการศกึ ษาไม่ตา่ กว่าระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ หรอื เทยี บเทา่
ความในข้อน้ี ไม่ใชบ้ ังคบั สาหรับผทู้ ่เี รยี นเป็นบางเวลา บางรายวิชา หรือบางส่วนของรายวิชา โดยไม่นับ
จานวนหน่วยกติ มารวมเพือ่ ตดั สินการสาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรและรบั ประกาศนียบตั รวิชาชพี
ขอ้ ๘ ผเู้ ขา้ เรยี น ตอ้ งมีคุณสมบตั ิ ดังต่อไปน้ี
(๑) มีความประพฤติเรียบร้อย
(๒) มีสุขภาพร่างกายแขง็ แรงไม่เปน็ อุปสรรคต่อการเรียน
(๓) มภี มู ิลาเนาเป็นหลกั แหล่ง โดยมบี ัตรประจาตวั ประชาชน หรอื มีหลักฐานของทางราชการ ในลกั ษณะ
เดียวกันมาแสดง
(๔) มคี วามเคารพ เล่อื มใส ศรทั ธาต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตรยิ ์ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
(๕) มเี จตคตทิ ี่ดตี อ่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมขุ
(๖) สาหรับผู้เข้าเรียนการศึกษาระบบทวิภาคี ในวันทาสัญญาการฝึกอาชีพต้องมีอายุไม่ต่ากว่า ๑๕ ปี
บรบิ รู ณ์ และมคี วามตง้ั ใจทจี่ ะรบั การฝึกอาชพี ในสาขาวิชาทีส่ มัคร
ผู้เข้าเรียนตามโครงการต่างๆ ของสถานศึกษา ให้สถานศึกษากาหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมได้ตาม
ความเหมาะสมของโครงการน้ัน
ส่วนที่ 2
การรับผเู้ ขา้ เรยี น
----------------------------------------
ข้อ ๙ การรับผู้เข้าเรียน ให้ทาการสอบคัดเลือกหรือคัดเลือกตามท่ีสถานศึกษากาหนด ในกรณีที่มี
การสอบคดั เลอื ก ให้ปฏบิ ัตดิ งั นี้
(๑) ทาการสอบข้อเขียนในหมวดวิชาใด ๆ ตามความต้องการของสถานศึกษาหรือสถานประกอบการ
หากสถานศกึ ษาหรอื สถานประกอบการจะทาการสอบความถนดั ทางการเรียนวชิ าชีพและสอบสัมภาษณด์ ้วยก็ได้
(๒) สถานศึกษาประกาศรับสมัคร ดาเนินการสอบและประกาศผลสอบ ตามวันและเวลาท่ีหน่วยงาน
ต้นสงั กัดกาหนด
(๓) ถ้าเหตุการณ์เก่ียวกับการสอบเป็นไปโดยปกติ ให้สถานศึกษาเก็บรักษาเอกสารเก่ียวกับ การสอบ
คัดเลือกไว้เปน็ เวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับแต่วนั ประกาศผลการสอบ
การรับผู้เข้าเรียนการศึกษาระบบทวิภาคี สถานประกอบการจะเป็นผู้สอบคัดเลือกหรือคัดเลือกผู้เข้า
เรียนเองตามคุณสมบัติท่ีกาหนดและตามจานวนท่ีได้ตกลงร่วมกับสถานศึกษา หรือจะมอบให้สถานศึกษาเป็น
ผดู้ าเนินการ หรอื ดาเนินการรว่ มกนั ก็ได้
การรับผ้เู ขา้ เรยี นตามโครงการต่างๆ ของสถานศึกษา ให้สถานศึกษาคัดเลือกผู้เข้าเรียน ตามคุณสมบัติท่ี
กาหนดตามความเหมาะสมของโครงการน้ัน
ข้อ ๑๐ ใหม้ กี ารตรวจรา่ งกายโดยแพทยป์ ริญญา เฉพาะผูท้ ่ีผ่านการสอบคัดเลือก หรือไดร้ บั การคัดเลอื ก
สว่ นท่ี 3
การเปน็ นักเรียน
----------------------------------------
ข้อ ๑๑ ผู้เข้าเรียนจะมีสภาพเป็นนักเรียน เมื่อได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียนของสถานศึกษา สาหรับ
การศกึ ษาระบบทวิภาคี ผเู้ ขา้ เรียนต้องทาสัญญาการฝึกอาชีพกับสถานประกอบการ การขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน
และการทาสญั ญาการฝึกอาชีพตอ้ งกระทาด้วยตนเอง พร้อมท้งั แสดงหลักฐานการสาเรจ็ การศกึ ษาตามวัน เวลา ท่ี
สถานศึกษาและสถานประกอบการกาหนด โดยชาระเงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามที่สถานศึกษากาหนด ท้ังน้ี ให้
เสรจ็ สนิ้ ก่อนวนั เปิดภาคเรียน โดยมผี ปู้ กครองซง่ึ สถานศึกษาเชอ่ื ถือมาใหค้ ารับรองและทาหนังสือมอบตัว
ในกรณผี ู้เขา้ เรยี นทบี่ รรลุนิตภิ าวะ สถานศึกษาอาจให้ผู้ปกครองมาทาหนังสือมอบตัว หรือดาเนินการใน
สว่ นท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ระเบยี บนีห้ รือไมก่ ็ได้
ใหส้ ถานศึกษาจัดการประชมุ ชี้แจงผูป้ กครอง และปฐมนเิ ทศนกั เรียน เพ่ือใหท้ ราบแนวทาง การเรยี นและ
กฎ ระเบียบ ขอ้ บังคับตา่ งๆ ท่ีเกย่ี วข้อง
ข้อ ๑๒ ใหส้ ถานศกึ ษาออกบัตรประจาตัวให้แก่นักเรียน โดยให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่า
ดว้ ยบัตรประจาตวั นกั เรยี นและนกั ศกึ ษา บัตรประจาตวั น้ีให้มีอายุเท่ากับระยะเวลาที่มีสภาพนักเรียนในสถานศึกษา
แหง่ น้นั แต่ต้องไมเ่ กิน ๓ ปี นบั แตว่ นั ออกบัตร ถ้าบตั รประจาตัวหมดอายุในระหว่างที่ยังมีสภาพเป็นนักเรียน ก็ให้
สถานศกึ ษาต่ออายุบัตรเปน็ ปีๆ ไป และให้ส่งคืนบัตรประจาตวั ต่อสถานศึกษาเมอื่ พน้ สภาพการเป็นนกั เรียน
สถานประกอบการจะใช้บัตรประจาตัวท่ีสถานศึกษาออกให้ หรือจะออกให้ใหม่ตามความต้องการของ
สถานประกอบการกไ็ ด้
ข้อ ๑๓ ให้สถานศึกษาแต่งต้ังครูท่ีปรึกษา เพื่อทาหน้าที่ให้คาแนะนาเกี่ยวกับการเรียน ให้คาปรึกษา
ติดตามผลการเรียน และตกั เตอื นดูแลความประพฤติของนักเรียน และให้สถาน ประกอบการจัดให้มีผู้ควบคุมการ
ฝึกของนักเรยี นในสถานประกอบการ
ส่วนท่ี 4
การพน้ สภาพและการคนื สภาพนกั เรียน
----------------------------------------
ขอ้ ๑๔ การพน้ สภาพนกั เรยี น เปน็ ไปตามกรณใี ดกรณหี น่ึงต่อไปนี้
(๑) สาเร็จการศกึ ษาตามหลักสูตร
(๒) ลาออก
(๓) ถึงแกก่ รรม
(๔) สถานศึกษาส่งั ใหพ้ น้ สภาพนกั เรยี นในกรณใี ดกรณีหนึ่ง ตอ่ ไปน้ี
ก. ขาดเรยี น ขาดการฝกึ อาชพี ขาดการฝึกประสบการณ์สมรรถนะวชิ าชีพ หรือ ขาดการติดต่อ
กับสถานศกึ ษาหรือสถานประกอบการเกินกว่า ๑๕ วันติดต่อกัน ซึ่งสถานศึกษา หรือสถานประกอบการพิจารณา
แล้วเหน็ ว่าไมม่ ีเหตุผลอันสมควร หรอื มีพฤตกิ รรมอย่างอนื่ ทีแ่ สดงวา่ ไม่มีความตั้งใจที่จะศึกษาเล่าเรียนหรือรับการ
ฝกึ อาชพี หรือรับการฝึกประสบการณ์สมรรถนะวชิ าชพี
ข. ไม่ย่นื คารอ้ งขอกลบั เขา้ เรียนภายใน ๑๕ วัน นบั แตว่ นั ถดั จากวันครบกาหนดลาพักการเรียน
หรอื การฝึกอาชีพตามข้อ ๒๐
ค. ไมม่ าตดิ ตอ่ เพอื่ รักษาสภาพนักเรียน ตามข้อ ๒๗
ง. ได้รับโทษจาคุก โดยคาพิพากษาถึงท่ีสุดให้จาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิด ท่ีได้
กระทาโดยประมาทหรือความผดิ ลหโุ ทษ
จ. ขาดพื้นความรู้ ตามข้อ ๗
ฉ. ขาดคุณสมบตั ิของผ้เู ข้าเรียน ตามข้อ ๘
ช. พน้ สภาพนักเรียนตามขอ้ ๕๗
ซ. พ้นสภาพนักเรียนตามข้อ ๕๘
ข้อ ๑๕ ผู้ที่พ้นสภาพนักเรียน ตามข้อ ๑๔ (๒) (๔) ก. ข. และ ค. ถ้าประสงค์จะขอคืนสภาพการเป็น
นักเรียน จะต้องยื่นคาร้องขอต่อสถานศึกษาภายใน ๑ ปี นับแต่วันถัดจากวันพ้นสภาพ นักเรียน เม่ือสถานศึกษา
พจิ ารณาเห็นสมควรกใ็ ห้รบั เขา้ เรยี นได้
ขอ้ ๑๖ การขอคืนสภาพการเป็นนกั เรยี นตามขอ้ ๑๕ ให้ปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
(๑) ตอ้ งเข้าเรยี นภายในสปั ดาห์แรกของภาคเรียน เวน้ แต่กลบั เข้าเรียนในภาคเรียนเดยี วกนั
(๒) ให้นารายวิชาและจานวนหน่วยกิตท่ีได้ลงทะเบียนรายวิชาไว้ มานับรวมเพื่อพิจารณา ตัดสินการ
สาเร็จการศึกษาดว้ ย
สว่ นท่ี 5
การพกั การเรยี น
----------------------------------------
ขอ้ ๑๗ สถานศกึ ษาและสถานประกอบการอาจพิจารณาอนุญาตให้นักเรยี นลาพักการเรียน หรือการฝึก
อาชีพไดต้ ามท่เี หน็ สมควร เม่อื มเี หตจุ าเปน็ กรณใี ดกรณีหนง่ึ ตอ่ ไปนี้
(๑) ได้รับทุนการศึกษาให้ไปศึกษา หรือดูงาน หรือเป็นตัวแทนของสถานศึกษาหรือสถานประกอบการ
ในการเข้ารว่ มประชุม หรอื กรณีอน่ื ๆ อนั ควรแก่การสง่ เสริม
(๒) เจ็บป่วยต้องพกั รักษาตวั เปน็ เวลานาน โดยมีคารับรองของแพทย์ปรญิ ญา
(๓) กรณีลาพกั เพือ่ รบั ราชการทหารกองประจาการใหล้ าพักได้จนกวา่ จะไดร้ ับการนาปลด
(๔) เหตจุ าเป็นอย่างอ่ืนตามที่สถานศึกษาและสถานประกอบการจะพจิ ารณาเหน็ สมควร
ในกรณีที่มีนักเรียนลาพักการเรียนหรือการฝึกอาชีพต้ังแต่ต้นปีเป็นระยะเวลานานเกินกว่า ๑ ปี
สถานศกึ ษาและสถานประกอบการอาจพจิ ารณารับนกั เรียนอน่ื เขา้ เรยี นหรอื ฝึกอาชีพแทนท่ีได้ตามทเี่ หน็ สมควร
นักเรียนที่ลาพักการเรียนหรือการฝึกอาชีพต้องชาระเงินค่ารักษาสภาพนักเรียนและ ค่าธรรมเนียมต่างๆ
ตามท่ีสถานศึกษากาหนด แต่ถ้านักเรียนได้ชาระเงินค่าธรรมเนียมต่างๆ ครบถ้วน สาหรับภาคเรียนน้ันแล้วไม่ต้อง
ชาระเงนิ คา่ รักษาสภาพนักเรียนสาหรบั ภาคเรยี นน้ันอีก
ข้อ ๑๘ นักเรียนท่ีขออนุญาตลาพักการเรียน หรือการฝึกอาชีพ ต้องย่ืนคาร้องเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ
สถานศกึ ษา โดยมีผู้ปกครองเปน็ ผู้รับรอง สาหรับผทู้ ีบ่ รรลนุ ิติภาวะจะมีผรู้ ับรอง หรอื ไม่ก็ได้ เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว
จงึ พกั การเรียนหรอื การฝึกอาชพี ได้ มฉิ ะนนั้ จะถือวา่ ขาดเรยี น เว้นแตม่ เี หตุผลสมควร
ข้อ ๑๙ การอนุญาตให้นักเรียนลาพักการเรียนหรือการฝึกอาชีพ ให้สถานศึกษาทาหลักฐานเป็น
ลายลกั ษณ์อกั ษรแจง้ ใหผ้ ้ปู กครองทราบ เว้นแต่ผู้ท่ีบรรลนุ ติ ภิ าวะที่ไมม่ ีผู้ปกครองมอบตัว ให้แจ้งนกั เรียนโดยตรง
ขอ้ ๒๐ นกั เรยี นท่ลี าพักการเรียนหรือการฝึกอาชีพ เม่ือครบกาหนดเวลาที่ลาพักการเรียน หรือการฝึก
อาชีพแล้ว ให้ย่ืนคาร้องขอกลับเข้าเรียนพร้อมด้วยหลักฐานการอนุญาตให้ลาพักการเรียน หรือการฝึกอาชีพต่อ
สถานศกึ ษาภายใน ๑๕ วนั นบั แตว่ ันถัดจากวันครบกาหนด หากพ้นกาหนดนี้ ให้ถือว่าพ้นสภาพนักเรียน เว้นแต่มี
เหตผุ ลสมควร
สว่ นท่ี 6
การลาออก
----------------------------------------
ข้อ ๒๑ นักเรียนท่ีประสงค์จะลาออกจากการเป็นนักเรียน ต้องให้ผู้ปกครองเป็นผู้รับรอง การลาออก
เว้นแตผ่ ูท้ ่ีบรรลนุ ิตภิ าวะ
ขอ้ ๒๒ นกั เรยี นที่ลาออกแลว้ ได้รับอนญุ าตใหก้ ลับเขา้ เรียนในภาคเรยี นเดียวกนั ให้ถือว่า นักเรียนผู้นั้น
มีสภาพนกั เรียนมาตงั้ แตต่ น้ ภาคเรียนนั้นทุกประการ
หมวดที่ 2
การจดั การเรยี น
----------------------------------------
สว่ นท่ี 1
การเปดิ เรียน
----------------------------------------
ข้อ ๒๓ ให้สถานศึกษากาหนดวันเปิดและปิดภาคเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยปีการ
ศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา หากสถานศึกษาใดจะกาหนดวันเปิดและปิดภาคเรียน แตกต่างไปจากระเบียบ
ดังกลา่ ว ใหข้ ออนญุ าตต่อหนว่ ยงานต้นสงั กดั
ข้อ ๒๔ สถานศึกษาทีเ่ ปิดภาคเรียนฤดูร้อน ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการเปิด
ภาคเรยี นฤดรู ้อนในสถานศกึ ษาของกระทรวงศึกษาธกิ าร
ส่วนท่ี 2
การลงทะเบยี นรายวิชา
----------------------------------------
ข้อ ๒๕ สถานศึกษาตอ้ งกาหนดวนั และเวลาใหน้ ักเรยี นลงทะเบยี นรายวิชาต่างๆ ให้เสร็จ กอ่ นวันเปิด
ภาคเรยี น
ข้อ ๒๖ สถานศึกษาอาจให้นักเรียนลงทะเบียนรายวิชาภายหลังกาหนดตามข้อ ๒๕ ก็ได้ โดยให้
สถานศกึ ษากาหนดวันส้ินสุดการลงทะเบียนตามท่ีเห็นสมควร แต่ต้องไม่เกิน ๑๕ วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนหรือ
ไม่เกิน ๕ วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนฤดูร้อน การลงทะเบียนรายวิชาตามวรรคหน่ึง นักเรียนต้องชาระค่าปรับ
ตามที่สถานศึกษากาหนด
ขอ้ ๒๗ นักเรยี นทม่ี ิได้ลงทะเบยี นรายวชิ าภายในวนั และเวลาท่ีสถานศึกษากาหนดตาม
ข้อ ๒๖ ถ้าประสงค์จะรักษาสภาพนักเรียน ต้องติดต่อรักษาสภาพนักเรียนภายใน ๑๕ วัน นับแต่วัน
ถดั จากวนั ส้ินสดุ การลงทะเบยี น หากพ้นกาหนดนใี้ หถ้ ือว่าพ้นสภาพนกั เรยี น เวน้ แตม่ เี หตุผลสมควร
ข้อ ๒๘ การลงทะเบียนรายวชิ าตอ้ งไดร้ บั ความเห็นชอบจากครูท่ปี รกึ ษา
ข้อ ๒๙ นักเรียนต้องลงทะเบียนรายวิชาด้วยตนเอง ตามวันและเวลาที่สถานศึกษากาหนด ในกรณีที่
นักเรียนไม่สามารถมาลงทะเบียนรายวิชาด้วยตนเองได้ จะมอบหมายให้ผู้อื่นมาลงทะเบียนแทนให้หัวหน้ า
สถานศกึ ษาพจิ ารณาเป็นรายๆ ไป
ข้อ ๓๐ นกั เรยี นลงทะเบียนรายวชิ าได้ไม่เกนิ ภาคเรียนละ ๒๒ หน่วยกิต สาหรบั การเรียน แบบเตม็ เวลา
และไดไ้ ม่เกนิ ภาคเรียนละ ๑๒ หนว่ ยกติ สาหรับการเรียนแบบไมเ่ ต็มเวลา สว่ นการลงทะเบียนรายวชิ าในภาคเรียน
ฤดูร้อน ให้ลงทะเบียนได้ไม่เกิน ๑๒ หน่วยกิต เว้นแต่ได้รับอนุญาต จากหัวหน้าสถานศึกษา หากสถานศึกษามี
เหตุผลและความจาเป็นในการให้นักเรียนลงทะเบียนรายวิชาที่แตกต่างไปจากเกณฑ์ข้างต้น อาจทาได้แต่ต้องไม่
กระทบตอ่ มาตรฐานและคณุ ภาพการศกึ ษา
ขอ้ ๓๑ นกั เรยี นท่ขี อโอนผลการเรยี นรายวชิ าตามข้อ ๕๙ และขอ้ ๖๐ ต้องลงทะเบียน เรียนรายวิชาใน
สถานศึกษาท่ีขอสาเร็จการศึกษา ไม่น้อยกว่า ๑ ภาคเรียน นักเรียนที่ขอเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ตาม
ข้อ ๖๖ ต้องลงทะเบยี นเรยี นรายวิชาในสถานศึกษาที่ขอสาเร็จการศกึ ษาไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจานวนหน่วยกิต
ท่รี ะบุไว้ในหลกั สตู ร แต่ละประเภทวิชาและสาขาวชิ า และตามแผนการเรยี นที่สถานศกึ ษากาหนด
สว่ นท่ี 3
การเปลย่ี น การเพมิ่ และการถอนรายวิชา
----------------------------------------
ขอ้ ๓๒ นกั เรียนจะขอเปลย่ี นรายวชิ าทไ่ี ดล้ งทะเบียนไวแ้ ล้ว หรือขอเพิ่มรายวิชาต้องกระทาภายใน ๑๕
วนั นับแตว่ นั เปิดภาคเรียน หรือภายใน ๕ วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนฤดูร้อน ส่วนการขอถอนรายวิชาต้องกระทา
ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียน หรือภายใน ๑๐ วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนฤดูร้อน การถอนรายวิชา
ภายหลังกาหนดตามวรรคหนง่ึ อาจกระทาได้ ถา้ หวั หนา้ สถานศกึ ษาพจิ ารณา เห็นว่ามีเหตผุ ลสมควร
การขอเปล่ียน ขอเพ่ิม หรือขอถอนรายวิชา ต้องได้รับความเห็นชอบจากครูที่ปรึกษา และครูผู้สอน
ประจารายวชิ า
ข้อ ๓๓ การถอนรายวชิ าภายในกาหนด ตามข้อ ๓๒ ให้ลงอักษร “ถ.น.” ในระเบียน แสดงผลการเรียน
ช่อง “ผลการเรียน” การถอนรายวิชาภายหลังกาหนดตามข้อ ๓๒ และหัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่ามี
เหตุผลสมควร ให้ลงอักษร “ถ.น.” ในระเบียนแสดงผลการเรียนช่อง “ผลการเรียน” แต่ถ้าหัวหน้าสถานศึกษา
พิจารณาเหน็ วา่ ไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ลงอกั ษร “ถ.ล.” ลงในระเบยี นแสดงผลการเรียนช่อง “ผลการเรียน”
สว่ นท่ี 4
การเรยี นโดยไมน่ ับจานวนหน่วยกติ มารวมเพ่อื การสาเรจ็ การศึกษาตามหลักสตู ร
----------------------------------------
ขอ้ ๓๔ สถานศึกษาอาจอนุญาตใหน้ กั เรียนลงทะเบียนเรียนรายวิชาใดวิชาหน่ึงเพื่อเป็นการเสริมความรู้
โดยไมน่ ับจานวนหนว่ ยกติ ของรายวชิ านน้ั มารวมเพ่อื การสาเรจ็ การศึกษาตามหลักสตู รได้
ข้อ ๓๕ เม่ือได้ทาการวัดและประเมินผลการเรียนแล้วผ่าน ให้บันทึก “ม.ก.” ลงในระเบียน แสดงผล
การเรียนช่อง “ผลการเรยี น” ถา้ ผลการประเมนิ ไม่ผ่านไม่ต้องบันทึกรายวิชาน้ัน และให้ถือ เป็นการส้ินสุดสาหรับ
การเรยี นรายวิชานนั้ โดยไมน่ บั จานวนหนว่ ยกิตมารวมเพือ่ การสาเร็จการศกึ ษาตามหลักสตู ร
ส่วนที่ 5
การนับเวลาเรียนเพ่อื สิทธใิ์ นการเขา้ รับการวัดผลปลายภาคเรยี น
----------------------------------------
ข้อ ๓๖ นกั เรียนตอ้ งมเี วลาเรยี นในแต่ละรายวิชาไมต่ า่ กวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นสาหรับรายวิชาน้ัน
จึงจะมสี ทิ ธเ์ิ ขา้ รับการวัดผลปลายภาคเรยี น ในกรณีทีม่ ีความจาเป็นอย่างแท้จริง หัวหน้าสถานศึกษาอาจพิจารณา
ผอ่ นผนั ใหเ้ ป็นรายๆ ไป นักเรยี นท่ไี ม่มสี ิทธ์เิ ขา้ รับการวดั ผลปลายภาคเรียนตามวรรคหน่ึง จะขอประเมินเทียบโอน
ความรแู้ ละประสบการณ์ ตามขอ้ ๖๖ มไิ ด้
ข้อ ๓๗ การนับเวลาเรยี นใหป้ ฏิบตั ิ ดงั นี้
(๑) เวลาเปดิ เรยี นเตม็ ภาคเรียนละ ๑๘ สปั ดาห์
(๒) นกั เรยี นท่ีย้ายสถานศกึ ษาระหว่างภาคเรยี น ให้นาเวลาเรยี นจากสถานศกึ ษาทง้ั สองแห่งมารวมกนั
(๓) นักเรียนที่ลาออกแล้ว ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าเรียนในภาคเรียนเดียวกันให้นับเวลาเรียน ท่ีเรียน
แล้วมารวมกัน
(๔) นักเรียนที่ลาพักการเรียน หรือการฝึกอาชีพในภาคเรียนใด ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าเรียน หรือฝึก
อาชีพในภาคเรียนเดยี วกนั ให้นับเวลาเรยี นหรือฝึกอาชีพกอ่ นและหลังการลาพักการเรียน หรือการ
ฝึกอาชพี ในภาคเรียนนัน้ มารวมกนั
(๕) รายวิชาที่มีครูผู้สอน หรือครูฝึกตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป และแยกกันสอน ให้นาเวลาเรียน ที่เรียนกับ
ครผู สู้ อนหรอื ครฝู ึกทุกคนมารวมกัน
(๖) ถ้ามีการเปลย่ี นรายวชิ า หรือเพิม่ รายวชิ า ให้นับเวลาเรียนตง้ั แตเ่ รม่ิ เรยี นรายวิชาใหม่
ส่วนท่ี 6
การขออนญุ าตเลือ่ นการเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรยี น
----------------------------------------
ข้อ ๓๘ นักเรียนที่ไม่สามารถเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียนตามวันและเวลา ที่สถานศึกษากาหนด
หัวหน้าสถานศึกษาอาจอนญุ าตให้เลื่อนการเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียนไดใ้ นกรณตี อ่ ไปน้ี
(๑) ประสบอบุ ัติเหตุ หรอื เจบ็ ป่วยกอ่ นหรือระหวา่ งการเขา้ รบั การวดั ผลปลายภาคเรยี น
(๒) ถูกควบคมุ ตัวโดยพนกั งานเจ้าหนา้ ทต่ี ามกฎหมาย
(๓) เปน็ ตัวแทนของสถานศึกษา หรอื สถานประกอบการ ในการเข้าร่วมประชุม หรือกิจกรรมพิเศษอย่างอ่ืน
โดยได้รับความยนิ ยอมจากสถานศกึ ษา
(๔) มคี วามจาเปน็ อย่างอื่น โดยสถานศกึ ษา หรอื สถานศกึ ษาและสถานประกอบการพิจารณาแล้วเห็นวา่ เป็น
ความจาเปน็ อย่างแทจ้ รงิ
ข้อ ๓๙ นักเรียนท่ีขออนุญาตเลื่อนการเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน ต้องยื่นคาร้อง พร้อมท้ัง
หลักฐานประกอบต่อสถานศึกษาก่อนการวัดผลปลายภาคเรียนไม่น้อยกว่า ๓ วัน หากไม่สามารถกระทาได้ให้
หวั หน้าสถานศึกษาพจิ ารณาเป็นราย ๆ ไป
กรณที ่ีหัวหน้าสถานศึกษาอนุญาตให้เลื่อนได้ ให้บันทึก “ม.ส.” ลงในระเบียนแสดงผลการเรียน ในช่อง
“ผลการเรียน” และใหน้ กั เรียนเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียนทดแทนภายใน ๑๐ วัน นับแต่วันประกาศผลการเรียน
หากไม่สามารถดาเนินการได้ ให้หัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาจัดการวัดผลปลายภาคเรียนทดแทนภายใน
กาหนดการวัดผลปลายภาคเรียนของภาคเรยี นถดั ไป
การอนญุ าตใหเ้ ล่ือนการเข้ารบั การวัดผลปลายภาคเรยี น ให้สถานศึกษาทาเป็นลายลักษณ์อักษร มอบให้
นกั เรียน
หมวด 3
การประเมนิ ผลการเรียน
----------------------------------------
สว่ นที่ 1
หลักในการประเมนิ ผลการเรียน
----------------------------------------
ขอ้ ๔๐ ให้สถานศึกษามหี นา้ ท่ีและรับผิดชอบในการประเมินผลการเรียนรายวิชาท่ีเรียน และฝึกปฏิบัติ
ในสถานศึกษา และให้สถานศึกษาและสถานประกอบการมีหน้าท่ีและรับผิดชอบร่วมกัน ในการประเมินผลการ
เรียนรายวิชาทเ่ี รยี นและฝกึ ปฏบิ ัตใิ นสถานประกอบการ
ข้อ ๔๑ ใหป้ ระเมินผลการเรยี นเป็นรายวิชาตามระบบหน่วยกิต ตามสภาพจริงต่อเน่ืองตลอดภาคเรียน
ท้งั ดา้ นความรู้ ความสามารถและคุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์จากกิจกรรมการเรียนการสอน การฝึกปฏิบัติและงานท่ี
มอบหมาย รวมทั้งการวัดผลปลายภาคเรียน ซ่ึงครอบคลุมจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชาและเนื้อหาวิชา
โดยใช้เคร่ืองมือและวิธีการหลากหลายตามความเหมาะสม ทั้งนี้ จานวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชา ให้ถือตามที่
กาหนดไว้ในหลักสตู ร
ส่วนท่ี 2
วิธีประเมนิ ผลการเรยี น
----------------------------------------
ข้อ ๔๒ ให้สถานศึกษา พิจารณาทาการประเมินผลการเรียนรายวิชาเมื่อส้ินภาคเรียน หรือเม่ือส้ินสุด
การเรียน หรือการฝึกปฏิบัติงานในทุกรายวิชา สาหรับรายวิชาท่ีเรียนและฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ
ให้สถานศึกษาและสถานประกอบการ โดยครูนิเทศและครูฝึกร่วมกันประเมินผลการเรียน เมื่อส้ินสุดการเรียน
และฝกึ ปฏบิ ตั ิ ในแตล่ ะรายวิชา
ข้อ ๔๓ ให้หน่วยงานต้นสังกัดร่วมกับสถานศึกษา ดาเนินการส่งเสริมคุณภาพ และควบคุม มาตรฐาน
การจัดการเรยี นการสอน การวัดผลและการประเมินผลการเรียน
ข้อ ๔๔ ให้ใช้ตวั เลขแสดงระดับผลการเรยี นในแตล่ ะรายวชิ า คดิ เปน็ รอ้ ยละตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
รอ้ ยละ ๘๐ ขนึ้ ไป ระดับผลการเรยี น ๔.๐ หมายถงึ ผลการเรียนอยู่ในเกณฑด์ เี ยยี่ ม
ร้อยละ ๗๕ - ๗๙ ระดับผลการเรียน ๓.๕ หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑด์ มี าก
ร้อยละ ๗๐ - ๗๔ ระดับผลการเรยี น ๓.๐ หมายถึง ผลการเรียนอยใู่ นเกณฑด์ ี
ร้อยละ ๖๕ - ๖๙ ระดับผลการเรยี น ๒.๕ หมายถึง ผลการเรยี นอยใู่ นเกณฑค์ อ่ นข้างดี
ร้อยละ ๖๐ - ๖๔ ระดบั ผลการเรยี น ๒.๐ หมายถึง ผลการเรียนอยใู่ นเกณฑพ์ อใช้
รอ้ ยละ ๕๕ - ๕๙ ระดับผลการเรยี น ๑.๕ หมายถงึ ผลการเรยี นอยู่ในเกณฑอ์ ่อน
รอ้ ยละ ๕๐ - ๕๔ ระดบั ผลการเรยี น ๑.๐ หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นเกณฑอ์ อ่ นมาก
ตา่ กวา่ รอ้ ยละ ๕๐ ระดบั ผลการเรยี น ๐ หมายถงึ ผลการเรยี นตา่ กวา่ เกณฑ์ (ตก)
ข้อ ๔๕ รายวชิ าใดท่แี สดงระดับผลการเรยี นตามขอ้ ๔๔ ไมไ่ ด้ ให้ใช้ตัวอักษรตอ่ ไปน้ี
ข.ร. หมายถึง ขาดเรียน ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน เน่ืองจากมีเวลาเรียนต่ากว่าร้อยละ
๘๐ โดยสถานศกึ ษาพิจารณาแลว้ เหน็ ว่าไม่มีเหตผุ ลสมควร
ข.ป. หมายถงึ ขาดการปฏบิ ตั งิ าน หรอื ปฏบิ ตั งิ านไมค่ รบ โดยสถานศกึ ษาพจิ ารณาแลว้ เห็นว่าไม่มีเหตุผล
สมควร สาหรับรายวชิ าทีเ่ รียนหรือฝกึ ปฏิบตั ิในสถานประกอบการ
ข.ส. หมายถึง ขาดการวดั ผลปลายภาคเรียน โดยสถานศึกษาพิจารณาแลว้ เห็นวา่ ไม่มเี หตุผลสมควร
ถ.ล. หมายถึง ถอนรายวชิ าภายหลงั กาหนด โดยสถานศกึ ษาพิจารณาแล้วเหน็ ว่าไม่มเี หตุผลสมควร
ถ.น. หมายถงึ ถอนรายวิชาภายในกาหนด
ท. หมายถึง ทุจริตในการสอบ หรืองานท่มี อบหมายให้ทา
ม.ส. หมายถึง ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากไม่สามารถเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน โดยได้รับอนุญาตจาก
หัวหน้าสถานศกึ ษา หรอื ไมส่ ่งงานอันเปน็ สว่ นประกอบของการเรยี นรายวิชาตามกาหนด
ม.ท. หมายถึง ไมส่ ามารถเข้ารบั การวดั ผลปลายภาคเรยี นทดแทนภายในเวลาท่ีสถานศกึ ษากาหนด
ผ. หมายถึง ไดเ้ ข้ารว่ มกจิ กรรมตามกาหนด หรือผลการประเมนิ ผา่ น
ม.ผ. หมายถงึ ไมเ่ ข้าร่วมกิจกรรม หรอื ผลการประเมินไมผ่ า่ น
ม.ก. หมายถงึ การเรยี นโดยไม่นบั จานวนหน่วยกิตมารวมเพื่อการสาเร็จการศึกษาตามหลักสูตร และผล
การประเมินผา่ น
ขอ้ ๔๖ ในกรณตี อ่ ไปนใ้ี ห้ระดับผลการเรียนเป็น ๐ (ศูนย์) เฉพาะรายวชิ า
(๑) ได้ ข.ร.
(๒) ได้ ข.ป.
(๓) ได้ ข.ส.
(๔) ได้ ถ.ล.
(๕) ได้ ท.
(๖) ได้ ม.ท.
ขอ้ ๔๗ นกั เรยี นท่ีทาการทจุ ริต หรอื สอ่ เจตนาทุจรติ ในการสอบ หรืองานทม่ี อบหมายใหท้ าในรายวชิ าใด
ใหส้ ถานศึกษาพจิ ารณาดาเนินการ ดงั น้ี
(๑) ใหไ้ ดค้ ะแนน ๐ (ศูนย์) เฉพาะครง้ั นน้ั หรอื
(๒) ให้ระดับผลการเรียนเป็น ๐ (ศูนย์) โดยบันทึก “ท.” ลงในระเบียนแสดงผลการเรียนช่อง
“ผลการเรยี น” ในรายวชิ านัน้ หรือ
(๓) ดาเนินการตาม (๒) และตัดคะแนนความประพฤติตามระเบียบว่าดว้ ยการตดั คะแนน ความประพฤติ
ทสี่ ถานศึกษากาหนดตามความรา้ ยแรงแลว้ แตก่ รณี
ข้อ ๔๘ การคานวณค่าระดบั คะแนนเฉลีย่ ให้ปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
(๑) ให้นาผลบวกของผลคูณระหว่างจานวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชากับระดับผลการเรียน หารด้วย
ผลบวกของจานวนหน่วยกติ ของแต่ละรายวชิ า คดิ ทศนิยมสองตาแหน่งไมป่ ัดเศษ
(๒) ให้คานวณค่าระดับคะแนนเฉลยี่ จากรายวชิ าทีไ่ ดร้ ะดบั ผลการเรียนตามข้อ ๔๔ และ ขอ้ ๔๖ สาหรับ
รายวชิ าที่นกั เรียนเรยี นซา้ เรียนแทน ใหใ้ ชร้ ะดับผลการเรยี นและนับจานวนหนว่ ยกติ ตามข้อ ๔๙
(๓) ให้คานวณค่าระดบั คะแนนเฉลี่ย ดังนี้
ก. คา่ ระดับคะแนนเฉลี่ยประจาภาคเรยี น คานวณจากรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนเฉพาะใน
ภาคเรยี นหน่ึง ๆ
ข. คา่ ระดบั คะแนนเฉล่ยี สะสม คานวณจากรายวชิ าที่เรยี นมาท้ังหมดและได้ระดับผลการเรียน
ต้งั แตส่ องภาคเรียนข้นึ ไป
ข้อ ๔๙ นักเรียนผู้ใดประสงค์จะเรียนซ้ารายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนต่ากว่า ๒.๐ หรือ เลือกเรียน
รายวิชาอ่ืนแทนถ้าเป็นรายวิชาเลือก เพื่อประเมินปรับค่าระดับคะแนนเฉล่ียสะสมให้สูงขึ้น ให้สถานศึกษาหรือ
สถานประกอบการดาเนนิ การให้เรียนซ้าหรือเรยี นแทน ภายในเวลาก่อนสาเร็จการศกึ ษา
การเรียนซ้ารายวิชา ใหน้ ับจานวนหน่วยกิตสะสมเพยี งครั้งเดียว ส่วนการเรียนแทนให้นับเฉพาะ จานวน
หน่วยกิตของรายวิชาที่เรียนแทนเป็นจานวนหน่วยกิตสะสม
การนับจานวนหน่วยกิตสะสมในกรณีน้ี จะกระทาเมื่อนักเรียนได้ระดับผลการเรียน ตั้งแต่ ๒.๐ ขึ้นไป
รายวิชาทีเ่ รยี นซ้า หรอื เรยี นแทนแลว้ ไดร้ ะดบั ผลการเรียน ๐ (ศูนย์) ให้ถือระดับผลการเรียน ต่ากว่า ๒.๐ ตามเดิม
ยกเวน้ การไดร้ ะดบั ผลการเรียน ๐ (ศูนย)์ ตามขอ้ ๔๗ (๒) หรือ (๓)
ข้อ ๕๐ กรณีตามข้อ ๔๙ การคิดค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ถ้าเป็นรายวิชาท่ีเรียนซ้าให้นับจานวน
หนว่ ยกติ เป็นตวั หารเพียงครั้งเดยี ว ส่วนการเรยี นรายวชิ าอืน่ แทนใหน้ ับเฉพาะจานวนหน่วยกิต ของรายวิชาท่ีเรียน
แทนมาเป็นตัวหาร
ขอ้ ๕๑ ผู้ท่ไี ด้ ม.ส. ตามข้อ ๓๙ และไม่สามารถเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียนทดแทน ภายในเวลาที่
สถานศึกษากาหนด ให้สถานศึกษาบันทึก “ม.ท.” ลงในระเบียนแสดงผลการเรียนช่อง “ผลการเรียน” เว้นแต่ได้
ม.ส. ตามข้อ ๓๘ (๓) ใหห้ ัวหน้าสถานศึกษาพจิ ารณาเป็นรายๆ ไป
กรณีผู้ที่ได้ ม.ส. เนอ่ื งจากไมส่ ามารถสง่ งานอนั เปน็ สว่ นประกอบของการเรียนรายวิชาได้ ตามกาหนดให้
นักเรียนส่งงานนั้นภายใน ๑๐ วัน นับแต่วันประกาศผลการเรียนรายวิชา หากไม่สามารถดาเนินการได้ให้
สถานศึกษาประเมินผลการเรียนจากคะแนนที่มีอยู่ เว้นแต่มีเหตุจาเป็น ท่ีหัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาเห็นสมควร
ทัง้ น้ี ใหด้ าเนนิ การใหเ้ สรจ็ สน้ิ ภายในกาหนดการวัดผลปลายภาคเรียน ของภาคเรยี นถดั ไป
ข้อ ๕๒ นักเรียนต้องเข้ารับการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ เม่ือนักเรียนได้ลงทะเบียนรายวิชา ครบทุก
รายวิชาตามหลักสูตรแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชา หรือตามระยะเวลาท่ีคณะกรรมการ ประเมินมาตรฐาน
วิชาชพี กาหนด ทงั้ นี้ ใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการท่ีสานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษากาหนด
นักเรียนจะสาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรได้ จะต้องเข้ารับการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ และผลการ
ประเมินผ่านเกณฑท์ ่ีกาหนด
ข้อ ๕๓ นักเรียนต้องเข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมเสริมหลักสูตรท่ีสถานศึกษาจัดไม่น้อยกว่า ๒ ช่ัวโมงต่อ
สัปดาห์ ครบทุกภาคเรียนตามแผนการเรียนที่สถานศึกษากาหนด โดยมีเวลาเข้าร่วมปฏิบัติ กิจกรรมไม่น้อยกว่า
รอ้ ยละ ๖๐ ของเวลาทีจ่ ดั กิจกรรมในแตล่ ะภาคเรียน เมือ่ นักเรียนได้เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมครบถ้วนตามเกณฑ์ใน
ภาคเรียนใด ถือว่าประเมินผ่าน ในภาคเรียนนั้น ให้บันทึกชื่อกิจกรรมและตัวอักษร “ผ.” ในระเบียนแสดงผล
การเรยี น ช่อง “ผลการเรียน” หากนักเรยี นเขา้ ร่วมปฏบิ ัติกจิ กรรมไมค่ รบตามเกณฑ์ในภาคเรยี นใด ให้สถานศึกษา
พิจารณา มอบงานหรือกิจกรรมในส่วนท่ีนักเรียนผู้น้ันไม่ได้เข้าร่วมปฏิบัติ ให้ปฏิบัติให้ครบถ้วนภายในเวลาที่
สถานศึกษากาหนด เมอื่ นักเรียนดาเนนิ การครบถว้ นแลว้ ถอื ว่าประเมินผา่ น แล้วจงึ บนั ทึกชอ่ื กจิ กรรม และตวั อักษร
“ผ.” ในระเบียนแสดงผลการเรียนของภาคเรียนน้ัน ถ้านักเรียนดาเนินการไม่ครบถ้วน ถือว่าประเมินไม่ผ่าน
ให้บันทึกช่ือกิจกรรมและตัวอักษร “ม.ผ.” ให้นักเรียนที่เข้าฝึกอาชีพ หรือฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพใน
สถานประกอบการ เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมท่ีสถานประกอบการจัดตามเกณฑ์และข้อตกลงร่วมกันระหว่าง
สถานศึกษา กับสถานประกอบการ
ส่วนที่ 3
การตัดสินผลการเรียน
----------------------------------------
ข้อ ๕๔ การตดั สนิ ผลการเรยี นให้ดาเนนิ การ ดงั น้ี
(๑) ตดั สนิ ผลการเรียนเป็นรายวิชา
(๒) รายวิชาที่มีระดับผลการเรียนตั้งแต่ ๑.๐ ข้ึนไป ถือว่าประเมินผ่านและให้นับจานวน หน่วยกิตของ
รายวิชานั้นเปน็ จานวนหนว่ ยกติ สะสม
(๓) เม่อื ได้ประเมนิ ผลการเรียนแล้ว นักเรียนท่ีมีระดับผลการเรียน ๐ (ศูนย์) ตามข้อ ๔๔ ให้นักเรียนรับ
การประเมินใหม่ได้อีก ๑ ครั้ง ภายในเวลาท่ีสถานศึกษาหรือสถานประกอบการกาหนด ไม่เกิน ๑๐ วัน นับแต่วัน
ประกาศผลการเรียนรายวิชา เว้นแต่มีเหตุจาเป็นท่ีหัวหน้าสถานศึกษา พิจารณาเห็นสมควร หากผลการประเมิน
ใหม่ไม่ผ่าน ถา้ เปน็ รายวชิ าบงั คับให้เรียนซา้ รายวิชาน้ัน ถ้าเป็นรายวิชาเลือกจะเรียนซ้า หรือเรียนรายวิชาอ่ืนแทน
กไ็ ด้ โดยจานวนหน่วยกติ ต้องไม่น้อยกว่า รายวิชาที่เรียนแทน และให้ลงหมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่า
ใหเ้ รียนแทนรายวิชาใด
(๔) การประเมินใหม่ตาม (๓) ให้ระดับผลการเรียนได้ไม่เกิน ๑.๐ ข้อ ๕๕ การตัดสินผลการเรียนเพื่อ
สาเรจ็ การศึกษาตามหลักสตู ร ใหถ้ อื ตามเกณฑ์ตอ่ ไปนี้
๑) ไดร้ ายวิชาและจานวนหน่วยกิตสะสมในทกุ หมวดวิชา ครบถ้วนตามท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตร
แต่ละประเภทวชิ าและสาขาวิชา และตามแผนการเรยี นทีส่ ถานศกึ ษากาหนด
๒) ได้คา่ ระดบั คะแนนเฉลี่ยสะสมไมต่ า่ กว่า ๒.๐๐
๓) ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ มาตรฐานวิชาชพี
๔) ได้เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมเสริมหลักสูตรตามแผนการเรียนที่สถานศึกษากาหนด และ
“ผ่าน” ทกุ ภาคเรียน
ขอ้ ๕๖ ใหห้ ัวหน้าสถานศึกษา เป็นผู้อนุมตั ิผลการเรยี นและการสาเรจ็ การศึกษาตามหลกั สูตร
ขอ้ ๕๗ เมอื่ นักเรียนไดล้ งทะเบียนรายวชิ าครบ ๒ ภาคเรยี น และไดร้ ับการประเมนิ ใหม่ หากไดค้ ่าระดับ
คะแนนเฉล่ียสะสมต่ากว่า ๑.๕๐ ใหส้ ถานศกึ ษาพิจารณาว่าควรให้เรียนตอ่ ไปหรอื ให้พน้ สภาพนักเรียน
เม่ือได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ ๔ ภาคเรียน และได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้ค่าระดับ คะแนน
เฉลี่ยสะสมตา่ กวา่ ๑.๗๕ ใหส้ ถานศกึ ษาพจิ ารณาว่าควรให้เรียนต่อไป หรอื ใหพ้ ้นสภาพนกั เรียน
เม่ือได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ ๖ ภาคเรียน และได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้ค่าระดับ คะแนน
เฉลยี่ สะสมตา่ กว่า ๑.๙๐ ใหส้ ถานศึกษาพจิ ารณาว่าควรใหเ้ รียนตอ่ ไป หรอื ให้พ้นสภาพนกั เรียน
ข้อ ๕๘ นักเรียนที่เรยี นแบบเต็มเวลาและไดล้ งทะเบยี นรายวิชารวม ๖ ภาคเรยี นแล้ว แตย่ งั ไมเ่ ข้าเกณฑ์
การสาเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ตามข้อ ๕๕ ให้สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพ
นักเรียน ทั้งนี้ ให้เรียนได้ไม่เกิน ๑๒ ภาคเรียน นับต้ังแต่วันขึ้นทะเบียน เป็นนักเรียนโดยไม่นับภาคเรียนที่ลาพัก
การเรยี น
นกั เรยี นทีเ่ รยี นแบบไม่เต็มเวลาและไดล้ งทะเบยี นรายวชิ าครบทกุ ภาคเรียนตามแผนการเรียนทีส่ ถานศึกษา
กาหนดแลว้ แตย่ ังไม่เข้าเกณฑ์การสาเรจ็ การศึกษาตามหลักสตู ร ตามข้อ ๕๕ ให้สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้เรียน
ต่อไป หรอื ให้พ้นสภาพนกั เรยี น ทงั้ นี้ ให้เรียนได้ไม่เกิน ๑๖ ภาคเรียน นับต้ังแต่วันข้ึนทะเบียนเป็นนักเรียนโดยไม่
นับภาคเรยี นทีล่ าพกั การเรยี น
ส่วนที่ 4
การเทยี บโอนผลการเรียนรู้
----------------------------------------
ข้อ ๕๙ การโอนผลการเรียนสาหรับนักเรียนจากสถานศึกษาซึ่งใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ
พุทธศักราชเดียวกัน ให้สถานศึกษาท่ีรับนักเรียนเข้าเรียนรับโอนผลการเรียนทุกรายวิชา นอกจากรายวิชาที่ได้
ระดับผลการเรียนต่ากวา่ ๒.๐ สถานศึกษาจะรับโอนหรือจะทาการประเมินใหม่ จนเห็นว่าได้ผลการเรียนถึงเกณฑ์
มาตรฐานของสถานศกึ ษาแลว้ จงึ รบั โอนผลการเรียนรายวิชานนั้ ก็ได้
ข้อ ๖๐ สถานศึกษาจะรับโอนผลการเรียนรายวิชาจากหลักสูตรอื่นซึ่งไม่ต่ากว่าระดับ ประกาศนียบัตร
วชิ าชีพ ไดต้ ามเงือ่ นไขต่อไปนี้
(๑) เปน็ รายวิชาหรือกลุ่มวิชาท่ีมีจุดประสงค์และเน้ือหาใกล้เคียงกันไม่ต่ากว่าร้อยละ ๖๐ และมีจานวน
หนว่ ยกติ ไมน่ อ้ ยกวา่ หนว่ ยกติ ของรายวชิ าทร่ี ะบไุ ว้ในหลักสูตร
(๒) รายวิชาท่ีได้ระดับผลการเรียนต้ังแต่ ๒.๐ ข้ึนไป โดยสถานศึกษาจะรับโอนผลการเรียน หรือจะทา
การประเมินใหม่แลว้ จึงรบั โอนรายวชิ านน้ั กไ็ ด้
ข้อ ๖๑ เมื่อนักเรียนขอโอนผลการเรียนรายวิชา ให้สถานศึกษาดาเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการวัดผล
ปลายภาคเรยี น ภาคเรยี นแรกท่ีนักเรยี นเข้าเรียน
ข้อ ๖๒ การบันทึกผลการเรียนตามข้อ ๕๙ และข้อ ๖๐ ลงในระเบียนแสดงผลการเรียนให้ใช้รหัสวิชา
และชื่อรายวิชาตามหลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชพี พุทธศักราชท่ีใชใ้ นปัจจุบันโดยแสดงหมายเหตุว่าเป็นรายวิชา
ทรี่ บั โอนผลการเรียน
ขอ้ ๖๓ สถานศึกษาจะอนุญาตให้นักเรียนไปเรียนรายวิชาบางรายวิชาจากสถานศึกษาแห่งอื่น ในกรณี
ท่ีสถานศึกษาไม่สามารถเปิดทาการสอนในรายวิชานั้นได้ โดยสถานศึกษาพิจารณารายละเอียดเก่ียวกับเน้ือหา
ของหลักสตู รตามท่ีเห็นสมควร และให้สถานศึกษาท้ังสองแห่งทาความตกลงร่วมกัน ในการจัดสอนและรับโอนผล
การเรยี น
ข้อ ๖๔ ในกรณีสถานศึกษาอนุญาตให้นักเรียนไปเรียนจากสถานศึกษาแห่งอื่น ตามข้อ ๖๓ ให้
สถานศกึ ษาพิจารณารบั โอนผลการเรียน ดงั นี้
(๑) รบั โอนรายวชิ าท่ีมผี ลการเรยี นตั้งแต่ ๒.๐ ข้ึนไป หรือ
(๒) รายวิชาท่ไี ด้ระดับผลการเรียนต่ากว่า ๒.๐ สถานศึกษาอาจรับโอนผลการเรียนหรือไม่ก็ได้ ให้อยู่ใน
ดุลพินิจของสถานศึกษา ท้ังน้ี ให้สถานศึกษาแจ้งให้นักเรียนทราบก่อนท่ีจะอนุญาตให้ไปเรียน การบันทึกผลการ
เรียนลงในระเบียนแสดงผลการเรียน ให้ใช้รหัสวิชาและชื่อรายวิชาของหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ
พทุ ธศกั ราชที่ใช้ในปจั จุบนั โดยระบุวา่ รับโอนผลการเรียน
ขอ้ ๖๕ กรณที ม่ี กี ารประเมนิ ใหมต่ ามขอ้ ๕๙ และขอ้ ๖๐ ระดบั ผลการเรียนใหเ้ ปน็ ไป ตามที่ได้จากการ
ประเมนิ ใหม่ แตต่ ้องไม่สงู ไปกว่าเดมิ
ขอ้ ๖๖ นกั เรยี นท่ีมีความรแู้ ละประสบการณ์ในงานอาชพี หรอื ฝกึ งานในสถานประกอบการ หรือทางาน
ในอาชีพนั้นอยู่แล้ว หรือมีความรู้ในรายวิชาตรงตามหลักสูตรมาก่อนเข้าเรียน หรือเข้าเรียนแล้ว แต่ได้เรียนหรือ
ฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ จะขอประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์เพื่อนับจานวนหน่วยกิตสะสม
สาหรับรายวิชาน้ันก็ได้ โดยเทียบโอนได้ไม่เกิน ๒ ใน ๓ ของจานวนหน่วยกิต ตามหลักสูตรแต่ละประเภทวิชา
และสาขาวิชาและตามแผนการเรียนท่ีสถานศึกษากาหนด การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ ให้เป็นไปตาม
หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติท่ีคณะกรรมการการอาชีวศึกษากาหนด ถ้าผลการประเมินไม่ผ่าน นักเรียนสามารถ
ลงทะเบยี นเรยี นปกติในภาคเรยี นนน้ั หรือขอประเมินเทียบโอนความร้แู ละประสบการณ์ในภาคเรยี นตอ่ ไปก็ได้
ข้อ ๖๗ นักเรียนท่ีสถานศึกษาให้พ้นสภาพนักเรียนตามข้อ ๕๗ หรือข้อ ๕๘ แล้วสอบเข้าเรียนใหม่
ในสถานศกึ ษาเดิม หรอื สถานศกึ ษาแหง่ ใหม่ได้ ให้สถานศกึ ษารับโอนผลการเรยี น เฉพาะรายวิชาท่ียังปรากฏอยู่ใน
หลกั สูตรท่ีใช้ในปจั จบุ ัน และได้ระดับผลการเรยี นตงั้ แต่ ๒.๐ ขึ้นไป
หมวด 4
เอกสารการศึกษา
----------------------------------------
ข้อ ๖๘ สถานศกึ ษาต้องจดั ให้มีเอกสารการศกึ ษา ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ระเบยี นแสดงผลการเรียนตามแบบที่กาหนดท้ายระเบียบนี้ใช้ชื่อย่อว่า “รบ.๑ ปวช.” และต้องเก็บ
รกั ษาไว้ตลอดไป
การจัดทาระเบียนแสดงผลการเรียน ให้หัวหน้างานทะเบียนเป็นผู้จัดทา ลงลายมือชื่อ พร้อมทั้ง
วนั เดือน ปี และให้หวั หนา้ สถานศกึ ษาเปน็ ผลู้ งนามรับรองผลการเรยี นและการสาเร็จ การศึกษาตามหลักสตู ร
(๒) ระเบียนแสดงผลการเรยี นฉบบั ภาษาองั กฤษ ตามแบบท่ีกาหนดท้ายระเบียบน้ีและต้อง เก็บรักษาไว้
ตลอดไป
การจัดทาระเบยี นแสดงผลการเรียนฉบับภาษาอังกฤษ ให้หัวหน้างานทะเบียนเป็นผู้จัดทา ลงลายมือช่ือ
พร้อมทั้ง วัน เดือน ปี และให้หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้ลงนามรับรองผลการเรียน และการสาเร็จการศึกษาตาม
หลกั สูตร
(๓) แบบรายงานผลการเรียนของผู้ที่สาเร็จการศึกษาตามแบบท่ีกาหนดท้ายระเบียบน้ี ใช้ชื่อย่อว่า
“รบ.๒ ปวช.” และตอ้ งเกบ็ รักษาไว้ตลอดไป
(๔) ประกาศนยี บัตรและวฒุ ิบัตร ตามแบบทก่ี าหนดทา้ ยระเบียบน้ี
(๕) สมุดประเมินผลการเรียนรายวิชาและหลักฐานเก่ียวกับการประเมินผลการเรียนในแบบอ่ืน สมุด
บนั ทึกการฝกึ ประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ หรือสมดุ บนั ทึกการปฏบิ ตั งิ านหรอื สมดุ รายงาน ของนักเรยี น
(๖) ใบรบั รองสภาพการเปน็ นักเรยี นและใบรบั รองผลการเรียนตามแบบทีก่ าหนดทา้ ยระเบียบนี้
ขอ้ ๖๙ ใหส้ ถานศกึ ษาเกบ็ รกั ษากระดาษคาตอบ และหลักฐานการประเมินผลการเรียนไว้ เป็นเวลาไม่
นอ้ ยกว่า ๑ ปกี ารศกึ ษา
ขอ้ ๗๐ ใหส้ ถานศึกษาแจง้ ผลการเรียนของนักเรียนใหน้ กั เรียนและผูป้ กครองทราบทุกภาคเรียน
ข้อ ๗๑ ให้ใช้สาเนาคู่ฉบับระเบียนแสดงผลการเรียน และสาเนาคู่ฉบับระเบียนแสดงผลการเรียนฉบับ
ภาษาอังกฤษ เป็นเอกสารรบั รองผลการเรยี น
ข้อ ๗๒ ให้สถานศึกษาออกสาเนาคู่ฉบับระเบียนแสดงผลการเรียน สาเนาคู่ฉบับระเบียน แสดงผลการ
เรยี นฉบับภาษาองั กฤษ ประกาศนียบัตรและวุฒิบัตร แกผ่ สู้ าเร็จการศกึ ษา
ข้อ ๗๓ การทาสาเนาระเบียนแสดงผลการเรียน จะใช้วิธีพิมพ์ใหม่หรือสาเนาเอกสารตามต้นฉบับก็ได้
แล้วใหเ้ ขียนหรือประทบั ตรา “สาเนาถูกต้อง” สว่ นการทาสาเนาระเบยี นแสดงผลการเรียนฉบับภาษาอังกฤษจะใช้
วิธีพมิ พใ์ หม่หรอื สาเนาเอกสารตามตน้ ฉบับก็ได้ แลว้ ให้เขียนหรือประทบั ตรา “CERTIFIED TRUE COPY”
ให้หัวหน้างานทะเบียน หรือผู้ท่ีได้รับมอบหมายให้ทาการแทนลงลายมือชื่อรับรองสาเนา พร้อมทั้ง
วัน เดือน ปี ทอี่ อกสาเนา และหัวหนา้ สถานศึกษาหรอื ผไู้ ด้รบั มอบหมายลงลายมอื ชือ่ กากับท่ีรูปถา่ ย
ขอ้ ๗๔ นักเรียนที่ต้องการใบรับรองสภาพการเป็นนักเรียน หรือใบรับรองผลการเรียนจากสถานศึกษา
ให้สถานศึกษาออกใบรับรองสภาพการเป็นนักเรียน หรือใบรับรองผลการเรียน แล้วแต่กรณี ใบรับรองน้ีมีอายุ
๖๐ วัน โดยให้สถานศกึ ษากาหนดวนั หมดอายุไว้ดว้ ย
หมวด ๕
บทเฉพาะกาล
----------------------------------------
ข้อ ๗๕ สถานศึกษาใดที่มีนักเรียนอยู่ระหว่างศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช
๒๕๕๖ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรียนตาม
หลักสูตรประกาศนยี บัตรวิชาชพี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๖ ท่ีใชบ้ งั คับอยูเ่ ดิม จนกวา่ นักเรียนจะสาเร็จการศกึ ษา
ข้อ ๗๖ ในระหว่างทยี่ ังมิได้กาหนดหลักเกณฑ์ วิธกี าร แนวปฏบิ ตั ิ หรือข้อบังคบั กรณีใด เพ่ือปฏิบัติตาม
ระเบียบน้ี ให้นาหลักเกณฑ์ วธิ กี าร แนวปฏิบัติ หรือข้อบังคับที่กาหนดไว้แล้วซึ่งใช้อยู่เดิมมาใช้บังคับไปพลางก่อน
เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบน้ี ทั้งน้ี จนกว่าจะมีการกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ แนวปฏิบัติหรือข้อบังคับตาม
ระเบียบน้ี
ในกรณีท่ีไม่อาจนาหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือแนวปฏิบัติท่ีกาหนดไว้แล้วมาใช้บังคับ การจะดาเนินการ
ประการใดใหเ้ ปน็ อานาจของผู้รักษาการตามระเบยี บนี้
ประกาศ ณ วนั ท่ี 24 กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖2
ณฏั ฐพล ทปี สุวรรณ
รฐั มนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร